๒. อาหารวคฺโค
๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา
๑๑. อาหารวคฺคสฺส ปฐเม อาหาราติ ปจฺจยา. ปจฺจยา หิ อาหรนฺติ อตฺตโน ผลํ, ตสฺมา อาหาราติ วุจฺจนฺติ. ภูตานํ วา สตฺตานนฺติอาทีสุ ภูตาติ ชาตา นิพฺพตฺตา. สมฺภเวสิโนติ เย สมฺภวํ ชาตึ นิพฺพตฺตึ เอสนฺติ คเวสนฺติ. ตตฺถ จตูสุ โยนีสุ อณฺฑชชลาพุชา สตฺตา ยาว อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ น ภินฺทนฺติ, ตาว สมฺภเวสิโน นาม, อณฺฑโกสํ วตฺถิโกสญฺจ ภินฺทิตฺวา พหิ นิกฺขนฺตา ภูตา นาม. สํเสทชา โอปปาติกา จ ปฐมจิตฺตกฺขเณ สมฺภเวสิโน นาม, ทุติยจิตฺตกฺขณโต ปภุติ ภูตา นาม. เยน วา อิริยาปเถน ชายนฺติ, ยาว ตโต อญฺญํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สมฺภเวสิโน นาม, ตโต ปรํ ภูตา นาม. อถ วา ภูตาติ ชาตา อภินิพฺพตฺตา, เย ภูตา อภินิพฺพตฺตาเยว, น ปุน ภวิสฺสนฺตีติ สงฺขํ คจฺฉนฺติ, เตสํ ขีณาสวานํ เอตํ อธิวจนํ. สมฺภวเมสนฺตีติ สมฺภเวสิโน. อปฺปหีนภวสํโยชนตฺตา อายติมฺปิ สมฺภวํ เอสนฺตานํ เสกฺขปุถุชฺชนานเมตํ อธิวจนํ. เอวํ สพฺพถาปิ อิเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สพฺพสตฺเต ปริยาทิยติ. วาสทฺโท เจตฺถ สมฺปิณฺฑนตฺโถ, ตสฺมา ภูตานญฺจ สมฺภเวสีนญฺจาติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ฐิติยาติ ฐิตตฺถํ. อนุคฺคหายาติ อนุคฺคหตฺถํ. วจนเภโทเยว เจส, อตฺโถ ปน ทฺวินฺนมฺปิ ปทานํ เอโกเยว. อถ วา ฐิติยาติ ตสฺส ตสฺส สตฺตสฺส อุปฺปนฺนธมฺมานํ อนุปฺปพนฺธวเสน อวิจฺเฉทาย. อนุคฺคหายาติ อนุปฺปนฺนานํ อุปฺปาทาย. อุโภปิ เจตานิ ‘‘ภูตานํ วา ฐิติยา เจว อนุคฺคหาย จ, สมฺภเวสีนํ วา ฐิติยา เจว อนุคฺคหาย จา’’ติ เอวํ อุภยตฺถ ทฏฺฐพฺพานีติ.
กพฬีกาโร อาหาโรติ กพฬํ กตฺวา อชฺโฌหริตพฺพโก อาหาโร, โอทนกุมฺมาสาทิวตฺถุกาย โอชาเยตํ อธิวจนํ. โอฬาริโก วา สุขุโม วาติ วตฺถุโอฬาริกตาย โอฬาริโก, สุขุมตาย สุขุโม. สภาเวน ปน สุขุมรูปปริยาปนฺนตฺตา กพฬีกาโร อาหาโร สุขุโมว โหติ. สาปิ จสฺส วตฺถุโต โอฬาริกตา สุขุมตา จ อุปาทายุปาทาย เวทิตพฺพา. กุมฺภีลานญฺหิ อาหารํ อุปาทาย โมรานํ อาหาโร สุขุโม. กุมฺภีลา กิร ปาสาเณ คิลนฺติ, เต จ เนสํ กุจฺฉิปฺปตฺตา วิลียนฺติ. โมรา สปฺปวิจฺฉิกาทิปาเณ ขาทนฺติ. โมรานํ ปน อาหารํ อุปาทาย ตรจฺฉานํ อาหาโร สุขุโม. เต กิร ติวสฺสฉฑฺฑิตานิ วิสาณานิ เจว อฏฺฐีนิ จ ขาทนฺติ, ตานิ จ เนสํ เขเฬน เตมิตมตฺตาเนว กนฺทมูลํ วิย มุทุกานิ โหนฺติ. ตรจฺฉานํ อาหารํ อุปาทาย หตฺถีนํ อาหาโร สุขุโม. เต หิ นานารุกฺขสาขาทโย ขาทนฺติ. หตฺถีนํ อาหารโต ควยโคกณฺณมิคาทีนํ อาหาโร สุขุโม. เต กิร นิสฺสารานิ นานารุกฺขปณฺณาทีนิ ขาทนฺติ. เตสมฺปิ อาหารโต คุนฺนํ อาหาโร สุขุโม. เต อลฺลสุกฺขติณานิ ขาทนฺติ. เตสํ อาหารโต สสานํ อาหาโร สุขุโม. สสานํ อาหารโต สกุณานํ อาหาโร สุขุโม. สกุณานํ อาหารโต ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหาโร สุขุโม. ปจฺจนฺตวาสีนํ อาหารโต คามโภชกานํ อาหาโร สุขุโม. คามโภชกานํ อาหารโต ราชราชมหามตฺตานํ อาหาโร สุขุโม. เตสมฺปิ อาหารโต จกฺกวตฺติโน อาหาโร สุขุโม. จกฺกวตฺติโน อาหารโต ภุมฺมานํ เทวานํ อาหาโร สุขุโม. ภุมฺมานํ เทวานํ อาหารโต จาตุมหาราชิกานํ. เอวํ ยาว ปรนิมฺมิตวสวตฺตีนํ อาหารา วิตฺถาเรตพฺพา. เตสํ ปนาหาโร สุขุโมเตฺวว นิฏฺฐํ ปตฺโต.
เอตฺถ จ โอฬาริเก วตฺถุสฺมึ โอชา ปริตฺตา โหติ ทุพฺพลา, สุขุเม พลวตี. ตถา หิ เอกปตฺตปูรมฺปิ ยาคุํ ปีโต มุหุตฺเตเนว ชิฆจฺฉิโต โหติ ยํกิญฺจิเทว ขาทิตุกาโม, สปฺปึ ปน ปสตมตฺตํ ปิวิตฺวา ทิวสํ อโภตฺตุกาโม โหติ. ตตฺถ วตฺถุ กมฺมชเตชสงฺขาตํ ปริสฺสยํ วิโนเทติ, น ปน สกฺโกติ ปาเลตุํ. โอชา ปน ปาเลติ, น สกฺโกติ ปริสฺสยํ วิโนเทตุํ. เทฺว ปน เอกโต หุตฺวา ปริสฺสยญฺเจว วิโนเทนฺติ ปาเลนฺติ จาติ.
ผสฺโส ทุติโยติ จกฺขุสมฺผสฺสาทิ ฉพฺพิโธปิ ผสฺโส เอเตสุ จตูสุ อาหาเรสุ ทุติโย อาหาโรติ เวทิตพฺโพ. เทสนานโย เอว เจส, ตสฺมา อิมินา นาม การเณน ทุติโย ตติโย จาติ อิทเมตฺถ น คเวสิตพฺพํ. มโนสญฺเจตนาติ เจตนาว วุจฺจติ. วิญฺญาณนฺติ จิตฺตํ. อิติ ภควา อิมสฺมึ ฐาเน อุปาทิณฺณกอนุปาทิณฺณกวเสน เอกราสึ กตฺวา จตฺตาโร อาหาเร ทสฺเสสิ. กพฬีการาหาโร หิ อุปาทิณฺณโกปิ อตฺถิ อนุปาทิณฺณโกปิ, ตถา ผสฺสาทโย. ตตฺถ สปฺปาทีหิ คิลิตานํ มณฺฑูกาทีนํ วเสน อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโร ทฏฺฐพฺโพ. มณฺฑูกาทโย หิ สปฺปาทีหิ คิลิตา อนฺโตกุจฺฉิคตาปิ กิญฺจิ กาลํ ชีวนฺติเยว. เต ยาว อุปาทิณฺณกปกฺเข ติฏฺฐนฺติ, ตาว อาหารตฺถํ น สาเธนฺติ. ภิชฺชิตฺวา ปน อนุปาทิณฺณกปกฺเข ฐิตา สาเธนฺติ. ตทาปิ อุปาทิณฺณกาหาโรติ วุจฺจนฺตีติ. อิทํ ปน อาจริยานํ น รุจฺจตีติ อฏฺฐกถายเมว ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทํ วุตฺตํ – อิเมสํ สตฺตานํ ขาทนฺตานมฺปิ อขาทนฺตานมฺปิ ภุญฺชนฺตานมฺปิ อภุญฺชนฺตานมฺปิ ปฏิสนฺธิจิตฺเตเนว สหชาตา กมฺมชา โอชา นาม อตฺถิ, สา ยาวปิ สตฺตมา ทิวสา ปาเลติ, อยเมว อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโรติ เวทิตพฺโพ. เตภูมกวิปากวเสน ปน อุปาทิณฺณกผสฺสาทโย เวทิตพฺพา, เตภูมกกุสลากุสลกิริยวเสน อนุปาทิณฺณกา. โลกุตฺตรา ปน รุฬฺหีวเสน กถิตาติ.
