๑. อสฺสุตวาสุตฺตวณฺณนา
๖๑. มหาวคฺคสฺส ปฐเม อสฺสุตวาติ ขนฺธธาตุอายตนปจฺจยาการสติปฏฺฐานาทีสุ อุคฺคหปริปุจฺฉาวินิจฺฉยรหิโต. ปุถุชฺชโนติ ปุถูนํ นานปฺปการานํ กิเลสาทีนํ ชนนาทิการเณหิ ปุถุชฺชโน. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ปุถุ กิเลเส ชเนนฺตีติ ปุถุชฺชนา’’ติ สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อปิจ ปุถูนํ คณนปถมตีตานํ อริยธมฺมปรมฺมุขานํ นีจธมฺมสมาจารานํ ชนานํ อนฺโตคธตฺตาปิ ปุถุชฺชโน, ปุถุ วา อยํ วิสุํเยว สงฺขํ คโต, วิสํสฏฺโฐ สีลสุตาทิคุณยุตฺเตหิ อริเยหิ ชโนติ ปุถุชฺชโน. เอวเมเตหิ ‘‘อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน’’ติ ทฺวีหิปิ ปเทหิ เย เต –
‘‘ทุเว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา;
อนฺโธ ปุถุชฺชโน เอโก, กลฺยาเณโก ปุถุชฺชโน’’ติ. (มหานิ. ๙๔); –
เทฺว ปุถุชฺชนา วุตฺตา, เตสุ อนฺธปุถุชฺชโน คหิโต. อิมสฺมินฺติ ปจฺจุปฺปนฺนปจฺจกฺขกายํ ทสฺเสติ. จาตุมหาภูติกสฺมินฺติ จตุมหาภูตกาเย จตุมหาภูเตหิ นิพฺพตฺเต จตุมหาภูตมเยติ อตฺโถ. นิพฺพินฺเทยฺยาติ อุกฺกณฺเฐยฺย. วิรชฺเชยฺยาติ น รชฺเชยฺย. วิมุจฺเจยฺยาติ มุจฺจิตุกาโม ภเวยฺย. อาจโยติ วุฑฺฒิ. อปจโยติ ปริหานิ. อาทานนฺติ นิพฺพตฺติ. นิกฺเขปนนฺติ เภโท.
ตสฺมาติ ยสฺมา อิเม จตฺตาโร วุฑฺฒิหานินิพฺพตฺติเภทา ปญฺญายนฺติ, ตสฺมา ตํการณาติ อตฺโถ. อิติ ภควา จาตุมหาภูติเก กาเย รูปํ ปริคฺคเหตุํ อยุตฺตรูปํ กตฺวา อรูปํ ปริคฺคเหตุํ ยุตฺตรูปํ กโรติ. กสฺมา? เตสญฺหิ ภิกฺขูนํ รูปสฺมึ คาโห พลวา อธิมตฺโต, เตน เตสํ รูเป คาหสฺส ปริคฺคเหตพฺพรูปตํ ทสฺเสตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺโต อรูเป ปติฏฺฐาปนตฺถํ เอวมาห.
จิตฺตนฺติอาทิ สพฺพํ มนายตนสฺเสว นามํ. ตญฺหิ จิตฺตวตฺถุตาย จิตฺตโคจรตาย สมฺปยุตฺตธมฺมจิตฺตตาย จ จิตฺตํ, มนนฏฺเฐน มโน, วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณนฺติ วุจฺจติ. นาลนฺติ น สมตฺโถ. อชฺโฌสิตนฺติ ตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา คหิตํ. มมายิตนฺติ ตณฺหามมตฺเตน มม อิทนฺติ คหิตํ. ปรามฏฺฐนฺติ ทิฏฺฐิยา ปรามสิตฺวา คหิตํ. เอตํ มมาติ ตณฺหาคาโห, เตน อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตํ คหิตํ โหติ. เอโสหมสฺมีติ มานคาโห, เตน นว มานา คหิตา โหนฺติ. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิคาโห, เตน ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย คหิตา โหนฺติ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอวํ ทีฆรตฺตํ คหิตํ, ตสฺมา นิพฺพินฺทิตุํ น สมตฺโถ.
