๕. จงฺกีสุตฺตวณฺณนา
๔๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ จงฺกีสุตฺตํ. ตตฺถ เทววเน สาลวเนติ ตสฺมึ กิร เทวตานํ พลิกมฺมํ กรียติ, เตน ตํ เทววนนฺติปิ สาลวนนฺติปิ วุจฺจติ. โอปาสาทํ อชฺฌาวสตีติ โอปาสาทนามเก พฺราหฺมณคาเม วสติ, อภิภวิตฺวา วา อาวสติ, ตสฺส สามี หุตฺวา ยาย มริยาทาย ตตฺถ วสิตพฺพํ, ตาย มริยาทาย วสติ. อุปสคฺควเสน ปเนตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ เวทิตพฺพํ, ตถสฺส อนุปฺปโยคตฺตาว เสสปเทสุ. ตตฺถ ลกฺขณํ สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺพํ. สตฺตุสฺสทนฺติ สตฺเตหิ อุสฺสทํ อุสฺสนฺนํ, พหุชนํ อากิณฺณมนุสฺสํ โปสาวนิยหตฺถิอสฺสโมรมิคาทิอเนกสตฺตสมากิณฺณญฺจาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน โส คาโม พหิ อาวิชฺฌิตฺวา ชาเตน หตฺถิอสฺสาทีนํ ฆาสติเณน เจว เคหจฺฉทนติเณน จ สมฺปนฺโน, ตถา ทารุกฏฺเฐหิ เจว เคหสมฺภารกฏฺเฐหิ จ, ยสฺมา จสฺส อพฺภนฺตเร วฏฺฏจตุรสฺสาทิสณฺฐานา พหู โปกฺขรณิโย, ชลชกุสุมวิจิตฺตานิ จ พหิ อเนกานิ ตฬากานิ วา อุทกสฺส นิจฺจภริตาเนว โหนฺติ, ตสฺมา สติณกฏฺโฐทกนฺติ วุตฺตํ.
สห ธญฺเญน สธญฺญํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณาทิเภทํ พหุธญฺญสนฺนิจยนฺติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา ยสฺมึ คาเม พฺราหฺมโณ เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ราชลีลาย วสติ. ตสฺส สมิทฺธิสมฺปตฺติ ทีปิตา โหติ. ราชโต ลทฺธํ โภคฺคํ ราชโภคฺคํ. เกน ทินฺนนฺติ เจ, รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺนํ. ราชทายนฺติ รญฺโญ ทายภูตํ, ทายชฺชนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมเทยฺยนฺติ เสฏฺฐเทยฺยํ, ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ราชสงฺเขเปน ภุญฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ. อถ วา ราชโภคฺคนฺติ สพฺพํ เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสนฺเตน ติตฺถปพฺพตาทีสุ สุงฺกํ คณฺหนฺเตน เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา รญฺญา หุตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. ตตฺถ รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺนํ ราชทายนฺติ. เอตฺถ รญฺญา ทินฺนตฺตา ราชทายํ, ทายกราชทีปนตฺถํ ปนสฺส ‘‘รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺน’’นฺติ อิทํ วุตฺตํ. พฺรหฺมเทยฺยนฺติ เสฏฺฐเทยฺยํ, ยถา ทินฺนํ น ปุน คเหตพฺพํ โหติ นิสฺสฏฺฐปริจฺจตฺตํ, เอวํ ทินฺนนฺติ อตฺโถ.
๔๒๓. พหู พหู หุตฺวา สํหตาติ สงฺฆา. เอเกกิสฺสา ทิสาย สงฺโฆ เตสํ อตฺถีติ สงฺฆี. ปุพฺเพ คามสฺส อนฺโต อคณา พหิ นิกฺขมิตฺวา คณา สมฺปนฺนาติ คณีภูตา. อุตฺตเรนมุขาติ อุตฺตรทิสาภิมุขา. ขตฺตํ อามนฺเตสีติ ขตฺตา วุจฺจติ ปุจฺฉิตปญฺหพฺยากรณสมตฺโถ มหามตฺโต, ตํ อามนฺเตสิ. อาคเมนฺตูติ มุหุตฺตํ ปฏิมาเนนฺตุ, อจฺฉนฺตูติ วุตฺตํ โหติ.
