๒. ปญฺจราชสุตฺตวณฺณนา

๑๒๓. ทุติเย รูปาติ นีลปีตาทิเภทํ รูปารมฺมณํ. กามานํ อคฺคนฺติ เอตํ กามานํ อุตฺตมํ เสฏฺฐนฺติ รูปครุโก อาห. เสเสสุปิ เอเสว นโย. ยโตติ ยทา. มนาปปริยนฺตนฺติ มนาปนิปฺผตฺติกํ มนาปโกฏิกํ. ตตฺถ เทฺว มนาปานิ ปุคฺคลมนาปํ สมฺมุติมนาปญฺจ. ปุคฺคลมนาปํ นาม ยํ เอกสฺส ปุคฺคลสฺส อิฏฺฐํ กนฺตํ โหติ, ตเทว อญฺญสฺส อนิฏฺฐํ อกนฺตํ. ปจฺจนฺตวาสีนญฺหิ คณฺฑุปฺปาทาปิ อิฏฺฐา โหนฺติ กนฺตา มนาปา, มชฺฌิมเทสวาสีนํ อติเชคุจฺฉา. เตสญฺจ โมรมํสาทีนิ อิฏฺฐานิ โหนฺติ, อิตเรสํ ตานิ อติเชคุจฺฉานิ. อิทํ ปุคฺคลมนาปํ. อิตรํ สมฺมุติมนาปํ.

อิฏฺฐานิฏฺฐารมฺมณํ นาม โลเก ปฏิวิภตฺตํ นตฺถิ, วิภชิตฺวา ปน ทสฺเสตพฺพํ. วิภชนฺเตน จ น อติอิสฺสรานํ มหาสมฺมตมหาสุทสฺสนธมฺมาโสกาทีนํ วเสน วิภชิตพฺพํ. เตสญฺหิ ทิปฺปกปฺปมฺปิ อารมฺมณํ อมนาปํ อุปฏฺฐาติ. อติทุคฺคตานํ ทุลฺลภนฺนปานานํ วเสนปิ น วิภชิตพฺพํ. เตสญฺหิ กณาชกภตฺตสิตฺถานิปิ ปูติมํสสฺส รโสปิ อติมธุโร อมตสทิโส โหติ. มชฺฌิมานํ ปน คณกมหามตฺตเสฏฺฐิ กุฏุมฺพิกวาณิชาทีนํ กาเลน อิฏฺฐํ กาเลน อนิฏฺฐํ ลภมานานํ วเสน วิภชิตพฺพํ. ตญฺจ ปเนตํ อารมฺมณํ ชวนํ ปริจฺฉินฺทิตุํ น สกฺโกติ. ชวนญฺหิ อิฏฺเฐปิ รชฺชติ อนิฏฺเฐปิ, อิฏฺเฐปิ ทุสฺสติ อนิฏฺเฐปิ. เอกนฺตโต ปน วิปากจิตฺตํ อิฏฺฐานิฏฺฐํ ปริจฺฉินฺทติ. กิญฺจาปิ หิ มิจฺฉาทิฏฺฐิกา พุทฺธํ วา สงฺฆํ วา มหาเจติยาทีนิ วา อุฬารานิ อารมฺมณานิ ทิสฺวา อกฺขีนิ ปิทหนฺติ โทมนสฺสํ อาปชฺชนฺติ, ธมฺมสทฺทํ สุตฺวา กณฺเณ ถเกนฺติ, จกฺขุวิญฺญาณโสตวิญฺญาณานิ ปน เตสํ กุสลวิปากาเนว โหนฺติ. กิญฺจาปิ คูถสูกราทโย คูถคนฺธํ ฆายิตฺวา ขาทิตุํ ลภิสฺสามาติ โสมนสฺสชาตา โหนฺติ, คูถทสฺสเน ปน เนสํ จกฺขุวิญฺญาณํ, ตสฺส คนฺธฆายเน ฆานวิญฺญาณํ, รสสายเน ชิวฺหาวิญฺญาณญฺจ อกุสลวิปากเมว โหติ. ภควา ปน ปุคฺคลมนาปตํ สนฺธาย เต จ, มหาราช, รูปาติอาทิมาห.

จนฺทนงฺคลิโกติ อิทํ ตสฺส อุปาสกสฺส นามํ. ปฏิภาติ มํ ภควาติ ภควา มยฺหํ เอกํ การณํ อุปฏฺฐาติ ปญฺญายติ. ตสฺส เต ปญฺจ ราชาโน อามุตฺตมณิกุณฺฑเล สชฺชิตาย อาปานภูมิยา นิสินฺนวเสเนว มหตา ราชานุภาเวน ปรเมน อิสฺสริยวิภเวน อาคนฺตฺวาปิ ทสพลสฺส สนฺติเก ฐิตกาลโต ปฏฺฐาย ทิวา ปทีเป วิย อุทกาภิสิตฺเต องฺคาเร วิย สูริยุฏฺฐาเน ขชฺโชปนเก วิย จ หตปฺปเภ หตโสเภ ตํ ตถาคตญฺจ เตหิ สตคุเณน สหสฺสคุเณน วิโรจมานํ ทิสฺวา, ‘‘มหนฺตา วต โภ พุทฺธา นามา’’ติ ปฏิภานํ อุทปาทิ. ตสฺมา เอวมาห.

โกกนทนฺติ ปทุมสฺเสเวตํ เววจนํ. ปาโตติ กาลสฺเสว. สิยาติ ภเวยฺย. อวีตคนฺธนฺติ อวิคตคนฺธํ. องฺคีรสนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธํ. ภควโต หิ องฺคโต รสฺมิโย นิกฺขมนฺติ, ตสฺมา องฺคีรโสติ วุจฺจติ. ยถา โกกนทสงฺขาตํ ปทุมํ ปาโตว ผุลฺลํ อวีตคนฺธํ สิยา, เอวเมว ภควนฺตํ องฺคีรสํ ตปนฺตํ อาทิจฺจมิว อนฺตลิกฺเข วิโรจมานํ ปสฺสาติ อยเมตฺถ สงฺเขปตฺโถ. ภควนฺตํ อจฺฉาเทสีติ ภควโต อทาสีติ อตฺโถ. โลกโวหารโต ปเนตฺถ อีทิสํ วจนํ โหติ. โส กิร อุปาสโก – ‘‘เอเต ตถาคตสฺส คุเณสุ ปสีทิตฺวา มยฺหํ ปญฺจ อุตฺตราสงฺเค เทนฺติ, อหมฺปิ เต ภควโตว ทสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา อทาสิ. ทุติยํ.