๔. วิภงฺควคฺโค

๑. ภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๗๒. เอวํ เม สุตนฺติ ภทฺเทกรตฺตสุตฺตํ. ตตฺถ ภทฺเทกรตฺตสฺสาติ วิปสฺสนานุโยคสมนฺนาคตตฺตา ภทฺทกสฺส เอกรตฺตสฺส. อุทฺเทสนฺติ มาติกํ. วิภงฺคนฺติ วิตฺถารภาชนียํ.

อตีตนฺติ อตีเต ปญฺจกฺขนฺเธ. นานฺวาคเมยฺยาติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ นานุคจฺเฉยฺย. นปฺปฏิกงฺเขติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ น ปตฺเถยฺย. ยทตีตนฺติ อิทเมตฺถ การณวจนํ. ยสฺมา ยํ อตีตํ, ตํ ปหีนํ นิรุทฺธํ อตฺถงฺคตํ, ตสฺมา ตํ ปุน นานุคจฺเฉยฺย. ยสฺมา จ ยํ อนาคตํ, ตํ อปฺปตฺตํ อชาตํ อนิพฺพตฺตํ, ตสฺมา ตมฺปิ น ปตฺเถยฺย.

ตตฺถ ตตฺถาติ ปจฺจุปฺปนฺนมฺปิ ธมฺมํ ยตฺถ ยตฺเถว อุปฺปนฺโน, ตตฺถ ตตฺเถว จ นํ อนิจฺจานุปสฺสนาทีหิ สตฺตหิ อนุปสฺสนาหิ โย วิปสฺสติ อรญฺญาทีสุ วา ตตฺถ ตตฺเถว วิปสฺสติ. อสํหีรํ อสํกุปฺปนฺติ อิทํ วิปสฺสนาปฏิวิปสฺสนาทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. วิปสฺสนา หิ ราคาทีหิ น สํหีรติ น สํกุปฺปตีติ อสํหีรํ อสํกุปฺปํ, ตํ อนุพฺรูหเย วฑฺเฒยฺย, ปฏิวิปสฺเสยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา นิพฺพานํ ราคาทีหิ น สํหีรติ น สํกุปฺปตีติ อสํหีรํ อสํกุปฺปํ. ตํ วิทฺวา ปณฺฑิโต ภิกฺขุ อนุพฺรูหเย, ปุนปฺปุนํ ตทารมฺมณํ ตํ ตํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปนฺโต วฑฺเฒยฺยาติ อตฺโถ.

ตสฺส ปน อนุพฺรูหนฺตสฺส อตฺถาย – อชฺเชว กิจฺจมาตปฺปนฺติ กิเลสานํ อาตาปนปริตาปเนน อาตปฺปนฺติ ลทฺธนามํ วีริยํ อชฺเชว กาตพฺพํ. โก ชญฺญา มรณํ สุเวติ เสฺว ชีวิตํ วา มรณํ วา โก ชานาติ. อชฺเชว ทานํ วา ทสฺสามิ, สีลํ วา รกฺขิสฺสามิ, อญฺญตรํ วา ปน กุสลํ กริสฺสามีติ หิ ‘‘อชฺช ตาว ปปญฺโจ อตฺถิ, เสฺว วา ปุนทิวเส วา กริสฺสามี’’ติ จิตฺตํ อนุปฺปาเทตฺวา อชฺเชว กริสฺสามีติ เอวํ วีริยํ กาตพฺพนฺติ ทสฺเสติ. มหาเสเนนาติ อคฺคิวิสสตฺถาทีนิ อเนกานิ มรณการณานิ ตสฺส เสนา, ตาย มหติยา เสนาย วเสน มหาเสเนน เอวรูเปน มจฺจุนา สทฺธึ ‘‘กติปาหํ ตาว อาคเมหิ ยาวาหํ พุทฺธปูชาทึ อตฺตโน อวสฺสยกมฺมํ กโรมี’’ติ. เอวํ มิตฺตสนฺถวาการสงฺขาโต วา, ‘‘อิทํ สตํ วา สหสฺสํ วา คเหตฺวา กติปาหํ อาคเมหี’’ติ เอวํ ลญฺชานุปฺปทานสงฺขาโต วา, ‘‘อิมินาหํ พลราสินา ปฏิพาหิสฺสามี’’ติ เอวํ พลราสิสงฺขาโต วา สงฺคโร นตฺถิ. สงฺคโรติ หิ มิตฺตสนฺถวาการลญฺชานุปฺปทานพลราสีนํ นามํ, ตสฺมา อยมตฺโถ วุตฺโต.

อตนฺทิตนฺติ อนลสํ อุฏฺฐาหกํ. เอวํ ปฏิปนฺนตฺตา ภทฺโท เอกรตฺโต อสฺสาติ ภทฺเทกรตฺโต. อิติ ตํ เอวํ ปฏิปนฺนปุคฺคลํ ‘‘ภทฺเทกรตฺโต อย’’นฺติ. ราคาทีนํ สนฺตตาย สนฺโต พุทฺธมุนิ อาจิกฺขติ.

๒๗๓. เอวํรูโปติอาทีสุ กาโฬปิ สมาโน อินฺทนีลมณิวณฺโณ อโหสินฺติ เอวํ มนุญฺญรูปวเสเนว เอวํรูโป อโหสึ. กุสลสุขโสมนสฺสเวทนาวเสเนว เอวํเวทโน. ตํสมฺปยุตฺตานํเยว สญฺญาทีนํ วเสน เอวํสญฺโญ เอวํสงฺขาโร เอวํวิญฺญาโณ อโหสึ อตีตมทฺธานนฺติ.

ตตฺถ นนฺทึ สมนฺวาเนตีติ เตสุ รูปาทีสุ ตณฺหํ สมนฺวาเนติ อนุปวตฺเตติ. หีนรูปาทิวเสน ปน เอวํรูโป อโหสึ…เป… เอวํวิญฺญาโณ อโหสินฺติ น มญฺญติ.

นนฺทึ น สมนฺวาเนตีติ ตณฺหํ วา ตณฺหาสมฺปยุตฺตทิฏฺฐึ วา นานุปวตฺตยติ.

๒๗๔. เอวํรูโป สิยนฺติอาทีสุปิ ตํมนุญฺญรูปาทิวเสเนว ตณฺหาทิฏฺฐิปวตฺตสงฺขาตา นนฺทิสมนฺวานยนาว เวทิตพฺพา.

๒๗๕. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเนสุ ธมฺเมสุ สํหีรตีติ อิทํ ‘‘ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺมํ, ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ. อสํหีรํ อสํกุปฺป’’นฺติ อุทฺเทสสฺส นิทฺเทสตฺถํ วุตฺตํ. กามญฺเจตฺถ ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺนํ ธมฺมํ น วิปสฺสตี’’ติอาทิ วตฺตพฺพํ สิยา, ยสฺมา ปน อสํหีราติ จ อสํกุปฺปาติ จ วิปสฺสนา วุตฺตา, ตสฺมา ตสฺสา เอว อภาวญฺจ ภาวญฺจ ทสฺเสตุํ สํหีรตีติ มาติกํ อุทฺธริตฺวา วิตฺถาโร วุตฺโต. ตตฺถ สํหีรตีติ วิปสฺสนาย อภาวโต ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อากฑฺฒิยติ. น สํหีรตีติ วิปสฺสนาย ภาเวน ตณฺหาทิฏฺฐีหิ นากฑฺฒิยติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อานนฺทภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๗๖. เอวํ เม สุตนฺติ อานนฺทภทฺเทกรตฺตสุตฺตํ. ตตฺถ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต. โก นุ โข, ภิกฺขเวติ ชานนฺโตว กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ ปุจฺฉิ.

๒๗๘. สาธุ สาธูติ เถรสฺส สาธุการมทาสิ. สาธุ โข ตฺวนฺติ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ ปริสุทฺเธหิ กถิตตฺตา เทสนํ ปสํสนฺโต อาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อานนฺทภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๗๙. เอวํ เม สุตนฺติ มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตํ. ตตฺถ ตโปทาราเมติ ตตฺโตทกสฺส รหทสฺส วเสน เอวํลทฺธนาเม อาราเม. เวภารปพฺพตสฺส กิร เหฏฺฐา ภูมฏฺฐกนาคานํ ปญฺจโยชนสติกํ นาคภวนํ เทวโลกสทิสํ มณิมเยน ตเลน อารามอุยฺยาเนหิ จ สมนฺนาคตํ, ตตฺถ นาคานํ กีฬนฏฺฐาเน มหาอุทกรหโท, ตโต ตโปทา นาม นที สนฺทติ กุถิตา อุโณฺหทกา. กสฺมา ปเนสา เอทิสา ชาตา? ราชคหํ กิร ปริวาเรตฺวา มหา เปตโลโก, ตตฺถ ทฺวินฺนํ มหาโลหกุมฺภินิรยานํ อนฺตเรน อยํ ตโปทา อาคจฺฉติ, ตสฺมา สา กุถิตา สนฺทติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ยตายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา สนฺทติ, โส ทโห อจฺโฉทโก สีโตทโก สาโตทโก เสโตทโก สุปฺปติตฺโถ รมณีโย ปหูตมจฺฉกจฺฉโป, จกฺกมตฺตานิ จ ปทุมานิ ปุปฺผนฺติ. อปิจายํ, ภิกฺขเว, ตโปทา ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉติ, เตนายํ ตโปทา กุถิตา สนฺทตี’’ติ (ปารา. ๒๓๑). อิมสฺส ปน อารามสฺส อภิสมฺมุขฏฺฐาเน ตโต มหาอุทกรหโท ชาโต, ตสฺส นามวเสนายํ วิหาโร ตโปทาราโมติ วุจฺจติ.

๒๘๐. สมิทฺธีติ ตสฺส กิร เถรสฺส อตฺตภาโว สมิทฺโธ อภิรูโป ปาสาทิโก, ตสฺมา สมิทฺธิเตฺวว สงฺขํ คโต. อาทิพฺรหฺมจริยโกติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิ ปุพฺพภาคปฺปฏิปตฺติภูโต. อิทํ วตฺวาน สุคโต อุฏฺฐายาสนาติ มธุปิณฺฑิกสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๑๙๙ อาทโย) วุตฺตนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.

๒๘๒. อิติ เม จกฺขุนฺติ อิมสฺมึ กิร สุตฺเต ภควา ทฺวาทสายตนวเสเนว มาติกํ ฐเปสิ. เถโรปิ ‘‘ภควตา เหฏฺฐา ทฺวีสุ, อุปริ จตุตฺเถ จาติ อิเมสุ ตีสุ สุตฺเตสุ ปญฺจกฺขนฺธวเสน มาติกา จ วิภงฺโค จ กโต, อิธ ปน ทฺวาทสายตนวเสเนว วิภชนตฺถํ มาติกา ฐปิตา’’ติ นยํ ปฏิลภิตฺวา เอวมาห. อิมํ ปน นยํ ลภนฺเตน เถเรน ภาริยํ กตํ, อปเท ปทํ ทสฺสิตํ, อากาเส ปทํ กตํ, เตน นํ ภควา อิมเมว สุตฺตํ สนฺธาย – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ วิภชนฺตานํ ยทิทํ มหากจฺจาโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๗) เอตทคฺเค ฐเปสิ. เอตฺถ ปน จกฺขูติ จกฺขุปสาโท. รูปาติ จตุสมุฏฺฐานิกรูปา. อิมินา นเยน เสสายตนานิปิ เวทิตพฺพานิ. วิญฺญาณนฺติ นิกนฺติวิญฺญาณํ. ตทภินนฺทตีติ ตํ จกฺขุญฺเจว รูปญฺจ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อภินนฺทติ. อนฺวาคเมตีติ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อนุคจฺฉติ.

อิติ เม มโน อโหสิ อตีตมทฺธานํ อิติ ธมฺมาติ เอตฺถ ปน มโนติ ภวงฺคจิตฺตํ. ธมฺมาติ เตภูมกธมฺมารมฺมณํ.