วรํ, ภิกฺขเวติ อิทํ กสฺมา อาห? ปฐมญฺหิ เตน รูปํ ปริคฺคเหตุํ อยุตฺตรูปํ กตํ, อรูปํ ยุตฺตรูปํ, อถ ‘‘เตสํ ภิกฺขูนํ รูปโต คาโห นิกฺขมิตฺวา อรูปํ คโต’’ติ ญตฺวา ตํ นิกฺกฑฺฒิตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อตฺตโต อุปคจฺเฉยฺยาติ อตฺตาติ คเณฺหยฺย. ภิยฺโยปีติ วสฺสสตโต อุทฺธมฺปิ. กสฺมา ปน ภควา เอวมาห? กึ อติเรกวสฺสสตํ ติฏฺฐมานํ รูปํ นาม อตฺถิ? นนุ ปฐมวเย ปวตฺตํ รูปํ มชฺฌิมวยํ น ปาปุณาติ, มชฺฌิมวเย ปวตฺตํ ปจฺฉิมวยํ, ปุเรภตฺเต ปวตฺตํ ปจฺฉาภตฺตํ, ปจฺฉาภตฺเต ปวตฺตํ ปฐมยามํ, ปฐมยาเม ปวตฺตํ มชฺฌิมยามํ, มชฺฌิมยาเม ปวตฺตํ ปจฺฉิมยามํ น ปาปุณาติ? ตถา คมเน ปวตฺตํ ฐานํ, ฐาเน ปวตฺตํ นิสชฺชํ, นิสชฺชาย ปวตฺตํ สยนํ น ปาปุณาติ. เอกอิริยาปเถปิ ปาทสฺส อุทฺธรเณ ปวตฺตํ อติหรณํ, อติหรเณ ปวตฺตํ วีติหรณํ, วีติหรเณ ปวตฺตํ โวสฺสชฺชนํ, โวสฺสชฺชเน ปวตฺตํ สนฺนิกฺเขปนํ, สนฺนิกฺเขปเน ปวตฺตํ สนฺนิรุชฺฌนํ น ปาปุณาติ, ตตฺถ ตตฺเถว โอธิ โอธิ ปพฺพํ ปพฺพํ หุตฺวา ตตฺตกปาเล ปกฺขิตฺตติลา วิย ปฏปฏายนฺตา สงฺขารา ภิชฺชนฺตีติ? สจฺจเมตํ. ยถา ปน ปทีปสฺส ชลโต ชาตา ตํ ตํ วฏฺฏิปฺปเทสํ อนติกฺกมิตฺวา ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชติ, อถ จ ปน ปเวณิสมฺพนฺธวเสน สพฺพรตฺตึ ชลิโต ปทีโปติ วุจฺจติ, เอวมิธาปิ ปเวณิวเสน อยมฺปิ กาโย เอวํ จิรฏฺฐิติโก วิย กตฺวา ทสฺสิโต.
รตฺติยา จ ทิวสสฺส จาติ รตฺติมฺหิ จ ทิวเส จ. ภุมฺมตฺเถ เหตํ สามิวจนํ. อญฺญเทว อุปฺปชฺชติ, อญฺญํ นิรุชฺฌตีติ ยํ รตฺตึ อุปฺปชฺชติ จ นิรุชฺฌติ จ, ตโต อญฺญเทว ทิวา อุปฺปชฺชติ จ นิรุชฺฌติ จาติ อตฺโถ. อญฺญํ อุปฺปชฺชติ, อนุปฺปนฺนเมว อญฺญํ นิรุชฺฌตีติ เอวํ ปน อตฺโถ น คเหตพฺโพ. ‘‘รตฺติยา จ ทิวสสฺส จา’’ติ อิทํ ปุริมปเวณิโต ปริตฺตกํ ปเวณึ คเหตฺวา ปเวณิวเสเนว วุตฺตํ, เอกรตฺตึ ปน เอกทิวสํ วา เอกเมว จิตฺตํ ฐาตุํ สมตฺถํ นาม นตฺถิ. เอกสฺมิญฺหิ อจฺฉรากฺขเณ อเนกานิ จิตฺตโกฏิสตสหสฺสานิ อุปฺปชฺชนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ มิลินฺทปเญฺห –
‘‘วาหสตํ โข, มหาราช, วีหีนํ, อฑฺฒจูฬญฺจ วาหา, วีหิสตฺตมฺพณานิ, เทฺว จ ตุมฺพา, เอกจฺฉรากฺขเณ ปวตฺตสฺส จิตฺตสฺส เอตฺตกา วีหี ลกฺขํ ฐปียมานา ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยุ’’นฺติ.
ปวเนติ มหาวเน. ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาติ, ตํ มุญฺจิตฺวา อญฺญํ คณฺหาตีติ อิมินา น โส คณฺหิตพฺพสาขํ อลภิตฺวา ภูมึ โอตรติ. อถ โข ตสฺมึ มหาวเน วิจรนฺโต ตํ ตํ สาขํ คณฺหนฺโตเยว จรตีติ อยมตฺโถ ทสฺสิโต.
เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อรญฺญมหาวนํ วิย หิ อารมฺมณวนํ เวทิตพฺพํ. ตสฺมึ วเน วิจรณมกฺกโฏ วิย อารมฺมณวเน อุปฺปชฺชนกจิตฺตํ. สาขาคหณํ วิย อารมฺมเณ ลุพฺภนํ. ยถา โส อรญฺเญ วิจรนฺโต มกฺกโฏ ตํ ตํ สาขํ ปหาย ตํ ตํ สาขํ คณฺหาติ, เอวมิทํ อารมฺมณวเน วิจรนฺตํ จิตฺตมฺปิ กทาจิ รูปารมฺมณํ คเหตฺวา อุปฺปชฺชติ, กทาจิ สทฺทาทีสุ อญฺญตรํ, กทาจิ อตีตํ, กทาจิ อนาคตํ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ วา, ตถา กทาจิ อชฺฌตฺตํ, กทาจิ พาหิรํ. ยถา จ โส อรญฺเญ วิจรนฺโต มกฺกโฏ สาขํ อลภิตฺวา โอรุยฺห ภูมิยํ นิสินฺโนติ น วตฺตพฺโพ, เอกํ ปน ปณฺณสาขํ คเหตฺวาว นิสีทติ, เอวเมว อารมฺมณวเน วิจรนฺตํ จิตฺตมฺปิ เอกํ โอลุพฺภารมฺมณํ อลภิตฺวา อุปฺปนฺนนฺติ น วตฺตพฺพํ, เอกชาติยํ ปน อารมฺมณํ คเหตฺวาว อุปฺปชฺชตีติ เวทิตพฺพํ. เอตฺตาวตา จ ปน ภควตา รูปโต นีหริตฺวา อรูเป คาโห ปติฏฺฐาปิโต, อรูปโต นีหริตฺวา รูเป.
อิทานิ ตํ อุภยโต นิกฺกฑฺฒิตุกาโม ตตฺร, ภิกฺขเว, สุตวา อริยสาวโกติ เทสนํ อารภิ. อยํ ปนตฺโถ อาสีวิสทฏฺฐูปมาย ทีเปตพฺโพ – เอโก กิร ปุริโส อาสีวิเสน ทฏฺโฐ, อถสฺส วิสํ หริสฺสามีติ เฉโก ภิสกฺโก อาคนฺตฺวา วมนํ กาเรตฺวา เหฏฺฐา ครุโฬ, อุปริ นาโคติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา วิสํ อุปริ อาโรเปสิ. โส ยาว อกฺขิปฺปเทสา อารุฬฺหภาวํ ญตฺวา ‘‘อิโต ปรํ อภิรุหิตุํ น ทสฺสามิ, ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐเปสฺสามี’’ติ อุปริ ครุโฬ, เหฏฺฐา นาโคติ มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา กณฺเณ ธุเมตฺวา ทณฺฑเกน ปหริตฺวา วิสํ โอตาเรตฺวา ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐเปสิ. ตตฺรสฺส ฐิตภาวํ ญตฺวา อคทเลเปน วิสํ นิมฺมเถตฺวา นฺหาเปตฺวา ‘‘สุขี โหหี’’ติ วตฺวา เยนกามํ ปกฺกามิ.
ตตฺถ อาสีวิเสน ทฏฺฐสฺส กาเย วิสปติฏฺฐานํ วิย อิเมสํ ภิกฺขูนํ รูเป อธิมตฺตคาหกาโล, เฉโก ภิสกฺโก วิย ตถาคโต, มนฺตํ ปริวตฺเตตฺวา อุปริ วิสสฺส อาโรปิตกาโล วิย ตถาคเตน เตสํ ภิกฺขูนํ รูปโต คาหํ นีหริตฺวา อรูเป ปติฏฺฐาปิตกาโล, ยาว อกฺขิปฺปเทสา อารุฬฺหวิสสฺส อุปริ อภิรุหิตุํ อทตฺวา ปุน มนฺตพเลน โอตาเรตฺวา ทฏฺฐฏฺฐาเนเยว ฐปนํ วิย สตฺถารา เตสํ ภิกฺขูนํ อรูปโต คาหํ นีหริตฺวา รูเป ปติฏฺฐาปิตกาโล. ทฏฺฐฏฺฐาเน ฐิตสฺส วิสสฺส อคทเลเปน นิมฺมถนํ วิย อุภยโต คาหํ นีหรณตฺถาย อิมิสฺสา เทสนาย อารทฺธกาโล เวทิตพฺโพ. ตตฺถ นิพฺพินฺทํ วิรชฺชตีติ อิมินา มคฺโค กถิโต, วิราคา วิมุจฺจตีติ ผลํ, วิมุตฺตสฺมินฺติอาทินา ปจฺจเวกฺขณา. ปฐมํ.