๓. ทสพลวคฺโค
๑. ทสพลสุตฺตวณฺณนา
๒๑. ทสพลวคฺคสฺส ปฐมํ ทุติยสฺเสว สงฺเขโป.
๒. ทุติยทสพลสุตฺตวณฺณนา
๒๒. ทุติยํ ภควตา อตฺตโน อชฺฌาสยสฺส วเสน วุตฺตํ. ตตฺถ ทสพลสมนฺนาคโตติ ทสหิ พเลหิ สมนฺนาคโต. พลญฺจ นาเมตํ ทุวิธํ กายพลญฺจ ญาณพลญฺจ. เตสุ ตถาคตสฺส กายพลํ หตฺถิกุลานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘กาฬาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ.(ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๘; วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๐); –
อิมานิ ทส หตฺถิกุลานิ. ตตฺถ กาฬาวกนฺติ ปกติหตฺถิกุลํ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ทสนฺนํ ปุริสานํ กายพลํ, ตํ เอกสฺส กาฬาวกสฺส หตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ กาฬาวกานํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺส. ยํ ทสนฺนํ คงฺเคยฺยานํ, ตํ เอกสฺส ปณฺฑรสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปณฺฑรานํ, ตํ เอกสฺส ตมฺพสฺส. ยํ ทสนฺนํ ตมฺพานํ, ตํ เอกสฺส ปิงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปิงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส คนฺธหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ คนฺธหตฺถีนํ, ตํ เอกสฺส มงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ มงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส เหมวตสฺส. ยํ ทสนฺนํ เหมวตานํ, ตํ เอกสฺส อุโปสถสฺส. ยํ ทสนฺนํ อุโปสถานํ, ตํ เอกสฺส ฉทฺทนฺตสฺส. ยํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ, ตํ เอกสฺส ตถาคตสฺส. นารายนสงฺฆาตพลนฺติปิ อิทเมว วุจฺจติ. ตเทตํ ปกติหตฺถิคณนาย หตฺถีนํ โกฏิสหสฺสานํ, ปุริสคณนาย ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ. อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ. ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต’’ติ เอตฺถ ปน เอตํ สงฺคหํ น คจฺฉติ. เอตญฺหิ พาหิรกํ ลามกํ ติรจฺฉานคตานํ สีหาทีนมฺปิ โหติ. เอตญฺหิ นิสฺสาย ทุกฺขปริญฺญา วา สมุทยปฺปหานํ วา มคฺคภาวนา วา ผลสจฺฉิกิริยา วา นตฺถิ. อญฺญํ ปน ทสสุ ฐาเนสุ อกมฺปนตฺเถน อุปตฺถมฺภนตฺเถน จ ทสวิธํ ญาณพลํ นาม อตฺถิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ทสพลสมนฺนาคโต’’ติ.
กตมํ ปน ตนฺติ? ฐานาฏฺฐานาทีนํ ยถาภูตํ ชานนํ. เสยฺยถิทํ – ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ชานนํ เอกํ, อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนานํ กมฺมสมาทานานํ ฐานโส เหตุโส ยถาภูตํ วิปากชานนํ เอกํ, สพฺพตฺถคามินิปฏิปทาชานนํ เอกํ, อเนกธาตุนานาธาตุโลกชานนํ เอกํ, ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ นานาธิมุตฺติกตาชานนํ เอกํ, เตสํเยว อินฺทฺริยปโรปริยตฺตชานนํ เอกํ, ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สํกิเลสโวทานวุฏฺฐานชานนํ เอกํ, ปุพฺเพนิวาสชานนํ เอกํ, สตฺตานํ จุตูปปาตชานนํ เอกํ, อาสวกฺขยชานนํ เอกนฺติ. อภิธมฺเม ปน –
‘‘อิธ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ. ยมฺปิ ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ. อิทมฺปิ ตถาคตสฺส ตถาคตพลํ โหติ, ยํ พลํ อาคมฺม ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตี’’ติ.
อาทินา (วิภ. ๗๖๐) นเยน วิตฺถารโต อาคตาเนว. อตฺถวณฺณนาปิ เนสํ วิภงฺคฏฺฐกถายญฺเจว (วิภ. อฏฺฐ. ๗๖๐) ปปญฺจสูทนิยา จ มชฺฌิมฏฺฐกถาย (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๔๘) สพฺพาการโต วุตฺตา. สา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺพา.
จตูหิ จ เวสารชฺเชหีติ เอตฺถ สารชฺชปฏิปกฺขํ เวสารชฺชํ, จตูสุ ฐาเนสุ เวสารชฺชภาวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนโสมนสฺสมยญาณสฺเสตํ นามํ. กตเมสุ จตูสุ? ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’’ติอาทีสุ โจทนาวตฺถูสุ. ตตฺรายํ ปาฬิ –
‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส เวสารชฺชานิ…เป…. กตมานิ จตฺตาริ? ‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สห ธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ. ‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ติ ตตฺร วต มํ…เป… ‘เย โข ปน เต อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา, เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’ติ ตตฺร วต มํ…เป… ‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา…เป… เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามี’’ติ (อ. นิ. ๔.๘).
อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐานํ อุตฺตมฏฺฐานํ. อาสภา วา ปุพฺพพุทฺธา, เตสํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อปิจ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อสมฺปกมฺปิโย นิสโภ, โส อิธ อุสโภติ อธิปฺเปโต. อิทมฺปิ หิ ตสฺส ปริยายวจนํ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ. ฐานนฺติ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อวฏฺฐานํ (ม. นิ. ๑.๑๕๐). อิทํ ปน อาสภํ วิยาติ อาสภํ. ยเถว หิ นิสภสงฺขาโต อุสโภ อุสภพเลน สมนฺนาคโต จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ตถาคโตปิ ทสหิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ. เอวํ ติฏฺฐมาโน จ ตํ อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ อุปคจฺฉติ น ปจฺจกฺขาติ, อตฺตนิ อาโรเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาตี’’ติ.