๒๘๓. ปณิทหตีติ ปตฺถนาวเสน ฐเปสิ. ปณิธานปจฺจยาติ ปตฺถนาฏฺฐปนการณา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหากจฺจานภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. โลมสกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา

๒๘๖. เอวํ เม สุตนฺติ โลมสกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตํ. ตตฺถ โลมสกงฺคิโยติ องฺคเถโร กิร นาเมส, กายสฺส ปน อีสกโลมสาการตาย โลมสกงฺคิโยติ ปากโฏ ชาโต. จนฺทโน เทวปุตฺโตติ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล กิเรส จนฺทโน นาม อุปาสโก อฑฺโฒ มหทฺธโน ตีณิ รตนานิ จตูหิ ปจฺจเยหิ ปูเชตฺวา เทวโลเก นิพฺพตฺโต, ปุริมนาเมน จนฺทโน เทวปุตฺโตเตฺวว สงฺขํ คโต. ปณฺฑุกมฺพลสิลายนฺติ รตฺตกมฺพลสิลายํ. ตสฺสา กิร รตฺตกมฺพลสฺเสว ชยสุมนปุปฺผราสิ วิย วณฺโณ, ตสฺมา ‘‘ปณฺฑุกมฺพลสิลา’’ติ วุจฺจติ.

กทา ปน ตตฺถ ภควา วิหาสีติ? โพธิปตฺติโต สตฺตเม สํวจฺฉเร สาวตฺถิยํ อาสาฬฺหีมาสปุณฺณมาย ทฺวาทสโยชนาย ปริสาย มชฺเฌ ยมกปาฏิหาริยํ กตฺวา โอรุยฺห กณฺฑมฺพมูเล ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา ธมฺมเทสนาย มหาชนํ มหาวิทุคฺคโต อุทฺธริตฺวา พุทฺธา นาม ยสฺมา ปาฏิหาริยํ กตฺวา มนุสฺสปเถ น วสนฺติ, ตสฺมา ปสฺสมานสฺเสว ตสฺส ชนสฺส ปทวีกฺกมํ กตฺวา ตาวตึสภวเน ปาริจฺฉตฺตกมูเล ปณฺฑุกมฺพลสิลายํ วสฺสํ อุปคโต, ตสฺมึ สมเย วิหาสิ.

ตตฺร ภควาติ ตตฺร วิหรนฺโต ภควา เยภุยฺเยน ทสหิ จกฺกวาฬสหสฺเสหิ สนฺนิปติตาหิ เทวตาหิ ปริวุโต มาตรํ กายสกฺขึ กตฺวา อภิธมฺมปิฏกํ กเถนฺโต คมฺภีรํ นิปุณํ ติลกฺขณาหตํ รูปารูปปริจฺเฉทกถํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสกฺโกนฺตานํ เทวานํ สํเวคชนนตฺถํ อนฺตรนฺตรา ภทฺเทกรตฺตสฺส อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ อภาสิ. ตตฺรายํ เทวปุตฺโต อุคฺคณฺหนฺโต อิมา คาถา สทฺธึ วิภงฺเคน อุคฺคณฺหิ, เทวตฺตสฺส ปน ปมาทาธิฏฺฐานตฺตา ทิพฺเพหิ อารมฺมเณหิ นิปฺปีฬิยมาโน อนุปุพฺเพน สุตฺตํ สมฺมุฏฺโฐ คาถามตฺตเมว ธาเรสิ. เตนาห ‘‘เอวํ โข อหํ ภิกฺขุ ธาเรมิ ภทฺเทกรตฺติโย คาถา’’ติ.

อุคฺคณฺหาหิ ตฺวนฺติอาทีสุ ตุณฺหีภูโต นิสีทิตฺวา สุณนฺโต อุคฺคณฺหาติ นาม, วาจาย สชฺฌายํ กโรนฺโต ปริยาปุณาติ นาม, อญฺเญสํ วาเจนฺโต ธาเรติ นาม. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

โลมสกงฺคิยภทฺเทกรตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๒๘๙. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ สุโภติ โส กิร ทสฺสนีโย อโหสิ ปาสาทิโก, เตนสฺส องฺคสุภตาย สุโภเตฺวว นามํ อกํสุ. มาณโวติ ปน ตํ ตรุณกาเล โวหรึสุ, โส มหลฺลกกาเลปิ เตเนว โวหาเรน โวหริยติ. โตเทยฺยปุตฺโตติ โตเทยฺยสฺส นาม ปเสนทิรญฺโญ ปุโรหิตพฺราหฺมณสฺส ปุตฺโต. โส กิร สาวตฺถิยา อวิทูเร ตุทิคาโม นาม อตฺถิ, ตสฺส อธิปติตฺตา โตเทยฺโยติ สงฺขํ คโต. มหาธโน ปน โหติ สตฺตาสีติโกฏิวิภโว ปรมมจฺฉรี, ‘‘ททโต โภคานํ อปริกฺขโย นาม นตฺถี’’ติ จินฺเตตฺวา กสฺสจิ กิญฺจิ น เทติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘อญฺชนานํ ขยํ ทิสฺวา, วมฺมิกานญฺจ สญฺจยํ;

มธูนญฺจ สมาหารํ, ปณฺฑิโต ฆรมาวเส’’ติ.

เอวํ อทานเมว สิกฺขาเปสิ. ธุรวิหาเร วสโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ยาคุอุฬุงฺคมตฺตํ วา ภตฺตกฏจฺฉุมตฺตํ วา อทตฺวา ธนโลเภน กาลํ กตฺวา ตสฺมึเยว ฆเร สุนโข หุตฺวา นิพฺพตฺโต. สุโภ ตํ สุนขํ อติวิย ปิยายติ, อตฺตโน ภุญฺชนกภตฺตํเยว โภเชติ, อุกฺขิปิตฺวา วรสยเน สยาเปติ. อถ ภควา เอกทิวสํ ปจฺจูสสมเย โลกํ โวโลเกนฺโต ตํ สุนขํ ทิสฺวา – ‘‘โตเทยฺยพฺราหฺมโณ ธนโลเภน อตฺตโนว ฆเร สุนโข หุตฺวา นิพฺพตฺโต, อชฺช มยิ สุภสฺส ฆรํ คเต มํ ทิสฺวา สุนโข ภุกฺการํ กริสฺสติ, อถสฺสาหํ เอกํ วจนํ วกฺขามิ, โส ‘ชานาติ มํ สมโณ โคตโม’ติ คนฺตฺวา อุทฺธนฏฺฐาเน นิปชฺชิสฺสติ. ตโตนิทานํ สุภสฺส มยา สทฺธึ เอโก กถาสลฺลาโป ภวิสฺสติ, โส ธมฺมํ สุตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐหิสฺสติ, สุนโข ปน กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ อิมํ มาณวสฺส สรเณสุ ปติฏฺฐานภาวํ ญตฺวา ภควา ตํ ทิวสํ สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา เอกโกว คามํ ปวิสิตฺวา นิกฺขนฺเต มาณเว ตํ ฆรํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ.

สุนโข ภควนฺตํ ทิสฺวา ภุกฺการํ กโรนฺโต ภควโต สมีปํ คโต. ตโต นํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘โตเทยฺย ตฺวํ ปุพฺเพปิ มํ โภ โภติ ปริภวิตฺวา สุนโข ชาโต, อิทานิปิ ภุกฺการํ กตฺวา อวีจึ คมิสฺสสี’’ติ. สุนโข ตํ สุตฺวา – ‘‘ชานาติ มํ สมโณ โคตโม’’ติ วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คีวํ โอนาเมตฺวา อุทฺธนนฺตเร ฉาริกายํ นิปนฺโน. มนุสฺสา อุกฺขิปิตฺวา สยเน สยาเปตุํ นาสกฺขึสุ. สุโภ อาคนฺตฺวา – ‘‘เกนายํ สุนโข สยนา โอโรปิโต’’ติ อาห. มนุสฺสา น เกนจีติ วตฺวา ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. มาณโว สุตฺวา – ‘‘มม ปิตา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต, โตเทยฺโย นาม สุนโข นตฺถิ. สมโณ ปน โคตโม ปิตรํ สุนขํ กโรติ, ยํกิญฺจิ เอส มุขารุฬฺหํ ภาสตี’’ติ กุชฺฌิตฺวา ภควนฺตํ มุสาวาเทน นิคฺคเหตุกาโม วิหารํ คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ ปุจฺฉิ.

ภควาปิ ตสฺส ตเถว วตฺวา อวิสํวาทนตฺถํ อาห – ‘‘อตฺถิ ปน เต มาณว ปิตรา อนกฺขาตํ ธน’’นฺติ. อตฺถิ, โภ โคตม, สตสหสฺสคฺฆนิกา สุวณฺณมาลา สตสหสฺสคฺฆนิกา สุวณฺณปาทุกา สตสหสฺสคฺฆนิกา สุวณฺณปาติ สตสหสฺสญฺจ กหาปณนฺติ. คจฺฉ ตํ สุนขํ อปฺโปทกปายาสํ โภชาเปตฺวา สยเน อาโรเปตฺวา อีสกํ นิทฺทํ โอกฺกนฺตกาเล ปุจฺฉ, สพฺพํ เต อาจิกฺขิสฺสติ. อถ นํ ชาเนยฺยาสิ ‘‘ปิตา เม เอโส’’ติ. มาณโว – ‘‘สเจ สจฺจํ ภวิสฺสติ, ธนํ ลจฺฉามิ, โน เจ, สมณํ โคตมํ มุสาวาเทน นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ ทฺวีหิปิ การเณหิ ตุฏฺโฐ คนฺตฺวา ตถา อกาสิ. สุนโข – ‘‘ญาโตมฺหิ อิมินา’’ติ โรทิตฺวา หุํ หุนฺติ กโรนฺโต ธนนิธานฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปาเทน ปถวึ ขณิตฺวา สญฺญํ อทาสิ, มาณโว ธนํ คเหตฺวา – ‘‘ภวปฏิจฺฉนฺนํ นาม เอวํ สุขุมํ ปฏิสนฺธิอนฺตรํ ปากฏํ สมณสฺส โคตมสฺส, อทฺธา เอส สพฺพญฺญู’’ติ ภควติ ปสนฺนจิตฺโต จุทฺทส ปเญฺห อภิสงฺขริ. องฺควิชฺชาปาฐโก กิเรส, เตนสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิทํ ธมฺมปณฺณาการํ คเหตฺวา สมณํ โคตมํ ปเญฺห ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ ทุติยคมเนน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, เตน ปุฏฺฐปเญฺห ปน ภควา เอกปฺปหาเรเนว วิสฺสชฺเชนฺโต กมฺมสฺสกาติอาทิมาห.

ตตฺถ กมฺมํ เอเตสํ สกํ อตฺตโน ภณฺฑกนฺติ กมฺมสฺสกา. กมฺมสฺส ทายาทาติ กมฺมทายาทา, กมฺมํ เอเตสํ ทายชฺชํ ภณฺฑกนฺติ อตฺโถ. กมฺมํ เอเตสํ โยนิ การณนฺติ กมฺมโยนี. กมฺมํ เอเตสํ พนฺธูติ กมฺมพนฺธู, กมฺมญาตกาติ อตฺโถ. กมฺมํ เอเตสํ ปฏิสรณํ ปติฏฺฐาติ กมฺมปฏิสรณา. ยทิทํ หีนปฺปณีตตายาติ ยํ อิทํ ‘‘ตฺวํ หีโน ภว, ตฺวํ ปณีโต, ตฺวํ อปฺปายุโก, ตฺวํ ทีฆายุโก…เป… ตฺวํ ทุปฺปญฺโญ ภว, ตฺวํ ปญฺญวา’’ติ เอวํ หีนปฺปณีตตาย วิภชนํ, ตํ น อญฺโญ โกจิ กโรติ, กมฺมเมว เอวํ สตฺเต วิภชตีติ อตฺโถ. น มาณโว กถิตสฺส อตฺถํ สญฺชานาสิ, ฆนทุสฺสปฏฺเฏนสฺส มุขํ พนฺธิตฺวา มธุรํ ปุรโต ฐปิตํ วิย อโหสิ. มานนิสฺสิโต กิเรส ปณฺฑิตมานี, อตฺตนา สมํ น ปสฺสติ. อถสฺส ‘‘กึ สมโณ โคตโม กเถติ, ยมหํ ชานามิ, ตเทว กเถตีติ อยํ มาโน มา อโหสี’’ติ มานภญฺชนตฺถํ ภควา ‘‘อาทิโตว ทุปฺปฏิวิชฺฌํ กตฺวา กเถสฺสามิ, ตโต ‘นาหํ โภ โคตม ชานามิ, วิตฺถาเรน เม ปากฏํ กตฺวา กเถถา’ติ มํ ยาจิสฺสติ, อถสฺสาหํ ยาจิตกาเล กเถสฺสามิ, เอวญฺจสฺส สาตฺถกํ ภวิสฺสตี’’ติ ทุปฺปฏิวิชฺฌํ กตฺวา กเถสิ.

