๔. กฬารขตฺติยวคฺโค
๑. ภูตสุตฺตวณฺณนา
๓๑. กฬารขตฺติยวคฺคสฺส ปฐเม อชิตปเญฺหติ อชิตมาณเวน ปุจฺฉิตปเญฺห. สงฺขาตธมฺมาเสติ สงฺขาตธมฺมา วุจฺจนฺติ ญาตธมฺมา ตุลิตธมฺมา ตีริตธมฺมา. เสกฺขาติ สตฺต เสกฺขา. ปุถูติ เตเยว สตฺต ชเน สนฺธาย ปุถูติ วุตฺตํ. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. นิปโกติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย สมนฺนาคตตฺตา นิปโก, ตฺวํ ปณฺฑิโต ปพฺรูหีติ ยาจติ. อิริยนฺติ วุตฺตึ อาจารํ โคจรํ วิหารํ ปฏิปตฺตึ. มาริสาติ ภควนฺตํ อาลปติ. เสกฺขานญฺจ สงฺขาตธมฺมานญฺจ ขีณาสวานญฺจ ปฏิปตฺตึ มยา ปุจฺฉิโต ปณฺฑิต, มาริส, มยฺหํ กเถหีติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ.
ตุณฺหี อโหสีติ กสฺมา ยาว ตติยํ ปุฏฺโฐ ตุณฺหี อโหสิ? กึ ปเญฺห กงฺขติ, อุทาหุ อชฺฌาสเยติ? อชฺฌาสเย กงฺขติ, โน ปเญฺห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘สตฺถา มํ เสกฺขาเสกฺขานํ อาคมนียปฏิปทํ กถาเปตุกาโม; สา จ ขนฺธวเสน ธาตุวเสน อายตนวเสน ปจฺจยาการวเสนาติ พหูหิ การเณหิ สกฺกา กเถตุํ. กถํ กเถนฺโต นุ โข สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตฺวา กเถตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ? อถ สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ ปตฺตํ อาทาย จรนฺโต สาวโก นาม ปญฺญาย สาริปุตฺตสโม นตฺถิ. อยมฺปิ มยา ปญฺหํ ปุฏฺโฐ ยาว ตติยํ ตุณฺหี เอว. ปเญฺห นุ โข กงฺขติ, อุทาหุ อชฺฌาสเย’’ติ. อถ ‘‘อชฺฌาสเย’’ติ ญตฺวา ปญฺหกถนตฺถาย นยํ ททมาโน ภูตมิทนฺติ, สาริปุตฺต, ปสฺสสีติ อาห.
ตตฺถ ภูตนฺติ ชาตํ นิพฺพตฺตํ, ขนฺธปญฺจกสฺเสตํ นามํ. อิติ สตฺถา ‘‘ปญฺจกฺขนฺธวเสน, สาริปุตฺต, อิมํ ปญฺหํ กเถหี’’ติ เถรสฺส นยํ เทติ. สหนยทาเนน ปน เถรสฺส ตีเร ฐิตปุริสสฺส วิวโฏ เอกงฺคโณ มหาสมุทฺโท วิย นยสเตน นยสหสฺเสน ปญฺหพฺยากรณํ อุปฏฺฐาสิ. อถ นํ พฺยากโรนฺโต ภูตมิทนฺติ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ภูตมิทนฺติ อิทํ นิพฺพตฺตํ ขนฺธปญฺจกํ. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตีติ สห วิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย สมฺมา ปสฺสติ. ปฏิปนฺโน โหตีติ สีลโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา นิพฺพิทาทีนํ อตฺถาย ปฏิปนฺโน โหติ. ตทาหารสมฺภวนฺติ อิทํ กสฺมา อารภิ? เอตํ ขนฺธปญฺจกํ อาหารํ ปฏิจฺจ ฐิตํ, ตสฺมา ตํ อาหารสมฺภวํ นาม กตฺวา ทสฺเสตุํ อิทํ อารภิ. อิติ อิมินาปิ ปริยาเยน เสกฺขปฏิปทา กถิตา โหติ. ตทาหารนิโรธาติ เตสํ อาหารานํ นิโรเธน. อิทํ กสฺมา อารภิ? ตญฺหิ ขนฺธปญฺจกํ อาหารนิโรธา นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ อาหารนิโรธสมฺภวํ นาม กตฺวา ทสฺเสตุํ อิทํ อารภิ. อิติ อิมินาปิ ปริยาเยน เสกฺขสฺเสว ปฏิปทา กถิตา. นิพฺพิทาติ อาทีนิ สพฺพานิ การณวจนานีติ เวทิตพฺพานิ. อนุปาทา วิมุตฺโตติ จตูหิ อุปาทาเนหิ กญฺจิ ธมฺมํ อคเหตฺวา วิมุตฺโต. สาธุ สาธูติ อิมินา เถรสฺส พฺยากรณํ สมฺปหํเสตฺวา สยมฺปิ ตเถว พฺยากโรนฺโต ปุน ‘‘ภูตมิท’’นฺติอาทิมาหาติ. ปฐมํ.
