๑๒. ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา
๓๗๖. เอวํ เม สุตนฺติ ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ มหาปชาปติ โคตมีติ โคตมีติ โคตฺตํ. นามกรณทิวเส ปนสฺสา ลทฺธสกฺการา พฺราหฺมณา ลกฺขณสมฺปตฺตึ ทิสฺวา – ‘‘สเจ อยํ ธีตรํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติรญฺโญ อคฺคมเหสี ภวิสฺสติ. สเจ ปุตฺตํ ลภิสฺสติ, จกฺกวตฺติราชา ภวิสฺสตีติ อุภยถาปิ มหตีเยวสฺสา ปชา ภวิสฺสตี’’ติ พฺยากรึสุ. อถสฺสา มหาปชาปตีติ นามํ อกํสุ. อิธ ปน โคตฺเตน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา มหาปชาปติโคตมีติ วุตฺตํ. นวนฺติ อหตํ. สามํ วายิตนฺติ น สหตฺเถเนว วายิตํ, เอกทิวสํ ปน ธาติคณปริวุตา สิปฺปิกานํ วายนฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา เวมโกฏึ คเหตฺวา วายนาการํ อกาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
กทา ปน โคตมิยา ภควโต ทุสฺสยุคํ ทาตุํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนนฺติ. อภิสมฺโพธึ ปตฺวา ปฐมคมเนน กปิลปุรํ อาคตกาเล. ตทา หิ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ สตฺถารํ คเหตฺวา สุทฺโธทนมหาราชา สกํ นิเวสนํ ปเวเสสิ, อถ ภควโต รูปโสภคฺคํ ทิสฺวา มหาปชาปติโคตมี จินฺเตสิ – ‘‘โสภติ วต เม ปุตฺตสฺส อตฺตภาโว’’ติ. อถสฺสา พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘มม ปุตฺตสฺส เอกูนตึส วสฺสานิ อคารมชฺเฌ วสนฺตสฺส อนฺตมโส โมจผลมตฺตมฺปิ มยา ทินฺนกเมว อโหสิ, อิทานิปิสฺส จีวรสาฏกํ ทสฺสามี’’ติ. ‘‘อิมสฺมึ โข ปน ราชเคเห พหูนิ มหคฺฆานิ วตฺถานิ อตฺถิ, ตานิ มํ น โตเสนฺติ, สหตฺถา กตเมว มํ โตเสติ, สหตฺถา กตฺวา ทสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ.
อถนฺตราปณา กปฺปาสํ อาหราเปตฺวา สหตฺเถเนว ปิสิตฺวา โปเถตฺวา สุขุมสุตฺตํ กนฺติตฺวา อนฺโตวตฺถุสฺมึเยว สาลํ การาเปตฺวา สิปฺปิเก ปกฺโกสาเปตฺวา สิปฺปิกานํ อตฺตโน ปริโภคขาทนียโภชนียเมว ทตฺวา วายาเปสิ, กาลานุกาลญฺจ ธาติคณปริวุตา คนฺตฺวา เวมโกฏึ อคฺคเหสิ. นิฏฺฐิตกาเล สิปฺปิกานํ มหาสกฺการํ กตฺวา ทุสฺสยุคํ คนฺธสมุคฺเค ปกฺขิปิตฺวา วาสํ คาหาเปตฺวา – ‘‘มยฺหํ ปุตฺตสฺส จีวรสาฏกํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา มคฺคํ ปฏิยาทาเปสิ, วีถิโย สมฺมชฺชิตฺวา ปุณฺณฆเฏ ฐเปตฺวา ธชปฏากา อุสฺสาเปตฺวา ราชฆรทฺวารโต ปฏฺฐาย ยาว นิโคฺรธารามา มคฺคํ ปฏิยาทาเปตฺวา ปุปฺผาภิกิณฺณํ อกํสุ. มหาปชาปติปิ สพฺพาลงฺการํ อลงฺกริตฺวา ธาติคณปริวุตา สมุคฺคํ สีเส ฐเปตฺวา ภควโต สนฺติกํ คนฺตฺวา อิทํ เม, ภนฺเต, นวํ ทุสฺสยุคนฺติอาทิมาห.
