๔. ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา

๒๐๑. เอวํ เม สุตนฺติ ทีฆนขสุตฺตํ. ตตฺถ สูกรขตายนฺติ สูกรขตาติ เอวํนามเก เลเณ. กสฺสปพุทฺธกาเล กิร ตํ เลณํ เอกสฺมึ พุทฺธนฺตเร ปถวิยา วฑฺฒมานาย อนฺโตภูมิคตํ ชาตํ. อเถกทิวสํ เอโก สูกโร ตสฺส ฉทนปริยนฺตสมีเป ปํสุํ ขณิ. เทเว วุฏฺเฏ ปํสุโธโต ฉทนปริยนฺโต ปากโฏ อโหสิ. เอโก วนจรโก ทิสฺวา – ‘‘ปุพฺเพ สีลวนฺเตหิ ปริภุตฺตเลเณน ภวิตพฺพํ, ปฏิชคฺคิสฺสามิ น’’นฺติ สมนฺตโต ปํสุํ อปเนตฺวา เลณํ โสเธตฺวา กุฏฺฏปริกฺเขปํ กตฺวา ทฺวารวาตปานํ โยเชตฺวา สุปรินิฏฺฐิต-สุธากมฺมจิตฺตกมฺมรชตปฏฺฏสทิสาย วาลุกาย สนฺถตปริเวณํ เลณํ กตฺวา มญฺจปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา ภควโต วสนตฺถาย อทาสิ. เลณํ คมฺภีรํ อโหสิ โอตริตฺวา อภิรุหิตพฺพํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ทีฆนโขติ ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส นามํ. อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? โส กิร เถเร อฑฺฒมาสปพฺพชิเต จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ มาตุโล อญฺญํ ปาสณฺฑํ คนฺตฺวา น จิรํ ติฏฺฐติ, อิทานิ ปนสฺส สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คตสฺส อฑฺฒมาโส ชาโต. ปวตฺติมฺปิสฺส น สุณามิ, โอชวนฺตํ นุ โข สาสนํ, ชานิสฺสามิ น’’นฺติ คนฺตุกาโม ชาโต. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. เอกมนฺตํ ฐิโตติ ตสฺมึ กิร สมเย เถโร ภควนฺตํ พีชยมาโน ฐิโต โหติ, ปริพฺพาชโก มาตุเล หิโรตฺตปฺเปน ฐิตโกว ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอกมนฺตํ ฐิโต’’ติ.

สพฺพํ เม นกฺขมตีติ สพฺพา เม อุปปตฺติโย นกฺขมนฺติ, ปฏิสนฺธิโย นกฺขมนฺตีติ อธิปฺปาเยน วทติ. เอตฺตาวตาเนน ‘‘อุจฺเฉทวาโทหมสฺมี’’ติ ทีปิตํ โหติ. ภควา ปนสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวา อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโต ยาปิ โข เตติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาปิ เต ทิฏฺฐิ นกฺขมตีติ เอสาปิ เต ปฐมํ รุจฺจิตฺวา ขมาเปตฺวา คหิตทิฏฺฐิ นกฺขมตีติ. เอสา เจ เม, โภ โคตม, ทิฏฺฐิ ขเมยฺยาติ มยฺหญฺหิ สพฺพํ นกฺขมตีติ ทิฏฺฐิ, ตสฺส มยฺหํ ยา เอสา สพฺพํ เม นกฺขมตีติ ทิฏฺฐิ, เอสา เม ขเมยฺย. ยํ ตํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิสฺส ตาทิสเมว. ยถา สพฺพคหเณน คหิตาปิ อยํ ทิฏฺฐิ ขมติ, เอวเมวํ ตมฺปิ ขเมยฺย. เอวํ อตฺตโน วาเท อาโรปิตํ โทสํ ญตฺวา ตํ ปริหรามีติ สญฺญาย วทติ, อตฺถโต ปนสฺส ‘‘เอสา ทิฏฺฐิ น เม ขมตี’’ติ อาปชฺชติ. ยสฺส ปเนสา น ขมติ น รุจฺจติ, ตสฺสายํ ตาย ทิฏฺฐิยา สพฺพํ เม น ขมตีติ ทิฏฺฐิ รุจิตํ. เตน หิ ทิฏฺฐิอกฺขเมน อรุจิเตน ภวิตพฺพนฺติ สพฺพํ ขมตีติ รุจฺจตีติ อาปชฺชติ. น ปเนส ตํ สมฺปฏิจฺฉติ, เกวลํ ตสฺสาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อุจฺเฉทเมว คณฺหาติ. เตนาห ภควา อโต โข เต, อคฺคิเวสฺสน,…เป… อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ. ตตฺถ อโตติ ปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ, เย ปชหนฺติ, เตหิ เย นปฺปชหนฺตีติ วุจฺจิยนฺติ, เตว พหุตราติ อตฺโถ. พหู หิ พหุตราติ เอตฺถ หิกาโร นิปาตมตฺตํ, พหู พหุตราติ อตฺโถ. ปรโต ตนู หิ ตนุตราติ ปเทปิ เอเสว นโย. เย เอวมาหํสูติ เย เอวํ วทนฺติ. ตญฺเจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ มูลทสฺสนํ นปฺปชหนฺติ, อปรทสฺสนํ อุปาทิยนฺติ.

