๗. มหาวคฺโค

๑. อสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา

๖๑. มหาวคฺคสฺส ปฐเม อสฺสุตวาติ ขนฺธธาตุอายตนปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิโต. ปุถุชฺชโนติ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทิการเณหิ ปุถุชฺชโน. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา’’ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อปิจ ปุถูนํ คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชโน, ปุถุ วา อยํ วิสุํเยว สงฺขํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ทฺวีหิปิ ปเทหิ เย เต –

‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;

อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (มหานิ. ๙๔); –

เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน คหิโต. อิมสฺมินฺติ ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจกฺขกายํ ทสฺเสติ. จาตุมหาภูติกสฺมินฺติ จตุมหาภูตกาเย จตุมหาภูเตหิ นิพฺพตฺเต จตุมหาภูตมเยติ อตฺโถ. นิพฺพินฺเทยฺยาติ อุกฺกณฺเฐยฺย. วิรชฺเชยฺยาติ น รชฺเชยฺย. วิมุจฺเจยฺยาติ มุจฺจิตุกาโม ภเวยฺย. อาจโยติ วุฑฺฒิ. อปจโยติ ปริหานิ. อาทานนฺติ นิพฺพตฺติ. นิกฺเขปนนฺติ เภโท.

ตสฺมาติ ยสฺมา อิเม จตฺตาโร วุฑฺฒิหานินิพฺพตฺติเภทา ปญฺญายนฺติ, ตสฺมา ตํการณาติ อตฺโถ. อิติ ภควา จาตุมหาภูติเก กาเย รูปํ ปริคฺคเหตุํ อยุตฺตรูปํ กตฺวา อรูปํ ปริคฺคเหตุํ ยุตฺตรูปํ กโรติ. กสฺมา? เตสญฺหิ ภิกฺขูนํ รูปสฺมึ คาโห พลวา อธิมตฺโต, เตน เตสํ รูเป คาหสฺส ปริคฺคเหตพฺพรูปตํ ทสฺเสตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺโต อรูเป ปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวมาห.

จิตฺตนฺติอาทิ สพฺพํ มนายตนสฺเสว นามํ. ตญฺหิ จิตฺตวตฺถุตาย จิตฺตโคจรตาย สมฺปยุตฺตธมฺมจิตฺตตาย จ จิตฺตํ, มนนฏฺเฐน มโน, วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณนฺติ วุจฺจติ. นาลนฺติ น สมตฺโถ. อชฺโฌสิตนฺติ ตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหิตํ. มมายิตนฺติ ตณฺหามมตฺเตน มม อิทนฺติ คหิตํ. ปรามฏฺฐนฺติ ทิฏฺฐิยา ปรามสิตฺวา คหิตํ. เอตํ มมาติ ตณฺหาคาโห, เตน อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตํ คหิตํ โหติ. เอโสหมสฺมีติ มานคาโห, เตน นว มานา คหิตา โหนฺติ. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิคาโห, เตน ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย คหิตา โหนฺติ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ ทีฆรตฺตํ คหิตํ, ตสฺมา นิพฺพินฺทิตุํ น สมตฺโถ.

วรํ, ภิกฺขเวติ อิทํ กสฺมา อาห? ปฐมญฺหิ เตน รูปํ ปริคฺคเหตุํ อยุตฺตรูปํ กตํ, อรูปํ ยุตฺตรูปํ, อถ ‘‘เตสํ ภิกฺขูนํ รูปโต คาโห นิกฺขมิตฺวา อรูปํ คโต’’ติ ญตฺวา ตํ นิกฺกฑฺฒิตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อตฺตโต อุปคจฺเฉยฺยาติ อตฺตาติ คเณฺหยฺย. ภิยฺโยปีติ วสฺสสตโต อุทฺธมฺปิ. กสฺมา ปน ภควา เอวมาห? กึ อติเรกวสฺสสตํ ติฏฺฐมานํ รูปํ นาม อตฺถิ? นนุ ปฐมวเย ปวตฺตํ รูปํ มชฺฌิมวยํ น ปาปุณาติ, มชฺฌิมวเย ปวตฺตํ ปจฺฉิมวยํ, ปุเรภตฺเต ปวตฺตํ ปจฺฉาภตฺตํ, ปจฺฉาภตฺเต ปวตฺตํ ปฐมยามํ, ปฐมยาเม ปวตฺตํ มชฺฌิมยามํ, มชฺฌิมยาเม ปวตฺตํ ปจฺฉิมยามํ น ปาปุณาติ? ตถา คมเน ปวตฺตํ ฐานํ, ฐาเน ปวตฺตํ นิสชฺชํ, นิสชฺชาย ปวตฺตํ สยนํ น ปาปุณาติ. เอกอิริยาปเถปิ ปาทสฺส อุทฺธรเณ ปวตฺตํ อติหรณํ, อติหรเณ ปวตฺตํ วีติหรณํ, วีติหรเณ ปวตฺตํ โวสฺสชฺชนํ, โวสฺสชฺชเน ปวตฺตํ สนฺนิกฺเขปนํ, สนฺนิกฺเขปเน ปวตฺตํ สนฺนิรุชฺฌนํ น ปาปุณาติ, ตตฺถ ตตฺเถว โอธิ โอธิ ปพฺพํ ปพฺพํ หุตฺวา ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตติลา วิย ปฏปฏายนฺตา สงฺขารา ภิชฺชนฺตีติ? สจฺจเมตํ. ยถา ปน ปทีปสฺส ชลโต ชาตา ตํ ตํ วฏฺฏิปฺปเทสํ อนติกฺกมิตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชติ, อถ จ ปน ปเวณิสมฺพนฺธวเสน สพฺพรตฺตึ ชลิโต ปทีโปติ วุจฺจติ, เอวมิธาปิ ปเวณิวเสน อยมฺปิ กาโย เอวํ จิรฏฺฐิติโก วิย กตฺวา ทสฺสิโต.

รตฺติยา จ ทิวสสฺส จาติ รตฺติมฺหิ จ ทิวเส จ. ภุมฺมตฺเถ เหตํ สามิวจนํ. อญฺญเทว อุปฺปชฺชติ, อญฺญํ นิรุชฺฌตีติ ยํ รตฺตึ อุปฺปชฺชติ จ นิรุชฺฌติ จ, ตโต อญฺญเทว ทิวา อุปฺปชฺชติ จ นิรุชฺฌติ จาติ อตฺโถ. อญฺญํ อุปฺปชฺชติ, อนุปฺปนฺนเมว อญฺญํ นิรุชฺฌตีติ เอวํ ปน อตฺโถ น คเหตพฺโพ. ‘‘รตฺติยา จ ทิวสสฺส จา’’ติ อิทํ ปุริมปเวณิโต ปริตฺตกํ ปเวณึ คเหตฺวา ปเวณิวเสเนว วุตฺตํ, เอกรตฺตึ ปน เอกทิวสํ วา เอกเมว จิตฺตํ ฐาตุํ สมตฺถํ นาม นตฺถิ. เอกสฺมิญฺหิ อจฺฉรากฺขเณ อเนกานิ จิตฺตโกฏิสตสหสฺสานิ อุปฺปชฺชนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ มิลินฺทปเญฺห –

‘‘วาหสตํ โข, มหาราช, วีหีนํ, อฑฺฒจูฬญฺจ วาหา, วีหิสตฺตมฺพณานิ, เทฺว จ ตุมฺพา, เอกจฺฉรากฺขเณ ปวตฺตสฺส จิตฺตสฺส เอตฺตกา วีหี ลกฺขํ ฐปียมานา ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยุ’’นฺติ.

ปวเนติ มหาวเน. ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาติ, ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาตีติ อิมินา น โส คณฺหิตพฺพสาขํ อลภิตฺวา ภูมึ โอตรติ. อถ โข ตสฺมึ มหาวเน วิจรนฺโต ตํ ตํ สาขํ คณฺหนฺโตเยว จรตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อรญฺญมหาวนํ วิย หิ อารมฺมณวนํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมึ วเน วิจรณมกฺกโฏ วิย อารมฺมณวเน อุปฺปชฺชนกจิตฺตํ. สาขาคหณํ วิย อารมฺมเณ ลุพฺภนํ. ยถา โส อรญฺเญ วิจรนฺโต มกฺกโฏ ตํ ตํ สาขํ ปหาย ตํ ตํ สาขํ คณฺหาติ, เอวมิทํ อารมฺมณวเน วิจรนฺตํ จิตฺตมฺปิ กทาจิ รูปารมฺมณํ คเหตฺวา อุปฺปชฺชติ, กทาจิ สทฺทาทีสุ อญฺญตรํ, กทาจิ อตีตํ, กทาจิ อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา, ตถา กทาจิ อชฺฌตฺตํ, กทาจิ พาหิรํ. ยถา จ โส อรญฺเญ วิจรนฺโต มกฺกโฏ สาขํ อลภิตฺวา โอรุยฺห ภูมิยํ นิสินฺโนติ น วตฺตพฺโพ, เอกํ ปน ปณฺณสาขํ คเหตฺวาว นิสีทติ, เอวเมว อารมฺมณวเน วิจรนฺตํ จิตฺตมฺปิ เอกํ โอลุพฺภารมฺมณํ อลภิตฺวา อุปฺปนฺนนฺติ น วตฺตพฺพํ, เอกชาติยํ ปน อารมฺมณํ คเหตฺวาว อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา จ ปน ภควตา รูปโต นีหริตฺวา อรูเป คาโห ปติฏฺฐาปิโต, อรูปโต นีหริตฺวา รูเป.

อิทานิ ตํ อุภยโต นิกฺกฑฺฒิตุกาโม ตตฺร, ภิกฺขเว, สุตวา อริยสาวโกติ เทสนํ อารภิ. อยํ ปนตฺโถ อาสีวิสทฏฺฐูปมาย ทีเปตพฺโพ – เอโก กิร ปุริโส อาสีวิเสน ทฏฺโฐ, อถสฺส วิสํ หริสฺสามีติ เฉโก ภิสกฺโก อาคนฺตฺวา วมนํ กาเรตฺวา เหฏฺฐา ครุโฬ, อุปริ นาโคติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา วิสํ อุปริ อาโรเปสิ. โส ยาว อกฺขิปฺปเทสา อารุฬฺหภาวํ ญตฺวา ‘‘อิโต ปรํ อภิรุหิตุํ น ทสฺสามิ, ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐเปสฺสามี’’ติ อุปริ ครุโฬ, เหฏฺฐา นาโคติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา กณฺเณ ธุเมตฺวา ทณฺฑเกน ปหริตฺวา วิสํ โอตาเรตฺวา ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐเปสิ. ตตฺรสฺส ฐิตภาวํ ญตฺวา อคทเลเปน วิสํ นิมฺมเถตฺวา นฺหาเปตฺวา ‘‘สุขี โหหี’’ติ วตฺวา เยนกามํ ปกฺกามิ.

ตตฺถ อาสีวิเสน ทฏฺฐสฺส กาเย วิสปติฏฺฐานํ วิย อิเมสํ ภิกฺขูนํ รูเป อธิมตฺตคาหกาโล, เฉโก ภิสกฺโก วิย ตถาคโต, มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา อุปริ วิสสฺส อาโรปิตกาโล วิย ตถาคเตน เตสํ ภิกฺขูนํ รูปโต คาหํ นีหริตฺวา อรูเป ปติฏฺฐาปิตกาโล, ยาว อกฺขิปฺปเทสา อารุฬฺหวิสสฺส อุปริ อภิรุหิตุํ อทตฺวา ปุน มนฺตพเลน โอตาเรตฺวา ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐปนํ วิย สตฺถารา เตสํ ภิกฺขูนํ อรูปโต คาหํ นีหริตฺวา รูเป ปติฏฺฐาปิตกาโล. ทฏฺฐฏฺฐาเน ฐิตสฺส วิสสฺส อคทเลเปน นิมฺมถนํ วิย อุภยโต คาหํ นีหรณตฺถาย อิมิสฺสา เทสนาย อารทฺธกาโล เวทิตพฺโพ. ตตฺถ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชตีติ อิมินา มคฺโค กถิโต, วิราคา วิมุจฺจตีติ ผลํ, วิมุตฺตสฺมินฺติอาทินา ปจฺจเวกฺขณา. ปฐมํ.