ทุติยมฺปิ โขติ ‘‘สงฺเฆ โคตมิ เทหี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ปโหมหํ, ภนฺเต, ทุสฺสโกฏฺฐาคารโต ภิกฺขุสตสฺสาปิ ภิกฺขุสหสฺสสฺสาปิ ภิกฺขุสตสหสฺสสฺสาปิ จีวรทุสฺสานิ ทาตุํ, อิทํ ปน เม ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส สามํ กนฺตํ สามํ วายิตํ, ตํ เม, ภนฺเต, ภควา ปฏิคฺคณฺหาตู’’ติ นิมนฺตยมานา อาห. เอวํ ยาวตติยํ ยาจิ, ภควาปิ ปฏิกฺขิปิเยว.
กสฺมา ปน ภควา อตฺตโน ทิยฺยมานํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทาเปตีติ? มาตริ อนุกมฺปาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิมิสฺสา มํ อารพฺภ ปุพฺพเจตนา มุญฺจเจตนา ปรเจตนาติ ติสฺโส เจตนา อุปฺปนฺนา, ภิกฺขุสงฺฆมฺปิสฺสา อารพฺภ อุปฺปชฺชนฺตุ, เอวมสฺสา ฉ เจตนา เอกโต หุตฺวา ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ปวตฺติสฺสนฺตี’’ติ. วิตณฺฑวาที ปนาห – ‘‘สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ตสฺมา เอวํ วุตฺต’’นฺติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ ตฺวํ สตฺถุ ทินฺนโต สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลตรํ วทสี’’ติ อาม วทามีติ. สุตฺตํ อาหราติ. สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จาติ. กึ ปนสฺส สุตฺตสฺส อยเมว อตฺโถติ? อาม อยเมวาติ. ยทิ เอวํ ‘‘เตน หานนฺท, วิฆาสาทานํ ปูวํ เทหี’’ติ จ (ปาจิ. ๒๖๙) ‘‘เตน หิ ตฺว, กจฺจาน, วิฆาสาทานํ คุฬํ เทหี’’ติ (มหาว. ๒๘๔) จ วจนโต วิฆาสาทานํ ทินฺนํ มหปฺผลตรญฺจ ภเวยฺย. เอวมฺปิ หิ ‘‘สตฺถา อตฺตโน ทิยฺยมานํ ทาเปตี’’ติ. ราชราชมหามตฺตาทโยปิ อตฺตโน อาคตํ ปณฺณาการํ หตฺถิโคปกาทีนํ ทาเปนฺติ, เต ราชาทีหิ มหนฺตตรา ภเวยฺยุํ. ตสฺมา มา เอวํ คณฺห –
‘‘นยิมสฺมึ โลเก ปรสฺมึ วา ปน,
พุทฺเธน เสฏฺโฐ สทิโส วา วิชฺชติ;
ยมาหุเนยฺยานมคฺคตํ คโต,
ปุญฺญตฺถิกานํ วิปุลผเลสิน’’นฺติ. –
วจนโต หิ สตฺถารา อุตฺตริตโร ทกฺขิเณยฺโย นาม นตฺถิ. เอวมสฺสา ฉ เจตนา เอกโต หุตฺวา ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสนฺตีติ สนฺธาย ยาวตติยํ ปฏิพาหิตฺวา สงฺฆสฺส ทาเปสิ.
ปจฺฉิมาย ชนตาย สงฺเฆ จิตฺตีการชนนตฺถํ จาปิ เอวมาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ น จิรฏฺฐิติโก, มยฺหํ ปน สาสนํ ภิกฺขุสงฺเฆ ปติฏฺฐหิสฺสติ, ปจฺฉิมา ชนตา สงฺเฆ จิตฺตีการํ ชเนตู’’ติ ยาวตติยํ ปฏิพาหิตฺวา สงฺฆสฺส ทาเปสิ. เอวญฺหิ สติ – ‘‘สตฺถา อตฺตโน ทิยฺยมานมฺปิ สงฺฆสฺส ทาเปสิ, สงฺโฆ นาม ทกฺขิเณยฺโย’’ติ ปจฺฉิมา ชนตา สงฺเฆ จิตฺตีการํ อุปฺปาเทตฺวา จตฺตาโร ปจฺจเย ทาตพฺเพ มญฺญิสฺสติ, สงฺโฆ จตูหิ ปจฺจเยหิ อกิลมนฺโต พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา สมณธมฺมํ กริสฺสติ. เอวํ มม สาสนํ ปญฺจ วสฺสสหสฺสานิ ฐสฺสตีติ. ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ, ภนฺเต, ภควา’’ติ วจนโตปิ เจตํ เวทิตพฺพํ ‘‘สตฺถารา อุตฺตริตโร ทกฺขิเณยฺโย นาม นตฺถี’’ติ. น หิ อานนฺทตฺเถรสฺส มหาปชาปติยา อาฆาโต วา เวรํ วา อตฺถิ. น เถโร – ‘‘ตสฺสา ทกฺขิณา มา มหปฺผลา อโหสี’’ติ อิจฺฉติ. ปณฺฑิโต หิ เถโร พหุสฺสุโต เสกฺขปฏิสมฺภิทาปตฺโต, โส สตฺถุ ทินฺนสฺส มหปฺผลภาเว สมฺปสฺสมาโนว ปฏิคฺคณฺหาตุ, ภนฺเต, ภควาติ คหณตฺถํ ยาจิ.
