๓. ตติยวคฺโค

๑. ปุคฺคลสุตฺตวณฺณนา

๑๓๒. ตติยวคฺคสฺส ปฐเม ‘‘นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทิเกน ตเมน ยุตฺโตติ ตโม. กายทุจฺจริตาทีหิ ปุน นิรยตมูปคมนโต ตมปรายโณ. อิติ อุภเยนปิ ขนฺธตโมว กถิโต โหติ. ‘‘อุจฺเจ กุเล ปจฺจาชาโต’’ติอาทิเกน โชตินา ยุตฺตโต โชติ, อาโลกีภูโตติ วุตฺตํ โหติ. กายสุจริตาทีหิ ปุน สคฺคูปปตฺติโชติภาวูปคมนโต โชติปรายโณ. อิมินา นเยน อิตเรปิ เทฺว เวทิตพฺพา.

เวนกุเลติ วิลีวการกุเล. เนสาทกุเลติ มิคลุทฺทกาทีนํ กุเล. รถการกุเลติ จมฺมการกุเล. ปุกฺกุสกุเลติ ปุปฺผฉฑฺฑกกุเล. กสิรวุตฺติเกติ ทุกฺขวุตฺติเก. ทุพฺพณฺโณติ ปํสุปิสาจโก วิย ฌามขาณุวณฺโณ. ทุทฺทสิโกติ วิชาตมาตุยาปิ อมนาปทสฺสโน. โอโกฏิมโกติ ลกุณฺฑโก. กาโณติ เอกกฺขิกาโณ วา อุภยกฺขิกาโณ วา. กุณีติ เอกหตฺถกุณี วา อุภยหตฺถกุณี วา. ขญฺโชติ เอกปาทขญฺโช วา อุภยปาทขญฺโช วา. ปกฺขหโตติ หตปกฺโข ปีฐสปฺปี. ปทีเปยฺยสฺสาติ เตลกปลฺลกาทิโน ปทีปอุปกรณสฺส. เอวํ โข, มหาราชาติ เอตฺถ เอโก ปุคฺคโล พหิทฺธา อาโลกํ อทิสฺวา มาตุกุจฺฉิสฺมึเยว กาลํ กตฺวา อปาเยสุ นิพฺพตฺตนฺโต สกลํ กปฺปมฺปิ สํสรติ, โสปิ ตโมตมปรายโณว. โส ปน กุหกปุคฺคโล ภเวยฺย. กุหกสฺส หิ เอวรูปา นิพฺพตฺติ โหตีติ วุตฺตํ.

เอตฺถ จ ‘‘นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ จณฺฑาลกุเล วา’’ติอาทีหิ อาคมนวิปตฺติ เจว ปุพฺพุปฺปนฺนปจฺจยวิปตฺติ จ ทสฺสิตา. ทลิทฺเทติอาทีหิ ปวตฺตปจฺจยวิปตฺติ. กสิรวุตฺติเกติอาทีหิ อาชีวุปายวิปตฺติ. ทุพฺพณฺโณติอาทีหิ อตฺตภาววิปตฺติ. พวฺหาพาโธติอาทีหิ ทุกฺขการณสมาโยโค. น ลาภีติอาทีหิ สุขการณวิปตฺติ เจว อุปโภควิปตฺติ จ. กาเยน ทุจฺจริตนฺติอาทีหิ ตมปรายณภาวสฺส การณสมาโยโค. กายสฺส เภทาติอาทีหิ สมฺปรายิกตมูปคโม. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺโพ.

อกฺโกสตีติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสติ. ปริภาสตีติ, ‘‘กสฺมา ติฏฺฐถ? กึ ตุเมฺหหิ อมฺหากํ กสิกมฺมาทีนิ กตานี’’ติอาทีหิ? ปริภววจเนหิ ปริภาสติ. โรสโกติ ฆฏฺฏโก. อพฺยคฺคมนโสติ เอกคฺคจิตฺโต. ปฐมํ.

