๑. ปริวีมํสนสุตฺตวณฺณนา

๕๑. ทุกฺขวคฺคสฺส ปฐเม ปริวีมํสมาโนติ อุปปริกฺขมาโน. ชรามรณนฺติ กสฺมา ชรามรณํ เอกเมว ‘‘อเนกวิธํ นานปฺปการก’’นฺติ วตฺวา คหิตนฺติ เจ? ตสฺมึ คหิเต สพฺพทุกฺขสฺส คหิตตฺตา. ยถา หิ จูฬาย คหิเต ปุริเส โส ปุริโส คหิโตว โหติ, เอวํ ชรามรเณ คหิเต สพฺพทุกฺขํ คหิตเมว โหติ. ตสฺมา ‘‘ยํ โข อิทํ อเนกวิธํ นานปฺปการกํ ทุกฺขํ โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ นฺหตฺวา ฐิตํ ปุริสํ วิย สพฺพทุกฺขํ ทสฺเสตฺวา ตํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย ชรามรณํ คณฺหิ.

ชรามรณนิโรธสารุปฺปคามินีติ ชรามรณนิโรธสฺส สารุปฺปภาเวน นิกฺกิเลสตาย ปริสุทฺธตาย สทิสาว หุตฺวา คามินีติ อตฺโถ. ตถา ปฏิปนฺโน จ โหตีติ ยถา ตํ ปฏิปนฺโนติ วุจฺจติ, เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ. อนุธมฺมจารีติ นิพฺพานธมฺมํ อนุคตํ ปฏิปตฺติธมฺมํ จรติ, ปูเรตีติ อตฺโถ. ทุกฺขกฺขยาย ปฏิปนฺโนติ สีลํ อาทึ กตฺวา ชรามรณทุกฺขสฺส นิโรธตฺถาย ปฏิปนฺโน. สงฺขารนิโรธายาติ สงฺขารทุกฺขสฺส นิโรธตฺถาย. เอตฺตาวตา ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตา.

อิทานิ อรหตฺตผลปจฺจเวกฺขณํ สตตวิหารญฺจ ทสฺเสตฺวา เทสนา นิวตฺเตตพฺพา สิยา, ตถา อกตฺวา อวิชฺชาคโตติ อิทํ กสฺมา คณฺหาตีติ? ขีณาสวสฺส สมติกฺกนฺตวฏฺฏทุกฺขทสฺสนตฺถํ. อปิจ ปุน วฏฺฏํ อารภิตฺวา วิวฏฺเฏ กถิยมาเน พุชฺฌนกสตฺโต เจตฺถ อตฺถิ, ตสฺส อชฺฌาสยวเสนาปิ อิทํ คณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย คโต อุปคโต สมนฺนาคโต. ปุริสปุคฺคโลติ ปุริโสเยว ปุคฺคโล. อุภเยนาปิ สมฺมุติกถํ กเถติ. พุทฺธานญฺหิ สมฺมุติกถา ปรมตฺถกถาติ เทฺว กถา โหนฺติ. ตตฺถ ‘‘สตฺโต นโร ปุริโส ปุคฺคโล ติสฺโส นาโค’’ติ เอวํ ปวตฺตา สมฺมุติกถา นาม. ‘‘ขนฺธา ธาตุโย อายตนานี’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปรมตฺถกถา นาม. ปรมตฺถํ กเถนฺตาปิ สมฺมุตึ อมุญฺจิตฺวา กเถนฺติ. เต สมฺมุตึ กเถนฺตาปิ ปรมตฺถํ กเถนฺตาปิ สจฺจเมว กเถนฺติ. เตเนว วุตฺตํ –

‘‘ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ, สมฺพุทฺโธ วทตํ วโร;

สมฺมุตึ ปรมตฺถญฺจ, ตติยํ นูปลพฺภติ;

สงฺเกตวจนํ สจฺจํ, โลกสมฺมุติการณํ;

ปรมตฺถวจนํ สจฺจํ, ธมฺมานํ ภูตลกฺขณ’’นฺติ.

ปุญฺญํ เจ สงฺขารนฺติ เตรสเจตนาเภทํ ปุญฺญาภิสงฺขารํ. อภิสงฺขโรตีติ กโรติ. ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณนฺติ กมฺมวิญฺญาณํ กมฺมปุญฺเญน อุปคตํ สมฺปยุตฺตํ โหติ, วิปากวิญฺญาณํ วิปากปุญฺเญน. อปุญฺญํ เจ สงฺขารนฺติ ทฺวาทสเจตนาเภทํ อปุญฺญาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ. อาเนญฺชํ เจ สงฺขารนฺติ จตุเจตนาเภทํ อาเนญฺชาภิสงฺขารํ. อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺญาณนฺติ กมฺมาเนญฺเชน กมฺมวิญฺญาณํ, วิปากาเนญฺเชน วิปากวิญฺญาณํ อุปคตํ โหติ. เอตฺถ จ ติวิธสฺส กมฺมาภิสงฺขารสฺส คหิตตฺตา ทฺวาทสปทิโก ปจฺจยากาโร คหิโตว โหติ. เอตฺตาวตา วฏฺฏํ ทสฺสิตํ.

อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต ยโต โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อวิชฺชาติ จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ. วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณํ. เอตฺถ จ ปฐมเมว อวิชฺชาย ปหีนาย วิชฺชา อุปฺปชฺชติ. ยถา ปน จตุรงฺเคปิ ตเม รตฺตึ ปทีปุชฺชเลน อนฺธกาโร ปหียติ, เอวํ วิชฺชุปฺปาทา อวิชฺชาย ปหานํ เวทิตพฺพํ. น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตีติ โลเก กิญฺจิ ธมฺมํ น คณฺหาติ น ปรามสติ. อนุปาทิยํ น ปริตสฺสตีติ อนุปาทิยนฺโต อคณฺหนฺโต เนว ตณฺหาปริตสฺสนาย, น ภยปริตสฺสนาย ปริตสฺสติ, น ตณฺหายติ น ภายตีติ อตฺโถ. ปจฺจตฺตญฺเญวาติ สยเมว อตฺตนาว ปรินิพฺพายติ, น อญฺญสฺส อานุภาเวน.

โส สุขํ เจ เวทนนฺติ อิทํ กสฺมา อารภิ? ขีณาสวสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณํ ทสฺเสตฺวา สตตวิหารํ ทสฺเสตุํ อารภิ. อนชฺโฌสิตาติ ตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา อคหิตา. อถ ทุกฺขเวทนา กสฺมา วุตฺตา, กึ ตมฺปิ อภินนฺทนฺโต อตฺถีติ? อาม อตฺถิ. สุขํ อภินนฺทนฺโตเยว หิ ทุกฺขํ อภินนฺทติ นาม ทุกฺขํ ปตฺวา สุขํ ปตฺถนโต สุขสฺส จ วิปริณามทุกฺขโตติ. กายปริยนฺติกนฺติ กายปริจฺฉินฺนํ, ยาว ปญฺจทฺวารกาโย ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ ปญฺจทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ. ชีวิตปริยนฺติกนฺติ ชีวิตปริจฺฉินฺนํ. ยาว ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ มโนทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ.

ตตฺถ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ปจฺฉา อุปฺปชฺชิตฺวา ปฐมํ นิรุชฺฌติ, มโนทฺวาริกเวทนา ปฐมํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา นิรุชฺฌติ. สา หิ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุรูปสฺมึเยว ปติฏฺฐาติ. ปญฺจทฺวาริกา ปวตฺเต ปญฺจทฺวารวเสน ปวตฺตมานา ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนวเสน อธิมตฺตา พลวตี โหติ, ปณฺณาสวสฺสกาเล ฐิตา โหติ, สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ปริหายมานา อสีตินวุติวสฺสกาเล มนฺทา โหติ. ตทา หิ สตฺตา ‘‘จิรรตฺตํ เอกโต นิสีทิมฺหา นิปชฺชิมฺหา’’ติ วทนฺเตปิ ‘‘น สญฺชานามา’’ติ วทนฺติ. อธิมตฺตานิปิ รูปาทิอารมฺมณานิ ‘‘น ปสฺสาม น สุณาม’’, ‘‘สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ วา สาทุํ อสาทุํ วา ถทฺธํ มุทุกนฺติ วา น ชานามา’’ติ วทนฺติ. อิติ เนสํ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ภคฺคา โหติ, มโนทฺวาริกาว ปวตฺตติ. สาปิ อนุปุพฺเพน ปริหายมานา มรณสมเย หทยโกฏึเยว นิสฺสาย ปวตฺตติ. ยาว ปเนสา ปวตฺตติ, ตาว สตฺโต ชีวตีติ วุจฺจติ. ยทา นปฺปวตฺตติ, ตทา มโต นิรุทฺโธติ วุจฺจติ.

สฺวายมตฺโถ วาปิยา ทีเปตพฺโพ –

ยถา หิ ปุริโส ปญฺจอุทกมคฺคสมฺปนฺนํ วาปึ กเรยฺย, ปฐมํ เทเว วุฏฺเฐ ปญฺจหิ อุทกมคฺเคหิ อุทกํ ปวิสิตฺวา อนฺโตวาปิยํ อาวาเฏ ปูเรยฺย, ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต อุทกมคฺเค ปูเรตฺวา คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ โอตฺถริตฺวา อุทกํ ติฏฺเฐยฺย ตโต ตโต วิสฺสนฺทมานํ, อถ นิทฺธมนตุมฺเพ วิวริตฺวา เขตฺเตสุ กมฺเม กริยมาเน อุทกํ นิกฺขมนฺตํ, สสฺสปากกาเล (อุทกํ นิกฺขมนฺตํ,) อุทกํ ปริหีนํ ‘‘มจฺเฉ คณฺหามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺเชยฺย, ตโต กติปาเหน อาวาเฏสุเยว อุทกํ สณฺฐเหยฺย. ยาว ปน ตํ อาวาเฏสุ โหติ, ตาว ‘‘มหาวาปิยํ อุทกํ อตฺถี’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ. ยทา ปน ตตฺถ ฉิชฺชติ, ตทา ‘‘วาปิยํ อุทกํ นตฺถี’’ติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.

ปฐมํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจหิ มคฺเคหิ อุทเก ปวิสนฺเต อาวาฏานํ ปูรณกาโล วิย หิ ปฐมเมว ปฏิสนฺธิกฺขเณ มโนทฺวาริกเวทนาย วตฺถุรูเป ปติฏฺฐิตกาโล, ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจนฺนํ มคฺคานํ ปูริตกาโล วิย ปวตฺเต ปญฺจทฺวาริกเวทนาย ปวตฺติกาโล, คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ อชฺโฌตฺถรณํ วิย ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนาทิวเสน ตสฺสา อธิมตฺตพลวภาโว, ยาว วาปิโต อุทกํ น นิคฺคจฺฉติ, ตาว ปูราย วาปิยา ฐิตกาโล วิย ปญฺญาสวสฺสกาเล ตสฺสา ฐิตกาโล, นิทฺธมนตุมฺเพสุ วิวเฏสุ กมฺมนฺเต กริยมาเน อุทกสฺส นิกฺขมนกาโล วิย สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ตสฺสา ปริหานิ, อุทเก ภฏฺเฐ อุทกมคฺเคสุ ปริตฺโตทกสฺส ฐิตกาโล วิย อสีตินวุติวสฺสกาเล ปญฺจทฺวาริกเวทนาย มนฺทกาโล, อาวาเฏสุเยว อุทกสฺส ปติฏฺฐานกาโล วิย หทยวตฺถุโกฏึ นิสฺสาย มโนทฺวาริกเวทนาย ปวตฺติกาโล, อาวาเฏสุ ปริตฺเตปิ อุทเก สติ ‘‘วาปิยํ อุทกํ อตฺถี’’ติ วตฺตพฺพกาโล วิย ยาว สา ปวตฺตติ, ตาว ‘‘สตฺโต ชีวตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา ปน อาวาเฏสุ อุทเก ฉินฺเน ‘‘นตฺถิ วาปิยํ อุทก’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ มโนทฺวาริกเวทนาย อปฺปวตฺตมานาย ‘‘สตฺโต มโต’’ติ วุจฺจติ. อิมํ เวทนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน’’ติ.

กายสฺส เภทาติ กายสฺส เภเทน. ชีวิตปริยาทานา อุทฺธนฺติ ชีวิตกฺขยโต อุทฺธํ. อิเธวาติ ปฏิสนฺธิวเสน ปรโต อคนฺตฺวา อิเธว. สีตีภวิสฺสนฺตีติ ปวตฺติวิปฺผนฺททรถรหิตานิ สีตานิ อปฺปวตฺตนธมฺมานิ ภวิสฺสนฺติ. สรีรานีติ ธาตุสรีรานิ. อวสิสฺสนฺตีติ อวสิฏฺฐานิ ภวิสฺสนฺติ.

กุมฺภการปากาติ กุมฺภการสฺส ภาชนปจนฏฺฐานโต. ปฏิสิสฺเสยฺยาติ ฐเปยฺย. กปลฺลานีติ สห มุขวฏฺฏิยา เอกาพทฺธานิ กุมฺภกปลฺลานิ. อวสิสฺเสยฺยุนฺติ ติฏฺเฐยฺยุํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อาทิตฺตกุมฺภการปาโก วิย หิ ตโย ภวา ทฏฺฐพฺพา, กุมฺภกาโร วิย โยคาวจโร, ปากโต กุมฺภการภาชนานํ นีหรณทณฺฑโก วิย อรหตฺตมคฺคญาณํ, สโม ภูมิภาโค วิย อสงฺขตํ นิพฺพานตลํ, ทณฺฑเกน อุณฺหกุมฺภํ อากฑฺฒิตฺวา สเม ภูมิภาเค กุมฺภสฺส ฐปิตกาโล วิย อารทฺธวิปสฺสกสฺส รูปสตฺตกํ อรูปสตฺตกํ วิปสฺสนฺตสฺส กมฺมฏฺฐาเน จ ปคุเณ วิภูเต อุปฏฺฐหมาเน ตถารูปํ อุตุสปฺปายาทึ ลภิตฺวา เอกาสเน นิสินฺนสฺส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปตฺวา จตูหิ อปาเยหิ อตฺตภาวํ อุทฺธริตฺวา ผลสมาปตฺติวเสน อสงฺขเต นิพฺพานตเล ฐิตกาโล ทฏฺฐพฺโพ. ขีณาสโว ปน อุณฺหกุมฺโภ วิย อรหตฺตปฺปตฺตทิวเสเยว น ปรินิพฺพาติ, สาสนปฺปเวณึ ปน ฆฏยมาโน ปณฺณาสสฏฺฐิวสฺสานิ ฐตฺวา จริมกจิตฺตปฺปตฺติยา อุปาทิณฺณกกฺขนฺธเภทา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาติ. อถสฺส กุมฺภสฺส วิย กปลฺลานิ อนุปาทิณฺณกสรีราเนว อวสิสฺสนฺตีติ. สรีรานิ อวสิสฺสนฺตีติ ปชานาตีติ อิทํ ปน ขีณาสวสฺส อนุโยคาโรปนตฺถํ วุตฺตํ.

วิญฺญาณํ ปญฺญาเยถาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ปญฺญาเยถ. สาธุ สาธูติ เถรานํ พฺยากรณํ สมฺปหํสติ. เอวเมตนฺติ ยเทตํ ติวิเธ อภิสงฺขาเร อสติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส อปฺปญฺญาณนฺติอาทิ, เอวเมว เอตํ. อธิมุจฺจถาติ สนฺนิฏฺฐานสงฺขาตํ อธิโมกฺขํ ปฏิลภถ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ อยเมว วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺโต อยํ ปริจฺเฉโท, ยทิทํ นิพฺพานนฺติ. ปฐมํ.