๑. เทวทหวคฺโค

๑. เทวทหสุตฺตวณฺณนา

๑. เอวํ เม สุตนฺติ เทวทหสุตฺตํ. ตตฺถ เทวทหํ นามาติ เทวา วุจฺจนฺติ ราชาโน, ตตฺถ จ สกฺยราชูนํ มงฺคลโปกฺขรณี อโหสิ ปาสาทิกา อารกฺขสมฺปนฺนา, สา เทวานํ ทหตฺตา ‘‘เทวทห’’นฺติ ปญฺญายิตฺถ. ตทุปาทาย โสปิ นิคโม เทวทหนฺเตฺวว สงฺขํ คโต. ภควา ตํ นิคมํ นิสฺสาย ลุมฺพินิวเน วิหรติ. สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตูติ ปุพฺเพ กตกมฺมปจฺจยา. อิมินา กมฺมเวทนญฺจ กิริยเวทนญฺจ ปฏิกฺขิปิตฺวา เอกํ วิปากเวทนเมว สมฺปฏิจฺฉนฺตีติ ทสฺเสติ. เอวํ วาทิโน, ภิกฺขเว, นิคณฺฐาติ อิมินา ปุพฺเพ อนิยเมตฺวา วุตฺตํ นิยเมตฺวา ทสฺเสติ.

อหุวเมฺหว มยนฺติ อิทํ ภควา เตสํ อชานนภาวํ ชานนฺโตว เกวลํ กลิสาสนํ อาโรเปตุกาโม ปุจฺฉติ. เย หิ ‘‘มยํ อหุวมฺหา’’ติปิ น ชานนฺติ, เต กถํ กมฺมสฺส กตภาวํ วา อกตภาวํ วา ชานิสฺสนฺติ. อุตฺตริปุจฺฉายปิ เอเสว นโย.

๒. เอวํ สนฺเตติ จูฬทุกฺขกฺขนฺเธ (ม. นิ. ๑.๑๗๙-๑๘๐) มหานิคณฺฐสฺส วจเน สจฺเจ สนฺเตติ อตฺโถ, อิธ ปน เอตฺตกสฺส ฐานสฺส ตุมฺหากํ อชานนภาเว สนฺเตติ อตฺโถ. น กลฺลนฺติ น ยุตฺตํ.

๓. คาฬฺหูปเลปเนนาติ พหลูปเลปเนน, ปุนปฺปุนํ วิสรญฺชิเตน, น ปน ขลิยา ลิตฺเตน วิย. เอสนิยาติ เอสนิสลากาย อนฺตมโส นนฺตกวฏฺฏิยาปิ. เอเสยฺยาติ คมฺภีรํ วา อุตฺตานํ วาติ วีมํเสยฺย. อคทงฺคารนฺติ ฌามหรีตกสฺส วา อามลกสฺส วา จุณฺณํ. โอทเหยฺยาติ ปกฺขิเปยฺย. อโรโคติอาทิ มาคณฺฑิยสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๒๑๓) วุตฺตเมว.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ, สลฺเลน วิทฺธสฺส หิ วิทฺธกาเล เวทนาย ปากฏกาโล วิย อิเมสํ ‘‘มยํ ปุพฺเพ อหุวมฺหา วา โน วา, ปาปกมฺมํ อกรมฺหา วา โน วา, เอวรูปํ วา ปาปํ กรมฺหา’’ติ ชานนกาโล สิยา. วณมุขสฺส ปริกนฺตนาทีสุ จตูสุ กาเลสุ เวทนาย ปากฏกาโล วิย ‘‘เอตฺตกํ วา โน ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตเก วา นิชฺชิณฺเณ สพฺพเมว ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสติ, สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐิตา นาม ภวิสฺสามา’’ติ ชานนกาโล สิยา. อปรภาเค ผาสุภาวชานนกาโล วิย ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย ชานนกาโล สิยา. เอวเมตฺถ เอกาย อุปมาย ตโย อตฺถา, จตูหิ อุปมาหิ เอโก อตฺโถ ปริทีปิโต.

๔. อิเม ปน ตโต เอกมฺปิ น ชานนฺติ, วิรชฺฌิตฺวา คเต สลฺเล อวิทฺโธว ‘‘วิทฺโธสิ มยา’’ติ ปจฺจตฺถิกสฺส วจนปฺปมาเณเนว ‘‘วิทฺโธสฺมี’’ติ สญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา ทุกฺขปฺปตฺตปุริโส วิย เกวลํ มหานิคณฺฐสฺส วจนปฺปมาเณน สพฺพเมตํ สทฺทหนฺตา เอวํ สลฺโลปมาย ภควตา นิคฺคหิตา ปจฺจาหริตุํ อสกฺโกนฺตา ยถา นาม ทุพฺพโล สุนโข มิคํ อุฏฺฐาเปตฺวา สามิกสฺส อภิมุขํ กริตฺวา อตฺตนา โอสกฺกติ, เอวํ มหานิคณฺฐสฺส มตฺถเก วาทํ ปกฺขิปนฺตา นิคณฺโฐ, อาวุโสติอาทีมาหํสุ.

๕. อถ เน ภควา สาจริยเก นิคฺคณฺหนฺโต ปญฺจ โข อิเมติอาทิมาห. ตตฺรายสฺมนฺตานนฺติ เตสุ ปญฺจสุ ธมฺเมสุ อายสฺมนฺตานํ. กา อตีตํเส สตฺถริ สทฺธาติ อตีตํสวาทิมฺหิ สตฺถริ กา สทฺธา. ยา อตีตวาทํ สทฺทหนฺตานํ ตุมฺหากํ มหานิคณฺฐสฺส สทฺธา, สา กตมา? กึ ภูตตฺถา อภูตตฺถา, ภูตวิปากา อภูตวิปากาติ ปุจฺฉติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สหธมฺมิกนฺติ สเหตุกํ สการณํ. วาทปฏิหารนฺติ ปจฺจาคมนกวาทํ. เอตฺตาวตา เตสํ ‘‘อปเนถ สทฺธํ, สพฺพทุพฺพลา เอสา’’ติ สทฺธาเฉทกวาทํ นาม ทสฺเสติ.

๖. อวิชฺชา อญฺญาณาติ อวิชฺชาย อญฺญาเณน. สมฺโมหาติ สมฺโมเหน. วิปจฺเจถาติ วิปรีตโต สทฺทหถ, วิปลฺลาสคฺคาหํ วา คณฺหถาติ อตฺโถ.

๗. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียนฺติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว วิปากทายกํ. อุปกฺกเมนาติ ปโยเคน. ปธาเนนาติ วีริเยน. สมฺปรายเวทนียนฺติ ทุติเย วา ตติเย วา อตฺตภาเว วิปากทายกํ. สุขเวทนียนฺติ อิฏฺฐารมฺมณวิปากทายกํ กุสลกมฺมํ. วิปรีตํ ทุกฺขเวทนียํ. ปริปกฺกเวทนียนฺติ ปริปกฺเก นิปฺผนฺเน อตฺตภาเว เวทนียํ, ทิฏฺฐธมฺมเวทนียสฺเสเวตํ อธิวจนํ. อปริปกฺกเวทนียนฺติ อปริปกฺเก อตฺตภาเว เวทนียํ, สมฺปรายเวทนียสฺเสเวตํ อธิวจนํ. เอวํ สนฺเตปิ อยเมตฺถ วิเสโส – ยํ ปฐมวเย กตํ ปฐมวเย วา มชฺฌิมวเย วา ปจฺฉิมวเย วา วิปากํ เทติ, มชฺฌิมวเย กตํ มชฺฌิมวเย วา ปจฺฉิมวเย วา วิปากํ เทติ, ปจฺฉิมวเย กตํ ตตฺเถว วิปากํ เทติ, ตํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ นาม. ยํ ปน สตฺตทิวสพฺภนฺตเร วิปากํ เทติ, ตํ ปริปกฺกเวทนียํ นาม. ตํ กุสลมฺปิ โหติ อกุสลมฺปิ.

ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – ปุณฺโณ นาม กิร ทุคฺคตมนุสฺโส ราชคเห สุมนเสฏฺฐึ นิสฺสาย วสติ. ตเมนํ เอกทิวสํ นครมฺหิ นกฺขตฺเต สงฺฆุฏฺเฐ เสฏฺฐิ อาห – ‘‘สเจ อชฺช กสิสฺสสิ, เทฺว จ โคเณ นงฺคลญฺจ ลภิสฺสสิ. กึ นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสสิ, กสิสฺสสี’’ติ. กึ เม นกฺขตฺเตน, กสิสฺสามีติ? เตน หิ เย โคเณ อิจฺฉสิ, เต คเหตฺวา กสาหีติ. โส กสิตุํ คโต. ตํ ทิวสํ สาริปุตฺตตฺเถโร นิโรธา วุฏฺฐาย ‘‘กสฺส สงฺคหํ กโรมี’’ติ? อาวชฺชนฺโต ปุณฺณํ ทิสฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย ตสฺส กสนฏฺฐานํ คโต. ปุณฺโณ กสึ ฐเปตฺวา เถรสฺส ทนฺตกฏฺฐํ ทตฺวา มุโขทกํ อทาสิ. เถโร สรีรํ ปฏิชคฺคิตฺวา กมฺมนฺตสฺส อวิทูเร นิสีทิ ภตฺตาภิหารํ โอโลเกนฺโต. อถสฺส ภริยํ ภตฺตํ อาหรนฺตึ ทิสฺวา อนฺตรามคฺเคเยว อตฺตานํ ทสฺเสสิ.

สา สามิกสฺส อาหฏภตฺตํ เถรสฺส ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ปุน คนฺตฺวา อญฺญํ ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา ทิวา อคมาสิ. ปุณฺโณ เอกวารํ กสิตฺวา นิสีทิ. สาปิ ภตฺตํ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตี อาห – ‘‘สามิ ปาโตว เต ภตฺตํ อาหริยิตฺถ, อนฺตรามคฺเค ปน สาริปุตฺตตฺเถรํ ทิสฺวา ตํ ตสฺส ทตฺวา อญฺญํ ปจิตฺวา อาหรนฺติยา เม อุสฺสูโร ชาโต, มา กุชฺฌิ สามี’’ติ. ภทฺทกํ เต ภทฺเท กตํ, มยา เถรสฺส ปาโตว ทนฺตกฏฺฐญฺจ มุโขทกญฺจ ทินฺนํ, อมฺหากํเยวาเนน ปิณฺฑปาโตปิ ปริภุตฺโต, อชฺช เถเรน กตสมณธมฺมสฺส มยํ ภาคิโน ชาตาติ จิตฺตํ ปสาเทสิ. เอกวารํ กสิตฏฺฐานํ สุวณฺณเมว อโหสิ. โส ภุญฺชิตฺวา กสิตฏฺฐานํ โอโลเกนฺโต วิชฺโชตมานํ ทิสฺวา อุฏฺฐาย ยฏฺฐิยา ปหริตฺวา รตฺตสุวณฺณภาวํ ชานิตฺวา ‘‘รญฺโญ อกเถตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น สกฺกา’’ติ คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสิ. ราชา ตํ สพฺพํ สกเฏหิ อาหราเปตฺวา ราชงฺคเณ ราสึ กาเรตฺวา ‘‘กสฺสิมสฺมึ นคเร เอตฺตกํ สุวณฺณํ อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. กสฺสจิ นตฺถีติ จ วุตฺเต เสฏฺฐิฏฺฐานมสฺส อทาสิ. โส ปุณฺณเสฏฺฐิ นาม ชาโต.

อปรมฺปิ วตฺถุ – ตสฺมึเยว ราชคเห กาฬเวฬิโย นาม ทุคฺคโต อตฺถิ. ตสฺส ภริยา ปณฺณมฺพิลยาคุํ ปจิ. มหากสฺสปตฺเถโร นิโรธา วุฏฺฐาย ‘‘กสฺส สงฺคหํ กโรมี’’ติ อาวชฺชนฺโต ตํ ทิสฺวา คนฺตฺวา เคหทฺวาเร อฏฺฐาสิ. สา ปตฺตํ คเหตฺวา สพฺพํ ตตฺถ ปกฺขิปิตฺวา เถรสฺส อทาสิ, เถโร วิหารํ คนฺตฺวา สตฺถุ อุปนาเมสิ. สตฺถา อตฺตโน ยาปนมตฺตํ คณฺหิ, เสสํ ปญฺจนฺนํ ภิกฺขุสตานํ ปโหสิ. กาฬวฬิโยปิ ตํ ฐานํ ปตฺโต จูฬกํ ลภิ. มหากสฺสโป สตฺถารํ กาฬวฬิยสฺส วิปากํ ปุจฺฉิ. สตฺถา ‘‘อิโต สตฺตเม ทิวเส เสฏฺฐิจฺฉตฺตํ ลภิสฺสตี’’ติ อาห. กาฬวฬิโย ตํ กถํ สุตฺวา คนฺตฺวา ภริยาย อาโรเจสิ.

ตทา จ ราชา นครํ อนุสญฺจรนฺโต พหินคเร ชีวสูเล นิสินฺนํ ปุริสํ อทฺทส. ปุริโส ราชานํ ทิสฺวา อุจฺจาสทฺทํ อกาสิ ‘‘ตุมฺหากํ เม ภุญฺชนภตฺตํ ปหิณถ เทวา’’ติ. ราชา ‘‘เปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา สายมาสภตฺเต อุปนีเต สริตฺวา ‘‘อิมํ หริตุํ สมตฺถํ ชานาถา’’ติ อาห, นคเร สหสฺสภณฺฑิกํ จาเรสุํ. ตติยวาเร กาฬวฬิยสฺส ภริยา อคฺคเหสิ. อถ นํ รญฺโญ ทสฺเสสุํ, สา ปุริสเวสํ คเหตฺวา ปญฺจาวุธสนฺนทฺธา ภตฺตปาตึ คเหตฺวา นครา นิกฺขมิ. พหินคเร ตาเล อธิวตฺโถ ทีฆตาโล นาม ยกฺโข ตํ รุกฺขมูเลน คจฺฉนฺตึ ทิสฺวา ‘‘ติฏฺฐ ติฏฺฐ ภกฺโขสิ เม’’ติ อาห. นาหํ ตว ภกฺโข, ราชทูโต อหนฺติ. กตฺถ คจฺฉสีติ. ชีวสูเล นิสินฺนสฺส ปุริสสฺส สนฺติกนฺติ. มมปิ เอกํ สาสนํ หริตุํ สกฺขิสฺสสีติ. อาม สกฺขิสฺสามีติ. ‘‘ทีฆตาลสฺส ภริยา สุมนเทวราชธีตา กาฬี ปุตฺตํ วิชาตา’’ติ อาโรเจยฺยาสิ. อิมสฺมึ ตาลมูเล สตฺต นิธิกุมฺภิโย อตฺถิ, ตา ตฺวํ คเณฺหยฺยาสีติ. สา ‘‘ทีฆตาลสฺส ภริยา สุมนเทวราชธีตา กาฬี ปุตฺตํ วิชาตา’’ติ อุคฺโฆเสนฺตี อคมาสิ.

สุมนเทโว ยกฺขสมาคเม นิสินฺโน สุตฺวา ‘‘เอโก มนุสฺโส อมฺหากํ ปิยปวตฺตึ อาหรติ, ปกฺโกสถ น’’นฺติ สาสนํ สุตฺวา ปสนฺโน ‘‘อิมสฺส รุกฺขสฺส ปริมณฺฑลจฺฉายาย ผรณฏฺฐาเน นิธิกุมฺภิโย ตุยฺหํ ทมฺมี’’ติ อาห. ชีวสูเล นิสินฺนปุริโส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา มุขปุญฺฉนกาเล อิตฺถิผสฺโสติ ญตฺวา จูฬาย ฑํสิ, สา อสินา อตฺตโน จูฬํ ฉินฺทิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํเยว คตา. ราชา ภตฺตโภชิตภาโว กถํ ชานิตพฺโพติ? จูฬสญฺญายาติ วตฺวา รญฺโญ อาจิกฺขิตฺวา ตํ ธนํ อาหราเปสิ. ราชา อญฺญสฺส เอตฺตกํ ธนํ นาม อตฺถีติ. นตฺถิ เทวาติ. ราชา ตสฺสา ปตึ ตสฺมึ นคเร ธนเสฏฺฐึ อกาสิ. มลฺลิกายปิ เทวิยา วตฺถุ กเถตพฺพํ. อิมานิ ตาว กุสลกมฺเม วตฺถูนิ.

นนฺทมาณวโก ปน อุปฺปลวณฺณาย เถริยา วิปฺปฏิปชฺชิ, ตสฺส มญฺจโต อุฏฺฐาย นิกฺขมิตฺวา คจฺฉนฺตสฺส มหาปถวี ภิชฺชิตฺวา โอกาสมทาสิ, ตตฺเถว มหานรกํ ปวิฏฺโฐ. นนฺโทปิ โคฆาตโก ปณฺณาส วสฺสานิ โคฆาตกกมฺมํ กตฺวา เอกทิวสํ โภชนกาเล มํสํ อลภนฺโต เอกสฺส ชีวมานกโคณสฺส ชิวฺหํ ฉินฺทิตฺวา องฺคาเรสุ ปจาเปตฺวา ขาทิตุํ อารทฺโธ. อถสฺส ชิวฺหา มูเล ฉิชฺชิตฺวา ภตฺตปาติยํเยว ปติตา, โส วิรวนฺโต กาลํ กตฺวา นิรเย นิพฺพตฺติ. นนฺโทปิ ยกฺโข อญฺเญน ยกฺเขน สทฺธึ อากาเสน คจฺฉนฺโต สาริปุตฺตตฺเถรํ นโวโรปิเตหิ เกเสหิ รตฺติภาเค อพฺโภกาเส นิสินฺนํ ทิสฺวา สีเส ปหริตุกาโม อิตรสฺส ยกฺขสฺส อาโรเจตฺวา เตน วาริยมาโนปิ ปหารํ ทตฺวา ฑยฺหามิ ฑยฺหามีติ วิรวนฺโต ตสฺมึเยว ฐาเน ภูมึ ปวิสิตฺวา มหานิรเย นิพฺพตฺโตติ อิมานิ อกุสลกมฺเม วตฺถูนิ.

