๘. อภยราชกุมารสุตฺตวณฺณนา

๘๓. เอวํ เม สุตนฺติ อภยสุตฺตํ. ตตฺถ อภโยติ ตสฺส นามํ. ราชกุมาโรติ พิมฺพิสารสฺส โอรสปุตฺโต. วาทํ อาโรเปหีติ โทสํ อาโรเปหิ. เนรยิโกติ นิรเย นิพฺพตฺตโก. กปฺปฏฺโฐติ กปฺปฏฺฐิติโก. อเตกิจฺโฉติ พุทฺธสหสฺเสนาปิ ติกิจฺฉิตุํ น สกฺกา. อุคฺคิลิตุนฺติ เทฺว อนฺเต โมเจตฺวา กเถตุํ อสกฺโกนฺโต อุคฺคิลิตุํ พหิ นีหริตุํ น สกฺขิติ. โอคิลิตุนฺติ ปุจฺฉาย โทสํ ทตฺวา หาเรตุํ อสกฺโกนฺโต โอคิลิตุํ อนฺโต ปเวเสตุํ น สกฺขิติ.

เอวํ, ภนฺเตติ นิคณฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม มยฺหํ สาวเก ภินฺทิตฺวา คณฺหาติ, หนฺทาหํ เอกํ ปญฺหํ อภิสงฺขโรมิ, ยํ ปุฏฺโฐ สมโณ โคตโม อุกฺกุฏิโก หุตฺวา นิสินฺโน อุฏฺฐาตุํ น สกฺขิสฺสตี’’ติ. โส อภยสฺส เคหา นีหฏภตฺโต สินิทฺธโภชนํ ภุญฺชนฺโต พหู ปเญฺห อภิสงฺขริตฺวา – ‘‘เอตฺถ สมโณ โคตโม อิมํ นาม โทสํ ทสฺเสสฺสติ, เอตฺถ อิมํ นามา’’ติ สพฺเพ ปหาย จาตุมาสมตฺถเก อิมํ ปญฺหํ อทฺทส. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อิมสฺส ปญฺหสฺส ปุจฺฉาย วา วิสฺสชฺชเน วา น สกฺกา โทโส ทาตุํ, โอวฏฺฏิกสาโร อยํ, โก นุ โข อิมํ คเหตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสตี’’ติ. ตโต ‘‘อภโย ราชกุมาโร ปณฺฑิโต, โส สกฺขิสฺสตีติ ตํ อุคฺคณฺหาเปมี’’ติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา อุคฺคณฺหาเปสิ. โส วาทชฺฌาสยตาย ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉนฺโต ‘‘เอวํ, ภนฺเต,’’ติ อาห.

๘๔. อกาโล โข อชฺชาติ อยํ ปโญฺห จตูหิ มาเสหิ อภิสงฺขโต, ตตฺถ อิทํ คเหตฺวา อิทํ วิสฺสชฺชิยมาเน ทิวสภาโค นปฺปโหสฺสตีติ มญฺญนฺโต เอวํ จินฺเตสิ. โส ทานีติ เสฺว ทานิ. อตฺตจตุตฺโถติ กสฺมา พหูหิ สทฺธึ น นิมนฺเตสิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘พหูสุ นิสินฺเนสุ โถกํ ทตฺวา วทนฺตสฺส อญฺญํ สุตฺตํ อญฺญํ การณํ อญฺญํ ตถารูปํ วตฺถุํ อาหริตฺวา ทสฺเสสฺสติ, เอวํ สนฺเต กลโห วา โกลาหลเมว วา ภวิสฺสติ. อถาปิ เอกกํเยว นิมนฺเตสฺสามิ, เอวมฺปิ เม ครหา อุปฺปชฺชิสฺสติ ‘ยาวมจฺฉรี วายํ อภโย, ภควนฺตํ ทิวเส ทิวเส ภิกฺขูนํ สเตนปิ สหสฺเสนปิ สทฺธึ จรนฺตํ ทิสฺวาปิ เอกกํเยว นิมนฺเตสี’’’ติ. ‘‘เอวํ ปน โทโส น ภวิสฺสตี’’ติ อปเรหิ ตีหิ สทฺธึ อตฺตจตุตฺถํ นิมนฺเตสิ.

๘๕. น เขฺวตฺถ, ราชกุมาร, เอกํเสนาติ น โข, ราชกุมาร, เอตฺถ ปเญฺห เอกํเสน วิสฺสชฺชนํ โหติ. เอวรูปญฺหิ วาจํ ตถาคโต ภาเสยฺยาปิ น ภาเสยฺยาปิ. ภาสิตปจฺจเยน อตฺถํ ปสฺสนฺโต ภาเสยฺย, อปสฺสนฺโต น ภาเสยฺยาติ อตฺโถ. อิติ ภควา มหานิคณฺเฐน จตูหิ มาเสหิ อภิสงฺขตํ ปญฺหํ อสนิปาเตน ปพฺพตกูฏํ วิย เอกวจเนเนว สํจุณฺเณสิ. อนสฺสุํ นิคณฺฐาติ นฏฺฐา นิคณฺฐา.

๘๖. องฺเก นิสินฺโน โหตีติ อูรูสุ นิสินฺโน โหติ. เลสวาทิโน หิ วาทํ ปฏฺฐเปนฺตา กิญฺจิเทว ผลํ วา ปุปฺผํ วา โปตฺถกํ วา คเหตฺวา นิสีทนฺติ. เต อตฺตโน ชเย สติ ปรํ อชฺโฌตฺถรนฺติ, ปรสฺส ชเย สติ ผลํ ขาทนฺตา วิย ปุปฺผํ ฆายนฺตา วิย โปตฺถกํ วาเจนฺตา วิย วิกฺเขปํ ทสฺเสนฺติ. อยํ ปน จินฺเตสิ – ‘‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ เอส โอสฏสงฺคาโม ปรวาทมทฺทโน. สเจ เม ชโย ภวิสฺสติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ภวิสฺสติ, ทารกํ วิชฺฌิตฺวา โรทาเปสฺสามิ. ตโต ปสฺสถ, โภ, อยํ ทารโก โรทติ, อุฏฺฐหถ ตาว, ปจฺฉาปิ ชานิสฺสามา’’ติ ตสฺมา ทารกํ คเหตฺวา นิสีทิ. ภควา ปน ราชกุมารโต สหสฺสคุเณนปิ สตสหสฺสคุเณนปิ วาทีวรตโร, ‘‘อิมเมวสฺส ทารกํ อุปมํ กตฺวา วาทํ ภินฺทิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ ราชกุมารา’’ติอาทิมาห.

ตตฺถ มุเข อาหเรยฺยาติ มุเข ฐเปยฺย. อาหเรยฺยสฺสาหนฺติ อปเนยฺยํ อสฺส อหํ. อาทิเกเนวาติ ปฐมปโยเคเนว. อภูตนฺติ อภูตตฺถํ. อตจฺฉนฺติ น ตจฺฉํ. อนตฺถสํหิตนฺติ น อตฺถสํหิตํ น วฑฺฒินิสฺสิตํ. อปฺปิยา อมนาปาติ เนว ปิยา น มนาปา. อิมินา นเยเนว สพฺพตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

ตตฺถ อปฺปิยปกฺเข ปฐมวาจา อโจรํเยว โจโรติ, อทาสํเยว ทาโสติ, อทุปฺปยุตฺตํเยว ทุปฺปยุตฺโตติ ปวตฺตา. น ตํ ตถาคโต ภาสติ. ทุติยวาจา โจรํเยว โจโร อยนฺติอาทิวเสน ปวตฺตา. ตมฺปิ ตถาคโต น ภาสติ. ตติยวาจา ‘‘อิทานิ อกตปุญฺญตาย ทุคฺคโต ทุพฺพณฺโณ อปฺเปสกฺโข, อิธ ฐตฺวาปิ ปุน ปุญฺญํ น กโรสิ, ทุติยจิตฺตวาเร กถํ จตูหิ อปาเยหิ น มุจฺจิสฺสสี’’ติ เอวํ มหาชนสฺส อตฺถปุเรกฺขาเรน ธมฺมปุเรกฺขาเรน อนุสาสนีปุเรกฺขาเรน จ วตฺตพฺพวาจา. ตตฺร กาลญฺญู ตถาคโตติ ตสฺมึ ตติยพฺยากรเณ ตสฺสา วาจาย พฺยากรณตฺถาย ตถาคโต กาลญฺญู โหติ, มหาชนสฺส อาทานกาลํ คหณกาลํ ชานิตฺวาว พฺยากโรตีติ อตฺโถ.

ปิยปกฺเข ปฐมวาจา อฏฺฐานิยกถา นาม. สา เอวํ เวทิตพฺพา – เอวํ กิร คามวาสิมหลฺลกํ นครํ อาคนฺตฺวา ปานาคาเร ปิวนฺตํ วญฺเจตุกามา สมฺพหุลา ธุตฺตา ปีตฏฺฐาเน ฐตฺวา เตน สทฺธึ สุรํ ปิวนฺตา ‘‘อิมสฺส นิวาสนปาวุรณมฺปิ หตฺเถ ภณฺฑกมฺปิ สพฺพํ คณฺหิสฺสามา’’ติ จินฺเตตฺวา กติกํ อกํสุ – ‘‘เอเกกํ อตฺตปจฺจกฺขกถํ กเถม, โย ‘อภูต’นฺติ กเถสิ, กถิตํ วา น สทฺทหติ, ตํ ทาสํ กตฺวา คณฺหิสฺสามา’’ติ. ตมฺปิ มหลฺลกํ ปุจฺฉึสุ ‘‘ตุมฺหากมฺปิ ตาต รุจฺจตี’’ติ. เอวํ โหตุ ตาตาติ.

เอโก ธุตฺโต อาห – มยฺหํ, โภ มาตุ, มยิ กุจฺฉิคเต กปิฏฺฐผลโทหโล อโหสิ. สา อญฺญํ กปิฏฺฐหารกํ อลพฺภมานา มํเยว เปเสสิ. อหํ คนฺตฺวา รุกฺขํ อภิรุหิตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตนาว อตฺตานํ ปาเท คเหตฺวา มุคฺครํ วิย รุกฺขสฺส อุปริ ขิปึ; อถ สาขโต สาขํ วิจรนฺโต ผลานิ คเหตฺวา โอตริตุํ อสกฺโกนฺโต ฆรํ คนฺตฺวา นิสฺเสณึ อาหริตฺวา โอรุยฺห มาตุ สนฺติกํ คนฺตฺวา ผลานิ มาตุยา อทาสึ; ตานิ ปน มหนฺตานิ โหนฺติ จาฏิปฺปมาณานิ. ตโต เม มาตรา เอกาสเน นิสินฺนาย สมสฏฺฐิผลานิ ขาทิตานิ. มยา เอกุจฺฉงฺเคน อานีตผเลสุ เสสกานิ กุลสนฺตเก คาเม ขุทฺทกมหลฺลกานํ อเหสุํ. อมฺหากํ ฆรํ โสฬสหตฺถํ, เสสปริกฺขารภณฺฑกํ อปเนตฺวา กปิฏฺฐผเลเหว ยาว ฉทนํ ปูริตํ. ตโต อติเรกานิ คเหตฺวา เคหทฺวาเร ราสึ อกํสุ. โส อสีติหตฺถุพฺเพโธ ปพฺพโต วิย อโหสิ. กึ อีทิสํ, โภ สกฺกา, สทฺทหิตุนฺติ?

คามิกมหลฺลโก ตุณฺหี นิสีทิตฺวา สพฺเพสํ กถาปริโยสาเน ปุจฺฉิโต อาห – ‘‘เอวํ ภวิสฺสติ ตาตา, มหนฺตํ รฏฺฐํ, รฏฺฐมหนฺตตาย สกฺกา สทฺทหิตุ’’นฺติ. ยถา จ เตน, เอวํ เสเสหิปิ ตถารูปาสุ นิกฺการณกถาสุ กถิตาสุ อาห – มยฺหมฺปิ ตาตา สุณาถ, น ตุมฺหากํเยว กุลานิ, อมฺหากมฺปิ กุลํ มหากุลํ, อมฺหากํ ปน อวเสสเขตฺเตหิ กปฺปาสเขตฺตํ มหนฺตตรํ. ตสฺส อเนกกรีสสตสฺส กปฺปาสเขตฺตสฺส มชฺเฌ เอโก กปฺปาสรุกฺโข มหา อสีติหตฺถุพฺเพโธ อโหสิ. ตสฺส ปญฺจ สาขา, ตาสุ อวเสสสาขา ผลํ น คณฺหึสุ, ปาจีนสาขาย เอกเมว มหาจาฏิมตฺตํ ผลํ อโหสิ. ตสฺส ฉ อํสิโย, ฉสุ อํสีสุ ฉ กปฺปาสปิณฺฑิโย ปุปฺผิตา. อหํ มสฺสุํ กาเรตฺวา นฺหาตวิลิตฺโต เขตฺตํ คนฺตฺวา ตา กปฺปาสปิณฺฑิโย ปุปฺผิตา ทิสฺวา ฐิตโกว หตฺถํ ปสาเรตฺวา คณฺหึ. ตา กปฺปาสปิณฺฑิโย ถามสมฺปนฺนา ฉ ทาสา อเหสุํ. เต สพฺเพ มํ เอกกํ โอหาย ปลาตา. เอตฺตเก อทฺธาเน เต น ปสฺสามิ, อชฺช ทิฏฺฐา, ตุเมฺห เต ฉ ชนา. ตฺวํ นนฺโท นาม, ตฺวํ ปุณฺโณ นาม, ตฺวํ วฑฺฒมาโน นาม, ตฺวํ จิตฺโต นาม ตฺวํ มงฺคโล นาม, ตฺวํ โปฏฺฐิโย นามาติ วตฺวา อุฏฺฐาย นิสินฺนเกเยว จูฬาสุ คเหตฺวา อฏฺฐาสิ. เต ‘‘น มยํ ทาสา’’ติปิ วตฺตุํ นาสกฺขึสุ. อถ เน กฑฺฒนฺโต วินิจฺฉยํ เนตฺวา ลกฺขณํ อาโรเปตฺวา ยาวชีวํ ทาเส กตฺวา ปริภุญฺชิ. เอวรูปึ กถํ ตถาคโต น ภาสติ.

ทุติยวาจา อามิสเหตุจาฏุกมฺยตาทิวเสน นานปฺปการา ปเรสํ โถมนวาจา เจว, โจรกถํ ราชกถนฺติ อาทินยปฺปวตฺตา ติรจฺฉานกถา จ. ตมฺปิ ตถาคโต น ภาสติ. ตติยวาจา อริยสจฺจสนฺนิสฺสิตกถา, ยํ วสฺสสตมฺปิ สุณนฺตา ปณฺฑิตา เนว ติตฺตึ คจฺฉนฺติ. อิติ ตถาคโต เนว สพฺพมฺปิ อปฺปิยวาจํ ภาสติ น ปิยวาจํ. ตติยํ ตติยเมว ปน ภาสิตพฺพกาลํ อนติกฺกมิตฺวา ภาสติ. ตตฺถ ตติยํ อปฺปิยวาจํ สนฺธาย เหฏฺฐา ทหรกุมารอุปมา อาคตาติ เวทิตพฺพํ.

๘๗. อุทาหุ ฐานโสเวตนฺติ อุทาหุ ฐานุปฺปตฺติกญาเณน ตงฺขณํเยว ตํ ตถาคตสฺส อุปฏฺฐาตีติ ปุจฺฉติ. สญฺญาโตติ ญาโต ปญฺญาโต ปากโฏ. ธมฺมธาตูติ ธมฺมสภาโว. สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสตํ อธิวจนํ. ตํ ภควตา สุปฺปฏิวิทฺธํ, หตฺถคตํ ภควโต. ตสฺมา โส ยํ ยํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ สพฺพํ ฐานโสว ปฏิภาตีติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. อยํ ปน ธมฺมเทสนา เนยฺยปุคฺคลวเสน ปรินิฏฺฐิตาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อภยราชกุมารสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.