เอตฺถ จ สสฺสตํ คเหตฺวา ตมฺปิ อปฺปหาย อุจฺเฉทํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา คเหตุํ น สกฺกา, อุจฺเฉทมฺปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา น สกฺกา คเหตุํ, เอกจฺจสสฺสตมฺปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา อุจฺเฉทํ วา น สกฺกา คเหตุํ. มูลสสฺสตํ ปน อปฺปหาย อญฺญํ สสฺสตเมว สกฺกา คเหตุํ. กถํ? เอกสฺมิญฺหิ สมเย ‘‘รูปํ สสฺสต’’นฺติ คเหตฺวา อปรสฺมึ สมเย ‘‘น สุทฺธรูปเมว สสฺสตํ, เวทนาปิ สสฺสตา, วิญฺญาณมฺปิ สสฺสต’’นฺติ คณฺหาติ. อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตญฺเจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตี’’ติ.

ทุติยวาเร อโตติ อปฺปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ, เย นปฺปชหนฺติ, เตหิ, เย ปชหนฺตีติ วุจฺจิยนฺติ, เตว ตนุตรา อปฺปตราติ อตฺโถ. ตญฺเจว ทิฏฺฐึ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ น อุปาทิยนฺตีติ ตญฺจ มูลทสฺสนํ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทสฺสนํ น คณฺหนฺติ. กถํ? เอกสฺมิญฺหิ สมเย ‘‘รูปํ สสฺสต’’นฺติ คเหตฺวา อปรสฺมึ สมเย ตตฺถ อาทีนวํ ทิสฺวา ‘‘โอฬาริกเมตํ มยฺหํ ทสฺสน’’นฺติ ปชหติ ‘‘น เกวลญฺจ รูปํ สสฺสตนฺติ ทสฺสนเมว โอฬาริกํ, เวทนาปิ สสฺสตา…เป… วิญฺญาณมฺปิ สสฺสตนฺติ ทสฺสนํ โอฬาริกเมวา’’ติ วิสฺสชฺเชติ. อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ. เอวํ ตญฺจ มูลทสฺสนํ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทสฺสนํ น คณฺหนฺติ.

สนฺตคฺคิเวสฺสนาติ กสฺมา อารภิ? อยํ อุจฺเฉทลทฺธิโก อตฺตโน ลทฺธึ นิคูหติ, ตสฺสา ปน ลทฺธิยา วณฺเณ วุจฺจมาเน อตฺตโน ลทฺธึ ปาตุกริสฺสตีติ ติสฺโส ลทฺธิโย เอกโต ทสฺเสตฺวา วิภชิตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