ยํ ปน อนฺตมโส มรณสนฺติเกปิ กตํ กมฺมํ ภวนฺตเร วิปากํ เทติ, ตํ สพฺพํ สมฺปรายเวทนียํ นาม. ตตฺถ โย อปริหีนสฺส ฌานสฺส วิปาโก นิพฺพตฺติสฺสติ, โส อิธ นิพฺพตฺติตวิปาโกติ วุตฺโต. ตสฺส มูลภูตํ กมฺมํ เนว ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ น สมฺปรายเวทนียนฺติ, น วิจาริตํ, กิญฺจาปิ น วิจาริตํ, สมฺปรายเวทนียเมว ปเนตนฺติ เวทิตพฺพํ. โย ปฐมมคฺคาทีนํ ภวนฺตเร ผลสมาปตฺติวิปาโก, โส อิธ นิพฺพตฺติตคุโณเตฺวว วุตฺโต. กิญฺจาปิ เอวํ วุตฺโต, มคฺคกมฺมํ ปน ปริปกฺกเวทนียนฺติ เวทิตพฺพํ. มคฺคเจตนาเยว หิ สพฺพลหุํ ผลทายิกา อนนฺตรผลตฺตาติ.

๘. พหุเวทนียนฺติ สญฺญาภวูปคํ. อปฺปเวทนียนฺติ อสญฺญาภวูปคํ. สเวทนียนฺติ สวิปากํ กมฺมํ. อเวทนียนฺติ อวิปากํ กมฺมํ. เอวํ สนฺเตติ อิเมสํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียาทีนํ กมฺมานํ อุปกฺกเมน สมฺปรายเวทนียาทิ ภาวการณสฺส อลาเภ สติ. อผโลติ นิปฺผโล นิรตฺถโกติ. เอตฺตาวตา อนิยฺยานิกสาสเน ปโยคสฺส อผลตํ ทสฺเสตฺวา ปธานจฺเฉทกวาโท นาม ทสฺสิโตติ เวทิตพฺโพ. สหธมฺมิกา วาทานุวาทาติ ปเรหิ วุตฺตการเณน สการณา หุตฺวา นิคณฺฐานํ วาทา จ อนุวาทา จ. คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉนฺตีติ วิญฺญูหิ ครหิตพฺพํ การณํ อาคจฺฉนฺติ. ‘‘วาทานุปฺปตฺตา คารยฺหฏฺฐานา’’ติปิ ปาโฐ. ตสฺสตฺโถ – ปเรหิ วุตฺเตน การเณน สการณา นิคณฺฐานํ วาทํ อนุปฺปตฺตา ตํ วาทํ โสเสนฺตา มิลาเปนฺตา ทุกฺกฏกมฺมการิโนติอาทโย ทส คารยฺหฏฺฐานา อาคจฺฉนฺติ.

๙. สงฺคติภาวเหตูติ นิยติภาวการณา. ปาปสงฺคติกาติ ปาปนิยติโน. อภิชาติเหตูติ ฉฬภิชาติเหตุ.

๑๐. เอวํ นิคณฺฐานํ อุปกฺกมสฺส อผลตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ นิยฺยานิกสาสเน อุปกฺกมสฺส วีริยสฺส จ สผลตํ ทสฺเสตุํ กถญฺจ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อนทฺธภูตนฺติ อนธิภูตํ. ทุกฺเขน อนธิภูโต นาม มนุสฺสตฺตภาโว วุจฺจติ, น ตํ อทฺธภาเวติ นาภิภวตีติ อตฺโถ. ตมฺปิ นานปฺปการาย ทุกฺกรการิกาย ปโยเชนฺโต ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ นาม. เย ปน สาสเน ปพฺพชิตฺวา อารญฺญกา วา โหนฺติ รุกฺขมูลิกาทโย วา, เต ทุกฺเขน น อทฺธภาเวนฺติ นาม. นิยฺยานิกสาสนสฺมิญฺหิ วีริยํ สมฺมาวายาโม นาม โหติ.

เถโร ปนาห – โย อิสฺสรกุเล นิพฺพตฺโต สตฺตวสฺสิโก หุตฺวา อลงฺกตปฺปฏิยตฺโต ปิตุองฺเก นิสินฺโน ฆเร ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา นิสินฺเนน ภิกฺขุสงฺเฆน อนุโมทนาย กริยมานาย ติสฺโส สมฺปตฺติโย ทสฺเสตฺวา สจฺเจสุ ปกาสิเตสุ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, มาตาปิตูหิ วา ‘‘ปพฺพชิสฺสสิ ตาตา’’ติ วุตฺโต ‘‘อาม ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วตฺวา นฺหาเปตฺวา อลงฺกริตฺวา วิหารํ นีโต ตจปญฺจกํ อุคฺคณฺหิตฺวา นิสินฺโน เกเสสุ โอหาริยมาเนสุ ขุรคฺเคเยว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, นวปพฺพชิโต วา ปน มโนสิลาเตลมกฺขิเตน สีเสน ปุนทิวเส มาตาปิตูหิ เปสิตํ กาชภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วิหาเร นิสินฺโนว อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยํ น ทุกฺเขน อตฺตานํ อทฺธภาเวติ นาม. อยํ ปน อุกฺกฏฺฐสกฺกาโร. โย ทาสิกุจฺฉิยํ นิพฺพตฺโต อนฺตมโส รชตมุทฺทิกมฺปิ ปิฬนฺธิตฺวา โครกปิยงฺคุมตฺเตนาปิ สรีรํ วิลิมฺเปตฺวา ‘‘ปพฺพาเชถ น’’นฺติ นีโต ขุรคฺเค วา ปุนทิวเส วา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อยมฺปิ น อนทฺธภูตํ อตฺตานํ ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ นาม.

ธมฺมิกํ สุขํ นาม สงฺฆโต วา คณโต วา อุปฺปนฺนํ จตุปจฺจยสุขํ. อนธิมุจฺฉิโตติ ตณฺหามุจฺฉนาย อมุจฺฉิโต. ธมฺมิกญฺหิ สุขํ น ปริจฺจชามีติ น ตตฺถ เคโธ กาตพฺโพ. สงฺฆโต หิ อุปฺปนฺนํ สลากภตฺตํ วา วสฺสาวาสิกํ วา ‘‘อิทมตฺถํ เอต’’นฺติ ปริจฺฉินฺทิตฺวา สงฺฆมชฺเฌ ภิกฺขูนํ อนฺตเร ปริภุญฺชนฺโต ปตฺตนฺตเร ปทุมํ วิย สีลสมาธิวิปสฺสนามคฺคผเลหิ วฑฺฒติ. อิมสฺสาติ ปจฺจุปฺปนฺนานํ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ มูลภูตสฺส. ทุกฺขนิทานสฺสาติ ตณฺหาย. สา หิ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขสฺส นิทานํ. สงฺขารํ ปทหโตติ สมฺปโยควีริยํ กโรนฺตสฺส. วิราโค โหตีติ มคฺเคน วิราโค โหติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ‘‘สงฺขารปธาเนน เม อิมสฺส ทุกฺขนิทานสฺส วิราโค โหตี’’ติ เอวํ ปชานาตีติ อิมินา สุขาปฏิปทา ขิปฺปาภิญฺญา กถิตา. ทุติยวาเรน ตสฺส สมฺปโยควีริยสฺส มชฺฌตฺตตากาโร กถิโต. โส ยสฺส หิ ขฺวาสฺสาติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ – โส ปุคฺคโล ยสฺส ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารปธาเนน วิราโค โหติ, สงฺขารํ ตตฺถ ปทหติ, มคฺคปธาเนน ปทหติ. ยสฺส ปน ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาเวนฺตสฺส วิราโค โหติ, อุเปกฺขํ ตตฺถ ภาเวติ, มคฺคภาวนาย ภาเวติ. ตสฺสาติ ตสฺส ปุคฺคลสฺส.

๑๑. ปฏิพทฺธจิตฺโตติ ฉนฺทราเคน พทฺธจิตฺโต. ติพฺพจฺฉนฺโทติ พหลจฺฉนฺโท. ติพฺพาเปกฺโขติ พหลปตฺถโน. สนฺติฏฺฐนฺตินฺติ เอกโต ติฏฺฐนฺตึ. สญฺชคฺฆนฺตินฺติ มหาหสิตํ หสมานํ. สํหสนฺตินฺติ สิตํ กุรุมานํ.

เอวเมว โข, ภิกฺขเวติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมวิภาวนํ – เอโก หิ ปุริโส เอกิสฺสา อิตฺถิยา สารตฺโต ฆาสจฺฉาทนมาลาลงฺการาทีนิ ทตฺวา ฆเร วาเสติ. สา ตํ อติจริตฺวา อญฺญํ เสวติ. โส ‘‘นูน อหํ อสฺสา อนุรูปํ สกฺการํ น กโรมี’’ติ สกฺการํ วฑฺเฒสิ. สา ภิยฺโยโสมตฺตาย อติจรติเยว. โส – ‘‘อยํ สกฺกริยมานาปิ อติจรเตว, ฆเร เม วสมานา อนตฺถมฺปิ กเรยฺย, นีหรามิ น’’นฺติ ปริสมชฺเฌ อลํวจนียํ กตฺวา ‘‘มา ปุน เคหํ ปาวิสี’’ติ วิสฺสชฺเชสิ. สา เกนจิ อุปาเยน เตน สทฺธึ สนฺถวํ กาตุํ อสกฺโกนฺตี นฏนจฺจกาทีหิ สทฺธึ วิจรติ. ตสฺส ปุริสสฺส ตํ ทิสฺวา เนว อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ, โสมนสฺสํ ปน อุปฺปชฺชติ.

ตตฺถ ปุริสสฺส อิตฺถิยา สารตฺตกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน อตฺตภาเว อาลโย. ฆาสจฺฉาทนาทีนิ ทตฺวา ฆเร วสาปนกาโล วิย อตฺตภาวสฺส ปฏิชคฺคนกาโล. ตสฺสา อติจรณกาโล วิย ชคฺคิยมานสฺเสว อตฺตภาวสฺส ปิตฺตปโกปาทีนํ วเสน สาพาธตา. ‘‘อตฺตโน อนุรูปํ สกฺการํ อลภนฺตี อติจรตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา สกฺการวฑฺฒนํ วิย ‘‘เภสชฺชํ อลภนฺโต เอวํ โหตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา เภสชฺชกรณกาโล. สกฺกาเร วฑฺฒิเตปิ ปุน อติจรณํ วิย ปิตฺตาทีสุ เอกสฺส เภสชฺเช กริยมาเน เสสานํ ปโกปวเสน ปุน สาพาธตา. ปริสมชฺเฌ อลํวจนียํ กตฺวา เคหา นิกฺกฑฺฒนํ วิย ‘‘อิทานิ เต นาหํ ทาโส น กมฺมกโร, อนมตคฺเค สํสาเร ตํเยว อุปฏฺฐหนฺโต วิจรึ, โก เม ตยา อตฺโถ, ฉิชฺช วา ภิชฺช วา’’ติ ตสฺมึ อนเปกฺขตํ อาปชฺชิตฺวา วีริยํ ถิรํ กตฺวา มคฺเคน กิเลสสมุคฺฆาตนํ. นฏนจฺจกาทีหิ นจฺจมานํ วิจรนฺตึ ทิสฺวา ยถา ตสฺส ปุริสสฺส โทมนสฺสํ น อุปฺปชฺชติ, โสมนสฺสเมว อุปฺปชฺชติ, เอวเมว อิมสฺส ภิกฺขุโน อรหตฺตํ ปตฺตสฺส ปิตฺตปโกปาทีนํ วเสน อาพาธิกํ อตฺตภาวํ ทิสฺวา โทมนสฺสํ น อุปฺปชฺชติ, ‘‘มุจฺจิสฺสามิ วต ขนฺธปริหารทุกฺขโต’’ติ โสมนสฺสเมว อุปฺปชฺชตีติ. อยํ ปน อุปมา ‘‘ปฏิพทฺธจิตฺตสฺส โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อปฺปฏิพทฺธจิตฺตสฺส นตฺเถตนฺติ ญตฺวา อิตฺถิยา ฉนฺทราคํ ปชหติ, เอวมยํ ภิกฺขุ สงฺขารํ วา ปทหนฺตสฺส อุเปกฺขํ วา ภาเวนฺตสฺส ทุกฺขนิทานํ ปหียติ, โน อญฺญถาติ ญตฺวา ตทุภยํ สมฺปาเทนฺโต ทุกฺขนิทานํ ปชหตี’’ติ เอตมตฺถํ วิภาเวตุํ อาคตาติ เวทิตพฺพา.

๑๒. ยถา สุขํ โข เม วิหรโตติ เยน สุเขน วิหริตุํ อิจฺฉามิ เตน, เม วิหรโต. ปทหโตติ เปเสนฺตสฺส. เอตฺถ จ ยสฺส สุขา ปฏิปทา อสปฺปายา, สุขุมจีวรานิ ธาเรนฺตสฺส ปาสาทิเก เสนาสเน วสนฺตสฺส จิตฺตํ วิกฺขิปติ, ทุกฺขา ปฏิปทา สปฺปายา, ฉินฺนภินฺนานิ ถูลจีวรานิ ธาเรนฺตสฺส สุสานรุกฺขมูลาทีสุ วสนฺตสฺส จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ, อุสุกาโร วิย หิ ชาติชรามรณภีโต โยคี ทฏฺฐพฺโพ, วงฺกกุฏิลชิมฺหเตชนํ วิย วงฺกกุฏิลชิมฺหจิตฺตํ, เทฺว อลาตา วิย กายิกเจตสิกวีริยํ, เตชนํ อุชุํ กโรนฺตสฺส กญฺชิกเตลํ วิย สทฺธา, นมนทณฺฑโก วิย โลกุตฺตรมคฺโค, อุสฺสุการสฺส วงฺกกุฏิลชิมฺหเตชนํ กญฺชิกเตเลน สิเนเหตฺวา อลาเตสุ ตาเปตฺวา นมนทณฺฑเกน อุชุกรณํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน วงฺกกุฏิลชิมฺหจิตฺตํ สทฺธาย สิเนเหตฺวา กายิกเจตสิกวีริเยน ตาเปตฺวา โลกุตฺตรมคฺเคน อุชุกรณํ, อุสุการสฺเสว เอวํ อุชุกเตน เตชเนน สปตฺตํ วิชฺฌิตฺวา สมฺปตฺติอนุภวนํ วิย อิมสฺส โยคิโน ตถา อุชุกเตน จิตฺเตน กิเลสคณํ วิชฺฌิตฺวา ปาสาทิเก เสนาสเน นิโรธวรตลคตสฺส ผลสมาปตฺติสุขานุภวนํ ทฏฺฐพฺพํ. อิธ ตถาคโต สุขาปฏิปทาขิปฺปาภิญฺญภิกฺขุโน, ทุกฺขาปฏิปทาทนฺธาภิญฺญภิกฺขุโน จ ปฏิปตฺติโย กถิตา, อิตเรสํ ทฺวินฺนํ น กถิตา, ตา กเถตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. อิมาสุ วา ทฺวีสุ กถิตาสุ อิตราปิ กถิตาว โหนฺติ, อาคมนียปฏิปทา ปน น กถิตา, ตํ กเถตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. สหาคมนียาปิ วา ปฏิปทา กถิตาว, อทสฺสิตํ ปน เอกํ พุทฺธุปฺปาทํ ทสฺเสตฺวา เอกสฺส กุลปุตฺตสฺส นิกฺขมนเทสนํ อรหตฺเตน วินิวฏฺเฏสฺสามีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

เทวทหสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา

๒๑. เอวํ เม สุตนฺติ ปญฺจตฺตยสุตฺตํ. ตตฺถ เอเกติ เอกจฺเจ. สมณพฺราหฺมณาติ ปริพฺพชุปคตภาเวน สมณา ชาติยา พฺราหฺมณา, โลเกน วา สมณาติ จ พฺราหฺมณาติ จ เอวํ สมฺมตา. อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตีติ อปรนฺตกปฺปิกา. อปรนฺตกปฺโป วา เอเตสํ อตฺถีติปิ อปรนฺตกปฺปิกา. เอตฺถ จ อนฺโตติ ‘‘สกฺกาโย โข, อาวุโส, เอโก อนฺโต’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๖.๖๑) วิย อิธ โกฏฺฐาโส อธิปฺเปโต. กปฺโปติ ตณฺหาทิฏฺฐิโย. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘กปฺโปติ อุทฺทานโต เทฺว กปฺปา ตณฺหากปฺโป จ ทิฏฺฐิกปฺโป จา’’ติ. ตสฺมา ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน อนาคตํ ขนฺธโกฏฺฐาสํ กปฺเปตฺวา ฐิตาติ อปรนฺตกปฺปิกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เตสํ เอวํ อปรนฺตํ กปฺเปตฺวา ฐิตานํ ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชนวเสน อปรนฺตเมว อนุคตา ทิฏฺฐีติ อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน. เต เอวํทิฏฺฐิโน ตํ อปรนฺตํ อารพฺภ อาคมฺม ปฏิจฺจ อญฺญมฺปิ ชนํ ทิฏฺฐิคติกํ กโรนฺตา อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ. อเนกวิหิตานีติ อเนกวิธานิ. อธิวุตฺติปทานีติ อธิวจนปทานิ. อถ วา ภูตมตฺถํ อธิภวิตฺวา ยถาสภาวโต อคฺคเหตฺวา วตฺตนโต อธิวุตฺติโยติ ทิฏฺฐิโย วุจฺจนฺติ, อธิวุตฺตีนํ ปทานิ อธิวุตฺติปทานิ, ทิฏฺฐิทีปกานิ วจนานีติ อตฺโถ.

