๕. นครสุตฺตวณฺณนา

๖๕. ปญฺจเม นามรูเป โข สติ วิญฺญาณนฺติ เอตฺถ ‘‘สงฺขาเรสุ สติ วิญฺญาณ’’นฺติ จ ‘‘อวิชฺชาย สติ สงฺขารา’’ติ จ วตฺตพฺพํ ภเวยฺย, ตทุภยมฺปิ น วุตฺตํ. กสฺมา? อวิชฺชาสงฺขารา หิ ตติโย ภโว, เตหิ สทฺธึ อยํ วิปสฺสนา น ฆฏียติ. มหาปุริโส หิ ปจฺจุปฺปนฺนปญฺจโวการวเสน อภินิวิฏฺโฐติ.

นนุ จ อวิชฺชาสงฺขาเรสุ อทิฏฺเฐสุ น สกฺกา พุทฺเธน ภวิตุนฺติ. สจฺจํ น สกฺกา, อิมินา ปน เต ภวอุปาทานตณฺหาวเสน ทิฏฺฐาว. ตสฺมา ยถา นาม โคธํ อนุพนฺธนฺโต ปุริโส ตํ กูปํ ปวิฏฺฐํ ทิสฺวา โอตริตฺวา ปวิฏฺฐฏฺฐานํ ขณิตฺวา โคธํ คเหตฺวา ปกฺกเมยฺย, น ปรภาคํ ขเนยฺย, กสฺมา? กสฺสจิ นตฺถิตาย. เอวํ มหาปุริโสปิ โคธํ อนุพนฺธนฺโต ปุริโส วิย โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺโน ชรามรณโต ปฏฺฐาย ‘‘อิมสฺส อยํ ปจฺจโย, อิมสฺส อยํ ปจฺจโย’’ติ ปริเยสนฺโต ยาว นามรูปธมฺมานํ ปจฺจยํ ทิสฺวา ตสฺสปิ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต วิญฺญาณเมว อทฺทส. ตโต ‘‘เอตฺตโก ปญฺจโวการภววเสน สมฺมสนจาโร’’ติ วิปสฺสนํ ปฏินิวตฺเตสิ, ปรโต ตุจฺฉกูปสฺส อภินฺนฏฺฐานํ วิย อวิชฺชาสงฺขารทฺวยํ อตฺถิ, ตเทตํ เหฏฺฐา วิปสฺสนาย คหิตตฺตา ปาฏิเยกฺกํ สมฺมสนูปคํ น โหตีติ น อคฺคเหสิ.

ปจฺจุทาวตฺตตีติ ปฏินิวตฺตติ. กตมํ ปเนตฺถ วิญฺญาณํ ปจฺจุทาวตฺตตีติ? ปฏิสนฺธิวิญฺญาณมฺปิ วิปสฺสนาวิญฺญาณมฺปิ. ตตฺถ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ปจฺจยโต ปฏินิวตฺตติ, วิปสฺสนาวิญฺญาณํ อารมฺมณโต. อุภยมฺปิ นามรูปํ นาติกฺกมติ, นามรูปโต ปรํ น คจฺฉติ. เอตฺตาวตา ชาเยถ วาติอาทีสุ วิญฺญาเณ นามรูปสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, นามรูเป วิญฺญาณสฺส ปจฺจเย โหนฺเต, ทฺวีสุปิ อญฺญมญฺญปจฺจเยสุ โหนฺเตสุ เอตฺตเกน ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วา. อิโต หิ ปรํ กิมญฺญํ ชาเยถ วา อุปปชฺเชถ วา, นนุ เอตเทว ชายติ จ อุปปชฺชติ จาติ?

เอวํ สทฺธึ อปราปรจุติปฏิสนฺธีหิ ปญฺจ ปทานิ ทสฺเสตฺวา ปุน ตํ เอตฺตาวตาติ วุตฺตมตฺถํ นิยฺยาเตนฺโต ยทิทํ นามรูปปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปนฺติ วตฺวา ตโต ปรํ อนุโลมปจฺจยาการวเสน วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปมูลกํ อายติชรามรณํ ทสฺเสตุํ นามรูปปจฺจยา สฬายตนนฺติอาทิมาห.