สาราคาย สนฺติเกติอาทีสุ ราควเสน วฏฺเฏ รชฺชนสฺส อาสนฺนา ตณฺหาทิฏฺฐิสํโยชเนน วฏฺฏสํโยชนสฺส สนฺติเก. อภินนฺทนายาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว คิลิตฺวา ปริยาทิยนสฺส คหณสฺส จ อาสนฺนาติ อตฺโถ. อสาราคาย สนฺติเกติอาทีสุ วฏฺเฏ อรชฺชนสฺส อาสนฺนาติอาทินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถ จ สสฺสตทสฺสนํ อปฺปสาวชฺชํ ทนฺธวิราคํ, อุจฺเฉททสฺสนํ มหาสาวชฺชํ ขิปฺปวิราคํ. กถํ? สสฺสตวาที หิ อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาติ, สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ, กุสลํ กโรติ, อกุสลํ กโรนฺโต ภายติ, วฏฺฏํ อสฺสาเทติ, อภินนฺทติ. พุทฺธานํ วา พุทฺธสาวกานํ วา สมฺมุขีภูโต สีฆํ ลทฺธึ ชหิตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา ตํ สสฺสตทสฺสนํ อปฺปสาวชฺชํ ทนฺธวิราคนฺติ วุจฺจติ. อุจฺเฉทวาที ปน อิธโลกปรโลกํ อตฺถีติ ชานาติ, สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ, กุสลํ น กโรติ, อกุสลํ กโรนฺโต น ภายติ, วฏฺฏํ น อสฺสาเทติ, นาภินนฺทติ, พุทฺธานํ วา พุทฺธสาวกานํ วา สมฺมุขีภาเว สีฆํ ทสฺสนํ ปชหติ. ปารมิโย ปูเรตุํ สกฺโกนฺโต พุทฺโธ หุตฺวา, อสกฺโกนฺโต อภินีหารํ กตฺวา สาวโก หุตฺวา ปรินิพฺพายติ. ตสฺมา อุจฺเฉททสฺสนํ มหาสาวชฺชํ ขิปฺปวิราคนฺติ วุจฺจติ.

๒๐๒. โส ปน ปริพฺพาชโก เอตมตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา – ‘‘มยฺหํ ทสฺสนํ สํวณฺเณติ ปสํสติ, อทฺธา เม สุนฺทรํ ทสฺสน’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา อุกฺกํเสติ เม ภวนฺติอาทิมาห.

อิทานิ ยสฺมา อยํ ปริพฺพาชโก กญฺชิเยเนว ติตฺตกาลาพุ, อุจฺเฉททสฺสเนเนว ปูริโต, โส ยถา กญฺชิยํ อปฺปหาย น สกฺกา ลาพุมฺหิ เตลผาณิตาทีนิ ปกฺขิปิตุํ, ปกฺขิตฺตานิปิ น คณฺหาติ, เอวเมวํ ตํ ลทฺธึ อปฺปหาย อภพฺโพ มคฺคผลานํ ลาภาย, ตสฺมา ลทฺธึ ชหาปนตฺถํ ตตฺรคฺคิเวสฺสนาติอาทิ อารทฺธํ. วิคฺคโหติ กลโห. เอวเมตาสํ ทิฏฺฐีนํ ปหานํ โหตีติ เอวํ วิคฺคหาทิอาทีนวํ ทิสฺวา ตาสํ ทิฏฺฐีนํ ปหานํ โหติ. โส หิ ปริพฺพาชโก ‘‘กึ เม อิมินา วิคฺคหาทินา’’ติ ตํ อุจฺเฉททสฺสนํ ปชหติ.

๒๐๕. อถสฺส ภควา วมิตกญฺชิเย ลาพุมฺหิ สปฺปิผาณิตาทีนิ ปกฺขิปนฺโต วิย หทเย อมโตสธํ ปูเรสฺสามีติ วิปสฺสนํ อาจิกฺขนฺโต อยํ โข ปน, อคฺคิเวสฺสน, กาโยติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ วมฺมิกสุตฺเต วุตฺโต. อนิจฺจโตติอาทีนิปิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตาเนว. โย กายสฺมึ กายฉนฺโทติ ยา กายสฺมึ ตณฺหา. เสฺนโหติ ตณฺหาเสฺนโหว. กายนฺวยตาติ กายานุคมนภาโว, กายํ อนุคจฺฉนกกิเลโสติ อตฺโถ.