ปริสาสูติ ‘‘อฏฺฐ โข อิมา, สาริปุตฺต, ปริสา. กตมา อฏฺฐ? ขตฺติยปริสา พฺราหฺมณปริสา คหปติปริสา สมณปริสา จาตุมหาราชิกปริสา ตาวตึสปริสา มารปริสา พฺรหฺมปริสา’’ติ, อิมาสุ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. สีหนาทํ นทตีติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ นทติ, สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทติ. อยมตฺโถ สีหนาทสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ. ยถา วา สีโห สหนโต เจว หนนโต จ สีโหติ วุจฺจติ, เอวํ ตถาคโต โลกธมฺมานํ สหนโต ปรปฺปวาทานญฺจ หนนโต สีโหติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตสฺส สีหสฺส นาทํ สีหนาทํ. ตตฺถ ยถา สีโห สีหพเลน สมนฺนาคโต สพฺพตฺถ วิสารโท วิคตโลมหํโส สีหนาทํ นทติ, เอวํ ตถาคตสีโหปิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต อฏฺฐสุ ปริสาสุ วิสารโท วิคตโลมหํโส, ‘‘อิติ รูป’’นฺติอาทินา นเยน นานาวิธเทสนาวิลาสสมฺปนฺนํ สีหนาทํ นทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสุ สีหนาทํ นทตี’’ติ.
พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ, วิสุทฺธสฺส ธมฺมจกฺกสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ ปน ธมฺมจกฺกํ ทุวิธํ โหติ ปฏิเวธญาณญฺจ เทสนาญาณญฺจ. ตตฺถ ปญฺญาปภาวิตํ อตฺตโน อริยผลาวหํ ปฏิเวธญาณํ, กรุณาปภาวิตํ สาวกานํ อริยผลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ตุสิตภวนโต วา ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ทีปงฺกรโต วา ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาสิโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ พุทฺธานํเยว โอรสญาณํ.
อิทานิ ยํ อิมินา ญาเณน สมนฺนาคโต สีหนาทํ นทติ, ตํ ทสฺเสตุํ อิติ รูปนฺติอาทิมาห. ตตฺถ อิติ รูปนฺติ อิทํ รูปํ เอตฺตกํ รูปํ, อิโต อุทฺธํ รูปํ นตฺถีติ รุปฺปนสภาวญฺเจว ภูตุปาทายเภทญฺจ อาทึ กตฺวา ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานวเสน อนวเสสรูปปริคฺคโห วุตฺโต. อิติ รูปสฺส สมุทโยติ อิมินา เอวํ ปริคฺคหิตสฺส รูปสฺส สมุทโย วุตฺโต. ตตฺถ อิตีติ เอวํ สมุทโย โหตีติ อตฺโถ. ตสฺส วิตฺถาโร ‘‘อวิชฺชาสมุทยา รูปสมุทโย ตณฺหาสมุทยา, กมฺมสมุทยา อาหารสมุทยา รูปสมุทโยติ นิพฺพตฺติลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส อุทยํ ปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) เอวํ เวทิตพฺโพ. อตฺถงฺคเมปิ ‘‘อวิชฺชานิโรธา รูปนิโรโธ…เป… วิปริณามลกฺขณํ ปสฺสนฺโตปิ รูปกฺขนฺธสฺส นิโรธํ ปสฺสตี’’ติ อยํ วิตฺถาโร.
อิติ เวทนาติอาทีสุปิ อยํ เวทนา เอตฺตกา เวทนา, อิโต อุทฺธํ เวทนา นตฺถิ, อยํ สญฺญา, อิเม สงฺขารา, อิทํ วิญฺญาณํ เอตฺตกํ วิญฺญาณํ, อิโต อุทฺธํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ เวทยิตสญฺชานนอภิสงฺขรณวิชานนสภาวญฺเจว สุขาทิรูปสญฺญาทิผสฺสาทิจกฺขุวิญฺญาณาทิเภทญฺจ อาทึ กตฺวา ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานวเสน อนวเสสเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณปริคฺคโห วุตฺโต. อิติ เวทนาย สมุทโยติอาทีหิ ปน เอวํ ปริคฺคหิตานํ เวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณานํ สมุทโย วุตฺโต. ตตฺราปิ อิตีติ เอวํ สมุทโย โหตีติ อตฺโถ. เตสมฺปิ วิตฺถาโร ‘‘อวิชฺชาสมุทยา เวทนาสมุทโย’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๐) รูเป วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ตีสุ ขนฺเธสุ ‘‘อาหารสมุทยา’’ติ อวตฺวา ‘‘ผสฺสสมุทยา’’ติ วตฺตพฺพํ, วิญฺญาณกฺขนฺเธ ‘‘นามรูปสมุทยา’’ติ. อตฺถงฺคมปทมฺปิ เตสํเยว วเสน โยเชตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปน อุทยพฺพยวินิจฺฉโย สพฺพาการปริปูโร วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺโต.
อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตีติ อยมฺปิ อปโร สีหนาโท. ตสฺสตฺโถ – อิมสฺมึ อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย สติ อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ โหติ. อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชตีติ อิมสฺส อวิชฺชาทิกสฺส ปจฺจยสฺส อุปฺปาทา อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ อุปฺปชฺชติ. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหตีติ อิมสฺมึ อวิชฺชาทิเก ปจฺจเย อสติ อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ น โหติ. อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌตีติ อิมสฺส อวิชฺชาทิกสฺส ปจฺจยสฺส นิโรธา อิทํ สงฺขาราทิกํ ผลํ นิรุชฺฌติ. อิทานิ ยถา ตํ โหติ เจว นิรุชฺฌติ จ, ตํ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ ยทิทํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติอาทิมาห.