ปุน วิตณฺฑวาที อาห – ‘‘สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’’ติ วจนโต สตฺถา สงฺฆปริยาปนฺโน วาติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘ชานาสิ ปน ตฺวํ กติ สรณานิ, กติ อเวจฺจปฺปสาทา’’ติ ชานนฺโต ตีณีติ วกฺขติ, ตโต วตฺตพฺโพ – ตว ลทฺธิยา สตฺถุ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา เทฺวเยว โหนฺติ. เอวํ สนฺเต จ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อิเมหิ ตีหิ สรณคมเนหิ ปพฺพชฺชํ อุปสมฺปท’’นฺติ (มหาว. ๓๔) เอวํ อนุญฺญาตา ปพฺพชฺชาปิ อุปสมฺปทาปิ น รุหติ. ตโต ตฺวํ เนว ปพฺพชิโต อสิ, น คิหิ. สมฺมาสมฺพุทฺเธ จ คนฺธกุฏิยํ นิสินฺเน ภิกฺขู อุโปสถมฺปิ ปวารณมฺปิ สงฺฆกมฺมานิปิ กโรนฺติ, ตานิ สตฺถุ สงฺฆปริยาปนฺนตฺตา กุปฺปานิ ภเวยฺยุํ, น จ โหนฺติ. ตสฺมา น วตฺตพฺพเมตํ ‘‘สตฺถา สงฺฆปริยาปนฺโน’’ติ.
๓๗๗. อาปาทิกาติ สํวฑฺฒิกา, ตุมฺหากํ หตฺถปาเทสุ หตฺถปาทกิจฺจํ อสาเธนฺเตสุ หตฺเถ จ ปาเท จ วฑฺเฒตฺวา ปฏิชคฺคิกาติ อตฺโถ. โปสิกาติ ทิวสสฺส เทฺว ตโย วาเร นฺหาเปตฺวา โภเชตฺวา ปาเยตฺวา ตุเมฺห โปเสสิ. ถญฺญํ ปาเยสีติ นนฺทกุมาโร กิร โพธิสตฺตโต กติปาเหเนว ทหโร, ตสฺมึ ชาเต มหาปชาปติ อตฺตโน ปุตฺตํ ธาตีนํ ทตฺวา สยํ โพธิสตฺตสฺส ธาติกิจฺจํ สาธยมานา อตฺตโน ถญฺญํ ปาเยสิ. ตํ สนฺธาย เถโร เอวมาห. อิติ มหาปชาปติยา พหูปการตํ กเถตฺวา อิทานิ ตถาคตสฺส พหูปการตํ ทสฺเสนฺโต ภควาปิ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ภควนฺตํ, ภนฺเต, อาคมฺมาติ ภควนฺตํ ปฏิจฺจ นิสฺสาย สนฺธาย.
๓๗๘. อถ ภควา ทฺวีสุ อุปกาเรสุ อติเรกตรํ อนุโมทนฺโต เอวเมตนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ยํ หานนฺท, ปุคฺคโล ปุคฺคลํ อาคมฺมาติ ยํ อาจริยปุคฺคลํ อนฺเตวาสิกปุคฺคโล อาคมฺม. อิมสฺสานนฺท, ปุคฺคลสฺส อิมินา ปุคฺคเลนาติ อิมสฺส อาจริยปุคฺคลสฺส อิมินา อนฺเตวาสิกปุคฺคเลน. น สุปฺปฏิการํ วทามีติ ปจฺจูปการํ น สุกรํ วทามิ, อภิวาทนาทีสุ อาจริยํ ทิสฺวา อภิวาทนกรณํ อภิวาทนํ นาม. ยสฺมึ วา ทิสาภาเค อาจริโย วสติ, อิริยาปเถ วา กปฺเปนฺโต ตทภิมุโข วนฺทิตฺวา คจฺฉติ, วนฺทิตฺวา นิสีทติ, วนฺทิตฺวา นิปชฺชติ, อาจริยํ ปน ทูรโตว ทิสฺวา ปจฺจุฏฺฐาย ปจฺจุคฺคมนกรณํ ปจฺจุฏฺฐานํ นาม. อาจริยํ ปน ทิสฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห สีเส ฐเปตฺวา อาจริยํ นมสฺสติ, ยสฺมึ วา ทิสาภาเค โส วสติ, ตทภิมุโขปิ ตเถว นมสฺสติ, คจฺฉนฺโตปิ ฐิโตปิ นิสินฺโนปิ อญฺชลึ ปคฺคยฺห นมสฺสติเยวาติ อิทํ อญฺชลิกมฺมํ นาม. อนุจฺฉวิกกมฺมสฺส ปน กรณํ สามีจิกมฺมํ นาม. จีวราทีสุ จีวรํ เทนฺโต น ยํ วา ตํ วา เทติ, มหคฺฆํ สตมูลิกมฺปิ ปญฺจสตมูลิกมฺปิ สหสฺสมูลิกมฺปิ เทติเยว. ปิณฺฑปาตาทีสุปิ เอเสว นโย. กึ พหุนา, จตูหิ ปณีตปจฺจเยหิ จกฺกวาฬนฺตรํ ปูเรตฺวา สิเนรุปพฺพเตน กูฏํ คเหตฺวา เทนฺโตปิ อาจริยสฺส อนุจฺฉวิกํ กิริยํ กาตุํ น สกฺโกติเยว.
๓๗๙. จุทฺทส โข ปนิมาติ กสฺมา อารภิ? อิทํ สุตฺตํ ปาฏิปุคฺคลิกํ ทกฺขิณํ อารพฺภ สมุฏฺฐิตํ. อานนฺทตฺเถโรปิ ‘‘ปฏิคฺคณฺหาตุ, ภนฺเต, ภควา’’ติ ปาฏิปุคฺคลิกทกฺขิณํเยว สมาทเปติ, จุทฺทสสุ จ ฐาเนสุ ทินฺนทานํ ปาฏิปุคฺคลิกํ นาม โหตีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. อยํ ปฐมาติ อยํ ทกฺขิณา คุณวเสนปิ ปฐมา เชฏฺฐกวเสนปิ. อยญฺหิ ปฐมา อคฺคา เชฏฺฐิกา, อิมิสฺสา ทกฺขิณาย ปมาณํ นาม นตฺถิ. ทุติยตติยาปิ ปรมทกฺขิณาเยว, เสสา ปรมทกฺขิณภาวํ น ปาปุณนฺติ. พาหิรเก กาเมสุ วีตราเคติ กมฺมวาทิกิริยวาทิมฺหิ โลกิยปญฺจาภิญฺเญ. ปุถุชฺชนสีลวนฺเตติ ปุถุชฺชนสีลวา นาม โคสีลธาตุโก โหติ, อสโฐ อมายาวี ปรํ อปีเฬตฺวา ธมฺเมน สเมน กสิยา วา วณิชฺชาย วา ชีวิกํ กปฺเปตา. ปุถุชฺชนทุสฺสีเลติ ปุถุชฺชนทุสฺสีลา นาม เกวฏฺฏมจฺฉพนฺธาทโย ปรํ ปีฬาย ชีวิกํ กปฺเปตา.
