๙. ธมฺมเจติยสุตฺตวณฺณนา

๓๖๔. เอวํ เม สุตนฺติ ธมฺมเจติยสุตฺตํ. ตตฺถ เมทาฬุปนฺติ นาเมตํ ตสฺส, ตสฺส หิ นิคมสฺส เมทวณฺณา ปาสาณา กิเรตฺถ อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา เมทาฬุปนฺติ สงฺขํ คตํ. เสนาสนํ ปเนตฺถ อนิยตํ, ตสฺมา น ตํ วุตฺตํ. นครกนฺติ เอวํนามกํ สกฺยานํ นิคมํ. เกนจิเทว กรณีเยนาติ น อญฺเญน กรณีเยน, อยํ ปน พนฺธุลเสนาปตึ สทฺธึ ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ เอกทิวเสเนว คณฺหถาติ อาณาเปสิ, ตํทิวสญฺจสฺส ภริยาย มลฺลิกาย ปญฺจหิ ภิกฺขุสเตหิ สทฺธึ ภควา นิมนฺติโต, พุทฺธปฺปมุเข ภิกฺขุสงฺเฆ ฆรํ อาคนฺตฺวา นิสินฺนมตฺเต ‘‘เสนาปติ กาลงฺกโต’’ติ สาสนํ อาหริตฺวา มลฺลิกาย อทํสุ. สา ปณฺณํ คเหตฺวา มุขสาสนํ ปุจฺฉิ. ‘‘รญฺญา อยฺเย เสนาปติ สทฺธึ ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ เอกปฺปหาเรเนว คหาปิโต’’ติ อาโรเจสุํ. มหาชนคตํ มา กริตฺถาติ โอวฏฺฏิกาย ปณฺณํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิ. ตสฺมึ สมเย เอกา สปฺปิจาฏิ นีหริตา, สา อุมฺมาเร อาหจฺจ ภินฺนา, ตํ อปเนตฺวา อญฺญํ อาหราเปตฺวา ภิกฺขุสงฺฆํ ปริวิสิ.

สตฺถา กตภตฺตกิจฺโจ กถาสมุฏฺฐาปนตฺถํ – ‘‘สปฺปิจาฏิยา ภินฺนปจฺจยา น จินฺเตตพฺพ’’นฺติ อาห. ตสฺมึ สมเย มลฺลิกา ปณฺณํ นีหริตฺวา ภควโต ปุรโต ฐเปตฺวา – ‘‘ภควา อิมํ ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ สทฺธึ เสนาปติโน มตสาสนํ, อหํ เอตมฺปิ น จินฺตยามิ, สปฺปิจาฏิปจฺจยา กึ จินฺเตยฺยามี’’ติ อาห. ภควา – ‘‘มลฺลิเก, มา จินฺตยิ, อนมตคฺเค สํสาเร นาม วตฺตมานานํ โหติ เอต’’นฺติ อนิจฺจตาทิปฏิสํยุตฺตํ ธมฺมกถํ กตฺวา อคมาสิ. มลฺลิกา ทฺวตฺตึสสุณิสาโย ปกฺโกสาเปตฺวา โอวาทํ อทาสิ. ราชา มลฺลิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เสนาปติโน อมฺหากํ อนฺตเร ภินฺนโทโส อตฺถิ นตฺถี’’ติ ปุจฺฉิ. นตฺถิ สามีติ. โส ตสฺสา วจเนน ตสฺส นิทฺโทสภาวํ ญตฺวา วิปฺปฏิสารี พลวโทมนสฺสํ อุปฺปาเทสิ. โส – ‘‘เอวรูปํ นาม อโทสการกํ มํ สมฺภาวยิตฺวา อาคตํ สหายกํ วินาเสสิ’’นฺติ ตโต ปฏฺฐาย ปาสาเท วา นาฏเกสุ วา รชฺชสุเขสุ วา จิตฺตสฺสาทํ อลภมาโน ตตฺถ ตตฺถ วิจริตุํ อารทฺโธ. เอตเทว กิจฺจํ อโหสิ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เกนจิเทว กรณีเยนา’’ติ.