๒. อยฺยิกาสุตฺตวณฺณนา

๑๓๓. ทุติเย ชิณฺณาติ ชราชิณฺณา. วุฑฺฒาติ วโยวุฑฺฒา. มหลฺลิกาติ ชาติมหลฺลิกา. อทฺธคตาติ อทฺธํ จิรกาลํ อติกฺกนฺตา. วโยอนุปฺปตฺตาติ ปจฺฉิมวยํ สมฺปตฺตา. ปิยา มนาปาติ รญฺโญ กิร มาตริ มตาย อยฺยิกา มาตุฏฺฐาเน ฐตฺวา ปฏิชคฺคิ, เตนสฺส อยฺยิกาย พลวเปมํ อุปฺปชฺชิ. ตสฺมา เอวมาห. หตฺถิรตเนนาติ สตสหสฺสคฺฆนโก หตฺถี สตสหสฺสคฺฆนเกน อลงฺกาเรน อลงฺกโต หตฺถิรตนํ นาม. อสฺสรตเนปิ เอเสว นโย. คามวโรปิ สตสหสฺสุฏฺฐานกคาโมว. สพฺพานิ ตานิ เภทนธมฺมานีติ เตสุ หิ กิญฺจิ กริยมานเมว ภิชฺชติ, กิญฺจิ กตปริโยสิตํ จกฺกโต อนปนีตเมว, กิญฺจิ อปเนตฺวา ภูมิยํ ฐปิตมตฺตํ, กิญฺจิ ตโต ปรํ, เอวเมว สตฺเตสุปิ โกจิ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา มรติ, โกจิ มูฬฺหคพฺภาย มาตริ มาตุกุจฺฉิโต อนิกฺขนฺโตว, โกจิ นิกฺขนฺตมตฺโต, โกจิ ตโต ปรนฺติ. ตสฺมา เอวมาห. ทุติยํ.

๑๓๔. ตติเย สพฺพํ อุตฺตานเมว. ตติยํ.

๔. อิสฺสตฺตสุตฺตวณฺณนา

๑๓๕. จตุตฺถสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป. ภควโต กิร ปฐมโพธิยํ มหาลาภสกฺกาโร อุทปาทิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ. ติตฺถิยา หตลาภสกฺการา หุตฺวา กุเลสุ เอวํ กนฺเถนฺตา วิจรนฺติ – ‘‘สมโณ โคตโม เอวมาห, ‘มยฺหเมว ทานํ ทาตพฺพํ, น อญฺเญสํ ทานํ ทาตพฺพํ. มยฺหเมว สาวกานํ ทานํ ทาตพฺพํ, น อญฺเญสํ สาวกานํ ทานํ ทาตพฺพํ. มยฺหเมว ทินฺนํ มหปฺผลํ, น อญฺเญสํ ทินฺนํ มหปฺผลํ. มยฺหเมว สาวกานํ ทินฺนํ มหปฺผลํ, น อญฺเญสํ สาวกานํ ทินฺนํ มหปฺผล’นฺติ. ยุตฺตํ นุ โข สยมฺปิ ภิกฺขาจารนิสฺสิเตน ปเรสํ ภิกฺขาจารนิสฺสิตานํ จตุนฺนํ ปจฺจยานํ อนฺตรายํ กาตุํ, อยุตฺตํ กโรติ อนนุจฺฉวิก’’นฺติ. สา กถา ปตฺถรมานา ราชกุลํ สมฺปตฺตา. ราชา สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อฏฺฐานเมตํ ยํ ตถาคโต ปเรสํ ลาภนฺตรายํ กเรยฺย. เอเต ตถาคตสฺส อลาภาย อยสาย ปริสกฺกนฺติ. สจาหํ อิเธว ฐตฺวา ‘มา เอวํ อโวจุตฺถ, น สตฺถา เอวํ กเถตี’ติ วเทยฺยํ, เอวํ สา กถา นิชฺฌตฺตึ น คจฺเฉยฺย, อิมสฺส มหาชนสฺส สนฺนิปติตกาเลเยว นํ นิชฺฌาเปสฺสามี’’ติ เอกํ ฉณทิวสํ อาคเมนฺโต ตุณฺหี อโหสิ.

