๑. คหปติวคฺโค
๑. กนฺทรกสุตฺตวณฺณนา
๑. เอวํ เม สุตนฺติ กนฺทรกสุตฺตํ. ตตฺถ จมฺปายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺส หิ นครสฺส อารามโปกฺขรณีอาทีสุ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ จมฺปกรุกฺขาว อุสฺสนฺนา อเหสุํ, ตสฺมา จมฺปาติ สงฺขมคมาสิ. คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเรติ ตสฺส จมฺปานครสฺส อวิทูเร คคฺคราย นาม ราชมเหสิยา ขณิตตฺตา คคฺคราติ ลทฺธโวหารา โปกฺขรณี อตฺถิ. ตสฺสา ตีเร สมนฺตโต นีลาทิปญฺจวณฺณกุสุมปฏิมณฺฑิตํ มหนฺตํ จมฺปกวนํ. ตสฺมึ ภควา กุสุมคนฺธสุคนฺเธ จมฺปกวเน วิหรติ. ตํ สนฺธาย ‘‘คคฺคราย โปกฺขรณิยา ตีเร’’ติ วุตฺตํ. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ อทสฺสิตปริจฺเฉเทน มหนฺเตน ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ. เปสฺโสติ ตสฺส นามํ. หตฺถาโรหปุตฺโตติ หตฺถาจริยสฺส ปุตฺโต. กนฺทรโก จ ปริพฺพาชโกติ กนฺทรโกติ เอวํนาโม ฉนฺนปริพฺพาชโก. อภิวาเทตฺวาติ ฉพฺพณฺณานํ ฆนพุทฺธรสฺมีนํ อนฺตรํ ปวิสิตฺวา ปสนฺนลาขารเส นิมุชฺชมาโน วิย, สิงฺคีสุวณฺณวณฺณํ ทุสฺสวรํ ปสาเรตฺวา สสีสํ ปารุปมาโน วิย, วณฺณคนฺธสมฺปนฺนจมฺปกปุปฺผานิ สิรสา สมฺปฏิจฺฉนฺโต วิย, สิเนรุปาทํ อุปคจฺฉนฺโต ปุณฺณจนฺโท วิย ภควโต จกฺกลกฺขณปฏิมณฺฑิเต อลตฺตกวณฺณผุลฺลปทุมสสฺสิริเก ปาเท วนฺทิตฺวาติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ฉนิสชฺชโทสวิรหิเต เอกสฺมึ โอกาเส นิสีทิ.
ตุณฺหีภู ตํ ตุณฺหีภูตนฺติ ยโต ยโต อนุวิโลเกติ, ตโต ตโต ตุณฺหีภูตเมวาติ อตฺโถ. ตตฺถ หิ เอกภิกฺขุสฺสาปิ หตฺถกุกฺกุจฺจํ วา ปาทกุกฺกุจฺจํ วา นตฺถิ, สพฺเพ ภควโต เจว คารเวน อตฺตโน จ สิกฺขิตสิกฺขตาย อญฺญมญฺญํ วิคตสลฺลาปา อนฺตมโส อุกฺกาสิตสทฺทมฺปิ อกโรนฺตา สุนิขาตอินฺทขีลา วิย นิวาตฏฺฐาเน สนฺนิสินฺนํ มหาสมุทฺทอุทกํ วิย กาเยนปิ นิจฺจลา มนสาปิ อวิกฺขิตฺตา รตฺตวลาหกา วิย สิเนรุกูฏํ ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสีทึสุ. ปริพฺพาชกสฺส เอวํ สนฺนิสินฺนํ ปริสํ ทิสฺวา มหนฺตํ ปีติโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ. อุปฺปนฺนํ ปน อนฺโตหทยสฺมึเยว สนฺนิทหิตุํ อสกฺโกนฺโต ปิยสมุทาหารํ สมุฏฺฐาเปสิ. ตสฺมา อจฺฉริยํ โภติอาทิมาห.
ตตฺถ อนฺธสฺส ปพฺพตาโรหนํ วิย นิจฺจํ น โหตีติ อจฺฉริยํ. อยํ ตาว สทฺทนโย. อยํ ปน อฏฺฐกถานโย, อจฺฉราโยคฺคนฺติ อจฺฉริยํ. อจฺฉรํ ปหริตุํ ยุตฺตนฺติ อตฺโถ. อภูตปุพฺพํ ภูตนฺติ อพฺภุตํ. อุภยมฺเปตํ วิมฺหยสฺเสวาธิวจนํ. ตํ ปเนตํ ครหอจฺฉริยํ, ปสํสาอจฺฉริยนฺติ ทุวิธํ โหติ. ตตฺถ อจฺฉริยํ โมคฺคลฺลาน อพฺภุตํ โมคฺคลฺลาน, ยาว พาหาคหณาปิ นาม โส โมฆปุริโส อาคเมสฺสตีติ (จูฬว. ๓๘๓; อ. นิ. ๘.๒๐), อิทํ ครหอจฺฉริยํ นาม. ‘‘อจฺฉริยํ นนฺทมาเต อพฺภุตํ นนฺทมาเต, ยตฺร หิ นาม จิตฺตุปฺปาทมฺปิ ปริโสเธสฺสสีติ (อ. นิ. ๗.๕๓) อิทํ ปสํสาอจฺฉริยํ นาม. อิธาปิ อิทเมว อธิปฺเปตํ’’ อยญฺหิ ตํ ปสํสนฺโต เอวมาห.
ยาวญฺจิทนฺติ เอตฺถ อิทนฺติ นิปาตมตฺตํ. ยาวาติ ปมาณปริจฺเฉโท, ยาว สมฺมา ปฏิปาทิโต, ยตฺตเกน ปมาเณน สมฺมา ปฏิปาทิโต, น สกฺกา ตสฺส วณฺเณ วตฺตุํ, อถ โข อจฺฉริยเมเวตํ อพฺภุตเมเวตนฺติ วุตฺตํ โหติ. เอตปรมํเยวาติ เอวํ สมฺมา ปฏิปาทิโต เอโส ภิกฺขุสงฺโฆ ตสฺสาปิ ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปรโมติ เอตปรโม, ตํ เอตปรมํ ยถา อยํ ปฏิปาทิโต, เอวํ ปฏิปาทิตํ กตฺวา ปฏิปาเทสุํ, น อิโต ภิยฺโยติ อตฺโถ. ทุติยนเย เอวํ ปฏิปาเทสฺสนฺติ, น อิโต ภิยฺโยติ โยเชตพฺพํ. ตตฺถ ปฏิปาทิโตติ อาภิสมาจาริกวตฺตํ อาทึ กตฺวา สมฺมา อปจฺจนีกปฏิปตฺติยํ โยชิโต. อถ กสฺมา อยํ ปริพฺพาชโก อตีตานาคเต พุทฺเธ ทสฺเสติ, กิมสฺส ติยทฺธชานนญาณํ อตฺถีติ. นตฺถิ, นยคฺคาเห ปน ฐตฺวา ‘‘เยนากาเรน อยํ ภิกฺขุสงฺโฆ สนฺนิสินฺโน ทนฺโต วินีโต อุปสนฺโต, อตีตพุทฺธาปิ เอตปรมํเยว กตฺวา ปฏิปชฺชาเปสุํ, อนาคตพุทฺธาปิ ปฏิปชฺชาเปสฺสนฺติ, นตฺถิ อิโต อุตฺตริ ปฏิปาทนา’’ติ มญฺญมาโน อนุพุทฺธิยา เอวมาห.
๒. เอวเมตํ กนฺทรกาติ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควา กิร ตํ สุตฺวา ‘‘กนฺทรก ตฺวํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสนฺโตติ วทสิ, อิมสฺส ปน ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปสนฺตการณํ ตุยฺหํ อปากฏํ, น หิ ตฺวํ สมตึส ปารมิยา ปูเรตฺวา กุสลมูลํ ปริปาเจตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, มยา ปน ปารมิโย ปูเรตฺวา ญาตตฺถจริยํ โลกตฺถจริยํ พุทฺธตฺถจริยญฺจ โกฏึ ปาเปตฺวา โพธิปลฺลงฺเก สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิทฺธํ, มยฺหํ เอเตสํ อุปสนฺตการณํ ปากฏ’’นฺติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ.
สนฺติ หิ กนฺทรกาติ อยมฺปิ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. ภควโต กิร เอตทโหสิ – ‘‘อยํ ปริพฺพาชโก อิมํ ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสนฺโตติ วทติ, อยญฺจ ภิกฺขุสงฺโฆ กปฺเปตฺวา ปกปฺเปตฺวา กุหกภาเวน อิริยาปถํ สณฺฐเปนฺโต จิตฺเตน อนุปสนฺโต น อุปสนฺตาการํ ทสฺเสติ. เอตฺถ ปน ภิกฺขุสงฺเฆ ปฏิปทํ ปูรยมานาปิ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺวา ฐิตภิกฺขูปิ อตฺถิ, ตตฺถ ปฏิปทํ ปูเรตฺวา มตฺถกํ ปตฺตา อตฺตนา ปฏิวิทฺธคุเณเหว อุปสนฺตา, ปฏิปทํ ปูรยมานา อุปริมคฺคสฺส วิปสฺสนาย อุปสนฺตา, อิโต มุตฺตา ปน อวเสสา จตูหิ สติปฏฺฐาเนหิ อุปสนฺตา. ตํ เนสํ อุปสนฺตการณํ ทสฺเสสฺสามี’’ติ ‘‘อิมินา จ อิมินา จ การเณน อยํ ภิกฺขุสงฺโฆ อุปสนฺโต’’ติ ทสฺเสตุํ ‘‘สนฺติ หิ กนฺทรกา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ อรหนฺโต ขีณาสวาติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ มูลปริยายสุตฺตวณฺณนายเมว วุตฺตํ. เสขปฏิปทมฺปิ ตตฺเถว วิตฺถาริตํ. สนฺตตสีลาติ สตตสีลา นิรนฺตรสีลา. สนฺตตวุตฺติโนติ ตสฺเสว เววจนํ, สนฺตตชีวิกา วาติปิ อตฺโถ. ตสฺมึ สนฺตตสีเล ฐตฺวาว ชีวิกํ กปฺเปนฺติ, น ทุสฺสีลฺยํ มรณํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ.
นิปกาติ เนปกฺเกน สมนฺนาคตา ปญฺญวนฺโต. นิปกวุตฺติโนติ ปญฺญาย วุตฺติโน, ปญฺญาย ฐตฺวา ชีวิกํ กปฺเปนฺติ. ยถา เอกจฺโจ สาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ ชีวิตการณา ฉสุ อโคจเรสุ จรติ, เวสิยาโคจโร โหติ, วิธวถุลฺลกุมาริกปณฺฑกปานาคารภิกฺขุนิโคจโร โหติ. สํสฏฺโฐ วิหรติ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน (วิภ. ๕๑๔), เวชฺชกมฺมํ กโรติ, ทูตกมฺมํ กโรติ, ปหิณกมฺมํ กโรติ, คณฺฑํ ผาเลติ, อรุมกฺขนํ เทติ, อุทฺธํวิเรจนํ เทติ, อโธวิเรจนํ เทติ, นตฺถุเตลํ ปจติ, ปิวนเตลํ ปจติ, เวฬุทานํ, ปตฺตทานํ, ปุปฺผทานํ, ผลทานํ, สินานทานํ, ทนฺตกฏฺฐทานํ, มุโขทกทานํ, จุณฺณมตฺติกทานํ เทติ, จาฏุกมฺยํ กโรติ, มุคฺคสูปิยํ, ปาริภฏุํ, ชงฺฆเปสนิยํ กโรตีติ เอกวีสติวิธาย อเนสนาย ชีวิกํ กปฺเปนฺโต อนิปกวุตฺติ นาม โหติ, น ปญฺญาย ฐตฺวา ชีวิกํ กปฺเปติ, ตโต กาลกิริยํ กตฺวา สมณยกฺโข นาม หุตฺวา ‘‘ตสฺส สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา โหติ สมฺปชฺชลิตา’’ติ วุตฺตนเยน มหาทุกฺขํ อนุโภติ. เอวํวิธา อหุตฺวา ชีวิตเหตุปิ สิกฺขาปทํ อนติกฺกมนฺโต จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐาย ยถาพลํ พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา รถวินีตปฏิปทํ, มหาโคสิงฺคปฏิปทํ, มหาสุญฺญตปฏิปทํ, อนงฺคณปฏิปทํ, ธมฺมทายาทปฏิปทํ, นาลกปฏิปทํ, ตุวฏฺฏกปฏิปทํ, จนฺโทปมปฏิปทนฺติ อิมานิ อริยปฏิปทานิ ปูเรนฺโต จตุปจฺจย-สนฺโตส-ภาวนาราม-อริยวํสปฏิปตฺติยํ กายสกฺขิโน หุตฺวา อนีกา นิกฺขนฺตหตฺถี วิย ยูถา วิสฺสฏฺฐสีโห วิย นิปจฺฉาพนฺธมหานาวา วิย จ คมนาทีสุ เอกวิหาริโน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา อชฺชอชฺเชว อรหตฺตนฺติ ปวตฺตอุสฺสาหา วิหรนฺตีติ อตฺโถ.
สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตาติ จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ สุฏฺฐปิตจิตฺตา หุตฺวา. เสสา สติปฏฺฐานกถา เหฏฺฐา วิตฺถาริตาว. อิธ ปน โลกิยโลกุตฺตรมิสฺสกา สติปฏฺฐานา กถิตา, เอตฺตเกน ภิกฺขุสงฺฆสฺส อุปสนฺตการณํ กถิตํ โหติ.