อิทานิ โส อตฺตโน อปฺปฏิวิทฺธภาวํ ปกาเสนฺโต น โข อหนฺติอาทิมาห.

๒๙๐. สมตฺเตนาติ ปริปุณฺเณน. สมาทินฺเนนาติ คหิเตน ปรามฏฺเฐน. อปฺปายุกสํวตฺตนิกา เอสา, มาณว, ปฏิปทา ยทิทํ ปาณาติปาตีติ ยํ อิทํ ปาณาติปาตกมฺมํ, เอสา อปฺปายุกสํวตฺตนิกา ปฏิปทาติ.

กถํ ปเนสา อปฺปายุกตํ กโรติ? จตฺตาริ หิ กมฺมานิ อุปปีฬกํ อุปจฺเฉทกํ ชนกํ อุปตฺถมฺภกนฺติ. พลวกมฺเมน หิ นิพฺพตฺตํ ปวตฺเต อุปปีฬกํ อาคนฺตฺวา อตฺถโต เอวํ วทติ นาม – ‘‘สจาหํ ปฐมตรํ ชาเนยฺยํ, น เต อิธ นิพฺพตฺติตุํ ทเทยฺยํ, จตูสุเยว ตํ อปาเยสุ นิพฺพตฺตาเปยฺยํ. โหตุ, ตฺวํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺต, อหํ อุปปีฬกกมฺมํ นาม ตํ ปีเฬตฺวา นิโรชํ นิยูสํ กสฏํ กริสฺสามี’’ติ. ตโต ปฏฺฐาย ตํ ตาทิสํ กโรติ. กึ กโรติ? ปริสฺสยํ อุปเนติ, โภเค วินาเสติ.

ตตฺถ ทารกสฺส มาตุกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย มาตุ อสฺสาโท วา สุขํ วา น โหติ, มาตาปิตูนํ ปีฬาว อุปฺปชฺชติ. เอวํ ปริสฺสยํ อุปเนติ. ทารกสฺส ปน มาตุกุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย เคเห โภคา อุทกํ ปตฺวา โลณํ วิย ราชาทีนํ วเสน นสฺสนฺติ, กุมฺภโทหนเธนุโย ขีรํ น เทนฺติ, สูรตา โคณา จณฺฑา โหนฺติ, กาณา โหนฺติ, ขุชฺชา โหนฺติ, โคมณฺฑเล โรโค ปตติ, ทาสาทโย วจนํ น กโรนฺติ, วาปิตํ สสฺสํ น ชายติ, เคหคตํ เคเห, อรญฺญคตํ อรญฺเญ นสฺสติ, อนุปุพฺเพน ฆาสจฺฉาทนมตฺตํ ทุลฺลภํ โหติ, คพฺภปริหาโร น โหติ, วิชาตกาเล มาตุถญฺญํ ฉิชฺชติ, ทารโก ปริหารํ อลภนฺโต ปีฬิโต นิโรโช นิยูโส กสโฏ โหติ, อิทํ อุปปีฬกกมฺมํ นาม.

ทีฆายุกกมฺเมน ปน นิพฺพตฺตสฺส อุปจฺเฉทกกมฺมํ อาคนฺตฺวา อายุํ ฉินฺทติ. ยถา หิ ปุริโส อฏฺฐุสภคมนํ กตฺวา สรํ ขิเปยฺย ตมญฺโญ ธนุโต วิมุตฺตมตฺตํ มุคฺคเรน ปหริตฺวา ตตฺเถว ปาเตยฺย, เอวํ ทีฆายุกกมฺเมน นิพฺพตฺตสฺส อุปจฺเฉทกกมฺมํ อายุํ ฉินฺทติ. กึ กโรติ? โจรานํ อฏวึ ปเวเสติ, วาฬมจฺโฉทกํ โอตาเรติ, อญฺญตรํ วา ปน สปริสฺสยฏฺฐานํ อุปเนติ, อิทํ อุปจฺเฉทกกมฺมํ นาม, ‘‘อุปฆาตก’’นฺติปิ เอตสฺเสว นามํ.

ปฏิสนฺธินิพฺพตฺตกํ ปน กมฺมํ ชนกกมฺมํ นาม. อปฺปโภคกุลาทีสุ นิพฺพตฺตสฺส โภคสมฺปทาทิกรเณน อุปตฺถมฺภกกมฺมํ อุปตฺถมฺภกกมฺมํ นาม.

อิเมสุ จตูสุ ปุริมานิ เทฺว อกุสลาเนว, ชนกํ กุสลมฺปิ อกุสลมฺปิ, อุปตฺถมฺภกํ กุสลเมว. ตตฺถ ปาณาติปาตกมฺมํ อุปจฺเฉทกกมฺเมน อปฺปายุกสํวตฺตนิกํ โหติ. ปาณาติปาตินา วา กตํ กุสลกมฺมํ อุฬารํ น โหติ, ทีฆายุกปฏิสนฺธึ ชเนตุํ น สกฺโกติ. เอวํ ปาณาติปาโต อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหติ. ปฏิสนฺธิเมว วา นิยาเมตฺวา อปฺปายุกํ กโรติ, สนฺนิฏฺฐานเจตนาย วา นิรเย นิพฺพตฺตติ, ปุพฺพาปรเจตนาหิ วุตฺตนเยน อปฺปายุโก โหติ.

ทีฆายุกสํวตฺตนิกา เอสา มาณว ปฏิปทาติ เอตฺถ ปริตฺตกมฺเมนปิ นิพฺพตฺตํ ปวตฺเต เอตํ ปาณาติปาตา วิรติกมฺมํ อาคนฺตฺวา อตฺถโต เอวํ วทติ นาม – ‘‘สจาหํ ปฐมตรํ ชาเนยฺยํ, น เต อิธ นิพฺพตฺติตุํ ทเทยฺยํ, เทวโลเกเยว ตํ นิพฺพตฺตาเปยฺยํ. โหตุ, ตฺวํ ยตฺถ กตฺถจิ นิพฺพตฺติ, อหํ อุปตฺถมฺภกกมฺมํ นาม ถมฺภํ เต กริสฺสามี’’ติ อุปตฺถมฺภํ กโรติ. กึ กโรติ? ปริสฺสยํ นาเสติ, โภเค อุปฺปาเทติ.

ตตฺถ ทารกสฺส มาตุกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย มาตาปิตูนํ สุขเมว สาตเมว โหติ. เยปิ ปกติยา มนุสฺสามนุสฺสปริสฺสยา โหนฺติ, เต สพฺเพ อปคจฺฉนฺติ. เอวํ ปริสฺสยํ นาเสติ. ทารกสฺส ปน มาตุกุจฺฉิมฺหิ นิพฺพตฺตกาลโต ปฏฺฐาย เคเห โภคานํ ปมาณํ น โหติ, นิธิกุมฺภิโย ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ เคหํ ปวฏฺฏมานา ปวิสนฺติ. มาตาปิตโร ปเรหิ ฐปิตธนสฺสาปิ สมฺมุขีภาวํ คจฺฉนฺติ. เธนุโย พหุขีรา โหนฺติ, โคณา สุขสีลา โหนฺติ, วปฺปฏฺฐาเน สสฺสานิ สมฺปชฺชนฺติ. วฑฺฒิยา วา สมฺปยุตฺตํ, ตาวกาลิกํ วา ทินฺนํ ธนํ อโจทิตา สยเมว อาหริตฺวา เทนฺติ, ทาสาทโย สุวจา โหนฺติ, กมฺมนฺตา น ปริหายนฺติ. ทารโก คพฺภโต ปฏฺฐาย ปริหารํ ลภติ, โกมาริกเวชฺชา สนฺนิหิตาว โหนฺติ. คหปติกุเล ชาโต เสฏฺฐิฏฺฐานํ, อมจฺจกุลาทีสุ ชาโต เสนาปติฏฺฐานาทีนิ ลภติ. เอวํ โภเค อุปฺปาเทติ. โส อปริสฺสโย สโภโค จิรํ ชีวตีติ. เอวํ อปาณาติปาตกมฺมํ ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ โหติ.

อปาณาติปาตินา วา กตํ อญฺญมฺปิ กุสลํ อุฬารํ โหติ, ทีฆายุกปฏิสนฺธึ ชเนตุํ สกฺโกติ, เอวมฺปิ ทีฆายุกสํวตฺตนิกํ โหติ. ปฏิสนฺธิเมว วา นิยาเมตฺวา ทีฆายุกํ กโรติ. สนฺนิฏฺฐานเจตนาย วา เทวโลเก นิพฺพตฺตติ, ปุพฺพาปรเจตนาหิ วุตฺตนเยน ทีฆายุโก โหติ. อิมินา นเยน สพฺพปญฺหวิสฺสชฺชเนสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

วิเหฐนกมฺมาทีนิปิ หิ ปวตฺเต อาคนฺตฺวา อตฺถโต ตเถว วทมานานิ วิย อุปปีฬเนน นิพฺโภคตํ อาปาเทตฺวา ปฏิชคฺคนํ อลภนฺตสฺส โรคุปฺปาทนาทีหิ วา, วิเหฐกาทีหิ กตสฺส กุสลสฺส อนุฬารตาย วา, อาทิโตว ปฏิสนฺธินิยามเนน วา, วุตฺตนเยเนว ปุพฺพาปรเจตนาวเสน วา พหฺวาพาธตาทีนิ กโรนฺติ, อปาณาติปาโต วิย จ อวิเหฐนาทีนิปิ อปฺปาพาธตาทีนีติ.

๒๙๓. เอตฺถ ปน อิสฺสามนโกติ อิสฺสาสมฺปยุตฺตจิตฺโต. อุปทุสฺสตีติ อิสฺสาวเสเนว อุปกฺโกสนฺโต ทุสฺสติ. อิสฺสํ พนฺธตีติ ยวกลาปํ พนฺธนฺโต วิย ยถา น นสฺสติ เอวํ พนฺธิตฺวา วิย ฐเปติ. อปฺเปสกฺโขติ อปฺปปริวาโร, รตฺตึ ขิตฺโต วิย สโร น ปญฺญายติ, อุจฺฉิฏฺฐหตฺโถ นิสีทิตฺวา อุทกทายกมฺปิ น ลภติ.

๒๙๔. น ทาตา โหตีติ มจฺฉริยวเสน น ทาตา โหติ. เตน กมฺเมนาติ เตน มจฺฉริยกมฺเมน.

๒๙๕. อภิวาเทตพฺพนฺติ อภิวาทนารหํ พุทฺธํ วา ปจฺเจกพุทฺธํ วา อริยสาวกํ วา. ปจฺจุฏฺฐาตพฺพาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมสฺมึ ปน ปญฺหวิสฺสชฺชเน อุปปีฬกอุปตฺถมฺภกกมฺมานิ น คเหตพฺพานิ. น หิ ปวตฺเต นีจกุลินํ วา อุจฺจากุลินํ วา สกฺกา กาตุํ, ปฏิสนฺธิเมว ปน นิยาเมตฺวา นีจกุลิยํ กมฺมํ นีจกุเล นิพฺพตฺเตติ, อุจฺจากุลิยํ กมฺมํ อุจฺจากุเล.

๒๙๖. น ปริปุจฺฉิตา โหตีติ เอตฺถ ปน อปริปุจฺฉเนน นิรเย น นิพฺพตฺตติ. อปริปุจฺฉโก ปน ‘‘อิทํ กาตพฺพํ, อิทํ น กาตพฺพ’’นฺติ น ชานาติ, อชานนฺโต กาตพฺพํ น กโรติ, อกาตพฺพํ กโรติ. เตน นิรเย นิพฺพตฺตติ, อิตโร สคฺเค. อิติ โข, มาณว…เป… ยทิทํ หีนปฺปณีตตายาติ สตฺถา เทสนํ ยถานุสนฺธึ ปาเปสิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

จูฬกมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

สุภสุตฺตนฺติปิ วุจฺจติ.

๖. มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๒๙๘. เอวํ เม สุตนฺติ มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ โมฆนฺติ ตุจฺฉํ อผลํ. สจฺจนฺติ ตถํ ภูตํ. อิทญฺจ เอเตน น สมฺมุขา สุตํ, อุปาลิสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๕๖) ปน – ‘‘มโนกมฺมํ มหาสาวชฺชตรํ ปญฺญเปมิ ปาปสฺส กมฺมสฺส กิริยาย ปาปสฺส กมฺมสฺส ปวตฺติยา, โน ตถา กายกมฺมํ โน ตถา วจีกมฺม’’นฺติ ภควตา วุตฺตํ อตฺถิ, สา กถา ติตฺถิยานํ อนฺตเร ปากฏา ชาตา, ตํ คเหตฺวา เอส วทติ. อตฺถิ จ สา สมาปตฺตีติ อิทํ – ‘‘กถํ นุ โข, โภ, อภิสญฺญานิโรโธ โหตี’’ติ โปฏฺฐปาทสุตฺเต (ที. นิ. ๑.๔๐๖ อาทโย) อุปฺปนฺนํ อภิสญฺญานิโรธกถํ สนฺธาย วทติ. น กิญฺจิ เวทิยตีติ เอกเวทนมฺปิ น เวทิยติ. อตฺถิ จ โขติ เถโร นิโรธสมาปตฺตึ สนฺธาย อนุชานาติ. ปริรกฺขิตพฺพนฺติ ครหโต โมจเนน รกฺขิตพฺพํ. สญฺเจตนา อสฺส อตฺถีติ สญฺเจตนิกํ, สาภิสนฺธิกํ สญฺเจตนิกกมฺมํ กตฺวาติ อตฺโถ. ทุกฺขํ โสติ เถโร ‘‘อกุสลเมว สนฺธาย ปริพฺพาชโก ปุจฺฉตี’’ติ สญฺญาย เอวํ วทติ.

ทสฺสนมฺปิ โข อหนฺติ ภควา จตุรงฺเคปิ อนฺธกาเร สมนฺตา โยชนฏฺฐาเน ติลมตฺตมฺปิ สงฺขารํ มํสจกฺขุนาว ปสฺสติ, อยญฺจ ปริพฺพาชโก น ทูเร คาวุตมตฺตพฺภนฺตเร วสติ, กสฺมา ภควา เอวมาหาติ? สมาคมทสฺสนํ สนฺธาเยวมาห.

๒๙๙. อุทายีติ ลาลุทายี. ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ สพฺพํ ตํ ทุกฺขเมว. อิติ อิมํ วฏฺฏทุกฺขํ กิเลสทุกฺขํ สงฺขารทุกฺขํ สนฺธาย ‘‘สเจ ภาสิตํ ภเวยฺย ภควา’’ติ ปุจฺฉติ.

๓๐๐. อุมฺมงฺคนฺติ ปญฺหาอุมฺมงฺคํ. อุมฺมุชฺชมาโนติ สีสํ นีหรมาโน. อโยนิโส อุมฺมุชฺชิสฺสตีติ อนุปาเยน สีสํ นีหริสฺสติ. อิทญฺจ ปน ภควา ชานนฺโต เนว ทิพฺพจกฺขุนา น เจโตปริยญาเณน น สพฺพญฺญุตญาเณน ชานิ, อธิปฺปาเยเนว ปน อญฺญาสิ. กเถนฺตสฺส หิ อธิปฺปาโย นาม สุวิชาโน โหติ, กเถตุกาโม คีวํ ปคฺคณฺหาติ, หนุกํ จาเลติ, มุขมสฺส ผนฺทติ, สนฺนิสีทิตุํ น สกฺโกติ. ภควา ตสฺส ตํ อาการํ ทิสฺวา ‘‘อยํ อุทายี สนฺนิสีทิตุํ น สกฺโกติ, ยํ อภูตํ, ตเทว กเถสฺสตี’’ติ โอโลเกตฺวาว อญฺญาสิ. อาทึ เยวาติอาทิมฺหิเยว. ติสฺโส เวทนาติ ‘‘กึ โส เวทิยตี’’ติ? ปุจฺฉนฺเตน ‘‘ติสฺโส เวทนา ปุจฺฉามี’’ติ เอวํ ววตฺถเปตฺวาว ติสฺโส เวทนา ปุจฺฉิตา. สุขเวทนิยนฺติ สุขเวทนาย ปจฺจยภูตํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

เอตฺถ จ กามาวจรกุสลโต โสมนสฺสสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา จตสฺโส เจตนา, เหฏฺฐา ติกชฺฌานเจตนาติ เอวํ ปฏิสนฺธิปวตฺเตสุ สุขเวทนาย ชนนโต สุขเวทนิยํ กมฺมํ นาม. กามาวจรญฺเจตฺถ ปฏิสนฺธิยํเยว เอกนฺเตน สุขํ ชเนติ, ปวตฺเต อิฏฺฐมชฺฌตฺตารมฺมเณ อทุกฺขมสุขมฺปิ.

อกุสลเจตนา ปฏิสนฺธิปวตฺเตสุ ทุกฺขสฺเสว ชนนโต ทุกฺขเวทนิยํ กมฺมํ นาม. กายทฺวาเร ปวตฺเตเยว เจตํ เอกนฺเตน ทุกฺขํ ชเนติ, อญฺญตฺถ อทุกฺขมสุขมฺปิ, สา ปน เวทนา อนิฏฺฐานิฏฺฐมชฺฌตฺเตสุเยว อารมฺมเณสุ อุปฺปชฺชนโต ทุกฺขาเตฺวว สงฺขํ คตา.

กามาวจรกุสลโต ปน อุเปกฺขาสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา จตสฺโส เจตนา, รูปาวจรกุสลโต จตุตฺถชฺฌานเจตนาติ เอวํ ปฏิสนฺธิปวตฺเตสุ ตติยเวทนาย ชนนโต อทุกฺขมสุขเวทนิยํ กมฺมํ นาม. เอตฺถ จ กามาวจรํ ปฏิสนฺธิยํเยว เอกนฺเตน อทุกฺขมสุขํ ชเนติ, ปวตฺเต อิฏฺฐารมฺมเณ สุขมฺปิ. อปิจ สุขเวทนิยกมฺมํ ปฏิสนฺธิปวตฺติวเสน วฏฺฏติ, ตถา อทุกฺขมสุขเวทนิยํ, ทุกฺขเวทนิยํ ปวตฺติวเสเนว วฏฺฏติ. เอตสฺส ปน วเสน สพฺพํ ปวตฺติวเสเนว วฏฺฏติ.

เอตสฺส ภควาติ เถโร ตถาคเตน มหากมฺมวิภงฺคกถนตฺถํ อาลโย ทสฺสิโต, ตถาคตํ ยาจิตฺวา มหากมฺมวิภงฺคญาณํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปากฏํ กริสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อนุสนฺธิกุสลตาย เอวมาห. ตตฺถ มหากมฺมวิภงฺคนฺติ มหากมฺมวิภชนํ. กตเม จตฺตาโร…เป… อิธานนฺท, เอกจฺโจ ปุคฺคโล…เป… นิรยํ อุปปชฺชตีติ อิทํ น มหากมฺมวิภงฺคญาณภาชนํ, มหากมฺมวิภงฺคญาณภาชนตฺถาย ปน มาติกาฏฺฐปนํ.

๓๐๑. อิธานนฺท, เอกจฺโจ สมโณ วาติ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อิทญฺหิ ภควา – ‘‘ทิพฺพจกฺขุกา สมณพฺราหฺมณา อิทํ อารมฺมณํ กตฺวา อิมํ ปจฺจยํ ลภิตฺวา อิทํ ทสฺสนํ คณฺหนฺตี’’ติ ปกาสนตฺถํ อารภิ. ตตฺถ อาตปฺปนฺติอาทีนิ ปญฺจปิ วีริยสฺเสว นามานิ. เจโตสมาธินฺติ ทิพฺพจกฺขุสมาธึ. ปสฺสตีติ ‘‘โส สตฺโต กุหึ นิพฺพตฺโต’’ติ โอโลเกนฺโต ปสฺสติ. เย อญฺญถาติ เย ‘‘ทสนฺนํ กุสลานํ กมฺมปถานํ ปูริตตฺตา นิรยํ อุปปชฺชตี’’ติ ชานนฺติ, มิจฺฉา เตสํ ญาณนฺติ วทติ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. วิทิตนฺติ ปากฏํ. ถามสาติ ทิฏฺฐิถาเมน. ปรามาสาติ ทิฏฺฐิปรามาเสน. อภินิวิสฺส โวหรตีติ อธิฏฺฐหิตฺวา อาทิยิตฺวา โวหรติ.

๓๐๒. ตตฺรานนฺทาติ อิทมฺปิ น มหากมฺมวิภงฺคญาณสฺส ภาชนํ, อถ ขฺวาสฺส มาติกาฏฺฐปนเมว. เอตฺถ ปน เอเตสํ ทิพฺพจกฺขุกานํ วจเน เอตฺตกา อนุญฺญาตา, เอตฺตกา อนนุญฺญาตาติ อิทํ ทสฺสิตํ. ตตฺถ ตตฺราติ เตสุ จตูสุ สมณพฺราหฺมเณสุ. อิทมสฺสาติ อิทํ วจนํ อสฺส. อญฺญถาติ อญฺเญนากาเรน. อิติ อิเมสํ สมณพฺราหฺมณานํ วาเท ทฺวีสุ ฐาเนสุ อนุญฺญาตา, ตีสุ อนนุญฺญาตาติ เอวํ สพฺพตฺถ อนุญฺญา นานุญฺญา เวทิตพฺพา.

๓๐๓. เอวํ ทิพฺพจกฺขุกานํ วจเน อนุญฺญา จ อนนุญฺญา จ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มหากมฺมวิภงฺคญาณํ วิภชนฺโต ตตฺรานนฺท, ยฺวายํ ปุคฺคโลติอาทิมาห.

ปุพฺเพ วาสฺส ตํ กตํ โหตีติ ยํ อิมินา ทิพฺพจกฺขุเกน กมฺมํ กโรนฺโต ทิฏฺโฐ, ตโต ปุพฺเพ กตํ. ปุพฺเพ กเตนปิ หิ นิรเย นิพฺพตฺตติ, ปจฺฉา กเตนปิ นิพฺพตฺตติ, มรณกาเล วา ปน – ‘‘ขนฺโท เสฏฺโฐ สิโว เสฏฺโฐ, ปิตามโห เสฏฺโฐ, อิสฺสราทีหิ วา โลโก วิสฏฺโฐ’’ติอาทินา มิจฺฉาทสฺสเนนปิ นิพฺพตฺตเตว. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ยํ ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ, ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม, ยํ อุปปชฺชเวทนียํ, ตสฺส อุปปชฺชิตฺวา, ยํ อปราปริยเวทนียํ, ตสฺส อปรสฺมึ ปริยาเย วิปากํ ปฏิสํเวเทติ.

อิติ อยํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอกํ กมฺมราสึ เอกญฺจ วิปากราสึ อทฺทส, สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิมินา อทิฏฺเฐ ตโย กมฺมราสี, เทฺว จ วิปากราสี อทฺทส. อิมินา ปน ทิฏฺเฐ อทิฏฺเฐ จ จตฺตาโร กมฺมราสี ตโย จ วิปากราสี อทฺทส. อิมานิ สตฺต ฐานานิ ชานนญาณํ ตถาคตสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณํ นาม. ทุติยวาเร ทิพฺพจกฺขุเกน กิญฺจิ น ทิฏฺฐํ, ตถาคเตน ปน ตโย กมฺมราสี, เทฺว จ วิปากราสี ทิฏฺฐาติ. อิมานิปิ ปญฺจ ปจฺจตฺตฏฺฐานานิ ชานนญาณํ ตถาคตสฺส มหากมฺมวิภงฺคญาณํ นาม. เสสวารทฺวเยปิ เอเสว นโย.

