๒. นนฺทนวคฺโค

๑. นนฺทนสุตฺตวณฺณนา

๑๑. นนฺทนวคฺคสฺส ปฐเม ตตฺราติ ตสฺมึ อาราเม. โขติ พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตาวเสน นิปาตมตฺตํ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ปริสเชฏฺฐเก ภิกฺขู ชานาเปสิ. ภิกฺขโวติ เตสํ อามนฺตนาการทีปนํ. ภทนฺเตติ ปติวจนทานํ. เต ภิกฺขูติ เย ตตฺถ สมฺมุขีภูตา ธมฺมปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู. ภควโต ปจฺจสฺโสสุนฺติ ภควโต วจนํ ปติอสฺโสสุํ, อภิมุขา หุตฺวา สุณึสุ สมฺปฏิจฺฉึสูติ อตฺโถ. เอตทโวจาติ เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘ภูตปุพฺพ’’นฺติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ ตาวตึสกายิกาติ ตาวตึสกาเย นิพฺพตฺตา. ตาวตึสกาโย นาม ทุติยเทวโลโก วุจฺจติ. มเฆน มาณเวน สทฺธึ มจลคาเม กาลํ กตฺวา ตตฺถ อุปฺปนฺเน เตตฺตึส เทวปุตฺเต อุปาทาย กิร ตสฺส เทวโลกสฺส อยํ ปณฺณตฺติ ชาตาติ วทนฺติ. ยสฺมา ปน เสสจกฺกวาเฬสุปิ ฉ กามาวจรเทวโลกา อตฺถิ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘สหสฺสํ จาตุมหาราชิกานํ สหสฺสํ ตาวตึสาน’’นฺติ (อ. นิ. ๑๐.๒๙), ตสฺมา นามปณฺณตฺติเยเวสา ตสฺส เทวโลกสฺสาติ เวทิตพฺพา. เอวญฺหิ นิทฺโทสํ ปทํ โหติ.

นนฺทเน วเนติ เอตฺถ ตํ วนํ ปวิฏฺเฐ ปวิฏฺเฐ นนฺทยติ โตเสตีติ นนฺทนํ. ปญฺจสุ หิ มรณนิมิตฺเตสุ อุปฺปนฺเนสุ ‘‘สมฺปตฺตึ ปหาย จวิสฺสามา’’ติ ปริเทวมานา เทวตา สกฺโก เทวานมินฺโท ‘‘มา ปริเทวิตฺถ, อภิชฺชนธมฺมา นาม สงฺขารา นตฺถี’’ติ โอวทิตฺวา ตตฺถ ปเวสาเปติ. ตาสํ อญฺญาหิ เทวตาหิ พาหาสุ คเหตฺวา ปเวสิตานมฺปิ ตสฺส สมฺปตฺตึ ทิสฺวาว มรณโสโก วูปสมฺมติ, ปีติปาโมชฺชเมว อุปฺปชฺชติ. อถ ตสฺมึ กีฬมานา เอว อุณฺหสนฺตตฺโต หิมปิณฺโฑ วิย วิลียนฺติ, วาตาปหตทีปสิขา วิย วิชฺฌายนฺตีติ เอวํ ยํกิญฺจิ อนฺโต ปวิฏฺฐํ นนฺทยติ โตเสติเยวาติ นนฺทนํ, ตสฺมึ นนฺทเน. อจฺฉราสงฺฆปริวุตาติ อจฺฉราติ เทวธีตานํ นามํ, ตาสํ สมูเหน ปริวุตา.

ทิพฺเพหีติ เทวโลเก นิพฺพตฺเตหิ. ปญฺจหิ กามคุเณหีติ มนาปิยรูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพสงฺขาเตหิ ปญฺจหิ กามพนฺธเนหิ กามโกฏฺฐาเสหิ วา. สมปฺปิตาติ อุเปตา. อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ. ปริจารยมานาติ รมมานา, เตสุ เตสุ วา รูปาทีสุ อินฺทฺริยานิ สญฺจารยมานา. ตายํ เวลายนฺติ ตสฺมึ ปริจารณกาเล. โส ปนสฺส เทวปุตฺตสฺส อธุนา อภินิพฺพตฺตกาโล เวทิตพฺโพ. ตสฺส หิ ปฏิสนฺธิกฺขเณเยว รตฺตสุวณฺณกฺขนฺโธ วิย วิโรจยมาโน ติคาวุตปฺปมาโณ อตฺตภาโว นิพฺพตฺติ. โส ทิพฺพวตฺถนิวตฺโถ ทิพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต ทิพฺพมาลาวิเลปนธโร ทิพฺเพหิ จนฺทนจุณฺเณหิ สมํ วิกิริยมาโน ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ โอวุโต นิวุโต ปริโยนทฺโธ โลภาภิภูโต หุตฺวา โลภนิสฺสรณํ นิพฺพานํ อปสฺสนฺโต อาสภึ วาจํ ภาสนฺโต วิย มหาสทฺเทน ‘‘น เต สุขํ ปชานนฺตี’’ติ อิมํ คาถํ คายมาโน นนฺทนวเน วิจริ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสี’’ติ.

เย น ปสฺสนฺติ นนฺทนนฺติ เย ตตฺร ปญฺจกามคุณานุภวนวเสน นนฺทนวนํ น ปสฺสนฺติ. นรเทวานนฺติ เทวนรานํ, เทวปุริสานนฺติ อตฺโถ. ติทสานนฺติ ติกฺขตฺตุํ ทสนฺนํ. ยสสฺสินนฺติ ปริวารสงฺขาเตน ยเสน สมฺปนฺนานํ.

อญฺญตรา เทวตาติ เอกา อริยสาวิกา เทวตา. ปจฺจภาสีติ ‘‘อยํ พาลเทวตา อิมํ สมฺปตฺตึ นิจฺจํ อจลํ มญฺญติ, นาสฺสา เฉทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมตํ ชานาตี’’ติ อธิปฺปายํ วิวฏฺเฏตฺวา ทสฺเสนฺตี ‘‘น ตฺวํ พาเล’’ติ อิมาย คาถาย ปติอภาสิ. ยถา อรหตํ วโจติ ยถา อรหนฺตานํ วจนํ, ตถา ตฺวํ น ชานาสีติ. เอวํ ตสฺสา อธิปฺปายํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อิทานิ อรหนฺตานํ วจนํ ทสฺเสนฺตี อนิจฺจาติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจา วต สงฺขาราติ สพฺเพ เตภูมกสงฺขารา หุตฺวา อภาวตฺเถน อนิจฺจา. อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ อุปฺปาทวยสภาวา. อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺตีติ อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. ยสฺมา วา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, ตสฺมา อุปฺปาทวยธมฺมิโนติ. อุปฺปาทวยคฺคหเณน เจตฺถ ตทนนฺตรา เวมชฺฌฏฺฐานํ คหิตเมว โหติ. เตสํ วูปสโม สุโขติ เตสํ สงฺขารานํ วูปสมสงฺขาตํ นิพฺพานเมว สุขํ. อิทํ อรหตํ วโจติ.

นนฺทนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. นนฺทติสุตฺตวณฺณนา

๑๒. ทุติเย นนฺทตีติ ตุสฺสติ อตฺตมโน โหติ. ปุตฺติมาติ พหุปุตฺโต. ตสฺส หิ เอกจฺเจ ปุตฺตา กสิกมฺมํ กตฺวา ธญฺญสฺส โกฏฺเฐ ปูเรนฺติ, เอกจฺเจ วณิชฺชํ กตฺวา หิรญฺญสุวณฺณํ อาหรนฺติ, เอกจฺเจ ราชานํ อุปฏฺฐหิตฺวา ยานวาหนคามนิคมาทีนิ ลภนฺติ. อถ เตสํ อานุภาวสงฺขาตํ สิรึ อนุภวมานา มาตา วา ปิตา วา นนฺทติ. ฉณทิวสาทีสุ วา มณฺฑิตปสาธิเต ปุตฺเต สมฺปตฺตึ อนุภวมาเน ทิสฺวา นนฺทตีติ, ‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา’’ติ อาห. โคหิ ตเถวาติ ยถา ปุตฺติมา ปุตฺเตหิ, ตถา โคสามิโกปิ สมฺปนฺนํ โคมณฺฑลํ ทิสฺวา คาโว นิสฺสาย โครสสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน โคหิ นนฺทติ. อุปธี หิ นรสฺส นนฺทนาติ, เอตฺถ อุปธีติ จตฺตาโร อุปธี – กามูปธิ, ขนฺธูปธิ, กิเลสูปธิ, อภิสงฺขารูปธีติ. กามาปิ หิ ‘‘ยํ ปญฺจ กามคุเณ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ กามานํ อสฺสาโท’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๖๖) เอวํ วุตฺตสฺส สุขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต ‘‘อุปธิยติ เอตฺถ สุข’’นฺติ อิมินา วจนตฺเถน อุปธีติ วุจฺจติ. ขนฺธาปิ ขนฺธมูลกสฺส ทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, กิเลสาปิ อปายทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโต, อภิสงฺขาราปิ ภวทุกฺขสฺส อธิฏฺฐานภาวโตติ. อิธ ปน กามูปธิ อธิปฺเปโต. ปญฺจ หิ กามคุณา เตภูมิกาทิปาสาท-อุฬารสยน-วตฺถาลงฺการ-นาฏกปริวาราทิวเสน ปจฺจุปฏฺฐิตา ปีติโสมนสฺสํ อุปสํหรมานา นรํ นนฺทยนฺติ. ตสฺมา ยถา ปุตฺตา จ คาโว จ, เอวํ อิเมปิ อุปธี หิ นรสฺส นนฺทนาติ เวทิตพฺพา. น หิ โส นนฺทติ โย นิรูปธีติ โย กามคุณสมฺปตฺติรหิโต ทลิทฺโท ทุลฺลภฆาสจฺฉาทโน, น หิ โส นนฺทติ. เอวรูโป มนุสฺสเปโต จ มนุสฺสเนรยิโก จ กึ นนฺทิสฺสติ ภควาติ อาห.

อิทํ สุตฺวา สตฺถา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ เทวตา โสกวตฺถุเมว นนฺทวตฺถุํ กโรติ, โสกวตฺถุภาวมสฺสา ทีเปสฺสามี’’ติ ผเลน ผลํ ปาเตนฺโต วิย ตาเยว อุปมาย ตสฺสา วาทํ ภินฺทนฺโต ตเมว คาถํ ปริวตฺเตตฺวา โสจตีติ อาห. ตตฺถ โสจติ ปุตฺเตหีติ วิเทสคมนาทิวเสน ปุตฺเตสุ นฏฺเฐสุปิ นสฺสนฺเตสุปิ อิทานิ นสฺสิสฺสนฺตีติ นาสสงฺกีปิ โสจติ, ตถา มเตสุปิ มรนฺเตสุปิ โจเรหิ ราชปุริเสหิ คหิเตสุ วา ปจฺจตฺถิกานํ หตฺถํ อุปคเตสุ วา มรณสงฺกีปิ หุตฺวา โสจติ. รุกฺขปพฺพตาทีหิ ปติตฺวา หตฺถปาทาทีนํ เภทวเสน ภินฺเนสุปิ ภิชฺชนฺเตสุปิ เภทสงฺกีปิ หุตฺวา โสจติ. ยถา จ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา, โคสามิโกปิ ตเถว นวหากาเรหิ โคหิ โสจติ. อุปธี หิ นรสฺส โสจนาติ ยถา จ ปุตฺตคาโว, เอวํ ปญฺจ กามคุโณปธีปิ –

‘‘ตสฺส เจ กามยานสฺส, ฉนฺทชาตสฺส ชนฺตุโน;

เต กามา ปริหายนฺติ, สลฺลวิทฺโธว รุปฺปตี’’ติ. (สุ. นิ. ๗๗๓) –

วุตฺตนเยน นรํ โสจนฺติ. ตสฺมา นรสฺส โสจนา โสกวตฺถุกเมวาติ เวทิตพฺพา. น หิ โส โสจติ, โย นิรูปธีติ ยสฺส ปน จตุพฺพิธาเปเต อุปธิโย นตฺถิ, โส นิรุปธิ มหาขีณาสโว กึ โสจิสฺสติ, น โสจติ เทวเตติ.

นนฺทติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. นตฺถิปุตฺตสมสุตฺตวณฺณนา

๑๓. ตติเย นตฺถิ ปุตฺตสมํ เปมนฺติ วิรูเปปิ หิ อตฺตโน ปุตฺตเก สุวณฺณพิมฺพกํ วิย มญฺญนฺติ, มาลาคุเฬ วิย สีสาทีสุ กตฺวา ปริหรมานา เตหิ โอหทิตาปิ โอมุตฺติกาปิ คนฺธวิเลปนปติตา วิย โสมนสฺสํ อาปชฺชนฺติ. เตนาห – ‘‘นตฺถิ ปุตฺตสมํ เปม’’นฺติ. ปุตฺตเปมสมํ เปมํ นาม นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. โคสมิตํ ธนนฺติ โคหิ สมํ โคธนสมํ โคธนสทิสํ อญฺญํ ธนํ นาม นตฺถิ ภควาติ อาห. สูริยสมา อาภาติ สูริยาภาย สมา อญฺญา อาภา นาม นตฺถีติ ทสฺเสติ. สมุทฺทปรมาติ เย เกจิ อญฺเญ สรา นาม, สพฺเพ เต สมุทฺทปรมา, สมุทฺโท เตสํ อุตฺตโม, สมุทฺทสทิสํ อญฺญํ อุทกนิธานํ นาม นตฺถิ, ภควาติ.

ยสฺมา ปน อตฺตเปเมน สมํ เปมํ นาม นตฺถิ. มาตาปิตาทโย หิ ฉฑฺเฑตฺวาปิ ปุตฺตธีตาทโย จ อโปเสตฺวาปิ สตฺตา อตฺตานเมว โปเสนฺติ. ธญฺเญน จ สมํ ธนํ นาม นตฺถิ. (ยทา หิ สตฺตา ทุพฺภิกฺขา โหนฺติ), ตถารูเป หิ กาเล หิรญฺญสุวณฺณาทีนิ โคมหึสาทีนิปิ ธญฺญคฺคหณตฺถํ ธญฺญสามิกานเมว สนฺติกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. ปญฺญาย จ สมา อาภา นาม นตฺถิ. สูริยาทโย หิ เอกเทสํเยว โอภาสนฺติ, ปจฺจุปฺปนฺนเมว จ ตมํ วิโนเทนฺติ. ปญฺญา ปน ทสสหสฺสิมฺปิ โลกธาตุํ เอกปฺปชฺโชตํ กาตุํ สกฺโกติ, อตีตํสาทิปฏิจฺฉาทกญฺจ ตมํ วิธมติ. เมฆวุฏฺฐิยา จ สโม สโร นาม นตฺถิ. นทีวาปิ โหตุ ตลากาทีนิ วา, วุฏฺฐิสโม สโร นาม นตฺถิ. เมฆวุฏฺฐิยา หิ ปจฺฉินฺนาย มหาสมุทฺโท องฺคุลิปพฺพเตมนมตฺตมฺปิ อุทกํ น โหติ, วุฏฺฐิยา ปน ปวตฺตมานาย ยาว อาภสฺสรภวนาปิ เอโกทกํ โหติ. ตสฺมา ภควา เทวตาย ปฏิคาถํ วทนฺโต นตฺถิ อตฺตสมํ เปมนฺติอาทิมาหาติ.

นตฺถิปุตฺตสมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ขตฺติยสุตฺตวณฺณนา

๑๔. จตุตฺเถ ขตฺติโย ทฺวิปทนฺติ ทฺวิปทานํ ราชา เสฏฺโฐ. โกมารีติ กุมาริกาเล คหิตา. อยํ เสสภริยานํ เสฏฺฐาติ วทติ. ปุพฺพโชติ ปฐมํ ชาโต กาโณ วาปิ โหตุ กุณิอาทีนํ วา อญฺญตโร, โย ปฐมํ ชาโต, อยเมว ปุตฺโต อิมิสฺสา เทวตาย วาเท เสฏฺโฐ นาม โหติ. ยสฺมา ปน ทฺวิปทาทีนํ พุทฺธาทโย เสฏฺฐา, ตสฺมา ภควา ปฏิคาถํ อาห. ตตฺถ กิญฺจาปิ ภควา สพฺเพสํเยว อปทาทิเภทานํ สตฺตานํ เสฏฺโฐ, อุปฺปชฺชมาโน ปเนส สพฺพสตฺตเสฏฺโฐ ทฺวิปเทสุเยว อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา สมฺพุทฺโธ ทฺวิปทํ เสฏฺโฐติ อาห. ทฺวิปเทสุ อุปฺปนฺนสฺส จสฺส สพฺพสตฺตเสฏฺฐภาโว อปฺปฏิหโตว โหติ. อาชานีโยติ หตฺถี วา โหตุ อสฺสาทีสุ อญฺญตโร วา, โย การณํ ชานาติ, อยํ อาชานีโยว จตุปฺปทานํ เสฏฺโฐติ อตฺโถ. กูฏกณฺณรญฺโญ คุฬวณฺณอสฺโส วิย. ราชา กิร ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เจติยปพฺพตํ คมิสฺสามีติ กลมฺพนทีตีรํ สมฺปตฺโต, อสฺโส ตีเร ฐตฺวา อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉติ, ราชา อสฺสาจริยํ อามนฺเตตฺวา, ‘‘อโห วต ตยา อสฺโส สิกฺขาปิโต อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉตี’’ติ อาห. อาจริโย ‘‘สุสิกฺขาปิโต เทว อสฺโส, เอตสฺส หิ จิตฺตํ – ‘สจาหํ อุทกํ โอตริสฺสามิ, วาลํ เตมิสฺสติ, วาเล ตินฺเต รญฺโญ องฺเค อุทกํ ปาเตยฺยา’ติ, เอวํ ตุมฺหากํ สรีเร อุทกปาตนภเยน น โอตรติ, วาลํ คณฺหาเปถา’’ติ อาห. ราชา ตถา กาเรสิ. อสฺโส เวเคน โอตริตฺวา ปารํ คโต. สุสฺสูสาติ สุสฺสูสมานา. กุมาริกาเล วา คหิตา โหตุ ปจฺฉา วา, สุรูปา วา วิรูปา วา, ยา สามิกํ สุสฺสูสติ ปริจรติ โตเสติ, สา ภริยานํ เสฏฺฐา. อสฺสโวติ อาสุณมาโน. เชฏฺโฐ วา หิ โหตุ กนิฏฺโฐ วา, โย มาตาปิตูนํ วจนํ สุณาติ, สมฺปฏิจฺฉติ, โอวาทปฏิกโร โหติ, อยํ ปุตฺตานํ เสฏฺโฐ, อญฺเญหิ สนฺธิจฺเฉทกาทิโจเรหิ ปุตฺเตหิ โก อตฺโถ เทวเตติ.

ขตฺติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สณมานสุตฺตวณฺณนา

๑๕. ปญฺจเม ฐิเต มชฺฌนฺหิเกติ ฐิตมชฺฌนฺหิเก. สนฺนิสีเวสูติ ยถา ผาสุกฏฺฐานํ อุปคนฺตฺวา สนฺนิสินฺเนสุ วิสฺสมมาเนสุ. ฐิตมชฺฌนฺหิกกาโล นาเมส สพฺพสตฺตานํ อิริยาปถทุพฺพลฺยกาโล. อิธ ปน ปกฺขีนํเยว วเสน ทสฺสิโต. สณเตวาติ สณติ วิย มหาวิรวํ วิย มุจฺจติ. สณมานเมว เจตฺถ ‘‘สณเตวา’’ติ วุตฺตํ. ตปฺปฏิภาคํ นาเมตํ. นิทาฆสมยสฺมิญฺหิ ฐิตมชฺฌนฺหิกกาเล จตุปฺปทคเณสุ เจว ปกฺขีคเณสุ จ สนฺนิสินฺเนสุ วาตปูริตานํ สุสิรรุกฺขานญฺเจว ฉิทฺทเวณุปพฺพานญฺจ ขนฺเธน ขนฺธํ สาขาย สาขํ สงฺฆฏฺฏยนฺตานํ ปาทปานญฺจ อรญฺญมชฺเฌ มหาสทฺโท อุปฺปชฺชติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ตํ ภยํ ปฏิภาติ มนฺติ ตํ เอวรูเป กาเล มหาอรญฺญสฺส สณมานํ มยฺหํ ภยํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ทนฺธปญฺญา กิเรสา เทวตา ตสฺมึ ขเณ อตฺตโน นิสชฺชผาสุกํ กถาผาสุกํ ทุติยกํ อลภนฺตี เอวมาห. ยสฺมา ปน ตาทิเส กาเล ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตสฺส วิวิตฺเต อรญฺญายตเน กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺนสฺส ภิกฺขุโน อนปฺปกํ สุขํ อุปฺปชฺชติ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;

อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต’’ติ. (ธ. ป. ๓๗๓) จ,

‘‘ปุรโต ปจฺฉโต วาปิ, อปโร เจ น วิชฺชติ;

อตีว ผาสุ ภวติ, เอกสฺส วสโต วเน’’ติ. (เถรคา. ๕๓๗) จ;

ตสฺมา ภควา ทุติยํ คาถมาห. ตตฺถ สา รติ ปฏิภาติ มนฺติ ยา เอวรูเป กาเล เอกกสฺส นิสชฺชา นาม, สา รติ มยฺหํ อุปฏฺฐาตีติ อตฺโถ. เสสํ ตาทิสเมวาติ.

สณมานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. นิทฺทาตนฺทีสุตฺตวณฺณนา

๑๖. ฉฏฺเฐ นิทฺทาติ, ‘‘อภิชานามหํ, อคฺคิเวสฺสน, คิมฺหานํ ปจฺฉิเม มาเส นิทฺทํ โอกฺกมิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) เอวรูปาย อพฺยากตนิทฺทาย ปุพฺพภาคาปรภาเคสุ เสขปุถุชฺชนานํ สสงฺขาริกอกุสเล จิตฺเต อุปฺปนฺนํ ถินมิทฺธํ. ตนฺทีติ อติจฺฉาตาติสีตาทิกาเลสุ อุปฺปนฺนํ อาคนฺตุกํ อาลสิยํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ตตฺถ กตมา ตนฺที? ยา ตนฺที ตนฺทิยนา ตนฺทิมนตา อาลสฺยํ อาลสฺยายนา อาลสฺยายิตตฺตํ, อยํ วุจฺจติ ตนฺที’’ติ (วิภ. ๘๕๗). วิชมฺภิตาติ กายวิชมฺภนา. อรตีติ อกุสลปกฺขา อุกฺกณฺฐิตตา. ภตฺตสมฺมโทติ ภตฺตมุจฺฉา ภตฺตกิลมโถ. วิตฺถาโร ปน เตสํ – ‘‘ตตฺถ กตมา วิชมฺภิตา? ยา กายสฺส ชมฺภนา วิชมฺภนา’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม อาคโตว. เอเตนาติ เอเตน นิทฺทาทินา อุปกฺกิเลเสน อุปกฺกิลิฏฺโฐ นิวาริตปาตุภาโว. นปฺปกาสตีติ น โชตติ, น ปาตุภวตีติ อตฺโถ. อริยมคฺโคติ โลกุตฺตรมคฺโค. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. ปาณินนฺติ สตฺตานํ. วีริเยนาติ มคฺคสหชาตวีริเยน. นํ ปณาเมตฺวาติ เอตํ กิเลสชาตํ นีหริตฺวา. อริยมคฺโคติ โลกิยโลกุตฺตรมคฺโค. อิติ มคฺเคเนว อุปกฺกิเลเส นีหริตฺวา มคฺคสฺส วิสุทฺธิ วุตฺตาติ.

นิทฺทาตนฺทีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. ทุกฺกรสุตฺตวณฺณนา

๑๗. สตฺตเม ทุตฺติติกฺขนฺติ ทุกฺขมํ ทุอธิวาสิยํ. อพฺยตฺเตนาติ พาเลน. สามญฺญนฺติ สมณธมฺโม. อิมินา เทวตา อิทํ ทสฺเสติ – ยํ ปณฺฑิตา กุลปุตฺตา ทสปิ วสฺสานิ วีสติปิ สฏฺฐิปิ วสฺสานิ ทนฺเต อภิทนฺตมาธาย ชิวฺหาย ตาลุํ อาหจฺจปิ เจตสา จิตฺตํ อภินิคฺคณฺหิตฺวาปิ เอกาสนํ เอกภตฺตํ ปฏิเสวมานา อาปาณโกฏิกํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตา สามญฺญํ กโรนฺติ. ตํ ภควา พาโล อพฺยตฺโต กาตุํ น สกฺโกตีติ. พหู หิ ตตฺถ สมฺพาธาติ ตสฺมึ สามญฺญสงฺขาเต อริยมคฺเค พหู สมฺพาธา มคฺคาธิคมาย ปฏิปนฺนสฺส ปุพฺพภาเค พหู ปริสฺสยาติ ทสฺเสติ.

จิตฺตญฺเจ น นิวารเยติ ยทิ อโยนิโส อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ น นิวาเรยฺย, กติ อหานิ สามญฺญํ จเรยฺย? เอกทิวสมฺปิ น จเรยฺย. จิตฺตวสิโก หิ สมณธมฺมํ กาตุํ น สกฺโกติ. ปเท ปเทติ อารมฺมเณ อารมฺมเณ. อารมฺมณญฺหิ อิธ ปทนฺติ อธิปฺเปตํ. ยสฺมึ ยสฺมึ หิ อารมฺมเณ กิเลโส อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺถ พาโล วิสีทติ นาม. อิริยาปถปทมฺปิ วฏฺฏติ. คมนาทีสุ หิ ยตฺถ ยตฺถ กิเลโส อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ ตตฺเถว วิสีทติ นาม. สงฺกปฺปานนฺติ กามสงฺกปฺปาทีนํ.

กุมฺโม วาติ กจฺฉโป วิย. องฺคานีติ คีวปญฺจมานิ องฺคานิ. สโมทหนฺติ สโมทหนฺโต, สโมทหิตฺวา วา. มโนวิตกฺเกติ มนมฺหิ อุปฺปนฺนวิตกฺเก. เอตฺตาวตา อิทํ ทสฺเสติ – ยถา กุมฺโม โสณฺฑิปญฺจมานิ องฺคานิ สเก กปาเล สโมทหนฺโต สิงฺคาลสฺส โอตารํ น เทติ, สโมทหิตฺวา จสฺส อปฺปสยฺหตํ อาปชฺชติ, เอวเมวํ ภิกฺขุ มนมฺหิ อุปฺปนฺนวิตกฺเก สเก อารมฺมณกปาเล สโมทหํ มารสฺส โอตารํ น เทติ, สโมทหิตฺวา จสฺส อปฺปสยฺหตํ อาปชฺชตีติ. อนิสฺสิโตติ ตณฺหาทิฏฺฐินิสฺสเยหิ อนิสฺสิโต หุตฺวา. อเหฐยาโนติ อวิหึสมาโน. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสนิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. นูปวเทยฺย กญฺจีติ ยํกิญฺจิ ปุคฺคลํ อาจารวิปตฺติอาทีสุ ยาย กายจิ มงฺกุํ กาตุกาโม หุตฺวา น วเทยฺย, ‘‘กาเลน วกฺขามิ โน อกาเลนา’’ติอาทโย ปน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุลฺลุมฺปนสภาวสณฺฐิเตน จิตฺเตน การุญฺญตํ ปฏิจฺจ วเทยฺยาติ.

ทุกฺกรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. หิรีสุตฺตวณฺณนา

๑๘. อฏฺฐเม หิรีนิเสโธติ หิริยา อกุสเล ธมฺเม นิเสเธตีติ หิรีนิเสโธ. โกจิ โลกสฺมึ วิชฺชตีติ โกจิ เอวรูโป วิชฺชตีติ ปุจฺฉติ. โย นินฺทํ อปโพธตีติ โย ครหํ อปหรนฺโต พุชฺฌติ. อสฺโส ภโทฺร กสามิวาติ ยถา ภโทฺร อสฺสาชานีโย กสํ อปหรนฺโต พุชฺฌติ, ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺฌนฺโต วิย กสาย อตฺตนิ นิปาตํ น เทติ, เอวเมว โย ภิกฺขุ ภูตสฺส ทสอกฺโกสวตฺถุโน อตฺตนิ นิปาตํ อททนฺโต นินฺทํ อปโพธติ อปหรนฺโต พุชฺฌติ, เอวรูโป โกจิ ขีณาสโว วิชฺชตีติ ปุจฺฉติ. อภูตกฺโกเสน ปน ปริมุตฺโต นาม นตฺถิ. ตนุยาติ ตนุกา, หิริยา อกุสเล ธมฺเม นิเสเธตฺวา จรนฺตา ขีณาสวา นาม อปฺปกาติ อตฺโถ. สทา สตาติ นิจฺจกาลํ สติเวปุลฺเลน สมนฺนาคตา. อนฺตํ ทุกฺขสฺส ปปฺปุยฺยาติ วฏฺฏทุกฺขสฺส โกฏึ อนฺตภูตํ นิพฺพานํ ปาปุณิตฺวา. เสสํ วุตฺตนยเมวาติ.

หิรีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. กุฏิกาสุตฺตวณฺณนา

๑๙. นวเม กจฺจิ เต กุฏิกาติ อยํ เทวตา ทส มาเส อนฺโตวสนฏฺฐานฏฺเฐน มาตรํ กุฏิกํ กตฺวา, ยถา สกุณา ทิวสํ โคจรปสุตา รตฺตึ กุลาวกํ อลฺลียนฺติ, เอวเมวํ สตฺตา ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวาปิ มาตุคามสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ, อาลยวเสน ภริยํ กุลาวกํ กตฺวา. กุลปเวณึ สนฺตานกฏฺเฐน ปุตฺเต สนฺตานเก กตฺวา, ตณฺหํ พนฺธนํ กตฺวา, คาถาพนฺธเนน อิเม ปเญฺห สโมธาเนตฺวา ภควนฺตํ ปุจฺฉิ, ภควาปิสฺสา วิสฺสชฺเชนฺโต ตคฺฆาติอาทิมาห. ตตฺถ ตคฺฆาติ เอกํสวจเน นิปาโต. นตฺถีติ ปหาย ปพฺพชิตตฺตา วฏฺฏสฺมึ วา ปุน มาตุกุจฺฉิวาสสฺส ทารภรณสฺส ปุตฺตนิพฺพตฺติยา วา อภาวโต นตฺถิ.

เทวตา ‘‘มยา สนฺนาหํ พนฺธิตฺวา คุฬฺหา ปญฺหา ปุจฺฉิตา, อยญฺจ สมโณ ปุจฺฉิตมตฺเตเยว วิสฺสชฺเชสิ, ชานํ นุ โข เม อชฺฌาสยํ กเถสิ, อุทาหุ อชานํ ยํ วา ตํ วา มุขารุฬฺหํ กเถสี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุน กินฺตาหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ กินฺตาหนฺติ กึ เต อหํ. อถสฺสา ภควา อาจิกฺขนฺโต มาตรนฺติอาทิมาห. สาหุ เตติ คาถาย อนุโมทิตฺวา สมฺปหํสิตฺวา ภควนฺตํ วนฺทิตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา อตฺตโน เทวฏฺฐานเมว คตาติ.

กุฏิกาสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา

๒๐. ทสเม ตโปทาราเมติ ตโปทสฺส ตตฺโตทกสฺส รหทสฺส วเสน เอวํ ลทฺธนาเม อาราเม. เวภารปพฺพตสฺส กิร เหฏฺฐา ภุมฺมฏฺฐกนาคานํ ปญฺจโยชนสติกํ นาคภวนํ เทวโลกสทิสํ มณิมเยน ตเลน อารามุยฺยาเนหิ จ สมนฺนาคตํ. ตตฺถ นาคานํ กีฬนฏฺฐาเน มหาอุทกรหโท, ตโต ตโปทา นาม นที สนฺทติ กุถิตา อุโณฺหทกา. กสฺมา ปเนสา เอทิสา? ราชคหํ กิร ปริวาเรตฺวา มหาเปตโลโก ติฏฺฐติ, ตตฺถ ทฺวินฺนํ มหาโลหกุมฺภินิรยานํ อนฺตเรน อยํ ตโปทา อาคจฺฉติ, ตสฺมา กุถิตา สนฺทติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘ยตายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา สนฺทติ, โส ทโห อจฺโฉทโก สีโตทโก สาโตทโก เสโตทโก สุปฺปติตฺโถ รมณีโย ปหูตมจฺฉกจฺฉโป, จกฺกมตฺตานิ จ ปทุมานิ ปุปฺผนฺติ. อปิจายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉติ, เตนายํ ตโปทา กุถิตา สนฺทตี’’ติ (ปารา. ๒๓๑).

