๓. ปริพฺพาชกวคฺโค

๑. เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตวณฺณนา

๑๘๕. เอวํ เม สุตนฺติ เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตํ. ตตฺถ เอกปุณฺฑรีเกติ ปุณฺฑรีโก วุจฺจติ เสตมฺพรุกฺโข, โส ตสฺมึ อาราเม เอโก ปุณฺฑรีโก อตฺถีติ เอกปุณฺฑรีโก. เอตทโหสีติ ตตฺถ ปวิสิตุกามตาย อโหสิ. จิรสฺสํ โข, ภนฺเตติ ปกติยา อาคตปุพฺพตํ อุปาทาย. ธมฺมสฺส จานุธมฺมนฺติ อิธ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ธมฺโม นาม, มหาชนสฺส พฺยากรณํ อนุธมฺโม นาม. เสสํ ชีวกสุตฺเต (ม. นิ. ๒.๕๑ อาทโย) วุตฺตนยเมว. น เม เตติ อนนุญฺญาย ฐตฺวา อนุญฺญมฺปิ ปฏิกฺขิปติ. ‘‘สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาตี’’ติ หิ อิทํ อนุชานิตพฺพํ สิยา, – ‘‘จรโต จ เม…เป… ปจฺจุปฏฺฐิต’’นฺติ อิทํ ปน นานุชานิตพฺพํ. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน หิ อาวชฺชิตฺวา ปชานาติ. ตสฺมา อนนุญฺญาย ฐตฺวา อนุญฺญมฺปิ ปฏิกฺขิปนฺโต เอวมาห.

๑๘๖. อาสวานํ ขยาติ เอตฺถ สกึ ขีณานํ อาสวานํ ปุน เขเปตพฺพาภาวา ยาวเทวาติ น วุตฺตํ. ปุพฺเพนิวาสญาเณน เจตฺถ ภควา อตีตชานนคุณํ ทสฺเสติ, ทิพฺพจกฺขุญาเณน ปจฺจุปฺปนฺนชานนคุณํ, อาสวกฺขยญาเณน โลกุตฺตรคุณนฺติ. อิติ อิมาหิ ตีหิ วิชฺชาหิ สกลพุทฺธคุเณ สํขิปิตฺวา กเถสิ.

คิหิสํโยชนนฺติ คิหิพนฺธนํ คิหิปริกฺขาเรสุ นิกนฺตึ. นตฺถิ โข วจฺฉาติ คิหิสํโยชนํ อปฺปหาย ทุกฺขสฺสนฺตกโร นาม นตฺถิ. เยปิ หิ สนฺตติมหามตฺโต อุคฺคเสโน เสฏฺฐิปุตฺโต วีตโสกทารโกติ คิหิลิงฺเค ฐิตาว อรหตฺตํ ปตฺตา, เตปิ มคฺเคน สพฺพสงฺขาเรสุ นิกนฺตึ สุกฺขาเปตฺวา ปตฺตา. ตํ ปตฺวา ปน น เตน ลิงฺเคน อฏฺฐํสุ, คิหิลิงฺคํ นาเมตํ หีนํ, อุตฺตมคุณํ ธาเรตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา ตตฺถ ฐิโต อรหตฺตํ ปตฺวา ตํทิวสเมว ปพฺพชติ วา ปรินิพฺพาติ วา. ภูมเทวตา ปน ติฏฺฐนฺติ. กสฺมา? นิลียโนกาสสฺส อตฺถิตาย. เสสกามภเว มนุสฺเสสุ โสตาปนฺนาทโย ตโย ติฏฺฐนฺติ, กามาวจรเทเวสุ โสตาปนฺนา สกทาคามิโน จ, อนาคามิขีณาสวา ปเนตฺถ น ติฏฺฐนฺติ. กสฺมา? ตญฺหิ ฐานํ ลฬิตชนสฺส อาวาโส, นตฺถิ ตตฺถ เตสํ ปวิเวการหํ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานญฺจ. อิติ ตตฺถ ขีณาสโว ปรินิพฺพาติ, อนาคามี จวิตฺวา สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺตติ. กามาวจรเทวโต อุปริ ปน จตฺตาโรปิ อริยา ติฏฺฐนฺติ.

โสปาสิ กมฺมวาทีติ โสปิ กมฺมวาที อโหสิ, กิริยมฺปิ น ปฏิพาหิตฺถ. ตญฺหิ เอกนวุติกปฺปมตฺถเก อตฺตานํเยว คเหตฺวา กเถติ. ตทา กิร มหาสตฺโต ปาสณฺฑปริคฺคณฺหนตฺถํ ปพฺพชิโต ตสฺสปิ ปาสณฺฑสฺส นิปฺผลภาวํ ชานิตฺวา วีริยํ น หาเปสิ, กิริยวาที หุตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตติ. ตสฺมา เอวมาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

เตวิชฺชวจฺฉสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อคฺคิวจฺฉสุตฺตวณฺณนา

๑๘๗. เอวํ เม สุตนฺติ อคฺคิวจฺฉสุตฺตํ. ตตฺถ น โข อหนฺติ ปฐมวาเร นาหํ สสฺสตทิฏฺฐิโกติ วทติ, ทุติเย นาหํ อุจฺเฉททิฏฺฐิโกติ. เอวํ อนฺตานนฺติกาทิวเสน สพฺพวาเรสุ ปฏิกฺเขโป เวทิตพฺโพ. โหติ จ น จ โหตีติ อยํ ปเนตฺถ เอกจฺจสสฺสตวาโท. เนว โหติ น น โหตีติ อยํ อมราวิกฺเขโปติ เวทิตพฺโพ.

๑๘๙. สทุกฺขนฺติ กิเลสทุกฺเขน เจว วิปากทุกฺเขน จ สทุกฺขํ. สวิฆาตนฺติ เตสํเยว ทฺวินฺนํ วเสน สอุปฆาตกํ. สอุปายาสนฺติ เตสํเยว วเสน สอุปายาสํ. สปริฬาหนฺติ เตสํเยว วเสน สปริฬาหํ.

กิญฺจิ ทิฏฺฐิคตนฺติ กาจิ เอกา ทิฏฺฐิปิ รุจฺจิตฺวา ขมาเปตฺวา คหิตา อตฺถีติ ปุจฺฉติ. อปนีตนฺติ นีหฏํ อปวิทฺธํ. ทิฏฺฐนฺติ ปญฺญาย ทิฏฺฐํ. ตสฺมาติ ยสฺมา ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยวยํ อทฺทส, ตสฺมา. สพฺพมญฺญิตานนฺติ สพฺเพสํ ติณฺณมฺปิ ตณฺหาทิฏฺฐิมานมญฺญิตานํ. มถิตานนฺติ เตสํเยว เววจนํ. อิทานิ ตานิ วิภชิตฺวา ทสฺเสนฺโต สพฺพอหํการ-มมํการ-มานานุสยานนฺติ อาห. เอตฺถ หิ อหํกาโร ทิฏฺฐิ, มมํกาโร ตณฺหา, มานานุสโย มาโน. อนุปาทา วิมุตฺโตติ จตูหิ อุปาทาเนหิ กญฺจิ ธมฺมํ อนุปาทิยิตฺวา วิมุตฺโต.

๑๙๐. น อุเปตีติ น ยุชฺชติ. เอตฺถ จ ‘‘น อุปปชฺชตี’’ติ อิทํ อนุชานิตพฺพํ สิยา. ยสฺมา ปน เอวํ วุตฺเต โส ปริพฺพาชโก อุจฺเฉทํ คเณฺหยฺย, อุปปชฺชตีติ ปน สสฺสตเมว, อุปปชฺชติ จ น จ อุปปชฺชตีติ เอกจฺจสสฺสตํ, เนว อุปปชฺชติ น น อุปปชฺชตีติ อมราวิกฺเขปํ, ตสฺมา ภควา – ‘‘อยํ อปฺปติฏฺโฐ อนาลมฺโพ โหตุ, สุขปเวสนฏฺฐานํ มา ลภตู’’ติ อนนุญฺญาย ฐตฺวา อนุญฺญมฺปิ ปฏิกฺขิปิ. อลนฺติ สมตฺถํ ปริยตฺตํ. ธมฺโมติ ปจฺจยาการธมฺโม. อญฺญตฺรโยเคนาติ อญฺญตฺถ ปโยเคน. อญฺญตฺราจริยเกนาติ ปจฺจยาการํ อชานนฺตานํ อญฺเญสํ อาจริยานํ สนฺติเก วสนฺเตน.

๑๙๑. เตน หิ วจฺฉาติ ยสฺมา ตฺวํ สมฺโมหมาปาทินฺติ วทสิ, ตสฺมา ตํเยเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ. อนาหาโร นิพฺพุโตติ อปฺปจฺจโย นิพฺพุโต.

๑๙๒. เยน รูเปนาติ เยน รูเปน สตฺตสงฺขาตํ ตถาคตํ รูปีติ ปญฺญาเปยฺย. คมฺภีโรติ คุณคมฺภีโร. อปฺปเมยฺโยติ ปมาณํ คณฺหิตุํ น สกฺกุเณยฺโย. ทุปฺปริโยคาโฬฺหติ ทุโอคาโห ทุชฺชาโน. เสยฺยถาปิ มหาสมุทฺโทติ ยถา มหาสมุทฺโท คมฺภีโร อปฺปเมยฺโย ทุชฺชาโน, เอวเมว ขีณาสโวปิ. ตํ อารพฺภ อุปปชฺชตีติอาทิ สพฺพํ น ยุชฺชติ. กถํ? ยถา ปรินิพฺพุตํ อคฺคึ อารพฺภ ปุรตฺถิมํ ทิสํ คโตติอาทิ สพฺพํ น ยุชฺชติ, เอวํ.

อนิจฺจตาติ อนิจฺจตาย. สาเร ปติฏฺฐิตนฺติ โลกุตฺตรธมฺมสาเร ปติฏฺฐิตํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อคฺคิวจฺฉสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มหาวจฺฉสุตฺตวณฺณนา

๑๙๓. เอวํ เม สุตนฺติ มหาวจฺฉสุตฺตํ. ตตฺถ สหกถีติ สทฺธึวาโท, พหุํ มยา ตุเมฺหหิ สทฺธึ กถิตปุพฺพนฺติ กถํ สาเรติ เมตฺตึ ฆเฏติ. ปุริมานิ หิ เทฺว สุตฺตานิ เอตสฺเสว กถิตานิ, สํยุตฺตเก อพฺยากตสํยุตฺตํ (สํ. นิ. ๔.๔๑๖ อาทโย) นาม เอตสฺเสว กถิตํ – ‘‘กึ นุ โข, โภ โคตม, สสฺสโต โลโก อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ อพฺยากตเมต’’นฺติ เอวํ เอกุตฺตรนิกาเยปิ อิมินา สทฺธึ กถิตํ อตฺถิเยว. ตสฺมา เอวมาห. สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ ตสฺส อาคตาคตสฺส สงฺคหํ กตฺวา โอกาสมกาสิเยว. กสฺมา? อยญฺหิ สสฺสตทิฏฺฐิโก, สสฺสตทิฏฺฐิกา จ สีฆํ ลทฺธึ น วิสฺสชฺเชนฺติ, วสาเตลมกฺขิตปิโลติกา วิย จิเรน สุชฺฌนฺติ. ปสฺสติ จ ภควา – ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก กาเล คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ลทฺธึ วิสฺสชฺเชตฺวา มม สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา ฉ อภิญฺญาโย สจฺฉิกตฺวา อภิญฺญาตสาวโก ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ตสฺส อาคตาคตสฺส สงฺคหํ กตฺวา โอกาสมกาสิเยว. อิทํ ปนสฺส ปจฺฉิมคมนํ. โส หิ อิมสฺมึ สุตฺเต ตรณํ วา โหตุ อตรณํ วา, ยฏฺฐึ โอตริตฺวา อุทเก ปตมาโน วิย สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิสฺสามีติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา อาคโต. ตสฺมา ธมฺมเทสนํ ยาจนฺโต สาธุ เม ภวํ โคตโมติอาทิมาห. ตสฺส ภควา มูลวเสน สํขิตฺตเทสนํ, กมฺมปถวเสน วิตฺถารเทสนํ เทเสสิ. มูลวเสน เจตฺถ อติสํขิตฺตา เทสนา, กมฺมปถวเสน สํขิตฺตา วิตฺถารสทิสา. พุทฺธานํ ปน นิปฺปริยาเยน วิตฺถารเทสนา นาม นตฺถิ. จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานมฺปิ หิ สตฺตปกรเณ อภิธมฺมปิฏเก จ สพฺพํ สํขิตฺตเมว. ตสฺมา มูลวเสนาปิ กมฺมปถวเสนาปิ สํขิตฺตเมว เทเสสีติ เวทิตพฺโพ.

๑๙๔. ตตฺถ ปาณาติปาตา เวรมณี กุสลนฺติอาทีสุ ปฏิปาฏิยา สตฺตธมฺมา กามาวจรา, อนภิชฺฌาทโย ตโย จตุภูมิกาปิ วฏฺฏนฺติ.

ยโต โข, วจฺฉ, ภิกฺขุโนติ กิญฺจาปิ อนิยเมตฺวา วุตฺตํ, ยถา ปน ชีวกสุตฺเต จ จงฺกีสุตฺเต จ, เอวํ อิมสฺมึ สุตฺเต จ อตฺตานเมว สนฺธาเยตํ ภควตา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๑๙๕. อตฺถิ ปนาติ กึ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ? อยํ กิรสฺส ลทฺธิ – ‘‘ตสฺมึ ตสฺมึ สาสเน สตฺถาว อรหา โหติ, สาวโก ปน อรหตฺตํ ปตฺตุํ สมตฺโถ นตฺถิ. สมโณ จ โคตโม ‘ยโต โข, วจฺฉ, ภิกฺขุโน’ติ เอกํ ภิกฺขุํ กเถนฺโต วิย กเถติ, อตฺถิ นุ โข สมณสฺส โคตมสฺส สาวโก อรหตฺตปฺปตฺโต’’ติ. เอตมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. ตตฺถ ติฏฺฐตูติ ภวํ ตาว โคตโม ติฏฺฐตุ, ภวญฺหิ โลเก ปากโฏ อรหาติ อตฺโถ. ตสฺมึ พฺยากเต อุตฺตริ ภิกฺขุนีอาทีนํ วเสน ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ภควาปิสฺส พฺยากาสิ.

๑๙๖. อาราธโกติ สมฺปาทโก ปริปูรโก.

๑๙๗. เสขาย วิชฺชาย ปตฺตพฺพนฺติ เหฏฺฐิมผลตฺตยํ ปตฺตพฺพํ. ตํ สพฺพํ มยา อนุปฺปตฺตนฺติ วทติ. วิตณฺฑวาที ปนาห – ‘‘กตเม ธมฺมา เสกฺขา? จตฺตาโร มคฺคา อปริยาปนฺนา เหฏฺฐิมานิ จ ตีณิ สามญฺญผลานี’’ติ (ธ. ส. ๑๐๒๓) วจนโต อรหตฺตมคฺโคปิ อเนน ปตฺโตเยว. ผลํ ปน อปตฺตํ, ตสฺส ปตฺติยา อุตฺตริ โยคํ กถาเปตีติ. โส เอวํ สญฺญาเปตพฺโพ –

‘‘โย เว กิเลสานิ ปหาย ปญฺจ,

ปริปุณฺณเสโข อปริหานธมฺโม;

เจโตวสิปฺปตฺโต สมาหิตินฺทฺริโย,

ส เว ฐิตตฺโตติ นโร ปวุจฺจตี’’ติ. (อ. นิ. ๔.๕);

อนาคามิปุคฺคโล หิ เอกนฺตปริปุณฺณเสโข. ตํ สนฺธาย ‘‘เสขาย วิชฺชาย ปตฺตพฺพ’’นฺติ อาห. มคฺคสฺส ปน เอกจิตฺตกฺขณิกตฺตา ตตฺถ ฐิตสฺส ปุจฺฉา นาม นตฺถิ. อิมินา สุตฺเตน มคฺโคปิ พหุจิตฺตกฺขณิโก โหตูติ เจ. เอตํ น พุทฺธวจนํ, วุตฺตคาถาย จ อตฺโถ วิรุชฺฌติ. ตสฺมา อนาคามิผเล ฐตฺวา อรหตฺตมคฺคสฺส วิปสฺสนํ กถาเปตีติ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปนสฺส น เกวลํ สุทฺธอรหตฺตสฺเสว อุปนิสฺสโย, ฉนฺนมฺปิ อภิญฺญานํ อุปนิสฺสโย อตฺถิ, ตสฺมา ภควา – ‘‘เอวมยํ สมเถ กมฺมํ กตฺวา ปญฺจ อภิญฺญา นิพฺพตฺเตสฺสติ, วิปสฺสนาย กมฺมํ กตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. เอวํ ฉฬภิญฺโญ มหาสาวโก ภวิสฺสตี’’ติ วิปสฺสนามตฺตํ อกเถตฺวา สมถวิปสฺสนา อาจิกฺขิ.

๑๙๘. สติ สติอายตเนติ สติ สติการเณ. กิญฺเจตฺถ การณํ? อภิญฺญา วา อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ วา อวสาเน ปน อรหตฺตํ วา การณํ อรหตฺตสฺส วิปสฺสนา วาติ เวทิตพฺพํ.

๒๐๐. ปริจิณฺโณ เม ภควาติ สตฺต หิ เสขา ภควนฺตํ ปริจรนฺติ นาม, ขีณาสเวน ภควา ปริจิณฺโณ โหติ. อิติ สงฺเขเปน อรหตฺตํ พฺยากโรนฺโต เถโร เอวมาห. เต ปน ภิกฺขู ตมตฺถํ น ชานึสุ, อชานนฺตาว ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา. ภควโต อาโรเจสุํ. เทวตาติ เตสํ คุณานํ ลาภี เทวตา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาวจฺฉสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา

๒๐๑. เอวํ เม สุตนฺติ ทีฆนขสุตฺตํ. ตตฺถ สูกรขตายนฺติ สูกรขตาติ เอวํนามเก เลเณ. กสฺสปพุทฺธกาเล กิร ตํ เลณํ เอกสฺมึ พุทฺธนฺตเร ปถวิยา วฑฺฒมานาย อนฺโตภูมิคตํ ชาตํ. อเถกทิวสํ เอโก สูกโร ตสฺส ฉทนปริยนฺตสมีเป ปํสุํ ขณิ. เทเว วุฏฺเฏ ปํสุโธโต ฉทนปริยนฺโต ปากโฏ อโหสิ. เอโก วนจรโก ทิสฺวา – ‘‘ปุพฺเพ สีลวนฺเตหิ ปริภุตฺตเลเณน ภวิตพฺพํ, ปฏิชคฺคิสฺสามิ น’’นฺติ สมนฺตโต ปํสุํ อปเนตฺวา เลณํ โสเธตฺวา กุฏฺฏปริกฺเขปํ กตฺวา ทฺวารวาตปานํ โยเชตฺวา สุปรินิฏฺฐิต-สุธากมฺมจิตฺตกมฺมรชตปฏฺฏสทิสาย วาลุกาย สนฺถตปริเวณํ เลณํ กตฺวา มญฺจปีฐํ ปญฺญาเปตฺวา ภควโต วสนตฺถาย อทาสิ. เลณํ คมฺภีรํ อโหสิ โอตริตฺวา อภิรุหิตพฺพํ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ทีฆนโขติ ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส นามํ. อุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? โส กิร เถเร อฑฺฒมาสปพฺพชิเต จินฺเตสิ – ‘‘มยฺหํ มาตุโล อญฺญํ ปาสณฺฑํ คนฺตฺวา น จิรํ ติฏฺฐติ, อิทานิ ปนสฺส สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คตสฺส อฑฺฒมาโส ชาโต. ปวตฺติมฺปิสฺส น สุณามิ, โอชวนฺตํ นุ โข สาสนํ, ชานิสฺสามิ น’’นฺติ คนฺตุกาโม ชาโต. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. เอกมนฺตํ ฐิโตติ ตสฺมึ กิร สมเย เถโร ภควนฺตํ พีชยมาโน ฐิโต โหติ, ปริพฺพาชโก มาตุเล หิโรตฺตปฺเปน ฐิตโกว ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เอกมนฺตํ ฐิโต’’ติ.

สพฺพํ เม นกฺขมตีติ สพฺพา เม อุปปตฺติโย นกฺขมนฺติ, ปฏิสนฺธิโย นกฺขมนฺตีติ อธิปฺปาเยน วทติ. เอตฺตาวตาเนน ‘‘อุจฺเฉทวาโทหมสฺมี’’ติ ทีปิตํ โหติ. ภควา ปนสฺส อธิปฺปายํ มุญฺจิตฺวา อกฺขเร ตาว โทสํ ทสฺเสนฺโต ยาปิ โข เตติอาทิมาห. ตตฺถ เอสาปิ เต ทิฏฺฐิ นกฺขมตีติ เอสาปิ เต ปฐมํ รุจฺจิตฺวา ขมาเปตฺวา คหิตทิฏฺฐิ นกฺขมตีติ. เอสา เจ เม, โภ โคตม, ทิฏฺฐิ ขเมยฺยาติ มยฺหญฺหิ สพฺพํ นกฺขมตีติ ทิฏฺฐิ, ตสฺส มยฺหํ ยา เอสา สพฺพํ เม นกฺขมตีติ ทิฏฺฐิ, เอสา เม ขเมยฺย. ยํ ตํ ‘‘สพฺพํ เม นกฺขมตี’’ติ วุตฺตํ, ตมฺปิสฺส ตาทิสเมว. ยถา สพฺพคหเณน คหิตาปิ อยํ ทิฏฺฐิ ขมติ, เอวเมวํ ตมฺปิ ขเมยฺย. เอวํ อตฺตโน วาเท อาโรปิตํ โทสํ ญตฺวา ตํ ปริหรามีติ สญฺญาย วทติ, อตฺถโต ปนสฺส ‘‘เอสา ทิฏฺฐิ น เม ขมตี’’ติ อาปชฺชติ. ยสฺส ปเนสา น ขมติ น รุจฺจติ, ตสฺสายํ ตาย ทิฏฺฐิยา สพฺพํ เม น ขมตีติ ทิฏฺฐิ รุจิตํ. เตน หิ ทิฏฺฐิอกฺขเมน อรุจิเตน ภวิตพฺพนฺติ สพฺพํ ขมตีติ รุจฺจตีติ อาปชฺชติ. น ปเนส ตํ สมฺปฏิจฺฉติ, เกวลํ ตสฺสาปิ อุจฺเฉททิฏฺฐิยา อุจฺเฉทเมว คณฺหาติ. เตนาห ภควา อโต โข เต, อคฺคิเวสฺสน,…เป… อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ. ตตฺถ อโตติ ปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ, เย ปชหนฺติ, เตหิ เย นปฺปชหนฺตีติ วุจฺจิยนฺติ, เตว พหุตราติ อตฺโถ. พหู หิ พหุตราติ เอตฺถ หิกาโร นิปาตมตฺตํ, พหู พหุตราติ อตฺโถ. ปรโต ตนู หิ ตนุตราติ ปเทปิ เอเสว นโย. เย เอวมาหํสูติ เย เอวํ วทนฺติ. ตญฺเจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตีติ มูลทสฺสนํ นปฺปชหนฺติ, อปรทสฺสนํ อุปาทิยนฺติ.

เอตฺถ จ สสฺสตํ คเหตฺวา ตมฺปิ อปฺปหาย อุจฺเฉทํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา คเหตุํ น สกฺกา, อุจฺเฉทมฺปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา เอกจฺจสสฺสตํ วา น สกฺกา คเหตุํ, เอกจฺจสสฺสตมฺปิ คเหตฺวา ตํ อปฺปหาย สสฺสตํ วา อุจฺเฉทํ วา น สกฺกา คเหตุํ. มูลสสฺสตํ ปน อปฺปหาย อญฺญํ สสฺสตเมว สกฺกา คเหตุํ. กถํ? เอกสฺมิญฺหิ สมเย ‘‘รูปํ สสฺสต’’นฺติ คเหตฺวา อปรสฺมึ สมเย ‘‘น สุทฺธรูปเมว สสฺสตํ, เวทนาปิ สสฺสตา, วิญฺญาณมฺปิ สสฺสต’’นฺติ คณฺหาติ. อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ตญฺเจว ทิฏฺฐึ นปฺปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ อุปาทิยนฺตี’’ติ.

ทุติยวาเร อโตติ อปฺปชหนเกสุ นิสฺสกฺกํ, เย นปฺปชหนฺติ, เตหิ, เย ปชหนฺตีติ วุจฺจิยนฺติ, เตว ตนุตรา อปฺปตราติ อตฺโถ. ตญฺเจว ทิฏฺฐึ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทิฏฺฐึ น อุปาทิยนฺตีติ ตญฺจ มูลทสฺสนํ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทสฺสนํ น คณฺหนฺติ. กถํ? เอกสฺมิญฺหิ สมเย ‘‘รูปํ สสฺสต’’นฺติ คเหตฺวา อปรสฺมึ สมเย ตตฺถ อาทีนวํ ทิสฺวา ‘‘โอฬาริกเมตํ มยฺหํ ทสฺสน’’นฺติ ปชหติ ‘‘น เกวลญฺจ รูปํ สสฺสตนฺติ ทสฺสนเมว โอฬาริกํ, เวทนาปิ สสฺสตา…เป… วิญฺญาณมฺปิ สสฺสตนฺติ ทสฺสนํ โอฬาริกเมวา’’ติ วิสฺสชฺเชติ. อุจฺเฉเทปิ เอกจฺจสสฺสเตปิ เอเสว นโย. ยถา จ ขนฺเธสุ, เอวํ อายตเนสุปิ โยเชตพฺพํ. เอวํ ตญฺจ มูลทสฺสนํ ปชหนฺติ, อญฺญญฺจ ทสฺสนํ น คณฺหนฺติ.

สนฺตคฺคิเวสฺสนาติ กสฺมา อารภิ? อยํ อุจฺเฉทลทฺธิโก อตฺตโน ลทฺธึ นิคูหติ, ตสฺสา ปน ลทฺธิยา วณฺเณ วุจฺจมาเน อตฺตโน ลทฺธึ ปาตุกริสฺสตีติ ติสฺโส ลทฺธิโย เอกโต ทสฺเสตฺวา วิภชิตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.

สาราคาย สนฺติเกติอาทีสุ ราควเสน วฏฺเฏ รชฺชนสฺส อาสนฺนา ตณฺหาทิฏฺฐิสํโยชเนน วฏฺฏสํโยชนสฺส สนฺติเก. อภินนฺทนายาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว คิลิตฺวา ปริยาทิยนสฺส คหณสฺส จ อาสนฺนาติ อตฺโถ. อสาราคาย สนฺติเกติอาทีสุ วฏฺเฏ อรชฺชนสฺส อาสนฺนาติอาทินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เอตฺถ จ สสฺสตทสฺสนํ อปฺปสาวชฺชํ ทนฺธวิราคํ, อุจฺเฉททสฺสนํ มหาสาวชฺชํ ขิปฺปวิราคํ. กถํ? สสฺสตวาที หิ อิธโลกํ ปรโลกญฺจ อตฺถีติ ชานาติ, สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ, กุสลํ กโรติ, อกุสลํ กโรนฺโต ภายติ, วฏฺฏํ อสฺสาเทติ, อภินนฺทติ. พุทฺธานํ วา พุทฺธสาวกานํ วา สมฺมุขีภูโต สีฆํ ลทฺธึ ชหิตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา ตํ สสฺสตทสฺสนํ อปฺปสาวชฺชํ ทนฺธวิราคนฺติ วุจฺจติ. อุจฺเฉทวาที ปน อิธโลกปรโลกํ อตฺถีติ ชานาติ, สุกตทุกฺกฏานํ ผลํ อตฺถีติ ชานาติ, กุสลํ น กโรติ, อกุสลํ กโรนฺโต น ภายติ, วฏฺฏํ น อสฺสาเทติ, นาภินนฺทติ, พุทฺธานํ วา พุทฺธสาวกานํ วา สมฺมุขีภาเว สีฆํ ทสฺสนํ ปชหติ. ปารมิโย ปูเรตุํ สกฺโกนฺโต พุทฺโธ หุตฺวา, อสกฺโกนฺโต อภินีหารํ กตฺวา สาวโก หุตฺวา ปรินิพฺพายติ. ตสฺมา อุจฺเฉททสฺสนํ มหาสาวชฺชํ ขิปฺปวิราคนฺติ วุจฺจติ.

๒๐๒. โส ปน ปริพฺพาชโก เอตมตฺถํ อสลฺลกฺเขตฺวา – ‘‘มยฺหํ ทสฺสนํ สํวณฺเณติ ปสํสติ, อทฺธา เม สุนฺทรํ ทสฺสน’’นฺติ สลฺลกฺเขตฺวา อุกฺกํเสติ เม ภวนฺติอาทิมาห.

อิทานิ ยสฺมา อยํ ปริพฺพาชโก กญฺชิเยเนว ติตฺตกาลาพุ, อุจฺเฉททสฺสเนเนว ปูริโต, โส ยถา กญฺชิยํ อปฺปหาย น สกฺกา ลาพุมฺหิ เตลผาณิตาทีนิ ปกฺขิปิตุํ, ปกฺขิตฺตานิปิ น คณฺหาติ, เอวเมวํ ตํ ลทฺธึ อปฺปหาย อภพฺโพ มคฺคผลานํ ลาภาย, ตสฺมา ลทฺธึ ชหาปนตฺถํ ตตฺรคฺคิเวสฺสนาติอาทิ อารทฺธํ. วิคฺคโหติ กลโห. เอวเมตาสํ ทิฏฺฐีนํ ปหานํ โหตีติ เอวํ วิคฺคหาทิอาทีนวํ ทิสฺวา ตาสํ ทิฏฺฐีนํ ปหานํ โหติ. โส หิ ปริพฺพาชโก ‘‘กึ เม อิมินา วิคฺคหาทินา’’ติ ตํ อุจฺเฉททสฺสนํ ปชหติ.

๒๐๕. อถสฺส ภควา วมิตกญฺชิเย ลาพุมฺหิ สปฺปิผาณิตาทีนิ ปกฺขิปนฺโต วิย หทเย อมโตสธํ ปูเรสฺสามีติ วิปสฺสนํ อาจิกฺขนฺโต อยํ โข ปน, อคฺคิเวสฺสน, กาโยติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ วมฺมิกสุตฺเต วุตฺโต. อนิจฺจโตติอาทีนิปิ เหฏฺฐา วิตฺถาริตาเนว. โย กายสฺมึ กายฉนฺโทติ ยา กายสฺมึ ตณฺหา. เสฺนโหติ ตณฺหาเสฺนโหว. กายนฺวยตาติ กายานุคมนภาโว, กายํ อนุคจฺฉนกกิเลโสติ อตฺโถ.

เอวํ รูปกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อรูปกมฺมฏฺฐานํ ทสฺเสนฺโต ติสฺโส โขติอาทิมาห. ปุน ตาสํเยว เวทนานํ อสมฺมิสฺสภาวํ ทสฺเสนฺโต ยสฺมึ, อคฺคิเวสฺสน, สมเยติอาทิมาห. ตตฺรายํ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมึ สมเย สุขาทีสุ เอกํ เวทนํ เวทยติ, ตสฺมึ สมเย อญฺญา เวทนา อตฺตโน วารํ วา โอกาสํ วา โอโลกยมานา นิสินฺนา นาม นตฺถิ, อถ โข อนุปฺปนฺนาว โหนฺติ ภินฺนอุทกปุปฺผุฬา วิย จ อนฺตรหิตา วา. สุขาปิ โขติอาทิ ตาสํ เวทนานํ จุณฺณวิจุณฺณภาวทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.

น เกนจิ สํวทตีติ ตสฺสตํ คเหตฺวา ‘‘สสฺสตวาที อห’’นฺติ อุจฺเฉทวาทินาปิ สทฺธึ น สํวทติ, ตเมว คเหตฺวา ‘‘สสฺสตวาที อห’’นฺติ เอกจฺจสสฺสตวาทินา สทฺธึ น วิวทติ. เอวํ ตโยปิ วาทา ปริวตฺเตตฺวา โยเชตพฺพา. ยญฺจ โลเก วุตฺตนฺติ ยํ โลเก กถิตํ โวหริตํ, เตน โวหรติ อปรามสนฺโต กิญฺจิ ธมฺมํ ปรามาสคฺคาเหน อคฺคณฺหนฺโต. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘โย โหติ ภิกฺขุ อรหํ กตาวี,

ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี;

อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย,

มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺย;

โลเก สมญฺญํ กุสโล วิทิตฺวา,

โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๕);

อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘อิมา โข จิตฺต โลกสมญฺญา โลกนิรุตฺติโย โลกโวหารา โลกปญฺญตฺติโย, ยาหิ ตถาคโต โวหรติ อปรามส’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๔๐).

๒๐๖. อภิญฺญาปหานมาหาติ สสฺสตาทีสุ เตสํ เตสํ ธมฺมานํ สสฺสตํ อภิญฺญาย ชานิตฺวา สสฺสตสฺส ปหานมาห, อุจฺเฉทํ, เอกจฺจสสฺสตํ อภิญฺญาย เอกจฺจสสฺสตสฺส ปหานํ วทติ. รูปํ อภิญฺญาย รูปสฺส ปหานํ วทตีติอาทินา นเยเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

ปฏิสญฺจิกฺขโตติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส. อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจีติ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺเธหิ อาสเวหิ อคฺคเหตฺวาว จิตฺตํ วิมุจฺจิ. เอตฺตาวตา เจส ปรสฺส วฑฺฒิตํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ขุทํ วิโนเทนฺโต วิย ปรสฺส อารทฺธาย ธมฺมเทสนาย ญาณํ เปเสตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตญฺเจว ปตฺโต, สาวกปารมีญาณสฺส จ มตฺถกํ, โสฬส จ ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต. ทีฆนโข ปน โสตาปตฺติผลํ ปตฺวา สรเณสุ ปติฏฺฐิโต.

ภควา ปน อิมํ เทสนํ สูริเย ธรมาเนเยว นิฏฺฐาเปตฺวา คิชฺฌกูฏา โอรุยฺห เวฬุวนํ คนฺตฺวา สาวกสนฺนิปาตมกาสิ, จตุรงฺคสมนฺนาคโต สนฺนิปาโต อโหสิ. ตตฺริมานิ องฺคานิ – มาฆนกฺขตฺเตน ยุตฺโต ปุณฺณมอุโปสถทิวโส, เกนจิ อนามนฺติตานิ หุตฺวา อตฺตโนเยว ธมฺมตาย สนฺนิปติตานิ อฑฺฒเตลสานิ ภิกฺขุสตานิ, เตสุ เอโกปิ ปุถุชฺชโน วา โสตาปนฺน-สกทาคามิ-อนาคามิ-สุกฺขวิปสฺสก-อรหนฺเตสุ วา อญฺญตโร นตฺถิ, สพฺเพ ฉฬภิญฺญาว, เอโกปิ เจตฺถ สตฺถเกน เกเส ฉินฺทิตฺวา ปพฺพชิโต นาม นตฺถิ, สพฺเพ เอหิภิกฺขุโนเยวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ทีฆนขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา

๒๐๗. เอวํ เม สุตนฺติ มาคณฺฑิยสุตฺตํ. ตตฺถ อคฺยาคาเรติ อคฺคิโหมสาลยํ. ติณสนฺถารเกติ เทฺว มาคณฺฑิยา มาตุโล จ ภาคิเนยฺโย จ. เตสุ มาตุโล ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต, ภาคิเนยฺโยปิ สอุปนิสฺสโย นจิรสฺเสว ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. อถสฺส ภควา อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา รมณียํ เทวคพฺภสทิสํ คนฺธกุฏึ ปหาย ตตฺถ ฉาริกติณกจวราทีหิ อุกฺลาเป อคฺยาคาเร ติณสนฺถารกํ ปญฺญาเปตฺวา ปรสงฺคหกรณตฺถํ กติปาหํ วสิตฺถ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เตนุปสงฺกมีติ น เกวลํ ตํทิวสเมว, ยสฺมา ปน ตํ อคฺยาคารํ คามูปจาเร ทารกทาริกาหิ โอกิณฺณํ อวิวิตฺตํ, ตสฺมา ภควา นิจฺจกาลมฺปิ ทิวสภาคํ ตสฺมึ วนสณฺเฑ วีตินาเมตฺวา สายํ วาสตฺถาย ตตฺถ อุปคจฺฉติ.

อทฺทสา โข…เป… ติณสนฺถารกํ ปญฺญตฺตนฺติ ภควา อญฺเญสุ ทิวเสสุ ติณสนฺถารกํ สงฺฆริตฺวา สญฺญาณํ กตฺวา คจฺฉติ, ตํทิวสํ ปน ปญฺญเปตฺวาว อคมาสิ. กสฺมา? ตทา หิ ปจฺจูสสมเย โลกํ โอโลเกตฺวาว อทฺทส – ‘‘อชฺช มาคณฺฑิโย อิธาคนฺตฺวา อิมํ ติณสนฺถารกํ ทิสฺวา ภารทฺวาเชน สทฺธึ ติณสนฺถารกํ อารพฺภ กถาสลฺลาปํ กริสฺสติ, อถาหํ อาคนฺตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, โส ธมฺมํ สุตฺวา มม สนฺติเก ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. ปเรสํ สงฺคหกรณตฺถเมว หิ มยา ปารมิโย ปูริตา’’ติ ติณสนฺถารกํ ปญฺญเปตฺวาว อคมาสิ.

สมณเสยฺยานุรูปํ มญฺเญติ อิมํ ติณสนฺถารกํ ‘‘สมณสฺส อนุจฺฉวิกา เสยฺยา’’ติ มญฺญามิ. น จ อสญฺญตสมณสฺส นิวุตฺถฏฺฐานเมตํ. ตถาเหตฺถ หตฺเถน อากฑฺฒิตฏฺฐานํ วา ปาเทน อากฑฺฒิตฏฺฐานํ วา สีเสน ปหฏฏฺฐานํ วา น ปญฺญายติ, อนากุโล อนากิณฺโณ อภินฺโน เฉเกน จิตฺตกาเรน ตูลิกาย ปริจฺฉินฺทิตฺวา ปญฺญตฺโต วิย. สญฺญตสมณสฺส วสิตฏฺฐานํ, กสฺส โภ วสิตฏฺฐานนฺติ ปุจฺฉติ. ภูนหุโนติ หตวฑฺฒิโน มริยาทการกสฺส. กสฺมา เอวมาห? ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒิปญฺญาปนลทฺธิกตฺตา. อยญฺหิ ตสฺส ลทฺธิ – จกฺขุ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อทิฏฺฐํ ทกฺขิตพฺพํ, ทิฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพํ. โสตํ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อสุตํ โสตพฺพํ, สุตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. ฆานํ พฺรูเหตพฺพํ วฑฺเฒตพฺพํ, อฆายิตํ ฆายิตพฺพํ, ฆายิตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. ชิวฺหา พฺรูเหตพฺพา วฑฺเฒตพฺพา, อสฺสายิตํ สายิตพฺพํ, สายิตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. กาโย พฺรูเหตพฺโพ วฑฺเฒตพฺโพ, อผุฏฺฐํ ผุสิตพฺพํ, ผุฏฺฐํ สมติกฺกมิตพฺพํ. มโน พฺรูเหตพฺโพ วฑฺเฒตพฺโพ, อวิญฺญาตํ วิชานิตพฺพํ, วิญฺญาตํ สมติกฺกมิตพฺพํ. เอวํ โส ฉสุ ทฺวาเรสุ วฑฺฒึ ปญฺญเปติ. ภควา ปน –

‘‘จกฺขุนา สํวโร สาธุ, สาธุ โสเตน สํวโร;

ฆาเนน สํวโร สาธุ, สาธุ ชิวฺหาย สํวโร.

กาเยน สํวโร สาธุ, สาธุ วาจาย สํวโร;

มนสา สํวโร สาธุ, สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร;

สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ. (ธ. ป. ๓๖๐-๓๖๑) –

ฉสุ ทฺวาเรสุ สํวรํ ปญฺญเปติ. ตสฺมา โส ‘‘วฑฺฒิหโต สมโณ โคตโม มริยาทการโก’’ติ มญฺญมาโน ‘‘ภูนหุโน’’ติ อาห.

อริเย ญาเย ธมฺเม กุสเลติ ปริสุทฺเธ การณธมฺเม อนวชฺเช. อิมินา กึ ทสฺเสติ? เอวรูปสฺส นาม อุคฺคตสฺส ปญฺญาตสฺส ยสสฺสิโน อุปริ วาจํ ภาสมาเนน วีมํสิตฺวา อุปธาเรตฺวา มุเข อารกฺขํ ฐเปตฺวา ภาสิตพฺโพ โหติ. ตสฺมา มา สหสา อภาสิ, มุเข อารกฺขํ ฐเปหีติ ทสฺเสติ. เอวญฺหิ โน สุตฺเต โอจรตีติ ยสฺมา อมฺหากํ สุตฺเต เอวํ อาคจฺฉติ, น มยํ มุขารุฬฺหิจฺฉามตฺตํ วทาม, สุตฺเต จ นาม อาคตํ วทมานา กสฺส ภาเยยฺยาม, ตสฺมา สมฺมุขาปิ นํ วเทยฺยามาติ อตฺโถ. อปฺโปสฺสุกฺโกติ มม รกฺขนตฺถาย อนุสฺสุกฺโก อวาวโฏ หุตฺวาติ อตฺโถ. วุตฺโตว นํ วเทยฺยาติ มยา วุตฺโตว หุตฺวา อปุจฺฉิโตว กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา อมฺพชมฺพูอาทีนิ คเหตฺวา วิย อปูรยมาโน มยา กถิตนิยาเมน ภวํ ภารทฺวาโช วเทยฺย, วทสฺสูติ อตฺโถ.

๒๐๘. อสฺโสสิ โขติ สตฺถา อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺพจกฺขุนา มาคณฺฑิยํ ตตฺถ อาคตํ อทฺทส, ทฺวินฺนํ ชนานํ ภาสมานานํ ทิพฺพโสเตน สทฺทมฺปิ อสฺโสสิ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติยา วุฏฺฐิโต. สํวิคฺโคติ ปีติสํเวเคน สํวิคฺโค จลิโต กมฺปิโต. ตสฺส กิร เอตทโหสิ – ‘‘เนว มาคณฺฑิเยน สมณสฺส โคตมสฺส อาโรจิตํ, น มยา. อเมฺห มุญฺจิตฺวา อญฺโญ เอตฺถ ตติโยปิ นตฺถิ, สุโต ภวิสฺสติ อมฺหากํ สทฺโท ติขิณโสเตน ปุริเสนา’’ติ. อถสฺส อพฺภนฺตเร ปีติ อุปฺปชฺชิตฺวา นวนวุติโลมกูปสหสฺสานิ อุทฺธคฺคานิ อกาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘สํวิคฺโค โลมหฏฺฐชาโต’’ติ. อถ โข มาคณฺฑิโย ปริพฺพาชโกติ ปริพฺพาชกสฺส ปภินฺนมุขํ วิย พีชํ ปริปากคตํ ญาณํ, ตสฺมา สนฺนิสีทิตุํ อสกฺโกนฺโต อาหิณฺฑมาโน ปุน สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘อถ โข มาคณฺฑิโย’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๒๐๙. สตฺถา – ‘‘เอวํ กิร ตฺวํ, มาคณฺฑิย, มํ อวจา’’ติ อวตฺวาว จกฺขุํ โข, มาคณฺฑิยาติ ปริพฺพาชกสฺส ธมฺมเทสนํ อารภิ. ตตฺถ วสนฏฺฐานฏฺเฐน รูปํ จกฺขุสฺส อาราโมติ จกฺขุ รูปารามํ. รูเป รตนฺติ รูปรตํ. รูเปน จกฺขุ อาโมทิตํ ปโมทิตนฺติ รูปสมุทิตํ. ทนฺตนฺติ นิพฺพิเสวนํ. คุตฺตนฺติ โคปิตํ. รกฺขิตนฺติ ฐปิตรกฺขํ. สํวุตนฺติ ปิหิตํ. สํวรายาติ ปิธานตฺถาย.