๒. ทุติยอสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา

๖๒. ทุติเย สุขเวทนิยนฺติ สุขเวทนาย ปจฺจยํ. ผสฺสนฺติ จกฺขุสมฺผสฺสาทึ. นนุ จ จกฺขุสมฺผสฺโส สุขเวทนาย ปจฺจโย น โหตีติ? สหชาตปจฺจเยน น โหติ, อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปน ชวนเวทนาย โหติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. โสตสมฺผสฺสาทีสุปิ เอเสว นโย. ตชฺชนฺติ ตชฺชาติกํ ตสฺสารุปฺปํ, ตสฺส ผสฺสสฺส อนุรูปนฺติ อตฺโถ. ทุกฺขเวทนิยนฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สงฺฆฏฺฏนสโมธานาติ สงฺฆฏฺฏเนน เจว สโมธาเนน จ, สงฺฆฏฺฏนสมฺปิณฺฑเนนาติ อตฺโถ. อุสฺมาติ อุณฺหากาโร. เตโช อภินิพฺพตฺตตีติ อคฺคิจุณฺโณ นิกฺขมตีติ น คเหตพฺพํ, อุสฺมาการสฺเสว ปน เอตํ เววจนํ. ตตฺถ ทฺวินฺนํ กฏฺฐานนฺติ ทฺวินฺนํ อรณีนํ. ตตฺถ อโธอรณี วิย วตฺถุ, อุตฺตรารณี วิย อารมฺมณํ, สงฺฆฏฺฏนํ วิย ผสฺโส, อุสฺมาธาตุ วิย เวทนา. ทุติยํ.

๓. ปุตฺตมํสูปมสุตฺตวณฺณนา

๖๓. ตติเย จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหาราติอาทิ วุตฺตนยเมว. ยสฺมา ปนสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตฺวาเวตฺถ อนุปุพฺพปทวณฺณนํ กริสฺสามิ. กตราย ปน อิทํ อฏฺฐุปฺปตฺติยา นิกฺขิตฺตนฺติ? ลาภสกฺกาเรน. ภควโต กิร มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ, ยถา ตํ จตฺตาโร อสงฺเขฺยยฺเย ปูริตทานปารมีสญฺจยสฺส. สพฺพทิสาสุ หิสฺส ยมกมหาเมโฆ วุฏฺฐหิตฺวา มโหฆํ วิย สพฺพปารมิโย ‘‘เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต ตโต อนฺนปานยานวตฺถมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา, ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว นราสโภ ปุริสสีโห’’ติ? ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ. สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ เจว อนุปฺปวตฺตนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ขนฺธเก เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ จ อาคตนเยน เวทิตพฺพํ.

ยถา ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ. วุตฺตญฺเจตํ –

‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวร-ปิณฺฑปาต-เสนาสน-คิลาน-ปจฺจย-เภสชฺช-ปริกฺขารานํ. ภิกฺขุสงฺโฆปิ โข สกฺกโต โหติ…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา. ๑๔; สํ. นิ. ๒.๗๐).

ตถา ‘‘ยาวตา โข, จุนฺท, เอตรหิ สงฺโฆ วา คโณ วา โลเก อุปฺปนฺโน, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกสงฺฆมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปตฺตํ ยถริวายํ, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖).

สฺวายํ ภควโต จ สงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร เอกโต หุตฺวา ทฺวินฺนํ มหานทีนํ อุทกํ วิย อปฺปเมยฺโย อโหสิ. อถ สตฺถา รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘มหาลาภสกฺกาโร อตีตพุทฺธานมฺปิ เอวรูโป อโหสิ, อนาคตานมฺปิ เอวรูโป ภวิสฺสติ. กึ นุ โข ภิกฺขู อาหารปริคฺคาหเกน สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคตา มชฺฌตฺตา นิจฺฉนฺทราคา หุตฺวา อาหารํ ปริภุญฺชิตุํ สกฺโกนฺติ, น สกฺโกนฺตี’’ติ?

โส อทฺทส เอกจฺเจ อธุนา ปพฺพชิเต กุลปุตฺเต อปจฺจเวกฺขิตฺวา อาหารํ ปริภุญฺชมาเน. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรนฺเตน น จีวราทิเหตุ ปูริตา, อุตฺตมผลสฺส ปน อรหตฺตสฺสตฺถาย ปูริตา. อิเมปิ ภิกฺขู มม สนฺติเก ปพฺพชนฺตา น จีวราทิเหตุ ปพฺพชิตา, อรหตฺตสฺเสว ปน อตฺถาย ปพฺพชิตา. เต อิทานิ อสารเมว สารํ อนตฺถเมว จ อตฺถํ กโรนฺตี’’ติ เอวมสฺส ธมฺมสํเวโค อุทปาทิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สเจ ปญฺจมํ ปาราชิกํ ปญฺญเปตุํ สกฺกา อภวิสฺส, อปจฺจเวกฺขิตาหารปริโภโค ปญฺจมํ ปาราชิกํ กตฺวา ปญฺญเปตพฺโพ ภเวยฺย. น ปน สกฺกา เอวํ กาตุํ, ธุวปฏิเสวนฏฺฐานเญฺหตํ สตฺตานํ. ยถา ปน กถิเต ปญฺจมํ ปาราชิกํ วิย นํ ปสฺสิสฺสนฺติ. เอวํ ธมฺมาทาสํ สํวรํ มริยาทํ ฐเปสฺสามิ, ยํ อาวชฺชิตฺวา อาวชฺชิตฺวา อนาคเต ภิกฺขู จตฺตาโร ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ. อิมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิมํ ปุตฺตมํสูปมสุตฺตนฺตํ นิกฺขิปิ. ตตฺถ จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหาราติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.

จตฺตาโร ปน อาหาเร วิตฺถาเรตฺวา อิทานิ เตสุ อาทีนวํ ทสฺเสตุํ กถญฺจ, ภิกฺขเว, กพฬีกาโร อาหาโร ทฏฺฐพฺโพติอาทิมาห? ตตฺถ ชายมฺปติกาติ ชายา เจว ปติ จ. ปริตฺตํ สมฺพลนฺติ ปุฏภตฺตสตฺตุโมทกาทีนํ อญฺญตรํ อปฺปมตฺตกํ ปาเถยฺยํ. กนฺตารมคฺคนฺติ กนฺตารภูตํ มคฺคํ, กนฺตาเร วา มคฺคํ. กนฺตารนฺติ โจรกนฺตารํ วาฬกนฺตารํ อมนุสฺสกนฺตารํ นิรุทกกนฺตารํ อปฺปภกฺขกนฺตารนฺติ ปญฺจวิธํ. เตสุ ยตฺถ โจรภยํ อตฺถิ, ตํ โจรกนฺตารํ. ยตฺถ สีหพฺยคฺฆาทโย วาฬา อตฺถิ, ตํ วาฬกนฺตารํ. ยตฺถ พลวามุขยกฺขินิอาทีนํ อมนุสฺสานํ วเสน ภยํ อตฺถิ, ตํ อมนุสฺสกนฺตารํ. ยตฺถ ปาตุํ วา นฺหายิตุํ วา อุทกํ นตฺถิ, ตํ นิรุทกกนฺตารํ. ยตฺถ ขาทิตพฺพํ วา ภุญฺชิตพฺพํ วา อนฺตมโส กนฺทมูลาทิมตฺตมฺปิ นตฺถิ, ตํ อปฺปภกฺขกนฺตารํ นาม. ยตฺถ ปเนตํ ปญฺจวิธมฺปิ ภยํ อตฺถิ, ตํ กนฺตารเมว. ตํ ปเนตํ เอกาหทฺวีหตีหาทิวเสน นิตฺถริตพฺพมฺปิ อตฺถิ, น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. อิธ ปน นิรุทกํ อปฺปภกฺขํ โยชนสติกกนฺตารํ อธิปฺเปตํ. เอวรูเป กนฺตาเร มคฺคํ. ปฏิปชฺเชยฺยุนฺติ ฉาตกภเยน เจว โรคภเยน จ ราชภเยน จ อุปทฺทุตา ปฏิปชฺเชยฺยุํ ‘‘เอตํ กนฺตารํ นิตฺถริตฺวา ธมฺมิกสฺส รญฺโญ นิรุปทฺทเว รฏฺเฐ สุขํ วสิสฺสามา’’ติ มญฺญมานา.

เอกปุตฺตโกติ อุกฺขิปิตฺวา คหิโต อนุกมฺปิตพฺพยุตฺโต อถิรสรีโร เอกปุตฺตโก. วลฺลูรญฺจ โสณฺฑิกญฺจาติ ฆนฆนฏฺฐานโต คเหตฺวา วลฺลูรํ, อฏฺฐินิสฺสิตสิรานิสฺสิตฏฺฐานานิ คเหตฺวา สูลมํสญฺจาติ อตฺโถ. ปฏิปิเสยฺยุนฺติ ปหเรยฺยุํ. กหํ เอกปุตฺตกาติ อยํ เตสํ ปริเทวนากาโร.

อยํ ปเนตฺถ ภูตมตฺถํ กตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย สงฺเขปโต อตฺถวณฺณนา – เทฺว กิร ชายมฺปติกา ปุตฺตํ คเหตฺวา ปริตฺเตน ปาเถยฺเยน โยชนสติกํ กนฺตารมคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. เตสํ ปญฺญาสโยชนานิ คนฺตฺวา ปาเถยฺยํ นิฏฺฐาสิ, เต ขุปฺปิปาสาตุรา วิรฬจฺฉายายํ นิสีทึสุ. ตโต ปุริโส ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท อิโต สมนฺตา ปญฺญาสโยชนานิ คาโม วา นิคโม วา นตฺถิ. ตสฺมา ยํ ตํ ปุริเสน กาตพฺพํ พหุมฺปิ กสิโครกฺขาทิกมฺมํ, น ทานิ สกฺกา ตํ มยา กาตุํ, เอหิ มํ มาเรตฺวา อุปฑฺฒมํสํ ขาทิตฺวา อุปฑฺฒํ ปาเถยฺยํ กตฺวา ปุตฺเตน สทฺธึ กนฺตารํ นิตฺถราหี’’ติ. ปุน สาปิ ตํ อาห – ‘‘สามิ มยา ทานิ ยํ ตํ อิตฺถิยา กาตพฺพํ พหุมฺปิ สุตฺตกนฺตนาทิกมฺมํ, ตํ กาตุํ น สกฺกา, เอหิ มํ มาเรตฺวา อุปฑฺฒมํสํ ขาทิตฺวา อุปฑฺฒํ ปาเถยฺยํ กตฺวา ปุตฺเตน สทฺธึ กนฺตารํ นิตฺถราหี’’ติ. ปุน โสปิ ตํ อาห – ‘‘ภทฺเท มาตุคามมรเณน ทฺวินฺนํ มรณํ ปญฺญายติ. น หิ มนฺโท กุมาโร มาตรา วินา ชีวิตุํ สกฺโกติ. ยทิ ปน มยํ ชีวาม. ปุน ทารกํ ลเภยฺยาม. หนฺท ทานิ ปุตฺตกํ มาเรตฺวา, มํสํ คเหตฺวา กนฺตารํ นิตฺถรามา’’ติ. ตโต มาตา ปุตฺตมาห – ‘‘ตาต, ปิตุสนฺติกํ คจฺฉา’’ติ, โส อคมาสิ. อถสฺส ปิตา, ‘‘มยา ‘ปุตฺตกํ โปเสสฺสามี’ติ กสิโครกฺขาทีหิ อนปฺปกํ ทุกฺขมนุภูตํ, น สกฺโกมิ อหํ ปุตฺตํ มาเรตุํ, ตฺวํเยว ตว ปุตฺตํ มาเรหี’’ติ วตฺวา, ‘‘ตาต มาตุสนฺติกํ คจฺฉา’’ติ อาห. โส อคมาสิ. อถสฺส มาตาปิ, ‘‘มยา ปุตฺตํ ปตฺเถนฺติยา โควตกุกฺกุรวตเทวตายาจนาทีหิปิ ตาว อนปฺปกํ ทุกฺขมนุภูตํ, โก ปน วาโท กุจฺฉินา ปริหรนฺติยา? น สกฺโกมิ อหํ ปุตฺตํ มาเรตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ตาต, ปิตุสนฺติกเมว คจฺฉา’’ติ อาห. เอวํ โส ทฺวินฺนมนฺตรา คจฺฉนฺโตเยว มโต. เต ตํ ทิสฺวา ปริเทวิตฺวา วุตฺตนเยน มํสานิ คเหตฺวา ขาทนฺตา ปกฺกมึสุ.