เอวํ สฺวากฺขาโตติ เอวํ ปญฺจกฺขนฺธวิภชนาทิวเสน สุฏฺฐุ อกฺขาโต กถิโต. ธมฺโมติ ปญฺจกฺขนฺธปจฺจยาการธมฺโม. อุตฺตาโนติ อนิกุชฺชิโต. วิวโฏติ วิวริตฺวา ฐปิโต. ปกาสิโตติ ทีปิโต โชติโต. ฉินฺนปิโลติโกติ ปิโลติกา วุจฺจติ ฉินฺนํ ภินฺนํ ตตฺถ ตตฺถ สิพฺพิตคณฺฐิตํ ชิณฺณวตฺถํ, ตํ ยสฺส นตฺถีติ อฏฺฐหตฺถํ นวหตฺถํ วา อหตสาฏกํ นิวตฺโถ, โส ฉินฺนปิโลติโก นาม. อยมฺปิ ธมฺโม ตาทิโส. น เหตฺถ โกหญฺญาทิวเสน ฉินฺนภินฺนสิพฺพิตคณฺฐิตภาโว อตฺถิ. อปิจ ขุทฺทกสาฏโกปิ ปิโลติกาติ วุจฺจติ, สา ยสฺส นตฺถิ, อฏฺฐนวหตฺโถ มหาปโฏ อตฺถิ, โสปิ ฉินฺนปิโลติโก, อปคตปิโลติโกติ อตฺโถ. ตาทิโส อยํ ธมฺโม. ยถา หิ จตุหตฺถํ สาฏกํ คเหตฺวา ปริคฺคหณํ กโรนฺโต ปุริโส อิโต จิโต จ อญฺฉนฺโต กิลมติ, เอวํ พาหิรกสมเย ปพฺพชิตา อตฺตโน ปริตฺตกํ ธมฺมํ ‘‘เอวํ สติ เอวํ ภวิสฺสตี’’ติ กปฺเปตฺวา กปฺเปตฺวา วฑฺเฒนฺตา กิลมนฺติ. ยถา ปน อฏฺฐหตฺถนวหตฺเถน ปริคฺคหณํ กโรนฺโต ยถารุจิ ปารุปติ น กิลมติ, นตฺถิ ตตฺถ อญฺฉิตฺวา วฑฺฒนกิจฺจํ; เอวํ อิมสฺมิมฺปิ ธมฺเม กปฺเปตฺวา กปฺเปตฺวา วิภชนกิจฺจํ นตฺถิ, เตหิ เตหิ การเณหิ มยาว อยํ ธมฺโม สุวิภตฺโต สุวิตฺถาริโตติ อิทมฺปิ สนฺธาย ‘‘ฉินฺนปิโลติโก’’ติ อาห. อปิจ กจวโรปิ ปิโลติกาติ วุจฺจติ, อิมสฺมิญฺจ สาสเน สมณกจวรํ นาม ปติฏฺฐาตุํ น ลภติ. เตเนวาห –
‘‘การณฺฑวํ นิทฺธมถ, กสมฺพุํ อปกสฺสถ;
ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเน.
‘‘นิทฺธมิตฺวาน ปาปิจฺเฉ, ปาปอาจารโคจเร;
สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ, กปฺปยโวฺห ปติสฺสตา;
ตโต สมคฺคา นิปกา, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถา’’ติ. (อ. นิ. ๘.๑๐);
อิติ สมณกจวรสฺส ฉินฺนตฺตาปิ อยํ ธมฺโม ฉินฺนปิโลติโก นาม โหติ.
อลเมวาติ ยุตฺตเมว. สทฺธาปพฺพชิเตนาติ สทฺธาย ปพฺพชิเตน. กุลปุตฺเตนาติ เทฺว กุลปุตฺตา อาจารกุลปุตฺโต ชาติกุลปุตฺโต จ. ตตฺถ โย ยโต กุโตจิ กุลา ปพฺพชิตฺวา สีลาทโย ปญฺจ ธมฺมกฺขนฺเธ ปูเรติ, อยํ อาจารกุลปุตฺโต นาม. โย ปน ยสกุลปุตฺตาทโย วิย ชาติสมฺปนฺนกุลา ปพฺพชิโต, อยํ ชาติกุลปุตฺโต นาม. เตสุ อิธ อาจารกุลปุตฺโต อธิปฺเปโต. สเจ ปน ชาติกุลปุตฺโต อาจารวา โหติ, อยํ อุตฺตโมเยว. เอวรูเปน กุลปุตฺเตน. วีริยํ อารภิตุนฺติ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ กาตุํ. อิทานิสฺส จตุรงฺคํ ทสฺเสนฺโต กามํ ตโจ จาติอาทิมาห. เอตฺถ หิ ตโจ เอกํ องฺคํ, นฺหารุ เอกํ, อฏฺฐิ เอกํ, มํสโลหิตํ เอกนฺติ. อิทญฺจ ปน จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ อธิฏฺฐหนฺเตน นวสุ ฐาเนสุ สมาธาตพฺพํ ปุเรภตฺเต ปจฺฉาภตฺเต ปุริมยาเม มชฺฌิมยาเม ปจฺฉิมยาเม คมเน ฐาเน นิสชฺชาย สยเนติ.
ทุกฺขํ, ภิกฺขเว, กุสีโต วิหรตีติ อิมสฺมึ สาสเน โย กุสีโต ปุคฺคโล, โส ทุกฺขํ วิหรติ. พาหิรสมเย ปน โย กุสีโต, โส สุขํ วิหรติ. โวกิณฺโณติ มิสฺสีภูโต. สทตฺถนฺติ โสภนํ วา อตฺถํ สกํ วา อตฺถํ, อุภเยนาปิ อรหตฺตเมว อธิปฺเปตํ. ปริหาเปตีติ หาเปติ น ปาปุณาติ. กุสีตปุคฺคลสฺส หิ ฉ ทฺวารานิ อคุตฺตานิ โหนฺติ, ตีณิ กมฺมานิ อปริสุทฺธานิ, อาชีวฏฺฐมกํ สีลํ อปริโยทาตํ, ภินฺนาชีโว กุลูปโก โหติ. โส สพฺรหฺมจารีนํ อกฺขิมฺหิ ปติตรชํ วิย อุปฆาตกโร หุตฺวา ทุกฺขํ วิหรติ, ปีฐมทฺทโน เจว โหติ ลณฺฑปูรโก จ, สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ น สกฺโกติ, ทุลฺลภํ ขณํ วิราเธติ, เตน ภุตฺโต รฏฺฐปิณฺโฑปิ น มหปฺผโล โหติ.
