๔. ราชวคฺโค

๑. ฆฏิการสุตฺตวณฺณนา

๒๘๒. เอวํ เม สุตนฺติ ฆฏิการสุตฺตํ. ตตฺถ สิตํ ปาตฺวากาสีติ มหามคฺเคน คจฺฉนฺโต อญฺญตรํ ภูมิปฺปเทสํ โอโลเกตฺวา – ‘‘อตฺถิ นุ โข มยา จริยํ จรมาเนน อิมสฺมึ ฐาเน นิวุตฺถปุพฺพ’’นฺติ อาวชฺชนฺโต อทฺทส – ‘‘กสฺสปพุทฺธกาเล อิมสฺมึ ฐาเน เวคฬิงฺคํ นาม คามนิคโม อโหสิ, อหํ ตทา โชติปาโล นาม มาณโว อโหสึ, มยฺหํ สหาโย ฆฏิกาโร นาม กุมฺภกาโร อโหสิ, เตน สทฺธึ มยา อิธ เอกํ สุการณํ กตํ, ตํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อปากฏํ ปฏิจฺฉนฺนํ, หนฺท นํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปากฏํ กโรมี’’ติ มคฺคา โอกฺกมฺม อญฺญตรสฺมึ ปเทเส ฐิตโกว สิตปาตุกมฺมมกาสิ, อคฺคคฺคทนฺเต ทสฺเสตฺวา มนฺทหสิตํ หสิ. ยถา หิ โลกิยมนุสฺสา อุรํ ปหรนฺตา – ‘‘กุหํ กุห’’นฺติ หสนฺติ, น เอวํ พุทฺธา, พุทฺธานํ ปน หสิตํ หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตเมว โหติ.

หสิตญฺจ นาเมตํ เตรสหิ โสมนสฺสสหคตจิตฺเตหิ โหติ. ตตฺถ โลกิยมหาชโน อกุสลโต จตูหิ, กามาวจรกุสลโต จตูหีติ อฏฺฐหิ จิตฺเตหิ หสติ, เสกฺขา อกุสลโต ทิฏฺฐิสมฺปยุตฺตานิ เทฺว อปเนตฺวา ฉหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ, ขีณาสวา จตูหิ สเหตุกกิริยจิตฺเตหิ เอเกน อเหตุกกิริยจิตฺเตนาติ ปญฺจหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. เตสุปิ พลวารมฺมเณ อาปาถคเต ทฺวีหิ ญาณสมฺปยุตฺตจิตฺเตหิ หสนฺติ, ทุพฺพลารมฺมเณ ทุเหตุกจิตฺตทฺวเยน จ อเหตุกจิตฺเตน จาติ ตีหิ จิตฺเตหิ หสนฺติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน กิริยาเหตุกมโนวิญฺญาณธาตุโสมนสฺสสหคตจิตฺตํ ภควโต หฏฺฐปหฏฺฐาการมตฺตํ หสิตํ อุปฺปาเทสิ.

ตํ ปเนตํ หสิตํ เอวํ อปฺปมตฺตกมฺปิ เถรสฺส ปากฏํ อโหสิ. กถํ? ตถารูเป หิ กาเล ตถาคตสฺส จตูหิ ทาฐาหิ จตุทฺทีปิกมหาเมฆมุขโต สเตรตาวิชฺชุลตา วิย วิโรจมานา มหาตาลกฺขนฺธปมาณา รสฺมิวฏฺฏิโย อุฏฺฐหิตฺวา ติกฺขตฺตุํ สีสวรํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทาฐคฺเคสุเยว อนฺตรธายนฺติ. เตน สญฺญาเณน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปจฺฉโต คจฺฉมาโนปิ สิตปาตุภาวํ ชานาติ.

ภควนฺตํ เอตทโวจาติ – ‘‘เอตฺถ กิร กสฺสโป ภควา ภิกฺขุสงฺฆํ โอวทิ, จตุสจฺจปฺปกาสนํ อกาสิ, ภควโตปิ เอตฺถ นิสีทิตุํ รุจึ อุปฺปาเทสฺสามิ, เอวมยํ ภูมิภาโค ทฺวีหิ พุทฺเธหิ ปริภุตฺโต ภวิสฺสติ, มหาชโน คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา เจติยฏฺฐานํ กตฺวา ปริจรนฺโต สคฺคมคฺคปรายโณ ภวิสฺสตี’’ติ จินฺเตตฺวา เอตํ ‘‘เตน หิ, ภนฺเต,’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

๒๘๓. มุณฺฑเกน สมณเกนาติ มุณฺฑํ มุณฺโฑติ, สมณํ วา สมโณติ วตฺตุํ วฏฺฏติ, อยํ ปน อปริปกฺกญาณตฺตา พฺราหฺมณกุเล อุคฺคหิตโวหารวเสเนว หีเฬนฺโต เอวมาห. โสตฺติสินานินฺติ สินานตฺถาย กตโสตฺตึ. โสตฺติ นาม กุรุวินฺทปาสาณจุณฺณานิ ลาขาย พนฺธิตฺวา กตคุฬิกกลาปกา วุจฺจติ, ยํ สนฺธาย – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุรุวินฺทกสุตฺติยา นหายนฺตี’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วุตฺตํ. ตํ อุโภสุ อนฺเตสุ คเหตฺวา สรีรํ ฆํสนฺติ. เอวํ สมฺมาติ ยถา เอตรหิปิ มนุสฺสา ‘‘เจติยวนฺทนาย คจฺฉาม, ธมฺมสฺสวนตฺถาย คจฺฉามา’’ติ วุตฺตา อุสฺสาหํ น กโรนฺติ, ‘‘นฏสมชฺชาทิทสฺสนตฺถาย คจฺฉามา’’ติ วุตฺตา ปน เอกวจเนเนว สมฺปฏิจฺฉนฺติ, ตเถว สินฺหายิตุนฺติ วุตฺเต เอกวจเนน สมฺปฏิจฺฉนฺโต เอวมาห.

๒๘๔. โชติปาลํ มาณวํ อามนฺเตสีติ เอกปสฺเส อริยปริหาเรน ปฐมตรํ นฺหายิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา ฐิโต ตสฺส มหนฺเตน อิสฺสริยปริหาเรน นฺหายนฺตสฺส นฺหานปริโยสานํ อาคเมตฺวา ตํ นิวตฺถนิวาสนํ เกเส โวทเก กุรุมานํ อามนฺเตสิ. อยนฺติ อาสนฺนตฺตา ทสฺเสนฺโต อาห. โอวฏฺฏิกํ วินิวฏฺเฐตฺวาติ นาคพโล โพธิสตฺโต ‘‘อเปหิ สมฺมา’’ติ อีสกํ ปริวตฺตมาโนว เตน คหิตคหณํ วิสฺสชฺชาเปตฺวาติ อตฺโถ. เกเสสุ ปรามสิตฺวา เอตทโวจาติ โส กิร จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โชติปาโล ปญฺญวา, สกึ ทสฺสนํ ลภมาโน ตถาคตสฺส ทสฺสเนปิ ปสีทิสฺสติ, ธมฺมกถายปิ ปสีทิสฺสติ, ปสนฺโน จ ปสนฺนาการํ กาตุํ สกฺขิสฺสติ, มิตฺตา นาม เอตทตฺถํ โหนฺติ, ยํกิญฺจิ กตฺวา มม สหายํ คเหตฺวา ทสพลสฺส สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา นํ เกเสสุ ปรามสิตฺวา เอตทโวจ.

อิตฺตรชจฺโจติ อญฺญชาติโก, มยา สทฺธึ อสมานชาติโก, ลามกชาติโกติ อตฺโถ. น วติทนฺติ อิทํ อมฺหากํ คมนํ น วต โอรกํ ภวิสฺสติ น ขุทฺทกํ, มหนฺตํ ภวิสฺสติ. อยญฺหิ น อตฺตโน ถาเมน คณฺหิ, สตฺถุ ถาเมน คณฺหีติ คหณสฺมึเยว นิฏฺฐํ อคมาสิ. ยาวตาโทหิปีติ เอตฺถ โทการหิการปิการา นิปาตา, ยาวตุปริมนฺติ อตฺโถ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘วาจาย อาลปนํ โอวฏฺฏิกาย คหณญฺจ อติกฺกมิตฺวา ยาว เกสคฺคหณมฺปิ ตตฺถ คมนตฺถํ ปโยโค กตฺตพฺโพ’’ติ.

๒๘๕. ธมฺมิยา กถายาติ อิธ สติปฏิลาภตฺถาย ปุพฺเพนิวาสปฏิสํยุตฺตา ธมฺมี กถา เวทิตพฺพา. ตสฺส หิ ภควา, – ‘‘โชติปาล, ตฺวํ น ลามกฏฺฐานํ โอติณฺณสตฺโต, มหาโพธิปลฺลงฺเก ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺเถตฺวา โอติณฺโณสิ, ตาทิสสฺส นาม ปมาทวิหาโร น ยุตฺโต’’ติอาทินา นเยน สติปฏิลาภาย ธมฺมํ กเถสิ. ปรสมุทฺทวาสีเถรา ปน วทนฺติ – ‘‘โชติปาล, ยถา อหํ ทสปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา วีสติสหสฺสภิกฺขุปริวาโร โลเก วิจรามิ, เอวเมวํ ตฺวมฺปิ ทสปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา สมณคณปริวาโร โลเก วิจริสฺสสิ. เอวรูเปน นาม ตยา ปมาทํ อาปชฺชิตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ยถาสฺส ปพฺพชฺชาย จิตฺตํ นมติ, เอวํ กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ กเถสีติ.

๒๘๖. อลตฺถ โข, อานนฺท,…เป… ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปทนฺติ ปพฺพชิตฺวา กิมกาสิ? ยํ โพธิสตฺเตหิ กตฺตพฺพํ. โพธิสตฺตา หิ พุทฺธานํ สมฺมุเข ปพฺพชนฺติ. ปพฺพชิตฺวา จ ปน อิตฺตรสตฺตา วิย ปติตสิงฺคา น โหนฺติ, จตุปาริสุทฺธิสีเล ปน สุปติฏฺฐาย เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา เตรส ธุตงฺคานิ สมาทาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูรยมานา สมณธมฺมํ กโรนฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ยาว อนุโลมญาณํ อาหจฺจ ติฏฺฐนฺติ, มคฺคผลตฺถํ วายามํ น กโรนฺติ. โชติปาโลปิ ตเถว อกาสิ.

๒๘๗. อฑฺฒมาสุปสมฺปนฺเนติ กุลทารกญฺหิ ปพฺพาเชตฺวา อฑฺฒมาสมฺปิ อวสิตฺวา คเต มาตาปิตูนํ โสโก น วูปสมฺมติ, โสปิ ปตฺตจีวรคฺคหณํ น ชานาติ, ทหรภิกฺขุสามเณเรหิ สทฺธึ วิสฺสาโส น อุปฺปชฺชติ, เถเรหิ สทฺธึ สิเนโห น ปติฏฺฐาติ, คตคตฏฺฐาเน อนภิรติ อุปฺปชฺชติ. เอตฺตกํ ปน กาลํ นิวาเส สติ มาตาปิตโร ปสฺสิตุํ ลภนฺติ. เตน เตสํ โสโก ตนุภาวํ คจฺฉติ, ปตฺตจีวรคฺคหณํ ชานาติ, สามเณรทหรภิกฺขูหิ สทฺธึ วิสฺสาโส ชายติ, เถเรหิ สทฺธึ สิเนโห ปติฏฺฐาติ, คตคตฏฺฐาเน อภิรมติ, น อุกฺกณฺฐติ. ตสฺมา เอตฺตกํ วสิตุํ วฏฺฏตีติ อฑฺฒมาสํ วสิตฺวา ปกฺกามิ.

ปณฺฑุปุฏกสฺส สาลิโนติ ปุฏเก กตฺวา สุกฺขาปิตสฺส รตฺตสาลิโน. ตสฺส กิร สาลิโน วปฺปกาลโต ปฏฺฐาย อยํ ปริหาโร – เกทารา สุปริกมฺมกตา โหนฺติ, ตตฺถ พีชานิ ปติฏฺฐาเปตฺวา คนฺโธทเกน สิญฺจึสุ, วปฺปกาเล วิตานํ วิย อุปริ วตฺถกิลญฺชํ พนฺธิตฺวา ปริปกฺกกาเล วีหิสีสานิ ฉินฺทิตฺวา มุฏฺฐิมตฺเต ปุฏเก กตฺวา โยตฺตพทฺเธ เวหาสํเยว สุกฺขาเปตฺวา คนฺธจุณฺณานิ อตฺถริตฺวา โกฏฺฐเกสุ ปูเรตฺวา ตติเย วสฺเส วิวรึสุ. เอวํ ติวสฺสํ ปริวุตฺถสฺส สุคนฺธรตฺตสาลิโน อปคตกาฬเก สุปริสุทฺเธ ตณฺฑุเล คเหตฺวา ขชฺชกวิกติมฺปิ ภตฺตมฺปิ ปฏิยาทิยึสุ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ…เป… กาลํ อาโรจาเปสีติ.

๒๘๘. อธิวุฏฺโฐ เมติ กึ สนฺธาย วทติ? เวคฬิงฺคโต นิกฺขมนกาเล ฆฏิกาโร อตฺตโน สนฺติเก วสฺสาวาสํ วสนตฺถาย ปฏิญฺญํ อคฺคเหสิ, ตํ สนฺธาย วทติ. อหุเทว อญฺญถตฺตํ อหุ โทมนสฺสนฺติ เตมาสํ ทานํ ทาตุํ, ธมฺมญฺจ โสตุํ, อิมินา จ นิยาเมน วีสติ ภิกฺขุสหสฺสานิ ปฏิชคฺคิตุํ นาลตฺถนฺติ อลาภํ อารพฺภ จิตฺตญฺญถตฺตํ จิตฺตโทมนสฺสํ อโหสิ, น ตถาคตํ อารพฺภ. กสฺมา? โสตาปนฺนตฺตา. โส กิร ปุพฺเพ พฺราหฺมณภตฺโต อโหสิ. อเถกสฺมึ สมเย ปจฺจนฺเต กุปิเต วูปสมนตฺถํ คจฺฉนฺโต อุรจฺฉทํ นาม ธีตรมาห – ‘‘อมฺม อมฺหากํ เทเว มา ปมชฺชี’’ติ. พฺราหฺมณา ตํ ราชธีตรํ ทิสฺวา วิสญฺญิโน อเหสุํ. เก อิเม จาติ วุตฺเต ตุมฺหากํ ภูมิเทวาติ. ภูมิเทวา นาม เอวรูปา โหนฺตีติ นิฏฺฐุภิตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ. สา เอกทิวสํ วีถึ โอโลเกนฺตี ฐิตา กสฺสปสฺส ภควโต อคฺคสาวกํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา อนุโมทนํ สุณมานาเยว โสตาปนฺนา หุตฺวา ‘‘อญฺเญปิ ภิกฺขู อตฺถี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘สตฺถา วีสติยา ภิกฺขุสหสฺเสหิ สทฺธึ อิสิปตเน วสตี’’ติ จ สุตฺวา นิมนฺเตตฺวา ทานํ อทาสิ.

ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมตฺวา อาคโต. อถ นํ ปฐมตรเมว พฺราหฺมณา อาคนฺตฺวา ธีตุ อวณฺณํ วตฺวา ปริภินฺทึสุ. ราชา ปน ธีตุ ชาตกาเลเยว วรํ อทาสิ. ตสฺสา ‘‘สตฺต ทิวสานิ รชฺชํ ทาตพฺพ’’นฺติ วรํ คณฺหึสุ. อถสฺสา ราชา สตฺต ทิวสานิ รชฺชํ นิยฺยาเตสิ. สา สตฺถารํ โภชยมานา ราชานํ ปกฺโกสาเปตฺวา พหิสาณิยํ นิสีทาเปสิ. ราชา สตฺถุ อนุโมทนํ สุตฺวาว โสตาปนฺโน ชาโต. โสตาปนฺนสฺส จ นาม ตถาคตํ อารพฺภ อาฆาโต นตฺถิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘น ตถาคตํ อารพฺภา’’ติ.

ยํ อิจฺฉติ ตํ หรตูติ โส กิร ภาชนานิ ปจิตฺวา กยวิกฺกยํ น กโรติ, เอวํ ปน วตฺวา ทารุตฺถาย วา มตฺติกตฺถาย วา ปลาลตฺถาย วา อรญฺญํ คจฺฉติ. มหาชนา ‘‘ฆฏิกาเรน ภาชนานิ ปกฺกานี’’ติ สุตฺวา ปริสุทฺธตณฺฑุลโลณทธิเตลผาณิตาทีนิ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺติ. สเจ ภาชนํ มหคฺฆํ โหติ, มูลํ อปฺปํ, ยํ วา ตํ วา ทตฺวา คณฺหามาติ ตํ น คณฺหนฺติ. ธมฺมิโก วาณิโช มาตาปิตโร ปฏิชคฺคติ, สมฺมาสมฺพุทฺธํ อุปฏฺฐหติ, พหุ โน อกุสลํ ภวิสฺสตีติ ปุน คนฺตฺวา มูลํ อาหรนฺติ. สเจ ปน ภาชนํ อปฺปคฺฆํ โหติ, อาภตํ มูลํ พหุ, ธมฺมิโก วาณิโช, อมฺหากํ ปุญฺญํ ภวิสฺสตีติ ยถาภตํ ฆรสามิกา วิย สาธุกํ ปฏิสาเมตฺวา คจฺฉนฺติ. เอวํคุโณ ปน กสฺมา น ปพฺพชตีติ. รญฺโญ วจนปถํ ปจฺฉินฺทนฺโต อนฺเธ ชิณฺเณ มาตาปิตโร โปเสตีติ อาห.

๒๘๙. โก นุ โขติ กุหึ นุ โข. กุมฺภิยาติ อุกฺขลิโต. ปริโยคาติ สูปภาชนโต. ปริภุญฺชาติ ภุญฺช. กสฺมา ปเนเต เอวํ วทนฺติ? ฆฏิกาโร กิร ภตฺตํ ปจิตฺวา สูปํ สมฺปาเทตฺวา มาตาปิตโร โภเชตฺวา สยมฺปิ ภุญฺชิตฺวา ภควโต วฑฺฒมานกํ ภตฺตสูปํ ปฏฺฐเปตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา อาธารกํ อุปฏฺฐเปตฺวา อุทกํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา มาตาปิตูนํ สญฺญํ ทตฺวา อรญฺญํ คจฺฉติ. ตสฺมา เอวํ วทนฺติ. อภิวิสฺสตฺโถติ อติวิสฺสตฺโถ. ปีติสุขํ น วิชหตีติ น นิรนฺตรํ วิชหติ, อถ โข รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา คาเม วา อรญฺเญ วา ยสฺมึ ยสฺมึ ขเณ – ‘‘สเทวเก นาม โลเก อคฺคปุคฺคโล มยฺหํ เคหํ ปวิสิตฺวา สหตฺเถน อามิสํ คเหตฺวา ปริภุญฺชติ, ลาภา วต เม’’ติ อนุสฺสรติ, ตสฺมึ ตสฺมึ ขเณ ปญฺจวณฺณา ปีติ อุปฺปชฺชติ. ตํ สนฺธาย เอวํ วุตฺตํ.

๒๙๐. กโฬปิยาติ ปจฺฉิโต. กึ ปน ภควา เอวมกาสีติ. ปจฺจโย ธมฺมิโก, ภิกฺขูนํ ปตฺเต ภตฺตสทิโส, ตสฺมา เอวมกาสิ. สิกฺขาปทปญฺญตฺติปิ จ สาวกานํเยว โหติ, พุทฺธานํ สิกฺขาปทเวลา นาม นตฺถิ. ยถา หิ รญฺโญ อุยฺยาเน ปุปฺผผลานิ โหนฺติ, อญฺเญสํ ตานิ คณฺหนฺตานํ นิคฺคหํ กโรนฺติ, ราชา ยถารุจิยา ปริภุญฺชติ, เอวํสมฺปทเมตํ. ปรสมุทฺทวาสีเถรา ปน ‘‘เทวตา กิร ปฏิคฺคเหตฺวา อทํสู’’ติ วทนฺติ.

๒๙๑. หรถ, ภนฺเต, หรถ ภทฺรมุขาติ อมฺหากํ ปุตฺโต ‘‘กุหึ คโตสี’’ติ วุตฺเต – ‘‘ทสพลสฺส สนฺติก’’นฺติ วทติ, กุหึ นุ โข คจฺฉติ, สตฺถุ วสนฏฺฐานสฺส โอวสฺสกภาวมฺปิ น ชานาตีติ ปุตฺเต อปราธสญฺญิโน คหเณ ตุฏฺฐจิตฺตา เอวมาหํสุ.

เตมาสํ อากาสจฺฉทนํ อฏฺฐาสีติ ภควา กิร จตุนฺนํ วสฺสิกานํ มาสานํ เอกํ มาสํ อติกฺกมิตฺวา ติณํ อาหราเปสิ, ตสฺมา เอวมาห. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – อากาสํ ฉทนมสฺสาติ อากาสจฺฉทนํ. น เทโวติวสฺสีติ เกวลํ นาติวสฺสิ, ยถา ปเนตฺถ ปกติยา จ นิพฺพโกสสฺส อุทกปาตฏฺฐานพฺภนฺตเร เอกมฺปิ อุทกพินฺทุ นาติวสฺสิ, เอวํ ฆนฉทนเคหพฺภนฺตเร วิย น วาตาตปาปิ อาพาธํ อกํสุ, ปกติยา อุตุผรณเมว อโหสิ. อปรภาเค ตสฺมึ นิคเม ฉฑฺฑิเตปิ ตํ ฐานํ อโนวสฺสกเมว อโหสิ. มนุสฺสา กมฺมํ กโรนฺตา เทเว วสฺสนฺเต ตตฺถ สาฏเก ฐเปตฺวา กมฺมํ กโรนฺติ. ยาว กปฺปุฏฺฐานา ตํ ฐานํ ตาทิสเมว ภวิสฺสติ. ตญฺจ โข ปน น ตถาคตสฺส อิทฺธานุภาเวน, เตสํเยว ปน คุณสมฺปตฺติยา. เตสญฺหิ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ กตฺถ น ลเภยฺย, อมฺหากํ นาม ทฺวินฺนํ อนฺธกานํ นิเวสนํ อุตฺติณํ กาเรสี’’ติ น ตปฺปจฺจยา โทมนสฺสํ อุทปาทิ – ‘‘สเทวเก โลเก อคฺคปุคฺคโล อมฺหากํ นิเวสนา ติณํ อาหราเปตฺวา คนฺธกุฏึ ฉาทาเปสี’’ติ ปน เตสํ อนปฺปกํ พลวโสมนสฺสํ อุทปาทิ. อิติ เตสํเยว คุณสมฺปตฺติยา อิทํ ปาฏิหาริยํ ชาตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๒๙๒. ตณฺฑุลวาหสตานีติ เอตฺถ เทฺว สกฏานิ เอโก วาโหติ เวทิตพฺโพ. ตทุปิยญฺจ สูเปยฺยนฺติ สูปตฺถาย ตทนุรูปํ เตลผาณิตาทึ. วีสติภิกฺขุสหสฺสสฺส เตมาสตฺถาย ภตฺตํ ภวิสฺสตีติ กิร สญฺญาย ราชา เอตฺตกํ เปเสสิ. อลํ เม รญฺโญว โหตูติ กสฺมา ปฏิกฺขิปิ? อธิคตอปฺปิจฺฉตาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘นาหํ รญฺญา ทิฏฺฐปุพฺโพ, กถํ นุ โข เปเสสี’’ติ. ตโต จินฺเตสิ – ‘‘สตฺถา พาราณสึ คโต, อทฺธา โส รญฺโญ วสฺสาวาสํ ยาจิยมาโน มยฺหํ ปฏิญฺญาตภาวํ อาโรเจตฺวา มม คุณกถํ กเถสิ, คุณกถาย ลทฺธลาโภ ปน นเฏน นจฺจิตฺวา ลทฺธํ วิย คายเกน คายิตฺวา ลทฺธํ วิย จ โหติ. กึ มยฺหํ อิมินา, กมฺมํ กตฺวา อุปฺปนฺเนน มาตาปิตูนมฺปิ สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสปิ อุปฏฺฐานํ สกฺกา กาตุ’’นฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ฆฏิการสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. รฏฺฐปาลสุตฺตวณฺณนา

๒๙๓. เอวํ เม สุตนฺติ รฏฺฐปาลสุตฺตํ. ตตฺถ ถุลฺลโกฏฺฐิกนฺติ ถุลฺลโกฏฺฐํ ปริปุณฺณโกฏฺฐาคารํ. โส กิร ชนปโท นิจฺจสสฺโส สทา พีชภณฺฑํ นิกฺขมติ, ขลภณฺฑํ ปวิสติ. เตน ตสฺมึ นิคเม โกฏฺฐา นิจฺจปูราว โหนฺติ. ตสฺมา โส ถุลฺลโกฏฺฐิกนฺเตว สงฺขํ คโต.

๒๙๔. รฏฺฐปาโลติ กสฺมา รฏฺฐปาโล? ภินฺนํ รฏฺฐํ สนฺธาเรตุํ ปาเลตุํ สมตฺโถติ รฏฺฐปาโล. กทา ปนสฺเสตํ นามํ อุปฺปนฺนนฺติ. ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล. อิโต หิ ปุพฺเพ สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก วสฺสสตสหสฺสายุเกสุ มนุสฺเสสุ ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา อุปฺปชฺชิตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวาโร โลกหิตาย จาริกํ จริ, ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘นครํ หํสวตี นาม, อานนฺโท นาม ขตฺติโย;

สุชาตา นาม ชนิกา, ปทุมุตฺตรสฺส สตฺถุโน’’ติ. (พุ. วํ. ๑๒.๑๙);

ปทุมุตฺตเร ปน อนุปฺปนฺเน เอว หํสวติยา เทฺว กุฏุมฺพิกา สทฺธา ปสนฺนา กปณทฺธิกยาจกาทีนํ ทานํ ปฏฺฐปยึสุ. ตทา ปพฺพตวาสิโน ปญฺจสตา ตาปสา หํสวตึ อนุปฺปตฺตา. เต เทฺวปิ ชนา ตาปสคณํ มชฺเฌ ภินฺทิตฺวา อุปฏฺฐหึสุ. ตาปสา กิญฺจิกาลํ วสิตฺวา ปพฺพตปาทเมว คตา. เทฺว สงฺฆตฺเถรา โอหียึสุ. ตทา เตสํ เต ยาวชีวํ อุปฏฺฐานํ อกํสุ. ตาปเสสุ ภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กโรนฺเตสุ เอโก สกฺกภวนสฺส วณฺณํ กเถสิ, เอโก ภูมินฺธรนาคราชภวนสฺส.

กุฏุมฺพิเกสุ เอโก สกฺกภวนํ ปตฺถนํ กตฺวา สกฺโก หุตฺวา นิพฺพตฺโต, เอโก นาคภวเน ปาลิตนาคราชา นาม. ตํ สกฺโก อตฺตโน อุปฏฺฐานํ อาคตํ ทิสฺวา นาคโยนิยํ อภิรมสีติ ปุจฺฉิ. โส นาภิรมามีติ อาห. เตน หิ ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต ทานํ ทตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน ปตฺถนํ กโรหิ, อุโภ สุขํ วสิสฺสามาติ. นาคราชา สตฺถารํ นิมนฺเตตฺวา ภิกฺขุสตสหสฺสปริวารสฺส ภควโต สตฺตาหํ มหาทานํ ททมาโน ปทุมุตฺตรสฺส ทสพลสฺส ปุตฺตํ อุปเรวตํ นาม สามเณรํ ทิสฺวา สตฺตเม ทิวเส พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ทิพฺพวตฺถานิ ทตฺวา สามเณรสฺส ฐานนฺตรํ ปตฺเถสิ. ภควา อนาคตํ โอโลเกตฺวา – ‘‘อนาคเต โคตมสฺส นาม พุทฺธสฺส ปุตฺโต ราหุลกุมาโร ภวิสฺสตี’’ติ ทิสฺวา ‘‘สมิชฺฌิสฺสติ เต ปตฺถนา’’ติ กเถสิ. นาคราชา ตมตฺถํ สกฺกสฺส กเถสิ. สกฺโก ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตเถว สตฺตาหํ ทานํ ทตฺวา ภินฺนํ รฏฺฐํ สนฺธาเรตุํ ปาเลตุํ สมตฺถกุเล นิพฺพตฺติตฺวา สทฺธาปพฺพชิตํ รฏฺฐปาลํ นาม กุลปุตฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อหมฺปิ อนาคเต โลกสฺมึ ตุมฺหาทิเส พุทฺเธ อุปฺปนฺเน ภินฺนํ รฏฺฐํ สนฺธาเรตุํ ปาเลตุํ สมตฺถกุเล นิพฺพตฺติตฺวา อยํ กุลปุตฺโต วิย สทฺธาปพฺพชิโต รฏฺฐปาโล นาม ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนมกาสิ. สตฺถา สมิชฺฌนกภาวํ ญตฺวา อิมํ คาถมาห –

‘‘สราชิกํ จาตุวณฺณํ, โปเสตุํ ยํ ปโหสฺสติ;

รฏฺฐปาลกุลํ นาม, ตตฺถ ชายิสฺสเต อย’’นฺติ. –

เอวํ ปทุมุตฺตรสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล ตสฺเสตํ นามํ อุปฺปนฺนนฺติ เวทิตพฺพํ.