อภพฺพนฺติ ภูตวิรหิตํ อกุสลํ. อภพฺพาภาสนฺติ อภพฺพํ อาภาสติ อภิภวติ ปฏิพาหตีติ อตฺโถ. พหุกสฺมิญฺหิ อกุสลกมฺเม อายูหิเต พลวกมฺมํ ทุพฺพลกมฺมสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ อิทํ อภพฺพญฺเจว อภพฺพาภาสญฺจ. กุสลํ ปน อายูหิตฺวา อาสนฺเน อกุสลํ กตํ โหติ, ตํ กุสลสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ, อิทํ อภพฺพํ ภพฺพาภาสํ. พหุมฺหิ กุสเล อายูหิเตปิ พลวกมฺมํ ทุพฺพลกมฺมสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ, อิทํ ภพฺพญฺเจว ภพฺพาภาสญฺจ. อกุสลํ ปน อายูหิตฺวา อาสนฺเน กุสลํ กตํ โหติ, ตํ อกุสลสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวา อตฺตโน วิปากสฺส โอกาสํ กโรติ, อิทํ ภพฺพํ อภพฺพาภาสํ.

อปิจ อุปฏฺฐานากาเรนเปตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ, อภพฺพโต อาภาสติ อุปฏฺฐาตีติ อภพฺพาภาสํ. ตตฺถ ‘‘ยฺวายํ ปุคฺคโล อิธ ปาณาติปาตี’’ติอาทินา นเยน จตฺตาโร ปุคฺคลา วุตฺตา, เตสุ ปฐมสฺส กมฺมํ อภพฺพํ อภพฺพาภาสํ, ตญฺหิ อกุสลตฺตา อภพฺพํ, ตสฺส จ นิรเย นิพฺพตฺตตฺตา ตตฺถ นิพฺพตฺติการณภูตํ อกุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. ทุติยสฺส กมฺมํ อภพฺพํ ภพฺพาภาสํ, ตญฺหิ อกุสลตฺตา อภพฺพํ. ตสฺส ปน สคฺเค นิพฺพตฺตตฺตา อญฺญติตฺถิยานํ สคฺเค นิพฺพตฺติการณภูตํ กุสลํ หุตฺวา อุปฏฺฐาติ. อิตรสฺมิมฺปิ กมฺมทฺวเย เอเสว นโย. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหากมฺมวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. สฬายตนวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๐๔. เอวํ เม สุตนฺติ สฬายตนวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ เวทิตพฺพานีติ สหวิปสฺสเนน มคฺเคน ชานิตพฺพานิ. มโนปวิจาราติ วิตกฺกวิจารา. วิตกฺกุปฺปาทกญฺหิ มโน อิธ มโนติ อธิปฺเปตํ, มนสฺส อุปวิจาราติ มโนปวิจารา. สตฺตปทาติ วฏฺฏวิวฏฺฏนิสฺสิตานํ สตฺตานํ ปทา. เอตฺถ หิ อฏฺฐารส วฏฺฏปทา นาม, อฏฺฐารส วิวฏฺฏปทา นาม, เตปิ สหวิปสฺสเนน มคฺเคเนว เวทิตพฺพา. โยคฺคาจริยานนฺติ หตฺถิโยคฺคาทิอาจารสิกฺขาปกานํ, ทเมตพฺพทมกานนฺติ อตฺโถ. เสสํ วิภงฺเคเยว อาวิภวิสฺสติ. อยมุทฺเทโสติ อิทํ มาติกาฏฺฐปนํ.

๓๐๕. จกฺขายตนาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตานิ. จกฺขุวิญฺญาณนฺติ กุสลากุสลวิปากโต เทฺว จกฺขุวิญฺญาณานิ. เสสปสาทวิญฺญาเณสุปิ เอเสว นโย. อิมานิ ปน ทส ฐเปตฺวา เสสํ อิธ มโนวิญฺญาณํ นาม.

จกฺขุสมฺผสฺโสติ จกฺขุมฺหิ สมฺผสฺโส. จกฺขุวิญฺญาณสมฺปยุตฺตสมฺผสฺสสฺเสตํ อธิวจนํ. เสเสสุปิ เอเสว นโย.

จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวาติ จกฺขุวิญฺญาเณน รูปํ ทิสฺวา. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. โสมนสฺสฏฺฐานิยนฺติ โสมนสฺสสฺส อารมฺมณวเสน การณภูตํ. อุปวิจรตีติ ตตฺถ วิจารปวตฺตเนน อุปวิจรติ, วิตกฺโก ตํสมฺปยุตฺโต จาติ อิมินา นเยน อฏฺฐารส วิตกฺกวิจารสงฺขาตา มโนปวิจารา เวทิตพฺพา. ฉ โสมนสฺสูปวิจาราติ เอตฺถ ปน โสมนสฺเสน สทฺธึ อุปวิจรนฺตีติ โสมนสฺสูปวิจารา. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.

๓๐๖. เคหสิตานีติ กามคุณนิสฺสิตานิ. เนกฺขมฺมสิตานีติ วิปสฺสนานิสฺสิตานิ. อิฏฺฐานนฺติ ปริเยสิตานํ. กนฺตานนฺติ กามิตานํ. มโนรมานนฺติ มโน เอเตสุ รมตีติ มโนรมานิ, เตสํ มโนรมานํ. โลกามิสปฏิสํยุตฺตานนฺติ ตณฺหาปฏิสํยุตฺตานํ. อตีตนฺติ ปฏิลทฺธํ. ปจฺจุปฺปนฺนํ ตาว อารพฺภ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชตุ, อตีเต กถํ อุปฺปชฺชตีติ. อตีเตปิ – ‘‘ยถาหํ เอตรหิ อิฏฺฐารมฺมณํ อนุภวามิ, เอวํ ปุพฺเพปิ อนุภวิ’’นฺติ อนุสฺสรนฺตสฺส พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ.

อนิจฺจตนฺติ อนิจฺจาการํ. วิปริณามวิราคนิโรธนฺติ ปกติวิชหเนน วิปริณามํ, วิคจฺฉเนน วิราคํ, นิรุชฺฌเนน นิโรธํ. สมฺมปญฺญายาติ วิปสฺสนาปญฺญาย. อิทํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺสนฺติ อิทํ รญฺโญ วิย อตฺตโน สิริสมฺปตฺตึ โอโลเกนฺตสฺส วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนสฺส สงฺขารานํ เภทํ ปสฺสโต สงฺขารคตมฺหิ ติกฺเข สูเร วิปสฺสนาญาเณ วหนฺเต อุปฺปนฺนโสมนสฺสํ ‘‘เนกฺขมฺมสิตํ โสมนสฺส’’นฺติ วุจฺจติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘สุญฺญาคารํ ปวิฏฺฐสฺส, สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน;

อมานุสี รตี โหติ, สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสโต.

ยโต ยโต สมฺมสติ, ขนฺธานํ อุทยพฺพยํ;

ลภตี ปีติปาโมชฺชํ, อมตนฺตํ วิชานต’’นฺติ. (ธ. ป. ๓๗๓-๓๗๔);

อิมานีติ อิมานิ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนสฺส อุปฺปนฺนานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โสมนสฺสานิ.

๓๐๗. อตีตนฺติ ปจฺจุปฺปนฺนํ ตาว ปตฺเถตฺวา อลภนฺตสฺส โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชตุ, อตีเต กถํ อุปฺปชฺชตีติ. อตีเตปิ ‘‘ยถาหํ เอตรหิ อิฏฺฐารมฺมณํ ปตฺเถตฺวา น ลภามิ, เอวํ ปุพฺเพปิ ปตฺเถตฺวา น ลภิ’’นฺติ อนุสฺสรนฺตสฺส พลวโทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ.

อนุตฺตเรสุ วิโมกฺเขสูติ อนุตฺตรวิโมกฺโข นาม อรหตฺตํ, อรหตฺเต ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺสาติ อตฺโถ. อายตนนฺติ อรหตฺตายตนํ. ปิหํ อุปฏฺฐาปยโตติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส. ตํ ปเนตํ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, อิติ ปตฺถนามูลกตฺตา ‘‘ปิหํ อุปฏฺฐาปยโต’’ติ วุตฺตํ. อิมานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โทมนสฺสานีติ อิมานิ เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต อรหตฺเต ปิหํ ปฏฺฐเปตฺวา ตทธิคมาย อนิจฺจาทิวเสน วิปสฺสนํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุสฺสุกฺกาเปตุํ อสกฺโกนฺตสฺส – ‘‘อิมมฺปิ ปกฺขํ อิมมฺปิ มาสํ อิมมฺปิ สํวจฺฉรํ อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ นาสกฺขิ’’นฺติ อนุโสจโต คามนฺตปพฺภารวาสิมหาสีวตฺเถรสฺส วิย อสฺสุธาราปวตฺตนวเสน อุปฺปนฺนโทมนสฺสานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺสานีติ เวทิตพฺพานิ. วตฺถุ ปน สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย สกฺกปญฺหวณฺณนายํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๖๑) วิตฺถาริตํ, อิจฺฉนฺเตน ตโต คเหตพฺพํ.

๓๐๘. อุปฺปชฺชติ อุเปกฺขาติ เอตฺถ อุเปกฺขา นาม อญฺญาณุเปขา. อโนธิชินสฺสาติ กิเลโสธึ ชินิตฺวา ฐิตตฺตา ขีณาสโว โอธิชิโน นาม, ตสฺมา อขีณาสวสฺสาติ อตฺโถ. อวิปากชินสฺสาติ เอตฺถปิ อายตึ วิปากํ ชินิตฺวา ฐิตตฺตา ขีณาสโวว วิปากชิโน นาม, ตสฺมา อขีณาสวสฺเสวาติ อตฺโถ. อนาทีนวทสฺสาวิโนติอาทีนวโต อุปทฺทวโต อปสฺสนฺตสฺส. อิมา ฉ เคหสิตา อุเปกฺขาติ อิมา เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐารมฺมเณ อาปาถคเต คุฬปิณฺฑเก นิลีนมกฺขิกา วิย รูปาทีนิ อนติวตฺตมานา ตตฺถ ลคฺคา ลคฺคิตา หุตฺวา อุปฺปนฺนา อุเปกฺขา ฉ เคหสิตา อุเปกฺขาติ เวทิตพฺพา.

รูปํ สา อติวตฺตตีติ รูปํ สา อนติกฺกมติ, ตตฺถ นิกนฺติวเสน น ติฏฺฐติ. อิมา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขาติ อิมา เอวํ ฉสุ ทฺวาเรสุ อิฏฺฐาทิอารมฺมเณ อาปาถคเต อิฏฺเฐ อรชฺชนฺตสฺส, อนิฏฺเฐ อทุสฺสนฺตสฺส, อสมเปกฺขเน อสมฺมุยฺหนฺตสฺส, อุปฺปนฺนวิปสฺสนา-ญาณสมฺปยุตฺตา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขาติ เวทิตพฺพา.

๓๐๙. ตตฺร อิทํ นิสฺสาย อิทํ ปชหถาติ เตสุ ฉตฺตึสสตฺตปเทสุ อฏฺฐารส นิสฺสาย อฏฺฐารส ปชหถาติ อตฺโถ. เตเนว – ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานี’’ติอาทิมาห. นิสฺสาย อาคมฺมาติ ปวตฺตนวเสน นิสฺสาย เจว อาคมฺม จ. เอวเมเตสํ สมติกฺกโม โหตีติ เอวํ เนกฺขมฺมสิตานํ ปวตฺตเนน เคหสิตานิ อติกฺกนฺตานิ นาม โหนฺติ.

เอวํ สริกฺขเกเนว สริกฺขกํ ชหาเปตฺวา อิทานิ พลวตา ทุพฺพลํ ชหาเปนฺโต – ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โสมนสฺสานี’’ติอาทิมาห. เอวํ เนกฺขมฺมสิตโสมนสฺเสหิ เนกฺขมฺมสิตโทมนสฺสานิ, เนกฺขมฺมสิตอุเปกฺขาหิ จ เนกฺขมฺมสิตโสมนสฺสานิ ชหาเปนฺเตน พลวตา ทุพฺพลปฺปหานํ กถิตํ.

เอตฺถ ปน ฐตฺวา อุเปกฺขากถา เวทิตพฺพา – อฏฺฐสุ หิ สมาปตฺตีสุ ปฐมาทีนิ จ ตีณิ ฌานานิ, สุทฺธสงฺขาเร จ ปาทเก กตฺวา วิปสฺสนํ อารทฺธานํ จตุนฺนํ ภิกฺขูนํ ปุพฺพภาควิปสฺสนา โสมนสฺสสหคตา วา โหติ อุเปกฺขาสหคตา วา, วุฏฺฐานคามินี ปน โสมนสฺสสหคตาว. จตุตฺถชฺฌานาทีนิ ปาทกานิ กตฺวา วิปสฺสนํ อารทฺธานํ ปญฺจนฺนํ ปุพฺพภาควิปสฺสนา ปุริมสทิสาว. วุฏฺฐานคามินี ปน อุเปกฺขาสหคตา โหติ. อิทํ สนฺธาย – ‘‘ยา ฉ เนกฺขมฺมสิตา อุเปกฺขา, ตา นิสฺสาย ตา อาคมฺม, ยานิ ฉ เนกฺขมฺมสิตานิ โสมนสฺสานิ, ตานิ ปชหถา’’ติ วุตฺตํ. น เกวลญฺจ เอวํปฏิปนฺนสฺส ภิกฺขุโน อยํ วิปสฺสนาย เวทนาวิเสโสว โหติ, อริยมคฺเคปิ ปน ฌานงฺคโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคานมฺปิ วิเสโส โหติ.

โก ปเนตํ วิเสสํ นิยเมติ? เกจิ ตาว เถรา วิปสฺสนาปาทกชฺฌานํ นิยเมตีติ วทนฺติ, เกจิ วิปสฺสนาย อารมฺมณภูตา ขนฺธา นิยเมนฺตีติ วทนฺติ, เกจิ ปุคฺคลชฺฌาสโย นิยเมตีติ วทนฺติ. เตสมฺปิ วาเท อยเมว ปุพฺพภาเค วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา นิยเมตีติ เวทิตพฺพา. วินิจฺฉยกถา ปเนตฺถ วิสุทฺธิมคฺเค สงฺขารุเปกฺขานิทฺเทเส วุตฺตาว.

๓๑๐. นานตฺตาติ นานา พหู อเนกปฺปการา. นานตฺตสิตาติ นานารมฺมณนิสฺสิตา. เอกตฺตาติ เอกา. เอกตฺตสิตาติ เอการมฺมณนิสฺสิตา. กตมา ปนายํ อุเปกฺขาติ? เหฏฺฐา ตาว อญฺญาณุเปกฺขา วุตฺตา, อุปริ ฉฬงฺคุเปกฺขา วกฺขติ, อิธ สมถอุเปกฺขา, วิปสฺสนุเปกฺขาติ เทฺว อุเปกฺขา คหิตา.

ตตฺถ ยสฺมา อญฺญาว รูเปสุ อุเปกฺขา, อญฺญาว สทฺทาทีสุ, น หิ ยา รูเป อุเปกฺขา, สา สทฺทาทีสุ โหติ. รูเป อุเปกฺขา จ รูปเมว อารมฺมณํ กโรติ, น สทฺทาทโย. รูเป อุเปกฺขาภาวญฺจ อญฺญา สมถอุเปกฺขา ปถวีกสิณํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปชฺชติ, อญฺญา อาโปกสิณาทีนิ. ตสฺมา นานตฺตํ นานตฺตสิตํ วิภชนฺโต อตฺถิ, ภิกฺขเว, อุเปกฺขา รูเปสูติอาทิมาห. ยสฺมา ปน เทฺว วา ตีณิ วา อากาสานญฺจายตนานิ วา วิญฺญาณญฺจายตนาทีนิ วา นตฺถิ, ตสฺมา เอกตฺตํ เอกตฺตสิตํ วิภชนฺโต อตฺถิ, ภิกฺขเว, อุเปกฺขา อากาสานญฺจายตนนิสฺสิตาติอาทิมาห.

ตตฺถ อากาสานญฺจายตนอุเปกฺขา สมฺปยุตฺตวเสน อากาสานญฺจายตนนิสฺสิตา, อากาสานญฺจายตนขนฺเธ วิปสฺสนฺตสฺส วิปสฺสนุเปกฺขา อารมฺมณวเสน อากาสานญฺจายตนนิสฺสิตา. เสสาสุปิ เอเสว นโย.

ตํ ปชหถาติ เอตฺถ อรูปาวจรสมาปตฺติอุเปกฺขาย รูปาวจรสมาปตฺติอุเปกฺขํ ปชหาเปติ, อรูปาวจรวิปสฺสนุเปกฺขาย รูปาวจรวิปสฺสนุเปกฺขํ.

อตมฺมยตนฺติ เอตฺถ ตมฺมยตา นาม ตณฺหา, ตสฺสา ปริยาทานโต วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา อตมฺมยตาติ วุจฺจติ. ตํ ปชหถาติ อิธ วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาย อรูปาวจรสมาปตฺติอุเปกฺขญฺจ วิปสฺสนุเปกฺขญฺจ ปชหาเปติ.

๓๑๑. ยทริโยติ เย สติปฏฺฐาเน อริโย สมฺมาสมฺพุทฺโธ เสวติ. ตตฺถ ตีสุ ฐาเนสุ สตึ ปฏฺฐเปนฺโต สติปฏฺฐาเน เสวตีติ เวทิตพฺโพ. น สุสฺสูสนฺตีติ สทฺทหิตฺวา โสตุํ น อิจฺฉนฺติ. น อญฺญาติ ชานนตฺถาย จิตฺตํ น อุปฏฺฐเปนฺติ. โวกฺกมฺมาติ อติกฺกมิตฺวา. สตฺถุ สาสนาติ สตฺถุ โอวาทํ คเหตพฺพํ ปูเรตพฺพํ น มญฺญนฺตีติ อตฺโถ. น จ อตฺตมโนติ น สกมโน. เอตฺถ จ เคหสิตโทมนสฺสวเสน อปฺปตีโต โหตีติ น เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, อปฺปฏิปนฺนเกสุ ปน อตฺตมนตาการณสฺส อภาเวเนตํ วุตฺตํ. อนวสฺสุโตติ ปฏิฆอวสฺสเวน อนวสฺสุโต. สโต สมฺปชาโนติ สติยา จ ญาเณน จ สมนฺนาคโต. อุเปกฺขโกติ ฉฬงฺคุเปกฺขาย อุเปกฺขโก. อตฺตมโนติ อิธาปิ เคหสิตโสมนสฺสวเสน อุปฺปิลาวิโตติ น เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ, ปฏิปนฺนเกสุ ปน อนตฺตมนตาการณสฺส อภาเวเนตํ วุตฺตํ. อนวสฺสุโตติ ราคาวสฺสเวน อนวสฺสุโต.

๓๑๒. สาริโตติ ทมิโต. เอกเมว ทิสํ ธาวตีติ อนิวตฺติตฺวา ธาวนฺโต เอกํเยว ทิสํ ธาวติ, นิวตฺติตฺวา ปน อปรํ ธาวิตุํ สกฺโกติ. อฏฺฐ ทิสา วิธาวตีติ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน กาเยน อนิวตฺติตฺวาว วิโมกฺขวเสน เอกปฺปหาเรเนว อฏฺฐ ทิสา วิธาวติ, ปุรตฺถาภิมุโข วา ทกฺขิณาทีสุ อญฺญตรทิสาภิมุโข วา นิสีทิตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย สมาปชฺชติเยวาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สฬายตนวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๘. อุทฺเทสวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๑๓. เอวํ เม สุตนฺติ อุทฺเทสวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ อุทฺเทสวิภงฺคนฺติ อุทฺเทสญฺจ วิภงฺคญฺจ, มาติกญฺจ วิภชนญฺจาติ อตฺโถ. อุปปริกฺเขยฺยาติ ตุเลยฺย ตีเรยฺย ปริคฺคเณฺหยฺย ปริจฺฉินฺเทยฺย. พหิทฺธาติ พหิทฺธาอารมฺมเณสุ. อวิกฺขิตฺตํ อวิสฏนฺติ นิกนฺติวเสน อารมฺมเณ ติฏฺฐมานํ วิกฺขิตฺตํ วิสฏํ นาม โหติ, ตํ ปฏิเสเธนฺโต เอวมาห. อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิตนฺติ โคจรชฺฌตฺเต นิกนฺติวเสน อสณฺฐิตํ. อนุปาทาย น ปริตสฺเสยฺยาติ อนุปาทิยิตฺวา อคฺคเหตฺวา ตํ วิญฺญาณํ น ปริตสฺเสยฺย. ยถา วิญฺญาณํ พหิทฺธา อวิกฺขิตฺตํ อวิสฏํ, อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิตํ อนุปาทาย น ปริตสฺเสยฺย, เอวํ ภิกฺขุ อุปปริกฺเขยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ชาติชรามรณทุกฺขสมุทยสมฺภโวติ ชาติชรามรณสฺส เจว อวเสสสฺส จ ทุกฺขสฺส นิพฺพตฺติ น โหตีติ อตฺโถ.

๓๑๖. รูปนิมิตฺตานุสารีติ รูปนิมิตฺตํ อนุสฺสรติ อนุธาวตีติ รูปนิมิตฺตานุสารี.

๓๑๘. เอวํ โข, อาวุโส, อชฺฌตฺตํ อสณฺฐิตนฺติ นิกนฺติวเสน อสณฺฐิตํ. นิกนฺติวเสน หิ อติฏฺฐมานํ หานภาคิยํ น โหติ, วิเสสภาคิยเมว โหติ.

๓๒๐. อนุปาทา ปริตสฺสนาติ สตฺถารา ขนฺธิยวคฺเค ‘‘อุปาทาปริตสฺสนญฺจ โว, ภิกฺขเว, เทเสสฺสามิ อนุปาทาอปริตสฺสนญฺจา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗) เอวํ คเหตฺวา ปริตสฺสนา, อคฺคเหตฺวาว อปริตสฺสนา จ กถิตา, ตํ มหาเถโร อุปาทาปริตสฺสนเมว อนุปาทาปริตสฺสนนฺติ กตฺวา ทสฺเสนฺโต เอวมาห. กถํ ปเนสา อนุปาทาปริตสฺสนา โหตีติ. อุปาทาตพฺพสฺส อภาวโต. ยทิ หิ โกจิ สงฺขาโร นิจฺโจ วา ธุโว วา อตฺตา วา อตฺตนิโย วาติ คเหตพฺพยุตฺตโก อภวิสฺส, อยํ ปริตสฺสนา อุปาทาปริตสฺสนาว อสฺส. ยสฺมา ปน เอวํ อุปาทาตพฺโพ สงฺขาโร นาม นตฺถิ, ตสฺมา รูปํ อตฺตาติอาทินา นเยน รูปาทโย อุปาทินฺนาปิ อนุปาทินฺนาว โหนฺติ. เอวเมสา ทิฏฺฐิวเสน อุปาทาปริตสฺสนาปิ สมานา อตฺถโต อนุปาทาปริตสฺสนาเยว นาม โหตีติ เวทิตพฺพา.

อญฺญถา โหตีติ ปริวตฺตติ ปกติชหเนน นสฺสติ, รูปวิปริณามานุปริวตฺตีติ ‘‘มม รูปํ วิปริณต’’นฺติ วา, ‘‘ยํ อหุ, ตํ วต เม นตฺถี’’ติ วา อาทินา (ม. นิ. ๑.๒๔๒) นเยน กมฺมวิญฺญาณํ รูปสฺส เภทานุปริวตฺติ โหติ. วิปริณามานุปริวตฺตชาติ วิปริณามสฺส อนุปริวตฺตนโต วิปริณามารมฺมณจิตฺตโต ชาตา. ปริตสฺสนา ธมฺมสมุปฺปาทาติ ตณฺหาปริตสฺสนา จ อกุสลธมฺมสมุปฺปาทา จ. จิตฺตํ ปริยาทาย ติฏฺฐนฺตีติ กุสลจิตฺตํ ปริยาทิยิตฺวา คเหตฺวา เขเปตฺวา ติฏฺฐนฺติ. อุตฺตาสวาติ ภยตาเสนปิ สอุตฺตาโส ตณฺหาตาเสนปิ สอุตฺตาโส. วิฆาตวาติ สวิฆาโต สทุกฺโข. อเปกฺขวาติ สาลโย สสิเนโห. เอวํ โข, อาวุโส, อนุปาทา ปริตสฺสนา โหตีติ เอวํ มณิกรณฺฑกสญฺญาย ตุจฺฉกรณฺฑกํ คเหตฺวา ตสฺมึ นฏฺเฐ ปจฺฉา วิฆาตํ อาปชฺชนฺตสฺส วิย ปจฺฉา อคฺคเหตฺวา ปริตสฺสนา โหติ.