เอตฺถาห – ‘‘ยทิ ปจฺจยฏฺโฐ อาหารฏฺโฐ, อถ กสฺมา อญฺเญสุปิ สตฺตานํ ปจฺจเยสุ วิชฺชมาเนสุ อิเมเยว จตฺตาโร วุตฺตา’’ติ? วุจฺจเต – อชฺฌตฺติกสนฺตติยา วิเสสปจฺจยตฺตา. วิเสสปจฺจโย หิ กพฬีการาหารภกฺขานํ สตฺตานํ รูปกายสฺส กพฬีกาโร อาหาโร, นามกาเย เวทนาย ผสฺโส, วิญฺญาณสฺส มโนสญฺเจตนา, นามรูปสฺส วิญฺญาณํ. ยถาห – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อยํ กาโย อาหารฏฺฐิติโก อาหารํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ, อนาหาโร โน ติฏฺฐติ (สํ. นิ. ๕.๑๘๓), ตถา ผสฺสปจฺจยา เวทนา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูป’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๑; วิภ. ๒๒๕).
โก ปเนตฺถ อาหาโร กึ อาหรตีติ? กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรติ ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา, มโนสญฺเจตนาหาโร ตโย ภเว, วิญฺญาณาหาโร ปฏิสนฺธินามรูปนฺติ.
กถํ? กพฬีการาหาโร ตาว มุเข ฐปิตมตฺเตเยว อฏฺฐ รูปานิ สมุฏฺฐาเปติ, ทนฺตวิจุณฺณิตํ ปน อชฺโฌหริยมานํ เอเกกํ สิตฺถํ อฏฺฐฏฺฐรูปานิ สมุฏฺฐาเปติเยว. เอวํ กพฬีการาหาโร โอชฏฺฐมกรูปานิ อาหรติ. ผสฺสาหาโร ปน สุขเวทนีโย ผสฺโส อุปฺปชฺชมาโนเยว สุขํ เวทนํ อาหรติ, ทุกฺขเวทนีโย ทุกฺขํ, อทุกฺขมสุขเวทนีโย อทุกฺขมสุขนฺติ เอวํ สพฺพถาปิ ผสฺสาหาโร ติสฺโส เวทนา อาหรติ.
มโนสญฺเจตนาหาโร กามภวูปคํ กมฺมํ กามภวํ อาหรติ, รูปารูปภวูปคานิ ตํ ตํ ภวํ. เอวํ สพฺพถาปิ มโนสญฺเจตนาหาโร ตโย ภเว อาหรติ. วิญฺญาณาหาโร ปน เย จ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตํสมฺปยุตฺตกา ตโย ขนฺธา, ยานิ จ ติสนฺตติวเสน ตึส รูปานิ อุปฺปชฺชนฺติ, สหชาตาทิปจฺจยนเยน ตานิ อาหรตีติ วุจฺจติ. เอวํ วิญฺญาณาหาโร ปฏิสนฺธินามรูปํ อาหรตีติ. เอตฺถ จ ‘‘มโนสญฺเจตนา ตโย ภเว อาหรตี’’ติ สาสวกุสลากุสลเจตนาว วุตฺตา. ‘‘วิญฺญาณํ ปฏิสนฺธินามรูปํ อาหรตี’’ติ ปฏิสนฺธิวิญฺญาณเมว วุตฺตํ. อวิเสเสน ปน ตํสมฺปยุตฺตตํสมุฏฺฐานธมฺมานํ อาหรณโตเปเต ‘‘อาหารา’’ติ เวทิตพฺพา.
เอเตสุ จตูสุ อาหาเรสุ กพฬีการาหาโร อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธติ, ผสฺโส ผุสนฺโตเยว มโนสญฺเจตนา อายูหมานาว, วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมว. กถํ? กพฬีการาหาโร หิ อุปตฺถมฺเภนฺโตเยว กายฏฺฐปเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. กมฺมชนิโตปิ หิ อยํ กาโย กพฬีการาหาเรน อุปตฺถทฺโธ ทสปิ วสฺสานิ วสฺสสตมฺปิ ยาว อายุปริมาณา ติฏฺฐติ. ยถา กึ? ยถา มาตุยา ชนิโตปิ ทารโก ธาติยา ถญฺญาทีนิ ปาเยตฺวา โปสิยมาโน จิรํ ติฏฺฐติ, ยถา จ อุปตฺถมฺเภน อุปตฺถมฺภิตํ เคหํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ยถา, มหาราช, เคเห ปปตนฺเต อญฺเญน ทารุนา อุปตฺถมฺภิตํ สนฺตํ เอว ตํ เคหํ น ปตติ. เอวเมว โข, มหาราช, อยํ กาโย อาหารฏฺฐิติโก อาหารํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐตี’’ติ.
เอวํ กพฬีกาโร อาหาโร อุปตฺถมฺเภนฺโต อาหารกิจฺจํ สาเธติ.
เอวํ สาเธนฺโตปิ จ กพฬีกาโร อาหาโร ทฺวินฺนํ รูปสนฺตตีนํ ปจฺจโย โหติ อาหารสมุฏฺฐานสฺส จ อุปาทิณฺณกสฺส จ. กมฺมชานํ อนุปาลโก หุตฺวา ปจฺจโย โหติ, อาหารสมุฏฺฐานานํ ชนโก หุตฺวาติ. ผสฺโส ปน สุขาทิวตฺถุภูตํ อารมฺมณํ ผุสนฺโตเยว สุขาทิเวทนาปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. มโนสญฺเจตนา กุสลากุสลกมฺมวเสน อายูหมานาเยว ภวมูลนิปฺผาทนโต สตฺตานํ ฐิติยา โหติ. วิญฺญาณํ วิชานนฺตเมว นามรูปปฺปวตฺตเนน สตฺตานํ ฐิติยา โหตีติ.
เอวํ อุปตฺถมฺภนาทิวเสน อาหารกิจฺจํ สาธยมาเนสุ ปเนเตสุ จตฺตาริ ภยานิ ทฏฺฐพฺพานิ. เสยฺยถิทํ – กพฬีการาหาเร นิกนฺติเยว ภยํ, ผสฺเส อุปคมนเมว, มโนสญฺเจตนาย อายูหนเมว, วิญฺญาเณ อภินิปาโตเยว ภยนฺติ. กึ การณา? กพฬีการาหาเร หิ นิกนฺตึ กตฺวา สีตาทีนํ ปุรกฺขตา สตฺตา อาหารตฺถาย มุทฺทาคณนาทิกมฺมานิ กโรนฺตา อนปฺปกํ ทุกฺขํ นิคจฺฉนฺติ. เอกจฺเจ จ อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ เวชฺชกมฺมาทิกาย อเนสนาย อาหารํ ปริเยสนฺตา ทิฏฺเฐว ธมฺเม คารยฺหา โหนฺติ, สมฺปราเยปิ, ‘‘ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา สมฺปชฺชลิตา’’ติอาทินา ลกฺขณสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๒.๒๑๘) วุตฺตนเยน สมณเปตา โหนฺติ. อิมินา ตาว การเณน กพฬีกาเร อาหาเร นิกนฺติ เอว ภยนฺติ เวทิตพฺพา.
ผสฺสํ อุปคจฺฉนฺตาปิ ผสฺสสฺสาทิโน ปเรสํ รกฺขิตโคปิเตสุ ทาราทีสุ ภณฺเฑสุ อปรชฺฌนฺติ, เต สห ภณฺเฑน ภณฺฑสามิกา คเหตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ วา ฉินฺทิตฺวา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑนฺติ, รญฺโญ วา นิยฺยาเทนฺติ. ตโต เต ราชา วิวิธา กมฺมการณา การาเปติ. กายสฺส จ เภทา ทุคฺคติ เตสํ ปาฏิกงฺขา โหติ. อิติ ผสฺสสฺสาทมูลกํ ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ สพฺพมาคตเมว โหติ. อิมินา การเณน ผสฺสาหาเร อุปคมนเมว ภยนฺติ เวทิตพฺพํ.
กุสลากุสลกมฺมายูหเน ปน ตมฺมูลกํ ตีสุ ภเวสุ ภยํ สพฺพํ อาคตเมว โหติ. อิมินา การเณน มโนสญฺเจตนาหาเร อายูหนเมว ภยนฺติ เวทิตพฺพํ.
ปฏิสนฺธิวิญฺญาณญฺจ ยสฺมึ ยสฺมึ ฐาเน อภินิปตติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน ปฏิสนฺธินามรูปํ คเหตฺวาว นิพฺพตฺตติ. ตสฺมิญฺจ นิพฺพตฺเต สพฺพภยานิ นิพฺพตฺตานิเยว โหนฺติ ตมฺมูลกตฺตาติ อิมินา การเณน วิญฺญาณาหาเร อภินิปาโตเยว ภยนฺติ เวทิตพฺโพติ.
กึนิทานาติอาทีสุ นิทานาทีนิ สพฺพาเนว การณเววจนานิ. การณญฺหิ ยสฺมา ผลํ นิเทติ, ‘‘หนฺท นํ คณฺหถา’’ติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานนฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ตโต สมุเทติ ชายติ ปภวติ, ตสฺมา สมุทโย ชาติ ปภโวติ วุจฺจติ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – กึนิทานํ เอเตสนฺติ กึนิทานา. โก สมุทโย เอเตสนฺติ กึสมุทยา. กา ชาติ เอเตสนฺติ กึชาติกา. โก ปภโว เอเตสนฺติ กึปภวา. ยสฺมา ปน เตสํ ตณฺหา ยถาวุตฺเตน อตฺเถน นิทานญฺเจว สมุทโย จ ชาติ จ ปภโว จ, ตสฺมา ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
เอตฺถ จ อิเม จตฺตาโร อาหารา ตณฺหานิทานาติ ปฏิสนฺธึ อาทึ กตฺวา อตฺตภาวสงฺขาตานํ อาหารานํ ปุริมตณฺหานํ วเสน นิทานํ เวทิตพฺพํ. กถํ? ปฏิสนฺธิกฺขเณ ตาว ปริปุณฺณายตนานํ สตฺตานํ สตฺตสนฺตติวเสน, เสสานํ ตโต อูนอูนสนฺตติวเสน อุปฺปนฺนรูปพฺภนฺตรํ ชาตา โอชา อตฺถิ, อยํ ตณฺหานิทาโน อุปาทิณฺณกกพฬีการาหาโร. ปฏิสนฺธิจิตฺตสมฺปยุตฺตา ปน ผสฺสเจตนา สยญฺจ จิตฺตํ วิญฺญาณนฺติ อิเม ตณฺหานิทานา อุปาทิณฺณก-ผสฺสมโนสญฺเจตนา-วิญฺญาณาหาราติ เอวํ ตาว ปุริมตณฺหานิทานา ปฏิสนฺธิกา อาหารา. ยถา จ ปฏิสนฺธิกา, เอวํ ตโต ปรํ ปฐมภวงฺคจิตฺตกฺขณาทินิพฺพตฺตาปิ เวทิตพฺพา.
ยสฺมา ปน ภควา น เกวลํ อาหารานเมว นิทานํ ชานาติ, อาหารนิทานภูตาย ตณฺหายปิ, ตณฺหาย นิทานานํ เวทนาทีนมฺปิ นิทานํ ชานาติเยว, ตสฺมา ตณฺหา จายํ, ภิกฺขเว, กึนิทานาติอาทินา นเยน วฏฺฏํ ทสฺเสตฺวา วิวฏฺฏํ ทสฺเสสิ. อิมสฺมิญฺจ ปน ฐาเน ภควา อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวา อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺเสติ. กถํ? อาหารวเสน หิ อยํ อตฺตภาโว คหิโต.
ตณฺหาติ อิมสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ, เวทนาผสฺสสฬายตนนามรูปวิญฺญาณานิ ยสฺมึ อตฺตภาเว ฐตฺวา กมฺมํ อายูหิตํ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตานิ, อวิชฺชาสงฺขารา ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกํ กมฺมํ. อิติ ทฺวีสุ ฐาเนสุ อตฺตภาโว, ทฺวีสุ ตสฺส ชนกํ กมฺมนฺติ สงฺเขเปน กมฺมญฺเจว กมฺมวิปากญฺจาติ, เทฺวปิ ธมฺเม ทสฺเสนฺเตน อตีตาภิมุขํ เทสนํ กตฺวา อตีเตน วฏฺฏํ ทสฺสิตํ.
ตตฺรายํ เทสนา อนาคตสฺส อทสฺสิตตฺตา อปริปุณฺณาติ น ทฏฺฐพฺพา. นยโต ปน ปริปุณฺณาเตฺวว ทฏฺฐพฺพา. ยถา หิ จกฺขุมา ปุริโส อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนํ สุํสุมารํ ทิสฺวา ตสฺส ปรภาคํ โอโลเกนฺโต คีวํ ปสฺเสยฺย, โอรโต ปิฏฺฐึ, ปริโยสาเน นงฺคุฏฺฐมูลํ, เหฏฺฐา กุจฺฉึ โอโลเกนฺโต ปน อุทกคตํ อคฺคนงฺคุฏฺฐญฺเจว จตฺตาโร จ หตฺถปาเท น ปสฺเสยฺย, โส น เอตฺตาวตา ‘‘อปริปุณฺโณ สุํสุมาโร’’ติ คณฺหาติ, นยโต ปน ปริปุณฺโณเตฺวว คณฺหาติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.
อุทกปิฏฺเฐ นิปนฺนสุํสุมาโร วิย หิ เตภูมกวฏฺฏํ. ตีเร ฐิโต จกฺขุมา ปุริโส วิย โยคาวจโร. เตน ปุริเสน อุทกปิฏฺเฐ สุํสุมารสฺส ทิฏฺฐกาโล วิย โยคินา อาหารวเสน อิมสฺสตฺตภาวสฺส ทิฏฺฐกาโล. ปรโต คีวาย ทิฏฺฐกาโล วิย อิมสฺสตฺตภาวสฺส ชนิกาย ตณฺหาย ทิฏฺฐกาโล. ปิฏฺฐิยา ทิฏฺฐกาโล วิย ยสฺมึ อตฺตภาเว ตณฺหาสงฺขาตํ กมฺมํ กตํ, เวทนาทิวเสน ตสฺส ทิฏฺฐกาโล. นงฺคุฏฺฐมูลสฺส ทิฏฺฐกาโล วิย ตสฺสตฺตภาวสฺส ชนกานํ อวิชฺชาสงฺขารานํ ทิฏฺฐกาโล. เหฏฺฐา กุจฺฉึ โอโลเกนฺตสฺส ปน อคฺคนงฺคุฏฺฐญฺเจว จตฺตาโร จ หตฺถปาเท อทิสฺวาปิ ‘‘อปริปุณฺโณ สุํสุมาโร’’ติ อคเหตฺวา นยโต ปริปุณฺโณเตฺวว คหณํ วิย ยตฺถ ยตฺถ ปจฺจยวฏฺฏํ ปาฬิยํ น อาคตํ, ตตฺถ ตตฺถ ‘‘เทสนา อปริปุณฺณา’’ติ อคเหตฺวา นยโต ปริปุณฺณาเตฺวว คหณํ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ จ อาหารตณฺหานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, ตณฺหาเวทนานํ อนฺตเร เอโก, วิญฺญาณสงฺขารานํ อนฺตเร เอโกติ เอวํ ติสนฺธิจตุสงฺเขปเมว วฏฺฏํ ทสฺสิตนฺติ. ปฐมํ.
๒. โมฬิยผคฺคุนสุตฺตวณฺณนา
๑๒. ทุติเย สมฺภเวสีนํ วา อนุคฺคหายาติ อิมสฺมึเยว ฐาเน ภควา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. กสฺมา? ทิฏฺฐิคติกสฺส นิสินฺนตฺตา. ตสฺสญฺหิ ปริสติ โมฬิยผคฺคุโน นาม ภิกฺขุ ทิฏฺฐิคติโก นิสินฺโน. อถ สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ อุฏฺฐหิตฺวา มํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสติ, อถสฺสาหํ วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ ปุจฺฉาย โอกาสทานตฺถํ เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. โมฬิยผคฺคุโนติ โมฬีติ จูฬา วุจฺจติ. ยถาห –
‘‘เฉตฺวาน โมฬึ วรคนฺธวาสิตํ
เวหายสํ อุกฺขิปิ สกฺยปุงฺคโว;
รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว,
สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหี’’ติ.
สา ตสฺส คิหิกาเล มหนฺตา อโหสิ. เตนสฺส ‘‘โมฬิยผคฺคุโน’’ติ สงฺขา อุทปาทิ. ปพฺพชิตมฺปิ นํ เตเนว นาเมน สญฺชานนฺติ. เอตทโวจาติ เทสนานุสนฺธึ ฆเฏนฺโต เอตํ ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหารํ อาหาเรตี’’ติ วจนํ อโวจ. ตสฺสตฺโถ – ภนฺเต, โก นาม โส, โย เอตํ วิญฺญาณาหารํ ขาทติ วา ภุญฺชติ วาติ?
กสฺมา ปนายํ อิตเร ตโย อาหาเร อปุจฺฉิตฺวา อิมเมว ปุจฺฉตีติ? ชานามีติ ลทฺธิยา. โส หิ มหนฺเต ปิณฺเฑ กตฺวาว กพฬีการาหารํ ภุญฺชนฺเต ปสฺสติ, เตนสฺส ตํ ชานามีติ ลทฺธิ. ติตฺติรวฏฺฏกโมรกุกฺกุฏาทโย ปน มาตุสมฺผสฺเสน ยาเปนฺเต ทิสฺวา ‘‘เอเต ผสฺสาหาเรน ยาเปนฺตี’’ติ ตสฺส ลทฺธิ. กจฺฉปา ปน อตฺตโน อุตุสมเย มหาสมุทฺทโต นิกฺขมิตฺวา สมุทฺทตีเร วาลิกนฺตเร อณฺฑานิ ฐเปตฺวา วาลิกาย ปฏิจฺฉาเทตฺวา มหาสมุทฺทเมว โอตรนฺติ. ตานิ มาตุอนุสฺสรณวเสน น ปูตีนิ โหนฺติ. ตานิ มโนสญฺเจตนาหาเรน ยาเปนฺตีติ ตสฺส ลทฺธิ. กิญฺจาปิ เถรสฺส อยํ ลทฺธิ, น ปน เอตาย ลทฺธิยา อิมํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ. ทิฏฺฐิคติโก หิ อุมฺมตฺตกสทิโส. ยถา อุมฺมตฺตโก ปจฺฉึ คเหตฺวา อนฺตรวีถึ โอติณฺโณ โคมยมฺปิ ปาสาณมฺปิ คูถมฺปิ ขชฺชขณฺฑมฺปิ ตํ ตํ มนาปมฺปิ อมนาปมฺปิ คเหตฺวา ปจฺฉิยํ ปกฺขิปติ. เอวเมว ทิฏฺฐิคติโก ยุตฺตมฺปิ อยุตฺตมฺปิ ปุจฺฉติ. โส ‘‘กสฺมา อิมํ ปุจฺฉสี’’ติ น นิคฺคเหตพฺโพ, ปุจฺฉิตปุจฺฉิตฏฺฐาเน ปน คหณเมว นิเสเธตพฺพํ. เตเนว นํ ภควา ‘‘กสฺมา เอวํ ปุจฺฉสี’’ติ อวตฺวา คหิตคาหเมว ตสฺส โมเจตุํ โน กลฺโล ปโญฺหติอาทิมาห.
ตตฺถ โน กลฺโลติ อยุตฺโต. อาหาเรตีติ อหํ น วทามีติ อหํ โกจิ สตฺโต วา ปุคฺคโล วา อาหาเรตีติ น วทามิ. อาหาเรตีติ จาหํ วเทยฺยนฺติ ยทิ อหํ อาหาเรตีติ วเทยฺยํ. ตตฺรสฺส กลฺโล ปโญฺหติ ตสฺมึ มยา เอวํ วุตฺเต อยํ ปโญฺห ยุตฺโต ภเวยฺย. กิสฺส นุ โข, ภนฺเต, วิญฺญาณาหาโรติ, ภนฺเต, อยํ วิญฺญาณาหาโร กตมสฺส ธมฺมสฺส ปจฺจโยติ อตฺโถ. ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณนฺติ ตสฺมึ เอวํ ปุจฺฉิเต ปเญฺห อิมํ เวยฺยากรณํ ยุตฺตํ ‘‘วิญฺญาณาหาโร อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติยา ปจฺจโย’’ติ. เอตฺถ จ วิญฺญาณาหาโรติ ปฏิสนฺธิจิตฺตํ. อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺตีติ เตเนว วิญฺญาเณน สหุปฺปนฺนนามรูปํ. ตสฺมึ ภูเต สติ สฬายตนนฺติ ตสฺมึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติสงฺขาเต นามรูเป ชาเต สติ สฬายตนํ โหตีติ อตฺโถ.
สฬายตนปจฺจยา ผสฺโสติ อิธาปิ ภควา อุตฺตริ ปญฺหสฺส โอกาสํ เทนฺโต เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. ทิฏฺฐิคติโก หิ นวปุจฺฉํ อุปฺปาเทตุํ น สกฺโกติ, นิทฺทิฏฺฐํ นิทฺทิฏฺฐํเยว ปน คณฺหิตฺวา ปุจฺฉติ, เตนสฺส ภควา โอกาสํ อทาสิ. อตฺโถ ปนสฺส สพฺพปเทสุ วุตฺตนเยเนว คเหตพฺโพ. ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, ภวตี’’ติ กสฺมา น ปุจฺฉติ? ทิฏฺฐิคติกสฺส หิ สตฺโต นาม ภูโต นิพฺพตฺโตเยวาติ ลทฺธิ, ตสฺมา อตฺตโน ลทฺธิวิรุทฺธํ อิทนฺติ น ปุจฺฉติ. อปิจ อิทปฺปจฺจยา อิทํ อิทปฺปจฺจยา อิทนฺติ พหูสุ ฐาเนสุ กถิตตฺตา สญฺญตฺตึ อุปคโต, เตนาปิ น ปุจฺฉติ. สตฺถาปิ ‘‘อิมสฺส พหุํ ปุจฺฉนฺตสฺสาปิ ติตฺติ นตฺถิ, ตุจฺฉปุจฺฉเมว ปุจฺฉตี’’ติ อิโต ปฏฺฐาย เทสนํ เอกาพทฺธํ กตฺวา เทเสสิ. ฉนฺนํ เตฺววาติ ยโต ปฏฺฐาย เทสนารุฬฺหํ, ตเมว คเหตฺวา เทสนํ วิวฏฺเฏนฺโต เอวมาห. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต วิญฺญาณนามรูปานํ อนฺตเร เอโก สนฺธิ, เวทนาตณฺหานํ อนฺตเร เอโก, ภวชาตีนํ อนฺตเร เอโกติ. ทุติยํ.
๓. สมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๓. ตติเย สมณา วา พฺราหฺมณา วาติ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา พาหิรกสมณพฺราหฺมณา. ชรามรณํ นปฺปชานนฺตีติอาทีสุ ชรามรณํ น ชานนฺติ ทุกฺขสจฺจวเสน, ชรามรณสมุทยํ น ชานนฺติ สห ตณฺหาย ชาติ ชรามรณสฺส สมุทโยติ สมุทยสจฺจวเสน, ชรามรณนิโรธํ น ชานนฺติ นิโรธสจฺจวเสน, ปฏิปทํ น ชานนฺติ มคฺคสจฺจวเสน. ชาตึ น ชานนฺติ ทุกฺขสจฺจวเสน, ชาติสมุทยํ น ชานนฺติ สห ตณฺหาย ภโว ชาติสมุทโยติ สมุทยสจฺจวเสน. เอวํ สห ตณฺหาย สมุทยํ โยเชตฺวา สพฺพปเทสุ จตุสจฺจวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ วาติ เอตฺถ อริยมคฺโค สามญฺญญฺเจว พฺรหฺมญฺญญฺจ. อุภยตฺถาปิ ปน อตฺโถ นาม อริยผลํ เวทิตพฺพํ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เอกาทสสุ ฐาเนสุ จตฺตาริ สจฺจานิ กเถสีติ. ตติยํ.
๔. ทุติยสมณพฺราหฺมณสุตฺตวณฺณนา
๑๔. จตุตฺเถ อิเม ธมฺเม กตเม ธมฺเมติ เอตฺตกํ ปปญฺจํ กตฺวา กถิตํ, เทสนํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถานํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสเยน อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺตีติอาทิ วุตฺตํ. เสสํ ปุริมสทิสเมว. จตุตฺถํ.
๕. กจฺจานโคตฺตสุตฺตวณฺณนา
๑๕. ปญฺจเม สมฺมาทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ ยํ ปณฺฑิตา เทวมนุสฺสา เตสุ เตสุ ฐาเนสุ สมฺมาทสฺสนํ วทนฺติ, สพฺพมฺปิ ตํ ทฺวีหิ ปเทหิ สงฺขิปิตฺวา ปุจฺฉติ. ทฺวยนิสฺสิโตติ เทฺว โกฏฺฐาเส นิสฺสิโต. เยภุยฺเยนาติ อิมินา ฐเปตฺวา อริยปุคฺคเล เสสมหาชนํ ทสฺเสติ. อตฺถิตนฺติ สสฺสตํ. นตฺถิตนฺติ อุจฺเฉทํ. โลกสมุทยนฺติ โลโก นาม สงฺขารโลโก, ตสฺส นิพฺพตฺติ. สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสโตติ สมฺมาปญฺญา นาม สวิปสฺสนา มคฺคปญฺญา, ตาย ปสฺสนฺตสฺสาติ อตฺโถ. ยา โลเก นตฺถิตาติ สงฺขารโลเก นิพฺพตฺเตสุ ธมฺเมสุ ปญฺญายนฺเตเสฺวว ยา นตฺถีติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อตฺโถ. โลกนิโรธนฺติ สงฺขารานํ ภงฺคํ. ยา โลเก อตฺถิตาติ สงฺขารโลเก ภิชฺชมาเนสุ ธมฺเมสุ ปญฺญายนฺเตเสฺวว ยา อตฺถีติ สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อตฺโถ.
อปิจ โลกสมุทยนฺติ อนุโลมปจฺจยาการํ. โลกนิโรธนฺติ ปฏิโลมปจฺจยาการํ. โลกนิสฺสเย ปสฺสนฺตสฺสาปิ หิ ปจฺจยานํ อนุจฺเฉเทน ปจฺจยุปฺปนฺนสฺส อนุจฺเฉทํ ปสฺสโต ยา นตฺถีติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหติ. ปจฺจยนิโรธํ ปสฺสนฺตสฺสาปิ ปจฺจยนิโรเธน ปจฺจยุปฺปนฺนนิโรธํ ปสฺสโต ยา อตฺถีติ สสฺสตทิฏฺฐิ อุปฺปชฺเชยฺย, สา น โหตีติ อยมฺเปตฺถ อตฺโถ.
อุปยุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธติ อุปเยหิ จ อุปาทาเนหิ จ อภินิเวเสหิ จ วินิพนฺโธ. ตตฺถ อุปยาติ เทฺว อุปยา ตณฺหุปโย จ ทิฏฺฐุปโย จ. อุปาทานาทีสุปิ เอเสว นโย. ตณฺหาทิฏฺฐิโย หิ ยสฺมา อหํ มมนฺติอาทีหิ อากาเรหิ เตภูมกธมฺเม อุเปนฺติ อุปคจฺฉนฺติ, ตสฺมา อุปยาติ วุจฺจนฺติ. ยสฺมา ปน เต ธมฺเม อุปาทิยนฺติ เจว อภินิวิสนฺติ จ, ตสฺมา อุปาทานาติ จ อภินิเวสาติ จ วุจฺจนฺติ. ตาหิ จายํ โลโก วินิพนฺโธ. เตนาห ‘‘อุปยุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธ’’ติ.
ตญฺจายนฺติ ตญฺจ อุปยุปาทานํ อยํ อริยสาวโก. เจตโส อธิฏฺฐานนฺติ จิตฺตสฺส ปติฏฺฐานภูตํ. อภินิเวสานุสยนฺติ อภินิเวสภูตญฺจ อนุสยภูตญฺจ. ตณฺหาทิฏฺฐีสุ หิ อกุสลจิตฺตํ ปติฏฺฐาติ, ตา จ ตสฺมึ อภินิวิสนฺติ เจว อนุเสนฺติ จ, ตสฺมา ตทุภยํ เจตโส อธิฏฺฐานํ อภินิเวสานุสยนฺติ จ อาห. น อุเปตีติ น อุปคจฺฉติ. น อุปาทิยตีติ น คณฺหาติ. นาธิฏฺฐาตีติ น อธิฏฺฐาติ, กินฺติ? อตฺตา เมติ. ทุกฺขเมวาติ ปญฺจุปาทานกฺขนฺธมตฺตเมว. น กงฺขตีติ ‘‘ทุกฺขเมว อุปฺปชฺชติ, ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ, น อญฺโญ เอตฺถ สตฺโต นาม อตฺถี’’ติ กงฺขํ น กโรติ. น วิจิกิจฺฉตีติ น วิจิกิจฺฉํ อุปฺปาเทติ.
อปรปฺปจฺจยาติ น ปรปฺปจฺจเยน, อญฺญสฺส อปตฺติยาเยตฺวา อตฺตปจฺจกฺขญาณเมวสฺส เอตฺถ โหตีติ. เอตฺตาวตา โข, กจฺจาน, สมฺมาทิฏฺฐิ โหตีติ เอวํ สตฺตสญฺญาย ปหีนตฺตา เอตฺตเกน สมฺมาทสฺสนํ นาม โหตีติ มิสฺสกสมฺมาทิฏฺฐึ อาห. อยเมโก อนฺโตติ เอส เอโก นิกูฏนฺโต ลามกนฺโต ปฐมกํ สสฺสตํ. อยํ ทุติโยติ เอส ทุติโย สพฺพํ นตฺถีติ อุปฺปชฺชนกทิฏฺฐิสงฺขาโต นิกูฏนฺโต ลามกนฺโต ทุติยโก อุจฺเฉโทติ อตฺโถ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ. ปญฺจมํ.
๖. ธมฺมกถิกสุตฺตวณฺณนา
๑๖. ฉฏฺเฐ นิพฺพิทายาติ นิพฺพินฺทนตฺถาย. วิราคายาติ วิรชฺชนตฺถาย. นิโรธายาติ นิรุชฺฌนตฺถาย. ปฏิปนฺโน โหตีติ เอตฺถ สีลโต ปฏฺฐาย ยาว อรหตฺตมคฺคา ปฏิปนฺโนติ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโนติ โลกุตฺตรสฺส นิพฺพานธมฺมสฺส อนุธมฺมภูตํ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน. อนุธมฺมภูตนฺติ อนุรูปสภาวภูตํ. นิพฺพิทา วิราคา นิโรธาติ นิพฺพิทาย เจว วิราเคน จ นิโรเธน จ. อนุปาทา วิมุตฺโตติ จตูหิ อุปาทาเนหิ กิญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทิยิตฺวา วิมุตฺโต. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานปฺปตฺโตติ ทิฏฺเฐว ธมฺเม นิพฺพานปฺปตฺโต. อลํ วจนายาติ, เอวํ วตฺตพฺพตํ อรหติ, ยุตฺโต อนุจฺฉวิโกติ อตฺโถ. เอวเมตฺถ เอเกน นเยน ธมฺมกถิกสฺส ปุจฺฉา กถิตา, ทฺวีหิ ตํ วิเสเสตฺวา เสกฺขาเสกฺขภูมิโย นิทฺทิฏฺฐาติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อเจลกสฺสปสุตฺตวณฺณนา
๑๗. สตฺตเม อเจโล กสฺสโปติ ลิงฺเคน อเจโล นิจฺเจโล, นาเมน กสฺสโป. ทูรโตวาติ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน ปริวุตํ อาคจฺฉนฺตํ ทูรโต เอว อทฺทส. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กิญฺจิเทว การณํ. โอกาสนฺติ ปญฺหพฺยากรณสฺส ขณํ กาลํ. อนฺตรฆรนฺติ ‘‘น ปลฺลตฺถิกาย อนฺตรฆเร นิสีทิสฺสามี’’ติ เอตฺถ อนฺโตนิเวสนํ อนฺตรฆรํ. ‘‘โอกฺขิตฺตจกฺขุ อนฺตรฆเร คมิสฺสามี’’ติ เอตฺถ อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺโตคาโม. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปโต. ยทากงฺขสีติ ยํ อิจฺฉสิ.
กสฺมา ปน ภควา กเถตุกาโม ยาวตติยํ ปฏิกฺขิปีติ? คารวชนนตฺถํ. ทิฏฺฐิคติกา หิ ขิปฺปํ กถิยมาเน คารวํ น กโรนฺติ, ‘‘สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตุมฺปิ ปุจฺฉิตุมฺปิ สุกรํ, ปุจฺฉิตมตฺเตเยว กเถตี’’ติ วจนมฺปิ น สทฺทหนฺติ. เทฺว ตโย วาเร ปฏิกฺขิตฺเต ปน คารวํ กโรนฺติ, ‘‘สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตุมฺปิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุมฺปิ ทุกฺกร’’นฺติ ยาวตติยํ ยาจิเต กถิยมานํ สุสฺสูสนฺติ สทฺทหนฺติ. อิติ ภควา ‘‘อยํ สุสฺสูสิสฺสติ สทฺทหิสฺสตี’’ติ ยาวตติยํ ยาจาเปตฺวา กเถสิ. อปิจ ยถา ภิสกฺโก เตลํ วา ผาณิตํ วา ปจนฺโต มุทุปากขรปากานํ ปากกาลํ อาคมยมาโน ปากกาลํ อนติกฺกมิตฺวาว โอตาเรติ. เอวํ ภควา สตฺตานํ ญาณปริปากํ อาคมยมาโน ‘‘เอตฺตเกน กาเลน อิมสฺส ญาณํ ปริปากํ คมิสฺสตี’’ติ ญตฺวาว ยาวตติยํ ยาจาเปสิ.
มา เหวํ, กสฺสปาติ, กสฺสป, มา เอวํ ภณิ. สยํกตํ ทุกฺขนฺติ หิ วตฺตุํ น วฏฺฏติ, อตฺตา นาม โกจิ ทุกฺขสฺส การโก นตฺถีติ ทีเปติ. ปรโตปิ เอเสว นโย. อธิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ อการเณน ยทิจฺฉาย อุปฺปนฺนํ. อิติ ปุฏฺโฐ สมาโนติ กสฺมา เอวมาห? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ‘สยํกตํ ทุกฺข’นฺติอาทินา ปุฏฺโฐ ‘มา เหว’นฺติ วทติ, ‘นตฺถี’ติ ปุฏฺโฐ ‘อตฺถี’ติ วทติ. ‘ภวํ โคตโม ทุกฺขํ น ชานาติ น ปสฺสตี’ติ ปุฏฺโฐ ‘ชานามิ ขฺวาห’นฺติ วทติ. กิญฺจิ นุ โข มยา วิรชฺฌิตฺวา ปุจฺฉิโต’’ติ มูลโต ปฏฺฐาย อตฺตโน ปุจฺฉเมว โสเธนฺโต เอวมาห. อาจิกฺขตุ จ เม, ภนฺเต, ภควาติ อิธ สตฺถริ สญฺชาตคารโว ‘‘ภว’’นฺติ อวตฺวา ‘‘ภควา’’ติ วทติ.
โส กโรตีติอาทิ, ‘‘สยํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺถ จ สโตติ อิทํ ภุมฺมตฺเถ สามิวจนํ, ตสฺมา เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ – โส กโรติ โส ปฏิสํเวทยตีติ โข, กสฺสป, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ปจฺฉา สยํกตํ ทุกฺขนฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอตฺถ จ ทุกฺขนฺติ วฏฺฏทุกฺขํ อธิปฺเปตํ. อิติ วทนฺติ เอตสฺส ปุริเมน อาทิสทฺเทน อนนฺตเรน จ สสฺสตสทฺเทน สมฺพนฺโธ โหติ. ‘‘ทีเปติ คณฺหาตี’’ติ อยํ ปเนตฺถ ปาฐเสโส. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – อิติ เอวํ วทนฺโต อาทิโตว สสฺสตํ ทีเปติ, สสฺสตํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, การกญฺจ เวทกญฺจ เอกเมว คณฺหนฺตํ เอตํ สสฺสตํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ.
อญฺโญ กโรตีติอาทิ ปน ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. ‘‘อาทิโต สโต’’ติ อิทํ ปน อิธาปิ อาหริตพฺพํ. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวทิยตีติ โข ปน, กสฺสป, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ, ปจฺฉา ‘‘การโก อิเธว อุจฺฉิชฺชติ, เตน กตํ อญฺโญ ปฏิสํเวทิยตี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนาย อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สทฺธึ สมฺปยุตฺตาย เวทนาย อภิตุนฺนสฺส วิทฺธสฺส สโต ‘‘ปรํกตํ ทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหตีติ. อิติ วทนฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว โยเชตพฺพํ. ตตฺรายํ โยชนา – เอวญฺจ วทนฺโต อาทิโตว อุจฺเฉทํ ทีเปติ, อุจฺเฉทํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ อุจฺเฉทํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ.
เอเต เตติ เย สสฺสตุจฺเฉทสงฺขาเต อุโภ อนฺเต (อนุปคมฺม ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ, เอเต เต, กสฺสป, อุโภ อนฺเต) อนุปคมฺม ปหาย อนลฺลียิตฺวา มชฺเฌน ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ, มชฺฌิมาย ปฏิปทาย ฐิโต เทเสตีติ อตฺโถ. กตรํ ธมฺมนฺติ เจ? ยทิทํ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ. เอตฺถ หิ การณโต ผลํ, การณนิโรเธน จสฺส นิโรโธ ทีปิโต, น โกจิ การโก วา เวทโก วา นิทฺทิฏฺโฐ. เอตฺตาวตา เสสปญฺหา ปฏิเสธิตา โหนฺติ. อุโภ อนฺเต อนุปคมฺมาติ อิมินา หิ ตติยปโญฺห ปฏิกฺขิตฺโต. อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติ อิมินา อธิจฺจสมุปฺปนฺนตา เจว อชานนญฺจ ปฏิกฺขิตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ลเภยฺยนฺติ อิทํ โส ภควโต สนฺติเก ภิกฺขุภาวํ ปตฺถยมาโน อาห. อถ ภควา โยเนน ขนฺธเก ติตฺถิยปริวาโส (มหาว. ๘๖) ปญฺญตฺโต, ยํ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สามเณรภูมิยํ ฐิโต ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาโม อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขามิ อุปสมฺปทํ. สฺวาหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ จตฺตาโร มาเส ปริวาสํ ยาจามี’’ติอาทินา นเยน สมาทิยิตฺวา ปริวสติ, ตํ สนฺธาย โย โข, กสฺสป, อญฺญติตฺถิยปุพฺโพติอาทิมาห. ตตฺถ ปพฺพชฺชนฺติ วจนสิลิฏฺฐตาวเสน วุตฺตํ. อปริวสิตฺวาเยว หิ ปพฺพชฺชํ ลภติ. อุปสมฺปทตฺถิเกน ปน นาติกาเลน คามปฺปเวสนาทีนิ อฏฺฐ วตฺตานิ ปูเรนฺเตน ปริวสิตพฺพํ. อารทฺธจิตฺตาติ อฏฺฐวตฺตปูรเณน ตุฏฺฐจิตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนส ติตฺถิยปริวาโส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชกฺขนฺธกวณฺณนายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๘๖) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อปิจ มยาติ อยเมตฺถ ปาโฐ, อญฺญตฺถ ปน ‘‘อปิจ เมตฺถา’’ติ. ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตาติ ปุคฺคลนานตฺตํ วิทิตํ. ‘‘อยํ ปุคฺคโล ปริวาสารโห, อยํ น ปริวาสารโห’’ติ อิทํ มยฺหํ ปากฏนฺติ ทสฺเสติ. ตโต กสฺสโป จินฺเตสิ – ‘‘อโห อจฺฉริยํ พุทฺธสาสนํ, ยตฺถ เอวํ ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ยุตฺตเมว คณฺหนฺติ, อยุตฺตํ ฉฑฺเฑนฺตี’’ติ. ตโต สุฏฺฐุตรํ ปพฺพชฺชาย สญฺชาตุสฺสาโห สเจ, ภนฺเตติอาทิมาห. อถ ภควา ตสฺส ติพฺพจฺฉนฺทตํ วิทิตฺวา ‘‘น กสฺสโป ปริวาสํ อรหตี’’ติ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘คจฺฉ, ภิกฺขุ, กสฺสปํ นหาเปตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา ตํ ปพฺพาเชตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ภควา คเณ นิสีทิตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. เตน วุตฺตํ อลตฺถ โข อเจโล กสฺสโป ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปทนฺติ. อจิรูปสมฺปนฺโนติอาทิ เสสํ พฺราหฺมณสํยุตฺเต (สํ. นิ. ๑.๑๘๗) วุตฺตเมวาติ. สตฺตมํ.
๘. ติมฺพรุกสุตฺตวณฺณนา
๑๘. อฏฺฐเม สา เวทนาติอาทิ ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา นิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. เอตฺถาปิ สโตติ ภุมฺมตฺเถเยว สามิวจนํ. ตตฺรายํ อตฺถทีปนา – ‘‘สา เวทนา, โส เวทิยตี’’ติ โข, ติมฺพรุก, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอวญฺหิ สติ เวทนาย เอว เวทนา กตา โหติ. เอวญฺจ วทนฺโต อิมิสฺสา เวทนาย ปุพฺเพปิ อตฺถิตํ อนุชานาติ, สสฺสตํ ทีเปติ สสฺสตํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ สสฺสตํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. ปุริมญฺหิ อตฺถํ สนฺธาเยเวตํ ภควตา วุตฺตํ ภวิสฺสติ, ตสฺมา อฏฺฐกถายํ ตํ โยเชตฺวาวสฺส อตฺโถ ทีปิโต. เอวมฺปาหํ น วทามีติ อหํ ‘‘สา เวทนา, โส เวทิยตี’’ติ เอวมฺปิ น วทามิ. ‘‘สยํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ เอวมฺปิ น วทามีติ อตฺโถ.
อญฺญา เวทนาติอาทิ ‘‘ปรํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ ลทฺธิยา ปฏิเสธนตฺถํ วุตฺตํ. อิธาปิ อยํ อตฺถโยชนา –‘‘อญฺญา เวทนา อญฺโญ เวทิยตี’’ติ โข, ติมฺพรุก, อาทิมฺหิเยว เอวํ สติ ปจฺฉา ยา ปุริมปกฺเข การกเวทนา, สา อุจฺฉินฺนา. ตาย ปน กตํ อญฺโญ เวทิยตีติ เอวํ อุปฺปนฺนาย อุจฺเฉททิฏฺฐิยา สทฺธึ สมฺปยุตฺตาย เวทนาย อภิตุนฺนสฺส สโต ‘‘ปรํกตํ สุขทุกฺข’’นฺติ อยํ ลทฺธิ โหติ. เอวญฺจ วทนฺโต การโก อุจฺฉินฺโน, อญฺเญน ปฏิสนฺธิ คหิตาติ อุจฺเฉทํ ทีเปติ, อุจฺเฉทํ คณฺหาติ. กสฺมา? ตสฺส หิ ตํ ทสฺสนํ เอตํ ปเรติ, เอตํ อุจฺเฉทํ อุปคจฺฉตีติ อตฺโถ. อิธาปิ หิ อิมานิ ปทานิ อฏฺฐกถายํ อาหริตฺวา โยชิตาเนว. อิมสฺมึ สุตฺเต เวทนาสุขทุกฺขํ กถิตํ. ตญฺจ โข วิปากสุขทุกฺขเมว วฏฺฏตีติ วุตฺตํ. อฏฺฐมํ.
๙. พาลปณฺฑิตสุตฺตวณฺณนา
๑๙. นวเม อวิชฺชานีวรณสฺสาติ อวิชฺชาย นิวาริตสฺส. เอวมยํ กาโย สมุทาคโตติ เอวํ อวิชฺชาย นิวาริตตฺตา ตณฺหาย จ สมฺปยุตฺตตฺตาเยว อยํ กาโย นิพฺพตฺโต. อยญฺเจว กาโยติ อยญฺจสฺส อตฺตโน สวิญฺญาณโก กาโย. พหิทฺธา จ นามรูปนฺติ พหิทฺธา จ ปเรสํ สวิญฺญาณโก กาโย. อตฺตโน จ ปรสฺส จ ปญฺจหิ ขนฺเธหิ ฉหิ อายตเนหิ จาปิ อยํ อตฺโถ ทีเปตพฺโพว. อิตฺเถตํ ทฺวยนฺติ เอวเมตํ ทฺวยํ. ทฺวยํ ปฏิจฺจ ผสฺโสติ อญฺญตฺถ จกฺขุรูปาทีนิ ทฺวยานิ ปฏิจฺจ จกฺขุสมฺผสฺสาทโย วุตฺตา, อิธ ปน อชฺฌตฺติกพาหิรานิ อายตนานิ. มหาทฺวยํ นาม กิเรตํ. สเฬวายตนานีติ สเฬว ผสฺสายตนานิ ผสฺสการณานิ. เยหิ ผุฏฺโฐติ เยหิ การณภูเตหิ อายตเนหิ อุปฺปนฺเนน ผสฺเสน ผุฏฺโฐ. อญฺญตเรนาติ เอตฺถ ปริปุณฺณวเสน อญฺญตรตา เวทิตพฺพา. ตตฺราติ ตสฺมึ พาลปณฺฑิตานํ กายนิพฺพตฺตนาทิมฺหิ. โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปโยโค.
ภควํมูลกาติ ภควา มูลํ เอเตสนฺติ ภควํมูลกา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม, ภนฺเต, อมฺหากํ ธมฺมา ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปฺปาทิตา, ตสฺมึ ปรินิพฺพุเต เอกํ พุทฺธนฺตรํ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิเม ธมฺเม อุปฺปาเทตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ, ภควตา ปน โน อิเม ธมฺมา อุปฺปาทิตา. ภควนฺตญฺหิ นิสฺสาย มยํ อิเม ธมฺเม อาชานาม ปฏิวิชฺฌามาติ เอวํ ภควํมูลกา โน, ภนฺเต, ธมฺมาติ. ภควํเนตฺติกาติ ภควา หิ ธมฺมานํ เนตา วิเนตา อนุเนตา, ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คเหตฺวา ทสฺเสตาติ ธมฺมา ภควํเนตฺติกา นาม โหนฺติ. ภควํปฏิสรณาติ จตุภูมกธมฺมา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉมานา ภควติ ปฏิสรนฺติ นามาติ ภควํปฏิสรณา. ปฏิสรนฺตีติ สโมสรนฺติ. อปิจ มหาโพธิมณฺเฑ นิสินฺนสฺส ภควโต ปฏิเวธวเสน ผสฺโส อาคจฺฉติ ‘‘อหํ ภควา กินฺนาโม’’ติ? ตฺวํ ผุสนฏฺเฐน ผสฺโส นาม. เวทนา, สญฺญา, สงฺขารา, วิญฺญาณํ อาคจฺฉติ ‘‘อหํ ภควา กินฺนาม’’นฺติ, ตฺวํ วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ นามาติ เอวํ จตุภูมกธมฺมานํ ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คณฺหนฺโต ภควา ธมฺเม ปฏิสรตีติ ภควํปฏิสรณา. ภควนฺตํเยว ปฏิภาตูติ ภควโตว เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ อุปฏฺฐาตุ, ตุเมฺหเยว โน กเถตฺวา เทถาติ อตฺโถ.
สา เจว อวิชฺชาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ สา อวิชฺชา จ ตณฺหา จ กมฺมํ ชวาเปตฺวา ปฏิสนฺธึ อากฑฺฒิตฺวา นิรุทฺธา, ยถา ปน อชฺชาปิ ยํ หิยฺโย เภสชฺชํ ปีตํ, ตเทว โภชนํ ภุญฺชาติ สริกฺขกตฺเตน ตเทวาติ วุจฺจติ, เอวมิธาปิ สา เจว อวิชฺชา สา จ ตณฺหาติ อิทมฺปิ สริกฺขกตฺเตน วุตฺตํ. พฺรหฺมจริยนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยํ. ทุกฺขกฺขยายาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส ขยตฺถาย. กายูปโค โหตีติ อญฺญํ ปฏิสนฺธิกายํ อุปคนฺตา โหติ. ยทิทํ พฺรหฺมจริยวาโสติ โย อยํ มคฺคพฺรหฺมจริยวาโส, อยํ พาลโต ปณฺฑิตสฺส วิเสโสติ ทสฺเสติ. อิติ อิมสฺมึ สุตฺเต สพฺโพปิ สปฏิสนฺธิโก ปุถุชฺชโน ‘‘พาโล’’ติ, อปฺปฏิสนฺธิโก ขีณาสโว ‘‘ปณฺฑิโต’’ติ วุตฺโต. โสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน ปน ‘‘ปณฺฑิตา’’ติ วา ‘‘พาลา’’ติ วา น วตฺตพฺพา, ภชมานา ปน ปณฺฑิตปกฺขํ ภชนฺติ. นวมํ.
๑๐. ปจฺจยสุตฺตวณฺณนา
๒๐. ทสเม ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเมติ สตฺถา อิมสฺมึ สุตฺเต ปจฺจเย จ ปจฺจยนิพฺพตฺเต จ สภาวธมฺเม เทเสสฺสามีติ อุภยํ อารภิ. อุปฺปาทา วา ตถาคตานนฺติ ตถาคตานํ อุปฺปาเทปิ, พุทฺเธสุ อุปฺปนฺเนสุ อนุปฺปนฺเนสุปิ ชาติปจฺจยา ชรามรณํ, ชาติเยว ชรามรณสฺส ปจฺจโย. ฐิตาว สา ธาตูติ ฐิโตว โส ปจฺจยสภาโว, น กทาจิ ชาติ ชรามรณสฺส ปจฺจโย น โหติ. ธมฺมฏฺฐิตตา ธมฺมนิยามตาติ อิเมหิปิ ทฺวีหิ ปจฺจยเมว กเถติ. ปจฺจเยน หิ ปจฺจยุปฺปนฺนา ธมฺมา ติฏฺฐนฺติ, ตสฺมา ปจฺจโยว ‘‘ธมฺมฏฺฐิตตา’’ติ วุจฺจติ. ปจฺจโย ธมฺเม นิยเมติ, ตสฺมา ‘‘ธมฺมนิยามตา’’ติ วุจฺจติ. อิทปฺปจฺจยตาติ อิเมสํ ชรามรณาทีนํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยาว อิทปฺปจฺจยตา. ตนฺติ ตํ ปจฺจยํ. อภิสมฺพุชฺฌตีติ ญาเณน อภิสมฺพุชฺฌติ. อภิสเมตีติ ญาเณน อภิสมาคจฺฉติ. อาจิกฺขตีติ กเถติ. เทเสตีติ ทสฺเสติ. ปญฺญาเปตีติ ชานาเปติ. ปฏฺฐเปตีติ ญาณมุเข ฐเปติ. วิวรตีติ วิวริตฺวา ทสฺเสติ. วิภชตีติ วิภาคโต ทสฺเสติ. อุตฺตานีกโรตีติ ปากฏํ กโรติ. ปสฺสถาติ จาหาติ ปสฺสถ อิติ จ วทติ. กินฺติ? ชาติปจฺจยา, ภิกฺขเว, ชรามรณนฺติอาทิ.
อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. ยา ตตฺราติ ยา เตสุ ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติอาทีสุ. ตถตาติอาทีนิ ปจฺจยาการสฺเสว เววจนานิ. โส เตหิ เตหิ ปจฺจเยหิ อนูนาธิเกเหว ตสฺส ตสฺส ธมฺมสฺส สมฺภวโต ตถตาติ, สามคฺคึ อุปคเตสุ ปจฺจเยสุ มุหุตฺตมฺปิ ตโต นิพฺพตฺตานํ ธมฺมานํ อสมฺภวาภาวโต อวิตถตาติ, อญฺญธมฺมปจฺจเยหิ อญฺญธมฺมานุปฺปตฺติโต อนญฺญถตาติ, ชรามรณาทีนํ ปจฺจยโต วา ปจฺจยสมูหโต วา อิทปฺปจฺจยตาติ วุตฺโต. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – อิเมสํ ปจฺจยา อิทปฺปจฺจยา, อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา, อิทปฺปจฺจยานํ วา สมูโห อิทปฺปจฺจยตา. ลกฺขณํ ปเนตฺถ สทฺทสตฺถโต เวทิตพฺพํ.
อนิจฺจนฺติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจํ. เอตฺถ จ อนิจฺจนฺติ น ชรามรณํ อนิจฺจํ, อนิจฺจสภาวานํ ปน ขนฺธานํ ชรามรณตฺตา อนิจฺจํ นาม ชาตํ. สงฺขตาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ สงฺขตนฺติ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตํ. ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนนฺติ ปจฺจเย นิสฺสาย อุปฺปนฺนํ. ขยธมฺมนฺติ ขยสภาวํ. วยธมฺมนฺติ วิคจฺฉนกสภาวํ. วิราคธมฺมนฺติ วิรชฺชนกสภาวํ. นิโรธธมฺมนฺติ นิรุชฺฌนกสภาวํ. ชาติยาปิ วุตฺตนเยเนว อนิจฺจตา เวทิตพฺพา. ชนกปจฺจยานํ วา กิจฺจานุภาวกฺขเณ ทิฏฺฐตฺตา เอเกน ปริยาเยเนตฺถ อนิจฺจาติอาทีนิ ยุชฺชนฺติเยว. ภวาทโย อนิจฺจาทิสภาวาเยว.
สมฺมปฺปญฺญายาติ สวิปสฺสนาย มคฺคปญฺญาย. ปุพฺพนฺตนฺติ ปุริมํ อตีตนฺติ อตฺโถ. อโหสึ นุ โขติอาทีสุ ‘‘อโหสึ นุ โข นนุ โข’’ติ สสฺสตาการญฺจ อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการญฺจ นิสฺสาย อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. กึ การณนฺติ น วตฺตพฺพํ, อุมฺมตฺตโก วิย พาลปุถุชฺชโน ยถา วา ตถา วา ปวตฺตติ. กึ นุ โข อโหสินฺติ ชาติลิงฺคุปปตฺติโย นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย นุ โข อโหสึ, พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทคหฏฺฐปพฺพชิตเทวมนุสฺสานํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ. กถํ นุ โขติ สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีโฆ นุ โข อโหสึ รสฺสโอทาตกณฺหปมาณิกอปฺปมาณิกาทีนํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ. เกจิ ปน ‘‘อิสฺสรนิมฺมานาทีนิ นิสฺสาย ‘เกน นุ โข การเณน อโหสิ’นฺติ เหตุโต กงฺขตี’’ติ วทนฺติ. กึ หุตฺวา กึ อโหสินฺติ ชาติอาทีนิ นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย หุตฺวา นุ โข พฺราหฺมโณ อโหสึ…เป… เทโว หุตฺวา มนุสฺโส’’ติ อตฺตโน ปรมฺปรํ กงฺขติ. สพฺพตฺเถว ปน อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนเมตํ. อปรนฺตนฺติ อนาคตํ อนฺตํ. ภวิสฺสามิ นุ โข นนุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อุจฺเฉทาการญฺจ นิสฺสาย อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
เอตรหิ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ อทฺธานนฺติ อิทานิ วา ปฏิสนฺธิมาทึ กตฺวา จุติปริยนฺตํ สพฺพมฺปิ วตฺตมานกาลํ คเหตฺวา. อชฺฌตฺตํ กถํกถี ภวิสฺสตีติ อตฺตโน ขนฺเธสุ วิจิกิจฺฉี ภวิสฺสติ. อหํ นุ โขสฺมีติ อตฺตโน อตฺถิภาวํ กงฺขติ. ยุตฺตํ ปเนตนฺติ? ยุตฺตํ อยุตฺตนฺติ กา เอตฺถ จินฺตา. อปิเจตฺถ อิทํ วตฺถุมฺปิ อุทาหรนฺติ – จูฬมาตาย กิร ปุตฺโต มุณฺโฑ, มหามาตาย ปุตฺโต อมุณฺโฑ, ตํ ปุตฺตํ มุณฺเฑสุํ, โส อุฏฺฐาย ‘‘อหํ นุ โข จูฬมาตาย ปุตฺโต’’ติ จินฺเตสิ. เอวํ อหํ นุ โขสฺมีติ กงฺขา โหติ. โน นุ โขสฺมีติ อตฺตโน นตฺถิภาวํ กงฺขติ. ตตฺราปิ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร มจฺเฉ คณฺหนฺโต อุทเก จิรฏฺฐาเนน สีติภูตํ อตฺตโน อูรุํ มจฺโฉติ จินฺเตตฺวา ปหริ. อปโร สุสานปสฺเส เขตฺตํ รกฺขนฺโต ภีโต สงฺกุฏิโต สยิ, โส ปฏิพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน ชณฺณุกานิ เทฺว ยกฺขาติ จินฺเตตฺวา ปหริ. เอวํ โน นุ โขสฺมีติ กงฺขติ.
กึ นุ โขสฺมีติ ขตฺติโยว สมาโน อตฺตโน ขตฺติยภาวํ กงฺขติ. เอเสว นโย เสเสสุปิ. เทโว ปน สมาโน เทวภาวํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ, โสปิ ปน ‘‘อหํ รูปี นุ โข อรูปี นุ โข’’ติอาทินา นเยน กงฺขติ. ขตฺติยาทโย กสฺมา น ชานนฺตีติ เจ? อปจฺจกฺขา เตสํ ตตฺถ ตตฺถ กุเล อุปฺปตฺติ. คหฏฺฐาปิ จ โปตฺถลิกาทโย ปพฺพชิตสญฺญิโน, ปพฺพชิตาปิ ‘‘กุปฺปํ นุ โข เม กมฺม’’นฺติอาทินา นเยน คหฏฺฐสญฺญิโน. มนุสฺสาปิ จ ราชาโน วิย อตฺตนิ เทวสญฺญิโน โหนฺติ. กถํ นุ โขสฺมีติ วุตฺตนยเมว. เกวลเญฺหตฺถ อพฺภนฺตเร ชีโว นาม อตฺถีติ คเหตฺวา ตสฺส สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีโฆ นุ โขสฺมิ รสฺสจตุรสฺสฉฬํสอฏฺฐํสโสฬสํสาทีนํ อญฺญตรปฺปกาโร’’ติ กงฺขนฺโต กถํ นุ โขสฺมีติ? กงฺขตีติ เวทิตพฺโพ. สรีรสณฺฐานํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ. กุโต อาคโต โส กุหึ คามี ภวิสฺสตีติ อตฺตภาวสฺส อาคติคติฏฺฐานํ กงฺขนฺโต เอวํ กงฺขติ. อริยสาวกสฺสาติ อิธ โสตาปนฺโน อธิปฺเปโต, อิตเรปิ ปน ตโย อวาริตาเยวาติ. ทสมํ.
อาหารวคฺโค ทุติโย.