๒. ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา
๒๑. เอวํ เม สุตนฺติ ปญฺจตฺตยสุตฺตํ. ตตฺถ เอเกติ เอกจฺเจ. สมณพฺราหฺมณาติ ปริพฺพชุปคตภาเวน สมณา ชาติยา พฺราหฺมณา, โลเกน วา สมณาติ จ พฺราหฺมณาติ จ เอวํ สมฺมตา. อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตีติ อปรนฺตกปฺปิกา. อปรนฺตกปฺโป วา เอเตสํ อตฺถีติปิ อปรนฺตกปฺปิกา. เอตฺถ จ อนฺโตติ ‘‘สกฺกาโย โข, อาวุโส, เอโก อนฺโต’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๖.๖๑) วิย อิธ โกฏฺฐาโส อธิปฺเปโต. กปฺโปติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘กปฺโปติ อุทฺทานโต เทฺว กปฺปา ตณฺหากปฺโป จ ทิฏฺฐิกปฺโป จา’’ติ. ตสฺมา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อนาคตํ ขนฺธโกฏฺฐาสํ กปฺเปตฺวา ฐิตาติ อปรนฺตกปฺปิกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตสํ เอวํ อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา ฐิตานํ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสน อปรนฺตเมว อนุคตา ทิฏฺฐีติ อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน. เต เอวํทิฏฺฐิโน ตํ อปรนฺตํ อารพฺภ อาคมฺม ปฏิจฺจ อญฺญมฺปิ ชนํ ทิฏฺฐิคติกํ กโรนฺตา อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ. อเนกวิหิตานีติ อเนกวิธานิ. อธิวุตฺติปทานีติ อธิวจนปทานิ. อถ วา ภูตมตฺถํ อธิภวิตฺวา ยถาสภาวโต อคฺคเหตฺวา วตฺตนโต อธิวุตฺติโยติ ทิฏฺฐิโย วุจฺจนฺติ, อธิวุตฺตีนํ ปทานิ อธิวุตฺติปทานิ, ทิฏฺฐิทีปกานิ วจนานีติ อตฺโถ.
สญฺญีติ สญฺญาสมงฺคี. อโรโคติ นิจฺโจ. อิตฺเถเกติ อิตฺถํ เอเก, เอวเมเกติ อตฺโถ. อิมินา โสฬส สญฺญีวาทา กถิตา, อสญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, เนวสญฺญีนาสญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สโต วา ปน สตฺตสฺสาติ อิมินา สตฺต อุจฺเฉทวาทา. ตตฺถ สโตติ วิชฺชมานสฺส. อุจฺเฉทนฺติ อุปจฺเฉทํ. วินาสนฺติ อทสฺสนํ. วิภวนฺติ ภววิคมํ. สพฺพาเนตานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนว. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วาติ อิมินา ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา กถิตา. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธอตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจนํ. ทิฏฺฐธมฺเม นิพฺพานํ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ, อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ทุกฺขวูปสมนฺติ อตฺโถ. สนฺตํ วาติ สญฺญีติอาทิวเสน ตีหากาเรหิ สนฺตํ. ตีณิ โหนฺตีติ สญฺญี อตฺตาติอาทีนิ สนฺตอตฺตวเสน เอกํ, อิตรานิ เทฺวติ เอวํ ตีณิ.
๒๒. รูปึ วาติ กรชรูเปน วา กสิณรูเปน วา รูปึ. ตตฺถ ลาภี กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาติ, ตกฺกี อุโภปิ รูปานิ คณฺหาติเยว. อรูปินฺติ อรูปสมาปตฺตินิมิตฺตํ วา, ฐเปตฺวา สญฺญากฺขนฺธํ เสสอรูปธมฺเม วา อตฺตาติ ปญฺญเปนฺตา ลาภิโนปิ ตกฺกิกาปิ เอวํ ปญฺญเปนฺติ. ตติยทิฏฺฐิ ปน มิสฺสกคาหวเสน ปวตฺตา, จตุตฺถา ตกฺกคาเหเนว. ทุติยจตุกฺเก ปฐมทิฏฺฐิ สมาปนฺนกวาเรน กถิตา, ทุติยทิฏฺฐิ อสมาปนฺนกวาเรน, ตติยทิฏฺฐิ สุปฺปมตฺเตน วา สราวมตฺเตน วา กสิณปริกมฺมวเสน, จตุตฺถทิฏฺฐิ วิปุลกสิณวเสน กถิตาติ เวทิตพฺพา.
เอตํ วา ปเนเกสํ อุปาติวตฺตตนฺติ สญฺญีติปเทน สงฺเขปโต วุตฺตํ สญฺญาสตฺตกํ อติกฺกนฺตานนฺติ อตฺโถ. อปเร อฏฺฐกนฺติ วทนฺติ. ตทุภยํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เกจิ หิ เอตา สตฺต วา อฏฺฐ วา สญฺญา สมติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ, เกจิ ปน น สกฺโกนฺติ. ตตฺถ เย สกฺโกนฺติ, เตว คหิตา. เตสํ ปน เอเกสํ อุปาติวตฺตตํ อติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺตานํ ยถาปิ นาม คงฺคํ อุตฺติณฺเณสุ มนุสฺเสสุ เอโก ทีฆวาปึ คนฺตฺวา ติฏฺเฐยฺย, เอโก ตโต ปรํ มหาคามํ; เอวเมว เอเก วิญฺญาณญฺจายตนํ อปฺปมาณํ อาเนญฺชนฺติ วตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เอเก อากิญฺจญฺญายตนํ. ตตฺถ วิญฺญาณญฺจายตนํ ตาว ทสฺเสตุํ วิญฺญาณกสิณเมเกติ วุตฺตํ. ปรโต ‘‘อากิญฺจญฺญายตนเมเก’’ติ วกฺขติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ ทิฏฺฐิคตญฺจ ทิฏฺฐิปจฺจยญฺจ ทิฏฺฐารมฺมณญฺจ. ตถาคโต อภิชานาตีติ. อิมินา ปจฺจเยน อิทํ นาม ทสฺสนํ คหิตนฺติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานาติ.
อิทานิ ตเทว วิตฺถาเรนฺโต เย โข เต โภนฺโตติอาทิมาห. ยา วา ปน เอตาสํ สญฺญานนฺติ ยา วา ปน เอตาสํ ‘‘ยทิ รูปสญฺญาน’’นฺติ เอวํ วุตฺตสญฺญานํ. ปริสุทฺธาติ นิรุปกฺกิเลสา. ปรมาติ อุตฺตมา. อคฺคาติ เสฏฺฐา. อนุตฺตริยา อกฺขายตีติ อสทิสา กถียติ. ยทิ รูปสญฺญานนฺติ อิมินา จตสฺโส รูปาวจรสญฺญา กถิตา. ยทิ อรูปสญฺญานนฺติ อิมินา อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา. อิตเรหิ ปน ทฺวีหิ ปเทหิ สมาปนฺนกวาโร จ อสมาปนฺนกวาโร จ กถิโตติ เอวเมตา โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ, อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺติ. สมาปนฺนกวาโร หิ ปุริมาหิ ฉหิสงฺคหิโตเยว. ตยิทํ สงฺขตนฺติ ตํ อิทํ สพฺพมฺปิ สญฺญาคตํ สทฺธึ ทิฏฺฐิคเตน สงฺขตํ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตํ. โอฬาริกนฺติ สงฺขตตฺตาว โอฬาริกํ. อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธติ เอเตสํ ปน สงฺขตนฺติ วุตฺตานํ สงฺขารานํ นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถิ. อตฺเถตนฺติ อิติ วิทิตฺวาติ ตํ โข ปน นิพฺพานํ ‘‘อตฺถิ เอต’’นฺติ เอวํ ชานิตฺวา. ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวีติ ตสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณทสฺสี นิพฺพานทสฺสี. ตถาคโต ตทุปาติวตฺโตติ ตํ สงฺขตํ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโตติ อตฺโถ.
๒๓. ตตฺราติ เตสุ อฏฺฐสุ อสญฺญีวาเทสุ. รูปึ วาติอาทีนิ สญฺญีวาเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. อยญฺจ ยสฺมา อสญฺญีวาโท, ตสฺมา อิธ ทุติยจตุกฺกํ น วุตฺตํ. ปฏิกฺโกสนฺตีติ ปฏิพาหนฺติ ปฏิเสเธนฺติ. สญฺญา โรโคติอาทีสุ อาพาธฏฺเฐน โรโค, สโทสฏฺเฐน คณฺโฑ, อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน สลฺลํ. อาคตึ วา คตึ วาติอาทีสุ ปฏิสนฺธิวเสน อาคตึ, จุติวเสน คตึ, จวนวเสน จุตึ, อุปปชฺชนวเสน อุปปตฺตึ, ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชิตฺวา อปราปรํ วฑฺฒนวเสน วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ. กามญฺจ จตุโวการภเว รูปํ วินาปิ วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ อตฺถิ, เสเส ปน ตโย ขนฺเธ วินา นตฺถิ. อยํ ปน ปโญฺห ปญฺจโวการภววเสน กถิโต. ปญฺจโวกาเร หิ เอตฺตเก ขนฺเธ วินา วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ นาม นตฺถิ. วิตณฺฑวาที ปเนตฺถ ‘‘อญฺญตฺร รูปาติอาทิวจนโต อรูปภเวปิ รูปํ, อสญฺญาภเว จ วิญฺญาณํ อตฺถิ, ตถา นิโรธสมาปนฺนสฺสา’’ติ วทติ. โส วตฺตพฺโพ – พฺยญฺชนจฺฉายาย เจ อตฺถํ ปฏิพาหสิ, อาคตึ วาติอาทิวจนโต ตํ วิญฺญาณํ ปกฺขิทฺวิปทจตุปฺปทา วิย อุปฺปติตฺวาปิ คจฺฉติ, ปทสาปิ คจฺฉติ, โควิสาณวลฺลิอาทีนิ วิย จ วฑฺฒตีติ อาปชฺชติ. เย จ ภควตา อเนกสเตสุ สุตฺเตสุ ตโย ภวา วุตฺตา, เต อรูปภวสฺส อภาวา เทฺวว อาปชฺชนฺติ. ตสฺมา มา เอวํ อวจ, ยถา วุตฺตมตฺถํ ธาเรหีติ.
๒๔. ตตฺราติ อฏฺฐสุ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทสุ ภุมฺมํ. อิธาปิ รูปึ วาติอาทีนิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. อสญฺญา สมฺโมโหติ นิสฺสญฺญภาโว นาเมส สมฺโมหฏฺฐานํ. โย หิ กิญฺจิ น ชานาติ, ตํ อสญฺญี เอโสติ วทนฺติ. ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพสงฺขารมตฺเตนาติ ทิฏฺฐวิญฺญาตพฺพมตฺเตน สุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน มุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน. เอตฺถ จ วิชานาตีติ วิญฺญาตพฺพํ, ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติมตฺเตนาติ อยญฺหิ เอตฺถ อตฺโถ. สงฺขารมตฺเตนาติ โอฬาริกสงฺขารปวตฺติมตฺเตนาติ อตฺโถ. เอตสฺส อายตนสฺสาติ เอตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส. อุปสมฺปทนฺติ ปฏิลาภํ. พฺยสนํ เหตนฺติ วินาโส เหส, วุฏฺฐานํ เหตนฺติ อตฺโถ. ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺตญฺหิ โอฬาริกสงฺขารปวตฺตํ วา อปฺปวตฺตํ กตฺวา ตํ สมาปชฺชิตพฺพํ. ตสฺส ปน ปวตฺเตน ตโต วุฏฺฐานํ โหตีติ ทสฺเสติ. สงฺขารสมาปตฺติปตฺตพฺพมกฺขายตีติ โอฬาริกสงฺขารปวตฺติยา ปตฺตพฺพนฺติ น อกฺขายติ. สงฺขาราวเสสสมาปตฺติปตฺตพฺพนฺติ สงฺขารานํเยว อวเสสา ภาวนาวเสน สพฺพสุขุมภาวํ ปตฺตา สงฺขารา, เตสํ ปวตฺติยา เอตํ ปตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวรูเปสุ หิ สงฺขาเรสุ ปวตฺเตสุ เอตํ ปตฺตพฺพํ นาม โหติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ เอตํ สุขุมมฺปิ สมานํ สงฺขตํ สงฺขตตฺตา จ โอฬาริกํ.
๒๕. ตตฺราติ สตฺตสุ อุจฺเฉทวาเทสุ ภุมฺมํ. อุทฺธํ สรนฺติ อุทฺธํ วุจฺจติ อนาคตสํสารวาโท, อนาคตํ สํสารวาทํ สรนฺตีติ อตฺโถ. อาสตฺตึเยว อภิวทนฺติ ลคฺคนกํเยว วทนฺติ. ‘‘อาสตฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, ตณฺหํเยว วทนฺตีติ อตฺโถ. อิติ เปจฺจ ภวิสฺสามาติ เอวํ เปจฺจ ภวิสฺสาม. ขตฺติยา ภวิสฺสาม, พฺราหฺมณา ภวิสฺสามาติ เอวเมตฺถ นโย เนตพฺโพ. วาณิชูปมา มญฺเญติ วาณิชูปมา วิย วาณิชปฏิภาคา วาณิชสทิสา มยฺหํ อุปฏฺฐหนฺติ. สกฺกายภยาติ สกฺกายสฺส ภยา. เต หิ ยเถว ‘‘จตฺตาโร โข, มหาราช, อภยสฺส ภายนฺติ. กตเม จตฺตาโร? คณฺฑุปฺปาโท โข, มหาราช, ภยา ปถวึ น ขาทติ ‘มา ปถวี ขิยี’ติ, โกนฺโต โข, มหาราช, เอกปาเทน ติฏฺฐติ ‘มา ปถวี โอสีที’ติ, กิกี โข, มหาราช, อุตฺตานา เสติ ‘มา อมฺภา อุนฺทฺริยี’ติ, พฺราหฺมณธมฺมิโก โข, มหาราช, พฺรหฺมจริยํ น จรติ ‘มา โลโก อุจฺฉิชฺชี’ติ อิเม จตฺตาโร อภยสฺส ภายนฺติ, เอวํ สกฺกายสฺส ภายนฺติ’’. สกฺกายปริเชคุจฺฉาติ ตเมว เตภูมกสงฺขาตํ สกฺกายํ ปริชิคุจฺฉมานา. สา คทฺทุลพทฺโธติ ทณฺฑเก รชฺชุํ ปเวเสตฺวา พทฺธสุนโข. เอวเมวิเมติ เอตฺถ ทฬฺหตฺถมฺโภ วิย ขีโล วิย จ เตภูมกธมฺมสงฺขาโต สกฺกาโย ทฏฺฐพฺโพ, สา วิย ทิฏฺฐิคติโก, ทณฺฑโก วิย ทิฏฺฐิ, รชฺชุ วิย ตณฺหา, คทฺทุเลน พนฺธิตฺวา ถมฺเภ วา ขีเล วา อุปนิพทฺธสุนขสฺส อตฺตโน ธมฺมตาย ฉินฺทิตฺวา คนฺตุํ อสมตฺถสฺส อนุปริธาวนํ วิย ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิทณฺฑเก ปเวสิตาย ตณฺหารชฺชุยา พนฺธิตฺวา สกฺกาเย อุปนิพทฺธสฺส อนุปริธาวนํ เวทิตพฺพํ.
๒๖. อิมาเนว ปญฺจายตนานีติ อิมาเนว ปญฺจ การณานิ. อิติ มาติกํ ฐเปนฺเตนปิ ปญฺเจว ฐปิตานิ, นิคเมนฺเตนปิ ปญฺเจว นิคมิตานิ, ภาเชนฺเตน ปน จตฺตาริ ภาชิตานิ. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ กุหึ ปวิฏฺฐนฺติ. เอกตฺตนานตฺตวเสน ทฺวีสุ ปเทสุ ปวิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ.
๒๗. เอวญฺจ จตุจตฺตาลีส อปรนฺตกปฺปิเก ทสฺเสตฺวา อิทานิ อฏฺฐารส ปุพฺพนฺตกปฺปิเก ทสฺเสตุํ สนฺติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. ปุพฺพนฺตกปฺโป วา เอเตสํ อตฺถีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. เอวํ เสสมฺปิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา สสฺสโต อมโร นิจฺโจ ธุโวติ อภิวทนฺติ. ยถาห ‘‘รูปํ อตฺตา เจว โลโก จ สสฺสโต จาติ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺตี’’ติ วิตฺถาโร. อสสฺสตาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ปฐมวาเทน จตฺตาโร สสฺสตวาทา วุตฺตา, ทุติยวาเทน สตฺต อุจฺเฉทวาทา.
นนุ เจเต เหฏฺฐา อาคตา, อิธ กสฺมา ปุน คหิตาติ. เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ มโต ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ อาคตา. อิธ ปน ปุพฺเพนิวาสลาภี ทิฏฺฐิคติโก อตีตํ ปสฺสติ, น อนาคตํ, ตสฺส เอวํ โหติ ‘‘ปุพฺพนฺตโต อาคโต อตฺตา อิเธว อุจฺฉิชฺชติ, อิโต ปรํ น คจฺฉตี’’ติ อิมสฺสตฺถสฺส ทสฺสนตฺถํ คหิตา. ตติยวาเทน จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา วุตฺตา, จตุตฺถวาเทน จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา วุตฺตา. อนฺตวาติ สปริยนฺโต ปริจฺฉินฺโน ปริวฏุโม. อวฑฺฒิตกสิณสฺส ตํ กสิณํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา เอวํ โหติ. ทุติยวาโท วฑฺฒิตกสิณสฺส วเสน วุตฺโต, ตติยวาโท ติริยํ วฑฺเฒตฺวา อุทฺธมโธ อวฑฺฒิตกสิณสฺส, จตุตฺถวาโท ตกฺกิวเสน วุตฺโต. อนนฺตรจตุกฺกํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.
เอกนฺตสุขีติ นิรนฺตรสุขี. อยํ ทิฏฺฐิ ลาภีชาติสฺสรตกฺกีนํ วเสน อุปฺปชฺชติ. ลาภิโน หิ ปุพฺเพนิวาสญาเณน ขตฺติยาทิกุเล เอกนฺตสุขเมว อตฺตโน ชาตึ อนุสฺสรนฺตสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ตถา ชาติสฺสรสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ สุขมนุภวโต อตีตาสุ สตฺตสุ ชาตีสุ ตาทิสเมว อตฺตภาวํ อนุสฺสรนฺตสฺส. ตกฺกิสฺส ปน อิธ สุขสมงฺคิโน ‘‘อตีเตปาหํ เอวเมว อโหสิ’’นฺติ ตกฺเกเนว อุปฺปชฺชติ.
เอกนฺตทุกฺขีติ อยํ ทิฏฺฐิ ลาภิโน นุปฺปชฺชติ. โส หิ เอกนฺเตเนว อิธ ฌานสุเขน สุขี โหติ. อิธ ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺส ปน ชาติสฺสรสฺส ตกฺกิสฺเสว จ สา อุปฺปชฺชติ. ตติยา อิธ โวกิณฺณสุขทุกฺขานํ สพฺเพสมฺปิ เตสํ อุปฺปชฺชติ, ตถา จตุตฺถา ทิฏฺฐิ. ลาภิโน หิ อิทานิ จตุตฺถชฺฌานวเสน อทุกฺขมสุขสฺส, ปุพฺเพ จตุตฺถชฺฌานิกเมว พฺรหฺมโลกํ อนุสฺสรนฺตสฺส. ชาติสฺสรสฺสาปิ ปจฺจุปฺปนฺเน มชฺฌตฺตสฺส, อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ มชฺฌตฺตภูตฏฺฐานเมว อนุสฺสรนฺตสฺส, ตกฺกิโนปิ ปจฺจุปฺปนฺเน มชฺฌตฺตสฺส, อตีเตปิ เอวํ ภวิสฺสตีติ ตกฺเกเนว คณฺหนฺตสฺส เอสา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. เอตฺตาวตา จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจ-สมุปฺปนฺนิกาติ อฏฺฐารสปิ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา กถิตา โหนฺติ.
๒๘. อิทานิ ทิฏฺฐุทฺธารํ อุทฺธรนฺโต ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ปจฺจตฺตํเยว ญาณนฺติ ปจฺจกฺขญาณํ. ปริสุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ. ปริโยทาตนฺติ ปภสฺสรํ. สพฺพปเทหิ วิปสฺสนาญาณํเยว กถิตํ. สทฺธาทโย หิ ปญฺจ ธมฺมา พาหิรสมยสฺมิมฺปิ โหนฺติ, วิปสฺสนาญาณํ สาสนสฺมึเยว. ตตฺถ ญาณภาคมตฺตเมว ปริโยทเปนฺตีติ มยมิทํ ชานามาติ เอวํ ตตฺถ ญาณโกฏฺฐาสํ โอตาเรนฺติเยว. อุปาทานมกฺขายตีติ น ตํ ญาณํ, มิจฺฉาทสฺสนํ นาเมตํ, ตสฺมา ตทปิ เตสํ ภวนฺตานํ ทิฏฺฐุปาทานํ อกฺขายตีติ อตฺโถ. อถาปิ ตํ ชานนมตฺตลกฺขณตฺตา ญาณภาคมตฺตเมว, ตถาปิ ตสฺส ทสฺสนสฺส อนุปาติวตฺตนโต อุปาทานปจฺจยโต จ อุปาทานเมว. ตทุปาติวตฺโตติ ตํ ทิฏฺฐึ อติกฺกนฺโต. เอตฺตาวตา จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ พฺรหฺมชาเล อาคตา ทฺวาสฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิโย กถิตา โหนฺติ. พฺรหฺมชาเล ปน กถิเต อิทํ สุตฺตํ อกถิตเมว โหติ. กสฺมา? อิธ ตโต อติเรกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา อาคตตฺตา. อิมสฺมึ ปน กถิเต พฺรหฺมชาลํ กถิตเมว โหติ.
๓๐. อิทานิ อิมา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย อุปฺปชฺชมานา สกฺกายทิฏฺฐิปมุเขเนว อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺเสตุํ อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจติอาทิมาห. ตตฺถ ปฏินิสฺสคฺคาติ ปริจฺจาเคน. กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานาติ ปญฺจกามคุณตณฺหานํ นิสฺสฏฺฐตฺตา. ปวิเวกํ ปีตินฺติ สปฺปีติกชฺฌานทฺวยปีตึ. นิรุชฺฌตีติ ฌานนิโรเธน นิรุชฺฌติ. สมาปตฺติโต ปน วุฏฺฐิตสฺส นิรุทฺธา นาม โหติ. ยเถว หิ ‘‘อทุกฺขมสุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ, นิรามิสสุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา’’ติ เอตฺถ น อยมตฺโถ โหติ – จตุตฺถชฺฌานนิโรธา ตติยชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐาย ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชติ, ตติยชฺฌานา วุฏฺฐาย จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชตีติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสนฺติ หีนชฺฌานปริยาทานกโทมนสฺสํ. สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตจิตฺตสฺส ปน กมฺมนียภาโว กถิโต.
ปวิเวกา ปีตีติ สา เอว ฌานทฺวยปีติ. ยํ ฉายา ชหตีติ ยํ ฐานํ ฉายา ชหติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยสฺมึ ฐาเน ฉายา อตฺถิ, ตสฺมึ อาตโป นตฺถิ. ยสฺมึ อาตโป อตฺถิ, ตสฺมึ ฉายา นตฺถีติ.
๓๑. นิรามิสํ สุขนฺติ ตติยชฺฌานสุขํ.
๓๒. อทุกฺขมสุขนฺติ จตุตฺถชฺฌานเวทนํ.
๓๓. อนุปาทาโนหมสฺมีติ นิคฺคหโณ อหมสฺมิ. นิพฺพานสปฺปายนฺติ นิพฺพานสฺส สปฺปายํ อุปการภูตํ. นนุ จ มคฺคทสฺสนํ นาม สพฺพตฺถ นิกนฺติยา สุกฺขาปิตาย อุปฺปชฺชติ, กถเมตํ นิพฺพานสฺส อุปการปฏิปทา นาม ชาตนฺติ, สพฺพตฺถ อนุปาทิยนวเสน อคฺคณฺหนวเสน อุปการปฏิปทา นาม ชาตํ. อภิวทตีติ อภิมาเนน อุปวทติ. ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐินฺติ อฏฺฐารสวิธมฺปิ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐึ. อปรนฺตานุทิฏฺฐินฺติ จตุจตฺตารีสวิธมฺปิ อปรนฺตานุทิฏฺฐึ. อุปาทานมกฺขายตีติ อหมสฺมีติ คหณสฺส สกฺกายทิฏฺฐิปริยาปนฺนตฺตา ทิฏฺฐุปาทานํ อกฺขายติ.
สนฺติวรปทนฺติ วูปสนฺตกิเลสตฺตา สนฺตํ อุตฺตมปทํ. ฉนฺนํ ผสฺสายตนานนฺติ ภควตา ‘‘ยตฺถ จกฺขุ จ นิรุชฺฌติ รูปสญฺญา จ นิรุชฺฌติ โส อายตโน เวทิตพฺโพ’’ติ เอตฺถ ทฺวินฺนํ อายตนานํ ปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ.
‘‘ยตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;
อโต สรา นิวตฺตนฺติ, เอตฺถ วฏฺฏํ น วตฺตติ;
เอตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๗) –
เอตฺถ ปน สงฺขารปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ.
‘‘กตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;
กตฺถ ทีฆญฺจ รสฺสญฺจ, อณุํ ถูลํ สุภาสุภํ;
กตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ. (ที. นิ. ๑.๔๙๘);
ตตฺร เวยฺยากรณํ ภวติ –
‘‘วิญฺญาณํ อนิทสฺสนํ, อนนฺตํ สพฺพโต ปภ’’นฺติ –
เอตฺถ สงฺขารปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ฉอายตนปฏิกฺเขเปน ทสฺสิตํ. อญฺญตฺถ จ อนุปาทาวิโมกฺโขติ นิพฺพานเมว ทสฺสิตํ, อิธ ปน อรหตฺตผลสมาปตฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.