ทีฆํ การายนนฺติ ทีฆการายโน นาม พนฺธุลเสนาปติสฺส ภาคิเนยฺโย ‘‘เอตสฺส เม มาตุโล อโทสการโก นิกฺการเณน ฆาติโต’’ติ รญฺญา เสนาปติฏฺฐาเน ฐปิโต. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. มหจฺจา ราชานุภาเวนาติ มหตา ราชานุภาเวน, ธรณิตลํ ภินฺทนฺโต วิย สาครํ ปริวตฺเตนฺโต วิย วิจิตฺตเวสโสเภน มหตา พลกาเยนาติ อตฺโถ. ปาสาทิกานีติ ทสฺสเนเนว สห รญฺชนกานิ. ปสาทนียานีติ ตสฺเสว เววจนํ. อถ วา ปาสาทิกานีติ ปสาทชนกานิ. อปฺปสทฺทานีติ นิสฺสทฺทานิ. อปฺปนิคฺโฆสานีติ อวิภาวิตตฺเถน นิคฺโฆเสน รหิตานิ. วิชนวาตานีติ วิคตชนวาตานิ. มนุสฺสราหสฺเสยฺยกานีติ มนุสฺสานํ รหสฺสกมฺมานุจฺฉวิกานิ, รหสฺสมนฺตํ มนฺเตนฺตานํ อนุรูปานีติ อตฺโถ. ปฏิสลฺลานสารุปฺปานีติ นิลียนภาวสฺส เอกีภาวสฺส อนุจฺฉวิกานิ. ยตฺถ สุทํ มยนฺติ น เตน ตตฺถ ภควา ปยิรุปาสิตปุพฺโพ, ตาทิเสสุ ปน ปยิรุปาสิตปุพฺโพ, ตสฺมา ยาทิเสสุ สุทํ มยนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

อตฺถิ, มหาราชาติ ปณฺฑิโต เสนาปติ ‘‘ราชา ภควนฺตํ มมายตี’’ติ ชานาติ, โส สเจ มํ ราชา ‘‘กหํ ภควา’’ติ วเทยฺย, อทนฺธายนฺเตน อาจิกฺขิตุํ ยุตฺตนฺติ จรปุริเส ปโยเชตฺวา ภควโต นิวาสนฏฺฐานํ ญตฺวาว วิหรติ. ตสฺมา เอวมาห. อารามํ ปาวิสีติ พหินิคเม ขนฺธาวารํ พนฺธาเปตฺวา การายเนน สทฺธึ ปาวิสิ.

๓๖๖. วิหาโรติ คนฺธกุฏึ สนฺธายาหํสุ. อาฬินฺทนฺติ ปมุขํ. อุกฺกาสิตฺวาติ อุกฺกาสิตสทฺทํ กตฺวา. อคฺคฬนฺติ กวาฏํ. อาโกเฏหีติ อคฺคนเขน อีสกํ กุญฺจิกจฺฉิทฺทสมีเป โกเฏหีติ วุตฺตํ โหติ. ทฺวารํ กิร อติอุปริ อมนุสฺสา, อติเหฏฺฐา ทีฆชาติกา โกเฏนฺติ. ตถา อโกเฏตฺวา มชฺเฌ ฉิทฺทสมีเป โกเฏตพฺพํ, อิทํ ทฺวารโกฏฺฏกวตฺตนฺติ ทีเปนฺตา วทนฺติ. ตตฺเถวาติ ภิกฺขูหิ วุตฺตฏฺฐาเนเยว. ขคฺคญฺจ อุณฺหีสญฺจาติ เทสนามตฺตเมตํ,

วาลพีชนิมุณฺหีสํ, ขคฺคํ ฉตฺตญฺจุปาหนํ;

