๘. โกสมฺพิสุตฺตวณฺณนา
๖๘. อฏฺฐเม อญฺญเตฺรวาติ เอกจฺโจ หิ ปรสฺส สทฺทหิตฺวา ยํ เอส ภณติ, ตํ ภูตนฺติ คณฺหาติ. อปรสฺส นิสีทิตฺวา จินฺเตนฺตสฺส ยํ การณํ รุจฺจติ, โส ‘‘อตฺถิ เอต’’นฺติ รุจิยา คณฺหาติ. เอโก ‘‘จิรกาลโต ปฏฺฐาย เอวํ อนุสฺสโว อตฺถิ, ภูตเมต’’นฺติ อนุสฺสเวน คณฺหาติ. อญฺญสฺส วิตกฺกยโต เอกํ การณํ อุปฏฺฐาติ, โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ อาการปริวิตกฺเกน คณฺหาติ. อปรสฺส จินฺตยโต เอกา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ยายสฺส ตํ การณํ นิชฺฌายนฺตสฺส ขมติ, โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา คณฺหาติ. เถโร ปน ปญฺจปิ เอตานิ การณานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปจฺจกฺขญาเณน ปฏิวิทฺธภาวํ ปุจฺฉนฺโต อญฺญเตฺรว, อาวุโส มุสิล, สทฺธายาติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญเตฺรวาติ สทฺธาทีนิ การณานิ ฐเปตฺวา, วินา เอเตหิ การเณหีติ อตฺโถ. ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ปญฺจกฺขนฺธนิโรโธ นิพฺพานํ.
ตุณฺหี อโหสีติ เถโร ขีณาสโว, อหํ ปน ขีณาสโวติ วา น วาติ วา อวตฺวา ตุณฺหีเยว อโหสิ. อายสฺมา นารโท อายสฺมนฺตํ ปวิฏฺฐํ เอตทโวจาติ กสฺมา อโวจ? โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภวนิโรโธ นิพฺพานํ นามาติ เสเขหิปิ ชานิตพฺโพ ปโญฺห เอส, อยํ ปน เถโร อิมํ เถรํ อเสขภูมิยา กาเรติ, อิมํ ฐานํ ชานาเปสฺสามี’’ติ เอตํ อโวจ.
สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐนฺติ สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐํ. น จมฺหิ อรหนฺติ อนาคามิมคฺเค ฐิตตฺตา อรหํ น โหมีติ ทีเปติ. ยํ ปนสฺส อิทานิ ‘‘ภวนิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ ญาณํ, ตํ เอกูนวีสติยา ปจฺจเวกฺขณญาเณหิ วิมุตฺตํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. อุทปาโนติ วีสตึสหตฺถคมฺภีโร ปานียกูโป. อุทกวารโกติ อุทกอุสฺสิญฺจนวารโก. อุทกนฺติ หิ โข ญาณํ อสฺสาติ ตีเร ฐิตสฺส โอโลกยโต เอวํ ญาณํ ภเวยฺย. น จ กาเยน ผุสิตฺวาติ อุทกํ ปน นีหริตฺวา กาเยน ผุสิตฺวา วิหริตุํ น สกฺกุเณยฺย. อุทปาเน อุทกทสฺสนํ วิย หิ อนาคามิโน นิพฺพานทสฺสนํ, ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส วิย อนาคามี, อุทกวารโก วิย อรหตฺตมคฺโค, ยถา ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส อุทปาเน อุทกํ ปสฺสติ. เอวํ อนาคามี ปจฺจเวกฺขณญาเณน ‘‘อุปริ อรหตฺตผลสมโย นาม อตฺถี’’ติ ชานาติ. ยถา ปน โส ปุริโส อุทกวารกสฺส นตฺถิตาย อุทกํ นีหริตฺวา กาเยน ผุสิตุํ น ลภติ, เอวํ อนาคามี อรหตฺตมคฺคสฺส นตฺถิตาย นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อรหตฺตผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตุํ น ลภติ. อฏฺฐมํ.