๑. พุทฺธวคฺโค
๑. ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา
๑. เอวํ เม สุตนฺติ – นิทานวคฺเค ปฐมํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตํ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพปทวณฺณนา – ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ, เอตฺถ ตตฺราติ เทสกาลปริทีปนํ. ตญฺหิ ‘‘ยํ สมยํ วิหรติ, ตตฺร สมเย, ยสฺมิญฺจ เชตวเน วิหรติ, ตตฺร เชตวเน’’ติ ทีเปติ. ภาสิตพฺพยุตฺเต วา เทสกาเล ทีเปติ. น หิ ภควา อยุตฺเต เทเส กาเล จ ธมฺมํ ภาสติ. ‘‘อกาโล โข ตาว พาหิยา’’ติอาทิ (อุทา. ๑๐) เจตฺถ สาธกํ. โขติ ปทปูรณมตฺเต, อวธารเณ อาทิกาลตฺเถ วา นิปาโต. ภควาติ โลกครุทีปนํ. ภิกฺขูติ กถาสวนยุตฺตปุคฺคลวจนํ. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโกติ ภิกฺขุ, ภิกฺขาจริยํ อชฺฌูปคโตติ ภิกฺขู’’ติอาทินา (ปารา. ๔๕; วิภ. ๕๑๐) นเยน วจนตฺโถ เวทิตพฺโพ. อามนฺเตสีติ อาลปิ, อภาสิ, สมฺโพเธสิ, อยเมตฺถ อตฺโถ. อญฺญตฺร ปน ญาปเนปิ โหติ. ยถาห – ‘‘อามนฺตยามิ โว, ภิกฺขเว, ปฏิเวทยามิ โว, ภิกฺขเว’’ติ. ปกฺโกสเนปิ. ยถาห – ‘‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, มม วจเนน สาริปุตฺตํ อามนฺเตหี’’ติ (อ. นิ. ๙.๑๑). ภิกฺขโวติ อามนฺตนาการทีปนํ. ตญฺจ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺธตฺตา วุตฺตํ. ภิกฺขนสีลตาคุณยุตฺโตปิ หิ ภิกฺขุ, ภิกฺขนธมฺมตาคุณยุตฺโตปิ ภิกฺขเน สาธุการิตาคุณยุตฺโตปีติ สทฺทวิทู มญฺญนฺติ. เตน จ เตสํ ภิกฺขนสีลตาทิคุณโยคสิทฺเธน วจเนน หีนาธิกชนเสวิตวุตฺตึ ปกาเสนฺโต อุทฺธตทีนภาวนิคฺคหํ กโรติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ อิมินา จ กรุณาวิปฺผารโสมฺมหทยนยนนิปาตปุพฺพงฺคเมน วจเนน เต อตฺตโน อภิมุเข กโรนฺโต เตเนว กเถตุกมฺยตาทีปเกน เนสํ วจเนน โสตุกมฺยตํ ชเนติ, เตเนว จ สมฺโพธนตฺเถน สาธุกํ มนสิกาเรปิ นิโยเชติ. สาธุกํ มนสิการายตฺตา หิ สาสนสมฺปตฺติ.
อปเรสุปิ เทวมนุสฺเสสุ วิชฺชมาเนสุ กสฺมา ภิกฺขูเยว อามนฺเตสีติ เจ? เชฏฺฐเสฏฺฐาสนฺนสทาสนฺนิหิตภาวโต. สพฺพปริสสาธารณา หิ ภควโต ธมฺมเทสนา, ปริสาย เชฏฺฐา ภิกฺขู ปฐมํ อุปฺปนฺนตฺตา, เสฏฺฐา อนคาริยภาวํ อาทึ กตฺวา สตฺถุจริยานุวิธายกตฺตา สกลสาสนปฏิคฺคาหกตฺตา จ, อาสนฺนา ตตฺถ นิสินฺเนสุ สตฺถุสนฺติกตฺตา, สทาสนฺนิหิตา สตฺถุสนฺติกาวจรตฺตาติ. อปิจ เต ธมฺมเทสนาย ภาชนํ ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปตฺติสพฺภาวโต. วิเสสโต จ เอกจฺเจ ภิกฺขูเยว สนฺธาย อยํ เทสนาปีติ เอวํ อามนฺเตสิ.
กิมตฺถํ ปน ภควา ธมฺมํ เทเสนฺโต ปฐมํ ภิกฺขู อามนฺเตสิ, น ธมฺมเมว เทเสสีติ? สติชนนตฺถํ. ภิกฺขู อญฺญํ จินฺเตนฺตาปิ วิกฺขิตฺตจิตฺตาปิ ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขนฺตาปิ กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตาปิ นิสินฺนา โหนฺติ. เต อนามนฺเตตฺวา ธมฺเม เทสิยมาเน ‘‘อยํ เทสนา กึนิทานา กึปจฺจยา กตมาย อฏฺฐุปฺปตฺติยา เทสิตา’’ติ สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺตา ทุคฺคหิตํ วา คเณฺหยฺยุํ, น วา คเณฺหยฺยุํ, เตน เนสํ สติชนนตฺถํ ภควา ปฐมํ อามนฺเตตฺวา ปจฺฉา ธมฺมํ เทเสติ.
ภทนฺเตติ คารววจนเมตํ, สตฺถุโน ปฏิวจนทานํ วา. อปิเจตฺถ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ วทมาโน ภควา ภิกฺขู อาลปติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ วทมานา เต ภควนฺตํ ปจฺจาลปนฺติ. ตถา หิ ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ภควา อาภาสติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ ปจฺจาภาสนฺติ. ‘‘ภิกฺขโว’’ติ ปฏิวจนํ ทาเปติ, ‘‘ภทนฺเต’’ติ ปฏิวจนํ เทนฺติ. เต ภิกฺขูติ เย ภควา อามนฺเตสิ, เต. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต อามนฺตนํ ปติอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสุ ปฏิคฺคเหสุนฺติ อตฺโถ. ภควา เอตทโวจาติ, ภควา เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ สกลสุตฺตํ อโวจ. เอตฺตาวตา ยํ อายสฺมตา อานนฺเทน อตฺถพฺยญฺชนสมฺปนฺนสฺส พุทฺธานํ เทสนาญาณคมฺภีรภาวสํสูจกสฺส อิมสฺส สุตฺตสฺส สุขาวคาหณตฺถํ กาลเทสเทสกปริสาปเทสปฺปฏิมณฺฑิตํ นิทานํ ภาสิตํ, ตสฺส อตฺถวณฺณนา สมตฺตา.
อิทานิ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ โวติอาทินา นเยน ภควตา นิกฺขิตฺตสฺส สุตฺตสฺส สํวณฺณนาย โอกาโส อนุปฺปตฺโต. สา ปเนสา สุตฺตวณฺณนา ยสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ วิจาเรตฺวา วุจฺจมานา ปากฏา โหติ, ตสฺมา สุตฺตนิกฺเขปํ ตาว วิจาเรสฺสาม. จตฺตาโร หิ สุตฺตนิกฺเขปา – อตฺตชฺฌาสโย, ปรชฺฌาสโย, ปุจฺฉาวสิโก, อฏฺฐุปฺปตฺติโกติ. ตตฺถ ยานิ สุตฺตานิ ภควา ปเรหิ อนชฺฌิฏฺโฐ เกวลํ อตฺตโน อชฺฌาสเยเนว กเถติ, เสยฺยถิทํ – ทสพลสุตฺตนฺตหารโก จนฺโทปม-วีโณปม-สมฺมปฺปธาน-อิทฺธิปาท-อินฺทฺริยพล-โพชฺฌงฺคมคฺคงฺค-สุตฺตนฺตหารโกติ เอวมาทีนิ, เตสํ อตฺตชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ‘‘ปริปกฺกา โข ราหุลสฺส วิมุตฺติปริปาจนียา ธมฺมา. ยํนูนาหํ ราหุลํ อุตฺตรึ อาสวานํ ขเย วิเนยฺย’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๑๒๑; ม. นิ. ๓.๔๑๖) เอวํ ปเรสํ อชฺฌาสยํ ขนฺตึ นิชฺฌานกฺขมํ มนํ อภินีหารํ พุชฺฌนภาวญฺจ อเปกฺขิตฺวา ปรชฺฌาสยวเสน กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – จูฬราหุโลวาทสุตฺตํ, มหาราหุโลวาทสุตฺตํ, ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนํ, อนตฺตลกฺขณสุตฺตํ, อาสีวิโสปมสุตฺตํ, ธาตุวิภงฺคสุตฺตนฺติ, เอวมาทีนิ, เตสํ ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป.