สญฺญีติ สญฺญาสมงฺคี. อโรโคติ นิจฺโจ. อิตฺเถเกติ อิตฺถํ เอเก, เอวเมเกติ อตฺโถ. อิมินา โสฬส สญฺญีวาทา กถิตา, อสญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, เนวสญฺญีนาสญฺญีติ อิมินา อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สโต วา ปน สตฺตสฺสาติ อิมินา สตฺต อุจฺเฉทวาทา. ตตฺถ สโตติ วิชฺชมานสฺส. อุจฺเฉทนฺติ อุปจฺเฉทํ. วินาสนฺติ อทสฺสนํ. วิภวนฺติ ภววิคมํ. สพฺพาเนตานิ อญฺญมญฺญเววจนาเนว. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วาติ อิมินา ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทา กถิตา. ตตฺถ ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺขธมฺโม วุจฺจติ, ตตฺถ ตตฺถ ปฏิลทฺธอตฺตภาวสฺเสตํ อธิวจนํ. ทิฏฺฐธมฺเม นิพฺพานํ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ, อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว ทุกฺขวูปสมนฺติ อตฺโถ. สนฺตํ วาติ สญฺญีติอาทิวเสน ตีหากาเรหิ สนฺตํ. ตีณิ โหนฺตีติ สญฺญี อตฺตาติอาทีนิ สนฺตอตฺตวเสน เอกํ, อิตรานิ เทฺวติ เอวํ ตีณิ.

๒๒. รูปึ วาติ กรชรูเปน วา กสิณรูเปน วา รูปึ. ตตฺถ ลาภี กสิณรูปํ อตฺตาติ คณฺหาติ, ตกฺกี อุโภปิ รูปานิ คณฺหาติเยว. อรูปินฺติ อรูปสมาปตฺตินิมิตฺตํ วา, ฐเปตฺวา สญฺญากฺขนฺธํ เสสอรูปธมฺเม วา อตฺตาติ ปญฺญเปนฺตา ลาภิโนปิ ตกฺกิกาปิ เอวํ ปญฺญเปนฺติ. ตติยทิฏฺฐิ ปน มิสฺสกคาหวเสน ปวตฺตา, จตุตฺถา ตกฺกคาเหเนว. ทุติยจตุกฺเก ปฐมทิฏฺฐิ สมาปนฺนกวาเรน กถิตา, ทุติยทิฏฺฐิ อสมาปนฺนกวาเรน, ตติยทิฏฺฐิ สุปฺปมตฺเตน วา สราวมตฺเตน วา กสิณปริกมฺมวเสน, จตุตฺถทิฏฺฐิ วิปุลกสิณวเสน กถิตาติ เวทิตพฺพา.

เอตํ วา ปเนเกสํ อุปาติวตฺตตนฺติ สญฺญีติปเทน สงฺเขปโต วุตฺตํ สญฺญาสตฺตกํ อติกฺกนฺตานนฺติ อตฺโถ. อปเร อฏฺฐกนฺติ วทนฺติ. ตทุภยํ ปรโต อาวิภวิสฺสติ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – เกจิ หิ เอตา สตฺต วา อฏฺฐ วา สญฺญา สมติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺติ, เกจิ ปน น สกฺโกนฺติ. ตตฺถ เย สกฺโกนฺติ, เตว คหิตา. เตสํ ปน เอเกสํ อุปาติวตฺตตํ อติกฺกมิตุํ สกฺโกนฺตานํ ยถาปิ นาม คงฺคํ อุตฺติณฺเณสุ มนุสฺเสสุ เอโก ทีฆวาปึ คนฺตฺวา ติฏฺเฐยฺย, เอโก ตโต ปรํ มหาคามํ; เอวเมว เอเก วิญฺญาณญฺจายตนํ อปฺปมาณํ อาเนญฺชนฺติ วตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เอเก อากิญฺจญฺญายตนํ. ตตฺถ วิญฺญาณญฺจายตนํ ตาว ทสฺเสตุํ วิญฺญาณกสิณเมเกติ วุตฺตํ. ปรโต ‘‘อากิญฺจญฺญายตนเมเก’’ติ วกฺขติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ ทิฏฺฐิคตญฺจ ทิฏฺฐิปจฺจยญฺจ ทิฏฺฐารมฺมณญฺจ. ตถาคโต อภิชานาตีติ. อิมินา ปจฺจเยน อิทํ นาม ทสฺสนํ คหิตนฺติ อภิวิสิฏฺเฐน ญาเณน ชานาติ.

อิทานิ ตเทว วิตฺถาเรนฺโต เย โข เต โภนฺโตติอาทิมาห. ยา วา ปน เอตาสํ สญฺญานนฺติ ยา วา ปน เอตาสํ ‘‘ยทิ รูปสญฺญาน’’นฺติ เอวํ วุตฺตสญฺญานํ. ปริสุทฺธาติ นิรุปกฺกิเลสา. ปรมาติ อุตฺตมา. อคฺคาติ เสฏฺฐา. อนุตฺตริยา อกฺขายตีติ อสทิสา กถียติ. ยทิ รูปสญฺญานนฺติ อิมินา จตสฺโส รูปาวจรสญฺญา กถิตา. ยทิ อรูปสญฺญานนฺติ อิมินา อากาสานญฺจายตนวิญฺญาณญฺจายตนสญฺญา. อิตเรหิ ปน ทฺวีหิ ปเทหิ สมาปนฺนกวาโร จ อสมาปนฺนกวาโร จ กถิโตติ เอวเมตา โกฏฺฐาสโต อฏฺฐ, อตฺถโต ปน สตฺต สญฺญา โหนฺติ. สมาปนฺนกวาโร หิ ปุริมาหิ ฉหิสงฺคหิโตเยว. ตยิทํ สงฺขตนฺติ ตํ อิทํ สพฺพมฺปิ สญฺญาคตํ สทฺธึ ทิฏฺฐิคเตน สงฺขตํ ปจฺจเยหิ สมาคนฺตฺวา กตํ. โอฬาริกนฺติ สงฺขตตฺตาว โอฬาริกํ. อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธติ เอเตสํ ปน สงฺขตนฺติ วุตฺตานํ สงฺขารานํ นิโรธสงฺขาตํ นิพฺพานํ นาม อตฺถิ. อตฺเถตนฺติ อิติ วิทิตฺวาติ ตํ โข ปน นิพฺพานํ ‘‘อตฺถิ เอต’’นฺติ เอวํ ชานิตฺวา. ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวีติ ตสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณทสฺสี นิพฺพานทสฺสี. ตถาคโต ตทุปาติวตฺโตติ ตํ สงฺขตํ อติกฺกนฺโต สมติกฺกนฺโตติ อตฺโถ.

๒๓. ตตฺราติ เตสุ อฏฺฐสุ อสญฺญีวาเทสุ. รูปึ วาติอาทีนิ สญฺญีวาเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. อยญฺจ ยสฺมา อสญฺญีวาโท, ตสฺมา อิธ ทุติยจตุกฺกํ น วุตฺตํ. ปฏิกฺโกสนฺตีติ ปฏิพาหนฺติ ปฏิเสเธนฺติ. สญฺญา โรโคติอาทีสุ อาพาธฏฺเฐน โรโค, สโทสฏฺเฐน คณฺโฑ, อนุปวิฏฺฐฏฺเฐน สลฺลํ. อาคตึ วา คตึ วาติอาทีสุ ปฏิสนฺธิวเสน อาคตึ, จุติวเสน คตึ, จวนวเสน จุตึ, อุปปชฺชนวเสน อุปปตฺตึ, ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชิตฺวา อปราปรํ วฑฺฒนวเสน วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ. กามญฺจ จตุโวการภเว รูปํ วินาปิ วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ อตฺถิ, เสเส ปน ตโย ขนฺเธ วินา นตฺถิ. อยํ ปน ปโญฺห ปญฺจโวการภววเสน กถิโต. ปญฺจโวกาเร หิ เอตฺตเก ขนฺเธ วินา วิญฺญาณสฺส ปวตฺติ นาม นตฺถิ. วิตณฺฑวาที ปเนตฺถ ‘‘อญฺญตฺร รูปาติอาทิวจนโต อรูปภเวปิ รูปํ, อสญฺญาภเว จ วิญฺญาณํ อตฺถิ, ตถา นิโรธสมาปนฺนสฺสา’’ติ วทติ. โส วตฺตพฺโพ – พฺยญฺชนจฺฉายาย เจ อตฺถํ ปฏิพาหสิ, อาคตึ วาติอาทิวจนโต ตํ วิญฺญาณํ ปกฺขิทฺวิปทจตุปฺปทา วิย อุปฺปติตฺวาปิ คจฺฉติ, ปทสาปิ คจฺฉติ, โควิสาณวลฺลิอาทีนิ วิย จ วฑฺฒตีติ อาปชฺชติ. เย จ ภควตา อเนกสเตสุ สุตฺเตสุ ตโย ภวา วุตฺตา, เต อรูปภวสฺส อภาวา เทฺวว อาปชฺชนฺติ. ตสฺมา มา เอวํ อวจ, ยถา วุตฺตมตฺถํ ธาเรหีติ.

๒๔. ตตฺราติ อฏฺฐสุ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาเทสุ ภุมฺมํ. อิธาปิ รูปึ วาติอาทีนิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. อสญฺญา สมฺโมโหติ นิสฺสญฺญภาโว นาเมส สมฺโมหฏฺฐานํ. โย หิ กิญฺจิ น ชานาติ, ตํ อสญฺญี เอโสติ วทนฺติ. ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพสงฺขารมตฺเตนาติ ทิฏฺฐวิญฺญาตพฺพมตฺเตน สุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน มุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน. เอตฺถ จ วิชานาตีติ วิญฺญาตพฺพํ, ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพมตฺเตน ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺติมตฺเตนาติ อยญฺหิ เอตฺถ อตฺโถ. สงฺขารมตฺเตนาติ โอฬาริกสงฺขารปวตฺติมตฺเตนาติ อตฺโถ. เอตสฺส อายตนสฺสาติ เอตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺส. อุปสมฺปทนฺติ ปฏิลาภํ. พฺยสนํ เหตนฺติ วินาโส เหส, วุฏฺฐานํ เหตนฺติ อตฺโถ. ปญฺจทฺวาริกสญฺญาปวตฺตญฺหิ โอฬาริกสงฺขารปวตฺตํ วา อปฺปวตฺตํ กตฺวา ตํ สมาปชฺชิตพฺพํ. ตสฺส ปน ปวตฺเตน ตโต วุฏฺฐานํ โหตีติ ทสฺเสติ. สงฺขารสมาปตฺติปตฺตพฺพมกฺขายตีติ โอฬาริกสงฺขารปวตฺติยา ปตฺตพฺพนฺติ น อกฺขายติ. สงฺขาราวเสสสมาปตฺติปตฺตพฺพนฺติ สงฺขารานํเยว อวเสสา ภาวนาวเสน สพฺพสุขุมภาวํ ปตฺตา สงฺขารา, เตสํ ปวตฺติยา เอตํ ปตฺตพฺพนฺติ อตฺโถ. เอวรูเปสุ หิ สงฺขาเรสุ ปวตฺเตสุ เอตํ ปตฺตพฺพํ นาม โหติ. ตยิทนฺติ ตํ อิทํ เอตํ สุขุมมฺปิ สมานํ สงฺขตํ สงฺขตตฺตา จ โอฬาริกํ.

๒๕. ตตฺราติ สตฺตสุ อุจฺเฉทวาเทสุ ภุมฺมํ. อุทฺธํ สรนฺติ อุทฺธํ วุจฺจติ อนาคตสํสารวาโท, อนาคตํ สํสารวาทํ สรนฺตีติ อตฺโถ. อาสตฺตึเยว อภิวทนฺติ ลคฺคนกํเยว วทนฺติ. ‘‘อาสตฺต’’นฺติปิ ปาโฐ, ตณฺหํเยว วทนฺตีติ อตฺโถ. อิติ เปจฺจ ภวิสฺสามาติ เอวํ เปจฺจ ภวิสฺสาม. ขตฺติยา ภวิสฺสาม, พฺราหฺมณา ภวิสฺสามาติ เอวเมตฺถ นโย เนตพฺโพ. วาณิชูปมา มญฺเญติ วาณิชูปมา วิย วาณิชปฏิภาคา วาณิชสทิสา มยฺหํ อุปฏฺฐหนฺติ. สกฺกายภยาติ สกฺกายสฺส ภยา. เต หิ ยเถว ‘‘จตฺตาโร โข, มหาราช, อภยสฺส ภายนฺติ. กตเม จตฺตาโร? คณฺฑุปฺปาโท โข, มหาราช, ภยา ปถวึ น ขาทติ ‘มา ปถวี ขิยี’ติ, โกนฺโต โข, มหาราช, เอกปาเทน ติฏฺฐติ ‘มา ปถวี โอสีที’ติ, กิกี โข, มหาราช, อุตฺตานา เสติ ‘มา อมฺภา อุนฺทฺริยี’ติ, พฺราหฺมณธมฺมิโก โข, มหาราช, พฺรหฺมจริยํ น จรติ ‘มา โลโก อุจฺฉิชฺชี’ติ อิเม จตฺตาโร อภยสฺส ภายนฺติ, เอวํ สกฺกายสฺส ภายนฺติ’’. สกฺกายปริเชคุจฺฉาติ ตเมว เตภูมกสงฺขาตํ สกฺกายํ ปริชิคุจฺฉมานา. สา คทฺทุลพทฺโธติ ทณฺฑเก รชฺชุํ ปเวเสตฺวา พทฺธสุนโข. เอวเมวิเมติ เอตฺถ ทฬฺหตฺถมฺโภ วิย ขีโล วิย จ เตภูมกธมฺมสงฺขาโต สกฺกาโย ทฏฺฐพฺโพ, สา วิย ทิฏฺฐิคติโก, ทณฺฑโก วิย ทิฏฺฐิ, รชฺชุ วิย ตณฺหา, คทฺทุเลน พนฺธิตฺวา ถมฺเภ วา ขีเล วา อุปนิพทฺธสุนขสฺส อตฺตโน ธมฺมตาย ฉินฺทิตฺวา คนฺตุํ อสมตฺถสฺส อนุปริธาวนํ วิย ทิฏฺฐิคติกสฺส ทิฏฺฐิทณฺฑเก ปเวสิตาย ตณฺหารชฺชุยา พนฺธิตฺวา สกฺกาเย อุปนิพทฺธสฺส อนุปริธาวนํ เวทิตพฺพํ.

๒๖. อิมาเนว ปญฺจายตนานีติ อิมาเนว ปญฺจ การณานิ. อิติ มาติกํ ฐเปนฺเตนปิ ปญฺเจว ฐปิตานิ, นิคเมนฺเตนปิ ปญฺเจว นิคมิตานิ, ภาเชนฺเตน ปน จตฺตาริ ภาชิตานิ. ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ กุหึ ปวิฏฺฐนฺติ. เอกตฺตนานตฺตวเสน ทฺวีสุ ปเทสุ ปวิฏฺฐนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๗. เอวญฺจ จตุจตฺตาลีส อปรนฺตกปฺปิเก ทสฺเสตฺวา อิทานิ อฏฺฐารส ปุพฺพนฺตกปฺปิเก ทสฺเสตุํ สนฺติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อตีตโกฏฺฐาสสงฺขาตํ ปุพฺพนฺตํ กปฺเปตฺวา วิกปฺเปตฺวา คณฺหนฺตีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. ปุพฺพนฺตกปฺโป วา เอเตสํ อตฺถีติ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา. เอวํ เสสมฺปิ ปุพฺเพ วุตฺตปฺปการํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จาติ รูปาทีสุ อญฺญตรํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา สสฺสโต อมโร นิจฺโจ ธุโวติ อภิวทนฺติ. ยถาห ‘‘รูปํ อตฺตา เจว โลโก จ สสฺสโต จาติ อตฺตานญฺจ โลกญฺจ ปญฺญเปนฺตี’’ติ วิตฺถาโร. อสสฺสตาทีสุปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ ปฐมวาเทน จตฺตาโร สสฺสตวาทา วุตฺตา, ทุติยวาเทน สตฺต อุจฺเฉทวาทา.

นนุ เจเต เหฏฺฐา อาคตา, อิธ กสฺมา ปุน คหิตาติ. เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ มโต ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชตีติ ทสฺสนตฺถํ อาคตา. อิธ ปน ปุพฺเพนิวาสลาภี ทิฏฺฐิคติโก อตีตํ ปสฺสติ, น อนาคตํ, ตสฺส เอวํ โหติ ‘‘ปุพฺพนฺตโต อาคโต อตฺตา อิเธว อุจฺฉิชฺชติ, อิโต ปรํ น คจฺฉตี’’ติ อิมสฺสตฺถสฺส ทสฺสนตฺถํ คหิตา. ตติยวาเทน จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสตวาทา วุตฺตา, จตุตฺถวาเทน จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา วุตฺตา. อนฺตวาติ สปริยนฺโต ปริจฺฉินฺโน ปริวฏุโม. อวฑฺฒิตกสิณสฺส ตํ กสิณํ อตฺตาติ จ โลโกติ จ คเหตฺวา เอวํ โหติ. ทุติยวาโท วฑฺฒิตกสิณสฺส วเสน วุตฺโต, ตติยวาโท ติริยํ วฑฺเฒตฺวา อุทฺธมโธ อวฑฺฒิตกสิณสฺส, จตุตฺถวาโท ตกฺกิวเสน วุตฺโต. อนนฺตรจตุกฺกํ เหฏฺฐา วุตฺตนยเมว.

เอกนฺตสุขีติ นิรนฺตรสุขี. อยํ ทิฏฺฐิ ลาภีชาติสฺสรตกฺกีนํ วเสน อุปฺปชฺชติ. ลาภิโน หิ ปุพฺเพนิวาสญาเณน ขตฺติยาทิกุเล เอกนฺตสุขเมว อตฺตโน ชาตึ อนุสฺสรนฺตสฺส เอวํ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ตถา ชาติสฺสรสฺส ปจฺจุปฺปนฺนํ สุขมนุภวโต อตีตาสุ สตฺตสุ ชาตีสุ ตาทิสเมว อตฺตภาวํ อนุสฺสรนฺตสฺส. ตกฺกิสฺส ปน อิธ สุขสมงฺคิโน ‘‘อตีเตปาหํ เอวเมว อโหสิ’’นฺติ ตกฺเกเนว อุปฺปชฺชติ.

เอกนฺตทุกฺขีติ อยํ ทิฏฺฐิ ลาภิโน นุปฺปชฺชติ. โส หิ เอกนฺเตเนว อิธ ฌานสุเขน สุขี โหติ. อิธ ทุกฺเขน ผุฏฺฐสฺส ปน ชาติสฺสรสฺส ตกฺกิสฺเสว จ สา อุปฺปชฺชติ. ตติยา อิธ โวกิณฺณสุขทุกฺขานํ สพฺเพสมฺปิ เตสํ อุปฺปชฺชติ, ตถา จตุตฺถา ทิฏฺฐิ. ลาภิโน หิ อิทานิ จตุตฺถชฺฌานวเสน อทุกฺขมสุขสฺส, ปุพฺเพ จตุตฺถชฺฌานิกเมว พฺรหฺมโลกํ อนุสฺสรนฺตสฺส. ชาติสฺสรสฺสาปิ ปจฺจุปฺปนฺเน มชฺฌตฺตสฺส, อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ มชฺฌตฺตภูตฏฺฐานเมว อนุสฺสรนฺตสฺส, ตกฺกิโนปิ ปจฺจุปฺปนฺเน มชฺฌตฺตสฺส, อตีเตปิ เอวํ ภวิสฺสตีติ ตกฺเกเนว คณฺหนฺตสฺส เอสา ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. เอตฺตาวตา จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจ-สมุปฺปนฺนิกาติ อฏฺฐารสปิ ปุพฺพนฺตกปฺปิกา กถิตา โหนฺติ.

๒๘. อิทานิ ทิฏฺฐุทฺธารํ อุทฺธรนฺโต ตตฺร, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ปจฺจตฺตํเยว ญาณนฺติ ปจฺจกฺขญาณํ. ปริสุทฺธนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ. ปริโยทาตนฺติ ปภสฺสรํ. สพฺพปเทหิ วิปสฺสนาญาณํเยว กถิตํ. สทฺธาทโย หิ ปญฺจ ธมฺมา พาหิรสมยสฺมิมฺปิ โหนฺติ, วิปสฺสนาญาณํ สาสนสฺมึเยว. ตตฺถ ญาณภาคมตฺตเมว ปริโยทเปนฺตีติ มยมิทํ ชานามาติ เอวํ ตตฺถ ญาณโกฏฺฐาสํ โอตาเรนฺติเยว. อุปาทานมกฺขายตีติ น ตํ ญาณํ, มิจฺฉาทสฺสนํ นาเมตํ, ตสฺมา ตทปิ เตสํ ภวนฺตานํ ทิฏฺฐุปาทานํ อกฺขายตีติ อตฺโถ. อถาปิ ตํ ชานนมตฺตลกฺขณตฺตา ญาณภาคมตฺตเมว, ตถาปิ ตสฺส ทสฺสนสฺส อนุปาติวตฺตนโต อุปาทานปจฺจยโต จ อุปาทานเมว. ตทุปาติวตฺโตติ ตํ ทิฏฺฐึ อติกฺกนฺโต. เอตฺตาวตา จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ พฺรหฺมชาเล อาคตา ทฺวาสฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิโย กถิตา โหนฺติ. พฺรหฺมชาเล ปน กถิเต อิทํ สุตฺตํ อกถิตเมว โหติ. กสฺมา? อิธ ตโต อติเรกาย สกฺกายทิฏฺฐิยา อาคตตฺตา. อิมสฺมึ ปน กถิเต พฺรหฺมชาลํ กถิตเมว โหติ.

๓๐. อิทานิ อิมา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย อุปฺปชฺชมานา สกฺกายทิฏฺฐิปมุเขเนว อุปฺปชฺชนฺตีติ ทสฺเสตุํ อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจติอาทิมาห. ตตฺถ ปฏินิสฺสคฺคาติ ปริจฺจาเคน. กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานาติ ปญฺจกามคุณตณฺหานํ นิสฺสฏฺฐตฺตา. ปวิเวกํ ปีตินฺติ สปฺปีติกชฺฌานทฺวยปีตึ. นิรุชฺฌตีติ ฌานนิโรเธน นิรุชฺฌติ. สมาปตฺติโต ปน วุฏฺฐิตสฺส นิรุทฺธา นาม โหติ. ยเถว หิ ‘‘อทุกฺขมสุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ, นิรามิสสุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา’’ติ เอตฺถ น อยมตฺโถ โหติ – จตุตฺถชฺฌานนิโรธา ตติยชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐาย ตติยํ ฌานํ สมาปชฺชติ, ตติยชฺฌานา วุฏฺฐาย จตุตฺถํ ฌานํ สมาปชฺชตีติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสนฺติ หีนชฺฌานปริยาทานกโทมนสฺสํ. สมาปตฺติโต วุฏฺฐิตจิตฺตสฺส ปน กมฺมนียภาโว กถิโต.

ปวิเวกา ปีตีติ สา เอว ฌานทฺวยปีติ. ยํ ฉายา ชหตีติ ยํ ฐานํ ฉายา ชหติ. กึ วุตฺตํ โหติ? ยสฺมึ ฐาเน ฉายา อตฺถิ, ตสฺมึ อาตโป นตฺถิ. ยสฺมึ อาตโป อตฺถิ, ตสฺมึ ฉายา นตฺถีติ.

๓๑. นิรามิสํ สุขนฺติ ตติยชฺฌานสุขํ.

๓๒. อทุกฺขมสุขนฺติ จตุตฺถชฺฌานเวทนํ.

๓๓. อนุปาทาโนหมสฺมีติ นิคฺคหโณ อหมสฺมิ. นิพฺพานสปฺปายนฺติ นิพฺพานสฺส สปฺปายํ อุปการภูตํ. นนุ จ มคฺคทสฺสนํ นาม สพฺพตฺถ นิกนฺติยา สุกฺขาปิตาย อุปฺปชฺชติ, กถเมตํ นิพฺพานสฺส อุปการปฏิปทา นาม ชาตนฺติ, สพฺพตฺถ อนุปาทิยนวเสน อคฺคณฺหนวเสน อุปการปฏิปทา นาม ชาตํ. อภิวทตีติ อภิมาเนน อุปวทติ. ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐินฺติ อฏฺฐารสวิธมฺปิ ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐึ. อปรนฺตานุทิฏฺฐินฺติ จตุจตฺตารีสวิธมฺปิ อปรนฺตานุทิฏฺฐึ. อุปาทานมกฺขายตีติ อหมสฺมีติ คหณสฺส สกฺกายทิฏฺฐิปริยาปนฺนตฺตา ทิฏฺฐุปาทานํ อกฺขายติ.

สนฺติวรปทนฺติ วูปสนฺตกิเลสตฺตา สนฺตํ อุตฺตมปทํ. ฉนฺนํ ผสฺสายตนานนฺติ ภควตา ‘‘ยตฺถ จกฺขุ จ นิรุชฺฌติ รูปสญฺญา จ นิรุชฺฌติ โส อายตโน เวทิตพฺโพ’’ติ เอตฺถ ทฺวินฺนํ อายตนานํ ปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ.

‘‘ยตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;

อโต สรา นิวตฺตนฺติ, เอตฺถ วฏฺฏํ น วตฺตติ;

เอตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๗) –

เอตฺถ ปน สงฺขารปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ.

‘‘กตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;

กตฺถ ทีฆญฺจ รสฺสญฺจ, อณุํ ถูลํ สุภาสุภํ;

กตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ. (ที. นิ. ๑.๔๙๘);

ตตฺร เวยฺยากรณํ ภวติ –

‘‘วิญฺญาณํ อนิทสฺสนํ, อนนฺตํ สพฺพโต ปภ’’นฺติ –

เอตฺถ สงฺขารปฏิกฺเขเปน นิพฺพานํ ทสฺสิตํ. อิมสฺมึ ปน สุตฺเต ฉอายตนปฏิกฺเขเปน ทสฺสิตํ. อญฺญตฺถ จ อนุปาทาวิโมกฺโขติ นิพฺพานเมว ทสฺสิตํ, อิธ ปน อรหตฺตผลสมาปตฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ปญฺจตฺตยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. กินฺติสุตฺตวณฺณนา

๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ กินฺติสุตฺตํ. ตตฺถ ปิสินารายนฺติ เอวํนามเก มณฺฑลปเทเส. พลิหรเณติ ตสฺมึ วนสณฺเฑ ภูตานํ พลึ อาหรนฺติ, ตสฺมา โส พลิหรณนฺติ วุตฺโต. จีวรเหตูติ จีวรการณา, จีวรํ ปจฺจาสีสมาโนติ อตฺโถ. อิติภวาภวเหตูติ เอวํ อิมํ เทสนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุํ นิสฺสาย ตสฺมึ ตสฺมึ ภเว สุขํ เวทิสฺสามีติ ธมฺมํ เทเสตีติ กึ ตุมฺหากํ เอวํ โหตีติ อตฺโถ.

๓๕. จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติอาทโย สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา โลกิยโลกุตฺตราว กถิตา. ตตฺถาติ เตสุ สตฺตตึสาย ธมฺเมสุ. สิยํสูติ ภเวยฺยุํ. อภิธมฺเมติ วิสิฏฺเฐ ธมฺเม, อิเมสุ สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺเมสูติ อตฺโถ. ตตฺร เจติ อิทมฺปิ โพธิปกฺขิยธมฺเมเสฺวว ภุมฺมํ. อตฺถโต เจว นานํ พฺยญฺชนโต จาติ เอตฺถ ‘‘กาโยว สติปฏฺฐานํ เวทนาว สติปฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺเต อตฺถโต นานํ โหติ, ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ วุตฺเต ปน พฺยญฺชนโต นานํ นาม โหติ. ตทมินาปีติ ตํ ตุเมฺห อิมินาปิ การเณน ชานาถาติ อตฺถญฺจ พฺยญฺชนญฺจ สมาเนตฺวา อถสฺส จ อญฺญถา คหิตภาโว พฺยญฺชนสฺส จ มิจฺฉา โรปิตภาโว ทสฺเสตพฺโพ. โย ธมฺโม โย วินโยติ เอตฺถ อตฺถญฺจ พฺยญฺชนญฺจ วิญฺญาปนการณเมว ธมฺโม จ วินโย จ.

๓๗. อตฺถโต หิ โข สเมตีติ สติเยว สติปฏฺฐานนฺติ คหิตา. พฺยญฺชนโต นานนฺติ เกวลํ พฺยญฺชนเมว สติปฏฺฐาโนติ วา สติปฏฺฐานาติ วา มิจฺฉา โรเปถ. อปฺปมตฺตกํ โขติ สุตฺตนฺตํ ปตฺวา พฺยญฺชนํ อปฺปมตฺตกํ นาม โหติ. ปริตฺตมตฺตํ ธนิตํ กตฺวา โรปิเตปิ หิ นิพฺพุตึ ปตฺตุํ สกฺกา โหติ.

ตตฺริทํ วตฺถุ – วิชยารามวิหารวาสี กิเรโก ขีณาสวตฺเถโร ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ สุตฺตํ อาหริตฺวา กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต – ‘‘สมุทฺโธ สมุทฺโธติ, ภิกฺขเว, อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสตี’’ติ ธนิตํ กตฺวา อาห. เอโก ภิกฺขุ ‘‘สมุทฺโธ นาม, ภนฺเต’’ติ อาห. อาวุโส, สมุทฺโธติ วุตฺเตปิ สมุทฺโทติ วุตฺเตปิ มยํ โลณสาครเมว ชานาม, ตุเมฺห ปน โน อตฺถคเวสกา, พฺยญฺชนคเวสกา, คจฺฉถ มหาวิหาเร ปคุณพฺยญฺชนานํ ภิกฺขูนํ สนฺติเก พฺยญฺชนํ โสธาเปถาติ กมฺมฏฺฐานํ อกเถตฺวาว อุฏฺฐาเปสิ. โส อปรภาเค มหาวิหาเร เภรึ ปหราเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆสฺส จตูสุ มคฺเคสุ ปญฺหํ กเถตฺวาว ปรินิพฺพุโต. เอวํ สุตฺตนฺตํ ปตฺวา พฺยญฺชนํ อปฺปมตฺตกํ นาม โหติ.

วินยํ ปน ปตฺวา โน อปฺปมตฺตกํ. สามเณรปพฺพชฺชาปิ หิ อุภโตสุทฺธิโต วฏฺฏติ, อุปสมฺปทาทิกมฺมานิปิ สิถิลาทีนํ ธนิตาทิกรณมตฺเตเนว กุปฺปนฺติ. อิธ ปน สุตฺตนฺตพฺยญฺชนํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

๓๘. อถ จตุตฺถวาเร วิวาโท กสฺมา? สญฺญาย วิวาโท. ‘‘อหํ สติเมว สติปฏฺฐานํ วทามิ, อยํ ‘กาโย สติปฏฺฐาน’นฺติ วทตี’’ติ หิ เนสํ สญฺญา โหติ. พฺยญฺชเนปิ เอเสว นโย.

๓๙. น โจทนาย ตริตพฺพนฺติ น โจทนตฺถาย เวคายิตพฺพํ. เอกจฺโจ หิ ปุคฺคโล ‘‘นลาเฏ เต สาสปมตฺตา ปิฬกา’’ติ วุตฺโต ‘‘มยฺหํ นลาเฏ สาสปมตฺตํ ปิฬกํ ปสฺสสิ, อตฺตโน นลาเฏ ตาลปกฺกมตฺตํ มหาคณฺฑํ น ปสฺสสี’’ติ วทติ. ตสฺมา ปุคฺคโล อุปปริกฺขิตพฺโพ. อทฬฺหทิฏฺฐีติ อนาทานทิฏฺฐี สุํสุมารํ หทเย ปกฺขิปนฺโต วิย ทฬฺหํ น คณฺหาติ.

อุปฆาโตติ จณฺฑภาเวน วณฆฏฺฏิตสฺส วิย ทุกฺขุปฺปตฺติ. สุปฺปฏินิสฺสคฺคีติ ‘‘กึ นาม อหํ อาปนฺโน, กทา อาปนฺโน’’ติ วา ‘‘ตฺวํ อาปนฺโน, ตว อุปชฺฌาโย อาปนฺโน’’ติ วา เอกํ เทฺว วาเร วตฺวาปิ ‘‘อสุกํ นาม อสุกทิวเส นาม, ภนฺเต, อาปนฺนตฺถ, สณิกํ อนุสฺสรถา’’ติ สริตฺวา ตาวเทว วิสฺสชฺเชติ. วิเหสาติ พหุํ อตฺถญฺจ การณญฺจ อาหรนฺตสฺส กายจิตฺตกิลมโถ. สกฺโกมีติ เอวรูโป หิ ปุคฺคโล โอกาสํ กาเรตฺวา ‘‘อาปตฺตึ อาปนฺนตฺถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺโต ‘‘กทา กิสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วตฺวา ‘‘อสุกทิวเส อสุกสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ วุตฺเต ‘‘น สรามิ, อาวุโส’’ติ วทติ, ตโต ‘‘สณิกํ, ภนฺเต, สรถา’’ติ พหุํ วตฺวา สาริโต สริตฺวา วิสฺสชฺเชติ. เตนาห ‘‘สกฺโกมี’’ติ. อิมินา นเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

อุเปกฺขา นาติมญฺญิตพฺพาติ อุเปกฺขา น อติกฺกมิตพฺพา, กตฺตพฺพา ชเนตพฺพาติ อตฺโถ. โย หิ เอวรูปํ ปุคฺคลํ ฐิตกํเยว ปสฺสาวํ กโรนฺตํ ทิสฺวาปิ ‘‘นนุ, อาวุโส, นิสีทิตพฺพ’’นฺติ วทติ, โส อุเปกฺขํ อติมญฺญติ นาม.

๔๐. วจีสํหาโรติ วจนสญฺจาโร. อิเมหิ กถิตํ อมูสํ อนฺตรํ ปเวเสยฺย, ตุเมฺห อิเมหิ อิทญฺจิทญฺจ วุตฺตาติ อมูหิ กถิตํ อิเมสํ อนฺตรํ ปเวเสยฺยาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิปฬาโสติอาทีหิ จิตฺตสฺส อนาราธนิยภาโว กถิโต. ตํ ชานมาโน สมาโน ครเหยฺยาติ ตํ สตฺถา ชานมาโน สมาโน นินฺเทยฺย อเมฺหติ. เอตํ ปนาวุโส, ธมฺมนฺติ เอตํ กลหภณฺฑนธมฺมํ.

