๖. ทุกฺขวคฺโค

๑. ปริวีมํสนสุตฺตวณฺณนา

๕๑. ทุกฺขวคฺคสฺส ปฐเม ปริวีมํสมาโนติ อุปปริกฺขมาโน. ชรามรณนฺติ กสฺมา ชรามรณํ เอกเมว ‘‘อเนกวิธํ นานปฺปการก’’นฺติ วตฺวา คหิตนฺติ เจ? ตสฺมึ คหิเต สพฺพทุกฺขสฺส คหิตตฺตา. ยถา หิ จูฬาย คหิเต ปุริเส โส ปุริโส คหิโตว โหติ, เอวํ ชรามรเณ คหิเต สพฺพทุกฺขํ คหิตเมว โหติ. ตสฺมา ‘‘ยํ โข อิทํ อเนกวิธํ นานปฺปการกํ ทุกฺขํ โลเก อุปฺปชฺชตี’’ติ นฺหตฺวา ฐิตํ ปุริสํ วิย สพฺพทุกฺขํ ทสฺเสตฺวา ตํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย ชรามรณํ คณฺหิ.

ชรามรณนิโรธสารุปฺปคามินีติ ชรามรณนิโรธสฺส สารุปฺปภาเวน นิกฺกิเลสตาย ปริสุทฺธตาย สทิสาว หุตฺวา คามินีติ อตฺโถ. ตถา ปฏิปนฺโน จ โหตีติ ยถา ตํ ปฏิปนฺโนติ วุจฺจติ, เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ. อนุธมฺมจารีติ นิพฺพานธมฺมํ อนุคตํ ปฏิปตฺติธมฺมํ จรติ, ปูเรตีติ อตฺโถ. ทุกฺขกฺขยาย ปฏิปนฺโนติ สีลํ อาทึ กตฺวา ชรามรณทุกฺขสฺส นิโรธตฺถาย ปฏิปนฺโน. สงฺขารนิโรธายาติ สงฺขารทุกฺขสฺส นิโรธตฺถาย. เอตฺตาวตา ยาว อรหตฺตา เทสนา กถิตา.

อิทานิ อรหตฺตผลปจฺจเวกฺขณํ สตตวิหารญฺจ ทสฺเสตฺวา เทสนา นิวตฺเตตพฺพา สิยา, ตถา อกตฺวา อวิชฺชาคโตติ อิทํ กสฺมา คณฺหาตีติ? ขีณาสวสฺส สมติกฺกนฺตวฏฺฏทุกฺขทสฺสนตฺถํ. อปิจ ปุน วฏฺฏํ อารภิตฺวา วิวฏฺเฏ กถิยมาเน พุชฺฌนกสตฺโต เจตฺถ อตฺถิ, ตสฺส อชฺฌาสยวเสนาปิ อิทํ คณฺหาตีติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย คโต อุปคโต สมนฺนาคโต. ปุริสปุคฺคโลติ ปุริโสเยว ปุคฺคโล. อุภเยนาปิ สมฺมุติกถํ กเถติ. พุทฺธานญฺหิ สมฺมุติกถา ปรมตฺถกถาติ เทฺว กถา โหนฺติ. ตตฺถ ‘‘สตฺโต นโร ปุริโส ปุคฺคโล ติสฺโส นาโค’’ติ เอวํ ปวตฺตา สมฺมุติกถา นาม. ‘‘ขนฺธา ธาตุโย อายตนานี’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปรมตฺถกถา นาม. ปรมตฺถํ กเถนฺตาปิ สมฺมุตึ อมุญฺจิตฺวา กเถนฺติ. เต สมฺมุตึ กเถนฺตาปิ ปรมตฺถํ กเถนฺตาปิ สจฺจเมว กเถนฺติ. เตเนว วุตฺตํ –

‘‘ทุเว สจฺจานิ อกฺขาสิ, สมฺพุทฺโธ วทตํ วโร;

สมฺมุตึ ปรมตฺถญฺจ, ตติยํ นูปลพฺภติ;

สงฺเกตวจนํ สจฺจํ, โลกสมฺมุติการณํ;

ปรมตฺถวจนํ สจฺจํ, ธมฺมานํ ภูตลกฺขณ’’นฺติ.

ปุญฺญํ เจ สงฺขารนฺติ เตรสเจตนาเภทํ ปุญฺญาภิสงฺขารํ. อภิสงฺขโรตีติ กโรติ. ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณนฺติ กมฺมวิญฺญาณํ กมฺมปุญฺเญน อุปคตํ สมฺปยุตฺตํ โหติ, วิปากวิญฺญาณํ วิปากปุญฺเญน. อปุญฺญํ เจ สงฺขารนฺติ ทฺวาทสเจตนาเภทํ อปุญฺญาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ. อาเนญฺชํ เจ สงฺขารนฺติ จตุเจตนาเภทํ อาเนญฺชาภิสงฺขารํ. อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺญาณนฺติ กมฺมาเนญฺเชน กมฺมวิญฺญาณํ, วิปากาเนญฺเชน วิปากวิญฺญาณํ อุปคตํ โหติ. เอตฺถ จ ติวิธสฺส กมฺมาภิสงฺขารสฺส คหิตตฺตา ทฺวาทสปทิโก ปจฺจยากาโร คหิโตว โหติ. เอตฺตาวตา วฏฺฏํ ทสฺสิตํ.

อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต ยโต โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อวิชฺชาติ จตูสุ สจฺเจสุ อญฺญาณํ. วิชฺชาติ อรหตฺตมคฺคญาณํ. เอตฺถ จ ปฐมเมว อวิชฺชาย ปหีนาย วิชฺชา อุปฺปชฺชติ. ยถา ปน จตุรงฺเคปิ ตเม รตฺตึ ปทีปุชฺชเลน อนฺธกาโร ปหียติ, เอวํ วิชฺชุปฺปาทา อวิชฺชาย ปหานํ เวทิตพฺพํ. น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยตีติ โลเก กิญฺจิ ธมฺมํ น คณฺหาติ น ปรามสติ. อนุปาทิยํ น ปริตสฺสตีติ อนุปาทิยนฺโต อคณฺหนฺโต เนว ตณฺหาปริตสฺสนาย, น ภยปริตสฺสนาย ปริตสฺสติ, น ตณฺหายติ น ภายตีติ อตฺโถ. ปจฺจตฺตญฺเญวาติ สยเมว อตฺตนาว ปรินิพฺพายติ, น อญฺญสฺส อานุภาเวน.

โส สุขํ เจ เวทนนฺติ อิทํ กสฺมา อารภิ? ขีณาสวสฺส ปจฺจเวกฺขณญาณํ ทสฺเสตฺวา สตตวิหารํ ทสฺเสตุํ อารภิ. อนชฺโฌสิตาติ ตณฺหาย คิลิตฺวา ปรินิฏฺฐเปตฺวา อคหิตา. อถ ทุกฺขเวทนา กสฺมา วุตฺตา, กึ ตมฺปิ อภินนฺทนฺโต อตฺถีติ? อาม อตฺถิ. สุขํ อภินนฺทนฺโตเยว หิ ทุกฺขํ อภินนฺทติ นาม ทุกฺขํ ปตฺวา สุขํ ปตฺถนโต สุขสฺส จ วิปริณามทุกฺขโตติ. กายปริยนฺติกนฺติ กายปริจฺฉินฺนํ, ยาว ปญฺจทฺวารกาโย ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ ปญฺจทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ. ชีวิตปริยนฺติกนฺติ ชีวิตปริจฺฉินฺนํ. ยาว ชีวิตํ ปวตฺตติ, ตาว ปวตฺตํ มโนทฺวาริกเวทนนฺติ อตฺโถ.

ตตฺถ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ปจฺฉา อุปฺปชฺชิตฺวา ปฐมํ นิรุชฺฌติ, มโนทฺวาริกเวทนา ปฐมํ อุปฺปชฺชิตฺวา ปจฺฉา นิรุชฺฌติ. สา หิ ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุรูปสฺมึเยว ปติฏฺฐาติ. ปญฺจทฺวาริกา ปวตฺเต ปญฺจทฺวารวเสน ปวตฺตมานา ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนวเสน อธิมตฺตา พลวตี โหติ, ปณฺณาสวสฺสกาเล ฐิตา โหติ, สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ปริหายมานา อสีตินวุติวสฺสกาเล มนฺทา โหติ. ตทา หิ สตฺตา ‘‘จิรรตฺตํ เอกโต นิสีทิมฺหา นิปชฺชิมฺหา’’ติ วทนฺเตปิ ‘‘น สญฺชานามา’’ติ วทนฺติ. อธิมตฺตานิปิ รูปาทิอารมฺมณานิ ‘‘น ปสฺสาม น สุณาม’’, ‘‘สุคนฺธํ ทุคฺคนฺธํ วา สาทุํ อสาทุํ วา ถทฺธํ มุทุกนฺติ วา น ชานามา’’ติ วทนฺติ. อิติ เนสํ ปญฺจทฺวาริกเวทนา ภคฺคา โหติ, มโนทฺวาริกาว ปวตฺตติ. สาปิ อนุปุพฺเพน ปริหายมานา มรณสมเย หทยโกฏึเยว นิสฺสาย ปวตฺตติ. ยาว ปเนสา ปวตฺตติ, ตาว สตฺโต ชีวตีติ วุจฺจติ. ยทา นปฺปวตฺตติ, ตทา มโต นิรุทฺโธติ วุจฺจติ.

สฺวายมตฺโถ วาปิยา ทีเปตพฺโพ –

ยถา หิ ปุริโส ปญฺจอุทกมคฺคสมฺปนฺนํ วาปึ กเรยฺย, ปฐมํ เทเว วุฏฺเฐ ปญฺจหิ อุทกมคฺเคหิ อุทกํ ปวิสิตฺวา อนฺโตวาปิยํ อาวาเฏ ปูเรยฺย, ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต อุทกมคฺเค ปูเรตฺวา คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ โอตฺถริตฺวา อุทกํ ติฏฺเฐยฺย ตโต ตโต วิสฺสนฺทมานํ, อถ นิทฺธมนตุมฺเพ วิวริตฺวา เขตฺเตสุ กมฺเม กริยมาเน อุทกํ นิกฺขมนฺตํ, สสฺสปากกาเล (อุทกํ นิกฺขมนฺตํ,) อุทกํ ปริหีนํ ‘‘มจฺเฉ คณฺหามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺเชยฺย, ตโต กติปาเหน อาวาเฏสุเยว อุทกํ สณฺฐเหยฺย. ยาว ปน ตํ อาวาเฏสุ โหติ, ตาว ‘‘มหาวาปิยํ อุทกํ อตฺถี’’ติ สงฺขํ คจฺฉติ. ยทา ปน ตตฺถ ฉิชฺชติ, ตทา ‘‘วาปิยํ อุทกํ นตฺถี’’ติ วุจฺจติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.

ปฐมํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจหิ มคฺเคหิ อุทเก ปวิสนฺเต อาวาฏานํ ปูรณกาโล วิย หิ ปฐมเมว ปฏิสนฺธิกฺขเณ มโนทฺวาริกเวทนาย วตฺถุรูเป ปติฏฺฐิตกาโล, ปุนปฺปุนํ เทเว วสฺสนฺเต ปญฺจนฺนํ มคฺคานํ ปูริตกาโล วิย ปวตฺเต ปญฺจทฺวาริกเวทนาย ปวตฺติกาโล, คาวุตฑฺฒโยชนมตฺตํ อชฺโฌตฺถรณํ วิย ปฐมวเย วีสติวสฺสกาเล รชฺชนาทิวเสน ตสฺสา อธิมตฺตพลวภาโว, ยาว วาปิโต อุทกํ น นิคฺคจฺฉติ, ตาว ปูราย วาปิยา ฐิตกาโล วิย ปญฺญาสวสฺสกาเล ตสฺสา ฐิตกาโล, นิทฺธมนตุมฺเพสุ วิวเฏสุ กมฺมนฺเต กริยมาเน อุทกสฺส นิกฺขมนกาโล วิย สฏฺฐิวสฺสกาลโต ปฏฺฐาย ตสฺสา ปริหานิ, อุทเก ภฏฺเฐ อุทกมคฺเคสุ ปริตฺโตทกสฺส ฐิตกาโล วิย อสีตินวุติวสฺสกาเล ปญฺจทฺวาริกเวทนาย มนฺทกาโล, อาวาเฏสุเยว อุทกสฺส ปติฏฺฐานกาโล วิย หทยวตฺถุโกฏึ นิสฺสาย มโนทฺวาริกเวทนาย ปวตฺติกาโล, อาวาเฏสุ ปริตฺเตปิ อุทเก สติ ‘‘วาปิยํ อุทกํ อตฺถี’’ติ วตฺตพฺพกาโล วิย ยาว สา ปวตฺตติ, ตาว ‘‘สตฺโต ชีวตี’’ติ วุจฺจติ. ยถา ปน อาวาเฏสุ อุทเก ฉินฺเน ‘‘นตฺถิ วาปิยํ อุทก’’นฺติ วุจฺจติ, เอวํ มโนทฺวาริกเวทนาย อปฺปวตฺตมานาย ‘‘สตฺโต มโต’’ติ วุจฺจติ. อิมํ เวทนํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน’’ติ.

กายสฺส เภทาติ กายสฺส เภเทน. ชีวิตปริยาทานา อุทฺธนฺติ ชีวิตกฺขยโต อุทฺธํ. อิเธวาติ ปฏิสนฺธิวเสน ปรโต อคนฺตฺวา อิเธว. สีตีภวิสฺสนฺตีติ ปวตฺติวิปฺผนฺททรถรหิตานิ สีตานิ อปฺปวตฺตนธมฺมานิ ภวิสฺสนฺติ. สรีรานีติ ธาตุสรีรานิ. อวสิสฺสนฺตีติ อวสิฏฺฐานิ ภวิสฺสนฺติ.

กุมฺภการปากาติ กุมฺภการสฺส ภาชนปจนฏฺฐานโต. ปฏิสิสฺเสยฺยาติ ฐเปยฺย. กปลฺลานีติ สห มุขวฏฺฏิยา เอกาพทฺธานิ กุมฺภกปลฺลานิ. อวสิสฺเสยฺยุนฺติ ติฏฺเฐยฺยุํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อาทิตฺตกุมฺภการปาโก วิย หิ ตโย ภวา ทฏฺฐพฺพา, กุมฺภกาโร วิย โยคาวจโร, ปากโต กุมฺภการภาชนานํ นีหรณทณฺฑโก วิย อรหตฺตมคฺคญาณํ, สโม ภูมิภาโค วิย อสงฺขตํ นิพฺพานตลํ, ทณฺฑเกน อุณฺหกุมฺภํ อากฑฺฒิตฺวา สเม ภูมิภาเค กุมฺภสฺส ฐปิตกาโล วิย อารทฺธวิปสฺสกสฺส รูปสตฺตกํ อรูปสตฺตกํ วิปสฺสนฺตสฺส กมฺมฏฺฐาเน จ ปคุเณ วิภูเต อุปฏฺฐหมาเน ตถารูปํ อุตุสปฺปายาทึ ลภิตฺวา เอกาสเน นิสินฺนสฺส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปตฺวา จตูหิ อปาเยหิ อตฺตภาวํ อุทฺธริตฺวา ผลสมาปตฺติวเสน อสงฺขเต นิพฺพานตเล ฐิตกาโล ทฏฺฐพฺโพ. ขีณาสโว ปน อุณฺหกุมฺโภ วิย อรหตฺตปฺปตฺตทิวเสเยว น ปรินิพฺพาติ, สาสนปฺปเวณึ ปน ฆฏยมาโน ปณฺณาสสฏฺฐิวสฺสานิ ฐตฺวา จริมกจิตฺตปฺปตฺติยา อุปาทิณฺณกกฺขนฺธเภทา อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพาติ. อถสฺส กุมฺภสฺส วิย กปลฺลานิ อนุปาทิณฺณกสรีราเนว อวสิสฺสนฺตีติ. สรีรานิ อวสิสฺสนฺตีติ ปชานาตีติ อิทํ ปน ขีณาสวสฺส อนุโยคาโรปนตฺถํ วุตฺตํ.

วิญฺญาณํ ปญฺญาเยถาติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณํ ปญฺญาเยถ. สาธุ สาธูติ เถรานํ พฺยากรณํ สมฺปหํสติ. เอวเมตนฺติ ยเทตํ ติวิเธ อภิสงฺขาเร อสติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส อปฺปญฺญาณนฺติอาทิ, เอวเมว เอตํ. อธิมุจฺจถาติ สนฺนิฏฺฐานสงฺขาตํ อธิโมกฺขํ ปฏิลภถ. เอเสวนฺโต ทุกฺขสฺสาติ อยเมว วฏฺฏทุกฺขสฺส อนฺโต อยํ ปริจฺเฉโท, ยทิทํ นิพฺพานนฺติ. ปฐมํ.