อิทานิ ปาฏิปุคฺคลิกทกฺขิณาย วิปากํ ปริจฺฉินฺทนฺโต ตตฺรานนฺทาติอาทิมาห. ตตฺถ ติรจฺฉานคเตติ ยํ คุณวเสน อุปการวเสน โปสนตฺถํ ทินฺนํ, อิทํ น คหิตํ. ยมฺปิ อาโลปอฑฺฒอาโลปมตฺตํ ทินฺนํ, ตมฺปิ น คหิตํ. ยํ ปน สุนขสูกรกุกฺกุฏกากาทีสุ ยสฺส กสฺสจิ สมฺปตฺตสฺส ผลํ ปฏิกงฺขิตฺวา ยาวทตฺถํ ทินฺนํ, อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ติรจฺฉานคเต ทานํ ทตฺวา’’ติ. สตคุณาติ สตานิสํสา. ปาฏิกงฺขิตพฺพาติ อิจฺฉิตพฺพา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อยํ ทกฺขิณา อายุสตํ วณฺณสตํ สุขสตํ พลสตํ ปฏิภานสตนฺติ ปญฺจ อานิสํสสตานิ เทติ, อตฺตภาวสเต อายุํ เทติ, วณฺณํ, สุขํ, พลํ, ปฏิภานํ เทติ, นิปฺปริตสํ กโรติ. ภวสเตปิ วุตฺเต อยเมว อตฺโถ. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ นโย เนตพฺโพ.
โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเนติ เอตฺถ เหฏฺฐิมโกฏิยา ติสรณํ คโต อุปาสโกปิ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน นาม, ตสฺมึ ทินฺนทานมฺปิ อสงฺเขฺยยฺยํ อปฺปเมยฺยํ. ปญฺจสีเล ปติฏฺฐิตสฺส ตโต อุตฺตริ มหปฺผลํ, ทสสีเล ปติฏฺฐิตสฺส ตโต อุตฺตริ, ตทหุปพฺพชิตสฺส สามเณรสฺส ตโต อุตฺตริ, อุปสมฺปนฺนภิกฺขุโน ตโต อุตฺตริ, อุปสมฺปนฺนสฺเสว วตฺตสมฺปนฺนสฺส ตโต อุตฺตริ, วิปสฺสกสฺส ตโต อุตฺตริ, อารทฺธวิปสฺสกสฺส ตโต อุตฺตริ, อุตฺตมโกฏิยา ปน มคฺคสมงฺคี โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน นาม. เอตสฺส ทินฺนทานํ ตโต อุตฺตริ มหปฺผลเมว.
กึ ปน มคฺคสมงฺคิสฺส สกฺกา ทานํ ทาตุนฺติ? อาม สกฺกา. อารทฺธวิปสฺสโก หิ ปตฺตจีวรมาทาย คามํ ปิณฺฑาย ปวิสติ, ตสฺส เคหทฺวาเร ฐิตสฺส หตฺถโต ปตฺตํ คเหตฺวา ขาทนียโภชนียํ ปกฺขิปนฺติ. ตสฺมึ ขเณ ภิกฺขุโน มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, อิทํ ทานํ มคฺคสมงฺคิโน ทินฺนํ นาม โหติ. อถ วา ปเนส อาสนสาลาย นิสินฺโน โหติ, มนุสฺสา คนฺตฺวา ปตฺเต ขาทนียโภชนียํ ฐเปนฺติ, ตสฺมึ ขเณ ตสฺส มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, อิทมฺปิ ทานํ มคฺคสมงฺคิโน ทินฺนํ นาม. อถ วา ปนสฺส วิหาเร วา อาสนสาลาย วา นิสินฺนสฺส อุปาสกา ปตฺตํ อาทาย อตฺตโน ฆรํ คนฺตฺวา ขาทนียโภชนียํ ปกฺขิปนฺติ, ตสฺมึ ขเณ ตสฺส มคฺควุฏฺฐานํ โหติ, อิทมฺปิ ทานํ มคฺคสมงฺคิโน ทินฺนํ นาม. ตตฺถ โสณฺฑิยํ อุทกสฺส วิย โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺเน ทินฺนทานสฺส อสงฺเขฺยยฺยตา เวทิตพฺพา. ตาสุ ตาสุ มหานทีสุ มหาสมุทฺเท จ อุทกสฺส วิย โสตาปนฺนาทีสุ ทินฺนทานสฺส อุตฺตริตรวเสน อสงฺเขฺยยฺยตา เวทิตพฺพา. ปถวิยา ขยมณฺฑลมตฺเต ปเทเส ปํสุํ อาทึ กตฺวา ยาว มหาปถวิยา ปํสุโน อปฺปเมยฺยตายปิ อยมตฺโถ ทีเปตพฺโพ.