เอวํ รูปกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อรูปกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต ติสฺโส โขติอาทิมาห. ปุน ตาสํเยว เวทนานํ อสมฺมิสฺสภาวํ ทสฺเสนฺโต ยสฺมึ, อคฺคิเวสฺสน, สมเยติอาทิมาห. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมึ สมเย สุขาทีสุ เอกํ เวทนํ เวทยติ, ตสฺมึ สมเย อญฺญา เวทนา อตฺตโน วารํ วา โอกาสํ วา โอโลกยมานา นิสินฺนา นาม นตฺถิ, อถ โข อนุปฺปนฺนาว โหนฺติ ภินฺนอุทกปุปฺผุฬา วิย จ อนฺตรหิตา วา. สุขาปิ โขติอาทิ ตาสํ เวทนานํ จุณฺณวิจุณฺณภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

น เกนจิ สํวทตีติ ตสฺสตํ คเหตฺวา ‘‘สสฺสตวาที อห’’นฺติ อุจฺเฉทวาทินาปิ สทฺธึ น สํวทติ, ตเมว คเหตฺวา ‘‘สสฺสตวาที อห’’นฺติ เอกจฺจสสฺสตวาทินา สทฺธึ น วิวทติ. เอวํ ตโยปิ วาทา ปริวตฺเตตฺวา โยเชตพฺพา. ยญฺจ โลเก วุตฺตนฺติ ยํ โลเก กถิตํ โวหริตํ, เตน โวหรติ อปรามสนฺโต กิญฺจิ ธมฺมํ ปรามาสคฺคาเหน อคฺคณฺหนฺโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘โย โหติ ภิกฺขุ อรหํ กตาวี,

ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี;

อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย,

มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺย;

โลเก สมญฺญํ กุสโล วิทิตฺวา,

โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕);

อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘อิมา โข จิตฺต โลกสมญฺญา โลกนิรุตฺติโย โลกโวหารา โลกปญฺญตฺติโย, ยาหิ ตถาคโต โวหรติ อปรามส’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๔๐).

๒๐๖. อภิญฺญาปหานมาหาติ สสฺสตาทีสุ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สสฺสตํ อภิญฺญาย ชานิตฺวา สสฺสตสฺส ปหานมาห, อุจฺเฉทํ, เอกจฺจสสฺสตํ อภิญฺญาย เอกจฺจสสฺสตสฺส ปหานํ วทติ. รูปํ อภิญฺญาย รูปสฺส ปหานํ วทตีติอาทินา นเยเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปฏิสญฺจิกฺขโตติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจีติ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺเธหิ อาสเวหิ อคฺคเหตฺวาว จิตฺตํ วิมุจฺจิ. เอตฺตาวตา เจส ปรสฺส วฑฺฒิตํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ขุทํ วิโนเทนฺโต วิย ปรสฺส อารทฺธาย ธมฺมเทสนาย ญาณํ เปเสตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตญฺเจว ปตฺโต, สาวกปารมีญาณสฺส จ มตฺถกํ, โสฬส จ ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต. ทีฆนโข ปน โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐิโต.

ภควา ปน อิมํ เทสนํ สูริเย ธรมาเนเยว นิฏฺฐาเปตฺวา คิชฺฌกูฏา โอรุยฺห เวฬุวนํ คนฺตฺวา สาวกสนฺนิปาตมกาสิ, จตุรงฺคสมนฺนาคโต สนฺนิปาโต อโหสิ. ตตฺริมานิ องฺคานิ – มาฆนกฺขตฺเตน ยุตฺโต ปุณฺณมอุโปสถทิวโส, เกนจิ อนามนฺติตานิ หุตฺวา อตฺตโนเยว ธมฺมตาย สนฺนิปติตานิ อฑฺฒเตลสานิ ภิกฺขุสตานิ, เตสุ เอโกปิ ปุถุชฺชโน วา โสตาปนฺน-สกทาคามิ-อนาคามิ-สุกฺขวิปสฺสก-อรหนฺเตสุ วา อญฺญตโร นตฺถิ, สพฺเพ ฉฬภิญฺญาว, เอโกปิ เจตฺถ สตฺถเกน เกเส ฉินฺทิตฺวา ปพฺพชิโต นาม นตฺถิ, สพฺเพ เอหิภิกฺขุโนเยวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.