ภควนฺตํ ปน อุปสงฺกมิตฺวา จตสฺโส ปริสา จตฺตาโร วณฺณา นาคา สุปณฺณา คนฺธพฺพา อสุรา ยกฺขา มหาราชาโน ตาวตึสาทโย เทวา มหาพฺรหฺมาติ เอวมาทโย ‘‘โพชฺฌงฺคา โพชฺฌงฺคาติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ – (สํ. นิ. ๕.๒๐๒) นีวรณา นีวรณาติ, ภนฺเต, วุจฺจนฺติ – อิเม นุ โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, กึสูธ วิตฺตํ ปุริสสฺส เสฏฺฐ’’นฺติอาทินา (สํ. นิ. ๑.๒๔๖; สุ. นิ. ๑๘๓) นเยน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ. เอวํ ปุฏฺเฐน ภควตา ยานิ กถิตานิ โพชฺฌงฺคสํยุตฺตาทีนิ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ เทวตาสํยุตฺต, มารสํยุตฺต, พฺรหฺมสํยุตฺต, สกฺกปญฺห, จูฬเวทลฺล, มหาเวทลฺล, สามญฺญผลอาฬวก, สูจิโลม, ขรโลมสุตฺตาทีนิ, เตสํ ปุจฺฉาวสิโก นิกฺเขโป.
ยานิ ปน ตานิ อุปฺปนฺนํ การณํ ปฏิจฺจ กถิตานิ, เสยฺยถิทํ – ธมฺมทายาทํ. จูฬสีหนาทสุตฺตํ ปุตฺตมํสูปมํ ทารุกฺขนฺธูปมํ อคฺคิกฺขนฺธูปมํ เผณปิณฺฑูปมํ ปาริจฺฉตฺตกูปมนฺติ เอวมาทีนิ, เตสํ อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป.
เอวเมเตสุ จตูสุ นิกฺเขเปสุ อิมสฺส ปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตสฺส ปรชฺฌาสโย นิกฺเขโป. ปรปุคฺคลชฺฌาสยวเสน หิทํ ภควตา นิกฺขิตฺตํ. กตเมสํ ปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสนาติ? อุคฺฆฏิตญฺญูนํ. จตฺตาโร หิ ปุคฺคลา อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโมติ. ตตฺถ ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโส มนสิกโรโต, กลฺยาณมิตฺเต เสวโต, ภชโต, ปยิรุปาสโต, อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย. ยสฺส ปุคฺคลสฺส พหุมฺปิ สุณโต, พหุมฺปิ ธารยโต, พหุมฺปิ วาจยโต น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโม. อิติ อิเมสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลานํ อชฺฌาสยวเสน อิทํ สุตฺตํ นิกฺขิตฺตํ.
ตทา กิร ปญฺจสตา ชนปทวาสิกา ภิกฺขู สพฺเพว เอกจรา ทฺวิจรา ติจรา จตุจรา ปญฺจจรา สภาควุตฺติโน ธุตงฺคธรา อารทฺธวีริยา ยุตฺตโยคา วิปสฺสกา สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ ปจฺจยาการเทสนํ ปตฺถยมานา สายนฺหสมเย ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา, วนฺทิตฺวา, รตฺตกมฺพลสาณิยา ปริกฺขิปมานา วิย เทสนํ ปจฺจาสีสมานา ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. เตสํ อชฺฌาสยวเสน ภควา อิทํ สุตฺตํ อารภิ. ยถา หิ เฉโก จิตฺตกาโร อปริกมฺมกตภิตฺตึ ลภิตฺวา, น อาทิโตว รูปํ สมุฏฺฐาเปสิ, มหามตฺติกเลปาทีหิ ปน ภิตฺติปริกมฺมํ ตาว กตฺวา, กตปริกมฺมาย ภิตฺติยา รูปํ สมุฏฺฐาเปติ, กตปริกมฺมํ ปน ภิตฺตึ ลภิตฺวา, ภิตฺติปริกมฺมพฺยาปารํ อกตฺวา, รงฺคชาตานิ โยเชตฺวา, วฏฺฏิกํ วา ตูลิกํ วา อาทาย รูปเมว สมุฏฺฐาเปติ, เอวเมว ภควา อกตาภินิเวสํ อาทิกมฺมิกกุลปุตฺตํ ลภิตฺวา นาสฺส อาทิโตว อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ, สีลสมาธิกมฺมสฺสกตาทิฏฺฐิสมฺปทาย ปน โยเชนฺโต ปุพฺพภาคปฏิปทํ ตาว อาจิกฺขติ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –
‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ, ภิกฺขุ, อาทิเมว วิโสเธหิ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. โก จาทิ กุสลานํ ธมฺมานํ? สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา. ยโต โข เต, ภิกฺขุ, สีลญฺจ สุวิสุทฺธํ ภวิสฺสติ ทิฏฺฐิ จ อุชุกา. ตโต ตฺวํ, ภิกฺขุ, สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน ติวิเธน ภาเวยฺยาสิ. กตเม จตฺตาโร? อิธ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺตํ วา กาเย กายานุปสฺสี วิหราหิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ. พหิทฺธา วา กาเย…เป… อชฺฌตฺตพหิทฺธา วา กาเย…เป… ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหราหิ อาตาปี สมฺปชาโน สติมา วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ. ยโต โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน เอวํ ติวิเธน ภาเวสฺสสิ, ตโต ตุยฺหํ, ภิกฺขุ, ยา รตฺติ วา ทิวโส วา อาคมิสฺสติ, วุทฺธิเยว ปาฏิกงฺขา กุสเลสุ ธมฺเมสุ, โน ปริหานี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๖๙).
เอวํ อาทิกมฺมิกกุลปุตฺตสฺส สีลกถาย ปริกมฺมํ กเถตฺวา, อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ.
ปริสุทฺธสีลํ ปน อารทฺธวีริยํ ยุตฺตโยคํ วิปสฺสกํ ลภิตฺวา, นาสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทํ อาจิกฺขติ, อุชุกเมว ปน อรหตฺตปทฏฺฐานํ สณฺหํ สุขุมํ สุญฺญตํ วิปสฺสนาลกฺขณํ อาจิกฺขติ. อิเม ปญฺจสตา ภิกฺขู ปุพฺพภาคปฏิปทํ ปริโสเธตฺวา ฐิตา สุธนฺตสุวณฺณสทิสา สุปริมชฺชิตมณิกฺขนฺธสนฺนิภา, เอโก โลกุตฺตรมคฺโคว เนสํ อนาคโต. อิติ ตสฺสาคมนตฺถาย สตฺถา เตสํ อชฺฌาสยํ อเปกฺขมาโน อิทํ สุตฺตํ อารภิ.
ตตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปาทนฺติ ปจฺจยาการํ. ปจฺจยากาโร หิ อญฺญมญฺญํ ปฏิจฺจ สหิเต ธมฺเม อุปฺปาเทติ. ตสฺมา ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺคโต คเหตพฺโพ.
โวติ อยํ โว-สทฺโท ปจฺจตฺต-อุปโยคกรณ-สมฺปทาน-สามิวจน-ปทปูรเณสุ ทิสฺสติ. ‘‘กจฺจิ ปน โว อนุรุทฺธา สมคฺคา สมฺโมทมานา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๒๖; มหาว. ๔๖๖) หิ ปจฺจตฺเต ทิสฺสติ. ‘‘คจฺฉถ, ภิกฺขเว, ปณาเมมิ โว’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) อุปโยเค. ‘‘น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๑๕๗) กรเณ. ‘‘วนปตฺถปริยายํ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๙๐) สมฺปทาเน. ‘‘สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิต’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๔๕) สามิวจเน. ‘‘เย หิ โว อริยา ปริสุทฺธกายกมฺมนฺตา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕) ปทปูรณมตฺเต. อิธ ปนายํ สมฺปทาเน ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขเวติ ปติสฺสเวน อภิมุขีภูตานํ ปุน อาลปนํ. เทเสสฺสามีติ เทสนาปฏิชานนํ. ตํ สุณาถาติ ตํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ตํ เทสนํ มยา วุจฺจมานํ สุณาถ.
สาธุกํ มนสิ กโรถาติ เอตฺถ ปน สาธุกํ สาธูติ เอกตฺถเมตํ. อยญฺจ สาธุสทฺโท อายาจน-สมฺปฏิจฺฉน-สมฺปหํสน-สุนฺทร-ทฬฺหีกมฺมาทีสุ ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา สํขิตฺเตน ธมฺมํ เทเสตู’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๒๕๗; สํ. นิ. ๔.๖๕; ๕.๓๘๑) หิ อายาจเน ทิสฺสติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๘๖) สมฺปฏิจฺฉเน. ‘‘สาธุ สาธุ, สาริปุตฺตา’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๓.๓๔๙) สมฺปหํสเน.
