๑. สตฺตชฏิลสุตฺตวณฺณนา
๑๒๒. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเทติ ปุพฺพารามสงฺขาเต วิหาเร มิคารมาตุยา ปาสาเท. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อตีเต สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก เอกา อุปาสิกา ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตสหสฺสทานํ ทตฺวา ภควโต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา – ‘‘อนาคเต ตุมฺหาทิสสฺส พุทฺธสฺส อคฺคุปฏฺฐายิกา โหมี’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล ภทฺทิยนคเร เมณฺฑกปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน เคเห สุมนเทวิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ชาตกาเล จสฺสา วิสาขาติ นามํ อกํสุ. สา ยทา ภควา ภทฺทิยนครํ อคมาสิ, ตทา ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ ภควโต ปจฺจุคฺคมนํ คตา ปฐมทสฺสนมฺหิเยว โสตาปนฺนา อโหสิ. อปรภาเค สาวตฺถิยํ มิคารเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปุณฺณวฑฺฒนกุมารสฺส เคหํ คตา. ตตฺถ นํ มิคารเสฏฺฐิ มาติฏฺฐาเน ฐเปสิ, ตสฺมา มิคารมาตาติ วุจฺจติ. ตาย การิเต ปาสาเท.
พหิ ทฺวารโกฏฺฐเกติ ปาสาททฺวารโกฏฺฐกสฺส พหิ, น วิหารทฺวารโกฏฺฐกสฺส. โส กิร ปาสาโท โลหปาสาโท วิย สมนฺตา จตุทฺวารโกฏฺฐกยุตฺเตน ปากาเรน ปริกฺขิตฺโต. เตสุ ปาจีนทฺวารโกฏฺฐกสฺส พหิ ปาสาทจฺฉายายํ ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต ปญฺญตฺเต วรพุทฺธาสเน นิสินฺโน โหติ.
ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมาติ ปรูฬฺหกจฺฉา ปรูฬฺหนขา ปรูฬฺหโลมา, กจฺฉาทีสุ ทีฆโลมา ทีฆนขา จาติ อตฺโถ. ขาริวิวิธนฺติ วิวิธขารึ นานปฺปการกํ ปพฺพชิตปริกฺขารภณฺฑกํ. อวิทูเร อติกฺกมนฺตีติ อวิทูรมคฺเคน นครํ ปวิสนฺติ. ราชาหํ, ภนฺเตติ อหํ, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล, มยฺหํ นามํ ตุเมฺห ชานาถาติ. กสฺมา ปน ราชา โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส สนฺติเก นิสินฺโน เอวรูปานํ นคฺคโภคฺคนิสฺสิริกานํ อญฺชลึ ปคฺคณฺหาตีติ. สงฺคณฺหนตฺถาย. เอวํ หิสฺส อโหสิ – ‘‘สจาหํ เอตฺตกมฺปิ เอเตสํ น กริสฺสามิ, ‘มยํ ปุตฺตทารํ ปหาย เอตสฺสตฺถาย ทุพฺโภชนทุกฺขเสยฺยาทีนิ อนุโภม, อยํ อมฺหากํ อญฺชลิมตฺตมฺปิ น กโรตี’ติ อตฺตนา ทิฏฺฐํ สุตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา น กเถยฺยุํ. เอวํ กเต ปน อนิคูหิตฺวา กเถสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เอวมกาสิ. อปิจ สตฺถุ อชฺฌาสยชานนตฺถํ เอวมกาสิ.
กาสิกจนฺทนนฺติ สณฺหจนฺทนํ. มาลาคนฺธวิเลปนนฺติ วณฺณคนฺธตฺถาย มาลํ, สุคนฺธภาวตฺถาย คนฺธํ, วณฺณคนฺธตฺถาย วิเลปนญฺจ ธาเรนฺเตน.