๓. ยาว สุปญฺญตฺตาติ ยาว สุฏฺฐปิตา สุเทสิตา. มยมฺปิ หิ, ภนฺเตติ อิมินา เอส อตฺตโน การกภาวํ ทสฺเสติ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ อุกฺขิปติ. อยเญฺหตฺถ อธิปฺปาโย, มยมฺปิ หิ, ภนฺเต, คิหิ…เป… สุปฺปติฏฺฐิตจิตฺตา วิหราม, ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปน อยเมว กสิ จ พีชญฺจ ยุคนงฺคลญฺจ ผาลปาจนญฺจ, ตสฺมา ภิกฺขุสงฺโฆ สพฺพกาลํ สติปฏฺฐานปรายโณ, มยํ ปน กาเลน กาลํ โอกาสํ ลภิตฺวา เอตํ มนสิการํ กโรม, มยมฺปิ การกา, น สพฺพโส วิสฺสฏฺฐกมฺมฏฺฐานาเยวาติ. มนุสฺสคหเนติ มนุสฺสานํ อชฺฌาสยคหเนน คหนตา, อชฺฌาสยสฺสาปิ เนสํ กิเลสคหเนน คหนตา เวทิตพฺพา. กสฏสาเฐยฺเยสุปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อปริสุทฺธฏฺเฐน กสฏตา, เกราฏิยฏฺเฐน สาเฐยฺยตา เวทิตพฺพา. สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานาตีติ เอวํ คหนกสฏเกราฏิยานํ มนุสฺสานํ หิตาหิตปฏิปทํ ยาว สุฏฺฐุ ภควา ชานาติ. ยทิทํ ปสโวติ เอตฺถ สพฺพาปิ จตุปฺปทชาติ ปสโวติ อธิปฺเปตา. ปโหมีติ สกฺโกมิ. ยาวตเกน อนฺตเรนาติ ยตฺตเกน ขเณน. จมฺปํ คตาคตํ กริสฺสตีติ อสฺสมณฺฑลโต ยาว จมฺปานครทฺวารา คมนญฺจ อาคมนญฺจ กริสฺสติ. สาเฐยฺยานีติ สฐตฺตานิ. กูเฏยฺยานีติ กูฏตฺตานิ. วงฺเกยฺยานีติ วงฺกตฺตานิ. ชิเมฺหยฺยานีติ ชิมฺหตฺตานิ. ปาตุกริสฺสตีติ ปกาเสสฺสติ ทสฺเสสฺสติ. น หิ สกฺกา เตน ตานิ เอตฺตเกน อนฺตเรน ทสฺเสตุํ.
ตตฺถ ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน ฐาตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา ฐสฺสามีติ น โหติ, ตสฺมึ ฐาตุกามฏฺฐาเนเยว นิขาตตฺถมฺโภ วิย จตฺตาโร ปาเท นิจฺจเล กตฺวา ติฏฺฐติ, อยํ สโฐ นาม. ยสฺส ปน กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน อวจฺฉินฺทิตฺวา ขนฺธคตํ ปาเตตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา ปาเตสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว อวจฺฉินฺทิตฺวา ปาเตติ, อยํ กูโฏ นาม. ยสฺส กิสฺมิญฺจิเทว ฐาเน มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหิตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว มคฺคา อุกฺกมฺม นิวตฺติตฺวา ปฏิมคฺคํ อาโรหติ, อยํ วงฺโก นาม. ยสฺส ปน กาเลน วามโต กาเลน ทกฺขิณโต กาเลน อุชุมคฺเคเนว คนฺตุกามสฺส สโต ยํ ฐานํ มนุสฺสานํ สปฺปฏิภยํ, ปุรโต คนฺตฺวา วญฺเจตฺวา เอวํ กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว กาเลน วามโต กาเลน ทกฺขิณโต กาเลน อุชุมคฺคํ คจฺฉติ, ตถา ลณฺฑํ วา ปสฺสาวํ วา วิสฺสชฺเชตุกามสฺส สโต อิทํ ฐานํ สุสมฺมฏฺฐํ อากิณฺณมนุสฺสํ รมณียํ, อิมสฺมึ ฐาเน เอวรูปํ กาตุํ น ยุตฺตํ, ปุรโต คนฺตฺวา ปฏิจฺฉนฺนฐาเน กริสฺสามีติ น โหติ, ตตฺเถว กโรติ, อยํ ชิโมฺห นาม. อิติ อิมํ จตุพฺพิธมฺปิ กิริยํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สพฺพานิ ตานิ สาเฐยฺยานิ กูเฏยฺยานิ วงฺเกยฺยานิ ชิเมฺหยฺยานิ ปาตุกริสฺสตีติ เอวํ กโรนฺตาปิ เต สฐาทโย ตานิ สาเฐยฺยาทีนิ ปาตุกโรนฺติ นาม.
เอวํ ปสูนํ อุตฺตานภาวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ มนุสฺสานํ คหนภาวํ ทสฺเสนฺโต อมฺหากํ ปน, ภนฺเตติอาทิมาห. ตตฺถ ทาสาติ อนฺโตชาตกา วา ธนกฺกีตา วา กรมรานีตา วา สยํ วา ทาสพฺยํ อุปคตา. เปสฺสาติ เปสนการกา. กมฺมกราติ ภตฺตเวตนภตา. อญฺญถาว กาเยนาติ อญฺเญเนวากาเรน กาเยน สมุทาจรนฺติ, อญฺเญเนวากาเรน วาจาย, อญฺเญน จ เนสํ อากาเรน จิตฺตํ ฐิตํ โหตีติ ทสฺเสติ. ตตฺถ เย สมฺมุขา สามิเก ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺติ, หตฺถโต ภณฺฑกํ คณฺหนฺติ, อิมํ วิสฺสชฺเชตฺวา อิมํ คณฺหนฺตา เสสานิปิ อาสน-ปญฺญาปน-ตาลวณฺฏพีชน-ปาทโธวนาทีนิ สพฺพานิ กิจฺจานิ กโรนฺติ, ปรมฺมุขกาเล ปน เตลมฺปิ อุตฺตรนฺตํ น โอโลเกนฺติ, สตคฺฆนเกปิ สหสฺสคฺฆนเกปิ กมฺเม ปริหายนฺเต นิวตฺติตฺวา โอโลเกตุมฺปิ น อิจฺฉนฺติ, อิเม อญฺญถา กาเยน สมุทาจรนฺติ นาม. เย ปน สมฺมุขา ‘‘อมฺหากํ สามิ อมฺหากํ อยฺโย’’ติอาทีนิ วตฺวา ปสํสนฺติ, ปรมฺมุขา อวตฺตพฺพํ นาม นตฺถิ, ยํ อิจฺฉนฺติ, ตํ วทนฺติ, อิเม อญฺญถา วาจาย สมุทาจรนฺติ นาม.
๔. จตฺตาโรเม เปสฺสปุคฺคลาติ อยมฺปิ ปาฏิเอกฺโก อนุสนฺธิ. อยญฺหิ เปสฺโส ‘‘ยาวญฺจิทํ, ภนฺเต, ภควา เอวํ มนุสฺสคหเณ เอวํ มนุสฺสกสเฏ เอวํ มนุสฺสสาเฐยฺเย วตฺตมาเน สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานาตี’’ติ อาห. ปุริเม จ ตโย ปุคฺคลา อหิตปฏิปทํ ปฏิปนฺนา, อุปริ จตุตฺโถ หิตปฏิปทํ, เอวมหํ สตฺตานํ หิตาหิตํ ชานามีติ ทสฺเสตุํ อิมํ เทสนํ อารภิ. เหฏฺฐา กนฺทรกสฺส กถาย สทฺธึ โยเชตุมฺปิ วฏฺฏติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยาวญฺจิทํ โภตา โคตเมน สมฺมา ภิกฺขุสงฺโฆ ปฏิปาทิโต’’ติ. อถสฺส ภควา ‘‘ปุริเม ตโย ปุคฺคเล ปหาย อุปริ จตุตฺถปุคฺคลสฺส หิตปฏิปตฺติยํเยว ปฏิปาเทมี’’ติ ทสฺเสนฺโตปิ อิมํ เทสนํ อารภิ. สนฺโตติ อิทํ สํวิชฺชมานาติ ปทสฺเสว เววจนํ. ‘‘สนฺตา โหนฺติ สมิตา วูปสนฺตา’’ติ (วิภ. ๕๔๒) เอตฺถ หิ นิรุทฺธา สนฺตาติ วุตฺตา. ‘‘สนฺตา เอเต วิหารา อริยสฺส วินเย วุจฺจนฺตี’’ติ เอตฺถ (ม. นิ. ๑.๘๒) นิพฺพุตา. ‘‘สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺตี’’ติ เอตฺถ (ชา. ๒.๒๑.๔๑๓) ปณฺฑิตา. อิธ ปน วิชฺชมานา อุปลพฺภมานาติ อตฺโถ.
อตฺตนฺตปาทีสุ อตฺตานํ ตปติ ทุกฺขาเปตีติ อตฺตนฺตโป. อตฺตโน ปริตาปนานุโยคํ อตฺตปริตาปนานุโยคํ. ปรํ ตปติ ทุกฺขาเปตีติ ปรนฺตโป. ปเรสํ ปริตาปนานุโยคํ ปรปริตาปนานุโยคํ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. นิจฺฉาโตติ ฉาตํ วุจฺจติ ตณฺหา, สา อสฺส นตฺถีติ นิจฺฉาโต. สพฺพกิเลสานํ นิพฺพุตตฺตา นิพฺพุโต. อนฺโต ตาปนกิเลสานํ อภาวา สีตโล ชาโตติ สีติภูโต. ฌานมคฺคผลนิพฺพานสุขานิ ปฏิสํเวเทตีติ สุขปฏิสํเวที. พฺรหฺมภูเตน อตฺตนาติ เสฏฺฐภูเตน อตฺตนา. จิตฺตํ อาราเธตีติ จิตฺตํ สมฺปาเทติ, ปริปูเรติ คณฺหาติ ปสาเทตีติ อตฺโถ.
๕. ทุกฺขปฏิกฺกูลนฺติ ทุกฺขสฺส ปฏิกูลํ, ปจฺจนีกสณฺฐิตํ ทุกฺขํ อปตฺถยมานนฺติ อตฺโถ.
๖. ปณฺฑิโตติ อิธ จตูหิ การเณหิ ปณฺฑิโตติ น วตฺตพฺโพ, สติปฏฺฐาเนสุ ปน กมฺมํ กโรตีติ ปณฺฑิโตติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. มหาปญฺโญติ อิทมฺปิ มหนฺเต อตฺเถ ปริคฺคณฺหาตีติอาทินา มหาปญฺญลกฺขเณน น วตฺตพฺพํ, สติปฏฺฐานปริคฺคาหิกาย ปน ปญฺญาย สมนฺนาคตตฺตา มหาปญฺโญติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต อคมิสฺสาติ มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต หุตฺวา คโต ภเวยฺย, โสตาปตฺติผลํ ปาปุเณยฺยาติ อตฺโถ. กึ ปน เยสํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย อตฺถิ, พุทฺธานํ สมฺมุขีภาเว ฐิเตปิ เตสํ อนฺตราโย โหตีติ. อาม โหติ, น ปน พุทฺเธ ปฏิจฺจ, อถ โข กิริยปริหานิยา วา ปาปมิตฺตตาย วา โหติ. ตตฺถ กิริยปริหานิยา โหติ นาม – สเจ หิ ธมฺมเสนาปติ ธนญฺชานิสฺส พฺราหฺมณสฺส อาสยํ ญตฺวา ธมฺมํ อเทสยิสฺสา, โส พฺราหฺมโณ โสตาปนฺโน อภวิสฺสา, เอวํ ตาว กิริยปริหานิยา โหติ. ปาปมิตฺตตาย โหติ นาม – สเจ หิ อชาตสตฺตุ เทวทตฺตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมํ นากริสฺสา, สามญฺญผลสุตฺตกถิตทิวเสว โสตาปนฺโน อภวิสฺสา, ตสฺส วจนํ คเหตฺวา ปิตุฆาตกมฺมสฺส กตตฺตา ปน น โหติ, เอวํ ปาปมิตฺตตาย โหติ. อิมสฺสาปิ อุปาสกสฺส กิริยปริหานิ ชาตา, อปรินิฏฺฐิตาย เทสนาย อุฏฺฐหิตฺวา ปกฺกนฺโต. อปิจ, ภิกฺขเว, เอตฺตาวตาปิ เปสฺโสหตฺถาโรหปุตฺโต มหตา อตฺเถน สํยุตฺโตติ กตเรน มหนฺเตน อตฺเถน? ทฺวีหิ อานิสํเสหิ. โส กิร อุปาสโก สงฺเฆ จ ปสาทํ ปฏิลภิ, สติปฏฺฐานปริคฺคหณตฺถาย จสฺส อภินโว นโย อุทปาทิ. เตน วุตฺตํ ‘‘มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต’’ติ. กนฺทรโก ปน สงฺเฆ ปสาทเมว ปฏิลภิ. เอตสฺส ภควา กาโลติ เอตสฺส ธมฺมกฺขานสฺส, จตุนฺนํ วา ปุคฺคลานํ วิภชนสฺส กาโล.
๘. โอรพฺภิกาทีสุ อุรพฺภา วุจฺจนฺติ เอฬกา, อุรพฺเภ หนตีติ โอรพฺภิโก. สูกริกาทีสุปิ เอเสว นโย. ลุทฺโทติ ทารุโณ กกฺขโฬ. มจฺฉฆาตโกติ มจฺฉพนฺธเกวฏฺโฏ. พนฺธนาคาริโกติ พนฺธนาคารโคปโก. กุรุรกมฺมนฺตาติ ทารุณกมฺมนฺตา.
๙. มุทฺธาวสิตฺโตติ ขตฺติยาภิเสเกน มุทฺธนิ อภิสิตฺโต. ปุรตฺถิเมน นครสฺสาติ นครโต ปุรตฺถิมทิสาย. สนฺถาคารนฺติ ยญฺญสาลํ. ขราชินํ นิวาเสตฺวาติ สขุรํ อชินจมฺมํ นิวาเสตฺวา. สปฺปิเตเลนาติ สปฺปินา จ เตเลน จ. ฐเปตฺวา หิ สปฺปึ อวเสโส โย โกจิ เสฺนโห เตลนฺติ วุจฺจติ. กณฺฑูวมาโนติ นขานํ ฉินฺนตฺตา กณฺฑูวิตพฺพกาเล เตน กณฺฑูวมาโน. อนนฺตรหิตายาติ อสนฺถตาย. สรูปวจฺฉายาติ สทิสวจฺฉาย. สเจ คาวี เสตา โหติ, วจฺโฉปิ เสตโกว. สเจ คาวี กพรา วา รตฺตา วา, วจฺโฉปิ ตาทิโส วาติ เอวํ สรูปวจฺฉาย. โส เอวมาหาติ โส ราชา เอวํ วเทติ. วจฺฉตราติ ตรุณวจฺฉกภาวํ อติกฺกนฺตา พลววจฺฉา. วจฺฉตรีสุปิ เอเสว นโย. พริหิสตฺถายาติ ปริกฺเขปกรณตฺถาย เจว ยญฺญภูมิยํ อตฺถรณตฺถาย จ. เสสํ เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถาริตตฺตา อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
กนฺทรกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา
๑๗. เอวํ เม สุตนฺติ อฏฺฐกนาครสุตฺตํ. ตตฺถ เพลุวคามเกติ เวสาลิยา ทกฺขิณปสฺเส อวิทูเร เพลุวคามโก นาม อตฺถิ, ตํ โคจรคามํ กตฺวาติ อตฺโถ. ทสโมติ โส หิ ชาติโคตฺตวเสน เจว สารปฺปตฺตกุลคณนาย จ ทสเม ฐาเน คณียติ, เตนสฺส ทสโมเตฺวว นามํ ชาตํ. อฏฺฐกนาคโรติ อฏฺฐกนครวาสี. กุกฺกุฏาราโมติ กุกฺกุฏเสฏฺฐินา การิโต อาราโม.
