๒. ทุติยวคฺโค

๑. สตฺตชฏิลสุตฺตวณฺณนา

๑๒๒. ทุติยวคฺคสฺส ปฐเม ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเทติ ปุพฺพารามสงฺขาเต วิหาเร มิคารมาตุยา ปาสาเท. ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – อตีเต สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก เอกา อุปาสิกา ปทุมุตฺตรํ ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา พุทฺธปฺปมุขสฺส ภิกฺขุสงฺฆสฺส สตสหสฺสทานํ ทตฺวา ภควโต ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา – ‘‘อนาคเต ตุมฺหาทิสสฺส พุทฺธสฺส อคฺคุปฏฺฐายิกา โหมี’’ติ ปตฺถนํ อกาสิ. สา กปฺปสตสหสฺสํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา อมฺหากํ ภควโต กาเล ภทฺทิยนคเร เมณฺฑกปุตฺตสฺส ธนญฺจยเสฏฺฐิโน เคเห สุมนเทวิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. ชาตกาเล จสฺสา วิสาขาติ นามํ อกํสุ. สา ยทา ภควา ภทฺทิยนครํ อคมาสิ, ตทา ปญฺจหิ ทาริกาสเตหิ สทฺธึ ภควโต ปจฺจุคฺคมนํ คตา ปฐมทสฺสนมฺหิเยว โสตาปนฺนา อโหสิ. อปรภาเค สาวตฺถิยํ มิคารเสฏฺฐิปุตฺตสฺส ปุณฺณวฑฺฒนกุมารสฺส เคหํ คตา. ตตฺถ นํ มิคารเสฏฺฐิ มาติฏฺฐาเน ฐเปสิ, ตสฺมา มิคารมาตาติ วุจฺจติ. ตาย การิเต ปาสาเท.

พหิ ทฺวารโกฏฺฐเกติ ปาสาททฺวารโกฏฺฐกสฺส พหิ, น วิหารทฺวารโกฏฺฐกสฺส. โส กิร ปาสาโท โลหปาสาโท วิย สมนฺตา จตุทฺวารโกฏฺฐกยุตฺเตน ปากาเรน ปริกฺขิตฺโต. เตสุ ปาจีนทฺวารโกฏฺฐกสฺส พหิ ปาสาทจฺฉายายํ ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต ปญฺญตฺเต วรพุทฺธาสเน นิสินฺโน โหติ.

ปรูฬฺหกจฺฉนขโลมาติ ปรูฬฺหกจฺฉา ปรูฬฺหนขา ปรูฬฺหโลมา, กจฺฉาทีสุ ทีฆโลมา ทีฆนขา จาติ อตฺโถ. ขาริวิวิธนฺติ วิวิธขารึ นานปฺปการกํ ปพฺพชิตปริกฺขารภณฺฑกํ. อวิทูเร อติกฺกมนฺตีติ อวิทูรมคฺเคน นครํ ปวิสนฺติ. ราชาหํ, ภนฺเตติ อหํ, ภนฺเต, ราชา ปเสนทิ โกสโล, มยฺหํ นามํ ตุเมฺห ชานาถาติ. กสฺมา ปน ราชา โลเก อคฺคปุคฺคลสฺส สนฺติเก นิสินฺโน เอวรูปานํ นคฺคโภคฺคนิสฺสิริกานํ อญฺชลึ ปคฺคณฺหาตีติ. สงฺคณฺหนตฺถาย. เอวํ หิสฺส อโหสิ – ‘‘สจาหํ เอตฺตกมฺปิ เอเตสํ น กริสฺสามิ, ‘มยํ ปุตฺตทารํ ปหาย เอตสฺสตฺถาย ทุพฺโภชนทุกฺขเสยฺยาทีนิ อนุโภม, อยํ อมฺหากํ อญฺชลิมตฺตมฺปิ น กโรตี’ติ อตฺตนา ทิฏฺฐํ สุตํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา น กเถยฺยุํ. เอวํ กเต ปน อนิคูหิตฺวา กเถสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เอวมกาสิ. อปิจ สตฺถุ อชฺฌาสยชานนตฺถํ เอวมกาสิ.

กาสิกจนฺทนนฺติ สณฺหจนฺทนํ. มาลาคนฺธวิเลปนนฺติ วณฺณคนฺธตฺถาย มาลํ, สุคนฺธภาวตฺถาย คนฺธํ, วณฺณคนฺธตฺถาย วิเลปนญฺจ ธาเรนฺเตน.

สํวาเสนาติ สหวาเสน. สีลํ เวทิตพฺพนฺติ อยํ สุสีโล วา ทุสฺสีโล วาติ สํวสนฺเตน อุปสงฺกมนฺเตน ชานิตพฺโพ. ตญฺจ โข ทีเฆน อทฺธุนา น อิตฺตรนฺติ ตญฺจ สีลํ ทีเฆน กาเลน เวทิตพฺพํ, น อิตฺตเรน. ทฺวีหตีหญฺหิ สํยตากาโร จ สํวุตินฺทฺริยากาโร จ น สกฺกา ทสฺเสตุํ. มนสิกโรตาติ สีลมสฺส ปริคฺคเหสฺสามีติ มนสิกโรนฺเตน ปจฺจเวกฺขนฺเตเนว สกฺกา ชานิตุํ, น อิตเรน. ปญฺญวตาติ ตมฺปิ สปฺปญฺเญเนว ปณฺฑิเตน. พาโล หิ มนสิกโรนฺโตปิ ชานิตุํ น สกฺโกติ.

สํโวหาเรนาติ กถเนน.

‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โวหารํ อุปชีวติ;

เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ’’ติ. (ม. นิ. ๒.๔๕๗) –

เอตฺถ หิ พฺยวหาโร โวหาโร นาม. ‘‘จตฺตาโร อริยโวหารา จตฺตาโร อนริยโวหารา’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๓) เอตฺถ เจตนา. ‘‘สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร’’ติ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) เอตฺถ ปญฺญตฺติ. ‘‘โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๕) เอตฺถ กถา โวหาโร. อิธาปิ เอโสว อธิปฺเปโต. เอกจฺจสฺส หิ สมฺมุขา กถา ปรมฺมุขาย กถาย น สเมติ, ปรมฺมุขา กถา จ สมฺมุขาย กถาย, ตถา ปุริมกถา จ ปจฺฉิมกถาย, ปจฺฉิมกถา จ ปุริมกถาย. โส กเถนฺเตเนว สกฺกา ชานิตุํ ‘‘อสุจิ เอโส ปุคฺคโล’’ติ. สุจิสีลสฺส ปน ปุริมํ ปจฺฉิเมน, ปจฺฉิมญฺจ ปุริเมน สเมติ, สมฺมุขากถิตํ ปรมฺมุขากถิเตน, ปรมฺมุขากถิตญฺจ สมฺมุขากถิเตน, ตสฺมา กเถนฺเตน สกฺกา สุจิภาโว ชานิตุนฺติ ปกาเสนฺโต เอวมาห.

ถาโมติ ญาณถาโม. ยสฺส หิ ญาณถาโม นตฺถิ, โส อุปฺปนฺเนสุ อุปทฺทเวสุ คเหตพฺพคฺคหณํ กตพฺพกิจฺจํ อปสฺสนฺโต อทฺวารฆรํ ปวิฏฺโฐ วิย จรติ. เตนาห อาปทาสุ โข, มหาราช, ถาโม เวทิตพฺโพติ. สากจฺฉายาติ สํกถาย. ทุปฺปญฺญสฺส หิ กถา อุทเก เคณฺฑุ วิย อุปฺปลวติ, ปญฺญวโต กเถนฺตสฺส ปฏิภานํ อนนฺตรํ โหติ. อุทกวิปฺผนฺทิเตเนว หิ มจฺโฉ ขุทฺทโก วา มหนฺโต วาติ ญายติ. โอจรกาติ เหฏฺฐาจรกา. จรา หิ ปพฺพตมตฺถเกน จรนฺตาปิ เหฏฺฐา – จรกาว โหนฺติ. โอจริตฺวาติ อวจริตฺวา วีมํสิตฺวา, ตํ ตํ ปวตฺตึ ญตฺวาติ อตฺโถ. รโชชลฺลนฺติ รชญฺจ ชลฺลญฺจ. วณฺณรูเปนาติ วณฺณสณฺฐาเนน. อิตฺตรทสฺสเนนาติ ลหุกทสฺสเนน. วิยญฺชเนนาติ ปริกฺขารภณฺฑเกน. ปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลวาติ สุวณฺณกุณฺฑลปติรูปโก มตฺติกากุณฺฑโลว. โลหฑฺฒมาโสติ โลหฑฺฒมาสโก. ปฐมํ.

๒. ปญฺจราชสุตฺตวณฺณนา

๑๒๓. ทุติเย รูปาติ นีลปีตาทิเภทํ รูปารมฺมณํ. กามานํ อคฺคนฺติ เอตํ กามานํ อุตฺตมํ เสฏฺฐนฺติ รูปครุโก อาห. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ยโตติ ยทา. มนาปปริยนฺตนฺติ มนาปนิปฺผตฺติกํ มนาปโกฏิกํ. ตตฺถ เทฺว มนาปานิ ปุคฺคลมนาปํ สมฺมุติมนาปญฺจ. ปุคฺคลมนาปํ นาม ยํ เอกสฺส ปุคฺคลสฺส อิฏฺฐํ กนฺตํ โหติ, ตเทว อญฺญสฺส อนิฏฺฐํ อกนฺตํ. ปจฺจนฺตวาสีนญฺหิ คณฺฑุปฺปาทาปิ อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, มชฺฌิมเทสวาสีนํ อติเชคุจฺฉา. เตสญฺจ โมรมํสาทีนิ อิฏฺฐานิ โหนฺติ, อิตเรสํ ตานิ อติเชคุจฺฉานิ. อิทํ ปุคฺคลมนาปํ. อิตรํ สมฺมุติมนาปํ.

อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ นาม โลเก ปฏิวิภตฺตํ นตฺถิ, วิภชิตฺวา ปน ทสฺเสตพฺพํ. วิภชนฺเตน จ น อติอิสฺสรานํ มหาสมฺมตมหาสุทสฺสนธมฺมาโสกาทีนํ วเสน วิภชิตพฺพํ. เตสญฺหิ ทิปฺปกปฺปมฺปิ อารมฺมณํ อมนาปํ อุปฏฺฐาติ. อติทุคฺคตานํ ทุลฺลภนฺนปานานํ วเสนปิ น วิภชิตพฺพํ. เตสญฺหิ กณาชกภตฺตสิตฺถานิปิ ปูติมํสสฺส รโสปิ อติมธุโร อมตสทิโส โหติ. มชฺฌิมานํ ปน คณกมหามตฺตเสฏฺฐิ กุฏุมฺพิกวาณิชาทีนํ กาเลน อิฏฺฐํ กาเลน อนิฏฺฐํ ลภมานานํ วเสน วิภชิตพฺพํ. ตญฺจ ปเนตํ อารมฺมณํ ชวนํ ปริจฺฉินฺทิตุํ น สกฺโกติ. ชวนญฺหิ อิฏฺเฐปิ รชฺชติ อนิฏฺเฐปิ, อิฏฺเฐปิ ทุสฺสติ อนิฏฺเฐปิ. เอกนฺตโต ปน วิปากจิตฺตํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ปริจฺฉินฺทติ. กิญฺจาปิ หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา พุทฺธํ วา สงฺฆํ วา มหาเจติยาทีนิ วา อุฬารานิ อารมฺมณานิ ทิสฺวา อกฺขีนิ ปิทหนฺติ โทมนสฺสํ อาปชฺชนฺติ, ธมฺมสทฺทํ สุตฺวา กณฺเณ ถเกนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณโสตวิญฺญาณานิ ปน เตสํ กุสลวิปากาเนว โหนฺติ. กิญฺจาปิ คูถสูกราทโย คูถคนฺธํ ฆายิตฺวา ขาทิตุํ ลภิสฺสามาติ โสมนสฺสชาตา โหนฺติ, คูถทสฺสเน ปน เนสํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตสฺส คนฺธฆายเน ฆานวิญฺญาณํ, รสสายเน ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อกุสลวิปากเมว โหติ. ภควา ปน ปุคฺคลมนาปตํ สนฺธาย เต จ, มหาราช, รูปาติอาทิมาห.

จนฺทนงฺคลิโกติ อิทํ ตสฺส อุปาสกสฺส นามํ. ปฏิภาติ มํ ภควาติ ภควา มยฺหํ เอกํ การณํ อุปฏฺฐาติ ปญฺญายติ. ตสฺส เต ปญฺจ ราชาโน อามุตฺตมณิกุณฺฑเล สชฺชิตาย อาปานภูมิยา นิสินฺนวเสเนว มหตา ราชานุภาเวน ปรเมน อิสฺสริยวิภเวน อาคนฺตฺวาปิ ทสพลสฺส สนฺติเก ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย ทิวา ปทีเป วิย อุทกาภิสิตฺเต องฺคาเร วิย สูริยุฏฺฐาเน ขชฺโชปนเก วิย จ หตปฺปเภ หตโสเภ ตํ ตถาคตญฺจ เตหิ สตคุเณน สหสฺสคุเณน วิโรจมานํ ทิสฺวา, ‘‘มหนฺตา วต โภ พุทฺธา นามา’’ติ ปฏิภานํ อุทปาทิ. ตสฺมา เอวมาห.

โกกนทนฺติ ปทุมสฺเสเวตํ เววจนํ. ปาโตติ กาลสฺเสว. สิยาติ ภเวยฺย. อวีตคนฺธนฺติ อวิคตคนฺธํ. องฺคีรสนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธํ. ภควโต หิ องฺคโต รสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ตสฺมา องฺคีรโสติ วุจฺจติ. ยถา โกกนทสงฺขาตํ ปทุมํ ปาโตว ผุลฺลํ อวีตคนฺธํ สิยา, เอวเมว ภควนฺตํ องฺคีรสํ ตปนฺตํ อาทิจฺจมิว อนฺตลิกฺเข วิโรจมานํ ปสฺสาติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ. ภควนฺตํ อจฺฉาเทสีติ ภควโต อทาสีติ อตฺโถ. โลกโวหารโต ปเนตฺถ อีทิสํ วจนํ โหติ. โส กิร อุปาสโก – ‘‘เอเต ตถาคตสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวา มยฺหํ ปญฺจ อุตฺตราสงฺเค เทนฺติ, อหมฺปิ เต ภควโตว ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อทาสิ. ทุติยํ.

๓. โทณปากสุตฺตวณฺณนา

๑๒๔. ตติเย โทณปากกุรนฺติ โทณปากํ กุรํ, โทณสฺส ตณฺฑุลานํ ปกฺกภตฺตํ ตทูปิยญฺจ สูปพฺยญฺชนํ ภุญฺชตีติ อตฺโถ. ภุตฺตาวีติ ปุพฺเพ ภตฺตสมฺมทํ วิโนเทตฺวา มุหุตฺตํ วิสฺสมิตฺวา พุทฺธุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, ตํทิวสํ ปน ภุญฺชนฺโตว ทสพลํ สริตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา อคมาสิ. มหสฺสาสีติ ตสฺส คจฺฉโต พลวา ภตฺตปรีฬาโห อุทปาทิ, ตสฺมา มหนฺเตหิ อสฺสาเสหิ อสฺสสติ, คตฺตโตปิสฺส เสทพินฺทูนิ มุจฺจนฺติ, ตเมนํ อุโภสุ ปสฺเสสุ ฐตฺวา ยมกตาลวณฺเฏหิ พีชนฺติ, พุทฺธคารเวน ปน นิปชฺชิตุํ น อุสฺสหตีติ อิทํ สนฺธาย ‘‘มหสฺสาสี’’ติ วุตฺตํ. อิมํ คาถํ อภาสีติ, ราชา โภชเน อมตฺตญฺญุตาย กิลมติ, ผาสุ วิหารํ ทานิสฺส กริสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อภาสิ. มนุชสฺสาติ สตฺตสฺส. กหาปณสตนฺติ ปาตราเส ปณฺณาสํ สายมาเส ปณฺณาสนฺติ เอวํ กหาปณสตํ. ปริยาปุณิตฺวาติ รญฺญา สทฺธึ โถกํ คนฺตฺวา ‘‘อิมํ มงฺคลอสึ กสฺส ทมฺมิ, มหาราชา’’ติ? อสุกสฺส นาม เทหีติ โส ตํ อสึ ทตฺวา ทสพลสฺส สนฺติกํ อาคมฺม วนฺทิตฺวา ฐิตโกว ‘‘คาถํ วทถ, โภ โคตมา’’ติ วตฺวา ภควตา วุตฺตํ ปริยาปุณิตฺวาติ อตฺโถ.

ภตฺตาภิหาเร สุทํ ภาสตีติ กถํ ภาสติ? ภควตา อนุสิฏฺฐินิยาเมน. ภควา หิ นํ เอวํ อนุสาสิ – ‘‘มาณว, อิมํ คาถํ นโฏ วิย ปตฺตปตฺตฏฺฐาเน มา อวจ, รญฺโญ ภุญฺชนฏฺฐาเน ฐตฺวา ปฐมปิณฺฑาทีสุปิ อวตฺวา โวสานปิณฺเฑ คหิเต วเทยฺยาสิ, ราชา สุตฺวาว ภตฺตปิณฺฑํ ฉฑฺเฑสฺสติ. อถ รญฺโญ หตฺเถสุ โธเตสุ ปาตึ อปเนตฺวา สิตฺถานิ คเณตฺวา ตทุปิยํ พฺยญฺชนํ ญตฺวา ปุนทิวเส ตาวตเก ตณฺฑุเล หาเรยฺยาสิ, ปาตราเส จ วตฺวา สายมาเส มา วเทยฺยาสี’’ติ. โส สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ตํทิวสํ รญฺโญ ปาตราสํ ภุตฺวา คตตฺตา สายมาเส ภควโต อนุสิฏฺฐินิยาเมน คาถํ อภาสิ. ราชา ทสพลสฺส วจนํ สริตฺวา ภตฺตปิณฺฑํ ปาติยํเยว ฉฑฺเฑสิ. รญฺโญ หตฺเถสุ โธเตสุ ปาตึ อปเนตฺวา สิตฺถานิ คเณตฺวา ตทุปิยํ พฺยญฺชนํ ญตฺวา ปุนทิวเส ตตฺตเก ตณฺฑุเล หรึสุ.

