๑๐. กีฏาคิริสุตฺตวณฺณนา
๑๗๔. เอวํ เม สุตนฺติ กีฏาคิริสุตฺตํ. ตตฺถ กาสีสูติ เอวํนามเก ชนปเท. เอถ ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเวติ เอถ ตุเมฺหปิ, ภิกฺขเว, อิเม ปญฺจ อานิสํเส สมฺปสฺสมานา อญฺญเตฺรว รตฺติโภชนา ภุญฺชถ. อิติ ภควา รตฺตึ วิกาลโภชนํ, ทิวา วิกาลโภชนนฺติ อิมานิ เทฺว โภชนานิ เอกปฺปหาเรน อชหาเปตฺวา เอกสฺมึ สมเย ทิวา วิกาลโภชนเมว ชหาเปสิ, ปุน กาลํ อตินาเมตฺวา รตฺตึ วิกาลโภชนํ ชหาเปนฺโต เอวมาห. กสฺมา? อิมานิ หิ เทฺว โภชนานิ วตฺตมานานิ วฏฺเฏ อาจิณฺณานิ สมาจิณฺณานิ นทึ โอติณฺณอุทกํ วิย อนุปกฺขนฺทานิ, นิวาเตสุ จ ฆเรสุ สุโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา วฑฺฒิตา สุขุมาลา กุลปุตฺตา เทฺว โภชนานิ เอกปฺปหาเรน ปชหนฺตา กิลมนฺติ. ตสฺมา เอกปฺปหาเรน อชหาเปตฺวา ภทฺทาลิสุตฺเต ทิวา วิกาลโภชนํ ชหาเปสิ, อิธ รตฺตึ วิกาลโภชนํ. ชหาเปนฺโต ปน น ตชฺชิตฺวา วา นิคฺคณฺหิตฺวา วา, เตสํ ปหานปจฺจยา ปน อปฺปาพาธตญฺจ สญฺชานิสฺสถาติ เอวํ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวาว ชหาเปสิ. กีฏาคิรีติ ตสฺส นิคมสฺส นามํ.
๑๗๕. อสฺสชิปุนพฺพสุกาติ อสฺสชิ จ ปุนพฺพสุโก จ ฉสุ ฉพฺพคฺคิเยสุ เทฺว คณาจริยา. ปณฺฑุโก โลหิตโก เมตฺติโย ภุมฺมชโก อสฺสชิ ปุนพฺพสุโกติ อิเม ฉ ชนา ฉพฺพคฺคิยา นาม. เตสุ ปณฺฑุกโลหิตกา อตฺตโน ปริสํ คเหตฺวา สาวตฺถิยํ วสนฺติ, เมตฺติยภุมฺมชกา ราชคเห, อิเม เทฺว ชนา กีฏาคิริสฺมึ อาวาสิกา โหนฺติ. อาวาสิกาติ นิพทฺธวาสิโน, ตํนิพนฺธา อกตํ เสนาสนํ กโรนฺติ, ชิณฺณํ ปฏิสงฺขโรนฺติ, กเต อิสฺสรา โหนฺติ. กาลิกนฺติ อนาคเต กาเล ปตฺตพฺพํ อานิสํสํ.