๑๘. เตน ภควตา…เป… อกฺขาโตติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ, โย โส ภควา สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, เตน ภควตา, เตสํ เตสํ สตฺตานํ อาสยานุสยํ ชานตา, หตฺถตเล ฐปิตอามลกํ วิย สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา. อปิจ ปุพฺเพนิวาสาทีหิ ชานตา, ทิพฺเพน จกฺขุนา ปสฺสตา, ตีหิ วิชฺชาหิ ฉหิ วา ปน อภิญฺญาหิ ชานตา, สพฺพตฺถ อปฺปฏิหเตน สมนฺตจกฺขุนา ปสฺสตา, สพฺพธมฺมชานนสมตฺถาย ปญฺญาย ชานตา, สพฺพสตฺตานํ จกฺขุวิสยาตีตานิ ติโรกุฏฺฏาทิคตานิปิ รูปานิ อติวิสุทฺเธน มํสจกฺขุนา ปสฺสตา, อตฺตหิตสาธิกาย สมาธิปทฏฺฐานาย ปฏิเวธปญฺญาย ชานตา, ปรหิตสาธิกาย กรุณาปทฏฺฐานาย เทสนาปญฺญาย ปสฺสตา, อรีนํ หตตฺตา ปจฺจยาทีนญฺจ อรหตฺตา อรหตา, สมฺมา สามญฺจ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อนฺตรายิกธมฺเม วา ชานตา, นิยฺยานิกธมฺเม ปสฺสตา, กิเลสารีนํ หตตฺตา อรหตา, สามํ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ จตุเวสารชฺชวเสน จตูหิ การเณหิ โถมิเตน. อตฺถิ นุ โข เอโก ธมฺโม อกฺขาโตติ.
๑๙. อภิสงฺขตนฺติ กตํ อุปฺปาทิตํ. อภิสญฺเจตยิตนฺติ เจตยิตํ ปกปฺปิตํ. โส ตตฺถ ฐิโตติ โส ตสฺมึ สมถวิปสฺสนาธมฺเม ฐิโต. ธมฺมราเคน ธมฺมนนฺทิยาติ ปททฺวเยหิ สมถวิปสฺสนาสุ ฉนฺทราโค วุตฺโต. สมถวิปสฺสนาสุ หิ สพฺเพน สพฺพํ ฉนฺทราคํ ปริยาทิยิตุํ สกฺโกนฺโต อรหา โหติ, อสกฺโกนฺโต อนาคามี โหติ. โส สมถวิปสฺสนาสุ ฉนฺทราคสฺส อปฺปหีนตฺตา จตุตฺถชฺฌานเจตนาย สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺตติ, อยํ อาจริยานํ สมานกถา.
วิตณฺฑวาที ปนาห ‘‘เตเนว ธมฺมราเคนาติ วจนโต อกุสเลน สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺตตี’’ติ โส ‘‘สุตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺโพ, อทฺธา อญฺญํ อปสฺสนฺโต อิทเมว อาหริสฺสติ, ตโต วตฺตพฺโพ ‘‘กึ ปนิทํ สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ นีตตฺถ’’นฺติ, อทฺธา นีตตฺถนฺติ วกฺขติ. ตโต วตฺตพฺโพ – เอวํ สนฺเต อนาคามิผลตฺถิเกน สมถวิปสฺสนาสุ ฉนฺทราโค กตฺตพฺโพ ภวิสฺสติ, ฉนฺทราเค อุปฺปาทิเต อนาคามิผลํ ปฏิวิทฺธํ ภวิสฺสติ ‘‘มา สุตฺตํ เม ลทฺธ’’นฺติ ยํ วา ตํ วา ทีเปหิ. ปญฺหํ กเถนฺเตน หิ อาจริยสฺส สนฺติเก อุคฺคเหตฺวา อตฺถรสํ ปฏิวิชฺฌิตฺวา กเถตุํ วฏฺฏติ, อกุสเลน หิ สคฺเค, กุสเลน วา อปาเย ปฏิสนฺธิ นาม นตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา –
‘‘น, ภิกฺขเว, โลภเชน กมฺเมน โทสเชน กมฺเมน โมหเชน กมฺเมน เทวา ปญฺญายนฺติ, มนุสฺสา ปญฺญายนฺติ, ยา วา ปนญฺญาปิ กาจิ สุคติโย, อถ โข, ภิกฺขเว, โลภเชน กมฺเมน โทสเชน กมฺเมน โมหเชน กมฺเมน นิรโย ปญฺญายติ, ติรจฺฉานโยนิ ปญฺญายติ, เปตฺติวิสโย ปญฺญายติ, ยา วา ปนญฺญาปิ กาจิ ทุคฺคติโย’’ติ –
เอวํ ปญฺญาเปตพฺโพ. สเจ สญฺชานาติ สญฺชานาตุ, โน เจ สญฺชานาติ, ‘‘คจฺฉ ปาโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ ปิวาหี’’ติ อุยฺโยเชตพฺโพ.
ยถา จ ปน อิมสฺมึ สุตฺเต, เอวํ มหามาลุโกฺยวาเทปิ มหาสติปฏฺฐาเนปิ กายคตาสติสุตฺเตปิ สมถวิปสฺสนา กถิตา. ตตฺถ อิมสฺมึ สุตฺเต สมถวเสน คจฺฉโตปิ วิปสฺสนาวเสน คจฺฉโตปิ สมถธุรเมว ธุรํ, มหามาลุโกฺยวาเท วิปสฺสนาว ธุรํ, มหาสติปฏฺฐานํ ปน วิปสฺสนุตฺตรํ นาม กถิตํ, กายคตาสติสุตฺตํ สมถุตฺตรนฺติ.
อยํ โข คหปติ…เป… เอกธมฺโม อกฺขาโตติ เอกธมฺมํ ปุจฺฉิเตน อยมฺปิ เอกธมฺโมติ เอวํ ปุจฺฉาวเสน กถิตตฺตา เอกาทสปิ ธมฺมา เอกธมฺโม นาม ชาโต. มหาสกุลุทายิสุตฺตสฺมิญฺหิ เอกูนวีสติ ปพฺพานิ ปฏิปทาวเสน เอกธมฺโม นาม ชาตานิ, อิธ เอกาทสปุจฺฉาวเสน เอกธมฺโมติ อาคตานิ. อมตุปฺปตฺติยตฺเถน วา สพฺพานิปิ เอกธมฺโมติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๒๑. นิธิมุขํ คเวสนฺโตติ นิธึ ปริเยสนฺโต. สกิเทวาติ เอกปโยเคน. กถํ ปน เอกปโยเคเนว เอกาทสนฺนํ นิธีนํ อธิคโม โหตีติ. อิเธกจฺโจ อรญฺเญ นิธึ คเวสมาโน จรติ, ตเมนํ อญฺญตโร อตฺถจรโก ทิสฺวา ‘‘กึ โภ จรสี’’ติ ปุจฺฉติ. โส ‘‘ชีวิตวุตฺตึ ปริเยสามี’’ติ อาห. อิตโร ‘‘เตน หิ สมฺม อาคจฺฉ, เอตํ ปาสาณํ ปวตฺเตหี’’ติ อาห. โส ตํ ปวตฺเตตฺวา อุปรูปริ ฐปิตา วา กุจฺฉิยา กุจฺฉึ อาหจฺจ ฐิตา วา เอกาทส กุมฺภิโย ปสฺเสยฺย, เอวํ เอกปโยเคน เอกาทสนฺนํ นิธีนํ อธิคโม โหติ.
อาจริยธนํ ปริเยสิสฺสนฺตีติ อญฺญติตฺถิยา หิ ยสฺส สนฺติเก สิปฺปํ อุคฺคณฺหนฺติ, ตสฺส สิปฺปุคฺคหณโต ปุเร วา ปจฺฉา วา อนฺตรนฺตเร วา เคหโต นีหริตฺวา ธนํ เทนฺติ. เยสํ เคเห นตฺถิ, เต ญาติสภาคโต ปริเยสนฺติ, ตถา อลภมานา ภิกฺขมฺปิ จริตฺวา เทนฺติเยว. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
กิมงฺคํ ปนาหนฺติ พาหิรกา ตาว อนิยฺยานิเกปิ สาสเน สิปฺปมตฺตทายกสฺส ธนํ ปริเยสนฺติ; อหํ ปน เอวํวิเธ นิยฺยานิกสาสเน เอกาทสวิธํ อมตุปฺปตฺติปฏิปทํ เทเสนฺตสฺส อาจริยสฺส ปูชํ กึ น กริสฺสามิ, กริสฺสามิเยวาติ วทติ. ปจฺเจกทุสฺสยุเคน อจฺฉาเทสีติ เอกเมกสฺส ภิกฺขุโน เอเกกํ ทุสฺสยุคมทาสีติ อตฺโถ. สมุทาจารวจนํ ปเนตฺถ เอวรูปํ โหติ, ตสฺมา อจฺฉาเทสีติ วุตฺตํ. ปญฺจสตวิหารนฺติ ปญฺจสตคฺฆนิกํ ปณฺณสาลํ กาเรสีติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อฏฺฐกนาครสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. เสขสุตฺตวณฺณนา
๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ เสขสุตฺตํ. ตตฺถ นวํ สนฺถาคารนฺติ อธุนา การิตํ สนฺถาคารํ, เอกา มหาสาลาติ อตฺโถ. อุยฺโยคกาลาทีสุ หิ ราชาโน ตตฺถ ฐตฺวา ‘‘เอตฺตกา ปุรโต คจฺฉนฺตุ, เอตฺตกา ปจฺฉา, เอตฺตกา อุโภหิ ปสฺเสหิ, เอตฺตกา หตฺถีสุ อภิรุหนฺตุ, เอตฺตกา อสฺเสสุ, เอตฺตกา รเถสุ ติฏฺฐนฺตู’’ติ เอวํ สนฺถํ กโรนฺติ, มริยาทํ พนฺธนฺติ, ตสฺมา ตํ ฐานํ สนฺถาคารนฺติ วุจฺจติ. อุยฺโยคฏฺฐานโต จ อาคนฺตฺวา ยาว เคเหสุ อลฺลโคมยปริภณฺฑาทีนิ กโรนฺติ, ตาว เทฺว ตีณิ ทิวสานิ เต ราชาโน ตตฺถ สนฺถมฺภนฺตีติปิ สนฺถาคารํ. เตสํ ราชูนํ สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติปิ สนฺถาคารํ คณราชาโน หิ เต, ตสฺมา อุปฺปนฺนกิจฺจํ เอกสฺส วเสน น ฉิชฺชติ, สพฺเพสํ ฉนฺโท ลทฺธุํ วฏฺฏติ, ตสฺมา สพฺเพ ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา อนุสาสนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สห อตฺถานุสาสนํ อคารนฺติปิ สนฺถาคาร’’นฺติ. ยสฺมา ปเนเต ตตฺถ สนฺนิปติตฺวา ‘‘อิมสฺมึ กาเล กสิตุํ วฏฺฏติ, อิมสฺมึ กาเล วปิตุ’’นฺติ เอวมาทินา นเยน ฆราวาสกิจฺจานิ สมฺมนฺตยนฺติ, ตสฺมา ฉิทฺทาวฉิทฺทํ ฆราวาสํ ตตฺถ สนฺถรนฺตีติปิ สนฺถาคารํ. อจิรการิตํ โหตีติ กฏฺฐกมฺม-สิลากมฺม-จิตฺตกมฺมาทิวเสน สุสชฺชิตํ เทววิมานํ วิย อธุนา นิฏฺฐาปิตํ. สมเณน วาติ เอตฺถ ยสฺมา ฆรวตฺถุปริคฺคหกาเลเยว เทวตา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ คณฺหนฺติ, ตสฺมา ‘‘เทเวน วา’’ติ อวตฺวา ‘‘สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เกนจิ วา มนุสฺสภูเตนา’’ติ วุตฺตํ.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สนฺถาคารํ นิฏฺฐิตนฺติ สุตฺวา ‘‘คจฺฉาม, นํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐกโต ปฏฺฐาย สพฺพํ โอโลเกตฺวา ‘‘อิทํ สนฺถาคารํ เทววิมานสทิสํ อติวิย มโนรมํ สสฺสิริกํ เกน ปฐมํ ปริภุตฺตํ อมฺหากํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย อสฺสา’’ติ จินฺเตตฺวา ‘‘อมฺหากํ ญาติเสฏฺฐสฺส ปฐมํ ทิยฺยมาเนปิ สตฺถุโนว อนุจฺฉวิกํ, ทกฺขิเณยฺยวเสน ทิยฺยมาเนปิ สตฺถุโนว อนุจฺฉวิกํ, ตสฺมา ปฐมํ สตฺถารํ ปริภุญฺชาเปสฺสาม, ภิกฺขุสงฺฆสฺส อาคมนํ กริสฺสาม, ภิกฺขุสงฺเฆ อาคเต เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อาคตเมว ภวิสฺสติ, สตฺถารํ ติยามรตฺตึ อมฺหากํ ธมฺมกถํ กถาเปสฺสาม, อิติ ตีหิ รตเนหิ ปริภุตฺตํ มยํ ปจฺฉา ปริภุญฺชิสฺสาม, เอวํ โน ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา อุปสงฺกมึสุ.
เยน สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมึสูติ ตํ ทิวสํ กิร สนฺถาคารํ กิญฺจาปิ ราชกุลานํ ทสฺสนตฺถาย เทววิมานํ วิย สุสชฺชิตํ โหติ สุปฏิชคฺคิตํ, พุทฺธารหํ ปน กตฺวา อปฺปญฺญตฺตํ. พุทฺธา หิ นาม อรญฺญชฺฌาสยา อรญฺญารามา อนฺโตคาเม วเสยฺยุํ วา โน วา, ตสฺมา ภควโต มนํ ชานิตฺวาว ปญฺญาเปสฺสามาติ จินฺเตตฺวา เต ภควนฺตํ อุปสงฺกมึสุ. อิทานิ ปน มนํ ลภิตฺวา ปญฺญาเปตุกามา เยน สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมึสุ.