ตญฺเจติ ตํ สญฺญตฺติการกํ ภิกฺขุํ. เอวํ พฺยากเรยฺยาติ มยา เอเต สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาปิตาติ อวตฺวา เยน การเณน สญฺญตฺติ กตา, ตเทว ทสฺเสนฺโต เอวํ พฺยากเรยฺย. ตาหํ ธมฺมํ สุตฺวาติ เอตฺถ ธมฺโมติ สารณียธมฺโม อธิปฺเปโต. น เจว อตฺตานนฺติอาทีสุ ‘‘พฺรหฺมโลกปฺปมาโณ เหส อคฺคิ อุฏฺฐาสิ, โก เอตมญฺญตฺร มยา นิพฺพาเปตุํ สมตฺโถ’’ติ หิ วทนฺโต อตฺตานํ อุกฺกํเสติ นาม. ‘‘เอตฺตกา ชนา วิจรนฺติ, โอกาโส ลทฺธุํ น สกฺกา, เอโกปิ เอตฺตกมตฺตํ นิพฺพาเปตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถี’’ติ วทมาโน ปรํ วมฺเภติ นาม. ตทุภยมฺเปส น กโรติ. ธมฺโม ปเนตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส พฺยากรณํ, เตสํ ภิกฺขูนํ สญฺญตฺติกรณํ อนุธมฺโม, ตเทว พฺยากโรติ นาม. น จ โกจิ สหธมฺมิโกติ อญฺโญ จสฺส โกจิ สเหตุโก ปเรหิ วุตฺโต วาโท วา อนุวาโท วา ครหิตพฺพภาวํ อาคจฺฉนฺโต นาม นตฺถิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

กินฺติสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. สามคามสุตฺตวณฺณนา

๔๑. เอวํ เม สุตนฺติ สามคามสุตฺตํ. ตตฺถ สามคาเมติ สามากานํ อุสฺสนฺนตฺตา เอวํลทฺธนาเม คาเม. อธุนา กาลงฺกโตติ สมฺปติ กาลํ กโต. เทฺวธิกชาตาติ เทฺวชฺฌชาตา เทฺวภาคชาตา. ภณฺฑนาทีสุ ภณฺฑนํ ปุพฺพภาคกลโห, ตํ ทณฺฑาทานาทิวเสน ปณฺณตฺติวีติกฺกมวเสน จ วทฺธิตํ กลโห, ‘‘น ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานาสี’’ติอาทิกํ วิรุทฺธวจนํ วิวาโท. วิตุทนฺตาติ วิตุชฺชนฺตา. สหิตํ เมติ มม วจนํ อตฺถสํหิตํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตว อธิจิณฺณํ จิรกาลเสวนวเสน ปคุณํ, ตํ มม วาทํ อาคมฺม นิวตฺตํ. อาโรปิโต เต วาโทติ ตุยฺหํ อุปริ มยา โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ ภตฺตปุฏํ อาทาย ตํ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา วาทปฺปโมกฺขตฺถาย อุตฺตริ ปริเยสมาโน จร. นิพฺเพเฐหิ วาติ อถ มยา อาโรปิตวาทโต อตฺตานํ โมเจหิ. สเจ ปโหสีติ สเจ สกฺโกสิ. วโธเยวาติ มรณเมว.

นาฏปุตฺติเยสูติ นาฏปุตฺตสฺส อนฺเตวาสิเกสุ. นิพฺพินฺนรูปาติ อุกฺกณฺฐิตสภาวา, อภิวาทนาทีนิ น กโรนฺติ. วิรตฺตรูปาติ วิคตเปมา. ปฏิวานรูปาติ เตสํ นิปจฺจกิริยโต นิวตฺตสภาวา. ยถา ตนฺติ ยถา จ ทุรกฺขาตาทิสภาเว ธมฺมวินเย นิพฺพินฺนวิรตฺตปฏิวานรูเปหิ ภวิตพฺพํ, ตเถว ชาตาติ อตฺโถ. ทุรกฺขาเตติ ทุกฺกถิเต. ทุปฺปเวทิเตติ ทุวิญฺญาปิเต. อนุปสมสํวตฺตนิเกติ ราคาทีนํ อุปสมํ กาตุํ อสมตฺโถ. ภินฺนถูเปติ ภินฺนปติฏฺเฐ. เอตฺถ หิ นาฏปุตฺโตว เนสํ ปติฏฺเฐน ถูโป, โส ปน ภินฺโน มโต. เตน วุตฺตํ ‘‘ภินฺนถูเป’’ติ. อปฺปฏิสรเณติ ตสฺเสว อภาเวน ปฏิสรณวิรหิเต.

นนุ จายํ นาฏปุตฺโต นาฬนฺทวาสิโก, โส กสฺมา ปาวายํ กาลํกโตติ. โส กิร อุปาลินา คหปตินา ปฏิวิทฺธสจฺเจน ทสหิ คาถาหิ ภาสิเต พุทฺธคุเณ สุตฺวา อุณฺหํ โลหิตํ ฉฑฺเฑสิ. อถ นํ อผาสุกํ คเหตฺวา ปาวํ อคมํสุ, โส ตตฺถ กาลมกาสิ. กาลํ กุรุมาโน จ ‘‘มม ลทฺธิ อนิยฺยานิกา สารรหิตา, มยํ ตาว นฏฺฐา, อวเสสชโน มา อปายปูรโก อโหสิ. สเจ ปนาหํ ‘มม สาสนํ อนิยฺยานิก’นฺติ วกฺขามิ, น สทฺทหิสฺสนฺติ. ยํนูนาหํ เทฺวปิ ชเน น เอกนีหาเรน อุคฺคณฺหาเปยฺยํ, เต มมจฺจเยน อญฺญมญฺญํ วิวทิสฺสนฺติ. สตฺถา ตํ วิวาทํ ปฏิจฺจ เอกํ ธมฺมกถํ กเถสฺสติ, ตโต เต สาสนสฺส มหนฺตภาวํ ชาติสฺสนฺตี’’ติ.

อถ นํ เอโก อนฺเตวาสิโก อุปสงฺกมิตฺวา อาห ‘‘ภนฺเต, ตุเมฺห ทุพฺพลา, มยฺหํ อิมสฺมึ ธมฺเม สารํ อาจิกฺขถ อาจริยปฺปมาณ’’นฺติ. อาวุโส, ตฺวํ มมจฺจเยน สสฺสตนฺติ คเณฺหยฺยาสีติ. อปโรปิ ตํ อุปสงฺกมิ, ตํ อุจฺเฉทํ คณฺหาเปสิ. เอวํ เทฺวปิ ชเน เอกลทฺธิเก อกตฺวา พหู นานานีหาเรน อุคฺคณฺหาเปตฺวา กาลมกาสิ. เต ตสฺส สรีรกิจฺจํ กตฺวา สนฺนิปติตฺวา อญฺญมญฺญํ ปุจฺฉึสุ ‘‘กสฺสาวุโส, อาจริโย สารมาจิกฺขี’’ติ? เอโก อุฏฺฐหิตฺวา มยฺหนฺติ อาห. กึ อาจิกฺขีติ? สสฺสตนฺติ. อปโร ตํ ปฏิพาหิตฺวา มยฺหํ สารํ อาจิกฺขีติ อาห. เอวํ สพฺเพ ‘‘มยฺหํ สารํ อาจิกฺขิ, อหํ เชฏฺฐโก’’ติ อญฺญมญฺญํ วิวาทํ วฑฺเฒตฺวา อกฺโกเส เจว ปริภาเส จ หตฺถปาทปหาราทีนิ จ ปวตฺเตตฺวา เอกมคฺเคน เทฺว อคจฺฉนฺตา นานาทิสาสุ ปกฺกมึสุ, เอกจฺเจ คิหี อเหสุํ.

ภควโต ปน ธรมานกาเลปิ ภิกฺขุสงฺเฆ วิวาโท น อุปฺปชฺชิ. สตฺถา หิ เตสํ วิวาทการเณ อุปฺปนฺนมตฺเตเยว สยํ วา คนฺตฺวา เต วา ภิกฺขู ปกฺโกสาเปตฺวา ขนฺติ เมตฺตา ปฏิสงฺขา อวิหึสา สารณียธมฺเมสุ เอกํ การณํ กเถตฺวา วิวาทํ วูปสเมติ. เอวํ ธรมาโนปิ สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาว อโหสิ. ปรินิพฺพายมาโนปิ อวิวาทการณํ กตฺวาว ปรินิพฺพายิ. ภควตา หิ สุตฺเต เทสิตา จตฺตาโร มหาปเทสา (อ. นิ. ๔.๑๘๐; ที. นิ. ๒.๑๘๗) ยาวชฺชทิวสา ภิกฺขูนํ ปติฏฺฐา จ อวสฺสโย จ. ตถา ขนฺธเก เทสิตา จตฺตาโร มหาปเทสา (มหาว. ๓๐๕) สุตฺเต วุตฺตานิ จตฺตาริ ปญฺหพฺยากรณานิ (อ. นิ. ๔.๔๒) จ. เตเนวาห – ‘‘โย โว มยา, อานนฺท, ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต, โส โว มมจฺจเยน สตฺถา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๖).

๔๒. อถ โข จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ อยํ เถโร ธมฺมเสนาปติสฺส กนิฏฺฐภาติโก. ตํ ภิกฺขู อนุปสมฺปนฺนกาเล จุนฺโท สมณุทฺเทโสติ สมุทาจริตฺวา เถรกาเลปิ ตเถว สมุทาจรึสุ. เตน วุตฺตํ ‘‘จุนฺโท สมณุทฺเทโส’’ติ. อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? นาฏปุตฺเต กิร กาลํกเต ชมฺพุทีเป มนุสฺสา ตตฺถ ตตฺถ กถํ ปวตฺตยึสุ – ‘‘นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต เอโก สตฺถาติ ปญฺญายิตฺถ, ตสฺส กาลกิริยาย สาวกานํ เอวรูโป วิวาโท ชาโต, สมโณ ปน โคตโม ชมฺพุทีเป จนฺโท วิย สูริโย วิย จ ปากโฏเยว, กีทิโส นุ โข สมเณ โคตเม ปรินิพฺพุเต สาวกานํ วิวาโท ภวิสฺสตี’’ติ. เถโร ตํ กถํ สุตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ กถํ คเหตฺวา ทสพลสฺส อาโรเจสฺสามิ, สตฺถา จ เอตํ อตฺถุปฺปตฺตึ กตฺวา เอกํ เทสนํ กเถสฺสตี’’ติ. โส นิกฺขมิตฺวา เยน สามคาโม, เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ. อุชุเมว ภควโต สนฺติกํ อคนฺตฺวา เยนสฺส อุปชฺฌาโย อายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมีติ อตฺโถ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อุปชฺฌาโย เม มหาปญฺโญ, โส อิมํ สาสนํ สตฺถุ อาโรเจสฺสติ, อถ สตฺถา ตทนุรูปํ ธมฺมํ เทเสสฺสตี’’ติ. กถาปาภตนฺติ กถามูลํ, มูลญฺหิ ปาภตนฺติ วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘อปฺปเกนปิ เมธาวี, ปาภเตน วิจกฺขโณ;

สมุฏฺฐาเปติ อตฺตานํ, อณุํ อคฺคึว สนฺธม’’นฺติ. (ชา. ๒.๑.๔);

ทสฺสนายาติ ทสฺสนตฺถาย. กึ ปนิมินา ภควา น ทิฏฺฐปุพฺโพติ? โน น ทิฏฺฐปุพฺโพ, อยญฺหิ อายสฺมา ทิวา นว วาเร รตฺตึ นว วาเรติ เอกาหํ อฏฺฐารส วาเร อุปฏฺฐานเมว คจฺฉติ. ทิวสสฺส ปน สตกฺขตฺตุํ วา สหสฺสกฺขตฺตุํ วา คนฺตุกาโม สมาโนปิ น อการณา คจฺฉติ, เอกํ ปญฺหุทฺธารํ คเหตฺวาว คจฺฉติ. โส ตํทิวสํ เตน คนฺตุกาโม เอวมาห.

อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานนฺติ เอกสฺมึ วิหาเร สงฺฆมชฺเฌ อุปฺปนฺโน วิวาโท กถํ เทวมนุสฺสานํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตติ? โกสมฺพกกฺขนฺธเก (มหาว. ๔๕๑) วิย หิ ทฺวีสุ ภิกฺขูสุ วิวาทํ อาปนฺเนสุ ตสฺมึ วิหาเร เตสํ อนฺเตวาสิกา วิวทนฺติ, เตสํ โอวาทํ คณฺหนฺโต ภิกฺขุนิสงฺโฆ วิวทติ, ตโต เตสํ อุปฏฺฐากา วิวทนฺติ, อถ มนุสฺสานํ อารกฺขเทวตา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ตตฺถ ธมฺมวาทีนํ อารกฺขเทวตา ธมฺมวาทินิโย โหนฺติ, อธมฺมวาทีนํ อธมฺมวาทินิโย โหนฺติ. ตโต ตาสํ อารกฺขเทวตานํ มิตฺตา ภุมฺมเทวตา ภิชฺชนฺติ. เอวํ ปรมฺปราย ยาว พฺรหฺมโลกา ฐเปตฺวา อริยสาวเก สพฺเพ เทวมนุสฺสา เทฺว โกฏฺฐาสา โหนฺติ. ธมฺมวาทีหิ ปน อธมฺมวาทิโนว พหุตรา โหนฺติ, ตโต ยํ พหูหิ คหิตํ, ตํ คณฺหนฺติ. ธมฺมํ วิสฺสชฺเชตฺวา พหุตราว อธมฺมํ คณฺหนฺติ. เต อธมฺมํ ปูเรตฺวา วิหรนฺตา อปาเย นิพฺพตฺตนฺติ. เอวํ เอกสฺมึ วิหาเร สงฺฆมชฺเฌ อุปฺปนฺโน วิวาโท พหูนํ อหิตาย ทุกฺขาย โหติ.

๔๓. อภิญฺญา เทสิตาติ มหาโพธิมูเล นิสินฺเนน ปจฺจกฺขํ กตฺวา ปเวทิตา. ปติสฺสยมานรูปา วิหรนฺตีติ อุปนิสฺสาย วิหรนฺติ. ภควโต อจฺจเยนาติ เอตรหิ ภควนฺตํ เชฏฺฐกํ กตฺวา สคารวา วิหรนฺติ, ตุมฺหากํ, ภนฺเต, อุคฺคเตชตาย ทุราสทตาย วิวาทํ ชเนตุํ น สกฺโกนฺติ, ภควโต ปน อจฺจเยน วิวาทํ ชเนยฺยุนฺติ วทติ. ยตฺถ ปน ตํ วิวาทํ ชเนยฺยุํ, ตํ ทสฺเสนฺโต อชฺฌาชีเว วา อธิปาติโมกฺเข วาติ อาห. ตตฺถ อชฺฌาชีเวติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา – ‘‘ภิกฺขุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติอาทินา (ปริ. ๒๘๗) นเยน ปริวาเร ปญฺญตฺตานิ ฉ สิกฺขาปทานิ, ตานิ ฐเปตฺวา เสสานิ สพฺพสิกฺขาปทานิ อธิปาติโมกฺขํ นาม. อปฺปมตฺตโก โส อานนฺทาติ อชฺฌาชีวํ อธิปาติโมกฺขญฺจ อารพฺภ อุปฺปนฺนวิวาโท นาม ยสฺมา ปรสฺส กถายปิ อตฺตโน ธมฺมตายปิ สลฺลกฺเขตฺวา สุปฺปชโห โหติ, ตสฺมา ‘‘อปฺปมตฺตโก’’ติ วุตฺโต.

ตตฺรายํ นโย – อิเธกจฺโจ ‘‘น สกฺกา อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อนุลฺลปนฺเตน กิญฺจิ ลทฺธุ’’นฺติอาทีนิ จินฺเตตฺวา อาชีวเหตุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วา อุลฺลปติ สญฺจริตฺตํ วา อาปชฺชติ, โย เต วิหาเร วสติ, โส ภิกฺขุ อรหาติอาทินา นเยน สามนฺตชปฺปนํ วา กโรติ, อคิลาโน วา อตฺตโน อตฺถาย ปณีตโภชนานิ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ, ภิกฺขุนี วา ปน ตานิ วิญฺญาเปตฺวา ปาฏิเทสนียํ อาปชฺชติ, โย โกจิ ทุกฺกฏวตฺถุกํ ยํกิญฺจิ สูโปทนวิญฺญตฺติเมว วา กโรติ, อญฺญตรํ วา ปน ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรนฺโต วิหรติ, ตเมนํ สพฺรหฺมจารี เอวํ สญฺชานนฺติ – ‘‘กึ อิมสฺส อิมินา ลาเภน ลทฺเธน, โย สาสเน ปพฺพชิตฺวา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ, ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรตี’’ติ. อตฺตโน ธมฺมตายปิสฺส เอวํ โหติ – ‘‘กิสฺส มยฺหํ อิมินา ลาเภน, ยฺวาหํ เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตฺวา มิจฺฉาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปมิ, ปณฺณตฺติวีติกฺกมํ กโรมี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ตโต โอรมติ. เอวํ ปรสฺส กถายปิ อตฺตโน ธมฺมตายปิ สลฺลกฺเขตฺวา สุปฺปชโห โหติ. เตน ภควา ‘‘อปฺปมตฺตโก’’ติ อาห.

มคฺเค วา หิ, อานนฺท, ปฏิปทาย วาติ โลกุตฺตรมคฺคํ ปตฺวา วิวาโท นาม สพฺพโส วูปสมฺมติ, นตฺถิ อธิคตมคฺคานํ วิวาโท. ปุพฺพภาคมคฺคํ ปน ปุพฺพภาคปฏิปทญฺจ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ตตฺรายํ นโย – เอวํ ภิกฺขุํ มนุสฺสา โลกุตฺตรธมฺเม สมฺภาเวนฺติ. โส สทฺธิวิหาริกาทโย อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ฐิเต ปุจฺฉติ ‘‘กึ อาคตตฺถา’’ติ. มนสิกาตพฺพกมฺมฏฺฐานํ ปุจฺฉิตุํ, ภนฺเตติ. นิสีทถ, ขเณเนว อรหตฺตํ ปาเปตุํ สมตฺถกมฺมฏฺฐานกถํ อาจิกฺขิสฺสามีติ วตฺวา วทติ – ‘‘อิธ ภิกฺขุ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา นิสินฺโน มูลกมฺมฏฺฐานํ มนสิ กโรติ, ตสฺส ตํ มนสิกโรโต โอภาโส อุปฺปชฺชติ. อยํ ปฐมมคฺโค นาม. โส ทุติยํ โอภาสญาณํ นิพฺพตฺเตติ, ทุติยมคฺโค อธิคโต โหติ, เอวํ ตติยญฺจ จตุตฺถญฺจ. เอตฺตาวตา มคฺคปฺปตฺโต เจว ผลปฺปตฺโต จ โหตี’’ติ. อถ เต ภิกฺขู ‘‘อขีณาสโว นาม เอวํ กมฺมฏฺฐานํ กเถตุํ น สกฺโกติ, อทฺธายํ ขีณาสโว’’ติ นิฏฺฐํ คจฺฉนฺติ.

โส อปเรน สมเยน กาลํ กโรติ. สมนฺตา ภิกฺขาจารคาเมหิ มนุสฺสา อาคนฺตฺวา ปุจฺฉนฺติ ‘‘เกนจิ, ภนฺเต, เถโร ปญฺหํ ปุจฺฉิโต’’ติ. อุปาสกา ปุพฺเพว เถเรน ปโญฺห กถิโต อมฺหากนฺติ. เต ปุปฺผมณฺฑปํ ปุปฺผกูฏาคารํ สชฺเชตฺวา สุวณฺเณน อกฺขิปิธานมุขปิธานาทึ กริตฺวา คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา สตฺตาหํ สาธุกีฬิกํ กีเฬตฺวา ฌาเปตฺวา อฏฺฐีนิ อาทาย เจติยํ กโรนฺติ. อญฺเญ อาคนฺตุกา วิหารํ อาคนฺตฺวา ปาเท โธวิตฺวา ‘‘มหาเถรํ ปสฺสิสฺสาม, กหํ, อาวุโส, มหาเถโร’’ติ ปุจฺฉนฺติ. ปรินิพฺพุโต, ภนฺเตติ. ทุกฺกรํ, อาวุโส, เถเรน กตํ มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตนฺเตน, ปญฺหํ ปุจฺฉิตฺถ, อาวุโสติ. ภิกฺขูนํ กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต อิมินา นิยาเมน กเถสิ, ภนฺเตติ. น เอโส, อาวุโส, มคฺโค, วิปสฺสนุปกฺกิเลโส นาเมส, น ตุเมฺห ชานิตฺถ, ปุถุชฺชโน, อาวุโส, เถโรติ. เต กลหํ กโรนฺตา อุฏฺฐหิตฺวา ‘‘สกลวิหาเร ภิกฺขู จ ภิกฺขาจารคาเมสุ มนุสฺสา จ น ชานนฺติ, ตุเมฺหเยว ชานาถ. กตรมคฺเคน ตุเมฺห อาคตา, กึ โว วิหารทฺวาเร เจติยํ น ทิฏฺฐ’’นฺติ. เอวํวาทีนํ ปน ภิกฺขูนํ สตํ วา, โหตุ สหสฺสํ วา, ยาว ตํ ลทฺธึ นปฺปชหนฺติ, สคฺโคปิ มคฺโคปิ วาริโตเยว.

อปโรปิ ตาทิโสว กมฺมฏฺฐานํ กเถนฺโต เอวํ กเถติ – จิตฺเตเนว ตีสุ อุทฺธเนสุ ตีณิ กปลฺลานิ อาโรเปตฺวา เหฏฺฐา อคฺคึ กตฺวา จิตฺเตเนว อตฺตโน ทฺวตฺตึสาการํ อุปฺปาเฏตฺวา กปลฺเลสุ ปกฺขิปิตฺวา จิตฺเตเนว ทณฺฑเกน ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา ภชฺชิตพฺพํ, ยา ฌายมาเน ฉาริกา โหติ, สา มุขวาเตน ปลาเสตพฺพา. เอตฺตเกน ธูตปาโป นาเมส สมโณ โหติ. เสสํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.

อปโร เอวํ กเถติ – จิตฺเตเนว มหาจาฏึ ฐเปตฺวา มตฺถุํ โยเชตฺวา จิตฺเตเนว อตฺตโน ทฺวตฺตึสาการํ อุปฺปาเฏตฺวา ตตฺถ ปกฺขิปิตฺวา มตฺถุํ โอตาเรตฺวา มนฺถิตพฺพํ. มถิยมานํ วิลียติ, วิลีเน อุปริ เผโณ อุคฺคจฺฉติ. โส เผโณ ปริภุญฺชิตพฺโพ. เอตฺตาวตา โว อมตํ ปริภุตฺตํ นาม ภวิสฺสติ. อิโต ปรํ ‘‘อถ เต ภิกฺขู’’ติอาทิ สพฺพํ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.

๔๔. อิทานิ โย เอวํ วิวาโท อุปฺปชฺเชยฺย, ตสฺส มูลํ ทสฺเสนฺโต ฉยิมานีติอาทิมาห. ตตฺถ อคารโวติ คารววิรหิโต. อปฺปติสฺโสติ อปฺปติสฺสโย อนีจวุตฺติ. เอตฺถ ปน โย ภิกฺขุ สตฺถริ ธรมาเน ตีสุ กาเลสุ อุปฏฺฐานํ น ยาติ, สตฺถริ อนุปาหเน จงฺกมนฺเต สอุปาหโน จงฺกมติ, นีเจ จงฺกเม จงฺกมนฺเต อุจฺเจ จงฺกเม จงฺกมติ, เหฏฺฐา วสนฺเต อุปริ วสติ, สตฺถุ ทสฺสนฏฺฐาเน อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตํ ธาเรติ, อุปาหนํ ธาเรติ, นฺหานติตฺเถ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา กโรติ, ปรินิพฺพุเต วา ปน เจติยํ วนฺทิตุํ น คจฺฉติ, เจติยสฺส ปญฺญายนฏฺฐาเน สตฺถุทสฺสนฏฺฐาเน วุตฺตํ สพฺพํ กโรติ, อญฺเญหิ จ ภิกฺขูหิ ‘‘กสฺมา เอวํ กโรสิ, น อิทํ วฏฺฏติ, สมฺมาสพุทฺธสฺส นาม ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตูณฺหี โหติ, กึ พุทฺโธ พุทฺโธติ วทสี’’ติ ภณติ, อยํ สตฺถริ อคารโว นาม.

โย ปน ธมฺมสฺสวเน สงฺฆุฏฺเฐ สกฺกจฺจํ น คจฺฉติ, สกฺกจฺจํ ธมฺมํ น สุณาติ, นิทฺทายติ วา สลฺลเปนฺโต วา นิสีทติ, สกฺกจฺจํ น คณฺหาติ น ธาเรติ, ‘‘กึ ธมฺเม อคารวํ กโรสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตุณฺหี โหติ, ธมฺโม ธมฺโมติ วทสิ, กึ ธมฺโม นามา’’ติ วทติ, อยํ ธมฺเม อคารโว นาม.

โย ปน เถเรน ภิกฺขุนา อนชฺฌิฏฺโฐ ธมฺมํ เทเสติ, นิสีทติ ปญฺหํ กเถติ, วุฑฺเฒ ภิกฺขู ฆฏฺเฏนฺโต คจฺฉติ, ติฏฺฐติ นิสีทติ, ทุสฺสปลฺลตฺถิกํ วา หตฺถปลฺลตฺถิกํ วา กโรติ, สงฺฆมชฺเฌ อุโภ อํเส ปารุปติ, ฉตฺตุปาหนํ ธาเรติ, ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส ลชฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘ตุณฺหี โหติ, สงฺโฆ สงฺโฆติ วทสิ, กึ สงฺโฆ, มิคสงฺโฆ อชสงฺโฆ’’ติอาทีนิ วทติ, อยํ สงฺเฆ อคารโว นาม. เอกภิกฺขุสฺมิมฺปิ หิ อคารเว กเต สงฺเฆ กโตเยว โหติ. ติสฺโส สิกฺขา ปน อปริปูรยมาโนว สิกฺขาย น ปริปูรการี นาม.

อชฺฌตฺตํ วาติ อตฺตนิ วา อตฺตโน ปริสาย วา. พาหิทฺธาติ ปรสฺมึ วา ปรสฺส ปริสาย วา.

๔๖. อิทานิ อยํ ฉ ฐานานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนวิวาโท วฑฺฒนฺโต ยานิ อธิกรณานิ ปาปุณาติ, ตานิ ทสฺเสตุํ จตฺตาริมานีติอาทิมาห. ตตฺถ วูปสมนตฺถาย ปวตฺตมาเนหิ สมเถหิ อธิกาตพฺพานีติ อธิกรณานิ. วิวาโทว อธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย.

อิทานิ อิมานิปิ จตฺตาริ อธิกรณานิ ปตฺวา อุปริ วฑฺเฒนฺโต โส วิวาโท เยหิ สมเถหิ วูปสมฺมติ, เตสํ ทสฺสนตฺถํ สตฺต โข ปนิเมติอาทิมาห. ตตฺถ อธิกรณานิ สเมนฺติ วูปสเมนฺตีติ อธิกรณสมถา. อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานนฺติ อุปฺปนฺนานํ อุปฺปนฺนานํ. อธิกรณานนฺติ เอเตสํ วิวาทาธิกรณาทีนํ จตุนฺนํ. สมถาย วูปสมายาติ สมนตฺถญฺเจว วูปสมนตฺถญฺจ. สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโกติ อิเม สตฺต สมถา ทาตพฺพา.

ตตฺรายํ วินิจฺฉยกถา – อธิกรเณสุ ตาว ธมฺโมติ วา อธมฺโมติ วาติ อฏฺฐารสหิ วตฺถูหิ วิวทนฺตานํ ภิกฺขูนํ โย วิวาโท, อิทํ วิวาทาธิกรณํ นาม. สีลวิปตฺติยา วา อาจารทิฏฺฐิอาชีววิปตฺติยา วา อนุวทนฺตานํ โย อนุวาโท อุปวทนา เจว โจทนา จ, อิทํ อนุวาทาธิกรณํ นาม. มาติกายํ อาคตา ปญฺจ วิภงฺเค เทฺวติ สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา อาปตฺตาธิกรณํ นาม. ยํ สงฺฆสฺส อปโลกนาทีนํ จตุนฺนํ กมฺมานํ กรณํ, อิทํ กิจฺจาธิกรณํ นาม.

ตตฺถ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ. สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ ยสฺมึ วิหาเร อุปฺปนฺนํ, ตสฺมึเยว วา, อญฺญตฺถ วูปสเมตุํ คจฺฉนฺตานํ อนฺตรามคฺเค วา, ยตฺถ คนฺตฺวา สงฺฆสฺส นิยฺยาติตํ, ตตฺถ สงฺเฆน วา คเณน วา วูปสเมตุํ อสกฺโกนฺเต ตตฺเถว อุพฺพาหิกาย สมฺมตปุคฺคเลหิ วา วินิจฺฉิตํ สมฺมติ. เอวํ สมฺมมาเน ปน ตสฺมึ ยา สงฺฆสมฺมุขตา ธมฺมสมฺมุขตา, วินยสมฺมุขตา, ปุคฺคลสมฺมุขตา, อยํ สมฺมุขาวินโย นาม.

ตตฺถ จ การกสงฺฆสฺส สามคฺคิวเสน สมฺมุขีภาโว สงฺฆสมฺมุขตา. สเมตพฺพสฺส วตฺถุโน ภูตตา ธมฺมสมฺมุขตา. ยถา ตํ สเมตพฺพํ, ตเถว สมนํ วินยสมฺมุขตา. โย จ วิวทติ, เยน จ วิวทติ, เตสํ อุภินฺนํ อตฺตปจฺจตฺถิกานํ สมฺมุขีภาโว ปุคฺคลสมฺมุขตา. อุพฺพาหิกาย วูปสเม ปเนตฺถ สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ. เอวํ ตาว สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมติ.

สเจ ปเนวมฺปิ น สมฺมติ, อถ นํ อุพฺพาหิกาย สมฺมตา ภิกฺขู ‘‘น มยํ สกฺโกม วูปสเมตุ’’นฺติ สงฺฆสฺเสว นิยฺยาเตนฺติ. ตโต สงฺโฆ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ สลากคฺคาหกํ สมฺมนฺนิตฺวา เตน คุฬฺหกวิวฏกสกณฺณชปฺปเกสุ ตีสุ สลากคฺคาเหสุ อญฺญตรวเสน สลากํ คาเหตฺวา สนฺนิปติตปริสาย ธมฺมวาทีนํ เยภุยฺยตาย ยถา เต ธมฺมวาทิโน วทนฺติ, เอวํ วูปสนฺตํ อธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินโย วุตฺตนโย เอว. ยํ ปน เยภุยฺยสิกาย กมฺมสฺส กรณํ, อยํ เยภุยฺยสิกา นาม. เอวํ วิวาทาธิกรณํ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ.

อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ ตสฺสปาปิยสิกาย จ. สมฺมุขาวินเยเนว สมฺมมานํ โย จ อนุวทติ, ยญฺจ อนุวทติ, เตสํ วจนํ สุตฺวา, สเจ กาจิ อาปตฺติ นตฺถิ, อุโภ ขมาเปตฺวา, สเจ อตฺถิ, อยํ นาเมตฺถ อาปตฺตีติ เอวํ วินิจฺฉิตํ วูปสมฺมติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินยลกฺขณํ วุตฺตนยเมว.

ยทา ปน ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน อมูลิกาย สีลวิปตฺติยา อนุทฺธํสิตสฺส สติวินยํ ยาจมานสฺส สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน สติวินยํ เทติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ สติวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ. ทินฺเน ปน สติวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ อนุวาโท น รุหติ.

ยทา อุมฺมตฺตโก ภิกฺขุ อุมฺมาทวเสน กเต อสฺสามณเก อชฺฌาจาเร ‘‘สรตายสฺมา เอวรูปึ อาปตฺติ’’นฺติ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน – ‘‘อุมฺมตฺตเกน เม, อาวุโส, เอตํ กตํ, นาหํ ตํ สรามี’’ติ ภณนฺโตปิ ภิกฺขูหิ โจทิยมาโนว ปุน อโจทนตฺถาย อมูฬฺหวินยํ ยาจติ, สงฺโฆ จสฺส ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน อมูฬฺหวินยํ เทติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ อมูฬฺหวินเยน จ วูปสนฺตํ โหติ. ทินฺเน ปน อมูฬฺหวินเย ปุน ตสฺมึ ปุคฺคเล กสฺสจิ ตปฺปจฺจยา อนุวาโท น รุหติ.

ยทา ปน ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา โจทิยมานสฺส อญฺเญนาญฺญํ ปฏิจรโต ปาปุสฺสนฺนตาย ปาปิยสฺส ปุคฺคลสฺส – ‘‘สจายํ อจฺฉินฺนมูโล ภวิสฺสติ, สมฺมา วตฺติตฺวา โอสารณํ ลภิสฺสติ, สเจ ฉินฺนมูโล, อยเมวสฺส นาสนา ภวิสฺสตี’’ติ มญฺญมาโน สงฺโฆ ญตฺติจตุตฺเถน กมฺเมน ตสฺสปาปิยสิกํ กโรติ, ตทา สมฺมุขาวินเยน จ ตสฺส ปาปิยสิกาย จ วูปสนฺตํ โหติ. เอวํ อนุวาทาธิกรณํ จตูหิ สมเถหิ สมฺมติ.

อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ติณวตฺถารเกน จ. ตสฺส สมฺมุขาวินเยเนว วูปสโม นตฺถิ. ยทา ปน เอกสฺส วา ภิกฺขุโน สนฺติเก สงฺฆคณมชฺเฌสุ วา ภิกฺขุ ลหุกํ อาปตฺตึ เทเสติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ วูปสมฺมติ. ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ตาว โย จ เทเสติ, ยสฺส จ เทเสติ, เตสํ สมฺมุขตา. เสสํ วุตฺตนยเมว. ปุคฺคลสฺส จ คณสฺส จ เทสนากาเล สงฺฆสมฺมุขตา ปริหายติ. ยํ ปเนตฺถ ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อปนฺโน’’ติ จ, อาม ‘‘ปสฺสามี’’ติ จ ปฏิญฺญาตาย ‘‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’’ติ กรณํ, ตํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม. สงฺฆาทิเสเส ปริวาสาทิยาจนา ปฏิญฺญา, ปริวาสาทีนํ ทานํ ปฏิญฺญาตกรณํ นาม.

เทฺวปกฺขชาตา ปน ภณฺฑนการกา ภิกฺขู พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจารํ จริตฺวา ปุน ลชฺชิธมฺเม อุปฺปนฺเน ‘‘สเจ มยํ อิมาหิ อาปตฺตีหิ อญฺญมญฺญํ กาเรสฺสาม, สิยาปิ ตํ อธิกรณํ กกฺขฬตฺตาย สํวตฺเตยฺยา’’ติ อญฺญมญฺญํ อาปตฺติยา การาปเน โทสํ ทิสฺวา ยทา ติณวตฺถารกกมฺมํ กโรนฺติ, ตทา อาปตฺตาธิกรณํ สมฺมุขาวินเยน จ ติณวตฺถารเกน จ สมฺมติ. ตตฺร หิ ยตฺตกา หตฺถปาสุปคตา ‘‘น เม ตํ ขมตี’’ติ เอวํ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ อกตฺวา ‘‘ทุกฺกฏํ กมฺมํ ปุน กาตพฺพํ กมฺม’’นฺติ น อุกฺโกเฏนฺติ, นิทฺทมฺปิ โอกฺกนฺตา โหนฺติ, สพฺเพสมฺปิ ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชญฺจ คิหิปฏิสํยุตฺตญฺจ สพฺพาปตฺติโย วุฏฺฐหนฺติ. เอวํ อาปตฺตาธิกรณํ ตีหิ สมเถหิ สมฺมติ. กิจฺจาธิกรณํ เอเกน สมเถน สมฺมติ สมฺมุขาวินเยเนว.

อิมานิ จตฺตาริ อธิกรณานิ ยถานุรูปํ อิเมหิ สตฺตหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ…เป… ติณวตฺถารโก’’ติ. อยเมตฺถ วินิจฺฉยนโย, วิตฺถาโร ปน สมถกฺขนฺธเก (จูฬว. ๑๘๕) อาคโตเยว. วินิจฺฉโยปิสฺส สมนฺตปาสาทิกาย วุตฺโต.

๔๗. โย ปนายํ อิมสฺมึ สุตฺเต ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขู วิวทนฺตี’’ติอาทิโก วิตฺถาโร วุตฺโต, โส เอเตน นเยน สงฺเขปโตว วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ ธมฺโมติอาทีสุ สุตฺตนฺตปริยาเยน ตาว ทส กุสลกมฺมปถา ธมฺโม, อกุสลกมฺมปถา อธมฺโม. ตถา ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติ เหฏฺฐา อาคตา สตฺตตึส โพธิปกฺขิยธมฺมา, ตโย สติปฏฺฐานา ตโย สมฺมปฺปธานา ตโย อิทฺธิปาทา ฉ อินฺทฺริยานิ ฉ พลานิ อฏฺฐ โพชฺฌงฺคา นวงฺคิโก มคฺโค จาติ, จตฺตาโร อุปาทานา ปญฺจ นีวรณานีติอาทโย สงฺกลิฏฺฐธมฺมา จาติ อยํ อธมฺโม.