‘‘สาธุ ธมฺมรุจี ราชา, สาธุ ปญฺญาณวา นโร;
สาธุ มิตฺตานมทฺทุพฺโภ, ปาปสฺส อกรณํ สุข’’นฺติ. –
อาทีสุ (ชา. ๒.๑๘.๑๐๑) สุนฺทเร. ‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, สาธุกํ สุณาหี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๕.๑๙๒) สาธุกสทฺโทเยว ทฬฺหีกมฺเม อาณตฺติยนฺติปิ วุจฺจติ. อิธ ปนายํ เอตฺเถว ทฬฺหีกมฺเม อาณตฺติยา จ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, สุนฺทรตฺเถปิ วฏฺฏติ. ทฬฺหีกรณตฺเถน หิ ‘‘ทฬฺหํ อิมํ ธมฺมํ สุณาถ, สุคฺคหิตํ คณฺหนฺตา’’, อาณตฺติอตฺเถน ‘‘มม อาณตฺติยา สุณาถ’’ สุนฺทรตฺเถน ‘‘สุนฺทรมิมํ ภทฺทกํ ธมฺมํ สุณาถา’’ติ เอตํ ทีปิตํ โหติ. มนสิ กโรถาติ อาวชฺเชถ. สมนฺนาหรถาติ อตฺโถ. อวิกฺขิตฺตจิตฺตา หุตฺวา นิสาเมถ, จิตฺเต กโรถาติ อธิปฺปาโย.
อิทาเนตฺถ ตํ สุณาถาติ โสตินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณเมตํ. สาธุกํ มนสิ กโรถาติ มนสิกาเร ทฬฺหีกมฺมนิโยชเนน มนินฺทฺริยวิกฺเขปนิวารณํ. ปุริมญฺเจตฺถ พฺยญฺชนวิปลฺลาสคาหนิวารณํ, ปจฺฉิมํ อตฺถวิปลฺลาสคาหนิวารณํ. ปุริเมน จ ธมฺมสฺสวเน นิโยเชติ, ปจฺฉิเมน สุตานํ ธมฺมานํ ธารณูปปริกฺขาสุ. ปุริเมน จ ‘‘สพฺยญฺชโน อยํ ธมฺโม, ตสฺมา สวนีโย’’ติ ทีเปติ, ปจฺฉิเมน ‘‘สาตฺโถ, ตสฺมา มนสิ กาตพฺโพ’’ติ. สาธุกปทํ วา อุภยปเทหิ โยเชตฺวา, ‘‘ยสฺมา อยํ ธมฺโม ธมฺมคมฺภีโร จ เทสนาคมฺภีโร จ, ตสฺมา สุณาถ สาธุกํ. ยสฺมา อตฺถคมฺภีโร จ ปฏิเวธคมฺภีโร จ, ตสฺมา สาธุกํ มนสิ กโรถา’’ติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. ภาสิสฺสามีติ เทเสสฺสามิ. ‘‘ตํ สุณาถา’’ติ เอตฺถ ปฏิญฺญาตํ เทสนํ สํขิตฺตโตว น เทเสสฺสามิ, อปิจ โข วิตฺถารโตปิ นํ ภาสิสฺสามีติ วุตฺตํ โหติ. สงฺเขปวิตฺถารวาจกานิ หิ เอตานิ ปทานิ. ยถาห วงฺคีสตฺเถโร –
‘‘สํขิตฺเตนปิ เทเสติ, วิตฺถาเรนปิ ภาสติ;
สาฬิกายิว นิคฺโฆโส, ปฏิภานํ อุทีรยี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๑๔; เถรคา. ๑๒๔๑);
เอวํ วุตฺเต อุสฺสาหชาตา หุตฺวา เอวํ, ภนฺเตติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ สตฺถุ วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, ปฏิคฺคเหสุนฺติ วุตฺตํ โหติ.
อถ เนสํ ภควา เอตทโวจ – เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจสมุปฺปาโท’’ติอาทึ สกลํ สุตฺตํ อโวจ. ตตฺถ กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. ปญฺจวิธา หิ ปุจฺฉา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ, ตาสํ อิทํ นานตฺตํ –
กตมา อทิฏฺฐโชตนา ปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒)? ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ. ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา.
กตมา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ. โส อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา.
กตมา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา? ปกติยา สํสยปกฺขนฺโท โหติ วิมติปกฺขนฺโท เทฺวฬฺหกชาโต – ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข, กถํ นุ โข’’ติ, โส วิมติจฺเฉทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา.
กตมา อนุมติปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ อนุมติยา ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วา’’ติ, อนิจฺจํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วา ตํ สุขํ วาติ, ทุกฺขํ, ภนฺเต. ยํ ปนานิจฺจํ ทุกฺขํ วิปริณามธมฺมํ, กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ – ‘‘เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา’’ติ, โน เหตํ ภนฺเตติ (สํ. นิ. ๓.๗๙). อยํ อนุมติปุจฺฉา.
กตมา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา? ภควา ภิกฺขูนํ กเถตุกมฺยตาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานา. กตเม จตฺตาโร’’ติ? อยํ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ.
ตตฺถ พุทฺธานํ ปุริมา ติสฺโส ปุจฺฉา นตฺถิ. กสฺมา? พุทฺธานญฺหิ ตีสุ อทฺธาสุ กิญฺจิ สงฺขตํ อทฺธาวิมุตฺตํ วา อสงฺขตํ อทิฏฺฐํ อโชติตํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ นาม นตฺถิ. เตน เนสํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยํ ปน ภควตา อตฺตโน ญาเณน ปฏิวิทฺธํ, ตสฺส อญฺเญน สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา สทฺธึ สํสนฺทนกิจฺจํ นตฺถิ. เตนสฺส ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา นตฺถิ. ยสฺมา ปเนส อกถํกถี ติณฺณวิจิกิจฺโฉ สพฺพธมฺเมสุ วิหตสํสโย. เตนสฺส วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา นตฺถิ. อิตรา ปน เทฺว ปุจฺฉา ภควโต อตฺถิ. ตาสุ อยํ กเถตุกมฺยตา ปุจฺฉาติ เวทิตพฺพา.
อิทานิ ตาว ปุจฺฉาย ปุฏฺฐํ ปจฺจยาการํ วิภชนฺโต อวิชฺชาปจฺจยา, ภิกฺขเว, สงฺขาราติอาทิมาห. เอตฺถ จ ยถา นาม ‘‘ปิตรํ กเถสฺสามี’’ติ อารทฺโธ ‘‘ติสฺสสฺส ปิตา โสณสฺส ปิตา’’ติ ปฐมตรํ ปุตฺตมฺปิ กเถติ, เอวเมว ภควา ปจฺจยํ กเถตุํ อารทฺโธ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน สงฺขาราทีนํ ปจฺจเย อวิชฺชาทิธมฺเม กเถนฺโต ปจฺจยุปฺปนฺนมฺปิ กเถสิ. อาหารวคฺคสฺส ปน ปริโยสาเน ‘‘ปฏิจฺจสมุปฺปาทญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺเน จ ธมฺเม’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐) อุภยํ อารภิตฺวา อุภยมฺปิ กเถสิ. อิทานิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขาราติอาทีสุ ปน อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย. ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตีติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาเรน ปน สพฺพาการสมฺปนฺนา อนุโลมปฏิจฺจสมุปฺปาทกถา วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา, ตสฺมา สา ตตฺถ กถิตวเสเนว คเหตพฺพา.
ปฏิโลมกถายํ ปน อวิชฺชาย เตฺววาติ อวิชฺชาย ตุ เอว. อเสสวิราคนิโรธาติ วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรธา. สงฺขารนิโรโธติ สงฺขารานํ อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ. เอวํนิโรธานํ ปน สงฺขารานํ นิโรธา วิญฺญาณาทีนญฺจ นิโรธา นามรูปาทีนิ นิรุทฺธานิเยว โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธติอาทีนิ วตฺวา, เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตีติ อาห. ตตฺถ เกวลสฺสาติ สกลสฺส, สุทฺธสฺส วา, สตฺตวิรหิตสฺสาติ อตฺโถ. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขราสิสฺส. นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหติ. อิติ ภควา อนุโลมโต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วฏฺฏกถํ กเถตฺวา ตเมว วฏฺฏํ วินิวฏฺเฏตฺวา ปฏิโลมโต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วิวฏฺฏํ กเถนฺโต อรหตฺเตน เทสนาย กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน เต ปญฺจสตา อารทฺธวิปสฺสกา อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลา สูริยรสฺมิสมฺผุฏฺฐานิ ปริปากคตานิ ปทุมานิ วิย สจฺจานิ พุชฺฌิตฺวา อรหตฺตผเล ปติฏฺฐหึสุ.