๓๘๐. สตฺต โข ปนิมาติ กสฺมา อารภิ? ‘‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’’ติ หิ วุตฺตํ, ตตฺถ สตฺตสุ ฐาเนสุ ทินฺนทานํ สงฺเฆ ทินฺนํ นาม โหตีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ พุทฺธปฺปมุเข อุภโตสงฺเฆติ เอกโต ภิกฺขุสงฺโฆ, เอกโต ภิกฺขุนิสงฺโฆ, สตฺถา มชฺเฌ นิสินฺโน โหตีติ อยํ พุทฺธปฺปมุโข อุภโตสงฺโฆ นาม. อยํ ปฐมาติ อิมาย ทกฺขิณาย สมปฺปมาณา ทกฺขิณา นาม นตฺถิ. ทุติยทกฺขิณาทโย ปน เอตํ ปรมทกฺขิณํ น ปาปุณนฺติ.
กึ ปน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต พุทฺธปฺปมุขสฺส อุภโตสงฺฆสฺส ทานํ ทาตุํ สกฺกาติ? สกฺกา. กถํ? อุภโตสงฺฆสฺส หิ ปมุเข สธาตุกํ ปฏิมํ อาสเน ฐเปตฺวา อาธารกํ ฐเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ สตฺถุ ปฐมํ ทตฺวา อุภโตสงฺฆสฺส ทาตพฺพํ, เอวํ พุทฺธปฺปมุขสฺส อุภโตสงฺฆสฺส ทานํ ทินฺนํ นาม โหติ. ตตฺถ ยํ สตฺถุ ทินฺนํ, ตํ กึ กาตพฺพนฺติ? โย สตฺถารํ ปฏิชคฺคติ วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ, ตสฺส ทาตพฺพํ. ปิตุสนฺตกญฺหิ ปุตฺตสฺส ปาปุณาติ, ภิกฺขุสงฺฆสฺส ทาตุมฺปิ วฏฺฏติ, สปฺปิเตลานิ ปน คเหตฺวา ทีปา ชลิตพฺพา, สาฏกํ คเหตฺวา ปฏากา อาโรเปตพฺพาติ. ภิกฺขุสงฺเฆติ อปริจฺฉินฺนกมหาภิกฺขุสงฺเฆ. ภิกฺขุนิสงฺเฆปิ เอเสว นโย.
โคตฺรภุโนติ โคตฺตมตฺตกเมว อนุภวมานา, นามมตฺตสมณาติ อตฺโถ. กาสาวกณฺฐาติ กาสาวกณฺฐนามกา. เต กิร เอกํ กาสาวขณฺฑํ หตฺเถ วา คีวาย วา พนฺธิตฺวา วิจริสฺสนฺติ. ฆรทฺวารํ ปน เตสํ ปุตฺตภริยา กสิวณิชฺชาทิกมฺมานิ จ ปากติกาเนว ภวิสฺสนฺติ. เตสุ ทุสฺสีเลสุ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส ทานํ ทสฺสนฺตีติ เอตฺถ ทุสฺสีลสงฺฆนฺติ น วุตฺตํ. สงฺโฆ หิ ทุสฺสีโล นาม นตฺถิ. ทุสฺสีลา ปน อุปาสกา เตสุ ทุสฺสีเลสุ ภิกฺขุสงฺฆํ อุทฺทิสฺส สงฺฆสฺส เทมาติ ทานํ ทสฺสนฺติ. อิติ ภควตา พุทฺธปฺปมุเข สงฺเฆ ทินฺนทกฺขิณาปิ คุณสงฺขาย อสงฺเขฺยยฺยาติ วุตฺตํ. กาสาวกณฺฐสงฺเฆ ทินฺนทกฺขิณาปิ คุณสงฺขาเยว อสงฺเขฺยยฺยาติ วุตฺตา. สงฺฆคตา ทกฺขิณา หิ สงฺเฆ จิตฺตีการํ กาตุํ สกฺโกนฺตสฺส โหติ, สงฺเฆ ปน จิตฺตีกาโร ทุกฺกโร โหติ.
