๒. ภิกฺขุวคฺโค
๑. อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา
๑๐๗. เอวํ เม สุตนฺติ อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตํ. ตตฺถ อมฺพลฏฺฐิกายํ วิหรตีติ เวฬุวนวิหารสฺส ปจฺจนฺเต ปธานฆรสงฺเขเป วิเวกกามานํ วสนตฺถาย กเต อมฺพลฏฺฐิกาติ เอวํนามเก ปาสาเท ปวิเวกํ พฺรูหยนฺโต วิหรติ. กณฺฏโก นาม ชาตกาลโต ปฏฺฐาย ติขิโณว โหติ, เอวเมวํ อยมฺปิ อายสฺมา สตฺตวสฺสิกสามเณรกาเลเยว ปวิเวกํ พฺรูหยมาโน ตตฺถ วิหาสิ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐาย. อาสนนฺติ ปกติปญฺญตฺตเมเวตฺถ อาสนํ อตฺถิ, ตํ ปปฺโผเฏตฺวา ฐเปสิ. อุทกาธาเนติ อุทกภาชเน. ‘‘อุทกฏฺฐาเน’’ติปิ ปาโฐ.
อายสฺมนฺตํ ราหุลํ อามนฺเตสีติ โอวาททานตฺถํ อามนฺเตสิ. ภควตา หิ ราหุลตฺเถรสฺส สมฺพหุลา ธมฺมเทสนา กตา. สามเณรปญฺหํ เถรสฺเสว วุตฺตํ. ตถา ราหุลสํยุตฺตํ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ จูฬราหุโลวาทสุตฺตมิทํ อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตนฺติ.
อยญฺหิ อายสฺมา สตฺตวสฺสิกกาเล ภควนฺตํ จีวรกณฺเณ คเหตฺวา ‘‘ทายชฺชํ เม สมณ เทหี’’ติ ทายชฺชํ ยาจมาโน ภควตา ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถรสฺส นิยฺยาเทตฺวา ปพฺพาชิโต. อถ ภควา ทหรกุมารา นาม ยุตฺตายุตฺตํ กถํ กเถนฺติ, โอวาทมสฺส เทมีติ ราหุลกุมารํ อามนฺเตตฺวา ‘‘สามเณเรน นาม, ราหุล, ติรจฺฉานกถํ กเถตุํ น วฏฺฏติ, ตฺวํ กถยมาโน เอวรูปํ กถํ กเถยฺยาสี’’ติ สพฺพพุทฺเธหิ อวิชหิตํ ทสปุจฺฉํ ปญฺจปณฺณาสวิสฺสชฺชนํ – ‘‘เอโก ปโญฺห เอโก อุทฺเทโส เอกํ เวยฺยากรณํ เทฺว ปญฺหา…เป… ทส ปญฺหา ทส อุทฺเทสา ทส เวยฺยากรณาติ. เอกํ นาม กึ? สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา…เป… ทส นาม กึ? ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต อรหาติ วุจฺจตี’’ติ (ขุ. ปา. ๔.๑๐) อิมํ สามเณรปญฺหํ กเถสิ. ปุน จินฺเตสิ ‘‘ทหรกุมารา นาม ปิยมุสาวาทา โหนฺติ, อทิฏฺฐเมว ทิฏฺฐํ อเมฺหหิ, ทิฏฺฐเมว น ทิฏฺฐํ อเมฺหหีติ วทนฺติ โอวาทมสฺส เทมี’’ติ อกฺขีหิ โอโลเกตฺวาปิ สุขสญฺชานนตฺถํ ปฐมเมว จตสฺโส อุทกาธานูปมาโย, ตโต เทฺว หตฺถิอุปมาโย เอกํ อาทาสูปมญฺจ ทสฺเสตฺวา อิมํ สุตฺตํ กเถสิ. จตูสุ ปน ปจฺจเยสุ ตณฺหาวิวฏฺฏนํ ปญฺจสุ กามคุเณสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ กลฺยาณมิตฺตุปนิสฺสยสฺส มหนฺตภาวญฺจ ทสฺเสตฺวา ราหุลสุตฺตํ (สุ. นิ. ราหุลสุตฺต) กเถสิ. อาคตาคตฏฺฐาเน ภเวสุ ฉนฺทราโค น กตฺตพฺโพติ ทสฺเสตุํ ราหุลสํยุตฺตํ (สํ. นิ. ๒.๑๘๘ อาทโย) กเถสิ. ‘‘อหํ โสภามิ, มม วณฺณายตนํ ปสนฺน’’นฺติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสฺสิตฉนฺทราโค น กตฺตพฺโพติ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ กเถสิ.
ตตฺถ ราหุลสุตฺตํ อิมสฺมึ นาม กาเล วุตฺตนฺติ น วตฺตพฺพํ. ตญฺหิ อภิโณฺหวาทวเสน วุตฺตํ. ราหุลสํยุตฺตํ สตฺตวสฺสิกกาลโต ปฏฺฐาย ยาว อวสฺสิกภิกฺขุกาลา วุตฺตํ. มหาราหุโลวาทสุตฺตํ อฏฺฐารส วสฺสสามเณรกาเล วุตฺตํ. จูฬราหุโลวาทสุตฺตํ อวสฺสิกภิกฺขุกาเล วุตฺตํ. กุมารกปญฺหญฺจ อิทญฺจ อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตํ สตฺตวสฺสิกสามเณรกาเล วุตฺตํ. เตสุ ราหุลสุตฺตํ อภิโณฺหวาทตฺถํ, ราหุลสํยุตฺตํ, เถรสฺส วิปสฺสนาคพฺภคหณตฺถํ, มหาราหุโลวาทํ เคหสฺสิตฉนฺทราควิโนทนตฺถํ, จูฬราหุโลวาทํ เถรสฺส ปญฺจทส-วิมุตฺติปริปาจนีย-ธมฺมปริปากกาเล อรหตฺตคาหาปนตฺถํ วุตฺตํ. อิทญฺจ ปน สนฺธาย ราหุลตฺเถโร ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ตถาคตสฺส คุณํ กเถนฺโต อิทมาห –
‘‘กิกีว พีชํ รกฺเขยฺย, จามรี วาลมุตฺตมํ;
นิปโก สีลสมฺปนฺโน, มมํ รกฺขิ ตถาคโต’’ติ. (อป. ๑.๒.๘๓);
สามเณรปญฺหํ อยุตฺตวจนปหานตฺถํ, อิทํ อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตํ สมฺปชานมุสาวาทสฺส อกรณตฺถํ วุตฺตํ.
ตตฺถ ปสฺสสิ โนติ ปสฺสสิ นุ. ปริตฺตนฺติ โถกํ. สามญฺญนฺติ สมณธมฺโม. นิกฺกุชฺชิตฺวาติ อโธมุขํ กตฺวา. อุกฺกุชฺชิตฺวาติ อุตฺตานํ กตฺวา.
๑๐๘. เสยฺยถาปิ, ราหุล, รญฺโญ นาโคติ อยํ อุปมา สมฺปชานมุสาวาเท สํวรรหิตสฺส โอปมฺมทสฺสนตฺถํ วุตฺตา. ตตฺถ อีสาทนฺโตติ รถีสาสทิสทนฺโต. อุรุฬฺหวาติ อภิวฑฺฒิโต อาโรหสมฺปนฺโน. อภิชาโตติ สุชาโต ชาติสมฺปนฺโน. สงฺคามาวจโรติ สงฺคามํ โอติณฺณปุพฺโพ. กมฺมํ กโรตีติ อาคตาคเต ปวฏฺเฏนฺโต ฆาเตติ. ปุรตฺถิมกายาทีสุ ปน ปุรตฺถิมกาเยน ตาว ปฏิเสนาย ผลกโกฏฺฐกมุณฺฑปาการาทโย ปาเตติ, ตถา ปจฺฉิมกาเยน. สีเสน กมฺมํ นาม นิยเมตฺวา เอตํ ปเทสํ มทฺทิสฺสามีติ นิวตฺติตฺวา โอโลเกติ, เอตฺตเกน สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ เทฺวธา ภิชฺชติ. กณฺเณหิ กมฺมํ นาม อาคตาคเต สเร กณฺเณหิ ปหริตฺวา ปาตนํ. ทนฺเตหิ กมฺมํ นาม ปฏิหตฺถิอสฺสหตฺถาโรหอสฺสาโรหปทาทีนํ วิชฺฌนํ. นงฺคุฏฺเฐน กมฺมํ นาม นงฺคุฏฺเฐ พนฺธาย ทีฆาสิลฏฺฐิยา วา อยมุสเลน วา เฉทนเภทนํ. รกฺขเตว โสณฺฑนฺติ โสณฺฑํ ปน มุเข ปกฺขิปิตฺวา รกฺขติ.
ตตฺถาติ ตสฺมึ ตสฺส หตฺถิโน กรเณ. อปริจฺจตฺตนฺติ อนิสฺสฏฺฐํ, ปเรสํ ชยํ อมฺหากญฺจ ปราชยํ ปสฺสีติ มญฺญติ. โสณฺฑายปิ กมฺมํ กโรตีติ อยมุคฺครํ วา ขทิรมุสลํ วา คเหตฺวา สมนฺตา อฏฺฐารสหตฺถฏฺฐานํ มทฺทติ. ปริจฺจตฺตนฺติ วิสฺสฏฺฐํ, อิทานิ หตฺถิโยธาทีสุ น กุโตจิ ภายติ, อมฺหากํ ชยํ ปเรสญฺจ ปราชยํ ปสฺสีติ มญฺญติ. นาหํ ตสฺส กิญฺจิ ปาปนฺติ ตสฺส ทุกฺกฏาทิอาปตฺติวีติกฺกเม วา มาตุฆาตกาทิกมฺเมสุ วา กิญฺจิ ปาปํ อกตฺตพฺพํ นาม นตฺถิ. ตสฺมา ติห เตติ ยสฺมา สมฺปชานมุสาวาทิโน อกตฺตพฺพํ ปาปํ นาม นตฺถิ, ตสฺมา ตยา หสายปิ ทวกมฺยตายปิ มุสา น ภณิสฺสามีติ สิกฺขิตพฺพํ. ปจฺจเวกฺขณตฺโถติ โอโลกนตฺโถ, ยํ มุเข วชฺชํ โหติ, ตสฺส ทสฺสนตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวาติ โอโลเกตฺวา โอโลเกตฺวา.
๑๐๙. สสกฺกํ น กรณียนฺติ เอกํเสเนว น กาตพฺพํ. ปฏิสํหเรยฺยาสีติ นิวตฺเตยฺยาสิ มา กเรยฺยาสิ. อนุปทชฺเชยฺยาสีติ อนุปเทยฺยาสิ อุปตฺถมฺเภยฺยาสิ ปุนปฺปุนํ กเรยฺยาสิ. อโหรตฺตานุสิกฺขีติ รตฺติญฺจ ทิวญฺจ สิกฺขมาโน.
๑๑๑. อฏฺฏียิตพฺพนฺติ อฏฺเฏน ปีฬิเตน ภวิตพฺพํ. หรายิตพฺพนฺติ ลชฺชิตพฺพํ. ชิคุจฺฉิตพฺพนฺติ คูถํ ทิสฺวา วิย ชิคุจฺฉา อุปฺปาเทตพฺพา. มโนกมฺมสฺส ปน อเทสนาวตฺถุกตฺตา อิธ เทเสตพฺพนฺติ น วุตฺตํ. กิตฺตเก ปน ฐาเน กายกมฺมวจีกมฺมานิ โสเธตพฺพานิ, กิตฺตเก มโนกมฺมนฺติ. กายกมฺมวจีกมฺมานิ ตาว เอกสฺมึ ปุเรภตฺเตเยว โสเธตพฺพานิ. ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺเนน หิ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ ‘‘อรุณุคฺคมนโต ปฏฺฐาย ยาว อิมสฺมึ ฐาเน นิสชฺชา อตฺถิ นุ โข เม อิมสฺมึ อนฺตเร ปเรสํ อปฺปิยํ กายกมฺมํ วา วจีกมฺมํ วา’’ติ. สเจ อตฺถีติ ชานาติ, เทสนายุตฺตํ เทเสตพฺพํ, อาวิกรณยุตฺตํ อาวิกาตพฺพํ. สเจ นตฺถิ, เตเนว ปีติปาโมชฺเชน วิหาตพฺพํ. มโนกมฺมํ ปน เอตสฺมึ ปิณฺฑปาตปริเยสนฏฺฐาเน โสเธตพฺพํ. กถํ? ‘‘อตฺถิ นุ โข เม อชฺช ปิณฺฑปาตปริเยสนฏฺฐาเน รูปาทีสุ ฉนฺโท วา ราโค วา ปฏิฆํ วา’’ติ? สเจ อตฺถิ, ‘‘ปุน น เอวํ กริสฺสามี’’ติ จิตฺเตเนว อธิฏฺฐาตพฺพํ. สเจ นตฺถิ, เตเนว ปีติปาโมชฺเชน วิหาตพฺพํ.
๑๑๒. สมณา วา พฺราหฺมณา วาติ พุทฺธา วา ปจฺเจกพุทฺธา วา ตถาคตสาวกา วา. ตสฺมาติหาติ ยสฺมา อตีเตปิ เอวํ ปริโสเธสุํ, อนาคเตปิ ปริโสเธสฺสนฺติ, เอตรหิปิ ปริโสเธนฺติ, ตสฺมา ตุเมฺหหิปิ เตสํ อนุสิกฺขนฺเตหิ เอวํ สิกฺขิตพฺพนฺติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อิมํ ปน เทสนํ ภควา ยาว ภวคฺคา อุสฺสิตสฺส รตนราสิโน โยชนิยมณิกฺขนฺเธน กูฏํ คณฺหนฺโต วิย เนยฺยปุคฺคลวเสน ปรินิฏฺฐาเปสีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อมฺพลฏฺฐิกราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. มหาราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา
๑๑๓. เอวํ เม สุตนฺติ มหาราหุโลวาทสุตฺตํ. ตตฺถ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธีติ ทสฺสนํ อวิชหิตฺวา คมนํ อพฺโพจฺฉินฺนํ กตฺวา ปจฺฉโต ปจฺฉโต อิริยาปถานุพนฺธเนน อนุพนฺธิ. ตทา หิ ภควา ปเท ปทํ นิกฺขิปนฺโต วิลาสิตคมเนน ปุรโต ปุรโต คจฺฉติ, ราหุลตฺเถโร ทสพลสฺส ปทานุปทิโก หุตฺวา ปจฺฉโต ปจฺฉโต.
ตตฺถ ภควา สุปุปฺผิตสาลวนมชฺฌคโต สุภูมิโอตรณตฺถาย นิกฺขนฺตมตฺตวรวารโณ วิย วิโรจิตฺถ, ราหุลภทฺโท จ วรวารณสฺส ปจฺฉโต นิกฺขนฺตคชโปตโก วิย. ภควา สายนฺหสมเย มณิคุหโต นิกฺขมิตฺวา โคจรํ ปฏิปนฺโน เกสรสีโห วิย, ราหุลภทฺโท จ สีหมิคราชานํ อนุพนฺธนฺโต นิกฺขนฺตสีหโปตโก วิย. ภควา มณิปพฺพตสสฺสิริกวนสณฺฑโต ทาฐพโล มหาพฺยคฺโฆ วิย, ราหุลภทฺโท จ พฺยคฺฆราชานํ อนุพนฺธพฺยคฺฆโปตโก วิย. ภควา สิมฺพลิทายโต นิกฺขนฺตสุปณฺณราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ สุปณฺณราชสฺส ปจฺฉโต นิกฺขนฺตสุปณฺณโปตโก วิย. ภควา จิตฺตกูฏปพฺพตโต คคนตลํ ปกฺขนฺทสุวณฺณหํสราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ หํสาธิปตึ อนุปกฺขนฺทหํสโปตโก วิย. ภควา มหาสรํ อชฺโฌคาฬฺหา สุวณฺณมหานาวา วิย, ราหุลภทฺโท จ สุวณฺณนาวํ ปจฺฉา อนุพนฺธนาวาโปตโก วิย. ภควา จกฺกรตนานุภาเวน คคนตเล สมฺปยาตจกฺกวตฺติราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ ราชานํ อนุสมฺปยาตปริณายกรตนํ วิย. ภควา วิคตวลาหกํ นภํ ปฏิปนฺนตารกราชา วิย, ราหุลภทฺโท จ ตารกาธิปติโน อนุมคฺคปฏิปนฺนา ปริสุทฺธโอสธิตารกา วิย.
ภควาปิ มหาสมฺมตปเวณิยํ โอกฺกากราชวํเส ชาโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควาปิ สงฺเข ปกฺขิตฺตขีรสทิโส สุปริสุทฺธชาติขตฺติยกุเล ชาโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควาปิ รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิโต, ราหุลภทฺโทปิ. ภควโตปิ สรีรํ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณปฏิมณฺฑิตํ เทวนคเรสุ สมุสฺสิตรตนโตรณํ วิย สพฺพปาลิผุลฺโล ปาริจฺฉตฺตโก วิย จ อติมโนหรณํ, ราหุลภทฺทสฺสาปิ. อิติ เทฺวปิ อภินีหารสมฺปนฺนา, เทฺวปิ ราชปพฺพชิตา, เทฺวปิ ขตฺติยสุขุมาลา, เทฺวปิ สุวณฺณวณฺณา, เทฺวปิ ลกฺขณสมฺปนฺนา เอกมคฺคํ ปฏิปนฺนา ปฏิปาฏิยา คจฺฉนฺตานํ ทฺวินฺนํ จนฺทมณฺฑลานํ ทฺวินฺนํ สูริยมณฺฑลานํ ทฺวินฺนํ สกฺกสุยามสนฺตุสิตสุนิมฺมิตวสวตฺติมหาพฺรหฺมาทีนํ สิริยา สิรึ อภิภวมานา วิย วิโรจึสุ.
ตตฺรายสฺมา ราหุโล ภควโต ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คจฺฉนฺโตว ปาทตลโต ยาว อุปริ เกสนฺตา ตถาคตํ อาโลเกสิ. โส ภควโต พุทฺธเวสวิลาสํ ทิสฺวา ‘‘โสภติ ภควา ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณวิจิตฺตสรีโร พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺตตาย วิปฺปกิณฺณสุวณฺณจุณฺณมชฺฌคโต วิย, วิชฺชุลตาปริกฺขิตฺโต กนกปพฺพโต วิย, ยนฺตสุตฺตสมากฑฺฒิตรตนวิจิตฺตํ สุวณฺณอคฺฆิกํ วิย, รตฺตปํสุกูลจีวรปฏิจฺฉนฺโนปิ รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตกนกปพฺพโต วิย, ปวาฬลตาปฏิมณฺฑิตํ สุวณฺณอคฺฆิกํ วิย, จีนปิฏฺฐจุณฺณปูชิตํ สุวณฺณเจติยํ วิย, ลาขารสานุลิตฺโต กนกยูโป วิย, รตฺตวลาหกนฺตรโต ตงฺขณพฺภุคฺคตปุณฺณจนฺโท วิย, อโห สมตึสปารมิตานุภาวสชฺชิตสฺส อตฺตภาวสฺส สิรีสมฺปตฺตี’’ติ จินฺเตสิ. ตโต อตฺตานมฺปิ โอโลเกตฺวา – ‘‘อหมฺปิ โสภามิ. สเจ ภควา จตูสุ มหาทีเปสุ จกฺกวตฺติรชฺชํ อกริสฺสา, มยฺหํ ปริณายกฏฺฐานนฺตรํ อทสฺสา. เอวํ สนฺเต อติวิย ชมฺพุทีปตลํ อโสภิสฺสา’’ติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสฺสิตํ ฉนฺทราคํ อุปฺปาเทสิ.
ภควาปิ ปุรโต คจฺฉนฺโตว จินฺเตสิ – ‘‘ปริปุณฺณจฺฉวิมํสโลหิโต ทานิ ราหุลสฺส อตฺตภาโว. รชนีเยสุ รูปารมฺมณาทีสุ หิ จิตฺตสฺส ปกฺขนฺทนกาโล ชาโต, กึ พหุลตาย นุ โข ราหุโล วีตินาเมตี’’ติ. อถ สหาวชฺชเนเนว ปสนฺนอุทเก มจฺฉํ วิย, ปริสุทฺเธ อาทาสมณฺฑเล มุขนิมิตฺตํ วิย จ ตสฺส ตํ จิตฺตุปฺปาทํ อทฺทส. ทิสฺวาว – ‘‘อยํ ราหุโล มยฺหํ อตฺรโช หุตฺวา มม ปจฺฉโต อาคจฺฉนฺโต ‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’นฺติ อตฺตภาวํ นิสฺสาย เคหสฺสิตฉนฺทราคํ อุปฺปาเทติ, อติตฺเถ ปกฺขนฺโท อุปฺปถํ ปฏิปนฺโน อโคจเร จรติ, ทิสามูฬฺหอทฺธิโก วิย อคนฺตพฺพํ ทิสํ คจฺฉติ. อยํ โข ปนสฺส กิเลโส อพฺภนฺตเร วฑฺฒนฺโต อตฺตตฺถมฺปิ ยถาภูตํ ปสฺสิตุํ น ทสฺสติ, ปรตฺถมฺปิ, อุภยตฺถมฺปิ. ตโต นิรเยปิ ปฏิสนฺธึ คณฺหาเปสฺสติ, ติรจฺฉานโยนิยมฺปิ, เปตฺติวิสเยปิ, อสุรกาเยปิ, สมฺพาเธปิ มาตุกุจฺฉิสฺมินฺติ อนมตคฺเค สํสารวฏฺเฏ ปริปาเตสฺสติ. อยญฺหิ –
อนตฺถชนโน โลโภ, โลโภ จิตฺตปฺปโกปโน;
ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.
ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;
อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โลโภ สหเต นรํ. (อิติวุ. ๘๘) –
ยถา โข ปน อเนกรตนปูรา มหานาวา ภินฺนผลกนฺตเรน อุทกํ อาทิยมานา มุหุตฺตมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺพา โหติ, เวเคนสฺสา วิวรํ ปิทหิตุํ วฏฺฏติ, เอวเมวํ อยมฺปิ น อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ. ยาวสฺส อยํ กิเลโส อพฺภนฺตเร สีลรตนาทีนิ น วินาเสติ, ตาวเทว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ อชฺฌาสยมกาสิ. เอวรูเปสุ ปน ฐาเนสุ พุทฺธานํ นาควิโลกนํ นาม โหติ. ตสฺมา ยนฺเตน ปริวตฺติตสุวณฺณปฏิมา วิย สกลกาเยเนว ปริวตฺเตตฺวา ฐิโต ราหุลภทฺทํ อามนฺเตสิ. ตํ สนฺธาย ‘‘อถ โข ภควา อปโลเกตฺวา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทีนิ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส วิตฺถาริตานิ. เนตํ มมาติอาทีนิ มหาหตฺถิปโทปเม วุตฺตานิ. รูปเมว นุ โข ภควาติ กสฺมา ปุจฺฉติ? ตสฺส กิร – ‘‘สพฺพํ รูปํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตา’’ติ สุตฺวา – ‘‘ภควา สพฺพํ รูปํ วิปสฺสนาปญฺญาย เอวํ ทฏฺฐพฺพนฺติ วทติ, เวทนาทีสุ นุ โข กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพ’’นฺติ นโย อุทปาทิ. ตสฺมา ตสฺมึ นเย ฐิโต ปุจฺฉติ. นยกุสโล เหส อายสฺมา ราหุโล, อิทํ น กตฺตพฺพนฺติ วุตฺเต อิทมฺปิ น กตฺตพฺพํ อิทมฺปิ น กตฺตพฺพเมวาติ นยสเตนปิ นยสหสฺเสนปิ ปฏิวิชฺฌติ. อิทํ กตฺตพฺพนฺติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย.
สิกฺขากาโม หิ อยํ อายสฺมา, ปาโตว คนฺธกุฏิปริเวเณ ปตฺถมตฺตํ วาลิกํ โอกิรติ – ‘‘อชฺช สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สนฺติกา มยฺหํ อุปชฺฌายสฺส สนฺติกา เอตฺตกํ โอวาทํ เอตฺตกํ ปริภาสํ ลภามี’’ติ. สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ นํ เอตทคฺเค ฐเปนฺโต – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สิกฺขากามานํ ยทิทํ ราหุโล’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๙) สิกฺขายเมว อคฺคํ กตฺวา ฐเปสิ. โสปิ อายสฺมา ภิกฺขุสงฺฆมชฺเฌ ตเมว สีหนาทํ นทิ –
‘‘สพฺพเมตํ อภิญฺญาย, ธมฺมราชา ปิตา มม;
สมฺมุขา ภิกฺขุสงฺฆสฺส, เอตทคฺเค ฐเปสิ มํ.
สิกฺขากามานหํ อคฺโค, ธมฺมราเชน โถมิโต;
สทฺธาปพฺพชิตานญฺจ, สหาโย ปวโร มม.
ธมฺมราชา ปิตา มยฺหํ, ธมฺมารกฺโข จ เปตฺติโย;
สาริปุตฺโต อุปชฺฌาโย, สพฺพํ เม ชินสาสน’’นฺติ.
อถสฺส ภควา ยสฺมา น เกวลํ รูปเมว, เวทนาทโยปิ เอวํ ทฏฺฐพฺพา, ตสฺมา รูปมฺปิ ราหุลาติอาทิมาห. โก นชฺชาติ โก นุ อชฺช. เถรสฺส กิร เอตทโหสิ ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ มยฺหํ อตฺตภาวนิสฺสิตํ ฉนฺทราคํ ญตฺวา ‘สมเณน นาม เอวรูโป วิตกฺโก น วิตกฺกิตพฺโพ’ติ เนว ปริยาเยน กถํ กเถสิ, คจฺฉ ภิกฺขุ ราหุลํ วเทหิ ‘มา ปุน เอวรูปํ วิตกฺกํ วิตกฺเกสี’ติ น ทูตํ เปเสสิ. มํ สมฺมุกฺเข ฐตฺวาเยว ปน สภณฺฑกํ โจรํ จูฬาย คณฺหนฺโต วิย สมฺมุขา สุคโตวาทํ อทาสิ. สุคโตวาโท จ นาม อสงฺเขยฺเยหิปิ กปฺเปหิ ทุลฺลโภ. เอวรูปสฺส พุทฺธสฺส สมฺมุขา โอวาทํ ลภิตฺวา โก นุ วิญฺญู ปณฺฑิตชาติโก อชฺช คามํ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสตี’’ติ. อเถส อายสฺมา อาหารกิจฺจํ ปหาย ยสฺมึ นิสินฺนฏฺฐาเน ฐิเตน โอวาโท ลทฺโธ, ตโตว ปฏินิวตฺเตตฺวา อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. ภควาปิ ตํ อายสฺมนฺตํ นิวตฺตมานํ ทิสฺวา น เอวมาห – ‘‘มา นิวตฺต ตาว, ราหุล, ภิกฺขาจารกาโล เต’’ติ. กสฺมา? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อชฺช ตาว กายคตาสติอมตโภชนํ ภุญฺชตู’’ติ.
อทฺทสา โข อายสฺมา สาริปุตฺโตติ ภควติ คเต ปจฺฉา คจฺฉนฺโต อทฺทส. เอตสฺส กิรายสฺมโต เอกกสฺส วิหรโต อญฺญํ วตฺตํ, ภควตา สทฺธึ วิหรโต อญฺญํ. ยทา หิ เทฺว อคฺคสาวกา เอกากิโน วสนฺติ, ตทา ปาโตว เสนาสนํ สมฺมชฺชิตฺวา สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา สมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา สนฺนิสินฺนา อตฺตโน จิตฺตรุจิยา ภิกฺขาจารํ คจฺฉนฺติ. ภควตา สทฺธึ วิหรนฺตา ปน เถรา เอวํ น กโรนฺติ. ตทา หิ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ปฐมํ ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ. ตสฺมึ คเต เถโร อตฺตโน เสนาสนา นิกฺขมิตฺวา – ‘‘พหูนํ วสนฏฺฐาเน นาม สพฺเพว ปาสาทิกํ กาตุํ สกฺโกนฺติ วา, น วา สกฺโกนฺตี’’ติ ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา อสมฺมฏฺฐํ ฐานํ สมฺมชฺชติ. สเจ กจวโร อฉฑฺฑิโต โหติ, ตํ ฉฑฺเฑติ. ปานียฏฺฐเปตพฺพฏฺฐานมฺหิ ปานียกูเฏ อสติ ปานียฆฏํ ฐเปติ. คิลานานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘อาวุโส, ตุมฺหากํ กึ อาหรามิ, กึ โว อิจฺฉิตพฺพ’’นฺติ? ปุจฺฉติ. อวสฺสิกทหรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา – ‘‘อภิรมถ, อาวุโส, มา อุกฺกณฺฐิตฺถ, ปฏิปตฺติสารกํ พุทฺธสาสน’’นฺติ โอวทติ. เอวํ กตฺวา สพฺพปจฺฉา ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ. ยถา หิ จกฺกวตฺติ กุหิญฺจิ คนฺตุกาโม เสนาย ปริวาริโต ปฐมํ นิกฺขมติ, ปริณายกรตนํ เสนงฺคานิ สํวิธาย ปจฺฉา นิกฺขมติ, เอวํ สทฺธมฺมจกฺกวตฺติ ภควา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร ปฐมํ นิกฺขมติ, ตสฺส ภควโต ปริณายกรตนภูโต ธมฺมเสนาปติ อิมํ กิจฺจํ กตฺวา สพฺพปจฺฉา นิกฺขมติ. โส เอวํ นิกฺขนฺโต ตสฺมึ ทิวเส อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ราหุลภทฺทํ อทฺทส. เตน วุตฺตํ ‘‘ปจฺฉา คจฺฉนฺโต อทฺทสา’’ติ.
อถ กสฺมา อานาปานสฺสติยํ นิโยเชสิ? นิสชฺชานุจฺฉวิกตฺตา. เถโร กิร ‘‘เอตสฺส ภควตา รูปกมฺมฏฺฐานํ กถิต’’นฺติ อนาวชฺชิตฺวาว เยนากาเรน อยํ อจโล อโนพทฺโธ หุตฺวา นิสินฺโน, อิทมสฺส เอติสฺสา นิสชฺชาย กมฺมฏฺฐานํ อนุจฺฉวิกนฺติ จินฺเตตฺวา เอวมาห. ตตฺถ อานาปานสฺสตินฺติ อสฺสาสปสฺสาเส ปริคฺคเหตฺวา ตตฺถ จตุกฺกปญฺจกชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาหีติ ทสฺเสติ.
มหปฺผลา โหตีติ กีวมหปฺผลา โหติ? อิธ ภิกฺขุ อานาปานสฺสตึ อนุยุตฺโต เอกาสเน นิสินฺโนว สพฺพาสเว เขเปตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตถา อสกฺโกนฺโต มรณกาเล สมสีสี โหติ, ตถา อสกฺโกนฺโต เทวโลเก นิพฺพตฺติตฺวา ธมฺมกถิกเทวปุตฺตสฺส ธมฺมํ สุตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ, ตโต วิรทฺโธ อนุปฺปนฺเน พุทฺธุปฺปาเท ปจฺเจกโพธึ สจฺฉิกโรติ, ตํ อสจฺฉิกโรนฺโต พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว พาหิยตฺเถราทโย วิย ขิปฺปาภิญฺโญ โหติ, เอวํ มหปฺผลา. มหานิสํสาติ ตสฺเสว เววจนํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘อานาปานสฺสตี ยสฺส, ปริปุณฺณา สุภาวิตา;
อนุปุพฺพํ ปริจิตา, ยถา พุทฺเธน เทสิตา;
โสมํ โลกํ ปภาเสติ, อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา’’ติ. (เถรคา. ๕๔๘; ปฏิ. ม. ๑.๑.๖๐) –
อิมํ มหปฺผลตํ สมฺปสฺสมาโน เถโร สทฺธิวิหาริกํ ตตฺถ นิโยเชติ.
อิติ ภควา รูปกมฺมฏฺฐานํ, เถโร อานาปานสฺสตินฺติ อุโภปิ กมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา คตา, ราหุลภทฺโท วิหาเรเยว โอหีโน. ภควา ตสฺส โอหีนภาวํ ชานนฺโตปิ เนว อตฺตนา ขาทนียํ โภชนียํ คเหตฺวา อคมาสิ, น อานนฺทตฺเถรสฺส หตฺเถ เปเสสิ, น ปเสนทิมหาราชอนาถปิณฺฑิกาทีนํ สญฺญํ อทาสิ. สญฺญามตฺตกญฺหิ ลภิตฺวา เต กาชภตฺตํ อภิหเรยฺยุํ. ยถา จ ภควา, เอวํ สาริปุตฺตตฺเถโรปิ น กิญฺจิ อกาสิ. ราหุลตฺเถโร นิราหาโร ฉินฺนภตฺโต อโหสิ. ตสฺส ปนายสฺมโต – ‘‘ภควา มํ วิหาเร โอหีนํ ชานนฺโตปิ อตฺตนา ลทฺธปิณฺฑปาตํ นาปิ สยํ คเหตฺวา อาคโต, น อญฺญสฺส หตฺเถ ปหิณิ, น มนุสฺสานํ สญฺญํ อทาสิ, อุปชฺฌาโยปิ เม โอหีนภาวํ ชานนฺโต ตเถว น กิญฺจิ อกาสี’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺนํ, กุโต ตปฺปจฺจยา โอมานํ วา อติมานํ วา ชเนสฺสติ. ภควตา ปน อาจิกฺขิตกมฺมฏฺฐานเมว ปุเรภตฺตมฺปิ ปจฺฉาภตฺตมฺปิ – ‘‘อิติปิ รูปํ อนิจฺจํ, อิติปิ ทุกฺขํ, อิติปิ อสุภํ, อิติปิ อนตฺตา’’ติ อคฺคึ อภิมตฺเถนฺโต วิย นิรนฺตรํ มนสิกตฺวา สายนฺหสมเย จินฺเตสิ – ‘‘อหํ อุปชฺฌาเยน อานาปานสฺสตึ ภาเวหีติ วุตฺโต, ตสฺส วจนํ น กริสฺสามิ. อาจริยุปชฺฌายานญฺหิ วจนํ อกโรนฺโต ทุพฺพโจ นาม โหติ. ‘ทุพฺพโจ ราหุโล, อุปชฺฌายสฺสปิ วจนํ น กโรตี’ติ จ ครหุปฺปตฺติโต กกฺขฬตรา ปีฬา นาม นตฺถี’’ติ ภาวนาวิธานํ ปุจฺฉิตุกาโม ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ อถ โข อายสฺมา ราหุโลติอาทิ วุตฺตํ.
๑๑๔. ตตฺถ ปฏิสลฺลานาติ เอกีภาวโต. ยํกิญฺจิ ราหุลาติ กสฺมา? ภควา อานาปานสฺสตึ ปุฏฺโฐ รูปกมฺมฏฺฐานํ กเถตีติ. รูเป ฉนฺทราคปฺปหานตฺถํ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ราหุลสฺส อตฺตภาวํ นิสฺสาย ฉนฺทราโค อุปฺปนฺโน, เหฏฺฐา จสฺส สงฺเขเปน รูปกมฺมฏฺฐานํ กถิตํ. อิทานิสฺสาปิ ทฺวิจตฺตาลีสาย อากาเรหิ อตฺตภาวํ วิราเชตฺวา วิสงฺขริตฺวา ตํนิสฺสิตํ ฉนฺทราคํ อนุปฺปตฺติธมฺมตํ อาปาเทสฺสามี’’ติ. อถ อากาสธาตุํ กสฺมา วิตฺถาเรสีติ? อุปาทารูปทสฺสนตฺถํ. เหฏฺฐา หิ จตฺตาริ มหาภูตาเนว กถิตานิ, น อุปาทารูปํ. ตสฺมา อิมินา มุเขน ตํ ทสฺเสตุํ อากาสธาตุํ วิตฺถาเรสิ. อปิจ อชฺฌตฺติเกน อากาเสน ปริจฺฉินฺนรูปมฺปิ ปากฏํ โหติ.
อากาเสน ปริจฺฉินฺนํ, รูปํ ยาติ วิภูตตํ;
ตสฺเสวํ อาวิภาวตฺถํ, ตํ ปกาเสสิ นายโก.
เอตฺถ ปน ปุริมาสุ ตาว จตูสุ ธาตูสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มหาหตฺถิปโทปเม วุตฺตเมว.
๑๑๘. อากาสธาตุยํ อากาสคตนฺติ อากาสภาวํ คตํ. อุปาทินฺนนฺติอาทินฺนํ คหิตํ ปรามฏฺฐํ, สรีรฏฺฐกนฺติ อตฺโถ. กณฺณจฺฉิทฺทนฺติ มํสโลหิตาทีหิ อสมฺผุฏฺฐกณฺณวิวรํ. นาสจฺฉิทฺทาทีสุปิ เอเสว นโย. เยน จาติ เยน ฉิทฺเทน. อชฺโฌหรตีติ อนฺโต ปเวเสติ, ชิวฺหาพนฺธนโต หิ ยาว อุทรปฏลา มนุสฺสานํ วิทตฺถิจตุรงฺคุลํ ฉิทฺทฏฺฐานํ โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยตฺถ จาติ ยสฺมึ โอกาเส. สนฺติฏฺฐตีติ ปติฏฺฐาติ. มนุสฺสานญฺหิ มหนฺตํ ปฏปริสฺสาวนมตฺตญฺจ อุทรปฏลํ นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อโธภาคํ นิกฺขมตีติ เยน เหฏฺฐา นิกฺขมติ. ทฺวตฺตึสหตฺถมตฺตํ เอกวีสติยา ฐาเนสุ วงฺกํ อนฺตํ นาม โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยํ วา ปนญฺญมฺปีติ อิมินา สุขุมสุขุมํ จมฺมมํสาทิอนฺตรคตญฺเจว โลมกูปภาเวน จ ฐิตํ อากาสํ ทสฺเสติ. เสสเมตฺถาปิ ปถวีธาตุอาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๑๑๙. อิทานิสฺส ตาทิภาวลกฺขณํ อาจิกฺขนฺโต ปถวีสมนฺติอาทิมาห. อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ หิ อรชฺชนฺโต อทุสฺสนฺโต ตาที นาม โหติ. มนาปามนาปาติ เอตฺถ อฏฺฐ โลภสหคตจิตฺตสมฺปยุตฺตา มนาปา นาม, เทฺว โทมนสฺสจิตฺตสมฺปยุตฺตา อมนาปา นาม. จิตฺตํ น ปริยาทาย ฐสฺสนฺตีติ เอเต ผสฺสา อุปฺปชฺชิตฺวา ตว จิตฺตํ อนฺโตมุฏฺฐิคตํ กโรนฺโต วิย ปริยาทาย คเหตฺวา ฐาตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ ‘‘อหํ โสภามิ, มยฺหํ วณฺณายตนํ ปสนฺน’’นฺติ ปุน อตฺตภาวํ นิสฺสาย ฉนฺทราโค นุปฺปชฺชิสฺสติ. คูถคตนฺติอาทีสุ คูถเมว คูถคตํ. เอวํ สพฺพตฺถ.
น กตฺถจิ ปติฏฺฐิโตติ ปถวีปพฺพตรุกฺขาทีสุ เอกสฺมิมฺปิ น ปติฏฺฐิโต, ยทิ หิ ปถวิยํ ปติฏฺฐิโต ภเวยฺย, ปถวิยา ภิชฺชมานาย สเหว ภิชฺเชยฺย, ปพฺพเต ปตมาเน สเหว ปเตยฺย, รุกฺเข ฉิชฺชมาเน สเหว ฉิชฺเชยฺย.
๑๒๐. เมตฺตํ ราหุลาติ กสฺมา อารภิ? ตาทิภาวสฺส การณทสฺสนตฺถํ. เหฏฺฐา หิ ตาทิภาวลกฺขณํ ทสฺสิตํ, น จ สกฺกา อหํ ตาที โหมีติ อการณา ภวิตุํ, นปิ ‘‘อหํ อุจฺจากุลปฺปสุโต พหุสฺสุโต ลาภี, มํ ราชราชมหามตฺตาทโย ภชนฺติ, อหํ ตาที โหมี’’ติ อิเมหิ การเณหิ โกจิ ตาที นาม โหติ, เมตฺตาทิภาวนาย ปน โหตีติ ตาทิภาวสฺส การณทสฺสนตฺถํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
ตตฺถ ภาวยโตติ อุปจารํ วา อปฺปนํ วา ปาเปนฺตสฺส. โย พฺยาปาโทติ โย สตฺเต โกโป, โส ปหียิสฺสติ. วิเหสาติ ปาณิอาทีหิ สตฺตานํ วิหึสนํ. อรตีติ ปนฺตเสนาสเนสุ เจว อธิกุสลธมฺเมสุ จ อุกฺกณฺฐิตตา. ปฏิโฆติ ยตฺถ กตฺถจิ สตฺเตสุ สงฺขาเรสุ จ ปฏิหญฺญนกิเลโส. อสุภนฺติ อุทฺธุมาตกาทีสุ อุปจารปฺปนํ. อุทฺธุมาตกาทีสุ อสุภภาวนา จ นาเมสา วิตฺถารโต วิสุทฺธิมคฺเค กถิตาว. ราโคติ ปญฺจกามคุณิกราโค. อนิจฺจสญฺญนฺติ อนิจฺจานุปสฺสนาย สหชาตสญฺญํ. วิปสฺสนา เอว วา เอสา อสญฺญาปิ สญฺญาสีเสน สญฺญาติ วุตฺตา. อสฺมิมาโนติ รูปาทีสุ อสฺมีติ มาโน.
๑๒๑. อิทานิ เถเรน ปุจฺฉิตํ ปญฺหํ วิตฺถาเรนฺโต อานาปานสฺสตินฺติอาทิมาห. ตตฺถ อิทํ กมฺมฏฺฐานญฺจ กมฺมฏฺฐานภาวนา จ ปาฬิอตฺโถ จ สทฺธึ อานิสํสกถาย สพฺโพ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค อนุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริโตเยว. อิมํ เทสนํ ภควา เนยฺยปุคฺคลวเสเนว ปรินิฏฺฐาเปสีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
มาหาราหุโลวาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. จูฬมาลุกฺยสุตฺตวณฺณนา
๑๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ มาลุกฺยสุตฺตํ. ตตฺถ มาลุกฺยปุตฺตสฺสาติ เอวํนามกสฺส เถรสฺส. ฐปิตานิ ปฏิกฺขิตฺตานีติ ทิฏฺฐิคตานิ นาม น พฺยากาตพฺพานีติ เอวํ ฐปิตานิ เจว ปฏิกฺขิตฺตานิ จ. ตถาคโตติ สตฺโต. ตํ เม น รุจฺจตีติ ตํ อพฺยากรณํ มยฺหํ น รุจฺจติ. สิกฺขํ ปจฺจกฺขายาติ สิกฺขํ ปฏิกฺขิปิตฺวา.
๑๒๕. โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสีติ ยาจโก วา หิ ยาจิตกํ ปจฺจาจิกฺเขยฺย, ยาจิตโก วา ยาจกํ. ตฺวํ เนว ยาจโก น ยาจิตโก, โส ทานิ ตฺวํ โก สนฺโต กํ ปจฺจาจิกฺขสีติ อตฺโถ.
๑๒๖. วิทฺโธ อสฺสาติ ปรเสนาย ฐิเตน วิทฺโธ ภเวยฺย. คาฬฺหปเลปเนนาติ พหลเลปเนน. ภิสกฺกนฺติ เวชฺชํ. สลฺลกตฺตนฺติ สลฺลกนฺตนํ สลฺลกนฺติยสุตฺตวาจกํ. อกฺกสฺสาติ อกฺกวาเก คเหตฺวา ชิยํ กโรนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อกฺกสฺสา’’ติ. สณฺหสฺสาติ เวณุวิลีวสฺส. มรุวาขีรปณฺณีนมฺปิ วาเกหิเยว กโรนฺติ. เตน วุตฺตํ ยทิ วา มรุวาย ยทิ วา ขีรปณฺณิโนติ. คจฺฉนฺติ ปพฺพตคจฺฉนทีคจฺฉาทีสุ ชาตํ. โรปิมนฺติ โรเปตฺวา วฑฺฒิตํ สรวนโต สรํ คเหตฺวา กตํ. สิถิลหนุโนติ เอวํนามกสฺส ปกฺขิโน. เภรวสฺสาติ กาฬสีหสฺส. เสมฺหารสฺสาติ มกฺกฏสฺส. เอวํ โนติ เอตาย ทิฏฺฐิยา สติ น โหตีติ อตฺโถ.
๑๒๗. อตฺเถว ชาตีติ เอตาย ทิฏฺฐิยา สติ พฺรหฺมจริยวาโสว นตฺถิ, ชาติ ปน อตฺถิเยว. ตถา ชรามรณาทีนีติ ทสฺเสติ. เยสาหนฺติ เยสํ อหํ. นิฆาตนฺติ อุปฆาตํ วินาสํ. มม สาวกา หิ เอเตสุ นิพฺพินฺนา อิเธว นิพฺพานํ ปาปุณนฺตีติ อธิปฺปาโย.
๑๒๘. ตสฺมาติหาติ ยสฺมา อพฺยากตเมตํ, จตุสจฺจเมว มยา พฺยากตํ, ตสฺมาติ อตฺโถ. น เหตํ มาลุกฺยปุตฺต อตฺถสํหิตนฺติ เอตํ ทิฏฺฐิคตํ วา เอตํ พฺยากรณํ วา การณนิสฺสิตํ น โหติ. น อาทิพฺรหฺมจริยกนฺติ พฺรหฺมจริยสฺส อาทิมตฺตมฺปิ ปุพฺพภาคสีลมตฺตมฺปิ น โหติ. น นิพฺพิทายาติอาทีสุ วฏฺเฏ นิพฺพินฺทนตฺถาย วา วิรชฺฌนตฺถาย วา วฏฺฏนิโรธาย วา ราคาทิวูปสมนตฺถาย วา อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม อภิชานนตฺถาย วา จตุมคฺคสงฺขาตสมฺโพธตฺถาย วา อสงฺขตนิพฺพานสจฺฉิกิริยตฺถาย วา น โหติ. เอตํ หีติ เอตํ จตุสจฺจพฺยากรณํ. อาทิพฺรหฺมจริยกนฺติ พฺรหฺมจริยสฺส อาทิภูตํ ปุพฺพปทฏฺฐานํ. เสสํ วุตฺตปฏิวิปกฺขนเยน เวทิตพฺพํ. อิมมฺปิ เทสนํ ภควา เนยฺยปุคฺคลวเสน นิฏฺฐาเปสีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬมาลุกฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. มหามาลุกฺยสุตฺตวณฺณนา
๑๒๙. เอวํ เม สุตนฺติ มหามาลุกฺยสุตฺตํ. ตตฺถ โอรมฺภาคิยานีติ เหฏฺฐา โกฏฺฐาสิกานิ กามภเว นิพฺพตฺติสํวตฺตนิกานิ. สํโยชนานีติ พนฺธนานิ. กสฺส โข นามาติ กสฺส เทวสฺส วา มนุสฺสสฺส วา เทสิตานิ ธาเรสิ, กึ ตฺวเมเวโก อสฺโสสิ, น อญฺโญ โกจีติ? อนุเสตีติ อปฺปหีนตาย อนุเสติ. อนุสยมาโน สํโยชนํ นาม โหติ.
เอตฺถ จ ภควตา สํโยชนํ ปุจฺฉิตํ, เถเรนปิ สํโยชนเมว พฺยากตํ. เอวํ สนฺเตปิ ตสฺส วาเท ภควตา โทโส อาโรปิโต. โส กสฺมาติ เจ? เถรสฺส ตถาลทฺธิกตฺตา. อยญฺหิ ตสฺส ลทฺธิ ‘‘สมุทาจารกฺขเณเยว กิเลเสหิ สํยุตฺโต นาม โหติ, อิตรสฺมึ ขเณ อสํยุตฺโต’’ติ. เตนสฺส ภควตา โทโส อาโรปิโต. อถายสฺมา อานนฺโท จินฺเตสิ – ‘‘ภควตา ภิกฺขุสงฺฆสฺส ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ อตฺตโน ธมฺมตาเยว อยํ ธมฺมเทสนา อารทฺธา, สา อิมินา อปณฺฑิเตน ภิกฺขุนา วิสํวาทิตา. หนฺทาหํ ภควนฺตํ ยาจิตฺวา ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสสฺสามี’’ติ. โส เอวมกาสิ. ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ตตฺถ สกฺกายทิฏฺฐิปริยุฏฺฐิเตนาติ สกฺกายทิฏฺฐิยา คหิเตน อภิภูเตน. สกฺกายทิฏฺฐิปเรเตนาติ สกฺกายทิฏฺฐิยา อนุคเตน. นิสฺสรณนฺติ ทิฏฺฐินิสฺสรณํ นาม นิพฺพานํ, ตํ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. อปฺปฏิวินีตาติ อวิโนทิตา อนีหฏา. โอรมฺภาคิยํ สํโยชนนฺติ เหฏฺฐาภาคิยสํโยชนํ นาม โหติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. สุกฺกปกฺโข อุตฺตานตฺโถเยว. ‘‘สานุสยา ปหียตี’’ติ วจนโต ปเนตฺถ เอกจฺเจ ‘‘อญฺญํ สํโยชนํ อญฺโญ อนุสโย’’ติ วทนฺติ. ‘‘ยถา หิ สพฺยญฺชนํ ภตฺต’’นฺติ วุตฺเต ภตฺตโต อญฺญํ พฺยญฺชนํ โหติ, เอวํ ‘‘สานุสยา’’ติ วจนโต ปริยุฏฺฐานสกฺกายทิฏฺฐิโต อญฺเญน อนุสเยน ภวิตพฺพนฺติ เตสํ ลทฺธิ. เต ‘‘สสีสํ ปารุปิตฺวา’’ติอาทีหิ ปฏิกฺขิปิตพฺพา. น หิ สีสโต อญฺโญ ปุริโส อตฺถิ. อถาปิ สิยา – ‘‘ยทิ ตเทว สํโยชนํ โส อนุสโย, เอวํ สนฺเต ภควตา เถรสฺส ตรุณูปโม อุปารมฺโภ ทุอาโรปิโต โหตี’’ติ. น ทุอาโรปิโต, กสฺมา? เอวํลทฺธิกตฺตาติ วิตฺถาริตเมตํ. ตสฺมา โสเยว กิเลโส พนฺธนฏฺเฐน สํโยชนํ, อปฺปหีนฏฺเฐน อนุสโยติ อิมมตฺถํ สนฺธาย ภควตา ‘‘สานุสยา ปหียตี’’ติ เอวํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
๑๓๒. ตจํ เฉตฺวาติอาทีสุ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ตจจฺเฉโท วิย หิ สมาปตฺติ ทฏฺฐพฺพา, เผคฺคุจฺเฉโท วิย วิปสฺสนา, สารจฺเฉโท วิย มคฺโค. ปฏิปทา ปน โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกาว วฏฺฏติ. เอวเมเต ทฏฺฐพฺพาติ เอวรูปา ปุคฺคลา เอวํ ทฏฺฐพฺพา.
๑๓๓. อุปธิวิเวกาติ อุปธิวิเวเกน. อิมินา ปญฺจกามคุณวิเวโก กถิโต. อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาติ อิมินา นีวรณปฺปหานํ กถิตํ. กายทุฏฺฐุลฺลานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยาติ อิมินา กายาลสิยปฏิปฺปสฺสทฺธิ กถิตา. วิวิจฺเจว กาเมหีติ อุปธิวิเวเกน กาเมหิ วินา หุตฺวา. วิวิจฺจ อกุสเลหีติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหาเนน กายทุฏฺฐุลฺลานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา จ อกุสเลหิ วินา หุตฺวา. ยเทว ตตฺถ โหตีติ ยํ ตตฺถ อนฺโตสมาปตฺติกฺขเณเยว สมาปตฺติสมุฏฺฐิตญฺจ รูปาทิธมฺมชาตํ โหติ. เต ธมฺเมติ เต รูปคตนฺติอาทินา นเยน วุตฺเต รูปาทโย ธมฺเม. อนิจฺจโตติ น นิจฺจโต. ทุกฺขโตติ น สุขโต. โรคโตติอาทีสุ อาพาธฏฺเฐน โรคโต, อนฺโตโทสฏฺเฐน คณฺฑโต, อนุปวิทฺธฏฺเฐน ทุกฺขชนนฏฺเฐน จ สลฺลโต, ทุกฺขฏฺเฐน อฆโต, โรคฏฺเฐน อาพาธโต, อสกฏฺเฐน ปรโต, ปลุชฺชนฏฺเฐน ปโลกโต, นิสฺสตฺตฏฺเฐน สุญฺญโต, น อตฺตฏฺเฐน อนตฺตโต. ตตฺถ อนิจฺจโต, ปโลกโตติ ทฺวีหิ ปเทหิ อนิจฺจลกฺขณํ กถิตํ, ทุกฺขโตติอาทีหิ ฉหิ ทุกฺขลกฺขณํ, ปรโต สุญฺญโต อนตฺตโตติ ตีหิ อนตฺตลกฺขณํ.
โส เตหิ ธมฺเมหีติ โส เตหิ เอวํ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ทิฏฺเฐหิ อนฺโตสมาปตฺติยํ ปญฺจกฺขนฺธธมฺเมหิ. จิตฺตํ ปฏิวาเปตีติ จิตฺตํ ปฏิสํหรติ โมเจติ อปเนติ. อุปสํหรตีติ วิปสฺสนาจิตฺตํ ตาว สวนวเสน ถุติวเสน ปริยตฺติวเสน ปญฺญตฺติวเสน จ เอตํ สนฺตํ นิพฺพานนฺติ เอวํ อสงฺขตาย อมตาย ธาตุยา อุปสํหรติ. มคฺคจิตฺตํ นิพฺพานํ อารมฺมณกรณวเสเนว เอตํ สนฺตเมตํ ปณีตนฺติ น เอวํ วทติ, อิมินา ปน อากาเรน ตํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ตตฺถ จิตฺตํ อุปสํหรตีติ อตฺโถ. โส ตตฺถ ฐิโตติ ตาย ติลกฺขณารมฺมณาย วิปสฺสนาย ฐิโต. อาสวานํ ขยํ ปาปุณาตีติ อนุกฺกเมน จตฺตาโร มคฺเค ภาเวตฺวา ปาปุณาติ. เตเนว ธมฺมราเคนาติ สมถวิปสฺสนาธมฺเม ฉนฺทราเคน. สมถวิปสฺสนาสุ หิ สพฺพโส ฉนฺทราคํ ปริยาทาตุํ สกฺโกนฺโต อรหตฺตํ ปาปุณาติ, อสกฺโกนฺโต อนาคามี โหติ.
ยเทว ตตฺถ โหติ เวทนาคตนฺติ อิธ ปน รูปํ น คหิตํ. กสฺมา? สมติกฺกนฺตตฺตา. อยญฺหิ เหฏฺฐา รูปาวจรชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา รูปํ อติกฺกมิตฺวา อรูปาวจรสมาปตฺตึ สมาปนฺโนติ สมถวเสนปิเนน รูปํ อติกฺกนฺตํ, เหฏฺฐา รูปํ สมฺมเทว สมฺมสิตฺวา ตํ อติกฺกมฺม อิทานิ อรูปํ สมฺมสตีติ วิปสฺสนาวเสนปิเนน รูปํ อติกฺกนฺตํ. อรูเป ปน สพฺพโสปิ รูปํ นตฺถีติ ตํ สนฺธายปิ อิธ รูปํ น คหิตํ.
อถ กิญฺจรหีติ กึ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ? สมถวเสน คจฺฉโต จิตฺเตกคฺคตา ธุรํ โหติ, โส เจโตวิมุตฺโต นาม. วิปสฺสนาวเสน คจฺฉโต ปญฺญา ธุรํ โหติ, โส ปญฺญาวิมุตฺโต นามาติ เอตฺถ เถรสฺส กงฺขา นตฺถิ. อยํ สภาวธมฺโมเยว, สมถวเสเนว ปน คจฺฉนฺเตสุ เอโก เจโตวิมุตฺโต นาม โหติ, เอโก ปญฺญาวิมุตฺโต. วิปสฺสนาวเสน คจฺฉนฺเตสุปิ เอโก ปญฺญาวิมุตฺโต นาม โหติ, เอโก เจโตวิมุตฺโตติ เอตฺถ กึ การณนฺติ ปุจฺฉติ.
อินฺทฺริยเวมตฺตตํ วทามีติ อินฺทฺริยนานตฺตตํ วทามิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ, น ตฺวํ, อานนฺท, ทส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปฏิวิชฺฌิ, เตน เต เอตํ อปากฏํ. อหํ ปน ปฏิวิชฺฌึ, เตน เม เอตํ ปากฏํ. เอตฺถ หิ อินฺทฺริยนานตฺตตา การณํ. สมถวเสเนว หิ คจฺฉนฺเตสุ เอกสฺส ภิกฺขุโน จิตฺเตกคฺคตา ธุรํ โหติ, โส เจโตวิมุตฺโต นาม โหติ. เอกสฺส ปญฺญา ธุรํ โหติ, โส ปญฺญาวิมุตฺโต นาม โหติ. วิปสฺสนาวเสเนว จ คจฺฉนฺเตสุ เอกสฺส ปญฺญา ธุรํ โหติ, โส ปญฺญาวิมุตฺโต นาม โหติ. เอกสฺส จิตฺเตกคฺคตา ธุรํ โหติ, โส เจโตวิมุตฺโต นาม โหติ. เทฺว อคฺคสาวกา สมถวิปสฺสนาธุเรน อรหตฺตํ ปตฺตา. เตสุ ธมฺมเสนาปติ ปญฺญาวิมุตฺโต ชาโต, มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร เจโตวิมุตฺโต. อิติ อินฺทฺริยเวมตฺตเมตฺถ การณนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
มหามาลุกฺยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนา
๑๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ ภทฺทาลิสุตฺตํ. ตตฺถ เอกาสนโภชนนฺติ เอกสฺมึ ปุเรภตฺเต อสนโภชนํ, ภุญฺชิตพฺพภตฺตนฺติ อตฺโถ. อปฺปาพาธตนฺติอาทีนิ กกโจปเม วิตฺถาริตานิ. น อุสฺสหามีติ น สกฺโกมิ. สิยา กุกฺกุจฺจํ สิยา วิปฺปฏิสาโรติ เอวํ ภุญฺชนฺโต ยาวชีวํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ สกฺขิสฺสามิ นุ โข, น นุ โขติ อิติ เม วิปฺปฏิสารกุกฺกุจฺจํ ภเวยฺยาติ อตฺโถ. เอกเทสํ ภุญฺชิตฺวาติ โปราณกตฺเถรา กิร ปตฺเต ภตฺตํ ปกฺขิปิตฺวา สปฺปิมฺหิ ทินฺเน สปฺปินา อุณฺหเมว โถกํ ภุญฺชิตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา อวเสสํ พหิ นีหริตฺวา ฉายูทกผาสุเก ฐาเน นิสีทิตฺวา ภุญฺชนฺติ. เอตํ สนฺธาย สตฺถา อาห. ภทฺทาลิ, ปน จินฺเตสิ – ‘‘สเจ สกึ ปตฺตํ ปูเรตฺวา ทินฺนํ ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ปุน ปตฺตํ โธวิตฺวา โอทนสฺส ปูเรตฺวา ลทฺธํ พหิ นีหริตฺวา ฉายูทกผาสุเก ฐาเน ภุญฺเชยฺย, อิติ เอวํ วฏฺเฏยฺย, อิตรถา โก สกฺโกตี’’ติ. ตสฺมา เอวมฺปิ โข อหํ, ภนฺเต, น อุสฺสหามีติ อาห. อยํ กิร อตีเต อนนฺตราย ชาติยา กากโยนิยํ นิพฺพตฺติ. กากา จ นาม มหาฉาตกา โหนฺติ. ตสฺมา ฉาตกตฺเถโร นาม อโหสิ. ตสฺส ปน วิรวนฺตสฺเสว ภควา ตํ มทฺทิตฺวา อชฺโฌตฺถริตฺวา – ‘‘โย ปน ภิกฺขุ วิกาเล ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ขาเทยฺย วา ภุญฺเชยฺย วา ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๔๘) สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ. เตน วุตฺตํ อถ โข อายสฺมา, ภทฺทาลิ,…เป… อนุสฺสาหํ ปเวเทสีติ.
ยถา ตนฺติ ยถา อญฺโญปิ สิกฺขาย น ปริปูรการี เอกวิหาเรปิ วสนฺโต สตฺถุ สมฺมุขีภาวํ น ทเทยฺย, ตเถว น อทาสีติ อตฺโถ. เนว ภควโต อุปฏฺฐานํ อคมาสิ, น ธมฺมเทสนฏฺฐานํ น วิตกฺกมาฬกํ, น เอกํ ภิกฺขาจารมคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ยสฺมึ กุเล ภควา นิสีทติ, ตสฺส ทฺวาเรปิ น อฏฺฐาสิ. สจสฺส วสนฏฺฐานํ ภควา คจฺฉติ, โส ปุเรตรเมว ญตฺวา อญฺญตฺถ คจฺฉติ. สทฺธาปพฺพชิโต กิเรส กุลปุตฺโต ปริสุทฺธสีโล. เตนสฺส น อญฺโญ วิตกฺโก อโหสิ, – ‘‘มยา นาม อุทรการณา ภควโต สิกฺขาปทปญฺญาปนํ ปฏิพาหิตํ, อนนุจฺฉวิกํ เม กต’’นฺติ อยเมว วิตกฺโก อโหสิ. ตสฺมา เอกวิหาเร วสนฺโตปิ ลชฺชาย สตฺถุ สมฺมุขีภาวํ นาทาสิ.
๑๓๕. จีวรกมฺมํ กโรนฺตีติ มนุสฺสา ภควโต จีวรสาฏกํ อทํสุ, ตํ คเหตฺวา จีวรํ กโรนฺติ. เอตํ โทสกนฺติ เอตํ โอกาสเมตํ อปราธํ, สตฺถุ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺตสฺส ปฏิพาหิตการณํ สาธุกํ มนสิ กโรหีติ อตฺโถ. ทุกฺกรตรนฺติ วสฺสญฺหิ วสิตฺวา ทิสาปกฺกนฺเต ภิกฺขู กุหึ วสิตฺถาติ ปุจฺฉนฺติ, เตหิ เชตวเน วสิมฺหาติ วุตฺเต, ‘‘อาวุโส, ภควา อิมสฺมึ อนฺโตวสฺเส กตรํ ชาตกํ กเถสิ, กตรํ สุตฺตนฺตํ, กตรํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสี’’ติ ปุจฺฉิตาโร โหนฺติ. ตโต ‘‘วิกาลโภชนสิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ, ภทฺทาลิ, นาม นํ เอโก เถโร ปฏิพาหี’’ติ วกฺขนฺติ. ตํ สุตฺวา ภิกฺขู – ‘‘ภควโตปิ นาม สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺตสฺส ปฏิพาหิตํ อยุตฺตํ อการณ’’นฺติ วทนฺติ. เอวํ เต อยํ โทโส มหาชนนฺตเร ปากโฏ หุตฺวา ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานา เอวมาหํสุ. อปิจ อญฺเญปิ ภิกฺขู ปวาเรตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อาคมิสฺสนฺติ. อถ ตฺวํ ‘‘เอถาวุโส, มม สตฺถารํ ขมาเปนฺตสฺส สหายา โหถา’’ติ สงฺฆํ สนฺนิปาเตสฺสสิ. ตตฺถ อาคนฺตุกา ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ‘‘อาวุโส, กึ อิมินาปิ ภิกฺขุนา กต’’นฺติ. ตโต เอตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘ภาริยํ กตํ ภิกฺขุนา, ทสพลํ นาม ปฏิพาหิสฺสตีติ อยุตฺตเมต’’นฺติ วกฺขนฺติ. เอวมฺปิ เต อยํ อปราโธ มหาชนนฺตเร ปากโฏ หุตฺวา ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานาปิ เอวมาหํสุ. อถ วา ภควา ปวาเรตฺวา จาริกํ ปกฺกมิสฺสติ, อถ ตฺวํ คตคตฏฺฐาเน ภควโต ขมาปนตฺถาย สงฺฆํ สนฺนิปาเตสฺสสิ. ตตฺร ทิสาวาสิโน ภิกฺขู ปุจฺฉิสฺสนฺติ, ‘‘อาวุโส, กึ อิมินา ภิกฺขุนา กต’’นฺติ…เป… ทุปฺปฏิการตํ อาปชฺชิสฺสตีติ มญฺญมานาปิ เอวมาหํสุ.
เอตทโวจาติ อปฺปติรูปํ มยา กตํ, ภควา ปน มหนฺเตปิ อคุเณ อลคฺคิตฺวา มยฺหํ อจฺจยํ ปฏิคฺคณฺหิสฺสตีติ มญฺญมาโน เอตํ ‘‘อจฺจโย มํ, ภนฺเต,’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ อจฺจโยติ อปราโธ. มํ อจฺจคมาติ มํ อติกฺกมฺม อภิภวิตฺวา ปวตฺโต. ปฏิคฺคณฺหาตูติ ขมตุ. อายตึ สํวรายาติ อนาคเต สํวรณตฺถาย, ปุน เอวรูปสฺส อปราธสฺส โทสสฺส ขลิตสฺส อกรณตฺถาย. ตคฺฆาติ เอกํเสน. สมโยปิ โข เต, ภทฺทาลีติ, ภทฺทาลิ, ตยา ปฏิวิชฺฌิตพฺพยุตฺตกํ เอกํ การณํ อตฺถิ, ตมฺปิ เต น ปฏิวิทฺธํ น สลฺลกฺขิตนฺติ ทสฺเสติ.