๓๒๑. น จ รูปวิปริณามานุปริวตฺตีติ ขีณาสวสฺส กมฺมวิญฺญาณเมว นตฺถิ, ตสฺมา รูปเภทานุปริวตฺติ น โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อุทฺเทสวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๙. อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๒๓. เอวํ เม สุตนฺติ อรณวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ เนวุสฺสาเทยฺย น อปสาเทยฺยาติ เคหสิตวเสน กญฺจิ ปุคฺคลํ เนว อุกฺขิเปยฺย น อวกฺขิเปยฺย. ธมฺมเมว เทเสยฺยาติ สภาวเมว กเถยฺย. สุขวินิจฺฉยนฺติ วินิจฺฉิตสุขํ. รโห วาทนฺติ ปรมฺมุขา อวณฺณํ, ปิสุณวาจนฺติ อตฺโถ. สมฺมุขา น ขีณนฺติ สมฺมุขาปิ ขีณํ อากิณฺณํ สํกิลิฏฺฐํ วาจํ น ภเณยฺย. นาภินิเวเสยฺยาติ น อธิฏฺฐหิตฺวา อาทาย โวหเรยฺย. สมญฺญนฺติ โลกสมญฺญํ โลกปณฺณตฺตึ. นาติธาเวยฺยาติ นาติกฺกเมยฺย.

๓๒๔. กามปฏิสนฺธิสุขิโนติ กามปฏิสนฺธินา กามูปสํหิเตน สุเขน สุขิตสฺส. สทุกฺโขติ วิปากทุกฺเขน สํกิเลสทุกฺเขนปิ สทุกฺโข. สอุปฆาโตติ วิปากูปฆาตกิเลสูปฆาเตเหว สอุปฆาโต. ตถา สปริฬาโห. มิจฺฉาปฏิปทาติ อยาถาวปฏิปทา อกุสลปฏิปทา.

๓๒๖. อิตฺเถเก อปสาเทตีติ เอวํ เคหสิตวเสน เอกจฺเจ ปุคฺคเล อปสาเทติ. อุสฺสาทเนปิ เอเสว นโย. ภวสํโยชนนฺติ ภวพนฺธนํ, ตณฺหาเยตํ นามํ.

สุภูติตฺเถโร กิร อิมํ จตุกฺกํ นิสฺสาย เอตทคฺเค ฐปิโต. ภควโต หิ ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส ปุคฺคลานํ อุสฺสาทนาอปสาทนา ปญฺญายนฺติ, ตถา สาริปุตฺตตฺเถราทีนํ. สุภูติตฺเถรสฺส ปน ธมฺมเทสนาย ‘‘อยํ ปุคฺคโล อปฺปฏิปนฺนโก อนาราธโก’’ติ วา, ‘‘อยํ สีลวา คุณวา ลชฺชิเปสโล อาจารสมฺปนฺโน’’ติ วา นตฺถิ, ธมฺมเทสนาย ปนสฺส ‘‘อยํ มิจฺฉาปฏิปทา, อยํ สมฺมาปฏิปทา’’เตฺวว ปญฺญายติ. ตสฺมา ภควา ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อรณวิหารีนํ ยทิทํ สุภูตี’’ติ อาห.

๓๒๙. กาลญฺญู อสฺสาติ อสมฺปตฺเต จ อติกฺกนฺเต จ กาเล อกเถตฺวา ‘‘อิทานิ วุจฺจมานํ มหาชโน คณฺหิสฺสตี’’ติ ยุตฺตปตฺตกาลํ ญตฺวาว ปรมฺมุขา อวณฺณํ ภาเสยฺย. ขีณวาเทปิ เอเสว นโย.

๓๓๐. อุปหญฺญตีติ ฆาติยติ. สโรปิ อุปหญฺญตีติ สทฺโทปิ ภิชฺชติ. อาตุรียตีติ อาตุโร โหติ เคลญฺญปฺปตฺโต สาพาโธ. อวิสฺสฏฺฐนฺติ วิสฺสฏฺฐํ อปลิพุทฺธํ น โหติ.

๓๓๑. ตเทวาติ ตํเยว ภาชนํ. อภินิวิสฺส โวหรตีติ ปตฺตนฺติ สญฺชานนชนปทํ คนฺตฺวา ‘‘ปตฺตํ อาหรถ โธวถา’’ติ สุตฺวา ‘‘อนฺธพาลปุถุชฺชโน, นยิทํ ปตฺตํ, ปาติ นเมสา, เอวํ วทาหี’’ติ อภินิวิสฺส โวหรติ. เอวํ สพฺพปเทหิ โยเชตพฺพํ. อติสาโรติ อติธาวนํ.

๓๓๒. ตถา ตถา โวหรติ อปรามสนฺติ อมฺหากํ ชนปเท ภาชนํ ปาตีติ วุจฺจติ, อิเม ปน นํ ปตฺตนฺติ วทนฺตีติ ตโต ปฏฺฐาย ชนปทโวหารํ มุญฺจิตฺวา ปตฺตํ ปตฺตนฺเตว อปรามสนฺโต โวหรติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

๓๓๓. อิทานิ มริยาทภาชนียํ กโรนฺโต ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ สรโณติ สรโช สกิเลโส. อรโณติ อรโช นิกฺกิเลโส. สุภูติ จ ปน, ภิกฺขเวติ อยํ เถโร ทฺวีสุ ฐาเนสุ เอตทคฺคํ อารุโฬฺห ‘‘อรณวิหารีนํ ยทิทํ สุภูติ, ทกฺขิเณยฺยานํ ยทิทํ สุภูตี’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๒).

ธมฺมเสนาปติ กิร วตฺถุํ โสเธติ, สุภูติตฺเถโร ทกฺขิณํ โสเธติ. ตถา หิ ธมฺมเสนาปติ ปิณฺฑาย จรนฺโต เคหทฺวาเร ฐิโต ยาว ภิกฺขํ อาหรนฺติ, ตาว ปุพฺพภาเค ปริจฺฉินฺทิตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชติ, นิโรธา วุฏฺฐาย เทยฺยธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. สุภูติตฺเถโร จ ตเถว เมตฺตาฌานํ สมาปชฺชติ, เมตฺตาฌานา วุฏฺฐาย เทยฺยธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. เอวํ ปน กาตุํ สกฺกาติ. อาม สกฺกา, เนว อจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ มหาภิญฺญปฺปตฺตา สาวกา เอวํ กเรยฺยุํ. อิมสฺมิมฺปิ หิ ตมฺพปณฺณิทีเป โปราณกราชกาเล ปิงฺคลพุทฺธรกฺขิตตฺเถโร นาม อุตฺตรคามํ นิสฺสาย วิหาสิ. ตตฺถ สตฺต กุลสตานิ โหนฺติ, เอกมฺปิ ตํ กุลทฺวารํ นตฺถิ, ยตฺถ เถโร สมาปตฺตึ น สมาปชฺชิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อรณวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๑๐. ธาตุวิภงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๔๒. เอวํ เม สุตนฺติ ธาตุวิภงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ จาริกนฺติ ตุริตคมนจาริกํ. สเจ เต ภคฺคว อครูติ สเจ ตุยฺหํ ภาริยํ อผาสุกํ กิญฺจิ นตฺถิ. สเจ โส อนุชานาตีติ ภคฺควสฺส กิร เอตทโหสิ – ‘‘ปพฺพชิตา นาม นานาอชฺฌาสยา, เอโก คณาภิรโต โหติ, เอโก เอกาภิรโต. สเจ โส เอกาภิรโต ภวิสฺสติ, ‘อาวุโส, มา ปาวิสิ, มยา สาลา ลทฺธา’ติ วกฺขติ. สเจ อยํ เอกาภิรโต ภวิสฺสติ, ‘อาวุโส, นิกฺขม, มยา สาลา ลทฺธา’ติ วกฺขติ. เอวํ สนฺเต อหํ อุภินฺนํ วิวาทกาเรตา นาม ภวิสฺสามิ, ทินฺนํ นาม ทินฺนเมว วฏฺฏติ, กตํ กตเมวา’’ติ. ตสฺมา เอวมาห.

กุลปุตฺโตติ ชาติกุลปุตฺโตปิ อาจารกุลปุตฺโตปิ. วาสูปคโตติ วาสํ อุปคโต. กุโต อาคนฺตฺวาติ? ตกฺกสีลนครโต.

ตตฺรายํ อนุปุพฺพิกถา – มชฺฌิมปฺปเทเส กิร ราชคหนคเร พิมฺพิสาเร รชฺชํ กาเรนฺเต ปจฺจนฺเต ตกฺกสีลนคเร ปุกฺกุสาติ ราชา รชฺชํ กาเรสิ. อถ ตกฺกสีลโต ภณฺฑํ คเหตฺวา วาณิชา ราชคหํ อาคตา ปณฺณาการํ คเหตฺวา ราชานํ อทฺทสํสุ. ราชา เต วนฺทิตฺวา ฐิเต ‘‘กตฺถวาสิโน ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิ. ตกฺกสีลวาสิโน เทวาติ. อถ เน ราชา ชนปทสฺส เขมสุภิกฺขตาทีนิ นครสฺส จ ปวตฺตึ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘โก นาม ตุมฺหากํ ราชา’’ติ ปุจฺฉิ. ปุกฺกุสาติ นาม เทวาติ. ธมฺมิโกติ? อาม เทว ธมฺมิโก. จตูหิ สงฺคหวตฺถูหิ ชนํ สงฺคณฺหาติ, โลกสฺส มาตาปิติฏฺฐาเน ฐิโต, องฺเค นิปนฺนทารกํ วิย ชนํ โตเสตีติ. กตรสฺมึ วเย วตฺตตีติ? อถสฺส วยํ อาจิกฺขึสุ. วเยสุปิ พิมฺพิสาเรน สมวโย ชาโต. อถ เต ราชา อาห – ‘‘ตาตา ตุมฺหากํ ราชา ธมฺมิโก, วเยน จ เม สมาโน, สกฺกุเณยฺยาถ ตุมฺหากํ ราชานํ มม มิตฺตํ กาตุ’’นฺติ. สกฺโกม เทวาติ. ราชา เตสํ สุงฺกํ วิสฺสชฺเชตฺวา เคหญฺจ ทาเปตฺวา – ‘‘คจฺฉถ ภณฺฑํ วิกฺกิณิตฺวา คมนกาเล มํ ทิสฺวา คจฺเฉยฺยาถา’’ติ อาห. เต ตถา กตฺวา คมนกาเล ราชานํ อทฺทสํสุ. ‘‘คจฺฉถ ตุมฺหากํ ราชานํ มม วจเนน ปุนปฺปุนํ อาโรคฺยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘ราชา ตุเมฺหหิ สทฺธึ มิตฺตภาวํ อิจฺฉตี’ติ วทถา’’ติ อาห.

เต สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา คนฺตฺวา ภณฺฑํ ปฏิสาเมตฺวา ภุตฺตปาตราสา ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทึสุ. ราชา ‘‘กหํ ภเณ ตุเมฺห เอตฺตเก อิเม ทิวเส น ทิสฺสถา’’ติ ปุจฺฉิ. เต สพฺพํ ปวตฺตึ อาโรเจสุํ. ราชา – ‘‘สาธุ, ตาตา, ตุเมฺห นิสฺสาย มยา มชฺฌิมปฺปเทเส ราชา มิตฺโต ลทฺโธ’’ติ อตฺตมโน อโหสิ. อปรภาเค ราชคหวาสิโนปิ วาณิชา ตกฺกสีลํ อคมํสุ. เต ปณฺณาการํ คเหตฺวา อาคเต ปุกฺกุสาติ ราชา ‘‘กุโต อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘ราชคหโต’’ติ สุตฺวา ‘‘มยฺหํ สหายสฺส นครโต อาคตา ตุเมฺห’’ติ. อาม เทวาติ. อาโรคฺยํ เม สหายสฺสาติ อาโรคฺยํ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อชฺช ปฏฺฐาย เย มยฺหํ สหายสฺส นครโต ชงฺฆสตฺเถน วา สกฏสตฺเถน วา วาณิชา อาคจฺฉนฺติ, สพฺเพสํ มม วิสยํ ปวิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย วสนเคหานิ, ราชโกฏฺฐาคารโต นิวาปญฺจ เทนฺตุ, สุงฺกํ วิสฺสชฺเชนฺตุ, กิญฺจิ อุปทฺทวํ มา กโรนฺตู’’ติ เภรึ จราเปสิ. พิมฺพิสาโรปิ อตฺตโน นคเร ตเถว เภรึ จราเปสิ.