ตตฺถ ยํกิญฺจิ เอกํ อธมฺมโกฏฺฐาสํ คเหตฺวา ‘‘อิมํ อธมฺมํ ธมฺโมติ กริสฺสาม, เอวํ อมฺหากํ อาจริยกุลํ นิยฺยานิกํ ภวิสฺสติ, มยญฺจ โลเก ปากฏา ภวิสฺสามา’’ติ ตํ อธมฺมํ ‘‘ธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา ธมฺโมติ วิวทนฺติ. ตตฺเถว ธมฺมโกฏฺฐาเสสุ เอกํ คเหตฺวา ‘‘อธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา อธมฺโมติ วิวทนฺติ.

วินยปริยาเยน ปน ภูเตน วตฺถุนา โจเทตฺวา สาเรตฺวา ยถาปฏิญฺญาย กาตพฺพกมฺมํ ธมฺโม นาม, อภูเตน ปน วตฺถุนา อโจเทตฺวา อสาเรตฺวา อปฏิญฺญาย กตพฺพกมฺมํ อธมฺโม นาม. เตสุปิ อธมฺมํ ‘‘ธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา ธมฺโมติ วิวทนฺติ, ‘‘อธมฺโม อย’’นฺติ กเถนฺตา อธมฺโมติ วิวทนฺติ.

สุตฺตนฺตปริยาเยน ปน ราควินโย โทสวินโย โมหวินโย สํวโร ปหานํ ปฏิสงฺขาติ อยํ วินโย นาม, ราคาทีนํ อวินโย อสํวโร อปฺปหานํ อปฺปฏิสงฺขาติ อยํ อวินโย นาม. วินยปริยาเยน วตฺถุสมฺปตฺติ ญตฺติสมฺปตฺติ อนุสาวนสมฺปตฺติ สีมสมฺปติ ปริสสมฺปตฺตีติ อยํ วินโย นาม, วตฺถุวิปตฺติ…เป… ปริสวิปตฺตีติ อยํ อวินโย นาม. เตสุปิ ยํกิญฺจิ อวินยํ ‘‘วินโย อย’’นฺติ กเถนฺตา วินโยติ วิวทนฺติ, วินยํ อวินโยติ กเถนฺตา อวินโยติ วิวทนฺติ.

ธมฺมเนตฺติ สมนุมชฺชิตพฺพาติ ธมฺมรชฺชุ อนุมชฺชิตพฺพา ญาเณน ฆํสิตพฺพา อุปปริกฺขิตพฺพา. สา ปเนสา ธมฺมเนตฺติ ‘‘อิติ โข วจฺฉ อิเม ทส ธมฺมา อกุสลา ทส ธมฺมา กุสลา’’ติ เอวํ มหาวจฺฉโคตฺตสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๙๔) อาคตาติ วุตฺตา. สา เอว วา โหตุ, โย วา อิธ ธมฺโมติ จ วินโย จ วุตฺโต. ยถา ตตฺถ สเมตีติ ยถา ตาย ธมฺมเนตฺติยา สเมติ, ‘‘ธมฺโม ธมฺโมว โหติ, อธมฺโม อธมฺโมว, วินโย วินโยว โหติ, อวินโย อวินโยว’’. ตถา ตนฺติ เอวํ ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ. เอกจฺจานํ อธิกรณานนฺติ อิธ วิวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ, สมฺมุขาวินโย ปน น กิสฺมิญฺจิ อธิกรเณ น ลพฺภติ.

๔๘. ตํ ปเนตํ ยสฺมา ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ, ตสฺมา เหฏฺฐา มาติกาย ฐปิตานุกฺกเมน อิทานิ สติวินยสฺส วาเร ปตฺเตปิ ตํ อวตฺวา วิวาทาธิกรณเยว ตาว ทุติยสมถํ ทสฺเสนฺโต กถญฺจานนฺท, เยภุยฺยสิกาติอาทิมาห. ตตฺถ พหุตราติ อนฺตมโส ทฺวีหิ ตีหิปิ อติเรกตรา. เสสเมตฺถ เหฏฺฐา วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๔๙. อิทานิ เหฏฺฐา อวิตฺถาริตํ สติวินยํ อาทึ กตฺวา วิตฺถาริตาวเสสสมเถ ปฏิปาฏิยา วิตฺถาเรตุํ กถญฺจานนฺท, สติวินโยติอาทิมาห. ตตฺถ ปาราชิกสามนฺเตน วาติ เทฺว สามนฺตานิ ขนฺธสามนฺตญฺจ อาปตฺติสามนฺตญฺจ. ตตฺถ ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺโธ สงฺฆาทิเสสาปตฺติกฺขนฺโธ ถุลฺลจฺจย-ปาจิตฺติย-ปาฏิเทสนีย-ทุกฺกฏ-ทุพฺภาสิตาปตฺติกฺขนฺโธติ เอวํ ปุริมสฺส ปจฺฉิมขนฺธํ ขนฺธสามนฺตํ นาม โหติ. ปฐมปาราชิกสฺส ปน ปุพฺพภาเค ทุกฺกฏํ, เสสานํ ถุลฺลจฺจยนฺติ อิทํ อาปตฺติสามนฺตํ นาม. ตตฺถ ขนฺธสามนฺเต ปาราชิกสามนฺตํ ครุกาปตฺติ นาม โหติ. สรตายสฺมาติ สรตุ อายสฺมา. เอกจฺจานํ อธิกรณานนฺติ อิธ อนุวาทาธิกรณเมว ทสฺสิตํ.

๕๐. ภาสิตปริกฺกนฺตนฺติ วาจาย ภาสิตํ กาเยน จ ปริกฺกนฺตํ, ปรกฺกมิตฺวา กตนฺติ อตฺโถ. เอกจฺจานนฺติ อิธาปิ อนุวาทาธิกรณเมว อธิปฺเปตํ. ปฏิญฺญาตกรเณ ‘‘เอกจฺจาน’’นฺติ อาปตฺตาธิกรณํ ทสฺสิตํ.

๕๒. ทวาติ สหสา. รวาติ อญฺญํ ภณิตุกาเมน อญฺญํ วุตฺตํ. เอวํ โข, อานนฺท, ตสฺสปาปิยสิกา โหตีติ ตสฺสปุคฺคลสฺส ปาปุสฺสนฺนตา ปาปิยสิกา โหติ. อิมินา กมฺมสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ. เอวรูปสฺส หิ ปุคฺคลสฺส กมฺมํ กาตฺตพฺพํ. กมฺเมน หิ อธิกรณสฺส วูปสโม โหติ, น ปุคฺคลสฺส ปาปุสฺสนฺนตาย. อิธาปิ จ อนุวาทาธิกรณเมว อธิกรณนฺติ เวทิตพฺพํ.

๕๓. กถญฺจานนฺท, ติณวตฺถารโกติ เอตฺถ อิทํ กมฺมํ ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโกติ วุตฺตํ. ยถา หิ คูถํ วา มุตฺตํ วา ฆฏฺฏิยมานํ ทุคฺคนฺธตาย พาธติ, ติเณหิ อวตฺถริตฺวา สุปฺปฏิจฺฉาทิตสฺส ปนสฺส โส คนฺโธ น พาธติ, เอวเมว ยํ อธิกรณํ มูลานุมูลํ คนฺตฺวา วูปสมิยมานํ กกฺขฬตฺตาย วาฬตฺตาย เภทาย สํวตฺตติ, ตํ อิมินา กมฺเมน วูปสนฺตํ คูถํ วิย ติณวตฺถารเกน ปฏิจฺฉนฺนํ วูปสนฺตํ โหตีติ อิทํ กมฺมํ ติณวตฺถารกสทิสตฺตา ติณวตฺถารโกติ วุตฺตํ. ตสฺส อิธานนฺท, ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานนฺติอาทิวจเนน อาการมตฺตเมว ทสฺสิตํ, ขนฺธเก อาคตาเยว ปเนตฺถ กมฺมวาจา ปมาณํ. ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชํ ฐเปตฺวา คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ. เอตฺถ ปน ถุลฺลวชฺชนฺติ ถูลฺลวชฺชํ ปาราชิกญฺเจว สงฺฆาทิเสสญฺจ. คิหิปฏิสํยุตฺตนฺติ คิหีนํ หีเนน ขุํสนวมฺภนธมฺมิกปฏิสฺสเวสุ อาปนฺนา อาปตฺติ. อธิกรณานนฺติ อิธ อาปตฺตาธิกรณเมว เวทิตพฺพํ. กิจฺจาธิกรณสฺส ปน วเสน อิธ น กิญฺจิ วุตฺตํ. กิญฺจาปิ น วุตฺตํ, สมฺมุขาวินเยเนว ปนสฺส วูปสโม โหตีติ เวทิตพฺโพ.

๕๔. ฉยิเม, อานนฺท, ธมฺมา สารณียาติ เหฏฺฐา กลหวเสน สุตฺตํ อารทฺธํ, อุปริ สารณียธมฺมา อาคตา. อิติ ยถานุสนฺธินาว เทสนา คตา โหติ. เหฏฺฐา โกสมฺพิยสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๙๘-๕๐๐) ปน โสตาปตฺติมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ กถิตา, อิมสฺมึ สุตฺเต โสตาปตฺติผลสมฺมาทิฏฺฐิ วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อณุนฺติ อปฺปสาวชฺชํ. ถูลนฺติ มหาสาวชฺชํ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สามคามสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนา

๕๕. เอวํ เม สุตนฺติ สุนกฺขตฺตสุตฺตํ. ตตฺถ อญฺญาติ อรหตฺตํ. พฺยากตาติ ขีณา ชาตีติอาทีหิ จตูหิ ปเทหิ กถิตา. อธิมาเนนาติ อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน, อนธิคเต อธิคตสญฺญิโน หุตฺวา อธิคตํ อเมฺหหีติ มาเนน พฺยากรึสุ.

๕๖. เอวญฺเจตฺถ สุนกฺขตฺต ตถาคตสฺส โหตีติ สุนกฺขตฺต เอตฺถ เอเตสํ ภิกฺขูนํ ปญฺหพฺยากรเณ – ‘‘อิทํ ฐานํ เอเตสํ อวิภูตํ อนฺธการํ, เตนิเม อนธิคเต อธิคตสญฺญิโน, หนฺท เนสํ วิโสเธตฺวา ปากฏํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสมี’’ติ, เอวญฺจ ตถาคตสฺส โหติ. อถ จ ปนิเธกจฺเจ…เป… ตสฺสปิ โหติ อญฺญถตฺตนฺติ ภควา ปฏิปนฺนกานํ ธมฺมํ เทเสติ. ยตฺถ ปน อิจฺฉาจาเร ฐิตา เอกจฺเจ โมฆปุริสา โหนฺติ, ตตฺร ภควา ปสฺสติ – ‘‘อิเม อิมํ ปญฺหํ อุคฺคเหตฺวา อชานิตฺวาว ชานนฺตา วิย อปฺปตฺเต ปตฺตสญฺญิโน หุตฺวา คามนิคมาทีสุ วิเสวมานา วิจริสฺสนฺติ, ตํ เนสํ ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ เอวมสฺสายํ อิจฺฉาจาเร ฐิตานํ การณา ปฏิปนฺนกานมฺปิ อตฺถาย ‘‘ธมฺมํ เทสิสฺสามี’’ติ อุปฺปนฺนสฺส จิตฺตสฺส อญฺญถาภาโว โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

๕๘. โลกามิสาธิมุตฺโตติ วฏฺฏามิส-กามามิส-โลกามิสภูเตสุ ปญฺจสุ กามคุเณสุ อธิมุตฺโต ตนฺนินฺโน ตคฺครุโก ตปฺปพฺภาโร. ตปฺปติรูปีติ กามคุณสภาคา. อาเนญฺชปฏิสํยุตฺตายาติ อาเนญฺชสมาปตฺติปฏิสํยุตฺตาย. สํเสยฺยาติ กเถยฺย. อาเนญฺชสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโตติ อาเนญฺชสมาปตฺติสํโยชเนน วิสํสฏฺโฐ. โลกามิสาธิมุตฺโตติ เอวรูโป หิ ลูขจีวรธโร มตฺติกาปตฺตํ อาทาย อตฺตโน สทิเสหิ กติปเยหิ สทฺธึ ปจฺจนฺตชนปทํ คจฺฉติ, คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐกาเล มนุสฺสา ทิสฺวา ‘‘มหาปํสุกุลิกา อาคตา’’ติ ยาคุภตฺตาทีนิ สมฺปาเทตฺวา สกฺกจฺจํ ทานํ เทนฺติ, ภตฺตกิจฺเจ นิฏฺฐิเต อนุโมทนํ สุตฺวา – ‘‘เสฺวปิ, ภนฺเต, อิเธว ปิณฺฑาย ปวิสถา’’ติ วทนฺติ. อลํ อุปาสกา, อชฺชาปิ โว พหูนํ ทินฺนนฺติ. เตน หิ, ภนฺเต, อนฺโตวสฺสํ อิธ วเสยฺยาถาติ อธิวาเสตฺวา วิหารมคฺคํ ปุจฺฉิตฺวา วิหารํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ เสนาสนํ คเหตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมนฺติ. สายํ เอโก อาวาสิโก เต ภิกฺขู ปุจฺฉติ ‘‘กตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺถา’’ติ? อสุกคาเมติ. ภิกฺขาสมฺปนฺนาติ? อาม เอวรูปา นาม มนุสฺสานํ สทฺธา โหติ. ‘‘อชฺเชว นุ โข เอเต เอทิสา, นิจฺจมฺปิ เอทิสา’’ติ? สทฺธา เต มนุสฺสา นิจฺจมฺปิ เอทิสา, เต นิสฺสาเยว อยํ วิหาโร วฑฺฒตีติ. ตโต เต ปํสุกุลิกา ปุนปฺปุนํ เตสํ วณฺณํ กเถนฺติ, ทิวสาวเสสํ กเถตฺวา รตฺติมฺปิ กเถนฺติ. เอตฺตาวตา อิจฺฉาจาเร ฐิตสฺส สีสํ นิกฺขนฺตํ โหติ อุทรํ ผาลิตํ. เอวํ โลกามิสาธิมุตฺโต เวทิตพฺโพ.

๕๙. อิทานิ อาเนญฺชสมาปตฺติลาภึ อธิมานิกํ ทสฺเสนฺโต ฐานํ โข ปเนตนฺติอาทิมาห. อาเนญฺชาธิมุตฺตสฺสาติ กิเลสสิญฺจนวิรหิตาสุ เหฏฺฐิมาสุ ฉสุ สมาปตฺตีสุ อธิมุตฺตสฺส ตนฺนินฺนสฺส ตคฺครุโน ตปฺปพฺภารสฺส. เส ปวุตฺเตติ ตํ ปวุตฺตํ. ฉ สมาปตฺติลาภิโน หิ อธิมานิกสฺส ปญฺจกามคุณามิสพนฺธนา ปติตปณฺฑุปลาโส วิย อุปฏฺฐาติ. เตเนตํ วุตฺตํ.

๖๐. อิทานิ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ ลาภิโน อธิมานิกสฺส นิฆํสํ ทสฺเสตุํ ฐานํ โข ปนาติอาทิมาห. ตตฺถ เทฺวธา ภินฺนาติ มชฺเฌ ภินฺนา. อปฺปฏิสนฺธิกาติ ขุทฺทกา มุฏฺฐิปาสาณมตฺตา ชตุนา วา สิเลเสน วา อลฺลียาเปตฺวา ปฏิสนฺธาตุํ สกฺกา. มหนฺตํ ปน กุฏาคารปฺปมาณํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เส ภินฺเนติ ตํ ภินฺนํ. อุปริ สมาปตฺติลาภิโน หิ เหฏฺฐาสมาปตฺติ เทฺวธาภินฺนา เสลา วิย โหติ, ตํ สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ. เตเนตํ วุตฺตํ.

๖๑. อิทานิ เนวสญฺญานาสญฺญายตนลาภิโน อธิมานิกสฺส จ นิฆํสํ ทสฺเสนฺโต ฐานํ โข ปนาติอาทิมาห. ตตฺถ เส วนฺเตติ ตํ วนฺตํ. อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโน หิ เหฏฺฐาสมาปตฺติโย วนฺตสทิสา หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, ปุน สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ. เตเนตํ วุตฺตํ.

๖๒. อิทานิ ขีณาสวสฺส นิฆํสํ ทสฺเสนฺโต ฐานํ โข ปนาติอาทิมาห. ตตฺถ เส อุจฺฉินฺนมูเลติ โส อุจฺฉินฺนมูโล. อุปริ สมาปตฺติลาภิโน หิ เหฏฺฐาสมาปตฺติ มูลจฺฉินฺนตาโล วิย อุปฏฺฐาติ, ตํ สมาปชฺชิสฺสามีติ จิตฺตํ น อุปฺปชฺชติ. เตเนตํ วุตฺตํ.

๖๓. ฐานํ โข ปนาติ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. เหฏฺฐา หิ สมาปตฺติลาภิโน อธิมานิกสฺสปิ ขีณาสวสฺสปิ นิฆํโส กถิโต, สุกฺขวิปสฺสกสฺส ปน อธิมานิกสฺสปิ ขีณาสวสฺสปิ น กถิโต. เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ นิฆํสํ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตํ ปน ปฏิกฺขิตฺตํ. สมาปตฺติลาภิโน หิ อธิมานิกสฺส นิฆํเส กถิเต สุกฺขวิปสฺสกสฺสปิ อธิมานิกสฺส กถิโตว โหติ, สมาปตฺติลาภิโน จ ขีณาสวสฺส กถิเต สุกฺขวิปสฺสกขีณาสวสฺส กถิโตว โหติ. เอเตสํ ปน ทฺวินฺนํ ภิกฺขูนํ สปฺปายาสปฺปายํ กเถตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ สิยา – ปุถุชฺชนสฺส ตาว อารมฺมณํ อสปฺปายํ โหตุ, ขีณาสวสฺส กถํ อสปฺปายนฺติ. ยทคฺเคน ปุถุชฺชนสฺส อสปฺปายํ, ตทคฺเคน ขีณาสวสฺสาปิ อสปฺปายเมว. วิสํ นาม ชานิตฺวา ขาทิตมฺปิ อชานิตฺวา ขาทิตมฺปิ วิสเมว. น หิ ขีณาสเวนปิ ‘‘อหํ ขีณาสโว’’ติ อสํวุเตน ภวิตพฺพํ. ขีณาสเวนปิ ยุตฺตปยุตฺเตเนว ภวิตุํ วฏฺฏติ.