เอตทโหสีติ กึ อโหสิ? ยถา ยถา โขติอาทิ. ตตฺรายํ สงฺเขปกถา – อหํ โข เยน เยน การเณน ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ, เตน เตน เม อุปปริกฺขโต เอวํ โหติ – ‘‘ยเทตํ สิกฺขตฺตยพฺรหฺมจริยํ เอกทิวสมฺปิ อขณฺฑํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริปุณฺณํ จริตพฺพํ, เอกทิวสมฺปิ จ กิเลสมเลน อมลีนํ กตฺวา จริมกจิตฺตํ ปาเปตพฺพตาย เอกนฺตปริสุทฺธํ, สงฺขลิขิตํ วิลิขิตสงฺขสทิสํ โธตสงฺขสปฺปฏิภาคํ กตฺวา จริตพฺพํ, นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา อคารมชฺเฌ วสนฺเตน เอกนฺตปริปุณฺณํ…เป… จริตุํ, ยํนูนาหํ เกสญฺจ มสฺสุญฺจ โอหาเรตฺวา กาสายรสปีตตาย กาสายานิ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตานํ อนุจฺฉวิกานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา นิกฺขมิตฺวา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺย’’นฺติ.

อจิรปกฺกนฺเตสุ ถุลฺลโกฏฺฐิเกสุ พฺราหฺมณคหปติเกสุ เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ รฏฺฐปาโล อนุฏฺฐิเตสุ เตสุ น ภควนฺตํ ปพฺพชฺชํ ยาจิ. กสฺมา? ตตฺถสฺส พหู ญาติสาโลหิตา มิตฺตามจฺจา สนฺติ, เต – ‘‘ตฺวํ มาตาปิตูนํ เอกปุตฺตโก, น ลพฺภา ตยา ปพฺพชิตุ’’นฺติ พาหายมฺปิ คเหตฺวา อากฑฺเฒยฺยุํ, ตโต ปพฺพชฺชาย อนฺตราโย ภวิสฺสตีติ สเหว ปริสาย อุฏฺฐหิตฺวา โถกํ คนฺตฺวา ปุน เกนจิ สรีรกิจฺจเลเสน นิวตฺติตฺวา ภควนฺตํ อุปสงฺกมฺม ปพฺพชฺชํ ยาจิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข รฏฺฐปาโล กุลปุตฺโต อจิรปกฺกนฺเตสุ ถุลฺลโกฏฺฐิเกสุ…เป… ปพฺพาเชตุ มํ ภควา’’ติ. ภควา ปน ยสฺมา ราหุลกุมารสฺส ปพฺพชิตโต ปภุติ มาตาปิตูหิ อนนุญฺญาตํ ปุตฺตํ น ปพฺพาเชติ, ตสฺมา นํ ปุจฺฉิ อนุญฺญาโตสิ ปน ตฺวํ, รฏฺฐปาล, มาตาปิตูหิ…เป… ปพฺพชฺชายาติ.

๒๙๕. อมฺมตาตาติ เอตฺถ อมฺมาติ มาตรํ อาลปติ, ตาตาติ ปิตรํ. เอกปุตฺตโกติ เอโกว ปุตฺตโก, อญฺโญ โกจิ เชฏฺโฐ วา กนิฏฺโฐ วา นตฺถิ. เอตฺถ จ เอกปุตฺโตติ วตฺตพฺเพ อนุกมฺปาวเสน เอกปุตฺตโกติ วุตฺตํ. ปิโยติ ปีติชนโก. มนาโปติ มนวฑฺฒนโก. สุเขธิโตติ สุเขน เอธิโต, สุขสํวฑฺฒิโตติ อตฺโถ. สุขปริภโตติ สุเขน ปริภโต, ชาตกาลโต ปภุติ ธาตีหิ องฺกโต องฺกํ อาหริตฺวา ธาริยมาโน อสฺสกรถกาทีหิ พาลกีฬนเกหิ กีฬยมาโน สาทุรสโภชนํ โภชยมาโน สุเขน ปริหโฏ. น ตฺวํ, ตาต รฏฺฐปาล, กสฺสจิ ทุกฺขสฺส ชานาสีติ ตฺวํ, ตาต รฏฺฐปาล อปฺปมตฺตกมฺปิ กลภาคํ ทุกฺขสฺส น ชานาสิ น สรสีติ อตฺโถ. มรเณนปิ เต มยํ อกามกา วินา ภวิสฺสามาติ สเจปิ ตว อเมฺหสุ ชีวมาเนสุ มรณํ ภเวยฺย, เตน เต มรเณนปิ มยํ อกามกา อนิจฺฉกา น อตฺตโน รุจิยา วินา ภวิสฺสาม, ตยา วิโยคํ ปาปุณิสฺสามาติ อตฺโถ. กึ ปน มยํ ตนฺติ เอวํ สนฺเต กึ ปน กึ นาม ตํ การณํ, เยน มยํ ตํ ชีวนฺตํ อนุชานิสฺสาม. อถ วา กึ ปน มยํ ตนฺติ เกน ปน การเณน มยํ ตํ ชีวนฺตํ อนุชานิสฺสามาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

๒๙๖. ตตฺเถวาติ ยตฺถ นํ ฐิตํ มาตาปิตโร นานุชานึสุ, ตตฺเถว ฐาเน. อนนฺตรหิตายาติ เกนจิ อตฺถรเณน อนตฺถตาย. ปริจาเรหีติ คนฺธพฺพนฏนาฏกาทีนิ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ตตฺถ สหายเกหิ สทฺธึ ยถาสุขํ อินฺทฺริยานิ จาเรหิ สญฺจาเรหิ, อิโต จิโต จ อุปเนหีติ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ปริจาเรหีติ คนฺธพฺพนฏนาฏกาทีนิ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา สหายเกหิ สทฺธึ ลฬ อุปลฬ รม, กีฬสฺสูติปิ วุตฺตํ โหติ. กาเม ปริภุญฺชนฺโตติ อตฺตโน ปุตฺตทาเรหิ สทฺธึ โภเค ภุญฺชนฺโต. ปุญฺญานิ กโรนฺโตติ พุทฺธญฺจ ธมฺมญฺจ สงฺฆญฺจ อารพฺภ ทานปฺปทานาทีนิ สุคติมคฺคสํโสธกานิ กุสลกมฺมานิ กโรนฺโต. ตุณฺหี อโหสีติ กถานุปฺปพนฺธวิจฺเฉทนตฺถํ นิราลาปสลฺลาโป อโหสิ.

อถสฺส มาตาปิตโร ติกฺขตฺตุํ วตฺวา ปฏิวจนมฺปิ อลภมานา สหายเก ปกฺโกสาเปตฺวา ‘‘เอส โว สหายโก ปพฺพชิตุกาโม, นิวาเรถ น’’นฺติ อาหํสุ. เตปิ ตํ อุปสงฺกมิตฺวา ติกฺขตฺตุํ อโวจุํ, เตสมฺปิ ตุณฺหี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – อถ โข รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส สหายกา…เป… ตุณฺหี อโหสีติ. อถสฺส สหายกานํ ติกฺขตฺตุํ วตฺวา เอตทโหสิ – ‘‘สเจ อยํ ปพฺพชฺชํ อลภมาโน มริสฺสติ, น โกจิ คุโณ ลพฺภติ. ปพฺพชิตํ ปน นํ มาตาปิตโรปิ กาเลน กาลํ ปสฺสิสฺสนฺติ, มยมฺปิ ปสฺสิสฺสาม, ปพฺพชฺชาปิ จ นาเมสา ภาริยา, ทิวเส ทิวเส มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ปิณฺฑาย จริตพฺพํ, เอกเสยฺยํ เอกภตฺตํ พฺรหฺมจริยํ อติทุกฺกรํ, อยญฺจ สุขุมาโล นาคริกชาติโย, โส ตํ จริตุํ อสกฺโกนฺโต ปุน อิเธว อาคมิสฺสติ, หนฺทสฺส มาตาปิตโร อนุชานาเปสฺสามา’’ติ. เต ตถา อกํสุ. มาตาปิตโรปิ นํ ‘‘ปพฺพชิเตน จ ปน เต มาตาปิตโร อุทฺทสฺเสตพฺพา’’ติ อิมํ กติกํ กตฺวา อนุชานึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส สหายกา เยน รฏฺฐปาลสฺส กุลปุตฺตสฺส มาตาปิตโร…เป… อนุญฺญาโตสิ มาตาปิตูหิ…เป… อุทฺทสฺเสตพฺพา’’ติ. ตตฺถ อุทฺทสฺเสตพฺพาติ อุทฺธํ ทสฺเสตพฺพา, ยถา ตํ กาเลน กาลํ ปสฺสนฺติ, เอวํ อาคนฺตฺวา อตฺตานํ ทสฺเสตพฺพา.

๒๙๙. พลํ คเหตฺวาติ สปฺปายโภชนานิ ภุญฺชนฺโต อุจฺฉาทนาทีหิ จ กายํ ปริหรนฺโต กายพลํ ชเนตฺวา มาตาปิตโร วนฺทิตฺวา อสฺสุมุขํ ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ…เป… ปพฺพาเชตุ มํ, ภนฺเต, ภควาติ. ภควา สมีเป ฐิตํ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ ภิกฺขุ รฏฺฐปาลํ ปพฺพาเชหิ เจว อุปสมฺปาเทหิ จา’’ติ. สาธุ, ภนฺเตติ โข โส ภิกฺขุ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา รฏฺฐปาลํ กุลปุตฺตํ ชินทตฺติยํ สทฺธิวิหาริกํ ลทฺธา ปพฺพาเชสิ เจว อุปสมฺปาเทสิ จ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อลตฺถ โข รฏฺฐปาโล กุลปุตฺโต ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, อลตฺถ อุปสมฺปท’’นฺติ.

ปหิตตฺโต วิหรนฺโตติ ทฺวาทส สํวจฺฉรานิ เอวํ วิหรนฺโต. เนยฺยปุคฺคโล หิ อยมายสฺมา, ตสฺมา ปุญฺญวา อภินีหารสมฺปนฺโนปิ สมาโน ‘‘อชฺช อชฺเชว อรหตฺต’’นฺติ สมณธมฺมํ กโรนฺโตปิ ทฺวาทสเม วสฺเส อรหตฺตํ ปาปุณิ.

เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ มยฺหํ มาตาปิตโร ปพฺพชฺชํ อนุชานมานา – ‘‘ตยา กาเลน กาลํ อาคนฺตฺวา อมฺหากํ ทสฺสนํ ทาตพฺพ’’นฺติ วตฺวา อนุชานึสุ, ทุกฺกรการิกา โข ปน มาตาปิตโร, อหญฺจ เยนชฺฌาสเยน ปพฺพชิโต, โส เม มตฺถกํ ปตฺโต, อิทานิ ภควนฺตํ อาปุจฺฉิตฺวา อตฺตานํ มาตาปิตูนํ ทสฺเสสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อาปุจฺฉิตุกาโม อุปสงฺกมิ. มนสากาสีติ ‘‘กึ นุ โข รฏฺฐปาเล คเต โกจิ อุปทฺทโว ภวิสฺสตี’’ติ มนสิ อกาสิ. ตโต ‘‘ภวิสฺสตี’’ติ ญตฺวา ‘‘สกฺขิสฺสติ นุ โข รฏฺฐปาโล ตํ มทฺทิตุ’’นฺติ โอโลเกนฺโต ตสฺส อรหตฺตสมฺปตฺตึ ทิสฺวา ‘‘สกฺขิสฺสตี’’ติ อญฺญาสิ. เตน วุตฺตํ – ยถา ภควา อญฺญาสิ…เป… กาลํ มญฺญสีติ.

มิคจีเรติ เอวํนามเก อุยฺยาเน. ตญฺหิ รญฺญา – ‘‘อกาเล สมฺปตฺตปพฺพชิตานํ ทินฺนเมว อิทํ, ยถาสุขํ ปริภุญฺชนฺตู’’ติ เอวมนุญฺญาตเมว อโหสิ, ตสฺมา เถโร – ‘‘มม อาคตภาวํ มาตาปิตูนํ อาโรเจสฺสามิ, เต เม ปาทโธวนอุโณฺหทกปาทมกฺขนเตลาทีนิ เปสิสฺสนฺตี’’ติ จิตฺตมฺปิ อนุปฺปาเทตฺวา อุยฺยานเมว ปาวิสิ. ปิณฺฑาย ปาวิสีติ ทุติยทิวเส ปาวิสิ.

มชฺฌิมายาติ สตฺตทฺวารโกฏฺฐกสฺส ฆรสฺส มชฺฌิเม ทฺวารโกฏฺฐเก. อุลฺลิขาเปตีติ กปฺปเกน เกเส ปหราเปติ. เอตทโวจาติ – ‘‘อิเม สมณกา อมฺหากํ ปิยปุตฺตกํ ปพฺพาเชตฺวา โจรานํ หตฺเถ นิกฺขิปิตฺวา วิย เอกทิวสมฺปิ น ทสฺสาเปนฺติ, เอวํ ผรุสการกา เอเต ปุน อิมํ ฐานํ อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺญนฺติ, เอตฺโตว นิกฑฺฒิตพฺพา เอเต’’ติ จินฺเตตฺวา เอตํ ‘‘อิเมหิ มุณฺฑเกหี’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ญาติทาสีติ ญาตกานํ ทาสี. อาภิโทสิกนฺติ ปาริวาสิกํ เอกรตฺตาติกฺกนฺตํ ปูติภูตํ. ตตฺถายํ ปทตฺโถ – ปูติภาวโทเสน อภิภูโตติ อภิโทโส, อภิโทโสว อาภิโทสิโก. เอกรตฺตาติกฺกนฺตสฺเสว นามสญฺญา เอสา ยทิทํ อาภิโทสิโกติ, ตํ อาภิโทสิกํ. กุมฺมาสนฺติ ยวกุมฺมาสํ. ฉฑฺเฑตุกามา โหตีติ ยสฺมา อนฺตมโส ทาสกมฺมการานํ โครูปานมฺปิ อปริโภคารโห, ตสฺมา นํ กจวรํ วิย พหิ ฉฑฺเฑตุกามา โหติ. สเจตนฺติ สเจ เอตํ. ภคินีติ อริยโวหาเรน อตฺตโน ธาตึ ญาติทาสึ อาลปติ. ฉฑฺฑนียธมฺมนฺติ ฉฑฺเฑตพฺพสภาวํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘ภคินิ เอตํ สเจ พหิ ฉฑฺฑนียธมฺมํ นิสฺสฏฺฐปริคฺคหํ, อิธ เม ปตฺเต อากิราหี’’ติ. กึ ปน เอวํ วตฺตุํ ลพฺภติ, วิญฺญตฺติ วา ปยุตฺตวาจา วา น โหตีติ. น โหติ. กสฺมา? นิสฺสฏฺฐปริคฺคหตฺตา. ยญฺหิ ฉฑฺฑนียธมฺมํ นิสฺสฏฺฐปริคฺคหํ, ยตฺถ สามิกา อนาลยา โหนฺติ, ตํ สพฺพํ ‘‘เทถ อาหรถ อากิรถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เตเนว หิ อยมายสฺมา อคฺคอริยวํสิโก สมาโนปิ เอวมาห.

หตฺถานนฺติ ภิกฺขาคหณตฺถํ ปตฺตํ อุปนามยโต มณิพนฺธโต ปภุติ ทฺวินฺนมฺปิ หตฺถานํ. ปาทานนฺติ นิวาสนนฺตโต ปฏฺฐาย ทฺวินฺนมฺปิ ปาทานํ. สรสฺสาติ สเจ ตํ ภคินีติ วาจํ นิจฺฉารยโต สรสฺส จ. นิมิตฺตํ อคฺคเหสีติ หตฺถปิฏฺฐิอาทีนิ โอโลกยมานา – ‘‘ปุตฺตสฺส เม รฏฺฐปาลสฺส วิย สุวณฺณกจฺฉปปิฏฺฐิสทิสา อิมา หตฺถปาทปิฏฺฐิโย, หริตาลวฏฺฏิโย วิย สุวฏฺฏิตา องฺคุลิโย, มธุโร สโร’’ติ คิหิกาเล สลฺลกฺขิตปุพฺพํ อาการํ อคฺคเหสิ สญฺชานิ สลฺลกฺเขสิ. ตสฺส หายสฺมโต ทฺวาทสวสฺสานิ อรญฺญาวาสญฺเจว ปิณฺฑิยาโลปโภชนญฺจ ปริภุญฺชนฺตสฺส อญฺญาทิโส สรีรวณฺโณ อโหสิ, เตน นํ สา ญาติทาสี ทิสฺวาว น สญฺชานิ, นิมิตฺตํ ปน อคฺคเหสีติ.

๓๐๐. รฏฺฐปาลสฺส มาตรํ เอตทโวจาติ เถรสฺส องฺคปจฺจงฺคานิ สณฺฐาเปตฺวา ถญฺญํ ปาเยตฺวา สํวฑฺฒิตธาตีปิ สมานา ปพฺพชิตฺวา มหาขีณาสวภาวปฺปตฺเตน สามิปุตฺเตน สทฺธึ – ‘‘ตฺวํ นุ โข, เม ภนฺเต, ปุตฺโต รฏฺฐปาโล’’ติอาทิวจนํ วตฺตุํ อวิสหนฺตี เวเคน ฆรํ ปวิสิตฺวา รฏฺฐปาลสฺส มาตรํ เอตทโวจ. ยคฺเฆติ อาโรจนตฺเถ นิปาโต. สเจ เช สจฺจนฺติ เอตฺถ เชติ อาลปเน นิปาโต. เอวญฺหิ ตสฺมึ เทเส ทาสิชนํ อาลปนฺติ, ตสฺมา ‘‘ตฺวญฺหิ, โภติ ทาสิ, สเจ สจฺจํ ภณสี’’ติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? มหากุเล อิตฺถิโย พหิ นิกฺขมนฺตา ครหํ ปาปุณนฺติ, อิทญฺจ อจฺจายิกกิจฺจํ, เสฏฺฐิสฺส นํ อาโรเจสฺสามีติ จินฺเตติ. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลนฺติ ตสฺมึ กิร เทเส ทานปตีนํ ฆเรสุ สาลา โหนฺติ, อาสนานิ เจตฺถ ปญฺญตฺตานิ โหนฺติ, อุปฏฺฐาปิตํ อุทกกญฺชิยํ. ตตฺถ ปพฺพชิตา ปิณฺฑาย จริตฺวา นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺติ. สเจ อิจฺฉนฺติ, ทานปตีนมฺปิ สนฺตกํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา ตมฺปิ อญฺญตรสฺส กุลสฺส อีทิสาย สาลาย อญฺญตรํ กุฏฺฏมูลนฺติ เวทิตพฺพํ. น หิ ปพฺพชิตา กปณมนุสฺสา วิย อสารุปฺเป ฐาเน นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺตีติ.

อตฺถิ นาม ตาตาติ เอตฺถ อตฺถีติ วิชฺชมานตฺเถ, นามาติ ปุจฺฉนตฺเถ มญฺญนตฺเถ วา นิปาโต. อิทญฺหิ วุตฺตํ โหติ – อตฺถิ นุ โข, ตาต รฏฺฐปาล, อมฺหากํ ธนํ, นนุ มยํ นิทฺธนาติ วตฺตพฺพา, เยสํ โน ตฺวํ อีทิเส ฐาเน นิสีทิตฺวา อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสิ. ตถา อตฺถิ นุ โข, ตาต รฏฺฐปาล, อมฺหากํ ชีวิตํ, นนุ มยํ มตาติ วตฺตพฺพา, เยสํ โน ตฺวํ อีทิเส ฐาเน นิสีทิตฺวา อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสิ. ตถา อตฺถิ มญฺเญ, ตาต รฏฺฐปาล, ตว อพฺภนฺตเร สาสนํ นิสฺสาย ปฏิลทฺโธ สมณคุโณ, ยํ ตฺวํ สุโภชนรสสํวฑฺฒิโตปิ อิมํ ชิคุจฺฉเนยฺยํ อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ อมตมิว นิพฺพิกาโร ปริภุญฺชิสฺสสีติ. โส ปน คหปติ ทุกฺขาภิตุนฺนตาย เอตมตฺถํ ปริปุณฺณํ กตฺวา วตฺตุมสกฺโกนฺโต – ‘‘อตฺถิ นาม, ตาต รฏฺฐปาล, อาภิโทสิกํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิสฺสสี’’ติ เอตฺตกเมว อวจ. อกฺขรจินฺตกา ปเนตฺถ อิทํ ลกฺขณํ วทนฺติ – อโนกปฺปนามริสนตฺถวเสเนตํ อตฺถิสทฺเท อุปปเท ‘‘ปริภุญฺชิสฺสสี’’ติ อนาคตวจนํ กตํ. ตสฺสายมตฺโถ – ‘‘อตฺถิ นาม…เป… ปริภุญฺชิสฺสสิ, อิทํ ปจฺจกฺขมฺปิ อหํ น สทฺทหามิ น มริสยามี’’ติ. อิทํ เอตฺตกํ วจนํ คหปติ เถรสฺส ปตฺตมุขวฏฺฏิยํ คเหตฺวา ฐิตโกว กเถสิ. เถโรปิ ปิตริ ปตฺตมุขวฏฺฏิยํ คเหตฺวา ฐิเตเยว ตํ ปูติกุมฺมาสํ ปริภุญฺชิ สุนขวนฺตสทิสํ ปูติกุกฺกุฏณฺฑมิว ภินฺนฏฺฐาเน ปูติกํ วายนฺตํ. ปุถุชฺชเนน กิร ตถารูปํ กุมฺมาสํ ปริภุญฺชิตุํ น สกฺกา. เถโร ปน อริยิทฺธิยํ ฐตฺวา ทิพฺโพชํ อมตรสํ ปริภุญฺชมาโน วิย ปริภุญฺชิตฺวา ธมกรเณน อุทกํ คเหตฺวา ปตฺตญฺจ มุขญฺจ หตฺถปาเท จ โธวิตฺวา กุโต โน คหปตีติอาทิมาห.

ตตฺถ กุโต โนติ กุโต นุ. เนว ทานนฺติ เทยฺยธมฺมวเสน เนว ทานํ อลตฺถมฺห. น ปจฺจกฺขานนฺติ ‘‘กึ, ตาต รฏฺฐปาล, กจฺจิ เต ขมนียํ, กจฺจิสิ อปฺปกิลมเถน อาคโต, น ตาว ตาต เคเห ภตฺตํ สมฺปาทิยตี’’ติ เอวํ ปฏิสนฺถารวเสน ปจฺจกฺขานมฺปิ น อลตฺถมฺห. กสฺมา ปน เถโร เอวมาห? ปิตุ อนุคฺคเหน. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ยถา เอส มํ วทติ, อญฺเญปิ ปพฺพชิเต เอวํ วทติ มญฺเญ. พุทฺธสาสเน จ ปตฺตนฺตเร ปทุมํ วิย ภสฺมาฉนฺโน อคฺคิ วิย เผคฺคุปฏิจฺฉนฺโน จนฺทนสาโร วิย สุตฺติกาปฏิจฺฉนฺนํ มุตฺตรตนํ วิย วลาหกปฏิจฺฉนฺโน จนฺทิมา วิย มาทิสานํ ปฏิจฺฉนฺนคุณานํ ภิกฺขูนํ อนฺโต นตฺถิ, เตสุปิ น เอวรูปํ วจนํ ปวตฺเตสฺสติ, สํวเร ฐสฺสตี’’ติ อนุคฺคเหน เอวมาห.

เอหิ ตาตาติ ตาต ตุยฺหํ ฆรํ มา โหตุ, เอหิ ฆรํ คมิสฺสามาติ วทติ. อลนฺติ เถโร อุกฺกฏฺฐเอกาสนิกตาย ปฏิกฺขิปนฺโต เอวมาห. อธิวาเสสีติ เถโร ปน ปกติยา อุกฺกฏฺฐสปทานจาริโก สฺวาตนายภิกฺขํ นาม นาธิวาเสติ, มาตุ อนุคฺคเหน ปน อธิวาเสสิ. มาตุ กิรสฺส เถรํ อนุสฺสริตฺวา มหาโสโก อุปฺปชฺชิ, โรทเนเนว ปกฺกกฺขิ วิย ชาตา, ตสฺมา เถโร ‘‘สจาหํ ตํ อปสฺสิตฺวา คมิสฺสามิ, หทยมฺปิสฺสา ผาเลยฺยา’’ติ อนุคฺคเหน อธิวาเสสิ. การาเปตฺวาติ เอกํ หิรญฺญสฺส, เอกํ สุวณฺณสฺสาติ เทฺว ปุญฺเช การาเปตฺวา. กีวมหนฺตา ปน ปุญฺชา อเหสุนฺติ. ยถา โอรโต ฐิโต ปุริโส ปารโต ฐิตํ มชฺฌิมปฺปมาณํ ปุริสํ น ปสฺสติ, เอวํมหนฺตา.

๓๐๑. อิทํ เต ตาตาติ กหาปณปุญฺชญฺจ สุวณฺณปุญฺชญฺจ ทสฺเสนฺโต อาห. มตฺติกนฺติ มาติโต อาคตํ, อิทํ เต มาตามหิยา มาตุ อิมํ เคหํ อาคจฺฉนฺติยา คนฺธมาลาทีนํ อตฺถาย ทินฺนํ ธนนฺติ อตฺโถ. อญฺญํ เปตฺติกํ อญฺญํ ปิตามหนฺติ ยํ ปน เต ปิตุ จ ปิตามหานญฺจ สนฺตกํ, ตํ อญฺญํเยว, นิหิตญฺจ ปยุตฺตญฺจ อติวิย พหุ. เอตฺถ จ ‘‘ปิตามห’’นฺติ ตทฺธิตโลปํ กตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ‘‘เปตามห’’นฺติ วา ปาโฐ. สกฺกา ตโตนิทานนฺติ ธนเหตุ ธนปจฺจยา. ตํ ตํ ธนํ รกฺขนฺตสฺส จ ราชาทีนํ วเสน ธนปริกฺขยํ ปาปุณนฺตสฺส กสฺสจิ อุปฺปชฺชมานโสกาทโย สนฺธาย เอวมาห. เอวํ วุตฺเต เสฏฺฐิ คหปติ – ‘‘อหํ อิมํ อุปฺปพฺพาเชสฺสามีติ อาเนสึ, โส ทานิ เม ธมฺมกถํ กาตุํ อารทฺโธ, อยํ น เม วจนํ กริสฺสตี’’ติ อุฏฺฐาย คนฺตฺวา อสฺส โอโรธานํ ทฺวารํ วิวราเปตฺวา – ‘‘อยํ โว สามิโก, คจฺฉถ ยํ กิญฺจิ กตฺวา นํ คณฺหิตุํ วายมถา’’ติ อุยฺโยเชสิ. สุวเย ฐิตา นาฏกิตฺถิโย นิกฺขมิตฺวา เถรํ ปริวารยึสุ, ตาสุ เทฺว เชฏฺฐกิตฺถิโย สนฺธาย ปุราณทุติยิกาติอาทิ วุตฺตํ. ปจฺเจกํ ปาเทสุ คเหตฺวาติ เอเกกมฺหิ ปาเท นํ คเหตฺวา.

กีทิสา นาม ตา อยฺยปุตฺต อจฺฉราโยติ กสฺมา เอวมาหํสุ? ตทา กิร สมฺพหุเล ขตฺติยกุมาเรปิ พฺราหฺมณกุมาเรปิ เสฏฺฐิปุตฺเตปิ มหาสมฺปตฺติโย ปหาย ปพฺพชนฺเต ทิสฺวา ปพฺพชฺชาคุณํ อชานนฺตา กถํ สมุฏฺฐาเปนฺติ ‘‘กสฺมา เอเต ปพฺพชนฺตี’’ติ. อถญฺเญ วทนฺติ ‘‘เทวจฺฉราเทวนาฏกานํ การณา’’ติ. สา กถา วิตฺถาริกา อโหสิ. ตํ คเหตฺวา สพฺพา เอวมาหํสุ. อถ เถโร ปฏิกฺขิปนฺโต น โข มยํ ภคินีติอาทิมาห. สมุทาจรตีติ โวหรติ วทติ. ตตฺเถว มุจฺฉิตา ปปตึสูติ ตํ ภคินิวาเทน สมุทาจรนฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยํ อชฺช อาคมิสฺสติ, อชฺช อาคมิสฺสตี’’ติ ทฺวาทส วสฺสานิ พหิ น นิกฺขนฺตา, เอตํ นิสฺสาย โน ทารกา น ลทฺธา, เยสํ อานุภาเวน ชีเวยฺยาม, อิโต จมฺหา ปริหีนา อญฺญโต จ. อยํ โลโก นาม อตฺตโนว จินฺเตสิ, ตสฺมา ตาปิ ‘‘อิทานิ มยํ อนาถา ชาตา’’ติ อตฺตโนว จินฺตยมานา – ‘‘อนตฺถิโก ทานิ อเมฺหหิ อยํ, โส อเมฺห ปชาปติโย สมานา อตฺตนา สทฺธึ เอกมาตุกุจฺฉิยา สยิตทาริกา วิย มญฺญตี’’ติ สมุปฺปนฺนพลวโสกา หุตฺวา ตสฺมึเยว ปเทเส มุจฺฉิตา ปปตึสุ, ปติตาติ อตฺโถ.

