๑๐. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม ตโปทาราเมติ ตโปทสฺส ตตฺโตทกสฺส รหทสฺส วเสน เอวํ ลทฺธนาเม อาราเม. เวภารปพฺพตสฺส กิร เหฏฺฐา ภุมฺมฏฺฐกนาคานํ ปญฺจโยชนสติกํ นาคภวนํ เทวโลกสทิสํ มณิมเยน ตเลน อารามุยฺยาเนหิ จ สมนฺนาคตํ. ตตฺถ นาคานํ กีฬนฏฺฐาเน มหาอุทกรหโท, ตโต ตโปทา นาม นที สนฺทติ กุถิตา อุโณฺหทกา. กสฺมา ปเนสา เอทิสา? ราชคหํ กิร ปริวาเรตฺวา มหาเปตโลโก ติฏฺฐติ, ตตฺถ ทฺวินฺนํ มหาโลหกุมฺภินิรยานํ อนฺตเรน อยํ ตโปทา อาคจฺฉติ, ตสฺมา กุถิตา สนฺทติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยตายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา สนฺทติ, โส ทโห อจฺโฉทโก สีโตทโก สาโตทโก เสโตทโก สุปฺปติตฺโถ รมณีโย ปหูตมจฺฉกจฺฉโป, จกฺกมตฺตานิ จ ปทุมานิ ปุปฺผนฺติ. อปิจายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉติ, เตนายํ ตโปทา กุถิตา สนฺทตี’’ติ (ปารา. ๒๓๑).

อิมสฺส ปน อารามสฺส อภิมุขฏฺฐาเน ตโต มหาอุทกรหโท ชาโต, ตสฺส วเสนายํ วิหาโร ‘‘ตโปทาราโม’’ติ วุจฺจติ.

สมิทฺธีติ ตสฺส กิร เถรสฺส อตฺตภาโว สมิทฺโธ อภิรูโป ปาสาทิโก, ตสฺมา ‘‘สมิทฺธี’’เตฺวว สงฺขํ คโต. คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุนฺติ ปธานิกตฺเถโร เอส, พลวปจฺจูเส อุฏฺฐายาสนา สรีรํ อุตุํ คาหาเปตฺวา พหิ สฏฺฐิหตฺถมตฺเต มหาจงฺกเม อปราปรํ จงฺกมิตฺวา ‘‘เสทคหิเตหิ คตฺเตหิ ปริภุญฺชมานํ เสนาสนํ กิลิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน คตฺตานิ ปริสิญฺจนตฺถํ สรีรโธวนตฺถํ อุปสงฺกมิ. เอกจีวโร อฏฺฐาสีติ นิวาสนํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ หตฺเถน คเหตฺวา อฏฺฐาสิ.

คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโนติ คตฺตานิ ปุพฺพสทิสานิ โวทกานิ กุรุมาโน. อลฺลสรีเร ปารุตํ หิ จีวรํ กิลิสฺสติ ทุคฺคนฺธํ โหติ, น เจตํ วตฺตํ. เถโร ปน วตฺตสมฺปนฺโน, ตสฺมา วตฺเต ฐิโตว นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา อฏฺฐาสิ. ตตฺถ อิทํ นฺหานวตฺตํ – อุทกติตฺถํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ จีวรานิ นิกฺขิปิตฺวา เวเคน ฐิตเกเนว น โอตริตพฺพํ, สพฺพทิสา ปน โอโลเกตฺวา วิวิตฺตภาวํ ญตฺวา ขาณุคุมฺพลตาทีนิ ววตฺถเปตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุกฺกาสิตฺวา อวกุชฺช ฐิเตน อุตฺตราสงฺคจีวรํ อปเนตฺวา ปสาเรตพฺพํ, กายพนฺธนํ โมเจตฺวา จีวรปิฏฺเฐเยว ฐเปตพฺพํ. สเจ อุทกสาฏิกา นตฺถิ, อุทกนฺเต อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา นิวาสนํ โมเจตฺวา สเจ สินฺนฏฺฐานํ อตฺถิ, ปสาเรตพฺพํ. โน เจ อตฺถิ, สํหริตฺวา ฐเปตพฺพํ. อุทกํ โอตรนฺเตน สณิกํ นาภิปฺปมาณมตฺตํ โอตริตฺวา วีจึ อนุฏฺฐาเปนฺเตน สทฺทํ อกโรนฺเตน นิวตฺติตฺวา อาคตทิสาภิมุเขน นิมุชฺชิตพฺพํ, เอวํ จีวรํ รกฺขิตํ โหติ. อุมฺมุชฺชนฺเตนปิ สทฺทํ อกโรนฺเตน สณิกํ อุมฺมุชฺชิตฺวา นฺหานปริโยสาเน อุทกนฺเต อุกฺกุฏิเกน นิสีทิตฺวา นิวาสนํ ปริกฺขิปิตฺวา อุฏฺฐาย สุปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ อปารุปิตฺวาว ฐาตพฺพนฺติ.

เถโรปิ ตถา นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา วิคจฺฉมานอุทกํ กายํ โอโลกยมาโน อฏฺฐาสิ. ตสฺส ปกติยาปิ ปาสาทิกสฺส ปจฺจูสสมเย สมฺมา ปริณตาหารสฺส อุโณฺหทเกน นฺหาตสฺส อติวิย มุขวณฺโณ วิโรจิ, พนฺธนา ปวุตฺตตาลผลํ วิย ปภาสมฺปนฺโน ปุณฺณจนฺโท วิย ตงฺขณวิกสิตปทุมํ วิย มุขํ สสฺสิริกํ อโหสิ, สรีรวณฺโณปิ วิปฺปสีทิ. ตสฺมึ สมเย วนสณฺเฑ อธิวตฺถา ภุมฺมเทวตา ปาสาทิกํ ภิกฺขุํ โอโลกยมานา สมนํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺตี กามปริฬาหาภิภูตา หุตฺวา, ‘‘เถรํ ปโลเภสฺสามี’’ติ อตฺตภาวํ อุฬาเรน อลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา สหสฺสวฏฺฏิปทีปํ ปชฺชลมานา วิย จนฺทํ อุฏฺฐาปยมานา วิย สกลารามํ เอโกภาสํ กตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา อวนฺทิตฺวาว เวหาเส ฐิตา คาถํ อภาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อญฺญตรา เทวตา…เป… อชฺฌภาสี’’ติ.

อภุตฺวาติ ปญฺจ กามคุเณ อปริภุญฺชิตฺวา. ภิกฺขสีติ ปิณฺฑาย จรสิ. มา ตํ กาโล อุปจฺจคาติ เอตฺถ กาโล นาม ปญฺจกามคุณปฏิเสวนกฺขโม ทหรโยพฺพนกาโล. ชราชิณฺเณน หิ โอภคฺเคน ทณฺฑปรายเณน ปเวธมาเนน กาสสาสาภิภูเตน น สกฺกา กาเม ปริภุญฺชิตุํ. อิติ อิมํ กาลํ สนฺธาย เทวตา ‘‘มา ตํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ อาห. ตตฺถ มา อุปจฺจคาติ มา อติกฺกมิ.

กาลํ โวหํ น ชานามีติ เอตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ. กาลํ น ชานามีติ มรณกาลํ สนฺธาย วทติ. สตฺตานญฺหิ –

‘‘ชีวิตํ พฺยาธิ กาโล จ, เทหนิกฺเขปนํ คติ;

ปญฺเจเต ชีวโลกสฺมึ, อนิมิตฺตา น นายเร’’.

