๑๐. กณฺณกตฺถลสุตฺตวณฺณนา
๓๗๕. เอวํ เม สุตนฺติ กณฺณกตฺถลสุตฺตํ. ตตฺถ อุรุญฺญายนฺติ อุรุญฺญาติ ตสฺส รฏฺฐสฺสปิ นครสฺสปิ เอตเทว นามํ, ภควา อุรุญฺญานครํ อุปนิสฺสาย วิหรติ. กณฺณกตฺถเล มิคทาเยติ ตสฺส นครสฺส อวิทูเร กณฺณกตฺถลํ นาม เอโก รมณีโย ภูมิภาโค อตฺถิ, โส มิคานํ อภยตฺถาย ทินฺนตฺตา มิคทาโยติ วุจฺจติ, ตสฺมึ กณฺณกตฺถเล มิคทาเย. เกนจิเทว กรณีเยนาติ น อญฺเญน, อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตกรณีเยเนว. โสมา จ ภคินี สกุลา จ ภคินีติ อิมา เทฺว ภคินิโย รญฺโญ ปชาปติโย. ภตฺตาภิหาเรติ ภตฺตํ อภิหรณฏฺฐาเน. รญฺโญ ภุญฺชนฏฺฐานญฺหิ สพฺพาปิ โอโรธา กฏจฺฉุอาทีนิ คเหตฺวา ราชานํ อุปฏฺฐาตุํ คจฺฉนฺติ, ตาปิ ตเถว อคมํสุ.
๓๗๖. กึ ปน, มหาราชาติ กสฺมา เอวมาห? รญฺโญ ครหปริโมจนตฺถํ. เอวญฺหิ ปริสา จินฺเตยฺย – ‘‘อยํ ราชา อาคจฺฉมาโนว มาตุคามานํ สาสนํ อาโรเจติ, มยํ อตฺตโน ธมฺมตาย ภควนฺตํ ทฏฺฐุํ อาคโตติ มญฺญาม, อยํ ปน มาตุคามานํ สาสนํ คเหตฺวา อาคโต, มาตุคามทาโส มญฺเญ, เอส ปุพฺเพปิ อิมินาว การเณน อาคจฺฉตี’’ติ. ปุจฺฉิโต ปน โส อตฺตโน อาคมนการณํ กเถสฺสติ, เอวมสฺส อยํ ครหา น อุปฺปชฺชิสฺสตีติ ครหโมจนตฺถํ เอวมาห.
๓๗๘. อพฺภุทาหาสีติ กเถสิ. สกิเทว สพฺพํ อุสฺสติ สพฺพํ ทกฺขิตีติ โย เอกาวชฺชเนน เอกจิตฺเตน อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ สพฺพํ อุสฺสติ วา ทกฺขิติ วา, โส นตฺถีติ อตฺโถ. เอเกน หิ จิตฺเตน อตีตํ สพฺพํ ชานิสฺสามีติ อาวชฺชิตฺวาปิ อตีตํ สพฺพํ ชานิตุํ น สกฺกา, เอกเทสเมว ชานาติ. อนาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ปน เตน จิตฺเตน สพฺเพเนว สพฺพํ น ชานาตีติ. เอส นโย อิตเรสุ. เอวํ เอกจิตฺตวเสนายํ ปโญฺห กถิโต. เหตุรูปนฺติ เหตุสภาวํ การณชาติกํ. สเหตุรูปนฺติ สการณชาติกํ. สมฺปรายิกาหํ, ภนฺเตติ สมฺปรายคุณํ อหํ, ภนฺเต, ปุจฺฉามิ.
๓๗๙. ปญฺจิมานีติ อิมสฺมึ สุตฺเต ปญฺจ ปธานิยงฺคานิ โลกุตฺตรมิสฺสกานิ กถิตานิ. กถินงฺคณวาสีจูฬสมุทฺทตฺเถโร ปน ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, กึ รุจฺจตี’’ติ วุตฺเต ‘‘มยฺหํ โลกุตฺตราเนวาติ รุจฺจตี’’ติ อาห. ปธานเวมตฺตตนฺติ ปธานนานตฺตํ. อญฺญาทิสเมว หิ ปุถุชฺชนสฺส ปธานํ, อญฺญาทิสํ โสตาปนฺนสฺส, อญฺญาทิสํ สกทาคามิโน, อญฺญาทิสํ อนาคามิโน, อญฺญาทิสํ อรหโต, อญฺญาทิสํ อสีติมหาสาวกานํ, อญฺญาทิสํ ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ, อญฺญาทิสํ ปจฺเจกพุทฺธานํ, อญฺญาทิสํ สพฺพญฺญุพุทฺธานํ. ปุถุชฺชนสฺส ปธานํ โสตาปนฺนสฺส ปธานํ น ปาปุณาติ…เป… ปจฺเจกพุทฺธสฺส ปธานํ สพฺพญฺญุพุทฺธสฺส ปธานํ น ปาปุณาติ. อิมมตฺถํ สนฺธาย ‘‘ปธานเวมตฺตตํ วทามี’’ติ อาห. ทนฺตการณํ คจฺเฉยฺยุนฺติ ยํ อกูฏกรณํ, อนวจฺฉินฺทนํ, ธุรสฺส อจฺฉินฺทนนฺติ ทนฺเตสุ การณํ ทิสฺสติ, ตํ การณํ อุปคจฺเฉยฺยุนฺติ อตฺโถ. ทนฺตภูมินฺติ ทนฺเตหิ คนฺตพฺพภูมึ. อสฺสทฺโธติอาทีสุ ปุถุชฺชนโสตาปนฺนสกทาคามิอนาคามิโน จตฺตาโรปิ อสฺสทฺธา นาม. ปุถุชฺชโน หิ โสตาปนฺนสฺส สทฺธํ อปฺปตฺโตติ อสฺสทฺโธ, โสตาปนฺโน สกทาคามิสฺส, สกทาคามี อนาคามิสฺส, อนาคามี อรหโต สทฺธํ อปฺปตฺโตติ อสฺสทฺโธ, อาพาโธ อรหโตปิ อุปฺปชฺชตีติ ปญฺจปิ พหฺวาพาธา นาม โหนฺติ. อริยสาวกสฺส ปน สโฐ มายาวีติ นามํ นตฺถิ. เตเนว เถโร – ‘‘ปญฺจ ปธานิยงฺคานิ โลกุตฺตรานิ กถิตานีติ มยฺหํ รุจฺจตี’’ติ อาห. อสฺสขฬุงฺกสุตฺตนฺเต ปน – ‘‘ตโย จ, ภิกฺขเว, อสฺสขฬุงฺเก ตโย จ ปุริสขฬุงฺเก เทเสสฺสามี’’ติ (อ. นิ. ๓.๑๔๑) เอตฺถ อริยสาวกสฺสาปิ สมฺโพธินามํ อาคตํ, ตสฺส วเสน โลกุตฺตรมิสฺสกา กถิตาติ วุตฺตํ. ปุถุชฺชโน ปน โสตาปตฺติมคฺควีริยํ อสมฺปตฺโต…เป… อนาคามี อรหตฺตมคฺควีริยํ อสมฺปตฺโตติ กุสีโตปิ อสฺสทฺโธ วิย จตฺตาโรว โหนฺติ, ตถา ทุปฺปญฺโญ.
เอวํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ เวทิตพฺพํ – อทนฺตหตฺถิอาทโย วิย หิ มคฺคปธานรหิโต ปุคฺคโล. ทนฺตหตฺถิอาทโย วิย มคฺคปธานวา. ยถา อทนฺตา หตฺถิอาทโย กูฏาการํ อกตฺวา อวิจฺฉินฺทิตฺวา ธุรํ อปาเตตฺวา ทนฺตคมนํ วา คนฺตุํ ทนฺตภูมึ วา ปตฺตุํ น สกฺโกนฺติ, เอวเมวํ มคฺคปธานรหิโต มคฺคปธานวตา ปตฺตพฺพํ ปาปุณิตุํ นิพฺพตฺเตตพฺพํ คุณํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ. ยถา ปน ทนฺตหตฺถิอาทโย กูฏาการํ อกตฺวา อวิจฺฉินฺทิตฺวา ธุรํ อปาเตตฺวา ทนฺตคมนํ วา คนฺตุํ ทนฺตภูมึ วา ปตฺตุํ สกฺโกนฺติ, เอวเมวํ มคฺคปธานวา มคฺคปธานวตา ปตฺตพฺพํ ปาปุณิตุํ นิพฺพตฺเตตพฺพํ คุณํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘โสตาปตฺติมคฺคปธานวา โสตาปตฺติมคฺคปธานวตา ปตฺโตกาสํ ปาปุณิตุํ นิพฺพตฺเตตพฺพํ คุณํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกติ…เป… อรหตฺตมคฺคปธานวา อรหตฺตมคฺคปธานวตา ปตฺโตกาสํ ปาปุณิตุํ นิพฺพตฺเตตพฺพํ คุณํ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺโกตี’’ติ.
๓๘๐. สมฺมปฺปธานาติ มคฺคปธาเนน สมฺมปฺปธานา. น กิญฺจิ นานากรณํ วทามิ ยทิทํ วิมุตฺติยา วิมุตฺตินฺติ ยํ เอกสฺส ผลวิมุตฺติยา อิตรสฺส ผลวิมุตฺตึ อารพฺภ นานากรณํ วตฺตพฺพํ สิยา, ตํ น กิญฺจิ วทามีติ อตฺโถ. อจฺจิยา วา อจฺจินฺติ อจฺจิยา วา อจฺจิมฺหิ. เสสปททฺวเยปิ เอเสว นโย, ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ อุปโยควจนํ. กึ ปน ตฺวํ, มหาราชาติ, มหาราช, กึ ตฺวํ? ‘‘สนฺติ เทวา จาตุมหาราชิกา, สนฺติ เทวา ตาวตึสา…เป… สนฺติ เทวา ปรนิมฺมิตวสวตฺติโน, สนฺติ เทวา ตตุตฺตริ’’นฺติ เอวํ เทวานํ อตฺถิภาวํ น ชานาสิ, เยน เอวํ วเทสีติ. ตโต อตฺถิภาวํ ชานามิ, มนุสฺสโลกํ ปน อาคจฺฉนฺติ นาคจฺฉนฺตีติ อิทํ ปุจฺฉนฺโต ยทิ วา เต, ภนฺเตติอาทิมาห. สพฺยาพชฺฌาติ สทุกฺขา, สมุจฺเฉทปฺปหาเนน อปฺปหีนเจตสิกทุกฺขา. อาคนฺตาโรติ อุปปตฺติวเสน อาคนฺตาโร. อพฺยาพชฺฌาติ สมุจฺฉินฺนทุกฺขา. อนาคนฺตาโรติ อุปปตฺติวเสน อนาคนฺตาโร.
๓๘๑. ปโหตีติ สกฺโกติ. ราชา หิ ปุญฺญวนฺตมฺปิ ลาภสกฺการสมฺปนฺนํ ยถา น โกจิ อุปสงฺกมติ, เอวํ กโรนฺโต ตมฺหา ฐานา จาเวตุํ สกฺโกติ. ตํ อปุญฺญวนฺตมฺปิ สกลคามํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาปนมตฺตํ อลภนฺตํ ยถา ลาภสกฺการสมฺปนฺโน โหติ, เอวํ กโรนฺโต ตมฺหา ฐานา จาเวตุํ สกฺโกติ. พฺรหฺมจริยวนฺตมฺปิ อิตฺถีหิ สทฺธึ สมฺปโยเชตฺวา สีลวินาสํ ปาเปนฺโต พลกฺกาเรน วา อุปฺปพฺพาเชนฺโต ตมฺหา ฐานา จาเวตุํ สกฺโกติ. อพฺรหฺมจริยวนฺตมฺปิ สมฺปนฺนกามคุณํ อมจฺจํ พนฺธนาคารํ ปเวเสตฺวา อิตฺถีนํ มุขมฺปิ ปสฺสิตุํ อเทนฺโต ตมฺหา ฐานา จาเวติ นาม. รฏฺฐโต ปน ยํ อิจฺฉติ, ตํ ปพฺพาเชติ นาม.
ทสฺสนายปิ นปฺปโหนฺตีติ กามาวจเร ตาว อพฺยาพชฺเฌ เทเว สพฺยาพชฺฌา เทวา จกฺขุวิญฺญาณทสฺสนายปิ นปฺปโหนฺติ. กสฺมา? อรหโต ตตฺถ ฐานาภาวโต. รูปาวจเร ปน เอกวิมานสฺมึเยว ติฏฺฐนฺติ จ นิสีทนฺติ จาติ จกฺขุวิญฺญาณทสฺสนาย ปโหนฺติ, เอเตหิ ทิฏฺฐํ ปน สลฺลกฺขิตํ ปฏิวิทฺธํ ลกฺขณํ ทฏฺฐุํ สลฺลกฺขิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ น สกฺโกนฺตีติ ญาณจกฺขุนา ทสฺสนาย นปฺปโหนฺติ, อุปริเทเว จ จกฺขุวิญฺญาณทสฺสเนนาปีติ.
๓๘๒. โก นาโม อยํ, ภนฺเตติ ราชา เถรํ ชานนฺโตปิ อชานนฺโต วิย ปุจฺฉติ. กสฺมา? ปสํสิตุกามตาย. อานนฺทรูโปติ อานนฺทสภาโว. พฺรหฺมปุจฺฉาปิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. อถ โข อญฺญตโร ปุริโสติ สา กิร กถา วิฏฏูเภเนว กถิตา, เต ‘‘ตยา กถิตา, ตยา กถิตา’’ติ กุปิตา อญฺญมญฺญํ อิมสฺมึเยว ฐาเน อตฺตโน อตฺตโน พลกายํ อุฏฺฐาเปตฺวา กลหมฺปิ กเรยฺยุนฺติ นิวารณตฺถํ โส ราชปุริโส เอตทโวจ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อยํ ปน เทสนา เนยฺยปุคฺคลสฺส วเสน นิฏฺฐิตาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
กณฺณกตฺถลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุตฺถวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.