๔๒๔. นานาเวรชฺชกานนฺติ นานาวิเธสุ รชฺเชสุ อญฺเญสุ กาสิโกสลาทีสุ ชาตา วา นิวสนฺติ วา, ตโต วา อาคตาติ นานาเวรชฺชกา, เตสํ นานาเวรชฺชกานํ. เกนจิเทวาติ อนิยมิเตน ยญฺญุปาสนาทินา เกนจิ กิจฺเจน. เต ตสฺส คมนํ สุตฺวา จินฺเตสุํ – ‘‘อยํ, จงฺกี, อุคฺคตพฺราหฺมโณ, เยภุยฺเยน จ อญฺเญ พฺราหฺมณา สมณํ โคตมํ สรณํ คตา, อยเมว น คโต. สฺวายํ สเจ ตตฺถ คมิสฺสติ, อทฺธา สมณสฺส โคตมสฺส อาวฏฺฏนิยา มายาย อาวฏฺฏิโต สรณํ คมิสฺสติ. ตโต เอตสฺสาปิ เคหทฺวาเร พฺราหฺมณานํ อสนฺนิปาโต ภวิสฺสติ. หนฺทสฺส คมนนฺตรายํ กโรมา’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา ตตฺถ อคมํสุ. ตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข เต พฺราหฺมณา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ อุภโตติ ทฺวีหิ ปกฺเขหิ. มาติโต จ ปิติโต จาติ, โภโต มาตา พฺราหฺมณี, มาตุมาตา พฺราหฺมณี, ตสฺสาปิ มาตา พฺราหฺมณี. ปิตา พฺราหฺมโณ, ปิตุปิตา พฺราหฺมโณ, ตสฺสปิ ปิตา พฺราหฺมโณติ. เอวํ ภวํ อุภโต สุชาโต, มาติโต จ ปิติโต จ. สํสุทฺธคหณิโกติ สํสุทฺธา เต มาตุ คหณี, สํสุทฺธา เต มาตุ กุจฺฉีติ อตฺโถ. ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอตฺถ ปิตุ ปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามโหว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส, ตาว สํสุทฺธคหณิโก. อถ วา อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทนาติ ทสฺเสติ. อกฺขิตฺโตติ อปเนถ เอตํ, กึ อิมินาติ เอวํ อกฺขิตฺโต อนวกฺขิตฺโต. อนุปกฺกุฏฺโฐติ น อุปกุฏฺโฐ, น อกฺโกสํ วา นินฺทํ วา ปตฺตปุพฺโพ. เกน การเณนาติ. ชาติวาเทน, อิติปิ หีนชาติโก เอโสติ เอวรูเปน วจเนนาติ อตฺโถ. อิมินาปงฺเคนาติ อิมินาปิ การเณน.
อฑฺโฒติ อิสฺสโร. มหทฺธโนติ มหตา ธเนน สมนฺนาคโต. โภโต หิ เคเห ปถวิยํ ปํสุวาลิกา วิย พหุ ธนํ, สมโณ ปน โคตโม อธโน ภิกฺขาย อุทรํ ปูเรตฺวา ยาเปตีติ ทสฺเสนฺติ. มหาโภโคติ ปญฺจกามคุณวเสน มหาอุปโภโค. เอวํ ยํ ยํ คุณํ วทนฺติ, ตสฺส ตสฺส ปฏิปกฺขวเสน ภควโต อคุณํเยว ทสฺเสมาติ มญฺญมานา วทนฺติ.
อภิรูโปติ อญฺเญหิ มนุสฺเสหิ อธิกรูโป. ทสฺสนีโยติ ทิวสมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติกรณโต ทสฺสนโยคฺโค, ทสฺสเนเนว จิตฺตปสาทชนนโต ปาสาทิโก. โปกฺขรตา วุจฺจติ สุนฺทรภาโว, วณฺณสฺส โปกฺขรตา วณฺณโปกฺขรตา, ตาย วณฺณโปกฺขรตาย, วณฺณสมฺปตฺติยาติ อตฺโถ. โปราณา ปน โปกฺขรนฺติ สรีรํ วทนฺติ, วณฺณํ วณฺณเมว. เตสํ มเตน วณฺโณ จ โปกฺขรญฺจ วณฺณโปกฺขรานิ, เตสํ ภาโว วณฺณโปกฺขรตา. อิติ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตายาติ อุตฺตมปริสุทฺเธน วณฺเณน เจว สรีรสณฺฐานสมฺปตฺติยา จาติ อตฺโถ. พฺรหฺมวณฺณีติ เสฏฺฐวณฺณี, ปริสุทฺธวณฺเณสุปิ เสฏฺเฐน สุวณฺณวณฺเณเนว สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. พฺรหฺมวจฺฉสีติ มหาพฺรหฺมุโน สรีรสทิเสน สรีเรน สมนฺนาคโต. อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนายาติ โภโต สรีเร ทสฺสนสฺส โอกาโส น ขุทฺทโก มหา. สพฺพาเนว เต องฺคปจฺจงฺคานิ ทสฺสนียาเนว, ตานิ จาปิ มหนฺตาเนวาติ ทีเปติ.
สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา. วุทฺธํ วฑฺฒิตํ สีลมสฺสาติ วุทฺธสีลี. วุทฺธสีเลนาติ วุทฺเธน วฑฺฒิเตน สีเลน. สมนฺนาคโตติ ยุตฺโต, อิทํ วุทฺธสีลีปทสฺเสว เววจนํ. สพฺพเมตํ ปญฺจสีลมตฺตเมว สนฺธาย วทนฺติ.
กาลฺยาณวาโจติอาทีสุ กลฺยาณา สุนฺทรา ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา วาจา อสฺสาติ กลฺยาณวาโจ. กลฺยาณํ มธุรํ วากฺกรณํ อสฺสาติ กลฺยาณวากฺกรโณ. วากฺกรณนฺติ อุทาหรณโฆโส. คุณปริปุณฺณภาเวน ปุเร ภวาติ โปรี. ปุเร วา ภวตฺตา โปรี. นาคริกิตฺถิยา สุขุมาลตฺตเนน สทิสาติปิ โปรี. ตาย โปริยา. วิสฺสฏฺฐายาติ อปลิพุทฺธาย, สนฺทิฏฺฐวิลมฺพิตาทิโทสรหิตาย. อเนลคลายาติ เอลคเลน วิรหิตาย. เอกจฺจสฺส หิ กเถนฺตสฺส เอลํ คลติ, ลาลา วา ปคฺฆรติ, เขฬผุสิตานิ วา นิกฺขมนฺติ, ตสฺส วาจา เอลคลา นาม โหติ. ตพฺพิปริตายาติ อตฺโถ. อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยาติอาทิมชฺฌปริโยสานํ ปากฏํ กตฺวา ภาสิตตฺถสฺส วิญฺญาปนสมตฺถาย. เสสเมตฺถ พฺราหฺมณวณฺเณ อุตฺตานเมว.
๔๒๕. เอวํ วุตฺเตติ เอวํ เตหิ พฺราหฺมเณหิ วุตฺเต, จงฺกี, ‘‘อิเม พฺราหฺมณา อตฺตโน วณฺเณ วุจฺจมาเน อตุสฺสนกสตฺโต นาม นตฺถิ, วณฺณมสฺส ภณิตฺวา นิวาเรสฺสามาติ ชาติอาทีหิ มม วณฺณํ วทนฺติ, น โข ปน เม ยุตฺตํ อตฺตโน วณฺเณ รชฺชิตุํ. หนฺทาหํ เอเตสํ วาทํ ภินฺทิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส มหนฺตภาวํ ญาเปตฺวา เอเตสํ ตตฺถ คมนํ กโรมี’’ติ จินฺเตตฺวา เตน หิ, โภ, มมาปิ สุณาถาติอาทิมาห. ตตฺถ เยปิ ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติอาทโย อตฺตโน คุเณหิ สทิสา คุณา, เตปิ ‘‘โก จาหํ, เก จ สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโย คุณา’’ติ อตฺตโน คุเณหิ อุตฺตริตเรเยว มญฺญมาโน, อิตเร ปน เอกนฺเตเนว ภควโต มหนฺตภาวทีปนตฺถํ ปกาเสติ. มยเมว อรหามาติ เอวํ นิยเมนฺโต เจตฺถ อิทํ ทีเปติ – ยทิ คุณมหนฺตตาย อุปสงฺกมิตพฺโพ นาม โหติ, ยถา สิเนรุํ อุปนิธาย สาสโป, มหาสมุทฺทํ อุปนิธาย โคปทกํ, สตฺตสุ มหาสเรสุ อุทกํ อุปนิธาย อุสฺสาวพินฺทุ ปริตฺโต ลามโก, เอวเมวํ สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโย คุเณ อุปนิธาย อมฺหากํ คุณา ปริตฺตา ลามกา, ตสฺมา มยเมว อรหาม ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุนฺติ.
ภูมิคตญฺจ เวหาสฏฺฐญฺจาติ เอตฺถ ราชงฺคเณ เจว อุยฺยาเน จ สุธามฏฺฐา โปกฺขรณิโย สตฺตรตนปูรึ กตฺวา ภูมิยํ ฐปิตํ ธนํ ภูมิคตํ นาม, ปาสาทนิยูหาทโย ปน ปูเรตฺวา ฐปิตํ เวหาสฏฺฐํ นาม. เอวํ ตาว กุลปริยาเยน อาคตํ. ตถาคตสฺส ปน ชาตทิวเสเยว สงฺโข เอโล อุปฺปโล ปุณฺฑรีโกติ จตฺตาโร นิธโย อุปคตา. เตสุ สงฺโข คาวุติโก, เอโล อฑฺฒโยชนิโก, อุปฺปโล ติคาวุติโก ปุณฺฑรีโก โยชนิโกติ. เตสุปิ คหิตคหิตฏฺฐานํ ปูรติเยว. อิติ ภควา ปหูตํ หิรญฺญสุวณฺณํ โอหาย ปพฺพชิโตติ เวทิตพฺโพ. ทหโร วาติอาทีนิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตาเนว.
อขุทฺทาวกาโสติ เอตฺถ ภควติ อปริมาโณเยว ทสฺสนาวกาโสติ เวทิตพฺโพ. ตตฺริทํ วตฺถุํ – ราชคเห กิร อญฺญตโร พฺราหฺมโณ ‘‘สมณสฺส กิร โคตมสฺส ปมาณํ คเหตุํ น สกฺกา’’ติ สุตฺวา ภควโต ปิณฺฑาย ปวิสนกาเล สฏฺฐิหตฺถํ เวฬุํ คเหตฺวา นครทฺวารสฺส พหิ ฐตฺวา สมฺปตฺเต ภควติ เวฬุํ คเหตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ, เวฬุ ภควโต ชาณุมตฺตํ ปาปุณิ. ปุนทิวเส เทฺว เวฬู ฆเฏตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ, ภควา ทฺวินฺนํ เวฬูนํ อุปริ ทฺวิเวณุมตฺตเมว ปญฺญายมาโน, ‘‘พฺราหฺมณ, กึ กโรสี’’ติ อาห? ตุมฺหากํ ปมาณํ คณฺหามีติ. ‘‘พฺราหฺมณ, สเจปิ ตฺวํ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรตฺวา ฐิตเวฬุํ ฆเฏตฺวา อาคมิสฺสสิ, เนว เม ปมาณํ คเหตุํ สกฺขิสฺสสิ. น หิ มยา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ตถา ปารมิโย ปูริตา, ยถา เม ปโร ปมาณํ คเณฺหยฺย, อตุโล พฺราหฺมณ, ตถาคโต อปฺปเมยฺโย’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท คาถมาห. คาถาปริโยสาเน จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตํ ปิวึสุ.
อปรมฺปิ วตฺถุ – ราหุ กิร อสุรินฺโท จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ อฏฺฐ จ โยชนสตานิ อุจฺโจ, พาหนฺตรมสฺส ทฺวาทสโยชนสตานิ, หตฺถตลปาทตลานํ ปุถุลตา ตีณิ โยชนสตานิ, องฺคุลิปพฺพานิ ปณฺณาสโยชนานิ, ภมุกนฺตรํ ปณฺณาสโยชนํ, นลาฏํ ติโยชนสตํ, สีสํ นวโยชนสตํ. โส – ‘‘อหํ อุจฺโจสฺมิ, สตฺถารํ โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ น คจฺฉติ. โส เอกทิวสํ ภควโต วณฺณํ สุตฺวา ‘‘ยถา กถญฺจ โอโลเกสฺสามี’’ติ อาคโต. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ‘‘จตูสุ อิริยาปเถสุ กตเรน ทสฺเสมี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ฐิตโก นาม นีโจปิ อุจฺโจ วิย ปญฺญายติ, นิปนฺโนวสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ, ‘‘อานนฺท, คนฺธกุฏิปริเวเณ มญฺจกํ ปญฺญาเปหี’’ติ วตฺวา ตตฺถ สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ. ราหุ อาคนฺตฺวา นิปนฺนํ ภควนฺตํ คีวํ อุนฺนาเมตฺวา นภมชฺเฌ ปุณฺณจนฺทํ วิย อุลฺโลเกติ. กิมิทํ อสุรินฺทาติ จ วุตฺเต, ภควา โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามีติ น คจฺฉินฺติ. น มยา อสุรินฺท อโธมุเขน ปารมิโย ปูริตา, อุทฺธคฺคํ เม กตฺวา ทานํ ทินฺนนฺติ. ตํทิวสํ ราหุ สรณํ อคมาสิ. เอวํ ภควา อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนาย.
จตุปาริสุทฺธิสีเลน สีลวา. ตํ ปน สีลํ อริยํ อุตฺตมํ ปริสุทฺธํ, เตนาห อริยสีลีติ. ตเทว อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ, เตนาห กุสลสีลีติ. กุสเลน สีเลนาติ อิทมสฺส เววจนํ. พหูนํ อาจริยปาจริโยติ ภควโต เอเกกาย ธมฺมเทสนาย จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อปริมาณาปิ เทวมนุสฺสา มคฺคผลามตํ ปิวนฺติ. ตสฺมา พหูนํ อาจริโย, สาวกวิเนยฺยานํ ปาจริโยติ.
ขีณกามราโคติ เอตฺถ กามํ ภควโต สพฺเพปิ กิเลสา ขีณา, พฺราหฺมโณ ปน เต น ชานาติ, อตฺตโน ชานนฏฺฐาเนเยว คุณํ กเถติ. วิคตจาปลฺโลติ ‘‘ปตฺตมณฺฑนา จีวรมณฺฑนา เสนาสนมณฺฑนา อิมสฺส วา ปูติกายสฺส…เป… เกลนา ปฏิเกลนา’’ติ เอวํ วุตฺตจาปลฺยวิรหิโต.
อปาปปุเรกฺขาโรติ อปาเป นวโลกุตฺตรธมฺเม ปุรโต กตฺวา วิจรติ. พฺรหฺมญฺญาย ปชายาติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทิเภทาย พฺราหฺมณปชาย. (อวิรุทฺโธ หิ โส) เอติสฺสาย ปชาย ปุเรกฺขาโร. อยญฺหิ ปชา สมณํ โคตมํ ปุรโต กตฺวา จรตีติ อตฺโถ. อปิจ อปาปปุเรกฺขาโรติ น ปาปุปุเรกฺขาโร, น ปาปํ ปุรโต กตฺวา จรติ, ปาปํ น อิจฺฉตีติ อตฺโถ. กสฺส? พฺรหฺมญฺญาย ปชาย อตฺตนา สทฺธึ ปฏิวิรุทฺธายปิ พฺราหฺมณปชาย อวิรุทฺโธ หิตสุขตฺถิโกเยวาติ วุตฺตํ โหติ.
ติโรรฏฺฐาติ ปรรฏฺฐโต. ติโรชนปทาติ ปรชนปทโต. สํปุจฺฉิตุํ อาคจฺฉนฺตีติ ขตฺติยปณฺฑิตาทโย เจว พฺราหฺมณคนฺธพฺพาทโย จ ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา ปุจฺฉิสฺสามาติ อาคจฺฉนฺติ. ตตฺถ เกจิ ปุจฺฉาย วา โทสํ วิสฺสชฺชนสมฺปฏิจฺฉเน วา อสมตฺถตํ สลฺลกฺเขตฺวา อปุจฺฉิตฺวาว ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เกจิ ปุจฺฉนฺติ, เกสญฺจิ ภควา ปุจฺฉาย อุสฺสาหํ ชเนตฺวา วิสฺสชฺเชติ. เอวํ สพฺเพสมฺปิ เตสํ วิมติโย ตีรํ ปตฺวา มหาสมุทฺทสฺส อูมิโย วิย ภควนฺตํ ปตฺวาว ภิชฺชนฺติ. เสสเมตฺถ ตถาคตสฺส วณฺเณ อุตฺตานเมว.
อติถี โน เต โหนฺตีติ เต อมฺหากํ อาคนฺตุกา นวกา ปาหุนกา โหนฺตีติ อตฺโถ. ปริยาปุณามีติ ชานามิ. อปริมาณวณฺโณติ ตถารูเปเนว สพฺพญฺญุนาปิ อปฺปเมยฺยวณฺโณ, ปเคว มาทิเสนาติ ทสฺเสติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,
กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;
ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,
วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ.
อิมํ ปน คุณกถํ สุตฺวา เต พฺราหฺมณา จินฺตยึสุ ‘‘ยถา, จงฺกี, สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณํ ภาสติ, อโนมคุโณ โส ภวํ โคตโม, เอวํ ตสฺส คุเณ ชานมาเนน โข ปน อิมินา อติจิรํ อธิวาสิตํ, หนฺท นํ อนุวตฺตามา’’ติ อนุวตฺตมานา ‘‘เตน หิ, โภ’’ติอาทิมาหํสุ.
๔๒๖. โอปาเตตีติ ปเวเสติ. สํปุเรกฺขโรนฺตีติ ปุตฺตมตฺตนตฺตมตฺตมฺปิ สมานํ ปุรโต กตฺวา วิจรนฺติ.
๔๒๗. มนฺตปทนฺติ มนฺตาเยว มนฺตปทํ, เวโทติ อตฺโถ. อิติหิติห ปรมฺปรายาติ เอวํ กิร เอวํ กิราติ ปรมฺปรภาเวน อาคตนฺติ ทีเปติ. ปิฏกสมฺปทายาติ ปาวจนสงฺขาตสมฺปตฺติยา. สาวิตฺติอาทีหิ ฉนฺทพนฺเธหิ จ วคฺคพนฺเธหิ จ สมฺปาเทตฺวา อาคตนฺติ ทสฺเสติ. ตตฺถ จาติ ตสฺมึ มนฺตปเท. ปวตฺตาโรติ ปวตฺตยิตาโร. เยสนฺติ เยสํ สนฺตกํ. มนฺตปทนฺติ เวทสงฺขาตํ มนฺตเมว. คีตนฺติ อฏฺฐกาทีหิ ทสหิ โปราณกพฺราหฺมเณหิ ปทสมฺปตฺติวเสน สชฺฌายิตํ. ปวุตฺตนฺติ อญฺเญสํ วุตฺตํ, วาจิตนฺติ อตฺโถ. สมิหิตนฺติ สมุปพฺยูฬฺหํ ราสิกตํ, ปิณฺฑํ กตฺวา ฐปิตนฺติ อตฺโถ. ตทนุคายนฺตีติ เอตรหิ พฺราหฺมณา ตํ เตหิ ปุพฺเพ คีตํ อนุคายนฺติ อนุสชฺฌายนฺติ วาเทนฺติ. ตทนุภาสนฺตีติ ตํ อนุภาสนฺติ, อิทํ ปุริมสฺเสว เววจนํ. ภาสิตมนุภาสนฺตีติ เตหิ ภาสิตํ สชฺฌายิตํ อนุสชฺฌายนฺติ. วาจิตมนุวาเจนฺตีติ เตหิ อญฺเญสํ วาจิตํ อนุวาเจนฺติ. เสยฺยถิทนฺติ เต กตเมติ อตฺโถ. อฏฺฐโกติอาทีนิ เตสํ นามานิ, เต กิร ทิพฺเพน จกฺขุนา โอโลเกตฺวา ปรูปฆาตํ อกตฺวา กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ภควโต ปาวจเนน สห สํสนฺเทตฺวา มนฺเต คนฺเถสุํ, อปราปเร ปน พฺราหฺมณา ปาณาติปาตาทีนิ ปกฺขิปิตฺวา ตโย เวเท ภินฺทิตฺวา พุทฺธวจเนน สทฺธึ วิรุทฺเธ อกํสุ.
๔๒๘. อนฺธเวณีติ อนฺธปเวณี. เอเกน หิ จกฺขุมตา คหิตยฏฺฐิยา โกฏึ เอโก อนฺโธ คณฺหาติ, ตํ อนฺธํ อญฺโญ, ตํ อญฺโญติ เอวํ ปณฺณาส สฏฺฐิ อนฺธา ปฏิปาฏิยา ฆฏิตา อนฺธเวณีติ วุจฺจติ. ปรมฺปราสํสตฺตาติ อญฺญมญฺญํ ลคฺคา, ยฏฺฐิคฺคาหเกนปิ จกฺขุมตา วิรหิตาติ อตฺโถ. เอโก กิร ธุตฺโต อนฺธคณํ ทิสฺวา ‘‘อสุกสฺมึ นาม คาเม ขชฺชโภชฺชํ สุลภ’’นฺติ อุสฺสาเหตฺวา เตหิ ‘‘ตตฺถ โน สามิ เนหิ, อิทํ นาม เต เทมา’’ติ วุตฺเต ลญฺชํ คเหตฺวา อนฺตรามคฺเค มคฺคา โอกฺกมฺม มหนฺตํ คจฺฉํ อนุปริคนฺตฺวา ปุริมสฺส หตฺเถน ปจฺฉิมสฺส กจฺฉํ คณฺหาเปตฺวา ‘‘กิญฺจิ กมฺมํ อตฺถิ, คจฺฉถ ตาว ตุเมฺห’’ติ วตฺวา ปลายิ. เต ทิวสมฺปิ คนฺตฺวา มคฺคํ อวินฺทมานา ‘‘กหํ, โภ, จกฺขุมา กหํ มคฺโค’’ติ ปริเทวิตฺวา มคฺคํ อวินฺทมานา ตตฺเถว มรึสุ. เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ปรมฺปราสํสตฺตา’’ติ. ปุริโมปีติ ปุริเมสุ ทสสุ พฺราหฺมเณสุ เอโกปิ. มชฺฌิโมปีติ มชฺเฌ อาจริยปาจริเยสุ เอโกปิ. ปจฺฉิโมปีติ อิทานิ พฺราหฺมเณสุ เอโกปิ.
ปญฺจ โขติ ปาฬิอาคเตสุ ทฺวีสุ อญฺเญปิ เอวรูเป ตโย ปกฺขิปิตฺวา วทติ. เทฺวธาวิปากาติ ภูตวิปากา วา อภูตวิปากา วา. นาลเมตฺถาติ, ภารทฺวาช, สจฺจํ อนุรกฺขิสฺสามีติ ปฏิปนฺเนน วิญฺญุนา ‘‘ยํ มยา คหิตํ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’’นฺติ เอตฺถ เอกํเสเนว นิฏฺฐํ คนฺตุํ นาลํ น ยุตฺตนฺติ อุปริ ปุจฺฉาย มคฺคํ วิวริตฺวา ฐเปสิ.
๔๓๐. อิธ, ภารทฺวาช, ภิกฺขูติ ชีวกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๕๑ อาทโย) วิย มหาวจฺฉสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๑๙๓ อาทโย) วิย จ อตฺตานญฺเญว สนฺธาย วทติ. โลภนีเยสุ ธมฺเมสูติ โลภธมฺเมสุ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย.
๔๓๒. สทฺธํ นิเวเสตีติ โอกปฺปนิยสทฺธํ นิเวเสติ. อุปสงฺกมตีติ อุปคจฺฉติ. ปยิรุปาสตีติ สนฺติเก นิสีทติ. โสตนฺติ ปสาทโสตํ โอทหติ. ธมฺมนฺติ เทสนาธมฺมํ สุณาติ. ธาเรตีติ ปคุณํ กตฺวา ธาเรติ. อุปปริกฺขตีติ อตฺถโต จ การณโต จ วีมํสติ. นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ โอโลกนํ ขมนฺติ, อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธีติ เอวํ อุปฏฺฐหนฺตีติ อตฺโถ. ฉนฺโทติ กตฺตุกมฺยตา ฉนฺโท. อุสฺสหตีติ วายมติ. ตุเลตีติ อนิจฺจาทิวเสน ตีเรติ. ปทหตีติ มคฺคปธานํ ปทหติ. กาเยน เจว ปรมสจฺจนฺติ สหชาตนามกาเยน จ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ กิเลเส นิพฺพิชฺฌิตฺวา ตเทว วิภูตํ ปากฏํ กโรนฺโต ปสฺสติ.
๔๓๓. สจฺจานุโพโธติ มคฺคานุโพโธ. สจฺจานุปฺปตฺตีติ ผลสจฺฉิกิริยา. เตสํเยวาติ เหฏฺฐา วุตฺตานํ ทฺวาทสนฺนํ, เอวํ ทีฆํ มคฺควาทํ อนุโลเมติ, ตสฺมา นายมตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ อตฺโถ – เตสํเยวาติ เตสํ มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมานํ. ปธานนฺติ มคฺคปธานํ. ตญฺหิ ผลสจฺฉิกิริยสงฺขาตาย สจฺจานุปฺปตฺติยา พหุการํ, มคฺเค อสติ ผลาภาวโตติ. อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จงฺกีสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.