เตสํ โส ปุตฺตมํสาหาโร นวหิ การเณหิ ปฏิกูลตฺตา เนว ทวาย โหติ, น มทาย, น มณฺฑนาย, น วิภูสนาย, เกวลํ กนฺตารนิตฺถรณตฺถาเยว โหติ. กตเมหิ นวหิ การเณหิ ปฏิกูโลติ เจ? สชาติมํสตาย ญาติมํสตาย ปุตฺตมํสตาย ปิยปุตฺตมํสตาย ตรุณมํสตาย อามกมํสตาย อโภคมํสตาย อโลณตาย อธูปิตตายาติ. เอวญฺหิ เต นวหิ การเณหิ ปฏิกูลํ ตํ ปุตฺตมํสํ ขาทนฺตา น สารตฺตา คิทฺธมานสา หุตฺวา ขาทึสุ, มชฺฌตฺตภาเวเยว ปน นิจฺฉนฺทราคปริโภเค ฐิตา ขาทึสุ. น อฏฺฐินฺหารุจมฺมนิสฺสิตฏฺฐานานิ อปเนตฺวา ถูลถูลํ วรมํสเมว ขาทึสุ, หตฺถสมฺปตฺตํ มํสเมว ปน ขาทึสุ. น ยาวทตฺถํ กณฺฐปฺปมาณํ กตฺวา ขาทึสุ, โถกํ โถกํ ปน เอกทิวสํ ยาปนมตฺตเมว ขาทึสุ. น อญฺญมญฺญํ มจฺฉรายนฺตา ขาทึสุ, วิคตมจฺเฉรมเลน ปน ปริสุทฺเธเนว เจตสา ขาทึสุ. น อญฺญํ กิญฺจิ มิคมํสํ วา โมรมํสาทีนํ วา อญฺญตรํ ขาทามาติ สมฺมูฬฺหา ขาทึสุ, ปิยปุตฺตมํสภาวํ ปน ชานนฺตาว ขาทึสุ. น ‘‘อโห วต มยํ ปุนปิ เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาเทยฺยามา’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา ขาทึสุ, ปตฺถนํ ปน วีติวตฺตาว หุตฺวา ขาทึสุ. น ‘‘เอตฺตกํ กนฺตาเร ขาทิตฺวา อวสิฏฺฐํ กนฺตารํ อติกฺกมฺม โลณมฺพิลาทีหิ โยเชตฺวา ขาทิสฺสามา’’ติ สนฺนิธึ อกํสุ, กนฺตารปริโยสาเน ปน ‘‘ปุเร มหาชโน ปสฺสตี’’ติ ภูมิยํ วา นิขณึสุ, อคฺคินา วา ฌาปยึสุ. น ‘‘โกจิ อญฺโญ อเมฺห วิย เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาทิตุํ น ลภตี’’ติ มานํ วา ทปฺปํ วา อกํสุ, นิหตมานา ปน นิหตทปฺปา หุตฺวา ขาทึสุ. ‘‘กึ อิมินา อโลเณน อนมฺพิเลน อธูปิเตน ทุคฺคนฺเธนา’’ติ น หีเฬตฺวา ขาทึสุ, หีฬนํ ปน วีติวตฺตา หุตฺวา ขาทึสุ. น ‘‘ตุยฺหํ ภาโค มยฺหํ ภาโค ตว ปุตฺโต มม ปุตฺโต’’ติ อญฺญมญฺญํ อติมญฺญึสุ. สมคฺคา ปน สมฺโมทมานา หุตฺวา ขาทึสุ. อิมํ เนสํ เอวรูปํ นิจฺฉนฺทราคาทิปริโภคํ สมฺปสฺสมาโน สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ ตํ การณํ อนุชานาเปนฺโต ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, อปิ นุ เต ทวาย วา อาหารํ อาหาเรยฺยุนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ทวาย วาติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘) วิตฺถาริตาเนว. กนฺตารสฺสาติ นิตฺติณฺณาวเสสสฺส กนฺตารสฺส.

เอวเมว โขติ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปิยปุตฺตมํสสทิโส กตฺวา ทฏฺฐพฺโพติ อตฺโถ. กตเมสํ นวนฺนํ? คมนปาฏิกุลฺยตาทีนํ. คมนปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ กพฬีการาหารํ ปริคฺคณฺหาติ, ปริเยสนปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ, ปริโภคนิธานอาสยปริปกฺกาปริปกฺกสมฺมกฺขณนิสฺสนฺทปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ, ตานิ ปเนตานิ คมนปาฏิกุลฺยตาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๙๔) อาหารปาฏิกุลฺยตานิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว. อิติ อิเมสํ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปุตฺตมํสูปมํ กตฺวา อาหาโร ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา เต ชายมฺปติกา ปาฏิกุลฺยํ ปิยปุตฺตมํสํ ขาทนฺตา น สารตฺตา คิทฺธมานสา หุตฺวา ขาทึสุ, มชฺฌตฺตภาเวเยว นิจฺฉนฺทราคปริโภเค ฐิตา ขาทึสุ, เอวํ นิจฺฉนฺทราคปริโภคํ กตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น อฏฺฐินฺหารุจมฺมนิสฺสิตํ อปเนตฺวา ถูลถูลํ วรมํสเมว ขาทึสุ, หตฺถสมฺปตฺตเมว ปน ขาทึสุ, เอวํ สุกฺขภตฺตมนฺทพฺยญฺชนาทีนิ ปิฏฺฐิหตฺเถน อปฏิกฺขิปิตฺวา วฏฺฏเกน วิย กุกฺกุเฏน วิย จ โอธึ อทสฺเสตฺวา ตโต ตโต สปฺปิมํสาทิสํสฏฺฐวรโภชนํเยว วิจินิตฺวา อภุญฺชนฺเตน สีเหน วิย สปทานํ ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ยาวทตฺถํ กณฺฐปฺปมาณํ ขาทึสุ, โถกํ โถกํ ปน เอเกกทิวสํ ยาปนมตฺตเมว ขาทึสุ, เอวเมว อาหรหตฺถกาทิพฺราหฺมณานํ อญฺญตเรน วิย ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ อภุญฺชนฺเตน จตุนฺนํ ปญฺจนฺนํ วา อาโลปานํ โอกาสํ ฐเปตฺวาว ธมฺมเสนาปตินา วิย ปริภุญฺชิตพฺโพ. โส กิร ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ติฏฺฐมาโน ‘‘ปจฺฉาภตฺเต อมฺพิลุคฺคารสมุฏฺฐาปกํ กตฺวา เอกทิวสมฺปิ อาหารํ น อาหาเรสิ’’นฺติ วตฺวา สีหนาทํ นทนฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);

ยถา จ เต น อญฺญมญฺญํ มจฺฉรายนฺตา ขาทึสุ, วิคตมลมจฺเฉเรน ปน ปริสุทฺเธเนว เจตสา ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา อมจฺฉรายิตฺวา ‘‘อิมํ สพฺพํ คณฺหนฺตสฺส สพฺพํ ทสฺสามิ, อุปฑฺฒํ คณฺหนฺตสฺส อุปฑฺฒํ, สเจ คหิตาวเสโส ภวิสฺสติ, อตฺตนา ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ สารณียธมฺเม ฐิเตเนว ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘อญฺญํ กิญฺจิ มยํ มิคมํสํ วา โมรมํสาทีนํ วา อญฺญตรํ ขาทามา’’ติ สมฺมูฬฺหา ขาทึสุ, ปิยปุตฺตมํสภาวํ ปน ชานนฺตาว ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ‘‘อหํ ขาทามิ ภุญฺชามี’’ติ อตฺตูปลทฺธิสมฺโมหํ อนุปฺปาเทตฺวา ‘‘กพฬีการาหาโร น ชานาติ ‘จาตุมหาภูติกกายํ วฑฺเฒมี’ติ, กาโยปิ น ชานาติ ‘กพฬีการาหาโร มํ วฑฺเฒตี’’’ติ, เอวํ สมฺโมหํ ปหาย ปริภุญฺชิตพฺโพ. สติสมฺปชญฺญวเสนาปิ เจส อสมฺมูเฬฺหเนว หุตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ‘‘อโห วต มยํ ปุนปิ เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาเทยฺยามา’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา ขาทึสุ, ปตฺถนํ ปน วีติวตฺตาว หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปณีตโภชนํ ลทฺธา ‘อโห วตาหํ เสฺวปิ ปุนทิวเสปิ เอวรูปํ ลเภยฺยํ’, ลูขํ วา ปน ลทฺธา ‘‘หิยฺโย วิย เม อชฺช ปณีตโภชนํ น ลทฺธ’’นฺติ ปตฺถนํ วา อนุโสจนํ วา อกตฺวา นิตฺตเณฺหน –

‘‘อตีตํ นานุโสจามิ, นปฺปชปฺปามินาคตํ;

ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปมิ, เตน วณฺโณ ปสีทตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๙๐) –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน ‘‘ปจฺจุปฺปนฺเนเนว ยาเปสฺสามี’’ติ ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ‘‘เอตฺตกํ กนฺตาเร ขาทิตฺวา อวสิฏฺฐํ กนฺตารํ อติกฺกมฺม โลณมฺพิลาทีหิ โยเชตฺวา ขาทิสฺสามา’’ติ สนฺนิธึ อกํสุ, กนฺตารปริโยสาเน ปน ‘‘ปุเร มหาชโน ปสฺสตี’’ติ ภูมิยํ วา นิขณึสุ, อคฺคินา วา ฌาปยึสุ, เอวเมว –

‘‘อนฺนานมโถ ปานานํ,

ขาทนียานํ อโถปิ วตฺถานํ;

ลทฺธา น สนฺนิธึ กยิรา,

น จ ปริตฺตเส ตานิ อลภมาโน’’ติ. (สุ. นิ. ๙๓๐); –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน จตูสุ ปจฺจเยสุ ยํ ยํ ลภติ, ตโต ตโต อตฺตโน ยาปนมตฺตํ คเหตฺวา, เสสํ สพฺรหฺมจารีนํ วิสฺสชฺเชตฺวา สนฺนิธึ ปริวชฺชนฺเตน ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘โกจิ อญฺโญ อเมฺห วิย เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาทิตุํ น ลภตี’’ติ มานํ วา ทปฺปํ วา อกํสุ, นิหตมานา ปน นิหตทปฺปา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปณีตโภชนํ ลภิตฺวา ‘‘อหมสฺมิ ลาภี จีวรปิณฺฑปาตาทีน’’นฺติ น มาโน วา ทปฺโป วา กาตพฺโพ. ‘‘นายํ ปพฺพชฺชา จีวราทิเหตุ, อรหตฺตเหตุ ปนายํ ปพฺพชฺชา’’ติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา นิหตมานทปฺเปเนว ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต ‘‘กึ อิมินา อโลเณน อนมฺพิเลน อธูปิเตน ทุคฺคนฺเธนา’’ติ หีเฬตฺวา น ขาทึสุ, หีฬนํ ปน วีติวตฺตา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ‘‘กึ อิมินา อสฺสโคณภตฺตสทิเสน ลูเขน นิรเสน, สุวานโทณิยํ ตํ ปกฺขิปถา’’ติ เอวํ ปิณฺฑปาตํ วา ‘‘โก อิมํ ภุญฺชิสฺสติ, กากสุนขาทีนํ เทหี’’ติ เอวํ ทายกํ วา อหีเฬนฺเตน –

‘‘ส ปตฺตปาณิ วิจรนฺโต, อมูโค มูคสมฺมโต;

อปฺปํ ทานํ น หีเฬยฺย, ทาตารํ นาวชานิยา’’ติ. (สุ. นิ. ๗๑๘); –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘ตุยฺหํ ภาโค, มยฺหํ ภาโค, ตว ปุตฺโต มม ปุตฺโต’’ติ อญฺญมญฺญํ อติมญฺญึสุ, สมคฺคา ปน, สมฺโมทมานา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมวํ ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ยถา เอกจฺโจ ‘‘โก ตุมฺหาทิสานํ ทสฺสติ นิกฺการณา อุมฺมาเรสุ ปกฺขลนฺตานํ อาหิณฺฑนฺตานํ วิชาตมาตาปิ โว ทาตพฺพํ น มญฺญติ, มยํ ปน คตคตฏฺฐาเน ปณีตานิ จีวราทีนิ ลภามา’’ติ สีลวนฺเต สพฺรหฺมจารี อติมญฺญติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘โส เตน ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต อญฺเญ เปสเล ภิกฺขู อติมญฺญติ. ตญฺหิ ตสฺส, ภิกฺขเว, โมฆปุริสสฺส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๖๑).