โอรุยฺห ราชา ยานมฺหา, ฐปยิตฺวา ปฏิจฺฉทนฺติ. –

อาคตานิ ปน ปญฺจปิ ราชกกุธภณฺฑานิ อทาสิ. กสฺมา ปน อทาสีติ. อติครุโน สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติกํ อุทฺธตเวเสน คนฺตุํ น ยุตฺตนฺติ จ, เอกโกว อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตโน รุจิวเสน สมฺโมทิสฺสามิ จาติ. ปญฺจสุ หิ ราชกกุธภณฺเฑสุ นิวตฺติเตสุ ตฺวํ นิวตฺตาติ วตฺตพฺพํ น โหติ, สพฺเพ สยเมว นิวตฺตนฺติ. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิ การเณหิ อทาสิ. รหายตีติ รหสฺสํ กโรติ นิคูหติ. อยํ กิรสฺส อธิปฺปาโย ‘‘ปุพฺเพปิ อยํ ราชา สมเณน โคตเมน สทฺธึ จตุกฺกณฺณมนฺตํ มนฺเตตฺวา มยฺหํ มาตุลํ สทฺธึ ทฺวตฺตึสาย ปุตฺเตหิ คณฺหาเปสิ, อิทานิปิ จตุกฺกณฺณมนฺตํ มนฺเตตุกาโม, กจฺจิ นุ โข มํ คณฺหาเปสฺสตี’’ติ. เอวํ โกปวเสนสฺส เอตทโหสิ.

วิวริ ภควา ทฺวารนฺติ น ภควา อุฏฺฐาย ทฺวารํ วิวริ, วิวรตูติ ปน หตฺถํ ปสาเรสิ. ตโต – ‘‘ภควา ตุเมฺหหิ อเนเกสุ กปฺปโกฏีสุ ทานํ ททมาเนหิ น สหตฺถา ทฺวารวิวรณกมฺมํ กต’’นฺติ สยเมว ทฺวารํ วิวฏํ. ตํ ปน ยสฺมา ภควโต มเนน วิวฏํ, ตสฺมา ‘‘วิวริ ภควา ทฺวาร’’นฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. วิหารํ ปวิสิตฺวาติ คนฺธกุฏึ ปวิสิตฺวา. ตสฺมึ ปน ปวิฏฺฐมตฺเตเยว การายโน ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ คเหตฺวา ขนฺธาวารํ คนฺตฺวา วิฏฏูภํ อามนฺเตสิ ‘‘ฉตฺตํ สมฺม อุสฺสาเปหี’’ติ. มยฺหํ ปิตา กึ คโตติ? ปิตรํ มา ปุจฺฉ, สเจ ตฺวํ น อุสฺสาเปสิ, ตํ คณฺหิตฺวา อหํ อุสฺสาเปมีติ. ‘‘อุสฺสาเปมิ สมฺมา’’ติ สมฺปฏิจฺฉิ. การายโน รญฺโญ เอกํ อสฺสญฺจ อสิญฺจ เอกเมว จ ปริจาริกํ อิตฺถึ ฐเปตฺวา – ‘‘สเจ ราชา ชีวิเตน อตฺถิโก, มา อาคจฺฉตู’’ติ วิฏฏูภสฺส ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา ตํ คเหตฺวา สาวตฺถิเมว คโต.

๓๖๗. ธมฺมนฺวโยติ ปจฺจกฺขญาณสงฺขาตสฺส ธมฺมสฺส อนุนโย อนุมานํ, อนุพุทฺธีติ อตฺโถ. อิทานิ เยนสฺส ธมฺมนฺวเยน ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา’’ติอาทิ โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ อิธ ปนาหํ, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ อาปาณโกฏิกนฺติ ปาโณติ ชีวิตํ, ตํ มริยาทํ อนฺโต กริตฺวา, มรณสมเยปิ จรนฺติเยว, ตํ น วีติกฺกมนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘อปาณโกฏิก’’นฺติปิ ปาโฐ, อาชีวิตปริยนฺตนฺติ อตฺโถ. ยถา เอกจฺเจ ชีวิตเหตุ อติกฺกมนฺตา ปาณโกฏิกํ กตฺวา จรนฺติ, น เอวนฺติ อตฺโถ. อยมฺปิ โข เม, ภนฺเตติ พุทฺธสุพุทฺธตาย ธมฺมสฺวากฺขาตตาย สงฺฆสุปฺปฏิปนฺนตาย จ เอตํ เอวํ โหติ, เอวญฺหิ เม, ภนฺเต, อยํ ภควติ ธมฺมนฺวโย โหตีติ ทีเปติ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ.

๓๖๙. น วิย มญฺเญ จกฺขุํ พนฺธนฺเตติ จกฺขุํ อพนฺธนฺเต วิย. อปาสาทิกญฺหิ ทิสฺวา ปุน โอโลกนกิจฺจํ น โหติ, ตสฺมา โส จกฺขุํ น พนฺธติ นาม. ปาสาทิกํ ทิสฺวา ปุนปฺปุนํ โอโลกนกิจฺจํ โหติ, ตสฺมา โส จกฺขุํ พนฺธติ นาม. อิเม จ อปาสาทิกา, ตสฺมา เอวมาห. พนฺธุกโรโค โนติ กุลโรโค. อมฺหากํ กุเล ชาตา เอวรูปา โหนฺตีติ วทนฺติ. อุฬารนฺติ มเหสกฺขํ. ปุพฺเพนาปรนฺติ ปุพฺพโต อปรํ วิเสสํ. ตตฺถ กสิณปริกมฺมํ กตฺวา สมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตนฺโต อุฬารํ ปุพฺเพ วิเสสํ สญฺชานาติ นาม, สมาปตฺตึ ปทฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ คณฺหนฺโต อุฬารํ ปุพฺพโต อปรํ วิเสสํ สญฺชานาติ นาม.

๓๗๐. ฆาเตตายํ วา ฆาเตตุนฺติ ฆาเตตพฺพยุตฺตกํ ฆาเตตุํ. ชาเปตายํ วา ชาเปตุนฺติ ธเนน วา ชาเปตพฺพยุตฺตกํ ชาเปตุํ ชานิตุํ อธนํ กาตุํ. ปพฺพาเชตายํ วา ปพฺพาเชตุนฺติ รฏฺฐโต วา ปพฺพาเชตพฺพยุตฺตกํ ปพฺพาเชตุํ.

๓๗๓. อิสิทตฺตปุราณาติ อิสิทตฺโต จ ปุราโณ จ. เตสุ เอโก พฺรหฺมจารี, เอโก สทารสนฺตุฏฺโฐ. มมภตฺตาติ มม สนฺตกํ ภตฺตํ เอเตสนฺติ มมภตฺตา. มมยานาติ มม สนฺตกํ ยานํ เอเตสนฺติ มมยานา. ชีวิกาย ทาตาติ ชีวิตวุตฺตึ ทาตา. วีมํสมาโนติ อุปปริกฺขมาโน. ตทา กิร ราชา นิทฺทํ อโนกฺกนฺโตว โอกฺกนฺโต วิย หุตฺวา นิปชฺชิ. อถ เต ถปตโย ‘‘กตรสฺมึ ทิสาภาเค ภควา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อสุกสฺมึ นามา’’ติ สุตฺวา มนฺตยึสุ – ‘‘เยน สมฺมาสมฺพุทฺโธ, เตน สีเส กเต ราชา ปาทโต โหติ. เยน ราชา, เตน สีเส กเต สตฺถา ปาทโต โหติ, กึ กริสฺสามา’’ติ? ตโต เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘ราชา กุปฺปมาโน ยํ อมฺหากํ เทติ, ตํ อจฺฉินฺเทยฺย. น โข ปน มยํ สกฺโกม ชานมานา สตฺถารํ ปาทโต กาตุ’’นฺติ ราชานํ ปาทโต กตฺวา นิปชฺชึสุ. ตํ สนฺธาย อยํ ราชา เอวมาห.

๓๗๔. ปกฺกามีติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา การายนสฺส ฐิตฏฺฐานํ คโต, ตํ ตตฺถ อทิสฺวา ขนฺธาวารฏฺฐานํ คโต, ตตฺถาปิ อญฺญํ อทิสฺวา ตํ อิตฺถึ ปุจฺฉิ. สา สพฺพํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. ราชา – ‘‘น อิทานิ มยา เอกเกน ตตฺถ คนฺตพฺพํ, ราชคหํ คนฺตฺวา ภาคิเนยฺเยน สทฺธึ อาคนฺตฺวา มยฺหํ รชฺชํ คณฺหิสฺสามี’’ติ ราชคหํ คจฺฉนฺโต อนฺตรามคฺเค กณาชกภตฺตญฺเจว ภุญฺชิ, พหลอุทกญฺจ ปิวิ. ตสฺส สุขุมาลปกติกสฺส อาหาโร น สมฺมา ปริณามิ. โส ราชคหํ ปาปุณนฺโตปิ วิกาเล ทฺวาเรสุ ปิหิเตสุ ปาปุณิ. ‘‘อชฺช สาลายํ สยิตฺวา เสฺว มยฺหํ ภาคิเนยฺยํ ปสฺสิสฺสามี’’ติ พหินคเร สาลาย นิปชฺชิ. ตสฺส รตฺติภาเค อุฏฺฐานานิ ปวตฺตึสุ, กติปยวาเร พหิ นิกฺขมิ. ตโต ปฏฺฐาย ปทสา คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต ตสฺสา อิตฺถิยา องฺเก นิปชฺชิตฺวา พลวปจฺจูเส กาลมกาสิ. สา ตสฺส มตภาวํ ญตฺวา – ‘‘ทฺวีสุ รชฺเชสุ รชฺชํ กาเรตฺวา อิทานิ ปรสฺส พหินคเร อนาถสาลาย อนาถกาลกิริยํ กตฺวา นิปนฺโน มยฺหํ สามิ โกสลราชา’’ติอาทีนิ วทมานา อุจฺจาสทฺเทน ปริเทวิตุํ อารภิ. มนุสฺสา สุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ. ราชา อาคนฺตฺวา ทิสฺวา สญฺชานิตฺวา อาคตการณํ ญตฺวา มหาปริหาเรน สรีรกิจฺจํ กริตฺวา ‘‘วิฏฏูภํ คณฺหิสฺสามี’’ติ เภรึ จราเปตฺวา พลกายํ สนฺนิปาเตสิ. อมจฺจา ปาเทสุ ปติตฺวา – ‘‘สเจ, เทว, ตุมฺหากํ มาตุโล อโรโค อสฺส, ตุมฺหากํ คนฺตุํ ยุตฺตํ ภเวยฺย, อิทานิ ปน วิฏฏูโภปิ ตุเมฺห นิสฺสาย ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุํ อรหติเยวา’’ติ สญฺญาเปตฺวา นิวาเรสุํ.

ธมฺมเจติยานีติ ธมฺมสฺส จิตฺตีการวจนานิ. ตีสุ หิ รตเนสุ ยตฺถ กตฺถจิ จิตฺตีกาเร กเต สพฺพตฺถ กโตเยว โหติ, ตสฺมา ภควติ จิตฺตีกาเร กเต ธมฺโมปิ กโตว โหตีติ ภควา ‘‘ธมฺมเจติยานี’’ติ อาห. อาทิพฺรหฺมจริยกานีติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตานิ, ปุพฺพภาคปฏิปตฺติภูตานีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ธมฺมเจติยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.