อารทฺธวีริโย จ โข, ภิกฺขเวติ อารทฺธวีริโย ปุคฺคโล อิมสฺมึเยว สาสเน สุขํ วิหรติ. พาหิรสมเย ปน โย อารทฺธวีริโย, โส ทุกฺขํ วิหรติ. ปวิวิตฺโตติ วิวิตฺโต วิยุตฺโต หุตฺวา. สทตฺถํ ปริปูเรตีติ อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อารทฺธวีริยสฺส หิ ฉ ทฺวารานิ สุคุตฺตานิ โหนฺติ, ตีณิ กมฺมานิ ปริสุทฺธานิ, อาชีวฏฺฐมกํ สีลํ ปริโยทาตํ สพฺรหฺมจารีนํ อกฺขิมฺหิ สุสีตลญฺชนํ วิย ธาตุคตจนฺทนํ วิย จ มนาโป หุตฺวา สุขํ วิหรติ, สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺโกติ. สตฺถา หิ –
‘‘จิรํ ชีว มหาวีร, กปฺปํ ติฏฺฐ มหามุนี’’ติ –
เอวํ โคตมิยา วนฺทิโต, ‘‘น โข, โคตมิ, ตถาคตา เอวํ วนฺทิตพฺพา’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตาย ยาจิโต วนฺทิตพฺพาการํ อาจิกฺขนฺโต เอวมาห –
‘‘อารทฺธวีริเย ปหิตตฺเต, นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกเม;
สมคฺเค สาวเก ปสฺส, เอสา พุทฺธาน วนฺทนา’’ติ. (อป. เถรี ๒.๒.๑๗๑);
เอวํ อารทฺธวีริโย สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺโกติ, ทุลฺลภํ ขณํ น วิราเธติ. ตสฺส หิ พุทฺธุปฺปาโท ธมฺมเทสนา สงฺฆสุปฺปฏิปตฺติ สผลา โหติ สอุทฺรยา, รฏฺฐปิณฺโฑปิ เตน ภุตฺโต มหปฺผโล โหติ.
หีเนน อคฺคสฺสาติ หีนาย สทฺธาย หีเนน วีริเยน หีนาย สติยา หีเนน สมาธินา หีนาย ปญฺญาย อคฺคสงฺขาตสฺส อรหตฺตสฺส ปตฺติ นาม น โหติ. อคฺเคน จ โขติ อคฺเคหิ สทฺธาทีหิ อคฺคสฺส อรหตฺตสฺส ปตฺติ โหติ. มณฺฑเปยฺยนฺติ ปสนฺนฏฺเฐน มณฺฑํ, ปาตพฺพฏฺเฐน เปยฺยํ. ยญฺหิ ปิวิตฺวา อนฺตรวีถิยํ ปติโต วิสญฺญี อตฺตโน สาฏกาทีนมฺปิ อสฺสามิโก โหติ, ตํ ปสนฺนมฺปิ น ปาตพฺพํ, มยฺหํ ปน สาสนํ เอวํ ปสนฺนญฺจ ปาตพฺพญฺจาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘มณฺฑเปยฺย’’นฺติ อาห.
ตตฺถ ติวิโธ มณฺโฑ – เทสนามณฺโฑ, ปฏิคฺคหมณฺโฑ, พฺรหฺมจริยมณฺโฑติ. กตโม เทสนามณฺโฑ? จตุนฺนํ อริยสจฺจานํ อาจิกฺขนา เทสนา ปญฺญาปนา ปฏฺฐปนา วิวรณา วิภชนา อุตฺตานีกมฺมํ, จตุนฺนํ สติปฏฺฐานานํ…เป… อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส อาจิกฺขนา…เป… อุตฺตานีกมฺมํ, อยํ เทสนามณฺโฑ. กตโม ปฏิคฺคหมณฺโฑ? ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย เทวา มนุสฺสา เย วา ปนญฺเญปิ เกจิ วิญฺญาตาโร, อยํ ปฏิคฺคหมณฺโฑ. กตโม พฺรหฺมจริยมณฺโฑ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ…เป… สมฺมาสมาธิ, อยํ พฺรหฺมจริยมณฺโฑ. อปิจ อธิโมกฺขมณฺโฑ สทฺธินฺทฺริยํ, อสฺสทฺธิยํ กสโฏ, อสฺสทฺธิยํ กสฏํ ฉฑฺเฑตฺวา สทฺธินฺทฺริยสฺส อธิโมกฺขมณฺฑํ ปิวตีติ มณฺฑเปยฺยนฺติอาทินาปิ (ปฏิ. ม. ๑.๒๓๘) นเยเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สตฺถา สมฺมุขีภูโตติ อิทเมตฺถ การณวจนํ. ยสฺมา สตฺถา สมฺมุขีภูโต, ตสฺมา วีริยสมฺปโยคํ กตฺวา ปิวถ เอตํ มณฺฑํ. พาหิรกญฺหิ เภสชฺชมณฺฑมฺปิ เวชฺชสฺส อสมฺมุขา ปิวนฺตานํ ปมาณํ วา อุคฺคมนํ วา นิคฺคมนํ วา น ชานามาติ อาสงฺกา โหติ. เวชฺชสมฺมุขา ปน ‘‘เวชฺโช ชานิสฺสตี’’ติ นิราสงฺกา ปิวนฺติ. เอวเมว อมฺหากํ ธมฺมสฺสามิ สตฺถา สมฺมุขีภูโตติ วีริยํ กตฺวา ปิวถาติ มณฺฑปาเน เนสํ นิโยเชนฺโต ตสฺมาติห, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ สผลาติ สานิสํสา. สอุทฺรยาติ สวฑฺฒิ. อิทานิ นิโยชนานุรูปํ สิกฺขิตพฺพตํ นิทฺทิสนฺโต อตฺตตฺถํ วา หิ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อตฺตตฺถนฺติ อตฺตโน อตฺถภูตํ อรหตฺตํ. อปฺปมาเทน สมฺปาเทตุนฺติ อปฺปมาเทน สพฺพกิจฺจานิ กาตุํ. ปรตฺถนฺติ ปจฺจยทายกานํ มหปฺผลานิสํสํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ทุติยํ.