เอวํ กญฺจิ อนติมญฺญิตฺวา สพฺเพหิ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ สมคฺเคน สมฺโมทมาเนน หุตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.

ปริญฺญาเตติ ญาตปริญฺญา ตีรณปริญฺญา ปหานปริญฺญาติ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. กถํ? อิธ ภิกฺขุ ‘‘กพฬีการาหาโร นาม อยํ สวตฺถุกวเสน โอชฏฺฐมกรูปํ โหติ, โอชฏฺฐมกรูปํ กตฺถ ปฏิหญฺญติ? ชิวฺหาปสาเท, ชิวฺหาปสาโท กินฺนิสฺสิโต? จตุมหาภูตนิสฺสิโต. อิติ โอชฏฺฐมกํ ชิวฺหาปสาโท ตสฺส ปจฺจยานิ มหาภูตานีติ อิเม ธมฺมา รูปกฺขนฺโธ นาม, ตํ ปริคฺคณฺหโต อุปฺปนฺนา ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา. อิติ สพฺเพปิเม ปญฺจกฺขนฺธา สงฺเขปโต นามรูปมตฺตํ โหตี’’ติ ปชานาติ. โส เต ธมฺเม สรสลกฺขณโต ววตฺถเปตฺวา เตสํ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต อนุโลมปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปสฺสติ. เอตฺตาวตาเนน กพฬีการาหารมุเขน สปฺปจฺจยสฺส นามรูปสฺส ยาถาวโต ทิฏฺฐตฺตา กพฬีการาหาโร ญาตปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหติ. โส ตเทว สปฺปจฺจยํ นามรูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ตีณิ ลกฺขณานิ อาโรเปตฺวา สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน สมฺมสติ. เอตฺตาวตาเนน โส ติลกฺขณปฏิเวธสมฺมสนญาณสงฺขาตาย ตีรณปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหติ. ตสฺมึเยว นามรูเป ฉนฺทราคาวกฑฺฒเนน อนาคามิมคฺเคน ปริชานตา ปหานปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหตีติ.

ปญฺจกามคุณิโกติ ปญฺจกามคุณสมฺภโว ราโค ปริญฺญาโต โหติ. เอตฺถ ปน ติสฺโส ปริญฺญา เอกปริญฺญา สพฺพปริญฺญา มูลปริญฺญาติ. กตมา เอกปริญฺญา? โย ภิกฺขุ ชิวฺหาทฺวาเร เอกรสตณฺหํ ปริชานาติ, เตน ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโตว โหตีติ. กสฺมา? ตสฺสาเยว ตตฺถ อุปฺปชฺชนโต. สาเยว หิ ตณฺหา จกฺขุทฺวาเร อุปฺปนฺนา รูปราโค นาม โหติ, โสตทฺวาราทีสุ อุปฺปนฺนา สทฺทราคาทโย. อิติ ยถา เอกสฺเสว โจรสฺส ปญฺจมคฺเค หนโต เอกสฺมึ มคฺเค คเหตฺวา สีเส ฉินฺเน ปญฺจปิ มคฺคา เขมา โหนฺติ, เอวํ ชิวฺหาทฺวาเร รสตณฺหาย ปริญฺญาตาย ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโต โหตีติ อยํ เอกปริญฺญา นาม.

กตมา สพฺพปริญฺญา? ปตฺเต ปกฺขิตฺตปิณฺฑปาตสฺมิญฺหิ เอกสฺมึเยว ปญฺจกามคุณิกราโค ลพฺภติ. กถํ? ปริสุทฺธํ ตาวสฺส วณฺณํ โอโลกยโต รูปราโค โหติ, อุเณฺห สปฺปิมฺหิ ตตฺถ อาสิญฺจนฺเต ปฏปฏาติ สทฺโท อุฏฺฐหติ, ตถารูปํ ขาทนียํ วา ขาทนฺตสฺส มุรุมุรูติ สทฺโท อุปฺปชฺชติ, ตํ อสฺสาทยโต สทฺทราโค. ชีรกาทิวสคนฺธํ อสฺสาเทนฺตสฺส คนฺธราโค, สาทุรสวเสน รสราโค. มุทุโภชนํ ผสฺสวนฺตนฺติ อสฺสาทยโต โผฏฺฐพฺพราโค. อิติ อิมสฺมึ อาหาเร สติสมฺปชญฺเญน ปริคฺคเหตฺวา นิจฺฉนฺทราคปริโภเคน ปริภุตฺเต สพฺโพปิ โส ปริญฺญาโต โหตีติ อยํ สพฺพปริญฺญา นาม.

กตมา มูลปริญฺญา? ปญฺจกามคุณิกราคสฺส หิ กพฬีการาหาโร มูลํ. กสฺมา? ตสฺมึ สติ ตสฺสุปฺปตฺติโต. พฺราหฺมณติสฺสภเย กิร ทฺวาทส วสฺสานิ ชายมฺปติกานํ อุปนิชฺฌานจิตฺตํ นาม นาโหสิ. กสฺมา? อาหารมนฺทตาย. ภเย ปน วูปสนฺเต โยชนสติโก ตมฺพปณฺณิทีโป ทารกานํ ชาตมงฺคเลหิ เอกมงฺคโล อโหสิ. อิติ มูลภูเต อาหาเร ปริญฺญาเต ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโตว โหตีติ อยํ มูลปริญฺญา นาม.

นตฺถิ ตํ สํโยชนนฺติ เตน ราเคน สทฺธึ ปหาเนกฏฺฐตาย ปหีนตฺตา นตฺถิ. เอวมยํ เทสนา ยาว อนาคามิมคฺคา กถิตา. ‘‘เอตฺตเกน ปน มา โวสานํ อาปชฺชึสู’’ติ เอเตสํเยว รูปาทีนํ วเสน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ยาว อรหตฺตา กเถตุํ วฏฺฏตีติ. ปฐมาหาโร (นิฏฺฐิโต).

ทุติเย นิจฺจมฺมาติ ขุรโต ปฏฺฐาย ยาว สิงฺคมูลา สกลสรีรโต อุทฺทาลิตจมฺมา กึสุกราสิวณฺณา. กสฺมา ปน อญฺญํ หตฺถิอสฺสโคณาทิอุปมํ อคเหตฺวา นิจฺจมฺมคาวูปมา คหิตาติ? ติติกฺขิตุํ อสมตฺถภาวทีปนตฺถํ. มาตุคาโม หิ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขเวทนํ ติติกฺขิตุํ อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ, เอวเมว ผสฺสาหาโร อพโล ทุพฺพโลติ ทสฺสนตฺถํ สทิสเมว อุปมํ อาหริ. กุฏฺฏนฺติ สิลากุฏฺฏาทีนํ อญฺญตรํ. กุฏฺฏนิสฺสิตา ปาณา นาม อุณฺณนาภิสรพูมูสิกาทโย. รุกฺขนิสฺสิตาติ อุจฺจาลิงฺคปาณกาทโย. อุทกนิสฺสิตาติ มจฺฉสุํสุมาราทโย. อากาสนิสฺสิตาติ ฑํสมกสกากกุลลาทโย. ขาเทยฺยุนฺติ ลุญฺจิตฺวา ขาเทยฺยุํ. สา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ตํ ตํฐานสนฺนิสฺสยมูลิกํ ปาณขาทนภยํ สมฺปสฺสมานา เนว อตฺตโน สกฺการสมฺมานํ, น ปิฏฺฐิปริกมฺมสรีรสมฺพาหนอุโณฺหทกานิ อิจฺฉติ, เอวเมว ภิกฺขุ ผสฺสาหารมูลกํ กิเลสปาณกขาทนภยํ สมฺปสฺสมาโน เตภูมกผสฺเสน อนตฺถิโก โหติ.

ผสฺเส, ภิกฺขเว, อาหาเร ปริญฺญาเตติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. อิธาปิ ติสฺโส ปริญฺญา. ตตฺถ ‘‘ผสฺโส สงฺขารกฺขนฺโธ, ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, จิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, เตสํ วตฺถารมฺมณานิ รูปกฺขนฺโธ’’ติ เอวํ สปฺปจฺจยสฺส นามรูปสฺส ยาถาวโต ทสฺสนํ ญาตปริญฺญา. ตตฺเถว ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน อนิจฺจาทิโต ตุลนํ ตีรณปริญฺญา. ตสฺมึเยว ปน นามรูเป ฉนฺทราคนิกฺกฑฺฒโน อรหตฺตมคฺโค ปหานปริญฺญา. ติสฺโส เวทนาติ เอวํ ผสฺสาหาเร ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต ติสฺโส เวทนา ปริญฺญาตาว โหนฺติ ตมฺมูลกตฺตา ตํสมฺปยุตฺตตฺตา จ. อิติ ผสฺสาหารวเสน เทสนา ยาว อรหตฺตา กถิตา. ทุติยาหาโร.

ตติเย องฺคารกาสูติ องฺคารานํ กาสุ. กาสูติ ราสิปิ วุจฺจติ อาวาโฏปิ.

‘‘องฺคารกาสุํ อปเร ผุณนฺติ,

นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา;

ภยญฺหิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา,

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๖๒); –

เอตฺถ ราสิ ‘‘กาสู’’ติ วุตฺโต.

‘‘กินฺนุ สนฺตรมาโนว, กาสุํ ขนสิ สารถี’’ติ? (ชา. ๒.๒๒.๓). –

เอตฺถ อาวาโฏ. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปโต. สาธิกโปริสาติ อติเรกโปริสา ปญฺจรตนปฺปมาณา. วีตจฺจิกานํ วีตธูมานนฺติ เอเตนสฺส มหาปริฬาหตํ ทสฺเสติ. ชาลาย วา หิ ธูเม วา สติ วาโต สมุฏฺฐาติ, ปริฬาโห มหา น โหติ, ตทภาเว วาตาภาวโต ปริฬาโห มหา โหติ. อารกาวสฺสาติ ทูเรเยว ภเวยฺย.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – องฺคารกาสุ วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ ทฏฺฐพฺพํ. ชีวิตุกาโม ปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต พาลปุถุชฺชโน. เทฺว พลวนฺโต ปุริสา วิย กุสลากุสลกมฺมํ. เตสํ ตํ ปุริสํ นานาพาหาสุ คเหตฺวา องฺคารกาสุํ อุปกฑฺฒนกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺส กมฺมายูหนกาโล. กมฺมญฺหิ อายูหิยมานเมว ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒติ นาม. องฺคารกาสุนิทานํ ทุกฺขํ วิย กมฺมนิทานํ วฏฺฏทุกฺขํ เวทิตพฺพํ.

ปริญฺญาเตติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. ปริญฺญาโยชนา ปเนตฺถ ผสฺเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ติสฺโส ตณฺหาติ กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหาติ อิมา ปริญฺญาตา โหนฺติ. กสฺมา? ตณฺหามูลกตฺตา มโนสญฺเจตนาย. น หิ เหตุมฺหิ อปฺปหีเน ผลํ ปหียติ. อิติ มโนสญฺเจตนาหารวเสนปิ ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตา. ตติยาหาโร.

จตุตฺเถ อาคุจารินฺติ ปาปจารึ โทสการกํ. กถํ โส ปุริโสติ โส ปุริโส กถํภูโต, กึ ยาเปติ, น ยาเปตีติ ปุจฺฉติ? ตเถว เทว ชีวตีติ ยถา ปุพฺเพ, อิทานิปิ ตเถว ชีวติ.

เอวเมว โขติ อิธาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ราชา วิย หิ กมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ, อาคุจารี ปุริโส วิย วฏฺฏสนฺนิสฺสิโต พาลปุถุชฺชโน, ตีณิ สตฺติสตานิ วิย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ, อาคุจารึ ปุริสํ ‘‘ตีหิ สตฺติสเตหิ หนถา’’ติ รญฺญา อาณตฺตกาโล วิย กมฺมรญฺญา วฏฺฏสนฺนิสฺสิตปุถุชฺชนํ คเหตฺวา ปฏิสนฺธิยํ ปกฺขิปนกาโล. ตตฺถ กิญฺจาปิ ตีณิ สตฺติสตานิ วิย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ, สตฺตีสุ ปน ทุกฺขํ นตฺถิ, สตฺตีหิ ปหฏวณมูลกํ ทุกฺขํ, เอวเมว ปฏิสนฺธิยมฺปิ ทุกฺขํ นตฺถิ, ทินฺนาย ปน ปฏิสนฺธิยา ปวตฺเต วิปากทุกฺขํ สตฺติปหฏวณมูลกํ ทุกฺขํ วิย โหติ.

ปริญฺญาเตติ ตีเหว ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. อิธาปิ ปริญฺญาโยชนา ผสฺสาหาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. นามรูปนฺติ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ. วิญฺญาณสฺมิญฺหิ ปริญฺญาเต ตํ ปริญฺญาตเมว โหติ ตมฺมูลกตฺตา สหุปฺปนฺนตฺตา จ. อิติ วิญฺญาณาหารวเสนปิ ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตาติ. จตุตฺถาหาโร. ตติยํ.

๔. อตฺถิราคสุตฺตวณฺณนา

๖๔. จตุตฺเถ ราโคติอาทีนิ โลภสฺเสว นามานิ. โส หิ รญฺชนวเสน ราโค, นนฺทนวเสน นนฺที, ตณฺหายนวเสน ตณฺหาติ วุจฺจติ. ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรูฬฺหนฺติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย ปติฏฺฐิตญฺเจว วิรูฬฺหญฺจ. ยตฺถาติ เตภูมกวฏฺเฏ ภุมฺมํ, สพฺพตฺถ วา ปุริมปุริมปเท เอตํ ภุมฺมํ. อตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุทฺธีติ อิทํ อิมสฺมึ วิปากวฏฺเฏ ฐิตสฺส อายติวฏฺฏเหตุเก สงฺขาเร สนฺธาย วุตฺตํ. ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ ยสฺมึ ฐาเน อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ อตฺถิ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – รชกจิตฺตการา วิย หิ สหกมฺมสมฺภารํ กมฺมํ, ผลกภิตฺติทุสฺสปฏา วิย เตภูมกวฏฺฏํ. ยถา รชกจิตฺตการา ปริสุทฺเธสุ ผลกาทีสุ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺติ, เอวเมว สสมฺภารกกมฺมํ ภเวสุ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ตตฺถ ยถา อกุสเลน จิตฺตกาเรน สมุฏฺฐาปิตํ รูปํ วิรูปํ โหติ ทุสฺสณฺฐิตํ อมนาปํ, เอวเมว เอกจฺโจ กมฺมํ กโรนฺโต ญาณวิปฺปยุตฺเตน จิตฺเตน กโรติ, ตํ กมฺมํ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺตํ จกฺขาทีนํ สมฺปตฺตึ อทตฺวา ทุพฺพณฺณํ ทุสฺสณฺฐิตํ มาตาปิตูนมฺปิ อมนาปํ รูปํ สมุฏฺฐาเปติ. ยถา ปน กุสเลน จิตฺตกาเรน สมุฏฺฐาปิตํ รูปํ สุรูปํ โหติ สุสณฺฐิตํ มนาปํ, เอวเมว เอกจฺโจ กมฺมํ กโรนฺโต ญาณสมฺปยุตฺเตน จิตฺเตน กโรติ, ตํ กมฺมํ รูปํ สมุฏฺฐาเปนฺตํ จกฺขาทีนํ สมฺปตฺตึ ทตฺวา สุวณฺณํ สุสณฺฐิตํ อลงฺกตปฏิยตฺตํ วิย รูปํ สมุฏฺฐาเปติ.

เอตฺถ จ อาหารํ วิญฺญาเณน สทฺธึ สงฺขิปิตฺวา อาหารนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, วิปากวิธึ นามรูเปน สงฺขิปิตฺวา นามรูปสงฺขารานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, สงฺขารานญฺจ อายติภวสฺส จ อนฺตเร เอโก สนฺธีติ เวทิตพฺโพ.

กูฏาคารนฺติ เอกกณฺณิกํ คาหาเปตฺวา กตํ อคารํ. กูฏาคารสาลาติ เทฺว กณฺณิเก คเหตฺวา กตสาลา. เอวเมว โขติ เอตฺถ ขีณาสวสฺส กมฺมํ สูริยรสฺมิสมํ เวทิตพฺพํ. สูริยรสฺมิ ปน อตฺถิ, สา เกวลํ ปติฏฺฐาย อภาเวน อปฺปติฏฺฐา นาม ชาตา, ขีณาสวสฺส กมฺมํ นตฺถิตาย เอว อปฺปติฏฺฐํ. ตสฺส หิ กายาทโย อตฺถิ, เตหิ ปน กตกมฺมํ กุสลากุสลํ นาม น โหติ, กิริยมตฺเต ฐตฺวา อวิปากํ โหติ. เอวมสฺส กมฺมํ นตฺถิตาย เอว อปฺปติฏฺฐํ นาม ชาตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. นครสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ปญฺจเม นามรูเป โข สติ วิญฺญาณนฺติ เอตฺถ ‘‘สงฺขาเรสุ สติ วิญฺญาณ’’นฺติ จ ‘‘อวิชฺชาย สติ สงฺขารา’’ติ จ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ตทุภยมฺปิ น วุตฺตํ. กสฺมา? อวิชฺชาสงฺขารา หิ ตติโย ภโว, เตหิ สทฺธึ อยํ วิปสฺสนา น ฆฏียติ. มหาปุริโส หิ ปจฺจุปฺปนฺนปญฺจโวการวเสน อภินิวิฏฺโฐติ.

นนุ จ อวิชฺชาสงฺขาเรสุ อทิฏฺเฐสุ น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุนฺติ. สจฺจํ น สกฺกา, อิมินา ปน เต ภวอุปาทานตณฺหาวเสน ทิฏฺฐาว. ตสฺมา ยถา นาม โคธํ อนุพนฺธนฺโต ปุริโส ตํ กูปํ ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา โอตริตฺวา ปวิฏฺฐฏฺฐานํ ขณิตฺวา โคธํ คเหตฺวา ปกฺกเมยฺย, น ปรภาคํ ขเนยฺย, กสฺมา? กสฺสจิ นตฺถิตาย. เอวํ มหาปุริโสปิ โคธํ อนุพนฺธนฺโต ปุริโส วิย โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน ชรามรณโต ปฏฺฐาย ‘‘อิมสฺส อยํ ปจฺจโย, อิมสฺส อยํ ปจฺจโย’’ติ ปริเยสนฺโต ยาว นามรูปธมฺมานํ ปจฺจยํ ทิสฺวา ตสฺสปิ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต วิญฺญาณเมว อทฺทส. ตโต ‘‘เอตฺตโก ปญฺจโวการภววเสน สมฺมสนจาโร’’ติ วิปสฺสนํ ปฏินิวตฺเตสิ, ปรโต ตุจฺฉกูปสฺส อภินฺนฏฺฐานํ วิย อวิชฺชาสงฺขารทฺวยํ อตฺถิ, ตเทตํ เหฏฺฐา วิปสฺสนาย คหิตตฺตา ปาฏิเยกฺกํ สมฺมสนูปคํ น โหตีติ น อคฺคเหสิ.

ปจฺจุทาวตฺตตีติ ปฏินิวตฺตติ. กตมํ ปเนตฺถ วิญฺญาณํ ปจฺจุทาวตฺตตีติ? ปฏิสนฺธิวิญฺญาณมฺปิ วิปสฺสนาวิญฺญาณมฺปิ. ตตฺถ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ปจฺจยโต ปฏินิวตฺตติ, วิปสฺสนาวิญฺญาณํ อารมฺมณโต. อุภยมฺปิ นามรูปํ นาติกฺกมติ, นามรูปโต ปรํ น คจฺฉติ. เอตฺตาวตา ชาเยถ วาติอาทีสุ วิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, นามรูเป วิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, ทฺวีสุปิ อญฺญมญฺญปจฺจเยสุ โหนฺเตสุ เอตฺตเกน ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วา. อิโต หิ ปรํ กิมญฺญํ ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วา, นนุ เอตเทว ชายติ จ อุปปชฺชติ จาติ?

เอวํ สทฺธึ อปราปรจุติปฏิสนฺธีหิ ปญฺจ ปทานิ ทสฺเสตฺวา ปุน ตํ เอตฺตาวตาติ วุตฺตมตฺถํ นิยฺยาเตนฺโต ยทิทํ นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ วตฺวา ตโต ปรํ อนุโลมปจฺจยาการวเสน วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปมูลกํ อายติชรามรณํ ทสฺเสตุํ นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติอาทิมาห.

อญฺชสนฺติ มคฺคสฺเสว เววจนํ. อุทฺธาปวนฺตนฺติ อาปโต อุคฺคตตฺตา อุทฺธาปนฺติ ลทฺธโวหาเรน ปาการวตฺถุนา สมนฺนาคตํ. รมณียนฺติ สมนฺตา จตุนฺนํ ทฺวารานํ อพฺภนฺตเร จ นานาภณฺฑานํ สมฺปตฺติยา รมณียํ. มาเปหีติ มหาชนํ เปเสตฺวา วาสํ กาเรหิ. มาเปยฺยาติ วาสํ กาเรยฺย. กาเรนฺโต จ ปฐมํ อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย เปเสตฺวา ‘‘สมฺปุณฺณ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ปญฺจกุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ปญฺจปญฺญาสกุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ตึส กุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรํ กุลสหสฺสํ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ เอกาทสนหุตานิ กุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ จตุราสีติกุลสหสฺสานิ เปเสยฺย. ปุน ‘‘สมฺปุณฺณ’’นฺติ ปุจฺฉิเต, ‘‘มหาราช, กึ วเทสิ? มหนฺตํ นครํ อสมฺพาธํ, อิมินา นเยน กุลานิ เปเสตฺวา น สกฺกา ปูเรตุํ, เภรึ ปน จราเปตฺวา ‘อมฺหากํ นครํ อิมาย จ อิมาย จ สมฺปตฺติยา สมฺปนฺนํ, เย ตตฺถ วสิตุกามา, ยถาสุขํ คจฺฉนฺตุ, อิมญฺจิมญฺจ ปริหารํ ลภิสฺสนฺตี’ติ นครสฺส เจว วณฺณํ โลกสฺส จ ปริหารลาภํ โฆสาเปถา’’ติ วเทยฺย. โส เอวํ กเรยฺย. ตโต มนุสฺสา นครคุณญฺเจว ปริหารลาภญฺจ สุตฺวา สพฺพทิสาหิ สโมสริตฺวา นครํ ปูเรยฺยุํ. ตํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว อสฺส ผีตญฺจ. ตํ สนฺธาย ตทสฺส นครํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจาติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ อิทฺธนฺติ สมิทฺธํ สุภิกฺขํ. ผีตนฺติ สพฺพสมฺปตฺตีหิ ปุปฺผิตํ. พาหุชญฺญนฺติ พหูหิ ญาตพฺพํ, พหุชนานํ หิตํ วา. ‘‘พหุชน’’นฺติปิ ปาโฐ. อากิณฺณมนุสฺสนฺติ มนุสฺเสหิ อากิณฺณํ นิรนฺตรํ ผุฏฺฐํ. วุฑฺฒิเวปุลฺลปฺปตฺตนฺติ วุฑฺฒิปฺปตฺตญฺเจว เวปุลฺลปฺปตฺตญฺจ, เสฏฺฐภาวญฺเจว วิปุลภาวญฺจ ปตฺตํ, ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ อคฺคนครํ ชาตนฺติ อตฺโถ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อรญฺญปวเน จรมานปุริโส วิย หิ ทีปงฺกรปาทมูลโต ปฏฺฐาย ปารมิโย ปูรยมาโน มหาปุริโส ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺส ปุริสสฺส ปุพฺพเกหิ มนุสฺเสหิ อนุยาตมคฺคทสฺสนํ วิย มหาสตฺตสฺส อนุปุพฺเพน โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส ปุพฺพภาเค อฏฺฐงฺคิกสฺส วิปสฺสนามคฺคสฺส ทสฺสนํ, ปุริสสฺส ตํ เอกปทิกมคฺคํ อนุคจฺฉโต อปรภาเค มหามคฺคทสฺสนํ วิย มหาสตฺตสฺส อุปริวิปสฺสนาย จิณฺณนฺเต โลกุตฺตรมคฺคทสฺสนํ, ปุริสสฺส เตเนว มคฺเคน คจฺฉโต ปุรโต นครทสฺสนํ วิย ตถาคตสฺส นิพฺพานนครทสฺสนํ, พหินครํ ปเนตฺถ อญฺเญน ทิฏฺฐํ, อญฺเญน มนุสฺสวาสํ กตํ, นิพฺพานนครํ สตฺถา สยเมว ปสฺสิ, สยํ วาสมกาสิ. ตสฺส ปุริสสฺส จตุนฺนํ ทฺวารานํ ทิฏฺฐกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุนฺนํ มคฺคานํ ทิฏฺฐกาโล, ตสฺส จตูหิ ทฺวาเรหิ นครํ ปวิฏฺฐกาโล วิย ตถาคตสฺส จตูหิ มคฺเคหิ นิพฺพานํ ปวิฏฺฐกาโล, ตสฺส นครพฺภนฺตเร ภณฺฑววตฺถานกาโล วิย ตถาคตสฺส ปจฺจเวกฺขณญาเณน ปโรปณฺณาสกุสลธมฺมววตฺถานกาโล. นครสฺส อคารกรณตฺถํ กุลปริเยสนกาโล วิย สตฺถุ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เวเนยฺยสตฺเต โวโลกนกาโล, เตน ปุริเสน ยาจิตสฺส รญฺโญ เอกํ มหากุฏุมฺพิกํ ทิฏฺฐกาโล วิย มหาพฺรหฺมุนา ยาจิตสฺส ภควโต อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรํ ทิฏฺฐกาโล, รญฺโญ มหากุฏุมฺพิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘นครวาสํ กโรหี’’ติ ปหิตกาโล วิย ภควโต เอกสฺมึ ปจฺฉาภตฺเต อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา อาสาฬฺหิปุณฺณมทิวเส พาราณสิยํ อิสิปตนํ ปวิสิตฺวา เถรํ กายสกฺขึ กตฺวา ธมฺมํ เทสิตกาโล, มหากุฏุมฺพิเกน อฏฺฐารส ปุริสโกฏิโย คเหตฺวา นครํ อชฺฌาวุฏฺฐกาโล วิย ตถาคเตน ธมฺมจกฺเก ปวตฺติเต เถรสฺส อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตกาโล, เอวํ นิพฺพานนครํ ปฐมํ อาวาสิตํ, ตโต สมฺปุณฺณํ นครนฺติ ปุจฺฉิตฺวา น ตาวาติ วุตฺเต ปญฺจ กุลานิ อาทึ กตฺวา ยาว จตุราสีติกุลสหสฺสเปสนํ วิย ตถาคตสฺส ปญฺจมทิวสโต ปฏฺฐาย อนตฺตลกฺขณสุตฺตาทีนิ เทเสตฺวา ปญฺจวคฺคิเย อาทึ กตฺวา ยสปมุขา ปญฺจปณฺณาส กุลปุตฺตา, ตึส ภทฺทวคฺคิยา, สหสฺสปุราณชฏิลา, พิมฺพิสารปมุขานิ เอกาทสปุริสนหุตานิ, ติโรกุฏฺฏานุโมทเน จตุราสีติสหสฺสานีติ เอตฺตกสฺส ชนสฺส อริยมคฺคํ โอตาเรตฺวา นิพฺพานนครํ เปสิตกาโล, อถ เตน นเยน นคเร อปูริยมาเน เภรึ จราเปตฺวา นครสฺส วณฺณโฆสนํ กุลานํ ปริหารลาภโฆสนํ วิย จ มาสสฺส อฏฺฐ ทิวเส ตตฺถ ตตฺถ นิสีทิตฺวา ธมฺมกถิกานํ นิพฺพานวณฺณสฺส เจว นิพฺพานปฺปตฺตานํ ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณานิสํสสฺส จ โฆสนํ, ตโต สพฺพทิสาหิ อาคนฺตฺวา มนุสฺสานํ นครสโมสรณํ วิย ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมกถํ สุตฺวา ตโต ตโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชฺชํ อาทึ กตฺวา อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนานํ อปริมาณานํ กุลปุตฺตานํ นิพฺพานสโมสรณํ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุราณํ มคฺคนฺติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ. อยญฺหิ อริยมคฺโค ปวารณสุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๒๑๕) อวตฺตมานกฏฺเฐน ‘‘อนุปฺปนฺนมคฺโค’’ติ วุตฺโต, อิมสฺมึ สุตฺเต อวฬญฺชนฏฺเฐน ‘‘ปุราณมคฺโค’’ติ. พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สกลสาสนํ. อิทฺธนฺติ ฌานสฺสาเทน สมิทฺธํ สุภิกฺขํ. ผีตนฺติ อภิญฺญาภรเณหิ ปุปฺผิตํ. วิตฺถาริกนฺติ วิตฺถิณฺณํ. พาหุชญฺญนฺติ พหุชนวิญฺเญยฺยํ. ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตนฺติ ยาว ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวมนุสฺเสหิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ, เอตสฺมึ อนฺตเร สุปฺปกาสิตํ สุเทสิตํ ตถาคเตนาติ. ปญฺจมํ.

๖. สมฺมสสุตฺตวณฺณนา

๖๖. ฉฏฺเฐ อามนฺเตสีติ กสฺมา อามนฺเตสิ? ยสฺมาสฺส สุขุมา ติลกฺขณาหตา ธมฺมเทสนา อุปฏฺฐาสิ. ตสฺมึ กิร ชนปเท มนุสฺสา สเหตุกา ปญฺญวนฺโต. สินิทฺธานิ กิเรตฺถ โภชนานิ, ตานิเสวโต ชนสฺส ปญฺญา วฑฺฒติ, เต คมฺภีรํ ติลกฺขณาหตํ ธมฺมกถํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถา โหนฺติ. เตเนว ภควา ทีฆมชฺฌิเมสุ มหาสติปฏฺฐานานิ (ที. นิ. ๒.๓๗๒ อาทโย) มหานิทานํ (ที. นิ. ๒.๙๕ อาทโย), อาเนญฺชสปฺปายํ (ม. นิ. ๓.๖๖ อาทโย), สํยุตฺตเก จูฬนิทานาทิสุตฺตนฺติ เอวมาทีนิ อญฺญานิ คมฺภีรานิ สุตฺตานิ ตตฺเถว กเถสิ. สมฺมสถ โนติ สมฺมสถ นุ. อนฺตรํ สมฺมสนฺติ อพฺภนฺตรํ ปจฺจยสมฺมสนํ. น โส ภิกฺขุ ภควโต จิตฺตํ อาราเธสีติ ปจฺจยาการวเสน พฺยาการาเปตุกามสฺส ภควโต ตถา อพฺยากริตฺวา ทฺวตฺตึสาการวเสน พฺยากโรนฺโต อชฺฌาสยํ คเหตุํ นาสกฺขิ.

เอตทโวจาติ เทสนา ยถานุสนฺธึ น คตา, เทสนาย ยถานุสนฺธิคมนตฺถํ เอตทโวจ. เตนหานนฺท, สุณาถาติ อิทํ เตปิฏเก พุทฺธวจเน อสมฺภินฺนปทํ. อญฺญตฺถ หิ เอวํ วุตฺตํ นาม นตฺถิ. อุปธินิทานนฺติ ขนฺธุปธินิทานํ. ขนฺธปญฺจกเญฺหตฺถ อุปธีติ อธิปฺเปตํ. อุปฺปชฺชตีติ ชายติ. นิวิสตีติ ปุนปฺปุนํ ปวตฺติวเสน ปติฏฺฐหติ.

ยํ โข โลเก ปิยรูปํ สาตรูปนฺติ ยํ โลกสฺมึ ปิยสภาวญฺเจว มธุรสภาวญฺจ. จกฺขุํ โลเกติอาทีสุ โลกสฺมิญฺหิ จกฺขาทีสุ มมตฺเตน อภินิวิฏฺฐา สตฺตา สมฺปตฺติยํ ปติฏฺฐิตา อตฺตโน จกฺขุํ อาทาสาทีสุ นิมิตฺตคฺคหณานุสาเรน วิปฺปสนฺนปญฺจปสาทํ สุวณฺณวิมาเน อุคฺฆาฏิตมณิสีหปญฺชรํ วิย มญฺญนฺติ, โสตํ รชตปนาฬิกํ วิย ปามงฺคสุตฺตํ วิย จ มญฺญนฺติ, ตุงฺคนาสาติ ลทฺธโวหารํ ฆานํ วฏฺเฏตฺวา ฐปิตหริตาลวฏฺฏึ วิย มญฺญนฺติ, ชิวฺหํ รตฺตกมฺพลปฏลํ วิย มุทุสินิทฺธมธุรรสทํ มญฺญนฺติ, กายํ สาลลฏฺฐึ วิย สุวณฺณโตรณํ วิย จ มญฺญนฺติ, มนํ อญฺเญสํ มเนน อสทิสํ อุฬารํ มญฺญนฺติ.

นิจฺจโต อทฺทกฺขุนฺติ นิจฺจนฺติ อทฺทสํสุ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. น ปริมุจฺจึสุ ทุกฺขสฺมาติ สกลสฺมาปิ วฏฺฏทุกฺขา น ปริมุจฺจึสุ. ทกฺขิสฺสนฺตีติ ปสฺสิสฺสนฺติ. อาปานียกํโสติ สรกสฺส นามํ. ยสฺมา ปเนตฺถ อาปํ ปิวนฺติ, ตสฺมา ‘‘อาปานีโย’’ติ วุจฺจติ. อาปานีโย จ โส กํโส จาติ อาปานียกํโส. สุรามณฺฑสรกสฺเสตํ นามํ. ‘‘วณฺณสมฺปนฺโน’’ติอาทิวจนโต ปน กํเส ฐิตปานเมว เอวํ วุตฺตํ. ฆมฺมาภิตตฺโตติ ฆมฺเมน อภิตตฺโต. ฆมฺมปเรโตติ ฆมฺเมน ผุฏฺโฐ, อนุคโตติ อตฺโถ. ปิวโต หิ โข ตํ ฉาเทสฺสตีติ ปิวนฺตสฺส ตํ ปานียํ วณฺณาทิสมฺปตฺติยา รุจฺจิสฺสติ, สกลสรีรํ วา ผริตฺวา ตุฏฺฐึ อุปฺปาทยมานํ ฐสฺสติ. อปฺปฏิสงฺขาติ อปจฺจเวกฺขิตฺวา.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อาปานียกํโส วิย หิ โลเก ปิยรูปํ สาตรูปํ อารมฺมณํ ทฏฺฐพฺพํ, ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต ปุถุชฺชโน, อาปานียกํเสน นิมนฺตนปุริโส วิย โลเก ปิยรูเปน สาตรูเปน อารมฺมเณน นิมนฺตกชโน, อาปานียกํเส สมฺปตฺติญฺจ อาทีนวญฺจ อาโรเจนฺโต อาปานกมนุสฺโส วิย อาจริยุปชฺฌายาทิโก กลฺยาณมิตฺโต. ยเถว หิ ตสฺส ปุริสสฺส อปโลกิตมนุสฺโส อาปานียกํเส คุณญฺจ อาทีนวญฺจ อาโรเจติ, เอวเมว อาจริโย วา อุปชฺฌาโย วา ภิกฺขุโน ปญฺจสุ กามคุเณสุ อสฺสาทญฺจ นิสฺสรณญฺจ กเถติ.

ตตฺถ ยถา อาปานียกํสมฺหิ คุเณ จ อาทีนเว จ อาโรจิเต โส ปุริโส ปิยวณฺณาทิสมฺปทายเมว สญฺชาตเวโค ‘‘สเจ มรณํ ภวิสฺสติ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ สหสา อปฺปฏิสงฺขาย ตํ ปิวิตฺวา มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ นิคจฺฉติ, เอวเมว, ภิกฺขุ, ‘‘ปญฺจสุ กามคุเณสุ ทสฺสนาทิวเสน อุปฺปนฺนโสมนสฺสมตฺตเมว อสฺสาโท, อาทีนโว ปน ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิโก พหุ นานปฺปกาโร, อปฺปสฺสาทา กามา พหุทุกฺขา พหุปายาสา’’ติ เอวํ อาจริยุปชฺฌาเยหิ อานิสํสญฺจ อาทีนวญฺจ กเถตฺวา – ‘‘สมณปฏิปทํ ปฏิปชฺช, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร ภว โภชเน มตฺตญฺญู ชาคริยํ อนุยุตฺโต’’ติ เอวํ โอวทิโตปิ อสฺสาทพทฺธจิตฺตตาย ‘‘สเจ วุตฺตปฺปกาโร อาทีนโว ภวิสฺสติ, ปจฺฉา ชานิสฺสามี’’ติ อาจริยุปชฺฌาเย อปสาเทตฺวา อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีนิ เจว วตฺตปฏิปตฺติญฺจ ปหาย โลกามิสกถํ กเถนฺโต กาเม ปริภุญฺชิตุกามตาย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ. ตโต ทุจฺจริตานิ ปูเรนฺโต สนฺธิจฺเฉทนาทิกาเล ‘‘โจโร อย’’นฺติ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺสิโต อิเธว หตฺถปาทาทิเฉทนํ ปตฺวา สมฺปราเย จตูสุ อปาเยสุ มหาทุกฺขํ อนุโภติ.

ปานีเยน วา วิเนตุนฺติ สีเตน วารินา หริตุํ. ทธิมณฺฑเกนาติ ทธิมณฺฑนมตฺเตน. ภฏฺฐโลณิกายาติ สโลเณน สตฺตุปานีเยน. โลณโสวีรเกนาติ สพฺพธญฺญผลกฬีราทีนิ ปกฺขิปิตฺวา โลณโสวีรกํ นาม กโรนฺติ, เตน.

โอปมฺมสํสนฺทนํ ปเนตฺถ – ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส วิย วฏฺฏสนฺนิสฺสิตกาเล โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺส ปุริสสฺส ปฏิสงฺขา อาปานียกํสํ ปหาย ปานียาทีหิ ปิปาสสฺส วิโนทนํ วิย ภิกฺขุโน อาจริยุปชฺฌายานํ โอวาเท ฐตฺวา ฉทฺวาราทีนิ ปริคฺคเหตฺวา อนุกฺกเมน วิปสฺสนํ วฑฺเฒนฺตสฺส อรหตฺตผลาธิคโม, ปานียาทีนิ จตฺตาริ ปานานิ วิย หิ จตฺตาโร มคฺคา, เตสุ อญฺญตรํ ปิวิตฺวา สุราปิปาสิตํ วิโนเทตฺวา สุขิโน เยน กามํ คมนํ วิย ขีณาสวสฺส จตุมคฺคปานํ ปิวิตฺวา ตณฺหํ วิโนเทตฺวา อคตปุพฺพํ นิพฺพานทิสํ คมนกาโล เวทิตพฺโพ. ฉฏฺฐํ.

๗. นฬกลาปีสุตฺตวณฺณนา

๖๗. สตฺตเม กินฺนุ โข, อาวุโสติ กสฺมา ปุจฺฉติ? ‘‘เอวํ ปุฏฺโฐ กถํ นุ โข พฺยากเรยฺยา’’ติ. เถรสฺส อชฺฌาสยชานนตฺถํ. อปิจ อตีเต เทฺว อคฺคสาวกา อิมํ ปญฺหํ วินิจฺฉยึสูติ อนาคเต ภิกฺขู ชานิสฺสนฺตีติปิ ปุจฺฉติ. อิทาเนว โข มยนฺติ อิทํ เถโร ยสฺส นามรูปสฺส วิญฺญาณํ ปจฺจโยติ วุตฺตํ, ตเทว นามรูปํ วิญฺญาณสฺส ปจฺจโยติ วุตฺตตฺตา อาห. นฬกลาปิโยติ อิธ ปน อยกลาปาทิวเสน อุปมํ อนาหริตฺวา วิญฺญาณนามรูปานํ อพลทุพฺพลภาวทสฺสนตฺถํ อยํ อุปมา อาภตา.

นิโรโธ โหตีติ เอตฺตเก ฐาเน ปจฺจยุปฺปนฺนปญฺจโวการภววเสน เทสนา กถิตา. ฉตฺตึสาย วตฺถูหีติ เหฏฺฐา วิสฺสชฺชิเตสุ ทฺวาทสสุ ปเทสุ เอเกกสฺมึ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ฉตฺตึสาย การเณหิ. เอตฺถ จ ปฐโม ธมฺมกถิกคุโณ, ทุติยา ปฏิปตฺติ, ตติยํ ปฏิปตฺติผลํ. ตตฺถ ปฐมนเยน เทสนาสมฺปตฺติ กถิตา, ทุติเยน เสกฺขภูมิ, ตติเยน อเสกฺขภูมีติ. สตฺตมํ.

๘. โกสมฺพิสุตฺตวณฺณนา

๖๘. อฏฺฐเม อญฺญเตฺรวาติ เอกจฺโจ หิ ปรสฺส สทฺทหิตฺวา ยํ เอส ภณติ, ตํ ภูตนฺติ คณฺหาติ. อปรสฺส นิสีทิตฺวา จินฺเตนฺตสฺส ยํ การณํ รุจฺจติ, โส ‘‘อตฺถิ เอต’’นฺติ รุจิยา คณฺหาติ. เอโก ‘‘จิรกาลโต ปฏฺฐาย เอวํ อนุสฺสโว อตฺถิ, ภูตเมต’’นฺติ อนุสฺสเวน คณฺหาติ. อญฺญสฺส วิตกฺกยโต เอกํ การณํ อุปฏฺฐาติ, โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ อาการปริวิตกฺเกน คณฺหาติ. อปรสฺส จินฺตยโต เอกา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ, ยายสฺส ตํ การณํ นิชฺฌายนฺตสฺส ขมติ, โส ‘‘อตฺเถต’’นฺติ ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา คณฺหาติ. เถโร ปน ปญฺจปิ เอตานิ การณานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ปจฺจกฺขญาเณน ปฏิวิทฺธภาวํ ปุจฺฉนฺโต อญฺญเตฺรว, อาวุโส มุสิล, สทฺธายาติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญเตฺรวาติ สทฺธาทีนิ การณานิ ฐเปตฺวา, วินา เอเตหิ การเณหีติ อตฺโถ. ภวนิโรโธ นิพฺพานนฺติ ปญฺจกฺขนฺธนิโรโธ นิพฺพานํ.

ตุณฺหี อโหสีติ เถโร ขีณาสโว, อหํ ปน ขีณาสโวติ วา น วาติ วา อวตฺวา ตุณฺหีเยว อโหสิ. อายสฺมา นารโท อายสฺมนฺตํ ปวิฏฺฐํ เอตทโวจาติ กสฺมา อโวจ? โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภวนิโรโธ นิพฺพานํ นามาติ เสเขหิปิ ชานิตพฺโพ ปโญฺห เอส, อยํ ปน เถโร อิมํ เถรํ อเสขภูมิยา กาเรติ, อิมํ ฐานํ ชานาเปสฺสามี’’ติ เอตํ อโวจ.

สมฺมปฺปญฺญาย สุทิฏฺฐนฺติ สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สุฏฺฐุ ทิฏฺฐํ. น จมฺหิ อรหนฺติ อนาคามิมคฺเค ฐิตตฺตา อรหํ น โหมีติ ทีเปติ. ยํ ปนสฺส อิทานิ ‘‘ภวนิโรโธ นิพฺพาน’’นฺติ ญาณํ, ตํ เอกูนวีสติยา ปจฺจเวกฺขณญาเณหิ วิมุตฺตํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. อุทปาโนติ วีสตึสหตฺถคมฺภีโร ปานียกูโป. อุทกวารโกติ อุทกอุสฺสิญฺจนวารโก. อุทกนฺติ หิ โข ญาณํ อสฺสาติ ตีเร ฐิตสฺส โอโลกยโต เอวํ ญาณํ ภเวยฺย. น จ กาเยน ผุสิตฺวาติ อุทกํ ปน นีหริตฺวา กาเยน ผุสิตฺวา วิหริตุํ น สกฺกุเณยฺย. อุทปาเน อุทกทสฺสนํ วิย หิ อนาคามิโน นิพฺพานทสฺสนํ, ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส วิย อนาคามี, อุทกวารโก วิย อรหตฺตมคฺโค, ยถา ฆมฺมาภิตตฺตปุริโส อุทปาเน อุทกํ ปสฺสติ. เอวํ อนาคามี ปจฺจเวกฺขณญาเณน ‘‘อุปริ อรหตฺตผลสมโย นาม อตฺถี’’ติ ชานาติ. ยถา ปน โส ปุริโส อุทกวารกสฺส นตฺถิตาย อุทกํ นีหริตฺวา กาเยน ผุสิตุํ น ลภติ, เอวํ อนาคามี อรหตฺตมคฺคสฺส นตฺถิตาย นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อรหตฺตผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทิตุํ น ลภติ. อฏฺฐมํ.