ตตฺถ ชีวิตํ ตาว ‘‘เอตฺตกเมว, น อิโต ปร’’นฺติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. กลลกาเลปิ หิ สตฺตา มรนฺติ, อพฺพุท-เปสิ-ฆน-อฑฺฒมาส-เอกมาส-เทฺวมาส-เตมาส-จตุมาสปญฺจมาส…เป… ทสมาสกาเลปิ, กุจฺฉิโต นิกฺขนฺตสมเยปิ, ตโต ปรํ วสฺสสตสฺส อนฺโตปิ พหิปิ มรนฺติเยว. พฺยาธิปิ ‘‘อิมินาว พฺยาธินา สตฺตา มรนฺติ, น อญฺเญนา’’ติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. จกฺขุโรเคนปิ หิ สตฺตา มรนฺติ โสตโรคาทีนํ อญฺญตเรนปิ. กาโลปิ, ‘‘อิมสฺมึ เยว กาเล มริตพฺพํ, น อญฺญสฺมิ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. ปุพฺพเณฺหปิ หิ สตฺตา มรนฺติ มชฺฌนฺหิกาทีนํ อญฺญตรสฺมิมฺปิ. เทหนิกฺเขปนมฺปิ, ‘‘อิเธว มียมานานํ เทเหน ปติตพฺพํ, น อญฺญตฺถา’’ติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. อนฺโตคาเม ชาตานญฺหิ พหิคาเมปิ อตฺตภาโว ปตติ, พหิคาเมปิ ชาตานํ อนฺโตคาเมปิ. ตถา ถลชานํ ชเล, ชลชานํ ถเลติ อเนกปฺปการโต วิตฺถาเรตพฺพํ. คติปิ, ‘‘อิโต จุเตน อิธ นิพฺพตฺติตพฺพ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตา. เทวโลกโต หิ จุตา มนุสฺเสสุปิ นิพฺพตฺตนฺติ, มนุสฺสโลกโต จุตา เทวโลกาทีนํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตนฺตีติ เอวํ ยนฺเต ยุตฺตโคโณ วิย คติปญฺจเก โลโก สมฺปริวตฺตติ. ตสฺเสวํ สมฺปริวตฺตโต ‘‘อิมสฺมึ นาม กาเล มรณํ ภวิสฺสตี’’ติ อิมํ มรณสฺส กาลํ โวหํ น ชานามิ.

ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสตีติ อยํ กาโล มยฺหํ ปฏิจฺฉนฺโน อวิภูโต น ปญฺญายติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อยํ กาโล ปฏิจฺฉนฺโน น ปญฺญายติ, ตสฺมา ปญฺจ กามคุเณ อภุตฺวาว ภิกฺขามิ. มา มํ กาโล อุปจฺจคาติ เอตฺถ สมณธมฺมกรณกาลํ สนฺธาย ‘‘กาโล’’ติ อาห. อยญฺหิ สมณธมฺโม นาม ปจฺฉิเม กาเล ติสฺโส วโยสีมา อติกฺกนฺเตน โอภคฺเคน ทณฺฑปรายเณน ปเวธมาเนน กาสสาสาภิภูเตน น สกฺกา กาตุํ. ตทา หิ น สกฺกา โหติ อิจฺฉิติจฺฉิตํ พุทฺธวจนํ วา คณฺหิตุํ, ธุตงฺคํ วา ปริภุญฺชิตุํ, อรญฺญวาสํ วา วสิตุํ, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปตฺตึ วา สมาปชฺชิตุํ, ปทภาณ-สรภญฺญธมฺมกถา-อนุโมทนาทีนิ วา กาตุํ, ตรุณโยพฺพนกาเล ปเนตํ สพฺพํ สกฺกา กาตุนฺติ อยํ สมณธมฺมกรณสฺส กาโล มา มํ อุปจฺจคา, ยาว มํ นาติกฺกมติ, ตาว กาเม อภุตฺวาว สมณธมฺมํ กโรมีติ อาห.

ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวาติ สา กิร เทวตา – ‘‘อยํ ภิกฺขุ สมณธมฺมกรณสฺส กาลํ นาม กเถติ, อกาลํ นาม กเถติ, สเหตุกํ กเถติ สานิสํส’’นฺติ เอตฺตาวตาว เถเร ลชฺชํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา มหาพฺรหฺมํ วิย อคฺคิกฺขนฺธํ วิย จ นํ มญฺญมานา คารวชาตา อากาสา โอรุยฺห ปถวิยํ อฏฺฐาสิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ปถวิยํ ฐิตา, เยน ปนตฺเถน อาคตา, ปุนปิ ตเมว คเหตฺวา ทหโร ตฺวนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุสูติ ตรุโณ. กาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส. ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน. เอกจฺโจ หิ ทหโรปิ สมาโน กาโณ วา โหติ กุณิอาทีนํ วา อญฺญตโร, โส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม น โหติ. โย ปน อภิรูโป โหติ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สพฺพสมฺปตฺติสมฺปนฺโน, ยํ ยเทว อลงฺการปริหารํ อิจฺฉติ, เตน เตน อลงฺกโต เทวปุตฺโต วิย จรติ, อยํ ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม โหติ. เถโร จ อุตฺตมรูปสมฺปนฺโน, เตน นํ เอวมาห.

อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสูติ กาเมสุ อกีฬิตกีโฬ อภุตฺตาวี, อกตกามกีโฬติ อตฺโถ. มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวาติ เยภุยฺเยน หิ ตา อทิฏฺฐสจฺจา อวีตราคา อปรจิตฺตวิทูนิโย เทวตา ภิกฺขู ทสปิ วสฺสานิ วีสติมฺปิ…เป… สฏฺฐิมฺปิ วสฺสานิ ปริสุทฺธํ อขณฺฑํ พฺรหฺมจริยํ จรมาเน ทิสฺวา – ‘‘อิเม ภิกฺขู มานุสเก ปญฺจ กามคุเณ ปหาย ทิพฺเพ กาเม ปตฺถยนฺตา สมณธมฺมํ กโรนฺตี’’ติ สญฺญํ อุปฺปาเทนฺติ, อยมฺปิ ตตฺเถว อุปฺปาเทสิ. ตสฺมา มานุสเก กาเม สนฺทิฏฺฐิเก, ทิพฺเพ จ กาลิเก กตฺวา เอวมาห.

น โข อหํ, อาวุโสติ, อาวุโส, อหํ สนฺทิฏฺฐิเก กาเม หิตฺวา กาลิเก กาเม น อนุธาวามิ น ปตฺเถมิ น ปิเหมิ. กลิกญฺจ โข อหํ, อาวุโสติ อหํ โข, อาวุโส, กาลิกํ กามํ หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ โลกุตฺตรธมฺมํ อนุธาวามิ. อิติ เถโร จิตฺตานนฺตรํ อลทฺธพฺพตาย ทิพฺเพปิ มานุสเกปิ ปญฺจ กามคุเณ กาลิกาติ อกาสิ, จิตฺตานนฺตรํ ลทฺธพฺพตาย โลกุตฺตรธมฺมํ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ. ปญฺจกามคุเณสุ สโมหิเตสุปิ สมฺปนฺนกามสฺสาปิ กามิโน จิตฺตานนฺตรํ อิจฺฉิติจฺฉิตารมฺมณานุภวนํ น สมฺปชฺชติ. จกฺขุทฺวาเร อิฏฺฐารมฺมณํ อนุภวิตุกาเมน หิ จิตฺตการโปตฺถการรูปการาทโย ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อิทํ นาม สชฺเชถา’’ติ วตฺตพฺพํ โหติ. เอตฺถนฺตเร อเนกโกฏิสตสหสฺสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. อถ ปจฺฉา ตํ อารมฺมณํ สมฺปาปุณาติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. โสตาปตฺติมคฺคานนฺตรํ ปน โสตาปตฺติผลเมว อุปฺปชฺชติ, อนฺตรา อญฺญสฺส จิตฺตสฺส วาโร นตฺถิ. เสสผเลสุปิ เอเสว นโยติ.