๑๗๘. มยา เจตํ, ภิกฺขเวติ อิธ กึ ทสฺเสติ? ภิกฺขเว, ทิวสสฺส ตโย วาเร ภุญฺชิตฺวา สุขเวทนํเยว อุปฺปาเทนฺโต น อิมสฺมึ สาสเน กิจฺจการี นาม โหติ, เอตฺตกา ปน เวทนา เสวิตพฺพา, เอตฺตกา น เสวิตพฺพาติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. เอวรูปํ สุขเวทนํ ปชหถาติ อิทญฺจ เคหสฺสิตโสมนสฺสวเสน วุตฺตํ, อุปสมฺปชฺช วิหรถาติ อิทญฺจ เนกฺขมฺมสิตโสมนสฺสวเสน. อิโต ปเรสุปิ ทฺวีสุ วาเรสุ เคหสฺสิตเนกฺขมฺมสิตานํเยว โทมนสฺสานญฺจ อุเปกฺขานญฺจ วเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๑๘๑. เอวํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพเวทนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เยสํ อปฺปมาเทน กิจฺจํ กตฺตพฺพํ, เยสญฺจ น กตฺตพฺพํ, เต ทสฺเสตุํ นาหํ, ภิกฺขเว, สพฺเพสํเยวาติอาทิมาห. ตตฺถ กตํ เตสํ อปฺปมาเทนาติ เตสํ ยํ อปฺปมาเทน กตฺตพฺพํ, ตํ กตํ. อนุโลมิกานีติ ปฏิปตฺติอนุโลมานิ กมฺมฏฺฐานสปฺปายานิ, ยตฺถ วสนฺเตน สกฺกา โหนฺติ มคฺคผลานิ ปาปุณิตุํ. อินฺทฺริยานิ สมนฺนานยมานาติ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ สมานํ กุรุมานา.
๑๘๒. สตฺติเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลาติ อิธ กึ ทสฺเสติ? เยสํ อปฺปมาเทน กรณียํ นตฺถิ, เต เทฺว โหนฺติ. เยสํ อตฺถิ, เต ปญฺจาติ เอวํ สพฺเพปิ อิเม สตฺต ปุคฺคลา โหนฺตีติ อิมมตฺถํ ทสฺเสติ.
ตตฺถ อุภโตภาควิมุตฺโตติ ทฺวีหิ ภาเคหิ วิมุตฺโต. อรูปสมาปตฺติยา รูปกายโต วิมุตฺโต, มคฺเคน นามกายโต. โส จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต วุฏฺฐาย สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตานํ จตุนฺนํ, นิโรธา วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตอนาคามิโน จ วเสน ปญฺจวิโธ โหติ. ปาฬิ ปเนตฺถ – ‘‘กตโม จ ปุคฺคโล อุภโตภาควิมุตฺโต, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘) เอวํ อภิธมฺเม อฏฺฐวิโมกฺขลาภิโน วเสน อาคตา.
ปญฺญาวิมุตฺโตติ ปญฺญาย วิมุตฺโต. โส สุกฺขวิปสฺสโก, จตูหิ ฌาเนหิ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตา จตฺตาโร จาติ อิเมสํ วเสน ปญฺจวิโธว โหติ. ปาฬิ ปเนตฺถ อฏฺฐวิโมกฺขปฏิกฺเขปวเสเนว อาคตา. ยถาห – ‘‘น เหว โข อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปญฺญาวิมุตฺโต’’ติ.
ผุฏฺฐนฺตํ สจฺฉิกโรตีติ กายสกฺขี. โย ฌานผสฺสํ ปฐมํ ผุสติ, ปจฺฉา นิโรธํ นิพฺพานํ สจฺฉิกโรติ, โส โสตาปตฺติผลฏฺฐํ อาทึ กตฺวา ยาว อรหตฺตมคฺคฏฺฐา ฉพฺพิโธ โหนฺตีติ เวทิตพฺโพ. เตเนวาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อฏฺฐ วิโมกฺเข กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ, ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวา เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล กายสกฺขี’’ติ.
ทิฏฺฐนฺตํ ปตฺโตติ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. ตตฺริทํ สงฺเขปลกฺขณํ – ทุกฺขา สงฺขารา, สุโข นิโรโธติ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ วิทิตํ สจฺฉิกตํ ผุสิตํ ปญฺญายาติ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. วิตฺถารโต ปเนโสปิ กายสกฺขิ วิย ฉพฺพิโธ โหติ. เตเนวาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อิทํ ทุกฺขนฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา…เป… อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘).
สทฺธาวิมุตฺโตติ สทฺธาย วิมุตฺโต. โสปิ วุตฺตนเยเนว ฉพฺพิโธ โหติ. เตเนวาห – ‘‘อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อิทํ ทุกฺขนฺติ – ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตถาคตปฺปเวทิตา จสฺส ธมฺมา ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺติ โวจริตา…เป… โน จ โข ยถา ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘). เอเตสุ หิ สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ สทฺทหนฺตสฺส วิย โอกปฺเปนฺตสฺส วิย อธิมุจฺจนฺตสฺส วิย จ กิเลสกฺขโย โหติ, ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคกฺขเณ กิเลสจฺเฉทกญาณํ อทนฺธํ ติขิณํ สูรํ หุตฺวา วหติ. ตสฺมา ยถา นาม นาติติขิเณน อสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ น มฏฺฐํ โหติ, อสิ น สีฆํ วหติ, สทฺโท สุยฺยติ, พลวตโร วายาโม กาตพฺโพ โหติ, เอวรูปา สทฺธาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา. ยถา ปน นิสิตอสินา กทลึ ฉินฺทนฺตสฺส ฉินฺนฏฺฐานํ มฏฺฐํ โหติ, อสิ สีฆํ วหติ, สทฺโท น สุยฺยติ, พลววายามกิจฺจํ น โหติ, เอวรูปา ปญฺญาวิมุตฺตสฺส ปุพฺพภาคมคฺคภาวนา เวทิตพฺพา.
ธมฺมํ อนุสฺสรตีติ ธมฺมานุสารี. ธมฺโมติ ปญฺญา, ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ มคฺคํ ภาเวตีติ อตฺโถ. สทฺธานุสาริมฺหิ จ เอเสว นโย. อุโภ ปเนเต โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐาเยว. วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ปญฺญาวาหึ ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี’’ติ (ปุ. ป. ๒๐๘). ตถา – ‘‘ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี’’ติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปเนสา อุภโตภาควิมุตฺตาทิกถา วิสุทฺธิมคฺเค ปญฺญาภาวนาธิกาเร วุตฺตา. ตสฺมา ตตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. ยา ปเนสา เอเตสํ วิภาคทสฺสนตฺถํ อิธ ปาฬิ อาคตา, ตตฺถ ยสฺมา รูปสมาปตฺติยา วินา อรูปสมาปตฺติโย นาม นตฺถิ, ตสฺมา อารุปฺปาติ วุตฺเตปิ อฏฺฐ วิโมกฺขา วุตฺตาว โหนฺตีติ เวทิตพฺพา.
กาเยน ผุสิตฺวาติ สหชาตนามกาเยน ผุสิตฺวา. ปญฺญาย จสฺส ทิสฺวาติ ปญฺญาย จ เอตสฺส อริยสจฺจธมฺเม ทิสฺวา. เอกจฺเจ อาสวาติ ปฐมมคฺคาทีหิ ปหาตพฺพา เอกเทสอาสวา. ตถาคตปฺปเวทิตาติ ตถาคเตน ปเวทิตา จตุสจฺจธมฺมา. ปญฺญาย โวทิฏฺฐา โหนฺตีติ อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, อิมสฺมึ สมาธิ, อิมสฺมึ วิปสฺสนา, อิมสฺมึ มคฺโค, อิมสฺมึ ผลนฺติ เอวํ อตฺเถน อตฺเถ การเณน การเณ จิณฺณจริตตฺตา มคฺคปญฺญาย สุทิฏฺฐา โหนฺติ. โวจริตาติ วิจริตา. สทฺธา นิวิฏฺฐา โหตีติ โอกปฺปนสทฺธา ปติฏฺฐิตา โหติ. มตฺตโส นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ มตฺตาย โอโลกนํ ขมนฺติ. สทฺธามตฺตนฺติ สทฺธาเยว, อิตรํ ตสฺเสว เววจนํ
อิติ อิเมสุ อปฺปมาเทน กรณีเยสุ ปุคฺคเลสุ ตโย ปฏิวิทฺธมคฺคผลา เสขา. เตสุ อนุโลมเสนาสนํ เสวมานา กลฺยาณมิตฺเต ภชมานา อินฺทฺริยานิ สมนฺนานยมานา อนุปุพฺเพน อรหตฺตํ คณฺหนฺติ. ตสฺมา เตสํ ยถาฐิโตว ปาฬิอตฺโถ. อวสาเน ปน เทฺว โสตาปตฺติมคฺคสมงฺคิโน. เตหิ ตสฺส มคฺคสฺส อนุโลมเสนาสนํ เสวิตํ, กลฺยาณมิตฺตา ภชิตา, อินฺทฺริยานิ สมนฺนานีตานิ. อุปริ ปน ติณฺณํ มคฺคานํ อตฺถาย เสวมานา ภชมานา สมนฺนานยมานา อนุปุพฺเพน อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสนฺตีติ อยเมตฺถ ปาฬิอตฺโถ.
วิตณฺฑวาที ปน อิมเมว ปาฬึ คเหตฺวา – ‘‘โลกุตฺตรมคฺโค น เอกจิตฺตกฺขณิโก, พหุจิตฺตกฺขณิโก’’ติ วทติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘ยทิ อญฺเญน จิตฺเตน เสนาสนํ ปฏิเสวติ, อญฺเญน กลฺยาณมิตฺเต ภชติ, อญฺเญน อินฺทฺริยานิ สมนฺนาเนติ, อญฺญํ มคฺคจิตฺตนฺติ สนฺธาย ตฺวํ ‘น เอกจิตฺตกฺขณิโก มคฺโค, พหุจิตฺตกฺขณิโก’ติ วทสิ, เอวํ สนฺเต เสนาสนํ เสวมาโน นีโลภาสํ ปพฺพตํ ปสฺสติ, วนํ ปสฺสติ, มิคปกฺขีนํ สทฺทํ สุณาติ, ปุปฺผผลานํ คนฺธํ ฆายติ, ปานียํ ปิวนฺโต รสํ สายติ, นิสีทนฺโต นิปชฺชนฺโต ผสฺสํ ผุสติ. เอวํ เต ปญฺจวิญฺญาณสมงฺคีปิ โลกุตฺตรธมฺมสมงฺคีเยว ภวิสฺสติ. สเจ ปเนตํ สมฺปฏิจฺฉสิ, สตฺถารา สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌสิ. สตฺถารา หิ ปญฺจวิญฺญาณกายา เอกนฺตํ อพฺยากตาว วุตฺตา, ตํสมงฺคิสฺส กุสลากุสลํ ปฏิกฺขิตฺตํ, โลกุตฺตรมคฺโค จ เอกนฺตกุสโล. ตสฺมา ปชเหตํ วาท’’นฺติ ปญฺญเปตพฺโพ. สเจ ปญฺญตฺตึ น อุปคจฺฉติ, ‘‘คจฺฉ ปาโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ ปิวาหี’’ติ อุยฺโยเชตพฺโพ.
๑๘๓. นาหํ, ภิกฺขเว, อาทิเกเนวาติ อหํ, ภิกฺขเว, ปฐมเมว มณฺฑูกสฺส อุปฺปติตฺวา คมนํ วิย อญฺญาราธนํ อรหตฺเต ปติฏฺฐานํ น วทามิ. อนุปุพฺพสิกฺขาติ กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ. ปรโต ปททฺวเยปิ เอเสว นโย. สทฺธาชาโตติ โอกปฺปนิยสทฺธาย ชาตสทฺโธ. อุปสงฺกมตีติ ครูนํ สมีปํ คจฺฉติ. ปยิรุปาสตีติ สนฺติเก นิสีทติ. ธาเรตีติ สาธุกํ กตฺวา ธาเรติ. ฉนฺโท ชายตีติ กตฺตุกมฺยตากุสลจฺฉนฺโท ชายติ. อุสฺสหตีติ วีริยํ กโรติ. ตุเลตีติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ตุลยติ. ตุลยิตฺวา ปทหตีติ เอวํ ตีรณวิปสฺสนาย ตุลยนฺโต มคฺคปธานํ ปทหติ. ปหิตตฺโตติ เปสิตจิตฺโต. กาเยน เจว ปรมสจฺจนฺติ นามกาเยน นิพฺพานสจฺจํ สจฺฉิกโรติ. ปญฺญาย จาติ นามกายสมฺปยุตฺตาย มคฺคปญฺญาย ปฏิวิชฺฌติ ปสฺสติ.
อิทานิ ยสฺมา เต สตฺถุ อาคมนํ สุตฺวา ปจฺจุคฺคมนมตฺตมฺปิ น อกํสุ, ตสฺมา เตสํ จริยํ ครหนฺโต สาปิ นาม, ภิกฺขเว, สทฺธา นาโหสีติอาทิมาห. ตตฺถ กีวทูเรวิเมติ กิตฺตกํ ทูเร ฐาเน. โยชนสตมฺปิ โยชนสหสฺสมฺปิ อปกฺกนฺตาติ วตฺตุํ วฏฺฏติ, น ปน กิญฺจิ อาห. จตุปฺปทํ เวยฺยากรณนฺติ จตุสจฺจพฺยากรณํ สนฺธาย วุตฺตํ.
๑๘๔. ยสฺสุทฺทิฏฺฐสฺสาติ ยสฺส อุทฺทิฏฺฐสฺส. โยปิ โส, ภิกฺขเว, สตฺถาติ พาหิรกสตฺถารํ ทสฺเสติ. เอวรูปีติ เอวํชาติกา. ปโณปณวิยาติ ปณวิยา จ โอปณวิยา จ. น อุเปตีติ น โหติ. กยวิกฺกยกาเล วิย อคฺฆวฑฺฒนหาปนํ น โหตีติ อตฺโถ. อยํ โคโณ กึ อคฺฆติ, วีสติ อคฺฆตีติ ภณนฺโต ปณติ นาม. น วีสติ อคฺฆติ, ทส อคฺฆตีติ ภณนฺโต โอปณติ นาม. อิทํ ปฏิเสเธนฺโต อาห ‘‘ปโณปณวิยา น อุเปตี’’ติ. อิทานิ ตํ ปโณปณวิยํ ทสฺเสตุํ เอวญฺจ โน อสฺส, อถ นํ กเรยฺยาม, น จ โน เอวมสฺส, น นํ กเรยฺยามาติ อาห.
กึ ปน, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, ยํ ตถาคโต สพฺพโส อามิเสหิ วิสํสฏฺโฐ วิหรติ, เอวํ วิสํสฏฺฐสฺส สตฺถุโน เอวรูปา ปโณปณวิยา กึ ยุชฺชิสฺสติ? ปริโยคาหิย วตฺตโตติ ปริโยคาหิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา คเหตฺวา วตฺตนฺตสฺส. อยมนุธมฺโมติ อยํ สภาโว. ชานาติ ภควา, นาหํ ชานามีติ ภควา เอกาสนโภชเน อานิสํสํ ชานาติ, อหํ น ชานามีติ มยิ สทฺธาย ทิวสสฺส ตโย วาเร โภชนํ ปหาย เอกาสนโภชนํ ภุญฺชติ. รุฬหนียนฺติ โรหนียํ. โอชวนฺตนฺติ สิเนหวนฺตํ. กามํ ตโจ จาติ อิมินา จตุรงฺควีริยํ ทสฺเสติ. เอตฺถ หิ ตโจ เอกํ องฺคํ, นฺหารุ เอกํ, อฏฺฐิ เอกํ, มํสโลหิตํ เอกนฺติ เอวํ จตุรงฺคสมนฺนาคตํ วีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา อรหตฺตํ อปฺปตฺวา น วุฏฺฐหิสฺสามีติ เอวํ ปฏิปชฺชตีติ ทสฺเสติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. เทสนํ ปน ภควา เนยฺยปุคฺคลสฺส วเสน อรหตฺตนิกูเฏน นิฏฺฐาเปสีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
กีฏาคิริสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.