นาฬิโกทนปรมตาย สณฺฐาสีติ โส กิร มาณโว ทิวเส ทิวเส ตถาคตสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ, ทสพลสฺส วิสฺสาสิโก อโหสิ. อถ นํ เอกทิวสํ ปุจฺฉิ ‘‘ราชา กิตฺตกํ ภุญฺชตี’’ติ? โส ‘‘นาฬิโกทน’’นฺติ อาห. วฏฺฏิสฺสติ เอตฺตาวตา ปุริสภาโค เอส, อิโต ปฏฺฐาย คาถํ มา วทีติ. อิติ ราชา ตตฺเถว สณฺฐาสิ. ทิฏฺฐธมฺมิเกน เจว อตฺเถน สมฺปรายิเกน จาติ เอตฺถ สลฺลิขิตสรีรตา ทิฏฺฐธมฺมิกตฺโถ นาม, สีลํ สมฺปรายิกตฺโถ. โภชเน มตฺตญฺญุตา หิ สีลงฺคํ นาม โหตีติ. ตติยํ.

๔. ปฐมสงฺคามสุตฺตวณฺณนา

๑๒๕. จตุตฺเถ เวเทหิปุตฺโตติ เวเทหีติ ปณฺฑิตาธิวจนเมตํ, ปณฺฑิติตฺถิยา ปุตฺโตติ อตฺโถ. จตุรงฺคินินฺติ หตฺถิอสฺสรถปตฺติสงฺขาเตหิ จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ. สนฺนยฺหิตฺวาติ จมฺมปฏิมุญฺจนาทีหิ สนฺนาหํ กาเรตฺวา. สงฺคาเมสุนฺติ ยุชฺฌึสุ. เกน การเณน? มหาโกสลรญฺญา กิร พิมฺพิสารสฺส ธีตรํ เทนฺเตน ทฺวินฺนํ รชฺชานํ อนฺตเร สตสหสฺสุฏฺฐาโน กาสิคาโม นาม ธีตุ ทินฺโน. อชาตสตฺตุนา จ ปิตริ มาริเต มาตาปิสฺส รญฺโญ วิโยคโสเกน นจิรสฺเสว มตา. ตโต ราชา ปเสนทิ โกสโล – ‘‘อชาตสตฺตุนา มาตาปิตโร มาริตา, มยฺหํ ปิตุ สนฺตโก คาโม’’ติ ตสฺสตฺถาย อฑฺฑํ กโรติ. อชาตสตฺตุปิ ‘‘มยฺหํ มาตุ สนฺตโก’’ติ ตสฺส คามสฺสตฺถาย เทฺวปิ มาตุลภาคิเนยฺยา ยุชฺฌึสุ.

ปาปา เทวทตฺตาทโย มิตฺตา อสฺสาติ ปาปมิตฺโต. เตเยวสฺส สหายาติ ปาปสหาโย. เตเสฺววสฺส จิตฺตํ นินฺนํ สมฺปวงฺกนฺติ ปาปสมฺปวงฺโก. ปเสนทิสฺส สาริปุตฺตตฺเถราทีนํ วเสน กลฺยาณมิตฺตาทิตา เวทิตพฺพา. ทุกฺขํ เสตีติ ชิตานิ หตฺถิอาทีนิ อนุโสจนฺโต ทุกฺขํ สยิสฺสติ. อิทํ ภควา ปุน ตสฺส ชยการณํ ทิสฺวา อาห. ชยํ เวรํ ปสวตีติ ชินนฺโต เวรํ ปสวติ, เวริปุคฺคลํ ลภติ. จตุตฺถํ.

๕. ทุติยสงฺคามสุตฺตวณฺณนา

๑๒๖. ปญฺจเม อพฺภุยฺยาสีติ ปราชเย ครหปฺปตฺโต ‘‘อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ กถาสลฺลาปํ สุณาถา’’ติ รตฺติภาเค พุทฺธรกฺขิเตน นาม วุฑฺฒปพฺพชิเตน ธมฺมรกฺขิตสฺส วุฑฺฒปพฺพชิตสฺส ‘‘สเจ ราชา อิมญฺจ อุปายํ กตฺวา คจฺเฉยฺย, ปุน ชิเนยฺยา’’ติ วุตฺตชยการณํ สุตฺวา อภิอุยฺยาสิ.

ยาวสฺส อุปกปฺปตีติ ยาว ตสฺส อุปกปฺปติ สยฺหํ โหติ. ยทา จญฺเญติ ยทา อญฺเญ. วิลุมฺปนฺตีติ ตํ วิลุมฺปิตฺวา ฐิตปุคฺคลํ วิลุมฺปนฺติ. วิลุมฺปตีติ วิลุมฺปิยติ. ฐานํ หิ มญฺญตีติ ‘‘การณ’’นฺติ หิ มญฺญติ. ยทาติ ยสฺมึ กาเล. เชตารํ ลภเต ชยนฺติ ชยนฺโต ปุคฺคโล ปจฺฉา เชตารมฺปิ ลภติ. โรเสตารนฺติ ฆฏฺเฏตารํ. โรสโกติ ฆฏฺฏโก. กมฺมวิวฏฺเฏนาติ กมฺมปริณาเมน, ตสฺส วิลุมฺปนกมฺมสฺส วิปากทาเนน. โส วิลุตฺโต วิลุปฺปตีติ โส วิลุมฺปโก วิลุมฺปิยติ. ปญฺจมํ.

๖. มลฺลิกาสุตฺตวณฺณนา

๑๒๗. ฉฏฺเฐ อุปสงฺกมีติ มลฺลิกาย เทวิยา คพฺภวุฏฺฐานกาเล สูติฆรํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา อารกฺขํ ทตฺวา อุปสงฺกมิ. อนตฺตมโน อโหสีติ, ‘‘ทุคฺคตกุลสฺส เม ธีตุ มหนฺตํ อิสฺสริยํ ทินฺนํ, สเจ ปุตฺตํ อลภิสฺส, มหนฺตํ สกฺการํ อธิคมิสฺส, ตโต ทานิ ปริหีนา’’ติ อนตฺตมโน อโหสิ. เสยฺยาติ ทนฺธปญฺญสฺมา เอลมูคปุตฺตโต เอกจฺจา อิตฺถีเยว เสยฺยา. โปสาติ โปเสหิ. ชนาธิปาติ ชนาธิภุํ ราชานํ อาลปติ. สสฺสุเทวาติ สสฺสุสสุรเทวตา. ทิสมฺปตีติ ทิสาเชฏฺฐกา. ตาทิสา สุภคิยาติ ตาทิสาย สุภริยาย. ฉฏฺฐํ.

๗. อปฺปมาทสุตฺตวณฺณนา

๑๒๘. สตฺตเม สมธิคฺคยฺหาติ สมธิคฺคณฺหิตฺวา, อาทิยิตฺวาติ อตฺโถ. อปฺปมาโทติ การาปกอปฺปมาโท. สโมธานนฺติ สมวธานํ อุปกฺเขปํ. เอวเมว โขติ หตฺถิปทํ วิย หิ การาปกอปฺปมาโท, เสสปทชาตานิ วิย อวเสสา จตุภูมกา กุสลธมฺมา. เต หตฺถิปเท เสสปทานิ วิย อปฺปมาเท สโมธานํ คจฺฉนฺติ, อปฺปมาทสฺส อนฺโต ปริวตฺตนฺติ. ยถา จ หตฺถิปทํ เสสปทานํ อคฺคํ เสฏฺฐํ, เอวํ อปฺปมาโท เสสธมฺมานนฺติ ทสฺเสติ. มหคฺคตโลกุตฺตรธมฺมานมฺปิ เหส ปฏิลาภกฏฺเฐน โลกิโยปิ สมาโน อคฺโคว โหติ.

อปฺปมาทํ ปสํสนฺตีติ ‘‘เอตานิ อายุอาทีนิ ปตฺถยนฺเตน อปฺปมาโทว กาตพฺโพ’’ติ อปฺปมาทเมว ปสํสนฺติ. ยสฺมา วา ปุญฺญกิริยาสุ ปณฺฑิตา อปฺปมาทํ ปสํสนฺติ, ตสฺมา อายุอาทีนิ ปตฺถยนฺเตน อปฺปมาโทว กาตพฺโพติ อตฺโถ. อตฺถาภิสมยาติ อตฺถปฏิลาภา. สตฺตมํ.

๘. กลฺยาณมิตฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๒๙. อฏฺฐเม โส จ โข กลฺยาณมิตฺตสฺสาติ โส จายํ ธมฺโม กลฺยาณมิตฺตสฺเสว สฺวากฺขาโต นาม โหติ, น ปาปมิตฺตสฺสาติ. กิญฺจาปิ หิ ธมฺโม สพฺเพสมฺปิ สฺวากฺขาโตว, กลฺยาณมิตฺตสฺส ปน สุสฺสูสนฺตสฺส สทฺทหนฺตสฺส อตฺถํ ปูเรติ เภสชฺชํ วิย วฬญฺชนฺตสฺส น อิตรสฺสาติ. เตเนตํ วุตฺตํ. ธมฺโมติ เจตฺถ เทสนาธมฺโม เวทิตพฺโพ.

อุปฑฺฒมิทนฺติ เถโร กิร รโหคโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ สมณธมฺโม นาม โอวาทเก อนุสาสเก กลฺยาณมิตฺเต สติ ปจฺจตฺตปุริสกาเร ฐิตสฺส สมฺปชฺชติ, อุปฑฺฒํ กลฺยาณมิตฺตโต โหติ, อุปฑฺฒํ ปจฺจตฺตปุริสการโต’’ติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อหํ ปเทสญาเณ ฐิโต นิปฺปเทสํ จินฺเตตุํ น สกฺโกมิ, สตฺถารํ ปุจฺฉิตฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวมาห. พฺรหฺมจริยสฺสาติ อริยมคฺคสฺส. ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตาติ ยา เอสา กลฺยาณมิตฺตตา นาม, สา อุปฑฺฒํ, ตโต อุปฑฺฒํ อาคจฺฉตีติ อตฺโถ. อิติ เถเรน ‘‘อุปฑฺฒุปฑฺฒา สมฺมาทิฏฺฐิอาทโย กลฺยาณมิตฺตโต อาคจฺฉนฺติ, อุปฑฺฒุปฑฺฒา ปจฺจตฺตปุริสการโต’’ติ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ เถรสฺส อยํ มโนรโถ, ยถา ปน พหูหิ สิลาถมฺเภ อุสฺสาปิเต, ‘‘เอตฺตกํ ฐานํ อสุเกน อุสฺสาปิตํ, เอตฺตกํ อสุเกนา’’ติ วินิพฺโภโค นตฺถิ, ยถา จ มาตาปิตโร นิสฺสาย อุปฺปนฺเนสุ ปุตฺเตสุ ‘‘เอตฺตกํ มาติโต นิพฺพตฺตํ, เอตฺตกํ ปิติโต’’ติ วินิพฺโภโค นตฺถิ, เอวํ อิธาปิ อวินิพฺโภคธมฺโม เหส, ‘‘เอตฺตกํ สมฺมาทิฏฺฐิอาทีนํ กลฺยาณมิตฺตโต นิพฺพตฺตํ, เอตฺตกํ ปจฺจตฺตปุริสการโต’’ติ น สกฺกา ลทฺธุํ, กลฺยาณมิตฺตตาย ปน อุปฑฺฒคุโณ ลพฺภตีติ เถรสฺส อชฺฌาสเยน อุปฑฺฒํ นาม ชาตํ, สกลคุโณ ปฏิลพฺภตีติ ภควโต อชฺฌาสเยน สกลํ นาม ชาตํ. กลฺยาณมิตฺตตาติ เจตํ ปุพฺพภาคปฏิลาภงฺคํ นามาติ คหิตํ. อตฺถโต กลฺยาณมิตฺตํ นิสฺสาย ลทฺธา สีลสมาธิวิปสฺสนาวเสน จตฺตาโร ขนฺธา. สงฺขารกฺขนฺโธติปิ วทนฺติเยว.