มา โน วิเหเฐถาติ มา อเมฺห ธนํ ทสฺเสตฺวา มาตุคาเม จ อุยฺโยเชตฺวา วิเหฐยิตฺถ, วิเหสา เหสา ปพฺพชิตานนฺติ. กสฺมา เอวมาห? มาตาปิตูนํ อนุคฺคเหน. โส กิร เสฏฺฐิ – ‘‘ปพฺพชิตลิงฺคํ นาม กิลิฏฺฐํ, ปพฺพชฺชาเวสํ หาเรตฺวา นฺหายิตฺวา ตโย ชนา เอกโต ภุญฺชิสฺสามา’’ติ มญฺญมาโน เถรสฺส ภิกฺขํ น เทติ. เถโร – ‘‘มาทิสสฺส ขีณาสวสฺส อาหารนฺตรายํ กตฺวา เอเต พหุํ อปุญฺญํ ปสเวยฺยุ’’นฺติ เตสํ อนุคฺคเหน เอวมาห.

๓๐๒. คาถา อภาสีติ คาถาโย อภาสิ. ตตฺถ ปสฺสาติ สนฺติเก ฐิตชนํ สนฺธาย วทติ. จิตฺตนฺติ จิตฺตวิจิตฺตํ. พิมฺพนฺติ อตฺตภาวํ. อรุกายนฺติ นวนฺนํ วณมุขานํ วเสน วณกายํ. สมุสฺสิตนฺติ ตีณิ อฏฺฐิสตานิ นวหิ นฺหารุสเตหิ พนฺธิตฺวา นวหิ มํสเปสิสเตหิ ลิมฺปิตฺวา สมนฺตโต อุสฺสิตํ. อาตุรนฺติ ชราตุรตาย โรคาตุรตาย กิเลสาตุรตาย จ นิจฺจาตุรํ. พหุสงฺกปฺปนฺติ ปเรสํ อุปฺปนฺนปตฺถนาสงฺกปฺเปหิ พหุสงฺกปฺปํ. อิตฺถีนญฺหิ กาเย ปุริสานํ สงฺกปฺปา อุปฺปชฺชนฺติ, เตสํ กาเย อิตฺถีนํ. สุสาเน ฉฑฺฑิตกเฬวรภูตมฺปิ เจตํ กากกุลลาทโย ปตฺถยนฺติเยวาติ พหุสงฺกปฺโป นาม โหติ. ยสฺส นตฺถิ ธุวํ ฐิตีติ ยสฺส กายสฺส มายามรีจิเผณปิณฺฑ อุทกปุปฺผุฬาทีนํ วิย เอกํเสเนว ฐิติ นาม นตฺถิ, ภิชฺชนธมฺมตาว นิยตา.

ตเจน โอนทฺธนฺติ อลฺลมนุสฺสจมฺเมน โอนทฺธํ. สห วตฺเถภิ โสภตีติ คนฺธาทีหิ มณิกุณฺฑเลหิ จ จิตฺตกตมฺปิ รูปํ วตฺเถหิ สเหว โสภติ, วินา วตฺเถหิ เชคุจฺฉํ โหติ อโนโลกนกฺขมํ.

อลตฺตกกตาติ อลตฺตเกน รญฺชิตา. จุณฺณกมกฺขิตนฺติ สาสปกกฺเกน มุขปีฬกาทีนิ นีหริตฺวา โลณมตฺติกาย ทุฏฺฐโลหิตํ วิลิยาเปตฺวา ติลปิฏฺเฐน โลหิตํ ปสาเทตฺวา หลิทฺทิยา วณฺณํ สมฺปาเทตฺวา จุณฺณกคณฺฑิกาย มุขํ ปหรนฺติ, เตเนส อติวิย วิโรจติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

อฏฺฐาปทกตาติ รโสทเกน มกฺขิตฺวา นลาฏปริยนฺเต อาวตฺตนปริวตฺเต กตฺวา อฏฺฐปทกรจนาย รจิตา. อญฺชนีติ อญฺชนนาฬิกา.

โอทหีติ ฐเปสิ. ปาสนฺติ วากราชาลํ. นาสทาติ น ฆฏฺฏยิ. นิวาปนฺติ นิวาปสุตฺเต วุตฺตนิวาปติณสทิสโภชนํ. กนฺทนฺเตติ วิรวมาเน ปริเทวมาเน. อิมาย หิ คาถาย เถโร มาตาปิตโร มิคลุทฺทเก วิย กตฺวา ทสฺเสสิ, อวเสสญาตเก มิคลุทฺทกปริสํ วิย, หิรญฺญสุวณฺณํ วากราชาลํ วิย, อตฺตนา ภุตฺตโภชนํ นิวาปติณํ วิย, อตฺตานํ มหามิคํ วิย กตฺวา ทสฺเสสิ. ยถา หิ มหามิโค ยาวทตฺถํ นิวาปติณํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา ทิสํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิมํ นาม ฐานํ คตสฺส โสตฺถิ ภวิสฺสตี’’ติ มิคลุทฺทกานํ ปริเทวนฺตานํเยว วากรํ อฆฏฺฏยมาโนว อุปฺปติตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ฆนจฺฉายสฺส ฉตฺตสฺส วิย คุมฺพสฺส เหฏฺฐา มนฺทมนฺเทน วาเตน พีชยมาโน อาคตมคฺคํ โอโลเกนฺโต ติฏฺฐติ, เอวเมว เถโร อิมา คาถา ภาสิตฺวา อากาเสเนว คนฺตฺวา มิคจีเร ปจฺจุปฏฺฐาสิ.

กสฺมา ปน เถโร อากาเสน คโตติ. ปิตา กิรสฺส เสฏฺฐิ สตฺตสุ ทฺวารโกฏฺฐเกสุ อคฺคฬํ ทาเปตฺวา มลฺเล อาณาเปสิ – ‘‘สเจ นิกฺขมิตฺวา คจฺฉติ, หตฺถปาเทสุ นํ คเหตฺวา กาสายานิ หริตฺวา คิหิเวสํ คณฺหาเปถา’’ติ. ตสฺมา เถโร – ‘‘เอเต มาทิสํ มหาขีณาสวํ หตฺเถ วา ปาเท วา คเหตฺวา อปุญฺญํ ปสเวยฺยุํ, ตํ เนสํ มา อโหสี’’ติ จินฺเตตฺวา อากาเสน อคมาสิ. ปรสมุทฺทวาสิตฺเถรานํ ปน – ‘‘ฐิตโกว อิมา คาถา ภาสิตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา รญฺโญ โกรพฺยสฺส มิคจีเร ปจฺจุปฏฺฐาสี’’ติ อยํ วาจนามคฺโคเยว.

๓๐๓. มิคโวติ ตสฺส อุยฺยานปาลสฺส นามํ. โสเธนฺโตติ อุยฺยานมคฺคํ สมํ กาเรตฺวา อนฺโตอุยฺยาเน ตจฺฉิตพฺพยุตฺตฏฺฐานานิ ตจฺฉาเปนฺโต สมฺมชฺชิตพฺพยุตฺตานิ ฐานานิ สมฺมชฺชาเปนฺโต วาลุกาโอกิรณ-ปุปฺผวิกิรณ-ปุณฺณฆฏฏฺฐปน-กทลิกฺขนฺธฐปนาทีนิ จ กโรนฺโตติ อตฺโถ. เยน ราชา โกรโพฺย เตนุปสงฺกมีติ อมฺหากํ ราชา สทา อิมสฺส กุลปุตฺตสฺส วณฺณํ กเถสิ, ปสฺสิตุกาโม เอตํ, อาคตภาวํ ปนสฺส น ชานาติ, มหา โข ปนายํ ปณฺณากาโร, คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรเจสฺสามีติ จินฺเตตฺวา เยน ราชา โกรโพฺย เตนุปสงฺกมิ.

กิตฺตยมาโน อโหสีติ โส กิร ราชา เถรํ อนุสฺสริตฺวา พลมชฺเฌปิ นาฏกมชฺเฌปิ – ‘‘ทุกฺกรํ กตํ กุลปุตฺเตน ตาว มหนฺตํ สมฺปตฺตึ ปหาย ปพฺพชิตฺวา ปุนนิวตฺติตฺวา อนปโลเกนฺเตนา’’ติ คุณํ กเถสิ, ตํ คเหตฺวา อยํ เอวมาห. วิสฺสชฺเชถาติ วตฺวาติ โอโรธมหามตฺตพลกายาทีสุ ยสฺส ยํ อนุจฺฉวิกํ, ตสฺส ตํ ทาเปตฺวาติ อตฺโถ. อุสฺสฏาย อุสฺสฏายาติ อุสฺสิตาย อุสฺสิตาย, มหามตฺตมหารฏฺฐิกาทีนํ วเสน อุคฺคตุคฺคตเมว ปริสํ คเหตฺวา อุปสงฺกมีติ อตฺโถ. อิธ ภวํ รฏฺฐปาโล หตฺถตฺถเร นิสีทตูติ หตฺถตฺถโร ตนุโก พหลปุปฺผาทิคุณํ กตฺวา อตฺถโต อภิลกฺขิโต โหติ, ตาทิเส อนาปุจฺฉิตฺวา นิสีทิตุํ น ยุตฺตนฺติ มญฺญมาโน เอวมาห.

๓๐๔. ปาริชุญฺญานีติ ปาริชุญฺญภาวา ปริกฺขยา. ชิณฺโณติ ชราชิณฺโณ. วุฑฺโฒติ วโยวุฑฺโฒ. มหลฺลโกติ ชาติมหลฺลโก. อทฺธคโตติ อทฺธานํ อติกฺกนฺโต. วโยอนุปฺปตฺโตติ ปจฺฉิมวยํ อนุปฺปตฺโต. ปพฺพชตีติ ธุรวิหารํ คนฺตฺวา ภิกฺขู วนฺทิตฺวา, – ‘‘ภนฺเต, มยา ทหรกาเล พหุํ กุสลํ กตํ, อิทานิ มหลฺลโกมฺหิ, มหลฺลกสฺส เจสา ปพฺพชฺชา นาม, เจติยงฺคณํ สมฺมชฺชิตฺวา อปฺปหริตํ กตฺวา ชีวิสฺสามิ, ปพฺพาเชถ มํ, ภนฺเต,’’ติ การุญฺญํ อุปฺปาเทนฺโต ยาจติ, เถรา อนุกมฺปาย ปพฺพาเชนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ทุติยวาเรปิ เอเสว นโย.

อปฺปาพาโธติ อโรโค. อปฺปาตงฺโกติ นิทฺทุกฺโข. สมเวปากินิยาติ สมวิปาจนิยา. คหณิยาติ กมฺมชเตโชธาตุยา. ตตฺถ ยสฺส ภุตฺตภุตฺโต อาหาโร ชีรติ, ยสฺส วา ปน ปุฏภตฺตํ วิย ตเถว ติฏฺฐติ, อุโภเปเต น สมเวปากินิยา คหณิยา สมนฺนาคตา. ยสฺส ปน ภุตฺตกาเล ภตฺตจฺฉนฺโท อุปฺปชฺชเตว, อยํ สมเวปากินิยา สมนฺนาคโต. นาติสีตาย นจฺจุณฺหายาติ เตเนว การเณน นาติสีตาย นจฺจุณฺหาย. อนุปุพฺเพนาติ ราชาโน วา หรนฺตีติอาทินา อนุกฺกเมน. ทุติยวาเร ราชภยโจรภยฉาตกภยาทินา อนุกฺกเมน.

๓๐๕. ธมฺมุทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐาติ ธมฺมนิทฺเทสา อุทฺทิฏฺฐา. อุปนิยฺยตีติ ชรามรณสนฺติกํ คจฺฉติ, อายุกฺขเยน วา ตตฺถ นิยฺยติ. อทฺธุโวติ ธุวฏฺฐานวิรหิโต. อตาโณติ ตายิตุํ สมตฺเถน วิรหิโต. อนภิสฺสโรติ อสรโณ อภิสริตฺวา อภิคนฺตฺวา อสฺสาเสตุํ สมตฺเถน วิรหิโต. อสฺสโกติ นิสฺสโก สกภณฺฑวิรหิโต. สพฺพํ ปหาย คมนียนฺติ สกภณฺฑนฺติ สลฺลกฺขิตํ สพฺพํ ปหาย โลเกน คนฺตพฺพํ. ตณฺหาทาโสติ ตณฺหาย ทาโส.

๓๐๖. หตฺถิสฺมินฺติ หตฺถิสิปฺเป. กตาวีติ กตกรณีโย, สิกฺขิตสิกฺโข ปคุณสิปฺโปติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อูรุพลีติ อูรุพลสมฺปนฺโน. ยสฺส หิ ผลกญฺจ อาวุธญฺจ คเหตฺวา ปรเสนํ ปวิสิตฺวา อภินฺนํ ภินฺทโต ภินฺนํ สนฺธารยโต ปรหตฺถคตํ รชฺชํ อาหริตุํ อูรุพลํ อตฺถิ, อยํ อูรุพลี นาม. พาหุพลีติ พาหุพลสมฺปนฺโน. เสสํ ปุริมสทิสเมว. อลมตฺโตติ สมตฺถอตฺตภาโว.

ปริโยธาย วตฺติสฺสนฺตีติ อุปฺปนฺนํ อุปฺปทฺทวํ โอธาย อวตฺถริตฺวา วตฺติสฺสนฺตีติ สลฺลกฺเขตฺวา คหิตา.

สํวิชฺชติ โข, โภ รฏฺฐปาล, อิมสฺมึ ราชกุเล ปหูตํ หิรญฺญสุวณฺณนฺติ อิทํ โส ราชา อุปริ ธมฺมุทฺเทสสฺส การณํ อาหรนฺโต อาห.

