๑. อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตวณฺณนา
๓๘๓. เอวํ เม สุตนฺติ อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตํ. ตตฺถ พาฬฺหคิลาโนติ อธิมตฺตคิลาโน มรณเสยฺยํ อุปคโต. อามนฺเตสีติ คหปติสฺส กิร ยาว ปาทา วหึสุ, ตาว ทิวเส สกึ วา ทฺวิกฺขตฺตุํ วา ติกฺขตฺตุํ วา พุทฺธุปฏฺฐานํ อขณฺฑํ อกาสิ. ยตฺตกญฺจสฺส สตฺถุ อุปฏฺฐานํ อโหสิ, ตตฺตกํเยว มหาเถรานํ. โส อชฺช คมนปาทสฺส ปจฺฉินฺนตฺตา อนุฏฺฐานเสยฺยํ อุปคโต สาสนํ เปเสตุกาโม อญฺญตรํ ปุริสํ อามนฺเตสิ. เตนุปสงฺกมีติ ภควนฺตํ อาปุจฺฉิตฺวา สูริยตฺถงฺคมนเวลาย อุปสงฺกมิ.
๓๘๔. ปฏิกฺกมนฺตีติ โอสกฺกนฺติ, ตนุกา ภวนฺติ. อภิกฺกมนฺตีติ อภิวฑฺฒนฺติ โอตฺถรนฺติ, พลวติโย โหนฺติ.
อภิกฺกโมสานํ ปญฺญายติ โน ปฏิกฺกโมติ ยสฺมิญฺหิ สมเย มารณนฺติกา เวทนา อุปฺปชฺชติ, อุปริวาเต ชลิตคฺคิ วิย โหติ, ยาว อุสฺมา น ปริยาทิยติ, ตาว มหตาปิ อุปกฺกเมน น สกฺกา วูปสเมตุํ, อุสฺมาย ปน ปริยาทินฺนาย วูปสมฺมติ.
๓๘๕. อถายสฺมา สาริปุตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘อยํ มหาเสฏฺฐิสฺส เวทนา มารณนฺติกา, น สกฺกา ปฏิพาหิตุํ, อวเสสา กถา นิรตฺถกา, ธมฺมกถมสฺส กเถสฺสามี’’ติ. อถ นํ ตํ กเถนฺโต ตสฺมาติหาติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา จกฺขุํ ตีหิ คาเหหิ คณฺหนฺโต อุปฺปนฺนํ มารณนฺติกํ เวทนํ ปฏิพาหิตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ, ตสฺมา. น จกฺขุํ อุปาทิยิสฺสามีติ จกฺขุํ ตีหิ คาเหหิ น คณฺหิสฺสามิ. น จ เม จกฺขุนิสฺสิตํ วิญฺญาณนฺติ วิญฺญาณญฺจาปิ เม จกฺขุนิสฺสิตํ น ภวิสฺสติ. น รูปนฺติ เหฏฺฐา อายตนรูปํ กถิตํ, อิมสฺมึ ฐาเน สพฺพมฺปิ กามภวรูปํ กเถนฺโต เอวมาห.
๓๘๖. น อิธโลกนฺติ วสนฏฺฐานํ วา ฆาสจฺฉาทนํ วา น อุปาทิยิสฺสามีติ อตฺโถ. อิทญฺหิ ปจฺจเยสุ อปริตสฺสนตฺถํ กถิตํ. น ปรโลกนฺติ เอตฺถ ปน มนุสฺสโลกํ ฐเปตฺวา เสสา ปรโลกา นาม. อิทํ – ‘‘อสุกเทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา อสุกฏฺฐาเน ภวิสฺสามิ, อิทํ นาม ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามิ นิวาเสสฺสามิ ปารุปิสฺสามี’’ติ เอวรูปาย ปริตสฺสนาย ปหานตฺถํ วุตฺตํ. ตมฺปิ น อุปาทิยิสฺสามิ, น จ เม ตนฺนิสฺสิตํ วิญฺญาณํ ภวิสฺสตีติ เอวํ ตีหิ คาเหหิ ปริโมเจตฺวา เถโร เทสนํ อรหตฺตนิกูเฏน นิฏฺฐเปสิ.
๓๘๗. โอลียสีติ อตฺตโน สมฺปตฺตึ ทิสฺวา อารมฺมเณสุ พชฺฌสิ อลฺลียสีติ. อิติ อายสฺมา อานนฺโท – ‘‘อยมฺปิ นาม คหปติ เอวํ สทฺโธ ปสนฺโน มรณภยสฺส ภายติ, อญฺโญ โก น ภายิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน ตสฺส คาฬฺหํ กตฺวา โอวาทํ เทนฺโต เอวมาห. น จ เม เอวรูปี ธมฺมีกถา สุตปุพฺพาติ อยํ อุปาสโก – ‘‘สตฺถุ สนฺติกาปิ เม เอวรูปี ธมฺมกถา น สุตปุพฺพา’’ติ วทติ, กึ สตฺถา เอวรูปิ สุขุมํ คมฺภีรกถํ น กเถตีติ? โน น กเถติ. เอวํ ปน ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ ฉ พาหิรานิ ฉ วิญฺญาณกาเย ฉ ผสฺสกาเย ฉ เวทนากาเย ฉ ธาตุโย ปญฺจกฺขนฺเธ จตฺตาโร อรูเป อิธโลกญฺจ ปรโลกญฺจ ทสฺเสตฺวา ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตวเสน อรหตฺเต ปกฺขิปิตฺวา กถิตกถา เอเตน น สุตปุพฺพา, ตสฺมา เอวํ วทติ.
อปิจายํ อุปาสโก ทานาธิมุตฺโต ทานาภิรโต พุทฺธานํ สนฺติกํ คจฺฉนฺโต ตุจฺฉหตฺโถ น คตปุพฺโพ. ปุเรภตฺตํ คจฺฉนฺโต ยาคุขชฺชกาทีนิ คาหาเปตฺวา คจฺฉติ, ปจฺฉาภตฺตํ สปฺปิมธุผาณิตาทีนิ. ตสฺมึ อสติ วาลิกํ คาหาเปตฺวา คนฺธกุฏิปริเวเณ โอกิราเปติ, ทานํ ทตฺวา สีลํ รกฺขิตฺวา เคหํ คโต. โพธิสตฺตคติโก กิเรส อุปาสโก, ตสฺมา ภควา จตุวีสติ สํวจฺฉรานิ อุปาสกสฺส เยภุยฺเยน ทานกถเมว กเถสิ – ‘‘อุปาสก, อิทํ ทานํ นาม โพธิสตฺตานํ คตมคฺโค, มยฺหมฺปิ คตมคฺโค, มยา สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ทานํ ทินฺนํ, ตฺวํ มยา คตมคฺคเมว อนุคจฺฉสี’’ติ. ธมฺมเสนาปติอาทโย มหาสาวกาปิ อตฺตโน อตฺตโน สนฺติกํ อาคตกาเล ทานกถเมวสฺส กเถนฺติ. เตเนวาห น โข คหปติ คิหีนํ โอทาตวสนานํ เอวรูปี ธมฺมีกถา ปฏิภาตีติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – คหปติ คิหีนํ นาม เขตฺตวตฺถุหิรญฺญสุวณฺณทาสีทาสปุตฺตภริยาทีสุ ติพฺโพ อาลโย ติพฺพํ นิกนฺติปริยุฏฺฐานํ, เตสํ – ‘‘เอตฺถ อาลโย น กาตพฺโพ, นิกนฺติ น กาตพฺพา’’ติ กถา น ปฏิภาติ น รุจฺจตีติ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? ตุสิตภวเน กิรสฺส นิพฺพตฺตมตฺตสฺเสว ติคาวุตปฺปมาณํ สุวณฺณกฺขนฺธํ วิย วิชฺโชตมานํ อตฺตภาวํ อุยฺยานวิมานาทิสมฺปตฺติญฺจ ทิสฺวา – ‘‘มหตี อยํ มยฺหํ สมฺปตฺติ, กึ นุ โข เม มนุสฺสปเถ กมฺมํ กต’’นฺติ โอโลเกนฺโต ตีสุ รตเนสุ อธิการํ ทิสฺวา จินฺเตสิ ‘‘ปมาทฏฺฐานมิทํ เทวตฺตํ นาม, อิมาย หิ เม สมฺปตฺติยา โมทมานสฺส สติสมฺโมโสปิ สิยา, หนฺทาหํ คนฺตฺวา มม เชตวนสฺส เจว ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ตถาคตสฺส จ อริยมคฺคสฺส จ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส จ วณฺณํ กเถตฺวา ตโต อาคนฺตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภวิสฺสามี’’ติ. โส ตถา อกาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข อนาถปิณฺฑิโกติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อิสิสงฺฆนิเสวิตนฺติ ภิกฺขุสงฺฆนิเสวิตํ. เอวํ ปฐมคาถาย เชตวนสฺส วณฺณํ กเถตฺวา อิทานิ อริยมคฺคสฺส วณฺณํ กเถนฺโต กมฺมํ วิชฺชา จาติอาทิมาห. ตตฺถ กมฺมนฺติ มคฺคเจตนา. วิชฺชาติ มคฺคปญฺญา. ธมฺโมติ สมาธิปกฺขิโก ธมฺโม. สีลํ ชีวิตมุตฺตมนฺติ สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ อุตฺตมนฺติ ทสฺเสติ. อถ วา วิชฺชาติ ทิฏฺฐิสงฺกปฺโป. ธมฺโมติ วายามสติสมาธโย. สีลนฺติ วาจากมฺมนฺตาชีวา. ชีวิตมุตฺตมนฺติ เอตสฺมึ สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ชีวิตํ นาม อุตฺตมํ. เอเตน มจฺจา สุชฺฌนฺตีติ เอเตน อฏฺฐงฺคิเกน มคฺเคน สตฺตา วิสุชฺฌนฺติ.
ตสฺมาติ ยสฺมา มคฺเคน สุชฺฌนฺติ, น โคตฺตธเนหิ, ตสฺมา. โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน สมาธิปกฺขิยํ ธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ ตสฺมึ อริยมคฺเค วิสุชฺฌติ. อถ วา โยนิโส วิจิเน ธมฺมนฺติ อุปาเยน ปญฺจกฺขนฺธธมฺมํ วิจิเนยฺย. เอวํ ตตฺถ วิสุชฺฌตีติ เอวํ เตสุ จตูสุ สจฺเจสุ วิสุชฺฌติ.
อิทานิ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส วณฺณํ กเถนฺโต สาริปุตฺโต วาติอาทิมาห. ตตฺถ สาริปุตฺโต วาติ อวธารณวจนํ. เอเตหิ ปญฺญาทีหิ สาริปุตฺโตว เสยฺโยติ วทติ. อุปสเมนาติ กิเลสอุปสเมน. ปารงฺคโตติ นิพฺพานํ คโต. โย โกจิ นิพฺพานํ ปตฺโต ภิกฺขุ, โส เอตาวปรโม สิยา, น เถเรน อุตฺตริตโร นาม อตฺถีติ วทติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อนาถปิณฺฑิโกวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.