๓. สตฺติวคฺโค

๑. สตฺติสุตฺตวณฺณนา

๒๑. สตฺติวคฺคสฺส ปฐเม สตฺติยาติ เทสนาสีสเมตํ. เอกโตขาราทินา สตฺเถนาติ อตฺโถ. โอมฏฺโฐติ ปหโต. จตฺตาโร หิ ปหารา โอมฏฺโฐ อุมฺมฏฺโฐ มฏฺโฐ วิมฏฺโฐติ. ตตฺถ อุปริ ฐตฺวา อโธมุขํ ทินฺนปหาโร โอมฏฺโฐ นาม; เหฏฺฐา ฐตฺวา อุทฺธํมุขํ ทินฺโน อุมฺมฏฺโฐ นาม; อคฺคฬสูจิ วิย วินิวิชฺฌิตฺวา คโต มฏฺโฐ นาม; เสโส สพฺโพปิ วิมฏฺโฐ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โอมฏฺโฐ คหิโต. โส หิ สพฺพทารุโณ ทุรุทฺธรสลฺโล ทุตฺติกิจฺโฉ อนฺโตโทโส อนฺโตปุพฺพโลหิโตว โหติ, ปุพฺพโลหิตํ อนิกฺขมิตฺวา วณมุขํ ปริโยนนฺธิตฺวา ติฏฺฐติ. ปุพฺพโลหิตํ นิหริตุกาเมหิ มญฺเจน สทฺธึ พนฺธิตฺวา อโธสิโร กาตพฺโพ โหติ, มรณํ วา มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ ปาปุณาติ. ปริพฺพเชติ วิหเรยฺย.

อิมาย คาถาย กึ กเถติ? ยถา สตฺติยา โอมฏฺโฐ ปุริโส สลฺลุพฺพหน-วณติกิจฺฉนานํ อตฺถาย วีริยํ อารภติ, ปโยคํ กโรติ ปรกฺกมติ. ยถา จ ฑยฺหมาโน มตฺถเก อาทิตฺตสีโส ตสฺส นิพฺพาปนตฺถาย วีริยํ อารภติ, ปโยคํ กโรติ ปรกฺกมติ, เอวเมว ภิกฺขุ กามราคํ ปหานาย สโต อปฺปมตฺโต หุตฺวา วิหเรยฺย ภควาติ กเถสิ.

อถ ภควา จินฺเตสิ – อิมาย เทวตาย อุปมา ตาว ทฬฺหํ กตฺวา อานีตา, อตฺถํ ปน ปริตฺตกํ คเหตฺวา ฐิตา, ปุนปฺปุนํ กเถนฺตีปิ เหสา กามราคสฺส วิกฺขมฺภนปหานเมว กเถยฺย. ยาว จ กามราโค มคฺเคน น สมุคฺฆาฏิยติ, ตาว อนุพทฺโธว โหติ. อิติ ตเมว โอปมฺมํ คเหตฺวา ปฐมมคฺควเสน เทสนํ วินิวฏฺเฏตฺวา เทเสนฺโต ทุติยํ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ ปุริมานุสาเรเนว เวทิตพฺโพติ. ปฐมํ.

๒. ผุสติสุตฺตวณฺณนา

๒๒. ทุติเย นาผุสนฺตํ ผุสตีติ กมฺมํ อผุสนฺตํ วิปาโก น ผุสติ, กมฺมเมว วา อผุสนฺตํ กมฺมํ น ผุสติ. กมฺมญฺหิ นากโรโต กริยติ. ผุสนฺตญฺจ ตโต ผุเสติ กมฺมํ ผุสนฺตํ วิปาโก ผุสติ, กมฺมเมว วา ผุสติ. กมฺมญฺหิ กโรโต กริยติ. ตสฺมา ผุสนฺตํ ผุสติ, อปฺปทุฏฺฐปโทสินนฺติ ยสฺมา น อผุสนฺตํ ผุสติ, ผุสนฺตญฺจ ผุสติ, อยํ กมฺมวิปากานํ ธมฺมตา, ตสฺมา โย ‘‘อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ, สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺสา’’ติ เอวํ วุตฺโต อปฺปทุฏฺฐปโทสี ปุคฺคโล, ตํ ปุคฺคลํ กมฺมํ ผุสนฺตเมว กมฺมํ ผุสติ, วิปาโก วา ผุสติ. โส หิ ปรสฺส อุปฆาตํ กาตุํ สกฺโกติ วา มา วา, อตฺตา ปนาเนน จตูสุ อปาเยสุ ฐปิโต นาม โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ, สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต’’ติ. ทุติยํ.

๓. ชฏาสุตฺตวณฺณนา

๒๓. ตติเย อนฺโตชฏาติ คาถายํ ชฏาติ ตณฺหาย ชาลินิยา อธิวจนํ. สา หิ รูปาทีสุ อารมฺมเณสุ เหฏฺฐุปริยวเสน ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนโต สํสิพฺพนฏฺเฐน เวฬุคุมฺพาทีนํ สาขาชาลสงฺขาตา ชฏา วิยาติ ชฏา. สา ปเนสา สกปริกฺขารปรปริกฺขาเรสุ สกอตฺตภาว-ปรอตฺตภาเวสุ อชฺฌตฺติกายตน-พาหิรายตเนสุ จ อุปฺปชฺชนโต อนฺโตชฏา พหิชฏาติ วุจฺจติ. ตาย เอวํ อุปฺปชฺชมานาย ชฏาย ชฏิตา ปชา. ยถา นาม เวฬุชฏาทีหิ เวฬุอาทโย, เอวํ ตาย ตณฺหาชฏาย สพฺพาปิ อยํ สตฺตนิกายสงฺขาตา ปชา ชฏิตา วินทฺธา, สํสิพฺพิตาติ อตฺโถ. ยสฺมา จ เอวํ ชฏิตา, ตํ ตํ โคตม ปุจฺฉามีติ ตสฺมา ตํ ปุจฺฉามิ. โคตมาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. โก อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ อิมํ เอวํ เตธาตุกํ ชเฏตฺวา ฐิตํ ชฏํ โก วิชเฏยฺย, วิชเฏตุํ โก สมตฺโถติ ปุจฺฉติ.

อถสฺส ภควา ตมตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต สีเล ปติฏฺฐายาติอาทิมาห. ตตฺถ สีเล ปติฏฺฐายาติ จตุปาริสุทฺธิสีเล ฐตฺวา. เอตฺถ จ ภควา ชฏาวิชฏนํ ปุจฺฉิโต สีลํ อารภนฺโต น ‘‘อญฺญํ ปุฏฺโฐ อญฺญํ กเถตี’’ติ เวทิตพฺโพ. ชฏาวิชฏกสฺส หิ ปติฏฺฐาทสฺสนตฺถเมตฺถ สีลํ กถิตํ.

นโรติ สตฺโต. สปญฺโญติ กมฺมชติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาย ปญฺญวา. จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยนฺติ สมาธิญฺเจว วิปสฺสนญฺจ ภาวยมาโน. จิตฺตสีเสน เหตฺถ อฏฺฐ สมาปตฺติโย กถิตา, ปญฺญานาเมน วิปสฺสนา. อาตาปีติ วีริยวา. วีริยญฺหิ กิเลสานํ อาตาปนปริตาปนฏฺเฐน ‘‘อาตาโป’’ติ วุจฺจติ, ตทสฺส อตฺถีติ อาตาปี. นิปโกติ เนปกฺกํ วุจฺจติ ปญฺญา, ตาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. อิมินา ปเทน ปาริหาริยปญฺญํ ทสฺเสติ. ปาริหาริยปญฺญา นาม ‘‘อยํ กาโล อุทฺเทสสฺส, อยํ กาโล ปริปุจฺฉายา’’ติอาทินา นเยน สพฺพตฺถ การาปิตา ปริหริตพฺพปญฺญา. อิมสฺมิญฺหิ ปญฺหาพฺยากรเณ ติกฺขตฺตุํ ปญฺญา อาคตา. ตตฺถ ปฐมา ชาติปญฺญา, ทุติยา วิปสฺสนาปญฺญา, ตติยา สพฺพกิจฺจปริณายิกา ปาริหาริยปญฺญา.

โส อิมํ วิชฏเย ชฏนฺติ โส อิเมหิ สีลาทีหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ. ยถา นาม ปุริโส ปถวิยํ ปติฏฺฐาย สุนิสิตํ สตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา มหนฺตํ เวฬุคุมฺพํ วิชเฏยฺย, เอวเมวํ สีเล ปติฏฺฐาย สมาธิสิลายํ สุนิสิตํ วิปสฺสนาปญฺญาสตฺถํ วีริยพลปคฺคหิเตน ปาริหาริยปญฺญาหตฺเถน อุกฺขิปิตฺวา สพฺพมฺปิ ตํ อตฺตโน สนฺตาเน ปติตํ ตณฺหาชฏํ วิชเฏยฺย สญฺฉินฺเทยฺย สมฺปทาเลยฺยาติ.

เอตฺตาวตา เสขภูมึ กเถตฺวา อิทานิ ชฏํ วิชเฏตฺวา ฐิตํ มหาขีณาสวํ ทสฺเสนฺโต เยสนฺติอาทิมาห. เอวํ ชฏํ วิชเฏตฺวา ฐิตํ ขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา ปุน ชฏาย วิชฏโนกาสํ ทสฺเสนฺโต ยตฺถ นามญฺจาติอาทิมาห. ตตฺถ นามนฺติ จตฺตาโร อรูปิโน ขนฺธา. ปฏิฆํ รูปสญฺญา จาติ เอตฺถ ปฏิฆสญฺญาวเสน กามภโว คหิโต, รูปสญฺญาวเสน รูปภโว. เตสุ ทฺวีสุ คหิเตสุ อรูปภโว คหิโตว โหติ ภวสงฺเขเปนาติ. เอตฺเถสา ฉิชฺชเต ชฏาติ เอตฺถ เตภูมกวฏฺฏสฺส ปริยาทิยนฏฺฐาเน เอสา ชฏา ฉิชฺชติ, นิพฺพานํ อาคมฺม ฉิชฺชติ นิรุชฺฌตีติ อยํ อตฺโถ ทสฺสิโต โหติ. ตติยํ.

๔. มโนนิวารณสุตฺตวณฺณนา

๒๔. จตุตฺเถ ยโต ยโตติ ปาปโต วา กลฺยาณโต วา. อยํ กิร เทวตา ‘‘ยํกิญฺจิ กุสลาทิเภทํ โลกิยํ วา โลกุตฺตรํ วา มโน, ตํ นิวาเรตพฺพเมว, น อุปฺปาเทตพฺพ’’นฺติ เอวํลทฺธิกา. ส สพฺพโตติ โส สพฺพโต. อถ ภควา – ‘‘อยํ เทวตา อนิยฺยานิกกถํ กเถติ, มโน นาม นิวาเรตพฺพมฺปิ อตฺถิ ภาเวตพฺพมฺปิ, วิภชิตฺวา นมสฺสา ทสฺเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ทุติยคาถํ อาห. ตตฺถ น มโน สํยตตฺตมาคตนฺติ, ยํ วุตฺตํ ‘‘น สพฺพโต มโน นิวารเย’’ติ, กตรํ ตํ มโน, ยํ ตํ สพฺพโต น นิวาเรตพฺพนฺติ เจ. มโน สํยตตฺตํ อาคตํ, ยํ มโน ยตฺถ สํยตภาวํ อาคตํ, ‘‘ทานํ ทสฺสามิ, สีลํ รกฺขิสฺสามี’’ติอาทินา นเยน อุปฺปนฺนํ, เอตํ มโน น นิวาเรตพฺพํ, อญฺญทตฺถุ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ. ยโต ยโต จ ปาปกนฺติ ยโต ยโต อกุสลํ อุปฺปชฺชติ, ตโต ตโต จ ตํ นิวาเรตพฺพนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. อรหนฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๕. ปญฺจเม กตาวีติ จตูหิ มคฺเคหิ กตกิจฺโจ. อหํ วทามีติ อยํ เทวตา วนสณฺฑวาสินี, สา อารญฺญกานํ ภิกฺขูนํ ‘‘อหํ ภุญฺชามิ, อหํ นิสีทามิ, มม ปตฺโต, มม จีวร’’นฺติอาทิกถาโวหารํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อิเม ภิกฺขู ‘ขีณาสวา’ติ มญฺญามิ, ขีณาสวานญฺจ นาม เอวรูปา อตฺตุปลทฺธินิสฺสิตกถา โหติ, น โหติ นุ โข’’ติ ชานนตฺถํ เอวํ ปุจฺฉติ.

สามญฺญนฺติ โลกนิรุตฺตึ โลกโวหารํ. กุสโลติ ขนฺธาทีสุ กุสโล. โวหารมตฺเตนาติ อุปลทฺธินิสฺสิตกถํ หิตฺวา โวหารเภทํ อกโรนฺโต ‘‘อหํ, มมา’’ติ วเทยฺย. ‘‘ขนฺธา ภุญฺชนฺติ, ขนฺธา นิสีทนฺติ, ขนฺธานํ ปตฺโต, ขนฺธานํ จีวร’’นฺติ หิ วุตฺเต โวหารเภโท โหติ, น โกจิ ชานาติ. ตสฺมา เอวํ อวตฺวา โลกโวหาเรน โวหรตีติ.

อถ เทวตา – ‘‘ยทิ ทิฏฺฐิยา วเสน น วทติ, มานวเสน นุ โข วทตี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุน โย โหตีติ ปุจฺฉิ. ตตฺถ มานํ นุ โขติ โส ภิกฺขุ มานํ อุปคนฺตฺวา มานวเสน วเทยฺย นุ โขติ. อถ ภควา – ‘‘อยํ เทวตา ขีณาสวํ สมานํ วิย กโรตี’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘ขีณาสวสฺส นววิโธปิ มาโน ปหีโน’’ติ ทสฺเสนฺโต ปฏิคาถํ อาห. ตตฺถ วิธูปิตาติ วิธมิตา. มานคนฺถสฺสาติ มานา จ คนฺถา จ อสฺส. มญฺญตนฺติ มญฺญนํ. ติวิธมฺปิ ตณฺหา-ทิฏฺฐิ-มาน-มญฺญนํ โส วีติวตฺโต, อติกฺกนฺโตติ อตฺโถ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ. ปญฺจมํ.

๖. ปชฺโชตสุตฺตวณฺณนา

๒๖. ฉฏฺเฐ ปุฏฺฐุนฺติ ปุจฺฉิตุํ. กถํ ชาเนมูติ กถํ ชาเนยฺยาม. ทิวารตฺตินฺติ ทิวา จ รตฺติญฺจ. ตตฺถ ตตฺถาติ ยตฺถ ยตฺเถว ปชฺชลิโต โหติ, ตตฺถ ตตฺถ. เอสา อาภาติ เอสา พุทฺธาภา. กตมา ปน สาติ? ญาณาโลโก วา โหตุ ปีติอาโลโก วา ปสาทาโลโก วา ธมฺมกถาอาโลโก วา, สพฺโพปิ พุทฺธานํ ปาตุภาวา อุปฺปนฺโน อาโลโก พุทฺธาภา นาม. อยํ อนุตฺตรา สพฺพเสฏฺฐา อสทิสาติ. ฉฏฺฐํ.

๗. สรสุตฺตวณฺณนา

๒๗. สตฺตเม กุโต สรา นิวตฺตนฺตีติ อิเม สํสารสรา กุโต นิวตฺตนฺติ, กึ อาคมฺม นปฺปวตฺตนฺตีติ อตฺโถ. น คาธตีติ น ปติฏฺฐาติ. อโตติ อโต นิพฺพานโต. เสสํ อุตฺตานตฺถเมวาติ. สตฺตมํ.

๘. มหทฺธนสุตฺตวณฺณนา

๒๘. อฏฺฐเม นิธานคตํ มุตฺตสาราทิ มหนฺตํ ธนเมเตสนฺติ มหทฺธนา. สุวณฺณรชตภาชนาทิ มหาโภโค เอเตสนฺติ มหาโภคา. อญฺญมญฺญาภิคิชฺฌนฺตีติ อญฺญมญฺญํ อภิคิชฺฌนฺติ ปตฺเถนฺติ ปิเหนฺติ. อนลงฺกตาติ อติตฺตา อปริยตฺตชาตา. อุสฺสุกฺกชาเตสูติ นานากิจฺจชาเตสุ อนุปฺปนฺนานํ รูปาทีนํ อุปฺปาทนตฺถาย อุปฺปนฺนานํ อนุภวนตฺถาย อุสฺสุกฺเกสุ. ภวโสตานุสารีสูติ วฏฺฏโสตํ อนุสรนฺเตสุ. อนุสฺสุกาติ อวาวฏา. อคารนฺติ มาตุคาเมน สทฺธึ เคหํ. วิราชิยาติ วิราเชตฺวา. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. อฏฺฐมํ.

๙. จตุจกฺกสุตฺตวณฺณนา

๒๙. นวเม จตุจกฺกนฺติ จตุอิริยาปถํ. อิริยาปโถ หิ อิธ จกฺกนฺติ อธิปฺเปโต. นวทฺวารนฺติ นวหิ วณมุเขหิ นวทฺวารํ. ปุณฺณนฺติ อสุจิปูรํ. โลเภน สํยุตนฺติ ตณฺหาย สํยุตฺตํ. กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตีติ เอตสฺส เอวรูปสฺส สรีรสฺส กถํ นิคฺคมนํ ภวิสฺสติ, กถํ มุตฺติ ปริมุตฺติ สมติกฺกโม ภวิสฺสตีติ ปุจฺฉติ. นทฺธินฺติ อุปนาหํ, ปุพฺพกาเล โกโธ, อปรกาเล อุปนาโหติ เอวํ ปวตฺตํ พลวโกธนฺติ อตฺโถ. วรตฺตนฺติ ‘‘เฉตฺวา นทฺธิ วรตฺตญฺจ, สนฺทานํ สหนุกฺกม’’นฺติ คาถาย (ธ. ป. ๓๙๘; สุ. นิ. ๖๒๗) ตณฺหา วรตฺตา, ทิฏฺฐิ สนฺทานํ นาม ชาตํ. อิธ ปน ปาฬินิทฺทิฏฺเฐ กิเลเส ฐเปตฺวา อวเสสา ‘‘วรตฺตา’’ติ เวทิตพฺพา, อิติ กิเลสวรตฺตญฺจ เฉตฺวาติ อตฺโถ. อิจฺฉา โลภนฺติ เอโกเยว ธมฺโม อิจฺฉนฏฺเฐน อิจฺฉา, ลุพฺภนฏฺเฐน โลโภติ วุตฺโต. ปฐมุปฺปตฺติกา วา ทุพฺพลา อิจฺฉา, อปราปรุปฺปตฺติโก พลวา โลโภ. อลทฺธปตฺถนา วา อิจฺฉา, ปฏิลทฺธวตฺถุมฺหิ โลโภ. สมูลํ ตณฺหนฺติ อวิชฺชามูเลน สมูลกํ ตณฺหํ. อพฺพุยฺหาติ อคฺคมคฺเคน อุปฺปาเฏตฺวา. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. นวมํ.

๑๐. เอณิชงฺฆสุตฺตวณฺณนา

๓๐. ทสเม เอณิชงฺฆนฺติ เอณิมิคสฺส วิย สุวฏฺฏิตชงฺฆํ. กิสนฺติ อถูลํ สมสรีรํ. อถ วา อาตเปน มิลาตํ มาลาคนฺธวิเลปเนหิ อนุปพฺรูหิตสรีรนฺติปิ อตฺโถ. วีรนฺติ วีริยวนฺตํ. อปฺปาหารนฺติ โภชเน มตฺตญฺญุตาย มิตาหารํ, วิกาลโภชนปฏิกฺเขปวเสน วา ปริตฺตาหารํ. อโลลุปนฺติ จตูสุ ปจฺจเยสุ โลลุปฺปวิรหิตํ. รสตณฺหาปฏิกฺเขโป วา เอส. สีหํเวกจรํ นาคนฺติ เอกจรํ สีหํ วิย, เอกจรํ นาคํ วิย. คณวาสิโน หิ ปมตฺตา โหนฺติ, เอกจรา อปฺปมตฺตา, ตสฺมา เอกจราว คหิตาติ. ปเวทิตาติ ปกาสิตา กถิตา. เอตฺถาติ เอตสฺมึ นามรูเป. ปญฺจกามคุณวเสน หิ รูปํ คหิตํ, มเนน นามํ, อุภเยหิ ปน อวินิภุตฺตธมฺเม คเหตฺวา ปญฺจกฺขนฺธาทิวเสนเปตฺถ ภุมฺมํ โยเชตพฺพนฺติ. ทสมํ.

สตฺติวคฺโค ตติโย.