๓. ปุตฺตมํสูปมสุตฺตวณฺณนา

๖๓. ตติเย จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหาราติอาทิ วุตฺตนยเมว. ยสฺมา ปนสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตฺวาเวตฺถ อนุปุพฺพปทวณฺณนํ กริสฺสามิ. กตราย ปน อิทํ อฏฺฐุปฺปตฺติยา นิกฺขิตฺตนฺติ? ลาภสกฺกาเรน. ภควโต กิร มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ, ยถา ตํ จตฺตาโร อสงฺเขฺยยฺเย ปูริตทานปารมีสญฺจยสฺส. สพฺพทิสาสุ หิสฺส ยมกมหาเมโฆ วุฏฺฐหิตฺวา มโหฆํ วิย สพฺพปารมิโย ‘‘เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามา’’ติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต ตโต อนฺนปานยานวตฺถมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา, ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว นราสโภ ปุริสสีโห’’ติ? ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ. สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ เจว อนุปฺปวตฺตนฺติ จ อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ขนฺธเก เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ จ อาคตนเยน เวทิตพฺพํ.

ยถา ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ. วุตฺตญฺเจตํ –

‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวร-ปิณฺฑปาต-เสนาสน-คิลาน-ปจฺจย-เภสชฺช-ปริกฺขารานํ. ภิกฺขุสงฺโฆปิ โข สกฺกโต โหติ…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา. ๑๔; สํ. นิ. ๒.๗๐).

ตถา ‘‘ยาวตา โข, จุนฺท, เอตรหิ สงฺโฆ วา คโณ วา โลเก อุปฺปนฺโน, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกสงฺฆมฺปิ สมนุปสฺสามิ เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปตฺตํ ยถริวายํ, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖).

สฺวายํ ภควโต จ สงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร เอกโต หุตฺวา ทฺวินฺนํ มหานทีนํ อุทกํ วิย อปฺปเมยฺโย อโหสิ. อถ สตฺถา รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘มหาลาภสกฺกาโร อตีตพุทฺธานมฺปิ เอวรูโป อโหสิ, อนาคตานมฺปิ เอวรูโป ภวิสฺสติ. กึ นุ โข ภิกฺขู อาหารปริคฺคาหเกน สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคตา มชฺฌตฺตา นิจฺฉนฺทราคา หุตฺวา อาหารํ ปริภุญฺชิตุํ สกฺโกนฺติ, น สกฺโกนฺตี’’ติ?

โส อทฺทส เอกจฺเจ อธุนา ปพฺพชิเต กุลปุตฺเต อปจฺจเวกฺขิตฺวา อาหารํ ปริภุญฺชมาเน. ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มยา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรนฺเตน น จีวราทิเหตุ ปูริตา, อุตฺตมผลสฺส ปน อรหตฺตสฺสตฺถาย ปูริตา. อิเมปิ ภิกฺขู มม สนฺติเก ปพฺพชนฺตา น จีวราทิเหตุ ปพฺพชิตา, อรหตฺตสฺเสว ปน อตฺถาย ปพฺพชิตา. เต อิทานิ อสารเมว สารํ อนตฺถเมว จ อตฺถํ กโรนฺตี’’ติ เอวมสฺส ธมฺมสํเวโค อุทปาทิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สเจ ปญฺจมํ ปาราชิกํ ปญฺญเปตุํ สกฺกา อภวิสฺส, อปจฺจเวกฺขิตาหารปริโภโค ปญฺจมํ ปาราชิกํ กตฺวา ปญฺญเปตพฺโพ ภเวยฺย. น ปน สกฺกา เอวํ กาตุํ, ธุวปฏิเสวนฏฺฐานเญฺหตํ สตฺตานํ. ยถา ปน กถิเต ปญฺจมํ ปาราชิกํ วิย นํ ปสฺสิสฺสนฺติ. เอวํ ธมฺมาทาสํ สํวรํ มริยาทํ ฐเปสฺสามิ, ยํ อาวชฺชิตฺวา อาวชฺชิตฺวา อนาคเต ภิกฺขู จตฺตาโร ปจฺจเย ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปริภุญฺชิสฺสนฺตี’’ติ. อิมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิมํ ปุตฺตมํสูปมสุตฺตนฺตํ นิกฺขิปิ. ตตฺถ จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาหาราติอาทิ เหฏฺฐา วุตฺตตฺถเมว.

จตฺตาโร ปน อาหาเร วิตฺถาเรตฺวา อิทานิ เตสุ อาทีนวํ ทสฺเสตุํ กถญฺจ, ภิกฺขเว, กพฬีกาโร อาหาโร ทฏฺฐพฺโพติอาทิมาห? ตตฺถ ชายมฺปติกาติ ชายา เจว ปติ จ. ปริตฺตํ สมฺพลนฺติ ปุฏภตฺตสตฺตุโมทกาทีนํ อญฺญตรํ อปฺปมตฺตกํ ปาเถยฺยํ. กนฺตารมคฺคนฺติ กนฺตารภูตํ มคฺคํ, กนฺตาเร วา มคฺคํ. กนฺตารนฺติ โจรกนฺตารํ วาฬกนฺตารํ อมนุสฺสกนฺตารํ นิรุทกกนฺตารํ อปฺปภกฺขกนฺตารนฺติ ปญฺจวิธํ. เตสุ ยตฺถ โจรภยํ อตฺถิ, ตํ โจรกนฺตารํ. ยตฺถ สีหพฺยคฺฆาทโย วาฬา อตฺถิ, ตํ วาฬกนฺตารํ. ยตฺถ พลวามุขยกฺขินิอาทีนํ อมนุสฺสานํ วเสน ภยํ อตฺถิ, ตํ อมนุสฺสกนฺตารํ. ยตฺถ ปาตุํ วา นฺหายิตุํ วา อุทกํ นตฺถิ, ตํ นิรุทกกนฺตารํ. ยตฺถ ขาทิตพฺพํ วา ภุญฺชิตพฺพํ วา อนฺตมโส กนฺทมูลาทิมตฺตมฺปิ นตฺถิ, ตํ อปฺปภกฺขกนฺตารํ นาม. ยตฺถ ปเนตํ ปญฺจวิธมฺปิ ภยํ อตฺถิ, ตํ กนฺตารเมว. ตํ ปเนตํ เอกาหทฺวีหตีหาทิวเสน นิตฺถริตพฺพมฺปิ อตฺถิ, น ตํ อิธ อธิปฺเปตํ. อิธ ปน นิรุทกํ อปฺปภกฺขํ โยชนสติกกนฺตารํ อธิปฺเปตํ. เอวรูเป กนฺตาเร มคฺคํ. ปฏิปชฺเชยฺยุนฺติ ฉาตกภเยน เจว โรคภเยน จ ราชภเยน จ อุปทฺทุตา ปฏิปชฺเชยฺยุํ ‘‘เอตํ กนฺตารํ นิตฺถริตฺวา ธมฺมิกสฺส รญฺโญ นิรุปทฺทเว รฏฺเฐ สุขํ วสิสฺสามา’’ติ มญฺญมานา.

เอกปุตฺตโกติ อุกฺขิปิตฺวา คหิโต อนุกมฺปิตพฺพยุตฺโต อถิรสรีโร เอกปุตฺตโก. วลฺลูรญฺจ โสณฺฑิกญฺจาติ ฆนฆนฏฺฐานโต คเหตฺวา วลฺลูรํ, อฏฺฐินิสฺสิตสิรานิสฺสิตฏฺฐานานิ คเหตฺวา สูลมํสญฺจาติ อตฺโถ. ปฏิปิเสยฺยุนฺติ ปหเรยฺยุํ. กหํ เอกปุตฺตกาติ อยํ เตสํ ปริเทวนากาโร.

อยํ ปเนตฺถ ภูตมตฺถํ กตฺวา อาทิโต ปฏฺฐาย สงฺเขปโต อตฺถวณฺณนา – เทฺว กิร ชายมฺปติกา ปุตฺตํ คเหตฺวา ปริตฺเตน ปาเถยฺเยน โยชนสติกํ กนฺตารมคฺคํ ปฏิปชฺชึสุ. เตสํ ปญฺญาสโยชนานิ คนฺตฺวา ปาเถยฺยํ นิฏฺฐาสิ, เต ขุปฺปิปาสาตุรา วิรฬจฺฉายายํ นิสีทึสุ. ตโต ปุริโส ภริยํ อาห – ‘‘ภทฺเท อิโต สมนฺตา ปญฺญาสโยชนานิ คาโม วา นิคโม วา นตฺถิ. ตสฺมา ยํ ตํ ปุริเสน กาตพฺพํ พหุมฺปิ กสิโครกฺขาทิกมฺมํ, น ทานิ สกฺกา ตํ มยา กาตุํ, เอหิ มํ มาเรตฺวา อุปฑฺฒมํสํ ขาทิตฺวา อุปฑฺฒํ ปาเถยฺยํ กตฺวา ปุตฺเตน สทฺธึ กนฺตารํ นิตฺถราหี’’ติ. ปุน สาปิ ตํ อาห – ‘‘สามิ มยา ทานิ ยํ ตํ อิตฺถิยา กาตพฺพํ พหุมฺปิ สุตฺตกนฺตนาทิกมฺมํ, ตํ กาตุํ น สกฺกา, เอหิ มํ มาเรตฺวา อุปฑฺฒมํสํ ขาทิตฺวา อุปฑฺฒํ ปาเถยฺยํ กตฺวา ปุตฺเตน สทฺธึ กนฺตารํ นิตฺถราหี’’ติ. ปุน โสปิ ตํ อาห – ‘‘ภทฺเท มาตุคามมรเณน ทฺวินฺนํ มรณํ ปญฺญายติ. น หิ มนฺโท กุมาโร มาตรา วินา ชีวิตุํ สกฺโกติ. ยทิ ปน มยํ ชีวาม. ปุน ทารกํ ลเภยฺยาม. หนฺท ทานิ ปุตฺตกํ มาเรตฺวา, มํสํ คเหตฺวา กนฺตารํ นิตฺถรามา’’ติ. ตโต มาตา ปุตฺตมาห – ‘‘ตาต, ปิตุสนฺติกํ คจฺฉา’’ติ, โส อคมาสิ. อถสฺส ปิตา, ‘‘มยา ‘ปุตฺตกํ โปเสสฺสามี’ติ กสิโครกฺขาทีหิ อนปฺปกํ ทุกฺขมนุภูตํ, น สกฺโกมิ อหํ ปุตฺตํ มาเรตุํ, ตฺวํเยว ตว ปุตฺตํ มาเรหี’’ติ วตฺวา, ‘‘ตาต มาตุสนฺติกํ คจฺฉา’’ติ อาห. โส อคมาสิ. อถสฺส มาตาปิ, ‘‘มยา ปุตฺตํ ปตฺเถนฺติยา โควตกุกฺกุรวตเทวตายาจนาทีหิปิ ตาว อนปฺปกํ ทุกฺขมนุภูตํ, โก ปน วาโท กุจฺฉินา ปริหรนฺติยา? น สกฺโกมิ อหํ ปุตฺตํ มาเรตุ’’นฺติ วตฺวา ‘‘ตาต, ปิตุสนฺติกเมว คจฺฉา’’ติ อาห. เอวํ โส ทฺวินฺนมนฺตรา คจฺฉนฺโตเยว มโต. เต ตํ ทิสฺวา ปริเทวิตฺวา วุตฺตนเยน มํสานิ คเหตฺวา ขาทนฺตา ปกฺกมึสุ.

