๖. ชราวคฺโค
๑. ชราสุตฺตวณฺณนา
๕๑. ชราวคฺคสฺส ปฐเม สาธูติ ลทฺธกํ ภทฺทกํ. สีลํ ยาว ชราติ อิมินา อิทํ ทสฺเสติ – ยถา มุตฺตามณิรตฺตวตฺถาทีนิ อาภรณานิ ตรุณกาเลเยว โสภนฺติ, ชราชิณฺณกาเล ตานิ ธาเรนฺโต ‘‘อยํ อชฺชาปิ พาลภาวํ ปตฺเถติ, อุมฺมตฺตโก มญฺเญ’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ, น เอวํ สีลํ. สีลญฺหิ นิจฺจกาลํ โสภติ. พาลกาเลปิ หิ สีลํ รกฺขนฺตํ ‘‘กึ อิมสฺส สีเลนา’’ติ? วตฺตาโร นตฺถิ. มชฺฌิมกาเลปิ มหลฺลกกาเลปีติ.
สทฺธา สาธุ ปติฏฺฐิตาติ หตฺถาฬวกจิตฺตคหปติอาทีนํ วิย มคฺเคน อาคตา ปติฏฺฐิตสทฺธา นาม สาธุ. ปญฺญา นรานํ รตนนฺติ เอตฺถ จิตฺตีกตฏฺฐาทีหิ รตนํ เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ยทิ จิตฺตีกตนฺติ รตนํ, นนุ ภควา จิตฺตีกโต ปุริสสีโห, เย จ โลเก จิตฺตีกตา, เตสํ จิตฺตีกโต ภควา. ยทิ รติกรนฺติ รตนํ, นนุ ภควา รติกโร ปุริสสีโห, ตสฺส วจเนน จรนฺตา ฌานรติสุเขน อภิรมนฺติ. ยทิ อตุลฺยนฺติ รตนํ, นนุ ภควา อตุโล ปุริสสีโห. น หิ สกฺกา ตุเลตุํ คุเณหิ คุณปารมึ คโต. ยทิ ทุลฺลภนฺติ รตนํ, นนุ ภควา ทุลฺลโภ ปุริสสีโห. ยทิ อโนมสตฺตปริโภคนฺติ รตนํ, นนุ ภควา อโนโม สีเลน สมาธินา ปญฺญาย วิมุตฺติยา วิมุตฺติญาณทสฺสเนนา’’ติ.
อิธ ปน ทุลฺลภปาตุภาวฏฺเฐน ปญฺญา ‘‘รตน’’นฺติ วุตฺตํ. ปุญฺญนฺติ ปุญฺญเจตนา, สา หิ อรูปตฺตา ปริหริตุํ น สกฺกาติ. ปฐมํ.
๒. อชรสาสุตฺตวณฺณนา
๕๒. ทุติเย อชรสาติ อชีรเณน, อวิปตฺติยาติ อตฺโถ. สีลญฺหิ อวิปนฺนเมว สาธุ โหติ, วิปนฺนสีลํ อาจริยุปชฺฌายาทโยปิ น สงฺคณฺหนฺติ, คตคตฏฺฐาเน นิทฺธมิตพฺโพว โหตีติ. ทุติยํ.
๓. มิตฺตสุตฺตวณฺณนา
๕๓. ตติเย สตฺโถติ สทฺธึจโร, ชงฺฆสตฺโถ วา สกฏสตฺโถ วา. มิตฺตนฺติ โรเค อุปฺปนฺเน ปาฏงฺกิยา วา อญฺเญน วา ยาเนน หริตฺวา เขมนฺตสมฺปาปเนน มิตฺตํ. สเก ฆเรติ อตฺตโน เคเห. ตถารูเป โรเค ชาเต ปุตฺตภริยาทโย ชิคุจฺฉนฺติ, มาตา ปน อสุจิมฺปิ จนฺทนํ วิย มญฺญติ. ตสฺมา สา สเก ฆเร มิตฺตํ. สหาโย อตฺถชาตสฺสาติ อุปฺปนฺนกิจฺจสฺส โย ตํ กิจฺจํ วหติ นิตฺถรติ, โส กิจฺเจสุ สห อยนภาเวน สหาโย มิตฺตํ, สุราปานาทิสหายา ปน น มิตฺตา. สมฺปรายิกนฺติ สมฺปรายหิตํ. ตติยํ.