๙. อุปยนฺติสุตฺตวณฺณนา

๖๙. นวเม อุปยนฺโตติ อุทกวฑฺฒนสมเย อุปริ คจฺฉนฺโต. มหานทิโยติ คงฺคายมุนาทิกา มหาสริตาโย. อุปยาเปตีติ อุปริ ยาเปติ, วฑฺเฒติ ปูเรตีติ อตฺโถ. อวิชฺชา อุปยนฺตีติ อวิชฺชา อุปริ คจฺฉนฺตี สงฺขารานํ ปจฺจโย ภวิตุํ สกฺกุณนฺตี. สงฺขาเร อุปยาเปตีติ สงฺขาเร อุปริ ยาเปติ วฑฺเฒติ. เอวํ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปยนฺโตติ อปคจฺฉนฺโต โอสรนฺโต. อวิชฺชา อปยนฺตีติ อวิชฺชา อปคจฺฉมานา โอสรมานา อุปริ สงฺขารานํ ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺกุณนฺตีติ อตฺโถ. สงฺขาเร อปยาเปตีติ สงฺขาเร อปคจฺฉาเปติ. เอส นโย สพฺพปเทสุ. นวมํ.

๑๐. สุสิมสุตฺตวณฺณนา

๗๐. ทสเม ครุกโตติ สพฺเพหิ เทวมนุสฺเสหิ ปาสาณจฺฉตฺตํ วิย จิตฺเตน ครุกโต. มานิโตติ มเนน ปิยายิโต. ปูชิโตติ จตุปจฺจยปูชาย ปูชิโต. อปจิโตติ นีจวุตฺติกรเณน อปจิโต. สตฺถารญฺหิ ทิสฺวา มนุสฺสา หตฺถิกฺขนฺธาทีหิ โอตรนฺติ มคฺคํ เทนฺติ, อํสกูฏโต สาฏกํ อปเนนฺติ, อาสนโต วุฏฺฐหนฺติ วนฺทนฺติ. เอวํ โส เตหิ อปจิโต นาม โหติ. สุสิโมติ เอวํนามโก เวทงฺเคสุ กุสโล ปณฺฑิตปริพฺพาชโก. เอหิ ตฺวนฺติ เตสํ กิร เอตทโหสิ – ‘‘สมโณ โคตโม น ชาติโคตฺตาทีนิ อาคมฺม ลาภคฺคปฺปตฺโต ชาโต, กวิเสฏฺโฐ ปเนส อุตฺตมกวิตาย สาวกานํ คนฺถํ พนฺธิตฺวา เทติ, ตํ เต อุคฺคณฺหิตฺวา อุปฏฺฐากานํ อุปนิสินฺนกถมฺปิ อนุโมทนมฺปิ สรภญฺญมฺปีติ เอวมาทีนิ กเถนฺติ, เต เตสํ ปสนฺนา ลาภํ อุปสํหรนฺติ. สเจ มยํ ยํ สมโณ โคตโม ชานาติ, ตโต โถกํ ชาเนยฺยาม, อตฺตโน สมยํ ตตฺถ ปกฺขิปิตฺวา มยมฺปิ อุปฏฺฐากานํ กเถยฺยาม, ตโต เอเตหิ ลาภิตรา ภเวยฺยาม. โก นุ โข สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ขิปฺปเมว อุคฺคณฺหิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ. เต เอวํ จินฺเตตฺวา ‘‘สุสิโม ปฏิพโล’’ติ ทิสฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาหํสุ.

เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ, ‘‘กสฺส นุ โข สนฺติกํ คนฺตฺวา อหํ อิมํ ธมฺมํ ขิปฺปํ ลทฺธุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ? ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม ครุ เตชุสฺสโท นิยมมนุยุตฺโต, น สกฺกา อกาเล อุปสงฺกมิตุํ, อญฺเญปิ พหู ขตฺติยาทโย สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมนฺติ, ตสฺมิมฺปิ สมเย น สกฺกา อุปสงฺกมิตุํ. สาวเกสุปิสฺส สาริปุตฺโต มหาปญฺโญ วิปสฺสนาลกฺขณมฺหิ เอตทคฺเค ฐปิโต, มหาโมคฺคลฺลาโน สมาธิลกฺขณสฺมึ เอตทคฺเค ฐปิโต, มหากสฺสโป ธุตงฺคธเรสุ อนุรุทฺโธ ทิพฺพจกฺขุเกสุ, ปุณฺโณ มนฺตาณิปุตฺโต ธมฺมกถิเกสุ, อุปาลิตฺเถโร วินยธเรสุ เอตทคฺเค ฐปิโต, อยํ ปน อานนฺโท พหุสฺสุโต ติปิฏกธโร, สตฺถาปิสฺส ตตฺถ ตตฺถ กถิตํ ธมฺมํ อาหริตฺวา กเถติ, ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอตทคฺเค ฐปิโต, อฏฺฐนฺนํ วรานํ ลาภี, จตูหิ อจฺฉริยพฺภุตธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, ตสฺส สมีปํ คโต ขิปฺปํ ธมฺมํ ลทฺธุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา สยํ อปพฺพาเชตฺวา อุปสงฺกมิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ติตฺถิยสมเย ปาฏิเยกฺโก ‘อหํ สตฺถา’ติ ปฏิชานนฺโต จรติ, ปพฺพชิตฺวา สาสนสฺส อลาภายปิ ปริสกฺเกยฺย. น โข ปนสฺสาหํ อชฺฌาสยํ อาชานามิ, สตฺถา ชานิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ตํ อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ. เตนหานนฺท, สุสิมํ ปพฺพาเชถาติ สตฺถา กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก ติตฺถิยสมเย ‘อหํ ปาฏิเยกฺโก สตฺถา’ติ ปฏิชานมาโน จรติ, ‘อิธ มคฺคพฺรหฺมจริยํ จริตุํ อิจฺฉามี’ติ กิร วทติ. กึ นุ โข มยิ ปสนฺโน, อุทาหุ มยฺหํ สาวเกสุ, อุทาหุ มยฺหํ วา มม สาวกานํ วา ธมฺมกถาย ปสนฺโน’’ติ? อถสฺส เอกฏฺฐาเนปิ ปสาทาภาวํ ญตฺวา, ‘‘อยํ มม สาสเน ธมฺมํ เถเนสฺสามีติ ปพฺพชติ. อิติสฺส อาคมนํ อปริสุทฺธํ; นิปฺผตฺติ นุ โข กีทิสา’’ติ? โอโลเกนฺโต ‘‘กิญฺจาปิ ‘ธมฺมํ เถเนสฺสามี’ติ ปพฺพชติ, กติปาเหเนว ปน ฆเฏตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘เตนหานนฺท, สุสิมํ ปพฺพาเชถา’’ติ อาห.

อญฺญา พฺยากตา โหตีติ เต กิร ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา เตมาสํ วสฺสํ วสนฺตา ตสฺมึเยว อนฺโตเตมาเส ฆเฏนฺตา วายมนฺตา อรหตฺตํ ปฏิลภึสุ. เต ‘‘ปฏิลทฺธคุณํ สตฺถุ อาโรเจสฺสามา’’ติ ปวาริตปวารณา เสนาสนํ สํสาเมตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา อตฺตโน ปฏิลทฺธคุณํ อาโรเจสุํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อญฺญาติ อรหตฺตสฺส นามํ. พฺยากตาติ อาโรจิตา. อสฺโสสีติ โส กิร โอหิตโสโต หุตฺวา เตสํ เตสํ ภิกฺขูนํ ฐิตฏฺฐานํ คจฺฉติ ตํ ตํ กถํ สุณิตุกาโม. เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? ตํ กิรสฺส ปวตฺตึ สุตฺวา เอตทโหสิ – ‘‘อญฺญา นาม อิมสฺมึ สาสเน ปรมปฺปมาณํ สารภูตา อาจริยมุฏฺฐิ มญฺเญ ภวิสฺสติ, ปุจฺฉิตฺวา นํ ชานิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา อุปสงฺกมิ.

อเนกวิหิตนฺติ อเนกวิธํ. อิทฺธิวิธนฺติ อิทฺธิโกฏฺฐาสํ. อาวิภาวํ ติโรภาวนฺติ อาวิภาวํ คเหตฺวา ติโรภาวํ, ติโรภาวํ คเหตฺวา อาวิภาวํ กาตุํ สกฺโกถาติ ปุจฺฉติ. ติโรกุฏฺฏนฺติ ปรกุฏฺฏํ. อิตรปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อุมฺมุชฺชนิมุชฺชนฺติ อุมฺมุชฺชนญฺจ นิมุชฺชนญฺจ. ปลฺลงฺเกนาติ ปลฺลงฺกพนฺธเนน. กมถาติ นิสีทิตุํ วา คนฺตุํ วา สกฺโกถาติ ปุจฺฉติ? ปกฺขี สกุโณติ ปกฺขยุตฺโต สกุโณ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน อิมสฺส อิทฺธิวิธสฺส, อิโต ปเรสํ ทิพฺพโสตาทีนญฺจ วณฺณนานโย วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตนเยน เวทิตพฺโพติ.

สนฺตา วิโมกฺขาติ องฺคสนฺตตาย เจว อารมฺมณสนฺตตาย จ สนฺตา อารุปฺปวิโมกฺขา. กาเยน ผุสิตฺวาติ นามกาเยน ผุสิตฺวา ปฏิลภิตฺวา. ปญฺญาวิมุตฺตา โข มยํ, อาวุโสติ, อาวุโส, มยํ นิชฺฌานกา สุกฺขวิปสฺสกา ปญฺญามตฺเตเนว วิมุตฺตาติ ทสฺเสติ. อาชาเนยฺยาสิ วา ตฺวํ, อาวุโส สุสิม, น วา ตฺวํ อาชาเนยฺยาสีติ กสฺมา เอวมาหํสุ? เอวํ กิร เนสํ อโหสิ – ‘‘มยํ อิมสฺส อชฺฌาสยํ คเหตฺวา กเถตุํ น สกฺขิสฺสาม, ทสพลํ ปน ปุจฺฉิตฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสตี’’ติ. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ วิปสฺสนาญาณํ, ตํ ปฐมตรํ อุปฺปชฺชติ. นิพฺพาเน ญาณนฺติ วิปสฺสนาย จิณฺณนฺเต ปวตฺตมคฺคญาณํ, ตํ ปจฺฉา อุปฺปชฺชติ. ตสฺมา ภควา เอวมาห.

อาชาเนยฺยาสิ วาติอาทิ กสฺมา วุตฺตํ? วินาปิ สมาธึ เอวํ ญาณุปฺปตฺติทสฺสนตฺถํ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – สุสิม, มคฺโค วา ผลํ วา น สมาธินิสฺสนฺโท, น สมาธิอานิสํโส, น สมาธิสฺส นิปฺผตฺติ, วิปสฺสนาย ปเนโส นิสฺสนฺโท, วิปสฺสนาย อานิสํโส, วิปสฺสนาย นิปฺผตฺติ, ตสฺมา ชาเนยฺยาสิ วา ตฺวํ, น วา ตฺวํ ชาเนยฺยาสิ, อถ โข ธมฺมฏฺฐิติญาณํ ปุพฺเพ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณนฺติ.

อิทานิสฺส ปฏิเวธภพฺพตํ ญตฺวา เตปริวฏฺฏํ ธมฺมเทสนํ เทเสนฺโต ตํ กึ มญฺญสิ, สุสิม? รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติอาทิมาห? เต ปริวฏฺฏเทสนาวสาเน ปน เถโร อรหตฺตํ ปตฺโต. อิทานิสฺส อนุโยคํ อาโรเปนฺโต ชาติปจฺจยา ชรามรณนฺติ, สุสิม, ปสฺสสีติอาทิมาห. อปิ ปน ตฺวํ, สุสิมาติ อิทํ กสฺมา อารภิ? นิชฺฌานกานํ สุกฺขวิปสฺสกภิกฺขูนํ ปากฏกรณตฺถํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – น เกวลํ ตฺวเมว นิชฺฌานโก สุกฺขวิปสฺสโก, เอเตปิ ภิกฺขู เอวรูปาเยวาติ. เสสํ สพฺพตฺถ ปากฏเมวาติ. ทสมํ.

มหาวคฺโค สตฺตโม.