โย หิ สงฺฆคตํ ทกฺขิณํ ทสฺสามีติ เทยฺยธมฺมํ ปฏิยาเทตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา, – ‘‘ภนฺเต, สงฺฆํ อุทฺทิสฺส เอกํ เถรํ เทถา’’ติ วทติ, อถ สงฺฆโต สามเณรํ ลภิตฺวา ‘‘สามเณโร เม ลทฺโธ’’ติ อญฺญถตฺตํ อาปชฺชติ, ตสฺส ทกฺขิณา สงฺฆคตา น โหติ. มหาเถรํ ลภิตฺวาปิ ‘‘มหาเถโร เม ลทฺโธ’’ติ โสมนสฺสํ อุปฺปาเทนฺตสฺสาปิ น โหติเยว. โย ปน สามเณรํ วา อุปสมฺปนฺนํ วา ทหรํ วา เถรํ วา พาลํ วา ปณฺฑิตํ วา ยํกิญฺจิ สงฺฆโต ลภิตฺวา นิพฺเพมติโก หุตฺวา สงฺฆสฺส เทมีติ สงฺเฆ จิตฺตีการํ กาตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ทกฺขิณา สงฺฆคตา นาม โหติ. ปรสมุทฺทวาสิโน กิร เอวํ กโรนฺติ.
ตตฺถ หิ เอโก วิหารสามิ กุฏุมฺพิโก ‘‘สงฺฆคตํ ทกฺขิณํ ทสฺสามี’’ติ สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ เทถาติ ยาจิ. โส เอกํ ทุสฺสีลภิกฺขุํ ลภิตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ โอปุญฺชาเปตฺวา อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ วิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธธูมปุปฺเผหิ ปูเชตฺวา ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา พุทฺธสฺส นิปจฺจการํ กโรนฺโต วิย สงฺเฆ จิตฺตีกาเรน เทยฺยธมฺมํ อทาสิ. โส ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ วิหารชคฺคนตฺถาย กุทาลกํ เทถาติ ฆรทฺวารํ อาคโต, อุปาสโก นิสินฺโนว กุทาลํ ปาเทน ขิปิตฺวา ‘‘คณฺหา’’ติ อทาสิ. ตเมนํ มนุสฺสา อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺหหิ ปาโตว เอตสฺส กตสกฺกาโร วตฺตุํ น สกฺกา, อิทานิ อุปจารมตฺตกมฺปิ นตฺถิ, กึ นาเมต’’นฺติ. อุปาสโก – ‘‘สงฺฆสฺส โส อยฺยา จิตฺตีกาโร, น เอตสฺสา’’ติ อาห. กาสาวกณฺฐสงฺฆสฺส ทินฺนทกฺขิณํ ปน โก โสเธตีติ? สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย อสีติ มหาเถรา โสเธนฺตีติ. อปิจ เถรา จิรปรินิพฺพุตา, เถเร อาทึ กตฺวา ยาวชฺช ธรมานา ขีณาสวา โสเธนฺติเยว.
น เตฺววาหํ, อานนฺท, เกนจิ ปริยาเยน สงฺฆคตาย ทกฺขิณายาติ เอตฺถ อตฺถิ พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ, อตฺถิ เอตรหิ สงฺโฆ, อตฺถิ อนาคเต กาสาวกณฺฐสงฺโฆ. พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ เอตรหิ สงฺเฆน น อุปเนตพฺโพ, เอตรหิ สงฺโฆ อนาคเต กาสาวกณฺฐสงฺเฆน สทฺธึ น อุปเนตพฺโพ. เตน เตเนว สมเยน กเถตพฺพํ. สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา คหิตสมณปุถุชฺชโน หิ ปาฏิปุคฺคลิโก โสตาปนฺโน, สงฺเฆ จิตฺตีการํ กาตุํ สกฺโกนฺตสฺส ปุถุชฺชนสมเณ ทินฺนํ มหปฺผลตรํ. อุทฺทิสิตฺวา คหิโต โสตาปนฺโน ปาฏิปุคฺคลิโก สกทาคามีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. สงฺเฆ จิตฺตีการํ กาตุํ สกฺโกนฺตสฺส หิ ขีณาสเว ทินฺนทานโต อุทฺทิสิตฺวา คหิเต ทุสฺสีเลปิ ทินฺนํ มหปฺผลตรเมว. ยํ ปน วุตฺตํ ‘‘สีลวโต โข, มหาราช, ทินฺนํ มหปฺผลํ, โน ตถา ทุสฺสีเล’’ติ, ตํ อิมํ นยํ ปหาย ‘‘จตสฺโส โข อิมานนฺท, ทกฺขิณา วิสุทฺธิโย’’ติ อิมสฺมึ จตุกฺเก ทฏฺฐพฺพํ.
๓๘๑. ทายกโต วิสุชฺฌตีติ มหปฺผลภาเวน วิสุชฺฌติ, มหปฺผลา โหตีติ อตฺโถ. กลฺยาณธมฺโมติ สุจิธมฺโม, น ปาปธมฺโม. ทายกโต วิสุชฺฌตีติ เจตฺถ เวสฺสนฺตรมหาราชา กเถตพฺโพ. โส หิ ชูชกพฺราหฺมณสฺส ทารเก ทตฺวา ปถวึ กมฺเปสิ.
ปฏิคฺคาหกโต วิสุชฺฌตีติ เอตฺถ กลฺยาณีนทีมุขทฺวารวาสิเกวฏฺโฏ กเถตพฺโพ. โส กิร ทีฆโสมตฺเถรสฺส ติกฺขตฺตุมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา มรณมญฺเจ นิปนฺโน ‘‘อยฺยสฺส มํ ทีฆโสมตฺเถรสฺส ทินฺนปิณฺฑปาโต อุทฺธรตี’’ติ อาห.
เนว ทายกโตติ เอตฺถ วฑฺฒมานวาสิลุทฺทโก กเถตพฺโพ. โส กิร เปตทกฺขิณํ เทนฺโต เอกสฺส ทุสฺสีลสฺเสว ตโย วาเร อทาสิ, ตติยวาเร ‘‘อมนุสฺโส ทุสฺสีโล มํ วิลุมฺปตี’’ติ วิรวิ, เอกสฺส สีลวนฺตภิกฺขุโน ทตฺวา ปาปิตกาเลเยวสฺส ปาปุณิ.
ทายกโต เจว วิสุชฺฌตีติ เอตฺถ อสทิสทานํ กเถตพฺพํ.
สา ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌตีติ เอตฺถ ยถา นาม เฉโก กสฺสโก อสารมฺปิ เขตฺตํ ลภิตฺวา สมเย กสิตฺวา ปํสุํ อปเนตฺวา สารพีชานิ ปติฏฺฐเปตฺวา รตฺตินฺทิวํ อารกฺเข ปมาทํ อนาปชฺชนฺโต อญฺญสฺส สารเขตฺตโต อธิกตรํ ธญฺญํ ลภติ, เอวํ สีลวา ทุสฺสีลสฺส ทตฺวาปิ ผลํ มหนฺตํ อธิคจฺฉตีติ. อิมินา อุปาเยน สพฺพปเทสุ วิสุชฺฌนํ เวทิตพฺพํ.
วีตราโค วีตราเคสูติ เอตฺถ วีตราโค นาม อนาคามี, อรหา ปน เอกนฺตวีตราโคว, ตสฺมา อรหตา อรหโต ทินฺนทานเมว อคฺคํ. กสฺมา? ภวาลยสฺส ภวปตฺถนาย อภาวโต. นนุ ขีณาสโว ทานผลํ น สทฺทหตีติ? ทานผลํ สทฺทหนฺตา ขีณาสวสทิสา น โหนฺติ. ขีณาสเวน กตกมฺมํ ปน นิจฺฉนฺทราคตฺตา กุสลํ วา อกุสลํ วา น โหติ, กิริยฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, เตเนวสฺส ทานํ อคฺคํ โหตีติ วทนฺติ.
กึ ปน สมฺมาสมฺพุทฺเธน สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ, อุทาหุ สาริปุตฺตตฺเถเรน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ทินฺนนฺติ. สมฺมาสมฺพุทฺเธน สาริปุตฺตตฺเถรสฺส ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ วทนฺติ. สมฺมาสมฺพุทฺธญฺหิ ฐเปตฺวา อญฺโญ ทานสฺส วิปากํ ชานิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ทานญฺหิ จตูหิ สมฺปทาหิ ทาตุํ สกฺโกนฺตสฺส ตสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากํ เทติ. ตตฺริมา สมฺปทา – เทยฺยธมฺมสฺส ธมฺเมน สเมน ปรํ อปีเฬตฺวา อุปฺปนฺนตา, ปุพฺพเจตนาทิวเสน เจตนาย มหตฺตตา, ขีณาสวภาเวน คุณาติเรกตา, ตํทิวสํ นิโรธโต วุฏฺฐิตภาเวน วตฺถุสมฺปนฺนตาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ทกฺขิณาวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุตฺถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.