อิทมโวจ ภควาติ อิทํ วฏฺฏวิวฏฺฏวเสน สกลสุตฺตํ ภควา อโวจ. อตฺตมนา เต ภิกฺขูติ ตุฏฺฐจิตฺตา เต ปญฺจสตา ขีณาสวา ภิกฺขู. ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ กรวีกรุตมญฺชุนา กณฺณสุเขน ปณฺฑิตชนหทยานํ อมตาภิเสกสทิเสน พฺรหฺมสฺสเรน ภาสโต ภควโต วจนํ อภินนฺทึสุ, อนุโมทึสุ เจว สมฺปฏิจฺฉึสุ จาติ อตฺโถ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘สุภาสิตํ สุลปิตํ, สาธุ สาธูติ ตาทิโน;
อนุโมทมานา สิรสา, สมฺปฏิจฺฉึสุ ภิกฺขโว’’ติ.
ปฐมปฏิจฺจสมุปฺปาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. วิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๒. ทุติเยปิ วุตฺตนเยเนว สุตฺตนิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. อยํ ปน วิเสโส – ปฐมํ อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลานํ วเสน สงฺเขปโต ทสฺสิตํ, อิทํ วิปญฺจิตญฺญูนํ วเสน วิตฺถารโตติ. อิมสฺมิญฺจ ปน สุตฺเต จตสฺโส วลฺลิหารกปุริสูปมา วตฺตพฺพา, ตา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตา เอว. ยถา หิ วลฺลิหารโก ปุริโส วลฺลิยา อคฺคํ ทิสฺวา ตทนุสาเรน มูลํ ปริเยสนฺโต ตํ ทิสฺวา วลฺลึ มูเล เฉตฺวา อาทาย กมฺเม อุปเนยฺย, เอวํ ภควา วิตฺถารเทสนํ เทเสนฺโต ปฏิจฺจสมุปฺปาทสฺส อคฺคภูตา ชรามรณา ปฏฺฐาย ยาว มูลภูตํ อวิชฺชาปทํ, ตาว เทสนํ อาหริตฺวา ปุน วฏฺฏวิวฏฺฏํ เทเสนฺโต นิฏฺฐเปสิ.
ตตฺรายํ ชรามรณาทีนํ วิตฺถารเทสนาย อตฺถนิจฺฉโย – ชรามรณนิทฺเทเส ตาว เตสํ เตสนฺติ อยํ สงฺเขปโต อเนเกสํ สตฺตานํ สาธารณนิทฺเทโสติ วิญฺญาตพฺโพ. ยา เทวทตฺตสฺส ชรา, ยา โสมทตฺตสฺสาติ เอวญฺหิ ทิวสมฺปิ กเถนฺตสฺส เนว สตฺตา ปริยาทานํ คจฺฉนฺติ. อิเมหิ ปน ทฺวีหิ ปเทหิ น โกจิ สตฺโต อปริยาทินฺโน โหติ. ตสฺมา วุตฺตํ, ‘‘อยํ สงฺเขปโต อเนเกสํ สตฺตานํ สาธารณนิทฺเทโส’’ติ. ตมฺหิ ตมฺหีติ อยํ คติชาติวเสน อเนเกสํ สตฺตนิกายานํ สาธารณนิทฺเทโส. สตฺตนิกาเยติ สาธารณนิทฺเทเสน นิทฺทิฏฺฐสฺส สรูปนิทสฺสนํ. ชรา ชีรณตาติอาทีสุ ปน ชราติ สภาวนิทฺเทโส. ชีรณตาติ อาการนิทฺเทโส. ขณฺฑิจฺจนฺติอาทโย ตโย กาลาติกฺกเม กิจฺจนิทฺเทสา, ปจฺฉิมา เทฺว ปกตินิทฺเทสา. อยญฺหิ ชราติ อิมินา ปเทน สภาวโต ทีปิตา, เตนสฺสายํ สภาวนิทฺเทโส. ชีรณตาติ อิมินา อาการโต, เตนสฺสายํ อาการนิทฺเทโส. ขณฺฑิจฺจนฺติ อิมินา กาลาติกฺกเม ทนฺตนขานํ ขณฺฑิตภาวกรณกิจฺจโต. ปาลิจฺจนฺติ อิมินา เกสโลมานํ ปลิตภาวกรณกิจฺจโต. วลิตฺตจตาติ อิมินา มํสํ มิลาเปตฺวา ตจวลิภาวกรณกิจฺจโต ทีปิตา. เตนสฺสา อิเม ขณฺฑิจฺจนฺติอาทโย ตโย กาลาติกฺกเม กิจฺจนิทฺเทสา. เตหิ อิเมสํ วิการานํ ทสฺสนวเสน ปากฏีภูตา ปากฏชรา ทสฺสิตา. ยเถว หิ อุทกสฺส วา วาตสฺส วา อคฺคิโน วา ติณรุกฺขาทีนํ สํภคฺคปลิภคฺคตาย วา ฌามตาย วา คตมคฺโค ปากโฏ โหติ, น จ โส คตมคฺโค ตาเนว อุทกาทีนิ, เอวเมว ชราย ทนฺตาทีสุ ขณฺฑิจฺจาทิวเสน คตมคฺโค ปากโฏ, จกฺขุํ อุมฺมีเลตฺวาปิ คยฺหติ น จ ขณฺฑิจฺจาทีเนว ชรา. น หิ ชรา จกฺขุวิญฺเญยฺยา โหติ.
อายุโน สํหานิ อินฺทฺริยานํ ปริปาโกติ อิเมหิ ปน ปเทหิ กาลาติกฺกเมเยว อภิพฺยตฺตาย อายุกฺขย-จกฺขาทิอินฺทฺริย-ปริปากสญฺญิตาย ปกติยา ทีปิตา. เตนสฺสิเม ปจฺฉิมา เทฺว ปกตินิทฺเทสาติ เวทิตพฺพา. ตตฺถ ยสฺมา ชรํ ปตฺตสฺส อายุ หายติ, ตสฺมา ชรา ‘‘อายุโน สํหานี’’ติ ผลูปจาเรน วุตฺตา. ยสฺมา จ ทหรกาเล สุปฺปสนฺนานิ สุขุมมฺปิ อตฺตโน วิสยํ สุเขเนว คณฺหนสมตฺถานิ จกฺขาทีนิ อินฺทฺริยานิ ชรํ ปตฺตสฺส ปริปกฺกานิ อาลุฬิตานิ อวิสทานิ, โอฬาริกมฺปิ อตฺตโน วิสยํ คเหตุํ อสมตฺถานิ โหนฺติ, ตสฺมา ‘‘อินฺทฺริยานํ ปริปาโก’’ติ ผลูปจาเรเนว วุตฺตา.
สา ปนายํ เอวํ นิทฺทิฏฺฐา สพฺพาปิ ชรา ปากฏา ปฏิจฺฉนฺนาติ ทุวิธา โหติ. ตตฺถ ทนฺตาทีสุ ขณฺฑาทิภาวทสฺสนโต รูปธมฺเมสุ ชรา ปากฏชรา นาม, อรูปธมฺเมสุ ปน ชรา ตาทิสสฺส วิการสฺส อทสฺสนโต ปฏิจฺฉนฺนชรา นาม. ตตฺถ ยฺวายํ ขณฺฑาทิภาโว ทิสฺสติ, โส ตาทิสานํ ทนฺตาทีนํ สุวิญฺเญยฺยตฺตา วณฺโณเยว, ตํ จกฺขุนา ทิสฺวา มโนทฺวาเรน จินฺเตตฺวา ‘‘อิเม ทนฺตา ชราย ปหฏา’’ติ ชรํ ชานาติ อุทกฏฺฐาเน พทฺธานิ โคสีสาทีนิ โอโลเกตฺวา เหฏฺฐา อุทกสฺส อตฺถิภาวํ ชานนํ วิย. ปุน อวีจิ สวีจีติ เอวมฺปิ ทุวิธา โหติ. ตตฺถ มณิ-กนก-รชต-ปวาฬจนฺทสูริยาทีนํ วิย มนฺททสกาทีสุ ปาณีนํ วิย จ ปุปฺผผลปลฺลวาทีสุ จ อปาณีนํ วิย อนฺตรนฺตรา วณฺณวิเสสาทีนํ ทุวิญฺเญยฺยตฺตา ชรา อวีจิชรา นาม, นิรนฺตรชราติ อตฺโถ. ตโต อญฺเญสุ ปน ยถาวุตฺเตสุ อนฺตรนฺตรา วณฺณวิเสสาทีนํ สุวิญฺเญยฺยตฺตา ชรา สวีจิชรา นามาติ เวทิตพฺพา.