๒. กฬารสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ทุติเย กฬารขตฺติโยติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. ทนฺตา ปนสฺส กฬารา วิสมสณฺฐานา, ตสฺมา ‘‘กฬาโร’’ติ วุจฺจติ. หีนายาวตฺโตติ หีนสฺส คิหิภาวสฺส อตฺถาย นิวตฺโต. อสฺสาสมลตฺถาติ อสฺสาสํ อวสฺสยํ ปติฏฺฐํ น หิ นูน อลตฺถ, ตโย มคฺเค ตีณิ จ ผลานิ นูน นาลตฺถาติ ทีเปติ. ยทิ หิ ตานิ ลเภยฺย, น สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺเตยฺยาติ อยํ เถรสฺส อธิปฺปาโย. น ขฺวาหํ, อาวุโสติ อหํ โข, อาวุโส, ‘‘อสฺสาสํ ปตฺโต, น ปตฺโต’’ติ น กงฺขามิ. เถรสฺส หิ สาวกปารมีญาณํ อวสฺสโย, ตสฺมา โส น กงฺขติ. อายตึ ปนาวุโสติ อิมินา ‘‘อายตึ ปฏิสนฺธิ ตุมฺหากํ อุคฺฆาฏิตา, น อุคฺฆาฏิตา’’ติ อรหตฺตปฺปตฺตึ ปุจฺฉติ. น ขฺวาหํ, อาวุโส, วิจิกิจฺฉามีติ อิมินา เถโร ตตฺถ วิจิกิจฺฉาภาวํ ทีเปติ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ ‘‘อิมํ สุตการณํ ภควโต อาโรเจสฺสามี’’ติ อุปสงฺกมิ. อญฺญา พฺยากตาติ อรหตฺตํ พฺยากตํ. ขีณา ชาตีติ น เถเรน เอวํ พฺยากตา, อยํ ปน เถโร ตุฏฺโฐ ปสนฺโน เอวํ ปทพฺยญฺชนานิ อาโรเปตฺวา อาห. อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสีติ ตํ สุตฺวา สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘สาริปุตฺโต ธีโร คมฺภีโร. น โส เกนจิ การเณน เอวํ พฺยากริสฺสติ. สํขิตฺเตน ปน ปโญฺห พฺยากโต ภวิสฺสติ. ปกฺโกสาเปตฺวา นํ ปญฺหํ พฺยากราเปสฺสามี’’ติ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ.
สเจ ตํ สาริปุตฺตาติ อิทํ ภควา ‘‘น เอส อตฺตโน ธมฺมตาย อญฺญํ พฺยากริสฺสติ, ปญฺหเมตํ ปุจฺฉิสฺสามิ, ตํ กเถนฺโตว อญฺญํ พฺยากริสฺสตี’’ติ อญฺญํ พฺยากราเปตุํ เอวํ ปุจฺฉิ. ยํนิทานาวุโส, ชาตีติ, อาวุโส, อยํ ชาติ นาม ยํปจฺจยา, ตสฺส ปจฺจยสฺส ขยา ขีณสฺมึ ชาติยา ปจฺจเย ชาติสงฺขาตํ ผลํ ขีณนฺติ วิทิตํ. อิธาปิ จ เถโร ปเญฺห อกงฺขิตฺวา อชฺฌาสเย กงฺขติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อญฺญา นาม ตณฺหา ขีณา, อุปาทานํ ขีณํ, ภโว ขีโณ, ปจฺจโย ขีโณ, กิเลสา ขีณาติอาทีหิ พหูหิ การเณหิ สกฺกา พฺยากาตุํ, กถํ กเถนฺโต ปน สตฺถุ อชฺฌาสยํ คเหตุํ สกฺขิสฺสามี’’ติ.
กิญฺจาปิ เอวํ อชฺฌาสเย กงฺขติ, ปญฺหํ ปน อฏฺฐเปตฺวาว ปจฺจยาการวเสน พฺยากาสิ. สตฺถาปิ ปจฺจยาการวเสเนว พฺยากราเปตุกาโม, ตสฺมา เอส พฺยากโรนฺโตว อชฺฌาสยํ คณฺหิ. ตาวเทว ‘‘คหิโต เม สตฺถุ อชฺฌาสโย’’ติ อญฺญาสิ. อถสฺส นยสเตน นยสหสฺเสน ปญฺหพฺยากรณํ อุปฏฺฐาสิ. ยสฺมา ปน ภควา อุตฺตริ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ตสฺมา เตน ตํ พฺยากรณํ อนุโมทิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
กถํ ชานโต ปน เตติ อิทํ กสฺมา อารภิ? สวิสเย สีหนาทํ นทาเปตุํ. เถโร กิร สูกรนิขาตเลณทฺวาเร ทีฆนขปริพฺพาชกสฺส เวทนาปริคฺคหสุตฺเต กถิยมาเน ตาลวณฺฏํ คเหตฺวา สตฺถารํ พีชยมาโน ฐิโต ติสฺโส เวทนา ปริคฺคเหตฺวา สาวกปารมีญาณํ อธิคโต, อยมสฺส สวิสโย. อิมสฺมึ สวิสเย ฐิโต สีหนาทํ นทิสฺสตีติ นํ สนฺธาย สตฺถา อิทํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. อนิจฺจาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา. ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขนฺติ เอตฺถ กิญฺจาปิ สุขา เวทนา ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขา, ทุกฺขา เวทนา ฐิติทุกฺขา วิปริณามสุขา, อทุกฺขมสุขา ญาณสุขา อญฺญาณทุกฺขา, วิปริณามโกฏิยา ปน สพฺพาว ทุกฺขา นาม ชาตา. วิทิตนฺติ ยสฺมา เอวํ เวทนาตฺตยํ ทุกฺขนฺติ วิทิตํ, ตสฺมา ยา ตตฺถ ตณฺหา, สา น อุปฏฺฐาสีติ ทสฺเสติ.
สาธุ สาธูติ เถรสฺส เวทนาปริจฺเฉทชานเน สมฺปหํสนํ. เถโร หิ เวทนา เอกาติ วา เทฺว ติสฺโส จตสฺโสติ วา อวุตฺเตปิ วุตฺตนเยน ตาสํ ติสฺโสติ ปริจฺเฉทํ อญฺญาสิ, เตน ตํ ภควา สมฺปหํสนฺโต เอวมาห. ทุกฺขสฺมินฺติ อิทํ ภควา อิมินา อธิปฺปาเยน อาห – ‘‘สาริปุตฺต, ยํ ตยา ‘อิมินา การเณน เวทนาสุ ตณฺหา น อุปฏฺฐาสี’ติ พฺยากตํ, ตํ สุพฺยากตํ. ‘ติสฺโส เวทนา’ติ วิภชนฺเตน ปน เต อติปฺปปญฺโจ กโต, ตํ ‘ทุกฺขสฺมิ’นฺติ พฺยากโรนฺเตนปิ หิ เต สุพฺยากตเมว ภเวยฺย. ยํกิญฺจิ เวทยิตํ, ตํ ทุกฺขนฺติ ญาตมตฺเตปิ หิ เวทนาสุ ตณฺหา น ติฏฺฐติ’’.
กถํ วิโมกฺขาติ กตรา วิโมกฺขา, กตเรน วิโมกฺเขน ตยา อญฺญา พฺยากตาติ อตฺโถ? อชฺฌตฺตํ วิโมกฺขาติ อชฺฌตฺตวิโมกฺเขน, อชฺฌตฺตสงฺขาเร ปริคฺคเหตฺวา ปตฺตอรหตฺเตนาติ อตฺโถ. ตตฺถ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ – อชฺฌตฺตํ อภินิเวโส อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐานํ, อชฺฌตฺตํ อภินิเวโส พหิทฺธา วุฏฺฐานํ, พหิทฺธา อภินิเวโส พหิทฺธา วุฏฺฐานํ, พหิทฺธา อภินิเวโส อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐานนฺติ. อชฺฌตฺตญฺหิ อภินิเวสิตฺวา พหิทฺธาธมฺมาปิ ทฏฺฐพฺพาเยว, พหิทฺธา อภินิเวสิตฺวา อชฺฌตฺตธมฺมาปิ. ตสฺมา โกจิ ภิกฺขุ อชฺฌตฺตํ สงฺขาเรสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา เต ววตฺถเปตฺวา พหิทฺธา โอตาเรติ, พหิทฺธาปิ ปริคฺคเหตฺวา ปุน อชฺฌตฺตํ โอตาเรติ, ตสฺส อชฺฌตฺต สงฺขาเร สมฺมสนกาเล มคฺควุฏฺฐานํ โหติ. อิติ อชฺฌตฺตํ อภินิเวโส อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐานํ นาม. โกจิ อชฺฌตฺตํ สงฺขาเรสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา เต ววตฺถเปตฺวา พหิทฺธา โอตาเรติ, ตสฺส พหิทฺธา สงฺขาเร สมฺมสนกาเล มคฺควุฏฺฐานํ โหติ. อิติ อชฺฌตฺตํ อภินิเวโส พหิทฺธา วุฏฺฐานํ นาม. โกจิ พหิทฺธา สงฺขาเรสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา, เต ววตฺถเปตฺวา อชฺฌตฺตํ โอตาเรติ, อชฺฌตฺตมฺปิ ปริคฺคเหตฺวา ปุน พหิทฺธา โอตาเรติ, ตสฺส พหิทฺธา สงฺขาเร สมฺมสนกาเล มคฺควุฏฺฐานํ โหติ. อิติ พหิทฺธา อภินิเวโส พหิทฺธา วุฏฺฐานํ นาม. โกจิ พหิทฺธา สงฺขาเรสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา เต ววตฺถเปตฺวา อชฺฌตฺตํ โอตาเรติ, ตสฺส อชฺฌตฺตสงฺขาเร สมฺมสนกาเล มคฺควุฏฺฐานํ โหติ. อิติ พหิทฺธา อภินิเวโส อชฺฌตฺตํ วุฏฺฐานํ นาม. ตตฺร เถโร ‘‘อชฺฌตฺตสงฺขาเร ปริคฺคเหตฺวา เตสํ ววตฺถานกาเล มคฺควุฏฺฐาเนน อรหตฺตํ ปตฺโตสฺมี’’ติ ทสฺเสนฺโต อชฺฌตฺตํ วิโมกฺขา ขฺวาหํ, อาวุโสติ อาห.
สพฺพุปาทานกฺขยาติ สพฺเพสํ จตุนฺนมฺปิ อุปาทานานํ ขเยน. ตถา สโต วิหรามีติ เตนากาเรน สติยา สมนฺนาคโต วิหรามิ. ยถา สตํ วิหรนฺตนฺติ เยนากาเรน มํ สติยา สมนฺนาคตํ วิหรนฺตํ. อาสวา นานุสฺสวนฺตีติ จกฺขุโต รูเป สวนฺติ อาสวนฺติ สนฺทนฺติ ปวตฺตนฺตีติ เอวํ ฉหิ ทฺวาเรหิ ฉสุ อารมฺมเณสุ สวนธมฺมา กามาสวาทโย อาสวา นานุสฺสวนฺติ นานุปฺปวฑฺฒนฺติ, ยถา เม น อุปฺปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. อตฺตานญฺจ นาวชานามีติ อตฺตานญฺจ น อวชานามิ. อิมินา โอมานปหานํ กถิตํ. เอวญฺหิ สติ ปชานนา ปสนฺนา โหติ.
สมเณนาติ พุทฺธสมเณน. เตสฺวาหํ น กงฺขามีติ เตสุ อหํ ‘‘กตโร กามาสโว, กตโร ภวาสโว, กตโร ทิฏฺฐาสโว, กตโร อวิชฺชาสโว’’ติ เอวํ สรูปเภทโตปิ, ‘‘จตฺตาโร อาสวา’’ติ เอวํ คณนปริจฺเฉทโตปิ น กงฺขามิ. เต เม ปหีนาติ น วิจิกิจฺฉามีติ เต มยฺหํ ปหีนาติ วิจิกิจฺฉํ น อุปฺปาเทมิ. อิทํ ภควา ‘‘เอวํ พฺยากโรนฺเตนปิ ตยา สุพฺยากตํ ภเวยฺย ‘อชฺฌตฺตํ วิโมกฺขา ขฺวาหํ, อาวุโส’ติอาทีนิ ปน เต วทนฺเตน อติปฺปปญฺโจ กโต’’ติ ทสฺเสนฺโต อาห.
อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสีติ ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนโต อุฏฺฐหิตฺวา วิหารํ อนฺโตมหาคนฺธกุฏึ ปาวิสิ อสมฺภินฺนาย เอว ปริสาย. กสฺมา? พุทฺธา หิ อนิฏฺฐิตาย เทสนาย อสมฺภินฺนาย ปริสาย อุฏฺฐายาสนา คนฺธกุฏึ ปวิสนฺตา ปุคฺคลโถมนตฺถํ วา ปวิสนฺติ ธมฺมโถมนตฺถํ วา. ตตฺถ ปุคฺคลโถมนตฺถํ ปวิสนฺโต สตฺถา เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ มยา สํขิตฺเตน อุทฺเทสํ อุทฺทิฏฺฐํ วิตฺถาเรน จ อวิภตฺตํ ธมฺมปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู อุคฺคเหตฺวา อานนฺทํ วา กจฺจายนํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสนฺติ, เต มยฺหํ ญาเณน สํสนฺเทตฺวา กเถสฺสนฺติ, ตโตปิ ธมฺมปฏิคฺคาหกา ปุน มํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ. เตสมหํ ‘สุกถิตํ, ภิกฺขเว, อานนฺเทน, สุกถิตํ กจฺจายเนน, มํ เจปิ ตุเมฺห เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาถ, อหมฺปิ นํ เอวเมว พฺยากเรยฺย’นฺติ เอวํ เต ปุคฺคเล โถเมสฺสามิ. ตโต เตสุ คารวํ ชเนตฺวา ภิกฺขู อุปสงฺกมิสฺสนฺติ, เตปิ ภิกฺขู อตฺเถ จ ธมฺเม จ นิโยเชสฺสนฺติ, เต เตหิ นิโยชิตา ติสฺโส สิกฺขา ปริปูเรตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ.
อถ วา ปนสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เอส มยิ ปกฺกนฺเต อตฺตโน อานุภาวํ กริสฺสติ, อถ นํ อหมฺปิ ตเถว โถเมสฺสามิ, ตํ มม โถมนํ สุตฺวา คารวชาตา ภิกฺขู อิมํ อุปสงฺกมิตพฺพํ, วจนญฺจสฺส โสตพฺพํ สทฺธาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, ตํ เตสํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ ธมฺมโถมนตฺถํ ปวิสนฺโต เอวํ จินฺเตสิ ยถา ธมฺมทายาทสุตฺเต จินฺเตสิ. ตตฺร หิสฺส เอวํ อโหสิ – ‘‘มยิ วิหารํ ปวิฏฺเฐ อามิสทายาทํ ครหนฺโต ธมฺมทายาทญฺจ โถเมนฺโต อิมิสฺสํเยว ปริสติ นิสินฺโน สาริปุตฺโต ธมฺมํ เทเสสฺสติ, เอวํ ทฺวินฺนมฺปิ อมฺหากํ เอกชฺฌาสยาย มติยา เทสิตา อยํ เทสนา อคฺคา จ ครุกา จ ภวิสฺสติ ปาสาณจฺฉตฺตสทิสา’’ติ.
อิธ ปน อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อุกฺกํเสตฺวา ปกาเสตฺวา ฐเปตุกาโม ปุคฺคลโถมนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสิ. อีทิเสสุ ฐาเนสุ ภควา นิสินฺนาสเนเยว อนฺตรหิโต จิตฺตคติยา วิหารํ ปวิสตีติ เวทิตพฺโพ. ยทิ หิ กายคติยา คจฺเฉยฺย, สพฺพา ปริสา ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา คจฺเฉยฺย, สา เอกวารํ ภินฺนา ปุน ทุสฺสนฺนิปาตา ภเวยฺยาติ ภควา อทิสฺสมาเนน กาเยน จิตฺตคติยา เอว ปาวิสิ.
เอวํ ปวิฏฺเฐ ปน ภควติ ภควโต อธิปฺปายานุรูปเมว สีหนาทํ นทิตุกาโม ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ. ปุพฺเพ อปฺปฏิสํวิทิตนฺติ อิทํ นาม ปุจฺฉิสฺสตีติ ปุพฺเพ มยา อวิทิตํ อญฺญาตํ. ปฐมํ ปญฺหนฺติ, ‘‘สเจ ตํ, สาริปุตฺต, เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ กถํ ชานตา ปน ตยา, อาวุโส สาริปุตฺต, กถํ ปสฺสตา อญฺญา พฺยากตา ขีณา ชาตี’’ติ อิมํ ปฐมํ ปญฺหํ. ทนฺธายิตตฺตนฺติ สตฺถุ อาสยชานนตฺถํ ทนฺธภาโว อสีฆตา. ปฐมํ ปญฺหํ อนุโมทีติ, ‘‘ชาติ ปนาวุโส สาริปุตฺต, กึนิทานา’’ติ อิมํ ทุติยํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต, ‘‘ยํนิทานาวุโส, ชาตี’’ติ เอวํ วิสฺสชฺชิตํ ปฐมํ ปญฺหํ อนุโมทิ.
เอตทโหสีติ ภควตา อนุโมทิเต นยสเตน นยสหสฺเสน ปญฺหสฺส เอกงฺคณิกภาเวน ปากฏีภูตตฺตา เอตํ อโหสิ. ทิวสมฺปาหํ ภควโต เอตมตฺถํ พฺยากเรยฺยนฺติ สกลทิวสมฺปิ อหํ ภควโต เอตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทตฺถํ ปุฏฺโฐ สกลทิวสมฺปิ อญฺญมญฺเญหิ ปทพฺยญฺชเนหิ พฺยากเรยฺยํ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘เถโร อุฬารสีหนาทํ นทติ, สุการณํ เอตํ, ทสพลสฺส นํ อาโรเจสฺสามี’’ติ. ตสฺมา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.
สา หิ ภิกฺขุ สาริปุตฺตสฺส ธมฺมธาตูติ เอตฺถ ธมฺมธาตูติ ปจฺจยาการสฺส วิวฏภาวทสฺสนสมตฺถํ สาวกปารมีญาณํ. สาวกานญฺหิ สาวกปารมีญาณํ สพฺพญฺญุตญฺญาณคติกเมว โหติ. ยถา พุทฺธานํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ปากฏา โหนฺติ, เอวํ เถรสฺส สาวกปารมีญาณํ สพฺเพปิ สาวกญาณสฺส โคจรธมฺเม ชานาตีติ. ทุติยํ.
๓. ญาณวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๓๓. ตติเย ตํ สุณาถาติ ตํ ญาณวตฺถุเทสนํ สุณาถ. ญาณวตฺถูนีติ เจตฺถ ญาณเมว ญาณวตฺถูติ เวทิตพฺพํ. ชรามรเณ ญาณนฺติอาทีสุ จตูสุ ปฐมํ สวนมยญาณํ สมฺมสนญาณํ ปฏิเวธญาณํ ปจฺจเวกฺขณญาณนฺติ จตุพฺพิธํ วฏฺฏติ, ตถา ทุติยํ. ตติยํ ปน ฐเปตฺวา สมฺมสนญาณํ ติวิธเมว โหติ, ตถา จตุตฺถํ. โลกุตฺตรธมฺเมสุ หิ สมฺมสนํ นาม นตฺถิ. ชาติยา ญาณนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมินา ธมฺเมนาติ อิมินา จตุสจฺจธมฺเมน วา มคฺคญาณธมฺเมน วา.
ทิฏฺเฐนาติอาทีสุ ทิฏฺเฐนาติ ญาณจกฺขุนา ทิฏฺเฐน. วิทิเตนาติ ปญฺญาย วิทิเตน. อกาลิเกนาติ กิญฺจิ กาลํ อนติกฺกมิตฺวา ปฏิเวธานนฺตรํเยว ผลทายเกน. ปตฺเตนาติ อธิคเตน. ปริโยคาเฬฺหนาติ ปริโยคาหิเตน ปญฺญาย อนุปวิฏฺเฐน. อตีตานาคเต นยํ เนตีติ ‘‘เย โข เกจี’’ติอาทินา นเยน อตีเต จ อนาคเต จ นยํ เนติ. เอตฺถ จ น จตุสจฺจธมฺเมน วา มคฺคญาณธมฺเมน วา สกฺกา อตีตานาคเต นยํ เนตุํ, จตุสจฺเจ ปน มคฺคญาเณน ปฏิวิทฺเธ ปรโต ปจฺจเวกฺขณญาณํ นาม โหติ. เตน นยํ เนตีติ เวทิตพฺพา. อพฺภญฺญํสูติ อภิอญฺญํสุ ชานึสุ. เสยฺยถาปาหํ, เอตรหีติ ยถา อหํ เอตรหิ จตุสจฺจวเสน ชานามิ. อนฺวเย ญาณนฺติ อนุอเย ญาณํ, ธมฺมญาณสฺส อนุคมเน ญาณํ, ปจฺจเวกฺขณญาณสฺเสตํ นามํ. ธมฺเม ญาณนฺติ มคฺคญาณํ. อิมสฺมึ สุตฺเต ขีณาสวสฺส เสกฺขภูมิ กถิตา โหติ. ตติยํ.
๔. ทุติยญาณวตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๓๔. จตุตฺเถ สตฺตสตฺตรีติ สตฺต จ สตฺตริ จ. พฺยญฺชนภาณกา กิร เต ภิกฺขู, พหุพฺยญฺชนํ กตฺวา วุจฺจมาเน ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกนฺติ, ตสฺมา เตสํ อชฺฌาสเยน อิทํ สุตฺตํ วุตฺตํ. ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ ปจฺจยากาเร ญาณํ. ปจฺจยากาโร หิ ธมฺมานํ ปวตฺติฏฺฐิติการณตฺตา ธมฺมฏฺฐิตีติ วุจฺจติ, เอตฺถ ญาณํ ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, เอตสฺเสว ฉพฺพิธสฺส ญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. ขยธมฺมนฺติ ขยคมนสภาวํ. วยธมฺมนฺติ วยคมนสภาวํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนสภาวํ. นิโรธธมฺมนฺติ นิรุชฺฌนสภาวํ. สตฺตสตฺตรีติ เอเกกสฺมึ สตฺต สตฺต กตฺวา เอกาทสสุ ปเทสุ สตฺตสตฺตริ. อิมสฺมึ สุตฺเต วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนา กถิตา. จตุตฺถํ.
๕. อวิชฺชาปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๓๕. ปญฺจเม สมุทโย โหตีติ สตฺถา อิเธว เทสนํ โอสาเปสิ. กึการณาติ? ทิฏฺฐิคติกสฺส โอกาสทานตฺถํ. ตสฺสญฺหิ ปริสติ อุปารมฺภจิตฺโต ทิฏฺฐิคติโก อตฺถิ, โส ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, อถสฺสาหํ วิสฺสชฺเชสฺสามีติ ตสฺส โอกาสทานตฺถํ เทสนํ โอสาเปสิ. โน กลฺโล ปโญฺหติ อยุตฺโต ปโญฺห. ทุปฺปโญฺห เอโสติ อตฺโถ. นนุ จ ‘‘กตมํ นุ โข, ภนฺเต, ชรามรณ’’นฺติ? อิทํ สุปุจฺฉิตนฺติ. กิญฺจาปิ สุปุจฺฉิตํ, ยถา ปน สตสหสฺสคฺฆนิเก สุวณฺณถาเล วฑฺฒิตสฺส สุโภชนสฺส มตฺถเก อามลกมตฺเตปิ คูถปิณฺเฑ ฐปิเต สพฺพํ โภชนํ ทุพฺโภชนํ โหติ ฉฑฺเฑตพฺพํ, เอวเมว ‘‘กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณ’’นฺติ? อิมินา สตฺตูปลทฺธิวาทปเทน คูถปิณฺเฑน ตํ โภชนํ ทุพฺโภชนํ วิย อยมฺปิ สพฺโพ ทุปฺปโญฺหว ชาโตติ.
พฺรหฺมจริยวาโสติ อริยมคฺควาโส. ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ยสฺส หิ อยํ ทิฏฺฐิ, โส ‘‘ชีเว อุจฺฉิชฺชมาเน สรีรํ อุจฺฉิชฺชติ, สรีเร อุจฺฉิชฺชนฺเต ชีวิตํ อุจฺฉิชฺชตี’’ติ คณฺหาติ. เอวํ คณฺหโต สา ทิฏฺฐิ ‘‘สตฺโต อุจฺฉิชฺชตี’’ติ คหิตตฺตา อุจฺเฉททิฏฺฐิ นาม โหติ. สเจ ปน สงฺขาราว อุปฺปชฺชนฺติ เจว นิรุชฺฌนฺติ จาติ คเณฺหยฺย, สาสนาวจรา สมฺมาทิฏฺฐิ นาม ภเวยฺย. อริยมคฺโค จ นาเมโส วฏฺฏํ นิโรเธนฺโต วฏฺฏํ สมุจฺฉินฺทนฺโต อุปฺปชฺชติ, ตเทว ตํ วฏฺฏํ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา คหิตาการสฺส สมฺภเว สติ วินาว มคฺคภาวนาย นิรุชฺฌตีติ มคฺคภาวนา นิรตฺถกา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘พฺรหฺมจริยวาโส น โหตี’’ติ.
ทุติยนเย อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ยสฺส อยํ ทิฏฺฐิ, โส ‘‘สรีรํ อิเธว อุจฺฉิชฺชติ, น ชีวิตํ, ชีวิตํ ปน ปญฺชรโต สกุโณ วิย ยถาสุขํ คจฺฉตี’’ติ คณฺหาติ. เอวํ คณฺหโต สา ทิฏฺฐิ ‘‘อิมสฺมา โลกา ชีวิตํ ปรโลกํ คต’’นฺติ คหิตตฺตา สสฺสตทิฏฺฐิ นาม โหติ. อยญฺจ อริยมคฺโค เตภูมกวฏฺฏํ วิวฏฺเฏนฺโต อุปฺปชฺชติ, โส เอกสงฺขาเรปิ นิจฺเจ ธุเว สสฺสเต สติ อุปฺปนฺโนปิ วฏฺฏํ วิวฏฺเฏตุํ น สกฺโกตีติ มคฺคภาวนา นิรตฺถกา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา ภิกฺขุ ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโส น โหตี’’ติ.
วิสูกายิกานีติอาทิ สพฺพํ มิจฺฉาทิฏฺฐิเววจนเมว. สา หิ สมฺมาทิฏฺฐิยา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน วิสูกมิว อตฺตานํ อาวรณโต วิสูกายิกํ, สมฺมาทิฏฺฐึ อนนุวตฺติตฺวา ตสฺสา วิโรเธน ปวตฺตนโต วิเสวิตํ, กทาจิ อุจฺเฉทสฺส กทาจิ สสฺสตสฺส คหณโต วิรูปํ ผนฺทิตํ วิปฺผนฺทิตนฺติ วุจฺจติ. ตาลาวตฺถุกตานีติ ตาลวตฺถุ วิย กตานิ, ปุน อวิรุหณฏฺเฐน มตฺถกจฺฉินฺนตาโล วิย สมูลํ ตาลํ อุทฺธริตฺวา ตสฺส ปติฏฺฐิตฏฺฐานํ วิย จ กตานีติ อตฺโถ. อนภาวํกตานีติ อนุอภาวํ กตานีติ. ปญฺจมํ.
๖. ทุติยอวิชฺชาปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๓๖. ฉฏฺเฐ อิติ วา, ภิกฺขเว, โย วเทยฺยาติ ตสฺสํ ปริสติ ทิฏฺฐิคติโก ปญฺหํ ปุจฺฉิตุกาโม อตฺถิ, โส ปน อวิสารทธาตุโก อุฏฺฐาย ทสพลํ ปุจฺฉิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา ตสฺส อชฺฌาสเยน สยเมว ปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชนฺโต สตฺถา เอวมาห. ฉฏฺฐํ.
๗. นตุมฺหสุตฺตวณฺณนา
๓๗. สตฺตเม น ตุมฺหากนฺติ อตฺตนิ หิ สติ อตฺตนิยํ นาม โหติ. อตฺตาเยว จ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘น ตุมฺหาก’’นฺติ อาห. นปิ อญฺเญสนฺติ อญฺโญ นาม ปเรสํ อตฺตา, ตสฺมึ สติ อญฺเญสํ นาม สิยา, โสปิ นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘นปิ อญฺเญส’’นฺติ อาห. ปุราณมิทํ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺติ นยิทํ ปุราณกมฺมเมว, ปุราณกมฺมนิพฺพตฺโต ปเนส กาโย, ตสฺมา ปจฺจยโวหาเรน เอวํ วุตฺโต. อภิสงฺขตนฺติอาทิ กมฺมโวหารสฺเสว วเสน ปุริมลิงฺคสภาคตาย วุตฺตํ, อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – อภิสงฺขตนฺติ ปจฺจเยหิ กโตติ ทฏฺฐพฺโพ. อภิสญฺเจตยิตนฺติ เจตนาวตฺถุโก เจตนามูลโกติ ทฏฺฐพฺโพ. เวทนิยนฺติ เวทนิยวตฺถูติ ทฏฺฐพฺโพ. สตฺตมํ.
๘. เจตนาสุตฺตวณฺณนา
๓๘. อฏฺฐเม ยญฺจ, ภิกฺขเว, เจเตตีติ ยํ เจตนํ เจเตติ, ปวตฺเตตีติ อตฺโถ. ยญฺจ ปกปฺเปตีติ ยํ ปกปฺปนํ ปกปฺเปติ, ปวตฺเตติจฺเจว อตฺโถ. ยญฺจ อนุเสตีติ ยญฺจ อนุสยํ อนุเสติ, ปวตฺเตติจฺเจว อตฺโถ. เอตฺถ จ เจเตตีติ เตภูมกกุสลากุสลเจตนา คหิตา, ปกปฺเปตีติ อฏฺฐสุ โลภสหคตจิตฺเตสุ ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปา คหิตา, อนุเสตีติ ทฺวาทสนฺนํ เจตนานํ สหชาตโกฏิยา เจว อุปนิสฺสยโกฏิยา จ อนุสโย คหิโต. อารมฺมณเมตํ โหตีติ (เจตนาทิธมฺมชาเต สติ กมฺมวิญฺญาณสฺส อุปฺปตฺติยา อวาริตตฺตา) เอตํ เจตนาทิธมฺมชาตํ ปจฺจโย โหติ. ปจฺจโย หิ อิธ อารมฺมณนฺติ อธิปฺเปตา. วิญฺญาณสฺส ฐิติยาติ กมฺมวิญฺญาณสฺส ฐิตตฺถํ. อารมฺมเณ สตีติ ตสฺมึ ปจฺจเย สติ. ปติฏฺฐา วิญฺญาณสฺส โหตีติ ตสฺส กมฺมวิญฺญาณสฺส ปติฏฺฐา โหติ. ตสฺมึ ปติฏฺฐิเต วิญฺญาเณติ ตสฺมึ กมฺมวิญฺญาเณ ปติฏฺฐิเต. วิรูเฬฺหติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย นิพฺพตฺตมูเล ชาเต. ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ ปุนพฺภวสงฺขาตา อภินิพฺพตฺติ.
โน เจ, ภิกฺขเว, เจเตตีติ อิมินา เตภูมกเจตนาย อปฺปวตฺตนกฺขโณ วุตฺโต. โน เจ ปกปฺเปตีติ อิมินา ตณฺหาทิฏฺฐิกปฺปานํ อปฺปวตฺตนกฺขโณ. อถ เจ อนุเสตีติ อิมินา เตภูมกวิปาเกสุ ปริตฺตกิริยาสุ รูเปติ เอตฺถ อปฺปหีนโกฏิยา อนุสโย คหิโต. อารมฺมณเมตํ โหตีติ อนุสเย สติ กมฺมวิญฺญาณสฺส อุปฺปตฺติยา อวาริตตฺตา เอตํ อนุสยชาตํ ปจฺจโยว โหติ.
โน เจว เจเตตีติอาทีสุ ปฐมปเท เตภูมกกุสลากุสลเจตนา นิวตฺตา, ทุติยปเท อฏฺฐสุ จิตฺเตสุ ตณฺหาทิฏฺฐิโย, ตติยปเท วุตฺตปฺปกาเรสุ ธมฺเมสุ โย อปฺปหีนโกฏิยา อนุสยิโต อนุสโย, โส นิวตฺโต.
อปิเจตฺถ อสมฺโมหตฺถํ เจเตติ ปกปฺเปติ อนุเสติ, เจเตติ น ปกปฺเปติ อนุเสติ, น เจเตติ น ปกปฺเปติ อนุเสติ, น เจเตติ น ปกปฺเปติ น อนุเสตีติ อิทมฺปิ จตุกฺกํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ ปฐมนเย ธมฺมปริจฺเฉโท ทสฺสิโต. ทุติยนเย เจเตตีติ เตภูมกกุสลเจตนา เจว จตสฺโส จ อกุสลเจตนา คหิตา. น ปกปฺเปตีติ อฏฺฐสุ จิตฺเตสุ ตณฺหาทิฏฺฐิโย นิวตฺตา. อนุเสตีติ เตภูมกกุสเล อุปนิสฺสยโกฏิยา, จตูสุ อกุสลเจตนาสุ สหชาตโกฏิยา เจว อุปนิสฺสยโกฏิยา จ อนุสโย คหิโต. ตติยนเย น เจเตตีติ เตภูมกกุสลากุสลํ นิวตฺตํ, น ปกปฺเปตีติ อฏฺฐสุ จิตฺเตสุ ตณฺหาทิฏฺฐิโย นิวตฺตา, อนุเสตีติ สุตฺเต อาคตํ วาเรตฺวา เตภูมกกุสลากุสลวิปากกิริยารูเปสุ อปฺปหีนโกฏิยา อุปนิสฺสโย คหิโต. จตุตฺถนโย ปุริมสทิโสว.
ตทปฺปติฏฺฐิเตติ ตสฺมึ อปฺปติฏฺฐิเต. อวิรูเฬฺหติ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธิอากฑฺฒนสมตฺถตาย อนิพฺพตฺตมูเล. เอตฺถ ปน กึ กถิตนฺติ? อรหตฺตมคฺคสฺส กิจฺจํ, ขีณาสวสฺส กิจฺจกรณนฺติปิ นวโลกุตฺตรธมฺมาติปิ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอตฺถ จ วิญฺญาณสฺส เจว อายตึ ปุนพฺภวสฺส จ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, เวทนาตณฺหานมนฺตเร เอโก, ภวชาตีนมนฺตเร เอโกติ. อฏฺฐมํ.
๙. ทุติยเจตนาสุตฺตวณฺณนา
๓๙. นวเม วิญฺญาณนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, เวทนาตณฺหานมนฺตเร เอโก, ภวชาตีนมนฺตเร เอโกติ. นวมํ.
๑๐. ตติยเจตนาสุตฺตวณฺณนา
๔๐. ทสเม นตีติ ตณฺหา. สา หิ ปิยรูเปสุ รูปาทีสุ นมนฏฺเฐน ‘‘นตี’’ติ วุจฺจติ. อาคติ คติ โหตีติ อาคติมฺหิ คติ โหติ, อาคเต ปจฺจุปฏฺฐิเต กมฺเม วา กมฺมนิมิตฺเต วา คหินิมิตฺเต วา ปฏิสนฺธิวเสน วิญฺญาณสฺส คติ โหติ. จุตูปปาโตติ เอวํ วิญฺญาณสฺส อาคเต ปฏิสนฺธิวิสเย คติยา สติ อิโต จวนสงฺขาตา จุติ, ตตฺถูปปตฺติสงฺขาโต อุปปาโตติ อยํ จุตูปปาโต นาม โหติ. เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต นติยา จ อาคติคติยา จ อนฺตเร เอโกว สนฺธิ กถิโตติ. ทสมํ.
กฬารขตฺติยวคฺโค จตุตฺโถ.