๒. อุปาทานสุตฺตวณฺณนา

๕๒. ทุติเย อุปาทานิเยสูติ จตุนฺนํ อุปาทานานํ ปจฺจเยสุ เตภูมกธมฺเมสุ. อสฺสาทานุปสฺสิโนติ อสฺสาทํ อนุปสฺสนฺตสฺส. ตตฺราติ ตสฺมึ อคฺคิกฺขนฺเธ. ตทาหาโรติ ตํปจฺจโย. ตทุปาทาโนติ ตสฺเสว เววจนํ. เอวเมว โขติ เอตฺถ อคฺคิกฺขนฺโธ วิย หิ ตโย ภวา, เตภูมกวฏฺฏนฺติปิ เอตเทว, อคฺคิชคฺคกปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต พาลปุถุชฺชโน, สุกฺขติณโคมยาทิปกฺขิปนํ วิย อสฺสาทานุปสฺสิโน ปุถุชฺชนสฺส ตณฺหาทิวเสน ฉหิ ทฺวาเรหิ กุสลากุสลกมฺมกรณํ. ติณโคมยาทีสุ ขีเณสุ ปุนปฺปุนํ เตสํ ปกฺขิปเนน อคฺคิกฺขนฺธสฺส วฑฺฒนํ วิย พาลปุถุชฺชนสฺส อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย ยถาวุตฺตกมฺมายูหเนน อปราปรํ วฏฺฏทุกฺขนิพฺพตฺตนํ.

น กาเลน กาลํ สุกฺขานิ เจว ติณานิ ปกฺขิเปยฺยาติ ตญฺหิ โกจิ อตฺถกาโม เอวํ วเทยฺย – ‘‘โภ กสฺมา อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย กลาเป พนฺธิตฺวา สุกฺขติณกฏฺฐานํ ปจฺฉิยญฺจ ปูเรตฺวา สุกฺขโคมยานิ ปกฺขิปนฺโต เอตํ อคฺคึ ชาเลสิ? อปิ นุ เต อตฺถิ อิโตนิทานํ กาจิ วฑฺฒีติ? วํสาคตเมตํ โภ อมฺหากํ, อิโตนิทานํ ปน เม อวฑฺฒิเยว, กุโต วฑฺฒิ? อหญฺหิ อิมํ อคฺคึ ชคฺคนฺโต เนว นฺหายิตุํ น ภุญฺชิตุํ น นิปชฺชิตุํ ลภามีติ. เตน หิ โภ กึ เต อิมินา นิรตฺถเกน อคฺคิชาลเนน? เอหิ ตฺวํ เอตานิ อาภตานิ ติณาทีนิ เอตฺถ นิกฺขิป, ตานิ สยเมว ฌายิสฺสนฺติ, ตฺวํ ปน อสุกสฺมึ ฐาเน สีโตทกา โปกฺขรณี อตฺถิ, ตตฺถ นฺหตฺวา, มาลาคนฺธวิเลปเนหิ อตฺตานํ มณฺเฑตฺวา สุนิวตฺโถ สุปารุโตว ปาทุกาหิ นครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทวรมารุยฺห วาตปานํ วิวริตฺวา มหาวีถิยํ วิโรจมาโน นิสีท เอกคฺโค สุขสมปฺปิโต หุตฺวา, ตตฺถ เต นิสินฺนสฺส ติณาทีนํ ขเยน สยเมว อยํ อคฺคิ อปฺปณฺณตฺติภาวํ คมิสฺสตี’’ติ. โส ตถา กเรยฺย. ตเถว จ ตตฺถ นิสินฺนสฺส โส อคฺคิ อุปาทานกฺขเยน อปฺปณฺณตฺติภาวํ คจฺเฉยฺย. อิทํ สนฺธาเยตํ ‘‘น กาเลน กาล’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ ปน อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – จตฺตาลีสาย กฏฺฐวาหานํ ชลมาโน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ ทฏฺฐพฺพํ, อคฺคิชคฺคนกปุริโส วิย วฏฺฏสนฺนิสฺสิตโก โยคาวจโร, อตฺถกาโม ปุริโส วิย สมฺมาสมฺพุทฺโธ, เตน ปุริเสน ตสฺส ทินฺนโอวาโท วิย ตถาคเตน ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, เตภูมกธมฺเมสุ นิพฺพินฺท, เอวํ วฏฺฏทุกฺขา มุจฺจิสฺสสี’’ติ ตสฺส เตภูมกธมฺเมสุ กมฺมฏฺฐานสฺส กถิตกาโล, ตสฺส ปุริสสฺส ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชิตฺวา ปาสาเท นิสินฺนกาโล วิย โยคิโน สุคโตวาทํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส เตภูมกธมฺเมสุ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อนุกฺกเมน ยถานุรูปํ อาหารสปฺปายาทึ ลภิตฺวา, เอกาสเน นิสินฺนสฺส อคฺคผเล ปติฏฺฐิตกาโล, ตสฺส นฺหานวิเลปนาทีหิ สุโธตมณฺฑิตกายตฺตา ตสฺมึ นิสินฺนสฺส เอกคฺคสุขสมปฺปิตกาโล วิย โยคิโน อริยมคฺคโปกฺขรณิยํ มคฺคญาโณทเกน สุนฺหาตสุโธตกิเลสมลสฺส หิโรตฺตปฺปสาฏเก นิวาเสตฺวา สีลวิเลปนานุลิตฺตสฺส อรหตฺตมณฺฑเนน อตฺตภาวํ มณฺเฑตฺวา วิมุตฺติปุปฺผทามํ ปิฬนฺธิตฺวา อิทฺธิปาทปาทุกา อารุยฺห นิพฺพานนครํ ปวิสิตฺวา ธมฺมปาสาทํ อารุยฺห สติปฏฺฐานมหาวีถิยํ วิโรจมานสฺส นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสินฺนกาโล. ตสฺส ปน ปุริสสฺส ตสฺมึ นิสินฺนสฺส ติณาทีนํ ขเยน อคฺคิกฺขนฺธสฺส อปฺปณฺณตฺติคมนกาโล วิย ขีณาสวสฺส ยาวตายุกํ ฐตฺวา อุปาทิณฺณกกฺขนฺธเภเทน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส มหาวฏฺฏวูปสโม ทฏฺฐพฺโพ. ทุติยํ.

๓. สํโยชนสุตฺตวณฺณนา

๕๓. ตติเย สํโยชนิเยสูติ ทสนฺนํ สํโยชนานํ ปจฺจเยสุ. ฌาเยยฺยาติ ชเลยฺย. เตลํ อาสิญฺเจยฺย วฏฺฏึ อุปสํหเรยฺยาติ ทีปปฏิชคฺคนตฺถํ เตลภาชนญฺจ มหนฺตญฺจ วฏฺฏิกปาลํ คเหตฺวา สมีเป นิจฺจํ ฐิโตว เตเล ขีเณ เตลํ อาสิญฺเจยฺย, วฏฺฏิยา ขีณาย วฏฺฏึ อุปสํหเรยฺย. เสสเมตฺถ สทฺธึ โอปมฺมสํสนฺทเนน ปุริมนเยเนว เวทิตพฺพํ. ตติยํ.

๔. ทุติยสํโยชนสุตฺตวณฺณนา

๕๔. จตุตฺเถ อุปมํ ปฐมํ กตฺวา ปจฺฉา อตฺโถ วุตฺโต. เสสํ ตาทิสเมว. จตุตฺถํ.

๕. มหารุกฺขสุตฺตวณฺณนา

๕๕. ปญฺจเม อุทฺธํ โอชํ อภิหรนฺตีติ ปถวีรสญฺจ อาโปรสญฺจ อุปริ อาโรเปนฺติ. โอชาย อาโรปิตตฺตา หตฺถสตุพฺเพธสฺส รุกฺขสฺส องฺกุรคฺเคสุ พินฺทุพินฺทูนิ วิย หุตฺวา สิเนโห ติฏฺฐติ. อิทํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ – มหารุกฺโข วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ, มูลานิ วิย อายตนานิ, มูเลหิ โอชาย อาโรหนํ วิย ฉหิ ทฺวาเรหิ กมฺมาโรหนํ, โอชาย อภิรุฬฺหตฺตา มหารุกฺขสฺส ยาวกปฺปฏฺฐานํ วิย วฏฺฏนิสฺสิตพาลปุถุชฺชนสฺส ฉหิ ทฺวาเรหิ กมฺมํ อายูหนฺตสฺส อปราปรํ วฏฺฏสฺส วฑฺฒนวเสน ทีฆรตฺตํ ฐานํ.