มา เหวํ, อานนฺทาติ, อานนฺท, มา เอวํ อภณิ, พหุสฺสุโต ตฺวํ เสขปฏิสมฺภิทปฺปตฺโต อฏฺฐ วเร คเหตฺวา มํ อุปฏฺฐหสิ, จตูหิ อจฺฉริยพฺภุตธมฺเมหิ สมนฺนาคโต, ตาทิสสฺส เอวํ กเถตุํ น วฏฺฏติ. สกลเมว หิทํ, อานนฺท, พฺรหฺมจริยํ, ยทิทํ กลฺยาณมิตฺตตาติ อิทํ ภควา – ‘‘จตฺตาโร มคฺคา จตฺตาริ ผลานิ ติสฺโส วิชฺชา ฉ อภิญฺญา สพฺพํ กลฺยาณมิตฺตมูลกเมว โหตี’’ติ สนฺธายาห. อิทานิ วจีเภเทเนว การณํ ทสฺเสนฺโต กลฺยาณมิตฺตสฺเสตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปาฏิกงฺขนฺติ ปาฏิกงฺขิตพฺพํ อิจฺฉิตพฺพํ, อวสฺสํภาวีติ อตฺโถ.

อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวตีติอาทีสุ อฏฺฐนฺนํ อาทิปทานํเยว ตาว อยํ สงฺเขปวณฺณนา – สมฺมา ทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมา อภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมา ปริคฺคหณลกฺขณา สมฺมาวาจา. สมฺมา สมุฏฺฐาปนลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺมา โวทาปนลกฺขณา สมฺมาอาชีโว. สมฺมา ปคฺคหลกฺขโณ สมฺมาวายาโม. สมฺมา อุปฏฺฐานลกฺขณา สมฺมาสติ. สมฺมา สมาธานลกฺขโณ สมฺมาสมาธิ.

เตสุ เอเกกสฺส ตีณิ กิจฺจานิ โหนฺติ. เสยฺยาถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ ตาว อญฺเญหิปิ อตฺตโน ปจฺจนีกกิเลเสหิ สทฺธึ มิจฺฉาทิฏฺฐึ ปชหติ, นิโรธํ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปสฺสติ ตปฺปฏิจฺฉาทกโมหวิธมนวเสน อสมฺโมหโต. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ตเถว มิจฺฉาสงฺกปฺปาทีนิ จ ปชหนฺติ, นิโรธญฺจ อารมฺมณํ กโรนฺติ. วิเสสโต ปเนตฺถ สมฺมาทิฏฺฐิ สหชาตธมฺเม สมฺมา ทสฺเสติ. สมฺมาสงฺกปฺโป สหชาตธมฺเม อภินิโรเปติ, สมฺมาวาจา สมฺมา ปริคฺคณฺหาติ, สมฺมากมฺมนฺโต สมฺมา สมุฏฺฐาเปติ, สมฺมาอาชีโว สมฺมา โวทาเปติ, สมฺมาวายาโม สมฺมา ปคฺคณฺหาติ, สมฺมาสติ สมฺมา อุปฏฺฐาเปติ, สมฺมาสมาธิ สมฺมา ทหติ.

อปิเจสา สมฺมาทิฏฺฐิ นาม ปุพฺพภาเค นานาขณา นานารมฺมณา โหติ, มคฺคกาเล เอกกฺขณา เอการมฺมณา. กิจฺจโต ปน สมฺมาทิฏฺฐิ ทุกฺเข ญาณนฺติอาทีนิ จตฺตาริ นามานิ ลภติ. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ปุพฺพภาเค นานาขณา นานารมฺมณา โหนฺติ, มคฺคกาเล เอกกฺขณา เอการมฺมณา. เตสุ สมฺมาสงฺกปฺโป กิจฺจโต เนกฺขมฺมสงฺกปฺโปติอาทีนิ ตีณิ นามานิ ลภติ. สมฺมาวาจาทโย ตโย วิรติโยปิ โหนฺติ เจตนาโยปิ, มคฺคกฺขเณ ปน วิรติโยว. สมฺมาวายาโม สมฺมาสตีติ อิทมฺปิ ทฺวยํ กิจฺจโต สมฺมปฺปธานสติปฏฺฐานวเสน จตฺตาริ นามานิ ลภติ. สมฺมาสมาธิ ปน ปุพฺพภาเคปิ มคฺคกฺขเณปิ สมฺมาสมาธิเยว.

เอวํ ตาว ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ’’นฺติอาทินา นเยน วุตฺตานํ อฏฺฐนฺนํ อาทิปทานํเยว อตฺถวณฺณนํ ญตฺวา อิทานิ ภาเวติ วิเวกนิสฺสิตนฺติอาทีสุ เอวํ ญาตพฺโพ. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ, อตฺตโน จิตฺตสนฺตาเน ปุนปฺปุนํ ชเนติ, อภินิพฺพตฺเตตีติ อตฺโถ. วิเวกนิสฺสิตนฺติ วิเวกํ นิสฺสิตํ, วิเวเก วา นิสฺสิตนฺติ วิเวกนิสฺสิตํ. วิเวโกติ วิวิตฺตตา. วิวิตฺตตา จายํ ตทงฺควิเวโก, วิกฺขมฺภน-สมุจฺเฉท-ปฏิปฺปสฺสทฺธิ-นิสฺสรณวิเวโกติ ปญฺจวิโธ. เอวเมตสฺมึ ปญฺจวิเธ วิเวเก. วิเวกนิสฺสิตนฺติ ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตญฺจ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวตีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ตถา หิ อยํ อริยมคฺคภาวนานุยุตฺโต โยคี วิปสฺสนากฺขเณ กิจฺจโต ตทงฺควิเวกนิสฺสิตํ, อชฺฌาสยโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ, มคฺคกาเล ปน กิจฺจโต สมุจฺเฉทวิเวกนิสฺสิตํ, อารมฺมณโต นิสฺสรณวิเวกนิสฺสิตํ สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวติ. เอส นโย วิราคนิสฺสิตาทีสุ. วิเวกตฺถา เอว หิ วิราคาทโย.

เกวลญฺเจตฺถ โวสฺสคฺโค ทุวิโธ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโค จ ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโค จาติ. ตตฺถ ปริจฺจาคโวสฺสคฺโคติ วิปสฺสนากฺขเณ จ ตทงฺควเสน, มคฺคกฺขเณ จ สมุจฺเฉทวเสน กิเลสปฺปหานํ. ปกฺขนฺทนโวสฺสคฺโคติ วิปสฺสนากฺขเณ ตนฺนินฺนภาเวน, มคฺคกฺขเณ ปน อารมฺมณกรเณน นิพฺพานปกฺขนฺทนํ, ตทุภยมฺปิ อิมสฺมึ โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสเก อตฺถวณฺณนานเย วฏฺฏติ. ตถา หิ อยํ สมฺมาทิฏฺฐิ ยถาวุตฺเตน ปกาเรน กิเลเส จ ปริจฺจชติ, นิพฺพานญฺจ ปกฺขนฺทติ.

โวสฺสคฺคปริณามินฺติ อิมินา ปน สกเลน วจเนน โวสฺสคฺคตฺถํ ปริณมนฺตํ ปริณตญฺจ, ปริปจฺจนฺตํ ปริปกฺกญฺจาติ อิทํ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ อริยมคฺคภาวนานุยุตฺโต ภิกฺขุ ยถา สมฺมาทิฏฺฐิ กิเลสปริจฺจาคโวสฺสคฺคตฺถํ นิพฺพานปกฺขนฺทนโวสฺสคฺคตฺถญฺจ ปริปจฺจติ, ยถา จ ปริปกฺกา โหติ, ตถา นํ ภาเวตีติ. เอส นโย เสสมคฺคงฺเคสุ.

อาคมฺมาติ อารพฺภ สนฺธาย ปฏิจฺจ. ชาติธมฺมาติ ชาติสภาวา ชาติปกติกา. ตสฺมาติ ยสฺมา สกโล อริยมคฺโคปิ กลฺยาณมิตฺตํ นิสฺสาย ลพฺภติ, ตสฺมา. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. อปฺปมาทํ ปสํสนฺตีติ อปฺปมาทํ วณฺณยนฺติ, ตสฺมา อปฺปมาโท กาตพฺโพ. อตฺถาภิสมยาติ อตฺถปฏิลาภา. อฏฺฐมํ.

๙. ปฐมอปุตฺตกสุตฺตวณฺณนา

๑๓๐. นวเม ทิวา ทิวสฺสาติ ทิวสสฺส ทิวา, มชฺฌนฺหิกสมเยติ อตฺโถ. สาปเตยฺยนฺติ ธนํ. โก ปน วาโท รูปิยสฺสาติ สุวณฺณรชตตมฺพโลหกาฬโลหผาลกจฺฉปกาทิเภทสฺส ฆนกตสฺส เจว ปริโภคภาชนาทิเภทสฺส จ รูปิยภณฺฑสฺส ปน โก วาโท? ‘‘เอตฺตกํ นามา’’ติ กา ปริจฺเฉทกถาติ อตฺโถ. กณาชกนฺติ สกุณฺฑกภตฺตํ. พิลงฺคทุติยนฺติ กญฺชิกทุติยํ. สาณนฺติ สาณวากมยํ. ติปกฺขวสนนฺติ ตีณิ ขณฺฑานิ ทฺวีสุ ฐาเนสุ สิพฺพิตฺวา กตนิวาสนํ.

อสปฺปุริโสติ ลามกปุริโส. อุทฺธคฺคิกนฺติอาทีสุ อุปรูปริภูมีสุ ผลทานวเสน อุทฺธํ อคฺคมสฺสาติ อุทฺธคฺคิกา. สคฺคสฺส หิตา ตตฺรุปปตฺติชนนโตติ โสวคฺคิกา. นิพฺพตฺตฏฺฐาเนสุ สุโข วิปาโก อสฺสาติ สุขวิปากา. สุฏฺฐุ อคฺคานํ ทิพฺพวณฺณาทีนํ วิเสสานํ นิพฺพตฺตนโต สคฺคสํวตฺตนิกา. เอวรูปํ ทกฺขิณทานํ น ปติฏฺฐาเปตีติ.

สาโตทกาติ มธุโรทกา. เสตฺโตทกาติ วีจีนํ ภินฺนฏฺฐาเน อุทกสฺส เสตตาย เสโตทกา. สุปติตฺถาติ สุนฺทรติตฺถา. ตํ ชโนติ เยน อุทเกน สาโตทกา, ตํ อุทกํ ชโน ภาชนานิ ปูเรตฺวา เนว หเรยฺย. น ยถาปจฺจยํ วา กเรยฺยาติ, ยํ ยํ อุทเกน อุทกกิจฺจํ กาตพฺพํ, ตํ ตํ น กเรยฺย. ตทเปยฺยมานนฺติ ตํ อเปยฺยมานํ. กิจฺจกโร จ โหตีติ อตฺตนา กตฺตพฺพกิจฺจกโร เจว กุสลกิจฺจกโร จ, ภุญฺชติ จ, กมฺมนฺเต จ ปโยเชติ, ทานญฺจ เทตีติ อตฺโถ. นวมํ.

๑๐. ทุติยอปุตฺตกสุตฺตวณฺณนา

๑๓๑. ทสเม ปิณฺฑปาเตน ปฏิปาเทสีติ ปิณฺฑปาเตน สทฺธึ สํโยเชสิ, ปิณฺฑปาตํ อทาสีติ อตฺโถ. ปกฺกามีติ เกนจิเทว ราชุปฏฺฐานาทินา กิจฺเจน คโต. ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อโหสีติ โส กิร อญฺเญสุปิ ทิวเสสุ ตํ ปจฺเจกสมฺพุทฺธํ ปสฺสติ, ทาตุํ ปนสฺส จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ. ตสฺมึ ปน ทิวเส อยํ ปทุมวติเทวิยา ตติยปุตฺโต ตคฺครสิขี ปจฺเจกพุทฺโธ คนฺธมาทนปพฺพเต ผลสมาปตฺติสุเขน วีตินาเมตฺวา ปุพฺพณฺหสมเย วุฏฺฐาย อโนตตฺตทเห มุขํ โธวิตฺวา มโนสิลาตเล นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อภิญฺญาปาทกํ จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา อิทฺธิยา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา นครทฺวาเร โอรุยฺห จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตมาทาย นครวาสีนํ ฆรทฺวาเรสุ สหสฺสภณฺฑิกํ ฐเปนฺโต วิย ปาสาทิเกหิ อภิกฺกนฺตาทีหิ อนุปุพฺเพน เสฏฺฐิโน ฆรทฺวารํ สมฺปตฺโต. ตํทิวสญฺจ เสฏฺฐิ ปาโตว อุฏฺฐาย ปณีตโภชนํ ภุญฺชิตฺวา, ฆรทฺวารโกฏฺฐเก อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา, ทนฺตนฺตรานิ โสเธนฺโต นิสินฺโน โหติ. โส ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา, ตํทิวสํ ปาโต ภุตฺวา นิสินฺนตฺตา ทานจิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา, ภริยํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อิมสฺส สมณสฺส ปิณฺฑปาตํ เทหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.