๓. อุปนิสสุตฺตวณฺณนา
๒๓. ตติเย ‘‘ชานโต อห’’นฺติอาทีสุ ชานโตติ ชานนฺตสฺส. ปสฺสโตติ ปสฺสนฺตสฺส. เทฺวปิ ปทานิ เอกตฺถานิ, พฺยญฺชนเมว นานํ. เอวํ สนฺเตปิ ‘‘ชานโต’’ติ ญาณลกฺขณํ อุปาทาย ปุคฺคลํ นิทฺทิสติ. ชานนลกฺขณญฺหิ ญาณํ. ‘‘ปสฺสโต’’ติ ญาณปฺปภาวํ อุปาทาย. ปสฺสนปฺปภาวญฺหิ ญาณํ, ญาณสมงฺคีปุคฺคโล จกฺขุมา วิย จกฺขุนา รูปานิ, ญาเณน วิวเฏ ธมฺเม ปสฺสติ. อาสวานํ ขยนฺติ เอตฺถ อาสวานํ ปหานํ อสมุปฺปาโท ขีณากาโร นตฺถิภาโวติ อยมฺปิ อาสวกฺขโยติ วุจฺจติ, ภงฺโคปิ มคฺคผลนิพฺพานานิปิ. ‘‘อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺติ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๔๓๘; วิภ. ๘๓๑) หิ ขีณากาโร อาสวกฺขโยติ วุจฺจติ. ‘‘โย อาสวานํ ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธาน’’นฺติ (วิภ. ๓๕๔) เอตฺถ ภงฺโค.
‘‘เสกฺขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา’’ติ. (อิติวุ. ๖๒); –
เอตฺถ มคฺโค. โส หิ อาสเว เขเปนฺโต วูปสเมนฺโต อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อาสวานํ ขโยติ วุตฺโต. ‘‘อาสวานํ ขยา สมโณ โหตี’’ติ เอตฺถ ผลํ. ตญฺหิ อาสวานํ ขีณนฺเต อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อาสวานํ ขโยติ วุตฺตํ.
‘‘อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ, อารา โส อาสวกฺขยา’’ติ; (ธ. ป. ๒๕๓) –
เอตฺถ นิพฺพานํ. ตญฺหิ อาคมฺม อาสวา ขียนฺติ, ตสฺมา อาสวานํ ขโยติ วุตฺตํ. อิธ ปน มคฺคผลานิ อธิปฺเปตานิ. โน อชานโต โน อปสฺสโตติ โย ปน น ชานาติ น ปสฺสติ, ตสฺส โน วทามีติ อตฺโถ. เอเตน เย อชานโต อปสฺสโตปิ สํสาราทีหิเยว สุทฺธึ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิตฺตา โหนฺติ. ปุริเมน ปททฺวเยน อุปาโย วุตฺโต, อิมินา อนุปายํ ปฏิเสเธติ.
อิทานิ ยํ ชานโต อาสวานํ ขโย โหติ, ตํ ทสฺเสตุกาโม กิญฺจ, ภิกฺขเว, ชานโตติ ปุจฺฉํ อารภิ. ตตฺถ ชานนา พหุวิธา. ทพฺพชาติโก เอว หิ โกจิ ภิกฺขุ ฉตฺตํ กาตุํ ชานาติ, โกจิ จีวราทีนํ อญฺญตรํ, ตสฺส อีทิสานิ กมฺมานิ วตฺตสีเส ฐตฺวา กโรนฺตสฺส สา ชานนา สคฺคมคฺคผลานํ ปทฏฺฐานํ น โหตีติ น วตฺตพฺพํ. โย ปน สาสเน ปพฺพชิตฺวา เวชฺชกมฺมาทีนิ กาตุํ ชานาติ, ตสฺเสวํ ชานโต อาสวา วฑฺฒนฺติเยว. ตสฺมา ยํ ชานโต ปสฺสโต จ อาสวานํ ขโย โหติ, ตเทว ทสฺเสนฺโต อิติ รูปนฺติอาทิมาห. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ชานโตติ เอวํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ ชานนฺตสฺส. อาสวานํ ขโย โหตีติ อาสวานํ ขยนฺเต ชาตตฺตา ‘‘อาสวานํ ขโย’’ติ ลทฺธนามํ อรหตฺตํ โหติ.
เอวํ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปตฺวา อิทานิ ขีณาสวสฺส อาคมนียํ ปุพฺพภาคปฏิปทํ ทสฺเสตุํ ยมฺปิสฺส ตํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ขยสฺมึ ขเยญาณนฺติ อาสวกฺขยสงฺขาเต อรหตฺตผเล ปฏิลทฺเธ สติ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ตญฺหิ อรหตฺตผลสงฺขาเต ขยสฺมึ ปฐมวารํ อุปฺปนฺเน ปจฺฉา อุปฺปนฺนตฺตา ขเยญาณนฺติ วุจฺจติ. สอุปนิสนฺติ สการณํ สปฺปจฺจยํ. วิมุตฺตีติ อรหตฺตผลวิมุตฺติ. สา หิสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย โหติ. เอวํ อิโต ปเรสุปิ ลพฺภมานวเสน ปจฺจยภาโว เวทิตพฺโพ.
วิราโคติ มคฺโค. โส หิ กิเลเส วิราเชนฺโต เขเปนฺโต อุปฺปนฺโน, ตสฺมา วิราโคติ วุจฺจติ. นิพฺพิทาติ นิพฺพิทาญาณํ. เอเตน พลววิปสฺสนํ ทสฺเสติ. พลววิปสฺสนาติ ภยตูปฏฺฐาเน ญาณํ อาทีนวานุปสฺสเน ญาณํ มุญฺจิตุกมฺยตาญาณํ สงฺขารุเปกฺขาญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจนํ. ยถาภูตญาณทสฺสนนฺติ ยถาสภาวชานนสงฺขาตํ ทสฺสนํ. เอเตน ตรุณวิปสฺสนํ ทสฺเสติ. ตรุณวิปสฺสนา หิ พลววิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ. ตรุณวิปสฺสนาติ สงฺขารปริจฺเฉเท ญาณํ กงฺขาวิตรเณ ญาณํ สมฺมสเน ญาณํ มคฺคามคฺเค ญาณนฺติ จตุนฺนํ ญาณานํ อธิวจนํ. สมาธีติ ปาทกชฺฌานสมาธิ. โส หิ ตรุณวิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ. สุขนฺติ อปฺปนาย ปุพฺพภาคสุขํ. ตญฺหิ ปาทกชฺฌานสฺส ปจฺจโย โหติ. ปสฺสทฺธีติ ทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิ. สา หิ อปฺปนาปุพฺพภาคสฺส สุขสฺส ปจฺจโย โหติ. ปีตีติ พลวปีติ. สา หิ ทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา ปจฺจโย โหติ. ปาโมชฺชนฺติ ทุพฺพลปีติ. สา หิ พลวปีติยา ปจฺจโย โหติ. สทฺธาติ อปราปรํ อุปฺปชฺชนสทฺธา. สา หิ ทุพฺพลปีติยา ปจฺจโย โหติ. ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺขํ. ตญฺหิ อปราปรสทฺธาย ปจฺจโย โหติ. ชาตีติ สวิการา ขนฺธชาติ. สา หิ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปจฺจโย โหติ. ภโวติ กมฺมภโว. (โส หิ สวิการาย ชาติยา ปจฺจโย โหติ.) เอเตนุปาเยน เสสปทานิปิ เวทิตพฺพานิ.