เตสํ โส ปุตฺตมํสาหาโร นวหิ การเณหิ ปฏิกูลตฺตา เนว ทวาย โหติ, น มทาย, น มณฺฑนาย, น วิภูสนาย, เกวลํ กนฺตารนิตฺถรณตฺถาเยว โหติ. กตเมหิ นวหิ การเณหิ ปฏิกูโลติ เจ? สชาติมํสตาย ญาติมํสตาย ปุตฺตมํสตาย ปิยปุตฺตมํสตาย ตรุณมํสตาย อามกมํสตาย อโภคมํสตาย อโลณตาย อธูปิตตายาติ. เอวญฺหิ เต นวหิ การเณหิ ปฏิกูลํ ตํ ปุตฺตมํสํ ขาทนฺตา น สารตฺตา คิทฺธมานสา หุตฺวา ขาทึสุ, มชฺฌตฺตภาเวเยว ปน นิจฺฉนฺทราคปริโภเค ฐิตา ขาทึสุ. น อฏฺฐินฺหารุจมฺมนิสฺสิตฏฺฐานานิ อปเนตฺวา ถูลถูลํ วรมํสเมว ขาทึสุ, หตฺถสมฺปตฺตํ มํสเมว ปน ขาทึสุ. น ยาวทตฺถํ กณฺฐปฺปมาณํ กตฺวา ขาทึสุ, โถกํ โถกํ ปน เอกทิวสํ ยาปนมตฺตเมว ขาทึสุ. น อญฺญมญฺญํ มจฺฉรายนฺตา ขาทึสุ, วิคตมจฺเฉรมเลน ปน ปริสุทฺเธเนว เจตสา ขาทึสุ. น อญฺญํ กิญฺจิ มิคมํสํ วา โมรมํสาทีนํ วา อญฺญตรํ ขาทามาติ สมฺมูฬฺหา ขาทึสุ, ปิยปุตฺตมํสภาวํ ปน ชานนฺตาว ขาทึสุ. น ‘‘อโห วต มยํ ปุนปิ เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาเทยฺยามา’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา ขาทึสุ, ปตฺถนํ ปน วีติวตฺตาว หุตฺวา ขาทึสุ. น ‘‘เอตฺตกํ กนฺตาเร ขาทิตฺวา อวสิฏฺฐํ กนฺตารํ อติกฺกมฺม โลณมฺพิลาทีหิ โยเชตฺวา ขาทิสฺสามา’’ติ สนฺนิธึ อกํสุ, กนฺตารปริโยสาเน ปน ‘‘ปุเร มหาชโน ปสฺสตี’’ติ ภูมิยํ วา นิขณึสุ, อคฺคินา วา ฌาปยึสุ. น ‘‘โกจิ อญฺโญ อเมฺห วิย เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาทิตุํ น ลภตี’’ติ มานํ วา ทปฺปํ วา อกํสุ, นิหตมานา ปน นิหตทปฺปา หุตฺวา ขาทึสุ. ‘‘กึ อิมินา อโลเณน อนมฺพิเลน อธูปิเตน ทุคฺคนฺเธนา’’ติ น หีเฬตฺวา ขาทึสุ, หีฬนํ ปน วีติวตฺตา หุตฺวา ขาทึสุ. น ‘‘ตุยฺหํ ภาโค มยฺหํ ภาโค ตว ปุตฺโต มม ปุตฺโต’’ติ อญฺญมญฺญํ อติมญฺญึสุ. สมคฺคา ปน สมฺโมทมานา หุตฺวา ขาทึสุ. อิมํ เนสํ เอวรูปํ นิจฺฉนฺทราคาทิปริโภคํ สมฺปสฺสมาโน สตฺถา ภิกฺขุสงฺฆมฺปิ ตํ การณํ อนุชานาเปนฺโต ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, อปิ นุ เต ทวาย วา อาหารํ อาหาเรยฺยุนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ทวาย วาติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๘) วิตฺถาริตาเนว. กนฺตารสฺสาติ นิตฺติณฺณาวเสสสฺส กนฺตารสฺส.