เสฏฺฐิภริยา จินฺเตสิ – ‘‘มยา เอตฺตเกน กาเลน อิมสฺส ‘เทถา’ติ วจนํ น สุตปุพฺพํ, ทาเปนฺโตปิ จ อชฺช น ยสฺส วา ตสฺส วา ทาเปติ, วีตราคโทสโมหสฺส วนฺตกิเลสสฺส โอหิตภารสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ทาเปติ, ยํ วา ตํ วา อทตฺวา ปณีตํ ปิณฺฑปาตํ ทสฺสามี’’ติ, ฆรา นิกฺขมฺม ปจฺเจกพุทฺธํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทิตฺวา ปตฺตํ อาทาย อนฺโตนิเวสเน ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา สุปริสุทฺเธหิ สาลิตณฺฑุเลหิ ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา ตทนุรูปํ ขาทนียํ พฺยญฺชนํ สุเปยฺยญฺจ สลฺลกฺเขตฺวา ปตฺตํ ปูเรตฺวา พหิ คนฺเธหิ สมลงฺกริตฺวา ปจฺเจกพุทฺธสฺส หตฺเถสุ ปติฏฺฐเปตฺวา วนฺทิ. ปจฺเจกพุทฺโธ – ‘‘อญฺเญสมฺปิ ปจฺเจกพุทฺธานํ สงฺคหํ กริสฺสามี’’ติ อปริภุญฺชิตฺวาว อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. โสปิ โข เสฏฺฐิ พาหิรโต อาคจฺฉนฺโต ปจฺเจกพุทฺธํ ทิสฺวา มยํ ‘‘ตุมฺหากํ ปิณฺฑปาตํ เทถา’’ติ วตฺวา ปกฺกนฺตา, อปิ โว ลทฺโธติ? อาม, เสฏฺฐิ ลทฺโธติ. ‘‘ปสฺสามี’’ติ คีวํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกสิ. อถสฺส ปิณฺฑปาตคนฺโธ อุฏฺฐหิตฺวา นาสาปุฏํ ปหริ. โส จิตฺตํ สํยเมตุํ อสกฺโกนฺโต ปจฺฉา วิปฺปฏิสารี อาโหสีติ.

วรเมตนฺติอาทิ วิปฺปฏิสารสฺส อุปฺปนฺนาการทสฺสนํ. ภาตุ จ ปน เอกปุตฺตกํ สาปเตยฺยสฺส การณา ชีวิตา โวโรเปสีติ ตทา กิรสฺส อวิภตฺเตเยว กุฏุมฺเพ มาตาปิตโร จ เชฏฺฐภาตา จ กาลมกํสุ. โส ภาตุชายาย สทฺธึเยว สํวาสํ กปฺเปสิ. ภาตุ ปนสฺส เอโก ปุตฺโต โหติ, ตํ วีถิยา กีฬนฺตํ มนุสฺสา วทนฺติ – ‘‘อยํ ทาโส อยํ ทาสี อิทํ ยานํ อิทํ ธนํ ตว สนฺตก’’นฺติ. โส เตสํ กถํ คเหตฺวา – ‘‘อยํ ทาโส มยฺหํ สนฺตก’’นฺติอาทีนิ กเถติ.

อถสฺส จูฬปิตา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ทารโก อิทาเนว เอวํ กเถสิ, มหลฺลกกาเล กุฏุมฺพํ มชฺเฌ ภินฺทาเปยฺย, อิทาเนวสฺส กตฺตพฺพํ กริสฺสามี’’ติ เอกทิวสํ วาสึ อาทาย – ‘‘เอหิ ปุตฺต, อรญฺญํ คจฺฉามา’’ติ ตํ อรญฺญํ เนตฺวา วิรวนฺตํ วิรวนฺตํ มาเรตฺวา อาวาเฏ ปกฺขิปิตฺวา ปํสุนา ปฏิจฺฉาเทสิ. อิทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สตฺตกฺขตฺตุนฺติ สตฺตวาเร. ปุพฺพปจฺฉิมเจตนาวเสน เจตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เอกปิณฺฑปาตทานสฺมิญฺหิ เอกาว เจตนา เทฺว ปฏิสนฺธิโย น เทติ, ปุพฺพปจฺฉิมเจตนาหิ ปเนส สตฺตกฺขตฺตุํ สคฺเค, สตฺตกฺขตฺตุํ เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺโต. ปุราณนฺติ ปจฺเจกสมฺพุทฺธสฺส ทินฺนปิณฺฑปาตเจตนากมฺมํ.

ปริคฺคหนฺติ ปริคฺคหิตวตฺถุ. อนุชีวิโนติ เอกํ มหากุลํ นิสฺสาย ปณฺณาสมฺปิ สฏฺฐิปิ กุลานิ ชีวนฺติ, เต มนุสฺเส สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สพฺพํ นาทาย คนฺตพฺพนฺติ สพฺพเมตํ น อาทิยิตฺวา คนฺตพฺพํ. สพฺพํ นิกฺขิปฺปคามินนฺติ สพฺพเมตํ นิกฺขิปฺปสภาวํ, ปริจฺจชิตพฺพสภาวเมวาติ อตฺโถ. ทสมํ.

ทุติโย วคฺโค.