อญฺชสนฺติ มคฺคสฺเสว เววจนํ. อุทฺธาปวนฺตนฺติ อาปโต อุคฺคตตฺตา อุทฺธาปนฺติ ลทฺธโวหาเรน ปาการวตฺถุนา สมนฺนาคตํ. รมณียนฺติ สมนฺตา จตุนฺนํ ทฺวารานํ อพฺภนฺตเร จ นานาภณฺฑานํ สมฺปตฺติยา รมณียํ. มาเปหีติ มหาชนํ เปเสตฺวา วาสํ กาเรหิ. มาเปยฺยาติ วาสํ กาเรยฺย. กาเรนฺโต จ ปฐมํ อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย เปเสตฺวา ‘‘สมฺปุณฺณ’’นฺติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ปญฺจกุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ปญฺจปญฺญาสกุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ ตึส กุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรํ กุลสหสฺสํ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ เอกาทสนหุตานิ กุลานิ เปเสยฺย. ปุน ปุจฺฉิตฺวา ‘‘น ตาว สมฺปุณฺณ’’นฺติ วุตฺเต อปรานิ จตุราสีติกุลสหสฺสานิ เปเสยฺย. ปุน ‘‘สมฺปุณฺณ’’นฺติ ปุจฺฉิเต, ‘‘มหาราช, กึ วเทสิ? มหนฺตํ นครํ อสมฺพาธํ, อิมินา นเยน กุลานิ เปเสตฺวา น สกฺกา ปูเรตุํ, เภรึ ปน จราเปตฺวา ‘อมฺหากํ นครํ อิมาย จ อิมาย จ สมฺปตฺติยา สมฺปนฺนํ, เย ตตฺถ วสิตุกามา, ยถาสุขํ คจฺฉนฺตุ, อิมญฺจิมญฺจ ปริหารํ ลภิสฺสนฺตี’ติ นครสฺส เจว วณฺณํ โลกสฺส จ ปริหารลาภํ โฆสาเปถา’’ติ วเทยฺย. โส เอวํ กเรยฺย. ตโต มนุสฺสา นครคุณญฺเจว ปริหารลาภญฺจ สุตฺวา สพฺพทิสาหิ สโมสริตฺวา นครํ ปูเรยฺยุํ. ตํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว อสฺส ผีตญฺจ. ตํ สนฺธาย ตทสฺส นครํ อปเรน สมเยน อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจาติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ อิทฺธนฺติ สมิทฺธํ สุภิกฺขํ. ผีตนฺติ สพฺพสมฺปตฺตีหิ ปุปฺผิตํ. พาหุชญฺญนฺติ พหูหิ ญาตพฺพํ, พหุชนานํ หิตํ วา. ‘‘พหุชน’’นฺติปิ ปาโฐ. อากิณฺณมนุสฺสนฺติ มนุสฺเสหิ อากิณฺณํ นิรนฺตรํ ผุฏฺฐํ. วุฑฺฒิเวปุลฺลปฺปตฺตนฺติ วุฑฺฒิปฺปตฺตญฺเจว เวปุลฺลปฺปตฺตญฺจ, เสฏฺฐภาวญฺเจว วิปุลภาวญฺจ ปตฺตํ, ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ อคฺคนครํ ชาตนฺติ อตฺโถ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อรญฺญปวเน จรมานปุริโส วิย หิ ทีปงฺกรปาทมูลโต ปฏฺฐาย ปารมิโย ปูรยมาโน มหาปุริโส ทฏฺฐพฺโพ, ตสฺส ปุริสสฺส ปุพฺพเกหิ มนุสฺเสหิ อนุยาตมคฺคทสฺสนํ วิย มหาสตฺตสฺส อนุปุพฺเพน โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส ปุพฺพภาเค อฏฺฐงฺคิกสฺส วิปสฺสนามคฺคสฺส ทสฺสนํ, ปุริสสฺส ตํ เอกปทิกมคฺคํ อนุคจฺฉโต อปรภาเค มหามคฺคทสฺสนํ วิย มหาสตฺตสฺส อุปริวิปสฺสนาย จิณฺณนฺเต โลกุตฺตรมคฺคทสฺสนํ, ปุริสสฺส เตเนว มคฺเคน คจฺฉโต ปุรโต นครทสฺสนํ วิย ตถาคตสฺส นิพฺพานนครทสฺสนํ, พหินครํ ปเนตฺถ อญฺเญน ทิฏฺฐํ, อญฺเญน มนุสฺสวาสํ กตํ, นิพฺพานนครํ สตฺถา สยเมว ปสฺสิ, สยํ วาสมกาสิ. ตสฺส ปุริสสฺส จตุนฺนํ ทฺวารานํ ทิฏฺฐกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุนฺนํ มคฺคานํ ทิฏฺฐกาโล, ตสฺส จตูหิ ทฺวาเรหิ นครํ ปวิฏฺฐกาโล วิย ตถาคตสฺส จตูหิ มคฺเคหิ นิพฺพานํ ปวิฏฺฐกาโล, ตสฺส นครพฺภนฺตเร ภณฺฑววตฺถานกาโล วิย ตถาคตสฺส ปจฺจเวกฺขณญาเณน ปโรปณฺณาสกุสลธมฺมววตฺถานกาโล. นครสฺส อคารกรณตฺถํ กุลปริเยสนกาโล วิย สตฺถุ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย เวเนยฺยสตฺเต โวโลกนกาโล, เตน ปุริเสน ยาจิตสฺส รญฺโญ เอกํ มหากุฏุมฺพิกํ ทิฏฺฐกาโล วิย มหาพฺรหฺมุนา ยาจิตสฺส ภควโต อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถรํ ทิฏฺฐกาโล, รญฺโญ มหากุฏุมฺพิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘นครวาสํ กโรหี’’ติ ปหิตกาโล วิย ภควโต เอกสฺมึ ปจฺฉาภตฺเต อฏฺฐารสโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา อาสาฬฺหิปุณฺณมทิวเส พาราณสิยํ อิสิปตนํ ปวิสิตฺวา เถรํ กายสกฺขึ กตฺวา ธมฺมํ เทสิตกาโล, มหากุฏุมฺพิเกน อฏฺฐารส ปุริสโกฏิโย คเหตฺวา นครํ อชฺฌาวุฏฺฐกาโล วิย ตถาคเตน ธมฺมจกฺเก ปวตฺติเต เถรสฺส อฏฺฐารสหิ พฺรหฺมโกฏีหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐิตกาโล, เอวํ นิพฺพานนครํ ปฐมํ อาวาสิตํ, ตโต สมฺปุณฺณํ นครนฺติ ปุจฺฉิตฺวา น ตาวาติ วุตฺเต ปญฺจ กุลานิ อาทึ กตฺวา ยาว จตุราสีติกุลสหสฺสเปสนํ วิย ตถาคตสฺส ปญฺจมทิวสโต ปฏฺฐาย อนตฺตลกฺขณสุตฺตาทีนิ เทเสตฺวา ปญฺจวคฺคิเย อาทึ กตฺวา ยสปมุขา ปญฺจปณฺณาส กุลปุตฺตา, ตึส ภทฺทวคฺคิยา, สหสฺสปุราณชฏิลา, พิมฺพิสารปมุขานิ เอกาทสปุริสนหุตานิ, ติโรกุฏฺฏานุโมทเน จตุราสีติสหสฺสานีติ เอตฺตกสฺส ชนสฺส อริยมคฺคํ โอตาเรตฺวา นิพฺพานนครํ เปสิตกาโล, อถ เตน นเยน นคเร อปูริยมาเน เภรึ จราเปตฺวา นครสฺส วณฺณโฆสนํ กุลานํ ปริหารลาภโฆสนํ วิย จ มาสสฺส อฏฺฐ ทิวเส ตตฺถ ตตฺถ นิสีทิตฺวา ธมฺมกถิกานํ นิพฺพานวณฺณสฺส เจว นิพฺพานปฺปตฺตานํ ชาติกนฺตาราทินิตฺถรณานิสํสสฺส จ โฆสนํ, ตโต สพฺพทิสาหิ อาคนฺตฺวา มนุสฺสานํ นครสโมสรณํ วิย ตตฺถ ตตฺถ ธมฺมกถํ สุตฺวา ตโต ตโต นิกฺขมิตฺวา ปพฺพชฺชํ อาทึ กตฺวา อนุโลมปฏิปทํ ปฏิปนฺนานํ อปริมาณานํ กุลปุตฺตานํ นิพฺพานสโมสรณํ ทฏฺฐพฺพํ.

ปุราณํ มคฺคนฺติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ. อยญฺหิ อริยมคฺโค ปวารณสุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๒๑๕) อวตฺตมานกฏฺเฐน ‘‘อนุปฺปนฺนมคฺโค’’ติ วุตฺโต, อิมสฺมึ สุตฺเต อวฬญฺชนฏฺเฐน ‘‘ปุราณมคฺโค’’ติ. พฺรหฺมจริยนฺติ สิกฺขตฺตยสงฺคหํ สกลสาสนํ. อิทฺธนฺติ ฌานสฺสาเทน สมิทฺธํ สุภิกฺขํ. ผีตนฺติ อภิญฺญาภรเณหิ ปุปฺผิตํ. วิตฺถาริกนฺติ วิตฺถิณฺณํ. พาหุชญฺญนฺติ พหุชนวิญฺเญยฺยํ. ยาว เทวมนุสฺเสหิ สุปฺปกาสิตนฺติ ยาว ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ เทวมนุสฺเสหิ ปริจฺเฉโท อตฺถิ, เอตสฺมึ อนฺตเร สุปฺปกาสิตํ สุเทสิตํ ตถาคเตนาติ. ปญฺจมํ.