กุทฺทาลปิฏกนฺติ กุทฺทาลญฺเจว ปจฺฉิภาชนญฺจ. ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺเทยฺยาติ ขุทฺทกมหนฺตานิ ขณฺฑาขณฺฑานิ กโรนฺโต ฉินฺเทยฺย. อิทํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อิธาปิ หิ มหารุกฺโข วิย เตภูมกวฏฺฏํ, รุกฺขํ นาเสตุกาโม ปุริโส วิย โยคาวจโร, กุทฺทาโล วิย ญาณํ, ปจฺฉิ วิย สมาธิ, รุกฺขจฺเฉทนผรสุ วิย ญาณํ, รุกฺขสฺส มูเล ฉินฺนกาโล วิย โยคิโน อาจริยสนฺติเก กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา มนสิกโรนฺตสฺส ปญฺญา, ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺทนกาโล วิย สงฺเขปโต จตุนฺนํ มหาภูตานํ มนสิกาโร, ผาลนํ วิย เทฺวจตฺตาลีสาย โกฏฺฐาเสสุ วิตฺถารมนสิกาโร, สกลิกํ สกลิกํ กรณกาโล วิย อุปาทารูปสฺส เจว รูปกฺขนฺธารมฺมณสฺส วิญฺญาณสฺส จาติ อิเมสํ วเสน นามรูปปริคฺคโห, มูลานํ อุปจฺเฉทนํ วิย ตสฺเสว นามรูปสฺส ปจฺจยปริเยสนํ, วาตาตเป วิโสเสตฺวา อคฺคินา ฑหนกาโล วิย อนุปุพฺเพน วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อญฺญตรํ สปฺปายํ ลภิตฺวา กมฺมฏฺฐาเน วิภูเต อุปฏฺฐหมาเน เอกปลฺลงฺเก นิสินฺนสฺส สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺส อคฺคผลปฺปตฺติ, มสิกรณํ วิย อรหตฺตปฺปตฺตทิวเสเยว อปรินิพฺพายนฺตสฺส ยาวตายุกํ ฐิต กาโล, มหาวาเต โอปุนนํ นทิยา ปวาหนํ วิย จ อุปาทิณฺณกกฺขนฺธเภเทน อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุตสฺส วฏฺฏวูปสโม เวทิตพฺโพ. ปญฺจมํ.

๖. ทุติยมหารุกฺขสุตฺตวณฺณนา

๕๖. ฉฏฺเฐปิ อุปมํ ปฐมํ วตฺวา ปจฺฉา อตฺโถ วุตฺโต, อิทเมว นานตฺตํ. ฉฏฺฐํ.

๗. ตรุณรุกฺขสุตฺตวณฺณนา

๕๗-๕๙. สตฺตเม ตรุโณติ อชาตผโล. ปลิมชฺเชยฺยาติ โสเธยฺย. ปํสุํ ทเทยฺยาติ ถทฺธผรุสปํสุํ หริตฺวา มุทุโคมยจุณฺณมิสฺสํ มธุรปํสุํ ปกฺขิเปยฺย. วุทฺธินฺติ วุทฺธึ อาปชฺชิตฺวา ปุปฺผูปโค ปุปฺผํ, ผลูปโค ผลํ คเณฺหยฺย. อิทํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ตรุณรุกฺโข วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ, รุกฺขชคฺคโก ปุริโส วิย วฏฺฏนิสฺสิโต ปุถุชฺชโน, มูลผลสนฺตานาทีนิ วิย ตีหิ ทฺวาเรหิ กุสลากุสลกมฺมายูหนํ, รุกฺขสฺส วุฑฺฒิอาปชฺชนํ วิย ปุถุชฺชนสฺส ตีหิ ทฺวาเรหิ กมฺมํ อายูหโต อปราปรํ วฏฺฏปฺปวตฺติ. วิวฏฺฏํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อฏฺฐมนวมานิ อุตฺตานตฺถาเนว. สตฺตมาทีนิ.

๑๐. นิทานสุตฺตวณฺณนา

๖๐. ทสเม กุรูสุ วิหรตีติ กุรูติ เอวํ พหุวจนวเสน ลทฺธโวหาเร ชนปเท วิหรติ. กมฺมาสธมฺมํ นาม กุรูนํ นิคโมติ เอวํนามโก กุรูนํ นิคโม, ตํ โคจรคามํ กตฺวาติ อตฺโถ. อายสฺมาติ ปิยวจนเมตํ ครุวจนเมตํ. อานนฺโทติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ฉ นิสชฺชโทเส วิวชฺเชนฺโต ทกฺขิณชาณุมณฺฑลสฺส อภิมุขฏฺฐาเน ฉพฺพณฺณานํ พุทฺธรสฺมีนํ อนฺโต ปวิสิตฺวา ปสนฺนลาขารสํ วิคาหนฺโต วิย สุวณฺณปฏํ ปารุปนฺโต วิย รตฺตกมฺพลวิตานมชฺฌํ ปวิสนฺโต วิย ธมฺมภณฺฑาคาริโก อายสฺมา อานนฺโท นิสีทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอกมนฺตํ นิสีที’’ติ.

กาย ปน เวลาย เกน การเณน อยมายสฺมา ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโตติ? สายนฺหเวลาย ปจฺจยาการปญฺหํ ปุจฺฉนการเณน. ตํ ทิวสํ กิร อยมายสฺมา กุลสงฺคหตฺถาย ฆรทฺวาเร ฆรทฺวาเร สหสฺสภณฺฑิกํ นิกฺขิปนฺโต วิย กมฺมาสธมฺมํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต สตฺถุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา สตฺถริ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐ สตฺถารํ วนฺทิตฺวา อตฺตโน ทิวาฏฺฐานํ คนฺตฺวา อนฺเตวาสิเกสุ วตฺตํ ทสฺเสตฺวา ปฏิกฺกนฺเตสุ ทิวาฏฺฐานํ ปฏิสมฺมชฺชิตฺวา จมฺมกฺขณฺฑํ ปญฺญเปตฺวา อุทกตุมฺพโต อุทเกน หตฺถปาเท สีตลํ กตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน โสตาปตฺติผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา. อถ ปริจฺฉินฺนกาลวเสน สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรสิ. โส ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทิโต ปฏฺฐาย อนฺตํ, อนฺตโต ปฏฺฐาย อาทึ, อุภยนฺตโต ปฏฺฐาย มชฺฌํ, มชฺฌโต ปฏฺฐาย อุโภ อนฺเต ปาเปนฺโต ติกฺขตฺตุํ ทฺวาทสปทํ ปจฺจยาการํ สมฺมสิ. ตสฺเสวํ สมฺมสนฺตสฺส ปจฺจยากาโร วิภูโต หุตฺวา อุตฺตานกุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาสิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปจฺจยากาโร สพฺพพุทฺเธหิ คมฺภีโร เจว คมฺภีราวภาโส จาติ กถิโต, มยฺหํ โข ปน ปเทสญาเณ ฐิตสฺส สาวกสฺส สโต อุตฺตาโน วิย วิภูโต ปากโฏ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, มยฺหํเยว นุ โข เอส อุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาติ, อุทาหุ อญฺเญสมฺปีติ อตฺตโน อุปฏฺฐานการณํ สตฺถุ อาโรเจสฺสามี’’ติ นิสินฺนฏฺฐานโต อุฏฺฐาย จมฺมกฺขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา อาทาย สายนฺหสมเย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘สายนฺหเวลายํ ปจฺจยาการปญฺหํ ปุจฺฉนการเณน อุปสงฺกมนฺโต’’ติ.

ยาว คมฺภีโรติ เอตฺถ ยาวสทฺโท ปมาณาติกฺกเม. อติกฺกมฺม ปมาณํ คมฺภีโร, อติคมฺภีโรติ อตฺโถ. คมฺภีราวภาโสติ คมฺภีโรว หุตฺวา อวภาสติ, ทิสฺสตีติ อตฺโถ. เอกญฺหิ อุตฺตานเมว คมฺภีราวภาสํ โหติ ปูติปณฺณรสวเสน กาฬวณฺณํ ปุราณอุทกํ วิย. ตญฺหิ ชาณุปฺปมาณมฺปิ สตโปริสํ วิย ทิสฺสติ. เอกํ คมฺภีรํ อุตฺตานาวภาสํ โหติ มณิภาสํ วิปฺปสนฺนอุทกํ วิย. ตญฺหิ สตโปริสมฺปิ ชาณุปฺปมาณํ วิย ขายติ. เอกํ อุตฺตานํ อุตฺตานาวภาสํ โหติ ปาติอาทีสุ อุทกํ วิย. เอกํ คมฺภีรํ คมฺภีราวภาสํ โหติ สิเนรุปาทกมหาสมุทฺเท อุทกํ วิย. เอวํ อุทกเมว จตฺตาริ นามานิ ลภติ. ปฏิจฺจสมุปฺปาเท ปเนตํ นตฺถิ. อยญฺหิ คมฺภีโร จ คมฺภีราวภาโส จาติ เอกเมว นามํ ลภติ. เอวรูโป สมาโนปิ อถ จ ปน เม อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายติ, ตทิทํ อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเตติ เอวํ อตฺตโน วิมฺหยํ ปกาเสนฺโต ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺวา ตุณฺหีภูโต นิสีทิ.