เอวเมว โขติ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปิยปุตฺตมํสสทิโส กตฺวา ทฏฺฐพฺโพติ อตฺโถ. กตเมสํ นวนฺนํ? คมนปาฏิกุลฺยตาทีนํ. คมนปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ กพฬีการาหารํ ปริคฺคณฺหาติ, ปริเยสนปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ, ปริโภคนิธานอาสยปริปกฺกาปริปกฺกสมฺมกฺขณนิสฺสนฺทปาฏิกุลฺยตํ ปจฺจเวกฺขนฺโตปิ, ตานิ ปเนตานิ คมนปาฏิกุลฺยตาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๙๔) อาหารปาฏิกุลฺยตานิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว. อิติ อิเมสํ นวนฺนํ ปาฏิกุลฺยานํ วเสน ปุตฺตมํสูปมํ กตฺวา อาหาโร ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา เต ชายมฺปติกา ปาฏิกุลฺยํ ปิยปุตฺตมํสํ ขาทนฺตา น สารตฺตา คิทฺธมานสา หุตฺวา ขาทึสุ, มชฺฌตฺตภาเวเยว นิจฺฉนฺทราคปริโภเค ฐิตา ขาทึสุ, เอวํ นิจฺฉนฺทราคปริโภคํ กตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น อฏฺฐินฺหารุจมฺมนิสฺสิตํ อปเนตฺวา ถูลถูลํ วรมํสเมว ขาทึสุ, หตฺถสมฺปตฺตเมว ปน ขาทึสุ, เอวํ สุกฺขภตฺตมนฺทพฺยญฺชนาทีนิ ปิฏฺฐิหตฺเถน อปฏิกฺขิปิตฺวา วฏฺฏเกน วิย กุกฺกุเฏน วิย จ โอธึ อทสฺเสตฺวา ตโต ตโต สปฺปิมํสาทิสํสฏฺฐวรโภชนํเยว วิจินิตฺวา อภุญฺชนฺเตน สีเหน วิย สปทานํ ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ยาวทตฺถํ กณฺฐปฺปมาณํ ขาทึสุ, โถกํ โถกํ ปน เอเกกทิวสํ ยาปนมตฺตเมว ขาทึสุ, เอวเมว อาหรหตฺถกาทิพฺราหฺมณานํ อญฺญตเรน วิย ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ อภุญฺชนฺเตน จตุนฺนํ ปญฺจนฺนํ วา อาโลปานํ โอกาสํ ฐเปตฺวาว ธมฺมเสนาปตินา วิย ปริภุญฺชิตพฺโพ. โส กิร ปญฺจจตฺตาลีส วสฺสานิ ติฏฺฐมาโน ‘‘ปจฺฉาภตฺเต อมฺพิลุคฺคารสมุฏฺฐาปกํ กตฺวา เอกทิวสมฺปิ อาหารํ น อาหาเรสิ’’นฺติ วตฺวา สีหนาทํ นทนฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;

อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);