๑๓๖. อุภโตภาควิมุตฺโตติอาทีสุ ธมฺมานุสารี, สทฺธานุสารีติ เทฺว เอกจิตฺตกฺขณิกา มคฺคสมงฺคิปุคฺคลา. เอเต ปน สตฺตปิ อริยปุคฺคเล ภควตาปิ เอวํ อาณาเปตุํ น ยุตฺตํ, ภควตา อาณตฺเต เตสมฺปิ เอวํ กาตุํ น ยุตฺตํ. อฏฺฐานปริกปฺปวเสน ปน อริยปุคฺคลานํ สุวจภาวทสฺสนตฺถํ ภทฺทาลิตฺเถรสฺส จ ทุพฺพจภาวทสฺสนตฺถเมตํ วุตฺตํ.
อปิ นุ ตฺวํ ตสฺมึ สมเย อุภโตภาควิมุตฺโตติ เทสนํ กสฺมา อารภิ? ภทฺทาลิสฺส นิคฺคหณตฺถํ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย – ภทฺทาลิ, อิเม สตฺต อริยปุคฺคลา โลเก ทกฺขิเณยฺยา มม สาสเน สามิโน, มยิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺเต ปฏิพาหิตพฺพยุตฺเต การเณ สติ เอเตสํ ปฏิพาหิตุํ ยุตฺตํ. ตฺวํ ปน มม สาสนโต พาหิรโก, มยิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปนฺเต ตุยฺหํ ปฏิพาหิตุํ น ยุตฺตนฺติ.
ริตฺโต ตุจฺโฉติ อนฺโต อริยคุณานํ อภาเวน ริตฺตโก ตุจฺฉโก, อิสฺสรวจเน กิญฺจิ น โหติ. ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสีติ ยถา ธมฺโม ฐิโต, ตเถว กโรสิ, ขมาเปสีติ วุตฺตํ โหติ. ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหามาติ ตํ ตว อปราธํ มยํ ขมาม. วุฑฺฒิ เหสา, ภทฺทาลิ, อริยสฺส วินเยติ เอสา, ภทฺทาลิ, อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน วุฑฺฒิ นาม. กตมา? อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกริตฺวา อายตึ สํวราปชฺชนา. เทสนํ ปน ปุคฺคลาธิฏฺฐานํ กโรนฺโต ‘‘โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, อายตึ สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ อาห.
๑๓๗. สตฺถาปิ อุปวทตีติ ‘‘อสุกวิหารวาสี อสุกสฺส เถรสฺส สทฺธิวิหาริโก อสุกสฺส อนฺเตวาสิโก อิตฺถนฺนาโม นาม ภิกฺขุ โลกุตฺตรธมฺมํ นิพฺพตฺเตตุํ อรญฺญํ ปวิฏฺโฐ’’ติ สุตฺวา – ‘‘กึ ตสฺส อรญฺญวาเสน, โย มยฺหํ ปน สาสเน สิกฺขาย อปริปูรการี’’ติ เอวํ อุปวทติ, เสสปเทสุปิ เอเสว นโย, อปิเจตฺถ เทวตา น เกวลํ อุปวทนฺติ, เภรวารมฺมณํ ทสฺเสตฺวา ปลายนาการมฺปิ กโรนฺติ. อตฺตนาปิ อตฺตานนฺติ สีลํ อาวชฺชนฺตสฺส สํกิลิฏฺฐฏฺฐานํ ปากฏํ โหติ, จิตฺตํ วิธาวติ, น กมฺมฏฺฐานํ อลฺลียติ. โส ‘‘กึ มาทิสสฺส อรญฺญวาเสนา’’ติ วิปฺปฏิสารี อุฏฺฐาย ปกฺกมติ. อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทิโตติ อตฺตนาปิ อตฺตา อุปวทิโต, อยเมว วา ปาโฐ. สุกฺกปกฺโข วุตฺตปจฺจนีกนเยน เวทิตพฺโพ. โส วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิ เอวํ สจฺฉิกโรตีติ ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ.
๑๔๐. ปสยฺห ปสยฺห การณํ กโรนฺตีติ อปฺปมตฺตเกปิ โทเส นิคฺคเหตฺวา ปุนปฺปุนํ กาเรนฺติ. โน ตถาติ มหนฺเตปิ อปราเธ ยถา อิตรํ, เอวํ ปสยฺห น กาเรนฺติ. โส กิร, ‘‘อาวุโส, ภทฺทาลิ, มา จินฺตยิตฺถ, เอวรูปํ นาม โหติ, เอหิ สตฺถารํ ขมาเปหี’’ติ ภิกฺขุสงฺฆโตปิ, กญฺจิ ภิกฺขุํ เปเสตฺวา อตฺตโน สนฺติกํ ปกฺโกสาเปตฺวา, ‘‘ภทฺทาลิ, มา จินฺตยิตฺถ, เอวรูปํ นาม โหตี’’ติ เอวํ สตฺถุสนฺติกาปิ อนุคฺคหํ ปจฺจาสีสติ. ตโต ‘‘ภิกฺขุสงฺเฆนาปิ น สมสฺสาสิโต, สตฺถาราปี’’ติ จินฺเตตฺวา เอวมาห.
อถ ภควา ภิกฺขุสงฺโฆปิ สตฺถาปิ โอวทิตพฺพยุตฺตเมว โอวทติ, น อิตรนฺติ ทสฺเสตุํ อิธ, ภทฺทาลิ, เอกจฺโจติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺเญนาญฺญนฺติอาทีนิ อนุมานสุตฺเต วิตฺถาริตานิ. น สมฺมา วตฺตตีติ สมฺมา วตฺตมฺปิ น วตฺตติ. น โลมํ ปาเตตีติ อนุโลมวตฺเต น วตฺตติ, วิโลมเมว คณฺหาติ. น นิตฺถารํ วตฺตตีติ นิตฺถารณกวตฺตมฺหิ น วตฺตติ, อาปตฺติวุฏฺฐานตฺถํ ตุริตตุริโต ฉนฺทชาโต น โหติ. ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺส ทุพฺพจกรเณ. อภิณฺหาปตฺติโกติ นิรนฺตราปตฺติโก. อาปตฺติพหุโลติ สาปตฺติกกาโลวสฺส พหุ, สุทฺโธ นิราปตฺติกกาโล อปฺโปติ อตฺโถ. น ขิปฺปเมว วูปสมฺมตีติ ขิปฺปํ น วูปสมฺมติ, ทีฆสุตฺตํ โหติ. วินยธรา ปาทโธวนกาเล อาคตํ ‘‘คจฺฉาวุโส, วตฺตเวลา’’ติ วทนฺติ. ปุน กาลํ มญฺญิตฺวา อาคตํ ‘‘คจฺฉาวุโส, ตุยฺหํ วิหารเวลา, คจฺฉาวุโส, สามเณราทีนํ อุทฺเทสทานเวลา, อมฺหากํ นฺหานเวลา, เถรูปฏฺฐานเวลา, มุขโธวนเวลา’’ติอาทีนิ วตฺวา ทิวสภาเคปิ รตฺติภาเคปิ อาคตํ อุยฺโยเชนฺติเยว. ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต, โอกาโส ภวิสฺสตี’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘คจฺฉาวุโส, ตฺวํ อิมเมว ฐานํ ชานาสิ, อสุโก นาม วินยธรตฺเถโร สิเนหปานํ ปิวติ, อสุโก วิเรจนํ กาเรติ, กสฺมา ตุริโตสี’’ติอาทีนิ วตฺวา ทีฆสุตฺตเมว กโรนฺติ.
๑๔๑. ขิปฺปเมว วูปสมฺมตีติ ลหุํ วูปสมฺมติ, น ทีฆสุตฺตํ โหติ. อุสฺสุกฺกาปนฺนา ภิกฺขู – ‘‘อาวุโส, อยํ สุพฺพโจ ภิกฺขุ, ชนปทวาสิโน นาม คามนฺตเสนาสเน วสนฏฺฐานนิสชฺชนาทีนิ น ผาสุกานิ โหนฺติ, ภิกฺขาจาโรปิ ทุกฺโข โหติ, สีฆมสฺส อธิกรณํ วูปสเมมา’’ติ สนฺนิปติตฺวา อาปตฺติโต วุฏฺฐาเปตฺวา สุทฺธนฺเต ปติฏฺฐาเปนฺติ.
๑๔๒. อธิจฺจาปตฺติโกติ กทาจิ กทาจิ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. โส กิญฺจาปิ ลชฺชี โหติ ปกตตฺโต, ทุพฺพจตฺตา ปนสฺส ภิกฺขู ตเถว ปฏิปชฺชนฺติ.
๑๔๔. สทฺธามตฺตเกน วหติ เปมมตฺตเกนาติ อาจริยุปชฺฌาเยสุ อปฺปมตฺติกาย เคหสฺสิตสทฺธาย อปฺปมตฺตเกน เคหสฺสิตเปเมน ยาเปติ. ปฏิสนฺธิคฺคหณสทิสา หิ อยํ ปพฺพชฺชา นาม, นวปพฺพชิโต ปพฺพชฺชาย คุณํ อชานนฺโต อาจริยุปชฺฌาเยสุ เปมมตฺเตน ยาเปติ, ตสฺมา เอวรูปา สงฺคณฺหิตพฺพา. อปฺปมตฺตกมฺปิ หิ สงฺคหํ ลภิตฺวา ปพฺพชฺชาย ฐิตา อภิญฺญาปตฺตา มหาสมณา ภวิสฺสนฺติ. เอตฺตเกน กถามคฺเคน ‘‘โอวทิตพฺพยุตฺตกํ โอวทนฺติ, น อิตร’’นฺติ อิมเมว ภควตา ทสฺสิตํ.
๑๔๕. อญฺญาย สณฺฐหึสูติ อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ. สตฺเตสุ หายมาเนสูติ ปฏิปตฺติยา หายมานาย สตฺตา หายนฺติ นาม. สทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเนติ ปฏิปตฺติสทฺธมฺเม อนฺตรธายมาเน. ปฏิปตฺติสทฺธมฺโมปิ หิ ปฏิปตฺติปูรเกสุ สตฺเตสุ อสติ อนฺตรธายติ นาม. อาสวฏฺฐานียาติ อาสวา ติฏฺฐนฺติ เอเตสูติ อาสวฏฺฐานียา. เยสุ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกา ปรูปวาทวิปฺปฏิสารวธพนฺธนาทโย เจว อปายทุกฺขวิเสสภูตา จ อาสวา ติฏฺฐนฺติเยว. ยสฺมา เนสํ เต การณํ โหนฺตีติ อตฺโถ. เต อาสวฏฺฐานียา วีติกฺกมธมฺมา ยาว น สงฺเฆ ปาตุภวนฺติ, น ตาว สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตีติ อยเมตฺถ โยชนา.
เอวํ อกาลํ ทสฺเสตฺวา ปุน กาลํ ทสฺเสตุํ ยโต จ โข, ภทฺทาลีติอาทิมาห. ตตฺถ ยโตติ ยทา, ยสฺมึ กาเลติ วุตฺตํ โหติ. เสสํ วุตฺตานุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. อยํ วา เอตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยสฺมึ กาเล อาสวฏฺฐานียา ธมฺมาติ สงฺขํ คตา วีติกฺกมโทสา สงฺเฆ ปาตุภวนฺติ, ตทา สตฺถา สาวกานํ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ. กสฺมา? เตสํเยว อาสวฏฺฐานียธมฺมสงฺขาตานํ วีติกฺกมโทสานํ ปฏิฆาตาย.
เอวํ อาสวฏฺฐานียานํ ธมฺมานํ อนุปฺปตฺตึ สิกฺขาปทปญฺญตฺติยา อกาลํ, อุปฺปตฺติญฺจ กาลนฺติ วตฺวา อิทานิ เตสํ ธมฺมานํ อนุปฺปตฺติกาลญฺจ อุปฺปตฺติกาลญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘น ตาว, ภทฺทาลิ, อิเธกจฺเจ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ มหตฺตนฺติ มหนฺตภาวํ. สงฺโฆ หิ ยาว น เถรนวมชฺฌิมานํ วเสน มหตฺตํ ปตฺโต โหติ, ตาว เสนาสนานิ ปโหนฺติ, สาสเน เอกจฺเจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา น อุปฺปชฺชนฺติ. มหตฺตํ ปตฺเต ปน เต อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ. ตตฺถ มหตฺตํ ปตฺเต สงฺเฆ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทานิ –
‘‘โย ปน ภิกฺขุ อนุปสมฺปนฺเนน อุตฺตริทฺวิรตฺตติรตฺตํ สหเสยฺยํ กปฺเปยฺย ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๕๑). ยา ปน ภิกฺขุนี อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปยฺย ปาจิตฺติยํ (ปาจิ. ๑๑๗๑). ยา ปน ภิกฺขุนี เอกวสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปยฺย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๑๑๗๕).
อิมินา นเยน เวทิตพฺพานิ.
ลาภคฺคนฺติ ลาภสฺส อคฺคํ. สงฺโฆ หิ ยาว น ลาภคฺคปตฺโต โหติ, น ตาว ลาภํ ปฏิจฺจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. ปตฺเต ปน อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ –
‘‘โย ปน ภิกฺขุ อเจลกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ทเทยฺย ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๗๐).
อิทญฺหิ ลาภคฺคปตฺเต สงฺเฆ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ.
ยสคฺคนฺติ ยสสฺส อคฺคํ. สงฺโฆ หิ ยาว น ยสคฺคปตฺโต โหติ, น ตาว ยสํ ปฏิจฺจ อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. ปตฺเต ปน อุปฺปชฺชนฺติ, อถ สตฺถา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ ‘‘สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๓๒๗). อิทญฺหิ ยสคฺคปตฺเต สงฺเฆ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ.
พาหุสจฺจนฺติ พหุสฺสุตภาวํ. สงฺโฆ หิ ยาว น พาหุสจฺจปตฺโต โหติ, น ตาว อาสวฏฺฐานียา ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. พาหุสจฺจปตฺเต ปน ยสฺมา เอกํ นิกายํ เทฺว นิกาเย ปญฺจปิ นิกาเย อุคฺคเหตฺวา อโยนิโส อุมฺมุชฺชมานา ปุคฺคลา รเสน รสํ สํสนฺเทตฺวา อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ สตฺถุ สาสนํ ทีเปนฺติ, อถ สตฺถา – ‘‘โย ปน ภิกฺขุ เอวํ วเทยฺย ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามิ (ปาจิ. ๔๑๘)…เป… สมณุทฺเทโสปิ เจ เอวํ วเทยฺยา’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๒๙) นเยน สิกฺขาปทํ ปญฺญเปติ.
รตฺตญฺญุตํ ปตฺโตติ เอตฺถ รตฺติโย ชานนฺตีติ รตฺตญฺญู. อตฺตโน ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย พหู รตฺติโย ชานนฺติ, จิรปพฺพชิตาติ วุตฺตํ โหติ. รตฺตญฺญูนํ ภาวํ รตฺตญฺญุตํ. ตตฺร รตฺตญฺญุตํ ปตฺเต สงฺเฆ อุปเสนํ วงฺคนฺตปุตฺตํ อารพฺภ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. โส หายสฺมา อูนทสวสฺเส ภิกฺขู อุปสมฺปาเทนฺเต ทิสฺวา เอกวสฺโส สทฺธิวิหาริกํ อุปสมฺปาเทสิ. อถ ภควา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, อูนทสวสฺเสน อุปสมฺปาเทตพฺโพ, โย อุปสมฺปาเทยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๗๕). เอวํ ปญฺญตฺเต สิกฺขาปเท ปุน ภิกฺขู ‘‘ทสวสฺสมฺหา ทสวสฺสมฺหา’’ติ พาลา อพฺยตฺตา อุปสมฺปาเทนฺติ. อถ ภควา อปรมฺปิ สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, พาเลน อพฺยตฺเตน อุปสมฺปาเทตพฺโพ, โย อุปสมฺปาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน ทสวสฺเสน วา อติเรกทสวสฺเสน วา อุปสมฺปาเทตุ’’นฺติ. อิติ รตฺตญฺญุตํ ปตฺตกาเล เทฺว สิกฺขาปทานิ ปญฺญตฺตานิ.
๑๔๖. อาชานียสุสูปมํ ธมฺมปริยายํ เทเสสินฺติ ตรุณาชานียอุปมํ กตฺวา ธมฺมํ เทสยึ. ตตฺราติ ตสฺมึ อสรเณ. น โข, ภทฺทาลิ, เอเสว เหตูติ น เอส สิกฺขาย อปริปูรการีภาโวเยว เอโก เหตุ.
๑๔๗. มุขาธาเน การณํ กาเรตีติ ขลีนพนฺธาทีหิ มุขฏฺฐปเน สาธุกํ คีวํ ปคฺคณฺหาเปตุํ การณํ กาเรติ. วิสูกายิตานีติอาทีหิ วิเสวนาจารํ กเถสิ. สพฺพาเนว เหตานิ อญฺญมญฺญเววจนานิ. ตสฺมึ ฐาเนติ ตสฺมึ วิเสวนาจาเร. ปรินิพฺพายตีติ นิพฺพิเสวโน โหติ, ตํ วิเสวนํ ชหตีติ อตฺโถ. ยุคาธาเนติ ยุคฏฺฐปเน ยุคสฺส สาธุกํ คหณตฺถํ.
อนุกฺกเมติ จตฺตาโรปิ ปาเท เอกปฺปหาเรเนว อุกฺขิปเน จ นิกฺขิปเน จ. ปรเสนาย หิ อาวาเฏ ฐตฺวา อสึ คเหตฺวา อาคจฺฉนฺตสฺส อสฺสสฺส ปาเท ฉินฺทนฺติ. ตสฺมึ สมเย เอส เอกปฺปหาเรเนว จตฺตาโรปิ ปาเท อุกฺขิปิสฺสตีติ รชฺชุพนฺธนวิธาเนน เอตํ การณํ กโรนฺติ. มณฺฑเลติ ยถา อสฺเส นิสินฺโนเยว ภูมิยํ ปติตํ อาวุธํ คเหตุํ สกฺโกติ, เอวํ กรณตฺถํ มณฺฑเล การณํ กาเรติ. ขุรกาเสติ อคฺคคฺคขุเรหิ ปถวีกมเน. รตฺตึ โอกฺกนฺตกรณสฺมิญฺหิ ยถา ปทสทฺโท น สุยฺยติ, ตทตฺถํ เอกสฺมึ ฐาเน สญฺญํ ทตฺวา อคฺคคฺคขุเรหิเยว คมนํ สิกฺขาเปนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ชเวติ สีฆวาหเน. ‘‘ธาเว’’ติปิ ปาโฐ. อตฺตโน ปราชเย สติ ปลายนตฺถํ, ปรํ ปลายนฺตํ อนุพนฺธิตฺวา คหณตฺถญฺจ เอตํ การณํ กาเรติ. ทวตฺเตติ ทวตฺตาย, ยุทฺธกาลสฺมิญฺหิ หตฺถีสุ วา โกญฺจนาทํ กโรนฺเตสุ อสฺเสสุ วา หสนฺเตสุ รเถสุ วา นิโฆสนฺเตสุ โยเธสุ วา อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺเตสุ ตสฺส รวสฺส อภายิตฺวา ปรเสนปเวสนตฺถํ อยํ การณา กรียติ.
ราชคุเณติ รญฺญา ชานิตพฺพคุเณ. กูฏกณฺณรญฺโญ กิร คุฬวณฺโณ นาม อสฺโส อโหสิ. ราชา ปาจีนทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา เจติยปพฺพตํ คมิสฺสามีติ กลมฺพนทีตีรํ สมฺปตฺโต. อสฺโส ตีเร ฐตฺวา อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉติ, ราชา อสฺสาจริยํ อามนฺเตตฺวา – ‘‘อโห ตยา อสฺโส สิกฺขาปิโต อุทกํ โอตริตุํ น อิจฺฉตี’’ติ อาห. อาจริโย – ‘‘สุสิกฺขาปิโต เทว อสฺโส, เอวมสฺส หิ จิตฺตํ ‘สจาหํ อุทกํ โอตริสฺสามิ, วาลํ เตมิสฺสติ, วาเล ตินฺเต รญฺโญ องฺเค อุทกํ ปาเตยฺยา’ติ เอวํ ตุมฺหากํ สรีเร อุทกปาตนภเยน น โอตรติ, วาลํ คณฺหาเปถา’’ติ อาห. ราชา ตถา กาเรสิ. อสฺโส เวเคน โอตริตฺวา ปารํ คโต. เอตทตฺถํ อยํ การณา กรียติ. ราชวํเสติ อสฺสราชวํเส. วํโส เจโส อสฺสราชานํ, ตถารูเปน ปหาเรน ฉินฺนภินฺนสรีราปิ อสฺสาโรหํ ปรเสนาย อปาเตตฺวา พหิ นีหรนฺติเยว. เอตทตฺถํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ.
อุตฺตเม ชเวติ ชวสมฺปตฺติยํ, ยถา อุตฺตมชโว โหติ, เอวํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ. อุตฺตเม หเยติ อุตฺตมหยภาเว, ยถา อุตฺตมหโย โหติ, เอวํ การณํ กาเรตีติ อตฺโถ. ตตฺถ ปกติยา อุตฺตมหโยว อุตฺตมหยการณํ อรหติ, น อญฺโญ. อุตฺตมหยการณาย เอว จ หโย อุตฺตมชวํ ปฏิปชฺชติ, น อญฺโญติ.
ตตฺริทํ วตฺถุ – เอโก กิร ราชา เอกํ สินฺธวโปตกํ ลภิตฺวา สินฺธวภาวํ อชานิตฺวาว อิมํ สิกฺขาเปหีติ อาจริยสฺส อทาสิ. อาจริโยปิ ตสฺส สินฺธวภาวํ อชานนฺโต ตํ มาสขาทกโฆฏกานํ การณาสุ อุปเนติ. โส อตฺตโน อนนุจฺฉวิกตฺตา การณํ น ปฏิปชฺชติ. โส ตํ ทเมตุํ อสกฺโกนฺโต ‘‘กูฏสฺโส อยํ มหาราชา’’ติ วิสฺสชฺชาเปสิ.
อเถกทิวสํ เอโก อสฺสาจริยปุพฺพโก ทหโร อุปชฺฌายสฺส ภณฺฑกํ คเหตฺวา คจฺฉนฺโต ตํ ปริขาปิฏฺเฐ จรนฺตํ ทิสฺวา – ‘‘อนคฺโฆ, ภนฺเต, สินฺธวโปตโก’’ติ อุปชฺฌายสฺส กเถสิ. สเจ ราชา ชาเนยฺย, มงฺคลสฺสํ นํ กเรยฺยาติ. เถโร อาห – ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิโก, ตาต, ราชา อปฺเปว นาม พุทฺธสาสเน ปสีเทยฺย รญฺโญ กเถหี’’ติ. โส คนฺตฺวา, – ‘‘มหาราช, อนคฺโฆ สินฺธวโปตโก อตฺถี’’ติ กเถสิ. ตยา ทิฏฺโฐ, ตาตาติ? อาม, มหาราชาติ. กึ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ? ตุมฺหากํ ภุญฺชนกสุวณฺณถาเล ตุมฺหากํ ภุญฺชนกภตฺตํ ตุมฺหากํ ปิวนกรโส ตุมฺหากํ คนฺธา ตุมฺหากํ มาลาติ. ราชา สพฺพํ ทาเปสิ. ทหโร คาหาเปตฺวา อคมาสิ.
อสฺโส คนฺธํ ฆายิตฺวาว ‘‘มยฺหํ คุณชานนกอาจริโย อตฺถิ มญฺเญ’’ติ สีสํ อุกฺขิปิตฺวา โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ. ทหโร คนฺตฺวา ‘‘ภตฺตํ ภุญฺชา’’ติ อจฺฉรํ ปหริ. อสฺโส อาคนฺตฺวา สุวณฺณถาเล ภตฺตํ ภุญฺชิ, รสํ ปิวิ. อถ นํ คนฺเธหิ วิลิมฺปิตฺวา ราชปิฬนฺธนํ ปิฬนฺธิตฺวา ‘‘ปุรโต ปุรโต คจฺฉา’’ติ อจฺฉรํ ปหริ. โส ทหรสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มงฺคลสฺสฏฺฐาเน อฏฺฐาสิ. ทหโร – ‘‘อยํ เต, มหาราช, อนคฺโฆ สินฺธวโปตโก, อิมินาว นํ นิยาเมน กติปาหํ ปฏิชคฺคาเปหี’’ติ วตฺวา นิกฺขมิ.
อถ กติปาหสฺส อจฺจเยน อาคนฺตฺวา อสฺสสฺส อานุภาวํ ปสฺสิสฺสสิ, มหาราชาติ. สาธุ อาจริย กุหึ ฐตฺวา ปสฺสามาติ? อุยฺยานํ คจฺฉ, มหาราชาติ. ราชา อสฺสํ คาหาเปตฺวา อคมาสิ. ทหโร อจฺฉรํ ปหริตฺวา ‘‘เอตํ รุกฺขํ อนุปริยาหี’’ติ อสฺสสฺส สญฺญํ อทาสิ. อสฺโส ปกฺขนฺทิตฺวา รุกฺขํ อนุปริคนฺตฺวา อาคโต. ราชา เนว คจฺฉนฺตํ น อาคจฺฉนฺตํ อทฺทส. ทิฏฺโฐ เต, มหาราชาติ? น ทิฏฺโฐ, ตาตาติ. วลญฺชกทณฺฑํ เอตํ รุกฺขํ นิสฺสาย ฐเปถาติ วตฺวา อจฺฉรํ ปหริ ‘‘วลญฺชกทณฺฑํ คเหตฺวา เอหี’’ติ. อสฺโส ปกฺขนฺทิตฺวา มุเขน คเหตฺวา อาคโต. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ.
ปุน อจฺฉรํ ปหริ ‘‘อุยฺยานสฺส ปาการมตฺถเกน จริตฺวา เอหี’’ติ. อสฺโส ตถา อกาสิ. ทิฏฺโฐ, มหาราชาติ. น ทิฏฺโฐ, ตาตาติ. รตฺตกมฺพลํ อาหราเปตฺวา อสฺสสฺส ปาเท พนฺธาเปตฺวา ตเถว สญฺญํ อทาสิ. อสฺโส อุลฺลงฺฆิตฺวา ปาการมตฺถเกน อนุปริยายิ. พลวตา ปุริเสน อาวิญฺฉนอลาตคฺคิสิขา วิย อุยฺยานปาการมตฺถเก ปญฺญายิตฺถ. อสฺโส คนฺตฺวา สมีเป ฐิโต. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. มงฺคลโปกฺขรณิปาการมตฺถเก อนุปริยาหีติ สญฺญํ อทาสิ.
ปุน ‘‘โปกฺขรณึ โอตริตฺวา ปทุมปตฺเตสุ จาริกํ จราหี’’ติ สญฺญํ อทาสิ. โปกฺขรณึ โอตริตฺวา สพฺพปทุมปตฺเต จริตฺวา อคมาสิ, เอกํ ปตฺตมฺปิ อนกฺกนฺตํ วา ผาลิตํ วา ฉินฺทิตํ วา ขณฺฑิตํ วา นาโหสิ. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ. ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. อจฺฉรํ ปหริตฺวา ตํ หตฺถตลํ อุปนาเมสิ. ธาตูปตฺถทฺโธ ลงฺฆิตฺวา หตฺถตเล อฏฺฐาสิ. ทิฏฺฐํ, มหาราชาติ? ทิฏฺฐํ, ตาตาติ. เอวํ อุตฺตมหโย เอว อุตฺตมการณาย อุตฺตมชวํ ปฏิปชฺชติ.
อุตฺตเม สาขเลฺยติ มุทุวาจาย. มุทุวาจาย หิ, ‘‘ตาต, ตฺวํ มา จินฺตยิ, รญฺโญ มงฺคลสฺโส ภวิสฺสสิ, ราชโภชนาทีนิ ลภิสฺสสี’’ติ อุตฺตมหยการณํ กาเรตพฺโพ. เตน วุตฺตํ ‘‘อุตฺตเม สาขเลฺย’’ติ. ราชโภคฺโคติ รญฺโญ อุปโภโค. รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉตีติ ยตฺถ กตฺถจิ คจฺฉนฺเตน หตฺถํ วิย ปาทํ วิย อโนหาเยว คนฺตพฺพํ โหติ. ตสฺมา องฺคนฺติ สงฺขํ คจฺฉติ, จตูสุ วา เสนงฺเคสุ เอกํ องฺคํ โหติ.
อเสขาย สมฺมาทิฏฺฐิยาติ อรหตฺตผลสมฺมาทิฏฺฐิยา. สมฺมาสงฺกปฺปาทโยปิ ตํสมฺปยุตฺตาว. สมฺมาญาณํ ปุพฺเพ วุตฺตสมฺมาทิฏฺฐิเยว. ฐเปตฺวา ปน อฏฺฐ ผลงฺคานิ เสสา ธมฺมา วิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อยํ ปน เทสนา อุคฺฆฏิตญฺญูปุคฺคลสฺส วเสน อรหตฺตนิกูฏํ คเหตฺวา นิฏฺฐาปิตาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ภทฺทาลิสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. ลฏุกิโกปมสุตฺตวณฺณนา
๑๔๘. เอวํ เม สุตนฺติ ลฏุกิโกปมสุตฺตํ. ตตฺถ เยน โส วนสณฺโฑติ อยมฺปิ มหาอุทายิตฺเถโร ภควตา สทฺธึเยว ปิณฺฑาย ปวิสิตฺวา สทฺธึ ปฏิกฺกมิ. ตสฺมา เยน โส ภควตา อุปสงฺกมนฺโต วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมีติ เวทิตพฺโพ. อปหตฺตาติ อปหารโก. อุปหตฺตาติ อุปหารโก. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต.
๑๔๙. ยํ ภควาติ ยสฺมึ สมเย ภควา. อิงฺฆาติ อาณตฺติยํ นิปาโต. อญฺญถตฺตนฺติ จิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ. ตญฺจ โข น ภควนฺตํ ปฏิจฺจ, เอวรูปํ ปน ปณีตโภชนํ อลภนฺตา กถํ ยาเปสฺสามาติ เอวํ ปณีตโภชนํ ปฏิจฺจ อโหสีติ เวทิตพฺพํ. ภูตปุพฺพนฺติ อิมินา รตฺติโภชนสฺส ปณีตภาวํ ทสฺเสติ. สูเปยฺยนฺติ สูเปน อุปเนตพฺพํ มจฺฉมํสกฬีราทิ. สมคฺคา ภุญฺชิสฺสามาติ เอกโต ภุญฺชิสฺสาม. สงฺขติโยติ อภิสงฺขาริกขาทนียานิ. สพฺพา ตา รตฺตินฺติ สพฺพา ตา สงฺขติโย รตฺตึเยว โหนฺติ, ทิวา ปน อปฺปา ปริตฺตา โถกิกา โหนฺตีติ. มนุสฺสา หิ ทิวา ยาคุกญฺชิยาทีหิ ยาเปตฺวาปิ รตฺตึ ยถาสตฺติ ยถาปณีตเมว ภุญฺชนฺติ.
ปุน ภูตปุพฺพนฺติ อิมินา รตฺติ วิกาลโภชเน อาทีนวํ ทสฺเสติ. ตตฺถ อนฺธการติมิสายนฺติ พหลนฺธกาเร. มาณเวหีติ โจเรหิ. กตกมฺเมหีติ กตโจรกมฺเมหิ. โจรา กิร กตกมฺมา ยํ เนสํ เทวตํ อายาจิตฺวา กมฺมํ นิปฺผนฺนํ, ตสฺส อุปหารตฺถาย มนุสฺเส มาเรตฺวา คลโลหิตาทีนิ คณฺหนฺติ. เต อญฺเญสุ มนุสฺเสสุ มาริยมาเนสุ โกลาหลา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ, ปพฺพชิตํ ปริเยสนฺโต นาม นตฺถีติ มญฺญมานา ภิกฺขู คเหตฺวา มาเรนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อกตกมฺเมหีติ อฏวิโต คามํ อาคมนกาเล กมฺมนิปฺผนฺนตฺถํ ปุเรตรํ พลิกมฺมํ กาตุกาเมหิ. อสทฺธมฺเมน นิมนฺเตตีติ ‘‘เอหิ ภิกฺขุ อชฺเชกรตฺตึ อิเธว ภุญฺชิตฺวา อิธ วสิตฺวา สมฺปตฺตึ อนุภวิตฺวา เสฺว คมิสฺสสี’’ติ เมถุนธมฺเมน นิมนฺเตติ.
ปุน ภูตปุพฺพนฺติ อิมินา อตฺตนา ทิฏฺฐการณํ กเถติ. วิชฺชนฺตริกายาติ วิชฺชุวิชฺโชตนกฺขเณ. วิสฺสรมกาสีติ มหาสทฺทมกาสิ. อภุมฺเมติ ภู’ติ วฑฺฒิ, อภู’ติ อวฑฺฒิ, วินาโส มยฺหนฺติ อตฺโถ. ปิสาโจ วต มนฺติ ปิสาโจ มํ ขาทิตุํ อาคโต วต. อาตุมารี มาตุมารีติ เอตฺถ อาตูติ ปิตา, มาตูติ มาตา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยสฺส ปิตา วา มาตา วา อตฺถิ, ตํ มาตาปิตโร อมฺหากํ ปุตฺตโกติ ยถา ตถา วา อุปฺปาเทตฺวา ยํกิญฺจิ ขาทนียโภชนียํ ทตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน สยาเปนฺติ. โส เอวํ รตฺตึ ปิณฺฑาย น จรติ. ตุยฺหํ ปน มาตาปิตโร มตา มญฺเญ, เตน เอวํ จรสีติ.
๑๕๐. เอวเมวาติ เอวเมว กิญฺจิ อานิสํสํ อปสฺสนฺตา นิกฺการเณเนว. เอวมาหํสูติ ครหนฺโต อาห. ตตฺถ อาหํสูติ วทนฺติ. กึ ปนิมสฺสาติ อิมสฺส อปฺปมตฺตกสฺส เหตุ กึ วตฺตพฺพํ นาม, นนุ อปสฺสนฺเตน วิย อสุณนฺเตน วิย ภวิตพฺพนฺติ. โอรมตฺตกสฺสาติ ปริตฺตมตฺตกสฺส. อธิสลฺลิขเตวายนฺติ อยํ สมโณ นวนีตํ ปิสนฺโต วิย ปทุมนาฬสุตฺตํ กกเจน โอกฺกนฺตนฺโต วิย อติสลฺเลขติ, อติวายามํ กโรติ. สิกฺขากามาติ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย วิย สิกฺขากามา, เตสุ จ อปฺปจฺจยํ อุปฏฺฐเปนฺติ. เตสญฺหิ เอวํ โหติ ‘‘สเจ เอเต ‘อปฺปมตฺตกเมตํ, หรถ ภควา’ติ วเทยฺยุํ, กึ สตฺถา น หเรยฺย. เอวํ ปน อวตฺวา ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา ‘เอวํ ภควา, สาธุ ภควา, ปญฺญเปถ ภควา’ติ อติเรกตรํ อุสฺสาหํ ปฏิลภนฺตี’’ติ. ตสฺมา เตสุ อปฺปจฺจยํ อุปฏฺฐเปนฺติ.
เตสนฺติ เตสํ เอกจฺจานํ โมฆปุริสานํ. ตนฺติ ตํ อปฺปมตฺตกํ ปหาตพฺพํ. ถูโล กลิงฺคโรติ คเล พทฺธํ มหากฏฺฐํ วิย โหติ. ลฏุกิกา สกุณิกาติ จาตกสกุณิกา. สา กิร รวสตํ รวิตฺวา นจฺจสตํ นจฺจิตฺวา สกึ โคจรํ คณฺหาติ. อากาสโต ภูมิยํ ปติฏฺฐิตํ ปน นํ ทิสฺวา วจฺฉปาลกาทโย กีฬนตฺถํ ปูติลตาย พนฺธนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อาคเมตีติ อุเปติ. ตญฺหิ ตสฺสาติ ตํ ปูติลตาพนฺธนํ ตสฺสา อปฺปสรีรตาย เจว อปฺปถามตาย จ พลวพนฺธนํ นาม, มหนฺตํ นาฬิเกรรชฺชุ วิย ทุจฺฉิชฺชํ โหติ. เตสนฺติ เตสํ โมฆปุริสานํ สทฺธามนฺทตาย จ ปญฺญามนฺทตาย จ พลวํ พนฺธนํ นาม, ทุกฺกฏวตฺถุมตฺตกมฺปิ มหนฺตํ ปาราชิกวตฺถุ วิย ทุปฺปชหํ โหติ.
๑๕๑. สุกฺกปกฺเข ปหาตพฺพสฺสาติ กึ อิมสฺส อปฺปมตฺตกสฺส ปหาตพฺพสฺส เหตุ ภควตา วตฺตพฺพํ อตฺถิ, ยสฺส โน ภควา ปหานมาห. นนุ เอวํ ภควโต อธิปฺปายํ ญตฺวาปิ ปหาตพฺพเมวาติ อตฺโถ. อปฺโปสฺสุกฺกาติ อนุสฺสุกฺกา. ปนฺนโลมาติ ปติตโลมา, น ตสฺส ปหาตพฺพภเยน อุทฺธคฺคโลมา. ปรทตฺตวุตฺตาติ ปเรหิ ทินฺนวุตฺติโน, ปรโต ลทฺเธน ยาเปนฺตาติ อตฺโถ. มิคภูเตน เจตสา วิหรนฺตีติ อปจฺจาสีสนปกฺเข ฐิตา หุตฺวา วิหรนฺติ. มิโค หิ ปหารํ ลภิตฺวา มนุสฺสาวาสํ คนฺตฺวา เภสชฺชํ วา วณเตลํ วา ลภิสฺสามีติ อชฺฌาสยํ อกตฺวา ปหารํ ลภิตฺวาว อคามกํ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ปหฏฏฺฐานํ เหฏฺฐา กตฺวา นิปติตฺวา ผาสุภูตกาเล อุฏฺฐาย คจฺฉติ. เอวํ มิคา อปจฺจาสีสนปกฺเข ฐิตา. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘มิคภูเตน เจตสา วิหรนฺตี’’ติ. ตญฺหิ ตสฺสาติ ตํ วรตฺตพนฺธนํ ตสฺส หตฺถินาคสฺส มหาสรีรตาย เจว มหาถามตาย จ ทุพฺพลพนฺธนํ นาม. ปูติลตา วิย สุฉิชฺชํ โหติ. เตสํ ตนฺติ เตสํ ตํ กุลปุตฺตานํ สทฺธามหนฺตตาย จ ปญฺญามหนฺตตาย จ มหนฺตํ ปาราชิกวตฺถุปิ ทุกฺกฏวตฺถุมตฺตกํ วิย สุปฺปชหํ โหติ.
๑๕๒. ทลิทฺโทติ ทาลิทฺทิเยน สมนฺนาคโต. อสฺสโกติ นิสฺสโก. อนาฬฺหิโยติ อนฑฺโฒ. อคารกนฺติ ขุทฺทกเคหํ. โอลุคฺควิลุคฺคนฺติ ยสฺส เคหยฏฺฐิโย ปิฏฺฐิวํสโต มุจฺจิตฺวา มณฺฑเล ลคฺคา, มณฺฑลโต มุจฺจิตฺวา ภูมิยํ ลคฺคา. กากาติทายินฺติ ยตฺถ กิญฺจิเทว ภุญฺชิสฺสามาติ อนฺโต นิสินฺนกาเล วิสุํ ทฺวารกิจฺจํ นาม นตฺถิ, ตโต ตโต กากา ปวิสิตฺวา ปริวาเรนฺติ. สูรกากา หิ ปลายนกาเล จ ยถาสมฺมุขฏฺฐาเนเนว นิกฺขมิตฺวา ปลายนฺติ. นปรมรูปนฺติ น ปุญฺญวนฺตานํ เคหํ วิย อุตฺตมรูปํ. ขโฏปิกาติ วิลีวมญฺจโก. โอลุคฺควิลุคฺคาติ โอณตุณฺณตา. ธญฺญสมวาปกนฺติ ธญฺญญฺจ สมวาปกญฺจ. ตตฺถ ธญฺญํ นาม กุทฺรูสโก. สมวาปกนฺติ ลาพุพีชกุมฺภณฺฑพีชกาทิ พีชชาตํ. นปรมรูปนฺติ ยถา ปุญฺญวนฺตานํ คนฺธสาลิพีชาทิ ปริสุทฺธํ พีชํ, น เอวรูปํ. ชายิกาติ กปณชายา. นปรมรูปาติ ปจฺฉิสีสา ลมฺพตฺถนี มโหทรา ปิสาจา วิย พีภจฺฉา. สามญฺญนฺติ สมณภาโว. โส วตสฺสํ, โยหนฺติ โส วตาหํ ปุริโส นาม อสฺสํ, โย เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา ปพฺพเชยฺยนฺติ.
โส น สกฺกุเณยฺยาติ โส เอวํ จินฺเตตฺวาปิ เคหํ คนฺตฺวา – ‘‘ปพฺพชฺชา นาม ลาภครุกา ทุกฺกรา ทุราสทา, สตฺตปิ อฏฺฐปิ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ยถาโธเตเนว ปตฺเตน อาคนฺตพฺพมฺปิ โหติ, เอวํ ยาเปตุํ อสกฺโกนฺตสฺส เม ปุน อาคตสฺส วสนฏฺฐานํ อิจฺฉิตพฺพํ, ติณวลฺลิทพฺพสมฺภารา นาม ทุสฺสโมธานิยา, กินฺติ กโรมี’’ติ วีมํสติ. อถสฺส ตํ อคารกํ เวชยนฺตปาสาโท วิย อุปฏฺฐาติ. อถสฺส ขโฏปิกํ โอโลเกตฺวา – ‘‘มยิ คเต อิมํ วิสงฺขริตฺวา อุทฺธนาลาตํ กริสฺสนฺติ, ปุน อฏฺฏนิปาทวิลีวาทีนิ ลทฺธพฺพานิ โหนฺติ, กินฺติ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตติ. อถสฺส สา สิริสยนํ วิย อุปฏฺฐาติ. ตโต ธญฺญกุมฺภึ โอโลเกตฺวา – ‘‘มยิ คเต อยํ ฆรณี อิมํ ธญฺญํ เตน เตน สทฺธึ ภุญฺชิสฺสติ. ปุน อาคเตน ชีวิตวุตฺติ นาม ลทฺธพฺพา โหติ, กินฺติ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตติ. อถสฺส สา อฑฺฒเตฬสานิ โกฏฺฐาคารสตานิ วิย อุปฏฺฐาติ. ตโต มาตุคามํ โอโลเกตฺวา – ‘‘มยิ คเต อิมํ หตฺถิโคปโก วา อสฺสโคปโก วา โย โกจิ ปโลเภสฺสติ, ปุน อาคเตน ภตฺตปาจิกา นาม ลทฺธพฺพา โหติ, กินฺติ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตติ. อถสฺส สา รูปินี เทวี วิย อุปฏฺฐาติ. อิทํ สนฺธาย ‘‘โส น สกฺกุเณยฺยา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
๑๕๓. นิกฺขคณานนฺติ สุวณฺณนิกฺขสตานํ. จโยติ สนฺตานโต กตสนฺนิจโย. ธญฺญคณานนฺติ ธญฺญสกฏสตานํ.
๑๕๔. จตฺตาโรเม, อุทายิ, ปุคฺคลาติ อิธ กึ ทสฺเสติ? เหฏฺฐา ‘‘เต ตญฺเจว ปชหนฺติ, เต ตญฺเจว นปฺปชหนฺตี’’ติ ปชหนกา จ อปฺปชหนกา จ ราสิวเสน ทสฺสิตา, น ปาฏิเยกฺกํ วิภตฺตา. อิทานิ ยถา นาม ทพฺพสมฺภารตฺถํ คโต ปุริโส ปฏิปาฏิยา รุกฺเข ฉินฺทิตฺวา ปุน นิวตฺติตฺวา วงฺกญฺจ ปหาย กมฺเม อุปเนตพฺพยุตฺตกเมว คณฺหาติ, เอวเมว อปฺปชหนเก ฉฑฺเฑตฺวา อพฺโพหาริเก กตฺวา ปชหนกปุคฺคลา จตฺตาโร โหนฺตีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
อุปธิปหานายาติ ขนฺธุปธิกิเลสุปธิอภิสงฺขารุปธิกามคุณูปธีติ อิเมสํ อุปธีนํ ปหานาย. อุปธิปฏิสํยุตฺตาติ อุปธิอนุธาวนกา. สรสงฺกปฺปาติ เอตฺถ สรนฺติ ธาวนฺตีติ สรา. สงฺกปฺเปนฺตีติ สงฺกปฺปา. ปททฺวเยนปิ วิตกฺกาเยว วุตฺตา. สมุทาจรนฺตีติ อภิภวนฺติ อชฺโฌตฺถริตฺวา วตฺตนฺติ. สํยุตฺโตติ กิเลเสหิ สํยุตฺโต. อินฺทฺริยเวมตฺตตาติ อินฺทฺริยนานตฺตตา. กทาจิ กรหจีติ พหุกาลํ วีติวตฺเตตฺวา. สติสมฺโมสาติ สติสมฺโมเสน. นิปาโตติ อโยกฏาหมฺหิ ปตนํ. เอตฺตาวตา ‘‘นปฺปชหติ, ปชหติ, ขิปฺปํ ปชหตี’’ติ ตโย ราสโย ทสฺสิตา. เตสุ จตฺตาโร ชนา นปฺปชหนฺติ นาม, จตฺตาโร ปชหนฺติ นาม, จตฺตาโร ขิปฺปํ ปชหนฺติ นาม.
ตตฺถ ปุถุชฺชโน โสตาปนฺโน สกทาคามี อนาคามีติ อิเม จตฺตาโร ชนา นปฺปชหนฺติ นาม. ปุถุชฺชนาทโย ตาว มา ปชหนฺตุ, อนาคามี กถํ น ปชหตีติ? โสปิ หิ ยาวเทวสฺส ภวโลโภ อตฺถิ, ตาว อโหสุขํ อโหสุขนฺติ อภินนฺทติ. ตสฺมา นปฺปชหติ นาม. เอเตเยว ปน จตฺตาโร ชนา ปชหนฺติ นาม. โสตาปนฺนาทโย ตาว ปชหนฺตุ, ปุถุชฺชโน กถํ ปชหตีติ? อารทฺธวิปสฺสโก หิ สติสมฺโมเสน สหสา กิเลเส อุปฺปนฺเน ‘‘มาทิสสฺส นาม ภิกฺขุโน กิเลโส อุปฺปนฺโน’’ติ สํเวคํ กตฺวา วีริยํ ปคฺคยฺห วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา มคฺเคน กิเลเส สมุคฺฆาเตติ. อิติ โส ปชหติ นาม. เตเยว จตฺตาโร ขิปฺปํ ปชหนฺติ นาม. ตตฺถ อิมสฺมึ สุตฺเต, มหาหตฺถิปโทปเม (ม. นิ. ๑.๒๘๘ อาทโย), อินฺทฺริยภาวเนติ (ม. นิ. ๓.๔๕๓ อาทโย) อิเมสุ สุตฺเตสุ กิญฺจาปิ ตติยวาโร คหิโต, ปโญฺห ปน ทุติยวาเรเนว กถิโตติ เวทิตพฺโพ.
อุปธิ ทุกฺขสฺส มูลนฺติ เอตฺถ ปญฺจ ขนฺธา อุปธิ นาม. ตํ ทุกฺขสฺส มูลนฺติ อิติ วิทิตฺวา กิเลสุปธินา นิรุปธิ โหติ, นิคฺคหโณ นิตโณฺหติ อตฺโถ. อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโตติ ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณโต วิมุตฺโต.
๑๕๕. เอวํ จตฺตาโร ปุคฺคเล วิตฺถาเรตฺวา อิทานิ เย ปชหนฺติ, เต ‘‘อิเม นาม เอตฺตเก กิเลเส ปชหนฺติ’’. เย นปฺปชหนฺติ, เตปิ ‘‘อิเม นาม เอตฺตเก กิเลเส นปฺปชหนฺตี’’ติ ทสฺเสตุํ ปญฺจ โข อิเม อุทายิ กามคุณาติอาทิมาห. ตตฺถ มิฬฺหสุขนฺติ อสุจิสุขํ. อนริยสุขนฺติ อนริเยหิ เสวิตสุขํ. ภายิตพฺพนฺติ เอตสฺส สุขสฺส ปฏิลาภโตปิ วิปากโตปิ ภายิตพฺพํ. เนกฺขมฺมสุขนฺติ กามโต นิกฺขนฺตสุขํ. ปวิเวกสุขนฺติ คณโตปิ กิเลสโตปิ ปวิวิตฺตสุขํ. อุปสมสุขนฺติ ราคาทิวูปสมตฺถาย สุขํ. สมฺโพธสุขนฺติ มคฺคสงฺขาตสฺส สมฺโพธสฺส นิพฺพตฺตนตฺถาย สุขํ. น ภายิตพฺพนฺติ เอตสฺส สุขสฺส ปฏิลาภโตปิ วิปากโตปิ น ภายิตพฺพํ, ภาเวตพฺพเมเวตํ.
๑๕๖. อิญฺชิตสฺมึ วทามีติ อิญฺชนํ จลนํ ผนฺทนนฺติ วทามิ. กิญฺจ ตตฺถ อิญฺชิตสฺมินฺติ กิญฺจ ตตฺถ อิญฺชิตํ. อิทํ ตตฺถ อิญฺชิตสฺมินฺติ เย เอเต อนิรุทฺธา วิตกฺกวิจารา, อิทํ ตตฺถ อิญฺชิตํ. ทุติยตติยชฺฌาเนสุปิ เอเสว นโย. อนิญฺชิตสฺมึ วทามีติ อิทํ จตุตฺถชฺฌานํ อนิญฺชนํ อจลนํ นิปฺผนฺทนนฺติ วทามิ.
อนลนฺติ วทามีติ อกตฺตพฺพอาลยนฺติ วทามิ, ตณฺหาลโย เอตฺถ น อุปฺปาเทตพฺโพติ ทสฺเสติ. อถ วา อนลํ อปริยตฺตํ, น เอตฺตาวตา อลเมตนฺติ สนฺนิฏฺฐานํ กาตพฺพนฺติ วทามิ. เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺสาปีติ เอวรูปายปิ สนฺตาย สมาปตฺติยา ปหานเมว วทามิ. อณุํ วา ถูลํ วาติ ขุทฺทกํ วา มหนฺตํ วา อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ วา. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. เทสนา ปน เนยฺยปุคฺคลสฺส วเสน อรหตฺตนิกูเฏเนว นิฏฺฐาปิตาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
ลฏุกิโกปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๗. จาตุมสุตฺตวณฺณนา
๑๕๗. เอวํ เม สุตนฺติ จาตุมสุตฺตํ. ตตฺถ จาตุมายนฺติ เอวํนามเก คาเม. ปญฺจมตฺตานิ ภิกฺขุสตานีติ อธุนา ปพฺพชิตานํ ภิกฺขูนํ ปญฺจ สตานิ. เถรา กิร จินฺเตสุํ – ‘‘อิเม กุลปุตฺตา ทสพลํ อทิสฺวาว ปพฺพชิตา, เอเตสํ ภควนฺตํ ทสฺเสสฺสาม, ภควโต สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา อตฺตโน อตฺตโน ยถาอุปนิสฺสเยน ปติฏฺฐหิสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา เต ภิกฺขู คเหตฺวา อาคตา. ปฏิสมฺโมทมานาติ ‘‘กจฺจาวุโส, ขมนีย’’นฺติอาทึ ปฏิสนฺถารกถํ กุรุมานา. เสนาสนานิ ปญฺญาปยมานาติ อตฺตโน อตฺตโน อาจริยุปชฺฌายานํ วสนฏฺฐานานิ ปุจฺฉิตฺวา ทฺวารวาตปานานิ วิวริตฺวา มญฺจปีฐกฏสารกาทีนิ นีหริตฺวา ปปฺโผเฏตฺวา ยถาฏฺฐาเน สณฺฐาปยมานา. ปตฺตจีวรานิ ปฏิสามยมานาติ, ภนฺเต, อิทํ เม ปตฺตํ ฐเปถ, อิทํ จีวรํ, อิทํ ถาลกํ, อิทํ อุทกตุมฺพํ, อิมํ กตฺตรยฏฺฐินฺติ เอวํ สมณปริกฺขาเร สงฺโคปยมานา.
อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทาติ อุทฺธํ อุคฺคตตฺตา อุจฺจํ, ปตฺถฏตฺตา มหนฺตํ อวินิพฺโภคสทฺทํ กโรนฺตา. เกวฏฺฏา มญฺเญ มจฺฉวิโลเปติ เกวฏฺฏานํ มจฺฉปจฺฉิฐปิตฏฺฐาเน มหาชโน สนฺนิปติตฺวา – ‘‘อิธ อญฺญํ เอกํ มจฺฉํ เทหิ, เอกํ มจฺฉผาลํ เทหิ, เอตสฺส เต มหา ทินฺโน, มยฺหํ ขุทฺทโก’’ติ เอวํ อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ กโรนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. มจฺฉคหณตฺถํ ชาเล ปกฺขิตฺเตปิ ตสฺมึ ฐาเน เกวฏฺฏา เจว อญฺเญ จ ‘‘ปวิฏฺโฐ น ปวิฏฺโฐ, คหิโต น คหิโต’’ติ มหาสทฺทํ กโรนฺติ. ตมฺปิ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ปณาเมมีติ นีหรามิ. น โว มม สนฺติเก วตฺถพฺพนฺติ ตุเมฺห มาทิสสฺส พุทฺธสฺส วสนฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา เอวํ มหาสทฺทํ กโรถ, อตฺตโน ธมฺมตาย วสนฺตา กึ นาม สารุปฺปํ กริสฺสถ, ตุมฺหาทิสานํ มม สนฺติเก วสนกิจฺจํ นตฺถีติ ทีเปติ. เตสุ เอกภิกฺขุปิ ‘‘ภควา ตุเมฺห มหาสทฺทมตฺตเกน อเมฺห ปณาเมถา’’ติ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ วตฺตุํ นาสกฺขิ, สพฺเพ ภควโต วจนํ สมฺปฏิจฺฉนฺตา ‘‘เอวํ, ภนฺเต,’’ติ วตฺวา นิกฺขมึสุ. เอวํ ปน เตสํ อโหสิ ‘‘มยํ สตฺถารํ ปสฺสิสฺสาม, ธมฺมกถํ โสสฺสาม, สตฺถุ สนฺติเก วสิสฺสามาติ อาคตา. เอวรูปสฺส ปน ครุโน สตฺถุ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา มหาสทฺทํ กริมฺหา, อมฺหากเมว โทโสยํ, ปณามิตมฺหา, น โน ลทฺธํ ภควโต สนฺติเก วตฺถุํ, น สุวณฺณวณฺณสรีรํ โอโลเกตุํ, น มธุรสฺสเรน ธมฺมํ โสตุ’’นฺติ. เต พลวโทมนสฺสชาตา หุตฺวา ปกฺกมึสุ.
๑๕๘. เตนุปสงฺกมึสูติ เต กิร สกฺยา อาคมนสมเยปิ เต ภิกฺขู ตตฺเถว นิสินฺนา ปสฺสึสุ. อถ เนสํ เอตทโหสิ – ‘‘กึ นุ โข เอเต ภิกฺขู ปวิสิตฺวาว ปฏินิวตฺตา, ชานิสฺสาม ตํ การณ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมึสุ. หนฺทาติ ววสฺสคฺคตฺเถ นิปาโต. กหํ ปน ตุเมฺหติ ตุเมฺห อิทาเนว อาคนฺตฺวา กหํ คจฺฉถ, กึ ตุมฺหากํ โกจิ อุปทฺทโว, อุทาหุ ทสพลสฺสาติ? เตสํ ปน ภิกฺขูนํ, – ‘‘อาวุโส, มยํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อาคตา, ทิฏฺโฐ โน ภควา, อิทานิ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คจฺฉามา’’ติ กิญฺจาปิ เอวํ วจนปริหาโร อตฺถิ, เอวรูปํ ปน เลสกปฺปํ อกตฺวา ยถาภูตเมว อาโรเจตฺวา ภควตา โข, อาวุโส, ภิกฺขุสงฺโฆ ปณามิโตติ อาหํสุ. เต ปน ราชาโน สาสเน ธุรวหา, ตสฺมา จินฺเตสุํ – ‘‘ทฺวีหิ อคฺคสาวเกหิ สทฺธึ ปญฺจสุ ภิกฺขุสเตสุ คจฺฉนฺเตสุ ภควโต ปาทมูลํ วิคจฺฉิสฺสติ, อิเมสํ นิวตฺตนาการํ กริสฺสามา’’ติ. เอวํ จินฺเตตฺวา เตน หายสฺมนฺโตติอาทิมาหํสุ. เตสุปิ ภิกฺขูสุ ‘‘มยํ มหาสทฺทมตฺตเกน ปณามิตา, น มยํ ชีวิตุํ อสกฺโกนฺตา ปพฺพชิตา’’ติ เอกภิกฺขุปิ ปฏิปฺผริโต นาม นาโหสิ, สพฺเพ ปน สมกํเยว, ‘‘เอวมาวุโส,’’ติ สมฺปฏิจฺฉึสุ.
๑๕๙. อภินนฺทตูติ ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาคมนํ อิจฺฉนฺโต อภินนฺทตุ. อภิวทตูติ เอตุ ภิกฺขุสงฺโฆติ เอวํ จิตฺตํ อุปฺปาเทนฺโต อภิวทตุ. อนุคฺคหิโตติ อามิสานุคฺคเหน จ ธมฺมานุคฺคเหน จ อนุคฺคหิโต. อญฺญถตฺตนฺติ ทสพลสฺส ทสฺสนํ น ลภามาติ ปสาทญฺญถตฺตํ ภเวยฺย. วิปริณาโมติ ปสาทญฺญถตฺเตน วิพฺภมนฺตานํ วิปริณามญฺญถตฺตํ ภเวยฺย. พีชานํ ตรุณานนฺติ ตรุณสสฺสานํ. สิยา อญฺญถตฺตนฺติ อุทกวารกาเล อุทกํ อลภนฺตานํ มิลาตภาเวน อญฺญถตฺตํ ภเวยฺย, สุสฺสิตฺวา มิลาตภาวํ อาปชฺชเนน วิปริณาโม ภเวยฺย. วจฺฉกสฺส ปน ขีรปิปาสาย สุสฺสนํ อญฺญถตฺตํ นาม, สุสฺสิตฺวา กาลกิริยา วิปริณาโม นาม.
๑๖๐. ปสาทิโต ภควาติ เถโร กิร ตตฺถ นิสินฺโนว ทิพฺพจกฺขุนา พฺรหฺมานํ อาคตํ อทฺทส, ทิพฺพาย โสตธาตุยา จ อายาจนสทฺทํ สุณิ, เจโตปริยญาเณน ภควโต ปสนฺนภาวํ อญฺญาสิ. ตสฺมา – ‘‘กญฺจิ ภิกฺขุํ เปเสตฺวา ปกฺโกสิยมานานํ คมนํ นาม น ผาสุกํ, ยาว สตฺถา น เปเสติ, ตาวเทว คมิสฺสามา’’ติ มญฺญมาโน เอวมาห. อปฺโปสฺสุกฺโกติ อญฺเญสุ กิจฺเจสุ อนุสฺสุกฺโก หุตฺวา. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารนฺติ ผลสมาปตฺติวิหารํ อนุยุตฺโต มญฺเญ ภควา วิหริตุกาโม, โส อิทานิ ยถารุจิยา วิหริสฺสตีติ เอวํ เม อโหสีติ วทติ. มยมฺปิ ทานีติ มยํ ปรํ โอวทมานา วิหารโต นิกฺกฑฺฒิตา, กึ อมฺหากํ ปโรวาเทน. อิทานิ มยมฺปิ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหาเรเนว วิหริสฺสามาติ ทีเปติ. เถโร อิมสฺมึ ฐาเน วิรทฺโธ อตฺตโน ภารภาวํ น อญฺญาสิ. อยญฺหิ ภิกฺขุสงฺโฆ ทฺวินฺนมฺปิ มหาเถรานํ ภาโร, เตน นํ ปฏิเสเธนฺโต ภควา อาคเมหีติอาทิมาห. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร ปน อตฺตโน ภารภาวํ อญฺญาสิ. เตนสฺส ภควา สาธุการํ อทาสิ.
๑๖๑. จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเวติ กสฺมา อารภิ? อิมสฺมึ สาสเน จตฺตาริ ภยานิ. โย ตานิ อภีโต โหติ, โส อิมสฺมึ สาสเน ปติฏฺฐาตุํ สกฺโกติ. อิตโร ปน น สกฺโกตีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อุทโกโรหนฺเตติ อุทกํ โอโรหนฺเต ปุคฺคเล. กุมฺภีลภยนฺติ สุํสุมารภยํ. สุสุกาภยนฺติ จณฺฑมจฺฉภยํ.
๑๖๒. โกธุปายาสสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ พาหิรํ อุทกํ โอติณฺโณ อูมีสุ โอสีทิตฺวา มรติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน โกธุปายาเส โอสีทิตฺวา วิพฺภมติ. ตสฺมา โกธุปายาโส ‘‘อูมิภย’’นฺติ วุตฺโต.
๑๖๓. โอทริกตฺตสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ พาหิรํ อุทกํ โอติณฺโณ กุมฺภีเลน ขาทิโต มรติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน โอทริกตฺเตน ขาทิโต วิพฺภมติ. ตสฺมา โอทริกตฺตํ ‘‘กุมฺภีลภย’’นฺติ วุตฺตํ.
๑๖๔. อรกฺขิเตเนว กาเยนาติ สีสปฺปจาลกาทิกรเณน อรกฺขิตกาโย หุตฺวา. อรกฺขิตาย วาจายาติ ทุฏฺฐุลฺลภาสนาทิวเสน อรกฺขิตวาโจ หุตฺวา. อนุปฏฺฐิตาย สติยาติ กายคตาสตึ อนุปฏฺฐาเปตฺวา. อสํวุเตหีติ อปิหิเตหิ. ปญฺจนฺเนตํกามคุณานํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ พาหิรํ อุทกํ โอติณฺโณ อาวฏฺเฏ นิมุชฺชิตฺวา มรติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิโต ปญฺจกามคุณาวฏฺเฏ นิมุชฺชิตฺวา วิพฺภมติ. ตสฺมา ปญฺจ กามคุณา ‘‘อาวฏฺฏภย’’นฺติ วุตฺตา.
๑๖๕. อนุทฺธํเสตีติ กิลเมติ มิลาเปติ. ราคานุทฺธํเสนาติ ราคานุทฺธํสิเตน. มาตุคามสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ยถา หิ พาหิรํ อุทกํ โอติณฺโณ จณฺฑมจฺฉํ อาคมฺม ลทฺธปฺปหาโร มรติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน มาตุคามํ อาคมฺม อุปฺปนฺนกามราโค วิพฺภมติ. ตสฺมา มาตุคาโม ‘‘สุสุกาภย’’นฺติ วุตฺโต.
อิมานิ ปน จตฺตาริ ภยานิ ภายิตฺวา ยถา อุทกํ อโนโรหนฺตสฺส อุทกํ นิสฺสาย อานิสํโส นตฺถิ, อุทกปิปาสาย ปิปาสิโต จ โหติ รโชชลฺเลน กิลิฏฺฐสรีโร จ, เอวเมวํ อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ ภายิตฺวา สาสเน อปพฺพชนฺตสฺสาปิ อิมํ สาสนํ นิสฺสาย อานิสํโส นตฺถิ, ตณฺหาปิปาสาย ปิปาสิโต จ โหติ กิเลสรเชน สํกิลิฏฺฐจิตฺโต จ. ยถา ปน อิมานิ จตฺตาริ ภยานิ อภายิตฺวา อุทกํ โอโรหนฺตสฺส วุตฺตปฺปกาโร อานิสํโส โหติ, เอวํ อิมานิ อภายิตฺวา สาสเน ปพฺพชิตสฺสาปิ วุตฺตปฺปกาโร อานิสํโส โหติ. เถโร ปนาห – ‘‘จตฺตาริ ภยานิ ภายิตฺวา อุทกํ อโนตรนฺโต โสตํ ฉินฺทิตฺวา ปรตีรํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ, อภายิตฺวา โอตรนฺโต สกฺโกติ, เอวเมวํ ภายิตฺวา สาสเน อปพฺพชนฺโตปิ ตณฺหาโสตํ ฉินฺทิตฺวา นิพฺพานปารํ ทฏฺฐุํ น สกฺโกติ, อภายิตฺวา ปพฺพชนฺโต ปน สกฺโกตี’’ติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อยํ ปน เทสนา เนยฺยปุคฺคลสฺส วเสน นิฏฺฐาปิตาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย