๕. อาทิตฺตวคฺโค
๑. อาทิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๔๑. อาทิตฺตวคฺคสฺส ปฐเม ชราย มรเณน จาติ เทสนาสีสเมตํ, ราคาทีหิ ปน เอกาทสหิ อคฺคีหิ โลโก อาทิตฺโตว. ทาเนนาติ ทานเจตนาย. ทินฺนํ โหติ สุนีหตนฺติ ทานปุญฺญเจตนาหิ ทายกสฺเสว โหติ ฆรสามิกสฺส วิย นีหตภณฺฑกํ, เตเนตํ วุตฺตํ. โจรา หรนฺตีติ อทินฺเน โภเค โจราปิ หรนฺติ ราชาโนปิ, อคฺคิปิ ฑหติ, ฐปิตฏฺฐาเนปิ นสฺสนฺติ. อนฺเตนาติ มรเณน. สรีรํ สปริคฺคหนฺติ สรีรญฺเจว โจราทีนํ วเสน อวินฏฺฐโภเค จ. สคฺคมุเปตีติ เวสฺสนฺตรมหาราชาทโย วิย สคฺเค นิพฺพตฺตตีติ. ปฐมํ.
๒. กึททสุตฺตวณฺณนา
๔๒. ทุติเย อนฺนโทติ ยสฺมา อติพลวาปิ เทฺว ตีณิ ภตฺตานิ อภุตฺวา อุฏฺฐาตุํ น สกฺโกติ, ภุตฺวา ปน ทุพฺพโลปิ หุตฺวา พลสมฺปนฺโน โหติ, ตสฺมา ‘‘อนฺนโท พลโท’’ติ อาห. วตฺถโทติ ยสฺมา สุรูโปปิ ทุจฺโจโฬ วา อโจโฬ วา วิรูโป โหติ โอหีฬิโต ทุทฺทสิโก, วตฺถจฺฉนฺโน เทวปุตฺโต วิย โสภติ, ตสฺมา ‘‘วตฺถโท โหติ วณฺณโท’’ติ อาห. ยานโทติ หตฺถิยานาทีนํ ทายโก. เตสุ ปน –
‘‘น หตฺถิยานํ สมณสฺส กปฺปติ,
น อสฺสยานํ, น รเถน ยาตุํ;
อิทญฺจ ยานํ สมณสฺส กปฺปติ,
อุปาหนา รกฺขโต สีลขนฺธ’’นฺติ.
ตสฺมา ฉตฺตุปาหนกตฺตรยฏฺฐิมญฺจปีฐานํ ทายโก, โย จ มคฺคํ โสเธติ, นิสฺเสณึ กโรติ, เสตุํ กโรติ, นาวํ ปฏิยาเทติ, สพฺโพปิ ยานโทว โหติ. สุขโท โหตีติ ยานสฺส สุขาวหนโต สุขโท นาม โหติ. จกฺขุโทติ อนฺธกาเร จกฺขุมนฺตานมฺปิ รูปทสฺสนาภาวโต ทีปโท จกฺขุโท นาม โหติ, อนุรุทฺธตฺเถโร วิย ทิพฺพจกฺขุ สมฺปทมฺปิ ลภติ.
สพฺพทโท โหตีติ สพฺเพสํเยว พลาทีนํ ทายโก โหติ. เทฺว ตโย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา อาคตสฺสาปิ สีตลาย โปกฺขรณิยา นฺหายิตฺวา ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา มุหุตฺตํ มญฺเจ นิปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย นิสินฺนสฺส หิ กาเย พลํ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ. พหิ วิจรนฺตสฺส จ กาเย วณฺณายตนํ วาตาตเปหิ ฌายติ, ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย มุหุตฺตํ นิปนฺนสฺส จ วิสภาคสนฺตติ วูปสมฺมติ, สภาคสนฺตติ โอกฺกมติ, วณฺณายตนํ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ. พหิ วิจรนฺตสฺส ปาเท กณฺฏโก วิชฺฌติ, ขาณุ ปหรติ, สรีสปาทิปริสฺสโย เจว โจรภยญฺจ อุปฺปชฺชติ, ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย นิปนฺนสฺส สพฺเพเต ปริสฺสยา น โหนฺติ, ธมฺมํ สชฺฌายนฺตสฺส ธมฺมปีติสุขํ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตสฺส อุปสมสุขํ อุปฺปชฺชติ. ตถา พหิ วิจรนฺตสฺส จ เสทา มุจฺจนฺติ, อกฺขีนิ ผนฺทนฺติ, เสนาสนํ ปวิสนกฺขเณ กูเป โอติณฺโณ วิย โหติ, มญฺจปีฐาทีนิ น ปญฺญายนฺติ. มุหุตฺตํ นิสินฺนสฺส ปน อกฺขิปสาโท อาหริตฺวา ปกฺขิตฺโต วิย โหติ, ทฺวารกวาฏวาตปานมญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญายนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘โส จ สพฺพทโท โหติ, โย ททาติ อุปสฺสย’’นฺติ.
อมตํทโท จ โส โหตีติ ปณีตโภชนสฺส ปตฺตํ ปูเรนฺโต วิย อมรณทานํ นาม เทติ. โย ธมฺมมนุสาสตีติ โย ธมฺมํ อนุสาสติ, อฏฺฐกถํ กเถติ, ปาฬึ วาเจติ, ปุจฺฉิตปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขติ, ธมฺมสฺสวนํ กโรติ, สพฺโพเปส ธมฺมํ อนุสาสติ นาม. สพฺพทานานญฺจ อิทํ ธมฺมทานเมว อคฺคนฺติ เวทิตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ,
สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ;
สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ,
ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๕๔); ทุติยํ;
๓. อนฺนสุตฺตวณฺณนา
๔๓. ตติเย อภินนฺทนฺตีติ ปตฺเถนฺติ. ภชตีติ อุปคจฺฉติ, จิตฺตคหปติสีวลิตฺเถราทิเก วิย ปจฺฉโต อนุพนฺธติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อิธโลเก ปรโลเก จ อนฺนทายกเมว อนุคจฺฉติ, ตสฺมา. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. ตติยํ.
๔. เอกมูลสุตฺตวณฺณนา
๔๔. จตุตฺเถ เอกมูลนฺติ อวิชฺชา ตณฺหาย มูลํ, ตณฺหา อวิชฺชาย. อิธ ปน ตณฺหา อธิปฺเปตา. ทฺวีหิ สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐีหิ อาวฏฺฏตีติ ทฺวิราวฏฺฏา. สา จ ราคาทีหิ ตีหิ มเลหิ ติมลา. ตตฺราสฺสา โมโห สหชาตโกฏิยา มลํ โหติ, ราคโทสา อุปนิสฺสยโกฏิยา. ปญฺจ ปน กามคุณา อสฺสา ปตฺถรณฏฺฐานา, เตสุ สา ปตฺถรตีติ ปญฺจปตฺถรา. สา จ อปูรณียฏฺเฐน สมุทฺโท. อชฺฌตฺติกพาหิเรสุ ปเนสา ทฺวาทสายตเนสุ อาวฏฺฏติ ปริวฏฺฏตีติ ทฺวาทสาวฏฺฏา. อปติฏฺฐฏฺเฐน ปน ปาตาโลติ วุจฺจตีติ. เอกมูลํ…เป… ปาตาลํ, อตริ อิสิ, อุตฺตริ สมติกฺกมีติ อตฺโถ. จตุตฺถํ.
๕. อโนมสุตฺตวณฺณนา
๔๕. ปญฺจเม อโนมนามนฺติ สพฺพคุณสมนฺนาคตตฺตา อเวกลฺลนามํ, ปริปูรนามนฺติ อตฺโถ. นิปุณตฺถทสฺสินฺติ ภควา สณฺหสุขุเม ขนฺธนฺตราทโย อตฺเถ ปสฺสตีติ นิปุณตฺถทสฺสี. ปญฺญาททนฺติ อนฺวยปญฺญาธิคมาย ปฏิปทํ กถนวเสน ปญฺญาย ทายกํ. กามาลเย อสตฺตนฺติ ปญฺจกามคุณาลเย อลคฺคํ. กมมานนฺติ ภควา มหาโพธิมณฺเฑเยว อริยมคฺเคน คโต, น อิทานิ คจฺฉติ, อตีตํ ปน อุปาทาย อิทํ วุตฺตํ. มเหสินฺติ มหนฺตานํ สีลกฺขนฺธาทีนํ เอสิตารํ ปริเยสิตารนฺติ. ปญฺจมํ.
๖. อจฺฉราสุตฺตวณฺณนา
๔๖. ฉฏฺเฐ อจฺฉราคณสงฺฆุฏฺฐนฺติ อยํ กิร เทวปุตฺโต สตฺถุสาสเน ปพฺพชิตฺวา วตฺตปฏิปตฺตึ ปูรยมาโน ปญฺจวสฺสกาเล ปวาเรตฺวา เทฺวมาติกํ ปคุณํ กตฺวา กมฺมากมฺมํ อุคฺคเหตฺวา จิตฺตรุจิตํ กมฺมฏฺฐานํ อุคฺคณฺหิตฺวา สลฺลหุกวุตฺติโก อรญฺญํ ปวิสิตฺวา โย ภควตา มชฺฌิมยาโม สยนสฺส โกฏฺฐาโสติ อนุญฺญาโต. ตสฺมิมฺปิ สมฺปตฺเต ‘‘ปมาทสฺส ภายามี’’ติ มญฺจกํ อุกฺขิปิตฺวา รตฺติญฺจ ทิวา จ นิราหาโร กมฺมฏฺฐานเมว มนสากาสิ.
อถสฺส อพฺภนฺตเร สตฺถกวาตา อุปฺปชฺชิตฺวา ชีวิตํ ปริยาทิยึสุ. โส ธุรสฺมึเยว กาลมกาสิ. โย หิ โกจิ ภิกฺขุ จงฺกเม จงฺกมมาโน วา อาลมฺพนตฺถมฺภํ นิสฺสาย ฐิโต วา จงฺกมโกฏิยํ จีวรํ สีเส ฐเปตฺวา นิสินฺโน วา นิปนฺโน วา ปริสมชฺเฌ อลงฺกตธมฺมาสเน ธมฺมํ เทเสนฺโต วา กาลํ กโรติ, สพฺโพ โส ธุรสฺมึ กาลํ กโรติ นาม. อิติ อยํ จงฺกมเน กาลํ กตฺวา อุปนิสฺสยมนฺทตาย อาสวกฺขยํ อปฺปตฺโต ตาวตึสภวเน มหาวิมานทฺวาเร นิทฺทายิตฺวา ปพุชฺฌนฺโต วิย ปฏิสนฺธึ อคฺคเหสิ. ตาวเทวสฺส สุวณฺณโตรณํ วิย ติคาวุโต อตฺตภาโว นิพฺพตฺติ.
อนฺโตวิมาเน สหสฺสมตฺตา อจฺฉรา ตํ ทิสฺวา, ‘‘วิมานสามิโก เทวปุตฺโต อาคโต, รมยิสฺสาม น’’นฺติ ตูริยานิ คเหตฺวา ปริวารยึสุ. เทวปุตฺโต น ตาว จุตภาวํ ชานาติ, ปพฺพชิตสญฺญีเยว อจฺฉรา โอโลเกตฺวา วิหารจาริกํ อาคตํ มาตุคามํ ทิสฺวา ลชฺชี. ปํสุกูลิโก วิย อุปริ ฐิตํ ฆนทุกูลํ เอกํสํ กโรนฺโต อํสกูฏํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อินฺทฺริยานิ โอกฺขิปิตฺวา อโธมุโข อฏฺฐาสิ. ตสฺส กายวิกาเรเนว ตา เทวตา ‘‘สมณเทวปุตฺโต อย’’นฺติ ญตฺวา เอวมาหํสุ – ‘‘อยฺย, เทวปุตฺต, เทวโลโก นามายํ, น สมณธมฺมสฺส กรโณกาโส, สมฺปตฺตึ อนุภวโนกาโส’’ติ. โส ตเถว อฏฺฐาสิ. เทวตา ‘‘น ตาวายํ สลฺลกฺเขตี’’ติ ตูริยานิ ปคฺคณฺหึสุ. โส ตถาปิ อโนโลเกนฺโตว อฏฺฐาสิ.
อถสฺส สพฺพกายิกํ อาทาสํ ปุรโต ฐปยึสุ. โส ฉายํ ทิสฺวา จุตภาวํ ญตฺวา, ‘‘น มยา อิมํ ฐานํ ปตฺเถตฺวา สมณธมฺโม กโต, อุตฺตมตฺถํ อรหตฺตํ ปตฺเถตฺวา กโต’’ติ สมฺปตฺติยา วิปฺปฏิสารี อโหสิ, ‘‘สุวณฺณปฏํ ปฏิลภิสฺสามี’’ติ ตกฺกยิตฺวา ยุทฺธฏฺฐานํ โอติณฺณมลฺโล มูลกมุฏฺฐึ ลภิตฺวา วิย. โส – ‘‘อยํ สคฺคสมฺปตฺติ นาม สุลภา, พุทฺธานํ ปาตุภาโว ทุลฺลโภ’’ติ จินฺเตตฺวา วิมานํ อปวิสิตฺวาว อสมฺภินฺเนเนว สีเลน อจฺฉราสงฺฆปริวุโต ทสพลสฺส สนฺติกํ อาคมฺม อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต อิมํ คาถํ อภาสิ.
ตตฺถ อจฺฉราคณสงฺฆุฏฺฐนฺติ อจฺฉราคเณน คีตวาทิตสทฺเทหิ สงฺโฆสิตํ. ปิสาจคณเสวิตนฺติ ตเมว อจฺฉราคณํ ปิสาจคณํ กตฺวา วทติ. วนนฺติ นนฺทนวนํ สนฺธาย วทติ. อยญฺหิ นิยามจิตฺตตาย อตฺตโน ครุภาเวน เทวคณํ ‘‘เทวคโณ’’ติ วตฺตุํ น โรเจติ. ‘‘ปิสาจคโณ’’ติ วทติ. นนฺทนวนญฺจ ‘‘นนฺทน’’นฺติ อวตฺวา ‘‘โมหน’’นฺติ วทติ. กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตีติ กถํ นิคฺคมนํ ภวิสฺสติ, กถํ อติกฺกโม ภวิสฺสติ, อรหตฺตสฺส เม ปทฏฺฐานภูตํ วิปสฺสนํ อาจิกฺขถ ภควาติ วทติ.
อถ ภควา ‘‘อติสลฺลิขเตว อยํ เทวปุตฺโต, กึ นุ โข อิท’’นฺติ? อาวชฺเชนฺโต อตฺตโน สาสเน ปพฺพชิตภาวํ ญตฺวา – ‘‘อยํ อจฺจารทฺธวีริยตาย กาลํ กตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต, อชฺชาปิสฺส จงฺกมนสฺมึเยว อตฺตภาโว อสมฺภินฺเนน สีเลน อาคโต’’ติ จินฺเตสิ. พุทฺธา จ อกตาภินิเวสสฺส อาทิกมฺมิกสฺส อกตปริกมฺมสฺส อนฺเตวาสิโน จิตฺตกาโร ภิตฺติปริกมฺมํ วิย – ‘‘สีลํ ตาว โสเธหิ, สมาธึ ภาเวหิ, กมฺมสฺสกตปญฺญํ อุชุํ กโรหี’’ติ ปฐมํ ปุพฺพภาคปฺปฏิปทํ อาจิกฺขนฺติ, การกสฺส ปน ยุตฺตปยุตฺตสฺส อรหตฺตมคฺคปทฏฺฐานภูตํ สณฺหสุขุมํ สุญฺญตาวิปสฺสนํเยว อาจิกฺขนฺติ, อยญฺจ เทวปุตฺโต การโก อภินฺนสีโล, เอโก มคฺโค อสฺส อนาคโตติ สุญฺญตาวิปสฺสนํ อาจิกฺขนฺโต อุชุโก นามาติอาทิมาห.
ตตฺถ อุชุโกติ กายวงฺกาทีนํ อภาวโต อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อุชุโก นาม. อภยา นาม สา ทิสาติ นิพฺพานํ สนฺธายาห. ตสฺมึ หิ กิญฺจิ ภยํ นตฺถิ, ตํ วา ปตฺตสฺส ภยํ นตฺถีติ ‘‘อภยา นาม สา ทิสา’’ติ วุตฺตํ. รโถ อกูชโนติ อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคว อธิปฺเปโต. ยถา หิ ปากติกรโถ อกฺเข วา อนพฺภญฺชิเต อติเรเกสุ วา มนุสฺเสสุ อภิรุเฬฺหสุ กูชติ วิรวติ, น เอวํ อริยมคฺโค. โส หิ เอกปฺปหาเรน จตุราสีติยาปิ ปาณสหสฺเสสุ อภิรุหนฺเตสุ น กูชติ น วิรวติ. ตสฺมา ‘‘อกูชโน’’ติ วุตฺโต. ธมฺมจกฺเกหิ สํยุโตติ กายิกเจตสิกวีริยสงฺขาเตหิ ธมฺมจกฺเกหิ สํยุตฺโต.
หิรีติ เอตฺถ หิริคฺคหเณน โอตฺตปฺปมฺปิ คหิตเมว โหติ. ตสฺส อปาลมฺโพติ ยถา พาหิรกรถสฺส รเถ ฐิตานํ โยธานํ อปตนตฺถาย ทารุมยํ อปาลมฺพนํ โหติ, เอวํ อิมสฺส มคฺครถสฺส อชฺฌตฺตพหิทฺธาสมุฏฺฐานํ หิโรตฺตปฺปํ อปาลมฺพนํ. สตฺยสฺส ปริวารณนฺติ รถสฺส สีหจมฺมาทิปริวาโร วิย อิมสฺสาปิ มคฺครถสฺส สมฺปยุตฺตา สติ ปริวารณํ. ธมฺมนฺติ โลกุตฺตรมคฺคํ. สมฺมาทิฏฺฐิปุเรชวนฺติ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิปุเรชวา อสฺส ปุพฺพยายิกาติ สมฺมาทิฏฺฐิปุเรชโว, ตํ สมฺมาทิฏฺฐิปุเรชวํ. ยถา หิ ปฐมตรํ ราชปุริเสหิ กาณกุณิอาทีนํนีหรเณน มคฺเค โสธิเต ปจฺฉา ราชา นิกฺขมติ, เอวเมวํ วิปสฺสนา สมฺมาทิฏฺฐิยา อนิจฺจาทิวเสน ขนฺธาทีสุ โสธิเตสุ ปจฺฉา ภูมิลทฺธวฏฺฏํ ปริชานมานา มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ธมฺมาหํ สารถึ พฺรูมิ, สมฺมาทิฏฺฐิปุเรชว’’นฺติ.
อิติ ภควา เทสนํ นิฏฺฐาเปตฺวา อวสาเน จตฺตาริ สจฺจานิ ทีเปสิ. เทสนาปริโยสาเน เทวปุตฺโต โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. ยถา หิ รญฺโญ โภชนกาเล อตฺตโน มุขปฺปมาเณ กพเฬ อุกฺขิตฺเต องฺเก นิสินฺโน ปุตฺโต อตฺตโน มุขปฺปมาเณเนว ตโต กพฬํ กโรติ, เอวเมวํ ภควติ อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ เทเสนฺเตปิ สตฺตา อตฺตโน อุปนิสฺสยานุรูเปน โสตาปตฺติผลาทีนิ ปาปุณนฺติ. อยมฺปิ เทวปุตฺโต โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา ภควนฺตํ คนฺธาทีหิ ปูเชตฺวา ปกฺกามีติ. ฉฏฺฐํ.
๗. วนโรปสุตฺตวณฺณนา
๔๗. สตฺตเม ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนาติ เก ธมฺมฏฺฐา, เก สีลสมฺปนฺนาติ ปุจฺฉติ. ภควา อิมํ ปญฺหํ ถาวรวตฺถุนา ทีเปนฺโต อารามโรปาติอาทิมาห. ตตฺถ อารามโรปาติ ปุปฺผารามผลารามโรปกา. วนโรปาติ สยํชาเต อโรปิมวเน สีมํ ปริกฺขิปิตฺวา เจติยโพธิจงฺกมนมณฺฑปกุฏิเลณรตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานานํ การกา ฉายูปเค รุกฺเข โรเปตฺวา ททมานาปิ วนโรปาเยว นาม. เสตุการกาติ วิสเม เสตุํ กโรนฺติ, อุทเก นาวํ ปฏิยาเทนฺติ. ปปนฺติ ปานียทานสาลํ. อุทปานนฺติ ยํกิญฺจิ โปกฺขรณีตฬากาทึ. อุปสฺสยนฺติ วาสาคารํ. ‘‘อุปาสย’’นฺติปิ ปาโฐ.
สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒตีติ น อกุสลวิตกฺกํ วา วิตกฺเกนฺตสฺส นิทฺทายนฺตสฺส วา ปวฑฺฒติ. ยทา ยทา ปน อนุสฺสรติ, ตทา ตทา ตสฺส วฑฺฒติ. อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒตี’’ติ วุตฺตํ. ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนาติ ตสฺมึ ธมฺเม ฐิตตฺตา เตนปิ สีเลน สมฺปนฺนตฺตา ธมฺมฏฺฐา สีลสมฺปนฺนา. อถ วา เอวรูปานิ ปุญฺญานิ กโรนฺตานํ ทส กุสลา ธมฺมา ปูเรนฺติ, เตสุ ฐิตตฺตา ธมฺมฏฺฐา. เตเนว จ สีเลน สมฺปนฺนตฺตา สีลสมฺปนฺนาติ. สตฺตมํ.
๘. เชตวนสุตฺตวณฺณนา
๔๘. อฏฺฐเม อิทํ หิ ตํ เชตวนนฺติ อนาถปิณฺฑิโก เทวปุตฺโต เชตวนสฺส เจว พุทฺธาทีนญฺจ วณฺณภณนตฺถํ อาคโต เอวมาห. อิสิสงฺฆนิเสวิตนฺติ ภิกฺขุสงฺฆนิเสวิตํ.
เอวํ ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ อริยมคฺคสฺส กเถนฺโต กมฺมํ วิชฺชาติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา. วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา. ธมฺโมติ สมาธิปกฺขิกา ธมฺมา. สีลํ ชีวิตมุตฺตมนฺติ สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ อุตฺตมนฺติ ทสฺเสติ. อถ วา วิชฺชาติ ทิฏฺฐิสงฺกปฺปา. ธมฺโมติ วายามสติสมาธโย. สีลนฺติ วาจากมฺมนฺตาชีวา. ชีวิตมุตฺตมนฺติ เอตสฺมึ สีเล ฐิตสฺส ชีวิตํ นาม อุตฺตมํ. เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺตีติ เอเตน อฏฺฐงฺคิกมคฺเคน สตฺตา วิสุชฺฌนฺติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา มคฺเคน สุชฺฌนฺติ, น โคตฺตธเนหิ, ตสฺมา. โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน สมาธิปกฺขิยธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌติ. อถ วา โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน ปญฺจกฺขนฺธธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ เตสุ จตูสุ สจฺเจสุ วิสุชฺฌติ.
อิทานิ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถนฺโต สาริปุตฺโตวาติอาทิมาห. ตตฺถ สาริปุตฺโตวาติ อวธารณวจนํ, เอเตหิ ปญฺญาทีหิ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ วทติ. อุปสเมนาติ กิเลสอุปสเมน. ปารํ คโตติ นิพฺพานํ คโต. โย โกจิ นิพฺพานํ ปตฺโต ภิกฺขุ, โส เอตาวปรโม สิยา, น เถเรน อุตฺตริตโร นาม อตฺถีติ วทติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ. อฏฺฐมํ.
๙. มจฺฉริสุตฺตวณฺณนา
๔๙. นวเม มจฺฉริโนติ มจฺเฉเรน สมนฺนาคตา. เอกจฺโจ หิ อตฺตโน วสนฏฺฐาเน ภิกฺขุํ หตฺถํ ปสาเรตฺวาปิ น วนฺทติ, อญฺญตฺถ คโต วิหารํ ปวิสิตฺวา สกฺกจฺจํ วนฺทิตฺวา มธุรปฏิสนฺถารํ กโรติ – ‘‘ภนฺเต, อมฺหากํ วสนฏฺฐานํ นาคจฺฉถ, สมฺปนฺโน ปเทโส, ปฏิพลา มยํ อยฺยานํ ยาคุภตฺตาทีหิ อุปฏฺฐานํ กาตุ’’นฺติ. ภิกฺขู ‘‘สทฺโธ อยํ อุปาสโก’’ติ ยาคุภตฺตาทีหิ สงฺคณฺหนฺติ. อเถโก เถโร ตสฺส คามํ คนฺตฺวา ปิณฺฑาย จรติ. โส ตํ ทิสฺวา อญฺเญน วา คจฺฉติ, ฆรํ วา ปวิสติ. สเจปิ สมฺมุขีภาวํ อาคจฺฉติ, หตฺเถน วนฺทิตฺวา – ‘‘อยฺยสฺส ภิกฺขํ เทถ, อหํ เอเกน กมฺเมน คจฺฉามี’’ติ ปกฺกมติ. เถโร สกลคามํ จริตฺวา ตุจฺฉปตฺโตว นิกฺขมติ. อิทํ ตาว มุทุมจฺฉริยํ นาม, เยน สมนฺนาคโต อทายโกปิ ทายโก วิย ปญฺญายติ. อิธ ปน ถทฺธมจฺฉริยํ อธิปฺเปตํ, เยน สมนฺนาคโต ภิกฺขูสุ ปิณฺฑาย ปวิฏฺเฐสุ, ‘‘เถรา ฐิตา’’ติ วุตฺเต, ‘‘กึ มยฺหํ ปาทา รุชฺชนฺตี’’ติอาทีนิ วตฺวา สิลาถมฺโภ วิย ขาณุโก วิย จ ถทฺโธ หุตฺวา ติฏฺฐติ, สามีจิมฺปิ น กโรติ. กทริยาติ อิทํ มจฺฉริโนติ ปทสฺเสว เววจนํ. มุทุกมฺปิ หิ มจฺฉริยํ ‘‘มจฺฉริย’’นฺเตว วุจฺจติ, ถทฺธํ ปน กทริยํ นาม. ปริภาสกาติ ภิกฺขู ฆรทฺวาเร ฐิเต ทิสฺวา, ‘‘กึ ตุเมฺห กสิตฺวา อาคตา, วปิตฺวา, ลายิตฺวา? มยํ อตฺตโนปิ น ลภาม, กุโต ตุมฺหากํ, สีฆํ นิกฺขมถา’’ติอาทีหิ สํตชฺชกา. อนฺตรายกราติ ทายกสฺส สคฺคนฺตราโย, ปฏิคฺคาหกานํ ลาภนฺตราโย, อตฺตโน อุปฆาโตติ อิเมสํ อนฺตรายานํ การกา.
สมฺปราโยติ ปรโลโก. รตีติ ปญฺจกามคุณรติ. ขิฑฺฑาติ กายิกขิฑฺฑาทิกา ติวิธา ขิฑฺฑา. ทิฏฺเฐ ธมฺเมส วิปาโกติ ตสฺมึ นิพฺพตฺตภวเน ทิฏฺเฐ ธมฺเม เอส วิปาโก. สมฺปราเย จ ทุคฺคตีติ ‘‘ยมโลกํ อุปปชฺชเร’’ติ วุตฺเต สมฺปราเย จ ทุคฺคติ.
วทญฺญูติ ภิกฺขู ฆรทฺวาเร ฐิตา กิญฺจาปิ ตุณฺหีว โหนฺติ, อตฺถโต ปน – ‘‘ภิกฺขํ เทถา’’ติ วทนฺติ นาม. ตตฺร เย ‘‘มยํ ปจาม, อิเม ปน น ปจนฺติ, ปจมาเน ปตฺวา อลภนฺตา กุหึ ลภิสฺสนฺตี’’ติ? เทยฺยธมฺมํ สํวิภชนฺติ, เต วทญฺญู นาม. ปกาสนฺตีติ วิมานปฺปภาย โชตนฺติ. ปรสมฺภเตสูติ ปเรหิ สมฺปิณฺฑิเตสุ. สมฺปราเย จ สุคฺคตีติ, ‘‘เอเต สคฺคา’’ติ เอวํ วุตฺตสมฺปราเย สุคติ. อุภินฺนมฺปิ วา เอเตสํ ตโต จวิตฺวา ปุน สมฺปราเยปิ ทุคฺคติสุคติเยว โหตีติ. นวมํ.
๑๐. ฆฏีการสุตฺตวณฺณนา
๕๐. ทสเม อุปปนฺนาเสติ นิพฺพตฺติวเสน อุปคตา. วิมุตฺตาติ อวิหาพฺรหฺมโลกสฺมึ อุปปตฺติสมนนฺตรเมว อรหตฺตผลวิมุตฺติยา วิมุตฺตา. มานุสํ เทหนฺติ อิธ ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนานิ เอว วุตฺตานิ. ทิพฺพโยคนฺติ ปญฺจ อุทฺธมฺภาคิยสํโยชนานิ. อุปจฺจคุนฺติ อติกฺกมึสุ. อุปโกติอาทีนิ เตสํ เถรานํ นามานิ. กุสลี ภาสสี เตสนฺติ, ‘‘กุสล’’นฺติ อิทํ วจนํ อิมสฺส อตฺถีติ กุสลี, เตสํ เถรานํ ตฺวํ กุสลํ อนวชฺชํ ภาสสิ, โถเมสิ ปสํสสิ, ปณฺฑิโตสิ เทวปุตฺตาติ วทติ. ตํ เต ธมฺมํ อิธญฺญายาติ เต เถรา ตํ ธมฺมํ อิธ ตุมฺหากํ สาสเน ชานิตฺวา. คมฺภีรนฺติ คมฺภีรตฺถํ. พฺรหฺมจารี นิรามิโสติ นิรามิสพฺรหฺมจารี นาม อนาคามี, อนาคามี อโหสินฺติ อตฺโถ. อหุวาติ อโหสิ. สคาเมยฺโยติ เอกคามวาสี. ปริโยสานคาถา สงฺคีติกาเรหิ ฐปิตาติ. ทสมํ.
อาทิตฺตวคฺโค ปญฺจโม.