อถาปรํ เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘ปสฺสามิ โลเก’’ติอาทินา นเยน จตุนฺนํ ธมฺมุทฺเทสานํ อนุคีตึ อโวจ.

๓๐๗. ตตฺถ ภิยฺโยว กาเม อภิปตฺถยนฺตีติ เอกํ ลภิตฺวา เทฺว ปตฺถยนฺติ, เทฺว ลภิตฺวา จตฺตาโรติ เอวํ อุตฺตรุตฺตริ วตฺถุกามกิเลสกาเม ปตฺถยนฺติเยว.

ปสยฺหาติ สปตฺตคณํ อภิภวิตฺวา. สสาครนฺตนฺติ สทฺธึ สาครนฺเตน. โอรํ สมุทฺทสฺสาติ ยํ สมุทฺทสฺส โอรโต สกรฏฺฐํ, เตน อติตฺตรูโปติ อตฺโถ. น หตฺถีติ น หิ อตฺถิ.

อโห วตา โนติ อโห วต นุ, อยเมว วา ปาโฐ. อมราติ จาหูติ อมรํ อิติ จ อาหุ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยํ มตํ ญาตี ปริวาเรตฺวา กนฺทนฺติ, ตํ – ‘‘อโห วต อมฺหากํ ภาตา มโต, ปุตฺโต มโต’’ติอาทีนิปิ วทนฺติ.

ผุสนฺติ ผสฺสนฺติ มรณผสฺสํ ผุสนฺติ. ตเถว ผุฏฺโฐติ ยถา พาโล, ธีโรปิ ตเถว มรณผสฺเสน ผุฏฺโฐ, อผุฏฺโฐ นาม นตฺถิ, อยํ ปน วิเสโส. พาโล จ พาลฺยา วธิโตว เสตีติ พาโล พาลภาเวน มรณผสฺสํ อาคมฺม วธิโตว เสติ อภิหโตว สยติ. อกตํ วต เม กลฺยาณนฺติอาทิวิปฺปฏิสารวเสน จลติ เวธติ วิปฺผนฺทติ. ธีโร จ น เวธตีติ ธีโร สุคตินิมิตฺตํ ปสฺสนฺโต น เวธติ น จลติ.

ยาย โวสานํ อิธาธิคจฺฉตีติ ยาย ปญฺญาย อิมสฺมึ โลเก สพฺพกิจฺจโวสานํ อรหตฺตํ อธิคจฺฉติ, สาว ธนโต อุตฺตมตรา. อโพฺยสิตตฺตาติ อปริโยสิตตฺตา, อรหตฺตปตฺติยา, อภาเวนาติ อตฺโถ. ภวาภเวสูติ หีนปฺปณีเตสุ ภเวสุ.

อุเปติ คพฺภญฺจ ปรญฺจ โลกนฺติ เตสุ ปาปํ กโรนฺเตสุ โย โกจิ สตฺโต ปรมฺปราย สํสารํ อาปชฺชิตฺวา คพฺภญฺจ ปรญฺจ โลกํ อุเปติ. ตสฺสปฺปปญฺโญติ ตสฺส ตาทิสสฺส อปฺปปญฺญสฺส อญฺโญ อปฺปปญฺโญ อภิสทฺทหนฺโต.

สกมฺมุนา หญฺญตีติ อตฺตนา กตกมฺมวเสน ‘‘กสาหิปิ ตาเลตี’’ติอาทีหิ กมฺมการณาหิ หญฺญติ. เปจฺจ ปรมฺหิ โลเกติ อิโต คนฺตฺวา ปรมฺหิ อปายโลเก.

วิรูปรูเปนาติ วิวิธรูเปน, นานาสภาเวนาติ อตฺโถ. กามคุเณสูติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเกสุ สพฺพกามคุเณสุ อาทีนวํ ทิสฺวา. ทหราติ อนฺตมโส กลลมตฺตภาวํ อุปาทาย ตรุณา. วุฑฺฒาติ วสฺสสตาติกฺกนฺตา. อปณฺณกํ สามญฺญเมว เสยฺโยติ อวิรุทฺธํ อทฺวชฺฌคามึ เอกนฺตนิยฺยานิกํ สามญฺญเมว ‘‘เสยฺโย, อุตฺตริตรญฺจ ปณีตตรญฺจา’’ติ อุปธาเรตฺวา ปพฺพชิโตสฺมิ มหาราชาติ. ตสฺมา ยํ ตฺวํ วทสิ – ‘‘กึ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา’’ติ, อิทํ ทิสฺวา จ สุตฺวา จ ปพฺพชิโตสฺมีติ มํ ธาเรหีติ เทสนํ นิฏฺฐาเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

รฏฺฐปาลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มฆเทวสุตฺตวณฺณนา

๓๐๘. เอวํ เม สุตนฺติ มฆเทวสุตฺตํ. ตตฺถ มฆเทวอมฺพวเนติ ปุพฺเพ มฆเทโว นาม ราชา ตํ อมฺพวนํ โรเปสิ. เตสุ รุกฺเขสุ ปลุชฺชมาเนสุ อปรภาเค อญฺเญปิ ราชาโน โรเปสุํเยว. ตํ ปน ปฐมโวหารวเสน มฆเทวมฺพวนนฺเตว สงฺขํ คตํ. สิตํ ปาตฺวากาสีติ สายนฺหสมเย วิหารจาริกํ จรมาโน รมณียํ ภูมิภาคํ ทิสฺวา – ‘‘วสิตปุพฺพํ นุ โข เม อิมสฺมึ โอกาเส’’ติ อาวชฺชนฺโต – ‘‘ปุพฺเพ อหํ มฆเทโว นาม ราชา หุตฺวา อิมํ อมฺพวนํ โรเปสึ, เอตฺเถว ปพฺพชิตฺวา จตฺตาโร พฺรหฺมวิหาเร ภาเวตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตึ. ตํ โข ปเนตํ การณํ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อปากฏํ, ปากฏํ กริสฺสามี’’ติ อคฺคคฺคทนฺเต ทสฺเสนฺโต สิตํ ปาตุ อกาสิ.

ธมฺโม อสฺส อตฺถีติ ธมฺมิโก. ธมฺเมน ราชา ชาโตติ ธมฺมราชา. ธมฺเม ฐิโตติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺเม ฐิโต. ธมฺมํ จรตีติ สมํ จรติ. ตตฺร พฺราหฺมณคหปติเกสูติ โยปิ โส ปุพฺพราชูหิ พฺราหฺมณานํ ทินฺนปริหาโร, ตํ อหาเปตฺวา ปกตินิยาเมเนว อทาสิ, ตถา คหปติกานํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ปกฺขสฺสาติ อิมินา ปาฏิหาริกปกฺโขปิ สงฺคหิโต. อฏฺฐมีอุโปสถสฺส หิ ปจฺจุคฺคมนานุคฺคมนวเสน สตฺตมิยญฺจ นวมิยญฺจ, จาตุทฺทสปนฺนรสานํ ปจฺจุคฺคมนานุคฺคมนวเสน เตรสิยญฺจ ปาฏิปเท จาติ อิเม ทิวสา ปาฏิหาริกปกฺขาติ เวทิตพฺพา. เตสุปิ อุโปสถํ อุปวสิ.

๓๐๙. เทวทูตาติ เทโวติ มจฺจุ, ตสฺส ทูตาติ เทวทูตา. สิรสฺมิญฺหิ ปลิเตสุ ปาตุภูเตสุ มจฺจุราชสฺส สนฺติเก ฐิโต วิย โหติ, ตสฺมา ปลิตานิ มจฺจุเทวสฺส ทูตาติ วุจฺจนฺติ. เทวา วิย ทูตาติปิ เทวทูตา. ยถา หิ อลงฺกตปฏิยตฺตาย เทวตาย อากาเส ฐตฺวา ‘‘อสุกทิวเส มริสฺสตี’’ติ วุตฺเต ตํ ตเถว โหติ, เอวํ สิรสฺมึ ปลิเตสุ ปาตุภูเตสุ เทวตาพฺยากรณสทิสเมว โหติ. ตสฺมา ปลิตานิ เทวสทิสา ทูตาติ วุจฺจนฺติ. วิสุทฺธิเทวานํ ทูตาติปิ เทวทูตา. สพฺพโพธิสตฺตา หิ ชิณฺณพฺยาธิตมตปพฺพชิเต ทิสฺวาว สํเวคมาปชฺชิตฺวา นิกฺขมฺม ปพฺพชนฺติ. ยถาห –

‘‘ชิณฺณญฺจ ทิสฺวา ทุขิตญฺจ พฺยาธิตํ,

มตญฺจ ทิสฺวา คตมายุสงฺขยํ;

กาสายวตฺถํ ปพฺพชิตญฺจ ทิสฺวา,

ตสฺมา อหํ ปพฺพชิโตมฺหิ ราชา’’ติ.

อิมินา ปริยาเยน ปลิตานิ วิสุทฺธิเทวานํ ทูตตฺตา เทวทูตาติ วุจฺจนฺติ.

กปฺปกสฺส คามวรํ ทตฺวาติ สตสหสฺสุฏฺฐานกํ เชฏฺฐกคามํ ทตฺวา. กสฺมา อทาสิ? สํวิคฺคมานสตฺตา. ตสฺส หิ อญฺชลิสฺมึ ฐปิตานิ ปลิตานิ ทิสฺวาว สํเวโค อุปฺปชฺชติ. อญฺญานิ จตุราสีติวสฺสสหสฺสานิ อายุ อตฺถิ, เอวํ สนฺเตปิ มจฺจุราชสฺส สนฺติเก ฐิตํ วิย อตฺตานํ มญฺญมาโน สํวิคฺโค ปพฺพชฺชํ โรเจติ. เตน วุตฺตํ –

‘‘สิเร ทิสฺวาน ปลิตํ, มฆเทโว ทิสมฺปติ;

สํเวคํ อลภี ธีโร, ปพฺพชฺชํ สมโรจยี’’ติ.

อปรมฺปิ วุตฺตํ –

‘‘อุตฺตมงฺครุหา มยฺหํ, อิเม ชาตา วโยหรา;

ปาตุภูตา เทวทูตา, ปพฺพชฺชาสมโย มมา’’ติ.

ปุริสยุเคติ วํสสมฺภเว ปุริเส. เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวาติ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชนฺตาปิ หิ ปฐมํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา ปพฺพชนฺติ, ตโต ปฏฺฐาย วฑฺฒิเต เกเส พนฺธิตฺวา ชฏากลาปธรา หุตฺวา วิจรนฺติ. โพธิสตฺโตปิ ตาปสปพฺพชฺชํ ปพฺพชิ. ปพฺพชิโต ปน อเนสนํ อนนุยุญฺชิตฺวา ราชเคหโต อาหฏภิกฺขาย ยาเปนฺโต พฺรหฺมวิหารํ ภาเวสิ. ตสฺมา โส เมตฺตาสหคเตนาติอาทิ วุตฺตํ.

กุมารกีฬิตํ กีฬีติ องฺเกน องฺกํ ปริหริยมาโน กีฬิ. มาลากลาปํ วิย หิ นํ อุกฺขิปิตฺวาว วิจรึสุ. รญฺโญ มฆเทวสฺส ปุตฺโต…เป… ปพฺพชีติ อิมสฺส ปพฺพชิตทิวเส ปญฺจ มงฺคลานิ อเหสุํ. มฆเทวรญฺโญ มตกภตฺตํ, ตสฺส รญฺโญ ปพฺพชิตมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส ฉตฺตุสฺสาปนมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส อุปรชฺชมงฺคลํ, ตสฺส ปุตฺตสฺส นามกรณมงฺคลนฺติ เอกสฺมึเยว สมเย ปญฺจ มงฺคลานิ อเหสุํ, สกลชมฺพุทีปตเล อุนฺนงฺคลมโหสิ.

๓๑๑. ปุตฺตปปุตฺตกาติ ปุตฺตา จ ปุตฺตปุตฺตา จาติ เอวํ ปวตฺตา ตสฺส ปรมฺปรา. ปจฺฉิมโก อโหสีติ ปพฺพชฺชาปจฺฉิมโก อโหสิ. โพธิสตฺโต กิร พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺโต – ‘‘ปวตฺตติ นุ โข ตํ มยา มนุสฺสโลเก นิหตํ กลฺยาณวตฺต’’นฺติ อาวชฺชนฺโต อทฺทส – ‘‘เอตฺตกํ อทฺธานํ ปวตฺตติ, อิทานิ น ปวตฺติสฺสตี’’ติ. น โข ปนาหํ มยฺหํ ปเวณิยา อุจฺฉิชฺชิตุํ ทสฺสามีติ อตฺตโน วํเส ชาตรญฺโญเยว อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คเหตฺวา อตฺตโน วํสสฺส เนมึ ฆเฏนฺโต วิย นิพฺพตฺโต, เตเนวสฺส นิมีติ นามํ อโหสิ. อิติ โส ปพฺพชิตราชูนํ สพฺพปจฺฉิมโก หุตฺวา ปพฺพชิโตติ ปพฺพชฺชาปจฺฉิมโก อโหสิ. คุเณหิ ปน อติเรกตโร. ตสฺส หิ สพฺพราชูหิ อติเรกตรา เทฺว คุณา อเหสุํ. จตูสุ ทฺวาเรสุ สตสหสฺสํ สตสหสฺสํ วิสฺสชฺเชตฺวา เทวสิกํ ทานํ อทาสิ, อนุโปสถิกสฺส จ ทสฺสนํ นิวาเรสิ. อนุโปสถิเกสุ หิ ราชานํ ปสฺสิสฺสามาติ คเตสุ โทวาริโก ปุจฺฉติ ‘‘ตุเมฺห อุโปสถิกา โน วา’’ติ. เย อนุโปสถิกา โหนฺติ, เต นิวาเรติ ‘‘อนุโปสถิกานํ ราชา ทสฺสนํ น เทตี’’ติ. ‘‘มยํ ชนปทวาสิโน กาเล โภชนํ กุหึ ลภิสฺสามา’’ติปิ ตตฺถ วจโนกาโส นตฺถิ. จตูสุ หิ ทฺวาเรสุ ราชงฺคเณ จ อเนกานิ ภตฺตจาฏิสหสฺสานิ ปฏิยตฺตาเนว โหนฺติ. ตสฺมา มหาชโน อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐาเน มสฺสุํ กาเรตฺวา นฺหายิตฺวา วตฺถานิ ปริวตฺเตตฺวา ยถารุจิตํ โภชนํ ภุญฺชิตฺวา อุโปสถงฺคานิ อธิฏฺฐาย รญฺโญ เคหทฺวารํ คจฺฉติ. โทวาริเกน ‘‘อุโปสถิกา ตุเมฺห’’ติ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตา ‘‘อาม อามา’’ติ วทนฺติ. เตน หิ อาคจฺฉถาติ ปเวเสตฺวา รญฺโญ ทสฺเสติ. อิติ อิเมหิ ทฺวีหิ คุเณหิ อติเรกตโร อโหสิ.

๓๑๒. เทวานํ ตาวตึสานนฺติ ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺตเทวานํ. เต กิร เทวา วิเทหรฏฺเฐ มิถิลนครวาสิโน รญฺโญ โอวาเท ฐตฺวา ปญฺจ สีลานิ รกฺขิตฺวา อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตตฺถ นิพฺพตฺตา รญฺโญ คุณกถํ กเถนฺติ. เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เทวานํ ตาวตึสาน’’นฺติ.

นิสินฺโน โหตีติ ปาสาทวรสฺส อุปริคโต ทานญฺจ สีลญฺจ อุปปริกฺขมาโน นิสินฺโน โหติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ทานํ นุ โข มหนฺตํ อุทาหุ สีลํ, ยทิ ทานํ มหนฺตํ, อชฺโฌตฺถริตฺวา ทานเมว ทสฺสามิ. อถ สีลํ, สีลเมว ปูริสฺสามี’’ติ. ตสฺส ‘‘อิทํ มหนฺตํ อิทํ มหนฺต’’นฺติ นิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺตสฺเสว สกฺโก คนฺตฺวา ปุรโต ปาตุรโหสิ. เตน วุตฺตํ อถ โข, อานนฺท,…เป… สมฺมุเข ปาตุรโหสีติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘รญฺโญ กงฺขา อุปฺปนฺนา, ตสฺส กงฺขจฺเฉทนตฺถํ ปญฺหญฺจ กเถสฺสามิ, อิธาคมนตฺถาย ปฏิญฺญญฺจ คณฺหิสฺสามี’’ติ. ตสฺมา คนฺตฺวา สมฺมุเข ปาตุรโหสิ. ราชา อทิฏฺฐปุพฺพํ รูปํ ทิสฺวา ภีโต อโหสิ โลมหฏฺฐชาโต. อถ นํ สกฺโก – ‘‘มา ภายิ, มหาราช, วิสฺสตฺโถ ปญฺหํ ปุจฺฉ, กงฺขํ เต ปฏิวิโนเทสฺสามี’’ติ อาห.

ราชา –

‘‘ปุจฺฉามิ ตํ มหาราช, สพฺพภูตานมิสฺสร;

ทานํ วา พฺรหฺมจริยํ วา, กตมํ สุ มหปฺผล’’นฺติ. –

ปญฺหํ ปุจฺฉิ. สกฺโก – ‘‘ทานํ นาม กึ, สีลเมว คุณวิสิฏฺฐตาย มหนฺตํ. อหญฺหิ ปุพฺเพ, มหาราช, ทสวสฺสสหสฺสานิ ทสนฺนํ ชฏิลสหสฺสานํ ทานํ ทตฺวา เปตฺติวิสยโต น มุตฺโต, สีลวนฺตา ปน มยฺหํ ทานํ ภุญฺชิตฺวา พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺตา’’ติ วตฺวา อิมา คาถา อโวจ –

‘‘หีเนน พฺรหฺมจริเยน, ขตฺติเย อุปปชฺชติ;

มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ, อุตฺตเมน วิสุชฺฌติ.

น เหเต สุลภา กายา, ยาจโยเคน เกนจิ;

เย กาเย อุปปชฺชนฺติ, อนาคารา ตปสฺสิโน’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๒๙-๔๓๐);

เอวํ รญฺโญ กงฺขํ วิโนเทตฺวา เทวโลกคมนาย ปฏิญฺญาคหณตฺถํ ลาภา เต มหาราชาติอาทิมาห. ตตฺถ อวิกมฺปมาโนติ อภายมาโน. อธิวาเสสีติ อหํ มหาชนํ กุสลํ สมาทเปมิ, ปุญฺญวนฺตานํ ปน วสนฏฺฐานํ ทิสฺวา อาคเตน มนุสฺสปเถ สุขํ กเถตุํ โหตีติ อธิวาเสสิ.

๓๑๓. เอวํ ภทฺทนฺตวาติ เอวํ โหตุ ภทฺทกํ ตว วจนนฺติ วตฺวา. โยเชตฺวาติ เอกสฺมึเยว ยุเค สหสฺสอสฺสาชานีเย โยเชตฺวา. เตสํ ปน ปาฏิเยกฺกํ โยชนกิจฺจํ นตฺถิ, มนํ อาคมฺม ยุตฺตาเยว โหนฺติ. โส ปน ทิพฺพรโถ ทิยฑฺฒโยชนสติโก โหติ, นทฺธิโต ปฏฺฐาย รถสีสํ ปญฺญาสโยชนานิ, อกฺขพนฺโธ ปณฺณาสโยชนานิ, อกฺขพนฺธโต ปฏฺฐาย ปจฺฉาภาโค ปณฺณาสโยชนานิ, สพฺโพ สตฺตวณฺณรตนมโย. เทวโลโก นาม อุทฺธํ, มนุสฺสโลโก อโธ, ตสฺมา เหฏฺฐามุขํ รถํ เปเสสีติ น สลฺลกฺเขตพฺพํ. ยถา ปน ปกติมคฺคํ เปเสติ, เอวเมว มนุสฺสานํ สายมาสภตฺเต นิฏฺฐิเต จนฺเทน สทฺธึ ยุคนทฺธํ กตฺวา เปเสสิ, ยมกจนฺทา อุฏฺฐิตา วิย อเหสุํ. มหาชโน ทิสฺวา ‘‘ยมกจนฺทา อุคฺคตา’’ติ อาห. อาคจฺฉนฺเต อาคจฺฉนฺเต น ยมกจนฺทา, เอกํ วิมานํ, น วิมานํ, เอโก รโถติ. รโถปิ อาคจฺฉนฺโต อาคจฺฉนฺโต ปกติรถปฺปมาโณว, อสฺสาปิ ปกติอสฺสปฺปมาณาว อเหสุํ. เอวํ รถํ อาหริตฺวา รญฺโญ ปาสาทํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปาจีนสีหปญฺชรฏฺฐาเน รถํ นิวตฺเตตฺวา อาคตมคฺคาภิมุขํ กตฺวา สีหปญฺชเร ฐตฺวาว อาโรหนสชฺชํ ฐเปสิ.

อภิรุห มหาราชาติ ราชา – ‘‘ทิพฺพยานํ เม ลทฺธ’’นฺติ น ตาวเทว อภิรุหิ, นาครานํ ปน โอวาทํ อทาสิ ‘‘ปสฺสถ ตาตา, ยํ เม สกฺเกน เทวรญฺญา ทิพฺพรโถ เปสิโต, โส จ โข น ชาติโคตฺตํ วา กุลปฺปเทสํ วา ปฏิจฺจ เปสิโต, มยฺหํ ปน สีลาจารคุเณ ปสีทิตฺวา เปสิโต. สเจ ตุเมฺหปิ สีลํ รกฺขิสฺสถ, ตุมฺหากมฺปิ เปเสสฺสติ, เอวํ รกฺขิตุํ ยุตฺตํ นาเมตํ สีลํ. นาหํ เทวโลกํ คนฺตฺวา จิรายิสฺสามิ, อปฺปมตฺตา โหถา’’ติ มหาชนํ โอวทิตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา รถํ อภิรุหิ. ตโต มาตลิ สงฺคาหโก ‘‘อหมฺปิ มหาราชสฺส มมานุจฺฉวิกํ กริสฺสามี’’ติ อากาสมฺหิ เทฺว มคฺเค ทสฺเสตฺวา อปิจ มหาราชาติอาทิมาห.

ตตฺถ กตเมนาติ, มหาราช, อิเมสุ มคฺเคสุ เอโก นิรยํ คจฺฉติ, เอโก เทวโลกํ, เตสุ ตํ กตเมน เนมิ. เยนาติ เยน มคฺเคน คนฺตฺวา ยตฺถ ปาปกมฺมนฺตา ปาปกานํ กมฺมานํ วิปากํ ปฏิสํเวทิยนฺติ, ตํ ฐานํ สกฺกา โหติ ปสฺสิตุนฺติ อตฺโถ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ชาตเกปิ –

‘‘เกน ตํ เนมิ มคฺเคน, ราชเสฏฺฐ ทิสมฺปติ;

เยน วา ปาปกมฺมนฺตา, ปุญฺญกมฺมา จ เย นรา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๐) –

คาถาย อยเมวตฺโถ. เตเนวาห –

‘‘นิรเย ตาว ปสฺสามิ, อาวาเส ปาปกมฺมินํ;

ฐานานิ ลุทฺทกมฺมานํ, ทุสฺสีลานญฺจ ยา คตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๑);

อุภเยเนว มํ มาตลิ เนหีติ มาตลิ ทฺวีหิ มคฺเคหิ มํ เนหิ, อหํ นิรยํ ปสฺสิตุกาโม เทวโลกมฺปีติ. ปฐมํ กตเมน เนมีติ. ปฐมํ นิรยมคฺเคน เนหีติ. ตโต มาตลิ อตฺตโน อานุภาเวน ราชานํ ปญฺจทส มหานิรเย ทสฺเสสิ. วิตฺถารกถา ปเนตฺถ –

‘‘ทสฺเสสิ มาตลิ รญฺโญ, ทุคฺคํ เวตรณึ นทึ;

กุถิตํ ขารสํยุตฺตํ, ตตฺตํ อคฺคิสิขูปม’’นฺติ. (ชา. ๒.๒๒.๔๕๒) –

ชาตเก วุตฺตนเยน เวทิตพฺพา. นิรยํ ทสฺเสตฺวา รถํ นิวตฺเตตฺวา เทวโลกาภิมุขํ คนฺตฺวา พีรณีเทวธีตาย โสณทินฺนเทวปุตฺตสฺส คณเทวปุตฺตานญฺจ วิมานานิ ทสฺเสนฺโต เทวโลกํ เนสิ. ตตฺราปิ วิตฺถารกถา –

‘‘ยทิ เต สุตา พีรณี ชีวโลเก,

อามายทาสี อหุ พฺราหฺมณสฺส;

สา ปตฺตกาเล อติถึ วิทิตฺวา,

มาตาว ปุตฺตํ สกิมาภินนฺที;

สํยมา สํวิภาคา จ,

สา วิมานสฺมิ โมทตี’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๕๐๗) –

ชาตเก วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.

เอวํ คจฺฉโต ปน ตสฺส รถเนมิ วฏฺฏิยา จิตฺตกูฏทฺวารโกฏฺฐกสฺส อุมฺมาเร ปหตมตฺเตว เทวนคเร โกลาหลํ อโหสิ. สกฺกํ เทวราชานํ เอกกํเยว โอหาย เทวสงฺโฆ มหาสตฺตํ ปจฺจุคฺคมนมกาสิ, ตํ เทวตานํ อาทรํ ทิสฺวา สกฺโก จิตฺตํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต – ‘‘อภิรม, มหาราช, เทเวสุ เทวานุภาเวนา’’ติ อาห. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ ราชา อชฺช อาคนฺตฺวา เอกทิวเสเนว เทวคณํ อตฺตโน อภิมุขมกาสิ. สเจ เอกํ เทฺว ทิวเส วสิสฺสติ, น มํ เทวา โอโลเกสฺสนฺตี’’ติ. โส อุสูยมาโน, ‘‘มหาราช, ตุยฺหํ อิมสฺมึ เทวโลเก วสิตุํ ปุญฺญํ นตฺถิ, อญฺเญสํ ปุญฺเญน วสาหี’’ติ อิมินา อธิปฺปาเยน เอวมาห. โพธิสตฺโต – ‘‘นาสกฺขิ ชรสกฺโก มนํ สนฺธาเรตุํ, ปรํ นิสฺสาย ลทฺธํ โข ปน ยาจิตฺวา ลทฺธภณฺฑกํ วิย โหตี’’ติ ปฏิกฺขิปนฺโต อลํ มาริสาติอาทิมาห. ชาตเกปิ วุตฺตํ –

‘‘ยถา ยาจิตกํ ยานํ, ยถา ยาจิตกํ ธนํ;

เอวํสมฺปทเมเว ตํ, ยํ ปรโต ทานปจฺจยา;

น จาหเมตมิจฺฉามิ, ยํ ปรโต ทานปจฺจยา’’ติ. (ชา. ๒.๒๒.๕๘๕-๕๘๖) –

สพฺพํ วตฺตพฺพํ. โพธิสตฺโต ปน มนุสฺสตฺตภาเวน กติวาเร เทวโลกํ คโตติ. จตฺตาโร – มนฺธาตุราชกาเล สาธินราชกาเล คุตฺติลวีณาวาทกกาเล นิมิมหาราชกาเลติ. โส มนฺธาตุกาเล เทวโลเก อสงฺเขฺยยฺยํ กาลํ วสิ, ตสฺมิญฺหิ วสมาเนเยว ฉตฺตึส สกฺกา จวึสุ. สาธินราชกาเล สตฺตาหํ วสิ, มนุสฺสคณนาย สตฺต วสฺสสตานิ โหนฺติ. คุตฺติลวีณาวาทกกาเล จ นิมิราชกาเล จ มุหุตฺตมตฺตํ วสิ, มนุสฺสคณนาย สตฺต ทิวสานิ โหนฺติ.

๓๑๔. ตตฺเถว มิถิลํ ปฏิเนสีติ ปฏิเนตฺวา ปกติสิริคพฺเภเยว ปติฏฺฐาเปสิ.

๓๑๕. กฬารชนโกติ ตสฺส นามํ. กฬารทนฺตตาย ปน กฬารชนโกติ วุตฺโต. น โส อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชีติ เอตฺตกมตฺตเมว น อกาสิ, เสสํ สพฺพํ ปากติกเมว อโหสิ.