อถ พิมฺพิสาโร ปุกฺกุสาติสฺส ปณฺณํ ปหิณิ – ‘‘ปจฺจนฺตเทเส นาม มณิมุตฺตาทีนิ รตนานิ อุปฺปชฺชนฺติ, ยํ มยฺหํ สหายสฺส รชฺเช ทสฺสนียํ วา สวนียํ วา รตนํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ เม มา มจฺฉรายตู’’ติ. ปุกฺกุสาติปิ – ‘‘มชฺฌิมเทโส นาม มหาชนปโท, ยํ ตตฺถ เอวรูปํ รตนํ อุปฺปชฺชติ, ตตฺถ เม สหาโย มา มจฺฉรายตู’’ติ ปฏิปณฺณํ ปหิณิ. เอวํ เต คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล อญฺญมญฺญํ อทิสฺวาปิ ทฬฺหมิตฺตา อเหสุํ.

เอวํ เตสํ กติกํ กตฺวา วสนฺตานํ ปฐมตรํ ปุกฺกุสาติสฺส ปณฺณากาโร อุปฺปชฺชิ. ราชา กิร อฏฺฐ ปญฺจวณฺเณ อนคฺฆกมฺพเล ลภิ. โส – ‘‘อติสุนฺทรา อิเม กมฺพลา, อหํ สหายสฺส เปสิสฺสามี’’ติ ลาขาคุฬมตฺเต อฏฺฐ สารกรณฺฑเก ลิขาเปตฺวา เตสุ เต กมฺพเล ปกฺขิปิตฺวา ลาขาย วฏฺฏาเปตฺวา เสตวตฺเถน เวเฐตฺวา สมุคฺเค ปกฺขิปิตฺวา วตฺเถน เวเฐตฺวา ราชมุทฺทิกาย ลญฺเฉตฺวา ‘‘มยฺหํ สหายสฺส เทถา’’ติ อมจฺเจ เปเสสิ. สาสนญฺจ อทาสิ – ‘‘อยํ ปณฺณากาโร นครมชฺเฌ อมจฺจาทิปริวุเตน ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. เต คนฺตฺวา พิมฺพิสารสฺส อทํสุ.

โส สาสนํ สุตฺวา อมจฺจาทโย สนฺนิปตนฺตูติ เภรึ จราเปตฺวา นครมชฺเฌ อมจฺจาทิปริวุโต เสตจฺฉตฺเตน ธาริยมาเนน ปลฺลงฺกวเร นิสินฺโน ลญฺฉนํ ภินฺทิตฺวา วตฺถํ อปเนตฺวา สมุคฺคํ วิวริตฺวา อนฺโต ภณฺฑิกํ มุญฺจิตฺวา ลาขาคุเฬ ทิสฺวา ‘‘มยฺหํ สหาโย ปุกฺกุสาติ ‘ชุตวิตฺตโก เม สหาโย’ติ มญฺญมาโน มญฺเญ อิมํ ปณฺณาการํ ปหิณี’’ติ เอกํ คุฬํ คเหตฺวา หตฺเถน วฏฺเฏตฺวา ตุลยนฺโตว อนฺโต ทุสฺสภณฺฑิกํ อตฺถีติ อญฺญาสิ. อถ นํ ปลฺลงฺกปาเท ปหริตฺวา ตาวเทว ลาขา ปริปติ, โส นเขน กรณฺฑกํ วิวริตฺวา อนฺโต กมฺพลรตนํ ทิสฺวา อิตเรปิ วิวราเปสิ, สพฺเพปิ กมฺพลา อเหสุํ. อถ เน ปตฺถราเปสิ, เต วณฺณสมฺปนฺนา ผสฺสสมฺปนฺนา ทีฆโต โสฬสหตฺถา ติริยํ อฏฺฐหตฺถา อเหสุํ. มหาชโน ทิสฺวา องฺคุลิโย โปเฐสิ, เจลุกฺเขปํ อกาสิ, – ‘‘อมฺหากํ รญฺโญ อทิฏฺฐสหาโย ปุกฺกุสาติ อทิสฺวาว เอวรูปํ ปณฺณาการํ เปเสสิ, ยุตฺตํ เอวรูปํ มิตฺตํ กาตุ’’นฺติ อตฺตมโน อโหสิ. ราชา เอกเมกํ กมฺพลํ อคฺฆาเปสิ, สพฺเพ อนคฺฆา อเหสุํ. เตสุ จตฺตาโร สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เปเสสิ, จตฺตาโร อตฺตโน ฆเร อกาสิ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘ปจฺฉา เปเสนฺเตน ปฐมํ เปสิตปณฺณาการโต อติเรกํ เปเสตุํ วฏฺฏติ, สหาเยน จ เม อนคฺโฆ ปณฺณากาโร เปสิโต, กึ นุ โข เปเสมี’’ติ?

กึ ปน ราชคเห ตโต อธิกํ รตนํ นตฺถีติ? โน นตฺถิ, มหาปุญฺโญ ราชา, อปิจ โข ปนสฺส โสตาปนฺนกาลโต ปฏฺฐาย ฐเปตฺวา ตีณิ รตนานิ อญฺญํ รตนํ โสมนสฺสํ ชเนตุํ สมตฺถํ นาม นตฺถิ. โส รตนํ วิจินิตุํ อารทฺโธ – รตนํ นาม สวิญฺญาณกํ อวิญฺญาณกนฺติ ทุวิธํ. ตตฺถ อวิญฺญาณกํ สุวณฺณรชตาทิ, สวิญฺญาณกํ อินฺทฺริยพทฺธํ. อวิญฺญาณกํ สวิญฺญาณกสฺเสว อลงฺการาทิวเสน ปริโภคํ โหติ, อิติ อิเมสุ ทฺวีสุ รตเนสุ สวิญฺญาณกํ เสฏฺฐํ. สวิญฺญาณกมฺปิ ทุวิธํ ติรจฺฉานรตนํ มนุสฺสรตนนฺติ. ตตฺถ ติรจฺฉานรตนํ หตฺถิอสฺสรตนํ, ตมฺปิ มนุสฺสานํ อุปโภคตฺถเมว นิพฺพตฺตติ, อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสุ มนุสฺสรตนํ เสฏฺฐํ. มนุสฺสรตนมฺปิ ทุวิธํ อิตฺถิรตนํ ปุริสรตนนฺติ. ตตฺถ จกฺกวตฺติโน รญฺโญ อุปฺปนฺนํ อิตฺถิรตนมฺปิ ปุริสสฺเสว อุปโภคํ. อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสุ ปุริสรตนเมว เสฏฺฐํ.

ปุริสรตนมฺปิ ทุวิธํ อคาริยรตนํ อนคาริยรตนญฺจ. ตตฺถ อคาริยรตเนสุปิ จกฺกวตฺติราชา อชฺช ปพฺพชิตสามเณรํ ปญฺจปติฏฺฐิเตน วนฺทติ, อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสุ อนคาริยรตนเมว เสฏฺฐํ. อนคาริยรตนมฺปิ ทุวิธํ เสกฺขรตนญฺจ อเสกฺขรตนญฺจ. ตตฺถ สตสหสฺสมฺปิ เสกฺขานํ อเสกฺขสฺส ปเทสํ น ปาปุณาติ, อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสุ อเสกฺขรตนเมว เสฏฺฐํ. ตมฺปิ ทุวิธํ พุทฺธรตนํ สาวกรตนนฺติ. ตตฺถ สตสหสฺสมฺปิ สาวกรตนานํ พุทฺธรตนสฺส ปเทสํ น ปาปุณาติ, อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสู พุทฺธรตนเมว เสฏฺฐํ.

พุทฺธรตนมฺปิ ทุวิธํ ปจฺเจกพุทฺธรตนํ สพฺพญฺญุพุทฺธรตนนฺติ. ตตฺถ สตสหสฺสมฺปิ ปจฺเจกพุทฺธานํ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส ปเทสํ น ปาปุณาติ, อิติ อิเมสุปิ ทฺวีสุ สพฺพญฺญุพุทฺธรตนํเยว เสฏฺฐํ. สเทวกสฺมิญฺหิ โลเก พุทฺธรตนสมํ รตนํ นาม นตฺถิ. ตสฺมา อสทิสเมว รตนํ มยฺหํ สหายสฺส เปเสสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ตกฺกสีลวาสิโน ปุจฺฉิ – ‘‘ตาตา ตุมฺหากํ ชนปเท พุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆติ อิมานิ ตีณิ รตนานิ ทิสฺสนฺตี’’ติ. โฆโสปิ โส มหาราช ตาว ตตฺถ นตฺถิ, ทสฺสนํ ปน กุโตติ.

‘‘สุนฺทรํ ตาตา’’ติ ราชา ตุฏฺโฐ จินฺเตสิ – ‘‘สกฺกา ภเวยฺย ชนสงฺคหตฺถาย มยฺหํ สหายสฺส วสนฏฺฐานํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ เปเสตุํ, พุทฺธา ปน ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ น อรุณํ อุฏฺฐเปนฺติ. ตสฺมา สตฺถารา คนฺตุํ น สกฺกา. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย มหาสาวเก เปเสตุํ สกฺกา ภเวยฺย. มยา ปน ‘เถรา ปจฺจนฺเต วสนฺตี’ติ สุตฺวาปิ มนุสฺเส เปเสตฺวา เต อตฺตโน สมีปํ อาณาเปตฺวา อุปฏฺฐาตุเมว ยุตฺตํ. ตสฺมา น เถเรหิปิ สกฺกา คนฺตุํ. เยน ปนากาเรน สาสเน เปสิเต สตฺถา จ มหาสาวกา จ คตา วิย โหนฺติ, เตนากาเรน สาสนํ ปหิณิสฺสามี’’ติ. จินฺเตตฺวา จตุรตนายามํ วิทตฺถิมตฺตปุถุลํ นาติตนุํ นาติพหลํ สุวณฺณปฏฺฏํ การาเปตฺวา ‘‘ตตฺถ อชฺช อกฺขรานิ ลิขิสฺสามี’’ติ. ปาโตว สีสํ นฺหายิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย ภุตฺตปาตราโส อปนีตคนฺธมาลาภรโณ สุวณฺณสรเกน ชาติหิงฺคุลิกํ อาทาย เหฏฺฐโต ปฏฺฐาย ทฺวารานิ ปิทหนฺโต ปาสาทมารุยฺห ปุพฺพทิสามุขํ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา อากาสตเล นิสีทิตฺวา สุวณฺณปฏฺเฏ อกฺขรานิ ลิขนฺโต – ‘‘อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปนฺโน อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’’ติ. พุทฺธคุเณ ตาว เอกเทเสน ลิขิ.

ตโต ‘‘เอวํ ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา ตุสิตภวนโต จวิตฺวา มาตุกุจฺฉิมฺหิ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ, เอวํ โลกวิวรณํ อโหสิ, มาตุกุจฺฉิยํ วสมาเน อิทํ นาม อโหสิ, อคารมชฺเฌ วสมาเน อิทํ นาม อโหสิ, เอวํ มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต เอวํ มหาปธานํ ปทหิ. เอวํ ทุกฺกรการิกํ กตฺวา มหาโพธิมณฺฑํ อารุยฺห อปราชิตปลฺลงฺเก นิสินฺโน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺส เอวํ โลกวิวรณํ อโหสิ. สเทวเก โลเก อญฺญํ เอวรูปํ รตนํ นาม นตฺถีติ.

ยํกิญฺจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา,

สคฺเคสุ วา ยํ รตนํ ปณีตํ;

น โน สมํ อตฺถิ ตถาคเตน,

อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ;

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตู’’ติ. (ขุ. ปา. ๖.๓; สุ. นิ. ๒๒๖) –

เอวํ เอกเทเสน พุทฺธคุเณปิ ลิขิตฺวา ทุติยํ ธมฺมรตนํ โถเมนฺโต – ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม…เป… ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’ติ. ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา…เป… อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’ติ. ‘‘สตฺถารา เทสิตธมฺโม นาม เอวรูโป จ เอวรูโป จา’’ติ สตฺตตึส โพธิปกฺขิเย เอกเทเสน ลิขิตฺวา –

‘‘ยํ พุทฺธเสฏฺโฐ ปริวณฺณยี สุจึ,

สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหุ;