๕. มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา

๒๐๗. เอวํ เม สุตนฺติ มาคณฺฑิยสุตฺตํ. ตตฺถ อคฺยาคาเรติ อคฺคิโหมสาลยํ. ติณสนฺถารเกติ เทฺว มาคณฺฑิยา มาตุโล จ ภาคิเนยฺโย จ. เตสุ มาตุโล ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, ภาคิเนยฺโยปิ สอุปนิสฺสโย นจิรสฺเสว ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. อถสฺส ภควา อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา รมณียํ เทวคพฺภสทิสํ คนฺธกุฏึ ปหาย ตตฺถ ฉาริกติณกจวราทีหิ อุกฺลาเป อคฺยาคาเร ติณสนฺถารกํ ปญฺญาเปตฺวา ปรสงฺคหกรณตฺถํ กติปาหํ วสิตฺถ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนุปสงฺกมีติ น เกวลํ ตํทิวสเมว, ยสฺมา ปน ตํ อคฺยาคารํ คามูปจาเร ทารกทาริกาหิ โอกิณฺณํ อวิวิตฺตํ, ตสฺมา ภควา นิจฺจกาลมฺปิ ทิวสภาคํ ตสฺมึ วนสณฺเฑ วีตินาเมตฺวา สายํ วาสตฺถาย ตตฺถ อุปคจฺฉติ.

อทฺทสา โข…เป… ติณสนฺถารกํ ปญฺญตฺตนฺติ ภควา อญฺเญสุ ทิวเสสุ ติณสนฺถารกํ สงฺฆริตฺวา สญฺญาณํ กตฺวา คจฺฉติ, ตํทิวสํ ปน ปญฺญเปตฺวาว อคมาสิ. กสฺมา? ตทา หิ ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกตฺวาว อทฺทส – ‘‘อชฺช มาคณฺฑิโย อิธาคนฺตฺวา อิมํ ติณสนฺถารกํ ทิสฺวา ภารทฺวาเชน สทฺธึ ติณสนฺถารกํ อารพฺภ กถาสลฺลาปํ กริสฺสติ, อถาหํ อาคนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, โส ธมฺมํ สุตฺวา มม สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. ปเรสํ สงฺคหกรณตฺถเมว หิ มยา ปารมิโย ปูริตา’’ติ ติณสนฺถารกํ ปญฺญเปตฺวาว อคมาสิ.

สมณเสยฺยานุรูปํ มญฺเญติ อิมํ ติณสนฺถารกํ ‘‘สมณสฺส อนุจฺฉวิกา เสยฺยา’’ติ มญฺญามิ. น จ อสญฺญตสมณสฺส นิวุตฺถฏฺฐานเมตํ. ตถาเหตฺถ หตฺเถน อากฑฺฒิตฏฺฐานํ วา ปาเทน อากฑฺฒิตฏฺฐานํ วา สีเสน ปหฏฏฺฐานํ วา น ปญฺญายติ, อนากุโล อนากิณฺโณ อภินฺโน เฉเกน จิตฺตกาเรน ตูลิกาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปญฺญตฺโต วิย. สญฺญตสมณสฺส วสิตฏฺฐานํ, กสฺส โภ วสิตฏฺฐานนฺติ ปุจฺฉติ. ภูนหุโนติ หตวฑฺฒิโน มริยาทการกสฺส. กสฺมา เอวมาห? ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒิปญฺญาปนลทฺธิกตฺตา. อยญฺหิ ตสฺส ลทฺธิ – จกฺขุ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อทิฏฺฐํ ทกฺขิตพฺพํ, ทิฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพํ. โสตํ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อสุตํ โสตพฺพํ, สุตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. ฆานํ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อฆายิตํ ฆายิตพฺพํ, ฆายิตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. ชิวฺหา พฺรูเหตพฺพา วฑฺเฒตพฺพา, อสฺสายิตํ สายิตพฺพํ, สายิตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. กาโย พฺรูเหตพฺโพ วฑฺเฒตพฺโพ, อผุฏฺฐํ ผุสิตพฺพํ, ผุฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพํ. มโน พฺรูเหตพฺโพ วฑฺเฒตพฺโพ, อวิญฺญาตํ วิชานิตพฺพํ, วิญฺญาตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. เอวํ โส ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒึ ปญฺญเปติ. ภควา ปน –

‘‘จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร;

ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร.

กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร;

มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร;

สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๖๐-๓๖๑) –

ฉสุ ทฺวาเรสุ สํวรํ ปญฺญเปติ. ตสฺมา โส ‘‘วฑฺฒิหโต สมโณ โคตโม มริยาทการโก’’ติ มญฺญมาโน ‘‘ภูนหุโน’’ติ อาห.

อริเย ญาเย ธมฺเม กุสเลติ ปริสุทฺเธ การณธมฺเม อนวชฺเช. อิมินา กึ ทสฺเสติ? เอวรูปสฺส นาม อุคฺคตสฺส ปญฺญาตสฺส ยสสฺสิโน อุปริ วาจํ ภาสมาเนน วีมํสิตฺวา อุปธาเรตฺวา มุเข อารกฺขํ ฐเปตฺวา ภาสิตพฺโพ โหติ. ตสฺมา มา สหสา อภาสิ, มุเข อารกฺขํ ฐเปหีติ ทสฺเสติ. เอวญฺหิ โน สุตฺเต โอจรตีติ ยสฺมา อมฺหากํ สุตฺเต เอวํ อาคจฺฉติ, น มยํ มุขารุฬฺหิจฺฉามตฺตํ วทาม, สุตฺเต จ นาม อาคตํ วทมานา กสฺส ภาเยยฺยาม, ตสฺมา สมฺมุขาปิ นํ วเทยฺยามาติ อตฺโถ. อปฺโปสฺสุกฺโกติ มม รกฺขนตฺถาย อนุสฺสุกฺโก อวาวโฏ หุตฺวาติ อตฺโถ. วุตฺโตว นํ วเทยฺยาติ มยา วุตฺโตว หุตฺวา อปุจฺฉิโตว กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา อมฺพชมฺพูอาทีนิ คเหตฺวา วิย อปูรยมาโน มยา กถิตนิยาเมน ภวํ ภารทฺวาโช วเทยฺย, วทสฺสูติ อตฺโถ.

๒๐๘. อสฺโสสิ โขติ สตฺถา อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา มาคณฺฑิยํ ตตฺถ อาคตํ อทฺทส, ทฺวินฺนํ ชนานํ ภาสมานานํ ทิพฺพโสเตน สทฺทมฺปิ อสฺโสสิ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิโต. สํวิคฺโคติ ปีติสํเวเคน สํวิคฺโค จลิโต กมฺปิโต. ตสฺส กิร เอตทโหสิ – ‘‘เนว มาคณฺฑิเยน สมณสฺส โคตมสฺส อาโรจิตํ, น มยา. อเมฺห มุญฺจิตฺวา อญฺโญ เอตฺถ ตติโยปิ นตฺถิ, สุโต ภวิสฺสติ อมฺหากํ สทฺโท ติขิณโสเตน ปุริเสนา’’ติ. อถสฺส อพฺภนฺตเร ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา นวนวุติโลมกูปสหสฺสานิ อุทฺธคฺคานิ อกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต’’ติ. อถ โข มาคณฺฑิโย ปริพฺพาชโกติ ปริพฺพาชกสฺส ปภินฺนมุขํ วิย พีชํ ปริปากคตํ ญาณํ, ตสฺมา สนฺนิสีทิตุํ อสกฺโกนฺโต อาหิณฺฑมาโน ปุน สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ โข มาคณฺฑิโย’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๒๐๙. สตฺถา – ‘‘เอวํ กิร ตฺวํ, มาคณฺฑิย, มํ อวจา’’ติ อวตฺวาว จกฺขุํ โข, มาคณฺฑิยาติ ปริพฺพาชกสฺส ธมฺมเทสนํ อารภิ. ตตฺถ วสนฏฺฐานฏฺเฐน รูปํ จกฺขุสฺส อาราโมติ จกฺขุ รูปารามํ. รูเป รตนฺติ รูปรตํ. รูเปน จกฺขุ อาโมทิตํ ปโมทิตนฺติ รูปสมุทิตํ. ทนฺตนฺติ นิพฺพิเสวนํ. คุตฺตนฺติ โคปิตํ. รกฺขิตนฺติ ฐปิตรกฺขํ. สํวุตนฺติ ปิหิตํ. สํวรายาติ ปิธานตฺถาย.

๒๑๐. ปริจาริตปุพฺโพติ อภิรมิตปุพฺโพ. รูปปริฬาหนฺติ รูปํ อารพฺภ อุปฺปชฺชนปริฬาหํ. อิมสฺส ปน เต, มาคณฺฑิย, กิมสฺส วจนียนฺติ อิมสฺส รูปํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส ตยา กึ วจนํ วตฺตพฺพํ อสฺส, วุฑฺฒิหโต มริยาทการโกติ อิทํ วตฺตพฺพํ, น วตฺตพฺพนฺติ ปุจฺฉติ. น กิญฺจิ, โภ โคตมาติ, โภ โคตม, กิญฺจิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.

๒๑๑. อิทานิ ยสฺมา ตยา ปญฺจกฺขนฺเธ ปริคฺคเหตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส กิญฺจิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ, อหญฺจ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริคฺคเหตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, ตสฺมา อหมฺปิ เต น กิญฺจิ วตฺตพฺโพติ ทสฺเสตุํ อหํ โข ปนาติอาทิมาห. ตสฺส มยฺหํ มาคณฺฑิยาติ คิหิกาเล อตฺตโน สมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห. ตตฺถ วสฺสิโกติอาทีสุ ยตฺถ สุขํ โหติ วสฺสกาเล วสิตุํ, อยํ วสฺสิโก. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – วสฺสํ วาโส วสฺสํ, วสฺสํ อรหตีติ วสฺสิโก. อิตเรสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ วสฺสิโก ปาสาโท นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจ, ทฺวารวาตปานานิปิสฺส นาติตนูนิ นาติพหูนิ, ภูมตฺถรณปจฺจตฺถรณขชฺชโภชฺชานิเปตฺถ มิสฺสกาเนว วฏฺฏนฺติ. เหมนฺติเก ถมฺภาปิ ภิตฺติโยปิ นีจา โหนฺติ, ทฺวารวาตปานานิ ตนุกานิ สุขุมจฺฉิทฺทานิ. อุณฺหปเวสนตฺถาย ภิตฺตินิยูหานิ นีหรียนฺติ. ภูมตฺถรณปจฺจตฺถรณนิวาสนปารุปนานิ ปเนตฺถ อุณฺหวีริยานิ กมฺพลาทีนิ วฏฺฏนฺติ. ขชฺชโภชฺชํ สินิทฺธํ กฏุกสนฺนิสฺสิตญฺจ. คิมฺหิเก ถมฺภาปิ ภิตฺติโยปิ อุจฺจา โหนฺติ. ทฺวารวาตปานานิ ปเนตฺถ พหูนิ วิปุลชาลานิ ภวนฺติ. ภูมตฺถรณาทีนิ ทุกูลมยานิ วฏฺฏนฺติ, ขชฺชโภชฺชานิ มธุรรสสีตวีริยานิ. วาตปานสมีเปสุ เจตฺถ นว จาฏิโย ฐเปตฺวา อุทกสฺส ปูเรตฺวา นีลุปฺปลาทีหิ สญฺฉาเทนฺติ. เตสุ เตสุ ปเทเสสุ อุทกยนฺตานิ กโรนฺติ, เยหิ เทเว วสฺสนฺเต วิย อุทกธารา นิกฺขมนฺติ.

โพธิสตฺตสฺส ปน อฏฺฐสตสุวณฺณฆเฏ จ รชตฆเฏ จ คนฺโธทกสฺส ปูเรตฺวา นีลุปฺปลคจฺฉเก กตฺวา สยนํ ปริวาเรตฺวา ฐปยึสุ. มหนฺเตสุ โลหกฏาเหสุ คนฺธกลลํ ปูเรตฺวา นีลุปฺปลปทุมปุณฺฑรีกานิ โรเปตฺวา อุตุคฺคหณตฺถาย ตตฺถ ตตฺถ ฐเปสุํ. สูริยรสฺมีหิ ปุปฺผานิ ปุปฺผนฺติ. นานาวิธา ภมรคณา ปาสาทํ ปวิสิตฺวา ปุปฺเผสุ รสํ คณฺหนฺตา วิจรนฺติ. ปาสาโท อติสุคนฺโธ โหติ. ยมกภิตฺติยา อนฺตเร โลหนาฬึ ฐเปตฺวา นวภูมิกปาสาทสฺส อุปริ อากาสงฺคเณ รตนมณฺฑปมตฺถเก สุขุมจฺฉิทฺทกํ ชาลํ พทฺธํ อโหสิ. เอกสฺมึ ฐาเน สุกฺขมหึสจมฺมํ ปสาเรติ. โพธิสตฺตสฺส อุทกกีฬนเวลาย มหึสจมฺเม ปาสาณคุเฬ ขิปนฺติ, เมฆถนิตสทฺโท วิย โหติ. เหฏฺฐา ยนฺตํ ปริวตฺเตนฺติ, อุทกํ อภิรุหิตฺวา ชาลมตฺถเก ปตติ, วสฺสปตนสลิลํ วิย โหติ. ตทา โพธิสตฺโต นีลปฏํ นิวาเสติ, นีลปฏํ ปารุปติ, นีลปสาธนํ ปสาเธติ. ปริวาราปิสฺส จตฺตาลีสนาฏกสหสฺสานิ นีลวตฺถาภรณาเนว นีลวิเลปนานิ หุตฺวา มหาปุริสํ ปริวาเรตฺวา รตนมณฺฑปํ คจฺฉนฺติ. ทิวสภาคํ อุทกกีฬํ กีฬนฺโต สีตลํ อุตุสุขํ อนุโภติ.

ปาสาทสฺส จตูสุ ทิสาสุ จตฺตาโร สรา โหนฺติ. ทิวากาเล นานาวณฺณสกุณคณา ปาจีนสรโต วุฏฺฐาย วิรวมานา ปาสาทมตฺถเกน ปจฺฉิมสรํ คจฺฉนฺติ. ปจฺฉิมสรโต วุฏฺฐาย ปาจีนสรํ, อุตฺตรสรโต ทกฺขิณสรํ, ทกฺขิณสรโต อุตฺตรสรํ คจฺฉนฺติ, อนฺตรวสฺสสมโย วิย โหติ. เหมนฺติกปาสาโท ปน ปญฺจภูมิโก อโหสิ, วสฺสิกปาสาโท สตฺตภูมิโก.

นิปฺปุริเสหีติ ปุริสวิรหิเตหิ. น เกวลญฺเจตฺถ ตูริยาเนว นิปฺปุริสานิ, สพฺพฏฺฐานานิปิ นิปฺปุริสาเนว. โทวาริกาปิ อิตฺถิโยว, นฺหาปนาทิปริกมฺมกราปิ อิตฺถิโยว. ราชา กิร – ‘‘ตถารูปํ อิสฺสริยสุขสมฺปตฺตึ อนุภวมานสฺส ปุริสํ ทิสฺวา ปริสงฺกา อุปฺปชฺชติ, สา เม ปุตฺตสฺส มา อโหสี’’ติ สพฺพกิจฺเจสุ อิตฺถิโยว ฐเปสิ. ตาย รติยา รมมาโนติ อิทํ จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรตึ สนฺธาย วุตฺตํ.

๒๑๒. คหปติ วา คหปติปุตฺโต วาติ เอตฺถ ยสฺมา ขตฺติยานํ เสตจฺฉตฺตสฺมึเยว ปตฺถนา โหติ, มหา จ เนสํ ปปญฺโจ, พฺราหฺมณา มนฺเตหิ อติตฺตา มนฺเต คเวสนฺตา วิจรนฺติ, คหปติโน ปน มุทฺทาคณนมตฺตํ อุคฺคหิตกาลโต ปฏฺฐาย สมฺปตฺตึเยว อนุภวนฺติ, ตสฺมา ขตฺติยพฺราหฺมเณ อคฺคเหตฺวา ‘‘คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา’’ติ อาห. อาวฏฺเฏยฺยาติ มานุสกกามเหตุ อาวฏฺโฏ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อภิกฺกนฺตตราติ วิสิฏฺฐตรา. ปณีตตราติ อตปฺปกตรา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘กุสคฺเคนุทกมาทาย, สมุทฺเท อุทกํ มิเน;

เอวํ มานุสกา กามา, ทิพฺพกามาน สนฺติเก’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๓๘๙) –

สมธิคยฺห ติฏฺฐตีติ ทิพฺพสุขํ คณฺหิตฺวา ตโต วิสิฏฺฐตรา หุตฺวา ติฏฺฐติ.

โอปมฺมสํสนฺทนํ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพํ – คหปติสฺส ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมงฺคีภูตกาโล วิย โพธิสตฺตสฺส ตีสุ ปาสาเทสุ จตฺตาลีสสหสฺสอิตฺถิมชฺเฌ โมทนกาโล, ตสฺส สุจริตํ ปูเรตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตกาโล วิย โพธิสตฺตสฺส อภินิกฺขมนํ กตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิทฺธกาโล, ตสฺส นนฺทนวเน สมฺปตฺตึ อนุภวนกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีติวตฺตนกาโล, ตสฺส มานุสกานํ ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ อปตฺถนกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีตินาเมนฺตสฺส หีนชนสุขสฺส อปตฺถนกาโลติ.

๒๑๓. สุขีติ ปฐมํ ทุกฺขิโต ปจฺฉา สุขิโต อสฺส. เสรีติ ปฐมํ เวชฺชทุติยโก ปจฺฉา เสรี เอกโก ภเวยฺย. สยํวสีติ ปฐมํ เวชฺชสฺส วเส วตฺตมาโน เวชฺเชน นิสีทาติ วุตฺเต นิสีทิ, นิปชฺชาติ วุตฺเต นิปชฺชิ, ภุญฺชาติ วุตฺเต ภุญฺชิ, ปิวาติ วุตฺเต ปิวิ, ปจฺฉา สยํวสี ชาโต. เยน กามํ คโมติ ปฐมํ อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตุํ นาลตฺถ, ปจฺฉา โรเค วูปสนฺเต วนทสฺสน-คิริทสฺสน-ปพฺพตทสฺสนาทีสุปิ เยนกามํ คโม ชาโต, ยตฺถ ยตฺเถว คนฺตุํ อิจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺเถว คจฺเฉยฺย.

เอตฺถาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปุริสสฺส กุฏฺฐิกาโล วิย หิ โพธิสตฺตสฺส อคารมชฺเฌ วสนกาโล, องฺคารกปลฺลํ วิย เอกํ กามวตฺถุ, เทฺว กปลฺลานิ วิย เทฺว วตฺถูนิ, สกฺกสฺส ปน เทวรญฺโญ อฑฺฒเตยฺยโกฏิยานิ องฺคารกปลฺลานิ วิย อฑฺฒติยนาฏกโกฏิโย, นเขหิ วณมุขานิ ตจฺเฉตฺวา องฺคารกปลฺเล ปริตาปนํ วิย วตฺถุปฏิเสวนํ, เภสชฺชํ อาคมฺม อโรคกาโล วิย กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา นิกฺขมฺม พุทฺธภูตกาเล จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีติวตฺตนกาโล, อญฺญํ กุฏฺฐิปุริสํ ทิสฺวา อปตฺถนกาโล วิย ตาย รติยา วีตินาเมนฺตสฺส หีนชนรติยา อปตฺถนกาโลติ.

๒๑๔. อุปหตินฺทฺริโยติ กิมิรกุฏฺเฐน นาม อุปหตกายปฺปสาโท. อุปหตินฺทฺริยาติ อุปหตปญฺญินฺทฺริยา. เต ยถา โส อุปหตกายินฺทฺริโย กุฏฺฐี ทุกฺขสมฺผสฺสสฺมึเยว อคฺคิสฺมึ สุขมิติ วิปรีตสญฺญํ ปจฺจลตฺถ, เอวํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อุปหตตฺตา ทุกฺขสมฺผสฺเสเสฺวว กาเมสุ สุขมิติ วิปรีตสญฺญํ ปจฺจลตฺถุํ.

๒๑๕. อสุจิตรานิ เจวาติอาทีสุ ปกติยาว ตานิ อสุจีนิ จ ทุคฺคนฺธานิ จ ปูตีนิ จ, อิทานิ ปน อสุจิตรานิ เจว ทุคฺคนฺธตรานิ จ ปูติตรานิ จ โหนฺติ. กาจีติ ตสฺส หิ ปริตาเปนฺตสฺส จ กณฺฑูวนฺตสฺส จ ปาณกา อนฺโต ปวิสนฺติ, ทุฏฺฐโลหิตทุฏฺฐปุพฺพา ปคฺฆรนฺติ. เอวมสฺส กาจิ อสฺสาทมตฺตา โหติ.

อาโรคฺยปรมาติ คาถาย เย เกจิ ธนลาภา วา ยสลาภา วา ปุตฺตลาภา วา อตฺถิ, อาโรคฺยํ เตสํ ปรมํ อุตฺตมํ, นตฺถิ ตโต อุตฺตริตโร ลาโภติ, อาโรคฺยปรมา ลาภา. ยํกิญฺจิ ฌานสุขํ วา มคฺคสุขํ วา ผลสุขํ วา อตฺถิ, นิพฺพานํ ตตฺถ ปรมํ, นตฺถิ ตโต อุตฺตริตรํ สุขนฺติ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ. อฏฺฐงฺคิโก มคฺคานนฺติ ปุพฺพภาคมคฺคานํ ปุพฺพภาคคมเนเนว อมตคามีนํ อฏฺฐงฺคิโก เขโม, นตฺถิ ตโต เขมตโร อญฺโญ มคฺโค. อถ วา เขมํ อมตคามินนฺติ เอตฺถ เขมนฺติปิ อมตนฺติปิ นิพฺพานสฺเสว นามํ. ยาวตา ปุถุสมณพฺราหฺมณา ปรปฺปวาทา เขมคามิโน จ อมตคามิโน จาติ ลทฺธิวเสน คหิตา, สพฺเพสํ เตสํ เขมอมตคามีนํ มคฺคานํ อฏฺฐงฺคิโก ปรโม อุตฺตโมติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

๒๑๖. อาจริยปาจริยานนฺติ อาจริยานญฺเจว อาจริยาจริยานญฺจ. สเมตีติ เอกนาฬิยา มิตํ วิย เอกตุลาย ตุลิตํ วิย สทิสํ โหติ นินฺนานากรณํ. อโนมชฺชตีติ ปาณึ เหฏฺฐา โอตาเรนฺโต มชฺชติ – ‘‘อิทํ ตํ, โภ โคตม, อาโรคฺยํ, อิทํ ตํ นิพฺพาน’’นฺติ กาเลน สีสํ กาเลน อุรํ ปริมชฺชนฺโต เอวมาห.

๒๑๗. เฉกนฺติ สมฺปนฺนํ. สาหุฬิจีเรนาติ กาฬเกหิ เอฬกโลเมหิ กตถูลจีเรน. สงฺการโจฬเกนาติปิ วทนฺติ. วาจํ นิจฺฉาเรยฺยาติ กาเลน ทสาย กาเลน อนฺเต กาเลน มชฺเฌ ปริมชฺชนฺโต นิจฺฉาเรยฺย, วเทยฺยาติ อตฺโถ. ปุพฺพเกเหสาติ ปุพฺพเกหิ เอสา. วิปสฺสีปิ หิ ภควา…เป… กสฺสโปปิ ภควา จตุปริสมชฺเฌ นิสินฺโน อิมํ คาถํ อภาสิ, ‘‘อตฺถนิสฺสิตคาถา’’ติ มหาชโน อุคฺคณฺหิ. สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อปรภาเค ปริพฺพาชกานํ อนฺตรํ ปวิฏฺฐา. เต โปตฺถกคตํ กตฺวา ปททฺวยเมว รกฺขิตุํ สกฺขึสุ. เตนาห – สา เอตรหิ อนุปุพฺเพน ปุถุชฺชนคาถาติ.

๒๑๘. โรโคว ภูโตติ โรคภูโต. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อริยํ จกฺขุนฺติ ปริสุทฺธํ วิปสฺสนาญาณญฺเจว มคฺคญาณญฺจ. ปโหตีติ สมตฺโถ. เภสชฺชํ กเรยฺยาติ อุทฺธํวิเรจนํ อโธวิเรจนํ อญฺชนญฺจาติ เภสชฺชํ กเรยฺย.

๒๑๙. น จกฺขูนิ อุปฺปาเทยฺยาติ ยสฺส หิ อนฺตรา ปิตฺตเสมฺหาทิปลิเวเฐน จกฺขุปสาโท อุปหโต โหติ, โส เฉกํ เวชฺชํ อาคมฺม สปฺปายเภสชฺชํ เสวนฺโต จกฺขูนิ อุปฺปาเทติ นาม. ชจฺจนฺธสฺส ปน มาตุกุจฺฉิยํเยว วินฏฺฐานิ, ตสฺมา โส น ลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘น จกฺขูนิ อุปฺปาเทยฺยา’’ติ.

๒๒๐. ทุติยวาเร ชจฺจนฺโธติ ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ปิตฺตาทิปลิเวเฐน อนฺโธ. อมุสฺมินฺติ ตสฺมึ ปุพฺเพ วุตฺเต. อมิตฺตโตปิ ทเหยฺยาติ อมิตฺโต เม อยนฺติ เอวํ อมิตฺตโต ฐเปยฺย. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. อิมินา จิตฺเตนาติ วฏฺเฏ อนุคตจิตฺเตน. ตสฺส เม อุปาทานปจฺจยาติ เอกสนฺธิ ทฺวิสงฺเขโป ปจฺจยากาโร กถิโต, วฏฺฏํ วิภาวิตํ.

๒๒๑. ธมฺมานุธมฺมนฺติ ธมฺมสฺส อนุธมฺมํ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ. อิเม โรคา คณฺฑา สลฺลาติ ปญฺจกฺขนฺเธ ทสฺเสติ. อุปาทานนิโรธาติ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต อาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.