๕. พฺราหฺมณวคฺโค

๑. พฺรหฺมายุสุตฺตวณฺณนา

๓๘๓. เอวํ เม สุตนฺติ พฺรหฺมายุสุตฺตํ. ตตฺถ มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ มหตาติ คุณมหตฺเตนปิ มหตา, สงฺขฺยามหตฺเตนปิ. โส หิ ภิกฺขุสงฺเฆ คุเณหิปิ มหา อโหสิ อปฺปิจฺฉตาทิคุณสมนฺนาคตตฺตา, สงฺขฺยายปิ มหา ปญฺจสตสงฺขฺยตฺตา. ภิกฺขูนํ สงฺเฆน ภิกฺขุสงฺเฆน, ทิฏฺฐิสีลสามญฺญสงฺฆาตสงฺขาเตน สมณคเณนาติ อตฺโถ. สทฺธินฺติ เอกโต. ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหีติ ปญฺจ มตฺตา เอเตสนฺติ ปญฺจมตฺตานิ. มตฺตาติ ปมาณํ วุจฺจติ, ตสฺมา ยถา โภชเน มตฺตญฺญูติ วุตฺเต โภชเน มตฺตํ ชานาติ ปมาณํ ชานาตีติ อตฺโถ โหติ, เอวมิธาปิ เตสํ ภิกฺขุสตานํ ปญฺจมตฺตา ปญฺจปมาณนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. ภิกฺขูนํ สตานิ ภิกฺขุสตานิ. เตหิ ปญฺจมตฺเตหิ ภิกฺขุสเตหิ.

วีสวสฺสสติโกติ วีสาธิกวสฺสสติโก. ติณฺณํ เวทานนฺติ อิรุเวทยชุเวทสามเวทานํ. โอฏฺฐปหตกรณวเสน ปารํ คโตติ ปารคู. สห นิฆณฺฑุนา จ เกฏุเภน จ สนิฆณฺฑุเกฏุภานํ, นิฆณฺฑูติ นามนิฆณฺฏุรุกฺขาทีนํ เววจนปฺปกาสกํ สตฺถํ. เกฏุภนฺติ กิริยากปฺปวิกปฺโป กวีนํ อุปการาย สตฺถํ. สห อกฺขรปฺปเภเทน สกฺขรปฺปเภทานํ. อกฺขรปฺปเภโทติ สิกฺขา จ นิรุตฺติ จ. อิติหาสปญฺจมานนฺติ อาถพฺพณเวทํ จตุตฺถํ กตฺวา ‘‘อิติห อาส อิติห อาสา’’ติ อีทิสวจนปฺปฏิสํยุตฺโต ปุราณกถาสงฺขาโต อิติหาโส ปญฺจโม เอเตสนฺติ อิติหาสปญฺจมา, เตสํ อิติหาสปญฺจมานํ. ปทญฺจ ตทวเสสญฺจ พฺยากรณํ อธียติ ปเวเทติ จาติ ปทโก เวยฺยากรโณ. โลกายตํ วุจฺจติ วิตณฺฑวาทสตฺถํ. มหาปุริสลกฺขณนฺติ มหาปุริสานํ พุทฺธาทีนํ ลกฺขณทีปกํ ทฺวาทสสหสฺสคนฺถปฺปมาณํ สตฺถํ, ยตฺถ โสฬสสหสฺสคาถาปริมาณาย พุทฺธมนฺตา นาม อเหสุํ, เยสํ วเสน ‘‘อิมินา ลกฺขเณน สมนฺนาคตา พุทฺธา นาม โหนฺติ, อิมินา ปจฺเจกพุทฺธา นาม โหนฺติ, อิมินา เทฺว อคฺคสาวกา, อสีติมหาสาวกา, พุทฺธมาตา, พุทฺธปิตา, อคฺคุปฏฺฐาโก, อคฺคุปฏฺฐายิกา, ราชา จกฺกวตฺตี’’ติ อยํ วิเสโส ญายติ. อนวโยติ อิเมสุ โลกายตมหาปุริสลกฺขเณสุ อนูโน ปริปูรการี, อวโย น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อวโย นาม โย ตานิ อตฺถโต จ คนฺถโต จ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ. อสฺโสสิ โขติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ สาเลยฺยกสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๓๙ อาทโย) วุตฺตเมว.

๓๘๔. อยํ ตาตาติ อยํ มหลฺลกตาย คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต มาณวํ อามนฺเตตฺวา เอวมาห. อปิจ เอส พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ ‘‘อิมสฺมึ โลเก ‘อหํ พุทฺโธ อหํ พุทฺโธ’ติ อุคฺคตสฺส นามํ คเหตฺวา พหู ชนา วิจรนฺติ, ตสฺมา น เม อนุสฺสวมตฺเตเนว อุปสงฺกมิตุํ ยุตฺตํ. เอกจฺจญฺหิ อุปสงฺกมนฺตสฺส อปกฺกมนมฺปิ ครุ โหติ, อนตฺโถปิ อุปฺปชฺชติ. ยํนูนาหํ มม อนฺเตวาสิกํ เปเสตฺวา ‘พุทฺโธ วา โน วา’ติ ชานิตฺวา อุปสงฺกเมยฺย’’นฺติ ตสฺมา มาณวํ อามนฺเตตฺวา ‘‘อยํ ตาตา’’ติอาทิมาห. ตํ ภวนฺตนฺติ ตสฺส ภวโต. ตถา สนฺตํเยวาติ ตถา สโตเยว. อิทญฺหิ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนํ. ยถา กถํ ปนาหํ, โภติ เอตฺถ กถํ ปนาหํ, โภ, ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ชานิสฺสามิ, ยถา สกฺกา โส ญาตุํ, ตถา เม อาจิกฺขาติ อตฺโถ. ยถาติ วา นิปาตมตฺตเมเวตํ. กถนฺติ อยํ อาการปุจฺฉา, เกนากาเรนาหํ ภวนฺตํ โคตมํ ชานิสฺสามีติ อตฺโถ.

เอวํ วุตฺเต กิร นํ อุปชฺฌาโย – ‘‘กึ ตฺวํ, ตาต, ปถวิยํ ฐิโต ปถวึ น ปสฺสามีติ วิย จนฺทิมสูริยานํ โอภาเส ฐิโต จนฺทิมสูริเย น ปสฺสามีติ วิย วทสี’’ติอาทีนิ วตฺวา ชานนาการํ ทสฺเสนฺโต อาคตานิ โข ตาตาติอาทิมาห. ตตฺถ มนฺเตสูติ เวเทสุ. ตถาคโต กิร อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ปฏิกจฺเจว สุทฺธาวาสา เทวา เวเทสุ ลกฺขณานิ ปกฺขิปิตฺวา ‘‘พุทฺธมนฺตา นาม เอเต’’ติ พฺราหฺมณเวเสน เวเท วาเจนฺติ ‘‘ตทนุสาเรน มเหสกฺขา สตฺตา ตถาคตํ ชานิสฺสนฺตี’’ติ. เตน ปุพฺเพ เวเทสุ มหาปุริสลกฺขณานิ อาคจฺฉนฺติ. ปรินิพฺพุเต ปน ตถาคเต อนุกฺกเมน อนฺตรธายนฺติ, เตน เอตรหิ นตฺถิ. มหาปุริสสฺสาติ ปณิธิสมาทานญาณกรุณาทิคุณมหโต ปุริสสฺส. เทฺวเยว คติโยติ เทฺว เอว นิฏฺฐา. กามญฺจายํ คติสทฺโท – ‘‘ปญฺจ โข อิมา, สาริปุตฺต, คติโย’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๕๓) ภวเภเท วตฺตติ, ‘‘คติ มิคานํ ปวน’’นฺติอาทีสุ (ปริ. ๓๓๙) นิวาสฏฺฐาเน, ‘‘เอวํ อธิมตฺตคติมนฺโต’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๖๑) ปญฺญาย, ‘‘คติคต’’นฺติอาทีสุ วิสฏภาเว, อิธ ปน นิฏฺฐายํ วตฺตตีติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ กิญฺจาปิ เยหิ สมนฺนาคโต ราชา โหติ, น เตเหว พุทฺโธ โหติ, ชาติสามญฺญโต ปน ตานิเยว ตานีติ วุจฺจนฺติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘เยหิ สมนฺนาคตสฺสา’’ติ. สเจ อคารํ อชฺฌาวสตีติ ยทิ อคาเร วสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี. จตูหิ อจฺฉริยธมฺเมหิ สงฺคหวตฺถูหิ จ โลกํ รญฺชนโต ราชา. จกฺกรตนํ วตฺเตติ, จตูหิ สมฺปตฺติจกฺเกหิ วตฺเตติ, เตหิ จ ปรํ วตฺเตติ, ปรหิตาย จ อิริยาปถจกฺกานํ วตฺโต เอตสฺมึ อตฺถีติ จกฺกวตฺตี. เอตฺถ จ ราชาติ สามญฺญํ, จกฺกวตฺตีติ วิเสสนํ. ธมฺเมน จรตีติ ธมฺมิโก, ญาเยน สเมน วตฺตตีติ อตฺโถ. ธมฺเมน รชฺชํ ลภิตฺวา ราชา ชาโตติ ธมฺมราชา. ปรหิตธมฺมกรเณน วา ธมฺมิโก, อตฺตหิตธมฺมกรเณน ธมฺมราชา. จตุรนฺตาย อิสฺสโรติ จาตุรนฺโต, จตุสมุทฺทนฺตาย จตุพฺพิธทีปภูสิตาย จ ปถวิยา อิสฺสโรติ อตฺโถ. อชฺฌตฺตํ โกปาทิปจฺจตฺถิเก พหิทฺธา จ สพฺพราชาโน วิเชสีติ วิชิตาวี. ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโตติ ชนปเท ถาวรภาวํ ธุวภาวํ ปตฺโต, น สกฺกา เกนจิ จาเลตุํ, ชนปโท วา ตมฺหิ ถาวริยปฺปตฺโต อนุสฺสุกฺโก สกมฺมนิรโต อจโล อสมฺปเวธีติ ชนปทตฺถาวริยปฺปตฺโต. เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส ตานิ กตมานีติ อตฺโถ. จกฺกรตนนฺติอาทีสุ จกฺกญฺจ ตํ รติชนนตฺเถน รตนญฺจาติ จกฺกรตนํ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ.

อิเมสุ ปน รตเนสุ อยํ จกฺกวตฺติราชา จกฺกรตเนน อชิตํ ชินาติ, หตฺถิอสฺสรตเนหิ วิชิเต ยถาสุขํ อนุวิจรติ, ปริณายกรตเนน วิชิตมนุรกฺขติ, เสเสหิ อุปโภคสุขมนุภวติ. ปฐเมน จสฺส อุสฺสาหสตฺติโยโค, หตฺถิอสฺสคหปติรตเนหิ ปภุสตฺติโยโค, ปจฺฉิเมน มนฺตสตฺติโยโค สุปริปุณฺโณ โหติ, อิตฺถิมณิรตเนหิ ติวิธสตฺติโยคผลํ. โส อิตฺถิมณิรตเนหิ โภคสุขมนุภวติ, เสเสหิ อิสฺสริยสุขํ. วิเสสโต จสฺส ปุริมานิ ตีณิ อโทสกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน สมฺปชฺชนฺติ, มชฺฌิมานิ อโลภกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน, ปจฺฉิมเมกํ อโมหกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวนาติ เวทิตพฺพํ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน โพชฺฌงฺคสํยุตฺเต รตนสุตฺตสฺส (สํ. นิ. ๕.๒๒๒-๒๒๓) อุปเทสโต คเหตพฺโพ. อปิจ พาลปณฺฑิตสุตฺเตปิ (ม. นิ. ๓.๒๕๕) อิเมสํ รตนานํ อุปฺปตฺติกฺกเมน สทฺธึ วณฺณนา อาคมิสฺสติ.

ปโรสหสฺสนฺติ อติเรกสหสฺสํ. สูราติ อภีรุกชาติกา. วีรงฺครูปาติ เทวปุตฺตสทิสกายา, เอวํ ตาว เอเก วณฺณยนฺติ, อยํ ปเนตฺถ สภาโว – วีราติ อุตฺตมสูรา วุจฺจนฺติ. วีรานํ องฺคํ วีรงฺคํ, วีรการณํ วีริยนฺติ วุตฺตํ โหติ. วีรงฺคํ รูปํ เอเตสนฺติ วีรงฺครูปา, วีริยมยสรีรา วิยาติ วุตฺตํ โหติ. ปรเสนปฺปมทฺทนาติ สเจ ปฏิมุขํ ติฏฺเฐยฺย ปรเสนา, ตํ มทฺทิตุํ สมตฺถาติ อธิปฺปาโย. ธมฺเมนาติ ‘‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ’’ติอาทินา ปญฺจสีลธมฺเมน.

อรหํ โหติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ โลเก วิวฏฺฏจฺฉโทติ เอตฺถ ราคโทสโมหมานทิฏฺฐิอวิชฺชาทุจฺจริตฉทเนหิ สตฺตหิ ปฏิจฺฉนฺเน กิเลสนฺธการโลเก ตํ ฉทนํ วิวฏฺเฏตฺวา สมนฺตโต สญฺชาตาโลโก หุตฺวา ฐิโตติ วิวฏฺฏจฺฉโท. ตตฺถ ปฐเมน ปเทน ปูชารหตา, ทุติเยน ตสฺสา เหตุ ยสฺมา สมฺมาสมฺพุทฺโธติ, ตติเยน พุทฺธตฺตเหตุภูตา วิวฏฺฏจฺฉทตา วุตฺตาติ เวทิตพฺพา. อถ วา วิวฏฺโฏ จ วิจฺฉโท จาติ วิวฏฺฏจฺฉโท, วฏฺฏรหิโต ฉทนรหิโต จาติ วุตฺตํ โหติ. เตน อรหํ วฏฺฏาภาเวน, สมฺมาสมฺพุทฺโธ ฉทนาภาเวนาติ เอวํ ปุริมปททฺวยสฺเสว เหตุทฺวยํ วุตฺตํ โหติ. ทุติยเวสารชฺเชน เจตฺถ ปุริมสิทฺธิ, ปฐเมน ทุติยสิทฺธิ, ตติยจตุตฺเถหิ ตติยสิทฺธิ โหติ. ปุริมญฺจ ธมฺมจกฺขุํ, ทุติยํ พุทฺธจกฺขุํ, ตติยํ สมนฺตจกฺขุํ สาเธตีติปิ เวทิตพฺพํ. ตฺวํ มนฺตานํ ปฏิคฺคเหตาติ อิมินาสฺส สูรภาวํ ชเนติ.

๓๘๕. โสปิ ตาย อาจริยกถาย ลกฺขเณสุ วิคตสมฺโมโห เอโกภาสชาโต วิย พุทฺธมนฺเต สมฺปสฺสมาโน เอวํ, โภติ อาห. ตสฺสตฺโถ – ยถา, โภ, มํ ตฺวํ วทสิ, เอวํ กริสฺสามีติ. สมนฺเนสีติ คเวสิ, เอกํ เทฺวติ วา คณยนฺโต สมานยิ. อทฺทสา โขติ กถํ อทฺทส? พุทฺธานญฺหิ นิสินฺนานํ วา นิปนฺนานํ วา โกจิ ลกฺขณํ ปริเยสิตุํ น สกฺโกติ, ฐิตานํ ปน จงฺกมนฺตานํ วา สกฺโกติ. ตสฺมา ลกฺขณปริเยสนตฺถํ อาคตํ ทิสฺวา พุทฺธา อุฏฺฐายาสนา ติฏฺฐนฺติ วา จงฺกมํ วา อธิฏฺฐหนฺติ. อิติ ลกฺขณทสฺสนานุรูเป อิริยาปเถ วตฺตมานสฺส อทฺทส. เยภุยฺเยนาติ ปาเยน, พหุกานิ อทฺทส, อปฺปานิ น อทฺทสาติ อตฺโถ. ตโต ยานิ น อทฺทส, เตสํ ทีปนตฺถํ วุตฺตํ ฐเปตฺวา เทฺวติ. กงฺขตีติ ‘‘อโห วต ปสฺเสยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ อุปฺปาเทติ. วิจิกิจฺฉตีติ ตโต ตโต ตานิ วิจินนฺโต กิจฺฉติ น สกฺโกติ ทฏฺฐุํ. นาธิมุจฺจตีติ ตาย วิจิกิจฺฉาย สนฺนิฏฺฐานํ น คจฺฉติ. น สมฺปสีทตีติ ตโต ‘‘ปริปุณฺณลกฺขโณ อย’’นฺติ ภควติ ปสาทํ นาปชฺชติ. กงฺขาย วา ทุพฺพลา วิมติ วุตฺตา, วิจิกิจฺฉาย มชฺฌิมา, อนธิมุจฺจนตาย พลวตี, อสมฺปสาเทน เตหิ ตีหิ ธมฺเมหิ จิตฺตสฺส กาลุสฺสิยภาโว. โกโสหิเตติ วตฺถิโกเสน ปฏิจฺฉนฺเน. วตฺถคุเยฺหติ องฺคชาเต. ภควโต หิ วารณสฺเสว โกโสหิตวตฺถคุยฺหํ สุวณฺณวณฺณํ ปทุมคพฺภสมานํ, ตํ โส วตฺถปฏิจฺฉนฺนตฺตา, อนฺโตมุขคตาย จ ชิวฺหาย ปหูตภาวํ อสลฺลกฺเขนฺโต เตสุ ทฺวีสุ ลกฺขเณสุ กงฺขี อโหสิ วิจิกิจฺฉี.

อถ โข ภควาติ อถ ภควา จินฺเตสิ – ‘‘สจาหํ อิมสฺส เอตานิ เทฺว ลกฺขณานิ น ทสฺเสสฺสามิ, นิกฺกงฺโข น ภวิสฺสติ. เอตสฺส กงฺขาย สติ อาจริโยปิสฺส นิกฺกงฺโข น ภวิสฺสติ, อถ มํ ทสฺสนาย น อาคมิสฺสติ, อนาคโต ธมฺมํ น โสสฺสติ, ธมฺมํ อสุณนฺโต ตีณิ สามญฺญผลานิ น สจฺฉิกริสฺสติ. เอตสฺมึ ปน นิกฺกงฺเข อาจริโยปิสฺส นิกฺกงฺโข มํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา ตีณิ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกริสฺสติ. เอตทตฺถํเยว จ มยา ปารมิโย ปูริตา. ทสฺเสสฺสามิสฺส ตานิ ลกฺขณานี’’ติ.

ตถารูปํ อิทฺธาภิสงฺขารมกาสิ. กถํรูปํ? กิเมตฺถ อญฺเญน วตฺตพฺพํ? วุตฺตเมตํ นาคเสนตฺเถเรเนว มิลินฺทรญฺญา ปุฏฺเฐน –

อาห จ ทุกฺกรํ, ภนฺเต นาคเสน, ภควตา กตนฺติ. กึ มหาราชาติ? มหาชเนน หิริกรโณกาสํ พฺรหฺมายุพฺราหฺมณสฺส จ อนฺเตวาสิอุตฺตรสฺส จ พาวริยสฺส อนฺเตวาสีนํ โสฬสพฺราหฺมณานญฺจ เสลสฺส จ พฺราหฺมณสฺส อนฺเตวาสีนํ ติสตมาณวานญฺจ ทสฺเสสิ, ภนฺเตติ. น, มหาราช, ภควา คุยฺหํ ทสฺเสติ, ฉายํ ภควา ทสฺเสติ, อิทฺธิยา อภิสงฺขริตฺวา นิวาสนนิวตฺถํ กายพนฺธนพทฺธํ จีวรปารุตํ ฉายารูปกมตฺตํ ทสฺเสสิ มหาราชาติ. ฉายํ ทิฏฺเฐ สติ ทิฏฺโฐเยว. นนุ, ภนฺเตติ? ติฏฺฐเตตํ, มหาราช, หทยรูปํ ทิสฺวา พุชฺฌนกสตฺโต ภเวยฺย, หทยมํสํ นีหริตฺวา ทสฺเสยฺย สมฺมาสมฺพุทฺโธติ. กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนาติ.

นินฺนาเมตฺวาติ นีหริตฺวา. อนุมสีติ กถินสูจึ วิย กตฺวา อนุมชฺชิ. ตถา กรเณน เจตฺถ มุทุภาโว, กณฺณโสตานุมสเนน ทีฆภาโว, นาสิกโสตานุมสเนน ตนุภาโว, นลาฏจฺฉาทเนน ปุถุลภาโว ปกาสิโตติ เวทิตพฺโพ. อุโภปิ กณฺณโสตานีติอาทีสุ เจตฺถ พุทฺธานํ กณฺณโสเตสุ มลํ วา ชลฺลิกา วา นตฺถิ, โธวิตฺวา ฐปิตรชตปนาฬิกา วิย โหนฺติ, ตถา นาสิกโสเตสุ, ตานิปิ หิ สุปริกมฺมกตกญฺจนปนาฬิกา วิย จ มณิปนาฬิกา วิย จ โหนฺติ. ตสฺมา ชิวฺหํ นีหริตฺวา กถินสูจึ วิย กตฺวา มุขปริยนฺเต อุปสํหรนฺโต ทกฺขิณกณฺณโสตํ ปเวเสตฺวา ตโต นีหริตฺวา วามกณฺณโสตํ ปเวเสสิ, ตโต นีหริตฺวา ทกฺขิณนาสิกโสตํ ปเวเสตฺวา ตโต นีหริตฺวา วามนาสิกโสตํ ปเวเสสิ, ตโต นีหริตฺวา ปุถุลภาวํ ทสฺเสนฺโต รตฺตวลาหเกน อฑฺฒจนฺทํ วิย จ สุวณฺณปตฺตํ วิย จ รตฺตกมฺพลปฏเลน วิชฺชุโชตสทิสาย ชิวฺหาย เกวลกปฺปํ นลาฏมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทสิ.

ยํนูนาหนฺติ กสฺมา จินฺเตสิ? อหญฺหิ มหาปุริสลกฺขณานิ สมนฺเนสิตฺวา คโต ‘‘ทิฏฺฐานิ เต, ตาต, มหาปุริสลกฺขณานี’’ติ อาจริเยน ปุจฺฉิโต ‘‘อาม, อาจริยา’’ติ วตฺตุํ สกฺขิสฺสามิ. สเจ ปน มํ ‘‘กิริยากรณมสฺส กีทิส’’นฺติ ปุจฺฉิสฺสติ, ตํ วตฺตุํ น สกฺขิสฺสามิ, น ชานามีติ วุตฺเต ปน อาจริโย กุชฺฌิสฺสติ ‘‘นนุ ตฺวํ มยา สพฺพมฺเปตํ ชานนตฺถาย เปสิโต, กสฺมา อชานิตฺวา อาคโตสี’’ติ, ตสฺมา ยนฺนูนาหนฺติ จินฺเตตฺวา อนุพนฺธิ. ภควา นฺหานฏฺฐานํ มุขโธวนฏฺฐานํ สรีรปฏิชคฺคนฏฺฐานํ ราชราชมหามตฺตาทีนํ โอโรเธหิ สทฺธึ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนฏฺฐานนฺติ อิมานิ จตฺตาริ ฐานานิ ฐเปตฺวา เสสฏฺฐาเนสุ อนฺตมโส เอกคนฺธกุฏิยมฺปิ โอกาสมกาสิ.

คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล – ‘‘อยํ กิร พฺรหฺมายุพฺราหฺมณสฺส มาณโว อุตฺตโร นาม ‘พุทฺโธ วา โน วา’ติ ตถาคตสฺส พุทฺธภาวํ วีมํสนฺโต จรติ, พุทฺธวีมํสโก นามาย’’นฺติ ปากโฏ ชาโต. ยมฺหิ ยมฺหิ ฐาเน พุทฺธา วสนฺติ, ปญฺจ กิจฺจานิ กตาเนว โหนฺติ, ตานิ เหฏฺฐา ทสฺสิตาเนว. ตตฺถ ปจฺฉาภตฺตํ อลงฺกตธมฺมาสเน นิสีทิตฺวา ทนฺตขจิตํ จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา มหาชนสฺส ธมฺมํ เทเสนฺเต ภควติ อุตฺตโรปิ อวิทูเร นิสีทติ. ธมฺมสฺสวนปริโยสาเน สทฺธา มนุสฺสา สฺวาตนาย ภควนฺตํ นิมนฺเตตฺวา มาณวมฺปิ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทนฺติ – ‘‘ตาต, อเมฺหหิ ภควา นิมนฺติโต, ตฺวมฺปิ ภควตา สทฺธึ อาคนฺตฺวา อมฺหากํ เคเห ภตฺตํ คเณฺหยฺยาสี’’ติ. ปุนทิวเส ตถาคโต ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คามํ ปวิสติ, อุตฺตโรปิ ปทวาเร ปทวาเร ปริคฺคณฺหนฺโต ปทานุปทิโก อนุพนฺธติ. กุลเคหํ ปวิฏฺฐกาเล ทกฺขิโณทกคฺคหณํ อาทึ กตฺวา สพฺพํ โอโลเกนฺโต นิสีทติ. ภตฺตกิจฺจาวสาเน ตถาคตสฺส ปตฺตํ ภูมิยํ ฐเปตฺวา นิสินฺนกาเล มาณวกสฺส ปาตราสภตฺตํ สชฺเชนฺติ. โส เอกมนฺเต นิสินฺโน ภุญฺชิตฺวา ปุน อาคนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติเก ฐตฺวา ภตฺตานุโมทนํ สุตฺวา ภควตา สทฺธึเยว วิหารํ คจฺฉติ.

ตตฺถ ภควา ภิกฺขูนํ ภตฺตกิจฺจปริโยสานํ อาคเมนฺโต คนฺธมณฺฑลมาเฬ นิสีทติ. ภิกฺขูหิ ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา อาคมฺม วนฺทิตฺวา กาเล อาโรจิเต ภควา คนฺธกุฏึ ปวิสติ, มาณโวปิ ภควตา สทฺธึเยว คจฺฉติ. ภควา ปริวาเรตฺวา อาคตํ ภิกฺขุสงฺฆํ คนฺธกุฏิปฺปมุเข ฐิโต โอวทิตฺวา อุยฺโยเชตฺวา คนฺธกุฏึ ปวิสติ, มาณโวปิ ปวิสติ. ภควา ขุทฺทกมญฺเจ อปฺปมตฺตกํ กาลํ นิสีทติ, มาณโวปิ อวิทูเร โอโลเกนฺโต นิสีทติ. ภควา มุหุตฺตํ นิสีทิตฺวา สีโสกฺกมนํ ทสฺเสติ, – ‘‘โภโต โคตมสฺส วิหารเวลา ภวิสฺสตี’’ติ มาณโว คนฺธกุฏิทฺวารํ ปิทหนฺโต นิกฺขมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทติ. มนุสฺสา ปุเรภตฺตํ ทานํ ทตฺวา ภุตฺตปาตราสา สมาทินฺนอุโปสถงฺคา สุทฺธุตฺตราสงฺคา มาลาคนฺธาทิหตฺถา ธมฺมํ สุณิสฺสามาติ วิหารํ อาคจฺฉนฺติ, จกฺกวตฺติโน ขนฺธาวารฏฺฐานํ วิย โหติ.

ภควา มุหุตฺตํ สีหเสยฺยํ กปฺเปตฺวา วุฏฺฐาย ปุพฺพภาเคน ปริจฺฉินฺทิตฺวา สมาปตฺตึ สมาปชฺชติ. สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย มหาชนสฺส อาคตภาวํ ญตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม มหาชนปริวุโต คนฺธมณฺฑลมาฬํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนคโต ปริสาย ธมฺมํ เทเสติ. มาณโวปิ อวิทูเร นิสีทิตฺวา – ‘‘กึ นุ โข สมโณ โคตโม เคหสฺสิตวเสน ปริสํ อุสฺสาเทนฺโต วา อปสาเทนฺโต วา ธมฺมํ เทเสติ, อุทาหุ โน’’ติ อกฺขรกฺขรํ ปทํ ปทํ ปริคฺคณฺหาติ. ภควา ตถาวิธํ กถํ อกเถตฺวาว กาลํ ญตฺวา เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ. มาณโว อิมินา นิยาเมน ปริคฺคณฺหนฺโต สตฺต มาเส เอกโต วิจริตฺวา ภควโต กายทฺวาราทีสุ อณุมตฺตมฺปิ อวกฺขลิตํ น อทฺทส. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ พุทฺธภูตสฺส มนุสฺสภูโต มาณโว น ปสฺเสยฺย, ยสฺส โพธิสตฺตภูตสฺส ฉพฺพสฺสานิ ปธานภูมิยํ อมนุสฺสภูโต มาโร เทวปุตฺโต เคหสฺสิตวิตกฺกมตฺตมฺปิ อทิสฺวา พุทฺธภูตํ เอกสํวจฺฉรํ อนุพนฺธิตฺวา กิญฺจิ อปสฺสนฺโต –

‘‘สตฺต วสฺสานิ ภควนฺตํ, อนุพนฺธึ ปทาปทํ;

โอตารํ นาธิคจฺฉิสฺสํ, สมฺพุทฺธสฺส สตีมโต’’ติ. (สุ. นิ. ๔๔๘) –

อาทิคาถาโย วตฺวา ปกฺกามิ. ตโต มาณโว จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ภวนฺตํ โคตมํ สตฺต มาเส อนุพนฺธมาโน กิญฺจิ วชฺชํ น ปสฺสามิ. สเจ ปนาหํ อญฺเญปิ สตฺต มาเส สตฺต วา วสฺสานิ วสฺสสตํ วา วสฺสสหสฺสํ วา อนุพนฺเธยฺยํ, เนวสฺส วชฺชํ ปสฺเสยฺยํ. อาจริโย โข ปนสฺส เม มหลฺลโก, โยคกฺเขมํ นาม น สกฺกา ชานิตุํ. สมณสฺส โคตมสฺส สภาวคุเณเนว พุทฺธภาวํ วตฺวา มยฺหํ อาจริยสฺส อาโรเจสฺสามี’’ติ ภควนฺตํ อาปุจฺฉิตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ วนฺทิตฺวา นิกฺขมิ.

อาจริยสฺส สนฺติกญฺจ ปน คนฺตฺวา – ‘‘กจฺจิ, ตาต อุตฺตร, ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ตถาสนฺตํเยว สทฺโท อพฺภุคฺคโต’’ติ ปุจฺฉิโต, ‘‘อาจริย, กึ วเทสิ? จกฺกวาฬํ อติสมฺพาธํ, ภวคฺคํ อตินีจํ, ตสฺส หิ, โภโต โคตมสฺส อากาสํ วิย อปริยนฺโต คุณคโณ. ตถาสนฺตํเยว, โภ, ตํ ภวนฺตํ โคตม’’นฺติอาทีนิ วตฺวา ยถาทิฏฺฐานิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิปาฏิยา อาจิกฺขิตฺวา กิริยสมาจารํ อาจิกฺขิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อุตฺตโร มาณโว…เป… เอทิโส จ เอทิโส จ ภวํ โคตโม ตโต จ ภิยฺโย’’ติ.

๓๘๖. ตตฺถ สุปฺปติฏฺฐิตปาโทติ ยถา หิ อญฺเญสํ ภูมิยํ ปาทํ ฐเปนฺตานํ อคฺคตลํ วา ปณฺหิ วา ปสฺสํ วา ปฐมํ ผุสติ, เวมชฺฌํ วา ปน ฉิทฺทํ โหติ, อุกฺขิปนฺตานมฺปิ อคฺคตลาทีสุ เอกโกฏฺฐาโสว ปฐมํ อุฏฺฐหติ, น เอวํ ตสฺส. ตสฺส ปน สุวณฺณปาทุกตลํ วิย เอกปฺปหาเรเนว สกลํ ปาทตลํ ภูมึ ผุสติ, ภูมิโต อุฏฺฐหติ. ตสฺมา ‘‘สุปฺปติฏฺฐิตปาโท โข ปน โส ภวํ โคตโม’’ติ วทติ.

ตตฺริทํ ภควโต สุปฺปติฏฺฐิตปาทตาย – สเจปิ หิ ภควา อเนกสตโปริสํ นรกํ อกฺกมิสฺสามีติ ปาทํ นีหรติ, ตาวเทว นินฺนฏฺฐานํ วาตปูริตํ วิย กมฺมารภสฺตํ อุนฺนมิตฺวา ปถวีสมํ โหติ, อุนฺนตฏฺฐานมฺปิ อนฺโต ปวิสติ. ทูเร อกฺกมิสฺสามีติ อภินีหรนฺตสฺส สิเนรุปฺปมาโณปิ ปพฺพโต เสทิตเวตฺตงฺกุโร วิย นมิตฺวา ปาทสมีปํ อาคจฺฉติ. ตถา หิสฺส ยมกปาฏิหาริยํ กตฺวา ยุคนฺธรปพฺพตํ อกฺกมิสฺสามีติ ปาเท อภินีหรโต ปพฺพโต นมิตฺวา ปาทสมีปํ อาคโต, โส ตํ อกฺกมิตฺวา ทุติยปาเทน ตาวตึสภวนํ อกฺกมิ. น หิ จกฺกลกฺขเณน ปติฏฺฐาตพฺพฏฺฐานํ วิสมํ ภวิตุํ สกฺโกติ. ขาณุ วา กณฺฑโก วา สกฺขรกถลา วา อุจฺจารปสฺสาโว วา เขฬสิงฺฆาณิกาทีนิ วา ปุริมตราว อปคจฺฉนฺติ, ตตฺถ ตตฺเถว จ ปถวึ ปวิสนฺติ. ตถาคตสฺส หิ สีลเตเชน ปญฺญาเตเชน ธมฺมเตเชน ทสนฺนํ ปารมีนํ อานุภาเวน อยํ มหาปถวี สมา มุทุ ปุปฺผาภิกิณฺณา โหติ. ตตฺร ตถาคโต สมํ ปาทํ นิกฺขิปติ, สมํ อุทฺธรติ, สพฺพาวนฺเตหิ ปาทตเลหิ ภูมึ ผุสติ.

จกฺกานีติ ทฺวีสุ ปาเทสุ เทฺว จกฺกานิ. เตสํ อรา จ เนมิ จ นาภิ จ ปาฬิยํ วุตฺตาว. สพฺพาการปริปูรานีติ อิมินา ปน อยํ วิเสโส เวทิตพฺโพ – เตสํ กิร จกฺกานํ ปาทตลสฺส มชฺเฌ นาภิ ทิสฺสติ, นาภิปริจฺฉินฺนา วฏฺฏเลขา ทิสฺสติ, นาภิมุขปริกฺเขปปฏฺโฏ ทิสฺสติ, ปนาฬิมุขํ ทิสฺสติ, อรา ทิสฺสนฺติ, อเรสุ วฏฺฏเลขา ทิสฺสนฺติ, เนมี ทิสฺสนฺติ, เนมิมณิกา ทิสฺสนฺติ. อิทํ ตาว ปาฬิอาคตเมว.

สมฺพหุลวาโร ปน อนาคโต, โส เอวํ ทฏฺฐพฺโพ – สตฺติ สิริ วจฺโฉ นนฺทิ โสวตฺติโก วฏํสโก วฑฺฒมานกํ มจฺฉยุคลํ ภทฺทปีฐํ องฺกุสํ โตมโร ปาสาโท โตรณํ เสตจฺฉตฺตํ ขคฺโค ตาลวณฺฏํ โมรหตฺถโก วาฬพีชนี อุณฺหีสํ ปตฺโต มณิ กุสุมทามํ นีลุปฺปลํ รตฺตุปฺปลํ เสตุปฺปลํ ปทุมํ ปุณฺฑรีกํ ปุณฺณฆโฏ ปุณฺณปาติ สมุทฺโท จกฺกวาโฬ หิมวา สิเนรุ จนฺทิมสูริยา นกฺขตฺตานิ จตฺตาโร มหาทีปา เทฺวปริตฺตทีปสหสฺสานิ, อนฺตมโส จกฺกวตฺติรญฺโญ ปริสํ อุปาทาย สพฺโพ จกฺกลกฺขณสฺเสว ปริวาโร.

อายตปณฺหีติ ทีฆปณฺหิ, ปริปุณฺณปณฺหีติ อตฺโถ. ยถา หิ อญฺเญสํ อคฺคปาโท ทีโฆ โหติ, ปณฺหิมตฺถเก ชงฺฆา ปติฏฺฐาติ, ปณฺหิ ตจฺเฉตฺวา ฐปิตา วิย โหติ, น เอวํ ตถาคตสฺส. ตถาคตสฺส ปน จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ เทฺว โกฏฺฐาสา อคฺคปาโท โหติ, ตติเย โกฏฺฐาเส ชงฺฆา ปติฏฺฐาติ, จตุตฺเถ โกฏฺฐาเส อารคฺเคน วฏฺเฏตฺวา ฐปิตา วิย รตฺตกมฺพเล เคณฺฑุกสทิสา ปณฺหิ โหติ.

ทีฆงฺคุลีติ ยถา อญฺเญสํ กาจิ องฺคุลิ ทีฆา โหติ, กาจิ รสฺสา, น เอวํ ตถาคตสฺส. ตถาคตสฺส ปน มกฺกฏสฺเสว ทีฆหตฺถปาทงฺคุลิโย มูเล ถูลา อนุปุพฺเพน คนฺตฺวา อคฺเค ตนุกา นิยฺยาสเตเลน มทฺทิตฺวา วฏฺฏิตหริตาลวฏฺฏิสทิสา โหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ทีฆงฺคุลี’’ติ.

มุทุตลุนหตฺถปาโทติ สปฺปิมณฺเฑ โอสาเทตฺวา ฐปิตํ สตวารวิหตกปฺปาสปฏลํ วิย มุทู, ชาตมตฺตกุมารสฺส วิย จ นิจฺจกาลํ ตลุนา จ หตฺถปาทา อสฺสาติ มุทุตลุนหตฺถปาโท.