อิโต ปรํ เตสํ เตสนฺติอาทิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. จุติ จวนตาติอาทีสุ ปน จุตีติ จวนกวเสน วุจฺจติ, เอกจตุปญฺจกฺขนฺธสามญฺญวจนเมตํ. จวนตาติ ภาววจเนน ลกฺขณนิทสฺสนํ. เภโทติ จุติกฺขนฺธานํ ภงฺคุปฺปตฺติปริทีปนํ. อนฺตรธานนฺติ ฆฏสฺเสว ภินฺนสฺส ภินฺนานํ จุติกฺขนฺธานํ เยน เกนจิ ปริยาเยน ฐานาภาวปริทีปนํ. มจฺจุ มรณนฺติ มจฺจุสงฺขาตํ มรณํ, เตน สมุจฺเฉทมรณาทีนิ นิเสเธติ. กาโล นาม อนฺตโก, ตสฺส กิริยา กาลกิริยา. เอวํ เตน โลกสมฺมุติยา มรณํ ทีเปติ.
อิทานิ ปรมตฺเถน ทีเปตุํ ขนฺธานํ เภโทติอาทิมาห. ปรมตฺเถน หิ ขนฺธาเยว ภิชฺชนฺติ, น สตฺโต นาม โกจิ มรติ. ขนฺเธสุ ปน ภิชฺชมาเนสุ สตฺโต มรติ, ภินฺเนสุ มโตติ โวหาโร โหติ. เอตฺถ จ จตุปญฺจโวการวเสน ขนฺธานํ เภโท, เอกโวการวเสน กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. จตุโวการวเสน จ ขนฺธานํ เภโท, เสสทฺวยวเสน กเฬวรสฺส นิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. กสฺมา? ภวทฺวเยปิ รูปกายสงฺขาตสฺส กเฬวรสฺส สพฺภาวโต. อถ วา ยสฺมา จาตุมหาราชิกาทีสุ ขนฺธา ภิชฺชนฺเตว, น กิญฺจิ นิกฺขิปติ, ตสฺมา เตสํ วเสน ขนฺธานํ เภโท, มนุสฺสาทีสุ กเฬวรสฺส นิกฺเขโป. เอตฺถ จ กเฬวรสฺส นิกฺเขปการณโต มรณํ ‘‘กเฬวรสฺส นิกฺเขโป’’ติ วุตฺตนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิติ อยญฺจ ชรา อิทญฺจ มรณํ, อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเวติ อิทํ อุภยมฺปิ เอกโต กตฺวา ชรามรณนฺติ กถียติ.
ชาตินิทฺเทเส ชาติ สญฺชาตีติอาทีสุ ชายนฏฺเฐน ชาติ, สา อปริปุณฺณายตนวเสน ยุตฺตา. สญฺชายนฏฺเฐน สญฺชาติ, สา ปริปุณฺณายตนวเสน ยุตฺตา. โอกฺกมนฏฺเฐน โอกฺกนฺติ, สา อณฺฑชชลาพุชวเสน ยุตฺตา. เต หิ อณฺฑโกสญฺจ วตฺถิโกสญฺจ โอกฺกมนฺตา ปวิสนฺตา วิย ปฏิสนฺธึ คณฺหนฺติ. อภินิพฺพตฺตนฏฺเฐน อภินิพฺพตฺติ, สา สํเสทชโอปปาติกวเสน ยุตฺตา. เต หิ ปากฏาเยว หุตฺวา นิพฺพตฺตนฺติ. อยํ ตาว โวหารเทสนา.
อิทานิ ปรมตฺถเทสนา โหติ. ขนฺธาเยว หิ ปรมตฺถโต ปาตุภวนฺติ, น สตฺโต. ตตฺถ จ ขนฺธานนฺติ เอกโวการภเว เอกสฺส, จตุโวการภเว จตุนฺนํ, ปญฺจโวการภเว ปญฺจนฺนมฺปิ คหณํ เวทิตพฺพํ. ปาตุภาโวติ อุปฺปตฺติ. อายตนานนฺติ เอตฺถ ตตฺร ตตฺร อุปฺปชฺชมานายตนวเสน สงฺคโห เวทิตพฺโพ. ปฏิลาโภติ สนฺตติยํ ปาตุภาโวเยว. ปาตุภวนฺตาเนว หิ ตานิ ปฏิลทฺธานิ นาม โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ชาตีติ อิมินา ปเทน โวหารโต ปรมตฺถโต จ เทสิตาย ชาติยา นิคมนํ กโรตีติ.
ภวนิทฺเทเส กามภโวติ กมฺมภโว จ อุปปตฺติภโว จ. ตตฺถ กมฺมภโว นาม กามภวูปคกมฺมเมว. ตญฺหิ ตตฺถ อุปปตฺติภวสฺส การณตฺตา ‘‘สุโข พุทฺธานํ อุปฺปาโท (ธ. ป. ๑๙๔) ทุกฺโข ปาปสฺส อุจฺจโย’’ติอาทีนิ (ธ. ป. ๑๑๗) วิย ผลโวหาเรน ภโวติ วุตฺตํ. อุปปตฺติภโว นาม เตน กมฺเมน นิพฺพตฺตํ อุปาทิณฺณกฺขนฺธปญฺจกํ. ตญฺหิ ตตฺถ ภวตีติ กตฺวา ภโวติ วุตฺตํ. สพฺพถาปิ อิทํ กมฺมญฺจ อุปปตฺติญฺจ อุภยมฺเปตมิธ ‘‘กามภโว’’ติ วุตฺตํ. เอส นโย รูปารูปภเวสูติ.
อุปาทานนิทฺเทเส กามุปาทานนฺติอาทีสุ วตฺถุกามํ อุปาทิยนฺติ เอเตน, สยํ วา ตํ อุปาทิยตีติ กามุปาทานํ, กาโม จ โส อุปาทานญฺจาติ กามุปาทานํ. อุปาทานนฺติ ทฬฺหคฺคหณํ วุจฺจติ. ทฬฺหตฺโถ หิ เอตฺถ อุปสทฺโท อุปายาสอุปกฏฺฐาทีสุ วิย. ปญฺจกามคุณิกราคสฺเสตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ กามุปาทานํ? โย กาเมสุ กามจฺฉนฺโท’’ติ (ธ. ส. ๑๒๒๐; วิภ. ๙๓๘) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตถา ทิฏฺฐิ จ สา อุปาทานญฺจาติ ทิฏฺฐุปาทานํ. อถ วา ทิฏฺฐึ อุปาทิยติ, อุปาทิยนฺติ วา เอเตน ทิฏฺฐินฺติ ทิฏฺฐุปาทานํ. อุปาทิยติ หิ ปุริมทิฏฺฐึ อุตฺตรทิฏฺฐิ, อุปาทิยนฺติ จ ตาย ทิฏฺฐึ. ยถาห – ‘‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๗). สีลพฺพตุปาทานอตฺตวาทุปาทานวชฺชสฺส สพฺพทิฏฺฐิคตสฺเสตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ทิฏฺฐุปาทานํ? นตฺถิ ทินฺน’’นฺติ (ธ. ส. ๑๒๒๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตถา สีลพฺพตมุปาทิยนฺติ เอเตน, สยํ วา ตํ อุปาทิยติ, สีลพฺพตญฺจ ตํ อุปาทานญฺจาติ วา สีลพฺพตุปาทานํ. โคสีลโควตาทีนิ หิ ‘‘เอวํ สุทฺธี’’ติ (ธ. ส. ๑๒๒๒; วิภ. ๙๓๘) อภินิเวสโต สยเมว อุปาทานานีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ สีลพฺพตุปาทานํ? อิโต พหิทฺธา สมณพฺราหฺมณานํ สีเลน สุทฺธี’’ติ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อิทานิ วทนฺติ เอเตนาติ วาโท, อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อุปาทานํ, กึ วทนฺติ อุปาทิยนฺติ วา? อตฺตานํ. อตฺตโน วาทุปาทานํ อตฺตวาทุปาทานํ. อตฺตวาทมตฺตเมว วา อตฺตาติ อุปาทิยนฺติ เอเตนาติ อตฺตวาทุปาทานํ. วีสติวตฺถุกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา เอตํ อธิวจนํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ อตฺตวาทุปาทานํ? อิธ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน อริยานํ อทสฺสาวี’’ติ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ตณฺหานิทฺเทเส รูปตณฺหา…เป… ธมฺมตณฺหาติ เอตํ จกฺขุทฺวาราทีสุ ชวนวีถิยา ปวตฺตาย ตณฺหาย ‘‘เสฏฺฐิปุตฺโต พฺราหฺมณปุตฺโต’’ติ เอวมาทีสุ ปิติโต นามํ วิย ปิติสทิสารมฺมณโต นามํ. เอตฺถ จ รูปารมฺมณา ตณฺหา, รูเป