ถุลฺลผุสิตเกติ มหาผุสิตเก. ปพฺพตกนฺทรปทรสาขาติ เอตฺถ กนฺทรํ นาม ‘ก’นฺติลทฺธนาเมน อุทเกน ทาริโต อุทกภินฺโน ปพฺพตปเทโส, โย ‘‘นิตมฺโพ’’ติปิ ‘‘นทีกุญฺโฉ’’ติปิ วุจฺจติ. ปทรํ นาม อฏฺฐมาเส เทเว อวสฺสนฺเต ผลิโต ภูมิปฺปเทโส. สาขาติ กุสุมฺภคามินิโย ขุทฺทกมาติกาโย. กุโสพฺภาติ ขุทฺทกอาวาฏา. มหาโสพฺภาติ มหาอาวาฏา. กุนฺนทิโยติ ขุทฺทกนทิโย. มหานทิโยติ คงฺคายมุนาทิกา มหาสริตา. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อวิชฺชูปนิสา สงฺขาราติอาทีสุ อวิชฺชา ปพฺพโตติ ทฏฺฐพฺพา. อภิสงฺขารา เมโฆติ, วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ กนฺทราทโยติ, วิมุตฺติ สาคโรติ.
ยถา ปพฺพตมตฺถเก เทโว วสฺสิตฺวา ปพฺพตกนฺทราทีนิ ปูเรนฺโต อนุปุพฺเพน มหาสมุทฺทํ สาครํ ปูเรติ, เอวํ อวิชฺชาปพฺพตมตฺถเก ตาว อภิสงฺขารเมฆสฺส วสฺสนํ เวทิตพฺพํ. อสฺสุตวา หิ พาลปุถุชฺชโน อวิชฺชาย อญฺญาณี หุตฺวา ตณฺหาย อภิลาสํ กตฺวา กุสลากุสลกมฺมํ อายูหติ, ตํ กุสลากุสลกมฺมํ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณสฺส ปจฺจโย โหติ, ปฏิสนฺธิวิญฺญาณาทีนิ นามรูปาทีนํ. อิติ ปพฺพตมตฺถเก วุฏฺฐเทวสฺส กนฺทราทโย ปูเรตฺวา มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตกาโล วิย อวิชฺชาปพฺพตมตฺถเก วุฏฺฐสฺส อภิสงฺขารเมฆสฺส ปรมฺปรปจฺจยตาย อนุปุพฺเพน วิญฺญาณาทิวฏฺฏํ ปูเรตฺวา ฐิตกาโล. พุทฺธวจนํ ปน ปาฬิยํ อคหิตมฺปิ ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ, อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชตี’’ติ อิมาย ปาฬิยา วเสน คหิตเมวาติ เวทิตพฺพํ. ยา หิ ตสฺส กุลเคเห นิพฺพตฺติ, สา กมฺมภวปจฺจยา สวิการา ชาติ นาม. โส พุทฺธานํ วา พุทฺธสาวกานํ วา สมฺมุขีภาวํ อาคมฺม วฏฺฏโทสทีปกํ ลกฺขณาหฏํ ธมฺมกถํ สุตฺวา วฏฺฏวเสน ปีฬิโต โหติ, เอวมสฺส สวิการา ขนฺธชาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ปจฺจโย โหติ. โส วฏฺฏทุกฺเขน ปีฬิโต อปราปรํ สทฺธํ ชเนตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ, เอวมสฺส วฏฺฏทุกฺขํ อปราปรสทฺธาย ปจฺจโย โหติ. โส ปพฺพชฺชามตฺเตเนว อสนฺตุฏฺโฐ อูนปญฺจวสฺสกาเล นิสฺสยํ คเหตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ ปูเรนฺโต เทฺวมาติกา ปคุณํ กตฺวา กมฺมากมฺมํ อุคฺคเหตฺวา ยาว อรหตฺตา นิชฺชฏํ กตฺวา กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา อรญฺเญ วสนฺโต ปถวีกสิณาทีสุ กมฺมํ อารภติ, ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ นิสฺสาย ทุพฺพลปีติ อุปฺปชฺชติ. ตทสฺส สทฺธูปนิสํ ปาโมชฺชํ, ตํ พลวปีติยา ปจฺจโย โหติ. พลวปีติ ทรถปฏิปฺปสฺสทฺธิยา, สา อปฺปนาปุพฺพภาคสุขสฺส, ตํ สุขํ ปาทกชฺฌานสมาธิสฺส. โส สมาธินา จิตฺตกลฺลตํ ชเนตฺวา ตรุณวิปสฺสนาย กมฺมํ กโรติ. อิจฺจสฺส ปาทกชฺฌานสมาธิ ตรุณวิปสฺสนาย ปจฺจโย โหติ, ตรุณวิปสฺสนา พลววิปสฺสนาย, พลววิปสฺสนา มคฺคสฺส, มคฺโค ผลวิมุตฺติยา, ผลวิมุตฺติ ปจฺจเวกฺขณญาณสฺสาติ. เอวํ เทวสฺส อนุปุพฺเพน สาครํ ปูเรตฺวา ฐิตกาโล วิย ขีณาสวสฺส วิมุตฺติสาครํ ปูเรตฺวา ฐิตกาโล เวทิตพฺโพติ. ตติยํ.