๓๑๖. สมุจฺเฉโท โหตีติ เอตฺถ กลฺยาณวตฺตํ โก สมุจฺฉินฺทติ, เกน สมุจฺฉินฺนํ, โก ปวตฺเตติ, เกน ปวตฺติตํ นาม โหตีติ อยํ วิภาโค เวทิตพฺโพ. ตตฺถ สีลวา ภิกฺขุ ‘‘น สกฺกา มยา อรหตฺตํ ลทฺธุ’’นฺติ วีริยํ อกโรนฺโต สมุจฺฉินฺทติ. ทุสฺสีเลน สมุจฺฉินฺนํ นาม โหติ. สตฺต เสขา ปวตฺเตนฺติ. ขีณาสเวน ปวตฺติตํ นาม โหติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มฆเทวสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. มธุรสุตฺตวณฺณนา

๓๑๗. เอวํ เม สุตนฺติ มธุรสุตฺตํ. ตตฺถ มหากจฺจาโนติ คิหิกาเล อุชฺเชนิกรญฺโญ ปุโรหิตปุตฺโต อภิรูโป ทสฺสนีโย ปาสาทิโก สุวณฺณวณฺโณ จ. มธุรายนฺติ เอวํนามเก นคเร. คุนฺทาวเนติ กณฺหกคุนฺทาวเน. อวนฺติปุตฺโตติ อวนฺติรฏฺเฐ รญฺโญ ธีตาย ปุตฺโต. วุทฺโธ เจว อรหา จาติ ทหรํ อรหนฺตมฺปิ น ตถา สมฺภาเวนฺติ ยถา มหลฺลกํ, เถโร ปน วุทฺโธ เจว อโหสิ อรหา จ. พฺราหฺมณา, โภ กจฺจานาติ โส กิร ราชา พฺราหฺมณลทฺธิโก, ตสฺมา เอวมาห. พฺราหฺมโณว เสฏฺโฐ วณฺโณติอาทีสุ ชาติโคตฺตาทีนํ ปญฺญาปนฏฺฐาเน พฺราหฺมณาว เสฏฺฐาติ ทสฺเสติ. หีโน อญฺโญ วณฺโณติ อิตเร ตโย วณฺณา หีนา ลามกาติ วทติ. สุกฺโกติ ปณฺฑโร. กโณฺหติ กาฬโก. สุชฺฌนฺตีติ ชาติโคตฺตาทิปญฺญาปนฏฺฐาเนสุ สุชฺฌนฺติ. พฺรหฺมุโน ปุตฺตาติ มหาพฺรหฺมุโน ปุตฺตา. โอรสา มุขโต ชาตาติ อุเร วสิตฺวา มุขโต นิกฺขนฺตา, อุเร กตฺวา สํวทฺธิตาติ วา โอรสา. พฺรหฺมชาติ พฺรหฺมโต นิพฺพตฺตา. พฺรหฺมนิมฺมิตาติ พฺรหฺมุนา นิมฺมิตา. พฺรหฺมทายาทาติ พฺรหฺมุโน ทายาทา. โฆโสเยว โข เอโสติ โวหารมตฺตเมเวตํ.

๓๑๘. อิชฺเฌยฺยาติ สมิชฺเฌยฺย, ยตฺตกานิ ธนาทีนิ ปตฺเถยฺย, ตตฺตเกหิสฺส มโนรโถ ปูเรยฺยาติ อตฺโถ. ขตฺติโยปิสฺสาสฺสาติ ขตฺติโยปิ อสฺส อิสฺสริยสมฺปตฺตสฺส ปุพฺพุฏฺฐายี อสฺส. เนสํ เอตฺถ กิญฺจีติ น เอเตสํ เอตฺถ กิญฺจิ.

๓๒๒. อาสเนน วา นิมนฺเตยฺยามาติ นิสินฺนาสนํ ปปฺโผเฏตฺวา อิธ นิสีทาติ วเทยฺยาม. อภินิมนฺเตยฺยามปิ นนฺติ อภิหริตฺวา ตํ นิมนฺเตยฺยาม. ตตฺถ ทุวิโธ อภิหาโร วาจาย เจว กาเยน จ. ‘‘ตุมฺหากํ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ มมํ จีวราทีหิ วเทยฺยาถ เยนตฺโถ’’ติ วทนฺโต หิ วาจาย อภิหริตฺวา นิมนฺเตติ นาม. จีวราทิเวกลฺลํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘อิทํ คณฺหถา’’ติ ตานิ เทนฺโต ปน กาเยน อภิหริตฺวา นิมนฺเตติ นาม. ตทุภยมฺปิ สนฺธาย ‘‘อภินิมนฺเตยฺยามปิ น’’นฺติ อาห. รกฺขาวรณคุตฺตินฺติ รกฺขาสงฺขาตญฺเจว อาวรณสงฺขาตญฺจ คุตฺตึ. ยา ปเนสา อาวุธหตฺเถ ปุริเส ฐเปนฺเตน รกฺขา, สา ธมฺมิกา นาม สํวิหิตา น โหติ. ยถา ปน อเวลาย กฏฺฐหาริกาปณฺณหาริกาทโย วิหารํ น ปวิสนฺติ, มิคลุทฺทกาทโย วิหารสีมาย มิเค วา มจฺเฉ วา น คณฺหนฺติ, เอวํ สํวิทหนฺเตน ธมฺมิกา นาม สํวิหิตา โหติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘ธมฺมิก’’นฺติ.

เอวํ สนฺเตติ เอวํ จตุนฺนมฺปิ วณฺณานํ ปพฺพชิตานํ ปพฺพชิตสกฺกาเรน สเม สมาเน. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มธุรสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. โพธิราชกุมารสุตฺตวณฺณนา

๓๒๔. เอวํ เม สุตนฺติ โพธิราชกุมารสุตฺตํ. ตตฺถ โกกนโทติ โกกนทํ วุจฺจติ ปทุมํ. โส จ มงฺคลปาสาโท โอโลกนกปทุมํ ทสฺเสตฺวา กโต, ตสฺมา โกกนโทติ สงฺขํ ลภิ.

๓๒๕. ยาว ปจฺฉิมโสปานกเฬวราติ เอตฺถ ปจฺฉิมโสปานกเฬวรนฺติ ปฐมํ โสปานผลกํ วุตฺตํ. อทฺทสา โขติ โอโลกนตฺถํเยว ทฺวารโกฏฺฐเก ฐิโต อทฺทส. ภควา ตุณฺหี อโหสีติ ‘‘กิสฺส นุ โข อตฺถาย ราชกุมาเรน อยํ มหาสกฺกาโร กโต’’ติ อาวชฺชนฺโต ปุตฺตปตฺถนาย กตภาวํ อญฺญาสิ. โส หิ ราชกุมาโร อปุตฺตโก, สุตญฺจาเนน อโหสิ – ‘‘พุทฺธานํ กิร อธิการํ กตฺวา มนสา อิจฺฉิตํ ลภนฺตี’’ติ. โส – ‘‘สจาหํ ปุตฺตํ ลภิสฺสามิ, สมฺมาสมฺพุทฺโธ มม เจลปฺปฏิกํ อกฺกมิสฺสติ. โน เจ ลภิสฺสามิ, น อกฺกมิสฺสตี’’ติ ปตฺถนํ กตฺวา สนฺถราเปสิ. อถ ภควา ‘‘นิพฺพตฺติสฺสติ นุ โข เอตสฺส ปุตฺโต’’ติ อาวชฺเชตฺวา ‘‘น นิพฺพตฺติสฺสตี’’ติ อทฺทส.

ปุพฺเพ กิร โส เอกสฺมึ ทีเป วสมาโน สมจฺฉนฺเทน สกุณโปตเก ขาทิ. สจสฺส มาตุคาโม อญฺโญว ภเวยฺย, ปุตฺตํ ลเภยฺย. อุโภหิ ปน สมานจฺฉนฺเทหิ หุตฺวา ปาปกมฺมํ กตํ, เตนสฺส ปุตฺโต น นิพฺพตฺติสฺสตีติ อญฺญาสิ. ทุสฺเส ปน อกฺกนฺเต – ‘‘พุทฺธานํ อธิการํ กตฺวา ปตฺถิตปตฺถิตํ ลภนฺตีติ โลเก อนุสฺสโว, มยา จ มหาอภินีหาโร กโต, น จ ปุตฺตํ ลภามิ, ตุจฺฉํ อิทํ วจน’’นฺติ มิจฺฉาคหณํ คเณฺหยฺย. ติตฺถิยาปิ – ‘‘นตฺถิ สมณานํ อกตฺตพฺพํ นาม, เจลปฺปฏิกํ มทฺทนฺตา อาหิณฺฑนฺตี’’ติ อุชฺฌาเยยฺยุํ. เอตรหิ จ อกฺกมนฺเตสุ พหู ภิกฺขู ปรจิตฺตวิทุโน, เต ภพฺพํ ชานิตฺวา อกฺกมิสฺสนฺติ, อภพฺพํ ชานิตฺวา น อกฺกมิสฺสนฺติ. อนาคเต ปน อุปนิสฺสโย มนฺโท ภวิสฺสติ, อนาคตํ น ชานิสฺสนฺติ. เตสุ อกฺกมนฺเตสุ สเจ ปตฺถิตํ อิชฺฌิสฺสติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ อิชฺฌิสฺสติ, – ‘‘ปุพฺเพ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อภินีหารํ กตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตํ ลภนฺติ, ตํ อิทานิ น ลภนฺติ. เตเยว มญฺเญ ภิกฺขู ปฏิปตฺติปูรกา อเหสุํ, อิเม ปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ น สกฺโกนฺตี’’ติ มนุสฺสา วิปฺปฏิสาริโน ภวิสฺสนฺตีติ อิเมหิ การเณหิ ภควา อกฺกมิตุํ อนิจฺฉนฺโต ตุณฺหี อโหสิ. สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ ‘‘น, ภิกฺขเว, เจลปฺปฏิกา อกฺกมิตพฺพา’’ติ (จูฬว. ๒๖๘). มงฺคลตฺถาย ปญฺญตฺตํ อนกฺกมนฺเตสุ ปน อกฺกมนตฺถาย อนุปญฺญตฺตึ ฐเปสิ – ‘‘คิหี, ภิกฺขเว, มงฺคลิกา, อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหีนํ มงฺคลตฺถายา’’ติ (จูฬว. ๒๖๘).

๓๒๖. ปจฺฉิมํ ชนตํ ตถาคโต อนุกมฺปตีติ อิทํ เถโร วุตฺเตสุ การเณสุ ตติยํ การณํ สนฺธายาห. น โข สุเขน สุขนฺติ กสฺมา อาห? กามสุขลฺลิกานุโยคสญฺญี หุตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺโธ น อกฺกมิ, ตสฺมา อหมฺปิ สตฺถารา สมานจฺฉนฺโท ภวิสฺสามีติ มญฺญมาโน เอวมาห.

๓๒๗. โส โข อหนฺติอาทิ ‘‘ยาว รตฺติยา ปจฺฉิเม ยาเม’’ติ ตาว มหาสจฺจเก (ม. นิ. ๑.๓๖๔ อาทโย) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ. ตโต ปรํ ยาว ปญฺจวคฺคิยานํ อาสวกฺขยา ปาสราสิสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๒๗๒ อาทโย) วุตฺตนเยน เวทิตพฺพํ.

๓๔๓. องฺกุสคเยฺห สิปฺเปติ องฺกุสคหณสิปฺเป. กุสโล อหนฺติ เฉโก อหํ. กสฺส ปนายํ สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหีติ? ปิตุ สนฺติเก, ปิตาปิสฺส ปิตุ สนฺติเกว อุคฺคณฺหิ. โกสมฺพิยํ กิร ปรนฺตปราชา นาม รชฺชํ กาเรสิ. ราชมเหสี ครุภารา อากาสตเล รญฺญา สทฺธึ พาลาตปํ ตปฺปมานา รตฺตกมฺพลํ ปารุปิตฺวา นิสินฺนา โหติ, เอโก หตฺถิลิงฺคสกุโณ ‘‘มํสเปสี’’ติ มญฺญมาโน คเหตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ. สา ‘‘ฉฑฺเฑยฺย ม’’นฺติ ภเยน นิสฺสทฺทา อโหสิ, โส ตํ ปพฺพตปาเท รุกฺขวิฏเป ฐเปสิ. สา ปาณิสฺสรํ กโรนฺตี มหาสทฺทมกาสิ. สกุโณ ปลายิ, ตสฺสา ตตฺเถว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. ติยามรตฺตึ เทเว วสฺสนฺเต กมฺพลํ ปารุปิตฺวา นิสีทิ. ตโต จ อวิทูเร ตาปโส วสติ. โส ตสฺสา สทฺเทน อรุเณ อุคฺคเต รุกฺขมูลํ อาคโต ชาตึ ปุจฺฉิตฺวา นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา โอตาเรตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ เนตฺวา ยาคุํ ปาเยสิ. ทารกสฺส เมฆอุตุญฺจ ปพฺพตอุตุญฺจ คเหตฺวา ชาตตฺตา อุเทโนติ นามํ อกาสิ. ตาปโส ผลาผลานิ อาหริตฺวา เทฺวปิ ชเน โปเสสิ.

สา เอกทิวสํ ตาปสสฺส อาคมนเวลาย ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา อิตฺถิกุตฺตํ ทสฺเสตฺวา ตาปสํ สีลเภทํ อาปาเทสิ. เตสํ เอกโต วสนฺตานํ กาเล คจฺฉนฺเต ปรนฺตปราชา กาลํ อกาสิ. ตาปโส รตฺติภาเค นกฺขตฺตํ โอโลเกตฺวา รญฺโญ มตภาวํ ญตฺวา – ‘‘ตุยฺหํ ราชา มโต, ปุตฺโต เต กึ อิธ วสิตุํ อิจฺฉติ, อุทาหุ เปตฺติเก รชฺเช ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุ’’นฺติ ปุจฺฉิ. สา ปุตฺตสฺส อาทิโต ปฏฺฐาย สพฺพํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิตฺวา ฉตฺตํ อุสฺสาเปตุกามตญฺจสฺส ญตฺวา ตาปสสฺส อาโรเจสิ. ตาปโส จ หตฺถิคนฺถสิปฺปํ ชานาติ, กุโตเนน ลทฺธํ? สกฺกสฺส สนฺติกา. ปุพฺเพ กิรสฺส สกฺโก อุปฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา ‘‘เกน กิลมถา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ‘‘หตฺถิปริสฺสโย อตฺถี’’ติ อาโรเจสิ. ตสฺส สกฺโก หตฺถิคนฺถญฺเจว วีณกญฺจ ทตฺวา ‘‘ปลาเปตุกามตาย สติ อิมํ ตนฺตึ วาเทตฺวา อิมํ สิโลกํ วเทยฺยาถ, ปกฺโกสิตุกามตาย สติ อิมํ สิโลกํ วเทยฺยาถา’’ติ อาห. ตาปโส ตํ สิปฺปํ กุมารสฺส อทาสิ. โส เอกํ วฏรุกฺขํ อภิรุหิตฺวา หตฺถีสุ อาคเตสุ ตนฺตึ วาเทตฺวา สิโลกํ วทติ, หตฺถี ภีตา ปลายึสุ.