๔. สตุลฺลปกายิกวคฺโค
๑. สพฺภิสุตฺตวณฺณนา
๓๑. สตุลฺลปกายิกวคฺคสฺส ปฐเม สตุลฺลปกายิกาติ สตํ ธมฺมํ สมาทานวเสน อุลฺลเปตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตาติ สตุลฺลปกายิกา. ตตฺริทํ วตฺถุ – สมฺพหุลา กิร สมุทฺทวาณิชา นาวาย สมุทฺทํ ปกฺขนฺทึสุ. เตสํ ขิตฺตสรเวเคน คจฺฉนฺติยา นาวาย สตฺตเม ทิวเส สมุทฺทมชฺเฌ มหนฺตํ อุปฺปาติกํ ปาตุภูตํ, มหาอูมิโย อุฏฺฐหิตฺวา นาวํ อุทกสฺส ปูเรนฺติ. นาวาย นิมุชฺชมานาย มหาชโน อตฺตโน อตฺตโน เทวตานํ นามานิ คเหตฺวา อายาจนาทีนิ กโรนฺโต ปริเทวิ. เตสํ มชฺเฌ เอโก ปุริโส – ‘‘อตฺถิ นุ โข เม เอวรูเป ภเย ปติฏฺฐา’’ติ อาวชฺเชนฺโต อตฺตโน ปริสุทฺธานิ สรณานิ เจว สีลานิ จ ทิสฺวา โยคี วิย ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทิ. ตเมนํ อิตเร สภยการณํ ปุจฺฉึสุ. โส เตสํ กเถสิ – ‘‘อมฺโภ อหํ นาวํ อภิรูหนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทานํ ทตฺวา สรณานิ เจว สีลานิ จ อคฺคเหสึ, เตน เม ภยํ นตฺถี’’ติ. กึ ปน สามิ เอตานิ อญฺเญสมฺปิ วตฺตนฺตีติ? อาม วตฺตนฺตีติ เตน หิ อมฺหากมฺปิ เทถาติ. โส เต มนุสฺเส สตํ สตํ กตฺวา สตฺต โกฏฺฐาเส อกาสิ, ตโต ปญฺจสีลานิ อทาสิ. เตสุ ปฐมํ ชงฺฆสตํ โคปฺผกมตฺเต อุทเก ฐิตํ อคฺคเหสิ, ทุติยํ ชาณุมตฺเต, ตติยํ กฏิมตฺเต, จตุตฺถํ นาภิมตฺเต, ปญฺจมํ ถนมตฺเต, ฉฏฺฐํ คลปฺปมาเณ, สตฺตมํ มุเขน โลโณทเก ปวิสนฺเต อคฺคเหสิ. โส เตสํ สีลานิ ทตฺวา – ‘‘อญฺญํ ตุมฺหากํ ปฏิสรณํ นตฺถิ, สีลเมว อาวชฺเชถา’’ติ อุคฺโฆเสสิ. ตานิ สตฺตปิ ชงฺฆสตานิ ตตฺถ กาลํ กตฺวา อาสนฺนกาเล คหิตสีลํ นิสฺสาย ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตึสุ, เตสํ ฆฏาวเสเนว วิมานานิ นิพฺพตฺตึสุ. สพฺเพสํ มชฺเฌ อาจริยสฺส โยชนสติกํ สุวณฺณวิมานํ นิพฺพตฺติ, อวเสนานิ ตสฺส ปริวารานิ หุตฺวา สพฺพเหฏฺฐิมํ ทฺวาทสโยชนิกํ อโหสิ. เต นิพฺพตฺตกฺขเณเยว กมฺมํ อาวชฺเชนฺตา อาจริยํ นิสฺสาย สมฺปตฺติลาภํ ญตฺวา, ‘‘คจฺฉาม ตาว, ทสพลสฺส สนฺติเก อมฺหากํ อาจริยสฺส วณฺณํ กเถยฺยามา’’ติ มชฺฌิมยามสมนนฺตเร ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ, ตา เทวตา อาจริยสฺส วณฺณภณนตฺถํ เอเกกํ คาถํ อภาสึสุ.
ตตฺถ สพฺภิเรวาติ ปณฺฑิเตหิ, สปฺปุริเสหิ เอว. ร-กาโร ปทสนฺธิกโร. สมาเสถาติ สห นิสีเทยฺย. เทสนาสีสเมว เจตํ, สพฺพอิริยาปเถ สพฺภิเรว สห กุพฺเพยฺยาติ อตฺโถ. กุพฺเพถาติ กเรยฺย. สนฺถวนฺติ มิตฺตสนฺถวํ. ตณฺหาสนฺถโว ปน น เกนจิ สทฺธึ กาตพฺโพ, มิตฺตสนฺถโว พุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-พุทฺธสาวเกหิ สห กาตพฺโพ. อิทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สตนฺติ พุทฺธาทีนํ สปฺปุริสานํ. สทฺธมฺมนฺติ ปญฺจสีลทสสีลจตุสติปฏฺฐานาทิเภทํ สทฺธมฺมํ, อิธ ปน ปญฺจสีลํ อธิปฺเปตํ. เสยฺโย โหตีติ วฑฺฒิ โหติ. น ปาปิโยติ ลามกํ กิญฺจิ น โหติ. นาญฺญโตติ วาลิกาทีหิ เตลาทีนิ วิย อญฺญโต อนฺธพาลโต ปญฺญา นาม น ลพฺภติ, ติลาทีหิ ปน เตลาทีนิ วิย สตํ ธมฺมํ ญตฺวา ปณฺฑิตเมว เสวนฺโต ภชนฺโต ลภตีติ. โสกมชฺเฌติ โสกวตฺถูนํ โสกานุคตานํ วา สตฺตานํ มชฺฌคโต น โสจติ พนฺธุลมลฺลเสนาปติสฺส อุปาสิกา วิย, ปญฺจนฺนํ โจรสตานํ มชฺเฌ ธมฺมเสนาปติสฺส สทฺธิวิหาริโก สํกิจฺจสามเณโร วิย จ.
ญาติมชฺเฌ วิโรจตีติ ญาติคณมชฺเฌ สํกิจฺจเถรสฺส สทฺธิวิหาริโก อธิมุตฺตกสามเณโร วิย โสภติ. โส กิร เถรสฺส ภาคิเนยฺโย โหติ, อถ นํ เถโร อาห – ‘‘สามเณร, มหลฺลโกสิ ชาโต, คจฺฉ, วสฺสานิ ปุจฺฉิตฺวา เอหิ, อุปสมฺปาเทสฺสามิ ต’’นฺติ. โส ‘‘สาธู’’ติ เถรํ วนฺทิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย โจรอฏวิยา โอรภาเค ภคินิคามํ คนฺตฺวา ปิณฺฑาย จริ, ตํ ภคินี ทิสฺวา วนฺทิตฺวา เคเห นิสีทาเปตฺวา โภเชสิ. โส กตภตฺตกิจฺโจ วสฺสานิ ปุจฺฉิ. สา ‘‘อหํ น ชานามิ, มาตา เม ชานาตี’’ติ อาห. อถ โส ‘‘ติฏฺฐถ ตุเมฺห, อหํ มาตุสนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ อฏวึ โอติณฺโณ. ตเมนํ ทูรโตว โจรปุริโส ทิสฺวา โจรานํ อาโรเจสิ. โจรา ‘‘สามเณโร กิเรโก อฏวึ โอติณฺโณ, คจฺฉถ นํ อาเนถา’’ติ อาณาเปตฺวา เอกจฺเจ ‘‘มาเรม น’’นฺติ อาหํสุ, เอกจฺเจ วิสฺสชฺเชมาติ. สามเณโร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เสโข สกรณีโย, อิเมหิ สทฺธึ มนฺเตตฺวา โสตฺถิมตฺตานํ กริสฺสามี’’ติ โจรเชฏฺฐกํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อุปมํ เต, อาวุโส, กริสฺสามี’’ติ อิมา คาถา อภาสิ –
‘‘อหุ อตีตมทฺธานํ, อรญฺญสฺมึ พฺรหาวเน;
เจโต กูฏานิ โอฑฺเฑตฺวา, สสกํ อวธี ตทา.
‘‘สสกญฺจ มตํ ทิสฺวา, อุพฺพิคฺคา มิคปกฺขิโน;
เอกรตฺตึ อปกฺกามุํ, ‘อกิจฺจํ วตฺตเต อิธ’.
‘‘ตเถว สมณํ หนฺตฺวา, อธิมุตฺตํ อกิญฺจนํ;
อทฺธิกา นาคมิสฺสนฺติ, ธนชานิ ภวิสฺสตี’’ติ.
‘‘สจฺจํ โข สมโณ อาห, อธิมุตฺโต อกิญฺจโน;
อทฺธิกา นาคมิสฺสนฺติ, ธนชานิ ภวิสฺสติ.
‘‘สเจ ปฏิปเถ ทิสฺวา, นาโรเจสฺสสิ กสฺสจิ;
ตว สจฺจมนุรกฺขนฺโต, คจฺฉ ภนฺเต ยถาสุข’’นฺติ.
โส เตหิ โจเรหิ วิสฺสชฺชิโต คจฺฉนฺโต ญาตโยปิ ทิสฺวา เตสมฺปิ น อาโรเจสิ. อถ เต อนุปฺปตฺเต โจรา คเหตฺวา วิเหฐยึสุ, อุรํ ปหริตฺวา ปริเทวมานญฺจสฺส มาตรํ โจรา เอตทโวจุํ –
‘‘กึ เต โหติ อธิมุตฺโต, อุทเร วสิโก อสิ;
ปุฏฺฐา เม อมฺม อกฺขาหิ, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.
‘‘อธิมุตฺตสฺส อหํ มาตา, อยญฺจ ชนโก ปิตา;
ภคินี ภาตโร จาปิ, สพฺเพว อิธ ญาตโย.
‘‘อกิจฺจการี อธิมุตฺโต, ยํ ทิสฺวา น นิวารเย;
เอตํ โข วตฺตํ สมณานํ, อริยานํ ธมฺมชีวินํ.
‘‘สจฺจวาที อธิมุตฺโต, ยํ ทิสฺวา น นิวารเย;
อธิมุตฺตสฺส สุจิณฺเณน, สจฺจวาทิสฺส ภิกฺขุโน;
สพฺเพว อภยํ ปตฺตา, โสตฺถึ คจฺฉนฺตุ ญาตโย’’ติ.
เอวํ เต โจเรหิ วิสฺสชฺชิตา คนฺตฺวา อธิมุตฺตํ อาหํสุ –
‘‘ตว ตาต สุจิณฺเณน, สจฺจวาทิสฺส ภิกฺขุโน;
สพฺเพว อภยํ ปตฺตา, โสตฺถึ ปจฺจาคมมฺหเส’’ติ.
เตปิ ปญฺจสตา โจรา ปสาทํ อาปชฺชิตฺวา อธิมุตฺตสฺส สามเณรสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ. โส เต อาทาย อุปชฺฌายสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปฐมํ อตฺตนา อุปสมฺปนฺโน ปจฺฉา เต ปญฺจสเต อตฺตโน อนฺเตวาสิเก กตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. เต อธิมุตฺตเถรสฺส โอวาเท ฐิตา สพฺเพ อคฺคผลํ อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. อิมมตฺถํ คเหตฺวา เทวตา ‘‘สตํ สทฺธมฺมมญฺญาย ญาติมชฺเฌ วิโรจตี’’ติ อาห.
สาตตนฺติ สตตํ สุขํ วา จิรํ ติฏฺฐนฺตีติ วทติ. สพฺพาสํ โวติ สพฺพาสํ ตุมฺหากํ. ปริยาเยนาติ การเณน. สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตีติ, น เกวลํ เสยฺโยว โหติ, น จ เกวลํ ปญฺญํ ลภติ, โสกมชฺเฌ น โสจติ, ญาติมชฺเฌ วิโรจติ, สุคติยํ นิพฺพตฺตติ, จิรํ สุขํ ติฏฺฐติ, สกลสฺมา ปน วฏฺฏทุกฺขาปิ มุจฺจตีติ. ปฐมํ.
๒. มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา
๓๒. ทุติเย มจฺเฉรา จ ปมาทา จาติ อตฺตสมฺปตฺตินิคูหนลกฺขเณน มจฺเฉเรน เจว สติวิปฺปวาสลกฺขเณน ปมาเทน จ. เอกจฺโจ หิ ‘อิทํ เม เทนฺตสฺส ปริกฺขยํ คมิสฺสติ, มยฺหํ วา ฆรมานุสกานํ วา น ภวิสฺสตี’’ติ มจฺฉริเยน ทานํ น เทติ. เอกจฺโจ ขิฑฺฑาทิปสุตตฺตา ‘ทานํ ทาตพฺพ’’นฺติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปาเทติ. เอวํ ทานํ น ทียตีติ เอวเมตํ ยสทายกํ สิรีทายกํ สมฺปตฺติทายกํ สุขทายกํ ทานํ นาม น ทียตีติอาทินา การณํ กเถสิ. ปุญฺญํ อากงฺขมาเนนาติ ปุพฺพเจตนาทิเภทํ ปุญฺญํ อิจฺฉมาเนน. เทยฺยํ โหติ วิชานตาติ อตฺถิ ทานสฺส ผลนฺติ ชานนฺเตน ทาตพฺพเมวาติ วทติ.
ตเมว พาลํ ผุสตีติ ตํเยว พาลํ อิธโลกปรโลเกสุ ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ผุสติ อนุพนฺธติ น วิชหติ. ตสฺมาติ ยสฺมา ตเมว ผุสติ, ตสฺมา. วิเนยฺย มจฺเฉรนฺติ มจฺเฉรมลํ วิเนตฺวา. ทชฺชา ทานํ มลาภิภูติ มลาภิภู หุตฺวา ตํ มจฺเฉรมลํ อภิภวิตฺวา ทานํ ทเทยฺย.
เต มเตสุ น มียนฺตีติ อทานสีลตาย มรเณน มเตสุ น มียนฺติ. ยถา หิ มโต สมฺปริวาเรตฺวา ฐปิเต พหุมฺหิปิ อนฺนปานาทิมฺหิ ‘‘อิทํ อิมสฺส โหตุ, อิทํ อิมสฺสา’’ติ อุฏฺฐหิตฺวา สํวิภาคํ น กโรติ, เอวํ อทานสีโลปีติ มตกสฺส จ อทานสีลสฺส จ โภคา สมสมา นาม โหนฺติ. เตน ทานสีลา เอวรูเปสุ มเตสุ น มียนฺตีติ อตฺโถ. ปนฺถานํว สห วชํ, อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺตีติ ยถา อทฺธานํ กนฺตารมคฺคํ สห วชนฺตา ปถิกา สห วชนฺตานํ ปถิกานํ อปฺปสฺมึ ปาเถยฺเย สํวิภาคํ กตฺวา ปเวจฺฉนฺติ ททนฺติเยว, เอวเมวํ เย ปน อนมตคฺคํ สํสารกนฺตารํ สห วชนฺตา สห วชนฺตานํ อปฺปสฺมิมฺปิ เทยฺยธมฺเม สํวิภาคํ กตฺวา ททนฺติเยว, เต มเตสุ น มียนฺติ.
เอส ธมฺโม สนนฺตโนติ เอส โปราณโก ธมฺโม, สนนฺตนานํ วา ปณฺฑิตานํ เอส ธมฺโมติ. อปฺปเสฺมเกติ อปฺปสฺมึ เทยฺยธมฺเม เอเก. ปเวจฺฉนฺตีติ ททนฺติ. พหุเนเก น ทิจฺฉเรติ พหุนาปิ โภเคน สมนฺนาคตา เอกจฺเจ น ททนฺติ. สหสฺเสน สมํ มิตาติ สหสฺเสน สทฺธึ มิตา, สหสฺส ทานสทิสา โหติ.
ทุรนฺวโยติ ทุรนุคมโน, ทุปฺปูโรติ อตฺโถ. ธมฺมํ จเรติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺมํ จรติ. โยปิ สมุญฺชกญฺจเรติ โย อปิ ขลมณฺฑลาทิโสธนปลาลโปฐนาทิวเสน สมุญฺชกญฺจรติ. ทารญฺจ โปสนฺติ ทารญฺจ โปสนฺโต. ททํ อปฺปกสฺมินฺติ อปฺปกสฺมึ ปณฺณสากมตฺตสฺมิมฺปิ สํวิภาคํ กตฺวา ททนฺโตว โส ธมฺมํ จรติ. สตํ สหสฺสานนฺติ สหสฺสํ สหสฺสํ กตฺวา คณิตานํ ปุริสานํ สตํ, สตสหสฺสนฺติ อตฺโถ. สหสฺสยาคินนฺติ ภิกฺขุสหสฺสสฺส วา ยาโค กหาปณสหสฺเสน วา นิพฺพตฺติโต ยาโคปิ สหสฺสยาโค. โส เอเตสํ อตฺถีติ สหสฺสยาคิโน, เตสํ สหสฺสยาคินํ. เอเตน ทสนฺนํ วา ภิกฺขุโกฏีนํ ทสนฺนํ วา กหาปณโกฏีนํ ปิณฺฑปาโต ทสฺสิโต โหติ. เย เอตฺตกํ ททนฺติ, เต กลมฺปิ นคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺสาติ อาห. ยฺวายํ สมุญฺชกํ จรนฺโตปิ ธมฺมํ จรติ, ทารํ โปเสนฺโตปิ, อปฺปกสฺมึ ททนฺโตปิ, ตถาวิธสฺส เอเต สหสฺสยาคิโน กลมฺปิ นคฺฆนฺติ. ยํ เตน ทลิทฺเทน เอกปฏิวีสกมตฺตมฺปิ สลากภตฺตมตฺตมฺปิ วา ทินฺนํ, ตสฺส ทานสฺส สพฺเพสมฺปิ เตสํ ทานํ กลํ นคฺฆตีติ. กลํ นาม โสฬสภาโคปิ สตภาโคปิ สหสฺสภาโคปิ. อิธ สตภาโค คหิโต. ยํ เตน ทานํ ทินฺนํ, ตสฺมึ สตธา วิภตฺเต อิตเรสํ ทสโกฏิสหสฺสทานํ ตโต เอกโกฏฺฐาสมฺปิ นคฺฆตีติ อาห.
เอวํ ตถาคเต ทานสฺส อคฺฆํ กโรนฺเต สมีเป ฐิตา เทวตา จินฺเตสิ – ‘‘เอวํ ภควา มหนฺตํ ทานํ ปาเทน ปวฏฺเฏตฺวา รตนสติเก วิย นรเก ปกฺขิปนฺโต อิทํ เอวํ ปริตฺตกํ ทานํ จนฺทมณฺฑเล ปหรนฺโต วิย อุกฺขิปติ, กถํ นุ โข เอตํ มหปฺผลตร’’นฺติ ชานนตฺถํ คาถาย อชฺฌภาสิ. ตตฺถ เกนาติ เกน การเณน. มหคฺคโตติ มหตฺตํ คโต, วิปุลสฺเสตํ เววจนํ. สเมน ทินฺนสฺสาติ สเมน ทินฺนสฺส ทานสฺส. อถสฺสา ภควา ทานํ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต ททนฺติ เหเกติอาทิมาห. ตตฺถ วิสเม นิวิฏฺฐาติ วิสเม กายวจีมโนกมฺเม ปติฏฺฐิตา หุตฺวา. เฉตฺวาติ โปเถตฺวา. วธิตฺวาติ มาเรตฺวา. โสจยิตฺวาติ ปรํ โสกสมปฺปิตํ กตฺวา. อสฺสุมุขาติ อสฺสุมุขสมฺมิสฺสา. ปรํ โรทาเปตฺวา ทินฺนทานญฺหิ อสฺสุมุขทานนฺติ วุจฺจติ. สทณฺฑาติ ทณฺเฑน ตชฺเชตฺวา ปหริตฺวา ทินฺนทกฺขิณา สทณฺฑาติ วุจฺจติ. เอวนฺติ นาหํ สมฺมาสมฺพุทฺธตาย มหาทานํ คเหตฺวา อปฺปผลํ นาม กาตุํ สกฺโกมิ ปริตฺตกทานํ วา มหปฺผลํ นาม. อิทํ ปน มหาทานํ อตฺตโน อุปฺปตฺติยา อปริสุทฺธตาย เอวํ อปฺปผลํ นาม โหติ, อิตรํ ปริตฺตทานํ อตฺตโน อุปฺปตฺติยา ปริสุทฺธตาย เอวํ มหปฺผลํ นามาติ อิมมตฺถํ ทสฺเสนฺโต เอวนฺติอาทิมาหาติ. ทุติยํ.
๓. สาธุสุตฺตวณฺณนา
๓๓. ตติเย อุทานํ อุทาเนสีติ อุทาหารํ อุทาหริ. ยถา หิ ยํ เตลํ มานํ คเหตุํ น สกฺโกติ วิสฺสนฺทิตฺวา คจฺฉติ, ตํ อวเสสโกติ วุจฺจติ. ยญฺจ ชลํ ตฬากํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อชฺโฌตฺถริตฺวา คจฺฉติ, ตํ โอโฆติ วุจฺจติ, เอวเมวํ ยํ ปีติวจนํ หทยํ คเหตุํ น สกฺโกติ, อธิกํ หุตฺวา อนฺโต อสณฺฐหิตฺวา พหิ นิกฺขมติ, ตํ อุทานนฺติ วุจฺจติ. เอวรูปํ ปีติมยํ วจนํ นิจฺฉาเรสีติ อตฺโถ. สทฺธายปิ สาหุ ทานนฺติ กมฺมญฺจ กมฺมผลญฺจ สทฺทหิตฺวาปิ ทินฺนทานํ สาหุ ลทฺธกํ ภทฺทกเมว. อาหูติ กเถนฺติ. กถํ ปเนตํ อุภยํ สมํ นาม โหตีติ? ชีวิตภีรุโก หิ ยุชฺฌิตุํ น สกฺโกติ, ขยภีรุโก ทาตุํ น สกฺโกติ. ‘‘ชีวิตญฺจ รกฺขิสฺสามิ ยุชฺฌิสฺสามิ จา’’ติ หิ วทนฺโต น ยุชฺฌติ. ชีวิเต ปน อาลยํ วิสฺสชฺเชตฺวา, ‘‘เฉชฺชํ วา โหตุ มรณํ วา, คณฺหิสฺสาเมตํ อิสฺสริย’’นฺติ อุสฺสหนฺโตว ยุชฺฌติ. ‘‘โภเค จ รกฺขิสฺสามิ, ทานญฺจ ทสฺสามี’’ติ วทนฺโต น ททาติ. โภเคสุ ปน อาลยํ วิสฺสชฺเชตฺวา มหาทานํ ทสฺสามีติ อุสฺสหนฺโตว เทติ. เอวํ ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมํ โหติ. กิญฺจ ภิยฺโย? อปฺปาปิ สนฺตา พหุเก ชินนฺตีติ ยถา จ ยุทฺเธ อปฺปกาปิ วีรปุริสา พหุเก ภีรุปุริเส ชินนฺติ, เอวํ สทฺธาทิสมฺปนฺโน อปฺปกมฺปิ ทานํ ททนฺโต พหุมจฺเฉรํ มทฺทติ, พหุญฺจ ทานวิปากํ อธิคจฺฉติ. เอวมฺปิ ทานญฺจ ยุทฺธญฺจ สมานํ. เตเนวาห –
‘‘อปฺปมฺปิ เจ สทฺทหาโน ททาติ,
เตเนว โส โหติ สุขี ปรตฺถา’’ติ.
อิมสฺส จ ปนตฺถสฺส ปกาสนตฺถํ เอกสาฏกพฺราหฺมณวตฺถุ จ องฺกุรวตฺถุ จ วิตฺถาเรตพฺพํ.
ธมฺมลทฺธสฺสาติ ธมฺเมน สเมน ลทฺธสฺส โภคสฺส ธมฺมลทฺธสฺส จ ปุคฺคลสฺส. เอตฺถ ปุคฺคโล ลทฺธธมฺโม นาม อธิคตธมฺโม อริยปุคฺคโล. อิติ ยํ ธมฺมลทฺธสฺส โภคสฺส ทานํ ธมฺมลทฺธสฺส อริยปุคฺคลสฺส ทียติ, ตมฺปิ สาธูติ อตฺโถ. โย ธมฺมลทฺธสฺสาติ อิมสฺมิมฺปิ คาถาปเท อยเมว อตฺโถ. อุฏฺฐานวีริยาธิคตสฺสาติ อุฏฺฐาเนน จ วีริเยน จ อธิคตสฺส โภคสฺส. เวตรณินฺติ เทสนาสีสมตฺตเมตํ. ยมสฺส ปน เวตรณิมฺปิ สญฺชีวกาฬสุตฺตาทโยปิ เอกตึสมหานิรเยปิ สพฺพโสว อติกฺกมิตฺวาติ อตฺโถ.
วิเจยฺย ทานนฺติ วิจินิตฺวา ทินฺนทานํ. ตตฺถ เทฺว วิจินนา ทกฺขิณาวิจินนํ ทกฺขิเณยฺยวิจินนญฺจ. เตสุ ลามกลามเก ปจฺจเย อปเนตฺวา ปณีตปณีเต วิจินิตฺวา เตสํ ทานํ ทกฺขิณาวิจินนํ นาม. วิปนฺนสีเล อิโต พหิทฺธา ปญฺจนวุติปาสณฺฑเภเท วา ทกฺขิเณยฺเย ปหาย สีลาทิคุณสมฺปนฺนานํ สาสเน ปพฺพชิตานํ ทานํ ทกฺขิเณยฺยวิจินนํ นาม. เอวํ ทฺวีหากาเรหิ วิเจยฺย ทานํ. สุคตปฺปสตฺถนฺติ สุคเตน วณฺณิตํ. ตตฺถ ทกฺขิเณยฺยวิจินนํ ทสฺเสนฺโต เย ทกฺขิเณยฺยาติอาทิมาห. พีชานิ วุตฺตานิ ยถาติ อิมินา ปน ทกฺขิณาวิจินนํ อาห. อวิปนฺนพีชสทิสา หิ วิจินิตฺวา คหิตา ปณีตปณีตา เทยฺยธมฺมาติ.
ปาเณสุปิ สาธุ สํยโมติ ปาเณสุ สํยตภาโวปิ ภทฺทโก. อยํ เทวตา อิตราหิ กถิตํ ทานานิสํสํ อติกฺกมิตฺวา สีลานิสํสํ กเถตุมารทฺธา. อเหฐยํ จรนฺติ อวิหึสนฺโต จรมาโน. ปรูปวาทาติ ปรสฺส อุปวาทภเยน. ภยาติ อุปวาทภยา. ทานา จ โข ธมฺมปทํว เสยฺโยติ ทานโต นิพฺพานสงฺขาตํ ธมฺมปทเมว เสยฺโย. ปุพฺเพ จ หิ ปุพฺพตเร จ สนฺโตติ ปุพฺเพ จ กสฺสปพุทฺธาทิกาเล ปุพฺพตเร จ โกณาคมนพุทฺธาทิกาเล, สพฺเพปิ วา เอเต ปุพฺเพ จ ปุพฺพตเร จ สนฺโต นามาติ. ตติยํ.
๔. นสนฺติสุตฺตวณฺณนา
๓๔. จตุตฺเถ กมนียานีติ รูปาทีนิ อิฏฺฐารมฺมณานิ. อปุนาคมนํ อนาคนฺตา ปุริโส มจฺจุเธยฺยาติ เตภูมกวฏฺฏสงฺขาตา มจฺจุเธยฺยา อปุนาคมนสงฺขาตํ นิพฺพานํ อนาคนฺตา. นิพฺพานญฺหิ สตฺตา น ปุนาคจฺฉนฺติ, ตสฺมา ตํ อปุนาคมนนฺติ วุจฺจติ. ตํ กาเมสุ พทฺโธ จ ปมตฺโต จ อนาคนฺตา นาม โหติ, โส ตํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ, ตสฺมา เอวมาห. ฉนฺทชนฺติ ตณฺหาฉนฺทโต ชาตํ. อฆนฺติ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขํ. ทุติยปทํ ตสฺเสว เววจนํ. ฉนฺทวินยา อฆวินโยติ ตณฺหาวินเยน ปญฺจกฺขนฺธวินโย. อฆวินยา ทุกฺขวินโยติ ปญฺจกฺขนฺธวินเยน วฏฺฏทุกฺขํ วินีตเมว โหติ. จิตฺรานีติ อารมฺมณจิตฺตานิ. สงฺกปฺปราโคติ สงฺกปฺปิตราโค. เอวเมตฺถ วตฺถุกามํ ปฏิกฺขิปิตฺวา กิเลสกาโม กาโมติ วุตฺโต. อยํ ปนตฺโถ ปสูรสุตฺเตน (สุ. นิ. ๘๓๐ อาทโย) วิภาเวตพฺโพ. ปสูรปริพฺพาชโก หิ เถเรน ‘‘สงฺกปฺปราโค ปุริสสฺส กาโม’’ติ วุตฺเต –
‘‘น เต กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราคญฺจ วเทสิ กามํ;
สงฺกปฺปยํ อกุสเล วิตกฺเก,
ภิกฺขูปิ เต เหหินฺติ กามโภคี’’ติ. –
อาห. อถ นํ เถโร อโวจ –
‘‘เต เจ กามา ยานิ จิตฺรานิ โลเก,
สงฺกปฺปราคํ น วเทสิ กามํ;
ปสฺสนฺโต รูปานิ มโนรมานิ,
สตฺถาปิ เต เหหิติ กามโภคี.
สุณนฺโต สทฺทานิ, ฆายนฺโต คนฺธานิ;
สายนฺโต รสานิ, ผุสนฺโต ผสฺสานิ มโนรมานิ;
สตฺถาปิ เต เหหิติ กามโภคี’’ติ.
อเถตฺถ ธีราติ อถ เอเตสุ อารมฺมเณสุ ปณฺฑิตา ฉนฺทราคํ วินยนฺติ. สํโยชนํ สพฺพนฺติ ทสวิธมฺปิ สํโยชนํ. อกิญฺจนนฺติ ราคกิญฺจนาทิวิรหิตํ. นานุปตนฺติ ทุกฺขาติ วฏฺฏทุกฺขา ปน ตสฺส อุปริ น ปตนฺติ. อิจฺจายสฺมา โมฆราชาติ, ‘‘ปหาสิ สงฺข’’นฺติ คาถํ สุตฺวา ตสฺสํ ปริสติ อนุสนฺธิกุสโล โมฆราชา นาม เถโร ‘‘อิมิสฺสา คาถาย อตฺโถ น ยถานุสนฺธึ คโต’’ติ จินฺเตตฺวา ยถานุสนฺธึ ฆเฏนฺโต เอวมาห. ตตฺถ อิธ วา หุรํ วาติ อิธโลเก วา ปรโลเก วา. นรุตฺตมํ อตฺถจรํ นรานนฺติ กิญฺจาปิ สพฺเพ ขีณาสวา นรุตฺตมา เจว อตฺถจรา จ นรานํ, เถโร ปน ทสพลํ สนฺธาเยวมาห. เย ตํ นมสฺสนฺติ ปสํสิยา เตติ ยทิ ตถาวิมุตฺตํ เทวมนุสฺสา นมสฺสนฺติ, อถ เย ตํ ภควนฺตํ กาเยน วา วาจาย วา อนุปฏิปตฺติยา วา นมสฺสนฺติ, เต กึ ปสํสิยา, อุทาหุ อปสํสิยาติ. ภิกฺขูติ โมฆราชตฺเถรํ อาลปติ. อญฺญาย ธมฺมนฺติ จตุสจฺจธมฺมํ ชานิตฺวา. สงฺคาติคา เตปิ ภวนฺตีติ เย ตํ กาเยน วา วาจาย วา อนุปฏิปตฺติยา วา นมสฺสนฺติ. เต จตุสจฺจธมฺมํ อญฺญาย วิจิกิจฺฉํ ปหาย สงฺคาติคาปิ โหนฺติ, ปสํสิยาปิ โหนฺตีติ. จตุตฺถํ.
๕. อุชฺฌานสญฺญิสุตฺตวณฺณนา
๓๕. ปญฺจเม อุชฺฌานสญฺญิกาติ อุชฺฌานสญฺญี เทวโลโก นาม ปาฏิเยกฺโก นตฺถิ, อิมา ปน เทวตา ตถาคตสฺส จตุปจฺจยปริโภคํ นิสฺสาย อุชฺฌายมานา อาคตา. ตาสํ กิร เอวํ อโหสิ – ‘‘สมโณ โคตโม ภิกฺขูนํ ปํสุกูลจีวร-ปิณฺฑิยาโลป-รุกฺขมูลเสนาสนปูติมุตฺตเภสชฺเชหิ สนฺโตสสฺเสว ปริยนฺตการิตํ วณฺเณติ, สยํ ปน ปตฺตุณฺณทุกูล โขมาทีนิ ปณีตจีวรานิ ธาเรติ, ราชารหํ อุตฺตมํ โภชนํ ภุญฺชติ, เทววิมานกปฺปาย คนฺธกุฏิยา วรสยเน สยติ, สปฺปินวนีตาทีนิ เภสชฺชานิ ปฏิเสวติ, ทิวสํ มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสติ, วจนมสฺส อญฺญโต คจฺฉติ, กิริยา อญฺญโต’’ติ อุชฺฌายมานา อาคมึสุ. เตน ตาสํ ธมฺมสงฺคาหกตฺเถเรหิ ‘‘อุชฺฌานสญฺญิกา’’ติ นามํ คหิตํ.
อญฺญถา สนฺตนฺติ อญฺเญนากาเรน ภูตํ. นิกจฺจาติ นิกติยา วญฺจนาย, วญฺเจตฺวาติ อตฺโถ. กิตวสฺเสวาติ กิตโว วุจฺจติ สากุณิโก. โส หิ อคุมฺโพว สมาโน สาขปณฺณาทิปฏิจฺฉาทเนน คุมฺพวณฺณํ ทสฺเสตฺวา อุปคเต โมรติตฺติราทโย สกุเณ มาเรตฺวา ทารภรณํ กโรติ. อิติ ตสฺส กิตวสฺส อิมาย วญฺจนาย เอวํ วญฺเจตฺวา สกุณมํสโภชนํ วิย กุหกสฺสาปิ ปํสุกูเลน อตฺตานํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา กถาเฉกตาย มหาชนํ วญฺเจตฺวา ขาทมานสฺส วิจรโต. ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตนฺติ สพฺโพปิ ตสฺส จตุปจฺจยปริโภโค เถยฺเยน ปริภุตฺโต นาม โหตีติ เทวตา ภควนฺตํ สนฺธาย วทติ. ปริชานนฺติ ปณฺฑิตาติ อยํ การโก วา อการโก วาติ ปณฺฑิตา ชานนฺติ. อิติ ตา เทวตา ‘‘ตถาคตาปิ มยเมว ปณฺฑิตา’’ติ มญฺญมานา เอวมาหํสุ.
อถ ภควา นยิทนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยายํ ปฏิปทา ทฬฺหาติ อยํ ธมฺมานุธมฺมปฏิปทา ทฬฺหา ถิรา. ยาย ปฏิปทาย ธีรา ปณฺฑิตา อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จาติ ทฺวีหิ ฌาเนหิ ฌายิโน มารพนฺธนา ปมุจฺจนฺติ, ตํ ปฏิปทํ ภาสิตมตฺเตน วา สวนมตฺเตน วา โอกฺกมิตุํ ปฏิปชฺชิตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ. น เว ธีรา ปกุพฺพนฺตีติ ธีรา ปณฺฑิตา วิทิตฺวา โลกปริยายํ สงฺขารโลกสฺส อุทยพฺพยํ ญตฺวา จตุสจฺจธมฺมญฺจ อญฺญาย กิเลสนิพฺพาเนน นิพฺพุตา โลเก วิสตฺติกํ ติณฺณา เอวํ น กุพฺพนฺติ, มยํ เอวรูปานิ น กเถมาติ อตฺโถ.
ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวาติ ‘‘อยุตฺตํ อเมฺหหิ กตํ, อการกเมว มยํ การกวาเทน สมุทาจริมฺหา’’ติ ลชฺชมานา มหาพฺรหฺมนิ วิย ภควติ คารวํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อคฺคิกฺขนฺธํ วิย ภควนฺตํ ทุราสทํ กตฺวา ปสฺสมานา อากาสโต โอตริตฺวา ภูมิยํ ฐตฺวาติ อตฺโถ. อจฺจโยติ อปราโธ. โน, ภนฺเต, อจฺจาคมาติ อเมฺห อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต. อาสาเทตพฺพนฺติ ฆฏฺฏยิตพฺพํ. ตา กิร เทวตา ภควนฺตํ กาเยน วาจายาติ ทฺวีหิปิ ฆฏฺฏยึสุ. ตถาคตํ อวนฺทิตฺวา อากาเส ปติฏฺฐมานา กาเยน ฆฏฺฏยึสุ, กิตโวปมํ อาหริตฺวา นานปฺปการกํ อสพฺภิวาทํ วทมานา วาจาย ฆฏฺฏยึสุ. ตสฺมา อาสาเทตพฺพํ อมญฺญิมฺหาติ อาหํสุ. ปฏิคฺคณฺหาตูติ ขมตุ. อายตึ สํวรายาติ อนาคเต สํวรณตฺถาย, ปุน เอวรูปสฺส อปราธสฺส โทสสฺส อกรณตฺถาย.
สิตํ ปาตฺวากาสีติ อคฺคทนฺเต ทสฺเสนฺโต ปหฏฺฐาการํ ทสฺเสสิ. กสฺมา? ตา กิร เทวตา น สภาเวน ขมาเปนฺติ, โลกิยมหาชนญฺจ สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคลํ ตถาคตญฺจ เอกสทิสํ กโรนฺติ. อถ ภควา ‘‘ปรโต กถาย อุปฺปนฺนาย พุทฺธพลํ ทีเปตฺวา ปจฺฉา ขมิสฺสามี’’ติ สิตํ ปาตฺวากาสิ. ภิยฺโยโส มตฺตายาติ อติเรกปฺปมาเณน. อิมํ คาถํ อภาสีติ กุปิโต เอส อมฺหากนฺติ มญฺญมานา อภาสิ.
น ปฏิคณฺหตีติ น ขมติ นาธิวาเสติ. โกปนฺตโรติ อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนโกโป. โทสครูติ โทสํ ครุํ กตฺวา อาทาย วิหรนฺโต. ส เวรํ ปฏิมุญฺจตีติ โส เอวรูโป คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจนฺโต วิย ตํ เวรํ อตฺตนิ ปฏิมุญฺจติ ฐเปติ, น ปฏินิสฺสชฺชตีติ อตฺโถ. อจฺจโย เจ น วิชฺเชถาติ สเจ อจฺจายิกกมฺมํ น ภเวยฺย. โน จิธาปคตํ สิยาติ ยทิ อปราโธ นาม น ภาเวยฺย. เกนีธ กุสโล สิยาติ ยทิ เวรานิ น สมฺเมยฺยุํ, เกน การเณน กุสโล ภเวยฺย.
กสฺสจฺจยาติ คาถาย กสฺส อติกฺกโม นตฺถิ? กสฺส อปราโธ นตฺถิ? โก สมฺโมหํ นาปชฺชติ? โก นิจฺจเมว ปณฺฑิโต นามาติ อตฺโถ? อิมํ กิร คาถํ ภณาปนตฺถํ ภควโต สิตปาตุกมฺมํ. ตสฺมา อิทานิ เทวตานํ พุทฺธพลํ ทีเปตฺวา ขมิสฺสามีติ ตถาคตสฺส พุทฺธสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ ตถาคตสฺสาติ ตถา อาคโตติ เอวมาทีหิ การเณหิ ตถาคตสฺส. พุทฺธสฺสาติ จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตฺตาทีหิ การเณหิ วิโมกฺขนฺติกปณฺณตฺติวเสน เอวํ ลทฺธนามสฺส. อจฺจยํ เทสยนฺตีนนฺติ ยํ วุตฺตํ ตุเมฺหหิ ‘‘อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ…เป… ส เวรํ ปฏิมุญฺจตี’’ติ, ตํ สาธุ วุตฺตํ, อหํ ปน ตํ เวรํ นาภินนฺทามิ น ปตฺถยามีติ อตฺโถ. ปฏิคฺคณฺหามิ โวจฺจยนฺติ ตุมฺหากํ อปราธํ ขมามีติ. ปญฺจมํ.
๖. สทฺธาสุตฺตวณฺณนา
๓๖. ฉฏฺเฐ สทฺธา ทุติยา ปุริสสฺส โหตีติ ปุริสสฺส เทวโลเก มนุสฺสโลเก เจว นิพฺพานญฺจ คจฺฉนฺตสฺส สทฺธา ทุติยา โหติ, สหายกิจฺจํ สาเธติ. โน เจ อสฺสทฺธิยํ อวติฏฺฐตีติ ยทิ อสฺสทฺธิยํ น ติฏฺฐติ. ยโสติ ปริวาโร. กิตฺตีติ วณฺณภณนํ. ตตฺวสฺส โหตีติ ตโต อสฺส โหติ. นานุปตนฺติ สงฺคาติ ราคสงฺคาทโย ปญฺจ สงฺคา น อนุปตนฺติ. ปมาทมนุยุญฺชนฺตีติ เย ปมาทํ กโรนฺติ นิพฺพตฺเตนฺติ, เต ตํ อนุยุญฺชนฺติ นาม. ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขตีติ มุตฺตามณิสาราทิอุตฺตมธนํ วิย รกฺขติ. ฌายนฺโตติ ลกฺขณูปนิชฺฌาเนน จ อารมฺมณูปนิชฺฌาเนน จ ฌายนฺโต. ตตฺถ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ นาม วิปสฺสนามคฺคผลานิ. วิปสฺสนา หิ ตีณิ ลกฺขณานิ อุปนิชฺฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. มคฺโค วิปสฺสนาย อาคตกิจฺจํ สาเธตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. ผลํ ตถลกฺขณํ นิโรธสจฺจํ อุปนิชฺฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปน กสิณารมฺมณสฺส อุปนิชฺฌายนโต อารมฺมณูปนิชฺฌานนฺติ เวทิตพฺพา. ปรมํ นาม อรหตฺตสุขํ อธิปฺเปตนฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. สมยสุตฺตวณฺณนา
๓๗. สตฺตเม สกฺเกสูติ ‘‘สกฺยา วต, โภ กุมารา’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๖๗) อุทานํ ปฏิจฺจ สกฺกาติ ลทฺธนามานํ ราชกุมารานํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รูฬฺหีสทฺเทน สกฺกาติ วุจฺจติ. ตสฺมึ สกฺเกสุ ชนปเท. มหาวเนติ สยํชาเต อโรปิเม หิมวนฺเตน สทฺธึ เอกาพทฺเธ มหติ วเน. สพฺเพเหว อรหนฺเตหีติ อิมํ สุตฺตํ กถิตทิวเสเยว ปตฺตอรหนฺเตหิ.
ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – สากิยโกลิยา หิ กิร กปิลวตฺถุนครสฺส จ โกลิยนครสฺส จ อนฺตเร โรหิณึ นาม นทึ เอเกเนว อาวรเณน พนฺธาเปตฺวา สสฺสานิ กาเรนฺติ. อถ เชฏฺฐมูลมาเส สสฺเสสุ มิลายนฺเตสุ อุภยนครวาสีนมฺปิ กมฺมการา สนฺนิปตึสุ. ตตฺถ โกลิยนครวาสิโน อาหํสุ – ‘‘อิทํ อุทกํ อุภยโต อาหริยมานํ น ตุมฺหากํ, น อมฺหากํ ปโหสฺสติ, อมฺหากํ ปน สสฺสํ เอเกน อุทเกเนว นิปฺผชฺชิสฺสติ, อิทํ อุทกํ อมฺหากํ เทถา’’ติ. กปิลวตฺถุวาสิโน อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺหสุ โกฏฺเฐ ปูเรตฺวา ฐิเตสุ มยํ รตฺตสุวณฺณนีลมณิกาฬกหาปเณ จ คเหตฺวา ปจฺฉิปสิพฺพกาทิหตฺถา น สกฺขิสฺสาม ตุมฺหากํ ฆรทฺวาเร วิจริตุํ, อมฺหากมฺปิ สสฺสํ เอเกเนว อุทเกน นิปฺผชฺชิสฺสติ, อิทํ อุทกํ อมฺหากํ เทถา’’ติ. ‘‘น มยํ ทสฺสามา’’ติ. ‘‘มยมฺปิ น ทสฺสามา’’ติ. เอวํ กถํ วฑฺเฒตฺวา เอโก อุฏฺฐาย เอกสฺส ปหารํ อทาสิ, โสปิ อญฺญสฺสาติ เอวํ อญฺญมญฺญํ ปหริตฺวา ราชกุลานํ ชาตึ ฆฏฺเฏตฺวา กลหํ วฑฺฒยึสุ.
โกลิยกมฺมการา วทนฺติ – ‘‘ตุเมฺห กปิลวตฺถุวาสิเก คเหตฺวา คชฺชถ, เย โสณสิงฺคาลาทโย วิย อตฺตโน ภคินีหิ สทฺธึ สํวสึสุ, เอเตสํ หตฺถิโน จ อสฺสา จ ผลกาวุธานิ จ อมฺหากํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? สากิยกมฺมการา วทนฺติ – ‘‘ตุเมฺห ทานิ กุฏฺฐิโน ทารเก คเหตฺวา คชฺชถ, เย อนาถา นิคฺคติกา ติรจฺฉานา วิย โกลรุกฺเข วสึสุ, เอเตสํ หตฺถิโน จ อสฺสา จ ผลกาวุธานิ จ อมฺหากํ กึ กริสฺสนฺตี’’ติ? เต คนฺตฺวา ตสฺมึ กมฺเม นิยุตฺตอมจฺจานํ กเถสุํ, อมจฺจา ราชกุลานํ กเถสุํ. ตโต สากิยา – ‘‘ภคินีหิ สทฺธึ สํวสิตกานํ ถามญฺจ พลญฺจ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ยุทฺธสชฺชา นิกฺขมึสุ. โกลิยาปิ – ‘‘โกลรุกฺขวาสีนํ ถามญฺจ พลญฺจ ทสฺเสสฺสามา’’ติ ยุทฺธสชฺชา นิกฺขมึสุ.
ภควาปิ รตฺติยา ปจฺจูสสมเยว มหากรุณาสมาปตฺติโต อุฏฺฐาย โลกํ โวโลเกนฺโต อิเม เอวํ ยุทฺธสชฺเช นิกฺขมนฺเต อทฺทส. ทิสฺวา – ‘‘มยิ คเต อยํ กลโห วูปสมฺมิสฺสติ นุ โข อุทาหุ โน’’ติ อุปธาเรนฺโต – ‘‘อหเมตฺถ คนฺตฺวา กลหวูปสมนตฺถํ ตีณิ ชาตกานิ กเถสฺสามิ, ตโต กลโห วูปสมฺมิสฺสติ. อถ สามคฺคิทีปนตฺถาย เทฺว ชาตกานิ กเถตฺวา อตฺตทณฺฑสุตฺตํ เทเสสฺสามิ. เทสนํ สุตฺวา อุภยนครวาสิโนปิ อฑฺฒติยานิ อฑฺฒติยานิ กุมารสตานิ ทสฺสนฺติ, อหํ เต ปพฺพาเชสฺสามิ, ตทา มหาสมาคโม ภวิสฺสตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ อกาสิ. ตสฺมา อิเมสุ ยุทฺธสชฺเชสุ นิกฺขมนฺเตสุ กสฺสจิ อนาโรเจตฺวา สยเมว ปตฺตจีวรมาทาย คนฺตฺวา ทฺวินฺนํ เสนานํ อนฺตเร อากาเส ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา นิสีทิ.
กปิลวตฺถุวาสิโน ภควนฺตํ ทิสฺวาว, ‘‘อมฺหากํ ญาติเสฏฺโฐ สตฺถา อาคโต. ทิฏฺโฐ นุ โข เตน อมฺหากํ กลหกรณภาโว’’ติ จินฺเตตฺวา, ‘‘น โข ปน สกฺกา ภควติ อาคเต อเมฺหหิ ปรสฺส สรีเร สตฺถํ ปาเตตุํ. โกลิยนครวาสิโน อเมฺห หนนฺตุ วา พชฺฌนฺตุ วา’’ติ. อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา, ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, นิสีทึสุ. โกลิยนครวาสิโนปิ ตเถว จินฺเตตฺวา อาวุธานิ ฉฑฺเฑตฺวา, ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา, นิสีทึสุ.
ภควา ชานนฺโตว, ‘‘กสฺมา อาคตตฺถ, มหาราชา’’ติ ปุจฺฉิ? ‘‘น, ภควา, ติตฺถกีฬาย น ปพฺพตกีฬาย, น นทีกีฬาย, น คิริทสฺสนตฺถํ, อิมสฺมึ ปน ฐาเน สงฺคามํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา อาคตมฺหา’’ติ. ‘‘กึ นิสฺสาย โว กลโห, มหาราชาติ? อุทกํ, ภนฺเตติ. อุทกํ กึ อคฺฆติ, มหาราชาติ? อปฺปํ, ภนฺเตติ. ปถวี นาม กึ อคฺฆติ, มหาราชาติ? อนคฺฆา, ภนฺเตติ. ขตฺติยา กึ อคฺฆนฺตีติ? ขตฺติยา นาม อนคฺฆา, ภนฺเตติ. อปฺปมูลํ อุทกํ นิสฺสาย กิมตฺถํ อนคฺเฆ ขตฺติเย นาเสถ, มหาราช, กลเห อสฺสาโท นาม นตฺถิ, กลหวเสน, มหาราช, อฏฺฐาเน เวรํ กตฺวา เอกาย รุกฺขเทวตาย กาฬสีเหน สทฺธึ พทฺธาฆาโต สกลมฺปิ อิมํ กปฺปํ อนุปฺปตฺโตเยวาติ วตฺวา ผนฺทนชาตกํ (ชา. ๑.๑๓.๑๔ อาทโย) กเถสิ’’. ตโต ‘‘ปรปตฺติเยน นาม, มหาราช, น ภวิตพฺพํ. ปรปตฺติยา หุตฺวา หิ เอกสฺส สสกสฺส กถาย ติโยชนสหสฺสวิตฺถเต หิมวนฺเต จตุปฺปทคณา มหาสมุทฺทํ ปกฺขนฺทิโน อเหสุํ. ตสฺมา ปรปตฺติเยน น ภวิตพฺพ’’นฺติ วตฺวา, ปถวีอุนฺทฺริยชาตกํ กเถสิ. ตโต ‘‘กทาจิ, มหาราช, ทุพฺพโลปิ มหาพลสฺส รนฺธํ วิวรํ ปสฺสติ, กทาจิ มหาพโล ทุพฺพลสฺส. ลฏุกิกาปิ หิ สกุณิกา หตฺถินาคํ ฆาเตสี’’ติ ลฏุกิกชาตกํ (ชา. ๑.๕.๓๙ อาทโย) กเถสิ. เอวํ กลหวูปสมนตฺถาย ตีณิ ชาตกานิ กเถตฺวา สามคฺคิปริทีปนตฺถาย เทฺว ชาตกานิ กเถสิ. กถํ? ‘‘สมคฺคานญฺหิ, มหาราช, โกจิ โอตารํ นาม ปสฺสิตุํ น สกฺโกตีติ วตฺวา, รุกฺขธมฺมชาตกํ (ชา. ๑.๑.๗๔) กเถสิ. ตโต ‘‘สมคฺคานํ, มหาราช, โกจิ วิวรํ ทสฺสิตุํ น สกฺขิ. ยทา ปน อญฺญมญฺญํ วิวาทมกํสุ, อถ เต เนสาทปุตฺโต ชีวิตา โวโรเปตฺวา อาทาย คโตติ วิวาเท อสฺสาโท นาม นตฺถี’’ติ วตฺวา, วฏฺฏกชาตกํ (ชา. ๑.๑.๑๑๘) กเถสิ. เอวํ อิมานิ ปญฺจ ชาตกานิ กเถตฺวา อวสาเน อตฺตทณฺฑสุตฺตํ (สุ. นิ. ๙๔๑ อาทโย) กเถสิ.
ราชาโน ปสนฺนา – ‘‘สเจ สตฺถา นาคมิสฺส, มยํ สหตฺถา อญฺญมญฺญํ วธิตฺวา โลหิตนทึ ปวตฺตยิสฺสาม. อมฺหากํ ปุตฺตภาตโร จ เคหทฺวาเร น ปสฺเสยฺยาม, สาสนปฏิสาสนมฺปิ โน อาหรณโก นาภวิสฺส. สตฺถารํ นิสฺสาย โน ชีวิตํ ลทฺธํ. สเจ ปน สตฺถา อาคารํ อชฺฌาวสิสฺส ทีปสหสฺสทฺวยปริวารํ จตุมหาทีปรชฺชมสฺส หตฺถคตํ อภวิสฺส, อติเรกสหสฺสํ โข ปนสฺส ปุตฺตา อภวิสฺสํสุ, ตโต ขตฺติยปริวาโร อวิจริสฺส. ตํ โข ปเนส สมฺปตฺตึ ปหาย นิกฺขมิตฺวา สมฺโพธึ ปตฺโต. อิทานิปิ ขตฺติยปริวาโรเยว วิจรตู’’ติ อุภยนครวาสิโน อฑฺฒติยานิ อฑฺฒติยานิ กุมารสตานิ อทํสุ. ภควาปิ เต ปพฺพาเชตฺวา มหาวนํ อคมาสิ. เตสํ ครุคารเวน น อตฺตโน รุจิยา ปพฺพชิตานํ อนภิรติ อุปฺปชฺชิ. ปุราณทุติยิกาโยปิ เตสํ – ‘‘อยฺยปุตฺตา อุกฺกณฺฐนฺตุ, ฆราวาโส น สณฺฐาตี’’ติอาทีนิ วตฺวา สาสนํ เปเสนฺติ. เต จ อติเรกตรํ อุกฺกณฺฐึสุ.
ภควา อาวชฺเชนฺโต เตสํ อนภิรติภาวํ ญตฺวา – ‘‘อิเม ภิกฺขู มาทิเสน พุทฺเธน สทฺธึ เอกโต วสนฺตา อุกฺกณฺฐนฺติ, หนฺท เนสํ กุณาลทหสฺส วณฺณํ กเถตฺวา ตตฺถ เนตฺวา อนภิรตึ วิโนเทมี’’ติ กุณาลทหสฺส วณฺณํ กเถสิ. เต ตํ ทฏฺฐุกามา อเหสุํ. ทฏฺฐุกามตฺถ, ภิกฺขเว, กุณาลทหนฺติ? อาม ภควาติ. ยทิ เอวํ เอถ คจฺฉามาติ. อิทฺธิมนฺตานํ ภควา คมนฏฺฐานํ มยํ กถํ คมิสฺสามาติ. ตุเมฺห คนฺตุกามา โหถ, อหํ มมานุภาเวน คเหตฺวา คมิสฺสามีติ. สาธุ, ภนฺเตติ. ภควา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ คเหตฺวา อากาเส อุปฺปติตฺวา กุณาลทเห ปติฏฺฐาย เต ภิกฺขู อาห – ‘‘ภิกฺขเว, อิมสฺมึ กุณาลทเห เยสํ มจฺฉานํ นามํ น ชานาถ มมํ ปุจฺฉถา’’ติ.
เต ปุจฺฉึสุ. ภควา ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ กเถสิ. น เกวลญฺจ, มจฺฉานํเยว, ตสฺมึ วนสณฺเฑ รุกฺขานมฺปิ ปพฺพตปาเท ทฺวิปทจตุปฺปทสกุณานมฺปิ นามานิ ปุจฺฉาเปตฺวา กเถสิ. อถ ทฺวีหิ สกุเณหิ มุขตุณฺฑเกน ฑํสิตฺวา คหิตทณฺฑเก นิสินฺโน กุณาลสกุณราชา ปุรโต ปจฺฉโต อุโภสุ จ ปสฺเสสุ สกุณสงฺฆปริวุโต อาคจฺฉติ. ภิกฺขู ตํ ทิสฺวา – ‘‘เอส, ภนฺเต, อิเมสํ สกุณานํ ราชา ภวิสฺสติ, ปริวารา เอเต เอตสฺสา’’ติ มญฺญามาติ. เอวเมตํ, ภิกฺขเว, อยมฺปิ มเมว วํโส มม ปเวณีติ. อิทานิ ตาว มยํ, ภนฺเต, เอเต สกุเณ ปสฺสาม. ยํ ปน ภควา ‘‘อยมฺปิ มเมว วํโส มม ปเวณี’’ติ อาห, ตํ โสตุกามมฺหาติ. โสตุกามตฺถ, ภิกฺขเวติ? อาม ภควาติ. เตน หิ สุณาถาติ ตีหิ คาถาสเตหิ มณฺเฑตฺวา กุณาลชาตกํ (ชา. ๒.๒๑.กุณาลชาตก) กเถนฺโต อนภิรตึ วิโนเทสิ. เทสนาปริโยสาเน สพฺเพปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ, มคฺเคเนว จ เนสํ อิทฺธิปิ อาคตา. ภควา ‘‘โหตุ ตาว เอตฺตกํ เตสํ ภิกฺขูน’’นฺติ อากาเส อุปฺปติตฺวา มหาวนเมว อคมาสิ. เตปิ ภิกฺขู คมนกาเล ทสพลสฺส อานุภาเวน คนฺตฺวา อาคมนกาเล อตฺตโน อานุภาเวน ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา มหาวเน โอตรึสุ.
ภควา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา เต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา – ‘‘เอถ, ภิกฺขเว, นิสีทถ. อุปริมคฺคตฺตยวชฺฌานํ โว กิเลสานํ กมฺมฏฺฐานํ กเถสฺสามี’’ติ กมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. ภิกฺขู จินฺตยึสุ – ‘‘ภควา อมฺหากํ อนภิรตภาวํ ญตฺวา กุณาลทหํ เนตฺวา อนภิรตึ วิโนเทสิ, ตตฺถ โสตาปตฺติผลํ ปตฺตานํ โน อิทานิ อิธ ติณฺณํ มคฺคานํ กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ, น โข ปน อเมฺหหิ ‘โสตาปนฺนา มย’นฺติ วีตินาเมตุํ วฏฺฏติ, ปุริสปุริเสหิ โน ภวิตุํ วฏฺฏตี’’ติ เต ทสพลสฺส ปาเท วนฺทิตฺวา อุฏฺฐาย นิสีทนํ ปปฺโผเฏตฺวา วิสุํ วิสุํ ปพฺภารรุกฺขมูเลสุ นิสีทึสุ.
ภควา จินฺเตสิ – ‘‘อิเม ภิกฺขู ปกติยาปิ อวิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐานา, ลทฺธุปายสฺส ปน ภิกฺขุโน กิลมนการณํ นาม นตฺถิ. คจฺฉนฺตา คจฺฉนฺตา จ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ‘อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุณํ อาโรเจสฺสามา’ติ มม สนฺติกํ อาคมิสฺสนฺติ. เอเตสุ อาคเตสุ ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตา เอกจกฺกวาเฬ สนฺนิปติสฺสนฺติ, มหาสมโย ภวิสฺสติ, วิวิตฺเต โอกาเส มยา นิสีทิตุํ วฏฺฏตี’’ติ ตโต วิวิตฺเต โอกาเส พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิ.
สพฺพปฐมํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คตตฺเถโร สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. ตโต อปโร ตโต อปโรติ ปญฺจสตาปิ ปทุมินิยํ ปทุมานิ วิย วิกสึสุ. สพฺพปฐมํ อรหตฺตํ ปตฺตภิกฺขุ ‘‘ภควโต อาโรเจสฺสามี’’ติ ปลฺลงฺกํ วินิพฺภุชิตฺวา นิสีทนํ ปปฺโผเฏตฺวา อุฏฺฐาย ทสพลาภิมุโข อโหสิ. เอวํ อปโรปิ อปโรปีติ ปญฺจสตา ภตฺตสาลํ ปวิสนฺตา วิย ปฏิปาฏิยาว อาคมึสุ. ปฐมํ อาคโต วนฺทิตฺวา นิสีทนํ ปญฺญาเปตฺวา, เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา, ปฏิวิทฺธคุณํ อาโรเจตุกาโม ‘‘อตฺถิ นุ โข อญฺโญ โกจิ? นตฺถี’’ติ นิวตฺติตฺวา อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺโต อปรมฺปิ อทฺทส อปรมฺปิ อทฺทสเยวาติ สพฺเพปิ เต อาคนฺตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา, อยํ อิมสฺส หรายมาโน น กเถสิ, อยํ อิมสฺส หรายมาโน น กเถสิ. ขีณาสวานํ กิร เทฺว อาการา โหนฺติ – ‘‘อโห วต มยา ปฏิวิทฺธคุณํ สเทวโก โลโก ขิปฺปเมว ปฏิวิชฺเฌยฺยา’’ติ จิตฺตํ อุปฺปชฺชติ. ปฏิวิทฺธภาวํ ปน นิธิลทฺธปุริโส วิย น อญฺญสฺส อาโรเจตุกามา โหนฺติ.
เอวํ โอสฏมตฺเต ปน ตสฺมึ อริยมณฺฑเล ปาจีนยุคนฺธรปริกฺเขปโต อพฺภา มหิกา ธูโม รโช ราหูติ, อิเมหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิปฺปมุตฺตํ พุทฺธุปฺปาทปฏิมณฺฑิตสฺส โลกสฺส รามเณยฺยกทสฺสนตฺถํ ปาจีนทิสาย อุกฺขิตฺตรชตมยมหาอาทาสมณฺฑลํ วิย, เนมิวฏฺฏิยํ คเหตฺวา, ปริวตฺติยมานรชตจกฺกสสฺสิริกํ ปุณฺณจนฺทมณฺฑลํ อุลฺลงฺฆิตฺวา, อนิลปถํ ปฏิปชฺชิตฺถ. อิติ เอวรูเป ขเณ ลเย มุหุตฺเต ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ มหาวเน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สพฺเพเหว อรหนฺเตหิ.
ตตฺถ ภควาปิ มหาสมฺมตสฺส วํเส อุปฺปนฺโน, เตปิ ปญฺจสตา ภิกฺขู มหาสมฺมตสฺส กุเล อุปฺปนฺนา. ภควาปิ ขตฺติยคพฺเภ ชาโต, เตปิ ขตฺติยคพฺเภ ชาตา. ภควาปิ ราชปพฺพชิโต, เตปิ ราชปพฺพชิตา. ภควาปิ เสตจฺฉตฺตํ ปหาย หตฺถคตํ จกฺกวตฺติรชฺชํ นิสฺสชฺชิตฺวา ปพฺพชิโต, เตปิ เสตจฺฉตฺตํ ปหาย หตฺถคตานิ รชฺชานิ วิสฺสชฺชิตฺวา ปพฺพชิตา. อิติ ภควา ปริสุทฺเธ โอกาเส, ปริสุทฺเธ รตฺติภาเค, สยํ ปริสุทฺโธ ปริสุทฺธปริวาโร, วีตราโค วีตราคปริวาโร, วีตโทโส วีตโทสปริวาโร, วีตโมโห วีตโมหปริวาโร, นิตฺตโณฺห นิตฺตณฺหปริวาโร, นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลสปริวาโร, สนฺโต สนฺตปริวาโร, ทนฺโต ทนฺตปริวาโร, มุตฺโต มุตฺตปริวาโร, อติวิย วิโรจตีติ. วณฺณภูมิ นาเมสา, ยตฺตกํ สกฺโกติ, ตตฺตกํ วตฺตพฺพํ. อิติ อิเม ภิกฺขู สนฺธาย วุตฺตํ, ‘‘ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ สพฺเพเหว อรหนฺเตหี’’ติ.
เยภุยฺเยนาติ พหุตรา สนฺนิปติตา, มนฺทา น สนฺนิปติตา อสญฺญี อรูปาวจรเทวตา สมาปนฺนเทวตาโย จ. ตตฺรายํ สนฺนิปาตกฺกโม – มหาวนสฺส กิร สามนฺตา เทวตา จลึสุ, ‘‘อายาม โภ! พุทฺธทสฺสนํ นาม พหูปการํ, ธมฺมสฺสวนํ พหูปการํ, ภิกฺขุสงฺฆทสฺสนํ พหูปการํ. อายาม อายามา’’ติ! มหาสทฺทํ กุรุมานา อาคนฺตฺวา ภควนฺตญฺจ ตํมุหุตฺตํ อรหตฺตปฺปตฺตขีณาสเว จ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอเตเนว อุปาเยน ตาสํ ตาสํ สทฺทํ สุตฺวา สทฺทนฺตรอฑฺฒคาวุตคาวุตอฑฺฒโยชนโยชนาทิวเสน ติโยชนสหสฺสวิตฺถเต หิมวนฺเต, ติกฺขตฺตุํ เตสฏฺฐิยา นครสหสฺเสสุ, นวนวุติยา โทณมุขสตสหสฺเสสุ, ฉนวุติยา ปฏฺฏนโกฏิสตสหสฺเสสุ, ฉปณฺณาสาย รตนากเรสูติ สกลชมฺพุทีเป, ปุพฺพวิเทเห, อปรโคยาเน, อุตฺตรกุรุมฺหิ, ทฺวีสุ ปริตฺตทีปสหสฺเสสูติ สกลจกฺกวาเฬ, ตโต ทุติยตติยจกฺกวาเฬติ เอวํ ทสสหสฺสจกฺกวาเฬสุ เทวตา สนฺนิปติตาติ เวทิตพฺพา. ทสสหสฺสจกฺกวาฬญฺหิ อิธ ทสโลกธาตุโยติ อธิปฺเปตํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ทสหิ จ โลกธาตูหิ เทวตา เยภุยฺเยน สนฺนิปติตา โหนฺตี’’ติ.
เอวํ สนฺนิปติตาหิ เทวตาหิ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ยาว พฺรหฺมโลกา สูจิฆเร นิรนฺตรํ ปกฺขิตฺตสูจีหิ วิย ปริปุณฺณํ โหติ. ตตฺถ พฺรหฺมโลกสฺส เอวํ อุจฺจตฺตนํ เวทิตพฺพํ – โลหปาสาเท กิร สตฺตกูฏาคารสโม ปาสาโณ พฺรหฺมโลเก ฐตฺวา อโธ ขิตฺโต จตูหิ มาเสหิ ปถวึ ปาปุณาติ. เอวํ มหนฺเต โอกาเส ยถา เหฏฺฐา ฐตฺวา ขิตฺตานิ ปุปฺผานิ วา ธูโม วา อุปริ คนฺตุํ, อุปริ วา ฐตฺวา ขิตฺตสาสปา เหฏฺฐา โอตริตุํ อนฺตรํ น ลภนฺติ, เอวํ นิรนฺตรา เทวตา อเหสุํ. ยถา โข ปน จกฺกวตฺติรญฺโญ นิสินฺนฏฺฐานํ อสมฺพาธํ โหติ, อาคตาคตา มเหสกฺขา ขตฺติยา โอกาสํ ลภนฺติเยว, ปรโต ปรโต ปน อติสมฺพาธํ โหติ. เอวเมว ภควโต นิสินฺนฏฺฐานํ อสมฺพาธํ, อาคตาคตา มเหสกฺขา เทวา จ พฺรหฺมาโน จ โอกาสํ ลภนฺติเยว. อปิ สุทํ ภควโต อาสนฺนาสนฺนฏฺฐาเน วาลคฺคนิตฺตุทนมตฺเต ปเทเส ทสปิ วีสติปิ เทวา สุขุเม อตฺตภาเว มาเปตฺวา อฏฺฐํสุ. สพฺพปรโต สฏฺฐิ สฏฺฐิ เทวตา อฏฺฐํสุ.
สุทฺธาวาสกายิกานนฺติ สุทฺธาวาสวาสีนํ. สุทฺธาวาสา นาม สุทฺธานํ อนาคามิขีณาสวานํ อาวาสา ปญฺจ พฺรหฺมโลกา. เอตทโหสีติ กสฺมา อโหสิ? เต กิร พฺรหฺมาโน สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ยถา ปริจฺเฉเทน วุฏฺฐิตา พฺรหฺมภวนํ โอโลเกนฺตา ปจฺฉาภตฺเต ภตฺตเคหํ วิย สุญฺญตํ อทฺทสํสุ. ตโต ‘‘กุหึ พฺรหฺมาโน คตา’’ติ อาวชฺชนฺตา มหาสมาคมํ ญตฺวา – ‘‘อยํ สมาคโม มหา, มยํ โอหีนา, โอหีนกานํ ปน โอกาโส ทุลฺลโภ โหติ, ตสฺมา คจฺฉนฺตา อตุจฺฉหตฺถา หุตฺวา เอเกกํ คาถํ อภิสงฺขริตฺวา คจฺฉาม. ตาย มหาสมาคเม จ อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปสฺสาม, ทสพลสฺส จ วณฺณํ ภาสิสฺสามา’’ติ. อิติ เตสํ สมาปตฺติโต อุฏฺฐาย อาวชฺชิตตฺตา เอตทโหสิ.
ภควโต ปุรโต ปาตุรเหสุนฺติ ปาฬิยํ ภควโต สนฺติเก อภิมุขฏฺฐาเนเยว โอติณฺณา วิย กตฺวา วุตฺตา, น โข ปเนตฺถ เอวํ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เต ปน พฺรหฺมโลเก ฐิตาเยว คาถา อภิสงฺขริตฺวา เอโก ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอตริ, เอโก ทกฺขิณจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ, เอโก ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ, เอโก อุตฺตรจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอตริ. ตโต ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอติณฺณพฺรหฺมา นีลกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา นีลรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ มณิวมฺมํ ปฏิมุญฺจนฺโต วิย อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา พุทฺธวีถิ นาม เกนจิ อุตฺตริตุํ น สกฺกา, ตสฺมา มหติยา พุทฺธวีถิยาว อาคนฺตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิโต โข อตฺตนา อภิสงฺขตํ คาถํ อภาสิ.
ทกฺขิณจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอติณฺณพฺรหฺมา ปีตกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา สุวณฺณปภํ มุญฺจิตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ สุวณฺณปฏํ ปารุปนฺโต วิย อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา ตเถว อกาสิ. ปจฺฉิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอติณฺณพฺรหฺมา โลหิตกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา โลหิตกรสฺมิโย มุญฺจิตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ รตฺตวรกมฺพเลน ปริกฺขิปนฺโต วิย อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา ตเถว อกาสิ. อุตฺตรจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํ โอติณฺณพฺรหฺมา โอทาตกสิณํ สมาปชฺชิตฺวา โอทาตรสฺมิโย วิสฺสชฺเชตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาฬเทวตานํ สุมนกุสุมปฏํ ปารุปนฺโต วิย อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปตฺวา ตเถว อกาสิ.
ปาฬิยํ ปน ภควโต ปุรโต ปาตุรเหสุํ. อถ โข ตา เทวตา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสูติ เอวํ เอกกฺขเณ วิย ปุรโต ปาตุภาโว จ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ ฐิตภาโว จ วุตฺโต, โส อิมินา อนุกฺกเมน อโหสิ, เอกโต กตฺวา ปน ทสฺสิโต. คาถาภาสนํ ปน ปาฬิยมฺปิ วิสุํ วิสุํเยว วุตฺตํ.
ตตฺถ มหาสมโยติ มหาสมูโห. ปวนํ วุจฺจติ วนสณฺโฑ. อุภเยนปิ ภควา ‘‘อิมสฺมึ ปน วนสณฺเฑ อชฺช มหาสมูโห สนฺนิปาโต’’ติ อาห. ตโต เยสํ โส สนฺนิปาโต, เต ทสฺเสตุํ เทวกายา สมาคตาติ อาห. ตตฺถ เทวกายาติ เทวฆฏา. อาคตมฺห อิมํ ธมฺมสมยนฺติ เอวํ สมาคเต เทวกาเย ทิสฺวา มยมฺปิ อิมํ ธมฺมสมูหํ อาคตา. กึ การณา? ทกฺขิตาเย อปราชิตสงฺฆนฺติ เกนจิ อปราชิตํ อชฺเชว ตโย มาเร มทฺทิตฺวา วิชิตสงฺคามํ อิมํ อปราชิตสงฺฆํ ทสฺสนตฺถาย อาคตมฺหาติ อตฺโถ. โส ปน, พฺรหฺมา, อิมํ คาถํ ภาสิตฺวา, ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา, ปุรตฺถิมจกฺกวาฬมุขวฏฺฏิยํเยว อฏฺฐาสิ.
อถ ทุติโย วุตฺตนเยเนว อาคนฺตฺวา อภาสิ. ตตฺถ ตตฺร ภิกฺขโวติ ตสฺมึ สนฺนิปาตฏฺฐาเน ภิกฺขู. สมาทหํสูติ สมาธินา โยเชสุํ. จิตฺตมตฺตโน อุชุกํ อกํสูติ อตฺตโน จิตฺเต สพฺเพ วงฺกกุฏิลชิมฺหภาเว หริตฺวา อุชุกํ อกรึสุ. สารถีว เนตฺตานิ คเหตฺวาติ ยถา สมปฺปวตฺเตสุ สินฺธเวสุ โอธสฺตปโตโท สารถี สพฺพโยตฺตานิ คเหตฺวา อโจเทนฺโต อวาเรนฺโต ติฏฺฐติ, เอวํ ฉฬงฺคุเปกฺขาย สมนฺนาคตา คุตฺตทฺวารา สพฺเพเปเต ปญฺจสตา ภิกฺขู อินฺทฺริยานิ รกฺขนฺติ ปณฺฑิตา, เอเต ทฏฺฐุํ อิธาคตมฺหา ภควาติ, โสปิ คนฺตฺวา ยถาฐาเนเยว อฏฺฐาสิ.
อถ ตติโย วุตฺตนเยเนว อาคนฺตฺวา อภาสิ. ตตฺถ เฉตฺวา ขีลนฺติ ราคโทสโมหขีลํ ฉินฺทิตฺวา. ปลิฆนฺติ ราคโทสโมหปลิฆเมว. อินฺทขีลนฺติ ราคโทสโมหอินฺทขีลเมว. อูหจฺจ มเนชาติ เอเต ตณฺหาเอชาย อเนชา ภิกฺขู อินฺทขีลํ อูหจฺจ สมูหนิตฺวา จตูสุ ทิสาสุ อปฺปฏิหตจาริกํ จรนฺติ. สุทฺธาติ นิรุปกฺกิเลสา. วิมลาติ นิมฺมลา. อิทํ ตสฺเสว เววจนํ. จกฺขุมตาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมนฺเตน. สุทนฺตาติ จกฺขุโตปิ ทนฺตา โสตโตปิ ฆานโตปิ ชิวฺหาโตปิ กายโตปิ มนโตปิ ทนฺตา. สุสุนาคาติ ตรุณนาคา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – ฉนฺทาทีหิ น คจฺฉนฺตีติ นาคา, เตน เตน มคฺเคน ปหีเน กิเลเส น อาคจฺฉนฺตีติ นาคา, นานปฺปการํ อาคุํ น กโรนฺตีติ นาคา. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน มหานิทฺเทเส (มหานิ. ๘๐) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อปิจ –
‘‘อาคุํ น กโรติ กิญฺจิ โลเก,
สพฺพสํโยค วิสชฺช พนฺธนานิ;
สพฺพตฺถ น สชฺชตี วิมุตฺโต,
นาโค ตาทิ ปวุจฺจเต ตถตฺตา’’ติ. –
เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สุสุนาคาติ สุสู นาคา, สุสุนาคภาวสมฺปตฺตึ ปตฺตาติ อตฺโถ. เต เอวรูเป อนุตฺตเรน โยคฺคาจริเยน ทมิเต ตรุณนาเค ทสฺสนาย อาคตมฺห ภควาติ. โสปิ คนฺตฺวา ยถาฐาเนเยว อฏฺฐาสิ.
อถ จตุตฺโถ วุตฺตนเยเนว อาคนฺตฺวา อภาสิ. ตตฺถ คตาเสติ นิพฺเพมติกสรณคมเนน คตา. โสปิ คนฺตฺวา ยถาฐาเนเยว อฏฺฐาสีติ. สตฺตมํ.
๘. สกลิกสุตฺตวณฺณนา
๓๘. อฏฺฐเม มทฺทกุจฺฉิสฺมินฺติ เอวํนามเก อุยฺยาเน. ตญฺหิ อชาตสตฺตุมฺหิ กุจฺฉิคเต ตสฺส มาตรา – ‘‘อยํ มยฺหํ กุจฺฉิคโต คพฺโภ รญฺโญ สตฺตุ ภวิสฺสติ. กึ เม อิมินา’’ติ? คพฺภปาตนตฺถํ กุจฺฉิ มทฺทาปิตา. ตสฺมา ‘‘มทฺทกุจฺฉี’’ติ สงฺขํ คตํ. มิคานํ ปน อภยวาสตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ.
เตน โข ปน สมเยนาติ เอตฺถ อยํ อนุปุพฺพิกถา – เทวทตฺโต หิ อชาตสตฺตุํ นิสฺสาย ธนุคฺคเห จ ธนปาลกญฺจ ปโยเชตฺวาปิ ตถาคตสฺส ชีวิตนฺตรายํ กาตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘สหตฺเถเนว มาเรสฺสามี’’ติ คิชฺฌกูฏปพฺพตํ อภิรุหิตฺวา มหนฺตํ กูฏาคารปฺปมาณํ สิลํ อุกฺขิปิตฺวา, ‘‘สมโณ โคตโม จุณฺณวิจุณฺโณ โหตู’’ติ ปวิชฺฌิ. มหาถามวา กิเรส ปญฺจนฺนํ หตฺถีนํ พลํ ธาเรติ. อฏฺฐานํ โข ปเนตํ, ยํ พุทฺธานํ ปรูปกฺกเมน ชีวิตนฺตราโย ภเวยฺยาติ ตํ ตถาคตสฺส สรีราภิมุขํ อาคจฺฉนฺตํ อากาเส อญฺญา สิลา อุฏฺฐหิตฺวา สมฺปฏิจฺฉิ. ทฺวินฺนํ สิลานํ สมฺปหาเรน มหนฺโต ปาสาณสฺส สกลิกา อุฏฺฐหิตฺวา ภควโต ปิฏฺฐิปาทปริยนฺตํ อภิหนิ, ปาโท มหาผรสุนา ปหโต วิย สมุคฺคตโลหิเตน ลาขารสมกฺขิโต วิย อโหสิ. ภควา อุทฺธํ อุลฺโลเกตฺวา เทวทตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘พหุ ตยา โมฆปุริส, อปุญฺญํ ปสุตํ, โย ตฺวํ ปทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺโต ตถาคตสฺส โลหิตํ อุปฺปาเทสี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย ภควโต อผาสุ ชาตํ. ภิกฺขู จินฺตยึสุ – ‘‘อยํ วิหาโร อุชฺชงฺคโล วิสโม, พหูนํ ขตฺติยาทีนญฺเจว ปพฺพชิตานญฺจ อโนกาโส’’ติ. เต ตถาคตํ มญฺจสิวิกาย อาทาย มทฺทกุจฺฉึ นยึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควโต ปาโท สกลิกาย ขโต โหตี’’ติ.
ภุสาติ พลวติโย. สุทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ทุกฺขนฺติ สุขปฏิกฺเขโป. ติพฺพาติ พหลา. ขราติ ผรุสา. กฏุกาติ ติขิณา. อสาตาติ อมธุรา. น ตาสุ มโน อปฺเปติ, น ตา มนํ อปฺปายนฺติ วฑฺเฒนฺตีติ อมนาปา. สโต สมฺปชาโนติ เวทนาธิวาสนสติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต หุตฺวา. อวิหญฺญมาโนติ อปีฬิยมาโน, สมฺปริวตฺตสายิตาย เวทนานํ วสํ อคจฺฉนฺโต.
สีหเสยฺยนฺติ เอตฺถ กามโภคิเสยฺยา, เปตเสยฺยา, สีหเสยฺยา, ตถาคตเสยฺยาติ จตสฺโส เสยฺยา. ตตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, กามโภคี สตฺตา วาเมน ปสฺเสน เสนฺตี’’ติ อยํ กามโภคิเสยฺยา. เตสุ หิ เยภุยฺเยน ทกฺขิณปสฺเสน สยาโน นาม นตฺถิ. ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, เปตา อุตฺตานา เสนฺตี’’ติ อยํ เปตเสยฺยา. อปฺปมํสโลหิตตฺตา หิ อฏฺฐิสงฺฆาฏชฏิตา เอเกน ปสฺเสน สยิตุํ น สกฺโกนฺติ, อุตฺตานาว เสนฺติ. ‘‘เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, สีโห มิคราชา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ อนุปกฺขิปิตฺวา ทกฺขิเณน ปสฺเสน เสตี’’ติ อยํ สีหเสยฺยา. เตชุสฺสทตฺตา หิ สีโห มิคราชา เทฺว ปุริมปาเท เอกสฺมึ, ‘ปจฺฉิมปาเท เอกสฺมึ ฐาเน ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ อนฺตรสตฺถิมฺหิ ปกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทปจฺฉิมปาทนงฺคุฏฺฐานํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขตฺวา ทฺวินฺนํ ปุริมปาทานํ มตฺถเก สีสํ ฐเปตฺวา สยติ, ทิวสมฺปิ สยิตฺวา ปพุชฺฌมาโน น อุตฺรสนฺโต ปพุชฺฌติ, สีสํ ปน อุกฺขิปิตฺวา ปุริมปาทาทีนํ ฐิโตกาสํ สลฺลกฺเขติ’. สเจ กิญฺจิ ฐานํ วิชหิตฺวา ฐิตํ โหติ, ‘‘นยิทํ ตุยฺหํ ชาติยา, น สูรภาวสฺส อนุรูป’’นฺติ อนตฺตมโน หุตฺวา ตตฺเถว สยติ, น โคจราย ปกฺกมติ. อวิชหิตฺวา ฐิเต ปน ‘‘ตุยฺหํ ชาติยา จ สูรภาวสฺส จ อนุรูปมิท’’นฺติ หฏฺฐตุฏฺโฐ อุฏฺฐาย สีหวิชมฺภิตํ วิชมฺภิตฺวา เกสรภารํ วิธุนิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา โคจราย ปกฺกมติ. จตุตฺถชฺฌานเสยฺยา ปน ‘‘ตถาคตเสยฺยา’’ติ วุจฺจติ. ตาสุ อิธ สีหเสยฺยา อาคตา. อยญฺหิ เตชุสฺสทอิริยาปถตฺตา อุตฺตมเสยฺยา นาม.
ปาเท ปาทนฺติ ทกฺขิณปาเท วามปาทํ. อจฺจาธายาติ อติอาธาย, อีสกํ อติกฺกมฺม ฐเปตฺวา. โคปฺผเกน หิ โคปฺผเก ชาณุนา วา ชาณุมฺหิ สงฺฆฏฺฏิยมาเน อภิณฺหํ เวทนา อุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ น โหติ, เสยฺยา อผาสุกา โหติ. ยถา น สงฺฆฏฺเฏติ, เอวํ อติกฺกมฺม ฐปิเต เวทนา นุปฺปชฺชติ, จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, เสยฺยา ผาสุ โหติ. ตสฺมา เอวํ นิปชฺชิ. สโต สมฺปชาโนติ สยนปริคฺคาหกสติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต. ‘‘อุฏฺฐานสญฺญ’’นฺติ ปเนตฺถ น วุตฺตํ, คิลานเสยฺยา เหสา ตถาคตสฺส.
สตฺตสตาติ อิมสฺมึ สุตฺเต สพฺพาปิ ตา เทวตา คิลานเสยฺยฏฺฐานํ อาคตา. อุทานํ อุทาเนสีติ คิลานเสยฺยํ อาคตานํ โทมนสฺเสน ภวิตพฺพํ สิยา. อิมาสํ ปน ตถาคตสฺส เวทนาธิวาสนํ ทิสฺวา, ‘‘อโห พุทฺธานํ มหานุภาวตา! เอวรูปาสุ นาม เวทนาสุ วตฺตมานาสุ วิการมตฺตมฺปิ นตฺถิ, สิรีสยเน อลงฺกริตฺวา ฐปิตสุวณฺณรูปกํ วิย อนิญฺชมาเนน กาเยน นิปนฺโน, อิทานิสฺส อธิกตรํ มุขวณฺโณ วิโรจติ, อาภาสมฺปนฺโน ปุณฺณจนฺโท วิย สมฺปติ วิกสิตํ วิย จ อรวินฺทํ อสฺส มุขํ โสภติ, กาเยปิ วณฺณายตนํ อิทานิ สุสมฺมฏฺฐกญฺจนํ วิย วิปฺปสีทตี’’ติ อุทานํ อุทปาทิ.
นาโค วต โภติ, เอตฺถ โภติ ธมฺมาลปนํ. พลวนฺตฏฺเฐน นาโค. นาควตาติ นาคภาเวน. สีโห วตาติอาทีสุ อสนฺตาสนฏฺเฐน สีโห. พฺยตฺตปริจยฏฺเฐน การณาการณชานเนน วา อาชานีโย. อปฺปฏิสมฏฺเฐน นิสโภ. ควสตเชฏฺฐโก หิ อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ, ควสตสหสฺสเชฏฺฐโก นิสโภติ วุจฺจติ. ภควา ปน อปฺปฏิสมฏฺเฐน อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ. เตเนวตฺเถน อิธ ‘‘นิสโภ’’ติ วุตฺโต. ธุรวาหฏฺเฐน โธรโยฺห. นิพฺพิเสวนฏฺเฐน ทนฺโต.
ปสฺสาติ อนิยมิตาณตฺติ. สมาธินฺติ อรหตฺตผลสมาธึ. สุวิมุตฺตนฺติ ผลวิมุตฺติยา สุวิมุตฺตํ. ราคานุคตํ ปน จิตฺตํ อภินตํ นาม โหติ, โทสานุคตํ อปนตํ. ตทุภยปฏิกฺเขเปน น จาภินตํ น จาปนตนฺติ อาห. น จ สสงฺขารนิคฺคยฺหวาริตคตนฺติ น สสงฺขาเรน สปฺปโยเคน กิเลเส นิคฺคเหตฺวา วาริตวตํ, กิเลสานํ ปน ฉินฺนตฺตา วตํ ผลสมาธินา สมาหิตนฺติ อตฺโถ. อติกฺกมิตพฺพนฺติ วิเหเฐตพฺพํ ฆฏฺเฏตพฺพํ. อทสฺสนาติ อญฺญาณา. อญฺญาณี หิ อนฺธพาโลว เอวรูเป สตฺถริ อปรชฺเฌยฺยาติ เทวทตฺตํ ฆฏฺฏยมานา วทนฺติ.
ปญฺจเวทาติ อิติหาสปญฺจมานํ เวทานํ ธารกา. สตํ สมนฺติ วสฺสสตํ. ตปสฺสีติ ตปนิสฺสิตกา หุตฺวา. จรนฺติ จรนฺตา. น สมฺมาวิมุตฺตนฺติ สเจปิ เอวรูปา พฺราหฺมณา วสฺสสตํ จรนฺติ, จิตฺตญฺจ เนสํ สมฺมา วิมุตฺตํ น โหติ. หีนตฺตรูปา น ปารํ คมา เตติ หีนตฺตสภาวา เต นิพฺพานงฺคมา น โหนฺติ. ‘‘หีนตฺถรูปา’’ติปิ ปาโฐ, หีนตฺถชาติกา ปริหีนตฺถาติ อตฺโถ. ตณฺหาธิปนฺนาติ ตณฺหาย อชฺโฌตฺถฏา. วตสีลพทฺธาติ อชวตกุกฺกุรวตาทีหิ จ วเตหิ ตาทิเสเหว จ สีเลหิ พทฺธา. ลูขํ ตปนฺติ ปญฺจาตปตาปนํ กณฺฏกเสยฺยาทิกํ ตปํ. อิทานิ สา เทวตา สาสนสฺส นิยฺยานิกภาวํ กเถนฺตี น มานกามสฺสาติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมวาติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา
๓๙. นวเม ปชฺชุนฺนสฺส ธีตาติ ปชฺชุนฺนสฺส นาม วสฺสวลาหกเทวรญฺโญ จาตุมหาราชิกสฺส ธีตา. อภิวนฺเทติ ภควา ตุมฺหากํ ปาเท วนฺทามิ. จกฺขุมตาติ ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมนฺเตน ตถาคเตน. ธมฺโม อนุพุทฺโธติ, ‘‘อิทํ มยา ปุพฺเพ ปเรสํ สนฺติเก เกวลํ สุตํเยว อาสี’’ติ วทติ. สาหํ ทานีติ, สา อหํ อิทานิ. สกฺขิ ชานามีติ, ปฏิเวธวเสน ปจฺจกฺขเมว ชานามิ. วิครหนฺตาติ, ‘‘หีนกฺขรปทพฺยญฺชโน’’ติ วา ‘‘อนิยฺยานิโก’’ติ วา เอวํ ครหนฺตา. โรรุวนฺติ, เทฺว โรรุวา – ธูมโรรุโว จ ชาลโรรุโว จ. ตตฺถ ธูมโรรุโว วิสุํ โหติ, ชาลโรรุโวติ ปน อวีจิมหานิรยสฺเสเวตํ นามํ. ตตฺถ หิ สตฺตา อคฺคิมฺหิ ชลนฺเต ชลนฺเต ปุนปฺปุนํ รวํ รวนฺติ, ตสฺมา โส ‘‘โรรุโว’’ติ วุจฺจติ. โฆรนฺติ ทารุณํ. ขนฺติยา อุปสเมน อุเปตาติ รุจฺจิตฺวา ขมาเปตฺวา คหณขนฺติยา จ ราคาทิอุปสเมน จ อุเปตาติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยปชฺชุนฺนธีตุสุตฺตวณฺณนา
๔๐. ทสเม ธมฺมญฺจาติ จ สทฺเทน สงฺฆญฺจ, อิติ ตีณิ รตนานิ นมสฺสมานา อิธาคตาติ วทติ. อตฺถวตีติ, อตฺถวติโย. พหุนาปิ โข ตนฺติ ยํ ธมฺมํ สา อภาสิ, ตํ ธมฺมํ พหุนาปิ ปริยาเยน อหํ วิภเชยฺยํ. ตาทิโส ธมฺโมติ, ตาทิโส หิ อยํ ภควา ธมฺโม, ตํสณฺฐิโต ตปฺปฏิภาโค พหูหิ ปริยาเยหิ วิภชิตพฺพยุตฺตโกติ ทสฺเสติ. ลปยิสฺสามีติ, กถยิสฺสามิ. ยาวตา เม มนสา ปริยตฺตนฺติ ยตฺตกํ มยา มนสา ปริยาปุฏํ, ตสฺสตฺถํ ทิวสํ อวตฺวา มธุปฏลํ ปีเฬนฺตี วิย มุหุตฺเตเนว สํขิตฺเตน กเถสฺสามิ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. ทสมํ.
สตุลฺลปกายิกวคฺโค จตุตฺโถ.