๔. อญฺญติตฺถิยสุตฺตวณฺณนา
๒๔. จตุตฺเถ ปาวิสีติ ปวิฏฺโฐ. โส จ น ตาว ปวิฏฺโฐ, ‘‘ปวิสิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺตตฺตา ปน เอวํ วุตฺโต. ยถา กึ? ยถา ‘‘คามํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺตปุริโส ตํ คามํ อปฺปตฺโตปิ ‘‘กหํ อิตฺถนฺนาโม’’ติ วุตฺเต ‘‘คามํ คโต’’ติ วุจฺจติ, เอวํ. อติปฺปโคติ ตทา กิร เถรสฺส อติปฺปโคเยว นิกฺขนฺตทิวโส อโหสิ, อติปฺปโคเยว นิกฺขนฺตภิกฺขู โพธิยงฺคเณ เจติยงฺคเณ นิวาสนปารุปนฏฺฐาเนติ อิเมสุ ฐาเนสุ ยาว ภิกฺขาจารเวลา โหติ, ตาว ปปญฺจํ กโรนฺติ. เถรสฺส ปน ‘‘ยาว ภิกฺขาจารเวลา โหติ, ตาว ปริพฺพาชเกหิ สทฺธึ เอกเทฺวกถาวาเร กริสฺสามี’’ติ จินฺตยโต ยํนูนาหนฺติ เอตทโหสิ. ปริพฺพาชกานํ อาราโมติ โส กิร อาราโม ทกฺขิณทฺวารสฺส จ เวฬุวนสฺส จ อนฺตรา อโหสิ. อิธาติ อิเมสุ จตูสุ วาเทสุ. กึวาที กิมกฺขายีติ กึ วทติ กึ อาจิกฺขติ, กึ เอตฺถ สมณสฺส โคตมสฺส ทสฺสนนฺติ ปุจฺฉนฺติ. ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากเรยฺยามาติ, โภตา โคตเมน ยํ วุตฺตํ การณํ, ตสฺส อนุการณํ กเถยฺยาม. สหธมฺมิโก วาทานุปาโตติ ปเรหิ วุตฺตการเณน สการโณ หุตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทานุปาโต วาทปฺปวตฺติ วิญฺญูหิ ครหิตพฺพํ การณํ โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กถํ นาคจฺเฉยฺย? อิทํ วุตฺตํ โหติ – กถํ สพฺพากาเรนปิ สมณสฺส โคตมสฺส วาเท คารยฺหํ การณํ น ภเวยฺยาติ?
อิติ วทนฺติ ผสฺสปจฺจยา ทุกฺขนฺติ เอวํ วทนฺโตติ อตฺโถ. ตตฺราติ เตสุ จตูสุ วาเทสุ. เต วต อญฺญตฺร ผสฺสาติ อิทํ ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ ปฏิญฺญาย สาธกวจนํ. ยสฺมา หิ น วินา ผสฺเสน ทุกฺขปฏิสํเวทนา อตฺถิ, ตสฺมา ชานิตพฺพเมตํ ยถา ‘‘ตทปิ ผสฺสปจฺจยา’’ติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.
สาธุ, สาธุ, อานนฺทาติ อยํ สาธุกาโร สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ทินฺโน, อานนฺทตฺเถเรน ปน สทฺธึ ภควา อามนฺเตสิ. เอกมิทาหนฺติ เอตฺถ อิธาติ นิปาตมตฺตํ, เอกํ สมยนฺติ อตฺโถ. อิทํ วจนํ ‘‘น เกวลํ สาริปุตฺโตว ราชคหํ ปวิฏฺโฐ, อหมฺปิ ปาวิสึ. น เกวลญฺจ ตสฺเสวายํ วิตกฺโก อุปฺปนฺโน, มยฺหมฺปิ อุปฺปชฺชิ. น เกวลญฺจ ตสฺเสว สา ติตฺถิเยหิ สทฺธึ กถา ชาตา, มยฺหมฺปิ ชาตปุพฺพา’’ติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
อจฺฉริยํ อพฺภุตนฺติ อุภยมฺเปตํ วิมฺหยทีปนเมว. วจนตฺโถ ปเนตฺถ อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อจฺฉริยํ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. เอเกน ปเทนาติ ‘‘ผสฺสปจฺจยา ทุกฺข’’นฺติ อิมินา เอเกน ปเทน. เอเตน หิ สพฺพวาทานํ ปฏิกฺเขปตฺโถ วุตฺโต. เอเสวตฺโถติ เอโสเยว ผสฺสปจฺจยา ทุกฺขนฺติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทตฺโถ. ตญฺเญเวตฺถ ปฏิภาตูติ ตญฺเญเวตฺถ อุปฏฺฐาตุ. อิทานิ เถโร ชรามรณาทิกาย ปฏิจฺจสมุปฺปาทกถาย ตํ อตฺถคมฺภีรญฺเจว คมฺภีราวภาสญฺจ กโรนฺโต สเจ มํ, ภนฺเตติอาทึ วตฺวา ยํมูลกา กถา อุปฺปนฺนา, ตเทว ปทํ คเหตฺวา วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต ฉนฺนํเตฺววาติอาทิมาห. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. จตุตฺถํ.
