๗. กุกฺกุรวติกสุตฺตวณฺณนา

๗๘. เอวํ เม สุตนฺติ กุกฺกุรวติกสุตฺตํ. ตตฺถ โกลิเยสูติ เอวํนามเก ชนปเท. โส หิ เอโกปิ โกลนคเร ปติฏฺฐิตานํ โกลิยานํ ราชกุมารานํ นิวาสฏฺฐานตฺตา เอวํ วุจฺจติ. ตสฺมึ โกลิเยสุ ชนปเท. หลิทฺทวสนนฺติ ตสฺส กิร นิคมสฺส มาปิตกาเล ปีตกวตฺถนิวตฺถา มนุสฺสา นกฺขตฺตํ กีฬึสุ. เต นกฺขตฺตกีฬาวสาเน นิคมสฺส นามํ อาโรเปนฺตา หลิทฺทวสนนฺติ นามํ อกํสุ. ตํ โคจรคามํ กตฺวา วิหรตีติ อตฺโถ. วิหาโร ปเนตฺถ กิญฺจาปิ น นิยามิโต, ตถาปิ พุทฺธานํ อนุจฺฉวิเก เสนาสเนเยว วิหาสีติ เวทิตพฺโพ. โควติโกติ สมาทินฺนโควโต, สีเส สิงฺคานิ ฐเปตฺวา นงฺคุฏฺฐํ พนฺธิตฺวา คาวีหิ สทฺธึ ติณานิ ขาทนฺโต วิย จรติ. อเจโลติ นคฺโค นิจฺเจโล. เสนิโยติ ตสฺส นามํ.

กุกฺกุรวติโกติ สมาทินฺนกุกฺกุรวโต, สพฺพํ สุนขกิริยํ กโรติ. อุโภเปเต สหปํสุกีฬิกา สหายกา. กุกฺกุโรว ปลิกุชฺชิตฺวาติ สุนโข นาม สามิกสฺส สนฺติเก นิสีทนฺโต ทฺวีหิ ปาเทหิ ภูมิยํ วิเลขิตฺวา กุกฺกุรกูชิตํ กูชนฺโต นิสีทติ, อยมฺปิ ‘‘กุกฺกุรกิริยํ กริสฺสามี’’ติ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิตฺวา ทฺวีหิ หตฺเถหิ ภูมิยํ วิเลขิตฺวา สีสํ วิธุนนฺโต ‘ภู ภู’ติ กตฺวา หตฺถปาเท สมิญฺชิตฺวา สุนโข วิย นิสีทิ. ฉมานิกฺขิตฺตนฺติ ภูมิยํ ฐปิตํ. สมตฺตํ สมาทินฺนนฺติ ปริปุณฺณํ กตฺวา คหิตํ. กา คตีติ กา นิปฺผตฺติ. โก อภิสมฺปราโยติ อภิสมฺปรายมฺหิ กตฺถ นิพฺพตฺติ. อลนฺติ ตสฺส อปฺปิยํ ภวิสฺสตีติ ยาวตติยํ ปฏิพาหติ. กุกฺกุรวตนฺติ กุกฺกุรวตสมาทานํ.

๗๙. ภาเวตีติ วฑฺเฒติ. ปริปุณฺณนฺติ อนูนํ. อพฺโพกิณฺณนฺติ นิรนฺตรํ. กุกฺกุรสีลนฺติ กุกฺกุราจารํ. กุกฺกุรจิตฺตนฺติ ‘‘อชฺช ปฏฺฐาย กุกฺกุเรหิ กาตพฺพํ กริสฺสามี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺนจิตฺตํ. กุกฺกุรากปฺปนฺติ กุกฺกุรานํ คมนากาโร อตฺถิ, ติฏฺฐนากาโร อตฺถิ, นิสีทนากาโร อตฺถิ, สยนากาโร อตฺถิ, อุจฺจารปสฺสาวกรณากาโร อตฺถิ, อญฺเญ กุกฺกุเร ทิสฺวา ทนฺเต วิวริตฺวา คมนากาโร อตฺถิ, อยํ กุกฺกุรากปฺโป นาม, ตํ ภาเวตีติ อตฺโถ. อิมินาหํ สีเลนาติอาทีสุ อหํ อิมินา อาจาเรน วา วตสมาทาเนน วา ทุกฺกรตปจรเณน วา เมถุนวิรติพฺรหฺมจริเยน วาติ อตฺโถ. เทโวติ สกฺกสุยามาทีสุ อญฺญตโร. เทวญฺญตโรติ เตสํ ทุติยตติยฏฺฐานาทีสุ อญฺญตรเทโว. มิจฺฉาทิฏฺฐีติ อเทวโลกคามิมคฺคเมว เทวโลกคามิมคฺโคติ คเหตฺวา อุปฺปนฺนตาย สา อสฺส มิจฺฉาทิฏฺฐิ นาม โหติ. อญฺญตรํ คตึ วทามีติ ตสฺส หิ นิรยโต วา ติรจฺฉานโยนิโต วา อญฺญา คติ นตฺถิ, ตสฺมา เอวมาห. สมฺปชฺชมานนฺติ ทิฏฺฐิยา อสมฺมิสฺสํ หุตฺวา นิปชฺชมานํ.

นาหํ, ภนฺเต, เอตํ โรทามิ, ยํ มํ ภควา เอวมาหาติ ยํ มํ, ภนฺเต, ภควา เอวมาห, อหเมตํ ภควโต พฺยากรณํ น โรทามิ น ปริเทวามิ, น อนุตฺถุนามีติ อตฺโถ. เอวํ สกมฺมกวเสเนตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ, น อสฺสุมุญฺจนมตฺเตน.

‘‘มตํ วา อมฺม โรทนฺติ, โย วา ชีวํ น ทิสฺสติ;

ชีวนฺตํ อมฺม ปสฺสนฺตี, กสฺมา มํ อมฺม โรทสี’’ติ. (สํ. นิ. ๑.๒๓๙) –

อยญฺเจตฺถ ปโยโค. อปิจ เม อิทํ, ภนฺเตติ อปิจ โข เม อิทํ, ภนฺเต, กุกฺกุรวตํ ทีฆรตฺตํ สมาทินฺนํ, ตสฺมึ สมฺปชฺชนฺเตปิ วุทฺธิ นตฺถิ, วิปชฺชนฺเตปิ. อิติ ‘‘เอตฺตกํ กาลํ มยา กตกมฺมํ โมฆํ ชาต’’นฺติ อตฺตโน วิปตฺตึ ปจฺจเวกฺขมาโน โรทามิ, ภนฺเตติ.

๘๐. โควตนฺติอาทีนิ กุกฺกุรวตาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ. ควากปฺปนฺติ โคอากปฺปํ. เสสํ กุกฺกุรากปฺเป วุตฺตสทิสเมว. ยถา ปน ตตฺถ อญฺเญ กุกฺกุเร ทิสฺวา ทนฺเต วิวริตฺวา คมนากาโร, เอวมิธ อญฺเญ คาโว ทิสฺวา กณฺเณ อุกฺขิปิตฺวา คมนากาโร เวทิตพฺโพ. เสสํ ตาทิสเมว.

๘๑. จตฺตาริมานิ ปุณฺณ กมฺมานีติ กสฺมา อิมํ เทสนํ อารภิ? อยญฺหิ เทสนา เอกจฺจกมฺมกิริยวเสน อาคตา, อิมสฺมิญฺจ กมฺมจตุกฺเก กถิเต อิเมสํ กิริยา ปากฏา ภวิสฺสตีติ อิมํ เทสนํ อารภิ. อปิจ อิมํ กมฺมจตุกฺกเมว เทสิยมานํ อิเม สญฺชานิสฺสนฺติ, ตโต เอโก สรณํ คมิสฺสติ, เอโก ปพฺพชิตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตีติ อยเมว เอเตสํ สปฺปายาติ ญตฺวาปิ อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ กณฺหนฺติ กาฬกํ ทสอกุสลกมฺมปถกมฺมํ. กณฺหวิปากนฺติ อปาเย นิพฺพตฺตนโต กาฬกวิปากํ. สุกฺกนฺติ ปณฺฑรํ ทสกุสลกมฺมปถกมฺมํ. สุกฺกวิปากนฺติ สคฺเค นิพฺพตฺตนโต ปณฺฑรวิปากํ. กณฺหสุกฺกนฺติ โวมิสฺสกกมฺมํ. กณฺหสุกฺกวิปากนฺติ สุขทุกฺขวิปากํ. มิสฺสกกมฺมญฺหิ กตฺวา อกุสเลน ติรจฺฉานโยนิยํ มงฺคลหตฺถิฏฺฐานาทีสุ อุปฺปนฺโน กุสเลน ปวตฺเต สุขํ เวทิยติ. กุสเลน ราชกุเลปิ นิพฺพตฺโต อกุสเลน ปวตฺเต ทุกฺขํ เวทิยติ. อกณฺหํ อสุกฺกนฺติ กมฺมกฺขยกรํ จตุมคฺคเจตนากมฺมํ อธิปฺเปตํ. ตญฺหิ ยทิ กณฺหํ ภเวยฺย, กณฺหวิปากํ ทเทยฺย. ยทิ สุกฺกํ ภเวยฺย, สุกฺกวิปากํ ทเทยฺย. อุภยวิปากสฺส ปน อทานโต อกณฺหาสุกฺกวิปากตฺตา ‘‘อกณฺหํ อสุกฺก’’นฺติ วุตฺตํ. อยํ ตาว อุทฺเทเส อตฺโถ.

นิทฺเทเส ปน สพฺยาพชฺฌนฺติ สทุกฺขํ. กายสงฺขาราทีสุ กายทฺวาเร คหณาทิวเสน โจปนปฺปตฺตา ทฺวาทส อกุสลเจตนา สพฺยาพชฺฌกายสงฺขาโร นาม. วจีทฺวาเร หนุสญฺโจปนวเสน วจีเภทปวตฺติกา ตาเยว ทฺวาทส วจีสงฺขาโร นาม. อุภยโจปนํ อปฺปตฺตา รโห จินฺตยนฺตสฺส มโนทฺวาเร ปวตฺตา มโนสงฺขาโร นาม. อิติ ตีสุปิ ทฺวาเรสุ กายทุจฺจริตาทิเภทา อกุสลเจตนาว สงฺขาราติ เวทิตพฺพา. อิมสฺมิญฺหิ สุตฺเต เจตนา ธุรํ, อุปาลิสุตฺเต กมฺมํ. อภิสงฺขริตฺวาติ สงฺกฑฺฒิตฺวา, ปิณฺฑํ กตฺวาติ อตฺโถ. สพฺยาพชฺฌํ โลกนฺติ สทุกฺขํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. สพฺยาพชฺฌา ผสฺสา ผุสนฺตีติ สทุกฺขา วิปากผสฺสา ผุสนฺติ. เอกนฺตทุกฺขนฺติ นิรนฺตรทุกฺขํ. ภูตาติ เหตฺวตฺเถ นิสฺสกฺกวจนํ, ภูตกมฺมโต ภูตสฺส สตฺตสฺส อุปฺปตฺติ โหติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถาภูตํ กมฺมํ สตฺตา กโรนฺติ, ตถาภูเตน กมฺเมน กมฺมสภาควเสน เตสํ อุปปตฺติ โหติ. เตเนวาห ‘‘ยํ กโรติ เตน อุปปชฺชตี’’ติ. เอตฺถ จ เตนาติ กมฺเมน วิย วุตฺตา, อุปปตฺติ จ นาม วิปาเกน โหติ. ยสฺมา ปน วิปากสฺส กมฺมํ เหตุ, ตสฺมา เตน มูลเหตุภูเตน กมฺเมน นิพฺพตฺตตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ผสฺสา ผุสนฺตีติ เยน กมฺมวิปาเกน นิพฺพตฺโต, ตํกมฺมวิปากผสฺสา ผุสนฺติ. กมฺมทายาทาติ กมฺมทายชฺชา กมฺมเมว เนสํ ทายชฺชํ สนฺตกนฺติ วทามิ.

อพฺยาพชฺฌนฺติ นิทฺทุกฺขํ. อิมสฺมึ วาเร กายทฺวาเร ปวตฺตา อฏฺฐ กามาวจรกุสลเจตนา กายสงฺขาโร นาม. ตาเยว วจีทฺวาเร ปวตฺตา วจีสงฺขาโร นาม. มโนทฺวาเร ปวตฺตา ตาเยว อฏฺฐ, ติสฺโส จ เหฏฺฐิมฌานเจตนา อพฺยาพชฺฌมโนสงฺขาโร นาม. ฌานเจตนา ตาว โหตุ, กามาวจรา กินฺติ อพฺยาพชฺฌมโนสงฺขาโร นาม ชาตาติ. กสิณสชฺชนกาเล จ กสิณาเสวนกาเล จ ลพฺภนฺติ. กามาวจรเจตนา ปฐมชฺฌานเจตนาย ฆฏิตา, จตุตฺถชฺฌานเจตนา ตติยชฺฌานเจตนาย ฆฏิตา. อิติ ตีสุปิ ทฺวาเรสุ กายสุจริตาทิเภทา กุสลเจตนาว สงฺขาราติ เวทิตพฺโพ. ตติยวาโร อุภยมิสฺสกวเสน เวทิตพฺพา.

เสยฺยถาปิ มนุสฺสาติอาทีสุ มนุสฺสานํ ตาว กาเลน สุขํ กาเลน ทุกฺขํ ปากฏเมว, เทเวสุ ปน ภุมฺมเทวตานํ, วินิปาติเกสุ เวมานิกเปตานํ กาเลน สุขํ กาเลน ทุกฺขํ โหตีติ เวทิตพฺพํ. หตฺถิอาทีสุ ติรจฺฉาเนสุปิ ลพฺภติเยว.

ตตฺราติ เตสุ ตีสุ กมฺเมสุ. ตสฺส ปหานาย ยา เจตนาติ ตสฺส ปหานตฺถาย มคฺคเจตนา. กมฺมํ ปตฺวาว มคฺคเจตนาย อญฺโญ ปณฺฑรตโร ธมฺโม นาม นตฺถิ. อิทํ ปน กมฺมจตุกฺกํ ปตฺวา ทฺวาทส อกุสลเจตนา กณฺหา นาม, เตภูมกกุสลเจตนา สุกฺกา นาม, มคฺคเจตนา อกณฺหา อสุกฺกาติ อาคตา.

๘๒. ‘‘ลเภยฺยาหํ, ภนฺเต’’ติ อิทํ โส ‘‘จิรํ วต เม อนิยฺยานิกปกฺเข โยเชตฺวา อตฺตา กิลมิโต, ‘สุกฺขนทีตีเร นฺหายิสฺสามี’ติ สมฺปริวตฺเตนฺเตน วิย ถุเส โกฏฺเฏนฺเตน วิย จ น โกจิ อตฺโถ นิปฺผาทิโต, หนฺทาหํ อตฺตานํ โยเค โยเชมี’’ติ จินฺเตตฺวา อาห. อถ ภควา โยเนน ขนฺธเก ติตฺถิยปริวาโส ปญฺญตฺโต, ยํ อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ สามเณรภูมิยํ ฐิโต – ‘‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนาโม อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อากงฺขามิ อุปสมฺปทํ, สฺวาหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ จตฺตาโร มาเส ปริวาสํ ยาจามี’’ติอาทินา (มหาว. ๘๖) นเยน สมาทิยิตฺวา ปริวสติ, ตํ สนฺธาย ‘‘โย โข, เสนิย, อญฺญติตฺถิยปุพฺโพ’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ ปพฺพชฺชนฺติ วจนสิลิฏฺฐตาวเสเนว วุตฺตํ. อปริวสิตฺวาเยว หิ ปพฺพชฺชํ ลภติ. อุปสมฺปทตฺถิเกน ปน นาติกาเลน คามปฺปเวสนาทีนิ อฏฺฐ วตฺตานิ ปูเรนฺเตน ปริวสิตพฺพํ. อารทฺธจิตฺตาติ อฏฺฐวตฺตปูรเณน ตุฏฺฐจิตฺตา. อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถารโต ปเนส ติตฺถิยปริวาโส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย ปพฺพชฺชขนฺธกวณฺณนายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๘๖) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. อปิจ เมตฺถาติ อปิจ เม เอตฺถ. ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตาติ ปุคฺคลนานตฺตํ วิทิตํ. อยํ ปุคฺคโล ปริวาสารโห, อยํ น ปริวาสารโหติ อิทํ มยฺหํ ปากฏนฺติ ทสฺเสติ.

ตโต เสนิโย จินฺเตสิ – ‘‘อโห อจฺฉริยํ พุทฺธสาสนํ, ยตฺถ เอวํ ฆํสิตฺวา โกฏฺเฏตฺวา ยุตฺตเมว คณฺหนฺติ, อยุตฺตํ ฉฑฺเฑนฺตี’’ติ. ตโต สุฏฺฐุตรํ ปพฺพชฺชาย สญฺชาตุสฺสาโห สเจ, ภนฺเตติอาทิมาห. อถ ภควา ตสฺส ติพฺพจฺฉนฺทตํ วิทิตฺวา น เสนิโย ปริวาสํ อรหตีติ อญฺญตรํ ภิกฺขุํ อามนฺเตสิ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, ภิกฺขุ, เสนิยํ นฺหาเปตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อาเนหี’’ติ. โส ตถา กตฺวา ตํ ปพฺพาเชตฺวา ภควโต สนฺติกํ อานยิ. ภควา คเณ นิสีทิตฺวา อุปสมฺปาเทสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อลตฺถ โข อเจโล เสนิโย ภควโต สนฺติเก ปพฺพชฺชํ อลตฺถ อุปสมฺปท’’นฺติ.

อจิรูปสมฺปนฺโนติ อุปสมฺปนฺโน หุตฺวา นจิรเมว. วูปกฏฺโฐติ วตฺถุกามกิเลสกาเมหิ กาเยน จ จิตฺเตน จ วูปกฏฺโฐ. อปฺปมตฺโตติ กมฺมฏฺฐาเน สตึ อวิชหนฺโต. อาตาปีติ กายิกเจตสิกสงฺขาเตน วีริยาตาเปน อาตาปี. ปหิตตฺโตติ กาเย จ ชีวิเต จ อนเปกฺขตาย เปสิตตฺโต วิสฺสฏฺฐอตฺตภาโว. ยสฺสตฺถายาติ ยสฺส อตฺถาย. กุลปุตฺตาติ อาจารกุลปุตฺตา. สมฺมเทวาติ เหตุนาว การเณเนว. ตทนุตฺตรนฺติ ตํ อนุตฺตรํ. พฺรหฺมจริยปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยปริโยสานภูตํ อรหตฺตผลํ. ตสฺส หิ อตฺถาย กุลปุตฺตา ปพฺพชนฺติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, อปรปฺปจฺจยํ ญตฺวาติ อตฺโถ. อุปสมฺปชฺช วิหาสีติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วิหาสิ. เอวํ วิหรนฺโตว ขีณา ชาติ…เป… อพฺภญฺญาสิ.

เอวมสฺส ปจฺจเวกฺขณภูมึ ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏเนว เทสนํ นิฏฺฐาเปตุํ ‘‘อญฺญตโร โข ปนายสฺมา เสนิโย อรหตํ อโหสี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อญฺญตโรติ เอโก. อรหตนฺติ อรหนฺตานํ, ภควโต สาวกานํ อรหนฺตานํ อพฺภนฺตโร อโหสีติ อยเมวตฺถ อธิปฺปาโย. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

กุกฺกุรวติกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.