๒๑๐. ปริจาริตปุพฺโพติ อภิรมิตปุพฺโพ. รูปปริฬาหนฺติ รูปํ อารพฺภ อุปฺปชฺชนปริฬาหํ. อิมสฺส ปน เต, มาคณฺฑิย, กิมสฺส วจนียนฺติ อิมสฺส รูปํ ปริคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส ตยา กึ วจนํ วตฺตพฺพํ อสฺส, วุฑฺฒิหโต มริยาทการโกติ อิทํ วตฺตพฺพํ, น วตฺตพฺพนฺติ ปุจฺฉติ. น กิญฺจิ, โภ โคตมาติ, โภ โคตม, กิญฺจิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย.

๒๑๑. อิทานิ ยสฺมา ตยา ปญฺจกฺขนฺเธ ปริคฺคเหตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตสฺส ขีณาสวสฺส กิญฺจิ วตฺตพฺพํ นตฺถิ, อหญฺจ ปญฺจกฺขนฺเธ ปริคฺคเหตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต, ตสฺมา อหมฺปิ เต น กิญฺจิ วตฺตพฺโพติ ทสฺเสตุํ อหํ โข ปนาติอาทิมาห. ตสฺส มยฺหํ มาคณฺฑิยาติ คิหิกาเล อตฺตโน สมฺปตฺตึ ทสฺเสนฺโต อาห. ตตฺถ วสฺสิโกติอาทีสุ ยตฺถ สุขํ โหติ วสฺสกาเล วสิตุํ, อยํ วสฺสิโก. อิตเรสุปิ เอเสว นโย. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – วสฺสํ วาโส วสฺสํ, วสฺสํ อรหตีติ วสฺสิโก. อิตเรสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ วสฺสิโก ปาสาโท นาติอุจฺโจ โหติ นาตินีโจ, ทฺวารวาตปานานิปิสฺส นาติตนูนิ นาติพหูนิ, ภูมตฺถรณปจฺจตฺถรณขชฺชโภชฺชานิเปตฺถ มิสฺสกาเนว วฏฺฏนฺติ. เหมนฺติเก ถมฺภาปิ ภิตฺติโยปิ นีจา โหนฺติ, ทฺวารวาตปานานิ ตนุกานิ สุขุมจฺฉิทฺทานิ. อุณฺหปเวสนตฺถาย ภิตฺตินิยูหานิ นีหรียนฺติ. ภูมตฺถรณปจฺจตฺถรณนิวาสนปารุปนานิ ปเนตฺถ อุณฺหวีริยานิ กมฺพลาทีนิ วฏฺฏนฺติ. ขชฺชโภชฺชํ สินิทฺธํ กฏุกสนฺนิสฺสิตญฺจ. คิมฺหิเก ถมฺภาปิ ภิตฺติโยปิ อุจฺจา โหนฺติ. ทฺวารวาตปานานิ ปเนตฺถ พหูนิ วิปุลชาลานิ ภวนฺติ. ภูมตฺถรณาทีนิ ทุกูลมยานิ วฏฺฏนฺติ, ขชฺชโภชฺชานิ มธุรรสสีตวีริยานิ. วาตปานสมีเปสุ เจตฺถ นว จาฏิโย ฐเปตฺวา อุทกสฺส ปูเรตฺวา นีลุปฺปลาทีหิ สญฺฉาเทนฺติ. เตสุ เตสุ ปเทเสสุ อุทกยนฺตานิ กโรนฺติ, เยหิ เทเว วสฺสนฺเต วิย อุทกธารา นิกฺขมนฺติ.

โพธิสตฺตสฺส ปน อฏฺฐสตสุวณฺณฆเฏ จ รชตฆเฏ จ คนฺโธทกสฺส ปูเรตฺวา นีลุปฺปลคจฺฉเก กตฺวา สยนํ ปริวาเรตฺวา ฐปยึสุ. มหนฺเตสุ โลหกฏาเหสุ คนฺธกลลํ ปูเรตฺวา นีลุปฺปลปทุมปุณฺฑรีกานิ โรเปตฺวา อุตุคฺคหณตฺถาย ตตฺถ ตตฺถ ฐเปสุํ. สูริยรสฺมีหิ ปุปฺผานิ ปุปฺผนฺติ. นานาวิธา ภมรคณา ปาสาทํ ปวิสิตฺวา ปุปฺเผสุ รสํ คณฺหนฺตา วิจรนฺติ. ปาสาโท อติสุคนฺโธ โหติ. ยมกภิตฺติยา อนฺตเร โลหนาฬึ ฐเปตฺวา นวภูมิกปาสาทสฺส อุปริ อากาสงฺคเณ รตนมณฺฑปมตฺถเก สุขุมจฺฉิทฺทกํ ชาลํ พทฺธํ อโหสิ. เอกสฺมึ ฐาเน สุกฺขมหึสจมฺมํ ปสาเรติ. โพธิสตฺตสฺส อุทกกีฬนเวลาย มหึสจมฺเม ปาสาณคุเฬ ขิปนฺติ, เมฆถนิตสทฺโท วิย โหติ. เหฏฺฐา ยนฺตํ ปริวตฺเตนฺติ, อุทกํ อภิรุหิตฺวา ชาลมตฺถเก ปตติ, วสฺสปตนสลิลํ วิย โหติ. ตทา โพธิสตฺโต นีลปฏํ นิวาเสติ, นีลปฏํ ปารุปติ, นีลปสาธนํ ปสาเธติ. ปริวาราปิสฺส จตฺตาลีสนาฏกสหสฺสานิ นีลวตฺถาภรณาเนว นีลวิเลปนานิ หุตฺวา มหาปุริสํ ปริวาเรตฺวา รตนมณฺฑปํ คจฺฉนฺติ. ทิวสภาคํ อุทกกีฬํ กีฬนฺโต สีตลํ อุตุสุขํ อนุโภติ.

ปาสาทสฺส จตูสุ ทิสาสุ จตฺตาโร สรา โหนฺติ. ทิวากาเล นานาวณฺณสกุณคณา ปาจีนสรโต วุฏฺฐาย วิรวมานา ปาสาทมตฺถเกน ปจฺฉิมสรํ คจฺฉนฺติ. ปจฺฉิมสรโต วุฏฺฐาย ปาจีนสรํ, อุตฺตรสรโต ทกฺขิณสรํ, ทกฺขิณสรโต อุตฺตรสรํ คจฺฉนฺติ, อนฺตรวสฺสสมโย วิย โหติ. เหมนฺติกปาสาโท ปน ปญฺจภูมิโก อโหสิ, วสฺสิกปาสาโท สตฺตภูมิโก.

นิปฺปุริเสหีติ ปุริสวิรหิเตหิ. น เกวลญฺเจตฺถ ตูริยาเนว นิปฺปุริสานิ, สพฺพฏฺฐานานิปิ นิปฺปุริสาเนว. โทวาริกาปิ อิตฺถิโยว, นฺหาปนาทิปริกมฺมกราปิ อิตฺถิโยว. ราชา กิร – ‘‘ตถารูปํ อิสฺสริยสุขสมฺปตฺตึ อนุภวมานสฺส ปุริสํ ทิสฺวา ปริสงฺกา อุปฺปชฺชติ, สา เม ปุตฺตสฺส มา อโหสี’’ติ สพฺพกิจฺเจสุ อิตฺถิโยว ฐเปสิ. ตาย รติยา รมมาโนติ อิทํ จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรตึ สนฺธาย วุตฺตํ.

๒๑๒. คหปติ วา คหปติปุตฺโต วาติ เอตฺถ ยสฺมา ขตฺติยานํ เสตจฺฉตฺตสฺมึเยว ปตฺถนา โหติ, มหา จ เนสํ ปปญฺโจ, พฺราหฺมณา มนฺเตหิ อติตฺตา มนฺเต คเวสนฺตา วิจรนฺติ, คหปติโน ปน มุทฺทาคณนมตฺตํ อุคฺคหิตกาลโต ปฏฺฐาย สมฺปตฺตึเยว อนุภวนฺติ, ตสฺมา ขตฺติยพฺราหฺมเณ อคฺคเหตฺวา ‘‘คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา’’ติ อาห. อาวฏฺเฏยฺยาติ มานุสกกามเหตุ อาวฏฺโฏ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. อภิกฺกนฺตตราติ วิสิฏฺฐตรา. ปณีตตราติ อตปฺปกตรา. วุตฺตมฺปิ เจตํ –

‘‘กุสคฺเคนุทกมาทาย, สมุทฺเท อุทกํ มิเน;

เอวํ มานุสกา กามา, ทิพฺพกามาน สนฺติเก’’ติ. (ชา. ๒.๒๑.๓๘๙) –

สมธิคยฺห ติฏฺฐตีติ ทิพฺพสุขํ คณฺหิตฺวา ตโต วิสิฏฺฐตรา หุตฺวา ติฏฺฐติ.

โอปมฺมสํสนฺทนํ ปเนตฺถ เอวํ เวทิตพฺพํ – คหปติสฺส ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมงฺคีภูตกาโล วิย โพธิสตฺตสฺส ตีสุ ปาสาเทสุ จตฺตาลีสสหสฺสอิตฺถิมชฺเฌ โมทนกาโล, ตสฺส สุจริตํ ปูเรตฺวา สคฺเค นิพฺพตฺตกาโล วิย โพธิสตฺตสฺส อภินิกฺขมนํ กตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิทฺธกาโล, ตสฺส นนฺทนวเน สมฺปตฺตึ อนุภวนกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีติวตฺตนกาโล, ตสฺส มานุสกานํ ปญฺจนฺนํ กามคุณานํ อปตฺถนกาโล วิย ตถาคตสฺส จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีตินาเมนฺตสฺส หีนชนสุขสฺส อปตฺถนกาโลติ.

๒๑๓. สุขีติ ปฐมํ ทุกฺขิโต ปจฺฉา สุขิโต อสฺส. เสรีติ ปฐมํ เวชฺชทุติยโก ปจฺฉา เสรี เอกโก ภเวยฺย. สยํวสีติ ปฐมํ เวชฺชสฺส วเส วตฺตมาโน เวชฺเชน นิสีทาติ วุตฺเต นิสีทิ, นิปชฺชาติ วุตฺเต นิปชฺชิ, ภุญฺชาติ วุตฺเต ภุญฺชิ, ปิวาติ วุตฺเต ปิวิ, ปจฺฉา สยํวสี ชาโต. เยน กามํ คโมติ ปฐมํ อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตุํ นาลตฺถ, ปจฺฉา โรเค วูปสนฺเต วนทสฺสน-คิริทสฺสน-ปพฺพตทสฺสนาทีสุปิ เยนกามํ คโม ชาโต, ยตฺถ ยตฺเถว คนฺตุํ อิจฺฉติ, ตตฺถ ตตฺเถว คจฺเฉยฺย.

เอตฺถาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปุริสสฺส กุฏฺฐิกาโล วิย หิ โพธิสตฺตสฺส อคารมชฺเฌ วสนกาโล, องฺคารกปลฺลํ วิย เอกํ กามวตฺถุ, เทฺว กปลฺลานิ วิย เทฺว วตฺถูนิ, สกฺกสฺส ปน เทวรญฺโญ อฑฺฒเตยฺยโกฏิยานิ องฺคารกปลฺลานิ วิย อฑฺฒติยนาฏกโกฏิโย, นเขหิ วณมุขานิ ตจฺเฉตฺวา องฺคารกปลฺเล ปริตาปนํ วิย วตฺถุปฏิเสวนํ, เภสชฺชํ อาคมฺม อโรคกาโล วิย กาเมสุ อาทีนวํ เนกฺขมฺเม จ อานิสํสํ ทิสฺวา นิกฺขมฺม พุทฺธภูตกาเล จตุตฺถชฺฌานิกผลสมาปตฺติรติยา วีติวตฺตนกาโล, อญฺญํ กุฏฺฐิปุริสํ ทิสฺวา อปตฺถนกาโล วิย ตาย รติยา วีตินาเมนฺตสฺส หีนชนรติยา อปตฺถนกาโลติ.

๒๑๔. อุปหตินฺทฺริโยติ กิมิรกุฏฺเฐน นาม อุปหตกายปฺปสาโท. อุปหตินฺทฺริยาติ อุปหตปญฺญินฺทฺริยา. เต ยถา โส อุปหตกายินฺทฺริโย กุฏฺฐี ทุกฺขสมฺผสฺสสฺมึเยว อคฺคิสฺมึ สุขมิติ วิปรีตสญฺญํ ปจฺจลตฺถ, เอวํ ปญฺญินฺทฺริยสฺส อุปหตตฺตา ทุกฺขสมฺผสฺเสเสฺวว กาเมสุ สุขมิติ วิปรีตสญฺญํ ปจฺจลตฺถุํ.

๒๑๕. อสุจิตรานิ เจวาติอาทีสุ ปกติยาว ตานิ อสุจีนิ จ ทุคฺคนฺธานิ จ ปูตีนิ จ, อิทานิ ปน อสุจิตรานิ เจว ทุคฺคนฺธตรานิ จ ปูติตรานิ จ โหนฺติ. กาจีติ ตสฺส หิ ปริตาเปนฺตสฺส จ กณฺฑูวนฺตสฺส จ ปาณกา อนฺโต ปวิสนฺติ, ทุฏฺฐโลหิตทุฏฺฐปุพฺพา ปคฺฆรนฺติ. เอวมสฺส กาจิ อสฺสาทมตฺตา โหติ.

อาโรคฺยปรมาติ คาถาย เย เกจิ ธนลาภา วา ยสลาภา วา ปุตฺตลาภา วา อตฺถิ, อาโรคฺยํ เตสํ ปรมํ อุตฺตมํ, นตฺถิ ตโต อุตฺตริตโร ลาโภติ, อาโรคฺยปรมา ลาภา. ยํกิญฺจิ ฌานสุขํ วา มคฺคสุขํ วา ผลสุขํ วา อตฺถิ, นิพฺพานํ ตตฺถ ปรมํ, นตฺถิ ตโต อุตฺตริตรํ สุขนฺติ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ. อฏฺฐงฺคิโก มคฺคานนฺติ ปุพฺพภาคมคฺคานํ ปุพฺพภาคคมเนเนว อมตคามีนํ อฏฺฐงฺคิโก เขโม, นตฺถิ ตโต เขมตโร อญฺโญ มคฺโค. อถ วา เขมํ อมตคามินนฺติ เอตฺถ เขมนฺติปิ อมตนฺติปิ นิพฺพานสฺเสว นามํ. ยาวตา ปุถุสมณพฺราหฺมณา ปรปฺปวาทา เขมคามิโน จ อมตคามิโน จาติ ลทฺธิวเสน คหิตา, สพฺเพสํ เตสํ เขมอมตคามีนํ มคฺคานํ อฏฺฐงฺคิโก ปรโม อุตฺตโมติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

๒๑๖. อาจริยปาจริยานนฺติ อาจริยานญฺเจว อาจริยาจริยานญฺจ. สเมตีติ เอกนาฬิยา มิตํ วิย เอกตุลาย ตุลิตํ วิย สทิสํ โหติ นินฺนานากรณํ. อโนมชฺชตีติ ปาณึ เหฏฺฐา โอตาเรนฺโต มชฺชติ – ‘‘อิทํ ตํ, โภ โคตม, อาโรคฺยํ, อิทํ ตํ นิพฺพาน’’นฺติ กาเลน สีสํ กาเลน อุรํ ปริมชฺชนฺโต เอวมาห.

๒๑๗. เฉกนฺติ สมฺปนฺนํ. สาหุฬิจีเรนาติ กาฬเกหิ เอฬกโลเมหิ กตถูลจีเรน. สงฺการโจฬเกนาติปิ วทนฺติ. วาจํ นิจฺฉาเรยฺยาติ กาเลน ทสาย กาเลน อนฺเต กาเลน มชฺเฌ ปริมชฺชนฺโต นิจฺฉาเรยฺย, วเทยฺยาติ อตฺโถ. ปุพฺพเกเหสาติ ปุพฺพเกหิ เอสา. วิปสฺสีปิ หิ ภควา…เป… กสฺสโปปิ ภควา จตุปริสมชฺเฌ นิสินฺโน อิมํ คาถํ อภาสิ, ‘‘อตฺถนิสฺสิตคาถา’’ติ มหาชโน อุคฺคณฺหิ. สตฺถริ ปรินิพฺพุเต อปรภาเค ปริพฺพาชกานํ อนฺตรํ ปวิฏฺฐา. เต โปตฺถกคตํ กตฺวา ปททฺวยเมว รกฺขิตุํ สกฺขึสุ. เตนาห – สา เอตรหิ อนุปุพฺเพน ปุถุชฺชนคาถาติ.

๒๑๘. โรโคว ภูโตติ โรคภูโต. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อริยํ จกฺขุนฺติ ปริสุทฺธํ วิปสฺสนาญาณญฺเจว มคฺคญาณญฺจ. ปโหตีติ สมตฺโถ. เภสชฺชํ กเรยฺยาติ อุทฺธํวิเรจนํ อโธวิเรจนํ อญฺชนญฺจาติ เภสชฺชํ กเรยฺย.

๒๑๙. น จกฺขูนิ อุปฺปาเทยฺยาติ ยสฺส หิ อนฺตรา ปิตฺตเสมฺหาทิปลิเวเฐน จกฺขุปสาโท อุปหโต โหติ, โส เฉกํ เวชฺชํ อาคมฺม สปฺปายเภสชฺชํ เสวนฺโต จกฺขูนิ อุปฺปาเทติ นาม. ชจฺจนฺธสฺส ปน มาตุกุจฺฉิยํเยว วินฏฺฐานิ, ตสฺมา โส น ลภติ. เตน วุตฺตํ ‘‘น จกฺขูนิ อุปฺปาเทยฺยา’’ติ.

๒๒๐. ทุติยวาเร ชจฺจนฺโธติ ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ปิตฺตาทิปลิเวเฐน อนฺโธ. อมุสฺมินฺติ ตสฺมึ ปุพฺเพ วุตฺเต. อมิตฺตโตปิ ทเหยฺยาติ อมิตฺโต เม อยนฺติ เอวํ อมิตฺตโต ฐเปยฺย. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. อิมินา จิตฺเตนาติ วฏฺเฏ อนุคตจิตฺเตน. ตสฺส เม อุปาทานปจฺจยาติ เอกสนฺธิ ทฺวิสงฺเขโป ปจฺจยากาโร กถิโต, วฏฺฏํ วิภาวิตํ.

๒๒๑. ธมฺมานุธมฺมนฺติ ธมฺมสฺส อนุธมฺมํ อนุจฺฉวิกํ ปฏิปทํ. อิเม โรคา คณฺฑา สลฺลาติ ปญฺจกฺขนฺเธ ทสฺเสติ. อุปาทานนิโรธาติ วิวฏฺฏํ ทสฺเสนฺโต อาห. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มาคณฺฑิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๖. สนฺทกสุตฺตวณฺณนา

๒๒๓. เอวํ เม สุตนฺติ สนฺทกสุตฺตํ. ตตฺถ ปิลกฺขคุหายนฺติ ตสฺสา คุหาย ทฺวาเร ปิลกฺขรุกฺโข อโหสิ, ตสฺมา ปิลกฺขคุหาเตฺวว สงฺขํ คตา. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ วิเวกโต วุฏฺฐิโต. เทวกตโสพฺโภติ วสฺโสทเกเนว ตินฺนฏฺฐาเน ชาโต มหาอุทกรหโท. คุหาทสฺสนายาติ เอตฺถ คุหาติ ปํสุคุหา. สา อุนฺนเม อุทกมุตฺตฏฺฐาเน อโหสิ, เอกโต อุมงฺคํ กตฺวา ขาณุเก จ ปํสุญฺจ นีหริตฺวา อนฺโต ถมฺเภ อุสฺสาเปตฺวา มตฺถเก ปทรจฺฉนฺนเคหสงฺเขเปน กตา, ตตฺถ เต ปริพฺพาชกา วสนฺติ. สา วสฺสาเน อุทกปุณฺณา ติฏฺฐติ, นิทาเฆ ตตฺถ วสนฺติ. ตํ สนฺธาย ‘‘คุหาทสฺสนายา’’ติ อาห. วิหารทสฺสนตฺถญฺหิ อนมตคฺคิยํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา สมุทฺทปพฺพตทสฺสนตฺถํ วาปิ คนฺตุํ วฏฺฏตีติ.

อุนฺนาทินิยาติ อุจฺจํ นทมานาย. เอวํ นทมานาย จสฺสา อุทฺธงฺคมนวเสน อุจฺโจ, ทิสาสุ ปตฺถฏวเสน มหาสทฺโทติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺโท, ตาย อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทาย. เตสํ ปริพฺพาชกานํ ปาโตว อุฏฺฐาย กตฺตพฺพํ นาม เจติยวตฺตํ วา โพธิวตฺตํ วา อาจริยุปชฺฌายวตฺตํ วา โยนิโสมนสิกาโร วา นตฺถิ. เตน เต ปาโตว อุฏฺฐาย พาลาตเป นิสินฺนา, สายํ วา กถาย ผาสุกตฺถาย สนฺนิปติตา ‘‘อิมสฺส หตฺโถ โสภโณ อิมสฺส ปาโท’’ติ เอวํ อญฺญมญฺญสฺส หตฺถปาทาทีนิ วา อารพฺภ อิตฺถิปุริสทารกทาริกาวณฺเณ วา อญฺญํ วา กามสฺสาทภวสฺสาทาทิวตฺถุํ อารพฺภ กถํ ปฏฺฐเปตฺวา อนุปุพฺเพน ราชกถาทิอเนกวิธํ ติรจฺฉานกถํ กเถนฺติ. สา หิ อนิยฺยานิกตฺตา สคฺคโมกฺขมคฺคานํ ติรจฺฉานภูตา กถาติ ติรจฺฉานกถา. ตตฺถ ราชานํ อารพฺภ ‘‘มหาสมฺมโต มนฺธาตา ธมฺมาโสโก เอวํมหานุภาโว’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา กถา ราชกถา. เอส นโย โจรกถาทีสุ.

เตสุ ‘‘อสุโก ราชา อภิรูโป ทสฺสนีโย’’ติอาทินา นเยน เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา โหติ. ‘‘โสปิ นาม เอวํ มหานุภาโว ขยํ คโต’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปน กมฺมฏฺฐานภาเว ติฏฺฐติ. โจเรสุปิ ‘‘มูลเทโว เอวํมหานุภาโว, เมฆมาโล เอวํมหานุภาโว’’ติ เตสํ กมฺมํ ปฏิจฺจ อโห สูราติ เคหสฺสิตกถาว ติรจฺฉานกถา. ยุทฺเธปิ ภารตยุทฺธาทีสุ ‘‘อสุเกน อสุโก เอวํ มาริโต เอวํ วิทฺโธ’’ติ กามสฺสาทวเสเนว กถา ติรจฺฉานกถา. ‘‘เตปิ นาม ขยํ คตา’’ติ เอวํ ปวตฺตา ปน สพฺพตฺถ กถา กมฺมฏฺฐานเมว โหติ. อปิจ อนฺนาทีสุ ‘‘เอวํ วณฺณวนฺตํ คนฺธวนฺตํ รสวนฺตํ ผสฺสสมฺปนฺนํ ขาทิมฺห ภุญฺชิมฺห ปิวิมฺห ปริภุญฺชิมฺหา’’ติ กามสฺสาทวเสน กเถตุํ น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา – ‘‘ปุพฺเพ เอวํ วณฺณาทิสมฺปนฺนํ อนฺนํ ปานํ วตฺถํ สยนํ มาลํ คนฺธํ สีลวนฺตานํ อทมฺห, เจติเย ปูชํ อกริมฺหา’’ติ กเถตุํ วฏฺฏติ.

ญาติกถาทีสุปิ ‘‘อมฺหากํ ญาตกา สูรา สมตฺถา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวํ วิจิเตฺรหิ ยาเนหิ จริมฺหา’’ติ วา อสฺสาทวเสน วตฺตุํ น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา ‘‘เตปิ โน ญาตกา ขยํ คตา’’ติ วา ‘‘ปุพฺเพ มยํ เอวรูปา อุปาหนา สงฺฆสฺส อทมฺหา’’ติ วา กเถตพฺพา. คามกถาปิ สุนิวิฏฺฐทุนฺนิวิฏฺฐสุภิกฺขทุพฺภิกฺขาทิวเสน วา ‘‘อสุกคามวาสิโน สูรา สมตฺถา’’ติ วา เอวํ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, สาตฺถกํ ปน กตฺวา สทฺธา ปสนฺนาติ วา ขยวยํ คตาติ วา วตฺตุํ วฏฺฏติ. นิคมนครชนปทกถาสุปิ เอเสว นโย. อิตฺถิกถาปิ วณฺณสณฺฐานาทีนิ ปฏิจฺจ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, สทฺธา ปสนฺนา ขยํ คตาติ เอวเมว วฏฺฏติ. สูรกถาปิ นนฺทิมิตฺโต นาม โยโธ สูโร อโหสีติ อสฺสาทวเสเนว น วฏฺฏติ, สทฺโธ ปสนฺโน อโหสิ ขยํ คโตติ เอวเมว วฏฺฏติ. วิสิขากถาปิ อสุกา วิสิขา สุนิวิฏฺฐา ทุนฺนิวิฏฺฐา สูรา สมตฺถาติ อสฺสาทวเสเนว น วฏฺฏติ, สทฺธา ปสนฺนา ขยํ คตา อิจฺเจวํ วฏฺฏติ.

กุมฺภฏฺฐานกถาติ กุมฺภฏฺฐานอุทกติตฺถกถา วา วุจฺจติ กุมฺภทาสิกถา วา. สาปิ ‘‘ปาสาทิกา นจฺจิตุํ คายิตุํ เฉกา’’ติ อสฺสาทวเสน น วฏฺฏติ, สทฺธา ปสนฺนาติอาทินา นเยเนว วฏฺฏติ. ปุพฺพเปตกถาติ อตีตญาติกถา. ตตฺถ วตฺตมานญาติกถาสทิโสว วินิจฺฉโย.

นานตฺตกถาติ ปุริมปจฺฉิมกถาวิมุตฺตา อวเสสา นานาสภาวา นิรตฺถกกถา. โลกกฺขายิกาติ อยํ โลโก เกน นิมฺมิโต, อสุเกน นาม นิมฺมิโต, กากา เสตา อฏฺฐีนํ เสตตฺตา, พกา รตฺตา โลหิตสฺส รตฺตตฺตาติ เอวมาทิกา โลกายตวิตณฺฑสลฺลาปกถา.

สมุทฺทกฺขายิกา นาม กสฺมา สมุทฺโท สาคโร, สาครเทเวน ขณิตตฺตา สาคโร, ขโต เมติ หตฺถมุทฺทาย นิเวทิตตฺตา สมุทฺโทติ เอวมาทิกา นิรตฺถกา สมุทฺทกฺขายิกกถา. อิติ ภโว, อิติ อภโวติ ยํ วา ตํ วา นิรตฺถกการณํ วตฺวา ปวตฺติตกถา อิติภวาภวกถา. เอตฺถ จ ภโวติ สสฺสตํ, อภโวติ อุจฺเฉทํ. ภโวติ วฑฺฒิ, อภโวติ หานิ. ภโวติ กามสุขํ, อภโวติ อตฺตกิลมโถ. อิติ อิมาย ฉพฺพิธาย อิติภวาภวกถาย สทฺธึ พาตฺตึสติรจฺฉานกถา นาม โหติ. เอวรูปึ ติรจฺฉานกถํ กเถนฺติยา นิสินฺโน โหติ.