โส ตเมวตฺถํ คเหตฺวา กาลิกา หิ, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ กาลิกาติ วุตฺตนเยน สโมหิตสมฺปตฺตินาปิ กาลนฺตเร ปตฺตพฺพา. พหุทุกฺขาติ ปญฺจ กามคุเณ นิสฺสาย ปตฺตพฺพทุกฺขสฺส พหุตาย พหุทุกฺขา. ตํวตฺถุกสฺเสว อุปายาสสฺส พหุตาย พหุปายาสา. อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโยติ ปญฺจ กามคุเณ นิสฺสาย ลทฺธพฺพสุขโต อาทีนโว ภิยฺโย, ทุกฺขเมว พหุตรนฺติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโมติ อยํ โลกุตฺตรธมฺโม เยน เยน อธิคโต โหติ, เตน เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ปจฺจเวกฺขณญาเณน สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก. อตฺตโน ผลทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาโล, อกาโลเยว อกาลิโก. โย เอตฺถ อริยมคฺคธมฺโม, โส อตฺตโน ปวตฺติสมนนฺตรเมว ผลํ เทตีติ อตฺโถ. ‘‘เอหิ ปสฺส อิมํ ธมฺม’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก. อาทิตฺตํ เจลํ วา สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ ภาวนาวเสน อตฺตโน จิตฺเต อุปนยํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก. สพฺเพหิ อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีหิ วิญฺญูหิ ‘‘ภาวิโต เม มคฺโค, อธิคตํ ผลํ, สจฺฉิกโต นิโรโธ’’ติ อตฺตนิ อตฺตนิ เวทิตพฺโพติ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) ธมฺมานุสฺสติวณฺณนายํ วุตฺโต.

อิทานิ สา เทวตา อนฺโธ วิย รูปวิเสสํ เถเรน กถิตสฺส อตฺเถ อชานนฺตี กถญฺจ ภิกฺขูติอาทิมาห. ตตฺถ กถญฺจาติปทสฺส ‘‘กถญฺจ ภิกฺขุ กาลิกา กามา วุตฺตา ภควตา, กถํ พหุทุกฺขา, กถํ พหุปายาสา’’ติ? เอวํ สพฺพปเทหิ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.

นโวติ อปริปุณฺณปญฺจวสฺโส หิ ภิกฺขุ นโว นาม โหติ, ปญฺจวสฺสโต ปฏฺฐาย มชฺฌิโม, ทสวสฺสโต ปฏฺฐาย เถโร. อปโร นโย – อปริปุณฺณทสวสฺโส นโว, ทสวสฺสโต ปฏฺฐาย มชฺฌิโม, วีสติวสฺสโต ปฏฺฐาย เถโร. เตสํ อหํ นโวติ วทติ.

นโวปิ เอกจฺโจ สตฺตฏฺฐวสฺสกาเล ปพฺพชิตฺวา ทฺวาทสเตรสวสฺสานิ สามเณรภาเวเนว อติกฺกนฺโต จิรปพฺพชิโต โหติ, อหํ ปน อจิรปพฺพชิโตติ วทติ. อิมํ ธมฺมวินยนฺติ อิมํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ. อุภยมฺเปตํ สาสนสฺเสว นามํ. ธมฺเมน เหตฺถ เทฺว ปิฏกานิ วุตฺตานิ, วินเยน วินยปิฏกํ, อิติ ตีหิ ปิฏเกหิ ปกาสิตํ ปฏิปตฺตึ อธุนา อาคโตมฺหีติ วทติ.

มเหสกฺขาหีติ มหาปริวาราหิ. เอเกกสฺส หิ เทวรญฺโญ โกฏิสตมฺปิ โกฏิสหสฺสมฺปิ ปริวาโร โหติ, เต อตฺตานํ มหนฺเต ฐาเน ฐเปตฺวา ตถาคตํ ปสฺสนฺติ. ตตฺถ อมฺหาทิสานํ อปฺเปสกฺขานํ มาตุคามชาติกานํ กุโต โอกาโสติ ทสฺเสติ.

มยมฺปิ อาคจฺเฉยฺยามาติ อิทํ สา เทวตา ‘‘สเจปิ จกฺกวาฬํ ปูเรตฺวา ปริสา นิสินฺนา โหติ, มหติยา พุทฺธวีถิยา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ ลภตี’’ติ ญตฺวา อาห. ปุจฺฉ ภิกฺขุ, ปุจฺฉ ภิกฺขูติ ถิรกรณวเสน อาเมฑิตํ กตํ.

อกฺเขยฺยสญฺญิโนติ เอตฺถ ‘‘เทโว, มนุสฺโส, คหฏฺโฐ, ปพฺพชิโต, สตฺโต, ปุคฺคโล, ติสฺโส, ผุสฺโส’’ติอาทินา นเยน อกฺเขยฺยโต สพฺเพสํ อกฺขานานํ สพฺพาสํ กถานํ วตฺถุภูตโต ปญฺจกฺขนฺธา ‘‘อกฺเขยฺยา’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘สตฺโต นโร โปโส ปุคฺคโล อิตฺถี ปุริโส’’ติ เอวํ สญฺญา เอเตสํ อตฺถีติ สญฺญิโน, อกฺเขยฺเยเสฺวว สญฺญิโนติ อกฺเขยฺยสญฺญิโน, ปญฺจสุ ขนฺเธสุ สตฺตปุคฺคลาทิสญฺญิโนติ อตฺโถ. อกฺเขยฺยสฺมึ ปติฏฺฐิตาติ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อฏฺฐหากาเรหิ ปติฏฺฐิตา. รตฺโต หิ ราควเสน ปติฏฺฐิโต โหติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน, มูโฬฺห โมหวเสน, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐิวเสน, ถามคโต อนุสยวเสน, วินิพทฺโธ มานวเสน, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉาวเสน, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจวเสน ปติฏฺฐิโต โหติ. อกฺเขยฺยํ อปริญฺญายาติ ปญฺจกฺขนฺเธ ตีหิ ปริญฺญาหิ อปริชานิตฺวา. โยคมายนฺติ มจฺจุโนติ มจฺจุโน โยคํ ปโยคํ ปกฺเขปํ อุปกฺเขปํ อุปกฺกมํ อพฺภนฺตรํ อาคจฺฉนฺติ, มรณวสํ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เอวมิมาย คาถาย กาลิกา กามา กถิตา.

ปริญฺญายาติ ญาตปริญฺญา, ตีรณปริญฺญา, ปหานปริญฺญาติ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. ตตฺถ กตมา ญาตปริญฺญา? ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานาติ – ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ, อยํ เวทนากฺขนฺโธ, อยํ สญฺญากฺขนฺโธ, อยํ สงฺขารกฺขนฺโธ, อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, อิมานิ เตสํ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานี’’ติ, อยํ ญาตปริญฺญา. กตมา ตีรณปริญฺญา? เอวํ ญาตํ กตฺวา ปญฺจกฺขนฺเธ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโตติ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ. อยํ ตีรณปริญฺญา. กตมา ปหานปริญฺญา? เอวํ ตีรยิตฺวา อคฺคมคฺเคน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ฉนฺทราคํ ปชหติ. อยํ ปหานปริญฺญา.

อกฺขาตารํ น มญฺญตีติ เอวํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานิตฺวา ขีณาสโว ภิกฺขุ อกฺขาตารํ ปุคฺคลํ น มญฺญติ. อกฺขาตารนฺติ กมฺมวเสน การณํ เวทิตพฺพํ, อกฺขาตพฺพํ กเถตพฺพํ ปุคฺคลํ น มญฺญติ, น ปสฺสตีติ อตฺโถ. กินฺติ อกฺขาตพฺพนฺติ? ‘‘ติสฺโส’’ติ วา ‘‘ผุสฺโส’’ติ วา เอวํ เยน เกนจิ นาเมน วา โคตฺเตน วา ปกาเสตพฺพํ. ตญฺหิ ตสฺส น โหตีติ ตํ ตสฺส ขีณาสวสฺส น โหติ. เยน นํ วชฺชาติ เยน นํ ‘‘ราเคน รตฺโต’’ติ วา ‘‘โทเสน ทุฏฺโฐ’’ติ วา ‘‘โมเหน มูโฬฺห’’ติ วาติ โกจิ วเทยฺย, ตํ การณํ ตสฺส ขีณาสวสฺส นตฺถิ.

สเจ วิชานาสิ วเทหีติ สเจ เอวรูปํ ขีณาสวํ ชานาสิ, ‘‘ชานามี’’ติ วเทหิ. โน เจ ชานาสิ, อถ ‘‘น ชานามี’’ติ วเทหิ. ยกฺขาติ เทวตํ อาลปนฺโต อาห. อิติ อิมาย คาถาย สนฺทิฏฺฐิโก นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม กถิโต. สาธูติ อายาจนตฺเถ นิปาโต.

โย มญฺญตีติ โย อตฺตานํ ‘‘อหํ สโม’’ติ วา ‘‘วิเสสี’’ติ วา ‘‘นิหีโน’’ติ วา มญฺญติ. เอเตน ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทโย ตโย มานา คหิตาว. เตสุ คหิเตสุ นว มานา คหิตาว โหนฺติ. โส วิวเทถ เตนาติ โส ปุคฺคโล เตเนว มาเนน เยน เกนจิ ปุคฺคเลน สทฺธึ – ‘‘เกน มํ ตฺวํ ปาปุณาสิ, กึ ชาติยา ปาปุณาสิ, อุทาหุ โคตฺเตน, กุลปเทเสน, วณฺณโปกฺขรตาย, พาหุสจฺเจน, ธุตคุเณนา’’ติ เอวํ วิวเทยฺย. อิติ อิมายปิ อุปฑฺฒคาถาย กาลิกา กามา กถิตา.

ตีสุ วิธาสูติ ตีสุ มาเนสุ. ‘‘เอกวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๕๘๔) หิ โกฏฺฐาโส ‘‘วิโธ’’ติ วุตฺโต. ‘‘กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ, กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๕) อากาโร. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิธา. กตมา ติสฺโส? เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา, สทิโสหมสฺมีติ วิธา, หีโนหมสฺมีติ วิธา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๑๖๒) มาโน ‘‘วิธา’’ติ วุตฺโต. อิธาปิ มาโนว. เตน วุตฺตํ ‘‘ตีสุ วิธาสูติ ตีสุ มาเนสู’’ติ. อวิกมฺปมาโนติ โส ปุคฺคโล เอเตสุ สงฺเขปโต ตีสุ, วิตฺถารโต นวสุ มาเนสุ น กมฺปติ, น จลติ. สโม วิเสสีติ น ตสฺส โหตีติ ตสฺส ปหีนมานสฺส ขีณาสวสฺส ‘‘อหํ สทิโส’’ติ วา ‘‘เสยฺโย’’ติ วา ‘‘หีโน’’ติ วา น โหตีติ ทสฺเสติ. ปจฺฉิมปทํ วุตฺตนยเมว. อิติ อิมายปิ อุปฑฺฒคาถาย นววิโธ สนฺทิฏฺฐิโก โลกุตฺตรธมฺโม กถิโต.

ปหาสิ สงฺขนฺติ, ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๑๒๐, ๒๓๙) ปญฺญา ‘‘สงฺขา’’ติ อาคตา. ‘‘อตฺถิ เต โกจิ คณโก วา มุทฺทิโก วา สงฺขายโก วา, โย ปโหติ คงฺคาย วาลุกํ คเณตุ’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๔๑๐) เอตฺถ คณนา. ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๘๘๐) โกฏฺฐาโส. ‘‘ยา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สงฺขา สมญฺญา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) เอตฺถ ปณฺณตฺติ ‘‘สงฺขา’’ติ อาคตา. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปตา. ปหาสิ สงฺขนฺติ ปทสฺส หิ อยเมวตฺโถ – รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห อิติ อิมํ ปณฺณตฺตึ ขีณาสโว ปหาสิ ชหิ ปชหีติ.