สพฺพสนฺถรึ สนฺถาคารํ สนฺถริตฺวาติ ยถา สพฺพเมว สนฺถตํ โหติ, เอวํ ตํ สนฺถราเปตฺวา. สพฺพปฐมํ ตาว ‘‘โคมยํ นาม สพฺพมงฺคเลสุ วฏฺฏตี’’ติ สุธาปริกมฺมกตมฺปิ ภูมึ อลฺลโคมเยน โอปุญฺฉาเปตฺวา ปริสุกฺขภาวํ ญตฺวา ยถา อกฺกนฺตฏฺฐาเน ปทํ น ปญฺญายติ, เอวํ จตุชฺชาติยคนฺเธหิ ลิมฺปาเปตฺวา อุปริ นานาวณฺเณ กฏสารเก สนฺถริตฺวา เตสํ อุปริ มหาปิฏฺฐิกโกชวเก อาทึ กตฺวา หตฺถตฺถรก-อสฺสตฺถรก-สีหตฺถรก-พฺยคฺฆตฺถรก-จนฺทตฺถรก-สูริยตฺถรก-จิตฺตตฺถรกาทีหิ นานาวณฺเณหิ อตฺถรเณหิ สนฺถริตพฺพกยุตฺตํ สพฺโพกาสํ สนฺถราเปสุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สพฺพสนฺถรึ สนฺถาคารํ สนฺถริตฺวา’’ติ.
อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวาติ มชฺฌฏฺฐาเน ตาว มงฺคลตฺถมฺภํ นิสฺสาย มหารหํ พุทฺธาสนํ ปญฺญาเปตฺวา ตตฺถ ยํ ยํ มุทุกญฺจ มโนรมญฺจ ปจฺจตฺถรณํ, ตํ ตํ ปจฺจตฺถริตฺวา ภควโต โลหิตกํ มนุญฺญทสฺสนํ อุปธานํ อุปทหิตฺวา อุปริ สุวณฺณรชตตารกวิจิตฺตํ วิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธทามปุปฺผทามปตฺตทามาทีหิ ปจฺจตฺถรเณหิ อลงฺกริตฺวา สมนฺตา ทฺวาทสหตฺถฏฺฐาเน ปุปฺผชาลํ กริตฺวา ตึสหตฺถมตฺตํ ฐานํ ปฏสาณิยา ปริกฺขิปาเปตฺวา ปจฺฉิมภิตฺตึ นิสฺสาย ภิกฺขุสงฺฆสฺส ปลฺลงฺกปีฐ-อปสฺสยปีฐ-มุณฺฑปีฐานิ ปญฺญาเปตฺวา อุปริ เสตปจฺจตฺถรเณหิ ปจฺจตฺถราเปตฺวา ปาจีนภิตฺตึ นิสฺสาย อตฺตโน อตฺตโน มหาปิฏฺฐิกโกชวเก ปญฺญาเปตฺวา หํสโลมาทิปูริตานิ อุปธานานิ ฐปาเปสุํ ‘‘เอวํ อกิลมมานา สพฺพรตฺตึ ธมฺมํ สุณิสฺสามา’’ติ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาสนานิ ปญฺญาเปตฺวา’’ติ.
อุทกมณิกนฺติ มหากุจฺฉิกํ อุทกจาฏึ. อุปฏฺฐเปตฺวาติ เอวํ ภควา จ ภิกฺขุสงฺโฆ จ ยถารุจิยา หตฺเถ วา โธวิสฺสนฺติ ปาเท วา, มุขํ วา วิกฺขาเลสฺสนฺตีติ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ มณิวณฺณสฺส อุทกสฺส ปูราเปตฺวา วาสตฺถาย นานาปุปฺผานิ เจว อุทกวาสจุณฺณานิ จ ปกฺขิปิตฺวา กทลิปณฺเณหิ ปิทหิตฺวา ปติฏฺฐาเปสุํ. อิทํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อุปฏฺฐเปตฺวา’’ติ.
เตลปฺปทีปํ อาโรเปตฺวาติ รชตสุวณฺณาทิมยทณฺฑาสุ ทีปิกาสุ โยนกรูปกิราตรูปกาทีนํ หตฺเถ ฐปิตสุวณฺณรชตาทิมยกปลฺลกาทีสุ จ เตลปฺปทีปํ ชลยิตฺวาติ อตฺโถ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ เอตฺถ ปน เต สกฺยราชาโน น เกวลํ สนฺถาคารเมว, อถ โข โยชนาวฏฺเฏ กปิลวตฺถุสฺมึ นครวีถิโยปิ สมฺมชฺชาเปตฺวา ธเช อุสฺสาเปตฺวา เคหทฺวาเรสุ ปุณฺณฆเฏ จ กทลิโย จ ฐปาเปตฺวา สกลนครํ ทีปมาลาทีหิ วิปฺปกิณฺณตารกํ วิย กตฺวา ‘‘ขีรปายเก ทารเก ขีรํ ปาเยถ, ทหเร กุมาเร ลหุํ ลหุํ โภเชตฺวา สยาเปถ, อุจฺจาสทฺทํ มา กริตฺถ, อชฺช เอกรตฺตึ สตฺถา อนฺโตคาเม วสิสฺสติ, พุทฺธา นาม อปฺปสทฺทกามา โหนฺตี’’ติ เภรึ จราเปตฺวา สยํ ทณฺฑทีปิกา อาทาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ.
อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน นวํ สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมีติ. ‘‘ยสฺส ทานิ, ภนฺเต, ภควา กาลํ มญฺญตี’’ติ เอวํ กิร กาเล อาโรจิเต ภควา ลาขารเสน ตินฺตรตฺตโกวิฬารปุปฺผวณฺณํ รตฺตทุปฏฺฏํ กตฺตริยา ปทุมํ กนฺตนฺโต วิย สํวิธาย ติมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺโต นิวาเสตฺวา สุวณฺณปามงฺเคน ปทุมกลาปํ ปริกฺขิปนฺโต วิย วิชฺชุลฺลตาสสฺสิริกํ กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา รตฺตกมฺพเลน คชกุมฺภํ ปริโยนทฺธนฺโต วิย รตนสตุพฺเพเธ สุวณฺณคฺฆิเก ปวาฬชาลํ ขิปมาโน วิย สุวณฺณเจติเย รตฺตกมฺพลกญฺจุกํ ปฏิมุญฺจนฺโต วิย คจฺฉนฺตํ ปุณฺณจนฺทํ รตฺตวณฺณวลาหเกน ปฏิจฺฉาทยมาโน วิย กญฺจนปพฺพตมตฺถเก สุปกฺกลาขารสํ ปริสิญฺจนฺโต วิย จิตฺตกูฏปพฺพตมตฺถกํ วิชฺชุลฺลตาย ปริกฺขิปนฺโต วิย จ สจกฺกวาฬสิเนรุยุคนฺธรํ มหาปถวึ จาเลตฺวา คหิตํ นิโคฺรธปลฺลวสมานวณฺณํ รตฺตวรปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา คนฺธกุฏิทฺวารโต นิกฺขมิ กญฺจนคุหโต สีโห วิย อุทยปพฺพตกูฏโต ปุณฺณจนฺโท วิย จ. นิกฺขมิตฺวา ปน คนฺธกุฏิปมุเข อฏฺฐาสิ.
อถสฺส กายโต เมฆมุเขหิ วิชฺชุกลาปา วิย รสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณรสธาราปริเสกมญฺชริปตฺตปุปฺผผลวิฏเป วิย อารามรุกฺเข กรึสุ. ตาวเทว จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตจีวรมาทาย มหาภิกฺขุสงฺโฆ ภควนฺตํ ปริวาเรสิ. เต ปน ปริวาเรตฺวา ฐิตา ภิกฺขู เอวรูปา อเหสุํ อปฺปิจฺฉา สนฺตุฏฺฐา ปวิวิตฺตา อสํสฏฺฐา อารทฺธวีริยา วตฺตาโร วจนกฺขมา โจทกา ปาปครหี สีลสมฺปนฺนา สมาธิสมฺปนฺนา ปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺนาติ. เตหิ ปริวาริโต ภควา รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณกฺขนฺโธ รตฺตปทุมสณฺฑมชฺฌคตา วิย สุวณฺณนาวา ปวาฬเวทิกาปริกฺขิตฺโต วิย สุวณฺณปาสาโท วิโรจิตฺถ. สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานาทโย มหาเถราปิ นํ เมฆวณฺณํ ปํสุกูลํ ปารุปิตฺวา มณิวมฺมวมฺมิกา วิย มหานาคา ปริวารยึสุ วนฺตราคา ภินฺนกิเลสา วิชฏิตชฏา ฉินฺนพนฺธนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา.
อิติ ภควา สยํ วีตราโค วีตราเคหิ, วีตโทโส วีตโทเสหิ, วีตโมโห วีตโมเหหิ, นิตฺตโณฺห นิตฺตเณฺหหิ, นิกฺกิเลโส นิกฺกิเลเสหิ, สยํ พุทฺโธ พหุสฺสุตพุทฺเธหิ ปริวาริโต, ปตฺตปริวาริตํ วิย เกสรํ, เกสรปริวาริตา วิย กณฺณิกา, อฏฺฐนาคสหสฺสปริวาริโต วิย ฉทฺทนฺโต นาคราชา, นวุติหํสสหสฺสปริวาริโต วิย ธตรฏฺโฐ หํสราชา, เสนงฺคปริวาริโต วิย จกฺกวตฺติ, มรุคณปริวาริโต วิย สกฺโก เทวราชา, พฺรหฺมคณปริวาริโต วิย หาริตมหาพฺรหฺมา, ตาราคณปริวาริโต วิย ปุณฺณจนฺโท, อสเมน พุทฺธเวเสน อปริมาเณน พุทฺธวิลาเสน กปิลวตฺถุคมนมคฺคํ ปฏิปชฺชิ.
อถสฺส ปุรตฺถิมกายโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมี อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. ปจฺฉิมกายโต ทกฺขิณหตฺถโต, วามหตฺถโต สุวณฺณวณฺณา รสฺมี อุฏฺฐหิตฺวา อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. อุปริ เกสนฺตโต ปฏฺฐาย สพฺพเกสาวตฺเตหิ โมรคีววณฺณา รสฺมี อุฏฺฐหิตฺวา คคนตเล อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. เหฏฺฐา ปาทตเลหิ ปวาฬวณฺณา รสฺมี อุฏฺฐหิตฺวา ฆนปถวิยํ อสีติหตฺถฏฺฐานํ อคฺคเหสิ. เอวํ สมนฺตา อสีติหตฺถมตฺตํ ฐานํ ฉพฺพณฺณา พุทฺธรสฺมิโย วิชฺโชตมานา วิปฺผนฺทมานา กญฺจนทณฺฑทีปิกาหิ นิจฺฉริตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทชาลา วิย จาตุทฺทีปิกมหาเมฆโต นิกฺขนฺตวิชฺชุลฺลตา วิย วิธาวึสุ. สพฺพทิสาภาคา สุวณฺณจมฺปกปุปฺเผหิ วิกิริยมานา วิย, สุวณฺณฆฏา นิกฺขนฺตสุวณฺณรสธาราหิ สิญฺจมานา วิย, ปสาริตสุวณฺณปฏปริกฺขิตฺตา วิย, เวรมฺภวาตสมุฏฺฐิตกึสุกกณิการปุปฺผจุณฺณสโมกิณฺณา วิย วิปฺปกิรึสุ.
ภควโตปิ อสีติอนุพฺยญฺชนพฺยามปฺปภาทฺวตฺตึสวรลกฺขณสมุชฺชลํ สรีรํ สมุคฺคตตารกํ วิย คคนตลํ, วิกสิตมิว ปทุมวนํ, สพฺพปาลิผุลฺโล วิย โยชนสติโก ปาริจฺฉตฺตโก, ปฏิปาฏิยา ฐปิตานํ ทฺวตฺตึสูจนฺทานํ ทฺวตฺตึสสูริยานํ ทฺวตฺตึสจกฺกวตฺตีนํ ทฺวตฺตึสเทวราชานํ ทฺวตฺตึสมหาพฺรหฺมานํ สิริยา สิรึ อภิภวมานํ วิย วิโรจิตฺถ, ยถา ตํ ทสหิ ปารมีหิ ทสหิ อุปปารมีหิ ทสหิ ปรมตฺถปารมีหิ สุปูริตาหิ สมตึสปารมิตาหิ อลงฺกตํ. กปฺปสตสหสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ทินฺนทานํ รกฺขิตสีลํ กตกลฺยาณกมฺมํ เอกสฺมึ อตฺตภาเว โอสริตฺวา วิปากํ ทาตุํ ฐานํ อลภมานํ สมฺพาธปตฺตํ วิย อโหสิ. นาวาสหสฺสภณฺฑํ เอกนาวํ อาโรปนกาโล วิย, สกฏสหสฺสภณฺฑํ เอกสกฏํ อาโรปนกาโล วิย, ปญฺจวีสติยา นทีนํ โอฆสฺส สมฺภิชฺช มุขทฺวาเร เอกโต ราสีภูตกาโล วิย จ อโหสิ.
อิมาย พุทฺธสิริยา โอภาสมานสฺสาปิ จ ภควโต ปุรโต อเนกานิ ทณฺฑทีปิกสหสฺสานิ อุกฺขิปึสุ. ตถา ปจฺฉโต. วามปสฺเส ทกฺขิณปสฺเส. ชาติกุสุมจมฺปกวนมลฺลิกรตฺตุปฺปลนีลุปฺปลมกุลสินฺทุวารปุปฺผานิ เจว นีลปีตาทิวณฺณสุคนฺธคนฺธจุณฺณานิ จ จาตุทฺทีปิกเมฆวิสฺสฏฺโฐทกวุฏฺฐิโย วิย วิปฺปกิรึสุ. ปญฺจงฺคิกตูริยนิคฺโฆสา เจว พุทฺธธมฺมสงฺฆคุณปฺปฏิสํยุตฺตา ถุติโฆสา จ สพฺพทิสา ปูรยึสุ. เทวมนุสฺสนาคสุปณฺณคนฺธพฺพยกฺขาทีนํ อกฺขีนิ อมตปานํ วิย ลภึสุ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา ปทสหสฺเสน คมนวณฺณํ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ตตฺริทํ มุขมตฺตํ –
‘‘เอวํ สพฺพงฺคสมฺปนฺโน, กมฺปยนฺโต วสุนฺธรํ;
อเหฐยนฺโต ปาณานิ, ยาติ โลกวินายโก.
ทกฺขิณํ ปฐมํ ปาทํ, อุทฺธรนฺโต นราสโภ;
คจฺฉนฺโต สิริสมฺปนฺโน, โสภเต ทฺวิปทุตฺตโม.
คจฺฉโต พุทฺธเสฏฺฐสฺส, เหฏฺฐา ปาทตลํ มุทุ;
สมํ สมฺผุสเต ภูมึ, รชสา นุปลิปฺปติ.
นินฺนฏฺฐานํ อุนฺนมติ, คจฺฉนฺเต โลกนายเก;
อุนฺนตญฺจ สมํ โหติ, ปถวี จ อเจตนา.