ตโต สนฺทโก ปริพฺพาชโก เต ปริพฺพาชเก โอโลเกตฺวา – ‘‘อิเม ปริพฺพาชกา อติวิย อญฺญมญฺญํ อคารวา อปฺปติสฺสา, มยญฺจ สมณสฺส โคตมสฺส ปาตุภาวโต ปฏฺฐาย สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนกูปมา ชาตา, ลาภสกฺกาโรปิ โน ปริหีโน. สเจ ปน อิมํ ฐานํ สมโณ โคตโม โคตมสาวโก วา คิหิอุปฏฺฐาโกปิ วาสฺส อาคจฺเฉยฺย, อติวิย ลชฺชนียํ ภวิสฺสติ. ปริสโทโส โข ปน ปริสเชฏฺฐกสฺเสว อุปริ อาโรหตี’’ติ อิโต จิโต จ วิโลเกนฺโต เถรํ อทฺทส. เตน วุตฺตํ อทฺทสา โข สนฺทโก ปริพฺพาชโก…เป… ตุณฺหี อเหสุนฺติ.

ตตฺถ สณฺฐเปสีติ สิกฺขาเปสิ, วชฺชมสฺสา ปฏิจฺฉาเทสิ. ยถา สุฏฺฐปิตา โหติ, ตถา นํ ฐเปสิ. ยถา นาม ปริสมชฺฌํ ปวิสนฺโต ปุริโส วชฺชปฏิจฺฉาทนตฺถํ นิวาสนํ สณฺฐเปติ, ปารุปนํ สณฺฐเปติ, รโชกิณฺณฏฺฐานํ ปุญฺฉติ, เอวมสฺสา วชฺชปฏิจฺฉาทนตฺถํ ‘‘อปฺปสทฺทา โภนฺโต’’ติ สิกฺขาเปนฺโต ยถา สุฏฺฐปิตา โหติ, ตถา นํ ฐเปสีติ อตฺโถ. อปฺปสทฺทกามาติ อปฺปสทฺทํ อิจฺฉนฺติ, เอกกา นิสีทนฺติ, เอกกา ติฏฺฐนฺติ, น คณสงฺคณิกาย ยาเปนฺติ. อปฺปสทฺทวินีตาติ อปฺปสทฺเทน นิรเวน พุทฺเธน วินีตา. อปฺปสทฺทสฺส วณฺณวาทิโนติ ยํ ฐานํ อปฺปสทฺทํ นิสฺสทฺทํ. ตสฺส วณฺณวาทิโน. อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ อิธาคนฺตพฺพํ มญฺเญยฺย.

กสฺมา ปเนส เถรสฺส อุปสงฺกมนํ ปจฺจาสีสตีติ. อตฺตโน วุทฺธึ ปตฺถยมาโน. ปริพฺพาชกา กิร พุทฺเธสุ วา พุทฺธสาวเกสุ วา อตฺตโน สนฺติกํ อาคเตสุ – ‘‘อชฺช อมฺหากํ สนฺติกํ สมโณ โคตโม อาคโต, สาริปุตฺโต อาคโต, น โข ปเนเต ยสฺส วา ตสฺส วา สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, ปสฺสถ อมฺหากํ อุตฺตมภาว’’นฺติ อตฺตโน อุปฏฺฐากานํ สนฺติเก อตฺตานํ อุกฺขิปนฺติ อุจฺเจ ฐาเน ฐเปนฺติ. ภควโตปิ อุปฏฺฐาเก คณฺหิตุํ วายมนฺติ. เต กิร ภควโต อุปฏฺฐาเก ทิสฺวา เอวํ วทนฺติ – ‘‘ตุมฺหากํ สตฺถา ภวํ โคตโมปิ โคตมสฺส สาวกาปิ อมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺฉนฺติ, มยํ อญฺญมญฺญํ สมคฺคา. ตุเมฺห ปน อเมฺห อกฺขีหิ ปสฺสิตุํ น อิจฺฉถ, สามีจิกมฺมํ น กโรถ, กึ โว อเมฺหหิ อปรทฺธ’’นฺติ. อปฺเปกจฺเจ มนุสฺสา – ‘‘พุทฺธาปิ เอเตสํ สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, กึ อมฺหาก’’นฺติ ตโต ปฏฺฐาย เต ทิสฺวา นปฺปมชฺชนฺติ. ตุณฺหี อเหสุนฺติ สนฺทกํ ปริวาเรตฺวา นิสฺสทฺทา นิสีทึสุ.

๒๒๔. สฺวาคตํ โภโต อานนฺทสฺสาติ สุอาคมนํ โภโต อานนฺทสฺส. ภวนฺเต หิ โน อาคเต อานนฺโท โหติ, คเต โสโกติ ทีเปติ. จิรสฺสํ โขติ ปิยสมุทาจารวจนเมตํ. เถโร ปน กาเลน กาลํ ปริพฺพาชการามํ จาริกตฺถาย คจฺฉตีติ ปุริมคมนํ คเหตฺวา เอวมาห. เอวญฺจ ปน วตฺวา น มานตฺถทฺโธ หุตฺวา นิสีทิ, อตฺตโน ปน อาสนา วุฏฺฐาย ตํ อาสนํ ปปฺโผเฏตฺวา เถรํ อาสเนน นิมนฺเตนฺโต นิสีทตุ ภวํ อานนฺโท, อิทมาสนํ ปญฺญตฺตนฺติ อาห.

อนฺตรากถา วิปฺปกตาติ นิสินฺนานํ โว อารมฺภโต ปฏฺฐาย ยาว มมาคมนํ เอตสฺมึ อนฺตเร กา นาม กถา วิปฺปกตา, มมาคมนปจฺจยา กตมา กถา ปริยนฺตํ น คตาติ ปุจฺฉติ.

อถ ปริพฺพาชโก ‘‘นิรตฺถกกถาว เอสา นิสฺสารา วฏฺฏสนฺนิสฺสิตา, น ตุมฺหากํ ปุรโต วตฺตพฺพตํ อรหตี’’ติ ทีเปนฺโต ติฏฺฐเตสา, โภติอาทิมาห. เนสา โภโตติ สเจ ภวํ โสตุกาโม ภวิสฺสติ, ปจฺฉาเปสา กถา น ทุลฺลภา ภวิสฺสติ, อมฺหากํ ปนิมาย อตฺโถ นตฺถิ. โภโต ปน อาคมนํ ลภิตฺวา อญฺญเทว สุการณํ กถํ โสตุกามมฺหาติ ทีเปติ. ตโต ธมฺมเทสนํ ยาจนฺโต สาธุ วต ภวนฺตํ เย วาติอาทิมาห. ตตฺถ อาจริยเกติ อาจริยสมเย. อนสฺสาสิกานีติ อสฺสาสวิรหิตานิ. สสกฺกนฺติ เอกํสตฺเถ นิปาโต, วิญฺญู ปุริโส เอกํเสเนว น วเสยฺยาติ อตฺโถ. วสนฺโต จ นาราเธยฺยาติ น สมฺปาเทยฺย, น ปริปูเรยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. ญายํ ธมฺมํ กุสลนฺติ การณภูตํ อนวชฺชฏฺเฐน กุสลํ ธมฺมํ.

๒๒๕. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. นตฺถิ ทินฺนนฺติอาทีนิ สาเลยฺยกสุตฺเต (ม. นิ. ๑.๔๔๐) วุตฺตานิ. จาตุมหาภูติโกติ จตุมหาภูตมโย. ปถวี ปถวีกายนฺติ อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ พาหิรปถวีธาตุํ. อนุเปตีติ อนุยาติ. อนุปคจฺฉตีติ ตสฺเสว เววจนํ, อนุคจฺฉตีติปิ อตฺโถ, อุภเยนาปิ อุเปติ อุปคจฺฉตีติ ทสฺเสติ. อาปาทีสุปิ เอเสว นโย. อินฺทฺริยานีติ มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ อากาสํ ปกฺขนฺทนฺติ. อาสนฺทิปญฺจมาติ นิปนฺนมญฺเจน ปญฺจมา, มญฺโจ เจว, จตฺตาโร มญฺจปาเท คเหตฺวา ฐิตา จตฺตาโร ปุริสา จาติ อตฺโถ. ยาวาฬาหนาติ ยาว สุสานา. ปทานีติ อยํ เอวํ สีลวา อโหสิ, เอวํ ทุสฺสีโลติอาทินา นเยน ปวตฺตานิ คุณปทานิ. สรีรเมว วา เอตฺถ ปทานีติ อธิปฺเปตํ. กาโปตกานีติ กโปตกวณฺณานิ, ปาราวตปกฺขวณฺณานีติ อตฺโถ.

ภสฺสนฺตาติ ภสฺมนฺตา, อยเมว วา ปาฬิ. อาหุติโยติ ยํ ปเหณกสกฺการาทิเภทํ ทินฺนทานํ, สพฺพํ ตํ ฉาริกาวสานเมว โหติ, น ตโต ปรํ ผลทายกํ หุตฺวา คจฺฉตีติ อตฺโถ. ทตฺตุปญฺญตฺตนฺติ ทตฺตูหิ พาลมนุสฺเสหิ ปญฺญตฺตํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – พาเลหิ อพุทฺธีหิ ปญฺญตฺตมิทํ ทานํ, น ปณฺฑิเตหิ. พาลา เทนฺติ, ปณฺฑิตา คณฺหนฺตีติ ทสฺเสติ. อตฺถิกวาทนฺติ อตฺถิ ทินฺนํ ทินฺนผลนฺติ อิมํ อตฺถิกวาทํเยว วทนฺติ เตสํ ตุจฺฉํ วจนํ มุสาวิลาโป. พาเล จ ปณฺฑิเต จาติ พาลา จ ปณฺฑิตา จ.

อกเตน เม เอตฺถ กตนฺติ มยฺหํ อกเตเนว สมณกมฺเมน เอตฺถ เอตสฺส สมเย กมฺมํ กตํ นาม โหติ, อวุสิเตเนว พฺรหฺมจริเยน วุสิตํ นาม โหติ. เอตฺถาติ เอตสฺมึ สมณธมฺเม. สมสมาติ อติวิย สมา, สเมน วา คุเณน สมา. สามญฺญํ ปตฺตาติ สมานภาวํ ปตฺตา.

๒๒๖. กรโตติอาทีนิ อปณฺณกสุตฺเต วุตฺตานิ. ตถา นตฺถิ เหตูติอาทีนิ.

๒๒๘. จตุตฺถพฺรหฺมจริยวาเส อกฏาติ อกตา. อกฏวิธาติ อกตวิธานา, เอวํ กโรหีติ เกนจิ การาปิตา น โหนฺตีติ อตฺโถ. อนิมฺมิตาติ อิทฺธิยาปิ น นิมฺมิตา. อนิมฺมาตาติ อนิมฺมาปิตา. เกจิ อนิมฺมิตพฺพาติ ปทํ วทนฺติ, ตํ เนว ปาฬิยํ, น อฏฺฐกถายํ สนฺทิสฺสติ. วญฺฌาติ วญฺฌปสุวญฺฌตาลาทโย วิย อผลา, กสฺสจิ อชนกาติ อตฺโถ. เอเตน ปถวีกายาทีนํ รูปาทิชนกภาวํ ปฏิกฺขิปติ. ปพฺพตกูฏา วิย ฐิตาติ กูฏฏฺฐา. อีสิกฏฺฐายิฏฺฐิตาติ มุญฺเช อีสิกา วิย ฐิตา. ตตฺรายมธิปฺปาโย – ยมิทํ ชายตีติ วุจฺจติ, ตํ มุญฺชโต อีสิกา วิย วิชฺชมานเมว นิกฺขมตีติ. ‘‘เอสิกฏฺฐายิฏฺฐิตา’’ติปิ ปาโฐ, สุนิขาโต เอสิกตฺถมฺโภ นิจฺจโล ติฏฺฐติ, เอวํ ฐิตาติ อตฺโถ. อุภเยนปิ เตสํ วินาสาภาวํ ทีเปติ. น อิญฺชนฺตีติ เอสิกตฺถมฺโภ วิย ฐิตตฺตา น จลนฺติ. น วิปริณาเมนฺตีติ ปกตึ น ชหนฺติ. น อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺตีติ อญฺญมญฺญํ น อุปหนนฺติ. นาลนฺติ น สมตฺถา.

ปถวีกาโยติอาทีสุ ปถวีเยว ปถวีกาโย, ปถวีสมูโห วา. ตตฺถาติ เตสุ ชีวสตฺตเมสุ กาเยสุ. นตฺถิ หนฺตา วาติ หนฺตุํ วา ฆาเตตุํ วา โสตุํ วา สาเวตุํ วา ชานิตุํ วา ชานาเปตุํ วา สมตฺโถ นาม นตฺถีติ ทีเปติ. สตฺตนฺนํเตฺวว กายานนฺติ ยถา มุคฺคราสิอาทีสุ ปหฏํ สตฺถํ มุคฺคราสิอาทีนํ อนฺตเรน ปวิสติ, เอวํ สตฺตนฺนํ กายานํ อนฺตเรน ฉิทฺเทน วิวเรน สตฺถํ ปวิสติ. ตตฺถ ‘‘อหํ อิมํ ชีวิตา โวโรเปมี’’ติ เกวลํ สญฺญามตฺตเมว โหตีติ ทสฺเสติ. โยนิปมุขสตสหสฺสานีติ ปมุขโยนีนํ อุตฺตมโยนีนํ จุทฺทสสตสหสฺสานิ อญฺญานิ จ สฏฺฐิสตานิ อญฺญานิ จ ฉสตานิ. ปญฺจ จ กมฺมุโน สตานีติ ปญฺจ กมฺมสตานิ จ, เกวลํ ตกฺกมตฺตเกน นิรตฺถกํ ทิฏฺฐึ ทีเปติ. ปญฺจ จ กมฺมานิ ตีณิ จ กมฺมานีติอาทีสุปิ เอเสว นโย. เกจิ ปนาหุ ปญฺจ กมฺมานีติ ปญฺจินฺทฺริยวเสน ภณติ. ตีณีติ กายกมฺมาทิวเสนาติ. กมฺเม จ อฑฺฒกมฺเม จาติ เอตฺถ ปนสฺส กายกมฺมญฺจ วจีกมฺมญฺจ กมฺมนฺติ ลทฺธิ, มโนกมฺมํ อุปฑฺฒกมฺมนฺติ. ทฺวฏฺฐิปฏิปทาติ ทฺวาสฏฺฐิ ปฏิปทาติ วทติ. ทฺวฏฺฐนฺตรกปฺปาติ เอกสฺมึ กปฺเป จตุสฏฺฐิ อนฺตรกปฺปา นาม โหนฺติ, อยํ ปน อญฺเญ เทฺว อชานนฺโต เอวมาห. ฉฬาภิชาติโย อปณฺณกสุตฺเต วิตฺถาริตา.

อฏฺฐ ปุริสภูมิโยติ มนฺทภูมิ ขิฑฺฑาภูมิ วีมํสกภูมิ อุชุคตภูมิ เสกฺขภูมิ สมณภูมิ ชินภูมิ ปนฺนภูมีติ อิมา อฏฺฐ ปุริสภูมิโยติ วทติ. ตตฺถ ชาตทิวสโต ปฏฺฐาย สตฺตทิวเส สมฺพาธฏฺฐานโต นิกฺขนฺตตฺตา สตฺตา มนฺทา โหนฺติ โมมูหา. อยํ มนฺทภูมีติ วทติ. เย ปน ทุคฺคติโต อาคตา โหนฺติ, เต อภิณฺหํ โรทนฺติ เจว วิรวนฺติ จ. สุคติโต อาคตา ตํ อนุสฺสริตฺวา อนุสฺสริตฺวา หสนฺติ. อยํ ขิฑฺฑาภูมิ นาม. มาตาปิตูนํ หตฺถํ วา ปาทํ วา มญฺจํ วา ปีฐํ วา คเหตฺวา ภูมิยํ ปทนิกฺขิปนํ วีมํสกภูมิ นาม. ปทสาว คนฺตุํ สมตฺถกาโล อุชุคตภูมิ นาม. สิปฺปานํ สิกฺขนกาโล เสกฺขภูมิ นาม. ฆรา นิกฺขมฺม ปพฺพชนกาโล สมณภูมิ นาม. อาจริยํ เสวิตฺวา ชานนกาโล ชินภูมิ นาม. ภิกฺขุ จ ปนฺนโก ชิโน น กิญฺจิ อาหาติ เอวํ อลาภึ สมณํ ปนฺนภูมีติ วทติ.

เอกูนปญฺญาส อาชีวสเตติ เอกูนปญฺญาส อาชีววุตฺติสตานิ. ปริพฺพาชกสเตติ ปริพฺพาชกปพฺพชฺชสตานิ. นาคาวาสสเตติ นาคมณฺฑลสตานิ. วีเส อินฺทฺริยสเตติ วีส อินฺทฺริยสตานิ. ตึเส นิรยสเตติ ตึส นิรยสตานิ. รโชธาตุโยติ รชโอกิรณฏฺฐานานิ. หตฺถปิฏฺฐิปาทปิฏฺฐาทีนิ สนฺธาย วทติ. สตฺต สญฺญีคพฺภาติ โอฏฺฐโคณคทฺรภอชปสุมิคมหึเส สนฺธาย วทติ. อสญฺญีคพฺภาติ สาลิยวโคธุมมุคฺคกงฺคุวรกกุทฺรูสเก สนฺธาย วทติ. นิคณฺฐิคพฺภาติ นิคณฺฐิมฺหิ ชาตคพฺภา, อุจฺฉุเวฬุนฬาทโย สนฺธาย วทติ. สตฺต เทวาติ พหู เทวา, โส ปน สตฺตาติ วทติ. มานุสาปิ อนนฺตา, โส สตฺตาติ วทติ. สตฺต ปิสาจาติ ปิสาจา มหนฺตา, สตฺตาติ วทติ.

สราติ มหาสรา. กณฺณมุณฺฑ-รถการ-อโนตตฺต-สีหปปาตกุฬิร-มุจลินฺท-กุณาลทเห คเหตฺวา วทติ. ปวุฏาติ คณฺฐิกา. ปปาตาติ มหาปปาตา. ปปาตสตานีติ ขุทฺทกปปาตสตานิ. สุปินาติ มหาสุปินา. สุปินสตานีติ ขุทฺทกสุปินสตานิ. มหากปฺปิโนติ มหากปฺปานํ. เอตฺถ เอกมฺหา สรา วสฺสสเต วสฺสสเต กุสคฺเคน เอกํ อุทกพินฺทุํ นีหริตฺวา นีหริตฺวา สตฺตกฺขตฺตุํ ตมฺหิ สเร นิรุทเก กเต เอโก มหากปฺโปติ วทติ. เอวรูปานํ มหากปฺปานํ จตุราสีติสตสหสฺสานิ เขเปตฺวา พาลา จ ปณฺฑิตา จ ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรนฺตีติ อยมสฺส ลทฺธิ. ปณฺฑิโตปิ กิร อนฺตรา สุชฺฌิตุํ น สกฺโกติ, พาโลปิ ตโต อุทฺธํ น คจฺฉติ.

สีเลนาติ อเจลกสีเลน วา อญฺเญน วา เยน เกนจิ. วเตนาติ ตาทิเสน วเตน. ตเปนาติ ตโปกมฺเมน. อปริปกฺกํ ปริปาเจติ นาม โย ‘‘อหํ ปณฺฑิโต’’ติ อนฺตรา วิสุชฺฌติ. ปริปกฺกํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตึ กโรติ นาม โย ‘‘อหํ พาโล’’ติ วุตฺตปริมาณํ กาลํ อติกฺกมิตฺวา ยาติ. เหวํ นตฺถีติ เอวํ นตฺถิ. ตญฺหิ อุภยมฺปิ น สกฺกา กาตุนฺติ ทีเปติ. โทณมิเตติ โทเณน มิตํ วิย. สุขทุกฺเขติ สุขทุกฺขํ. ปริยนฺตกเตติ วุตฺตปริมาเณน กาเลน กตปริยนฺโต. นตฺถิ หายนวฑฺฒเนติ นตฺถิ หายนวฑฺฒนานิ. น สํสาโร ปณฺฑิตสฺส หายติ, น พาลสฺส วฑฺฒตีติ อตฺโถ. อุกฺกํสาวกํเสติ อุกฺกํสาวกํสา, หาปนวฑฺฒนานเมเวตํ เววจนํ. อิทานิ ตมตฺถํ อุปมาย สาเธนฺโต เสยฺยถาปิ นามาติอาทิมาห. ตตฺถ สุตฺตคุเฬติ เวเฐตฺวา กตสุตฺตคุฬํ. นิพฺเพฐิยมานเมว ปเลตีติ ปพฺพเต วา รุกฺขคฺเค วา ฐตฺวา ขิตฺตํ สุตฺตปมาเณน นิพฺเพฐิยมานํ คจฺฉติ, สุตฺเต ขีเณ ตตฺถ ติฏฺฐติ น คจฺฉติ. เอวเมวํ วุตฺตกาลโต อุทฺธํ น คจฺฉตีติ ทสฺเสติ.

๒๒๙. กิมิทนฺติ กิมิทํ ตว อญฺญาณํ, กึ สพฺพญฺญุ นาม ตฺวนฺติ เอวํ ปุฏฺโฐ สมาโน นิยติวาเท ปกฺขิปนฺโต สุญฺญํ เม อคารนฺติอาทิมาห.

๒๓๐. อนุสฺสวิโก โหตีติ อนุสฺสวนิสฺสิโต โหติ. อนุสฺสวสจฺโจติ สวนํ สจฺจโต คเหตฺวา ฐิโต. ปิฏกสมฺปทายาติ วคฺคปณฺณาสกาย ปิฏกคนฺถสมฺปตฺติยา.

๒๓๒. มนฺโทติ มนฺทปญฺโญ. โมมูโหติ อติมูโฬฺห. วาจาวิกฺเขปํ อาปชฺชตีติ วาจาย วิกฺเขปํ อาปชฺชติ. กีทิสํ? อมราวิกฺเขปํ, อปริยนฺตวิกฺเขปนฺติ อตฺโถ. อถ วา อมรา นาม มจฺฉชาติ. สา อุมฺมุชฺชนนิมฺมุชฺชนาทิวเสน อุทเก สนฺธาวมานา คเหตุํ น สกฺกาติ เอวเมว อยมฺปิ วาโท อิโต จิโต จ สนฺธาวติ, คาหํ น อุปคจฺฉตีติ อมราวิกฺเขโปติ วุจฺจติ. ตํ อมราวิกฺเขปํ.

เอวนฺติปิ เม โนติอาทีสุ อิทํ กุสลนฺติ ปุฏฺโฐ ‘‘เอวนฺติปิ เม โน’’ติ วทติ, ตโต กึ อกุสลนฺติ วุตฺเต ‘‘ตถาติปิ เม โน’’ติ วทติ, กึ อุภยโต อญฺญถาติ วุตฺเต ‘‘อญฺญถาติปิ เม โน’’ติ วทติ, ตโต ติวิเธนาปิ น โหตีติ เต ลทฺธีติ วุตฺเต ‘‘โนติปิ เม โน’’ติ วทติ, ตโต กึ โน โนติ เต ลทฺธีติ วุตฺเต ‘‘โน โนติปิ เม โน’’ติ วิกฺเขปมาปชฺชติ, เอกสฺมิมฺปิ ปกฺเข น ติฏฺฐติ. นิพฺพิชฺช ปกฺกมตีติ อตฺตโนปิ เอส สตฺถา อวสฺสโย ภวิตุํ น สกฺโกติ, มยฺหํ กึ สกฺขิสฺสตีติ นิพฺพินฺทิตฺวา ปกฺกมติ. ปุริเมสุปิ อนสฺสาสิเกสุ เอเสว นโย.

๒๓๔. สนฺนิธิการกํ กาเม ปริภุญฺชิตุนฺติ ยถา ปุพฺเพ คิหิภูโต สนฺนิธึ กตฺวา วตฺถุกาเม ปริภุญฺชติ, เอวํ ติลตณฺฑุลสปฺปินวนีตาทีนิ สนฺนิธึ กตฺวา อิทานิ ปริภุญฺชิตุํ อภพฺโพติ อตฺโถ. นนุ จ ขีณาสวสฺส วสนฏฺฐาเน ติลตณฺฑุลาทโย ปญฺญายนฺตีติ. โน น ปญฺญายนฺติ, น ปเนส เต อตฺตโน อตฺถาย ฐเปติ, อผาสุกปพฺพชิตาทีนํ อตฺถาย ฐเปติ. อนาคามิสฺส กถนฺติ. ตสฺสาปิ ปญฺจ กามคุณา สพฺพโสว ปหีนา, ธมฺเมน ปน ลทฺธํ วิจาเรตฺวา ปริภุญฺชติ.

๒๓๖. ปุตฺตมตาย ปุตฺตาติ โส กิร อิมํ ธมฺมํ สุตฺวา อาชีวกา มตา นามาติ สญฺญี หุตฺวา เอวมาห. อยเญฺหตฺถ อตฺโถ – อาชีวกา มตา นาม, เตสํ มาตา ปุตฺตมตา โหติ, อิติ อาชีวกา ปุตฺตมตาย ปุตฺตา นาม โหนฺติ. สมเณ โคตเมติ สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยวาโส อตฺถิ, อญฺญตฺถ นตฺถีติ ทีเปติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

สนฺทกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๗. มหาสกุลุทายิสุตฺตวณฺณนา

๒๓๗. เอวํ เม สุตนฺติ มหาสกุลุทายิสุตฺตํ. ตตฺถ โมรนิวาเปติ ตสฺมึ ฐาเน โมรานํ อภยํ โฆเสตฺวา โภชนํ อทํสุ. ตสฺมา ตํ ฐานํ โมรนิวาโปติ สงฺขํ คตํ. อนฺนภาโรติ เอกสฺส ปริพฺพาชกสฺส นามํ. ตถา วรธโรติ. อญฺเญ จาติ น เกวลํ อิเม ตโย, อญฺเญปิ อภิญฺญาตา พหู ปริพฺพาชกา. อปฺปสทฺทสฺส วณฺณวาทีติ อิธ อปฺปสทฺทวินีโตติ อวตฺวาว อิทํ วุตฺตํ. กสฺมา? น หิ ภควา อญฺเญน วินีโตติ.

๒๓๘. ปุริมานีติ หิยฺโยทิวสํ อุปาทาย ปุริมานิ นาม โหนฺติ, ตโต ปรํ ปุริมตรานิ. กุตูหลสาลายนฺติ กุตูหลสาลา นาม ปจฺเจกสาลา นตฺถิ, ยตฺถ ปน นานาติตฺถิยา สมณพฺราหฺมณา นานาวิธํ กถํ ปวตฺเตนฺติ, สา พหูนํ – ‘‘อยํ กึ วทติ, อยํ กึ วทตี’’ติ กุตูหลุปฺปตฺติฏฺฐานโต ‘‘กุตูหลสาลา’’ติ วุจฺจติ. ‘‘โกตูหลสาลา’’ติปิ ปาโฐ. ลาภาติ เย เอวรูเป สมณพฺราหฺมเณ ทฏฺฐุํ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ ธมฺมกถํ วา เนสํ โสตุํ ลภนฺติ, เตสํ องฺคมคธานํ อิเม ลาภาติ อตฺโถ.

สงฺฆิโนติอาทีสุ ปพฺพชิตสมูหสงฺขาโต สงฺโฆ เอเตสํ อตฺถีติ สงฺฆิโน. เสฺวว คโณ เอเตสํ อตฺถีติ คณิโน. อาจารสิกฺขาปนวเสน ตสฺส คณสฺส อาจริยาติ คณาจริยา. ญาตาติ ปญฺญาตา ปากฏา. ยถาภุจฺจคุเณหิ เจว อยถาภูตคุเณหิ จ สมุคฺคโต ยโส เอเตสํ อตฺถีติ ยสสฺสิโน. ปูรณาทีนญฺหิ ‘‘อปฺปิจฺโฉ สนฺตุฏฺโฐ, อปฺปิจฺฉตาย วตฺถมฺปิ น นิวาเสตี’’ติอาทินา นเยน ยโส สมุคฺคโต, ตถาคตสฺส ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทีหิ ยถาภูตคุเณหิ. ติตฺถกราติ ลทฺธิกรา. สาธุสมฺมตาติ อิเม สาธู สุนฺทรา สปฺปุริสาติ เอวํ สมฺมตา. พหุชนสฺสาติ อสฺสุตวโต เจว อนฺธพาลปุถุชฺชนสฺส วิภาวิโน จ ปณฺฑิตชนสฺส. ตตฺถ ติตฺถิยา พาลชนสฺส เอวํ สมฺมตา, ตถาคโต ปณฺฑิตชนสฺส. อิมินา นเยน ปูรโณ กสฺสโป สงฺฆีติอาทีสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ภควา ปน ยสฺมา อฏฺฐตึส อารมฺมณานิ วิภชนฺโต พหูนิ นิพฺพานโอตรณติตฺถานิ อกาสิ, ตสฺมา ‘‘ติตฺถกโร’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.

กสฺมา ปเนเต สพฺเพปิ ตตฺถ โอสฏาติ? อุปฏฺฐากรกฺขณตฺถญฺเจว ลาภสกฺการตฺถญฺจ. เตสญฺหิ เอวํ โหติ – ‘‘อมฺหากํ อุปฏฺฐากา สมณํ โคตมํ สรณํ คจฺเฉยฺยุํ, เต จ รกฺขิสฺสาม. สมณสฺส จ โคตมสฺส อุปฏฺฐาเก สกฺการํ กโรนฺเต ทิสฺวา อมฺหากมฺปิ อุปฏฺฐากา อมฺหากํ สกฺการํ กริสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา ยตฺถ ยตฺถ ภควา โอสรติ, ตตฺถ ตตฺถ สพฺเพ โอสรนฺติ.

๒๓๙. วาทํ อาโรเปตฺวาติ วาเท โทสํ อาโรเปตฺวา. อปกฺกนฺตาติ, อปคตา, เกจิ ทิสํ ปกฺกนฺตา, เกจิ คิหิภาวํ ปตฺตา, เกจิ อิมํ สาสนํ อาคตา. สหิตํ เมติ มยฺหํ วจนํ สหิตํ สิลิฏฺฐํ, อตฺถยุตฺตํ การณยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อสหิตํ เตติ ตุยฺหํ วจนํ อสหิตํ. อธิจิณฺณํ เต วิปราวตฺตนฺติ ยํ ตุยฺหํ ทีฆรตฺตาจิณฺณวเสน สุปฺปคุณํ, ตํ มยฺหํ เอกวจเนเนว วิปราวตฺตํ วิปริวตฺติตฺวา ฐิตํ, น กิญฺจิ ชาตนฺติ อตฺโถ. อาโรปิโต เต วาโทติ มยา ตว วาเท โทโส อาโรปิโต. จร วาทปฺปโมกฺขายาติ โทสโมจนตฺถํ จร วิจร, ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา สิกฺขาติ อตฺโถ. นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสีติ อถ สยํ ปโหสิ, อิทาเนว นิพฺเพเฐหิ. ธมฺมกฺโกเสนาติ สภาวกฺโกเสน.

๒๔๐. ตํ โน โสสฺสามาติ ตํ อมฺหากํ เทสิตํ ธมฺมํ สุณิสฺสาม. ขุทฺทมธุนฺติ ขุทฺทกมกฺขิกาหิ กตํ ทณฺฑกมธุํ. อเนลกนฺติ นิทฺโทสํ อปคตมจฺฉิกณฺฑกํ. ปีเฬยฺยาติ ทเทยฺย. ปจฺจาสีสมานรูโปติ ปูเรตฺวา นุ โข โน โภชนํ ทสฺสตีติ ภาชนหตฺโถ ปจฺจาสีสมาโน ปจฺจุปฏฺฐิโต อสฺส. สมฺปโยเชตฺวาติ อปฺปมตฺตกํ วิวาทํ กตฺวา.

๒๔๑. อิตรีตเรนาติ ลามกลามเกน. ปวิวิตฺโตติ อิทํ ปริพฺพาชโก กายวิเวกมตฺตํ สนฺธาย วทติ, ภควา ปน ตีหิ วิเวเกหิ วิวิตฺโตว.

๒๔๒. โกสกาหาราปีติ ทานปตีนํ ฆเร อคฺคภิกฺขาฐปนตฺถํ ขุทฺทกสราวา โหนฺติ, ทานปติโน อคฺคภตฺตํ วา ตตฺถ ฐเปตฺวา ภุญฺชนฺติ, ปพฺพชิเต สมฺปตฺเต ตํ ภตฺตํ ตสฺส เทนฺติ. ตํ สราวกํ โกสโกติ วุจฺจติ. ตสฺมา เย จ เอเกเนว ภตฺตโกสเกน ยาเปนฺติ, เต โกสกาหาราติ. เพลุวาหาราติ เพลุวมตฺตภตฺตาหารา. สมติตฺติกนฺติ โอฏฺฐวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมเลขาสมํ. อิมินา ธมฺเมนาติ อิมินา อปฺปาหารตาธมฺเมน. เอตฺถ ปน สพฺพากาเรเนว ภควา อนปฺปาหาโรติ น วตฺตพฺโพ. ปธานภูมิยํ ฉพฺพสฺสานิ อปฺปาหาโรว อโหสิ, เวรญฺชายํ ตโย มาเส ปตฺโถทเนเนว ยาเปสิ ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑ ตโย มาเส ภิสมุฬาเลเหว ยาเปสิ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึ กาเล อปฺปาหาโร อโหสึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ. ตสฺมา ยทิ เต อิมินา ธมฺเมน สกฺกเรยฺยุํ, มยา หิ เต วิเสสตรา. อญฺโญ เจว ปน ธมฺโม อตฺถิ, เยน มํ เต สกฺกโรนฺตีติ ทสฺเสติ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ โยชนา เวทิตพฺพา.

ปํสุกูลิกาติ สมาทินฺนปํสุกูลิกงฺคา. ลูขจีวรธราติ สตฺถสุตฺตลูขานิ จีวรานิ ธารยมานา. นนฺตกานีติ อนฺตวิรหิตานิ วตฺถขณฺฑานิ, ยทิ หิ เนสํ อนฺโต ภเวยฺย, ปิโลติกาติ สงฺขํ คจฺเฉยฺยุํ. อุจฺจินิตฺวาติ ผาเลตฺวา ทุพฺพลฏฺฐานํ ปหาย ถิรฏฺฐานเมว คเหตฺวา. อลาพุโลมสานีติ อลาพุโลมสทิสสุตฺตานิ สุขุมานีติ ทีเปติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา จีวรสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ. อติมุตฺตกสุสานโต หิสฺส ปุณฺณทาสิยา ปารุปิตฺวา ปาติตสาณปํสุกูลํ คหณทิวเส อุทกปริยนฺตํ กตฺวา มหาปถวี อกมฺปิ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล ปํสุกูลํ คณฺหึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

ปิณฺฑปาติกาติ อติเรกลาภํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนปิณฺฑปาติกงฺคา. สปทานจาริโนติ โลลุปฺปจารํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนสปทานจารา. อุญฺฉาสเก วเต รตาติ อุญฺฉาจริยสงฺขาเต ภิกฺขูนํ ปกติวเต รตา, อุจฺจนีจฆรทฺวารฏฺฐายิโน หุตฺวา กพรมิสฺสกํ ภตฺตํ สํหริตฺวา ปริภุญฺชนฺตีติ อตฺโถ. อนฺตรฆรนฺติ พฺรหฺมายุสุตฺเต อุมฺมารโต ปฏฺฐาย อนฺตรฆรํ, อิธ อินฺทขีลโต ปฏฺฐาย อธิปฺเปตํ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา ปิณฺฑปาตสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ, อปฺปาหารตาย วุตฺตนิยาเมเนว ปน สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล นิมนฺตนํ น สาทยึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

รุกฺขมูลิกาติ ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนรุกฺขมูลิกงฺคา. อพฺโภกาสิกาติ ฉนฺนญฺจ รุกฺขมูลญฺจ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนอพฺโภกาสิกงฺคา. อฏฺฐมาเสติ เหมนฺตคิมฺหิเก มาเส. อนฺโตวสฺเส ปน จีวรานุคฺคหตฺถํ ฉนฺนํ ปวิสนฺติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา เสนาสนสนฺโตเสน อสนฺตุฏฺโฐติ น วตฺตพฺโพ, เสนาสนสนฺโตโส ปนสฺส ฉพฺพสฺสิกมหาปธาเนน จ ปาลิเลยฺยกวนสณฺเฑน จ ทีเปตพฺโพ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ – ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว กาเล ฉนฺนํ น ปาวิสึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ.

อารญฺญิกาติ คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมาทินฺนอารญฺญิกงฺคา. สงฺฆมชฺเฌ โอสรนฺตีติ อพทฺธสีมาย กถิตํ, พทฺธสีมายํ ปน วสนฺตา อตฺตโน วสนฏฺฐาเนเยว อุโปสถํ กโรนฺติ. เอตฺตาวตา จ สตฺถา โน ปวิวิตฺโตติ น วตฺตพฺโพ, ‘‘อิจฺฉามหํ, ภิกฺขเว, อฑฺฒมาสํ ปฏิสลฺลิยิตุ’’นฺติ (ปารา. ๑๖๒; ๕๖๕) เอวญฺหิสฺส ปวิเวโก ปญฺญายติ. อิธ ปน เอตมตฺถํ ทสฺเสติ ‘‘อหํ เอกสฺมึเยว ตถารูเป กาเล ปฏิสลฺลิยึ, มยฺหํ ปน สาวกา ธุตงฺคสมาทานโต ปฏฺฐาย ยาวชีวํ ธุตงฺคํ น ภินฺทนฺตี’’ติ. มมํ สาวกาติ มํ สาวกา.

๒๔๔. สนิทานนฺติ สปฺปจฺจยํ. กึ ปน อปฺปจฺจยํ นิพฺพานํ น เทเสตีติ. โน น เทเสติ, สเหตุกํ ปน ตํ เทสนํ กตฺวา เทเสติ, โน อเหตุกนฺติ. สปฺปาฏิหาริยนฺติ ปุริมสฺเสเวตํ เววจนํ, สการณนฺติ อตฺโถ. ตํ วตาติ เอตฺถ วตาติ นิปาตมตฺตํ.

๒๔๕. อนาคตํ วาทปถนฺติ อชฺช ฐเปตฺวา เสฺว วา ปุนทิวเส วา อฑฺฒมาเส วา มาเส วา สํวจฺฉเร วา ตสฺส ตสฺส ปญฺหสฺส อุปริ อาคมนวาทปถํ. น ทกฺขตีติ ยถา สจฺจโก นิคณฺโฐ อตฺตโน นิคฺคหณตฺถํ อาคตการณํ วิเสเสตฺวา วทนฺโต น อทฺทส, เอวํ น ทกฺขตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. สหธมฺเมนาติ สการเณน. อนฺตรนฺตรา กถํ โอปาเตยฺยุนฺติ มม กถาวารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา อนฺตรนฺตเร อตฺตโน กถํ ปเวเสยฺยุนฺติ อตฺโถ. น โข ปนาหํ, อุทายีติ, อุทายิ, อหํ อมฺพฏฺฐโสณทณฺฑกูฏทนฺตสจฺจกนิคณฺฐาทีหิ สทฺธึ มหาวาเท วตฺตมาเนปิ – ‘‘อโห วต เม เอกสาวโกปิ อุปมํ วา การณํ วา อาหริตฺวา ทเทยฺยา’’ติ เอวํ สาวเกสุ อนุสาสนึ น ปจฺจาสีสามิ. มมเยวาติ เอวรูเปสุ ฐาเนสุ สาวกา มมเยว อนุสาสนึ โอวาทํ ปจฺจาสีสนฺติ.

๒๔๖. เตสาหํ จิตฺตํ อาราเธมีติ เตสํ อหํ ตสฺส ปญฺหสฺส เวยฺยากรเณน จิตฺตํ คณฺหามิ สมฺปาเทมิ ปริปูเรมิ, อญฺญํ ปุฏฺโฐ อญฺญํ น พฺยากโรมิ, อมฺพํ ปุฏฺโฐ ลพุชํ วิย ลพุชํ วา ปุฏฺโฐ อมฺพํ วิย. เอตฺถ จ ‘‘อธิสีเล สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน พุทฺธสีลํ นาม กถิตํ, ‘‘อภิกฺกนฺเต ญาณทสฺสเน สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน สพฺพญฺญุตญฺญาณํ, ‘‘อธิปญฺญาย สมฺภาเวนฺตี’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน ฐานุปฺปตฺติกปญฺญา, ‘‘เยน ทุกฺเขนา’’ติ วุตฺตฏฺฐาเน สจฺจพฺยากรณปญฺญา. ตตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ สจฺจพฺยากรณปญฺญญฺจ ฐเปตฺวา อวเสสา ปญฺญา อธิปญฺญํ ภชติ.

๒๔๗. อิทานิ เตสํ เตสํ วิเสสาธิคมานํ ปฏิปทํ อาจิกฺขนฺโต ปุน จปรํ อุทายีติอาทิมาห. ตตฺถ อภิญฺญาโวสานปารมิปฺปตฺตาติ อภิญฺญาโวสานสงฺขาตญฺเจว อภิญฺญาปารมีสงฺขาตญฺจ อรหตฺตํ ปตฺตา.

สมฺมปฺปธาเนติ อุปายปธาเน. ฉนฺทํ ชเนตีติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺทํ ชเนติ. วายมตีติ วายามํ กโรติ. วีริยํ อารภตีติ วีริยํ ปวตฺเตติ. จิตฺตํ ปคฺคณฺหาตีติ จิตฺตํ อุกฺขิปติ. ปทหตีติ อุปายปธานํ กโรติ. ภาวนาย ปาริปูริยาติ วฑฺฒิยา ปริปูรณตฺถํ. อปิเจตฺถ – ‘‘ยา ฐิติ, โส อสมฺโมโส…เป… ยํ เวปุลฺลํ, สา ภาวนาปาริปูรี’’ติ (วิภ. ๔๐๖) เอวํ ปุริมํ ปุริมสฺส ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมสฺส อตฺโถติปิ เวทิตพฺพํ.

อิเมหิ ปน สมฺมปฺปธาเนหิ กึ กถิตํ? กสฺสปสํยุตฺตปริยาเยน สาวกสฺส ปุพฺพภาคปฏิปทา กถิตา. วุตฺตเญฺหตํ ตตฺถ –

‘‘จตฺตาโรเม, อาวุโส, สมฺมปฺปธานา. กตเม จตฺตาโร? อิธาวุโส, ภิกฺขุ, อนุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อุปฺปนฺนา เม ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อปฺปหียมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อนุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา อนุปฺปชฺชมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรติ. อุปฺปนฺนา เม กุสลา ธมฺมา นิรุชฺฌมานา อนตฺถาย สํวตฺเตยฺยุนฺติ อาตปฺปํ กโรตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๔๕).

เอตฺถ จ ปาปกา อกุสลาติ โลภาทโย เวทิตพฺพา. อนุปฺปนฺนา กุสลา ธมฺมาติ สมถวิปสฺสนา เจว มคฺโค จ, อุปฺปนฺนา กุสลา นาม สมถวิปสฺสนาว. มคฺโค ปน สกึ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌมาโน อนตฺถาย สํวตฺตนโก นาม นตฺถิ. โส หิ ผลสฺส ปจฺจยํ ทตฺวาว นิรุชฺฌติ. ปุริมสฺมิมฺปิ วา สมถวิปสฺสนาว คเหตพฺพาติ วุตฺตํ, ตํ ปน น ยุตฺตํ.