น วิมานมชฺฌคาติ นวเภทํ ติวิธมานํ น อุปคโต. นิวาสฏฺเฐน วา มาตุกุจฺฉิ ‘‘วิมาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ อายตึ ปฏิสนฺธิวเสน น อุปคจฺฉีติปิ อตฺโถ. อนาคตตฺเถ อตีตวจนํ. อจฺเฉจฺฉีติ ฉินฺทิ. ฉินฺนคนฺถนฺติ จตฺตาโร คนฺเถ ฉินฺทิตฺวา ฐิตํ. อนีฆนฺติ นิทฺทุกฺขํ. นิราสนฺติ นิตฺตณฺหํ. ปริเยสมานาติ โอโลกยมานา. นาชฺฌคมุนฺติ น อธิคจฺฉนฺติ น วินฺทนฺติ น ปสฺสนฺติ. วตฺตมานตฺเถ อตีตวจนํ. อิธ วา หุรํ วาติ อิธโลเก วา ปรโลเก วา. สพฺพนิเวสเนสูติ ตโย ภวา, จตสฺโส โยนิโย, ปญฺจ คติโย, สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, นว สตฺตาวาสา, อิติ อิเมสุปิ สพฺเพสุ สตฺตนิเวสเนสุ เอวรูปํ ขีณาสวํ กายสฺส เภทา อุปฺปชฺชมานํ วา อุปฺปนฺนํ วา น ปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อิมาย คาถาย สนฺทิฏฺฐิกํ โลกุตฺตรธมฺมเมว กเถสิ.

อิมญฺจ คาถํ สุตฺวา สาปิ เทวตา อตฺถํ สลฺลกฺเขสิ, เตเนว การเณน อิมสฺส ขฺวาหํ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปาปํ น กยิราติ คาถาย ทสกุสลกมฺมปถวเสนปิ กเถตุํ วฏฺฏติ อฏฺฐงฺคิกมคฺควเสนปิ. ทสกุสลกมฺมปถวเสน ตาว วจสาติ จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ คหิตํ. มนสาติ ติวิธํ มโนสุจริตํ คหิตํ. กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเกติ ติวิธํ กายสุจริตํ คหิตํ. อิเม ตาว ทสกุสลกมฺมปถธมฺมา โหนฺติ. กาเม ปหายาติ อิมินา ปน กามสุขลฺลิกานุโยโค ปฏิกฺขิตฺโต. สติมา สมฺปชาโนติ อิมินา ทสกุสลกมฺมปถการณํ สติสมฺปชญฺญํ คหิตํ. ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสํหิตนฺติ อิมินา อตฺตกิลมถานุโยโค ปฏิสิทฺโธ. อิติ เทวตา ‘‘อุโภ อนฺเต วิวชฺเชตฺวา การเณหิ สติสมฺปชญฺเญหิ สทฺธึ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเม ตุเมฺหหิ กถิเต อาชานามิ ภควา’’ติ วทติ.

อฏฺฐงฺคิกมคฺควเสน ปน อยํ นโย – ตสฺมึ กิร ฐาเน มหตี ธมฺมเทสนา อโหสิ. เทสนาปริโยสาเน เทวตา ยถาฐาเน ฐิตาว เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย อตฺตนา อธิคตํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทสฺเสนฺตี เอวมาห. ตตฺถ วจสาติ สมฺมาวาจา คหิตา, มโน ปน องฺคํ น โหตีติ มนสาติ มคฺคสมฺปยุตฺตกํ จิตฺตํ คหิตํ. กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเกติ สมฺมากมฺมนฺโต คหิโต, อาชีโว ปน วาจากมฺมนฺตปกฺขิกตฺตา คหิโตว โหติ. สติมาติ อิมินา วายามสติสมาธโย คหิตา. สมฺปชาโนติปเทน สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺปา. กาเม ปหาย, ทุกฺขํ น เสเวถาติปททฺวเยน อนฺตทฺวยวชฺชนํ. อิติ อิเม เทฺว อนฺเต อนุปคมฺม มชฺฌิมํ ปฏิปทํ ตุเมฺหหิ กถิตํ, อาชานามิ ภควาติ วตฺวา ตถาคตํ คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามีติ.

สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นนฺทนวคฺโค ทุติโย.