๖๔. ตตฺถ สมเณนาติ พุทฺธสมเณน. ฉนฺทราคพฺยาปาเทนาติ โส อวิชฺชาสงฺขาโต วิสโทโส ฉนฺทราเคน จ พฺยาปาเทน จ รุปฺปติ กุปฺปติ. อสปฺปายานีติ อวฑฺฒิกรานิ อารมฺมณานิ. อนุทฺธํเสยฺยาติ โสเสยฺย มิลาเปยฺย. สอุปาทิเสสนฺติ สคหณเสสํ, อุปาทิตพฺพํ คณฺหิตพฺพํ อิธ อุปาทีติ วุตฺตํ. อนลญฺจ เต อนฺตรายายาติ ชีวิตนฺตรายํ เต กาตุํ อสมตฺถํ. รโชสูกนฺติ รโช จ วีหิสุกาทิ จ สูกํ. อสุ จ วิสโทโสติ โส จ วิสโทโส. ตทุภเยนาติ ยา สา อสปฺปายกิริยา จ โย วิสโทโส จ, เตน อุภเยน. ปุถุตฺตนฺติ มหนฺตภาวํ.

เอวเมว โขติ เอตฺถ สอุปาทานสลฺลุทฺธาโร วิย อปฺปหีโน อวิชฺชาวิสโทโส ทฏฺฐพฺโพ, อสปฺปายกิริยาย ฐิตภาโว วิย ฉสุ ทฺวาเรสุ อสํวุตกาโล, ตทุภเยน วเณ ปุถุตฺตํ คเต มรณํ วิย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตนํ, มรณมตฺตํ ทุกฺขํ วิย อญฺญตราย ครุกาย สํกิลิฏฺฐาย อาปตฺติยา อาปชฺชนํ ทฏฺฐพฺพํ. สุกฺกปกฺเขปิ อิมินาว นเยน โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ.

๖๕. สติยาเยตํ อธิวจนนฺติ เอตฺถ สติ ปญฺญาคติกา. โลกิกาย ปญฺญาย โลกิกา โหติ, โลกุตฺตราย โลกุตฺตรา. อริยาเยตํ ปญฺญายาติ ปริสุทฺธาย วิปสฺสนาปญฺญาย.

อิทานิ ขีณาสวสฺส พลํ ทสฺเสนฺโต โส วตาติอาทิมาห. ตตฺถ สํวุตการีติ ปิหิตการี. อิติ วิทิตฺวา นิรุปธีติ เอวํ ชานิตฺวา กิเลสุปธิปหานา นิรุปธิ โหติ, นิรุปาทาโนติ อตฺโถ. อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโตติ อุปธีนํ สงฺขยภูเต นิพฺพาเน อารมฺมณโต วิมุตฺโต. อุปธิสฺมินฺติ กามุปธิสฺมึ. กายํ อุปสํหริสฺสตีติ กายํ อลฺลียาเปสฺสติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณโต วิมุตฺโต ขีณาสโว ปญฺจ กามคุเณ เสวิตุํ, กายํ วา อุปสํหริสฺสติ จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สุนกฺขตฺตสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตวณฺณนา

๖๖. เอวํ เม สุตนฺติ อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตํ. ตตฺถ อนิจฺจาติ หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา. กามาติ วตฺถุกามาปิ กิเลสกามาปิ. ตุจฺฉาติ นิจฺจสารธุวสารอตฺตสารวิรหิตตฺตา ริตฺตา, น ปน นตฺถีติ คเหตพฺพา. น หิ ตุจฺฉมุฏฺฐีติ วุตฺเต มุฏฺฐิ นาม นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. ยสฺส ปน อพฺภนฺตเร กิญฺจิ นตฺถิ, โส วุจฺจติ ตุจฺโฉ. มุสาติ นาสนกา. โมสธมฺมาติ นสฺสนสภาวา, เขตฺตํ วิย วตฺถุ วิย หิรญฺญสุวณฺณํ วิย จ น ปญฺญายิตฺถ, กติปาเหเนว สุปินเก ทิฏฺฐา วิย นสฺสนฺติ น ปญฺญายนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โมสธมฺมา’’ติ, มายากตเมตนฺติ ยถา มายาย อุทกํ มณีติ กตฺวา ทสฺสิตํ, พทริปณฺณํ กหาปโณติ กตฺวา ทสฺสิตํ, อญฺญํ วา ปน เอวรูปํ ทสฺสนูปจาเร ฐิตสฺเสว ตถา ปญฺญายติ, อุปจาราติกฺกมโต ปฏฺฐาย ปากติกเมว ปญฺญายติ. เอวํ กามาปิ อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน ‘‘มายากต’’นฺติ วุตฺตา. ยถา จ มายากาโร อุทกาทีนิ มณิอาทีนํ วเสน ทสฺเสนฺโต วญฺเจติ, เอวํ กามาปิ อนิจฺจาทีนิ นิจฺจาทิสภาวํ ทสฺเสนฺตา วญฺเจนฺตีติ วญฺจนกฏฺเฐนปิ ‘‘มายากต’’นฺติ วุตฺตา. พาลลาปนนฺติ มยฺหํ ปุตฺโต, มยฺหํ ธีตา, มยฺหํ หิรญฺญํ มยฺหํ สุวณฺณนฺติ เอวํ พาลานํ ลาปนโต พาลลาปนํ. ทิฏฺฐธมฺมิกา กามาติ มานุสกา ปญฺจ กามคุณา. สมฺปรายิกาติ เต ฐเปตฺวา อวเสสา. ทิฏฺฐธมฺมิกา. กามสญฺญาติ มานุสเก กาเม อารพฺภ อุปฺปนฺนสญฺญา. อุภยเมตํ มารเธยฺยนฺติ เอเต กามา จ กามสญฺญา จ อุภยมฺปิ มารเธยฺยํ. เยหิ อุภยเมตํ คหิตํ, เตสญฺหิ อุปริ มาโร วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธาย ‘‘อุภยเมตํ มารเธยฺย’’นฺติ วุตฺตํ.

มารสฺเสส วิสโยติอาทีสุปิ ยถา โจฬสฺส วิสโย โจฬวิสโย, ปณฺฑสฺส วิสโย ปณฺฑวิสโย, สํวรานํ วิสโย สํวรวิสโยติ ปวตฺตนฏฺฐานํ วิสโยติ วุจฺจติ, เอวํ เยหิ เอเต กามา คหิตา, เตสํ อุปริ มาโร วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธาย มารสฺเสส วิสโยติ วุตฺตํ. ปญฺจ ปน กามคุเณ นิวาปพีชํ วิย วิปฺปกิรนฺโต มาโร คจฺฉติ. เยหิ ปน เต คหิตา, เตสํ อุปริ มาโร วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธาย มารสฺเสส นิวาโปติ วุตฺตํ. ยถา จ ยตฺถ หตฺถิอาทโย วสํ วตฺเตนฺติ, โส หตฺถิโคจโร อสฺสโคจโร อชโคจโรติ วุจฺจติ, เอวํ เยหิ เอเต กามา คหิตา, เตสุ มาโร วสํ วตฺเตติ. ตํ สนฺธาย มารสฺเสส โคจโรติ วุตฺตํ.

เอตฺถาติ เอเตสุ กาเมสุ. มานสาติ จิตฺตสมฺภูตา. ตตฺถ สิยา – ทุวิเธ ตาว กาเม อารพฺภ อภิชฺฌานลกฺขณา อภิชฺฌา, กรณุตฺตริยลกฺขโณ สารมฺโภ จ อุปฺปชฺชตุ, พฺยาปาโท กถํ อุปฺปชฺชตีติ? มมายิเต วตฺถุสฺมึ อจฺฉินฺเนปิ โสจนฺติ, อจฺฉิชฺชนฺเตปิ โสจนฺติ, อจฺฉินฺนสงฺกิโนปิ โสจนฺติ, โย เอวรูโป จิตฺตสฺส อาฆาโตติ เอวํ อุปฺปชฺชติ. เตว อริยสาวกสฺสาติ เต อริยสาวกสฺส. วกาโร อาคมสนฺธิมตฺตํ โหติ. อิธ มนุสิกฺขโตติ อิมสฺมึ สาสเน สิกฺขนฺตสฺส เต ตโยปิ กิเลสา อนฺตรายกรา โหนฺติ. อภิภุยฺย โลกนฺติ กามโลกํ อภิภวิตฺวา. อธิฏฺฐาย มนสาติ ฌานารมฺมณจิตฺเตน อธิฏฺฐหิตฺวา. อปริตฺตนฺติ กามาวจรจิตฺตํ ปริตฺตํ นาม, ตสฺส ปฏิกฺเขเปน มหคฺคตํ อปริตฺตํ นาม. ปมาณนฺติปิ กามาวจรเมว, รูปาวจรํ อรูปาวจรํ อปฺปมาณํ. สุภาวิตนฺติ ปน เอตํ กามาวจราทีนํ นามํ น โหติ, โลกุตฺตรสฺเสเวตํ นามํ. ตสฺมา เอตสฺส วเสน อปริตฺตํ อปฺปมาณํ สุภาวิตนฺติ สพฺพํ โลกุตฺตรเมว วฏฺฏติ.

ตพฺพหุลวิหาริโนติ กามปฏิพาหเนน ตเมว ปฏิปทํ พหุลํ กตฺวา วิหรนฺตสฺส. อายตเน จิตฺตํ ปสีทตีติ การเณ จิตฺตํ ปสีทติ. กึ ปเนตฺถ การณํ? อรหตฺตํ วา, อรหตฺตสฺส วิปสฺสนํ วา, จตุตฺถชฺฌานํ วา, จตุตฺถชฺฌานสฺส อุปจารํ วา. สมฺปสาเท สตีติ เอตฺถ ทุวิโธ สมฺปสาโท อธิโมกฺขสมฺปสาโท จ ปฏิลาภสมฺปสาโท จ. อรหตฺตสฺส หิ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา วิหรโต มหาภูตาทีสุ อุปฏฺฐหนฺเตสุ เยนิเม นีหาเรน มหาภูตา อุปฏฺฐหนฺติ, อุปาทารูปา อุปฏฺฐหนฺติ นามรูปา อุปฏฺฐหนฺติ, ปจฺจยา สพฺพถา อุปฏฺฐหนฺติ, ลกฺขณารมฺมณา วิปสฺสนา อุปฏฺฐหติ, อชฺเชว อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามีติ อปฺปฏิลทฺเธเยว อาสา สนฺติฏฺฐติ, อธิโมกฺขํ ปฏิลภติ. ตติยชฺฌานํ วา ปาทกํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานตฺถาย กสิณปริกมฺมํ กโรนฺตสฺส นีวรณวิกฺขมฺภนาทีนิ สมนุปสฺสโต เยนิเม นีหาเรน นีวรณา วิกฺขมฺภนฺติ, กิเลสา สนฺนิสีทนฺติ, สติ สนฺติฏฺฐติ, สงฺขารคตํ วา วิภูตํ ปากฏํ หุตฺวา ทิพฺพจกฺขุกสฺส ปรโลโก วิย อุปฏฺฐาติ, จิตฺตุปฺปาโท เลปปิณฺเฑ ลคฺคมาโน วิย อุปจาเรน สมาธิยติ, อชฺเชว จตุตฺถชฺฌานํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ อปฏิลทฺเธเยว อาสา สนฺติฏฺฐติ, อธิโมกฺขํ ปฏิลภติ. อยํ อธิโมกฺขสมฺปสาโท นาม. ตสฺมึ สมฺปสาเท สติ. โย ปน อรหตฺตํ วา ปฏิลภติ จตุตฺถชฺฌานํ วา, ตสฺส จิตฺตํ วิปฺปสนฺนํ โหติเยว. อิธ ปน ‘‘อายตเน จิตฺตํ ปสีทตี’’ติ วจนโต อรหตฺตวิปสฺสนาย เจว จตุตฺถชฺฌานูปจารสฺส จ ปฏิลาโภ ปฏิลาภสมฺปสาโทติ เวทิตพฺโพ. วิปสฺสนา หิ ปญฺญาย อธิมุจฺจนสฺส การณํ, อุปจารํ อาเนญฺชสมาปตฺติยา.

เอตรหิ วา อาเนญฺชํ สมาปชฺชติ. ปญฺญาย วา อธิมุจฺจตีติ เอตฺถ เอตรหิ วา ปญฺญาย อธิมุจฺจติ, อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตีติ เอวํ ปทปริวตฺตนํ กตฺวา อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – ตสฺมึ สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา ปญฺญาย อธิมุจฺจติ, อรหตฺตํ สจฺฉิกโรตีติ อตฺโถ. ตํ อนภิสมฺภุณนฺโต อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชติ, อถ วา ปญฺญาย วา อธิมุจฺจตีติ อรหตฺตมคฺคํ ภาเวติ, ตํ อนภิสมฺภุณนฺโต อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชติ. อรหตฺตมคฺคํ ภาเวตุํ อสกฺโกนฺโต เอตรหิ จตุสจฺจํ วา สจฺฉิกโรติ. ตํ อนภิสมฺภุณนฺโต อาเนญฺชํ วา สมาปชฺชตีติ.

ตตฺรายํ นโย – อิธ ภิกฺขุ ตติยชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานสฺส กสิณปริกมฺมํ กโรติ. ตสฺส นีวรณา วิกฺขมฺภนฺติ, สติ สนฺติฏฺฐติ, อุปจาเรน จิตฺตํ สมาธิยติ. โส รูปารูปํ ปริคณฺหาติ, ปจฺจยํ ปริคฺคณฺหาติ, ลกฺขณารมฺมณิกํ วิปสฺสนํ ววตฺถเปติ, ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อุปจาเรน เม ฌานํ วิเสสภาคิยํ ภเวยฺย, ติฏฺฐตุ วิเสสภาคิยตา, นิพฺเพธภาคิยํ นํ กริสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ สจฺฉิกโรติ. เอตฺตเกนสฺส กิจฺจํ กตํ นาม โหติ. อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ อสกฺโกนฺโต ปน ตโต โอสกฺกิตมานโส อนฺตรา น ติฏฺฐติ, จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชติเยว. ยถา กึ? ยถา ปุริโส ‘‘วนมหึสํ ฆาเตสฺสามี’’ติ สตฺตึ คเหตฺวา อนุพนฺธนฺโต สเจ ตํ ฆาเตติ, สกลคามวาสิโน โตเสสฺสติ, อสกฺโกนฺโต ปน อนฺตรามคฺเค สสโคธาทโย ขุทฺทกมิเค ฆาเตตฺวา กาชํ ปูเรตฺวา เอติเยว.

ตตฺถ ปุริสสฺส สตฺตึ คเหตฺวา วนมหึสานุพนฺธนํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน ตติยชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา จตุตฺถชฺฌานสฺส ปริกมฺมกรณํ, วนมหึสฆาตนํ วิย – ‘‘นีวรณวิกฺขมฺภนาทีนิ สมนุปสฺสโต วิเสสภาคิยํ ภเวยฺย, ติฏฺฐตุ วิเสสภาคิยตา, นิพฺเพธภาคิยํ นํ กริสฺสามี’’ติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตสฺส สจฺฉิกรณํ, มหึสํ ฆาเตตุํ อสกฺโกนฺตสฺส อนฺตรามคฺเค สสโคธาทโย ขุทฺทกมิเค ฆาเตตฺวา กาชํ ปูเรตฺวา คมนํ วิย อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส, ตโต โอสกฺกิตฺวา จตุตฺถชฺฌานสมาปชฺชนํ เวทิตพฺพํ. มคฺคภาวนา จตุสจฺจสจฺฉิกิริยาโยชนาสุปิ เอเสว นโย.

อิทานิ อรหตฺตํ สจฺฉิกาตุํ อสกฺโกนฺตสฺส นิพฺพตฺตฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต กายสฺส เภทาติอาทิมาห. ตตฺถ ยนฺติ เยน การเณน ตํ สํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อาเนญฺชูปคํ, ตํ การณํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ตํสํวตฺตนิกนฺติ ตสฺส ภิกฺขุโน สํวตฺตนิกํ. เยน วิปากวิญฺญาเณน โส ภิกฺขุ สํวตฺตติ นิพฺพตฺตติ, ตํ วิญฺญาณํ. อาเนญฺชูปคนฺติ กุสลาเนญฺชสภาวูปคตํ อสฺส, ตาทิสเมว ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เกจิ กุสลวิญฺญาณํ วทนฺติ. ยํ ตสฺส ภิกฺขุโน สํวตฺตนิกํ อุปปตฺติเหตุภูตํ กุสลวิญฺญาณํ อาเนญฺชูปคตํ อสฺส, วิปากกาเลปิ ตนฺนามกเมว อสฺสาติ อตฺโถ. โส ปนายมตฺโถ – ‘‘ปุญฺญํ เจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺญาณํ. อปุญฺญํ เจ สงฺขารํ อภิสงฺขาโรติ, อปุญฺญุปคํ โหติ วิญฺญาณํ. อาเนญฺชํ เจ สงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๕๑) อิมินา นเยน เวทิตพฺโพ. อาเนญฺชสปฺปายาติ อาเนญฺชสฺส จตุตฺถชฺฌานสฺส สปฺปายา. น เกวลญฺจ สา อาเนญฺชสฺเสว, อุปริ อรหตฺตสฺสาปิ สปฺปายาว อุปการภูตาเยวาติ เวทิตพฺพา. อิติ อิมสฺมึ ปฐมกอาเนญฺเช สมาธิวเสน โอสกฺกนา กถิตา.