อิมสฺส ปน อารามสฺส อภิมุขฏฺฐาเน ตโต มหาอุทกรหโท ชาโต, ตสฺส วเสนายํ วิหาโร ‘‘ตโปทาราโม’’ติ วุจฺจติ.

สมิทฺธีติ ตสฺส กิร เถรสฺส อตฺตภาโว สมิทฺโธ อภิรูโป ปาสาทิโก, ตสฺมา ‘‘สมิทฺธี’’เตฺวว สงฺขํ คโต. คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุนฺติ ปธานิกตฺเถโร เอส, พลวปจฺจูเส อุฏฺฐายาสนา สรีรํ อุตุํ คาหาเปตฺวา พหิ สฏฺฐิหตฺถมตฺเต มหาจงฺกเม อปราปรํ จงฺกมิตฺวา ‘‘เสทคหิเตหิ คตฺเตหิ ปริภุญฺชมานํ เสนาสนํ กิลิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน คตฺตานิ ปริสิญฺจนตฺถํ สรีรโธวนตฺถํ อุปสงฺกมิ. เอกจีวโร อฏฺฐาสีติ นิวาสนํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ หตฺเถน คเหตฺวา อฏฺฐาสิ.

คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโนติ คตฺตานิ ปุพฺพสทิสานิ โวทกานิ กุรุมาโน. อลฺลสรีเร ปารุตํ หิ จีวรํ กิลิสฺสติ ทุคฺคนฺธํ โหติ, น เจตํ วตฺตํ. เถโร ปน วตฺตสมฺปนฺโน, ตสฺมา วตฺเต ฐิโตว นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา อฏฺฐาสิ. ตตฺถ อิทํ นฺหานวตฺตํ – อุทกติตฺถํ คนฺตฺวา ยตฺถ กตฺถจิ จีวรานิ นิกฺขิปิตฺวา เวเคน ฐิตเกเนว น โอตริตพฺพํ, สพฺพทิสา ปน โอโลเกตฺวา วิวิตฺตภาวํ ญตฺวา ขาณุคุมฺพลตาทีนิ ววตฺถเปตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุกฺกาสิตฺวา อวกุชฺช ฐิเตน อุตฺตราสงฺคจีวรํ อปเนตฺวา ปสาเรตพฺพํ, กายพนฺธนํ โมเจตฺวา จีวรปิฏฺเฐเยว ฐเปตพฺพํ. สเจ อุทกสาฏิกา นตฺถิ, อุทกนฺเต อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา นิวาสนํ โมเจตฺวา สเจ สินฺนฏฺฐานํ อตฺถิ, ปสาเรตพฺพํ. โน เจ อตฺถิ, สํหริตฺวา ฐเปตพฺพํ. อุทกํ โอตรนฺเตน สณิกํ นาภิปฺปมาณมตฺตํ โอตริตฺวา วีจึ อนุฏฺฐาเปนฺเตน สทฺทํ อกโรนฺเตน นิวตฺติตฺวา อาคตทิสาภิมุเขน นิมุชฺชิตพฺพํ, เอวํ จีวรํ รกฺขิตํ โหติ. อุมฺมุชฺชนฺเตนปิ สทฺทํ อกโรนฺเตน สณิกํ อุมฺมุชฺชิตฺวา นฺหานปริโยสาเน อุทกนฺเต อุกฺกุฏิเกน นิสีทิตฺวา นิวาสนํ ปริกฺขิปิตฺวา อุฏฺฐาย สุปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ อปารุปิตฺวาว ฐาตพฺพนฺติ.

เถโรปิ ตถา นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา วิคจฺฉมานอุทกํ กายํ โอโลกยมาโน อฏฺฐาสิ. ตสฺส ปกติยาปิ ปาสาทิกสฺส ปจฺจูสสมเย สมฺมา ปริณตาหารสฺส อุโณฺหทเกน นฺหาตสฺส อติวิย มุขวณฺโณ วิโรจิ, พนฺธนา ปวุตฺตตาลผลํ วิย ปภาสมฺปนฺโน ปุณฺณจนฺโท วิย ตงฺขณวิกสิตปทุมํ วิย มุขํ สสฺสิริกํ อโหสิ, สรีรวณฺโณปิ วิปฺปสีทิ. ตสฺมึ สมเย วนสณฺเฑ อธิวตฺถา ภุมฺมเทวตา ปาสาทิกํ ภิกฺขุํ โอโลกยมานา สมนํ นิคฺคเหตุํ อสกฺโกนฺตี กามปริฬาหาภิภูตา หุตฺวา, ‘‘เถรํ ปโลเภสฺสามี’’ติ อตฺตภาวํ อุฬาเรน อลงฺกาเรน อลงฺกริตฺวา สหสฺสวฏฺฏิปทีปํ ปชฺชลมานา วิย จนฺทํ อุฏฺฐาปยมานา วิย สกลารามํ เอโกภาสํ กตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา อวนฺทิตฺวาว เวหาเส ฐิตา คาถํ อภาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อญฺญตรา เทวตา…เป… อชฺฌภาสี’’ติ.

อภุตฺวาติ ปญฺจ กามคุเณ อปริภุญฺชิตฺวา. ภิกฺขสีติ ปิณฺฑาย จรสิ. มา ตํ กาโล อุปจฺจคาติ เอตฺถ กาโล นาม ปญฺจกามคุณปฏิเสวนกฺขโม ทหรโยพฺพนกาโล. ชราชิณฺเณน หิ โอภคฺเคน ทณฺฑปรายเณน ปเวธมาเนน กาสสาสาภิภูเตน น สกฺกา กาเม ปริภุญฺชิตุํ. อิติ อิมํ กาลํ สนฺธาย เทวตา ‘‘มา ตํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ อาห. ตตฺถ มา อุปจฺจคาติ มา อติกฺกมิ.

กาลํ โวหํ น ชานามีติ เอตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ. กาลํ น ชานามีติ มรณกาลํ สนฺธาย วทติ. สตฺตานญฺหิ –

‘‘ชีวิตํ พฺยาธิ กาโล จ, เทหนิกฺเขปนํ คติ;

ปญฺเจเต ชีวโลกสฺมึ, อนิมิตฺตา น นายเร’’.

ตตฺถ ชีวิตํ ตาว ‘‘เอตฺตกเมว, น อิโต ปร’’นฺติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. กลลกาเลปิ หิ สตฺตา มรนฺติ, อพฺพุท-เปสิ-ฆน-อฑฺฒมาส-เอกมาส-เทฺวมาส-เตมาส-จตุมาสปญฺจมาส…เป… ทสมาสกาเลปิ, กุจฺฉิโต นิกฺขนฺตสมเยปิ, ตโต ปรํ วสฺสสตสฺส อนฺโตปิ พหิปิ มรนฺติเยว. พฺยาธิปิ ‘‘อิมินาว พฺยาธินา สตฺตา มรนฺติ, น อญฺเญนา’’ติ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. จกฺขุโรเคนปิ หิ สตฺตา มรนฺติ โสตโรคาทีนํ อญฺญตเรนปิ. กาโลปิ, ‘‘อิมสฺมึ เยว กาเล มริตพฺพํ, น อญฺญสฺมิ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺโต. ปุพฺพเณฺหปิ หิ สตฺตา มรนฺติ มชฺฌนฺหิกาทีนํ อญฺญตรสฺมิมฺปิ. เทหนิกฺเขปนมฺปิ, ‘‘อิเธว มียมานานํ เทเหน ปติตพฺพํ, น อญฺญตฺถา’’ติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตํ. อนฺโตคาเม ชาตานญฺหิ พหิคาเมปิ อตฺตภาโว ปตติ, พหิคาเมปิ ชาตานํ อนฺโตคาเมปิ. ตถา ถลชานํ ชเล, ชลชานํ ถเลติ อเนกปฺปการโต วิตฺถาเรตพฺพํ. คติปิ, ‘‘อิโต จุเตน อิธ นิพฺพตฺติตพฺพ’’นฺติ เอวํ ววตฺถานาภาวโต อนิมิตฺตา. เทวโลกโต หิ จุตา มนุสฺเสสุปิ นิพฺพตฺตนฺติ, มนุสฺสโลกโต จุตา เทวโลกาทีนํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺตนฺตีติ เอวํ ยนฺเต ยุตฺตโคโณ วิย คติปญฺจเก โลโก สมฺปริวตฺตติ. ตสฺเสวํ สมฺปริวตฺตโต ‘‘อิมสฺมึ นาม กาเล มรณํ ภวิสฺสตี’’ติ อิมํ มรณสฺส กาลํ โวหํ น ชานามิ.

ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสตีติ อยํ กาโล มยฺหํ ปฏิจฺฉนฺโน อวิภูโต น ปญฺญายติ. ตสฺมาติ ยสฺมา อยํ กาโล ปฏิจฺฉนฺโน น ปญฺญายติ, ตสฺมา ปญฺจ กามคุเณ อภุตฺวาว ภิกฺขามิ. มา มํ กาโล อุปจฺจคาติ เอตฺถ สมณธมฺมกรณกาลํ สนฺธาย ‘‘กาโล’’ติ อาห. อยญฺหิ สมณธมฺโม นาม ปจฺฉิเม กาเล ติสฺโส วโยสีมา อติกฺกนฺเตน โอภคฺเคน ทณฺฑปรายเณน ปเวธมาเนน กาสสาสาภิภูเตน น สกฺกา กาตุํ. ตทา หิ น สกฺกา โหติ อิจฺฉิติจฺฉิตํ พุทฺธวจนํ วา คณฺหิตุํ, ธุตงฺคํ วา ปริภุญฺชิตุํ, อรญฺญวาสํ วา วสิตุํ, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปตฺตึ วา สมาปชฺชิตุํ, ปทภาณ-สรภญฺญธมฺมกถา-อนุโมทนาทีนิ วา กาตุํ, ตรุณโยพฺพนกาเล ปเนตํ สพฺพํ สกฺกา กาตุนฺติ อยํ สมณธมฺมกรณสฺส กาโล มา มํ อุปจฺจคา, ยาว มํ นาติกฺกมติ, ตาว กาเม อภุตฺวาว สมณธมฺมํ กโรมีติ อาห.

ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวาติ สา กิร เทวตา – ‘‘อยํ ภิกฺขุ สมณธมฺมกรณสฺส กาลํ นาม กเถติ, อกาลํ นาม กเถติ, สเหตุกํ กเถติ สานิสํส’’นฺติ เอตฺตาวตาว เถเร ลชฺชํ ปจฺจุปฏฺฐาเปตฺวา มหาพฺรหฺมํ วิย อคฺคิกฺขนฺธํ วิย จ นํ มญฺญมานา คารวชาตา อากาสา โอรุยฺห ปถวิยํ อฏฺฐาสิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ ปถวิยํ ฐิตา, เยน ปนตฺเถน อาคตา, ปุนปิ ตเมว คเหตฺวา ทหโร ตฺวนฺติอาทิมาห. ตตฺถ สุสูติ ตรุโณ. กาฬเกโสติ สุฏฺฐุ กาฬเกโส. ภเทฺรนาติ ภทฺทเกน. เอกจฺโจ หิ ทหโรปิ สมาโน กาโณ วา โหติ กุณิอาทีนํ วา อญฺญตโร, โส ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม น โหติ. โย ปน อภิรูโป โหติ ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สพฺพสมฺปตฺติสมฺปนฺโน, ยํ ยเทว อลงฺการปริหารํ อิจฺฉติ, เตน เตน อลงฺกโต เทวปุตฺโต วิย จรติ, อยํ ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต นาม โหติ. เถโร จ อุตฺตมรูปสมฺปนฺโน, เตน นํ เอวมาห.

อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสูติ กาเมสุ อกีฬิตกีโฬ อภุตฺตาวี, อกตกามกีโฬติ อตฺโถ. มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวาติ เยภุยฺเยน หิ ตา อทิฏฺฐสจฺจา อวีตราคา อปรจิตฺตวิทูนิโย เทวตา ภิกฺขู ทสปิ วสฺสานิ วีสติมฺปิ…เป… สฏฺฐิมฺปิ วสฺสานิ ปริสุทฺธํ อขณฺฑํ พฺรหฺมจริยํ จรมาเน ทิสฺวา – ‘‘อิเม ภิกฺขู มานุสเก ปญฺจ กามคุเณ ปหาย ทิพฺเพ กาเม ปตฺถยนฺตา สมณธมฺมํ กโรนฺตี’’ติ สญฺญํ อุปฺปาเทนฺติ, อยมฺปิ ตตฺเถว อุปฺปาเทสิ. ตสฺมา มานุสเก กาเม สนฺทิฏฺฐิเก, ทิพฺเพ จ กาลิเก กตฺวา เอวมาห.

น โข อหํ, อาวุโสติ, อาวุโส, อหํ สนฺทิฏฺฐิเก กาเม หิตฺวา กาลิเก กาเม น อนุธาวามิ น ปตฺเถมิ น ปิเหมิ. กลิกญฺจ โข อหํ, อาวุโสติ อหํ โข, อาวุโส, กาลิกํ กามํ หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ โลกุตฺตรธมฺมํ อนุธาวามิ. อิติ เถโร จิตฺตานนฺตรํ อลทฺธพฺพตาย ทิพฺเพปิ มานุสเกปิ ปญฺจ กามคุเณ กาลิกาติ อกาสิ, จิตฺตานนฺตรํ ลทฺธพฺพตาย โลกุตฺตรธมฺมํ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ. ปญฺจกามคุเณสุ สโมหิเตสุปิ สมฺปนฺนกามสฺสาปิ กามิโน จิตฺตานนฺตรํ อิจฺฉิติจฺฉิตารมฺมณานุภวนํ น สมฺปชฺชติ. จกฺขุทฺวาเร อิฏฺฐารมฺมณํ อนุภวิตุกาเมน หิ จิตฺตการโปตฺถการรูปการาทโย ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘อิทํ นาม สชฺเชถา’’ติ วตฺตพฺพํ โหติ. เอตฺถนฺตเร อเนกโกฏิสตสหสฺสานิ จิตฺตานิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ. อถ ปจฺฉา ตํ อารมฺมณํ สมฺปาปุณาติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. โสตาปตฺติมคฺคานนฺตรํ ปน โสตาปตฺติผลเมว อุปฺปชฺชติ, อนฺตรา อญฺญสฺส จิตฺตสฺส วาโร นตฺถิ. เสสผเลสุปิ เอเสว นโยติ.

โส ตเมวตฺถํ คเหตฺวา กาลิกา หิ, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ กาลิกาติ วุตฺตนเยน สโมหิตสมฺปตฺตินาปิ กาลนฺตเร ปตฺตพฺพา. พหุทุกฺขาติ ปญฺจ กามคุเณ นิสฺสาย ปตฺตพฺพทุกฺขสฺส พหุตาย พหุทุกฺขา. ตํวตฺถุกสฺเสว อุปายาสสฺส พหุตาย พหุปายาสา. อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโยติ ปญฺจ กามคุเณ นิสฺสาย ลทฺธพฺพสุขโต อาทีนโว ภิยฺโย, ทุกฺขเมว พหุตรนฺติ อตฺโถ. สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโมติ อยํ โลกุตฺตรธมฺโม เยน เยน อธิคโต โหติ, เตน เตน ปรสทฺธาย คนฺตพฺพตํ หิตฺวา ปจฺจเวกฺขณญาเณน สยํ ทฏฺฐพฺโพติ สนฺทิฏฺฐิโก. อตฺตโน ผลทานํ สนฺธาย นาสฺส กาโลติ อกาโล, อกาโลเยว อกาลิโก. โย เอตฺถ อริยมคฺคธมฺโม, โส อตฺตโน ปวตฺติสมนนฺตรเมว ผลํ เทตีติ อตฺโถ. ‘‘เอหิ ปสฺส อิมํ ธมฺม’’นฺติ เอวํ ปวตฺตํ เอหิปสฺสวิธึ อรหตีติ เอหิปสฺสิโก. อาทิตฺตํ เจลํ วา สีสํ วา อชฺฌุเปกฺขิตฺวาปิ ภาวนาวเสน อตฺตโน จิตฺเต อุปนยํ อรหตีติ โอปเนยฺยิโก. สพฺเพหิ อุคฺฆฏิตญฺญูอาทีหิ วิญฺญูหิ ‘‘ภาวิโต เม มคฺโค, อธิคตํ ผลํ, สจฺฉิกโต นิโรโธ’’ติ อตฺตนิ อตฺตนิ เวทิตพฺโพติ ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหีติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๑๔๖ อาทโย) ธมฺมานุสฺสติวณฺณนายํ วุตฺโต.

อิทานิ สา เทวตา อนฺโธ วิย รูปวิเสสํ เถเรน กถิตสฺส อตฺเถ อชานนฺตี กถญฺจ ภิกฺขูติอาทิมาห. ตตฺถ กถญฺจาติปทสฺส ‘‘กถญฺจ ภิกฺขุ กาลิกา กามา วุตฺตา ภควตา, กถํ พหุทุกฺขา, กถํ พหุปายาสา’’ติ? เอวํ สพฺพปเทหิ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.

นโวติ อปริปุณฺณปญฺจวสฺโส หิ ภิกฺขุ นโว นาม โหติ, ปญฺจวสฺสโต ปฏฺฐาย มชฺฌิโม, ทสวสฺสโต ปฏฺฐาย เถโร. อปโร นโย – อปริปุณฺณทสวสฺโส นโว, ทสวสฺสโต ปฏฺฐาย มชฺฌิโม, วีสติวสฺสโต ปฏฺฐาย เถโร. เตสํ อหํ นโวติ วทติ.

นโวปิ เอกจฺโจ สตฺตฏฺฐวสฺสกาเล ปพฺพชิตฺวา ทฺวาทสเตรสวสฺสานิ สามเณรภาเวเนว อติกฺกนฺโต จิรปพฺพชิโต โหติ, อหํ ปน อจิรปพฺพชิโตติ วทติ. อิมํ ธมฺมวินยนฺติ อิมํ ธมฺมญฺจ วินยญฺจ. อุภยมฺเปตํ สาสนสฺเสว นามํ. ธมฺเมน เหตฺถ เทฺว ปิฏกานิ วุตฺตานิ, วินเยน วินยปิฏกํ, อิติ ตีหิ ปิฏเกหิ ปกาสิตํ ปฏิปตฺตึ อธุนา อาคโตมฺหีติ วทติ.

มเหสกฺขาหีติ มหาปริวาราหิ. เอเกกสฺส หิ เทวรญฺโญ โกฏิสตมฺปิ โกฏิสหสฺสมฺปิ ปริวาโร โหติ, เต อตฺตานํ มหนฺเต ฐาเน ฐเปตฺวา ตถาคตํ ปสฺสนฺติ. ตตฺถ อมฺหาทิสานํ อปฺเปสกฺขานํ มาตุคามชาติกานํ กุโต โอกาโสติ ทสฺเสติ.

มยมฺปิ อาคจฺเฉยฺยามาติ อิทํ สา เทวตา ‘‘สเจปิ จกฺกวาฬํ ปูเรตฺวา ปริสา นิสินฺนา โหติ, มหติยา พุทฺธวีถิยา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตุํ ลภตี’’ติ ญตฺวา อาห. ปุจฺฉ ภิกฺขุ, ปุจฺฉ ภิกฺขูติ ถิรกรณวเสน อาเมฑิตํ กตํ.

อกฺเขยฺยสญฺญิโนติ เอตฺถ ‘‘เทโว, มนุสฺโส, คหฏฺโฐ, ปพฺพชิโต, สตฺโต, ปุคฺคโล, ติสฺโส, ผุสฺโส’’ติอาทินา นเยน อกฺเขยฺยโต สพฺเพสํ อกฺขานานํ สพฺพาสํ กถานํ วตฺถุภูตโต ปญฺจกฺขนฺธา ‘‘อกฺเขยฺยา’’ติ วุจฺจนฺติ. ‘‘สตฺโต นโร โปโส ปุคฺคโล อิตฺถี ปุริโส’’ติ เอวํ สญฺญา เอเตสํ อตฺถีติ สญฺญิโน, อกฺเขยฺเยเสฺวว สญฺญิโนติ อกฺเขยฺยสญฺญิโน, ปญฺจสุ ขนฺเธสุ สตฺตปุคฺคลาทิสญฺญิโนติ อตฺโถ. อกฺเขยฺยสฺมึ ปติฏฺฐิตาติ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ อฏฺฐหากาเรหิ ปติฏฺฐิตา. รตฺโต หิ ราควเสน ปติฏฺฐิโต โหติ, ทุฏฺโฐ โทสวเสน, มูโฬฺห โมหวเสน, ปรามฏฺโฐ ทิฏฺฐิวเสน, ถามคโต อนุสยวเสน, วินิพทฺโธ มานวเสน, อนิฏฺฐงฺคโต วิจิกิจฺฉาวเสน, วิกฺเขปคโต อุทฺธจฺจวเสน ปติฏฺฐิโต โหติ. อกฺเขยฺยํ อปริญฺญายาติ ปญฺจกฺขนฺเธ ตีหิ ปริญฺญาหิ อปริชานิตฺวา. โยคมายนฺติ มจฺจุโนติ มจฺจุโน โยคํ ปโยคํ ปกฺเขปํ อุปกฺเขปํ อุปกฺกมํ อพฺภนฺตรํ อาคจฺฉนฺติ, มรณวสํ คจฺฉนฺตีติ อตฺโถ. เอวมิมาย คาถาย กาลิกา กามา กถิตา.

ปริญฺญายาติ ญาตปริญฺญา, ตีรณปริญฺญา, ปหานปริญฺญาติ อิมาหิ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริชานิตฺวา. ตตฺถ กตมา ญาตปริญฺญา? ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานาติ – ‘‘อยํ รูปกฺขนฺโธ, อยํ เวทนากฺขนฺโธ, อยํ สญฺญากฺขนฺโธ, อยํ สงฺขารกฺขนฺโธ, อยํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ, อิมานิ เตสํ ลกฺขณรสปจฺจุปฏฺฐานปทฏฺฐานานี’’ติ, อยํ ญาตปริญฺญา. กตมา ตีรณปริญฺญา? เอวํ ญาตํ กตฺวา ปญฺจกฺขนฺเธ ตีเรติ อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโตติ ทฺวาจตฺตาลีสาย อากาเรหิ. อยํ ตีรณปริญฺญา. กตมา ปหานปริญฺญา? เอวํ ตีรยิตฺวา อคฺคมคฺเคน ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ฉนฺทราคํ ปชหติ. อยํ ปหานปริญฺญา.

อกฺขาตารํ น มญฺญตีติ เอวํ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริชานิตฺวา ขีณาสโว ภิกฺขุ อกฺขาตารํ ปุคฺคลํ น มญฺญติ. อกฺขาตารนฺติ กมฺมวเสน การณํ เวทิตพฺพํ, อกฺขาตพฺพํ กเถตพฺพํ ปุคฺคลํ น มญฺญติ, น ปสฺสตีติ อตฺโถ. กินฺติ อกฺขาตพฺพนฺติ? ‘‘ติสฺโส’’ติ วา ‘‘ผุสฺโส’’ติ วา เอวํ เยน เกนจิ นาเมน วา โคตฺเตน วา ปกาเสตพฺพํ. ตญฺหิ ตสฺส น โหตีติ ตํ ตสฺส ขีณาสวสฺส น โหติ. เยน นํ วชฺชาติ เยน นํ ‘‘ราเคน รตฺโต’’ติ วา ‘‘โทเสน ทุฏฺโฐ’’ติ วา ‘‘โมเหน มูโฬฺห’’ติ วาติ โกจิ วเทยฺย, ตํ การณํ ตสฺส ขีณาสวสฺส นตฺถิ.

สเจ วิชานาสิ วเทหีติ สเจ เอวรูปํ ขีณาสวํ ชานาสิ, ‘‘ชานามี’’ติ วเทหิ. โน เจ ชานาสิ, อถ ‘‘น ชานามี’’ติ วเทหิ. ยกฺขาติ เทวตํ อาลปนฺโต อาห. อิติ อิมาย คาถาย สนฺทิฏฺฐิโก นววิโธ โลกุตฺตรธมฺโม กถิโต. สาธูติ อายาจนตฺเถ นิปาโต.

โย มญฺญตีติ โย อตฺตานํ ‘‘อหํ สโม’’ติ วา ‘‘วิเสสี’’ติ วา ‘‘นิหีโน’’ติ วา มญฺญติ. เอเตน ‘‘เสยฺโยหมสฺมี’’ติอาทโย ตโย มานา คหิตาว. เตสุ คหิเตสุ นว มานา คหิตาว โหนฺติ. โส วิวเทถ เตนาติ โส ปุคฺคโล เตเนว มาเนน เยน เกนจิ ปุคฺคเลน สทฺธึ – ‘‘เกน มํ ตฺวํ ปาปุณาสิ, กึ ชาติยา ปาปุณาสิ, อุทาหุ โคตฺเตน, กุลปเทเสน, วณฺณโปกฺขรตาย, พาหุสจฺเจน, ธุตคุเณนา’’ติ เอวํ วิวเทยฺย. อิติ อิมายปิ อุปฑฺฒคาถาย กาลิกา กามา กถิตา.

ตีสุ วิธาสูติ ตีสุ มาเนสุ. ‘‘เอกวิเธน รูปสงฺคโห’’ติอาทีสุ (ธ. ส. ๕๘๔) หิ โกฏฺฐาโส ‘‘วิโธ’’ติ วุตฺโต. ‘‘กถํวิธํ สีลวนฺตํ วทนฺติ, กถํวิธํ ปญฺญวนฺตํ วทนฺตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๙๕) อากาโร. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิธา. กตมา ติสฺโส? เสยฺโยหมสฺมีติ วิธา, สทิโสหมสฺมีติ วิธา, หีโนหมสฺมีติ วิธา’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๑๖๒) มาโน ‘‘วิธา’’ติ วุตฺโต. อิธาปิ มาโนว. เตน วุตฺตํ ‘‘ตีสุ วิธาสูติ ตีสุ มาเนสู’’ติ. อวิกมฺปมาโนติ โส ปุคฺคโล เอเตสุ สงฺเขปโต ตีสุ, วิตฺถารโต นวสุ มาเนสุ น กมฺปติ, น จลติ. สโม วิเสสีติ น ตสฺส โหตีติ ตสฺส ปหีนมานสฺส ขีณาสวสฺส ‘‘อหํ สทิโส’’ติ วา ‘‘เสยฺโย’’ติ วา ‘‘หีโน’’ติ วา น โหตีติ ทสฺเสติ. ปจฺฉิมปทํ วุตฺตนยเมว. อิติ อิมายปิ อุปฑฺฒคาถาย นววิโธ สนฺทิฏฺฐิโก โลกุตฺตรธมฺโม กถิโต.

ปหาสิ สงฺขนฺติ, ‘‘ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรตี’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๔.๑๒๐, ๒๓๙) ปญฺญา ‘‘สงฺขา’’ติ อาคตา. ‘‘อตฺถิ เต โกจิ คณโก วา มุทฺทิโก วา สงฺขายโก วา, โย ปโหติ คงฺคาย วาลุกํ คเณตุ’’นฺติ (สํ. นิ. ๔.๔๑๐) เอตฺถ คณนา. ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ (สุ. นิ. ๘๘๐) โกฏฺฐาโส. ‘‘ยา เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สงฺขา สมญฺญา’’ติ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) เอตฺถ ปณฺณตฺติ ‘‘สงฺขา’’ติ อาคตา. อิธาปิ อยเมว อธิปฺเปตา. ปหาสิ สงฺขนฺติ ปทสฺส หิ อยเมวตฺโถ – รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺห อิติ อิมํ ปณฺณตฺตึ ขีณาสโว ปหาสิ ชหิ ปชหีติ.

น วิมานมชฺฌคาติ นวเภทํ ติวิธมานํ น อุปคโต. นิวาสฏฺเฐน วา มาตุกุจฺฉิ ‘‘วิมาน’’นฺติ วุจฺจติ, ตํ อายตึ ปฏิสนฺธิวเสน น อุปคจฺฉีติปิ อตฺโถ. อนาคตตฺเถ อตีตวจนํ. อจฺเฉจฺฉีติ ฉินฺทิ. ฉินฺนคนฺถนฺติ จตฺตาโร คนฺเถ ฉินฺทิตฺวา ฐิตํ. อนีฆนฺติ นิทฺทุกฺขํ. นิราสนฺติ นิตฺตณฺหํ. ปริเยสมานาติ โอโลกยมานา. นาชฺฌคมุนฺติ น อธิคจฺฉนฺติ น วินฺทนฺติ น ปสฺสนฺติ. วตฺตมานตฺเถ อตีตวจนํ. อิธ วา หุรํ วาติ อิธโลเก วา ปรโลเก วา. สพฺพนิเวสเนสูติ ตโย ภวา, จตสฺโส โยนิโย, ปญฺจ คติโย, สตฺต วิญฺญาณฏฺฐิติโย, นว สตฺตาวาสา, อิติ อิเมสุปิ สพฺเพสุ สตฺตนิเวสเนสุ เอวรูปํ ขีณาสวํ กายสฺส เภทา อุปฺปชฺชมานํ วา อุปฺปนฺนํ วา น ปสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อิมาย คาถาย สนฺทิฏฺฐิกํ โลกุตฺตรธมฺมเมว กเถสิ.

อิมญฺจ คาถํ สุตฺวา สาปิ เทวตา อตฺถํ สลฺลกฺเขสิ, เตเนว การเณน อิมสฺส ขฺวาหํ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ปาปํ น กยิราติ คาถาย ทสกุสลกมฺมปถวเสนปิ กเถตุํ วฏฺฏติ อฏฺฐงฺคิกมคฺควเสนปิ. ทสกุสลกมฺมปถวเสน ตาว วจสาติ จตุพฺพิธํ วจีสุจริตํ คหิตํ. มนสาติ ติวิธํ มโนสุจริตํ คหิตํ. กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเกติ ติวิธํ กายสุจริตํ คหิตํ. อิเม ตาว ทสกุสลกมฺมปถธมฺมา โหนฺติ. กาเม ปหายาติ อิมินา ปน กามสุขลฺลิกานุโยโค ปฏิกฺขิตฺโต. สติมา สมฺปชาโนติ อิมินา ทสกุสลกมฺมปถการณํ สติสมฺปชญฺญํ คหิตํ. ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสํหิตนฺติ อิมินา อตฺตกิลมถานุโยโค ปฏิสิทฺโธ. อิติ เทวตา ‘‘อุโภ อนฺเต วิวชฺเชตฺวา การเณหิ สติสมฺปชญฺเญหิ สทฺธึ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเม ตุเมฺหหิ กถิเต อาชานามิ ภควา’’ติ วทติ.

อฏฺฐงฺคิกมคฺควเสน ปน อยํ นโย – ตสฺมึ กิร ฐาเน มหตี ธมฺมเทสนา อโหสิ. เทสนาปริโยสาเน เทวตา ยถาฐาเน ฐิตาว เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย อตฺตนา อธิคตํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ทสฺเสนฺตี เอวมาห. ตตฺถ วจสาติ สมฺมาวาจา คหิตา, มโน ปน องฺคํ น โหตีติ มนสาติ มคฺคสมฺปยุตฺตกํ จิตฺตํ คหิตํ. กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเกติ สมฺมากมฺมนฺโต คหิโต, อาชีโว ปน วาจากมฺมนฺตปกฺขิกตฺตา คหิโตว โหติ. สติมาติ อิมินา วายามสติสมาธโย คหิตา. สมฺปชาโนติปเทน สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺปา. กาเม ปหาย, ทุกฺขํ น เสเวถาติปททฺวเยน อนฺตทฺวยวชฺชนํ. อิติ อิเม เทฺว อนฺเต อนุปคมฺม มชฺฌิมํ ปฏิปทํ ตุเมฺหหิ กถิตํ, อาชานามิ ภควาติ วตฺวา ตถาคตํ คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามีติ.

สมิทฺธิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

นนฺทนวคฺโค ทุติโย.