ตณฺหาติ รูปตณฺหา. สา กามราคภาเวน รูปํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา กามตณฺหา, สสฺสตทิฏฺฐิสหคตราคภาเวน ‘‘รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสต’’นฺติ เอวํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา ภวตณฺหา, อุจฺเฉททิฏฺฐิสหคตราคภาเวน ‘‘รูปํ อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ เปจฺจ น ภวตี’’ติ เอวํ อสฺสาเทนฺตี ปวตฺตมานา วิภวตณฺหาติ รูปตณฺหา เอวํ ติวิธา โหติ. ยถา จ รูปตณฺหา, ตถา สทฺทตณฺหาทโยปีติ เอวํ ตานิ อฏฺฐารส ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ตานิ อชฺฌตฺตรูปาทีสุ อฏฺฐารส, พหิทฺธารูปาทีสุ อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส. อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส, อนาคตานิ ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึสาติ เอวํ อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ‘‘อชฺฌตฺติกสฺส อุปาทาย อสฺมีติ โหติ, อิตฺถสฺมีติ โหตี’’ติ (วิภ. ๙๗๓) วา เอวมาทีนิ อชฺฌตฺติกรูปาทินิสฺสิตานิ อฏฺฐารส, ‘‘พาหิรสฺส อุปาทาย อิมินา อสฺมีติ โหติ, อิมินา อิตฺถสฺมีติ โหตี’’ติ (วิภ. ๙๗๕) วา เอวมาทีนิ พาหิรรูปาทินิสฺสิตานิ อฏฺฐารสาติ ฉตฺตึส, อิติ อตีตานิ ฉตฺตึส, อนาคตานิ ฉตฺตึส, ปจฺจุปฺปนฺนานิ ฉตฺตึสาติ เอวมฺปิ อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ โหนฺติ. ปุน สงฺคเห กริยมาเน รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ ฉเฬว ตณฺหากายา ติสฺโสเยว กามตณฺหาทโย โหนฺตีติ. เอวํ –
‘‘นิทฺเทสตฺเถน นิทฺเทส, วิตฺถารา วิตฺถารสฺส จ;
ปุน สงฺคหโต ตณฺหา, วิญฺญาตพฺพา วิภาวินา’’ติ.
เวทนานิทฺเทเส เวทนากายาติ เวทนาสมูหา. จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนา…เป… มโนสมฺผสฺสชาเวทนาติ เอตํ ‘‘จกฺขุสมฺผสฺสชาเวทนา อตฺถิ กุสลา, อตฺถิ อกุสลา, อตฺถิ อพฺยากตา’’ติ เอวํ วิภงฺเค (วิภ. ๓๔) อาคตตฺตา จกฺขุทฺวาราทีสุ ปวตฺตานํ กุสลากุสลาพฺยากตเวทนานํ ‘‘สาริปุตฺโต มนฺตาณิปุตฺโต’’ติ เอวมาทีสุ มาติโต นามํ วิย มาติสทิสโต วตฺถุโต นามํ. วจนตฺโถ ปเนตฺถ – จกฺขุสมฺผสฺสเหตุ ชาตา เวทนา จกฺขุสมฺผสฺสชา เวทนาติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. อยํ ตาเวตฺถ สพฺพสงฺคาหิกา กถา. วิปากวเสน ปน จกฺขุทฺวาเร เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานิ, เทฺว มโนธาตุโย, ติสฺโส มโนวิญฺญาณธาตุโยติ เอตาหิ สมฺปยุตฺตวเสน เวทนา เวทิตพฺพา. เอเสว นโย โสตทฺวาราทีสุ. มโนทฺวาเร มโนวิญฺญาณธาตุสมฺปยุตฺตาว.
ผสฺสนิทฺเทเส จกฺขุสมฺผสฺโสติ จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโส. เอส นโย สพฺพตฺถ. จกฺขุสมฺผสฺโส…เป… กายสมฺผสฺโสติ เอตฺตาวตา จ กุสลากุสลวิปากา ปญฺจวตฺถุกา ทส ผสฺสา วุตฺตา โหนฺติ. มโนสมฺผสฺโสติ อิมินา เสสพาวีสติโลกิยวิปากมนสมฺปยุตฺตา ผสฺสา.
สฬายตนนิทฺเทเส จกฺขายตนนฺติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส เจว อายตนนิทฺเทเส จ วุตฺตเมว.
นามรูปนิทฺเทเส นมนลกฺขณํ นามํ. รุปฺปนลกฺขณํ รูปํ. วิภชเน ปนสฺส เวทนาติ เวทนากฺขนฺโธ, สญฺญาติ สญฺญากฺขนฺโธ, เจตนา ผสฺโส มนสิกาโรติ สงฺขารกฺขนฺโธ เวทิตพฺโพ. กามญฺจ อญฺเญปิ สงฺขารกฺขนฺธสงฺคหิตา ธมฺมา สนฺติ, อิเม ปน ตโย สพฺพทุพฺพเลสุปิ จิตฺเตสุ สนฺติ, ตสฺมา เอเตสํเยว วเสเนตฺถ สงฺขารกฺขนฺโธ ทสฺสิโต. จตฺตาโร จ มหาภูตาติ เอตฺถ จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. มหาภูตาติ ปถวีอาปเตชวายานเมตํ อธิวจนํ. เยน ปน การเณน ตานิ มหาภูตานีติ วุจฺจนฺติ, โย เจตฺถ อญฺโญ วินิจฺฉยนโย, โส สพฺโพ วิสุทฺธิมคฺเค รูปกฺขนฺธนิทฺเทเส วุตฺโต. จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายาติ เอตฺถ ปน จตุนฺนนฺติ อุปโยคตฺเถ สามิวจนํ, จตฺตาริ มหาภูตานีติ วุตฺตํ โหติ. อุปาทายาติ อุปาทิยิตฺวา, คเหตฺวาติ อตฺโถ. นิสฺสายาติปิ เอเก. ‘‘วตฺตมาน’’นฺติ อยญฺเจตฺถ ปาฐเสโส. สมูหตฺเถ วา เอตํ สามิวจนํ, จตุนฺนํ มหาภูตานํ สมูหํ อุปาทาย วตฺตมานํ รูปนฺติ เอตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอวํ สพฺพถาปิ ยานิ จ จตฺตาริ ปถวีอาทีนิ มหาภูตานิ, ยญฺจ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วตฺตมานํ จกฺขายตนาทิเภเทน อภิธมฺมปาฬิยเมว วุตฺตํ เตวีสติวิธํ รูปํ, ตํ สพฺพมฺปิ รูปนฺติ เวทิตพฺพํ.
วิญฺญาณนิทฺเทเส จกฺขุวิญฺญาณนฺติ จกฺขุมฺหิ วิญฺญาณํ, จกฺขุโต วา ชาตํ วิญฺญาณนฺติ จกฺขุวิญฺญาณํ. เอวํ โสตฆานชิวฺหากายวิญฺญาณานิ. อิตรํ ปน มโนเยว วิญฺญาณนฺติ มโนวิญฺญาณํ. ทฺวิปญฺจวิญฺญาณวชฺชิตเตภูมกวิปากจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ.
สงฺขารนิทฺเทเส อภิสงฺขรณลกฺขโณ สงฺขาโร. วิภชเน ปนสฺส กายสงฺขาโรติ กายโต ปวตฺตสงฺขาโร. กายทฺวาเร โจปนวเสน ปวตฺตานํ กามาวจรกุสลโต อฏฺฐนฺนํ, อกุสลโต ทฺวาทสนฺนนฺติ วีสติยา กายสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ. วจีสงฺขาโรติ วจนโต ปวตฺตสงฺขาโร, วจีทฺวาเร วจนเภทวเสน ปวตฺตานํ วีสติยา เอว วจีสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ. จิตฺตสงฺขาโรติ จิตฺตโต ปวตฺตสงฺขาโร, กายวจีทฺวาเร โจปนํ อกตฺวา รโห นิสีทิตฺวา จินฺเตนฺตสฺส ปวตฺตานํ โลกิยกุสลากุสลวเสน เอกูนตึสมโนสญฺเจตนานเมตํ อธิวจนํ.
อวิชฺชานิทฺเทเส ทุกฺเข อญฺญาณนฺติ ทุกฺขสจฺเจ อญฺญาณํ, โมหสฺเสตํ อธิวจนํ. เอส นโย ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณนฺติอาทีสุ. ตตฺถ จตูหิ การเณหิ ทุกฺเข อญฺญาณํ เวทิตพฺพํ อนฺโตคธโต วตฺถุโต อารมฺมณโต ปฏิจฺฉาทนโต จ. ตถา หิ ตํ ทุกฺขสจฺจปริยาปนฺนตฺตา ทุกฺเข อนฺโตคธํ, ทุกฺขสจฺจญฺจสฺส นิสฺสยปจฺจยภาเวน วตฺถุ, อารมฺมณปจฺจยภาเวน อารมฺมณํ, ทุกฺขสจฺจํ เอตํ ปฏิจฺฉาเทติ ตสฺส ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณน ญาณปฺปวตฺติยา เจตฺถ อปฺปทาเนน.
ทุกฺขสมุทเย อญฺญาณํ ตีหิ การเณหิ เวทิตพฺพํ วตฺถุโต อารมฺมณโต ปฏิจฺฉาทนโต จ. นิโรเธ ปฏิปทาย จ อญฺญาณํ เอเกเนว การเณน เวทิตพฺพํ ปฏิจฺฉาทนโต. นิโรธปฏิปทานญฺหิ ปฏิจฺฉาทกเมว อญฺญาณํ เตสํ ยาถาวลกฺขณปฏิเวธนิวารเณน เตสุ จ ญาณปฺปวตฺติยา อปฺปทาเนน. น ปน ตํ ตตฺถ อนฺโตคธํ ตสฺมึ สจฺจทฺวเย อปริยาปนฺนตฺตา, น ตสฺส ตํ สจฺจทฺวยํ วตฺถุ อสหชาตตฺตา, นารมฺมณํ, ตทารพฺภ อปฺปวตฺตนโต. ปจฺฉิมญฺหิ สจฺจทฺวยํ คมฺภีรตฺตา ทุทฺทสํ, น ตตฺถ อนฺธภูตํ อญฺญาณํ ปวตฺตติ. ปุริมํ ปน วจนียตฺเตน สภาวลกฺขณสฺส ทุทฺทสตฺตา คมฺภีรํ, ตตฺถ วิปลฺลาสคาหวเสน ปวตฺตติ.
อปิจ ‘‘ทุกฺเข’’ติ เอตฺตาวตา สงฺคหโต วตฺถุโต อารมฺมณโต กิจฺจโต จ อวิชฺชา ทีปิตา. ‘‘ทุกฺขสมุทเย’’ติ เอตฺตาวตา วตฺถุโต อารมฺมณโต กิจฺจโต จ. ‘‘ทุกฺขนิโรเธ ทุกฺขนิโรธคามินิยา ปฏิปทายา’’ติ เอตฺตาวตา กิจฺจโต. อวิเสสโต ปน ‘‘อญฺญาณ’’นฺติ เอเตน สภาวโต นิทฺทิฏฺฐาติ ญาตพฺพา.
อิติ โข, ภิกฺขเวติ เอวํ โข, ภิกฺขเว. นิโรโธ โหตีติ อนุปฺปาโท โหติ. อปิเจตฺถ สพฺเพเหว เตหิ นิโรธปเทหิ นิพฺพานํ เทสิตํ. นิพฺพานญฺหิ อาคมฺม เต เต ธมฺมา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา ตํ เตสํ เตสํ นิโรโธติ วุจฺจติ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต ทฺวาทสหิ ปเทหิ วฏฺฏวิวฏฺฏํ เทเสนฺโต อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐเปสิ. เทสนาปริโยสาเน วุตฺตนเยเนว ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสูติ.
วิภงฺคสุตฺตํ ทุติยํ.
๓. ปฏิปทาสุตฺตวณฺณนา
๓. ตติเย มิจฺฉาปฏิปทนฺติ อยํ ตาว อนิยฺยานิกปฏิปทา. นนุ จ อวิชฺชาปจฺจยา ปุญฺญาภิสงฺขาโรปิ อตฺถิ อาเนญฺชาภิสงฺขาโรปิ, โส กถํ มิจฺฉาปฏิปทา โหตีติ. วฏฺฏสีสตฺตา. ยญฺหิ กิญฺจิ ภวตฺตยสงฺขาตํ วฏฺฏํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ, อนฺตมโส ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ วา ปน สมาปตฺติโย, สพฺพํ ตํ วฏฺฏปกฺขิยํ วฏฺฏสีสนฺติ วฏฺฏสีสตฺตา มิจฺฉาปฏิปทาว โหติ. ยํ ปน กิญฺจิ วิวฏฺฏํ นิพฺพานํ ปตฺเถตฺวา ปวตฺติตํ, อนฺตมโส อุฬุงฺกยาคุมตฺตทานมฺปิ ปณฺณมุฏฺฐิทานมตฺตมฺปิ, สพฺพํ ตํ วิวฏฺฏปกฺขิยํ วิวฏฺฏนิสฺสิตํ, วิวฏฺฏปกฺขิกตฺตา สมฺมาปฏิปทาว โหติ. อปฺปมตฺตกมฺปิ หิ ปณฺณมุฏฺฐิมตฺตทานกุสลํ วา โหตุ มหนฺตํ เวลามทานาทิกุสลํ วา, สเจ วฏฺฏสมฺปตฺตึ ปตฺเถตฺวา วฏฺฏนิสฺสิตวเสน มิจฺฉา ฐปิตํ โหติ, วฏฺฏเมว อาหริตุํ สกฺโกติ, โน วิวฏฺฏํ. ‘‘อิทํ เม ทานํ อาสวกฺขยาวหํ โหตู’’ติ เอวํ ปน วิวฏฺฏํ ปตฺเถนฺเตน วิวฏฺฏวเสน สมฺมา ฐปิตํ อรหตฺตมฺปิ ปจฺเจกโพธิญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ ทาตุํ สกฺโกติเยว, น อรหตฺตํ อปฺปตฺวา ปริโยสานํ คจฺฉติ. อิติ อนุโลมวเสน มิจฺฉาปฏิปทา, ปฏิโลมวเสน สมฺมาปฏิปทา เทสิตาติ เวทิตพฺพา. นนุ เจตฺถ ปฏิปทา ปุจฺฉิตา, นิพฺพานํ ภาชิตํ, นิยฺยาตเนปิ ปฏิปทาว นิยฺยาติตา. น จ นิพฺพานสฺส ปฏิปทาติ นามํ, สวิปสฺสนานํ ปน จตุนฺนํ มคฺคานเมตํ นามํ, ตสฺมา ปุจฺฉานิยฺยาตเนหิ ปทภาชนํ น สเมตีติ. โน น สเมติ, กสฺมา? ผเลน ปฏิปทาย ทสฺสิตตฺตา. ผเลน เหตฺถ ปฏิปทา ทสฺสิตา. ‘‘อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ’’ติ เอตํ นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ ยสฺสา ปฏิปทาย ผลํ, อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สมฺมาปฏิปทาติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ อเสสวิราคนิโรธาติ เอตฺถ วิราโค นิโรธสฺเสว เววจนํ, อเสสวิราคา อเสสนิโรธาติ อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย. เยน วา วิราคสงฺขาเตน มคฺเคน อเสสนิโรโธ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ เอตํ ปทภาชนํ วุตฺตํ. เอวญฺหิ สติ สานุภาวา ปฏิปทา วิภตฺตา โหติ. อิติ อิมสฺมิมฺปิ สุตฺเต วฏฺฏวิวฏฺฏเมว กถิตนฺติ. ตติยํ.
๔. วิปสฺสีสุตฺตวณฺณนา
๔. จตุตฺเถ วิปสฺสิสฺสาติ ตสฺส กิร โพธิสตฺตสฺส ยถา โลกิยมนุสฺสานํ กิญฺจิเทว ปสฺสนฺตานํ ปริตฺตกมฺมาภินิพฺพตฺตสฺส กมฺมชปสาทสฺส ทุพฺพลตฺตา อกฺขีนิ วิปฺผนฺทนฺติ, น เอวํ วิปฺผนฺทึสุ. พลวกมฺมนิพฺพตฺตสฺส ปน กมฺมชปสาทสฺส พลวตฺตา อวิปฺผนฺทนฺเตหิ อนิมิเสหิ เอว อกฺขีหิ ปสฺสิ เสยฺยถาปิ เทวา ตาวตึสา. เตน วุตฺตํ – ‘‘อนิมิสนฺโต กุมาโร เปกฺขตีติ โข, ภิกฺขเว, วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ‘วิปสฺสี วิปสฺสี’เตฺวว สมญฺญา อุทปาที’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๐). อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – อนฺตรนฺตรา นิมิสชนิตนฺธการวิรเหน วิสุทฺธํ ปสฺสติ, วิวเฏหิ วา อกฺขีหิ ปสฺสตีติ วิปสฺสี. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ ปจฺฉิมภวิกานํ สพฺพโพธิสตฺตานํ พลวกมฺมนิพฺพตฺตสฺส กมฺมชปสาทสฺส พลวตฺตา อกฺขีนิ น วิปฺผนฺทนฺติ, โส ปน โพธิสตฺโต เอเตเนว นามํ ลภิ.