๕. ภูมิชสุตฺตวณฺณนา
๒๕-๒๖. ปญฺจเม ภูมิโชติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. เสสมิธาปิ ปุริมสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส – ยสฺมา อิทํ สุขทุกฺขํ น เกวลํ ผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ, กาเยนปิ กริยมานํ กรียติ, วาจายปิ มนสาปิ, อตฺตนาปิ กริยมานํ กรียติ, ปเรนปิ กริยมานํ กรียติ, สมฺปชาเนนปิ กริยมานํ กรียติ, อสมฺปชาเนนปิ, ตสฺมา ตสฺส อปรมฺปิ ปจฺจยวิเสสํ ทสฺเสตุํ กาเย วา หานนฺท, สตีติอาทิมาห. กายสญฺเจตนาเหตูติ กายทฺวาเร อุปฺปนฺนเจตนาเหตุ. วจีสญฺเจตนามโนสญฺเจตนาสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ กายทฺวาเร กามาวจรกุสลากุสลวเสน วีสติ เจตนา ลพฺภนฺติ, ตถา วจีทฺวาเร. มโนทฺวาเร นวหิ รูปารูปเจตนาหิ สทฺธึ เอกูนตึสาติ ตีสุ ทฺวาเรสุ เอกูนสตฺตติ เจตนา โหนฺติ, ตปฺปจฺจยํ วิปากสุขทุกฺขํ ทสฺสิตํ. อวิชฺชาปจฺจยา จาติ อิทํ ตาปิ เจตนา อวิชฺชาปจฺจยา โหนฺตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ยสฺมา ปน ตํ ยถาวุตฺตเจตนาเภทํ กายสงฺขารญฺเจว วจีสงฺขารญฺจ มโนสงฺขารญฺจ ปเรหิ อนุสฺสาหิโต สามํ อสงฺขาริกจิตฺเตน กโรติ, ปเรหิ การิยมาโน สสงฺขาริกจิตฺเตนาปิ กโรติ, ‘‘อิทํ นาม กมฺมํ กโรติ, ตสฺส เอวรูโป นาม วิปาโก ภวิสฺสตี’’ติ, เอวํ กมฺมญฺจ วิปากญฺจ ชานนฺโตปิ กโรติ, มาตาปิตูสุ เจติยวนฺทนาทีนิ กโรนฺเตสุ อนุกโรนฺตา ทารกา วิย เกวลํ กมฺมเมว ชานนฺโต ‘‘อิมสฺส ปน กมฺมสฺส อยํ วิปาโก’’ติ วิปากํ อชานนฺโตปิ กโรติ, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตุํ สามํ วา ตํ, อานนฺท, กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรตีติอาทิ วุตฺตํ.
อิเมสุ, อานนฺท, ธมฺเมสูติ เย อิเม ‘‘สามํ วา ตํ, อานนฺท, กายสงฺขาร’’นฺติอาทีสุ จตูสุ ฐาเนสุ วุตฺตา ฉสตฺตติ เทฺวสตา เจตนาธมฺมา, อิเมสุ ธมฺเมสุ อวิชฺชา อุปนิสฺสยโกฏิยา อนุปติตา. สพฺเพปิ หิ เต ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติ เอตฺเถว สงฺคหํ คจฺฉนฺติ. อิทานิ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต อวิชฺชาย เตฺววาติอาทิมาห. โส กาโย น โหตีติ ยสฺมึ กาเย สติ กายสญฺเจตนาปจฺจยํ อชฺฌตฺตํ สุขทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, โส กาโย น โหติ. วาจามเนสุปิ เอเสว นโย. อปิจ กาโยติ เจตนากาโย, วาจาปิ เจตนาวาจา, มโนปิ กมฺมมโนเยว. ทฺวารกาโย วา กาโย. วาจามเนสุปิ เอเสว นโย. ขีณาสโว เจติยํ วนฺทติ, ธมฺมํ ภณติ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, กถมสฺส กายาทโย น โหนฺตีติ? อวิปากตฺตา. ขีณาสเวน หิ กตํ กมฺมํ เนว กุสลํ โหติ นากุสลํ. อวิปากํ หุตฺวา กิริยามตฺเต ติฏฺฐติ, เตนสฺส เต กายาทโย น โหนฺตีติ วุตฺตํ.
เขตฺตํ ตํ น โหตีติอาทีสุปิ วิรุหนฏฺเฐน ตํ เขตฺตํ น โหติ, ปติฏฺฐานฏฺเฐน วตฺถุ น โหติ, ปจฺจยฏฺเฐน อายตนํ น โหติ, การณฏฺเฐน อธิกรณํ น โหติ. สญฺเจตนามูลกญฺหิ อชฺฌตฺตํ สุขทุกฺขํ อุปฺปชฺเชยฺย, สา สญฺเจตนา เอเตสํ วิรุหนาทีนํ อตฺถานํ อภาเวน ตสฺส สุขทุกฺขสฺส เนว เขตฺตํ, น วตฺถุ น อายตนํ, น อธิกรณํ โหตีติ. อิมสฺมึ สุตฺเต เวทนาทีสุ สุขทุกฺขเมว กถิตํ, ตญฺจ โข วิปากเมวาติ. ปญฺจมํ.
ฉฏฺฐํ อุปวาณสุตฺตํ อุตฺตานเมว. เอตฺถ ปน วฏฺฏทุกฺขเมว กถิตนฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๒๗-๒๘. สตฺตเม ปฏิปาฏิยา วุตฺเตสุ ปริโยสานปทํ คเหตฺวา กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ชรามรณนฺติอาทิ วุตฺตํ. เอวํ ปจฺจยํ ปชานาตีติ เอวํ ทุกฺขสจฺจวเสน ปจฺจยํ ชานาติ. ปจฺจยสมุทยาทโยปิ สมุทยสจฺจาทีนํเยว วเสน เวทิตพฺพา. ทิฏฺฐิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺฐิยา สมฺปนฺโน. ทสฺสนสมฺปนฺโนติ ตสฺเสว เววจนํ. อาคโต อิมํ สทฺธมฺมนฺติ มคฺคสทฺธมฺมํ อาคโต. ปสฺสตีติ มคฺคสทฺธมฺมเมว ปสฺสติ. เสกฺเขน ญาเณนาติ มคฺคญาเณเนว. เสกฺขาย วิชฺชายาติ มคฺควิชฺชาย เอว. ธมฺมโสตํ สมาปนฺโนติ มคฺคสงฺขาตเมว ธมฺมโสตํ สมาปนฺโน. อริโยติ ปุถุชฺชนภูมึ อติกฺกนฺโต. นิพฺเพธิกปญฺโญติ นิพฺเพธิกปญฺญาย สมนฺนาคโต. อมตทฺวารํ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ อมตํ นาม นิพฺพานํ, ตสฺส ทฺวารํ อริยมคฺคํ อาหจฺจ ติฏฺฐตีติ. อฏฺฐมํ อุตฺตานเมว. สตฺตมอฏฺฐมานิ.
๙. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๒๙-๓๐. นวมํ อกฺขรภาณกานํ ภิกฺขูนํ อชฺฌาสเยน วุตฺตํ. เต หิ ปรีติ อุปสคฺคํ ปกฺขิปิตฺวา วุจฺจมาเน ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกนฺติ. นวมํ.
ทสเม สพฺพํ อุตฺตานเมว. อิเมสุ ทฺวีสุ สุตฺเตสุ จตุสจฺจปฏิเวโธว กถิโต. ทสมํ.
ทสพลวคฺโค ตติโย.