ชาลหตฺถปาโทติ น จมฺเมน ปฏิพทฺธองฺคุลนฺตโร. เอทิโส หิ ผณหตฺถโก ปุริสโทเสน อุปหโต ปพฺพชฺชมฺปิ น ลภติ. ตถาคตสฺส ปน จตสฺโส หตฺถงฺคุลิโย ปญฺจปิ ปาทงฺคุลิโย เอกปฺปมาณา โหนฺติ, ตาสํ เอกปฺปมาณตฺตาย ยวลกฺขณํ อญฺญมญฺญํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา ติฏฺฐติ. อถสฺส หตฺถปาทา กุสเลน วฑฺฒกินา โยชิตชาลวาตปานสทิสา โหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ชาลหตฺถปาโท’’ติ.

อุทฺธํ ปติฏฺฐิตโคปฺผกตฺตา อุสฺสงฺขา ปาทา อสฺสาติ อุสฺสงฺขปาโท. อญฺเญสญฺหิ ปิฏฺฐิปาเท โคปฺผกา โหนฺติ. เตน เตสํ ปาทา อาณิพทฺธา วิย ถทฺธา โหนฺติ, น ยถาสุขํ ปริวตฺตนฺติ, คจฺฉนฺตานํ ปาทตลานิ น ทิสฺสนฺติ. ตถาคตสฺส ปน อภิรุหิตฺวา อุปริ โคปฺผกา ปติฏฺฐหนฺติ. เตนสฺส นาภิโต ปฏฺฐาย อุปริมกาโย นาวาย ฐปิตสุวณฺณปฏิมา วิย นิจฺจโล โหติ, อโธกาโยว อิญฺชติ. สุเขน ปาทา ปริวตฺตนฺติ. ปุรโตปิ ปจฺฉโตปิ อุภยปสฺเสสุปิ ฐตฺวา ปสฺสนฺตานํ ปาทตลานิ ปญฺญายนฺติ, น หตฺถีนํ วิย ปจฺฉโตเยว.

เอณิชงฺโฆติ เอณิมิคสทิสชงฺโฆ มํสุสฺสเทน ปริปุณฺณชงฺโฆ, น เอกโต พทฺธปิณฺฑิกมํโส, สมนฺตโต สมสณฺฐิเตน มํเสน ปริกฺขิตฺตาหิ สุวฏฺฏิตาหิ สาลิคพฺภสทิสาหิ ชงฺฆาหิ สมนฺนาคโตติ อตฺโถ.

อโนนมนฺโตติ อนมนฺโต. เอเตนสฺส อขุชฺชอวามนภาโว ทีปิโต. อวเสสชนา หิ ขุชฺชา วา โหนฺติ วามนา วา, ขุชฺชานํ อุปริมกาโย อปริปุณฺโณ โหติ, วามนานํ เหฏฺฐิมกาโย. เต อปริปุณฺณกายตฺตา น สกฺโกนฺติ อโนนมนฺตา ชณฺณุกานิ ปริมชฺชิตุํ. ตถาคโต ปน ปริปุณฺณอุภยกายตฺตา สกฺโกติ.

อุสภวารณาทีนํ วิย สุวณฺณปทุมกณฺณิกสทิเส โกเส โอหิตํ ปฏิจฺฉนฺนํ วตฺถคุยฺหํ อสฺสาติ โกโสหิตวตฺถคุโยฺห. วตฺถคุยฺหนฺติ วตฺเถน คูหิตพฺพํ องฺคชาตํ วุจฺจติ.

สุวณฺณวณฺโณติ ชาติหิงฺคุลเกน มชฺชิตฺวา ทีปิทาฐาย ฆํสิตฺวา เครุกปริกมฺมํ กตฺวา ฐปิตฆนสุวณฺณรูปกสทิโสติ อตฺโถ. เอเตนสฺส ฆนสินิทฺธสณฺหสรีรตํ ทสฺเสตฺวา ฉวิวณฺณทสฺสนตฺถํ กญฺจนสนฺนิภตฺตโจติ วุตฺตํ, ปุริมสฺส วา เววจนเมว เอตํ.

รโชชลฺลนฺติ รโช วา มลํ วา. น อุปลิมฺปตีติ น ลคฺคติ, ปทุมปลาสโต อุทกพินฺทุ วิย วิวฏฺฏติ. หตฺถโธวนปาทโธวนาทีนิ ปน อุตุคฺคหณตฺถาย เจว ทายกานํ ปุญฺญผลตฺถาย จ พุทฺธา กโรนฺติ, วตฺตสีเสนาปิ จ กโรนฺติเยว. เสนาสนํ ปวิสนฺเตน หิ ภิกฺขุนา ปาเท โธวิตฺวา ปวิสิตพฺพนฺติ วุตฺตเมตํ.

อุทฺธคฺคโลโมติ อาวฏฺฏปริโยสาเน อุทฺธคฺคานิ หุตฺวา มุขโสภํ อุลฺโลกยมานานิ วิย ฐิตานิ โลมานิ อสฺสาติ อุทฺธคฺคโลโม.

พฺรหฺมุชุคตฺโตติ พฺรหฺมา วิย อุชุคตฺโต, อุชุเมว อุคฺคตทีฆสรีโร. เยภุยฺเยน หิ สตฺตา ขนฺเธ กฏิยํ ชาณูสูติ ตีสุ ฐาเนสุ นมนฺติ. เต กฏิยํ นมนฺตา ปจฺฉโต นมนฺติ, อิตเรสุ ทฺวีสุ ฐาเนสุ ปุรโต. ทีฆสรีรา ปเนเก ปสฺสวงฺกา โหนฺติ, เอเก มุขํ อุนฺนาเมตฺวา นกฺขตฺตานิ คณยนฺตา วิย จรนฺติ, เอเก อปฺปมํสโลหิตา สูลสทิสา โหนฺติ, ปเวธมานา คจฺฉนฺติ. ตถาคโต ปน อุชุเมว อุคฺคนฺตฺวา ทีฆปฺปมาโณ เทวนคเร อุสฺสิตสุวณฺณโตรณํ วิย โหติ.

สตฺตุสฺสโทติ เทฺว หตฺถปิฏฺฐิโย เทฺว ปาทปิฏฺฐิโย เทฺว อํสกูฏานิ ขนฺโธติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ ปริปุณฺณมํสุสฺสโท อสฺสาติ สตฺตุสฺสโท. อญฺเญสํ ปน หตฺถปาทปิฏฺฐีสุ นฺหารุชาลา ปญฺญายนฺติ, อํสกูฏขนฺเธสุ อฏฺฐิโกฏิโย, เต มนุสฺสเปตา วิย ขายนฺติ, น ตถาคโต. ตถาคโต ปน สตฺตสุ ฐาเนสุ ปริปุณฺณมํสุสฺสทตฺตา นิคูฬฺหนฺหารุชาเลหิ หตฺถปิฏฺฐาทีหิ วฏฺเฏตฺวา ฐปิตสุวณฺณวณฺณาลิงฺคสทิเสน ขนฺเธน สิลารูปกํ วิย จิตฺตกมฺมรูปกํ วิย จ ขายติ.

สีหสฺส ปุพฺพทฺธํ วิย กาโย อสฺสาติ สีหปุพฺพทฺธกาโย. สีหสฺส หิ ปุรตฺถิมกาโยว ปริปุณฺโณ โหติ, ปจฺฉิมกาโย อปริปุณฺโณ. ตถาคตสฺส ปน สีหสฺส ปุพฺพทฺธกาโยว สพฺโพ กาโย ปริปุณฺโณ. โสปิ สีหสฺเสว น ตตฺถ ตตฺถ วินตุนฺนตาทิวเสน ทุสฺสณฺฐิตวิสณฺฐิโต, ทีฆยุตฺตฐาเน ปน ทีโฆ, รสฺสกิสถูลอนุวฏฺฏิตยุตฺตฏฺฐาเนสุ ตถาวิโธว โหติ. วุตฺตเญฺหตํ –

‘‘มนาปิเย จ โข, ภิกฺขเว, กมฺมวิปาเก ปจฺจุปฏฺฐิเต เยหิ องฺเคหิ ทีเฆหิ โสภติ, ตานิ องฺคานิ ทีฆานิ สณฺฐหนฺติ. เยหิ องฺเคหิ รสฺเสหิ โสภติ, ตานิ องฺคานิ รสฺสานิ สณฺฐหนฺติ. เยหิ องฺเคหิ ถูเลหิ โสภติ, ตานิ องฺคานิ ถูลานิ สณฺฐหนฺติ. เยหิ องฺเคหิ กิเสหิ โสภติ, ตานิ องฺคานิ กิสานิ สณฺฐหนฺติ. เยหิ องฺเคหิ วฏฺเฏหิ โสภติ, ตานิ องฺคานิ วฏฺฏานิ สณฺฐหนฺตี’’ติ.

อิติ นานาจิตฺเตน ปุญฺญจิตฺเตน จิตฺติโต ทสหิ ปารมีหิ สชฺชิโต ตถาคตสฺส อตฺตภาโว, ตสฺส โลเก สพฺพสิปฺปิโน วา อิทฺธิมนฺโต วา ปฏิรูปกมฺปิ กาตุํ น สกฺโกนฺติ.

จิตนฺตรํโสติ อนฺตรํสํ วุจฺจติ ทฺวินฺนํ โกฏฺฏานมนฺตรํ, ตํ จิตํ ปริปุณฺณมสฺสาติ จิตนฺตรํโส. อญฺเญสญฺหิ ตํ ฐานํ นินฺนํ โหติ, เทฺว ปิฏฺฐิโกฏฺฏา ปาฏิเยกฺกํ ปญฺญายนฺติ. ตถาคตสฺส ปน กฏิโต ปฏฺฐาย มํสปฏลํ ยาว ขนฺธา อุคฺคมฺม สมุสฺสิตสุวณฺณผลกํ วิย ปิฏฺฐึ ฉาเทตฺวา ปติฏฺฐิตํ.

นิโคฺรธปริมณฺฑโลติ นิโคฺรโธ วิย ปริมณฺฑโล. ยถา ปณฺณาสหตฺถตาย วา สตหตฺถตาย วา สมกฺขนฺธสาโข นิโคฺรโธ ทีฆโตปิ วิตฺถารโตปิ เอกปฺปมาโณว โหติ, เอวํ กายโตปิ พฺยามโตปิ เอกปฺปมาโณ. ยถา อญฺเญสํ กาโย วา ทีโฆ โหติ พฺยาโม วา, น เอวํ วิสมปฺปมาโณติ อตฺโถ. เตเนว ‘‘ยาวตกฺวสฺส กาโย’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ ยาวตโก อสฺสาติ ยาวตกฺวสฺส.

สมวฏฺฏกฺขนฺโธติ สมวฏฺฏิตกฺขนฺโธ. ยถา เอเก โกญฺจา วิย พกา วิย วราหา วิย จ ทีฆคลา วงฺกคลา ปุถุลคลา จ โหนฺติ, กถนกาเล สิราชาลํ ปญฺญายติ, มนฺโท สโร นิกฺขมติ, น เอวํ ตสฺส. ตถาคตสฺส ปน สุวฏฺฏิตสุวณฺณาลิงฺคสทิโส ขนฺโธ โหติ, กถนกาเล สิราชาลํ น ปญฺญายติ, เมฆสฺส วิย คชฺชโต สโร มหา โหติ.

รสคฺคสคฺคีติ เอตฺถ รสํ คสนฺตีติ รสคฺคสา, รสหรณีนเมตํ อธิวจนํ, ตา อคฺคา อสฺสาติ รสคฺคสคฺคี. ตถาคตสฺส หิ สตฺต รสหรณิสหสฺสานิ อุทฺธคฺคานิ หุตฺวา คีวายเมว ปฏิมุกฺกานิ. ติลผลมตฺโตปิ อาหาโร ชิวฺหคฺเค ฐปิโต สพฺพํ กายํ อนุผรติ, เตเนว มหาปธานํ ปทหนฺตสฺส เอกตณฺฑุลาทีหิปิ กาฬายยูสปสเตนาปิ กายสฺส ยาปนํ อโหสิ. อญฺเญสํ ปน ตถา อภาวา น สกลกายํ โอชา ผรติ, เตน เต พหฺวาพาธา โหนฺติ. อิทํ ลกฺขณํ อปฺปาพาธตาสงฺขาตสฺส นิสฺสนฺทผลสฺส วเสน ปากฏํ โหติ.

สีหสฺเสว หนุ อสฺสาติ สีหหนุ. ตตฺถ สีหสฺส เหฏฺฐิมหนุเมว ปริปุณฺณํ โหติ, น อุปริมํ. ตถาคตสฺส ปน สีหสฺส เหฏฺฐิมํ วิย เทฺวปิ ปริปุณฺณานิ ทฺวาทสิยํ ปกฺขสฺส จนฺทสทิสานิ โหนฺติ.

จตฺตาลีสทนฺโตติอาทีสุ อุปริมหนุเก ปติฏฺฐิตา วีสติ, เหฏฺฐิเม วีสตีติ จตฺตาลีส ทนฺตา อสฺสาติ จตฺตาลีสทนฺโต. อญฺเญสญฺหิ ปริปุณฺณทนฺตานมฺปิ ทฺวตฺตึส ทนฺตา โหนฺติ, ตถาคตสฺส จตฺตาลีสํ.

อญฺเญสญฺจ เกจิ ทนฺตา อุจฺจา เกจิ นีจาติ วิสมา โหนฺติ, ตถาคตสฺส ปน อยปฏฺฏฉินฺนสงฺขปฏลํ วิย สมา.

อญฺเญสํ กุมฺภีลานํ วิย ทนฺตา วิรฬา โหนฺติ, มจฺฉมํสาทีนิ ขาทนฺตานํ ทนฺตนฺตรํ ปูรติ. ตถาคตสฺส ปน กนกลตาย สมุสฺสาปิตวชิรปนฺติ วิย อวิรฬา ตุลิกาย ทสฺสิตปริจฺเฉทา วิย ทนฺตา โหนฺติ.

สุสุกฺกทาโฐติ อญฺเญสญฺจ ปูติทนฺตา อุฏฺฐหนฺติ, เตน กาจิ ทาฐา กาฬาปิ วิวณฺณาปิ โหนฺติ. ตถาคโต สุสุกฺกทาโฐ โอสธิตารกมฺปิ อติกฺกมฺม วิโรจมานาย ปภาย สมนฺนาคตทาโฐ, เตน วุตฺตํ ‘‘สุสุกฺกทาโฐ’’ติ.

ปหูตชิโวฺหติ อญฺเญสํ ชิวฺหา ถูลาปิ โหติ กิสาปิ รสฺสาปิ ถทฺธาปิ วิสมาปิ, ตถาคตสฺส ปน มุทุ ทีฆา ปุถุลา วณฺณสมฺปนฺนา โหติ. โส ตํ ลกฺขณํ ปริเยสิตุํ อาคตานํ กงฺขาวิโนทนตฺถํ มุทุกตฺตา ตํ ชิวฺหํ กถินสูจึ วิย วฏฺเฏตฺวา อุโภ นาสิกโสตานิ ปรามสติ, ทีฆตฺตา อุโภ กณฺณโสตานิ ปรามสติ, ปุถุลตฺตา เกสนฺตปริโยสานํ เกวลมฺปิ นลาฏํ ปฏิจฺฉาเทติ. เอวํ ตสฺสา มุทุทีฆปุถุลภาวํ ปกาเสนฺโต กงฺขํ วิโนเทติ. เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ ชิวฺหํ สนฺธาย ‘‘ปหูตชิโวฺห’’ติ วุตฺตํ.

พฺรหฺมสฺสโรติ อญฺเญ ฉินฺนสฺสราปิ ภินฺนสฺสราปิ กากสฺสราปิ โหนฺติ, ตถาคโต ปน มหาพฺรหฺมุโน สรสทิเสน สเรน สมนฺนาคโต. มหาพฺรหฺมุโน หิ ปิตฺตเสเมฺหหิ อปลิพุทฺธตฺตา สโร วิสุทฺโธ โหติ. ตถาคเตนาปิ กตกมฺมํ วตฺถุํ โสเธติ, วตฺถุสฺส สุทฺธตฺตา นาภิโต ปฏฺฐาย สมุฏฺฐหนฺโต สโร วิสุทฺโธ อฏฺฐงฺคสมนฺนาคโตว สมุฏฺฐาติ. กรวิโก วิย ภณตีติ กรวิกภาณี, มตฺตกรวิกรุตมญฺชุโฆโสติ อตฺโถ.

ตตฺริทํ กรวิกรุตสฺส มญฺชุตาย – กรวิกสกุเณ กิร มธุรรสํ อมฺพปกฺกํ มุขตุณฺฑเกน ปหริตฺวา ปคฺฆริตํ รสํ สายิตฺวา ปกฺเขน ตาลํ ทตฺวา วิกูชมาเน จตุปฺปทาทีนิ มตฺตานิ วิย ลฬิตุํ อารภนฺติ. โคจรปฺปสุตาปิ จตุปฺปทา มุขคตานิปิ ติณานิ ฉฑฺเฑตฺวา ตํ สทฺทํ สุณนฺติ, วาฬมิคา ขุทฺทกมิเค อนุพนฺธมานา อุกฺขิตฺตปาทํ อนุกฺขิปิตฺวาว ติฏฺฐนฺติ, อนุพทฺธมิคาปิ มรณภยํ หิตฺวาปิ ติฏฺฐนฺติ, อากาเส ปกฺขนฺทปกฺขิโนปิ ปกฺเข ปสาเรตฺวา ติฏฺฐนฺติ, อุทเก มจฺฉาปิ กณฺณปฏลํ อปฺโผเฏนฺตา ตํ สทฺทํ สุณมานาว ติฏฺฐนฺติ. เอวํ มญฺชุรุตา กรวิกา.

อสนฺธิมิตฺตาปิ ธมฺมาโสกสฺส เทวี – ‘‘อตฺถิ นุ โข, ภนฺเต, พุทฺธสทฺเทน สทิโส กสฺสจิ สทฺโท’’ติ สงฺฆํ ปุจฺฉิ. อตฺถิ กรวิกสกุณสฺสาติ. กุหึ, ภนฺเต, สกุณาติ? หิมวนฺเตติ. สา ราชานํ อาห, – ‘‘เทว, กรวิกสกุณํ ทฏฺฐุกามา’’ติ. ราชา ‘‘อิมสฺมึ ปญฺชเร นิสีทิตฺวา กรวิโก อาคจฺฉตู’’ติ สุวณฺณปญฺชรํ วิสฺสชฺเชสิ. ปญฺชโร คนฺตฺวา เอกสฺส กรวิกสฺส ปุรโต อฏฺฐาสิ. โส ‘‘ราชาณาย อาคโต ปญฺชโร, น สกฺกา อคนฺตุ’’นฺติ ตตฺถ นิสีทิ. ปญฺชโร อาคนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโตว อฏฺฐาสิ. กรวิกํ สทฺทํ การาเปตุํ น สกฺโกนฺติ. อถ ราชา ‘‘กถํ ภเณ อิเม สทฺทํ กโรนฺตี’’ติ อาห? ญาตเก ทิสฺวา เทวาติ. อถ นํ ราชา อาทาเสหิ ปริกฺขิปาเปสิ. โส อตฺตโนว ฉายํ ทิสฺวา ‘‘ญาตกา เม อาคตา’’ติ มญฺญมาโน ปกฺเขน ตาฬํ ทตฺวา มญฺชุสฺสเรน มณิวํสํ ธมมาโน วิย วิรวิ. สกลนคเร มนุสฺสา มตฺตา วิย ลฬึสุ. อสนฺธิมิตฺตา จินฺเตสิ – ‘‘อิมสฺส ตาว ติรจฺฉานสฺส เอวํ มธุโร สทฺโท, กีทิโส นุ โข สพฺพญฺญุตญฺญาณสิริปฺปตฺตสฺส ภควโต อโหสี’’ติ ปีตึ อุปฺปาเทตฺวา ตํ ปีตึ อวิชหิตฺวา สตฺตหิ ชงฺฆสเตหิ สทฺธึ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาสิ. เอวํ มธุโร กรวิกสทฺโท. ตโต สตภาเคน สหสฺสภาเคน จ มธุรตโร ตถาคตสฺส สทฺโท, โลเก ปน กรวิกโต อญฺญสฺส มธุรรสฺส อภาวโต ‘‘กรวิกภาณี’’ติ วุตฺตํ.

อภินีลเนตฺโตติ น สกลนีลเนตฺโตว, นีลยุตฺตฏฺฐาเน ปนสฺส อุมาปุปฺผสทิเสน อติวิสุทฺเธน นีลวณฺเณน สมนฺนาคตานิ อกฺขีนิ โหนฺติ. ปีตยุตฺตฏฺฐาเน กณิการปุปฺผสทิเสน ปีตวณฺเณน, โลหิตยุตฺตฏฺฐาเน พนฺธุชีวกปุปฺผสทิเสน โลหิตวณฺเณน, เสตยุตฺตฏฺฐาเน โอสธิตารกสทิเสน เสตวณฺเณน, กาฬยุตฺตฏฺฐาเน อทฺทาริฏฺฐกสทิเสน กาฬวณฺเณน สมนฺนาคตานิ สุวณฺณวิมาเน อุคฺฆาฏิตมณิสีหปญฺชรสทิสานิ ขายนฺติ.

โคปขุโมติ เอตฺถ ปขุมนฺติ สกลํ จกฺขุภณฺฑํ อธิปฺเปตํ. ตํ กาฬวจฺฉกสฺส พหลธาตุกํ โหติ, รตฺตวจฺฉกสฺส วิปฺปสนฺนํ, ตํมุหุตฺตชาตรตฺตวจฺฉสทิสจกฺขุภณฺโฑติ อตฺโถ. อญฺเญสญฺหิ อกฺขิภณฺฑา อปริปุณฺณา โหนฺติ, หตฺถิมูสิกกากาทีนํ อกฺขิสทิเสหิ วินิคฺคเตหิ คมฺภีเรหิปิ อกฺขีหิ สมนฺนาคตา โหนฺติ. ตถาคตสฺส ปน โธวิตฺวา มชฺชิตฺวา ฐปิตมณิคุฬิกา วิย มุทุสินิทฺธนีลสุขุมปขุมาจิตานิ อกฺขีนิ.

อุณฺณาติ อุณฺณโลมํ. ภมุกนฺตเรติ ทฺวินฺนํ ภมุกานํ เวมชฺเฌ นาสิกมตฺถเกเยว ชาตา. อุคฺคนฺตฺวา ปน นลาฏมชฺฌชาตา. โอทาตาติ ปริสุทฺธา โอสธิตารกวณฺณา. มุทูติ สปฺปิมณฺเฑ โอสาเทตฺวา ฐปิตสตวารวิหตกปฺปาสปฏลสทิสา. ตูลสนฺนิภาติ สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา, อยมสฺสา โอทาตตาย อุปมา. สา ปเนสา โกฏิยํ คเหตฺวา อากฑฺฒิยมานา อุปฑฺฒพาหุปฺปมาณา โหติ, วิสฺสฏฺฐา ทกฺขิณาวฏฺฏวเสน อาวฏฺฏิตฺวา อุทฺธคฺคา หุตฺวา สนฺติฏฺฐติ, สุวณฺณผลกมชฺเฌ ฐปิตรชตปุปฺผุฬกา วิย สุวณฺณฆฏโต นิกฺขมมานา ขีรธารา วิย อรุณปฺปภารญฺชิเต คมนตเล โอสธิตารกา วิย จ อติมโนหราย สิริยา วิโรจติ.

อุณฺหีสสีโสติ อิทํ ปริปุณฺณนลาฏตญฺเจว ปริปุณฺณสีสตญฺจาติ เทฺว อตฺถวเส ปฏิจฺจ วุตฺตํ. ตถาคตสฺส หิ ทกฺขิณกณฺณจูฬิกโต ปฏฺฐาย มํสปฏลํ อุฏฺฐหิตฺวา สกลํ นลาฏํ ฉาทยมานํ ปูรยมานํ คนฺตฺวา วามกณฺณจูฬิกาย ปติฏฺฐิตํ, รญฺโญ พทฺธอุณฺหีสปฏฺโฏ วิย วิโรจติ. ปจฺฉิมภวิกโพธิสตฺตานํ กิร อิมํ ลกฺขณํ วิทิตฺวา ราชูนํ อุณฺหีสปฏฺฏํ อกํสุ, อยํ ตาว เอโก อตฺโถ. อญฺเญ ปน ชนา อปริปุณฺณสีสา โหนฺติ, เกจิ กปฺปสีสา, เกจิ ผลสีสา, เกจิ อฏฺฐิสีสา, เกจิ ตุมฺพสีสา, เกจิ ปพฺภารสีสา. ตถาคตสฺส ปน อารคฺเคน วฏฺเฏตฺวา ฐปิตํ วิย สุปริปุณฺณํ อุทกปุปฺผุฬสทิสํ สีสํ โหติ. ตตฺถ ปุริมนเยน อุณฺหีสเวฐิตสีโส วิยาติ อุณฺหีสสีโส. ทุติยนเยน อุณฺหีสํ วิย สพฺพตฺถ ปริมณฺฑลสีโสติ อุณฺหีสสีโส.

อิมานิ ปน มหาปุริสลกฺขณานิ กมฺมํ กมฺมสริกฺขกํ ลกฺขณํ ลกฺขณานิสํสนฺติ อิเม จตฺตาโร โกฏฺฐาเส เอเกกสฺมึ ลกฺขเณ ทสฺเสตฺวา กถิตานิ สุกถิตานิ โหนฺติ. ตสฺมา ภควตา ลกฺขณสุตฺเต (ที. นิ. ๓.๒๐๐-๒๐๒) วุตฺตานิ อิมานิ กมฺมาทีนิ ทสฺเสตฺวา กเถตพฺพานิ. สุตฺตวเสน วินิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺเตน สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย ตสฺเสว สุตฺตสฺส วณฺณนาย วุตฺตนเยน คเหตพฺพานิ.

อิเมหิ โข, โภ, โส ภวํ โคตโมติ, โภ อาจริย, อิเมหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขเณหิ โส ภวํ โคตโม สมนฺนาคโต เทวนคเร สมุสฺสิตรตนวิจิตฺตํ สุวณฺณโตรณํ วิย โยชนสตุพฺเพโธ สพฺพปาลิผุลฺโล ปาริจฺฉตฺตโก วิย เสลนฺตรมฺหิ สุปุปฺผิตสาลรุกฺโข วิย ตาราคณปฏิมณฺฑิตคคนตลมิว จ อตฺตโน สิริวิภเวน โลกํ อาโลกํ กุรุมาโน วิย จรตีติ อิมตฺถมฺปิ ทีเปตฺวา กิริยาจารํ อาจิกฺขิตุํ คจฺฉนฺโต โข ปนาติอาทิมาห.

๓๘๗. ทกฺขิเณนาติ พุทฺธานญฺหิ ฐตฺวา วา นิสีทิตฺวา วา นิปชฺชิตฺวา วา คมนํ อภินีหรนฺตานํ ทกฺขิณปาโทว ปุรโต โหติ. สตตปาฏิหาริยํ กิเรตํ. นาติทูเร ปาทํ อุทฺธรตีติ ตํ ทกฺขิณปาทํ น อติทูเร ฐเปสฺสามีติ อุทฺธรติ. อติทูรญฺหิ อภิหริยมาเน ทกฺขิณปาเทน วามปาโท อากฑฺฒิยมาโน คจฺเฉยฺย, ทกฺขิณปาโทปิ ทูรํ คนฺตุํ น สกฺกุเณยฺย, อาสนฺเนเยว ปติฏฺฐเหยฺย, เอวํ สติ ปทวิจฺเฉโท นาม โหติ. ทกฺขิณปาเท ปน ปมาเณเนว อุทฺธเต วามปาโทปิ ปมาเณเนว อุทฺธริยติ, ปมาเณน อุทฺธโต ปติฏฺฐหนฺโตปิ ปมาเณเยว ปติฏฺฐาติ. เอวมเนน ตถาคตสฺส ทกฺขิณปาทกิจฺจํ วามปาเทน นิยมิตํ, วามปาทกิจฺจํ ทกฺขิณปาเทน นิยมิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

นาติสีฆนฺติ ทิวา วิหารภตฺตตฺถาย คจฺฉนฺโต ภิกฺขุ วิย น อติสีฆํ คจฺฉติ. นาติสณิกนฺติ ยถา ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต โอกาสํ น ลภติ, เอวํ น อติสณิกํ คจฺฉติ. อทฺทุเวน อทฺทุวนฺติ ชณฺณุเกน ชณฺณุกํ, น สตฺถึ อุนฺนาเมตีติ คมฺภีเร อุทเก คจฺฉนฺโต วิย น อูรุํ อุนฺนาเมติ. น โอนาเมตีติ รุกฺขสาขาเฉทนทณฺฑงฺกุสปาโท วิย น ปจฺฉโต โอสกฺกาเปติ. น สนฺนาเมตีติ โอพทฺธานาพทฺธฏฺฐาเนหิ ปาทํ โกฏฺเฏนฺโต วิย น ถทฺธํ กโรติ. น วินาเมตีติ ยนฺตรูปกํ กีฬาเปนฺโต วิย น อิโต จิโต จ จาเลติ. อธรกาโยวาติ เหฏฺฐิมกาโยว อิญฺชติ, อุปริมกาโย นาวาย ฐปิตสุวณฺณปฏิมา วิย นิจฺจโล โหติ. ทูเร ฐตฺวา โอโลเกนฺโต หิ พุทฺธานํ ฐิตภาวํ วา คมนภาวํ วา น ชานาติ. กายพเลนาติ พาหา ขิปนฺโต สรีรโต เสเทหิ มุจฺจนฺเตหิ น กายพเลน คจฺฉติ. สพฺพกาเยเนวาติ คีวํ อปริวตฺเตตฺวา ราหุโลวาเท วุตฺตนาคาปโลกิตวเสเนว อปโลเกติ.

น อุทฺธนฺติอาทีสุ นกฺขตฺตานิ คเณนฺโต วิย น อุทฺธํ อุลฺโลเกติ, นฏฺฐํ กากณิกํ วา มาสกํ วา ปริเยสนฺโต วิย น อโธ โอโลเกติ, น หตฺถิอสฺสาทโย ปสฺสนฺโต วิย อิโต จิโต จ วิเปกฺขมาโน คจฺฉติ. ยุคมตฺตนฺติ นววิทตฺถิมตฺเต จกฺขูนิ ฐเปตฺวา คจฺฉนฺโต ยุคมตฺตํ เปกฺขติ นาม, ภควาปิ ยุเค ยุตฺโต สุทนฺตอาชานีโย วิย เอตฺตกํ ปสฺสนฺโต คจฺฉติ. ตโต จสฺส อุตฺตรีติ ยุคมตฺตโต ปรํ น ปสฺสตีติ น วตฺตพฺโพ. น หิ กุฏฺฏํ วา กวาฏํ วา คจฺโฉ วา ลตา วา อาวริตุํ สกฺโกติ, อถ ขฺวสฺส อนาวรณญาณสฺส อเนกานิ จกฺกวาฬสหสฺสานิ เอกงฺคณาเนว โหนฺติ. อนฺตรฆรนฺติ เหฏฺฐา มหาสกุลุทายิสุตฺเต อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อนฺตรฆรํ, อิธ ฆรอุมฺมารโต ปฏฺฐาย เวทิตพฺพํ. น กายนฺติอาทิ ปกติอิริยปเถเนว ปวิสตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ทลิทฺทมนุสฺสานํ นีจฆรกํ ปวิสนฺเตปิ หิ ตถาคเต ฉทนํ วา อุคฺคจฺฉติ, ปถวี วา โอคจฺฉติ, ภควา ปน ปกติคมเนเนว คจฺฉติ. นาติทูเรติ อติทูเร ปริวตฺตนฺเตน หิ เอกํ เทฺว ปทวาเร ปิฏฺฐิภาเคน คนฺตฺวา นิสีทิตพฺพํ โหติ. นาจฺจาสนฺเนติ อจฺจาสนฺเน ปริวตฺตนฺเตน เอกํ เทฺว ปทวาเร ปุรโต คนฺตฺวา นิสีทิตพฺพํ โหติ. ตสฺมา ยสฺมึ ปทวาเร ฐิเตน ปุรโต วา ปจฺฉโต วา อคนฺตฺวา นิสีทิตพฺพํ โหติ, ตตฺถ ปริวตฺตติ.

ปาณินาติ กฏิวาตาพาธิโก วิย น อาสนํ หตฺเถหิ คเหตฺวา นิสีทติ. ปกฺขิปตีติ โย กิญฺจิ กมฺมํ กตฺวา กีฬนฺโต ฐิตโกว ปตติ, โยปิ โอริมํ องฺคํ นิสฺสาย นิสินฺโน ฆํสนฺโต ยาว ปาริมงฺคา คจฺฉติ, ปาริมงฺคํ วา นิสฺสาย นิสินฺโน ตเถว ยาว โอริมงฺคา อาคจฺฉติ, สพฺโพ โส อาสเน กายํ ปกฺขิปติ นาม. ภควา ปน เอวํ อกตฺวา อาสนสฺส มชฺเฌ โอลมฺพกํ ธาเรนฺโต วิย ตูลปิจุํ ฐเปนฺโต วิย สณิกํ นิสีทติ. หตฺถกุกฺกุจฺจนฺติ ปตฺตมุขวฏฺฏิยํ อุทกพินฺทุฐปนํ มกฺขิกพีชนิยา ปณฺณจฺเฉทนผาลนาทิ หตฺเถน อสํยตกรณํ. ปาทกุกฺกุจฺจนฺติ ปาเทน ภูมิฆํสนาทิ อสํยตกรณํ.

น ฉมฺภตีติ น ภายติ. น กมฺปตีติ น โอสีทติ. น เวธตีติ น จลติ. น ปริตสฺสตีติ ภยปริตสฺสนายปิ ตณฺหาปริตสฺสนายปิ น ปริตสฺสติ. เอกจฺโจ หิ ธมฺมกถาทีนํ อตฺถาย อาคนฺตฺวา มนุสฺเสสุ วนฺทิตฺวา ฐิเตสุ ‘‘สกฺขิสฺสามิ นุ โข เตสํ จิตฺตํ คณฺหนฺโต ธมฺมํ วา กเถตุํ, ปญฺหํ วา ปุจฺฉิโต วิสฺสชฺเชตุํ, ภตฺตานุโมทนํ วา กาตุ’’นฺติ ภยปริตสฺสนาย ปริตสฺสติ. เอกจฺโจ ‘‘มนาปา นุ โข เม ยาคุ อาคจฺฉิสฺสติ, มนาปํ อนฺตรขชฺชก’’นฺติ วา ตณฺหาปริตสฺสนาย ปริตสฺสติ. ตทุภยมฺปิ ตสฺส นตฺถีติ น ปริตสฺสติ. วิเวกาวฏฺโฏติ วิเวเก นิพฺพาเน อาวฏฺฏมานโส หุตฺวา. วิเวกวตฺโตติปิ ปาโฐ, วิเวกวตฺตยุตฺโต หุตฺวาติ อตฺโถ. วิเวกวตฺตํ นาม กตภตฺตกิจฺจสฺส ภิกฺขุโน ทิวาวิหาเร สมถวิปสฺสนาวเสน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสีทนํ. เอวํ นิสินฺนสฺส หิ อิริยาปโถ อุปสนฺโต โหติ.

น ปตฺตํ อุนฺนาเมตีติอาทีสุ เอกจฺโจ ปตฺตมุขวฏฺฏิยา อุทกทานํ อาหรนฺโต วิย ปตฺตํ อุนฺนาเมติ, เอโก ปาทปิฏฺฐิยํ ฐเปนฺโต วิย โอนาเมติ, เอโก พทฺธํ กตฺวา คณฺหาติ, เอโก อิโต จิโต จ ผนฺทาเปติ, เอวํ อกตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ คเหตฺวา อีสกํ นาเมตฺวา อุทกํ ปฏิคฺคณฺหาตีติ อตฺโถ. น สมฺปริวตฺตกนฺติ ปริวตฺเตตฺวา ปฐมเมว ปตฺตปิฏฺฐึ น โธวติ. นาติทูเรติ ยถา นิสินฺนาสนโต ทูเร ปตติ, น เอวํ ฉฑฺเฑติ. นาจฺจาสนฺเนติ ปาทมูเลเยว น ฉฑฺเฑติ. วิจฺฉฑฺฑยมาโนติ วิกิรนฺโต, ยถา ปฏิคฺคาหโก เตมติ, น เอวํ ฉฑฺเฑติ.

นาติโถกนฺติ ยถา เอกจฺโจ ปาปิจฺโฉ อปฺปิจฺฉตํ ทสฺเสนฺโต มุฏฺฐิมตฺตเมว คณฺหาติ, น เอวํ. อติพหุนฺติ ยาปนมตฺตโต อติเรกํ. พฺยญฺชนมตฺตายาติ พฺยญฺชนสฺส มตฺตา นาม โอทนโต จตุตฺโถ ภาโค. เอกจฺโจ หิ ภตฺเต มนาเป ภตฺตํ พหุํ คณฺหาติ, พฺยญฺชเน มนาเป พฺยญฺชนํ พหุํ. สตฺถา ปน ตถา น คณฺหาติ. น จ พฺยญฺชเนนาติ อมนาปญฺหิ พฺยญฺชนํ ฐเปตฺวา ภตฺตเมว ภุญฺชนฺโต, ภตฺตํ วา ฐเปตฺวา พฺยญฺชนเมว ขาทนฺโต พฺยญฺชเนน อาโลปํ อตินาเมติ นาม. สตฺถา เอกนฺตริกํ พฺยญฺชนํ คณฺหาติ, ภตฺตมฺปิ พฺยญฺชนมฺปิ เอกโตว นิฏฺฐนฺติ. ทฺวตฺติกฺขตฺตุนฺติ ตถาคตสฺส หิ ปุถุชิวฺหาย ทนฺตานํ อุปนีตโภชนํ ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ ทนฺเตหิ ผุฏฺฐมตฺตเมว สณฺหกรณียปิฏฺฐวิเลปนํ วิย โหติ, ตสฺมา เอวมาห. น มุเข อวสิฏฺฐาติ โปกฺขรปตฺเต ปติตอุทกพินฺทุ วิย วินิวตฺติตฺวา ปรคลเมว ยาติ, ตสฺมา อวสิฏฺฐา น โหติ. รสปฏิสํเวทีติ มธุรติตฺตกทุกาทิรสํ ชานาติ. พุทฺธานญฺหิ อนฺตมโส ปานีเยปิ ทิพฺโพชา ปกฺขิตฺตาว โหติ, เตน เนสํ สพฺพตฺเถว รโส ปากโฏ โหติ, รสเคโธ ปน นตฺถิ.