ปาสาณา สกฺขรา เจว, กถลา ขาณุกณฺฏกา;
สพฺเพ มคฺคา วิวชฺชนฺติ, คจฺฉนฺเต โลกนายเก.
นาติทูเร อุทฺธรติ, นจฺจาสนฺเน จ นิกฺขิปํ;
อฆฏฺฏยนฺโต นิยฺยาติ, อุโภ ชาณู จ โคปฺผเก.
นาติสีฆํ ปกฺกมติ, สมฺปนฺนจรโณ มุนิ;
น จาติสณิกํ ยาติ, คจฺฉมาโน สมาหิโต.
อุทฺธํ อโธ จ ติริยํ, ทิสญฺจ วิทิสํ ตถา;
น เปกฺขมาโน โส ยาติ, ยุคมตฺตมฺหิ เปกฺขติ.
นาควิกฺกนฺตจาโร โส, คมเน โสภเต ชิโน;
จารุํ คจฺฉติ โลกคฺโค, หาสยนฺโต สเทวเก.
อุฬุราชาว โสภนฺโต, จตุจารีว เกสรี;
โตสยนฺโต พหู สตฺเต, ปุรํ เสฏฺฐํ อุปาคมี’’ติ.
วณฺณกาโล นาม กิเรส, เอวํวิเธสุ กาเลสุ พุทฺธสฺส สรีรวณฺเณ วา คุณวณฺเณ วา ธมฺมกถิกสฺส ถาโมเยว ปมาณํ จุณฺณิยปเทหิ วา คาถาพนฺเธน วา ยตฺตกํ สกฺโกติ, ตตฺตกํ วตฺตพฺพํ. ทุกฺกถิตนฺติ น วตฺตพฺพํ. อปฺปมาณวณฺณา หิ พุทฺธา, เตสํ พุทฺธาปิ อนวเสสโต วณฺณํ วตฺตุํ อสมตฺถา, ปเคว อิตรา ปชาติ. อิมินา สิริวิลาเสน อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ สกฺยราชปุรํ ปวิสิตฺวา ภควา ปสนฺนจิตฺเตน ชเนน คนฺธธูมวาสจุณฺณาทีหิ ปูชยมาโน สนฺถาคารํ ปาวิสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข ภควา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน เยน เอวํ สนฺถาคารํ เตนุปสงฺกมี’’ติ.
ภควนฺตํเยว ปุรกฺขตฺวาติ ภควนฺตํ ปุรโต กตฺวา. ตตฺถ ภควา ภิกฺขูนญฺเจว อุปาสกานญฺจ มชฺเฌ นิสินฺโน คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา ทุกูลจุมฺพฏเกน โวทกํ กตฺวา ชาติหิงฺคุลเกน มชฺชิตฺวา รตฺตกมฺพลปลิเวฐิเต ปีเฐ ฐปิตรตฺตสุวณฺณฆนปฏิมา วิย อติวิโรจิตฺถ. อยํ ปเนตฺถ โปราณานํ วณฺณภณนมคฺโค –
‘‘คนฺตฺวาน มณฺฑลมาฬํ, นาควิกฺกนฺตจรโณ;
โอภาสยนฺโต โลกคฺโค, นิสีทิ วรมาสเน.
ตสฺมึ นิสินฺโน นรทมฺมสารถิ,
เทวาติเทโว สตปุญฺญลกฺขโณ;
พุทฺธาสเน มชฺฌคโต วิโรจติ,
สุวณฺณเนกฺขํ วิย ปณฺฑุกมฺพเล.
เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว, นิกฺขิตฺตํ ปณฺฑุกมฺพเล;
วิโรจติ วีตมโล, มณิเวโรจโน ยถา.
มหาสาโลว สมฺผุลฺโล, เนรุราชาวลงฺกโต;
สุวณฺณยูปสงฺกาโส, ปทุโม โกกนโท ยถา.
ชลนฺโต ทีปรุกฺโขว, ปพฺพตคฺเค ยถา สิขี;
เทวานํ ปาริจฺฉตฺโตว, สพฺพผุลฺโล วิโรจถา’’ติ.
กาปิลวตฺถเว สเกฺย พหุเทว รตฺตึ ธมฺมิยา กถายาติ เอตฺถ ธมฺมี กถา นาม สนฺถาคารอนุโมทนปฺปฏิสํยุตฺตา ปกิณฺณกกถา เวทิตพฺพา. ตทา หิ ภควา อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย ปถโวชํ อากฑฺฒนฺโต วิย มหาชมฺพุํ ขนฺเธ คเหตฺวา จาเลนฺโต วิย โยชนิกํ มธุภณฺฑํ จกฺกยนฺเตน ปีเฬตฺวา มธุปานํ ปายมาโน วิย กาปิลวตฺถวานํ สกฺยานํ หิตสุขาวหํ ปกิณฺณกกถํ กเถสิ. ‘‘อาวาสทานํ นาเมตํ มหาราช มหนฺตํ, ตุมฺหากํ อาวาโส มยา ปริภุตฺโต ภิกฺขุสงฺเฆน ปริภุตฺโต มยา จ ภิกฺขุสงฺเฆน จ ปริภุตฺโต ปน ธมฺมรตเนน ปริภุตฺโต เยวาติ ตีหิ รตเนหิ ปริภุตฺโต นาม โหติ. อาวาสทานสฺมิญฺหิ ทินฺเน สพฺพทานํ ทินฺนเมว โหติ. ภูมฏฺฐกปณฺณสาลาย วา สาขามณฺฑปสฺส วาปิ อานิสํโส นาม ปริจฺฉินฺทิตุํ น สกฺกา’’ติ นานานยวิจิตฺตํ พหุํ ธมฺมกถํ กเถตฺวา –
‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺติ, ตโต วาฬมิคานิ จ;
สรีสเป จ มกเส, สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโย.
ตโต วาตาตโป โฆโร, สญฺชาโต ปฏิหญฺญติ;
เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ, ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุํ.
วิหารทานํ สงฺฆสฺส, อคฺคํ พุทฺเธน วณฺณิตํ;
ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน.
วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต;
เตสํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ.
ทเทยฺย อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ, สพฺพทุกฺขาปนูทนํ;
ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย, ปรินิพฺพาติ อนาสโว’’ติ. (จูฬว. ๒๙๕) –
เอวํ อยมฺปิ อาวาเส อานิสํโส, อยมฺปิ อานิสํโสติ พหุเทวรตฺตึ อติเรกตรํ ทิยฑฺฒยามํ อาวาสานิสํสกถํ กเถสิ. ตตฺถ อิมา คาถาว สงฺคหํ อารุฬฺหา, ปกิณฺณกธมฺมเทสนา ปน สงฺคหํ น อาโรหติ. สนฺทสฺเสสีติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.
อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสีติ ธมฺมกถํ กถาเปตุกาโม ชานาเปสิ. อถ กสฺมา สาริปุตฺตมหาโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทีสุ อสีติมหาเถเรสุ วิชฺชมาเนสุ ภควา อานนฺทตฺเถรสฺส ภารมกาสีติ. ปริสชฺฌาสยวเสน. อายสฺมา หิ อานนฺโท พหุสฺสุตานํ อคฺโค, ปโหสิ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ มธุรธมฺมกถํ กเถตุนฺติ สากิยมณฺฑเล ปากโฏ ปญฺญาโต. ตสฺส สกฺยราชูหิ วิหารํ คนฺตฺวาปิ ธมฺมกถา สุตปุพฺพา, โอโรธา ปน เนสํ น ยถารุจิยา วิหารํ คนฺตุํ ลภนฺติ, เตสํ เอตทโหสิ – ‘‘อโห วต ภควา อปฺปํเยว ธมฺมกถํ กเถตฺวา อมฺหากํ ญาติเสฏฺฐสฺส อานนฺทสฺส ภารํ กเรยฺยา’’ติ. เตสํ อชฺฌาสยวเสน ภควา ตสฺเสว ภารมกาสิ.
เสโข ปาฏิปโทติ ปฏิปนฺนโก เสขสมโณ. โส ตุยฺหํ ปฏิภาตุ อุปฏฺฐาตุ, ตสฺส ปฏิปทํ เทเสหีติ ปฏิปทาย ปุคฺคลํ นิยเมตฺวา ทสฺเสติ. กสฺมา ปน ภควา อิมํ ปฏิปทํ นิยเมสิ? พหูหิ การเณหิ. อิเม ตาว สกฺยา มงฺคลสาลาย มงฺคลํ ปจฺจาสีสนฺติ วฑฺฒึ อิจฺฉนฺติ, อยญฺจ เสขปฏิปทา มยฺหํ สาสเน มงฺคลปฏิปทา วฑฺฒมานกปฏิปทาติปิ อิมํ ปฏิปทํ นิยเมสิ. ตสฺสญฺจ ปริสติ เสขาว พหู นิสินฺนา, เต อตฺตนา ปฏิวิทฺธฏฺฐาเน กถียมาเน อกิลมนฺตาว สลฺลกฺเขสฺสนฺตีติปิ อิมํ ปฏิปทํ นิยเมสิ. อายสฺมา จ อานนฺโท เสขปฏิสมฺภิทาปตฺโตว, โส อตฺตนา ปฏิวิทฺเธ ปจฺจกฺขฏฺฐาเน กเถนฺโต อกิลมนฺโต วิญฺญาเปตุํ สกฺขิสฺสตีติปิ อิมํ ปฏิปทํ นิยเมสิ. เสขปฏิปทาย จ ติสฺโสปิ สิกฺขา โอสฏา, ตตฺถ อธิสีลสิกฺขาย กถิตาย สกลํ วินยปิฏกํ กถิตเมว โหติ, อธิจิตฺตสิกฺขาย กถิตาย สกลํ สุตฺตนฺตปิฏกํ กถิตํ โหติ, อธิปญฺญาสิกฺขาย กถิตาย สกลํ อภิธมฺมปิฏกํ กถิตํ โหติ, อานนฺโท จ พหุสฺสุโต ติปิฏกธโร, โส ปโหติ ตีหิ ปิฏเกหิ ติสฺโส สิกฺขา กเถตุํ, เอวํ กถิเต สกฺยานํ มงฺคลเมว วฑฺฒิเยว ภวิสฺสตีติปิ อิมํ ปฏิปทํ นิยเมสิ.
ปิฏฺฐิ เม อาคิลายตีติ กสฺมา อาคิลายติ? ภควโต หิ ฉพฺพสฺสานิ ปธานํ ปทหนฺตสฺส มหนฺตํ กายทุกฺขํ อโหสิ, อถสฺส อปรภาเค มหลฺลกกาเล ปิฏฺฐิวาโต อุปฺปชฺชิ. อการณํ วา เอตํ. ปโหติ หิ ภควา อุปฺปนฺนํ เวทนํ วิกฺขมฺเภตฺวา เอกมฺปิ เทฺวปิ สตฺตาเห เอกปลฺลงฺเกน นิสีทิตุํ. สนฺถาคารสาลํ ปน จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุญฺชิตุกาโม อโหสิ, ตตฺถ ปาทโธวนฏฺฐานโต ยาว ธมฺมาสนา อคมาสิ, เอตฺตเก ฐาเน คมนํ นิปฺผนฺนํ. ธมฺมาสนํ ปตฺโต โถกํ ฐตฺวา นิสีทิ, เอตฺตเก ฐานํ. ทิยฑฺฒยามํ ธมฺมาสเน นิสีทิ, เอตฺตเก ฐาเน นิสชฺชา นิปฺผนฺนา. อิทานิ ทกฺขิเณน ปสฺเสน โถกํ นิปนฺเน สยนํ นิปฺผชฺชิสฺสตีติ เอวํ จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุญฺชิตุกาโม อโหสิ. อุปาทินฺนกสรีรญฺจ นาม ‘‘โน อาคิลายตี’’ติ น วตฺตพฺพํ, ตสฺมา จิรํ นิสชฺชาย สญฺชาตํ อปฺปกมฺปิ อาคิลายนํ คเหตฺวา เอวมาห.
สงฺฆาฏึ ปญฺญาเปตฺวาติ สนฺถาคารสฺส กิร เอกปสฺเส เต ราชาโน ปฏฺฏสาณึ ปริกฺขิปาเปตฺวา กปฺปิยมญฺจกํ ปญฺญเปตฺวา กปฺปิยปจฺจตฺถรเณน อตฺถริตฺวา อุปริ สุวณฺณ-ตารก-คนฺธมาลา-ทามปฏิมณฺฑิตํ วิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธเตลปฺปทีปํ อาโรปยึสุ ‘‘อปฺเปว นาม สตฺถา ธมฺมาสนโต วุฏฺฐาย โถกํ วิสฺสมนฺโต อิธ นิปชฺเชยฺย, เอวํ โน อิมํ สนฺถาคารํ ภควตา จตูหิ อิริยาปเถหิ ปริภุตฺตํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย ภวิสฺสตี’’ติ. สตฺถาปิ ตเทว สนฺธาย ตตฺถ สงฺฆาฏึ ปญฺญเปตฺวา นิปชฺชิ. อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิ กริตฺวาติ เอตฺตกํ กาลํ อติกฺกมิตฺวา วุฏฺฐหิสฺสามีติ วุฏฺฐานสญฺญํ จิตฺเต ฐเปตฺวา.
๒๓. มหานามํ สกฺกํ อามนฺเตสีติ โส กิร ตสฺมึ กาเล ตสฺสํ ปริสติ เชฏฺฐโก ปาโมกฺโข, ตสฺมึ สงฺคหิเต เสสปริสา สงฺคหิตาว โหตีติ เถโร ตเมว อามนฺเตสิ. สีลสมฺปนฺโนติ สีเลน สมฺปนฺโน, สมฺปนฺนสีโล ปริปุณฺณสีโลติ อตฺโถ. สทฺธมฺเมหีติ สุนฺทรธมฺเมหิ, สตํ วา สปฺปุริสานํ ธมฺเมหิ.
๒๔. กถญฺจ มหานามาติ อิมินา เอตฺตเกน ฐาเนน เสขปฏิปทาย มาติกํ ฐเปตฺวา ปฏิปาฏิยา วิตฺถาเรตุกาโม เอวมาห. ตตฺถ สีลสมฺปนฺโนติอาทีนิ ‘‘สมฺปนฺนสีลา, ภิกฺขเว, วิหรถา’’ติ อากงฺเขยฺยสุตฺตาทีสุ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ.
๒๕. กายทุจฺจริเตนาติอาทีสุ อุปโยคตฺเถ กรณวจนํ, หิริยิตพฺพานิ กายทุจฺจริตาทีนิ หิริยติ ชิคุจฺฉตีติ อตฺโถ. โอตฺตปฺปนิทฺเทเส เหตฺวตฺเถ กรณวจนํ, กายทุจฺจริตาทีหิ โอตฺตปฺปสฺส เหตุภูเตหิ โอตฺตปฺปติ ภายตีติ อตฺโถ. อารทฺธวีริโยติ ปคฺคหิตวีริโย อโนสกฺกิตมานโส. ปหานายาติ ปหานตฺถาย. อุปสมฺปทายาติ ปฏิลาภตฺถาย. ถามวาติ วีริยถาเมน สมนฺนาคโต. ทฬฺหปรกฺกโมติ ถิรปรกฺกโม. อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสูติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ อโนโรปิตธุโร อโนสกฺกิตวีริโย. ปรเมนาติ อุตฺตเมน. สติเนปกฺเกนาติ สติยา จ นิปกภาเวน จ. กสฺมา ปน สติภาชนิเย ปญฺญา อาคตาติ? สติยา พลวภาวทีปนตฺถํ. ปญฺญาวิปฺปยุตฺตา หิ สติ ทุพฺพลา โหติ, สมฺปยุตฺตา พลวตีติ.
จิรกตมฺปีติ อตฺตนา วา ปเรน วา กาเยน จิรกตํ เจติยงฺคณวตฺตาทิ อสีติ มหาวตฺตปฏิปตฺติปูรณํ. จิรภาสิตมฺปีติ อตฺตนา วา ปเรน วา วาจาย จิรภาสิตํ สกฺกจฺจํ อุทฺทิสน-อุทฺทิสาปน-ธมฺโมสารณ-ธมฺมเทสนา-อุปนิสินฺนกถา-อนุโมทนิยาทิวเสน ปวตฺติตํ วจีกมฺมํ. สริตา อนุสฺสริตาติ ตสฺมึ กาเยน จิรกเต ‘‘กาโย นาม กายวิญฺญตฺติ, จิรภาสิเต วาจา นาม วจีวิญฺญตฺติ. ตทุภยมฺปิ รูปํ, ตํสมุฏฺฐาปิกา จิตฺตเจตสิกา อรูปํ. อิติ อิเม รูปารูปธมฺมา เอวํ อุปฺปชฺชิตฺวา เอวํ นิรุทฺธา’’ติ สรติ เจว อนุสฺสรติ จ, สติสมฺโพชฺฌงฺคํ สมุฏฺฐาเปตีติ อตฺโถ. โพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปิกา หิ สติ อิธ อธิปฺเปตา. ตาย สติยา เอส สกิมฺปิ สรเณน สริตา, ปุนปฺปุนํ สรเณน อนุสฺสริตาติ เวทิตพฺพา.
อุทยตฺถคามินิยาติ ปญฺจนฺนํ ขนฺธานํ อุทยวยคามินิยา อุทยญฺจ วยญฺจ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถาย. อริยายาติ วิกฺขมฺภนวเสน จ สมุจฺเฉทวเสน จ กิเลเสหิ อารกา ฐิตาย ปริสุทฺธาย. ปญฺญาย สมนฺนาคโตติ วิปสฺสนาปญฺญาย เจว มคฺคปญฺญาย จ สมงฺคีภูโต. นิพฺเพธิกายาติ สาเยว นิพฺพิชฺฌนโต นิพฺเพธิกาติ วุจฺจติ, ตาย สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. ตตฺถ มคฺคปญฺญาย สมุจฺเฉทวเสน อนิพฺพิทฺธปุพฺพํ อปทาลิตปุพฺพํ โลภกฺขนฺธํ โทสกฺขนฺธํ โมหกฺขนฺธํ นิพฺพิชฺฌติ ปทาเลตีติ นิพฺเพธิกา. วิปสฺสนาปญฺญาย ตทงฺควเสน นิพฺเพธิกาย มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต จาติ วิปสฺสนา ‘‘นิพฺเพธิกา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินิยาติ อิธาปิ มคฺคปญฺญา ‘‘สมฺมา เหตุนา นเยน วฏฺฏทุกฺขํ เขปยมานา คจฺฉตีติ สมฺมา ทุกฺขกฺขยคามินี นาม. วิปสฺสนา ตทงฺควเสน วฏฺฏทุกฺขญฺจ กิเลสทุกฺขญฺจ เขปยมานา คจฺฉตีติ ทุกฺขกฺขยคามินี. ทุกฺขกฺขยคามินิยา วา มคฺคปญฺญาย ปฏิลาภสํวตฺตนโต เอสา ทุกฺขกฺขยคามินี’’ติ เวทิตพฺพา.
๒๖. อภิเจตสิกานนฺติ อภิจิตฺตํ เสฏฺฐจิตฺตํ สิตานํ นิสฺสิตานํ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ อปฺปิตปฺปิตกฺขเณ สุขปฏิลาภเหตูนํ. นิกามลาภีติ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตา. อกิจฺฉลาภีติ นิทุกฺขลาภี. อกสิรลาภีติ วิปุลลาภี. ปคุณภาเวน เอโก อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ สกฺโกติ, สมาธิปาริปนฺถิกธมฺเม ปน อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภตุํ น สกฺโกติ, โส อตฺตโน อนิจฺฉาย ขิปฺปเมว วุฏฺฐาติ, ยถาปริจฺเฉทวเสน สมาปตฺตึ ฐเปตุํ น สกฺโกติ อยํ กิจฺฉลาภี กสิรลาภี นาม. เอโก อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ จ สมาปชฺชิตุํ สกฺโกติ, สมาธิปาริปนฺถิกธมฺเม จ อกิลมนฺโต วิกฺขมฺเภติ, โส ยถาปริจฺเฉทวเสเนว วุฏฺฐาตุํ สกฺโกติ, อยํ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี นาม.
๒๗. อยํ วุจฺจติ มหานาม อริยสาวโก เสโข ปาฏิปโทติ มหานาม อริยสาวโก เสโข ปาฏิปโท วิปสฺสนาคพฺภาย วฑฺฒมานกปฏิปทาย สมนฺนาคโตติ วุจฺจตีติ ทสฺเสติ. อปุจฺจณฺฑตายาติ อปูติอณฺฑตาย. ภพฺโพ อภินิพฺภิทายาติ วิปสฺสนาทิญาณปฺปเภทาย ภพฺโพ. สมฺโพธายาติ อริยมคฺคาย. อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺสาติ อรหตฺตํ อนุตฺตโร โยคกฺเขโม นาม, ตทภิคมาย ภพฺโพติ ทสฺเสติ. ยา ปนายเมตฺถ อตฺถทีปนตฺถํ อุปมา อาหฏา, สา เจโตขิลสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา. เกวลญฺหิ ตตฺถ ‘‘ตสฺสา กุกฺกุฏิยา อณฺเฑสุ ติวิธกิริยกรณํ วิย หิ อิมสฺส ภิกฺขุโน อุสฺโสฬฺหิปนฺนรเสหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตภาโว’’ติ ยํ เอวํ โอปมฺมสํสนฺทนํ อาคตํ, ตํ อิธ เอวํ สีลสมฺปนฺโน โหตีติอาทิวจนโต ‘‘ตสฺสา กุกฺกุฏิยา อณฺเฑสุ ติวิธกิริยกรณํ วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน สีลสมฺปนฺนตาทีหิ ปนฺนรเสหิ ธมฺเมหิ สมงฺคิภาโว’’ติ. เอวํ โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตสทิสเมว.
๒๘. อิมํเยว อนุตฺตรํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธินฺติ อิมํ ปฐมาทิชฺฌาเนหิ อสทิสํ อุตฺตมํ จตุตฺถชฺฌานิกํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ. ปฐมาภินิพฺภิทาติ ปฐโม ญาณเภโท. ทุติยาทีสุปิ เอเสว นโย. กุกฺกุฏจฺฉาปโก ปน เอกวารํ มาตุกุจฺฉิโต เอกวารํ อณฺฑโกสโตติ เทฺว วาเร ชายติ. อริยสาวโก ตีหิ วิชฺชาหิ ตาโย วาเร ชายติ. ปุพฺเพนิวาสจฺฉาทกํ ตมํ วิโนเทตฺวา ปุพฺเพนิวาสญาเณน ปฐมํ ชายติ, สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิจฺฉาทกํ ตมํ วิโนเทตฺวา ทิพฺพจกฺขุญาเณน ทุติยํ ชายติ, จตุสจฺจปฏิจฺฉาทกํ ตมํ วิโนเทตฺวา อาสวกฺขยญาเณน ตติยํ ชายติ.
๒๙. อิทมฺปิสฺส โหติ จรณสฺมินฺติ อิทมฺปิ สีลํ อสฺส ภิกฺขุโน จรณํ นาม โหตีติ อตฺโถ. จรณํ นาม พหุ อเนกวิธํ, สีลาทโย ปนฺนรสธมฺมา, ตตฺถ อิทมฺปิ เอกํ จรณนฺติ อตฺโถ. ปทตฺโถ ปน จรติ เตน อคตปุพฺพํ ทิสํ คจฺฉตีติ จรณํ. เอส นโย สพฺพตฺถ.
อิทมฺปิสฺส โหติ วิชฺชายาติ อิทํ ปุพฺเพนิวาสญาณํ ตสฺส วิชฺชา นาม โหตีติ อตฺโถ. วิชฺชา นาม พหุ อเนกวิธา, วิปสฺสนญาณาทีนิ อฏฺฐ ญาณานิ, ตตฺถ อิทมฺปิ ญาณํ เอกา วิชฺชาติปิ อตฺโถ. ปทตฺโถ ปน วินิวิชฺฌิตฺวา เอตาย ชานาตีติ วิชฺชา. เอส นโย สพฺพตฺถ. วิชฺชาสมฺปนฺโน อิติปีติ ตีหิ วิชฺชาหิ วิชฺชาสมฺปนฺโน อิติปิ. จรณสมฺปนฺโน อิติปีติ ปญฺจทสหิ ธมฺเมหิ จรณสมฺปนฺโน อิติปิ. ตทุภเยน ปน วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน อิติปีติ.
๓๐. สนงฺกุมาเรนาติ โปราณกกุมาเรน, จิรกาลโต ปฏฺฐาย กุมาโรติ ปญฺญาเตน. โส กิร มนุสฺสปเถ ปญฺจจูฬกกุมารกกาเล ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน พฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ, ตสฺส โส อตฺตภาโว ปิโย อโหสิ มนาโป, ตสฺมา ตาทิเสเนว อตฺตภาเวน จรติ, เตน นํ สนงฺกุมาโรติ สญฺชานนฺติ. ชเนตสฺมินฺติ ชนิตสฺมึ, ปชายาติ อตฺโถ. เย โคตฺตปฏิสาริโนติ เย ชเนตสฺมึ โคตฺตํ ปฏิสรนฺติ ‘‘อหํ โคตโม, อหํ กสฺสโป’’ติ, เตสุ โลเก โคตฺตปฏิสารีสุ ขตฺติโย เสฏฺโฐ. อนุมตา ภควตาติ มม ปญฺหพฺยากรเณน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา เทสิตาติ อมฺพฏฺฐสุตฺเต พุทฺเธน ภควตา ‘‘อหมฺปิ, อมฺพฏฺฐ, เอวํ วทามิ –
‘ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมึ, เย โคตฺตปฏิสาริโน;
วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน, โส เสฏฺโฐ เทวมานุเส’ติ’’. (ที. นิ. ๑.๒๗๗) –
เอวํ ภาสนฺเตน อนุญฺญาตา อนุโมทิตา. สาธุ สาธุ อานนฺทาติ, ภควา กิร อาทิโต ปฏฺฐาย นิทฺทํ อโนกฺกมนฺโตว อิมํ สุตฺตํ สุตฺวา อานนฺเทน เสขปฏิปทาย กูฏํ คหิตนฺติ ญตฺวา อุฏฺฐาย ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา นิสินฺโน สาธุการํ อทาสิ. เอตฺตาวตา จ ปน อิทํ สุตฺตํ ชินภาสิตํ นาม ชาตํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
เสขสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. โปตลิยสุตฺตวณฺณนา
๓๑. เอวํ เม สุตนฺติ โปตลิยสุตฺตํ. ตตฺถ องฺคุตฺตราเปสูติ องฺคาเยว โส ชนปโท, มหิยา ปนสฺส อุตฺตเรน ยา อาโป, ตาสํ อวิทูรตฺตา อุตฺตราโปติปิ วุจฺจติ. กตรมหิยา อุตฺตเรน ยา อาโปติ, มหามหิยา. ตตฺถายํ อาวิภาวกถา – อยํ กิร ชมฺพุทีโป ทสสหสฺสโยชนปริมาโณ. ตตฺถ จ จตุสหสฺสโยชนปฺปมาโณ ปเทโส อุทเกน อชฺโฌตฺถโฏ สมุทฺโทติ สงฺขํ คโต. ติสหสฺสโยชนปฺปมาเณ มนุสฺสา วสนฺติ. ติสหสฺสโยชนปฺปมาเณ หิมวา ปติฏฺฐิโต อุพฺเพเธน ปญฺจโยชนสติโก จตุราสีติกูฏสหสฺสปฏิมณฺฑิโต สมนฺตโต สนฺทมานปญฺจสตนทีวิจิตฺโต, ยตฺถ อายามวิตฺถาเรน เจว คมฺภีรตาย จ ปณฺณาสปณฺณาสโยชนา ทิยฑฺฒโยชนสตปริมณฺฑลา อโนตตฺตทโห กณฺณมุณฺฑทโห รถการทโห ฉทฺทนฺตทโห กุณาลทโห มนฺทากินีทโห สีหปปาตทโหติ สตฺต มหาสรา ปติฏฺฐิตา. เตสุ อโนตตฺตทโห สุทสฺสนกูฏํ จิตฺรกูฏํ กาฬกูฏํ คนฺธมาทนกูฏํ เกลาสกูฏนฺติ อิเมหิ ปญฺจหิ ปพฺพเตหิ ปริกฺขิตฺโต.
ตตฺถ สุทสฺสนกูฏํ โสวณฺณมยํ ทฺวิโยชนสตุพฺเพธํ อนฺโตวงฺกํ กากมุขสณฺฐานํ ตเมว สรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตํ. จิตฺรกูฏํ สพฺพรตนมยํ. กาฬกูฏํ อญฺชนมยํ. คนฺธมาทนกูฏํ สานุมยํ อพฺภนฺตเร มุคฺควณฺณํ, มูลคนฺโธ สารคนฺโธ เผคฺคุคนฺโธ ตจคนฺโธ ปปฏิกคนฺโธ รสคนฺโธ ปตฺตคนฺโธ ปุปฺผคนฺโธ ผลคนฺโธ คนฺธคนฺโธติ อิเมหิ ทสหิ คนฺเธหิ อุสฺสนฺนํ นานปฺปการโอสธสญฺฉนฺนํ, กาฬปกฺขอุโปสถทิวเส อาทิตฺตมิว องฺคารํ ชลนฺตํ ติฏฺฐติ. เกลาสกูฏํ รชตมยํ. สพฺพานิ สุทสฺสเนน สมานุพฺเพธสณฺฐานานิ, ตเมว สรํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตานิ. ตานิ สพฺพานิ เทวานุภาเวน นาคานุภาเวน จ วสฺสนฺติ, นทิโย จ เตสุ สนฺทนฺติ. ตํ สพฺพมฺปิ อุทกํ อโนตตฺตเมว ปวิสติ. จนฺทิมสูริยา ทกฺขิเณน วา อุตฺตเรน วา คจฺฉนฺตา ปพฺพตนฺตเรน ตตฺถ โอภาสํ กโรนฺติ, อุชุํ คจฺฉนฺตา น กโรนฺติ, เตเนวสฺส อโนตตฺตนฺติ สงฺขา อุทปาทิ.
ตตฺถ มโนหรสิลาตลานิ นิมฺมจฺฉกจฺฉปานิ ผลิกสทิสนิมฺมลุทกานิ นฺหานติตฺถานิ สุปฏิยตฺตานิ โหนฺติ, เยสุ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธขีณาสวา จ อิทฺธิมนฺโต จ อิสโย นฺหายนฺติ, เทวยกฺขาทโย อุยฺยานกีฬกํ กีฬนฺติ.
ตสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ สีหมุขํ หตฺถิมุขํ อสฺสมุขํ อุสภมุขนฺติ จตฺตาริ มุขานิ โหนฺติ, เยหิ จตสฺโส นทิโย สนฺทนฺติ. สีหมุเขน นิกฺขนฺตนทีตีเร สีหา พหุตรา โหนฺติ. หตฺถิมุขาทีหิ หตฺถิอสฺสอุสภา. ปุรตฺถิมทิสโต นิกฺขนฺตนที อโนตตฺตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา อิตรา ติสฺโส นทิโย อนุปคมฺม ปาจีนหิมวนฺเตเนว อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิสติ. ปจฺฉิมทิสโต จ อุตฺตรทิสโต จ นิกฺขนฺตนทิโยปิ ตเถว ปทกฺขิณํ กตฺวา ปจฺฉิมหิมวนฺเตเนว อุตฺตรหิมวนฺเตเนว จ อมนุสฺสปถํ คนฺตฺวา มหาสมุทฺทํ ปวิสนฺติ. ทกฺขิณทิสโต นิกฺขนฺตนที ปน ตํ ติกฺขตฺตุํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ทกฺขิเณน อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐเนว สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา ปพฺพตํ ปหริตฺวา วุฏฺฐาย ปริกฺเขเปน ติคาวุตปฺปมาณา อุทกธารา จ หุตฺวา อากาเสน สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา ติยคฺคเฬ นาม ปาสาเณ ปติตา, ปาสาโณ อุทกธาราเวเคน ภินฺโน. ตตฺถ ปญฺญาสโยชนปฺปมาณา ติยคฺคฬา นาม โปกฺขรณี ชาตา, โปกฺขรณิยา กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิโยชนานิ คตา. ตโต ฆนปถวึ ภินฺทิตฺวา อุมงฺเคน สฏฺฐิโยชนานิ คนฺตฺวา วิญฺฌุํ นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา หตฺถตเล ปญฺจงฺคุลิสทิสา ปญฺจธารา หุตฺวา ปวตฺตนฺติ. สา ติกฺขตฺตุํ อโนตตฺตํ ปทกฺขิณํ กตฺวา คตฏฺฐาเน อาวฏฺฏคงฺคาติ วุจฺจติ. อุชุกํ ปาสาณปิฏฺเฐน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน กณฺหคงฺคาติ, อากาเสน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน อากาสคงฺคาติ, ติยคฺคฬปาสาเณ ปญฺญาสโยชโนกาเส ฐิตา ติยคฺคฬโปกฺขรณีติ, กูลํ ภินฺทิตฺวา ปาสาณํ ปวิสิตฺวา สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน พหลคงฺคาติ, อุมงฺเคน สฏฺฐิโยชนานิ คตฏฺฐาเน อุมงฺคคงฺคาติ วุจฺจติ. วิญฺฌุํ นาม ติรจฺฉานปพฺพตํ ปหริตฺวา ปญฺจธารา หุตฺวา ปวตฺตฏฺฐาเน ปน คงฺคา ยมุนา อจิรวตี สรภู มหีติ ปญฺจธา สงฺขํ คตา. เอวเมตา ปญฺจ มหานทิโย หิมวนฺตโต ปภวนฺติ. ตาสุ ยา อยํ ปญฺจมี มหี นาม, สา อิธ มหามหีติ อธิปฺเปตา. ตสฺสา อุตฺตเรน ยา อาโป, ตาสํ อวิทูรตฺตา โส ชนปโท องฺคุตฺตราโปติ เวทิตพฺโพ. ตสฺมึ องฺคุตฺตราเปสุ ชนปเท.
อาปณํ นามาติ ตสฺมึ กิร นิคเม วีสติ อาปณมุขสหสฺสานิ วิภตฺตานิ อเหสุํ. อิติ โส อาปณานํ อุสฺสนฺนตฺตา อาปณนฺเตฺวว สงฺขํ คโต. ตสฺส จ นิคมสฺส อวิทูเร นทีตีเร ฆนจฺฉาโย รมณีโย ภูมิภาโค มหาวนสณฺโฑ, ตสฺมึ ภควา วิหรติ. เตเนเวตฺถ วสนฏฺฐานํ น นิยามิตนฺติ เวทิตพฺพํ. เยนญฺญตโร วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมีติ ภิกฺขุสงฺฆํ วสนฏฺฐานํ เปเสตฺวา เอกโกว อุปสงฺกมิ โปตลิยํ คหปตึ สนฺธาย. โปตลิโยปิ โข คหปตีติ โปตลิโยติ เอวํนามโก คหปติ. สมฺปนฺนนิวาสนปาวุรโณติ ปริปุณฺณนิวาสนปาวุรโณ, เอกํ ทีฆทสํ สาฏกํ นิวตฺโถ เอกํ ปารุโตติ อตฺโถ. ฉตฺตุปาหนาหีติ ฉตฺตํ คเหตฺวา อุปาหนา อารุยฺหาติ อตฺโถ. อาสนานีติ ปลฺลงฺกปีฐปลาลปีฐกาทีนิ. อนฺตมโส สาขาภงฺคมฺปิ หิ อาสนนฺเตว วุจฺจติ. คหปติวาเทนาติ คหปตีติ อิมินา วจเนน. สมุทาจรตีติ โวหรติ.
ภควนฺตํ เอตทโวจาติ ตติยํ คหปตีติ วจนํ อธิวาเสตุํ อสกฺโกนฺโต ภควนฺตเมตํ ‘‘ตยิทํ, โภ, โคตมา’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ นจฺฉนฺนนฺติ น อนุจฺฉวิกํ. นปฺปติรูปนฺติ น สารุปฺปํ. อาการาติอาทีนิ สพฺพาเนว การณเววจนานิ. ทีฆทสวตฺถธารณ-เกสมสฺสุนขฐปนาทีนิ หิ สพฺพาเนว คิหิพฺยญฺชนานิ ตสฺส คิหิภาวํ ปากฏํ กโรนฺตีติ อาการา, คิหิสณฺฐาเนน สณฺฐิตตฺตา ลิงฺคา, คิหิภาวสฺส สญฺชานนนิมิตฺตตาย นิมิตฺตาติ วุตฺตา. ยถา ตํ คหปติสฺสาติ ยถา คหปติสฺส อาการลิงฺคนิมิตฺตา ภเวยฺยุํ, ตเถว ตุยฺหํ. เตน ตาหํ เอวํ สมุทาจรามีติ ทสฺเสติ. อถ โส เยน การเณน คหปติวาทํ นาธิวาเสติ, ตํ ปกาเสนฺโต ‘‘ตถา หิ ปน เม’’ติอาทิมาห.
นิยฺยาตนฺติ นิยฺยาติตํ. อโนวาที อนุปวาทีติ ‘‘ตาตา, กสถ, วปถ, วณิปฺปถํ ปโยเชถา’’ติอาทินา หิ นเยน โอวทนฺโต โอวาที นาม โหติ. ‘‘ตุเมฺห น กสถ, น วปถ, น วณิปฺปถํ ปโยเชถ, กถํ ชีวิสฺสถ, ปุตฺตทารํ วา ภริสฺสถา’’ติอาทินา นเยน ปน อุปวทนฺโต อุปวาที นาม โหติ. อหํ ปน อุภยมฺปิ ตํ น กโรมิ. เตนาหํ ตตฺถ อโนวาที อนุปวาทีติ ทสฺเสติ. ฆาสจฺฉาทนปรโม วิหรามีติ ฆาสมตฺตญฺเจว อจฺฉาทนมตฺตญฺจ ปรมํ กตฺวา วิหรามิ, ตโต ปรํ นตฺถิ, น จ ปตฺเถมีติ ทีเปติ.
๓๒. คิทฺธิโลโภ ปหาตพฺโพติ เคธภูโต โลโภ ปหาตพฺโพ. อนินฺทาโรสนฺติ อนินฺทาภูตํ อฆฏฺฏนํ. นินฺทาโรโสติ นินฺทาฆฏฺฏนา. โวหารสมุจฺเฉทายาติ เอตฺถ โวหาโรติ พฺยวหารโวหาโรปิ ปณฺณตฺติปิ วจนมฺปิ เจตนาปิ. ตตฺถ –
‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โวหารํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ’’ติ. (ม. นิ. ๒.๔๕๗) –
อยํ พฺยวหารโวหาโร นาม. ‘‘สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร’’ติ (ธ. ส. ๑๓๑๓-๑๓๑๕) อยํ ปณฺณตฺติโวหาโร นาม. ‘‘ตถา ตถา โวหรติ อปรามส’’นฺติ (ม. นิ. ๓.๓๓๒) อยํ วจนโวหาโร นาม. ‘‘อฏฺฐ อริยโวหารา อฏฺฐ อนริยโวหรา’’ติ (อ. นิ. ๘.๖๗) อยํ เจตนาโวหาโร นาม, อยมิธาธิปฺเปโต. ยสฺมา วา ปพฺพชิตกาลโต ปฏฺฐาย คิหีติ เจตนา นตฺถิ, สมโณติ เจตนา โหติ. คิหีติ วจนํ นตฺถิ, สมโณติ วจนํ โหติ. คิหีติ ปณฺณตฺติ นตฺถิ, สมโณติ ปณฺณตฺติ โหติ. คิหีติ พฺยวหาโร นตฺถิ, สมโณติ วา ปพฺพชิโตติ วา พฺยวหาโร โหติ. ตสฺมา สพฺเพเปเต ลพฺภนฺติ.
๓๓. เยสํ โข อหํ สํโยชนานํ เหตุ ปาณาติปาตีติ เอตฺถ ปาณาติปาโตว สํโยชนํ. ปาณาติปาตสฺเสว หิ เหตุ ปาณาติปาตปจฺจยา ปาณาติปาตี นาม โหติ. ปาณาติปาตานํ ปน พหุตาย ‘‘เยสํ โข อห’’นฺติ วุตฺตํ. เตสาหํ สํโยชนานนฺติ เตสํ อหํ ปาณาติปาตพนฺธนานํ. ปหานาย สมุจฺเฉทาย ปฏิปนฺโนติ อิมินา อปาณาติปาตสงฺขาเตน กายิกสีลสํวเรน ปหานตฺถาย สมุจฺเฉทนตฺถาย ปฏิปนฺโน. อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺยาติ กุนฺถกิปิลฺลิกมฺปิ นาม ชีวิตา อโวโรปนกสาสเน ปพฺพชิตฺวา ปาณาติปาตมตฺตโตปิ โอรมิตุํ น สกฺโกมิ, กึ มยฺหํ ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺย. อนุวิจฺจาปิ มํ วิญฺญู ครเหยฺยุนฺติ เอวรูเป นาม สาสเน ปพฺพชิตฺวา ปาณาติปาตมตฺตโตปิ โอรมิตุํ น สกฺโกติ, กึ เอตสฺส ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อนุวิจฺจ ตุลยิตฺวา ปริโยคาเหตฺวา อญฺเญปิ วิญฺญู ปณฺฑิตา ครเหยฺยุํ. เอตเทว โข ปน สํโยชนเมตํ นีวรณนฺติ ทสสุ สํโยชเนสุ ปญฺจสุ จ นีวรเณสุ อปริยาปนฺนมฺปิ ‘‘อฏฺฐ นีวรณา’’ติ เทสนาวเสเนตํ วุตฺตํ. วฏฺฏพนฺธนฏฺเฐน หิ หิตปฏิจฺฉาทนฏฺเฐน จ สํโยชนนฺติปิ นีวรณนฺติปิ วุตฺตํ. อาสวาติ ปาณาติปาตการณา เอโก อวิชฺชาสโว อุปฺปชฺชติ. วิฆาตปริฬาหาติ วิฆาตา จ ปริฬาหา จ. ตตฺถ วิฆาตคฺคหเณน กิเลสทุกฺขญฺจ วิปากทุกฺขญฺจ คหิตํ, ปริฬาหคฺคหเณนปิ กิเลสปริฬาโห จ วิปากปริฬาโห จ คหิโต. อิมินา อุปาเยน สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๓๔-๔๐. อยํ ปน วิเสโส – เตสาหํ สํโยชนานํ ปหานายาติ อิมสฺมึ ปเท อิมินา ทินฺนาทานสงฺขาเตน กายิกสีลสํวเรน, สจฺจวาจาสงฺขาเตน วาจสิกสีลสํวเรน, อปิสุณาวาจาสงฺขาเตน วาจสิกสีลสํวเรน, อคิทฺธิโลภสงฺขาเตน มานสิกสีลสํวเรน, อนินฺทาโรสสงฺขาเตน กายิกวาจสิกสีลสํวเรน, อโกธุปายาสสงฺขาเตน มานสิกสีลสํวเรน, อนติมานสงฺขาเตน มานสิกสีลสํวเรน ปหานตฺถาย สมุจฺเฉทนตฺถาย ปฏิปนฺโนติ เอวํ สพฺพวาเรสุ โยชนา กาตพฺพา.
อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺย อนุวิจฺจาปิ มํ วิญฺญู ครเหยฺยุนฺติ อิเมสุ ปน ปเทสุ ติณสลากมฺปิ นาม อุปาทาย อทินฺนํ อคฺคหณสาสเน ปพฺพชิตฺวา อทินฺนาทานมตฺตโตปิ วิรมิตุํ น สกฺโกมิ, กึ มยฺหํ ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺย. เอวรูเป นาม สาสเน ปพฺพชิตฺวา อทินฺนาทานมตฺตโตปิ โอรมิตุํ น สกฺโกติ, กึ อิมสฺส ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อนุวิจฺจาปิ มํ วิญฺญู ครเหยฺยุํ? หสาเปกฺขตายปิ นาม ทวกมฺยตาย วา มุสาวาทํ อกรณสาสเน ปพฺพชิตฺวา. สพฺพากาเรน ปิสุณํ อกรณสาสเน นาม ปพฺพชิตฺวา. อปฺปมตฺตกมฺปิ คิทฺธิโลภํ อกรณสาสเน นาม ปพฺพชิตฺวาปิ. กกเจน องฺเคสุ โอกฺกนฺติยมาเนสุปิ นาม ปเรสํ นินฺทาโรสํ อกรณสาสเน ปพฺพชิตฺวา. ฉินฺนขาณุกณฺฏกาทีสุปิ นาม โกธุปายาสํ อกรณสาสเน ปพฺพชิตฺวา. อธิมานมตฺตมฺปิ นาม มานํ อกรณสาสเน ปพฺพชิตฺวา อติมานมตฺตมฺปิ ปชหิตุํ น สกฺโกมิ, กึ มยฺหํ ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อตฺตาปิ มํ อุปวเทยฺย. เอวรูเป นาม สาสเน ปพฺพชิตฺวา อติมานมตฺตมฺปิ ปชหิตุํ น สกฺโกติ, กึ อิมสฺส ปพฺพชฺชายาติ เอวํ อนุวิจฺจาปิ มํ วิญฺญู ครเหยฺยุนฺติ เอวํ สพฺพวาเรสุ โยชนา กาตพฺพา.
อาสวาติ อิมสฺมึ ปน ปเท อทินฺนาทานการณา กามาสโว ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโวติ ตโย อาสวา อุปฺปชฺชนฺติ, ตถา มุสาวาทการณา ปิสุณาวาจาการณา จ, คิทฺธิโลภการณา ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว จ, นินฺทาโรสการณา อวิชฺชาสโวว, ตถา โกธุปายาสการณา, อติมานการณา ภวาสโว อวิชฺชาสโว จาติ เทฺวว อาสวา อุปฺปชฺชนฺตีติ เอวํ อาสวุปฺปตฺติ เวทิตพฺพา.
อิเมสุ ปน อฏฺฐสุปิ วาเรสุ อสมฺโมหตฺถํ ปุน อยํ สงฺเขปวินิจฺฉโย – ปุริเมสุ ตาว จตูสุ วิรมิตุํ น สกฺโกมีติ วตฺตพฺพํ, ปจฺฉิเมสุ ปชหิตุํ น สกฺโกมีติ. ปาณาติปาตนินฺทาโรสโกธุปายาเสสุ จ เอโก อวิชฺชาสโวว โหติ, อทินฺนาทานมุสาวาทปิสุณาวาจาสุ กามาสโว ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว, คิทฺธิโลเภ ทิฏฺฐาสโว อวิชฺชาสโว, อติมาเน ภวาสโว อวิชฺชาสโว, อปาณาติปาตํ ทินฺนาทานํ กายิกํ สีลํ, อมุสา อปิสุณํ วาจสิกสีลํ, ฐเปตฺวา อนินฺทาโรสํ เสสานิ ตีณิ มานสิกสีลานิ. ยสฺมา ปน กาเยนปิ ฆฏฺเฏติ โรเสติ วาจายปิ, ตสฺมา อนินฺทาโรโส เทฺว ฐานานิ ยาติ, กายิกสีลมฺปิ โหติ วาจสิกสีลมฺปิ. เอตฺตาวตา กึ กถิตํ? ปาติโมกฺขสํวรสีลํ. ปาติโมกฺขสํวรสีเล ฐิตสฺส จ ภิกฺขุโน ปฏิสงฺขาปหานวเสน คิหิโวหารสมุจฺเฉโท กถิโตติ เวทิตพฺโพ.
กามาทีนวกถาวณฺณนา
๔๒. วิตฺถารเทสนายํ ตเมนํ ทกฺโขติ ปทสฺส อุปสุมฺเภยฺยาติ อิมินา สทฺธึ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. อิทํ วุตฺตํ โหติ, ตเมนํ กุกฺกุรํ อุปสุมฺเภยฺย, ตสฺส สมีเป ขิเปยฺยาติ อตฺโถ. อฏฺฐิกงฺกลนฺติ อุรฏฺฐึ วา ปิฏฺฐิกณฺฏกํ วา สีสฏฺฐึ วา. ตญฺหิ นิมฺมํสตฺตา กงฺกลนฺติ วุจฺจติ. สุนิกฺกนฺตํ นิกฺกนฺตนฺติ ยถา สุนิกฺกนฺตํ โหติ, เอวํ นิกฺกนฺตํ นิลฺลิขิตํ, ยเทตฺถ อลฺลีนมํสํ อตฺถิ, ตํ สพฺพํ นิลฺลิขิตฺวา อฏฺฐิมตฺตเมว กตนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห ‘‘นิมฺมํส’’นฺติ. โลหิตํ ปน มกฺขิตฺวา ติฏฺฐติ, เตน วุตฺตํ ‘‘โลหิตมกฺขิต’’นฺติ.
พหุทุกฺขา พหุปายาสาติ ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิเกหิ ทุกฺเขหิ พหุทุกฺขา, อุปายาสสํกิเลเสหิ พหุปายาสา. ยายํ อุเปกฺขา นานตฺตา นานตฺตสิตาติ ยา อยํ ปญฺจกามคุณารมฺมณวเสน นานาสภาวา, ตาเนว จ อารมฺมณานิ นิสฺสิตตฺตา ‘‘นานตฺตสิตา’’ติ วุจฺจติ ปญฺจกามคุณูเปกฺขา, ตํ อภินิวชฺเชตฺวา. เอกตฺตา เอกตฺตสิตาติ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขา, สา หิ ทิวสมฺปิ เอกสฺมึ อารมฺมเณ อุปฺปชฺชนโต เอกสภาวา, ตเทว เอกํ อารมฺมณํ นิสฺสิตตฺตา เอกตฺตสิตา นาม. ยตฺถ สพฺพโส โลกามิสูปาทานา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺตีติ ยตฺถ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขายํ ยํ อุเปกฺขํ อาคมฺม ยํ ปฏิจฺจ สพฺเพน สพฺพํ อปริเสสา โลกามิสสงฺขาตา ปญฺจกามคุณามิสา นิรุชฺฌนฺติ. ปญฺจกามคุณามิสาติ จ กามคุณารมฺมณฉนฺทราคา, คหณฏฺเฐน เตเยว จ อุปาทานาติปิ วุตฺตา. ตเมวูเปกฺขํ ภาเวตีติ ตํ โลกามิสูปาทานานํ ปฏิปกฺขภูตํ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขเมว วฑฺเฒติ.
๔๓. อุฑฺฑีเยยฺยาติ อุปฺปติตฺวา คจฺเฉยฺย. อนุปติตฺวาติ อนุพนฺธิตฺวา. วิตจฺเฉยฺยุนฺติ มุขตุณฺฑเกน ฑํสนฺตา ตจฺเฉยฺยุํ. วิสฺสชฺเชยฺยุนฺติ มํสเปสึ นเขหิ กฑฺฒิตฺวา ปาเตยฺยุํ.
๔๗. ยานํ วา โปริเสยฺยนฺติ ปุริสานุจฺฉวิกํ ยานํ. ปวรมณิกุณฺฑลนฺติ นานปฺปการํ อุตฺตมมณิญฺจ กุณฺฑลญฺจ. สานิ หรนฺตีติ อตฺตโน ภณฺฑกานิ คณฺหนฺติ.
๔๘. สมฺปนฺนผลนฺติ มธุรผลํ. อุปปนฺนผลนฺติ ผลูปปนฺนํ พหุผลํ.
๔๙. อนุตฺตรนฺติ อุตฺตมํ ปภสฺสรํ นิรุปกฺกิเลสํ.
๕๐. อารกา อหํ, ภนฺเตติ ปถวิโต นภํ วิย สมุทฺทสฺส โอริมตีรโต ปรตีรํ วิย จ สุวิทูรวิทูเร อหํ. อนาชานีเยติ คิหิโวหารสมุจฺเฉทนสฺส การณํ อชานนเก. อาชานียโภชนนฺติ การณํ ชานนฺเตหิ ภุญฺชิตพฺพํ โภชนํ. อนาชานียโภชนนฺติ การณํ อชานนฺเตหิ ภุญฺชิตพฺพํ โภชนํ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
โปตลิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. ชีวกสุตฺตวณฺณนา
๕๑. เอวํ เม สุตนฺติ ชีวกสุตฺตํ. ตตฺถ ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเนติ เอตฺถ ชีวตีติ ชีวโก. กุมาเรน ภโตติ โกมารภจฺโจ. ยถาห ‘‘กึ เอตํ ภเณ กาเกหิ สมฺปริกิณฺณนฺติ? ทารโก เทวาติ. ชีวติ ภเณติ? ชีวติ เทวาติ. เตน หิ ภเณ ตํ ทารกํ อมฺหากํ อนฺเตปุรํ เนตฺวา ธาตีนํ เทถ โปเสตุนฺติ. ตสฺส ชีวตีติ ชีวโกติ นามํ อกํสุ, กุมาเรน โปสาปิโตติ โกมารภจฺโจติ นามํ อกํสู’’ติ (มหาว. ๓๒๘). อยเมตฺถ สงฺเขโป. วิตฺถาเรน ปน ชีวกวตฺถุ ขนฺธเก อาคตเมว. วินิจฺฉยกถาปิสฺส สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย วุตฺตา.
อยํ ปน ชีวโก เอกสฺมึ สมเย ภควโต โทสาภิสนฺนํ กายํ วิเรเจตฺวา สีเวยฺยกํ ทุสฺสยุคํ ทตฺวา วตฺถานุโมทนปริโยสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย จินฺเตสิ – ‘‘มยา ทิวสสฺส ทฺวตฺติกฺขตฺตุํ พุทฺธุปฏฺฐานํ คนฺตพฺพํ, อิทญฺจ เวฬุวนํ อติทูเร, มยฺหํ อุยฺยานํ อมฺพวนํ อาสนฺนตรํ, ยํนูนาหเมตฺถ ภควโต วิหารํ กาเรยฺย’’นฺติ. โส ตสฺมึ อมฺพวเน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานเลณกุฏิมณฺฑปาทีนิ สมฺปาเทตฺวา ภควโต อนุจฺฉวิกํ คนฺธกุฏึ กาเรตฺวา อมฺพวนํ อฏฺฐารสหตฺถุพฺเพเธน ตมฺพปฏฺฏวณฺเณน ปากาเรน ปริกฺขิปาเปตฺวา พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ จีวรภตฺเตน สนฺตปฺเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ปาเตตฺวา วิหารํ นิยฺยาเตสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ชีวกสฺส โกมารภจฺจสฺส อมฺพวเน’’ติ.
อารภนฺตีติ ฆาเตนฺติ. อุทฺทิสฺสกตนฺติ อุทฺทิสิตฺวา กตํ. ปฏิจฺจกมฺมนฺติ อตฺตานํ ปฏิจฺจ กตํ. อถ วา ปฏิจฺจกมฺมนฺติ นิมิตฺตกมฺมสฺเสตํ อธิวจนํ, ตํ ปฏิจฺจ กมฺมเมตฺถ อตฺถีติ มํสํ ‘‘ปฏิจฺจกมฺม’’นฺติ วุตฺตํ โหติ โย เอวรูปํ มํสํ ปริภุญฺชติ, โสปิ ตสฺส กมฺมสฺส ทายาโท โหติ, วธกสฺส วิย ตสฺสาปิ ปาณฆาตกมฺมํ โหตีติ เตสํ ลทฺธิ. ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรนฺตีติ ภควตา วุตฺตการณสฺส อนุการณํ กเถนฺติ. เอตฺถ จ การณํ นาม ติโกฏิปริสุทฺธมจฺฉมํสปริโภโค, อนุการณํ นาม มหาชนสฺส ตถา พฺยากรณํ. ยสฺมา ปน ภควา อุทฺทิสฺสกตํ น ปริภุญฺชติ, ตสฺมา เนว ตํ การณํ โหติ, น ติตฺถิยานํ ตถา พฺยากรณํ อนุการณํ. สหธมฺมิโก วาทานุวาโทติ ปเรหิ วุตฺตการเณน สการโณ หุตฺวา ตุมฺหากํ วาโท วา อนุวาโท วา วิญฺญูหิ ครหิตพฺพการณํ โกจิ อปฺปมตฺตโกปิ กึ น อาคจฺฉติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ‘‘กึ สพฺพากาเรนปิ ตุมฺหากํ วาเท คารยฺหํ การณํ นตฺถี’’ติ. อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อภิภวิตฺวา อาจิกฺขนฺติ.
๕๒. ฐาเนหีติ การเณหิ. ทิฏฺฐาทีสุ ทิฏฺฐํ นาม ภิกฺขูนํ อตฺถาย มิคมจฺเฉ วธิตฺวา คยฺหมานํ ทิฏฺฐํ. สุตํ นาม ภิกฺขูนํ อตฺถาย มิคมจฺเฉ วธิตฺวา คหิตนฺติ สุตํ. ปริสงฺกิตํ นาม ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ สุตปริสงฺกิตํ ตทุภยวิมุตฺตปริสงฺกิตนฺติ ติวิธํ โหติ.
ตตฺรายํ สพฺพสงฺคาหกวินิจฺฉโย – อิธ ภิกฺขู ปสฺสนฺติ มนุสฺเส ชาลวาคุราทิหตฺเถ คามโต วา นิกฺขมนฺเต อรญฺเญ วา วิจรนฺเต. ทุติยทิวเส จ เนสํ ตํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ สมจฺฉมํสํ ปิณฺฑปาตํ อภิหรนฺติ. เต เตน ทิฏฺเฐน ปริสงฺกนฺติ ‘‘ภิกฺขูนํ นุ โข อตฺถาย กต’’นฺติ, อิทํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ นาม, เอตํ คเหตุํ น วฏฺฏติ. ยํ เอวํ อปริสงฺกิตํ, ตํ วฏฺฏติ. สเจ ปน เต มนุสฺสา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, น คณฺหถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘นยิทํ, ภนฺเต, ภิกฺขูนํ อตฺถาย กตํ, อเมฺหหิ อตฺตโน อตฺถาย วา ราชยุตฺตาทีนํ อตฺถาย วา กต’’นฺติ วทนฺติ, กปฺปติ.