ยถา จ เต น อญฺญมญฺญํ มจฺฉรายนฺตา ขาทึสุ, วิคตมลมจฺเฉเรน ปน ปริสุทฺเธเนว เจตสา ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา อมจฺฉรายิตฺวา ‘‘อิมํ สพฺพํ คณฺหนฺตสฺส สพฺพํ ทสฺสามิ, อุปฑฺฒํ คณฺหนฺตสฺส อุปฑฺฒํ, สเจ คหิตาวเสโส ภวิสฺสติ, อตฺตนา ปริภุญฺชิสฺสามี’’ติ สารณียธมฺเม ฐิเตเนว ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘อญฺญํ กิญฺจิ มยํ มิคมํสํ วา โมรมํสาทีนํ วา อญฺญตรํ ขาทามา’’ติ สมฺมูฬฺหา ขาทึสุ, ปิยปุตฺตมํสภาวํ ปน ชานนฺตาว ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ‘‘อหํ ขาทามิ ภุญฺชามี’’ติ อตฺตูปลทฺธิสมฺโมหํ อนุปฺปาเทตฺวา ‘‘กพฬีการาหาโร น ชานาติ ‘จาตุมหาภูติกกายํ วฑฺเฒมี’ติ, กาโยปิ น ชานาติ ‘กพฬีการาหาโร มํ วฑฺเฒตี’’’ติ, เอวํ สมฺโมหํ ปหาย ปริภุญฺชิตพฺโพ. สติสมฺปชญฺญวเสนาปิ เจส อสมฺมูเฬฺหเนว หุตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ‘‘อโห วต มยํ ปุนปิ เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาเทยฺยามา’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา ขาทึสุ, ปตฺถนํ ปน วีติวตฺตาว หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปณีตโภชนํ ลทฺธา ‘อโห วตาหํ เสฺวปิ ปุนทิวเสปิ เอวรูปํ ลเภยฺยํ’, ลูขํ วา ปน ลทฺธา ‘‘หิยฺโย วิย เม อชฺช ปณีตโภชนํ น ลทฺธ’’นฺติ ปตฺถนํ วา อนุโสจนํ วา อกตฺวา นิตฺตเณฺหน –

‘‘อตีตํ นานุโสจามิ, นปฺปชปฺปามินาคตํ;

ปจฺจุปฺปนฺเนน ยาเปมิ, เตน วณฺโณ ปสีทตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๙๐) –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน ‘‘ปจฺจุปฺปนฺเนเนว ยาเปสฺสามี’’ติ ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต น ‘‘เอตฺตกํ กนฺตาเร ขาทิตฺวา อวสิฏฺฐํ กนฺตารํ อติกฺกมฺม โลณมฺพิลาทีหิ โยเชตฺวา ขาทิสฺสามา’’ติ สนฺนิธึ อกํสุ, กนฺตารปริโยสาเน ปน ‘‘ปุเร มหาชโน ปสฺสตี’’ติ ภูมิยํ วา นิขณึสุ, อคฺคินา วา ฌาปยึสุ, เอวเมว –

‘‘อนฺนานมโถ ปานานํ,

ขาทนียานํ อโถปิ วตฺถานํ;

ลทฺธา น สนฺนิธึ กยิรา,

น จ ปริตฺตเส ตานิ อลภมาโน’’ติ. (สุ. นิ. ๙๓๐); –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน จตูสุ ปจฺจเยสุ ยํ ยํ ลภติ, ตโต ตโต อตฺตโน ยาปนมตฺตํ คเหตฺวา, เสสํ สพฺรหฺมจารีนํ วิสฺสชฺเชตฺวา สนฺนิธึ ปริวชฺชนฺเตน ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘โกจิ อญฺโญ อเมฺห วิย เอวรูปํ ปุตฺตมํสํ ขาทิตุํ น ลภตี’’ติ มานํ วา ทปฺปํ วา อกํสุ, นิหตมานา ปน นิหตทปฺปา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปณีตโภชนํ ลภิตฺวา ‘‘อหมสฺมิ ลาภี จีวรปิณฺฑปาตาทีน’’นฺติ น มาโน วา ทปฺโป วา กาตพฺโพ. ‘‘นายํ ปพฺพชฺชา จีวราทิเหตุ, อรหตฺตเหตุ ปนายํ ปพฺพชฺชา’’ติ ปจฺจเวกฺขิตฺวา นิหตมานทปฺเปเนว ปริภุญฺชิตพฺโพ.

ยถา จ เต ‘‘กึ อิมินา อโลเณน อนมฺพิเลน อธูปิเตน ทุคฺคนฺเธนา’’ติ หีเฬตฺวา น ขาทึสุ, หีฬนํ ปน วีติวตฺตา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมว ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ‘‘กึ อิมินา อสฺสโคณภตฺตสทิเสน ลูเขน นิรเสน, สุวานโทณิยํ ตํ ปกฺขิปถา’’ติ เอวํ ปิณฺฑปาตํ วา ‘‘โก อิมํ ภุญฺชิสฺสติ, กากสุนขาทีนํ เทหี’’ติ เอวํ ทายกํ วา อหีเฬนฺเตน –

‘‘ส ปตฺตปาณิ วิจรนฺโต, อมูโค มูคสมฺมโต;

อปฺปํ ทานํ น หีเฬยฺย, ทาตารํ นาวชานิยา’’ติ. (สุ. นิ. ๗๑๘); –

อิมํ โอวาทํ อนุสฺสรนฺเตน ปริภุญฺชิตพฺโพ. ยถา จ เต น ‘‘ตุยฺหํ ภาโค, มยฺหํ ภาโค, ตว ปุตฺโต มม ปุตฺโต’’ติ อญฺญมญฺญํ อติมญฺญึสุ, สมคฺคา ปน, สมฺโมทมานา หุตฺวา ขาทึสุ, เอวเมวํ ปิณฺฑปาตํ ลภิตฺวา ยถา เอกจฺโจ ‘‘โก ตุมฺหาทิสานํ ทสฺสติ นิกฺการณา อุมฺมาเรสุ ปกฺขลนฺตานํ อาหิณฺฑนฺตานํ วิชาตมาตาปิ โว ทาตพฺพํ น มญฺญติ, มยํ ปน คตคตฏฺฐาเน ปณีตานิ จีวราทีนิ ลภามา’’ติ สีลวนฺเต สพฺรหฺมจารี อติมญฺญติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘โส เตน ลาภสกฺการสิโลเกน อภิภูโต ปริยาทิณฺณจิตฺโต อญฺเญ เปสเล ภิกฺขู อติมญฺญติ. ตญฺหิ ตสฺส, ภิกฺขเว, โมฆปุริสสฺส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๖๑).