อปเรน สมเยน มหาฉเณ สมฺปตฺเต ‘‘อยํ อิมสฺส กาโล’’ติ นคเร เภรึ จราเปสิ – ‘‘สทฺธา วา อสฺสทฺธา วา สมฺมาทิฏฺฐิกา วา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา วา เคหรกฺขเก ทารเก วา มาตุคาเม วา ฐเปตฺวา อวเสสา เย วิหารํ นาคจฺฉนฺติ, ปญฺญาสํ ทณฺโฑ’’ติ. สยมฺปิ ปาโตว นฺหตฺวา กตปาตราโส สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิโต มหตา พลกาเยน สทฺธึ วิหารํ อคมาสิ. คจฺฉนฺโต จ จินฺเตสิ – ‘‘ภควา ตุเมฺห กิร เอวํ วทถ ‘มยฺหเมว ทานํ ทาตพฺพํ…เป… น อญฺเญสํ สาวกานํ ทินฺนํ มหปฺผล’นฺติ เอวํ ปุจฺฉิตุํ อยุตฺตํ, ปญฺหเมว ปุจฺฉิสฺสามิ, ปญฺหํ กเถนฺโต จ เม ภควา อวสาเน ติตฺถิยานํ วาทํ ภญฺชิสฺสตี’’ติ. โส ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต กตฺถ นุ โข, ภนฺเต, ทานํ ทาตพฺพนฺติ อาห. ยตฺถาติ ยสฺมึ ปุคฺคเล จิตฺตํ ปสีทติ, ตสฺมึ ทาตพฺพํ, ตสฺส วา ทาตพฺพนฺติ อตฺโถ.

เอวํ วุตฺเต ราชา เยหิ มนุสฺเสหิ ติตฺถิยานํ วจนํ อาโรจิตํ, เต โอโลเกสิ. เต รญฺญา โอโลกิตมตฺตาว มงฺกุภูตา อโธมุขา ปาทงฺคุฏฺฐเกน ภูมึ เลขมานา อฏฺฐํสุ. ราชา – ‘‘เอกปเทเนว, ภนฺเต, หตา ติตฺถิยา’’ติ มหาชนํ สาเวนฺโต มหาสทฺเทน อภาสิ. เอวญฺจ ปน ภาสิตฺวา – ‘‘ภควา จิตฺตํ นาม นิคณฺฐาเจลกปริพฺพาชกาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ปสีทติ, กตฺถ ปน, ภนฺเต, ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ ปุจฺฉิ. อญฺญํ โข เอตนฺติ, ‘‘มหาราช, อญฺญํ ตยา ปฐมํ ปุจฺฉิตํ, อญฺญํ ปจฺฉา, สลฺลกฺเขหิ เอตํ, ปญฺหากถนํ ปน มยฺหํ ภาโร’’ติ วตฺวา สีลวโต โขติอาทิมาห. ตตฺถ อิธ ตฺยสฺสาติ อิธ เต อสฺส. สมุปพฺยูโฬฺหติ ราสิภูโต. อสิกฺขิโตติ ธนุสิปฺเป อสิกฺขิโต. อกตหตฺโถติ มุฏฺฐิพนฺธาทิวเสน อสมฺปาทิตหตฺโถ. อกตโยคฺโคติ ติณปุญฺชมตฺติกาปุญฺชาทีสุ อกตปริจโย. อกตูปาสโนติ ราชราชมหามตฺตานํ อทสฺสิตสรกฺเขโป. ฉมฺภีติ ปเวธิตกาโย.

กามจฺฉนฺโท ปหีโนติอาทีสุ อรหตฺตมคฺเคน กามจฺฉนฺโท ปหีโน โหติ, อนาคามิมคฺเคน พฺยาปาโท, อรหตฺตมคฺเคเนว ถินมิทฺธํ, ตถา อุทฺธจฺจํ, ตติเยเนว กุกฺกุจฺจํ, ปฐมมคฺเคน วิจิกิจฺฉา ปหีนา โหติ. อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธนาติ อเสกฺขสฺส สีลกฺขนฺโธ อเสกฺโข สีลกฺขนฺโธ นาม. เอส นโย สพฺพตฺถ. เอตฺถ จ ปุริเมหิ จตูหิ ปเทหิ โลกิยโลกุตฺตรสีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติโย กถิตา. วิมุตฺติญาณทสฺสนํ ปจฺจเวกฺขณญาณํ โหติ, ตํ โลกิยเมว.

อิสฺสตฺตนฺติ อุสุสิปฺปํ. พลวีริยนฺติ เอตฺถ พลํ นาม วาโยธาตุ, วีริยํ กายิกเจตสิกวีริยเมว. ภเรติ ภเรยฺย. นาสูรํ ชาติปจฺจยาติ, ‘‘อยํ ชาติสมฺปนฺโน’’ติ เอวํ ชาติการณา อสูรํ น ภเรยฺย.

ขนฺติโสรจฺจนฺติ เอตฺถ ขนฺตีติ อธิวาสนขนฺติ, โสรจฺจนฺติ อรหตฺตํ. ธมฺมาติ เอเต เทฺว ธมฺมา. อสฺสเมติ อาวสเถ. วิวเนติ อรญฺญฏฺฐาเน, นิรุทเก อรญฺเญ จตุรสฺสโปกฺขรณิอาทีนิ การเยติ อตฺโถ. ทุคฺเคติ วิสมฏฺฐาเน. สงฺกมนานีติ ปณฺณาสหตฺถสฏฺฐิหตฺถานิ สโมกิณฺณปริสุทฺธวาลิกานิ สงฺกมนานิ กเรยฺย.

อิทานิ เอเตสุ อรญฺญเสนาสเนสุ วสนฺตานํ ภิกฺขูนํ ภิกฺขาจารวตฺตํ อาจิกฺขนฺโต อนฺนํ ปานนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เสนาสนานีติ มญฺจปีฐาทีนิ. วิปฺปสนฺเนนาติ ขีณาสวสฺส เทนฺโตปิ สกงฺเขน กิเลสมลิเนน จิตฺเตน อทตฺวา วิปฺปสนฺเนเนว จิตฺเตน ทเทยฺย. ถนยนฺติ คชฺชนฺโต. สตกฺกกูติ สตสิขโร, อเนกกูโฏติ อตฺโถ. อภิสงฺขจฺจาติ อภิสงฺขริตฺวา สโมธาเนตฺวา ราสึ กตฺวา.

อาโมทมาโนติ ตุฏฺฐมานโส หุตฺวา. ปกิเรตีติ ทานคฺเค วิจิรติ, ปกิรนฺโต วิย วา ทานํ เทติ. ปุญฺญธาราติ อเนกทานเจตนามยา ปุญฺญธารา. ทาตารํ อภิวสฺสตีติ ยถา อากาเส สมุฏฺฐิตเมฆโต นิกฺขนฺตา อุทกธารา ปถวึ สิเนหยนฺตี เตเมนฺตี กิเลทยนฺตี อภิวสฺสติ, เอวเมว อยมฺปิ ทายกสฺส อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนา ปุญฺญธารา ตเมว ทาตารํ อนฺโต สิเนเหติ ปูเรติ อภิสนฺเทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทาตารํ อภิวสฺสตี’’ติ. จตุตฺถํ.

๕. ปพฺพตูปมสุตฺตวณฺณนา

๑๓๖. ปญฺจเม มุทฺธาวสิตฺตานนฺติ ขตฺติยาภิเสเกน มุทฺธนิ อวสิตฺตานํ กตาภิเสกานํ. กามเคธปริยุฏฺฐิตานนฺติ กาเมสุ เคเธน ปริยุฏฺฐิตานํ อภิภูตานํ. ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺตานนฺติ ชนปเท ถิรภาวปฺปตฺตานํ. ราชกรณียานีติ ราชกมฺมานิ ราชูหิ กตฺตพฺพกิจฺจานิ. เตสุ ขฺวาหนฺติ เตสุ อหํ. อุสุกฺกมาปนฺโนติ พฺยาปารํ อาปนฺโน. เอส กิร ราชา ทิวสสฺส ติกฺขตฺตุํ ภควโต อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, อนฺตราคมนานิ พหูนิปิ โหนฺติ. ตสฺส นิพทฺธํ คจฺฉโต พลกาโย มหาปิ โหติ อปฺโปปิ. อเถกทิวสํ ปญฺจสตา โจรา จินฺตยึสุ – ‘‘อยํ ราชา อเวลาย อปฺเปน พเลน สมณสฺส โคตมสฺส อุปฏฺฐานํ คจฺฉติ, อนฺตรามคฺเค นํ คเหตฺวา รชฺชํ คณฺหิสฺสามา’’ติ. เต อนฺธวเน นิลียึสุ. ราชาโน จ นาม มหาปุญฺญา โหนฺติ. อถ เตสํเยว อพฺภนฺตรโต เอโก ปุริโส นิกฺขมิตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา มหนฺตํ พลกายํ อาทาย อนฺธวนํ ปริวาเรตฺวา เต สพฺเพ คเหตฺวา อนฺธวนโต ยาว นครทฺวารา มคฺคสฺส อุโภสุ ปสฺเสสุ ยถา อญฺญมญฺญํ จกฺขุนา จกฺขุํ อุปนิพนฺธิตฺวา โอโลเกนฺติ, เอวํ อาสนฺนานิ สูลานิ โรปาเปตฺวา สูเลสุ อุตฺตาเสสิ. อิทํ สนฺธาย เอวมาห.