๔. วตฺถุสุตฺตวณฺณนา
๕๔. จตุตฺเถ ปุตฺตา วตฺถูติ มหลฺลกกาเล ปฏิชคฺคนฏฺเฐน ปุตฺตา ปติฏฺฐา. ปรโมติ อญฺเญสํ อกเถตพฺพสฺสปิ คุยฺหสฺส กเถตพฺพยุตฺตตาย ภริยา ปรโม สขา นาม. จตุตฺถํ.
๕-๗. ปฐมชนสุตฺตาทิวณฺณนา
๕๕. ปญฺจเม วิธาวตีติ ปรสมุทฺทาทิคมนวเสน อิโต จิโต จ วิธาวติ. ปญฺจมํ.
๕๖. ฉฏฺเฐ ทุกฺขาติ วฏฺฏทุกฺขโต. ฉฏฺฐํ.
๕๗. สตฺตเม ปรายณนฺติ นิปฺผตฺติ อวสฺสโย. สตฺตมํ.
๘. อุปฺปถสุตฺตวณฺณนา
๕๘. อฏฺฐเม ราโค อุปฺปโถติ สุคติญฺจ นิพฺพานญฺจ คจฺฉนฺตสฺส อมคฺโค. รตฺตินฺทิวกฺขโยติ รตฺติทิเวหิ, รตฺติทิเวสุ วา ขียติ. อิตฺถี มลนฺติ เสสํ พาหิรมลํ ภสฺมขาราทีหิ โธวิตฺวา สกฺกา โสเธตุํ, มาตุคามมเลน ทุฏฺโฐ ปน น สกฺกา สุทฺโธ นาม กาตุนฺติ อิตฺถี ‘‘มล’’นฺติ วุตฺตา. เอตฺถาติ เอตฺถ อิตฺถิยํ ปชา สชฺชติ. ตโปติ อินฺทฺริยสํวรธุตงฺคคุณวีริยทุกฺกรการิกานํ นามํ, อิธ ปน ฐเปตฺวา ทุกฺกรการิกํ สพฺพาปิ กิเลสสนฺตาปิกา ปฏิปทา วฏฺฏติ. พฺรหฺมจริยนฺติ เมถุนวิรติ. อฏฺฐมํ.
๙. ทุติยสุตฺตวณฺณนา
๕๙. นวเม กิสฺส จาภิรโตติ กิสฺมึ อภิรโต. ทุติยาติ สุคติญฺเจว นิพฺพานญฺจ คจฺฉนฺตสฺส ทุติยิกา. ปญฺญา เจนํ ปสาสตีติ ปญฺญา เอตํ ปุริสํ ‘‘อิทํ กโรหิ, อิทํ มากรี’’ติ อนุสาสติ. นวมํ.
๑๐. กวิสุตฺตวณฺณนา
๖๐. ทสเม ฉนฺโท นิทานนฺติ คายตฺติอาทิโก ฉนฺโท คาถานํ นิทานํ. ปุพฺพปฏฺฐาปนคาถา อารภนฺโต หิ ‘‘กตรจฺฉนฺเทน โหตู’’ติ อารภติ. วิยญฺชนนฺติ ชนนํ. อกฺขรํ หิ ปทํ ชเนติ, ปทํ คาถํ ชเนติ, คาถา อตฺถํ ปกาเสตีติ. นามสนฺนิสฺสิตาติ สมุทฺทาทิปณฺณตฺตินิสฺสิตา. คาถา อารภนฺโต หิ สมุทฺทํ วา ปถวึ วา ยํ กิญฺจิ นามํ นิสฺสยิตฺวาว อารภติ. อาสโยติ ปติฏฺฐา. กวิโต หิ คาถา ปวตฺตนฺติ. โส ตาสํ ปติฏฺฐา โหตีติ. ทสมํ.
ชราวคฺโค ฉฏฺโฐ.