ภควา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ‘‘อานนฺโท ภวคฺคคหณาย หตฺถํ ปสาเรนฺโต วิย สิเนรุํ ภินฺทิตฺวา มิญฺชํ นีหริตุํ วายมมาโน วิย วินา นาวาย มหาสมุทฺทํ ตริตุกาโม วิย ปถวึ ปริวตฺเตตฺวา ปถโวชํ คเหตุํ วายมมาโน วิย พุทฺธวิสยํ ปญฺหํ อตฺตโน อุตฺตานุตฺตานนฺติ วทติ, หนฺทสฺส คมฺภีรภาวํ อาจิกฺขามี’’ติ จินฺเตตฺวา มา เหวนฺติอาทิมาห.

ตตฺถ มา เหวนฺติ ห-กาโร นิปาตมตฺตํ, เอวํ มา ภณีติ อตฺโถ. ‘‘มา เหว’’นฺติ จ อิทํ วจนํ ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อุสฺสาเทนฺโตปิ ภณติ อปสาเทนฺโตปิ. ตตฺถ อุสฺสาเทนฺโตปีติ, อานนฺท, ตฺวํ มหาปญฺโญ วิสทญาโณ, เตน เต คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก วิย ขายติ, อญฺเญสํ ปเนส อุตฺตานโกติ น สลฺลกฺเขตพฺโพ, คมฺภีโรเยว จ โส คมฺภีราวภาโส จ.

ตตฺถ จตสฺโส อุปมา วทนฺติ – ฉ มาเส สุโภชนรสปุฏฺฐสฺส กิร กตโยคสฺส มหามลฺลสฺส สมชฺชสมเย กตมลฺลปาสาณปริจยสฺส ยุทฺธภูมึ คจฺฉนฺตสฺส อนฺตรา มลฺลปาสาณํ ทสฺเสสุํ. โส ‘‘กึ เอต’’นฺติ อาห. มลฺลปาสาโณติ. อาหรถ นนฺติ. ‘‘อุกฺขิปิตุํ น สกฺโกมา’’ติ วุตฺเต สยํ คนฺตฺวา ‘‘กุหึ อิมสฺส ภาริยฏฺฐาน’’นฺติ วตฺวา ทฺวีหิ หตฺเถหิ เทฺว ปาสาเณ อุกฺขิปิตฺวา กีฬาคุเฬ วิย ขิปิตฺวา อคมาสิ. ตตฺถ มลฺลสฺส มลฺลปาสาโณ ลหุโกติ น อญฺเญสมฺปิ ลหุโกติ วตฺตพฺโพ. ฉ มาเส สุโภชนรสปุฏฺโฐ มลฺโล วิย หิ กปฺปสตสหสฺสํ อภินีหารสมฺปนฺโน อายสฺมา อานนฺโท. ยถา มลฺลสฺส มหาพลตาย มลฺลปาสาโณ ลหุโก, เอวํ เถรสฺส มหาปญฺญตาย ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ วตฺตพฺโพ, โส อญฺเญสํ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ.

มหาสมุทฺเท จ ติมิ นาม มหามจฺโฉ ทฺวิโยชนสติโก, ติมิงฺคโล ติโยชนสติโก, ติมิรปิงฺคโล ปญฺจโยชนสติโก, อานนฺโท ติมินนฺโท อชฺฌาโรโห มหาติมีติ อิเม จตฺตาโร โยชนสหสฺสิกา. ตตฺถ ติมิรปิงฺคเลเนว ทีเปนฺติ. ตสฺส กิร ทกฺขิณกณฺณํ จาเลนฺตสฺส ปญฺจโยชนสเต ปเทเส อุทกํ จลติ, ตถา วามกณฺณํ, ตถา นงฺคุฏฺฐํ, ตถา สีสํ. เทฺว ปน กณฺเณ จาเลตฺวา นงฺคุฏฺเฐน ปหริตฺวา สีสํ อปราปรํ กตฺวา กีฬิตุํ อารทฺธสฺส สตฺตฏฺฐโยชนสเต ฐาเน ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา อุทฺธเน อาโรปิตํ วิย อุทกํ ปกฺกุถติ. โยชนสตมตฺเต ปเทเส อุทกํ ปิฏฺฐึ ฉาเทตุํ น สกฺโกติ. โส เอวํ วเทยฺย – ‘‘อยํ มหาสมุทฺโท คมฺภีโรติ วทนฺติ, กุตสฺส คมฺภีรตา, มยํ ปิฏฺฐิมตฺตจฺฉาทนมฺปิ อุทกํ น ลภามา’’ติ. ตตฺถ กายูปปนฺนสฺส ติมิรปิงฺคลสฺส มหาสมุทฺโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสญฺจ ขุทฺทกมจฺฉานํ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ, เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสมฺปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ. สุปณฺณราชา จ ทิยฑฺฒโยชนสติโก โหติ. ตสฺส ทกฺขิณปกฺโข ปญฺญาสโยชนิโก โหติ, ตถา วามปกฺโข, ปิญฺฉวฏฺฏิ จ สฏฺฐิโยชนิกา, คีวา ตึสโยชนิกา, มุขํ นวโยชนํ, ปาทา ทฺวาทสโยชนิกา, ตสฺมึ สุปณฺณวาตํ ทสฺเสตุํ อารทฺเธ สตฺตฏฺฐโยชนสตํ ฐานํ นปฺปโหติ. โส เอวํ วเทยฺย – ‘‘อยํ อากาโส อนนฺโตติ วทนฺติ, กุตสฺส อนนฺตตา, มยํ ปกฺขวาตปฺปตฺถรโณกาสมฺปิ น ลภามา’’ติ. ตตฺถ กายูปปนฺนสฺส สุปณฺณรญฺโญ อากาโส ปริตฺโตติ อญฺเญสญฺจ ขุทฺทกปกฺขีนํ ปริตฺโตติ น วตฺตพฺโพ, เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสมฺปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ.

ราหุ อสุรินฺโท ปน ปาทนฺตโต ยาว เกสนฺตา โยชนานํ จตฺตาริ สหสฺสานิ อฏฺฐ จ สตานิ โหนฺติ. ตสฺส ทฺวินฺนํ พาหานํ อนฺตเร ทฺวาทสโยชนสติกํ, พหลตฺเตน ฉโยชนสติกํ, หตฺถปาทตลานิ ติโยชนสติกานิ, ตถา มุขํ, เอกงฺคุลิปพฺพํ ปญฺญาสโยชนํ, ตถา ภมุกนฺตรํ, นลาฏํ ติโยชนสติกํ, สีสํ นวโยชนสติกํ. ตสฺส มหาสมุทฺทํ โอติณฺณสฺส คมฺภีรํ อุทกํ ชาณุปฺปมาณํ โหติ. โส เอวํ วเทยฺย – ‘‘อยํ มหาสมุทฺโท คมฺภีโรติ วทนฺติ. กุตสฺส คมฺภีรตา? มยํ ชาณุปฺปฏิจฺฉาทนมตฺตมฺปิ อุทกํ น ลภามา’’ติ. ตตฺถ กายูปปนฺนสฺส ราหุโน มหาสมุทฺโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสญฺจ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ. เอวเมว ญาณูปปนฺนสฺส เถรสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อญฺเญสมฺปิ อุตฺตาโนติ น วตฺตพฺโพ. เอตมตฺถํ สนฺธาย ภควา มา เหวํ, อานนฺท, มา เหวํ, อานนฺทาติ อาห.

เถรสฺส หิ จตูหิ การเณหิ คมฺภีโร ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตาโนติ อุปฏฺฐาสิ. กตเมหิ จตูหิ? ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา ติตฺถวาเสน โสตาปนฺนตาย พหุสฺสุตภาเวนาติ.

อิโต กิร สตสหสฺสิเม กปฺเป ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา โลเก อุปฺปชฺชิ. ตสฺส หํสวตี นาม นครํ อโหสิ, อานนฺโท นาม ราชา ปิตา, สุเมธา นาม เทวี มาตา, โพธิสตฺโต อุตฺตรกุมาโร นาม อโหสิ. โส ปุตฺตสฺส ชาตทิวเส มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขมฺม ปพฺพชิตฺวา ปธานมนุยุตฺโต อนุกฺกเมน สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา, ‘‘อเนกชาติสํสาร’’นฺติ อุทานํ อุทาเนตฺวา สตฺตาหํ โพธิปลฺลงฺเก วีตินาเมตฺวา ‘‘ปถวิยํ ปาทํ ฐเปสฺสามี’’ติ ปาทํ อภินีหริ. อถ ปถวึ ภินฺทิตฺวา มหนฺตํ ปทุมํ อุฏฺฐาสิ. ตสฺส ธุรปตฺตานิ นวุติหตฺถานิ, เกสรํ ตึสหตฺถํ, กณฺณิกา ทฺวาทสหตฺถา, นวฆฏปฺปมาณา เรณุ อโหสิ.

สตฺถา ปน อุพฺเพธโต อฏฺฐปญฺญาสหตฺโถ อโหสิ, ตสฺส อุภินฺนํ พาหานมนฺตรํ อฏฺฐารสหตฺถํ, นลาฏํ ปญฺจหตฺถํ, หตฺถปาทา เอกาทสหตฺถา. ตสฺส เอกาทสหตฺเถน ปาเทน ทฺวาทสหตฺถาย กณฺณิกาย อกฺกนฺตมตฺตาย นวฆฏปฺปมาณา เรณุ อุฏฺฐาย อฏฺฐปญฺญาสหตฺถํ ปเทสํ อุคฺคนฺตฺวา โอกิณฺณมโนสิลาจุณฺณํ วิย ปจฺโจกิณฺณํ. ตทุปาทาย ภควา ‘‘ปทุมุตฺตโร’’เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. ตสฺส เทวิโล จ สุชาโต จ เทฺว อคฺคสาวกา อเหสุํ, อมิตา จ อสมา จ เทฺว อคฺคสาวิกา, สุมโน นาม อุปฏฺฐาโก. ปทุมุตฺตโร ภควา ปิตุสงฺคหํ กุรุมาโน ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร หํสวติยา ราชธานิยา วสติ.

กนิฏฺฐภาตา ปนสฺส สุมนกุมาโร นาม. ตสฺส ราชา หํสวติโต วีสโยชนสเต โภคํ อทาสิ. โส กทาจิ อาคนฺตฺวา ปิตรญฺจ สตฺถารญฺจ ปสฺสติ. อเถกทิวสํ ปจฺจนฺโต กุปิโต. สุมโน รญฺโญ สาสนํ เปเสสิ. ราชา ‘‘ตฺวํ มยา, ตาต, กสฺมา ฐปิโต’’ติ ปฏิเปเสสิ. โส โจเร วูปสเมตฺวา ‘‘อุปสนฺโต, เทว, ชนปโท’’ติ รญฺโญ เปเสสิ. ราชา ตุฏฺโฐ ‘‘สีฆํ มม ปุตฺโต อาคจฺฉตู’’ติ อาห. ตสฺส สหสฺสมตฺตา อมจฺจา โหนฺติ. โส เตหิ สทฺธึ อนฺตรามคฺเค มนฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ ปิตา ตุฏฺโฐ สเจ เม วรํ เทติ, กึ คณฺหามี’’ติ? อถ นํ เอกจฺเจ ‘‘หตฺถึ คณฺหถ, อสฺสํ คณฺหถ, ชนปทํ คณฺหถ, สตฺตรตนานิ คณฺหถา’’ติ อาหํสุ. อปเร ‘‘ตุเมฺห ปถวิสฺสรสฺส ปุตฺตา, น ตุมฺหากํ ธนํ ทุลฺลภํ, ลทฺธมฺปิ เจตํ สพฺพํ ปหาย คมนียํ, ปุญฺญเมว เอกํ อาทาย คมนียํ, ตสฺมา เทเว วรํ ททมาเน เตมาสํ ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ อุปฏฺฐาตุํ วรํ คณฺหถา’’ติ. โส ‘‘ตุเมฺห มยฺหํ กลฺยาณมิตฺตา นาม, มเมตํ จิตฺตํ นตฺถิ, ตุเมฺหหิ ปน อุปฺปาทิตํ, เอวํ กริสฺสามี’’ติ, คนฺตฺวา ปิตรํ วนฺทิตฺวา ปิตรา อาลิงฺเคตฺวา, มตฺถเก จุมฺพิตฺวา ‘‘วรํ เต, ปุตฺต, เทมี’’ติ วุตฺเต ‘‘อิจฺฉามหํ, มหาราช, ภควนฺตํ เตมาสํ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหนฺโต ชีวิตํ อวญฺฌํ กาตุํ, อิทํ เม วรํ เทหี’’ติ อาห. น สกฺกา, ตาต, อญฺญํ วเรหีติ. เทว, ขตฺติยานํ นาม เทฺวกถา นตฺถิ, เอตเมว เม เทหิ, น มมญฺเญน อตฺโถติ. ตาต, พุทฺธานํ นาม จิตฺตํ ทุชฺชานํ, สเจ ภควา น อิจฺฉิสฺสติ, มยา ทินฺนมฺปิ กึ ภวิสฺสตีติ? ‘‘สาธุ, เทว, อหํ ภควโต จิตฺตํ ชานิสฺสามี’’ติ วิหารํ คโต.

เตน จ สมเยน ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา ภควา คนฺธกุฏึ ปวิฏฺโฐ โหติ. โส มณฺฑลมาเฬ สนฺนิสินฺนานํ ภิกฺขูนํ สนฺติกํ อคมาสิ. เต นํ อาหํสุ – ‘‘ราชปุตฺต กสฺมา อาคโตสี’’ติ? ภควนฺตํ ทสฺสนาย, ทสฺเสถ เม ภควนฺตนฺติ. ‘‘น มยํ, ราชปุตฺต, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สตฺถารํ ทฏฺฐุํ ลภามา’’ติ. โก ปน, ภนฺเต, ลภตีติ? สุมนตฺเถโร นาม ราชปุตฺตาติ. โส ‘‘กุหึ ภนฺเต เถโร’’ติ? เถรสฺส นิสินฺนฏฺฐานํ ปุจฺฉิตฺวา คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา – ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ ปสฺสิตุํ, ทสฺเสถ เม ภควนฺต’’นฺติ อาห. เถโร ‘‘เอหิ, ราชปุตฺตา’’ติ ตํ คเหตฺวา คนฺธกุฏิปริเวเณ ฐเปตฺวา คนฺธกุฏึ อารุหิ. อถ นํ ภควา ‘‘สุมน, กสฺมา อาคโตสี’’ติ อาห. ราชปุตฺโต, ภนฺเต, ภควนฺตํ ทสฺสนาย อาคโตติ. เตน หิ ภิกฺขุ อาสนํ ปญฺญเปหีติ. เถโร อาสนํ ปญฺญเปสิ. นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. ราชปุตฺโต ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา ปฏิสนฺถารํ อกาสิ, ‘‘กทา อาคโตสิ ราชปุตฺตา’’ติ? ภนฺเต, ตุเมฺหสุ คนฺธกุฏึ ปวิฏฺเฐสุ, ภิกฺขู ปน ‘‘น มยํ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ภควนฺตํ ทฏฺฐุํ ลภามา’’ติ มํ เถรสฺส สนฺติกํ ปาเหสุํ, เถโร ปน เอกวจเนเนว ทสฺเสสิ, เถโร, ภนฺเต, ตุมฺหากํ สาสเน วลฺลโภ มญฺเญติ. อาม, ราชกุมาร, วลฺลโภ เอส ภิกฺขุ มยฺหํ สาสเนติ. ภนฺเต, พุทฺธานํ สาสเน กึ กตฺวา วลฺลโภ โหตีติ? ทานํ ทตฺวา สีลํ สมาทิยิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา, กุมาราติ. ภควา อหมฺปิ เถโร วิย พุทฺธสาสเน วลฺลโภ โหตุกาโม, เตมาสํ เม วสฺสาวาสํ อธิวาเสถาติ. ภควา, ‘‘อตฺถิ นุ โข คเตน อตฺโถ’’ติ โอโลเกตฺวา ‘‘อตฺถี’’ติ ทิสฺวา ‘‘สุญฺญาคาเร โข, ราชกุมาร, ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ อาห. กุมาโร ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ วตฺวา – ‘‘อหํ, ภนฺเต, ปุริมตรํ คนฺตฺวา วิหารํ กาเรมิ, มยา เปสิเต ภิกฺขุสตสหสฺเสน สทฺธึ อาคจฺฉถา’’ติ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา ปิตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘ทินฺนา เม, เทว, ภควตา ปฏิญฺญา, มยา ปหิเต ตุเมฺห ภควนฺตํ เปเสยฺยาถา’’ติ ปิตรํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิตฺวา โยชเน โยชเน วิหารํ กาเรตฺวา วีสโยชนสตํ อทฺธานํ คโต. คนฺตฺวา อตฺตโน นคเร วิหารฏฺฐานํ วิจินนฺโต โสภนสฺส นาม กุฏุมฺพิกสฺส อุยฺยานํ ทิสฺวา สตสหสฺเสน กิณิตฺวา สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา วิหารํ กาเรสิ. ตตฺถ ภควโต คนฺธกุฏึ, เสสภิกฺขูนญฺจ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานตฺถาย กุฏิเลณมณฺฑเป การาเปตฺวา ปาการปริกฺเขปํ ทฺวารโกฏฺฐกญฺจ นิฏฺฐาเปตฺวา ปิตุ สนฺติกํ เปเสสิ ‘‘นิฏฺฐิตํ มยฺหํ กิจฺจํ, สตฺถารํ ปหิณถา’’ติ.

ราชา ภควนฺตํ โภเชตฺวา ‘‘ภควา สุมนสฺส กิจฺจํ นิฏฺฐิตํ, ตุมฺหากํ อาคมนํ ปจฺจาสีสตี’’ติ. ภควา สตสหสฺสภิกฺขุปริวาโร โยชเน โยชเน วิหาเรสุ วสมาโน อคมาสิ. กุมาโร ‘‘สตฺถา อาคจฺฉตี’’ติ สุตฺวา โยชนํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูชยมาโน วิหารํ ปเวเสตฺวา –

‘‘สตสหสฺเสน เม กีตํ, สตสหสฺเสน มาปิตํ;

โสภนํ นาม อุยฺยานํ ปฏิคฺคณฺห, มหามุนี’’ติ. –

วิหารํ นิยฺยาเตสิ. โส วสฺสูปนายิกทิวเส ทานํ ทตฺวา อตฺตโน ปุตฺตทาเร จ อมจฺเจ จ ปกฺโกสาเปตฺวา อาห –‘‘สตฺถา อมฺหากํ สนฺติกํ ทูรโต อาคโต, พุทฺธา จ นาม ธมฺมครุโนว, นามิสครุกา. ตสฺมา อหํ อิมํ เตมาสํ เทฺว สาฏเก นิวาเสตฺวา ทส สีลานิ สมาทิยิตฺวา อิเธว วสิสฺสามิ, ตุเมฺห ขีณาสวสตสหสฺสสฺส อิมินาว นีหาเรน เตมาสํ ทานํ ทเทยฺยาถา’’ติ.

โส สุมนตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานสภาเคเยว ฐาเน วสนฺโต ยํ เถโร ภควโต วตฺตํ กโรติ, ตํ สพฺพํ ทิสฺวา, ‘‘อิมสฺมึ ฐาเน เอกนฺตวลฺลโภ เอส เถโร, เอตสฺเสว ฐานนฺตรํ ปตฺเถตุํ วฏฺฏตี’’ติ จินฺเตตฺวา, อุปกฏฺฐาย ปวารณาย คามํ ปวิสิตฺวา สตฺตาหํ มหาทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส ภิกฺขูสตสหสฺสสฺส ปาทมูเล ติจีวรํ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, ‘‘ภนฺเต, ยเทตํ มยา มคฺเค โยชนนฺตริกวิหารการาปนโต ปฏฺฐาย ปุญฺญํ กตํ, ตํ เนว สกฺกสมฺปตฺตึ, น มารพฺรหฺมสมฺปตฺตึ ปตฺถยนฺเตน, พุทฺธสฺส ปน อุปฏฺฐากภาวํ ปตฺเถนฺเตน กตํ. ตสฺมา อหมฺปิ ภควา อนาคเต สุมนตฺเถโร วิย เอกสฺส พุทฺธสฺส อุปฏฺฐาโก โหมี’’ติ ปญฺจปติฏฺฐิเตน ปติตฺวา วนฺทิตฺวา นิปนฺโน. ภควา ‘‘มหนฺตํ กุลปุตฺตสฺส จิตฺตํ, อิชฺฌิสฺสติ นุ โข, โน’’ติ โอโลเกนฺโต, ‘‘อนาคเต อิโต สตสหสฺสิเม กปฺเป โคตโม นาม พุทฺโธ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺเสว อุปฏฺฐาโก ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา –

‘‘อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ, สพฺพเมว สมิชฺฌตุ;

สพฺเพ ปูเรนฺตุ สงฺกปฺปา, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา’’ติ. –

อาห. กุมาโร สุตฺวา ‘‘พุทฺธา นาม อเทฺวชฺฌกถา โหนฺตี’’ติ ทุติยทิวเสเยว ตสฺส ภควโต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโต วิย อโหสิ. โส ตสฺมึ พุทฺธุปฺปาเท วสฺสสตสหสฺสํ ทานํ ทตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา กสฺสปพุทฺธกาเลปิ ปิณฺฑาย จรโต เถรสฺส ปตฺตคฺคหณตฺถํ อุตฺตริสาฏกํ ทตฺวา ปูชํ อกาสิ. ปุน สคฺเค นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต พาราณสิราชา หุตฺวา อฏฺฐนฺนํ ปจฺเจกพุทฺธานํ ปณฺณสาลาโย กาเรตฺวา มณิอาธารเก อุปฏฺฐเปตฺวา จตูหิ ปจฺจเยหิ ทสวสฺสสหสฺสานิ อุปฏฺฐานํ อกาสิ. เอตานิ ปากฏฏฺฐานานิ.

กปฺปสตสหสฺสํ ปน ทานํ ททมาโนว อมฺหากํ โพธิสตฺเตน สทฺธึ ตุสิตปุเร นิพฺพตฺติตฺวา ตโต จุโต อมิโตทนสกฺกสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อนุปุพฺเพน กตาภินิกฺขมโน สมฺมาสมฺโพธึ ปตฺวา ปฐมคมเนน กปิลวตฺถุํ อาคนฺตฺวา ตโต นิกฺขมนฺเต ภควติ ภควโต ปริวารตฺถํ ราชกุมาเรสุ ปพฺพชนฺเตสุ ภทฺทิยาทีหิ สทฺธึ นิกฺขมิตฺวา ภควโต สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว อายสฺมโต ปุณฺณสฺส มนฺตาณิปุตฺตสฺส สนฺติเก ธมฺมกถํ สุตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ. เอวเมส อายสฺมา ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปนฺโน, ตสฺสิมาย ปุพฺพูปนิสฺสยสมฺปตฺติยา คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาสิ.

ติตฺถวาโสติ ปน ครูนํ สนฺติเก อุคฺคหณสวนปริปุจฺฉนธารณานิ วุจฺจนฺติ. โส เถรสฺส อติวิย ปริสุทฺโธ. เตนาปิสฺสายํ คมฺภีโรปิ อุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาสิ. โสตาปนฺนานญฺจ นาม ปจฺจยากาโร อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, อยญฺจ อายสฺมา โสตาปนฺโน. พหุสฺสุตานํ จตุหตฺเถ โอวรเก ปทีเป ชลมาเน มญฺจปีฐํ วิย นามรูปปริจฺเฉโท ปากโฏ โหติ, อยญฺจ อายสฺมา พหุสฺสุตานํ อคฺโค. อิติ พาหุสจฺจภาเวนปิสฺส คมฺภีโรปิ ปจฺจยากาโร อุตฺตานโก วิย อุปฏฺฐาสิ. ปฏิจฺจสมุปฺปาโท จตูหิ คมฺภีรตาหิ คมฺภีโร. สา ปนสฺส คมฺภีรตา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตาว. สา สพฺพาปิ เถรสฺส อุตฺตานกา วิย อุปฏฺฐาสิ. เตน ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อุสฺสาเทนฺโต มา เหวนฺติอาทิมาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อานนฺท, ตฺวํ มหาปญฺโญ วิสทญาโณ, เตน เต คมฺภีโรปิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อุตฺตานโก วิย ขายติ. ตสฺมา ‘‘มยฺหเมว นุ โข เอส อุตฺตานโก วิย หุตฺวา อุปฏฺฐาติ, อุทาหุ อญฺเญสมฺปี’’ติ มา เอวํ อวจ.

ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘อปสาเทนฺโต’’ติ, ตตฺถายมธิปฺปาโย – อานนฺท, ‘‘อถ จ ปน เม อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายตี’’ติ มา เหวํ อวจ. ยทิ หิ เต เอส อุตฺตานกุตฺตานโก วิย ขายติ, กสฺมา ตฺวํ อตฺตโน ธมฺมตาย โสตาปนฺโน นาโหสิ, มยา ทินฺนนเย ฐตฺวา โสตาปตฺติมคฺคํ ปฏิวิชฺฌิ? อานนฺท, อิทํ นิพฺพานเมว คมฺภีรํ, ปจฺจยากาโร ปน อุตฺตานโก ชาโต, อถ กสฺมา โอฬาริกํ กามราคสํโยชนํ ปฏิฆสํโยชนํ โอฬาริกํ กามราคานุสยํ ปฏิฆานุสยนฺติ อิเม จตฺตาโร กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา สกทาคามิผลํ น สจฺฉิกโรสิ, เตเยว อณุสหคเต จตฺตาโร กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา อนาคามิผลํ น สจฺฉิกโรสิ, รูปราคาทีนิ ปญฺจ สํโยชนานิ, มานานุสยํ ภวราคานุสยํ อวิชฺชานุสยนฺติ อิเม อฏฺฐ กิเลเส สมุคฺฆาเตตฺวา อรหตฺตํ น สจฺฉิกโรสิ? กสฺมา วา สตสหสฺสกปฺปาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปูริตปารมิโน สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา วิย สาวกปารมีญาณํ น ปฏิวิชฺฌสิ, สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ เทฺว อสงฺเขฺยยฺยานิ ปูริตปารมิโน ปจฺเจกพุทฺธา วิย จ ปจฺเจกโพธิญาณํ น ปฏิวิชฺฌสิ? ยทิ วา เต สพฺพถาว เอส อุตฺตานโก หุตฺวา อุปฏฺฐาสิ. อถ กสฺมา สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อฏฺฐ โสฬส วา อสงฺเขฺยยฺยานิ ปูริตปารมิโน พุทฺธา วิย สพฺพญฺญุตญฺญาณํ น สจฺฉิกโรสิ? กึ อนตฺถิโกสิ เอเตหิ วิเสสาธิคเมหิ? ปสฺส ยาว จ เต อปรทฺธํ, ตฺวํ นาม สาวกปเทสญาเณ ฐิโต อติคมฺภีรํ ปจฺจยาการํ ‘‘อุตฺตานโก วิย เม อุปฏฺฐาตี’’ติ วทสิ. ตสฺส เต อิทํ วจนํ พุทฺธานํ กถาย ปจฺจนีกํ โหติ. ตาทิเสน นาม ภิกฺขุนา พุทฺธานํ กถาย ปจฺจนีกํ กเถตพฺพนฺติ น ยุตฺตเมตํ. นนุ มยฺหํ, อานนฺท, อิมํ ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺตสฺเสว กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ อติกฺกนฺตานิ. ปจฺจยาการปฏิวิชฺฌนตฺถาย จ ปน เม อทินฺนทานํ นาม นตฺถิ, อปูริตปารมี นาม นตฺถิ. ‘‘อชฺช ปจฺจยาการํ ปฏิวิชฺฌิสฺสามี’’ติ ปน เม นิรุสฺสาหํ วิย มารพลํ วิธมนฺตสฺส อยํ มหาปถวี ทฺวงฺคุลมตฺตมฺปิ นากมฺปิ, ตถา ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ สมฺปาเทนฺตสฺส. ปจฺฉิมยาเม ปน เม พลวปจฺจูสสมเย, ‘‘อวิชฺชา สงฺขารานํ นวหิ อากาเรหิ ปจฺจโย โหตี’’ติ ทิฏฺฐมตฺเตเยว ทสสหสฺสิโลกธาตุ อยทณฺเฑน อาโกฏิตกํสถาโล วิย วิรวสตํ วิรวสหสฺสํ มุญฺจมานา วาตาหเต ปทุมินิปณฺเณ อุทกพินฺทุ วิย ปกมฺปิตฺถ. เอวํ คมฺภีโร จายํ, อานนฺท, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท คมฺภีราวภาโส จ, เอตสฺส, อานนฺท, ธมฺมสฺส อนนุโพธา…เป… นาติวตฺตตีติ.

เอตสฺส ธมฺมสฺสาติ เอตสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส. อนนุโพธาติ ญาตปริญฺญาวเสน อนนุพุชฺฌนา. อปฺปฏิเวธาติ ตีรณปฺปหานปริญฺญาวเสน อปฺปฏิวิชฺฌนา. ตนฺตากุลกชาตาติ ตนฺตํ วิย อากุลชาตา. ยถา นาม ทุนฺนิกฺขิตฺตํ มูสิกจฺฉินฺนํ เปสการานํ ตนฺตํ ตหึ ตหึ อากุลํ โหติ, ‘‘อิทํ อคฺคํ, อิทํ มูล’’นฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ โหติ. เอวเมว สตฺตา อิมสฺมึ ปจฺจยากาเร ขลิตา อากุลา พฺยากุลา โหนฺติ, น สกฺโกนฺติ ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ. ตตฺถ ตนฺตํ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกาปิ ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ยถา ปน อากุลํ ตนฺตํ กญฺชิยํ ทตฺวา โกจฺเฉน ปหฏํ ตตฺถ ตตฺถ คุฬกชาตํ โหติ คณฺฐิพทฺธํ, เอวมิเม สตฺตา ปจฺจเยสุ ปกฺขลิตฺวา ปจฺจเย อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตา ทฺวาสฏฺฐิทิฏฺฐิคตวเสน คุฬกชาตา โหนฺติ คณฺฐิพทฺธา. เย หิ เกจิ ทิฏฺฐิโย สนฺนิสฺสิตา, สพฺเพ เต ปจฺจยํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตาเยว.

กุลาคณฺฐิกชาตาติ กุลาคณฺฐิกํ วุจฺจติ เปสการกญฺชิยสุตฺตํ. กุลา นาม สกุณิกา, ตสฺสา กุลาวโกติปิ เอเก. ยถา หิ ตทุภยมฺปิ อากุลํ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรนฺติ ปุริมนเยเนว โยเชตพฺพํ.

มุญฺชปพฺพชภูตาติ มุญฺชติณํ วิย ปพฺพชติณํ วิย จ ภูตา ตาทิสา ชาตา. ยถา หิ ตานิ ติณานิ โกฏฺเฏตฺวา กตรชฺชุ ชิณฺณกาเล กตฺถจิ ปติตํ คเหตฺวา เตสํ ติณานํ ‘‘อิทํ อคฺคํ, อิทํ มูล’’นฺติ อคฺเคน วา อคฺคํ, มูเลน วา มูลํ สมาเนตุํ ทุกฺกรํ, ตมฺปิ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐตฺวา สกฺกา ภเวยฺย อุชุํ กาตุํ, ฐเปตฺวา ปน เทฺว โพธิสตฺเต อญฺโญ สตฺโต อตฺตโน ธมฺมตาย ปจฺจยาการํ อุชุํ กาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, เอวมยํ ปชา ปจฺจยํ อุชุํ กาตุํ อสกฺโกนฺตี ทิฏฺฐิคตวเสน คณฺฐิกชาตา หุตฺวา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ สํสารํ นาติวตฺตติ.

ตตฺถ อปาโยติ นิรยติรจฺฉานโยนิเปตฺติวิสยอสุรกายา. สพฺเพปิ หิ เต วฑฺฒิสงฺขาตสฺส อยสฺส อภาวโต ‘‘อปาโย’’ติ วุจฺจติ, ตถา ทุกฺขสฺส คติภาวโต ทุคฺคติ, สุขสมุสฺสยโต วินิปติตตฺตา วินิปาโต. อิตโร ปน –

‘‘ขนฺธานญฺจ ปฏิปาฏิ, ธาตุอายตนาน จ;

อพฺโภจฺฉินฺนํ วตฺตมานา, สํสาโรติ ปวุจฺจติ’’.

ตํ สพฺพมฺปิ นาติวตฺตติ นาติกฺกมติ, อถ โข จุติโต ปฏิสนฺธึ, ปฏิสนฺธิโต จุตินฺติ เอวํ ปุนปฺปุนํ จุติปฏิสนฺธิโย คณฺหมานา ตีสุ ภเวสุ จตูสุ โยนีสุ ปญฺจสุ คตีสุ สตฺตสุ วิญฺญาณฏฺฐิตีสุ นวสุ สตฺตาวาเสสุ มหาสมุทฺเท วาตกฺขิตฺตา นาวา วิย ยนฺเต ยุตฺตโคโณ วิย จ ปริพฺภมติเยว. อิติ สพฺพเมตํ ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อปสาเทนฺโต อาห. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมวาติ. ทสมํ.

ทุกฺขวคฺโค ฉฏฺโฐ.