เอวํ กญฺจิ อนติมญฺญิตฺวา สพฺเพหิ สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ สมคฺเคน สมฺโมทมาเนน หุตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ.

ปริญฺญาเตติ ญาตปริญฺญา ตีรณปริญฺญา ปหานปริญฺญาติ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. กถํ? อิธ ภิกฺขุ ‘‘กพฬีการาหาโร นาม อยํ สวตฺถุกวเสน โอชฏฺฐมกรูปํ โหติ, โอชฏฺฐมกรูปํ กตฺถ ปฏิหญฺญติ? ชิวฺหาปสาเท, ชิวฺหาปสาโท กินฺนิสฺสิโต? จตุมหาภูตนิสฺสิโต. อิติ โอชฏฺฐมกํ ชิวฺหาปสาโท ตสฺส ปจฺจยานิ มหาภูตานีติ อิเม ธมฺมา รูปกฺขนฺโธ นาม, ตํ ปริคฺคณฺหโต อุปฺปนฺนา ผสฺสปญฺจมกา ธมฺมา จตฺตาโร อรูปกฺขนฺธา. อิติ สพฺเพปิเม ปญฺจกฺขนฺธา สงฺเขปโต นามรูปมตฺตํ โหตี’’ติ ปชานาติ. โส เต ธมฺเม สรสลกฺขณโต ววตฺถเปตฺวา เตสํ ปจฺจยํ ปริเยสนฺโต อนุโลมปฏิโลมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปสฺสติ. เอตฺตาวตาเนน กพฬีการาหารมุเขน สปฺปจฺจยสฺส นามรูปสฺส ยาถาวโต ทิฏฺฐตฺตา กพฬีการาหาโร ญาตปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหติ. โส ตเทว สปฺปจฺจยํ นามรูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ตีณิ ลกฺขณานิ อาโรเปตฺวา สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน สมฺมสติ. เอตฺตาวตาเนน โส ติลกฺขณปฏิเวธสมฺมสนญาณสงฺขาตาย ตีรณปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหติ. ตสฺมึเยว นามรูเป ฉนฺทราคาวกฑฺฒเนน อนาคามิมคฺเคน ปริชานตา ปหานปริญฺญาย ปริญฺญาโต โหตีติ.

ปญฺจกามคุณิโกติ ปญฺจกามคุณสมฺภโว ราโค ปริญฺญาโต โหติ. เอตฺถ ปน ติสฺโส ปริญฺญา เอกปริญฺญา สพฺพปริญฺญา มูลปริญฺญาติ. กตมา เอกปริญฺญา? โย ภิกฺขุ ชิวฺหาทฺวาเร เอกรสตณฺหํ ปริชานาติ, เตน ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโตว โหตีติ. กสฺมา? ตสฺสาเยว ตตฺถ อุปฺปชฺชนโต. สาเยว หิ ตณฺหา จกฺขุทฺวาเร อุปฺปนฺนา รูปราโค นาม โหติ, โสตทฺวาราทีสุ อุปฺปนฺนา สทฺทราคาทโย. อิติ ยถา เอกสฺเสว โจรสฺส ปญฺจมคฺเค หนโต เอกสฺมึ มคฺเค คเหตฺวา สีเส ฉินฺเน ปญฺจปิ มคฺคา เขมา โหนฺติ, เอวํ ชิวฺหาทฺวาเร รสตณฺหาย ปริญฺญาตาย ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโต โหตีติ อยํ เอกปริญฺญา นาม.

กตมา สพฺพปริญฺญา? ปตฺเต ปกฺขิตฺตปิณฺฑปาตสฺมิญฺหิ เอกสฺมึเยว ปญฺจกามคุณิกราโค ลพฺภติ. กถํ? ปริสุทฺธํ ตาวสฺส วณฺณํ โอโลกยโต รูปราโค โหติ, อุเณฺห สปฺปิมฺหิ ตตฺถ อาสิญฺจนฺเต ปฏปฏาติ สทฺโท อุฏฺฐหติ, ตถารูปํ ขาทนียํ วา ขาทนฺตสฺส มุรุมุรูติ สทฺโท อุปฺปชฺชติ, ตํ อสฺสาทยโต สทฺทราโค. ชีรกาทิวสคนฺธํ อสฺสาเทนฺตสฺส คนฺธราโค, สาทุรสวเสน รสราโค. มุทุโภชนํ ผสฺสวนฺตนฺติ อสฺสาทยโต โผฏฺฐพฺพราโค. อิติ อิมสฺมึ อาหาเร สติสมฺปชญฺเญน ปริคฺคเหตฺวา นิจฺฉนฺทราคปริโภเคน ปริภุตฺเต สพฺโพปิ โส ปริญฺญาโต โหตีติ อยํ สพฺพปริญฺญา นาม.

กตมา มูลปริญฺญา? ปญฺจกามคุณิกราคสฺส หิ กพฬีการาหาโร มูลํ. กสฺมา? ตสฺมึ สติ ตสฺสุปฺปตฺติโต. พฺราหฺมณติสฺสภเย กิร ทฺวาทส วสฺสานิ ชายมฺปติกานํ อุปนิชฺฌานจิตฺตํ นาม นาโหสิ. กสฺมา? อาหารมนฺทตาย. ภเย ปน วูปสนฺเต โยชนสติโก ตมฺพปณฺณิทีโป ทารกานํ ชาตมงฺคเลหิ เอกมงฺคโล อโหสิ. อิติ มูลภูเต อาหาเร ปริญฺญาเต ปญฺจกามคุณิโก ราโค ปริญฺญาโตว โหตีติ อยํ มูลปริญฺญา นาม.

นตฺถิ ตํ สํโยชนนฺติ เตน ราเคน สทฺธึ ปหาเนกฏฺฐตาย ปหีนตฺตา นตฺถิ. เอวมยํ เทสนา ยาว อนาคามิมคฺคา กถิตา. ‘‘เอตฺตเกน ปน มา โวสานํ อาปชฺชึสู’’ติ เอเตสํเยว รูปาทีนํ วเสน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ยาว อรหตฺตา กเถตุํ วฏฺฏตีติ. ปฐมาหาโร (นิฏฺฐิโต).

ทุติเย นิจฺจมฺมาติ ขุรโต ปฏฺฐาย ยาว สิงฺคมูลา สกลสรีรโต อุทฺทาลิตจมฺมา กึสุกราสิวณฺณา. กสฺมา ปน อญฺญํ หตฺถิอสฺสโคณาทิอุปมํ อคเหตฺวา นิจฺจมฺมคาวูปมา คหิตาติ? ติติกฺขิตุํ อสมตฺถภาวทีปนตฺถํ. มาตุคาโม หิ อุปฺปนฺนํ ทุกฺขเวทนํ ติติกฺขิตุํ อธิวาเสตุํ น สกฺโกติ, เอวเมว ผสฺสาหาโร อพโล ทุพฺพโลติ ทสฺสนตฺถํ สทิสเมว อุปมํ อาหริ. กุฏฺฏนฺติ สิลากุฏฺฏาทีนํ อญฺญตรํ. กุฏฺฏนิสฺสิตา ปาณา นาม อุณฺณนาภิสรพูมูสิกาทโย. รุกฺขนิสฺสิตาติ อุจฺจาลิงฺคปาณกาทโย. อุทกนิสฺสิตาติ มจฺฉสุํสุมาราทโย. อากาสนิสฺสิตาติ ฑํสมกสกากกุลลาทโย. ขาเทยฺยุนฺติ ลุญฺจิตฺวา ขาเทยฺยุํ. สา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ตํ ตํฐานสนฺนิสฺสยมูลิกํ ปาณขาทนภยํ สมฺปสฺสมานา เนว อตฺตโน สกฺการสมฺมานํ, น ปิฏฺฐิปริกมฺมสรีรสมฺพาหนอุโณฺหทกานิ อิจฺฉติ, เอวเมว ภิกฺขุ ผสฺสาหารมูลกํ กิเลสปาณกขาทนภยํ สมฺปสฺสมาโน เตภูมกผสฺเสน อนตฺถิโก โหติ.

ผสฺเส, ภิกฺขเว, อาหาเร ปริญฺญาเตติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. อิธาปิ ติสฺโส ปริญฺญา. ตตฺถ ‘‘ผสฺโส สงฺขารกฺขนฺโธ, ตํสมฺปยุตฺตา เวทนา เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญา สญฺญากฺขนฺโธ, จิตฺตํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, เตสํ วตฺถารมฺมณานิ รูปกฺขนฺโธ’’ติ เอวํ สปฺปจฺจยสฺส นามรูปสฺส ยาถาวโต ทสฺสนํ ญาตปริญฺญา. ตตฺเถว ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน อนิจฺจาทิโต ตุลนํ ตีรณปริญฺญา. ตสฺมึเยว ปน นามรูเป ฉนฺทราคนิกฺกฑฺฒโน อรหตฺตมคฺโค ปหานปริญฺญา. ติสฺโส เวทนาติ เอวํ ผสฺสาหาเร ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต ติสฺโส เวทนา ปริญฺญาตาว โหนฺติ ตมฺมูลกตฺตา ตํสมฺปยุตฺตตฺตา จ. อิติ ผสฺสาหารวเสน เทสนา ยาว อรหตฺตา กถิตา. ทุติยาหาโร.