อถ สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ วกฺขามิ, ‘มหาราช, มาทิเส นาม สมฺมาสมฺพุทฺเธ ธุรวิหาเร วสนฺเต ตยา เอวรูปํ ทารุณํ กมฺมํ กตํ, อยุตฺตํ เต กต’นฺติ, อถายํ ราชา มงฺกุ หุตฺวา สนฺถมฺภิตุํ น สกฺกุเณยฺย, ปริยาเยน ธมฺมํ กเถนฺตสฺเสว เม สลฺลกฺเขสฺสตี’’ติ ธมฺมเทสนํ อารภนฺโต ตํ กึ มญฺญสีติอาทิมาห. ตตฺถ สทฺธายิโกติ สทฺธาตพฺโพ, ยสฺส ตฺวํ วจนํ สทฺทหสีติ อตฺโถ. ปจฺจยิโกติ ตสฺเสว เววจนํ, ยสฺส วจนํ ปตฺติยายสีติ อตฺโถ. อพฺภสมนฺติ อากาสสมํ. นิปฺโปเถนฺโต อาคจฺฉตีติ ปถวิตลโต ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา สพฺเพ สตฺเต สณฺหกรณียํ ติณจุณฺณํ วิย กโรนฺโต ปิสนฺโต อาคจฺฉติ.

อญฺญตฺร ธมฺมจริยายาติ ฐเปตฺวา ธมฺมจริยํ อญฺญํ กาตพฺพํ นตฺถิ, ทสกุสลกมฺมปถสงฺขาตา ธมฺมจริยาว กตฺตพฺพา, ภนฺเตติ – สมจริยาทีนิ ตสฺเสว เววจนานิ. อาโรเจมีติ อาจิกฺขามิ. ปฏิเวทยามีติ ชานาเปมิ. อธิวตฺตตีติ อชฺโฌตฺถรติ. หตฺถิยุทฺธานีติ นาฬาคิริสทิเส เหมกปฺปเน นาเค อภิรุยฺห ยุชฺฌิตพฺพยุทฺธานิ. คตีติ นิปฺผตฺติ. วิสโยติ โอกาโส, สมตฺถภาโว วา. น หิ สกฺกา เตหิ ชรามรณํ ปฏิพาหิตุํ. มนฺติโน มหามตฺตาติ มนฺตสมฺปนฺนา มโหสธวิธุรปณฺฑิตาทิสทิสา มหาอมจฺจา. ภูมิคตนฺติ มหาโลหกุมฺภิโย ปูเรตฺวา ภูมิยํ ฐปิตํ. เวหาสฏฺฐนฺติ จมฺมปสิพฺพเก ปูเรตฺวา ตุลาสงฺฆาฏาทีสุ ลคฺเคตฺวา เจว นิยฺยุหาทีสุ จ ปูเรตฺวา ฐปิตํ. อุปลาเปตุนฺติ อญฺญมญฺญํ ภินฺทิตุํ. ยถา เทฺว ชนา เอเกน มคฺเคน น คจฺฉนฺติ เอวํ กาตุํ.

นภํ อาหจฺจาติ อากาสํ ปูเรตฺวา. เอวํ ชรา จ มจฺจุ จาติ อิธ เทฺวเยว ปพฺพตา คหิตา, ราโชวาเท ปน ‘‘ชรา อาคจฺฉติ สพฺพโยพฺพนํ วิลุมฺปมานา’’ติ เอวํ ชรา มรณํ พฺยาธิ วิปตฺตีติ จตฺตาโรเปเต อาคตาว. ตสฺมาติ ยสฺมา หตฺถิยุทฺธาทีหิ ชรามรณํ ชินิตุํ น สกฺกา, ตสฺมา. สทฺธํ นิเวสเยติ สทฺธํ นิเวเสยฺย, ปติฏฺฐาเปยฺยาติ. ปญฺจมํ.

ตติโย วคฺโค.

อิติ สารตฺถปฺปกาสินิยา

สํยุตฺตนิกาย-อฏฺฐกถาย

โกสลสํยุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.