อปิจ วิเจยฺย วิเจยฺย ปสฺสตีติ วิปสฺสี, วิจินิตฺวา วิจินิตฺวา ปสฺสตีติ อตฺโถ. เอกทิวสํ กิร วินิจฺฉยฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา อตฺเถ อนุสาสนฺตสฺส รญฺโญ อลงฺกตปฏิยตฺตํ มหาปุริสํ อาหริตฺวา องฺเก ฐปยึสุ. ตสฺส ตํ องฺเก กตฺวา ปลาฬยมานสฺเสว อมจฺจา สามิกํ อสฺสามิกํ อกํสุ. โพธิสตฺโต อนตฺตมนสทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. ราชา ‘‘กิเมตํ อุปธาเรถา’’ติ อาห. อุปธารยมานา อญฺญํ อทิสฺวา ‘‘อฏฺฏสฺส ทุพฺพินิจฺฉิตตฺตา เอวํ กตํ ภวิสฺสตี’’ติ ปุน สามิกเมว สามิกํ กตฺวา ‘‘ญตฺวา นุ โข กุมาโร เอวํ กโรตี’’ติ? วีมํสนฺตา ปุน สามิกํ อสฺสามิกมกํสุ. ปุน โพธิสตฺโต ตเถว สทฺทํ นิจฺฉาเรสิ. อถ ราชา ‘‘ชานาติ มหาปุริโส’’ติ ตโต ปฏฺฐาย อปฺปมตฺโต อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘วิเจยฺย วิเจยฺย กุมาโร อตฺเถ ปนายติ ญาเยนาติ โข, ภิกฺขเว, วิปสฺสิสฺส กุมารสฺส ภิยฺโยโสมตฺตาย ‘วิปสฺสี วิปสฺสี’เตฺวว สมญฺญา อุทปาที’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๑).
ภควโตติ ภาคฺยสมฺปนฺนสฺส. อรหโตติ ราคาทิอรีนํ หตตฺตา, สํสารจกฺกสฺส วา อรานํ หตตฺตา, ปจฺจยานํ วา อรหตฺตา อรหาติ เอวํ คุณโต อุปฺปนฺนนามเธยฺยสฺส. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสาติ สมฺมา นเยน เหตุนา สามํ ปจฺจตฺตปุริสกาเรน จตฺตาริ สจฺจานิ พุทฺธสฺส. ปุพฺเพว สมฺโพธาติ สมฺโพโธ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณํ, ตโต ปุพฺเพว. โพธิสตฺตสฺเสว สโตติ เอตฺถ โพธีติ ญาณํ, โพธิมา สตฺโต โพธิสตฺโต, ญาณวา ปญฺญวา ปณฺฑิโตติ อตฺโถ. ปุริมพุทฺธานญฺหิ ปาทมูเล อภินีหารโต ปฏฺฐาย ปณฺฑิโตว โส สตฺโต, น อนฺธพาโลติ โพธิสตฺโต. ยถา วา อุทกโต อุคฺคนฺตฺวา ฐิตํ ปริปากคตํ ปทุมํ สูริยรสฺมิสมฺผสฺเสน อวสฺสํ พุชฺฌิสฺสตีติ พุชฺฌนกปทุมนฺติ วุจฺจติ, เอวํ พุทฺธานํ สนฺติเก พฺยากรณสฺส ลทฺธตฺตา อวสฺสํ อนนฺตราเยน ปารมิโย ปูเรตฺวา พุชฺฌิสฺสตีติ พุชฺฌนกสตฺโตติปิ โพธิสตฺโต. ยา จ เอสา จตุมคฺคญาณสงฺขาตา โพธิ, ตํ ปตฺถยมาโน ปวตฺตตีติ โพธิยํ สตฺโต อาสตฺโตติปิ โพธิสตฺโต. เอวํ คุณโต อุปฺปนฺนนามวเสน โพธิสตฺตสฺเสว สโต. กิจฺฉนฺติ ทุกฺขํ. อาปนฺโนติ อนุปฺปตฺโต. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อโห อยํ สตฺตโลโก ทุกฺขํ อนุปฺปตฺโตติ. จวติ จ อุปปชฺชติ จาติ อิทํ อปราปรํ จุติปฏิสนฺธิวเสน วุตฺตํ. นิสฺสรณนฺติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ ชรามรณทุกฺขโต นิสฺสฏตฺตา ตสฺส นิสฺสรณนฺติ วุจฺจติ. กุทาสฺสุ นามาติ กตรสฺมึ นุ โข กาเล.
โยนิโส มนสิการาติ อุปายมนสิกาเรน ปถมนสิกาเรน. อหุ ปญฺญาย อภิสมโยติ ปญฺญาย สทฺธึ ชรามรณการณสฺส อภิสมโย สมวาโย สมาโยโค อโหสิ, ‘‘ชาติปจฺจยา ชรามรณ’’นฺติ อิทํ เตน ทิฏฺฐนฺติ อตฺโถ. อถ วา โยนิโส มนสิการา อหุ ปญฺญายาติ โยนิโส มนสิกาเรน จ ปญฺญาย จ อภิสมโย อหุ. ‘‘ชาติยา โข สติ ชรามรณ’’นฺติ, เอวํ ชรามรณการณสฺส ปฏิเวโธ อโหสีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
อิติ หิทนฺติ เอวมิทํ. สมุทโย สมุทโยติ เอกาทสสุ ฐาเนสุ สงฺขาราทีนํ สมุทยํ สมฺปิณฺเฑตฺวา นิทฺทิสติ. ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสูติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารานํ สมุทโย โหตี’’ติ. เอวํ อิโต ปุพฺเพ อนนุสฺสุเตสุ ธมฺเมสุ, จตูสุ วา อริยสจฺจธมฺเมสุ. จกฺขุนฺติอาทีนิ ญาณเววจนาเนว. ญาณเมว เหตฺถ ทสฺสนฏฺเฐน จกฺขุ, ญาตฏฺเฐน ญาณํ, ปชานนฏฺเฐน ปญฺญา, ปฏิเวธนฏฺเฐน วิชฺชา, โอภาสนฏฺเฐน อาโลโกติ วุตฺตํ. ตํ ปเนตํ จตูสุ สจฺเจสุ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกํ นิทฺทิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ. นิโรธวาเรปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. จตุตฺถํ.
๕-๑๐. สิขีสุตฺตาทิวณฺณนา
๕-๑๐. ปญฺจมาทีสุ สิขิสฺส, ภิกฺขเวติอาทีนํ ปทานํ ‘‘สิขิสฺสปิ, ภิกฺขเว’’ติ น เอวํ โยเชตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กสฺมา? เอกาสเน อเทสิตตฺตา. นานาฐาเนสุ หิ เอตานิ เทสิตานิ, อตฺโถ ปน สพฺพตฺถ สทิโสเยว. สพฺพโพธิสตฺตานญฺหิ โพธิปลฺลงฺเก นิสินฺนานํ น อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา อาจิกฺขติ – ‘‘อตีเต โพธิสตฺตา ปจฺจยาการํ สมฺมสิตฺวา พุทฺธา ชาตา’’ติ. ยถา ปน ปฐมกปฺปิกกาเล เทเว วุฏฺเฐ อุทกสฺส คตมคฺเคเนว อปราปรํ วุฏฺฐิอุทกํ คจฺฉติ, เอวํ เตหิ เตหิ ปุริมพุทฺเธหิ คตมคฺเคเนว ปจฺฉิมา ปจฺฉิมา คจฺฉนฺติ. สพฺพโพธิสตฺตา หิ อานาปานจตุตฺถชฺฌานโต วุฏฺฐาย ปจฺจยากาเร ญาณํ โอตาเรตฺวา ตํ อนุโลมปฏิโลมํ สมฺมสิตฺวา พุทฺธา โหนฺตีติ ปฏิปาฏิยา สตฺตสุ สุตฺเตสุ พุทฺธวิปสฺสนา นาม กถิตาติ.
พุทฺธวคฺโค ปฐโม.