ตติเย องฺคารกาสูติ องฺคารานํ กาสุ. กาสูติ ราสิปิ วุจฺจติ อาวาโฏปิ.

‘‘องฺคารกาสุํ อปเร ผุณนฺติ,

นรา รุทนฺตา ปริทฑฺฒคตฺตา;

ภยญฺหิ มํ วินฺทติ สูต ทิสฺวา,

ปุจฺฉามิ ตํ มาตลิ เทวสารถี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๖๒); –

เอตฺถ ราสิ ‘‘กาสู’’ติ วุตฺโต.

‘‘กินฺนุ สนฺตรมาโนว, กาสุํ ขนสิ สารถี’’ติ? (ชา. ๒.๒๒.๓). –

เอตฺถ อาวาโฏ. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปโต. สาธิกโปริสาติ อติเรกโปริสา ปญฺจรตนปฺปมาณา. วีตจฺจิกานํ วีตธูมานนฺติ เอเตนสฺส มหาปริฬาหตํ ทสฺเสติ. ชาลาย วา หิ ธูเม วา สติ วาโต สมุฏฺฐาติ, ปริฬาโห มหา น โหติ, ตทภาเว วาตาภาวโต ปริฬาโห มหา โหติ. อารกาวสฺสาติ ทูเรเยว ภเวยฺย.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – องฺคารกาสุ วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ ทฏฺฐพฺพํ. ชีวิตุกาโม ปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต พาลปุถุชฺชโน. เทฺว พลวนฺโต ปุริสา วิย กุสลากุสลกมฺมํ. เตสํ ตํ ปุริสํ นานาพาหาสุ คเหตฺวา องฺคารกาสุํ อุปกฑฺฒนกาโล วิย ปุถุชฺชนสฺส กมฺมายูหนกาโล. กมฺมญฺหิ อายูหิยมานเมว ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒติ นาม. องฺคารกาสุนิทานํ ทุกฺขํ วิย กมฺมนิทานํ วฏฺฏทุกฺขํ เวทิตพฺพํ.

ปริญฺญาเตติ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. ปริญฺญาโยชนา ปเนตฺถ ผสฺเส วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ติสฺโส ตณฺหาติ กามตณฺหา ภวตณฺหา วิภวตณฺหาติ อิมา ปริญฺญาตา โหนฺติ. กสฺมา? ตณฺหามูลกตฺตา มโนสญฺเจตนาย. น หิ เหตุมฺหิ อปฺปหีเน ผลํ ปหียติ. อิติ มโนสญฺเจตนาหารวเสนปิ ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตา. ตติยาหาโร.

จตุตฺเถ อาคุจารินฺติ ปาปจารึ โทสการกํ. กถํ โส ปุริโสติ โส ปุริโส กถํภูโต, กึ ยาเปติ, น ยาเปตีติ ปุจฺฉติ? ตเถว เทว ชีวตีติ ยถา ปุพฺเพ, อิทานิปิ ตเถว ชีวติ.

เอวเมว โขติ อิธาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ราชา วิย หิ กมฺมํ ทฏฺฐพฺพํ, อาคุจารี ปุริโส วิย วฏฺฏสนฺนิสฺสิโต พาลปุถุชฺชโน, ตีณิ สตฺติสตานิ วิย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ, อาคุจารึ ปุริสํ ‘‘ตีหิ สตฺติสเตหิ หนถา’’ติ รญฺญา อาณตฺตกาโล วิย กมฺมรญฺญา วฏฺฏสนฺนิสฺสิตปุถุชฺชนํ คเหตฺวา ปฏิสนฺธิยํ ปกฺขิปนกาโล. ตตฺถ กิญฺจาปิ ตีณิ สตฺติสตานิ วิย ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ, สตฺตีสุ ปน ทุกฺขํ นตฺถิ, สตฺตีหิ ปหฏวณมูลกํ ทุกฺขํ, เอวเมว ปฏิสนฺธิยมฺปิ ทุกฺขํ นตฺถิ, ทินฺนาย ปน ปฏิสนฺธิยา ปวตฺเต วิปากทุกฺขํ สตฺติปหฏวณมูลกํ ทุกฺขํ วิย โหติ.

ปริญฺญาเตติ ตีเหว ปริญฺญาหิ ปริญฺญาเต. อิธาปิ ปริญฺญาโยชนา ผสฺสาหาเร วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. นามรูปนฺติ วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ. วิญฺญาณสฺมิญฺหิ ปริญฺญาเต ตํ ปริญฺญาตเมว โหติ ตมฺมูลกตฺตา สหุปฺปนฺนตฺตา จ. อิติ วิญฺญาณาหารวเสนปิ ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตาติ. จตุตฺถาหาโร. ตติยํ.