อฏฺฐงฺคสมนฺนาคตนฺติ ‘‘เนว ทวายา’’ติ วุตฺเตหิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตํ. วิสุทฺธิมคฺเค ปนสฺส วินิจฺฉโย อาคโตติ สพฺพาสวสุตฺเต วุตฺตเมตํ. หตฺเถสุ โธเตสูติ สตฺถา กึ กโรติ? ปฐมํ ปตฺตสฺส คหณฏฺฐานํ โธวติ. ตตฺถ ปตฺตํ คเหตฺวา สุขุมชาลหตฺถํ เปเสตฺวา เทฺว วาเร สญฺจาเรติ. เอตฺตาวตา โปกฺขรปตฺเต ปติตอุทกํ วิย วินิวตฺติตฺวา คจฺฉติ. น จ อนตฺถิโกติ ยถา เอกจฺโจ ปตฺตํ อาธารเก ฐเปตฺวา ปตฺเต อุทกํ น ปุญฺฉติ, รเช ปตนฺเต อชฺฌุเปกฺขติ, น เอวํ กโรติ. น จ อติเวลานุรกฺขีติ ยถา เอกจฺโจ ปมาณาติกฺกนฺตํ อารกฺขํ ฐเปติ, ภุญฺชิตฺวา วา ปตฺเต อุทกํ ปุญฺฉิตฺวา จีวรโภคนฺตรํ ปเวเสตฺวา ปตฺตํ อุทเรน อกฺกมิตฺวา คณฺหาติ, น เอวํ กโรติ.

น จ อนุโมทนสฺสาติ โย หิ ภุตฺตมตฺโตว ทารเกสุ ภตฺตตฺถาย โรทนฺเตสุ ฉาตชฺฌตฺเตสุ มนุสฺเสสุ ภุญฺชิตฺวา อนาคเตเสฺวว อนุโมทนํ อารภติ, ตโต สพฺพกมฺมานิ ฉฑฺเฑตฺวา เอกจฺเจ อาคจฺฉนฺติ, เอกจฺเจ อนาคตาว โหนฺติ, อยํ กาลํ อตินาเมติ. โยปิ มนุสฺเสสุ อาคนฺตฺวา อนุโมทนตฺถาย วนฺทิตฺวา นิสินฺเนสุ อนุโมทนํ อกตฺวาว ‘‘กถํ ติสฺส, กถํ ผุสฺส, กถํ สุมน, กถํ ติสฺเส, กถํ ผุสฺเส, กถํ สุมเน, กจฺจิตฺถ อโรคา, สสฺสํ สมฺปนฺน’’นฺติอาทึ ปาฏิเยกฺกํ กถํ สมุฏฺฐาเปติ, อยํ อนุโมทนสฺส กาลํ อตินาเมติ, มนุสฺสานํ ปน โอกาสํ ญตฺวา อายาจิตกาเล กโรนฺโต นาตินาเมติ นาม, สตฺถา ตถา กโรติ.

น ตํ ภตฺตนฺติ กึ ภตฺตํ นาเมตํ อุตฺตณฺฑุลํ อติกิลินฺนนฺติอาทีนิ วตฺวา น ครหติ. น อญฺญํ ภตฺตนฺติ สฺวาตนาย วา ปุนทิวสาย วา ภตฺตํ อุปฺปาเทสฺสามีติ หิ อนุโมทนํ กโรนฺโต อญฺญํ ภตฺตํ ปฏิกงฺขติ. โย วา – ‘‘ยาว มาตุคามานํ ภตฺตํ ปจฺจติ, ตาว อนุโมทนํ กริสฺสามิ, อถ เม อนุโมทนาวสาเน อตฺตโน ปกฺกภตฺตโตปิ โถกํ ทสฺสนฺตี’’ติ อนุโมทนํ วฑฺเฒติ, อยมฺปิ ปฏิกงฺขติ นาม. สตฺถา น เอวํ กโรติ. น จ มุจฺจิตุกาโมติ เอกจฺโจ หิ ปฏิสํมุญฺจิตฺวา คจฺฉติ, เวเคน อนุพนฺธิตพฺโพ โหติ. สตฺถา ปน น เอวํ คจฺฉติ, ปริสาย มชฺเฌ ฐิโตว คจฺฉติ. อจฺจุกฺกฏฺฐนฺติ โย หิ ยาว หนุกฏฺฐิโต อุกฺขิปิตฺวา ปารุปติ, ตสฺส อจฺจุกฺกฏฺฐํ นาม โหติ. โย ยาว โคปฺผกา โอตาเรตฺวาว ปารุปติ, ตสฺส อจฺจุกฺกฏฺฐํ โหติ. โยปิ อุภโต อุกฺขิปิตฺวา อุทรํ วิวริตฺวา ยาติ, ตสฺสปิ อจฺจุกฺกฏฺฐํ โหติ. โย เอกํสํ กตฺวา ถนํ วิวริตฺวา ยาติ, ตสฺสปิ อจฺจุกฺกฏฺฐํ. สตฺถา ตํ สพฺพํ น กโรติ.

อลฺลีนนฺติ ยถา อญฺเญสํ เสเทน ตินฺตํ อลฺลียติ, น เอวํ สตฺถุ. อปกฏฺฐนฺติ ขลิสาฏโก วิย กายโต มุจฺจิตฺวาปิ น ติฏฺฐติ. วาโตติ เวรมฺภวาโตปิ อุฏฺฐหิตฺวา จาเลตุํ น สกฺโกติ. ปาทมณฺฑนานุโยคนฺติ อิฏฺฐกาย ฆํสนาทีหิ ปาทโสภานุโยคํ. ปกฺขาเลตฺวาติ ปาเทเนว ปาทํ โธวิตฺวา. โส เนว อตฺตพฺยาพาธายาติอาทีนิ น ปุพฺเพนิวาสเจโตปริยญาณานํ อตฺถิตาย วทติ, อิริยาปถสนฺตตํ ปน ทิสฺวา อนุมาเนน วทติ. ธมฺมนฺติ ปริยตฺติธมฺมํ. น อุสฺสาเทตีติ กึ มหารฏฺฐิก, กึ มหากุฏุมฺพิกาติอาทีนิ วตฺวา เคหสฺสิตวเสน น อุสฺสาเทติ. น อปสาเทตีติ ‘‘กึ, อุปาสก, กถํ เต วิหารมคฺโค ญาโต? กึ ภเยน นาคจฺฉสิ? น หิ ภิกฺขู กิญฺจิ อจฺฉินฺทิตฺวา คณฺหนฺติ, มา ภายี’’ติ วา ‘‘กึ ตุยฺหํ เอวํ มจฺฉริยชีวิตํ นามา’’ติ วา อาทีนิ วตฺวา เคหสฺสิตเปเมน น อปสาเทติ.

วิสฺสฏฺโฐติ สินิทฺโธ อปลิพุทฺโธ. วิญฺเญยฺโยติ วิญฺญาปนีโย ปากโฏ, วิสฺสฏฺฐตฺตาเยว เจส วิญฺเญยฺโย โหติ. มญฺชูติ มธุโร. สวนีโยติ โสตสุโข, มธุรตฺตาเยว เจส สวนีโย โหติ. พินฺทูติ สมฺปิณฺฑิโต. อวิสารีติ อวิสโฏ, พินฺทุตฺตาเยว เจส อวิสารี โหติ. คมฺภีโรติ คมฺภีรสมุฏฺฐิโต. นินฺนาทีติ นินฺนาทวา, คมฺภีรตฺตาเยว เจส นินฺนาที โหติ. ยถาปริสนฺติ จกฺกวาฬปริยนฺตมฺปิ เอกาพทฺธปริสํ วิญฺญาเปติ. พหิทฺธาติ องฺคุลิมตฺตมฺปิ ปริสโต พหิทฺธา น คจฺฉติ. ตสฺมา? โส เอวรูโป มธุรสฺสโร อการณา มา นสฺสีติ. อิติ ภควโต โฆโส ปริสาย มตฺถเกเนว จรติ.

อวโลกยมานาติ สิรสฺมึ อญฺชลึ ฐเปตฺวา ภควนฺตํ โอโลเกนฺตาว ปจฺโจสกฺกิตฺวา ทสฺสนวิชหนฏฺฐาเน วนฺทิตฺวา คจฺฉนฺติ. อวิชหิตตฺตาติ โย หิ กถํ สุตฺวา วุฏฺฐิโต อญฺญํ ทิฏฺฐสุตาทิกํ กถํ กเถนฺโต คจฺฉติ, เอส สภาเวน วิชหติ นาม. โย ปน สุตธมฺมกถาย วณฺณํ กเถนฺโตว คจฺฉติ, อยํ น วิชหติ นาม, เอวํ อวิชหนฺตภาเวน ปกฺกมนฺติ. คจฺฉนฺตนฺติ รชฺชุยนฺตวเสน รตนสตฺตุพฺเพธํ สุวณฺณคฺฆิกํ วิย คจฺฉนฺตํ. อทฺทสาม ฐิตนฺติ สมุสฺสิตกญฺจนปพฺพตํ วิย ฐิตํ อทฺทสาม. ตโต จ ภิยฺโยติ วิตฺถาเรตฺวา คุเณ กเถตุํ อสกฺโกนฺโต อวเสเส คุเณ สํขิปิตฺวา กลาปํ วิย สุตฺตกพทฺธํ วิย จ กตฺวา วิสฺสชฺเชนฺโต เอวมาห. อยเมตฺถ อธิปฺปาโย – มยา กถิตคุเณหิ อกถิตาว พหุตรา. มหาปถวิมหาสมุทฺทาทโย วิย หิ ตสฺส โภโต อนนฺตา อปฺปเมยฺยา คุณา อากาสมิว วิตฺถาริตาติ.

๓๙๐. อปฺปฏิสํวิทิโตติ อวิญฺญาตอาคมโน. ปพฺพชิเต อุปสงฺกมนฺเตน หิ จีวรปริกมฺมาทิสมเย วา เอกํ นิวาเสตฺวา สรีรภญฺชนสมเย วา อุปสงฺกมิตฺวา ตโตว ปฏินิวตฺติตพฺพํ โหติ, ปฏิสนฺถารมตฺตมฺปิ น ชายติ. ปุเรตรํ ปน โอกาเส การิเต ทิวาฏฺฐานํ สมฺมชฺชิตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ภิกฺขุ วิวิตฺเต ฐาเน นิสีทติ, ตํ อาคนฺตฺวา ปสฺสนฺตา ทสฺสเนนปิ ปสีทนฺติ, ปฏิสนฺถาโร ชายติ, ปญฺหพฺยากรณํ วา ธมฺมกถา วา ลพฺภติ. ตสฺมา ปณฺฑิตา โอกาสํ กาเรนฺติ. โส จ เนสํ อญฺญตโร, เตนสฺส เอตทโหสิ. ชิณฺโณ วุฑฺโฒติ อตฺตโน อุคฺคตภาวํ อกเถตฺวา กสฺมา เอวมาห? พุทฺธา นาม อนุทฺทยสมฺปนฺนา โหนฺติ, มหลฺลกภาวํ ญตฺวา สีฆํ โอกาสํ กริสฺสตีติ เอวมาห.

๓๙๑. โอรมิย โอกาสมกาสีติ เวเคน อุฏฺฐาย ทฺวิธา ภิชฺชิตฺวา โอกาสมกาสิ.

เย เมติ เย มยา. นารีสมานสวฺหยาติ นารีสมานนามํ อิตฺถิลิงฺคํ, เตน อวฺหาตพฺพาติ นารีสมานสวฺหยา, อิตฺถิลิงฺเคน วตฺตพฺพาติ โวหารกุสลตาย เอวํ วทติ. ปหูตชิโวฺหติ ปุถุลชิโวฺห. นินฺนามเยตนฺติ นีหร เอตํ.

๓๙๓. เกวลีติ สกลคุณสมฺปนฺโน.

๓๙๔. ปจฺจภาสีติ เอกปฺปหาเรน ปุจฺฉิเต อฏฺฐ ปเญฺห พฺยากโรนฺโต ปติอภาสิ. โย เวทีติ โย วิทติ ชานาติ, ยสฺส ปุพฺเพนิวาโส ปากโฏ. สคฺคาปายญฺจ ปสฺสตีติ ทิพฺพจกฺขุญาณํ กถิตํ. ชาติกฺขยํ ปตฺโตติ อรหตฺตํ ปตฺโต. อภิญฺญา โวสิโตติ ตํ อรหตฺตํ อภิชานิตฺวา โวสิโต โวสานปฺปตฺโต. มุนีติ อรหตฺตญาณโมเนยฺเยน สมนฺนาคโต.

วิสุทฺธนฺติ ปณฺฑรํ. มุตฺตํ ราเคหีติ กิเลสราเคหิ มุตฺตํ. ปหีนชาติมรโณติ ชาติกฺขยปฺปตฺตตฺตา ปหีนชาติโก, ชาติปหาเนเนว ปหีนมรโณ. พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ ยํ พฺรหฺมจริยสฺส เกวลี สกลภาโว, เตน สมนฺนาคโต, สกลจตุมคฺคพฺรหฺมจริยวาโสติ อตฺโถ. ปารคู สพฺพธมฺมานนฺติ สพฺเพสํ โลกิยโลกุตฺตรธมฺมานํ อภิญฺญาย ปารํ คโต, สพฺพธมฺเม อภิชานิตฺวา ฐิโตติ อตฺโถ. ปารคูติ วา เอตฺตาวตา ปริญฺญาปารคู ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ, ปหานปารคู สพฺพกิเลสานํ, ภาวนาปารคู จตุนฺนํ มคฺคานํ, สจฺฉิกิริยาปารคู นิโรธสฺส, สมาปตฺติปารคู สพฺพสมาปตฺตีนนฺติ อยมตฺโถ วุตฺโต. ปุน สพฺพธมฺมานนฺติ อิมินา อภิญฺญาปารคู วุตฺโตติ. พุทฺโธ ตาที ปวุจฺจตีติ ตาทิโส ฉหิ อากาเรหิ ปารํ คโต สพฺพากาเรน จตุนฺนํ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา พุทฺโธติ ปวุจฺจตีติ.

กึ ปน เอตฺตาวตา สพฺเพ ปญฺหา วิสฺสชฺชิตา โหนฺตีติ? อาม วิสฺสชฺชิตา, จิตฺตํ วิสุทฺธํ ชานาติ, มุตฺตํ ราเคหีติ อิมินา ตาว พาหิตปาปตฺตา พฺราหฺมโณติ ปฐมปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. ปารคูติ อิมินา เวเทหิ คตตฺตา เวทคูติ ทุติยปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. ปุพฺเพนิวาสนฺติอาทีหิ อิมาสํ ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ อตฺถิตาย เตวิชฺโชติ ตติยปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. มุตฺตํ ราเคหิ สพฺพโสติ อิมินาว นิสฺสฏตฺตา ปาปธมฺมานํ โสตฺติโยติ จตุตฺถปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. ชาติกฺขยํ ปตฺโตติ อิมินา ปน อรหตฺตสฺเสว วุตฺตตฺตา ปญฺจมปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. โวสิโตติ จ พฺรหฺมจริยสฺส เกวลีติ จ อิเมหิ ฉฏฺฐปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. อภิญฺญา โวสิโต มุนีติ อิมินา สตฺตมปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ. ปารคู สพฺพธมฺมานํ, พุทฺโธ ตาที ปวุจฺจตีติ อิมินา อฏฺฐมปโญฺห วิสฺสชฺชิโต โหติ.

๓๙๕. ทานกถนฺติอาทีนิ เหฏฺฐา สุตฺเต วิตฺถาริตาเนว. ปจฺจปาทีติ ปฏิปชฺชิ. ธมฺมสฺสานุธมฺมนฺติ อิมสฺมึ สุตฺเต ธมฺโม นาม อรหตฺตมคฺโค, อนุธมฺโม นาม เหฏฺฐิมา ตโย มคฺคา ตีณิ จ สามญฺญผลานิ, ตานิ ปฏิปาฏิยา ปฏิลภีติ อตฺโถ. น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสีติ มญฺจ ธมฺมการณา น กิลเมสิ, น ปุนปฺปุนํ กถาเปสีติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. ตตฺถ ปรินิพฺพายีติ ปน ปเทน เทสนาย อรหตฺเตเนว กูฏํ คหิตนฺติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

พฺรหฺมายุสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. เสลสุตฺตวณฺณนา

๓๙๖. เอวํ เม สุตนฺติ เสลสุตฺตํ. ตตฺถ องฺคุตฺตราเปสูติอาทิ โปตลิยสุตฺเต วิตฺถาริตเมว. อฑฺฒเตฬเสหีติ อฑฺเฒน เตฬเสหิ, ทฺวาทสหิ สเตหิ ปญฺญาสาย จ ภิกฺขูหิ สทฺธินฺติ วุตฺตํ โหติ. เต ปน สาวกสนฺนิปาเต สนฺนิปติตา ภิกฺขูเยว สพฺเพ เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชาย ปพฺพชิตา ขีณาสวา. เกณิโยติ ตสฺส นามํ, ชฏิโลติ ตาปโส. โส กิร พฺราหฺมณมหาสาโล, ธนรกฺขณตฺถาย ปน ตาปสปพฺพชฺชํ สมาทาย รญฺโญ ปณฺณาการํ ทตฺวา ภูมิภาคํ คเหตฺวา ตตฺถ อสฺสมํ กาเรตฺวา วสติ ปญฺจหิ สกฏสเตหิ วณิชฺชํ ปโยเชตฺวา กุลสหสฺสสฺส นิสฺสโย หุตฺวา, อสฺสเมปิ จสฺส เอโก ตาลรุกฺโข ทิวเส ทิวเส เอกํ โสวณฺณมยํ ตาลผลํ มุญฺจตีติ วทนฺติ. โส ทิวา กาสายานิ ธาเรติ, ชฏา จ พนฺธติ, รตฺตึ กามสมฺปตฺตึ อนุภวติ. ธมฺมิยา กถายาติ ปานกานิสํสปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย. อยญฺหิ เกณิโย ตุจฺฉหตฺโถ ภควโต ทสฺสนาย คนฺตุํ ลชฺชายมาโน – ‘‘วิกาลโภชนา วิรตานมฺปิ ปานกํ กปฺปตี’’ติ จินฺเตตฺวา สุสงฺขตพทรปานํ ปญฺจหิ กาชสเตหิ คาหาเปตฺวา อคมาสิ. เอวํ คตภาโว จสฺส – ‘‘อถ โข เกณิยสฺส ชฏิลสฺส เอตทโหสิ กึ นุ โข อหํ สมณสฺส โคตมสฺส หราเปยฺย’’นฺติ เภสชฺชกฺขนฺธเก (มหาว. ๓๐๐) ปาฬิอารุโฬฺหเยว.

ทุติยมฺปิ โข ภควาติ กสฺมา ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิปิ? ติตฺถิยานํ ปฏิกฺเขปปสนฺนตาย, อการณเมตํ, นตฺถิ พุทฺธานํ ปจฺจยเหตุ เอวรูปํ โกหญฺญํ. อยํ ปน อฑฺฒเตฬสานิ ภิกฺขุสตานิ ทิสฺวา เอตฺตกานํเยว ภิกฺขํ ปฏิยาเทสฺสติ, เสฺวว เสโล ตีหิ ปุริสสเตหิ สทฺธึ ปพฺพชิสฺสติ. อยุตฺตํ โข ปน นวเก อญฺญโต เปเสตฺวา อิเมเหว สทฺธึ คนฺตุํ, อิเม วา อญฺญโต เปเสตฺวา นวเกหิ สทฺธึ คนฺตุํ. อถาปิ สพฺเพ คเหตฺวา คมิสฺสามิ, ภิกฺขาหาโร นปฺปโหสฺสติ. ตโต ภิกฺขูสุ ปิณฺฑาย จรนฺเตสุ มนุสฺสา อุชฺฌายิสฺสนฺติ – ‘‘จิรสฺสาปิ เกณิโย สมณํ โคตมํ นิมนฺเตตฺวา ยาปนมตฺตํ ทาตุํ นาสกฺขี’’ติ, สยมฺปิ วิปฺปฏิสารี ภวิสฺสติ. ปฏิกฺเขเป ปน กเต ‘‘สมโณ โคตโม ปุนปฺปุนํ ‘ตฺวญฺจ พฺราหฺมเณสุ อภิปฺปสนฺโน’ติ พฺราหฺมณานํ นามํ คณฺหาตี’’ติ จินฺเตตฺวา พฺราหฺมเณปิ นิมนฺเตตุกาโม ภวิสฺสติ, ตโต พฺราหฺมเณ ปาฏิเยกฺกํ นิมนฺเตสฺสติ, เต เตน นิมนฺติตา ภิกฺขู หุตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ. เอวมสฺส สทฺธา อนุรกฺขิตา ภวิสฺสตีติ ปุนปฺปุนํ ปฏิกฺขิปิ. กิญฺจาปิ โข, โภติ อิมินา อิทํ ทีเปติ, – ‘‘โภ โคตม, กึ ชาตํ ยทิ อหํ พฺราหฺมเณสุ อภิปฺปสนฺโน, อธิวาเสตุ ภวํ โคตโม, อหํ พฺราหฺมณานมฺปิ ทาตุํ สกฺโกมิ ตุมฺหากมฺปี’’ติ.

กายเวยฺยาวฏิกนฺติ กายเวยฺยาวจฺจํ. มณฺฑลมาฬนฺติ ทุสฺสมณฺฑปํ.

๓๙๗. อาวาโหติ กญฺญาคหณํ. วิวาโหติ กญฺญาทานํ. โส เม นิมนฺติโตติ โส มยา นิมนฺติโต. อถ พฺราหฺมโณ ปริปกฺโกปนิสฺสยตฺตา พุทฺธสทฺทํ สุตฺวาว อมเตเนวาภิสิตฺโต ปสาทํ อาวิกโรนฺโต พุทฺโธติ, โภ เกณิย, วเทสีติ อาห. เกณิโย ยถาภูตํ อาจิกฺขนฺโต พุทฺโธติ, โภ เสล, วทามีติ อาห. ตโต นํ ปุนปิ ทฬฺหีกรณตฺถํ ปุจฺฉิ, อิตโรปิ ตเถว อาโรเจสิ.

๓๙๘. อถสฺส กปฺปสตสหสฺเสหิปิ พุทฺธสทฺทสฺเสว ทุลฺลภภาวํ สมฺปสฺสโต. เอตทโหสีติ. เอตํ ‘‘โฆโสปิ โข’’ติอาทิ อโหสิ. นีลวนราชีติ นีลวณฺณรุกฺขปนฺติ. ปเท ปทนฺติ ปทปฺปมาเณ ปทํ. อจฺจาสนฺเน หิ อติทูเร วา ปาเท นิกฺขิปมาเน สทฺโท อุฏฺฐาติ, ตํ ปฏิเสเธนฺโต เอวมาห. สีหาว เอกจราติ คณวาสี สีโห สีหโปตกาทีหิ สทฺธึ ปมาทํ อาปชฺชติ, เอกจโร อปฺปมตฺโต โหติ. อิติ อปฺปมาทวิหารํ ทสฺเสนฺโต เอกจรสีเหน โอปมฺมํ กโรติ. มา เม โภนฺโตติ อาจารํ สิกฺขาเปนฺโต อาห. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – สเจ ตุเมฺห กถาวารํ อลภิตฺวา มม กถาย อนฺตเร กถํ ปเวเสสฺสถ, ‘‘อนฺเตวาสิเก สิกฺขาเปตุํ นาสกฺขี’’ติ มยฺหํ ครหา อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺมา โอกาสํ ปสฺสิตฺวา มนฺเตยฺยาถาติ. โน จ โข นํ ชานามีติ วิปสฺสีปิ โพธิสตฺโต จตุราสีติสหสฺสตฺเถรปพฺพชิตปริวาโร สตฺต มาสานิ โพธิสตฺตจาริกํ จริ, พุทฺธุปฺปาทกาโล วิย อโหสิ. อมฺหากมฺปิ โพธิสตฺโต ฉพฺพสฺสานิ โพธิสตฺตจาริกํ จริ. เอวํ ปริปุณฺณสรีรลกฺขเณหิ สมนฺนาคตาปิ พุทฺธา น โหนฺติ. ตสฺมา พฺราหฺมโณ ‘‘โน จ โข นํ ชานามี’’ติ อาห.

๓๙๙. ปริปุณฺณกาโยติ ลกฺขเณหิ ปริปุณฺณตาย อหีนงฺคตาย จ ปริปุณฺณสรีโร. สุรุจีติ สุนฺทรสรีรปฺปโภ. สุชาโตติ อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา สณฺฐานสมฺปตฺติยา จ สุนิพฺพตฺโต. จารุทสฺสโนติ สุจิรมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติชนโก มโนหรทสฺสโน. สุวณฺณวณฺโณติ สุวณฺณสทิสวณฺโณ. สุสุกฺกทาโฐติ สุฏฺฐุ สุกฺกทาโฐ. มหาปุริสลกฺขณาติ ปฐมํ วุตฺตพฺยญฺชนาเนว วจนนฺตเรน นิคเมนฺโต อาห.

อิทานิ เตสุ ลกฺขเณสุ อตฺตโน จิตฺตรุจิตานิ คเหตฺวา โถเมนฺโต ปสนฺนเนตฺโตติอาทิมาห. ภควา หิ ปญฺจวณฺณปสาทสมฺปตฺติยา ปสนฺนเนตฺโต, ปุณฺณจนฺทสทิสมุขตาย สุมุโข, อาโรหปริณาหสมฺปตฺติยา พฺรหา, พฺรหฺมุชุคตฺตตาย อุชุ, ชุติมนฺตตาย ปตาปวา. ยมฺปิ เจตฺถ ปุพฺเพ วุตฺตํ, ตํ ‘‘มชฺเฌ สมณสงฺฆสฺสา’’ติ อิมินา ปริยาเยน โถมยตา ปุน วุตฺตํ. เอทิโส หิ เอวํ วิโรจติ. อุตฺตรคาถายปิ เอเสว นโย. อุตฺตมวณฺณีโนติ อุตฺตมวณฺณสมฺปนฺนสฺส. รเถสโภติ อุตฺตมสารถิ. ชมฺพุสณฺฑสฺสาติ ชมฺพุทีปสฺส. ปากเฏน อิสฺสริยํ อิสฺสโร โหติ.

ขตฺติยาติ ชาติขตฺติยา. โภคีติ โภคิยา. ราชาโนติ เย เกจิ รชฺชํ กาเรนฺตา. ราชาภิราชาติ ราชูนํ ปูชนีโย, อธิราชา หุตฺวา, จกฺกวตฺตีติ อธิปฺปาโย. มนุชินฺโทติ มนุสฺสาธิปติ ปรมิสฺสโร หุตฺวา.

เอวํ วุตฺเต ภควา – ‘‘เย เต ภวนฺติ อรหนฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธา, เต สกวณฺเณ ภญฺญมาเน อตฺตานํ ปาตุกโรนฺตี’’ติ อิมํ เสลสฺส มโนรถํ ปูเรนฺโต ราชาหมสฺมีติอาทิมาห. ตตฺรายมธิปฺปาโย – ยํ มํ ตฺวํ เสล ‘‘ราชา อรหสิ ภวิตุ’’นฺติ ยาจสิ, เอตฺถ อปฺโปสฺสุกฺโก โหติ ราชาหมสฺมิ. สติ จ ราชตฺเต ยถา อญฺโญ ราชา โยชนสตํ วา อนุสาสติ โยชนสหสฺสํ วา, จกฺกวตฺตี หุตฺวาปิ จตุทีปปริยนฺตมตฺตํ วา, นาหเมวํ ปริจฺฉินฺนวิสโย, อหญฺหิ ธมฺมราชา อนุตฺตโร ภวคฺคโต อวีจิปริยนฺตํ กตฺวา ติริยํ อปฺปมาณโลกธาตุโย อนุสาสามิ. ยาวตา หิ อปททฺวิปทาทิเภทา สตฺตา, อหํ เตสํ อคฺโค. น หิ เม โกจิ สีเลน วา…เป… วิมุตฺติญาณทสฺสเนน วา ปฏิภาโค อตฺถิ, สฺวาหํ เอวํ ธมฺมราชา อนุตฺตโร อนุตฺตเรเนว จตุสติปฏฺฐานาทิเภเทน ธมฺเมน จกฺกํ วตฺเตมิ. อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถาติ อาณาจกฺกํ, อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจนฺติอาทินา ปริยตฺติธมฺเมน ธมฺมจกฺกเมว วา. จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยนฺติ ยํ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ โหติ สมเณน วา…เป… เกนจิ วา โลกสฺมินฺติ.

เอวํ อตฺตานํ อาวิกโรนฺตํ ภควนฺตํ ทิสฺวา ปีติโสมนสฺสชาโต เสโล ปุน ทฬฺหีกรณตฺถํ สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสีติ คาถาทฺวยมาห. ตตฺถ โก นุ เสนาปตีติ รญฺโญ โภโต ธมฺเมน ปวตฺติตสฺส จกฺกสฺส อนุปวตฺตโก เสนาปติ โก นูติ ปุจฺฉิ.

เตน จ สมเยน ภควโต ทกฺขิณปสฺเส อายสฺมา สาริปุตฺโต นิสินฺโน โหติ สุวณฺณปุญฺโช วิย สิริยา โสภมาโน, ตํ ทสฺเสนฺโต ภควา มยา ปวตฺติตนฺติ คาถมาห. ตตฺถ อนุชาโต ตถาคตนฺติ ตถาคตํ เหตุํ อนุชาโต, ตถาคเตน เหตุนา ชาโตติ อตฺโถ. อปิจ อวชาโต อนุชาโต อติชาโตติ ตโย วุตฺตา. เตสุ อวชาโต ทุสฺสีโล, โส ตถาคตสฺส ปุตฺโต นาม น โหติ. อติชาโต นาม ปิตรา อุตฺตริตโร, ตาทิโสปิ ตถาคตสฺส ปุตฺโต นตฺถิ. ตถาคตสฺส ปน เอโก อนุชาโตว ปุตฺโต โหติ, ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห.

เอวํ ‘‘โก นุ เสนาปตี’’ติ ปญฺหํ พฺยากริตฺวา ยํ เสโล อาห ‘‘สมฺพุทฺโธ ปฏิชานาสี’’ติ, ตตฺร นํ นิกฺกงฺขํ กาตุกาโม ‘‘นาหํ ปฏิญฺญามตฺเตเนว ปฏิชานามิ, อปิจาหํ อิมินา การเณน พุทฺโธ’’ติ ญาเปตุํ อภิญฺเญยฺยนฺติ คาถมาห. ตตฺร อภิญฺเญยฺยนฺติ วิชฺชา จ วิมุตฺติ จ. ภาเวตพฺพํ มคฺคสจฺจํ. ปหาตพฺพํ สมุทยสจฺจํ. เหตุวจเนน ปน ผลสิทฺธิโต เตสํ ผลานิ นิโรธสจฺจทุกฺขสจฺจานิปิ วุตฺตาเนว โหนฺติ. เอวํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ปริญฺญาตพฺพํ ปริญฺญาตนฺติ อิทมฺเปตฺถ สงฺคหิตนฺติ จตุสจฺจภาวนาผลญฺจ วิมุตฺติญฺจ ทสฺเสนฺโต ‘‘พุชฺฌิตพฺพํ พุชฺฌิตฺวา พุทฺโธ ชาโตสฺมี’’ติ ยุตฺตเหตุนา พุทฺธภาวํ สาเธติ.

เอวํ นิปฺปริยาเยน อตฺตานํ อาวิกตฺวา อตฺตนิ กงฺขาวิตรณตฺถํ พฺราหฺมณํ อติจาริยมาโน วินยสฺสูติ คาถตฺตยมาห. ตตฺถ สลฺลกตฺโตติ ราคาทิสลฺลกนฺตโน. อนุตฺตโรติ ยถา พาหิรเวชฺเชน วูปสมิตโรโค อิมสฺมิญฺเญวตฺตภาเว กุปฺปติ, น เอวํ. มยา วูปสมิตสฺส ปน โรคสฺส ภวนฺตเรปิ อุปฺปตฺติ นตฺถิ, ตสฺมา อหํ อนุตฺตโรติ อตฺโถ. พฺรหฺมภูโตติ เสฏฺฐภูโต. อติตุโลติ ตุลํ อตีโต, นิรุปโมติ อตฺโถ. มารเสนปฺปมทฺทโนติ กามา เต ปฐมา เสนาติ เอวํ อาคตาย มารเสนาย ปมทฺทโน. สพฺพามิตฺเตติ ขนฺธกิเลสาภิสงฺขารมจฺจุเทวปุตฺตมารสงฺขาเต สพฺพปจฺจตฺถิเก. วสีกตฺวาติ อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา. อกุโตภโยติ กุโตจิ อภโย.

เอวํ วุตฺเต เสโล พฺราหฺมโณ ตาวเทว ภควติ สญฺชาตปสาโท ปพฺพชฺชาเปกฺโข หุตฺวา อิมํ โภนฺโตติ คาถตฺตยมาห. ตตฺถ กณฺหาภิชาติโกติ จณฺฑาลาทินีจกุเล ชาโต. ตโต เตปิ มาณวกา ปพฺพชฺชาเปกฺขา หุตฺวา เอวญฺเจ รุจฺจติ, โภโตติ คาถมาหํสุ. อถ เสโล เตสุ มาณวเกสุ ตุฏฺฐจิตฺโต เต จ ทสฺเสนฺโต ปพฺพชฺชํ ยาจนฺโต ‘‘พฺราหฺมณา’’ติ คาถมาห.

ตโต ภควา ยสฺมา เสโล อตีเต ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต สาสเน เตสํเยว ติณฺณํ ปุริสสตานํ คณเสฏฺโฐ หุตฺวา เตหิ สทฺธึ ปริเวณํ กาเรตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา เตน กมฺเมน เทวมนุสฺสสมฺปตฺตึ อนุภวมาโน ปจฺฉิเม ภเว เตสํเยว อาจริโย หุตฺวา นิพฺพตฺโต, ตญฺจ เตสํ กมฺมํ วิมุตฺติปริปากาย ปริปกฺกํ เอหิภิกฺขุภาวสฺส จ อุปนิสฺสยภูตํ, ตสฺมา เต สพฺเพว เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชํ ปพฺพาเชนฺโต สฺวากฺขาตนฺติ คาถมาห. ตตฺถ สนฺทิฏฺฐิกนฺติ สยเมว ทฏฺฐพฺพํ ปจฺจกฺขํ. อกาลิกนฺติ มคฺคานนฺตรผลุปฺปตฺติยา น กาลนฺตรํ ปตฺตพฺพผลํ. ยตฺถ อโมฆาติ ยสฺมึ มคฺคพฺรหฺมจริเย อปฺปมตฺตสฺส สิกฺขตฺตยปูรเณน สิกฺขโต ปพฺพชฺชา อโมฆา โหติ, สผลาติ อตฺโถ. เอวญฺจ วตฺวา ‘‘เอถ ภิกฺขโว’’ติ ภควา อโวจ. เต สพฺเพ ปตฺตจีวรธรา หุตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา วสฺสสติกตฺเถรา วิย สุวินีตา ภควนฺตํ อภิวาทยึสุ. เอวมิมํ เตสํ เอหิภิกฺขุภาวํ สนฺธาย ‘‘อลตฺถ โข เสโล’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๔๐๐. อิมาหีติ อิมาหิ เกณิยสฺส จิตฺตานุกูลาหิ คาถาหิ. ตตฺถ อคฺคิปริจริยํ วินา พฺราหฺมณานํ ยญฺญาภาวโต ‘‘อคฺคิหุตฺตมุขา ยญฺญา’’ติ วุตฺตํ. อคฺคิหุตฺตเสฏฺฐา อคฺคิชุหนปฺปธานาติ อตฺโถ. เวเท สชฺฌายนฺเตหิ ปฐมํ สชฺฌายิตพฺพโต, สาวิตฺตี, ‘‘ฉนฺทโส มุข’’นฺติ วุตฺโต. มนุสฺสานํ เสฏฺฐโต ราชา ‘‘มุข’’นฺติ วุตฺโต. นทีนํ อาธารโต ปฏิสรณโต จ สาคโร ‘‘มุข’’นฺติ วุตฺโต. จนฺทโยควเสน ‘‘อชฺช กตฺติกา อชฺช โรหิณี’’ติ สญฺญาณโต อาโลกกรณโต โสมฺมภาวโต จ ‘‘นกฺขตฺตานํ มุขํ จนฺโท’’ติ วุตฺตํ. ตปนฺตานํ อคฺคตฺตา อาทิจฺโจ ‘‘ตปตํ มุข’’นฺติ วุตฺโต. ทกฺขิเณยฺยานํ ปน อคฺคตฺตา วิเสเสน ตสฺมึ สมเย พุทฺธปฺปมุขํ สงฺฆํ สนฺธาย ‘‘ปุญฺญํ อากงฺขมานานํ, สงฺโฆ เอว ยชตํ มุข’’นฺติ วุตฺตํ. เตน สงฺโฆ ปุญฺญสฺส อายมุขนฺติ ทสฺเสติ.

ยํ ตํ สรณนฺติ อญฺญํ พฺยากรณคาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ปญฺจหิ จกฺขูหิ จกฺขุมา ภควา ยสฺมา มยํ อิโต อฏฺฐเม ทิวเส ตํ สรณํ อาคตมฺหา, ตสฺมา อตฺตนา ตว สาสเน อนุตฺตเรน ทมเถน ทนฺตามฺหา, อโห เต สรณสฺส อานุภาโวติ.

ตโต ปรํ ภควนฺตํ ทฺวีหิ คาถาหิ โถเมตฺวา ตติยาย วนฺทนํ ยาจนฺโต ภิกฺขโว ติสตา อิเมติอาทิมาหาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

เสลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. อสฺสลายนสุตฺตวณฺณนา

๔๐๑. เอวํ เม สุตนฺติ อสฺสลายนสุตฺตํ. ตตฺถ นานาเวรชฺชกานนฺติ องฺคมคธาทีหิ นานปฺปกาเรหิ เวรชฺเชหิ อาคตานํ, เตสุ วา รฏฺเฐสุ ชาตสํวฑฺฒานนฺติปิ อตฺโถ. เกนจิเทวาติ ยญฺญุปาสนาทินา อนิยมิตกิจฺเจน. จาตุวณฺณินฺติ จตุวณฺณสาธารณํ. มยํ ปน นฺหานสุทฺธิยา ภาวนาสุทฺธิยาปิ พฺราหฺมณาว สุชฺฌนฺตีติ วทาม, อยุตฺตมฺปิ สมโณ โคตโม กโรตีติ มญฺญมานา เอวํ จินฺตยึสุ. วุตฺตสิโรติ วาปิตสิโร.

ธมฺมวาทีติ สภาววาที. ทุปฺปฏิมนฺติยาติ อมฺหาทิเสหิ อธมฺมวาทีหิ ทุกฺเขน ปฏิมนฺติตพฺพา โหนฺติ. ธมฺมวาทิโน นาม ปราชโย น สกฺกา กาตุนฺติ ทสฺเสติ. ปริพฺพาชกนฺติ ปพฺพชฺชาวิธานํ, ตโย เวเท อุคฺคเหตฺวา สพฺพปจฺฉา ปพฺพชนฺตา เยหิ มนฺเตหิ ปพฺพชนฺติ, ปพฺพชิตา จ เย มนฺเต ปริหรนฺติ, ยํ วา อาจารํ อาจรนฺติ, ตํ สพฺพํ โภตา จริตํ สิกฺขิตํ. ตสฺมา ตุยฺหํ ปราชโย นตฺถิ, ชโยว ภวิสฺสตีติ มญฺญนฺตา เอวมาหํสุ.

๔๐๒. ทิสฺสนฺติ โข ปนาติอาทิ เตสํ ลทฺธิภินฺทนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ พฺราหฺมณิโยติ พฺราหฺมณานํ ปุตฺตปฏิลาภตฺถาย อาวาหวิวาหวเสน กุลา อานีตา พฺราหฺมณิโย ทิสฺสนฺติ. ตา โข ปเนตา อปเรน สมเยน อุตุนิโยปิ โหนฺติ, สญฺชาตปุปฺผาติ อตฺโถ. คพฺภินิโยติ สญฺชาตคพฺภา. วิชายมานาติ ปุตฺตธีตโร ชนยมานา. ปายมานาติ ทารเก ถญฺญํ ปายนฺติโย. โยนิชาว สมานาติ พฺราหฺมณีนํ ปสฺสาวมคฺเคน ชาตา สมานา. เอวมาหํสูติ เอวํ วทนฺติ. กถํ? พฺราหฺมโณว เสฏฺโฐ วณฺโณ…เป… พฺรหฺมทายาทาติ. ยทิ ปน เนสํ สจฺจวจนํ สิยา, พฺราหฺมณีนํ กุจฺฉิ มหาพฺรหฺมุโน อุโร ภเวยฺย, พฺราหฺมณีนํ ปสฺสาวมคฺโค มหาพฺรหฺมุโน มุขํ ภเวยฺย, เอตฺตาวตา ‘‘มยํ มหาพฺรหฺมุโน อุเร วสิตฺวา มุขโต นิกฺขนฺตา’’ติ วตฺตุํ มา ลภนฺตูติ อยํ มุขโต ชาตจฺเฉทกวาโท วุตฺโต.

๔๐๓. อยฺโย หุตฺวา ทาโส โหติ, ทาโส หุตฺวา อยฺโย โหตีติ พฺราหฺมโณ สภริโย วณิชฺชํ ปโยเชนฺโต โยนกรฏฺฐํ วา กมฺโพชรฏฺฐํ วา คนฺตฺวา กาลํ กโรติ, ตสฺส เคเห วยปฺปตฺเต ปุตฺเต อสติ พฺราหฺมณี ทาเสน วา กมฺมกเรน วา สทฺธึ สํวาสํ กปฺเปติ. เอกสฺมึ ทารเก ชาเต โส ปุริโส ทาโสว โหติ, ตสฺส ชาตทารโก ปน ทายชฺชสามิโก โหติ. มาติโต สุทฺโธ ปิติโต อสุทฺโธ โส วณิชฺชํ ปโยเชนฺโต มชฺฌิมปเทสํ คนฺตฺวา พฺราหฺมณทาริกํ คเหตฺวา ตสฺสา กุจฺฉิสฺมึ ปุตฺตํ ปฏิลภติ, โสปิ มาติโตว สุทฺโธ โหติ ปิติโต อสุทฺโธ. เอวํ พฺราหฺมณสมยสฺมิญฺเญว ชาติสมฺเภโท โหตีติ ทสฺสนตฺถเมตํ วุตฺตํ. กึ พลํ, โก อสฺสาโสติ ยตฺถ ตุเมฺห ทาสา โหนฺตา สพฺเพว ทาสา โหถ, อยฺยา โหนฺตา สพฺเพว อยฺยา โหถ, เอตฺถ โว โก ถาโม, โก อวสฺสโย, ยํ พฺราหฺมโณว เสฏฺโฐ วณฺโณติ วทถาติ ทีเปติ.

๔๐๔. ขตฺติโยว นุ โขติอาทโย สุตฺตจฺเฉทกวาทา นาม โหนฺติ.

๔๐๘. อิทานิ จาตุวณฺณิสุทฺธึ ทสฺเสนฺโต อิธ ราชาติอาทิมาห. สาปานโทณิยาติ สุนขานํ ปิวนโทณิยา. อคฺคิกรณียนฺติ สีตวิโนทนอนฺธการวิธมนภตฺตปจนาทิ อคฺคิกิจฺจํ. เอตฺถ อสฺสลายนาติ เอตฺถ สพฺพสฺมึ อคฺคิกิจฺจํ กโรนฺเต.

๔๐๙. อิทานิ ยเทตํ พฺราหฺมณา จาตุวณฺณิสุทฺธีติ วทนฺติ, เอตฺถ จาตุวณฺณาติ นิยโม นตฺถิ. ปญฺจโม หิ ปาทสิกวณฺโณปิ อตฺถีติ สํขิตฺเตน เตสํ วาเท โทสทสฺสนตฺถํ อิธ ขตฺติยกุมาโรติอาทิมาห. ตตฺร อมุตฺร จ ปเนสานนฺติ อมุสฺมิญฺจ ปน ปุริมนเย เอเตสํ มาณวกานํ กิญฺจิ นานากรณํ น ปสฺสามีติ วทติ. นานากรณํ ปน เตสมฺปิ อตฺถิเยว. ขตฺติยกุมารสฺส หิ พฺราหฺมณกญฺญาย อุปฺปนฺโน ขตฺติยปาทสิโก นาม, อิตโร พฺราหฺมณปาทสิโก นาม, เอเต หีนชาติมาณวกา.

เอวํ ปญฺจมสฺส วณฺณสฺส อตฺถิตาย จาตุวณฺณิสุทฺธีติ เอเตสํ วาเท โทสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปุน จาตุวณฺณิสุทฺธิยํ โอวทนฺโต ตํ กึ มญฺญสีติอาทิมาห. ตตฺถ สทฺเธติ มตกภตฺเต. ถาลิปาเกติ ปณฺณาการภตฺเต. ยญฺเญติ ยญฺญภตฺเต. ปาหุเนติ อาคนฺตุกานํ กตภตฺเต. กึ หีติ กึ มหปฺผลํ ภวิสฺสติ, โน ภวิสฺสตีติ ทีเปติ.

๔๑๐. ภูตปุพฺพนฺติ อสฺสลายน ปุพฺเพ มยิ ชาติยา หีนตเร ตุเมฺห เสฏฺฐตรา สมานาปิ มยา ชาติวาเท ปญฺหํ ปุฏฺฐา สมฺปาเทตุํ น สกฺขิตฺถ, อิทานิ ตุเมฺห หีนตรา หุตฺวา มยา เสฏฺฐตเรน พุทฺธานํ สเก ชาติวาทปญฺหํ ปุฏฺฐา กึ สมฺปาเทสฺสถ? น เอตฺถ จินฺตา กาตพฺพาติ มาณวํ อุปตฺถมฺเภนฺโต อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อสิโตติ กาฬโก. เทวโลติ ตสฺส นามํ, อยเมว ภควา เตน สมเยน. ปฏลิโยติ คณงฺคณุปาหนา. ปตฺถณฺฑิเลติ ปณฺณสาลปริเวเณ. โก นุ โขติ กหํ นุ โข. คามณฺฑลรูโป วิยาติ คามทารกรูโป วิย. โส ขฺวาหํ, โภ, โหมีติ โส อหํ, โภ, อสิตเทวโล โหมีติ วทติ. ตทา กิร มหาสตฺโต โกณฺฑทมโก หุตฺวา วิจรติ. อภิวาเทตุํ อุปกฺกมึสูติ วนฺทิตุํ อุปกฺกมํ อกํสุ. ตโต ปฏฺฐาย จ วสฺสสติกตาปโสปิ ตทหุชาตํ พฺราหฺมณกุมารํ อวนฺทนฺโต โกณฺฑิโต โหติ.

๔๑๑. ชนิกา มาตาติ ยาย ตุเมฺห ชนิตา, สา โว ชนิกา มาตา. ชนิกามาตูติ ชนิกาย มาตุ. โย ชนโกติ โย ชนโก ปิตา. ‘‘โย ชนิโก ปิตาเตว’’ วา ปาโฐ.

อสิเตนาติ ปญฺจาภิญฺเญน อสิเตน เทวเลน อิสินา อิมํ คนฺธพฺพปญฺหํ ปุฏฺฐา น สมฺปายิสฺสนฺติ. เยสนฺติ เยสํ สตฺตนฺนํ อิสีนํ. น ปุณฺโณ ทพฺพิคาโหติ เตสํ สตฺตนฺนํ อิสีนํ ทพฺพึ คเหตฺวา ปณฺณํ ปจิตฺวา ทายโก ปุณฺโณ นาม เอโก อโหสิ, โส ทพฺพิคหณสิปฺปํ ชานาติ. ตฺวํ สาจริยโก เตสํ ปุณฺโณปิ น โหติ, เตน ญาตํ ทพฺพิคหณสิปฺปมตฺตมฺปิ น ชานาสีติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

อยํ ปน อสฺสลายโน สทฺโธ อโหสิ ปสนฺโน, อตฺตโน อนฺโตนิเวสเนเยว เจติยํ กาเรสิ. ยาวชฺชทิวสา อสฺสลายนวํเส ชาตา นิเวสนํ กาเรตฺวา อนฺโตนิเวสเน เจติยํ กโรนฺเตวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อสฺสลายนสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. โฆฏมุขสุตฺตวณฺณนา

๔๑๒. เอวํ เม สุตนฺติ โฆฏมุขสุตฺตํ. ตตฺถ เขมิยมฺพวเนติ เอวํนามเก อมฺพวเน. ธมฺมิโก ปริพฺพโชติ ธมฺมิกา ปพฺพชฺชา. อทสฺสนาติ ตุมฺหาทิสานํ วา ปณฺฑิตานํ อทสฺสเนน. โย วา ปเนตฺถ ธมฺโมติ โย วา ปน เอตฺถ ธมฺโม สภาโว, ตสฺเสว วา อทสฺสเนน. อิมินา ‘‘อมฺหากํ กถา อปฺปมาณํ, ธมฺโมว ปมาณ’’นฺติ ทสฺเสติ. ตโต เถโร ‘‘นวอุโปสถาคาเร วิย พหุนา กมฺเมน อิธ ภวิตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา จงฺกมา โอรุยฺห ปณฺณสาลํ ปวิสิตฺวา นิสีทิ. ตํ ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺเตติอาทิ วุตฺตํ.

๔๑๓. จตฺตาโรเม พฺราหฺมณาติ เถรสฺส กิร เอตทโหสิ – ‘‘อยํ พฺราหฺมโณ ‘ธมฺมิกํ ปพฺพชฺชํ อุปคโต สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา นตฺถี’ติ วทติ. อิมสฺส จตฺตาโร ปุคฺคเล เทฺว จ ปริสา ทสฺเสตฺวา ‘จตุตฺถํ ปุคฺคลํ กตราย ปริสาย พหุลํ ปสฺสสี’ติ ปุจฺฉิสฺสามิ, ชานมาโน ‘อนาคาริยปริสาย’นฺติ วกฺขติ. เอวเมตํ สกมุเขเนว ‘ธมฺมิโก ปริพฺพโช อตฺถี’ติ วทาเปสฺสามี’’ติ อิมํ เทสนํ อารภิ.

๔๑๔. ตตฺถ สารตฺตรตฺตาติ สุฏฺฐุ รตฺตรตฺตา. สานุคฺคหา วาจา ภาสิตา สการณา วาจา ภาสิตา. วุตฺตเญฺหตํ มยา ‘‘อมฺหากํ กถา อปฺปมาณํ, ธมฺโมว ปมาณ’’นฺติ.

๔๒๑. กึ ปน เตติ คิหิ นาม กปฺปิยมฺปิ อกปฺปิยมฺปิ วเทยฺยาติ วิเวจนตฺถํ ปุจฺฉิ. การาเปสีติ มาเปสิ. การาเปตฺวา จ ปน กาลํ กตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺโต. เอตสฺส กิร ชานนสิปฺเป มาตรมฺปิ ปิตรมฺปิ ฆาเตตฺวา อตฺตาว ฆาเตตพฺโพติ อาคจฺฉติ. เอตํ สิปฺปํ ชานนฺโต ฐเปตฺวา เอตํ อญฺโญ สคฺเค นิพฺพตฺโต นาม นตฺถิ, เอส ปน เถรํ อุปนิสฺสาย ปุญฺญํ กตฺวา ตตฺถ นิพฺพตฺติตฺวา จ ปน ‘‘เกนาหํ กมฺเมน อิธ นิพฺพตฺโต’’ติ อาวชฺเชตฺวา ยถาภูตํ ญตฺวา เอกทิวสํ ชิณฺณาย โภชนสาลาย ปฏิสงฺขรณตฺถํ สงฺเฆ สนฺนิปติเต มนุสฺสเวเสน อาคนฺตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘กิมตฺถํ, ภนฺเต, สงฺโฆ สนฺนิปติโต’’ติ? โภชนสาลาย ปฏิสงฺขรณตฺถนฺติ. เกเนสา การิตาติ? โฆฏมุเขนาติ. อิทานิ โส กุหินฺติ? กาลงฺกโตติ. อตฺถิ ปนสฺส โกจิ ญาตโกติ? อตฺถิ เอกา ภคินีติ. ปกฺโกสาเปถ นนฺติ. ภิกฺขู ปกฺโกสาเปสุํ. โส ตํ อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘อหํ, ตว ภาตา, โฆฏมุโข นาม อิมํ สาลํ กาเรตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺโต, อสุเก จ อสุเก จ ฐาเน มยา ฐปิตํ ธนํ อตฺถิ, ตํ คเหตฺวา อิมญฺจ โภชนสาลํ กาเรหิ, ทารเก จ โปเสหี’’ติ วตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ วนฺทิตฺวา เวหาสํ อุปฺปติตฺวา เทวโลกเมว อคมาสิ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

โฆฏมุขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จงฺกีสุตฺตวณฺณนา

๔๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ จงฺกีสุตฺตํ. ตตฺถ เทววเน สาลวเนติ ตสฺมึ กิร เทวตานํ พลิกมฺมํ กรียติ, เตน ตํ เทววนนฺติปิ สาลวนนฺติปิ วุจฺจติ. โอปาสาทํ อชฺฌาวสตีติ โอปาสาทนามเก พฺราหฺมณคาเม วสติ, อภิภวิตฺวา วา อาวสติ, ตสฺส สามี หุตฺวา ยาย มริยาทาย ตตฺถ วสิตพฺพํ, ตาย มริยาทาย วสติ. อุปสคฺควเสน ปเนตฺถ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ เวทิตพฺพํ, ตถสฺส อนุปฺปโยคตฺตาว เสสปเทสุ. ตตฺถ ลกฺขณํ สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺพํ. สตฺตุสฺสทนฺติ สตฺเตหิ อุสฺสทํ อุสฺสนฺนํ, พหุชนํ อากิณฺณมนุสฺสํ โปสาวนิยหตฺถิอสฺสโมรมิคาทิอเนกสตฺตสมากิณฺณญฺจาติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน โส คาโม พหิ อาวิชฺฌิตฺวา ชาเตน หตฺถิอสฺสาทีนํ ฆาสติเณน เจว เคหจฺฉทนติเณน จ สมฺปนฺโน, ตถา ทารุกฏฺเฐหิ เจว เคหสมฺภารกฏฺเฐหิ จ, ยสฺมา จสฺส อพฺภนฺตเร วฏฺฏจตุรสฺสาทิสณฺฐานา พหู โปกฺขรณิโย, ชลชกุสุมวิจิตฺตานิ จ พหิ อเนกานิ ตฬากานิ วา อุทกสฺส นิจฺจภริตาเนว โหนฺติ, ตสฺมา สติณกฏฺโฐทกนฺติ วุตฺตํ.

สห ธญฺเญน สธญฺญํ, ปุพฺพณฺณาปรณฺณาทิเภทํ พหุธญฺญสนฺนิจยนฺติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา ยสฺมึ คาเม พฺราหฺมโณ เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ราชลีลาย วสติ. ตสฺส สมิทฺธิสมฺปตฺติ ทีปิตา โหติ. ราชโต ลทฺธํ โภคฺคํ ราชโภคฺคํ. เกน ทินฺนนฺติ เจ, รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺนํ. ราชทายนฺติ รญฺโญ ทายภูตํ, ทายชฺชนฺติ อตฺโถ. พฺรหฺมเทยฺยนฺติ เสฏฺฐเทยฺยํ, ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ราชสงฺเขเปน ภุญฺชิตพฺพนฺติ อตฺโถ. อถ วา ราชโภคฺคนฺติ สพฺพํ เฉชฺชเภชฺชํ อนุสาสนฺเตน ติตฺถปพฺพตาทีสุ สุงฺกํ คณฺหนฺเตน เสตจฺฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา รญฺญา หุตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. ตตฺถ รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺนํ ราชทายนฺติ. เอตฺถ รญฺญา ทินฺนตฺตา ราชทายํ, ทายกราชทีปนตฺถํ ปนสฺส ‘‘รญฺญา ปเสนทินา โกสเลน ทินฺน’’นฺติ อิทํ วุตฺตํ. พฺรหฺมเทยฺยนฺติ เสฏฺฐเทยฺยํ, ยถา ทินฺนํ น ปุน คเหตพฺพํ โหติ นิสฺสฏฺฐปริจฺจตฺตํ, เอวํ ทินฺนนฺติ อตฺโถ.

๔๒๓. พหู พหู หุตฺวา สํหตาติ สงฺฆา. เอเกกิสฺสา ทิสาย สงฺโฆ เตสํ อตฺถีติ สงฺฆี. ปุพฺเพ คามสฺส อนฺโต อคณา พหิ นิกฺขมิตฺวา คณา สมฺปนฺนาติ คณีภูตา. อุตฺตเรนมุขาติ อุตฺตรทิสาภิมุขา. ขตฺตํ อามนฺเตสีติ ขตฺตา วุจฺจติ ปุจฺฉิตปญฺหพฺยากรณสมตฺโถ มหามตฺโต, ตํ อามนฺเตสิ. อาคเมนฺตูติ มุหุตฺตํ ปฏิมาเนนฺตุ, อจฺฉนฺตูติ วุตฺตํ โหติ.

๔๒๔. นานาเวรชฺชกานนฺติ นานาวิเธสุ รชฺเชสุ อญฺเญสุ กาสิโกสลาทีสุ ชาตา วา นิวสนฺติ วา, ตโต วา อาคตาติ นานาเวรชฺชกา, เตสํ นานาเวรชฺชกานํ. เกนจิเทวาติ อนิยมิเตน ยญฺญุปาสนาทินา เกนจิ กิจฺเจน. เต ตสฺส คมนํ สุตฺวา จินฺเตสุํ – ‘‘อยํ, จงฺกี, อุคฺคตพฺราหฺมโณ, เยภุยฺเยน จ อญฺเญ พฺราหฺมณา สมณํ โคตมํ สรณํ คตา, อยเมว น คโต. สฺวายํ สเจ ตตฺถ คมิสฺสติ, อทฺธา สมณสฺส โคตมสฺส อาวฏฺฏนิยา มายาย อาวฏฺฏิโต สรณํ คมิสฺสติ. ตโต เอตสฺสาปิ เคหทฺวาเร พฺราหฺมณานํ อสนฺนิปาโต ภวิสฺสติ. หนฺทสฺส คมนนฺตรายํ กโรมา’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา ตตฺถ อคมํสุ. ตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข เต พฺราหฺมณา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

ตตฺถ อุภโตติ ทฺวีหิ ปกฺเขหิ. มาติโต จ ปิติโต จาติ, โภโต มาตา พฺราหฺมณี, มาตุมาตา พฺราหฺมณี, ตสฺสาปิ มาตา พฺราหฺมณี. ปิตา พฺราหฺมโณ, ปิตุปิตา พฺราหฺมโณ, ตสฺสปิ ปิตา พฺราหฺมโณติ. เอวํ ภวํ อุภโต สุชาโต, มาติโต จ ปิติโต จ. สํสุทฺธคหณิโกติ สํสุทฺธา เต มาตุ คหณี, สํสุทฺธา เต มาตุ กุจฺฉีติ อตฺโถ. ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคาติ เอตฺถ ปิตุ ปิตา ปิตามโห, ปิตามหสฺส ยุคํ ปิตามหยุคํ. ยุคนฺติ อายุปฺปมาณํ วุจฺจติ. อภิลาปมตฺตเมว เจตํ, อตฺถโต ปน ปิตามโหว ปิตามหยุคํ. ตโต อุทฺธํ สพฺเพปิ ปุพฺพปุริสา ปิตามหคฺคหเณเนว คหิตา. เอวํ ยาว สตฺตโม ปุริโส, ตาว สํสุทฺธคหณิโก. อถ วา อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทนาติ ทสฺเสติ. อกฺขิตฺโตติ อปเนถ เอตํ, กึ อิมินาติ เอวํ อกฺขิตฺโต อนวกฺขิตฺโต. อนุปกฺกุฏฺโฐติ น อุปกุฏฺโฐ, น อกฺโกสํ วา นินฺทํ วา ปตฺตปุพฺโพ. เกน การเณนาติ. ชาติวาเทน, อิติปิ หีนชาติโก เอโสติ เอวรูเปน วจเนนาติ อตฺโถ. อิมินาปงฺเคนาติ อิมินาปิ การเณน.

อฑฺโฒติ อิสฺสโร. มหทฺธโนติ มหตา ธเนน สมนฺนาคโต. โภโต หิ เคเห ปถวิยํ ปํสุวาลิกา วิย พหุ ธนํ, สมโณ ปน โคตโม อธโน ภิกฺขาย อุทรํ ปูเรตฺวา ยาเปตีติ ทสฺเสนฺติ. มหาโภโคติ ปญฺจกามคุณวเสน มหาอุปโภโค. เอวํ ยํ ยํ คุณํ วทนฺติ, ตสฺส ตสฺส ปฏิปกฺขวเสน ภควโต อคุณํเยว ทสฺเสมาติ มญฺญมานา วทนฺติ.

อภิรูโปติ อญฺเญหิ มนุสฺเสหิ อธิกรูโป. ทสฺสนีโยติ ทิวสมฺปิ ปสฺสนฺตานํ อติตฺติกรณโต ทสฺสนโยคฺโค, ทสฺสเนเนว จิตฺตปสาทชนนโต ปาสาทิโก. โปกฺขรตา วุจฺจติ สุนฺทรภาโว, วณฺณสฺส โปกฺขรตา วณฺณโปกฺขรตา, ตาย วณฺณโปกฺขรตาย, วณฺณสมฺปตฺติยาติ อตฺโถ. โปราณา ปน โปกฺขรนฺติ สรีรํ วทนฺติ, วณฺณํ วณฺณเมว. เตสํ มเตน วณฺโณ จ โปกฺขรญฺจ วณฺณโปกฺขรานิ, เตสํ ภาโว วณฺณโปกฺขรตา. อิติ ปรมาย วณฺณโปกฺขรตายาติ อุตฺตมปริสุทฺเธน วณฺเณน เจว สรีรสณฺฐานสมฺปตฺติยา จาติ อตฺโถ. พฺรหฺมวณฺณีติ เสฏฺฐวณฺณี, ปริสุทฺธวณฺเณสุปิ เสฏฺเฐน สุวณฺณวณฺเณเนว สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. พฺรหฺมวจฺฉสีติ มหาพฺรหฺมุโน สรีรสทิเสน สรีเรน สมนฺนาคโต. อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนายาติ โภโต สรีเร ทสฺสนสฺส โอกาโส น ขุทฺทโก มหา. สพฺพาเนว เต องฺคปจฺจงฺคานิ ทสฺสนียาเนว, ตานิ จาปิ มหนฺตาเนวาติ ทีเปติ.

สีลมสฺส อตฺถีติ สีลวา. วุทฺธํ วฑฺฒิตํ สีลมสฺสาติ วุทฺธสีลี. วุทฺธสีเลนาติ วุทฺเธน วฑฺฒิเตน สีเลน. สมนฺนาคโตติ ยุตฺโต, อิทํ วุทฺธสีลีปทสฺเสว เววจนํ. สพฺพเมตํ ปญฺจสีลมตฺตเมว สนฺธาย วทนฺติ.

กาลฺยาณวาโจติอาทีสุ กลฺยาณา สุนฺทรา ปริมณฺฑลปทพฺยญฺชนา วาจา อสฺสาติ กลฺยาณวาโจ. กลฺยาณํ มธุรํ วากฺกรณํ อสฺสาติ กลฺยาณวากฺกรโณ. วากฺกรณนฺติ อุทาหรณโฆโส. คุณปริปุณฺณภาเวน ปุเร ภวาติ โปรี. ปุเร วา ภวตฺตา โปรี. นาคริกิตฺถิยา สุขุมาลตฺตเนน สทิสาติปิ โปรี. ตาย โปริยา. วิสฺสฏฺฐายาติ อปลิพุทฺธาย, สนฺทิฏฺฐวิลมฺพิตาทิโทสรหิตาย. อเนลคลายาติ เอลคเลน วิรหิตาย. เอกจฺจสฺส หิ กเถนฺตสฺส เอลํ คลติ, ลาลา วา ปคฺฆรติ, เขฬผุสิตานิ วา นิกฺขมนฺติ, ตสฺส วาจา เอลคลา นาม โหติ. ตพฺพิปริตายาติ อตฺโถ. อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยาติอาทิมชฺฌปริโยสานํ ปากฏํ กตฺวา ภาสิตตฺถสฺส วิญฺญาปนสมตฺถาย. เสสเมตฺถ พฺราหฺมณวณฺเณ อุตฺตานเมว.

๔๒๕. เอวํ วุตฺเตติ เอวํ เตหิ พฺราหฺมเณหิ วุตฺเต, จงฺกี, ‘‘อิเม พฺราหฺมณา อตฺตโน วณฺเณ วุจฺจมาเน อตุสฺสนกสตฺโต นาม นตฺถิ, วณฺณมสฺส ภณิตฺวา นิวาเรสฺสามาติ ชาติอาทีหิ มม วณฺณํ วทนฺติ, น โข ปน เม ยุตฺตํ อตฺตโน วณฺเณ รชฺชิตุํ. หนฺทาหํ เอเตสํ วาทํ ภินฺทิตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส มหนฺตภาวํ ญาเปตฺวา เอเตสํ ตตฺถ คมนํ กโรมี’’ติ จินฺเตตฺวา เตน หิ, โภ, มมาปิ สุณาถาติอาทิมาห. ตตฺถ เยปิ ‘‘อุภโต สุชาโต’’ติอาทโย อตฺตโน คุเณหิ สทิสา คุณา, เตปิ ‘‘โก จาหํ, เก จ สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโย คุณา’’ติ อตฺตโน คุเณหิ อุตฺตริตเรเยว มญฺญมาโน, อิตเร ปน เอกนฺเตเนว ภควโต มหนฺตภาวทีปนตฺถํ ปกาเสติ. มยเมว อรหามาติ เอวํ นิยเมนฺโต เจตฺถ อิทํ ทีเปติ – ยทิ คุณมหนฺตตาย อุปสงฺกมิตพฺโพ นาม โหติ, ยถา สิเนรุํ อุปนิธาย สาสโป, มหาสมุทฺทํ อุปนิธาย โคปทกํ, สตฺตสุ มหาสเรสุ อุทกํ อุปนิธาย อุสฺสาวพินฺทุ ปริตฺโต ลามโก, เอวเมวํ สมณสฺส โคตมสฺส ชาติสมฺปตฺติอาทโย คุเณ อุปนิธาย อมฺหากํ คุณา ปริตฺตา ลามกา, ตสฺมา มยเมว อรหาม ตํ ภวนฺตํ โคตมํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุนฺติ.

ภูมิคตญฺจ เวหาสฏฺฐญฺจาติ เอตฺถ ราชงฺคเณ เจว อุยฺยาเน จ สุธามฏฺฐา โปกฺขรณิโย สตฺตรตนปูรึ กตฺวา ภูมิยํ ฐปิตํ ธนํ ภูมิคตํ นาม, ปาสาทนิยูหาทโย ปน ปูเรตฺวา ฐปิตํ เวหาสฏฺฐํ นาม. เอวํ ตาว กุลปริยาเยน อาคตํ. ตถาคตสฺส ปน ชาตทิวเสเยว สงฺโข เอโล อุปฺปโล ปุณฺฑรีโกติ จตฺตาโร นิธโย อุปคตา. เตสุ สงฺโข คาวุติโก, เอโล อฑฺฒโยชนิโก, อุปฺปโล ติคาวุติโก ปุณฺฑรีโก โยชนิโกติ. เตสุปิ คหิตคหิตฏฺฐานํ ปูรติเยว. อิติ ภควา ปหูตํ หิรญฺญสุวณฺณํ โอหาย ปพฺพชิโตติ เวทิตพฺโพ. ทหโร วาติอาทีนิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตาเนว.

อขุทฺทาวกาโสติ เอตฺถ ภควติ อปริมาโณเยว ทสฺสนาวกาโสติ เวทิตพฺโพ. ตตฺริทํ วตฺถุํ – ราชคเห กิร อญฺญตโร พฺราหฺมโณ ‘‘สมณสฺส กิร โคตมสฺส ปมาณํ คเหตุํ น สกฺกา’’ติ สุตฺวา ภควโต ปิณฺฑาย ปวิสนกาเล สฏฺฐิหตฺถํ เวฬุํ คเหตฺวา นครทฺวารสฺส พหิ ฐตฺวา สมฺปตฺเต ภควติ เวฬุํ คเหตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ, เวฬุ ภควโต ชาณุมตฺตํ ปาปุณิ. ปุนทิวเส เทฺว เวฬู ฆเฏตฺวา สมีเป อฏฺฐาสิ, ภควา ทฺวินฺนํ เวฬูนํ อุปริ ทฺวิเวณุมตฺตเมว ปญฺญายมาโน, ‘‘พฺราหฺมณ, กึ กโรสี’’ติ อาห? ตุมฺหากํ ปมาณํ คณฺหามีติ. ‘‘พฺราหฺมณ, สเจปิ ตฺวํ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรตฺวา ฐิตเวฬุํ ฆเฏตฺวา อาคมิสฺสสิ, เนว เม ปมาณํ คเหตุํ สกฺขิสฺสสิ. น หิ มยา จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ กปฺปสตสหสฺสญฺจ ตถา ปารมิโย ปูริตา, ยถา เม ปโร ปมาณํ คเณฺหยฺย, อตุโล พฺราหฺมณ, ตถาคโต อปฺปเมยฺโย’’ติ วตฺวา ธมฺมปเท คาถมาห. คาถาปริโยสาเน จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อมตํ ปิวึสุ.

อปรมฺปิ วตฺถุ – ราหุ กิร อสุรินฺโท จตฺตาริ โยชนสหสฺสานิ อฏฺฐ จ โยชนสตานิ อุจฺโจ, พาหนฺตรมสฺส ทฺวาทสโยชนสตานิ, หตฺถตลปาทตลานํ ปุถุลตา ตีณิ โยชนสตานิ, องฺคุลิปพฺพานิ ปณฺณาสโยชนานิ, ภมุกนฺตรํ ปณฺณาสโยชนํ, นลาฏํ ติโยชนสตํ, สีสํ นวโยชนสตํ. โส – ‘‘อหํ อุจฺโจสฺมิ, สตฺถารํ โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามี’’ติ น คจฺฉติ. โส เอกทิวสํ ภควโต วณฺณํ สุตฺวา ‘‘ยถา กถญฺจ โอโลเกสฺสามี’’ติ อาคโต. ภควา ตสฺส อชฺฌาสยํ วิทิตฺวา ‘‘จตูสุ อิริยาปเถสุ กตเรน ทสฺเสมี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ฐิตโก นาม นีโจปิ อุจฺโจ วิย ปญฺญายติ, นิปนฺโนวสฺส อตฺตานํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ, ‘‘อานนฺท, คนฺธกุฏิปริเวเณ มญฺจกํ ปญฺญาเปหี’’ติ วตฺวา ตตฺถ สีหเสยฺยํ กปฺเปสิ. ราหุ อาคนฺตฺวา นิปนฺนํ ภควนฺตํ คีวํ อุนฺนาเมตฺวา นภมชฺเฌ ปุณฺณจนฺทํ วิย อุลฺโลเกติ. กิมิทํ อสุรินฺทาติ จ วุตฺเต, ภควา โอนมิตฺวา โอโลเกตุํ น สกฺขิสฺสามีติ น คจฺฉินฺติ. น มยา อสุรินฺท อโธมุเขน ปารมิโย ปูริตา, อุทฺธคฺคํ เม กตฺวา ทานํ ทินฺนนฺติ. ตํทิวสํ ราหุ สรณํ อคมาสิ. เอวํ ภควา อขุทฺทาวกาโส ทสฺสนาย.

จตุปาริสุทฺธิสีเลน สีลวา. ตํ ปน สีลํ อริยํ อุตฺตมํ ปริสุทฺธํ, เตนาห อริยสีลีติ. ตเทว อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ, เตนาห กุสลสีลีติ. กุสเลน สีเลนาติ อิทมสฺส เววจนํ. พหูนํ อาจริยปาจริโยติ ภควโต เอเกกาย ธมฺมเทสนาย จตุราสีติปาณสหสฺสานิ อปริมาณาปิ เทวมนุสฺสา มคฺคผลามตํ ปิวนฺติ. ตสฺมา พหูนํ อาจริโย, สาวกวิเนยฺยานํ ปาจริโยติ.

ขีณกามราโคติ เอตฺถ กามํ ภควโต สพฺเพปิ กิเลสา ขีณา, พฺราหฺมโณ ปน เต น ชานาติ, อตฺตโน ชานนฏฺฐาเนเยว คุณํ กเถติ. วิคตจาปลฺโลติ ‘‘ปตฺตมณฺฑนา จีวรมณฺฑนา เสนาสนมณฺฑนา อิมสฺส วา ปูติกายสฺส…เป… เกลนา ปฏิเกลนา’’ติ เอวํ วุตฺตจาปลฺยวิรหิโต.

อปาปปุเรกฺขาโรติ อปาเป นวโลกุตฺตรธมฺเม ปุรโต กตฺวา วิจรติ. พฺรหฺมญฺญาย ปชายาติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทิเภทาย พฺราหฺมณปชาย. (อวิรุทฺโธ หิ โส) เอติสฺสาย ปชาย ปุเรกฺขาโร. อยญฺหิ ปชา สมณํ โคตมํ ปุรโต กตฺวา จรตีติ อตฺโถ. อปิจ อปาปปุเรกฺขาโรติ น ปาปุปุเรกฺขาโร, น ปาปํ ปุรโต กตฺวา จรติ, ปาปํ น อิจฺฉตีติ อตฺโถ. กสฺส? พฺรหฺมญฺญาย ปชาย อตฺตนา สทฺธึ ปฏิวิรุทฺธายปิ พฺราหฺมณปชาย อวิรุทฺโธ หิตสุขตฺถิโกเยวาติ วุตฺตํ โหติ.

ติโรรฏฺฐาติ ปรรฏฺฐโต. ติโรชนปทาติ ปรชนปทโต. สํปุจฺฉิตุํ อาคจฺฉนฺตีติ ขตฺติยปณฺฑิตาทโย เจว พฺราหฺมณคนฺธพฺพาทโย จ ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา ปุจฺฉิสฺสามาติ อาคจฺฉนฺติ. ตตฺถ เกจิ ปุจฺฉาย วา โทสํ วิสฺสชฺชนสมฺปฏิจฺฉเน วา อสมตฺถตํ สลฺลกฺเขตฺวา อปุจฺฉิตฺวาว ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เกจิ ปุจฺฉนฺติ, เกสญฺจิ ภควา ปุจฺฉาย อุสฺสาหํ ชเนตฺวา วิสฺสชฺเชติ. เอวํ สพฺเพสมฺปิ เตสํ วิมติโย ตีรํ ปตฺวา มหาสมุทฺทสฺส อูมิโย วิย ภควนฺตํ ปตฺวาว ภิชฺชนฺติ. เสสเมตฺถ ตถาคตสฺส วณฺเณ อุตฺตานเมว.

อติถี โน เต โหนฺตีติ เต อมฺหากํ อาคนฺตุกา นวกา ปาหุนกา โหนฺตีติ อตฺโถ. ปริยาปุณามีติ ชานามิ. อปริมาณวณฺโณติ ตถารูเปเนว สพฺพญฺญุนาปิ อปฺปเมยฺยวณฺโณ, ปเคว มาทิเสนาติ ทสฺเสติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘พุทฺโธปิ พุทฺธสฺส ภเณยฺย วณฺณํ,

กปฺปมฺปิ เจ อญฺญมภาสมาโน;

ขีเยถ กปฺโป จิรทีฆมนฺตเร,

วณฺโณ น ขีเยถ ตถาคตสฺสา’’ติ.