สํวาเสนาติ สหวาเสน. สีลํ เวทิตพฺพนฺติ อยํ สุสีโล วา ทุสฺสีโล วาติ สํวสนฺเตน อุปสงฺกมนฺเตน ชานิตพฺโพ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา น อิตฺตรนฺติ ตญฺจ สีลํ ทีเฆน กาเลน เวทิตพฺพํ, น อิตฺตเรน. ทฺวีหตีหญฺหิ สํยตากาโร จ สํวุตินฺทฺริยากาโร จ น สกฺกา ทสฺเสตุํ. มนสิกโรตาติ สีลมสฺส ปริคฺคเหสฺสามีติ มนสิกโรนฺเตน ปจฺจเวกฺขนฺเตเนว สกฺกา ชานิตุํ, น อิตเรน. ปญฺญวตาติ ตมฺปิ สปฺปญฺเญเนว ปณฺฑิเตน. พาโล หิ มนสิกโรนฺโตปิ ชานิตุํ น สกฺโกติ.
สํโวหาเรนาติ กถเนน.
‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โวหารํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ’’ติ. (ม. นิ. ๒.๔๕๗) –
เอตฺถ หิ พฺยวหาโร โวหาโร นาม. ‘‘จตฺตาโร อริยโวหารา จตฺตาโร อนริยโวหารา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๓) เอตฺถ เจตนา. ‘‘สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร’’ติ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) เอตฺถ ปญฺญตฺติ. ‘‘โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๕) เอตฺถ กถา โวหาโร. อิธาปิ เอโสว อธิปฺเปโต. เอกจฺจสฺส หิ สมฺมุขา กถา ปรมฺมุขาย กถาย น สเมติ, ปรมฺมุขา กถา จ สมฺมุขาย กถาย, ตถา ปุริมกถา จ ปจฺฉิมกถาย, ปจฺฉิมกถา จ ปุริมกถาย. โส กเถนฺเตเนว สกฺกา ชานิตุํ ‘‘อสุจิ เอโส ปุคฺคโล’’ติ. สุจิสีลสฺส ปน ปุริมํ ปจฺฉิเมน, ปจฺฉิมญฺจ ปุริเมน สเมติ, สมฺมุขากถิตํ ปรมฺมุขากถิเตน, ปรมฺมุขากถิตญฺจ สมฺมุขากถิเตน, ตสฺมา กเถนฺเตน สกฺกา สุจิภาโว ชานิตุนฺติ ปกาเสนฺโต เอวมาห.
ถาโมติ ญาณถาโม. ยสฺส หิ ญาณถาโม นตฺถิ, โส อุปฺปนฺเนสุ อุปทฺทเวสุ คเหตพฺพคฺคหณํ กตพฺพกิจฺจํ อปสฺสนฺโต อทฺวารฆรํ ปวิฏฺโฐ วิย จรติ. เตนาห อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพติ. สากจฺฉายาติ สํกถาย. ทุปฺปญฺญสฺส หิ กถา อุทเก เคณฺฑุ วิย อุปฺปลวติ, ปญฺญวโต กเถนฺตสฺส ปฏิภานํ อนนฺตรํ โหติ. อุทกวิปฺผนฺทิเตเนว หิ มจฺโฉ ขุทฺทโก วา มหนฺโต วาติ ญายติ. โอจรกาติ เหฏฺฐาจรกา. จรา หิ ปพฺพตมตฺถเกน จรนฺตาปิ เหฏฺฐา – จรกาว โหนฺติ. โอจริตฺวาติ อวจริตฺวา วีมํสิตฺวา, ตํ ตํ ปวตฺตึ ญตฺวาติ อตฺโถ. รโชชลฺลนฺติ รชญฺจ ชลฺลญฺจ. วณฺณรูเปนาติ วณฺณสณฺฐาเนน. อิตฺตรทสฺสเนนาติ ลหุกทสฺสเนน. วิยญฺชเนนาติ ปริกฺขารภณฺฑเกน. ปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลวาติ สุวณฺณกุณฺฑลปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลว. โลหฑฺฒมาโสติ โลหฑฺฒมาสโก. ปฐมํ.