๖. อุปาลิสุตฺตวณฺณนา
๕๖. เอวํ เม สุตนฺติ อุปาลิสุตฺตํ. ตตฺถ นาฬนฺทายนฺติ นาลนฺทาติ เอวํนามเก นคเร ตํ นครํ โคจรคามํ กตฺวา. ปาวาริกมฺพวเนติ ทุสฺสปาวาริกเสฏฺฐิโน อมฺพวเน. ตํ กิร ตสฺส อุยฺยานํ อโหสิ, โส ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ภควติ ปสนฺโน ตสฺมึ อุยฺยาเน กุฏิเลณมณฺฑปาทิปฏิมณฺฑิตํ ภควโต วิหารํ กตฺวา นิยฺยาเทสิ, โส วิหาโร ชีวกมฺพวนํ วิย ปาวาริกมฺพวนนฺเตว สงฺขํ คโต. ตสฺมึ ปาวาริกมฺพวเน วิหรตีติ อตฺโถ. ทีฆตปสฺสีติ ทีฆตฺตา เอวํลทฺธนาโม. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ ปิณฺฑปาตโต ปฏิกฺกนฺโต. สาสเน วิย กึ ปน พาหิรายตเน ปิณฺฑปาโตติ โวหาโร อตฺถีติ, นตฺถิ.
ปญฺญเปตีติ ทสฺเสติ ฐเปติ. ทณฺฑานิ ปญฺญเปตีติ อิทํ นิคณฺฐสมเยน ปุจฺฉนฺโต อาห. กายทณฺฑํ วจีทณฺฑํ มโนทณฺฑนฺติ เอตฺถ ปุริมทณฺฑทฺวยํ เต อจิตฺตกํ ปยฺยเปนฺติ. ยถา กิร วาเต วายนฺเต สาขา จลติ, อุทกํ จลติ, น จ ตตฺถ จิตฺตํ อตฺถิ, เอวํ กายทณฺโฑปิ อจิตฺตโกว โหติ. ยถา จ วาเต วายนฺเต ตาลปณฺณาทีนิ สทฺทํ กโรนฺติ, อุทกานิ สทฺทํ กโรนฺติ, น จ ตตฺถ จิตฺตํ อตฺถิ, เอวํ วจีทณฺโฑปิ อจิตฺตโกว โหตีติ อิมํ ทณฺฑทฺวยํ อจิตฺตกํ ปญฺญเปนฺติ. จิตฺตํ ปน มโนทณฺฑนฺติ ปญฺญเปนฺติ. อถสฺส ภควา วจนํ ปติฏฺฐเปตุกาโม ‘‘กึ ปน ตปสฺสี’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ กถาวตฺถุสฺมินฺติ เอตฺถ กถาเยว กถาวตฺถุ. กถายํ ปติฏฺฐเปสีติ อตฺโถ. กสฺมา ปน ภควา เอวมกาสิ? ปสฺสติ หิ ภควา ‘‘อยํ อิมํ กถํ อาทาย คนฺตฺวา อตฺตโน สตฺถุ มหานิคณฺฐสฺส อาโรเจสฺสติ, ตาสญฺจ ปริสติ, อุปาลิ คหปติ นิสินฺโน, โส อิมํ กถํ สุตฺวา มม วาทํ อาโรเปตุํ อาคมิสฺสติ, ตสฺสาหํ ธมฺมํ เทเสสฺสามิ, โส ติกฺขตฺตุํ สรณํ คมิสฺสติ, อถสฺส จตฺตาริ สจฺจานิ ปกาเสสฺสามิ, โส สจฺจปกาสนาวสาเน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิสฺสติ, ปเรสํ สงฺคหตฺถเมว หิ มยา ปารมิโย ปูริตา’’ติ. อิมมตฺถํ ปสฺสนฺโต เอวมกาสิ.
๕๗. กมฺมานิ ปญฺญเปสีติ อิทํ นิคณฺโฐ พุทฺธสมเยน ปุจฺฉนฺโต อาห. กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มโนกมฺมนฺติ เอตฺถ กายทฺวาเร อาทานคหณมุญฺจนโจปนปตฺตา อฏฺฐกามาวจรกุสลเจตนา ทฺวาทสากุสลเจตนาติ วีสติเจตนา กายกมฺมํ นาม. กายทฺวาเร อาทานาทีนิ อปตฺวา วจีทฺวาเร วจนเภทํ ปาปยมานา อุปฺปนฺนา ตาเยว วีสติเจตนา วจีกมฺมํ นาม. อุภยทฺวาเร โจปนํ อปฺปตฺวา มโนทฺวาเร อุปฺปนฺนา เอกูนตึสกุสลากุสลเจตนา มโนกมฺมํ นาม. อปิจ สงฺเขปโต ติวิธํ กายทุจฺจริตํ กายกมฺมํ นาม, จตุพฺพิธํ วจีทุจฺจริตํ วจีกมฺมํ นาม, ติวิธํ มโนทุจฺจริตํ มโนกมฺมํ นาม. อิมสฺมิญฺจ สุตฺเต กมฺมํ ธุรํ, อนนฺตรสุตฺเต ‘‘จตฺตาริมานิ ปุณฺณ กมฺมานิ มยา สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวทิตานี’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๑) เอวมาคเตปิ เจตนา ธุรํ. ยตฺถ กตฺถจิ ปวตฺตา เจตนา ‘‘กณฺหํ กณฺหวิปาก’’นฺติอาทิเภทํ ลภติ. นิทฺเทสวาเร จสฺส ‘‘สพฺยาพชฺฌํ กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรตี’’ติอาทินา นเยน สา วุตฺตาว. กายทฺวาเร ปวตฺตา ปน อิธ กายกมฺมนฺติ อธิปฺเปตํ, วจีทฺวาเร ปวตฺตา วจีกมฺมํ, มโนทฺวาเร ปวตฺตา มโนกมฺมํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อิมสฺมึ สุตฺเต กมฺมํ ธุรํ, อนนฺตรสุตฺเต เจตนา’’ติ. กมฺมมฺปิ หิ ภควา กมฺมนฺติ ปญฺญเปติ ยถา อิมสฺมึเยว สุตฺเต. เจตนมฺปิ, ยถาห – ‘‘เจตนาหํ, ภิกฺขเว, กมฺมํ วทามิ, เจตยิตฺวา กมฺมํ กโรตี’’ติ (อ. นิ. ๖.๖๓). กสฺมา ปน เจตนา กมฺมนฺติ วุตฺตา? เจตนามูลกตฺตา กมฺมสฺส.
เอตฺถ จ อกุสลํ ปตฺวา กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ, กุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ. ตถา หิ มาตุฆาตาทีนิ จตฺตาริ กมฺมานิ กาเยเนว อุปกฺกมิตฺวา กาเยเนว กโรติ, นิรเย กปฺปฏฺฐิกสงฺฆเภทกมฺมํ วจีทฺวาเรน กโรติ. เอวํ อกุสลํ ปตฺวา กายกมฺมํ วจีกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ นาม. เอกา ปน ฌานเจตนา จตุราสีติกปฺปสหสฺสานิ สคฺคสมฺปตฺตึ อาวหติ, เอกา มคฺคเจตนา สพฺพากุสลํ สมุคฺฆาเตตฺวา อรหตฺตํ คณฺหาเปติ. เอวํ กุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ มหนฺตนฺติ วทนฺโต น กิลมติ นาม. อิมสฺมึ ปน ฐาเน ภควา อกุสลํ ปตฺวา มโนกมฺมํ มหาสาวชฺชํ วทมาโน นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐึ สนฺธาย วทติ. เตเนวาห – ‘‘นาหํ, ภิกฺขเว, อญฺญํ เอกธมฺมมฺปิ สมนุปสฺสามิ, ยํ เอวํ มหาสาวชฺชํ, ยถยิทํ, ภิกฺขเว, มิจฺฉาทิฏฺฐิ. มิจฺฉาทิฏฺฐิปรมานิ, ภิกฺขเว, มหาสาวชฺชานี’’ติ (อ. นิ. ๑.๓๑๐).
อิทานิ นิคณฺโฐปิ ตถาคเตน คตมคฺคํ ปฏิปชฺชนฺโต กิญฺจิ อตฺถนิปฺผตฺตึ อปสฺสนฺโตปิ ‘‘กึ ปนาวุโส, โคตมา’’ติอาทิมาห.
๕๘. พาลกินิยาติ อุปาลิสฺส กิร พาลกโลณการคาโม นาม อตฺถิ, ตโต อายํ คเหตฺวา มนุสฺสา อาคตา, โส ‘‘เอถ ภเณ, อมฺหากํ สตฺถารํ มหานิคณฺฐํ ปสฺสิสฺสามา’’ติ ตาย ปริสาย ปริวุโต ตตฺถ อคมาสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘พาลกินิยา ปริสายา’’ติ, พาลกคามวาสินิยาติ อตฺโถ. อุปาลิปมุขายาติ อุปาลิเชฏฺฐกาย. อปิจ พาลกินิยาติ พาลวติยา พาลุสฺสนฺนายาติปิ อตฺโถ. อุปาลิปมุขายาติ อุปาลิคหปติเยว ตตฺถ โถกํ สปฺปญฺโญ, โส ตสฺสา ปมุโข เชฏฺฐโก. เตนาปิ วุตฺตํ ‘‘อุปาลิปมุขายา’’ติ. หนฺทาติ วจสายตฺเถ นิปาโต. ฉโวติ ลามโก. โอฬาริกสฺสาติ มหนฺตสฺส. อุปนิธายาติ อุปนิกฺขิปิตฺวา. อิทํ วุตฺตํ โหติ, กายทณฺฑสฺส สนฺติเก นิกฺขิปิตฺวา ‘‘อยํ นุ โข มหนฺโต, อยํ มหนฺโต’’ติ เอวํ โอโลกิยมาโน ฉโว มโนทณฺโฑ กึ โสภติ, กุโต โสภิสฺสติ, น โสภติ, อุปนิกฺเขปมตฺตมฺปิ นปฺปโหตีติ ทีเปติ. สาธุ สาธุ, ภนฺเต, ตปสฺสีติ ทีฆตปสฺสิสฺส สาธุการํ เทนฺโต, ภนฺเตติ นาฏปุตฺตมาลปติ.
๖๐. น โข เมตํ, ภนฺเต, รุจฺจตีติ, ภนฺเต, เอตํ มยฺหํ น รุจฺจติ. มายาวีติ มายากาโร. อาวฏฺฏนิมายนฺติ อาวฏฺเฏตฺวา คหณมายํ. อาวฏฺเฏตีติ อาวฏฺเฏตฺวา ปริกฺขิปิตฺวา คณฺหาติ. คจฺฉ ตฺวํ คหปตีติ กสฺมา มหานิคณฺโฐ คหปตึ ยาวตติยํ ปหิณติเยว? ทีฆตปสฺสี ปน ปฏิพาหเตว? มหานิคณฺเฐน หิ ภควตา สทฺธึ เอกํ นครํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺเตนปิ น ภควา ทิฏฺฐปุพฺโพ. โย หิ สตฺถุวาทปฏิญฺโญ โหติ, โส ตํ ปฏิญฺญํ อปฺปหาย พุทฺธทสฺสเน อภพฺโพ. ตสฺมา เอส พุทฺธทสฺสนสฺส อลทฺธปุพฺพตฺตา ทสพลสฺส ทสฺสนสมฺปตฺติญฺจ นิยฺยานิกกถาภาวญฺจ อชานนฺโต ยาวตติยํ ปหิณเตว. ทีฆตปสฺสี ปน กาเลน กาลํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ติฏฺฐติปิ นิสีทติปิ ปญฺหมฺปิ ปุจฺฉติ, โส ตถาคตสฺส ทสฺสนสมฺปตฺติมฺปิ นิยฺยานิกกถาภาวมฺปิ ชานาติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อยํ คหปติ ปณฺฑิโต, สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติเก คนฺตฺวา ทสฺสเนปิ ปสีเทยฺย, นิยฺยานิกกถํ สุตฺวาปิ ปสีเทยฺย. ตโต น ปุน อมฺหากํ สนฺติกํ อาคจฺเฉยฺยา’’ติ. ตสฺมา ยาวตติยํ ปฏิพาหเตว.
อภิวาเทตฺวาติ วนฺทิตฺวา. ตถาคตญฺหิ ทิสฺวา ปสนฺนาปิ อปฺปสนฺนาปิ เยภุยฺเยน วนฺทนฺติเยว, อปฺปกา น วนฺทนฺติ. กสฺมา? อติอุจฺเจ หิ กุเล ชาโต อคารํ อชฺฌาวสนฺโตปิ วนฺทิตพฺโพเยวาติ. อยํ ปน คหปติ ปสนฺนตฺตาว วนฺทิ, ทสฺสเนเยว กิร ปสนฺโน. อาคมา นุ ขฺวิธาติ อาคมา นุ โข อิธ.
๖๑. สาธุ สาธุ, ภนฺเต, ตปสฺสีติ ทีฆตปสฺสิสฺส สาธุการํ เทนฺโต, ภนฺเตติ, ภควนฺตํ อาลปติ. สจฺเจ ปติฏฺฐายาติ ถุสราสิมฺหิ อาโกฏิตขาณุโก วิย อจลนฺโต วจีสจฺเจ ปติฏฺฐหิตฺวา. สิยา โนติ ภเวยฺย อมฺหากํ.
๖๒. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. อสฺสาติ ภเวยฺย. สีโตทกปฏิกฺขิตฺโตติ นิคณฺฐา สตฺตสญฺญาย สีโตทกํ ปฏิกฺขิปนฺติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. มโนสตฺตา นาม เทวาติ มนมฺหิ สตฺตา ลคฺคา ลคิตา. มโนปฏิพทฺโธติ ยสฺมา มนมฺหิ ปฏิพทฺโธ หุตฺวา กาลงฺกโรติ, ตสฺมา มโนสตฺเตสุ เทเวสุ อุปปชฺชตีติ ทสฺเสติ. ตสฺส หิ ปิตฺตชรโรโค ภวิสฺสติ. เตนสฺส อุโณฺหทกํ ปิวิตุํ วา หตฺถปาทาทิโธวนตฺถาย วา คตฺตปริสิญฺจนตฺถาย วา อุปเนตุํ น วฏฺฏติ, โรโค พลวตโร โหติ. สีโตทกํ วฏฺฏติ, โรคํ วูปสเมติ. อยํ ปน อุโณฺหทกเมว ปฏิเสวติ, ตํ อลภมาโน โอทนกญฺชิกํ ปฏิเสวติ. จิตฺเตน ปน สีโตทกํ ปาตุกาโม จ ปริภุญฺชิตุกาโม จ โหติ. เตนสฺส มโนทณฺโฑ ตตฺเถว ภิชฺชติ. โส กายทณฺฑํ วจีทณฺฑํ รกฺขามีติ สีโตทกํ ปาตุกาโม วา ปริภุญฺชิตุกาโม วา สีโตทกเมว เทถาติ วตฺตุํ น วิสหติ. ตสฺส เอวํ รกฺขิตาปิ กายทณฺฑวจีทณฺฑา จุตึ วา ปฏิสนฺธึ วา อากฑฺฒิตุํ น สกฺโกนฺติ. มโนทณฺโฑ ปน ภินฺโนปิ จุติมฺปิ ปฏิสนฺธิมฺปิ อากฑฺฒติเยว. อิติ นํ ภควา ทุพฺพลกายทณฺฑวจีทณฺฑา ฉวา ลามกา, มโนทณฺโฑว พลวา มหนฺโตติ วทาเปสิ.
ตสฺสปิ อุปาสกสฺส เอตทโหสิ. ‘‘มุจฺฉาวเสน อสญฺญิภูตานญฺหิ สตฺตาหมฺปิ อสฺสาสปสฺสาสา นปฺปวตฺตนฺติ, จิตฺตสนฺตติปวตฺติมตฺเตเนว ปน เต มตาติ น วุจฺจนฺติ. ยทา เนสํ จิตฺตํ นปฺปวตฺตติ, ตทา ‘มตา เอเต นีหริตฺวา เต ฌาเปถา’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชนฺติ. กายทณฺโฑ นิรีโห อพฺยาปาโร, ตถา วจีทณฺโฑ. จิตฺเตเนว ปน เตสํ จุติปิ ปฏิสนฺธิปิ โหติ. อิติปิ มโนทณฺโฑว มหนฺโต. ภิชฺชิตฺวาปิ จุติปฏิสนฺธิอากฑฺฒนโต เอเสว มหนฺโต. อมฺหากํ ปน มหานิคณฺฐสฺส กถา อนิยฺยานิกา’’ติ สลฺลกฺเขสิ. ภควโต ปน วิจิตฺตานิ ปญฺหปฏิภานานิ โสตุกาโม น ตาว อนุชานาติ.
น โข เต สนฺธิยตีติ น โข เต ฆฏิยติ. ปุริเมน วา ปจฺฉิมนฺติ ‘‘กายทณฺโฑ มหนฺโต’’ติ อิมินา ปุริเมน วจเนน อิทานิ ‘‘มโนทณฺโฑ มหนฺโต’’ติ อิทํ วจนํ. ปจฺฉิเมน วา ปุริมนฺติ เตน วา ปจฺฉิเมน อทุํ ปุริมวจนํ น ฆฏิยติ.
๖๓. อิทานิสฺส ภควา อญฺญานิปิ การณานิ อาหรนฺโต ‘‘ตํ กึ มญฺญสี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จาตุยามสํวรสํวุโตติ น ปาณมติปาเตติ, น ปาณมติปาตยติ, น ปาณมติปาตยโต สมนุญฺโญ โหติ. น อทินฺนํ อาทิยติ, น อทินฺนํ อาทิยาเปติ, น อทินฺนํ อาทิยโต สมนุญฺโญ โหติ. น มุสา ภณติ, น มุสา ภณาเปติ, น มุสา ภณโต สมนุญฺโญ โหติ. น ภาวิตมาสีสติ, น ภาวิตมาสีสาเปติ, น ภาวิตมาสีสโต สมนุญฺโญ โหตีติ อิมินา จตุโกฏฺฐาเสน สํวเรน สํวุโต. เอตฺถ จ ภาวิตนฺติ ปญฺจกามคุณา.
สพฺพวาริวาริโตติ วาริตสพฺพอุทโก, ปฏิกฺขิตฺตสพฺพสีโตทโกติ อตฺโถ. โส หิ สีโตทเก สตฺตสญฺญี โหติ, ตสฺมา น ตํ วลญฺเชติ. อถ วา สพฺพวาริวาริโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน วาริตปาโป. สพฺพวาริยุตฺโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ยุตฺโต. สพฺพวาริธุโตติ สพฺเพน ปาปวารเณน ธุตปาโป. สพฺพวาริผุโฏติ สพฺเพน ปาปวารเณน ผุโฏ. ขุทฺทเก ปาเณ สงฺฆาตํ อาปาเทตีติ ขุทฺทเก ปาเณ วธํ อาปาเทติ. โส กิร เอกินฺทฺริยํ ปาณํ ทุวินฺทฺริยํ ปาณนฺติ ปญฺญเปติ. สุกฺขทณฺฑก-ปุราณปณฺณสกฺขร-กถลานิปิ ปาโณเตว ปญฺญเปติ. ตตฺถ ขุทฺทกํ อุทกพินฺทุ ขุทฺทโก ปาโณ, มหนฺตํ มหนฺโตติ สญฺญี โหติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. กิสฺมึ ปญฺญเปตีติ กตฺถ กตรสฺมึ โกฏฺฐาเส ปญฺญเปติ. มโนทณฺฑสฺมินฺติ มโนทณฺฑโกฏฺฐาเส, ภนฺเตติ. อยํ ปน อุปาสโก ภณนฺโตว สยมฺปิ สลฺลกฺเขสิ – ‘‘อมฺหากํ มหานิคณฺโฐ ‘อสญฺเจตนิกํ กมฺมํ อปฺปสาวชฺชํ, สญฺเจตนิกํ มหาสาวชฺช’นฺติ ปญฺญเปตฺวา เจตนํ มโนทณฺโฑติ ปญฺญเปติ, อนิยฺยานิกา เอตสฺส กถา, ภควโตว นิยฺยานิกา’’ติ.
๖๔. อิทฺธาติ สมิทฺธา. ผีตาติ อติสมิทฺธา สพฺพปาลิผุลฺลา วิย. อากิณฺณมนุสฺสาติ ชนสมากุลา. ปาณาติ หตฺถิอสฺสาทโย ติรจฺฉานคตา เจว อิตฺถิปุริสทารกาทโย มนุสฺสชาติกา จ. เอกํ มํสขลนฺติ เอกํ มํสราสึ. ปุญฺชนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อิทฺธิมาติ อานุภาวสมฺปนฺโน. เจโตวสิปฺปตฺโตติ จิตฺเต วสีภาวปฺปตฺโต. ภสฺมํ กริสฺสามีติ ฉาริกํ กริสฺสามิ. กิญฺหิ โสภติ เอกา ฉวา นาฬนฺทาติ อิทมฺปิ ภณนฺโต โส คหปติ – ‘‘กายปโยเคน ปญฺญาสมฺปิ มนุสฺสา เอกํ นาฬนฺทํ เอกํ มํสขลํ กาตุํ น สกฺโกนฺติ, อิทฺธิมา ปน เอโก เอเกเนว มโนปโทเสน ภสฺมํ กาตุํ สมตฺโถ. อมฺหากํ มหานิคณฺฐสฺส กถา อนิยฺยานิกา, ภควโตว กถา นิยฺยานิกา’’ติ สลฺลกฺเขสิ.
๖๕. อรญฺญํ อรญฺญภูตนฺติ อคามกํ อรญฺญเมว หุตฺวา อรญฺญํ ชาตํ. อิสีนํ มโนปโทเสนาติ อิสีนํ อตฺถาย กเตน มโนปโทเสน ตํ มโนปโทสํ อสหมานาหิ เทวตาหิ ตานิ รฏฺฐานิ วินาสิตานิ. โลกิกา ปน อิสโย มนํ ปโทเสตฺวา วินาสยึสูติ มญฺญนฺติ. ตสฺมา อิมสฺมึ โลกวาเท ฐตฺวาว อิทํ วาทาโรปนํ กตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตตฺถ ทณฺฑกีรญฺญาทีนํ เอวํ อรญฺญภูตภาโว ชานิตพฺโพ – สรภงฺคโพธิสตฺตสฺส ตาว ปริสาย อติเวปุลฺลตํ คตาย กิสวจฺโฉ นาม ตาปโส มหาสตฺตสฺส อนฺเตวาสี วิเวกวาสํ ปตฺถยมาโน คณํ ปหาย โคธาวรีตีรโต กลิงฺครฏฺเฐ ทณฺฑกีรญฺโญ กุมฺภปุรํ นาม นครํ อุปนิสฺสาย ราชุยฺยาเน วิเวกมนุพฺรูหยมาโน วิหรติ. ตสฺส เสนาปติ อุปฏฺฐาโก โหติ.
ตทา จ เอกา คณิกา รถํ อภิรุหิตฺวา ปญฺจมาตุคามสตปริวารา นครํ อุปโสภยมานา วิจรติ. มหาชโน ตเมว โอโลกยมาโน ปริวาเรตฺวา วิจรติ, นครวีถิโย นปฺปโหนฺติ. ราชา วาตปานํ วิวริตฺวา ฐิโต ตํ ทิสฺวา กา เอสาติ ปุจฺฉิ. ตุมฺหากํ นครโสภินี เทวาติ. โส อุสฺสูยมาโน ‘‘กึ เอตาย โสภติ, นครํ สยํ โสภิสฺสตี’’ติ ตํ ฐานนฺตรํ อจฺฉินฺทาเปสิ.
สา ตโต ปฏฺฐาย เกนจิ สทฺธึ สนฺถวํ กตฺวา ฐานนฺตรํ ปริเยสมานา เอกทิวสํ ราชุยฺยานํ ปวิสิตฺวา จงฺกมนโกฏิยํ อาลมฺพนผลกํ นิสฺสาย ปาสาณผลเก นิสินฺนํ ตาปสํ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘กิลิฏฺโฐ วตายํ ตาปโส อนญฺชิตมณฺฑิโต, ทาฐิกาหิ ปรุฬฺหาหิ มุขํ ปิหิตํ, มสฺสุนา อุรํ ปิหิตํ, อุโภ กจฺฉา ปรุฬฺหา’’ติ. อถสฺสา โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิ – ‘‘อหํ เอเกน กิจฺเจน วิจรามิ, อยญฺจ เม กาฬกณฺณี ทิฏฺโฐ, อุทกํ อาหรถ, อกฺขีนิ โธวิสฺสามี’’ติ อุทกทนฺตกฏฺฐํ อาหราเปตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา ตาปสสฺส สรีเร ปิณฺฑํ ปิณฺฑํ เขฬํ ปาเตตฺวา ทนฺตกฏฺฐํ ชฏามตฺถเก ขิปิตฺวา มุขํ วิกฺขาเลตฺวา อุทกํ ตาปสสฺส มตฺถกสฺมึเยว สิญฺจิตฺวา – ‘‘เยหิ เม อกฺขีหิ กาฬกณฺณี ทิฏฺโฐ, ตานิ โธตานิ กลิปวาหิโต’’ติ นิกฺขนฺตา.
ตํทิวสญฺจ ราชา สตึ ปฏิลภิตฺวา – ‘‘โภ กุหึ นครโสภินี’’ติ ปุจฺฉิ. อิมสฺมึเยว นคเร เทวาติ. ปกติฏฺฐานนฺตรํ ตสฺสา เทถาติ ฐานนฺตรํ ทาเปสิ. สา ปุพฺเพ สุกตกมฺมํ นิสฺสาย ลทฺธํ ฐานนฺตรํ ตาปสสฺส สรีเร เขฬปาตเนน ลทฺธนฺติ สญฺญมกาสิ.
ตโต กติปาหสฺสจฺจเยน ราชา ปุโรหิตสฺส ฐานนฺตรํ คณฺหิ. โส นครโสภินิยา สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ภคินิ กินฺติ กตฺวา ฐานนฺตรํ ปฏิลภี’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘กึ พฺราหฺมณ อญฺญํ กาตพฺพํ อตฺถิ, ราชุยฺยาเน อนญฺชิตกาฬกณฺณี กูฏชฏิโล เอโก อตฺถิ, ตสฺส สรีเร เขฬํ ปาเตหิ, เอวํ ฐานนฺตรํ ลภิสฺสสี’’ติ อาห. โส ‘‘เอวํ กริสฺสามิ ภคินี’’ติ ตตฺถ คนฺตฺวา ตาย กถิตสทิสเมว สพฺพํ กตฺวา นิกฺขมิ. ราชาปิ ตํทิวสเมว สตึ ปฏิลภิตฺวา – ‘‘กุหึ, โภ, พฺราหฺมโณ’’ติ ปุจฺฉิ. อิมสฺมึเยว นคเร เทวาติ. ‘‘อเมฺหหิ อนุปธาเรตฺวา กตํ, ตเทวสฺส ฐานนฺตรํ เทถา’’ติ ทาเปสิ. โสปิ ปุญฺญพเลน ลภิตฺวา ‘‘ตาปสสฺส สรีเร เขฬปาตเนน ลทฺธํ เม’’ติ สญฺญมกาสิ.
ตโต กติปาหสฺสจฺจเยน รญฺโญ ปจฺจนฺโต กุปิโต. ราชา ปจฺจนฺตํ วูปสเมสฺสามีติ จตุรงฺคินิยา เสนาย นิกฺขมิ. ปุโรหิโต คนฺตฺวา รญฺโญ ปุรโต ฐตฺวา ‘‘ชยตุ มหาราชา’’ติ วตฺวา – ‘‘ตุเมฺห, มหาราช, ชยตฺถาย คจฺฉถา’’ติ ปุจฺฉิ. อาม พฺราหฺมณาติ. เอวํ สนฺเต ราชุยฺยาเน อนญฺชิตกาฬกณฺณี เอโก กูฏชฏิโล วสติ, ตสฺส สรีเร เขฬํ ปาเตถาติ. ราชา ตสฺส วจนํ คเหตฺวา ยถา คณิกาย จ เตน จ กตํ, ตเถว สพฺพํ กตฺวา โอโรเธปิ อาณาเปสิ – ‘‘เอตสฺส กูฏชฏิลสฺส สรีเร เขฬํ ปาเตถา’’ติ. ตโต โอโรธาปิ โอโรธปาลกาปิ ตเถว อกํสุ. อถ ราชา อุยฺยานทฺวาเร รกฺขํ ฐปาเปตฺวา ‘‘รญฺญา สทฺธึ นิกฺขมนฺตา สพฺเพ ตาปสสฺส สรีเร เขฬํ อปาเตตฺวา นิกฺขมิตุํ น ลภนฺตี’’ติ อาณาเปสิ. อถ สพฺโพ พลกาโย จ เสนิโย จ เตเนว นิยาเมน ตาปสสฺส อุปริ เขฬญฺจ ทนฺตกฏฺฐานิ จ มุขวิกฺขาลิต อุทกญฺจ ปาปยึสุ, เขโฬ จ ทนฺตกฏฺฐานิ จ สกลสรีรํ อวตฺถรึสุ.
เสนาปติ สพฺพปจฺฉา สุณิตฺวา ‘‘มยฺหํ กิร สตฺถารํ ภวนฺตํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ สคฺคโสปานํ เอวํ ฆฏฺฏยึสู’’ติ อุสุมชาตหทโย มุเขน อสฺสสนฺโต เวเคน ราชุยฺยานํ อาคนฺตฺวา ตถา พฺยสนปตฺตํ อิสึ ทิสฺวา กจฺฉํ พนฺธิตฺวา ทฺวีหิ หตฺเถหิ ทนฺตกฏฺฐานิ อปวิยูหิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา นิสีทาเปตฺวา อุทกํ อาหราเปตฺวา นฺหาเปตฺวา สพฺพโอสเธหิ เจว จตุชฺชาติคนฺเธหิ จ สรีรํ อุพฺพฏฺเฏตฺวา สุขุมสาฏเกน ปุญฺฉิตฺวา ปุรโต อญฺชลึ กตฺวา ฐิโต เอวมาห ‘‘อยุตฺตํ, ภนฺเต, มนุสฺเสหิ กตํ, เอเตสํ กึ ภวิสฺสตี’’ติ. เทวตา เสนาปติ ติธา ภินฺนา, เอกจฺจา ‘‘ราชานเมว นาเสสฺสามา’’ติ วทนฺติ, เอกจฺจา ‘‘สทฺธึ ปริสาย ราชาน’’นฺติ, เอกจฺจา ‘‘รญฺโญ วิชิตํ สพฺพํ นาเสสฺสามา’’ติ. อิทํ วตฺวา ปน ตาปโส อปฺปมตฺตกมฺปิ โกปํ อกตฺวา โลกสฺส สนฺติอุปายเมว อาจิกฺขนฺโต อาห ‘‘อปราโธ นาม โหติ, อจฺจยํ ปน เทเสตุํ ชานนฺตสฺส ปากติกเมว โหตี’’ติ.
เสนาปติ นยํ ลภิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ราชานํ วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ตุเมฺหหิ, มหาราช, นิราปราเธ มหิทฺธิเก ตาปเส อปรชฺฌนฺเตหิ ภาริยํ กมฺมํ กตํ, เทวตา กิร ติธา ภินฺนา เอวํ วทนฺตี’’ติ สพฺพํ อาโรเจตฺวา – ‘‘ขมาปิเต กิร, มหาราช, ปากติกํ โหติ, รฏฺฐํ มา นาเสถ, ตาปสํ ขมาเปถา’’ติ อาห. ราชา อตฺตนิ โทสํ กตํ ทิสฺวาปิ เอวํ วทติ ‘‘น ตํ ขมาเปสฺสามี’’ติ. เสนาปติ ยาวตติยํ ยาจิตฺวา อนิจฺฉนฺตมาห – ‘‘อหํ, มหาราช, ตาปสสฺส พลํ ชานามิ, น โส อภูตวาที, นาปิ กุปิโต, สตฺตานุทฺทเยน ปน เอวมาห ขมาเปถ นํ มหาราชา’’ติ. น ขมาเปมีติ. เตน หิ เสนาปติฏฺฐานํ อญฺญสฺส เทถ, อหํ ตุมฺหากํ อาณาปวตฺติฏฺฐาเน น วสิสฺสามีติ. ตฺวํ เยนกามํ คจฺฉ, อหํ มยฺหํ เสนาปตึ ลภิสฺสามีติ. ตโต เสนาปติ ตาปสสฺส สนฺติกํ อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา ‘‘กถํ ปฏิปชฺชามิ, ภนฺเต’’ติ อาห. เสนาปติ เย เต วจนํ สุณนฺติ, สพฺเพ สปริกฺขาเร สธเน สทฺวิปทจตุปฺปเท คเหตฺวา สตฺตทิวสพฺภนฺตเร พหิ รชฺชสีมํ คจฺฉ, เทวตา อติวิย กุปิตา ธุวํ รฏฺฐมฺปิ อรฏฺฐํ กริสฺสนฺตีติ. เสนาปติ ตถา อกาสิ.
ราชา คตมตฺโตเยว อมิตฺตมถนํ กตฺวา ชนปทํ วูปสเมตฺวา อาคมฺม ชยขนฺธาวารฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา นครํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา อนฺโตนครํ ปาวิสิ. เทวตา ปฐมํเยว อุทกวุฏฺฐึ ปาตยึสุ. มหาชโน อตฺตมโน อโหสิ ‘‘กูฏชฏิลํ อปรทฺธกาลโต ปฏฺฐาย อมฺหากํ รญฺโญ วฑฺฒิเยว, อมิตฺเต นิมฺมเถสิ, อาคตทิวเสเยว เทโว วุฏฺโฐ’’ติ. เทวตา ปุน สุมนปุปฺผวุฏฺฐึ ปาตยึสุ, มหาชโน อตฺตมนตโร อโหสิ. เทวตา ปุน มาสกวุฏฺฐึ ปาตยึสุ. ตโต กหาปณวุฏฺฐึ, ตโต กหาปณตฺถํ น นิกฺขเมยฺยุนฺติ มญฺญมานา หตฺถูปคปาทูปคาทิกตภณฺฑวุฏฺฐึ ปาเตสุํ. มหาชโน สตฺตภูมิกปาสาเท ฐิโตปิ โอตริตฺวา อาภรณานิ ปิฬนฺธนฺโต อตฺตมโน อโหสิ. ‘‘อรหติ วต กูฏชฏิลเก เขฬปาตนํ, ตสฺส อุปริ เขฬปาติตกาลโต ปฏฺฐาย อมฺหากํ รญฺโญ วฑฺฒิ ชาตา, อมิตฺตมถนํ กตํ, อาคตทิวเสเยว เทโว วสฺสิ, ตโต สุมนวุฏฺฐิ มาสกวุฏฺฐิ กหาปณวุฏฺฐิ กตภณฺฑวุฏฺฐีติ จตสฺโส วุฏฺฐิโย ชาตา’’ติ อตฺตมนวาจํ นิจฺฉาเรตฺวา รญฺโญ กตปาเป สมนุญฺโญ ชาโต.
ตสฺมึ สมเย เทวตา เอกโตธารอุภโตธาราทีนิ นานปฺปการานิ อาวุธานิ มหาชนสฺส อุปริ ผลเก มํสํ โกฏฺฏยมานา วิย ปาตยึสุ. ตทนนฺตรํ วีตจฺจิเก วีตธูเม กึสุกปุปฺผวณฺเณ องฺคาเร, ตทนนฺตรํ กูฏาคารปฺปมาเณ ปาสาเณ, ตทนนฺตรํ อนฺโตมุฏฺฐิยํ อสณฺฐหนิกํ สุขุมวาลิกํ วสฺสาปยมานา อสีติหตฺถุพฺเพธํ ถลํ อกํสุ. รญฺโญ วิชิตฏฺฐาเน กิสวจฺฉตาปโส เสนาปติ มาตุโปสกราโมติ ตโยว มนุสฺสภูตา อโรคา อเหสุํ. เสสานํ ตสฺมึ กมฺเม อสมงฺคีภูตานํ ติรจฺฉานานํ ปานียฏฺฐาเน ปานียํ นาโหสิ, ติณฏฺฐาเน ติณํ. เต เยน ปานียํ เยน ติณนฺติ คจฺฉนฺตา อปฺปตฺเตเยว สตฺตเม ทิวเส พหิรชฺชสีมํ ปาปุณึสุ. เตนาห สรภงฺคโพธิสตฺโต –
‘‘กิสญฺหิ วจฺฉํ อวกิริย ทณฺฑกี,
อุจฺฉินฺนมูโล สชโน สรฏฺโฐ;
กุกฺกุฬนาเม นิรยมฺหิ ปจฺจติ,
ตสฺส ผุลิงฺคานิ ปตนฺติ กาเย’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๐);
เอวํ ตาว ทณฺฑกีรญฺญสฺส อรญฺญภูตภาโว เวทิตพฺโพ.
กลิงฺครฏฺเฐ ปน นาฬิกิรรญฺเญ รชฺชํ การยมาเน หิมวติ ปญฺจสตตาปสา อนิตฺถิคนฺธา อชินชฏวากจีรธรา วนมูลผลภกฺขา หุตฺวา จิรํ วีตินาเมตฺวา โลณมฺพิลเสวนตฺถํ มนุสฺสปถํ โอตริตฺวา อนุปุพฺเพน กลิงฺครฏฺเฐ นาฬิกิรรญฺโญ นครํ สมฺปตฺตา. เต ชฏาชินวากจีรานิ สณฺฐเปตฺวา ปพฺพชิตานุรูปํ อุปสมสิรึ ทสฺสยมานา นครํ ภิกฺขาย ปวิสึสุ. มนุสฺสา อนุปฺปนฺเน พุทฺธุปฺปาเท ตาปสปพฺพชิเต ทิสฺวา ปสนฺนา นิสชฺชฏฺฐานํ สํวิธาย หตฺถโต ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ สมฺปาเทตฺวา อทํสุ. ตาปสา กตภตฺตกิจฺจา อนุโมทนํ อกํสุ. มนุสฺสา สุตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ‘‘กุหึ ภทนฺตา คจฺฉนฺตี’’ติ ปุจฺฉึสุ. ยถาผาสุกฏฺฐานํ, อาวุโสติ. ภนฺเต, อลํ อญฺญตฺถ คมเนน, ราชุยฺยาเน วสถ, มยํ ภุตฺตปาตราสา อาคนฺตฺวา ธมฺมกถํ โสสฺสามาติ. ตาปสา อธิวาเสตฺวา อุยฺยานํ อคมํสุ. นาครา ภุตฺตปาตราสา สุทฺธวตฺถนิวตฺถา ‘‘ธมฺมกถํ โสสฺสามา’’ติ สงฺฆา คณา คณีภูตา อุยฺยานาภิมุขา อคมํสุ. ราชา อุปริปาสาเท ฐิโต เต ตถา คจฺฉมาเน ทิสฺวา อุปฏฺฐากํ ปุจฺฉิ ‘‘กึ เอเต ภเณ นาครา สุทฺธวตฺถา สุทฺธุตฺตราสงฺคา หุตฺวา อุยฺยานาภิมุขา คจฺฉนฺติ, กิเมตฺถ สมชฺชํ วา นาฏกํ วา อตฺถี’’ติ? นตฺถิ เทว, เอเต ตาปสานํ สนฺติเก ธมฺมํ โสตุกามา คจฺฉนฺตีติ. เตน หิ ภเณ อหมฺปิ คจฺฉิสฺสามิ, มยา สทฺธึ คจฺฉนฺตูติ. โส คนฺตฺวา เตสํ อาโรเจสิ – ‘‘ราชาปิ คนฺตุกาโม, ราชานํ ปริวาเรตฺวาว คจฺฉถา’’ติ. นาครา ปกติยาปิ อตฺตมนา ตํ สุตฺวา – ‘‘อมฺหากํ ราชา อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ทุสฺสีโล, ตาปสา ธมฺมิกา, เต อาคมฺม ราชาปิ ธมฺมิโก ภวิสฺสตี’’ติ อตฺตมนตรา อเหสุํ.
ราชา นิกฺขมิตฺวา เตหิ ปริวาริโต อุยฺยานํ คนฺตฺวา ตาปเสหิ สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. ตาปสา ราชานํ ทิสฺวา ปริกถาย กุสลสฺเสกสฺส ตาปสสฺส ‘‘รญฺโญ ธมฺมํ กเถหี’’ติ สญฺญมทํสุ, โส ตาปโส ปริสํ โอโลเกตฺวา ปญฺจสุ เวเรสุ อาทีนวํ ปญฺจสุ จ สีเลสุ อานิสํสํ กเถนฺโต –
‘‘ปาโณ น หนฺตพฺโพ, อทินฺนํ นาทาตพฺพํ, กาเมสุมิจฺฉาจาโร น จริตพฺโพ, มุสา น ภาสิตพฺพา, มชฺชํ น ปาตพฺพํ, ปาณาติปาโต นาม นิรยสํวตฺตนิโก โหติ ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิโก เปตฺติวิสยสํวตฺตนิโก, ตถา อทินฺนาทานาทีนิ. ปาณาติปาโต นิรเย ปจฺจิตฺวา มนุสฺสโลกํ อาคตสฺส วิปากาวเสเสน อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหติ, อทินฺนาทานํ อปฺปโภคสํวตฺตนิกํ, มิจฺฉาจาโร พหุสปตฺตสํวตฺตนิโก, มุสาวาโท อภูตพฺภกฺขานสํวตฺตนิโก, มชฺชปานํ อุมฺมตฺตกภาวสํวตฺตนิก’’นฺติ –
ปญฺจสุ เวเรสุ อิมํ อาทีนวํ กเถสิ.
ราชา ปกติยาปิ อสฺสทฺโธ อปฺปสนฺโน ทุสฺสีโล, ทุสฺสีลสฺส จ สีลกถา นาม ทุกฺกถา, กณฺเณ สูลปฺปเวสนํ วิย โหติ. ตสฺมา โส จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ‘เอเต ปคฺคณฺหิสฺสามี’ติ อาคโต, อิเม ปน มยฺหํ อาคตกาลโต ปฏฺฐาย มํเยว ฆฏฺเฏนฺตา วิชฺฌนฺตา ปริสมชฺเฌ กเถนฺติ, กริสฺสามิ เนสํ กาตฺตพฺพ’’นฺติ. โส ธมฺมกถาปริโยสาเน ‘‘อาจริยา เสฺว มยฺหํ เคเห ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตตฺวา อคมาสิ. โส ทุติยทิวเส มหนฺเต มหนฺเต โกฬุมฺเพ อาหราเปตฺวา คูถสฺส ปูราเปตฺวา กทลิปตฺเตหิ เนสํ มุขานิ พนฺธาเปตฺวา ตตฺถ ตตฺถ ฐปาเปสิ, ปุน พหลมธุกเตลนาคพลปิจฺฉิลฺลาทีนํ กูเฏ ปูเรตฺวา นิสฺเสณิมตฺถเก ฐปาเปสิ, ตตฺเถว จ มหามลฺเล พทฺธกจฺเฉ หตฺเถหิ มุคฺคเร คาหาเปตฺวา ฐเปตฺวา อาห ‘‘กูฏตาปสา อติวิย มํ วิเหฐยึสุ, เตสํ ปาสาทโต โอตรณกาเล กูเฏหิ ปิจฺฉิลฺลํ โสปานมตฺถเก วิสฺสชฺเชตฺวา สีเส มุคฺคเรหิ โปเถตฺวา คเล คเหตฺวา โสปาเน ขิปถา’’ติ. โสปานปาทมูเล ปน จณฺเฑ กุกฺกุเร พนฺธาเปสิ.
ตาปสาปิ ‘‘เสฺว ราชเคเห ภุญฺชิสฺสามา’’ติ อญฺญมญฺญํ โอวทึสุ – ‘‘มาริสา ราชเคหํ นาม สาสงฺกํ สปฺปฏิภยํ, ปพฺพชิเตหิ นาม ฉทฺวารารมฺมเณ สญฺญเตหิ ภวิตพฺพํ, ทิฏฺฐทิฏฺเฐ อารมฺมเณ นิมิตฺตํ น คเหตพฺพํ, จกฺขุทฺวาเร สํวโร ปจฺจุปฏฺฐเปตพฺโพ’’ติ.
ปุนทิวเส ภิกฺขาจารเวลํ สลฺลกฺเขตฺวา วากจีรํ นิวาเสตฺวา อชินจมฺมํ เอกํสคตํ กตฺวา ชฏากลาปํ สณฺฐเปตฺวา ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา ปฏิปาฏิยา ราชนิเวสนํ อภิรุฬฺหา. ราชา อารุฬฺหภาวํ ญตฺวา คูถโกฬุมฺพมุขโต กทลิปตฺตํ นีหราเปสิ. ทุคฺคนฺโธ ตาปสานํ นาสปุฏํ ปหริตฺวา มตฺถลุงฺคปาตนาการปตฺโต อโหสิ. มหาตาปโส ราชานํ โอโลเกสิ. ราชา – ‘‘เอตฺถ โภนฺโต ยาวทตฺถํ ภุญฺชนฺตุ เจว หรนฺตุ จ, ตุมฺหากเมตํ อนุจฺฉวิกํ, หิยฺโย อหํ ตุเมฺห ปคฺคณฺหิสฺสามีติ อาคโต, ตุเมฺห ปน มํเยว ฆฏฺเฏนฺโต วิชฺฌนฺตา ปริสมชฺเฌ กถยิตฺถ, ตุมฺหากมิทํ อนุจฺฉวิกํ, ภุญฺชถา’’ติ มหาตาปสสฺส อุลุงฺเกน คูถํ อุปนาเมสิ. มหาตาปโส ธี ธีติ วทนฺโต ปฏินิวตฺติ. ‘‘เอตฺตเกเนว คจฺฉิสฺสถ ตุเมฺห’’ติ โสปาเน กูเฏหิ ปิจฺฉิลฺลํ วิสฺสชฺชาเปตฺวา มลฺลานํ สญฺญมทาสิ. มลฺลา มุคฺคเรหิ สีสานิ โปเถตฺวา คีวาย คเหตฺวา โสปาเน ขิปึสุ, เอโกปิ โสปาเน ปติฏฺฐาตุํ นาสกฺขิ, ปวฏฺฏมานา โสปานปาทมูลํเยว ปาปุณึสุ. สมฺปตฺเต สมฺปตฺเต จณฺฑกุกฺกุรา ปฏปฏาติ ลุญฺจมานา ขาทึสุ. โยปิ เนสํ อุฏฺฐหิตฺวา ปลายติ, โสปิ อาวาเฏ ปตติ, ตตฺราปิ นํ กุกฺกุรา อนุพนฺธิตฺวา ขาทนฺติเยว. อิติ เนสํ กุกฺกุรา อฏฺฐิสงฺขลิกเมว อวเสสยึสุ. เอวํ โส ราชา ตปสมฺปนฺเน ปญฺจสเต ตาปเส เอกทิวเสเนว ชีวิตา โวโรเปสิ.
อถสฺส รฏฺเฐ เทวตา ปุริมนเยเนว ปุน นววุฏฺฐิโย ปาเตสุํ. ตสฺส รชฺชํ สฏฺฐิโยชนุพฺเพเธน วาลิกถเลน อวจฺฉาทิยิตฺถ. เตนาห สรภงฺโค โพธิสตฺโต –
‘‘โย สญฺญเต ปพฺพชิเต อวญฺจยิ,
ธมฺมํ ภณนฺเต สมเณ อทูสเก;
ตํ นาฬิเกรํ สุนขา ปรตฺถ,
สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมาน’’นฺติ. (ชา. ๒.๑๗.๗๑);
เอวํ กาลิงฺคารญฺญสฺส อรญฺญภูตภาโว เวทิตพฺโพ.
อตีเต ปน พาราณสินคเร ทิฏฺฐมงฺคลิกา นาม จตฺตาลีสโกฏิวิภวสฺส เสฏฺฐิโน เอกา ธีตา อโหสิ ทสฺสนียา ปาสาทิกา. สา รูปโภคกุลสมฺปตฺติสมฺปนฺนตาย พหูนํ ปตฺถนียา อโหสิ. โย ปนสฺสา วาเรยฺยตฺถาย ปหิณาติ, ตํ ตํ ทิสฺวานสฺส ชาติยํ วา หตฺถปาทาทีสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ โทสํ อาโรเปตฺวา ‘‘โก เอส ทุชฺชาโต ทุสฺสณฺฐิโต’’ติอาทีนิ วตฺวา – ‘‘นีหรถ น’’นฺติ นีหราเปตฺวา ‘‘เอวรูปมฺปิ นาม อทฺทสํ, อุทกํ อาหรถ, อกฺขีนิ โธวิสฺสามี’’ติ อกฺขีนิ โธวติ. ตสฺสา ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ วิปฺปการํ ปาเปตฺวา นีหราเปตีติ ทิฏฺฐมงฺคลิกา เตฺวว สงฺขา อุทปาทิ, มูลนามํ อนฺตรธายิ.
สา เอกทิวสํ คงฺคาย อุทกกีฬํ กีฬิสฺสามีติ ติตฺถํ สชฺชาเปตฺวา ปหูตํ ขาทนียโภชนียํ สกเฏสุ ปูราเปตฺวา พหูนิ คนฺธมาลาทีนิ อาทาย ปฏิจฺฉนฺนยานํ อารุยฺห ญาติคณปริวุตา เคหมฺหา นิกฺขมิ. เตน จ สมเยน มหาปุริโส จณฺฑาลโยนิยํ นิพฺพตฺโต พหินคเร จมฺมเคเห วสติ, มาตงฺโคเตฺววสฺส นามํ อโหสิ. โส โสฬสวสฺสุทฺเทสิโก หุตฺวา เกนจิเทว กรณีเยน อนฺโตนครํ ปวิสิตุกาโม เอกํ นีลปิโลติกํ นิวาเสตฺวา เอกํ หตฺเถ พนฺธิตฺวา เอเกน หตฺเถน ปจฺฉึ, เอเกน ฆณฺฑํ คเหตฺวา ‘‘อุสฺสรถ อยฺยา, จณฺฑาโลห’’นฺติ ชานาปนตฺถํ ตํ วาเทนฺโต นีจจิตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา ทิฏฺฐทิฏฺเฐ มนุสฺเส นมสฺสมาโน นครํ ปวิสิตฺวา มหาปถํ ปฏิปชฺชิ.
ทิฏฺฐมงฺคลิกา ฆณฺฑสทฺทํ สุตฺวา สาณิอนฺตเรน โอโลเกนฺตี ทูรโตว ตํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘กิเมต’’นฺติ ปุจฺฉิ. มาตงฺโค อยฺเยติ. ‘‘กึ วต, โภ, อกุสลํ อกรมฺห, กสฺสายํ นิสฺสนฺโท, วินาโส นุ โข เม ปจฺจุปฏฺฐิโต, มงฺคลกิจฺเจน นาม คจฺฉมานา จณฺฑาลํ อทฺทส’’นฺติ สรีรํ กมฺเปตฺวา ชิคุจฺฉมานา เขฬํ ปาเตตฺวา ธาติโย อาห – ‘‘เวเคน อุทกํ อาหรถ, จณฺฑาโล ทิฏฺโฐ, อกฺขีนิ เจว นาม คหิตมุขญฺจ โธวิสฺสามี’’ติ โธวิตฺวา รถํ นิวตฺตาเปตฺวา สพฺพปฏิยาทานํ เคหํ เปเสตฺวา ปาสาทํ อภิรุหิ. สุราโสณฺฑาทโย เจว ตสฺสา อุปฏฺฐากมนุสฺสา จ ‘‘กุหึ, โภ ทิฏฺฐมงฺคลิกา, อิมายปิ เวลาย นาคจฺฉตี’’ติ ปุจฺฉนฺตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา – ‘‘มหนฺตํ วต, โภ, สุรามํสคนฺธมาลาทิสกฺการํ จณฺฑาลํ นิสฺสาย อนุภวิตุํ น ลภิมฺห, คณฺหถ จณฺฑาล’’นฺติ คตฏฺฐานํ คเวสิตฺวา นิราปราธํ มาตงฺคปณฺฑิตํ ตชฺชิตฺวา – ‘‘อเร มาตงฺค ตํ นิสฺสาย อิทญฺจิทญฺจ สกฺการํ อนุภวิตุํ น ลภิมฺหา’’ติ เกเสสุ คเหตฺวา ภูมิยํ ปาเตตฺวา ชาณุกปฺปรปาสาณาทีหิ โกฏฺเฏตฺวา มโตติ สญฺญาย ปาเท คเหตฺวา กฑฺฒนฺตา สงฺการกูเฏ ฉฑฺเฑสุํ.
มหาปุริโส สญฺญํ ปฏิลภิตฺวา หตฺถปาเท ปรามสิตฺวา – ‘‘อิทํ ทุกฺขํ กํ นิสฺสาย อุปฺปนฺน’’นฺติ จินฺเตนฺโต – ‘‘น อญฺญํ กญฺจิ, ทิฏฺฐมงฺคลิกํ นิสฺสาย อุปฺปนฺน’’นฺติ ญตฺวา ‘‘สจาหํ ปุริโส, ปาเทสุ นํ นิปาเตสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เวธมาโน ทิฏฺฐมงฺคลิกาย กุลทฺวารํ คนฺตฺวา – ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิกํ ลภนฺโต วุฏฺฐหิสฺสามิ, อลภนฺตสฺส เอตฺเถว มรณ’’นฺติ เคหงฺคเณ นิปชฺชิ. เตน จ สมเยน ชมฺพุทีเป อยํ ธมฺมตา โหติ – ยสฺส จณฺฑาโล กุชฺฌิตฺวา คพฺภทฺวาเร นิปนฺโน มรติ, เย จ ตสฺมึ คพฺเภ วสนฺติ, สพฺเพ จณฺฑาลา โหนฺติ. เคหมชฺฌมฺหิ มเต สพฺเพ เคหวาสิโน, ทฺวารมฺหิ มเต อุภโต อนนฺตรเคหวาสิกา, องฺคณมฺหิ มเต อิโต สตฺต อิโต สตฺตาติ จุทฺทสเคหวาสิโน สพฺเพ จณฺฑาลา โหนฺตีติ. โพธิสตฺโต ปน องฺคเณ นิปชฺชิ.
เสฏฺฐิสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘มาตงฺโค เต สามิ เคหงฺคเณ ปติโต’’ติ คจฺฉถ ภเณ, กึ การณาติ วตฺวา เอกมาสกํ ทตฺวา อุฏฺฐาเปถาติ. เต คนฺตฺวา ‘‘อิมํ กิร มาสกํ คเหตฺวา อุฏฺฐหา’’ติ วทึสุ. โส – ‘‘นาหํ มาสกตฺถาย นิปนฺโน, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย สฺวาหํ นิปนฺโน’’ติ อาห. ทิฏฺฐมงฺคลิกาย โก โทโสติ? กึ ตสฺสา โทสํ น ปสฺสถ, นิรปราโธ อหํ ตสฺสา มนุสฺเสหิ พฺยสนํ ปาปิโต, ตํ ลภนฺโตว วุฏฺฐหิสฺสามิ, อลภนฺโต น วุฏฺฐหิสฺสามีติ.
เต คนฺตฺวา เสฏฺฐิสฺส อาโรเจสุํ. เสฏฺฐิ ธีตุ โทสํ ญตฺวา ‘‘คจฺฉถ, เอกํ กหาปณํ เทถา’’ติ เปเสติ. โส ‘‘น อิจฺฉามิ กหาปณํ, ตเมว อิจฺฉามี’’ติ อาห. ตํ สุตฺวา เสฏฺฐิ จ เสฏฺฐิภริยา จ – ‘‘เอกาเยว โน ปิยธีตา, ปเวณิยา ฆฏโก อญฺโญ ทารโกปิ นตฺถี’’ติ สํเวคปฺปตฺตา – ‘‘คจฺฉถ ตาตา, โกจิ อมฺหากํ อสหนโก เอตํ ชีวิตาปิ โวโรเปยฺย, เอตสฺมิญฺหิ มเต สพฺเพ มยํ นฏฺฐา โหม, อารกฺขมสฺส คณฺหถา’’ติ ปริวาเรตฺวา อารกฺขํ สํวิธาย ยาคุํ เปสยึสุ, ภตฺตํ ธนํ เปสยึสุ, เอวํ โส สพฺพํ ปฏิกฺขิปิ. เอวํ เอโก ทิวโส คโต; เทฺว, ตโย, จตฺตาโร, ปญฺจ ทิวสา คตา.
ตโต สตฺตสตฺตเคหวาสิกา อุฏฺฐาย – ‘‘น สกฺโกม มยํ ตุเมฺห นิสฺสาย จณฺฑาลา ภวิตุํ, อเมฺห มา นาเสถ, ตุมฺหากํ ทาริกํ ทตฺวา เอตํ อุฏฺฐาเปถา’’ติ อาหํสุ. เต สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ สตสหสฺสมฺปิ ปหิณึสุ, โส ปฏิกฺขิปเตว. เอวํ ฉ ทิวสา คตา. สตฺตเม ทิวเส อุภโต จุทฺทสเคหวาสิกา สนฺนิปติตฺวา – ‘‘น มยํ จณฺฑาลา ภวิตุํ สกฺโกม, ตุมฺหากํ อกามกานมฺปิ มยํ เอตสฺส ทาริกํ ทสฺสามา’’ติ อาหํสุ.
มาตาปิตโร โสกสลฺลสมปฺปิตา วิสญฺญี หุตฺวา สยเน นิปตึสุ. อุภโต จุทฺทสเคหวาสิโน ปาสาทํ อารุยฺห สุปุปฺผิตกึสุกสาขํ อุจฺฉินฺทนฺตา วิย ตสฺสา สพฺพาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา นเขหิ สีมนฺตํ กตฺวา เกเส พนฺธิตฺวา นีลสาฏกํ นิวาสาเปตฺวา หตฺเถ นีลปิโลติกขณฺฑํ เวเฐตฺวา กณฺเณสุ ติปุปฏฺฏเก ปิฬนฺธาเปตฺวา ตาลปณฺณปจฺฉึ ทตฺวา ปาสาทโต โอตาราเปตฺวา ทฺวีสุ พาหาสุ คเหตฺวา – ‘‘ตว สามิกํ คเหตฺวา ยาหี’’ติ มหาปุริสสฺส อทํสุ.
นีลุปฺปลมฺปิ อติภาโรติ อนุกฺขิตฺตปุพฺพา สุขุมาลทาริกา ‘‘อุฏฺฐาหิ สามิ, คจฺฉามา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต นิปนฺนโกว อาห ‘‘นาหํ อุฏฺฐหามี’’ติ. อถ กินฺติ วทามีติ. ‘‘อุฏฺเฐหิ อยฺย มาตงฺคา’’ติ เอวํ มํ วทาหีติ. สา ตถา อโวจ. น ตุยฺหํ มนุสฺสา อุฏฺฐานสมตฺถํ มํ อกํสุ, พาหาย มํ คเหตฺวา อุฏฺฐาเปหีติ. สา ตถา อกาสิ. โพธิสตฺโต อุฏฺฐหนฺโต วิย ปริวฏฺเฏตฺวา ภูมิยํ ปติตฺวา – ‘‘นาสิตํ, โภ, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย ปฐมํ มนุสฺเสหิ โกฏฺฏาเปตฺวา, อิทานิ สยํ โกฏฺเฏตี’’ติ วิรวิตฺถ. สา กึ กโรมิ อยฺยาติ? ทฺวีหิ หตฺเถหิ คเหตฺวา อุฏฺฐาเปหีติ. สา ตถา อุฏฺฐาเปตฺวา นิสีทาเปตฺวา คจฺฉาม สามีติ. คจฺฉา นาม อรญฺเญ โหนฺติ, มยํ มนุสฺสา, อติโกฏฺฏิโตมฺหิ ตุยฺหํ มนุสฺเสหิ, น สกฺโกมิ ปทสา คนฺตุํ, ปิฏฺฐิยา มํ เนหีติ. สา โอนมิตฺวา ปิฏฺฐึ อทาสิ. โพธิสตฺโต อภิรุหิ. กุหึ เนมิ สามีติ? พหินครํ เนหีติ. สา ปาจีนทฺวารํ คนฺตฺวา – ‘‘อิธ เต สามิ วสนฏฺฐาน’’นฺติ ปุจฺฉิ. กตรฏฺฐานํ เอตนฺติ? ปาจีนทฺวารํ สามีติ. ปาจีนทฺวาเร จณฺฑาลปุตฺตา วสิตุํ น ลภนฺตีติ อตฺตโน วสนฏฺฐานํ อนาจิกฺขิตฺวาว สพฺพทฺวารานิ อาหิณฺฑาเปสิ. กสฺมา? ภวคฺคปตฺตมสฺสา มานํ ปาเตสฺสามีติ. มหาชโน อุกฺกุฏฺฐิมกาสิ – ‘‘ฐเปตฺวา ตุมฺหาทิสํ อญฺโญ เอติสฺสา มานํ เภทโก นตฺถี’’ติ.
สา ปจฺฉิมทฺวารํ ปตฺวา ‘‘อิธ เต สามิ วสนฏฺฐาน’’นฺติ ปุจฺฉิ. กตรฏฺฐานํ เอตนฺติ? ปจฺฉิมทฺวารํ สามีติ. อิมินา ทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา จมฺมเคหํ โอโลเกนฺตี คจฺฉาติ. สา ตตฺถ คนฺตฺวา อาห ‘‘อิทํ จมฺมเคหํ ตุมฺหากํ วสนฏฺฐานํ สามี’’ติ? อามาติ ปิฏฺฐิโต โอตริตฺวา จมฺมเคหํ ปาวิสิ.
ตตฺถ สตฺตฏฺฐทิวเส วสนฺโต สพฺพญฺญุตคเวสนธีโร เอตฺตเกสุ ทิวเสสุ น จ ชาติสมฺเภทมกาสิ. ‘‘มหากุลสฺส ธีตา สเจ มํ นิสฺสาย มหนฺตํ ยสํ น ปาปุณาติ, น จมฺหาหํ จตุวีสติยา พุทฺธานํ อนฺเตวาสิโก. เอติสฺสา ปาทโธวนอุทเกน สกลชมฺพุทีเป ราชูนํ อภิเสกกิจฺจํ กริสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ปุน จินฺเตสิ – ‘‘อคารมชฺเฌวสนฺโต น สกฺขิสฺสามิ, ปพฺพชิตฺวา ปน สกฺขิสฺสามี’’ติ. จินฺเตตฺวา ตํ อามนฺเตสิ – ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิเก มยํ ปุพฺเพ เอกจรา กมฺมํ กตฺวาปิ อกตฺวาปิ สกฺกา ชีวิตุํ, อิทานิ ปน ทารภรณํ ปฏิปนฺนมฺห, กมฺมํ อกตฺวา น สกฺกา ชีวิตุํ, ตฺวํ ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว มา อุกฺกณฺฐิตฺถา’’ติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สุสานาทีสุ นนฺตกานิ สงฺกฑฺฒิตฺวา นิวาสนปารุปนํ กตฺวา สมณปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา เอกจโร ลทฺธกายวิเวโก กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย ปญฺจ อภิญฺญาโย จ นิพฺพตฺเตตฺวา ‘‘อิทานิ สกฺกา ทิฏฺฐมงฺคลิกาย อวสฺสเยน มยา ภวิตุ’’นฺติ พาราณสิอภิมุโข คนฺตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวา ภิกฺขํ จรมาโน ทิฏฺฐมงฺคลิกาย เคหาภิมุโข อคมาสิ.
สา ตํ ทฺวาเร ฐิตํ ทิสฺวา อสญฺชานนฺตี – ‘‘อติจฺฉถ, ภนฺเต, จณฺฑาลานํ วสนฏฺฐานเมต’’นฺติ อาห. โพธิสตฺโต ตตฺเถว อฏฺฐาสิ. สา ปุนปฺปุนํ โอโลเกนฺตี สญฺชานิตฺวา หตฺเถหิ อุรํ ปหริตฺวา วิรวมานา ปาทมูเล ปติตฺวา อาห – ‘‘ยทิ เต สามิ เอทิสํ จิตฺตํ อตฺถิ, กสฺมา มํ มหตา ยสา ปริหาเปตฺวา อนาถํ อกาสี’’ติ. นานปฺปการํ ปริเทวํ ปริเทวิตฺวา อกฺขีนิ ปุญฺฉมานา อุฏฺฐาย ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา อนฺโตเคเห นิสีทาเปตฺวา ภิกฺขํ อทาสิ. มหาปุริโส ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา อาห – ‘‘ทิฏฺฐมงฺคลิเก มา โสจิ มา ปริเทวิ, อหํ ตุยฺหํ ปาทโธวนอุทเกน สกลชมฺพุทีเป ราชูนํ อภิเสกกิจฺจํ กาเรตุํ สมตฺโถ, ตฺวํ ปน เอกํ มม วจนํ กโรหิ, นครํ ปวิสิตฺวา ‘น มยฺหํ สามิโก จณฺฑาโล, มหาพฺรหฺมา มยฺหํ สามิโก’ติ อุคฺโฆสยมานา สกลนครํ จราหี’’ติ.
เอวํ วุตฺเต ทิฏฺฐมงฺคลิกา – ‘‘ปกติยาปิ อหํ สามิ มุขโทเสเนว พฺยสนํ ปตฺตา, น สกฺขิสฺสาเมวํ วตฺตุ’’นฺติ อาห. โพธิสตฺโต – ‘‘กึ ปน ตยา มยฺหํ อคาเร วสนฺตสฺส อลิกวจนํ สุตปุพฺพํ, อหํ ตทาปิ อลิกํ น ภณามิ, อิทานิ ปพฺพชิโต กึ วกฺขามิ, สจฺจวาที ปุริโส นามาห’’นฺติ วตฺวา – ‘‘อชฺช ปกฺขสฺส อฏฺฐมี, ตฺวํ ‘อิโต สตฺตาหสฺสจฺจเยน อุโปสถทิวเส มยฺหํ สามิโก มหาพฺรหฺมา จนฺทมณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา มม สนฺติกํ อาคมิสฺสตี’ติ สกลนคเร อุคฺโฆเสหี’’ติ วตฺวา ปกฺกามิ.
สา สทฺทหิตฺวา หฏฺฐตุฏฺฐา สูรา หุตฺวา สายํปาตํ นครํ ปวิสิตฺวา ตถา อุคฺโฆเสสิ. มนุสฺสา ปาณินา ปาณึ ปหรนฺตา – ‘‘ปสฺสถ, อมฺหากํ ทิฏฺฐมงฺคลิกา จณฺฑาลปุตฺตํ มหาพฺรหฺมานํ กโรตี’’ติ หสนฺตา เกฬึ กโรนฺติ. สา ปุนทิวเสปิ ตเถว สายํปาตํ ปวิสิตฺวา – ‘‘อิทานิ ฉาหจฺจเยน, ปญฺจาห-จตูห-ตีห-ทฺวีห-เอกาหจฺจเยน มยฺหํ สามิโก มหาพฺรหฺมา จนฺทมณฺฑลํ ภินฺทิตฺวา มม สนฺติกํ อาคมิสฺสตี’’ติ อุคฺโฆเสสิ.
พฺราหฺมณา จินฺตยึสุ – ‘‘อยํ ทิฏฺฐมงฺคลิกา อติสูรา หุตฺวา กเถติ, กทาจิ เอวํ สิยา, เอถ มยํ ทิฏฺฐมงฺคลิกาย วสนฏฺฐานํ ปฏิชคฺคามา’’ติ จมฺมเคหสฺส พาหิรภาคํ สมนฺตา ตจฺฉาเปตฺวา วาลิกํ โอกิรึสุ. สาปิ อุโปสถทิวเส ปาโตว นครํ ปวิสิตฺวา ‘‘อชฺช มยฺหํ สามิโก อาคมิสฺสตี’’ติ อุคฺโฆเสสิ. พฺราหฺมณา จินฺตยึสุ – ‘‘อยํ โภ น ทูรํ อปทิสฺสติ, อชฺช กิร มหาพฺรหฺมา อาคมิสฺสติ, วสนฏฺฐานํ สํวิทหามา’’ติ จมฺมเคหํ สมชฺชาเปตฺวา หริตูปลิตฺตํ อหตวตฺเถหิ ปริกฺขิปิตฺวา มหารหํ ปลฺลงฺกํ อตฺถริตฺวา อุปริ เจลวิตานํ พนฺธิตฺวา คนฺธมาลทามานิ โอสารยึสุ. เตสํ ปฏิชคฺคนฺตานํเยว สูริโย อตฺถํ คโต.
มหาปุริโส จนฺเท อุคฺคตมตฺเต อภิญฺญาปาทกชฺฌานํ สมาปชฺชิตฺวา วุฏฺฐาย กามาวจรจิตฺเตน ปริกมฺมํ กตฺวา อิทฺธิจิตฺเตน ทฺวาทสโยชนิกํ พฺรหฺมตฺตภาวํ มาเปตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา จนฺทวิมานสฺส อนฺโต ปวิสิตฺวา วนนฺตโต อพฺภุสฺสกฺกมานํ จนฺทํ ภินฺทิตฺวา จนฺทวิมานํ โอหาย ปุรโต หุตฺวา ‘‘มหาชโน มํ ปสฺสตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. มหาชโน ทิสฺวา – ‘‘สจฺจํ, โภ, ทิฏฺฐมงฺคลิกาย วจนํ, อาคจฺฉนฺตํ มหาพฺรหฺมานํ ปูเชสฺสามา’’ติ คนฺธมาลํ อาทาย ทิฏฺฐมงฺคลิกาย ฆรํ ปริวาเรตฺวา อฏฺฐาสิ. มหาปุริโส มตฺถกมตฺถเกน สตฺตวาเร พาราณสึ อนุปริคนฺตฺวา มหาชเนน ทิฏฺฐภาวํ ญตฺวา ทฺวาทสโยชนิกํ อตฺตภาวํ วิชหิตฺวา มนุสฺสปฺปมาณเมว มาเปตฺวา มหาชนสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว จมฺมเคหํ ปาวิสิ. มหาชโน ทิสฺวา – ‘‘โอติณฺโณ โน มหาพฺรหฺมา, สาณึ อาหรถา’’ติ นิเวสนํ มหาสาณิยา ปริกฺขิปิตฺวา ปริวาเรตฺวา ฐิโต.
มหาปุริโสปิ สิริสยนมชฺเฌ นิสีทิ. ทิฏฺฐมงฺคลิกา สมีเป อฏฺฐาสิ. อถ นํ ปุจฺฉิ ‘‘อุตุสมโย เต ทิฏฺฐมงฺคลิเก’’ติ. อาม อยฺยาติ. มยา ทินฺนํ ปุตฺตํ คณฺหาหีติ องฺคุฏฺฐเกน นาภิมณฺฑลํ ผุสิ. ตสฺสา ปรามสเนเนว คพฺโภ ปติฏฺฐาสิ. มหาปุริโส – ‘‘เอตฺตาวตา เต ทิฏฺฐมงฺคลิเก ปาทโธวนอุทกํ สกลชมฺพุทีเป ราชูนํ อภิเสโกทกํ ภวิสฺสติ, ตฺวํ ติฏฺฐา’’ติ วตฺวา พฺรหฺมตฺตภาวํ มาเปตฺวา ปสฺสนฺตสฺเสว มหาชนสฺส นิกฺขมิตฺวา เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา จณฺฑมณฺฑลเมว ปวิฏฺโฐ. สา ตโต ปฏฺฐาย พฺรหฺมปชาปตี นาม ชาตา. ปาทโธวนอุทกํ ลภนฺโต นาม นตฺถิ.
พฺราหฺมณา – ‘‘พฺรหฺมปชาปตึ อนฺโตนคเร วสาเปสฺสามา’’ติ สุวณฺณสิวิกาย อาโรเปตฺวา ยาว สตฺตมโกฏิยา อปริสุทฺธชาติกสฺส สิวิกํ คเหตุํ น อทํสุ. โสฬส ชาติมนฺตพฺราหฺมณา คณฺหึสุ. เสสา คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูเชตฺวา นครํ ปวิสิตฺวา – ‘‘น สกฺกา, โภ, อุจฺฉิฏฺฐเคเห พฺรหฺมปชาปติยา วสิตุํ, วตฺถุํ คเหตฺวา เคหํ กริสฺสาม, ยาว ปน ตํ กรียติ, ตาว มณฺฑเปว วสตู’’ติ มณฺฑเป วสาเปสุํ. ตโต ปฏฺฐาย จกฺขุปเถ ฐตฺวา วนฺทิตุกามา กหาปณํ ทตฺวา วนฺทิตุํ ลภนฺติ, สวนูปจาเร วนฺทิตุกามา สตํ ทตฺวา ลภนฺติ, อาสนฺเน ปกติกถํ สวนฏฺฐาเน วนฺทิตุกามา ปญฺจสตานิ ทตฺวา ลภนฺติ, ปาทปิฏฺฐิยํ สีสํ ฐเปตฺวา วนฺทิตุกามา สหสฺสํ ทตฺวา ลภนฺติ, ปาทโธวนอุทกํ ปตฺถยมานา ทสสหสฺสานิ ทตฺวา ลภนฺติ. พหินครโต อนฺโตนคเร ยาว มณฺฑปา อาคจฺฉนฺติยา ลทฺธธนํเยว โกฏิสตมตฺตํ อโหสิ.
สกลชมฺพุทีโป สงฺขุภิ, ตโต สพฺพราชาโน ‘‘พฺรหฺมปชาปติยา ปาทโธวเนน อภิเสกํ กริสฺสามา’’ติ สตสหสฺสํ เปเสตฺวา ลภึสุ. มณฺฑเป วสนฺติยา เอว คพฺภวุฏฺฐานํ อโหสิ. มหาปุริสํ ปฏิจฺจ ลทฺธกุมาโร ปาสาทิโก อโหสิ ลกฺขณสมฺปนฺโน. มหาพฺรหฺมุโน ปุตฺโต ชาโตติ สกล ชมฺพุทีโป เอกโกลาหโล อโหสิ. กุมารสฺส ขีรมณิมูลํ โหตูติ ตโต ตโต อาคตธนํ โกฏิสหสฺสํ อโหสิ. เอตฺตาวตา นิเวสนมฺปิ นิฏฺฐิตํ. กุมารสฺส นามกรณํ กริสฺสามาติ นิเวสนํ สชฺเชตฺวา กุมารํ คนฺโธทเกน นฺหาเปตฺวา อลงฺกริตฺวา มณฺฑเป ชาตตฺตา มณฺฑโพฺยเตฺวว นามํ อกํสุ.
กุมาโร สุเขน สํวฑฺฒมาโน สิปฺปุคฺคหณวยปตฺโตติ สกลชมฺพุทีเป สิปฺปชานนกา ตสฺส สนฺติเก อาคนฺตฺวา สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺติ. กุมาโร เมธาวี ปญฺญวา สุตํ สุตํ มุตํ อาวุณนฺโต วิย คณฺหาติ, คหิตคหิตํ สุวณฺณฆเฏ ปกฺขิตฺตเตลํ วิย ติฏฺฐติ. ยาวตา วาจุคฺคตา ปริยตฺติ อตฺถิ, เตน อนุคฺคหิตา นาม นาโหสิ. พฺราหฺมณา ตํ ปริวาเรตฺวา จรนฺติ, โสปิ พฺราหฺมณภตฺโต อโหสิ. เคเห อสีติพฺราหฺมณสหสฺสานิ นิจฺจภตฺตํ ภุญฺชนฺติ. เคหมฺปิสฺส สตฺตทฺวารโกฏฺฐกํ มหนฺตํ อโหสิ. เคเห มงฺคลทิวเส ชมฺพุทีปวาสีหิ เปสิตธนํ โกฏิสหสฺสมตฺตํ อโหสิ.
โพธิสตฺโต อาวชฺเชสิ – ‘‘ปมตฺโต นุ โข กุมาโร อปฺปมตฺโต’’ติ. อถสฺส ตํ ปวตฺตึ ญตฺวา – ‘‘พฺราหฺมณภตฺโต ชาโต, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ โหติ, ตํ น ชานาติ, คจฺฉามิ นํ ทเมมี’’ติ จีวรํ ปารุปิตฺวา ภิกฺขาภาชนํ คเหตฺวา – ‘‘ทฺวารโกฏฺฐกา อติสมฺพาธา, น สกฺกา โกฏฺฐเกน ปวิสิตุ’’นฺติ อากาเสนาคนฺตฺวา อสีติพฺราหฺมณสหสฺสานํ ภุญฺชนฏฺฐาเน อากาสงฺคเณ โอตริ. มณฺฑพฺยกุมาโรปิ สุวณฺณกฏจฺฉุํ คาหาเปตฺวา – ‘‘อิธ สูปํ เทถ อิธ โอทน’’นฺติ ปริวิสาเปนฺโต โพธิสตฺตํ ทิสฺวา ทณฺฑเกน ฆฏฺฏิตอาสิวิโส วิย กุปิตฺวา อิมํ คาถมาห –
‘‘กุโต นุ อาคจฺฉสิ ทุมฺมวาสี,
โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว;
สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ,
โก เร ตุวํ โหสิ อทกฺขิเณยฺโย’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๑);
อถ นํ มหาสตฺโต อกุชฺฌิตฺวาว โอวทนฺโต อาห –
‘‘อนฺนํ ตเวทํ ปกตํ ยสสฺสิ,
ตํ ขชฺชเร ภุญฺชเร ปิยฺยเร จ;
ชานาสิ มํ ตฺวํ ปรทตฺตูปชีวึ,
อุตฺติฏฺฐ ปิณฺฑํ ลภตํ สปาโก’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๒);
โส นยิทํ ตุมฺหาทิสานํ ปฏิยตฺตนฺติ ทสฺเสนฺโต อาห –
‘‘อนฺนํ มเมทํ ปกตํ พฺราหฺมณานํ,
อตฺถตฺถิตํ สทฺทหโต มเมทํ;
อเปหิ เอตฺโต กิมิธฏฺฐิโตสิ,
น มาทิสา ตุยฺหํ ททนฺติ ชมฺมา’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๓);
อถ โพธิสตฺโต ‘‘ทานํ นาม สคุณสฺสปิ นิคฺคุณสฺสปิ ยสฺส กสฺสจิ ทาตพฺพํ, ยถา หิ นินฺเนปิ ถเลปิ ปติฏฺฐาปิตํ พีชํ ปถวีรสํ อาโปรสญฺจ อาคมฺม สมฺปชฺชติ, เอวํ นิปฺผลํ นาม นตฺถิ, สุเขตฺเต วปิตพีชํ วิย คุณวนฺเต มหปฺผลํ โหตี’’ติ ทสฺเสตุํ อิมํ คาถมาห –
‘‘ถเล จ นินฺเน จ วปนฺติ พีชํ,
อนูปเขตฺเต ผลมาสมานา;
เอตาย สทฺธาย ททาหิ ทานํ,
อปฺเปว อาราธเย ทกฺขิเณยฺเย’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๔);
อถ กุมาโร โกธาภิภูโต – ‘‘เกนิมสฺส มุณฺฑกสฺส ปเวโส ทินฺโน’’ติ ทฺวารรกฺขาทโย ตชฺเชตฺวา –
‘‘เขตฺตานิ มยฺหํ วิทิตานิ โลเก,
เยสาหํ พีชานิ ปติฏฺฐเปมิ;
เย พฺราหฺมณา ชาติมนฺตูปปนฺนา,
ตานีธ เขตฺตานิ สุเปสลานี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๕) –
คาถํ วตฺวา ‘‘อิมํ ชมฺมํ เวณุปทเรน โปเถตฺวา คีวายํ คเหตฺวา สตฺตปิ ทฺวารโกฏฺฐเก อติกฺกมิตฺวา พหิ นีหรถา’’ติ อาห. อถ นํ มหาปุริโส อาห –
‘‘คิรึ นเขน ขณสิ, อโย ทนฺเตภิ ขาทสิ;
ชาตเวทํ ปทหสิ, โย อิสึ ปริภาสสี’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๙);
เอวญฺจ ปน วตฺวา – ‘‘สเจ มฺยายํ หตฺเถ วา ปาเท วา คณฺหาเปตฺวา ทุกฺขํ อุปฺปาเทยฺย, พหุํ อปุญฺญํ ปสเวยฺยา’’ติ สตฺตานุทฺทยตาย เวหาสํ อพฺภุคฺคนฺตฺวา อนฺตรวีถิยํ โอตริ. ภควา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโต ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต อิมํ คาถมาห –
‘‘อิทํ วตฺวาน มาตงฺโค, อิสิ สจฺจปรกฺกโม;
อนฺตลิกฺขสฺมึ ปกฺกามิ, พฺราหฺมณานํ อุทิกฺขต’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๐);
ตาวเทว นครรกฺขิกเทวตานํ เชฏฺฐกเทวราชา มณฺฑพฺยสฺส คีวํ ปริวตฺเตสิ. ตสฺส มุขํ ปริวตฺเตติตฺวา ปจฺฉามุขํ ชาตํ, อกฺขีนิ ปริวตฺตานิ, มุเขน เขฬํ วมติ, สรีรํ ถทฺธํ สูเล อาโรปิตํ วิย อโหสิ. อสีติสหสฺสา ปริจารกยกฺขา อสีติพฺราหฺมณสหสฺสานิ ตเถว อกํสุ. เวเคน คนฺตฺวา พฺรหฺมปชาปติยา อาโรจยึสุ. สา ตรมานรูปา อาคนฺตฺวา ตํ วิปฺปการํ ทิสฺวา คาถมาห –
‘‘อาเวธิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ,
พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ;
เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส,
โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๑);
อถสฺสา อาโรเจสุํ –
‘‘อิธาคมา สมโณ ทุมฺมวาสี,
โอตลฺลโก ปํสุปิสาจโกว,
สงฺการโจฬํ ปฏิมุญฺจ กณฺเฐ,
โส เต อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๒);
สา สุตฺวาว อญฺญาสิ – ‘‘มยฺหํ ยสทายโก อยฺโย อนุกมฺปาย ปุตฺตสฺส ปมตฺตภาวํ ญตฺวา อาคโต ภวิสฺสตี’’ติ. ตโต อุปฏฺฐาเก ปุจฺฉิ –
‘‘กตมํ ทิสํ อคมา ภูริปญฺโญ,
อกฺขาถ เม มาณวา เอตมตฺถํ;
คนฺตฺวาน ตํ ปฏิกเรมุ อจฺจยํ,
อปฺเปว นํ ปุตฺต ลเภมุ ชีวิต’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๓);
เต อาหํสุ –
‘‘เวหายสํ อคมา ภูริปญฺโญ,
ปถทฺธุโน ปนฺนรเสว จนฺโท;
อปิจาปิ โส ปุริมทิสํ อคจฺฉิ,
สจฺจปฺปฏิญฺโญ อิสิ สาธุรูโป’’ติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๔);
มหาปุริโสปิ อนฺตรวีถิยํ โอติณฺณฏฺฐานโต ปฏฺฐาย – ‘‘มยฺหํ ปทวฬญฺชํ หตฺถิอสฺสาทีนํ วเสน มา อนฺตรธายิตฺถ, ทิฏฺฐมงฺคลิกาเยว นํ ปสฺสตุ, มา อญฺเญ’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาปนมตฺตํ มิสฺสโกทนํ คเหตฺวา ปฏิกฺกมนสาลายํ นิสินฺโน ภุญฺชิตฺวา โถกํ ภุตฺตาวเสสํ ภิกฺขาภาชเนเยว ฐเปสิ. ทิฏฺฐมงฺคลิกาปิ ปาสาทา โอรุยฺห อนฺตรวีถึ ปฏิปชฺชมานา ปทวฬญฺชํ ทิสฺวา – ‘‘อิทํ มยฺหํ ยสทายกสฺส อยฺยสฺส ปท’’นฺติ ปทานุสาเรนาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อาห – ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ทาเสน กตาปราธํ มยฺหํ ขมถ, น หิ ตุเมฺห โกธวสิกา นาม, เทถ เม ปุตฺตสฺส ชีวิต’’นฺติ.
เอวญฺจ ปน วตฺวา –
‘‘อาเวธิตํ ปิฏฺฐิโต อุตฺตมงฺคํ,
พาหุํ ปสาเรติ อกมฺมเนยฺยํ;
เสตานิ อกฺขีนิ ยถา มตสฺส,
โก เม อิมํ ปุตฺตมกาสิ เอว’’นฺติ. (ชา. ๑.๑๕.๑๕) –
คาถํ อภาสิ. มหาปุริโส อาห – ‘‘น มยํ เอวรูปํ กโรม, ปพฺพชิตํ ปน หึสนฺเต ทิสฺวา ปพฺพชิเตสุ สคารวาหิ ภูตยกฺขเทวตาหิ กตํ ภวิสฺสตี’’ติ.
เกวลํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ มโนปโทโส มา โหตุ, เทวตาหิ กตํ โหตุ, สุขมาปยา, ภนฺเต, เทวตา, อปิจาหํ, ภนฺเต, กถํ ปฏิปชฺชามีติ. เตน หิ โอสธํ เต กเถสฺสามิ, มม ภิกฺขาภาชเน ภุตฺตาวเสสํ ภตฺตมตฺถิ, ตตฺถ โถกํ อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา โถกํ คเหตฺวา ตว ปุตฺตสฺส มุเข ปกฺขิป, อวเสสํ อุทกจาฏิยํ อาโลเฬตฺวา อสีติยา พฺราหฺมณสหสฺสานํ มุเข ปกฺขิปาติ. สา เอวํ กริสฺสามีติ ภตฺตํ คเหตฺวา มหาปุริสํ วนฺทิตฺวา คนฺตฺวา ตถา อกาสิ.
มุเข ปกฺขิตฺตมตฺเต เชฏฺฐกเทวราชา – ‘‘สามิมฺหิ สยํ เภสชฺชํ กโรนฺเต อเมฺหหิ น สกฺกา กิญฺจิ กาตุ’’นฺติ กุมารํ วิสฺสชฺเชสิ. โสปิ ขิปิตฺวา กิญฺจิ ทุกฺขํ อปฺปตฺตปุพฺโพ วิย ปกติวณฺโณ อโหสิ. อถ นํ มาตา อโวจ – ‘‘ปสฺส ตาต ตว กุลุปกานํ หิโรตฺตปฺปรหิตานํ วิปฺปการํ, สมณา ปน น เอวรูปา โหนฺติ, สมเณ ตาต โภเชยฺยาสี’’ติ. ตโต เสสกํ อุทกจาฏิยํ อาลุฬาเปตฺวา พฺราหฺมณานํ มุเข ปกฺขิปาเปสิ. ยกฺขา ตาวเทว วิสฺสชฺเชตฺวา ปลายึสุ. พฺราหฺมณา ขิปิตฺวา ขิปิตฺวา อุฏฺฐหิตฺวา กึ อมฺหากํ มุเข ปกฺขิตฺตนฺติ ปุจฺฉึสุ. มาตงฺคอิสิสฺส อุจฺฉิฏฺฐภตฺตนฺติ. เต ‘‘จณฺฑาลสฺส อุจฺฉิฏฺฐกํ ขาทาปิตมฺหา, อพฺราหฺมณา ทานิมฺหา ชาตา, อิทานิ โน พฺราหฺมณา ‘อสุทฺธพฺราหฺมณา อิเม’ติ สมฺโภคํ น ทสฺสนฺตี’’ติ ตโต ปลายิตฺวา มชฺฌรฏฺฐํ คนฺตฺวา มชฺฌราชสฺส นคเร อคฺคาสนิกา พฺราหฺมณา นาม มยนฺติ ราชเคเห ภุญฺชนฺติ.
ตสฺมึ สมเย โพธิสตฺโต ปาปนิคฺคหํ กโรนฺโต มานชาติเก นิมฺมทยนฺโต วิจรติ. อเถโก ‘‘ชาติมนฺตตาปโส นาม มยา สทิโส นตฺถี’’ติ อญฺเญสุ สญฺญมฺปิ น กโรติ. โพธิสตฺโต ตํ คงฺคาตีเร วสมานํ ทิสฺวา ‘‘มานนิคฺคหมสฺส กริสฺสามี’’ติ ตตฺถ อคมาสิ. ตํ ชาติมนฺตตาปโส ปุจฺฉิ – ‘‘กึ ชจฺโจ ภว’’นฺติ? จณฺฑาโล อหํ อาจริยาติ. อเปหิ จณฺฑาล อเปหิ จณฺฑาล, เหฏฺฐาคงฺคาย วส, มา อุปริคงฺคาย อุทกํ อุจฺฉิฏฺฐมกาสีติ.
โพธิสตฺโต – ‘‘สาธุ อาจริย, ตุเมฺหหิ วุตฺตฏฺฐาเน วสิสฺสามี’’ติ เหฏฺฐาคงฺคาย วสนฺโต ‘‘คงฺคาย อุทกํ ปฏิโสตํ สนฺทตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ชาติมนฺตตาปโส ปาโตว คงฺคํ โอรุยฺห อุทกํ อาจมติ, ชฏา โธวติ. โพธิสตฺโต ทนฺตกฏฺฐํ ขาทนฺโต ปิณฺฑํ ปิณฺฑํ เขฬํ อุทเก ปาเตติ. ทนฺตกฏฺฐกุจฺฉิฏฺฐกมฺปิ ตตฺเถว ปวาเหติ. ยถา เจ ตํ อญฺญตฺถ อลคฺคิตฺวา ตาปสสฺเสว ชฏาสุ ลคฺคติ, ตถา อธิฏฺฐาสิ. เขฬมฺปิ ทนฺตกฏฺฐมฺปิ ตาปสสฺส ชฏาสุเยว ปติฏฺฐาติ.
ตาปโส จณฺฑาลสฺสิทํ กมฺมํ ภวิสฺสตีติ วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คนฺตฺวา ปุจฺฉิ – ‘‘อิทํ, โภ จณฺฑาล, คงฺคาย อุทกํ ตยา ปฏิโสตคามิกต’’นฺติ? อาม อาจริย. เตน หิ ตฺวํ เหฏฺฐาคงฺคาย มา วส, อุปริคงฺคาย วสาติ. สาธุ อาจริย, ตุเมฺหหิ วุตฺตฏฺฐาเน วสิสฺสามีติ ตตฺถ วสนฺโต อิทฺธึ ปฏิปฺปสฺสมฺเภสิ, อุทกํ ยถาคติกเมว ชาตํ. ปุน ตาปโส ตเทว พฺยสนํ ปาปุณิ. โส ปุน คนฺตฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉิ, – ‘‘โภ จณฺฑาล, ตฺวมิทํ คงฺคาย อุทกํ กาเลน ปฏิโสตคามึ กาเลน อนุโสตคามึ กโรสี’’ติ? อาม อาจริย. จณฺฑาล, ‘‘ตฺวํ สุขวิหารีนํ ปพฺพชิตานํ สุเขน วสิตุํ น เทสิ, สตฺตเม เต ทิวเส สตฺตธา มุทฺธา ผลตู’’ติ. สาธุ อจริย, อหํ ปน สูริยสฺส อุคฺคนฺตุํ น ทสฺสามีติ.
อถ มหาสตฺโต จินฺเตสิ – ‘‘เอตสฺส อภิสาโป เอตสฺเสว อุปริ ปติสฺสติ, รกฺขามิ น’’นฺติ สตฺตานุทฺทยตาย ปุนทิวเส อิทฺธิยา สูริยสฺส อุคฺคนฺตุํ น อทาสิ. อิทฺธิมโต อิทฺธิวิสโย นาม อจินฺเตยฺโย, ตโต ปฏฺฐาย อรุณุคฺคํ น ปญฺญายติ, รตฺตินฺทิวปริจฺเฉโท นตฺถิ, กสิวณิชฺชาทีนิ กมฺมานิ ปโยเชนฺโต นาม นตฺถิ.
มนุสฺสา – ‘‘ยกฺขาวฏฺโฏ นุ โข อยํ ภูตเทวฏฺโฏนาคสุปณฺณาวฏฺโฏ’’ติ อุปทฺทวปฺปตฺตา ‘‘กึ นุ โข กาตพฺพ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ‘‘ราชกุลํ นาม มหาปญฺญํ, โลกสฺส หิตํ จินฺเตตุํ สกฺโกติ, ตตฺถ คจฺฉามา’’ติ ราชกุลํ คนฺตฺวา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ราชา สุตฺวา ภีโตปิ อภีตาการํ กตฺวา – ‘‘มา ตาตา ภายถ, อิมํ การณํ คงฺคาตีรวาสี ชาติมนฺตตาปโส ชานิสฺสติ, ตํ ปุจฺฉิตฺวา นิกฺกงฺขา ภวิสฺสามา’’ติ กติปเยเหว อตฺถจรเกหิ มนุสฺเสหิ สทฺธึ ตาปสํ อุปสงฺกมิตฺวา กตปฏิสนฺถาโร ตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ตาปโส อาห – ‘‘อาม มหาราช, เอโก จณฺฑาโล อตฺถิ, โส อิมํ คงฺคาย อุทกํ กาเลน อนุโสตคามึ กาเลน ปติโสตคามึ กโรติ, มยา ตทตฺถํ กิญฺจิ กถิตํ อตฺถิ, ตํ ปุจฺฉถ, โส ชานิสฺสตี’’ติ.
ราชา มาตงฺคอิสิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา – ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, อรุณสฺส อุคฺคนฺตุํ น เทถา’’ติ ปุจฺฉิ. อาม, มหาราชาติ. กึ การณา ภนฺเตติ? ชาติมนฺตตาปสการณา, มหาราช, ชาติมนฺตตาปเสน อาคนฺตฺวา มํ วนฺทิตฺวา ขมาปิตกาเล ทสฺสามิ มหาราชาติ. ราชา คนฺตฺวา ‘‘เอถ อาจริย, ตาปสํ ขมาเปถา’’ติ อาห. นาหํ, มหาราช, จณฺฑาลํ วนฺทามีติ. มา อาจริย, เอวํ กโรถ, ชนปทสฺส มุขํ ปสฺสถาติ. โส ปุน ปฏิกฺขิปิเยว. ราชา โพธิสตฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อาจริโย ขมาเปตุํ น อิจฺฉิตี’’ติ อาห. อขมาปิเต อหํ สูริยํ น มุญฺจามีติ. ราชา ‘‘อยํ ขมาเปตุํ น อิจฺฉติ, อยํ อขมาปิเต สูริยํ น มุญฺจติ, กึ อมฺหากํ เตน ตาปเสน, โลกํ โอโลเกสฺสามา’’ติ ‘‘คจฺฉถ, โภ, ตาปสสนฺติกํ, ตํ หตฺเถสุ จ ปาเทสุ จ คเหตฺวา มาตงฺคอิสิสฺส ปาทมูเล เนตฺวา นิปชฺชาเปตฺวา ขมาเปถ เอตสฺส ชนปทานุทฺทยตํ ปฏิจฺจา’’ติ อาห. เต ราชปุริสา คนฺตฺวา ตํ ตถา กตฺวา อาเนตฺวา มาตงฺคอิสิสฺส ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา ขมาเปสุํ.
อหํ นาม ขมิตพฺพํ ขมามิ, อปิจ โข ปน เอตสฺส กถา เอตสฺเสว อุปริ ปติสฺสติ. มยา สูริเย วิสฺสชฺชิเต สูริยรสฺมิ เอตสฺส มตฺถเก ปติสฺสติ, อถสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลิสฺสติ. ตญฺจ โข ปเนส พฺยสนํ มา ปาปุณาตุ, เอถ ตุเมฺห เอตํ คลปฺปมาเณ อุทเก โอตาเรตฺวา มหนฺตํ มตฺติกาปิณฺฑมสฺส สีเส ฐเปถ. อถาหํ สูริยํ วิสฺสชฺชิสฺสามิ. สูริยรสฺมิ มตฺติกาปิณฺเฑ ปติตฺวา ตํ สตฺตธา ภินฺทิสฺสติ. อเถส มตฺติกาปิณฺฑํ ฉฑฺเฑตฺวา นิมุชฺชิตฺวา อญฺเญน ติตฺเถน อุตฺตรตุ, อิติ นํ วทถ, เอวมสฺส โสตฺถิ ภวิสฺสตีติ. เต มนุสฺสา ‘‘เอวํ กริสฺสามา’’ติ ตถา กาเรสุํ. ตสฺสาปิ ตเถว โสตฺถิ ชาตา. โส ตโต ปฏฺฐาย – ‘‘ชาติ นาม อการณํ, ปพฺพชิตานํ อพฺภนฺตเร คุโณว การณ’’นฺติ ชาติโคตฺตมานํ ปหาย นิมฺมโท อโหสิ.
อิติ ชาติมนฺตตาปเส ทมิเต มหาชโน โพธิสตฺตสฺส ถามํ อญฺญาสิ, มหาโกลาหลํ ชาตํ. ราชา อตฺตโน นครํ คมนตฺถาย โพธิสตฺตํ ยาจิ. มหาสตฺโต ปฏิญฺญํ ทตฺวา ตานิ จ อสีติพฺราหฺมณสหสฺสานิ ทเมสฺสามิ, ปฏิญฺญญฺจ โมเจสฺสามีติ มชฺฌราชสฺส นครํ อคมาสิ. พฺราหฺมณา โพธิสตฺตํ ทิสฺวาว – โภ, ‘‘อยํ โส, โภ มหาโจโร, อาคโต, อิทาเนว สพฺเพ เอเต มยฺหํ อุจฺฉิฏฺฐกํ ขาทิตฺวา อพฺราหฺมณา ชาตาติ อเมฺห ปากเฏ กริสฺสติ, เอวํ โน อิธาปิ อาวาโส น ภวิสฺสติ, ปฏิกจฺเจว มาเรสฺสามา’’ติ ราชานํ ปุน อุปสงฺกมิตฺวา อาหํสุ – ‘‘ตุเมฺห, มหาราช, เอตํ จณฺฑาลปพฺพชิตํ มา สาธุรูโปติ มญฺญิตฺถ, เอส ครุกมนฺตํ ชานาติ, ปถวึ คเหตฺวา อากาสํ กโรติ, อากาสํ ปถวึ, ทูรํ คเหตฺวา สนฺติกํ กโรติ, สนฺติกํ ทูรํ, คงฺคํ นิวตฺเตตฺวา อุทฺธคามินึ กโรติ, อิจฺฉนฺโต ปถวึ อุกฺขิปิตฺวา ปาเตตุํ มญฺเญ สกฺโกติ. ปรสฺส วา จิตฺตํ นาม สพฺพกาลํ น สกฺกา คเหตุํ, อยํ อิธ ปติฏฺฐํ ลภนฺโต ตุมฺหากํ รชฺชมฺปิ นาเสยฺย, ชีวิตนฺตรายมฺปิ วํสุปจฺเฉทมฺปิ กเรยฺย, อมฺหากํ วจนํ กโรถ, มหาราช, อชฺเชว อิมํ มาเรตุํ วฏฺฏตี’’ติ.
ราชาโน นาม ปรปตฺติยา โหนฺติ, อิติ โส พหูนํ กถาวเสน นิฏฺฐํ คโต. โพธิสตฺโต ปน นคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา อุทกผาสุกฏฺฐาเน มิสฺสโกทนํ ภุญฺชิตฺวา ราชุยฺยานํ คนฺตฺวา นิราปราธตาย นิราสงฺโก มงฺคลสิลาปฏฺเฏ นิสีทิ. อตีเต จตฺตาลีส, อนาคเต จตฺตาลีสาติ อสีติกปฺเป อนุสฺสริตุํ สมตฺถญาณสฺส อนาวชฺชนตาย มุหุตฺตมตฺตเก กาเล สติ นปฺปโหติ, ราชา อญฺญํ อชานาเปตฺวา สยเมว คนฺตฺวา นิราวชฺชนตาย ปมาเทน นิสินฺนํ มหาปุริสํ อสินา ปหริตฺวา เทฺว ภาเค อกาสิ. อิมสฺส รญฺโญ วิชิเต อฏฺฐมํ โลหกูฏวสฺสํ, นวมํ กลลวสฺสํ วสฺสิ. อิติ อิมสฺสาปิ รฏฺเฐ นว วุฏฺฐิโย ปติตา. โส จ ราชา สปริโส มหานิรเย นิพฺพตฺโต. เตนาห สํกิจฺจปณฺฑิโต –
‘‘อุปหจฺจ มนํ มชฺโฌ, มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน;
สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน, มชฺฌารญฺญํ ตทา อหูติ’’. (ชา. ๒.๑๙.๙๖) –
เอวํ มชฺฌารญฺญสฺส อรญฺญภูตภาโว เวทิตพฺโพ. มาตงฺคสฺส ปน อิสิโน วเสน ตเทว มาตงฺคารญฺญนฺติ วุตฺตํ.
๖๖. ปญฺหปฏิภานานีติ ปญฺหพฺยากรณานิ. ปจฺจนีกํ กตพฺพนฺติ ปจฺจนีกํ กาตพฺพํ. อมญฺญิสฺสนฺติ วิโลมภาคํ คณฺหนฺโต วิย อโหสินฺติ อตฺโถ.
๖๗. อนุวิจฺจการนฺติ อนุวิจาเรตฺวา จินฺเตตฺวา ตุลยิตฺวา กาตพฺพํ กโรหีติ วุตฺตํ โหติ. สาธุ โหตีติ สุนฺทโร โหติ. ตุมฺหาทิสสฺมิญฺหิ มํ ทิสฺวา มํ สรณํ คจฺฉนฺเต นิคณฺฐํ ทิสฺวา นิคณฺฐํ สรณํ คจฺฉนฺเต – ‘‘กึ อยํ อุปาลิ ทิฏฺฐทิฏฺฐเมว สรณํ คจฺฉตี’’ติ? ครหา อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺมา อนุวิจฺจกาโร ตุมฺหาทิสานํ สาธูติ ทสฺเสติ. ปฏากํ ปริหเรยฺยุนฺติ เต กิร เอวรูปํ สาวกํ ลภิตฺวา – ‘‘อสุโก นาม ราชา วา ราชมหามตฺโต วา เสฏฺฐิ วา อมฺหากํ สรณํ คโต สาวโก ชาโต’’ติ ปฏากํ อุกฺขิปิตฺวา นคเร โฆเสนฺตา อาหิณฺฑนฺติ. กสฺมา? เอวํ โน มหนฺตภาโว อาวิ ภวิสฺสตีติ จ, สเจ ตสฺส ‘‘กิมหํ เอเตสํ สรณํ คโต’’ติ วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺเชยฺย, ตมฺปิ โส ‘‘เอเตสํ เม สรณคตภาวํ พหู ชานนฺติ, ทุกฺขํ อิทานิ ปฏินิวตฺติตุ’’นฺติ วิโนเทตฺวา น ปฏิกฺกมิสฺสตีติ จ. ‘‘เตนาห ปฏากํ ปริหเรยฺยุ’’นฺติ.
๖๘. โอปานภูตนฺติ ปฏิยตฺตอุทปาโน วิย ฐิตํ. กุลนฺติ ตว นิเวสนํ. ทาตพฺพํ มญฺเญยฺยาสีติ ปุพฺเพ ทสปิ วีสติปิ สฏฺฐิปิ ชเน อาคเต ทิสฺวา นตฺถีติ อวตฺวา เทติ. อิทานิ มํ สรณํ คตการณมตฺเตนว มา อิเมสํ เทยฺยธมฺมํ, อุปจฺฉินฺทิตฺถ, สมฺปตฺตานญฺหิ ทาตพฺพเมวาติ โอวทติ. สุตเมตํ, ภนฺเตติ กุโต สุตํ? นิคณฺฐานํ สนฺติกา, เต กิร กุลฆเรสุ เอวํ ปกาเสนฺติ – ‘‘มยํ ‘ยสฺส กสฺสจิ สมฺปตฺตสฺส ทาตพฺพ’นฺติ วทาม, สมโณ ปน โคตโม ‘มยฺหเมว ทานํ ทาตพฺพํ…เป… น อญฺเญสํ สาวกานํ ทินฺนํ มหปฺผล’นฺติ วทตี’’ติ. ตํ สนฺธาย อยํ คหปติ ‘‘สุตเมต’’นฺติ อาห.
๖๙. อนุปุพฺพึ กถนฺติ ทานานนฺตรํ สีลํ, สีลานนฺตรํ สคฺคํ, สคฺคานนฺตรํ มคฺคนฺติ เอวํ อนุปฏิปาฏิกถํ. ตตฺถ ทานกถนฺติ อิทํ ทานํ นาม สุขานํ นิทานํ, สมฺปตฺตีนํ มูลํ, โภคานํ ปติฏฺฐา, วิสมคตสฺส ตาณํ เลณํ คติปรายณํ, อิธโลกปรโลเกสุ ทานสทิโส อวสฺสโย ปติฏฺฐา อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ. อิทญฺหิ อวสฺสยฏฺเฐน รตนมยสีหาสนสทิสํ, ปติฏฺฐานฏฺเฐน มหาปถวิสทิสํ, อาลมฺพนฏฺเฐน อาลมฺพนรชฺชุสทิสํ. อิทญฺหิ ทุกฺขนิตฺถรณฏฺเฐน นาวา, สมสฺสาสนฏฺเฐน สงฺคามสูโร, ภยปริตฺตาณฏฺเฐน สุสงฺขตนครํ, มจฺเฉรมลาทีหิ อนุปลิตฺตฏฺเฐน ปทุมํ, เตสํ นิทหนฏฺเฐน อคฺคิ, ทุราสทฏฺเฐน อาสีวิโส. อสนฺตาสนฏฺเฐน สีโห, พลวนฺตฏฺเฐน หตฺถี, อภิมงฺคลสมฺมตฏฺเฐน เสตวสโภ, เขมนฺตภูมิสมฺปาปนฏฺเฐน วลาหโก อสฺสราชา. ทานํ นาเมภํ มยฺหํ คตมคฺโค, มเยฺหเวโส วํโส, มยา ทส ปารมิโย ปูเรนฺเตน เวลามมหายญฺโญ, มหาโควินฺทมหายญฺโญ มหาสุทสฺสนมหายญฺโญ, เวสฺสนฺตรมหายญฺโญติ อเนกมหายญฺญา ปวตฺติตา, สสภูเตน ชลิเต อคฺคิกฺขนฺเธ อตฺตานํ นิยฺยาเทนฺเตน สมฺปตฺตยาจกานํ จิตฺตํ คหิตํ. ทานญฺหิ โลเก สกฺกสมฺปตฺตึ เทติ, มารสมฺปตฺตึ เทติ, พฺรหฺมสมฺปตฺตึ เทติ, จกฺกวตฺติสมฺปตฺตึ เทติ, สาวกปารมีญาณํ, ปจฺเจกโพธิญาณํ, อภิสมฺโพธิญาณํ เทตีติ เอวมาทึ ทานคุณปฏิสํยุตฺตํ กถํ.
ยสฺมา ปน ทานํ ททนฺโต สีลํ สมาทาตุํ สกฺโกติ, ตสฺมา ตทนตรํ สีลกถํ กเถสิ. สีลกถนฺติ สีลํ นาเมตํ อวสฺสโย ปติฏฺฐา อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ, สีลํ นาเมตํ มม วํโส, อหํ สงฺขปาลนาคราชกาเล, ภูริทตฺตนาคราชกาเล, จมฺเปยฺยนาคราชกาเล, สีลวนาคราชกาเล, มาตุโปสกหตฺถิราชกาเล, ฉทฺทนฺตหตฺถิราชกาเลติ อนนฺเตสุ อตฺตภาเวสุ สีลํ ปริปูเรสึ. อิธโลกปรโลกสมฺปตฺตีนญฺหิ สีลสทิโส อวสฺสโย, สีลสทิสา ปติฏฺฐา, อารมฺมณํ ตาณํ เลณํ คติ ปรายณํ นตฺถิ, สีลาลงฺการสทิโส อลงฺกาโร นตฺถิ, สีลปุปฺผสทิสํ ปุปฺผํ นตฺถิ, สีลคนฺธสทิโส คนฺโธ นตฺถิ. สีลาลงฺกาเรน หิ อลงฺกตํ สีลกุสุมปิฬนฺธนํ สีลคนฺธานุลิตฺตํ สเทวโกปิ โลโก โอโลเกนฺโต ติตฺตึ น คจฺฉตีติ เอวมาทึ สีลคุณปฏิสํยุตฺตํ กถํ.
อิทํ ปน สีลํ นิสฺสาย อยํ สคฺโค ลพฺภตีติ ทสฺเสตุํ สีลานนฺตรํ สคฺคกถํ กเถสิ. สคฺคกถนฺติ อยํ สคฺโค นาม อิฏฺโฐ กนฺโต มนาโป, นิจฺจเมตฺถ กีฬา, นิจฺจํ สมฺปตฺติโย ลพฺภนฺติ, จาตุมหาราชิกา เทวา นวุติวสฺสสตสหสฺสานิ ทิพฺพสุขํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวนฺติ, ตาวตึสา ติสฺโส จ วสฺสโกฏิโย สฏฺฐิ จ วสฺสสตสหสฺสานีติ เอวมาทึ สคฺคคุณปฏิสํยุตฺตํ กถํ. สคฺคสมฺปตฺตึ กถยนฺตานญฺหิ พุทฺธานํ มุขํ นปฺปโหติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘อเนกปริยาเยน โข อหํ, ภิกฺขเว, สคฺคกถํ กเถยฺย’’นฺติอาทิ (ม. นิ. ๓.๒๕๕).
เอวํ สคฺคกถาย ปโลเภตฺวา ปุน หตฺถึ อลงฺกริตฺวา ตสฺส โสณฺฑํ ฉินฺทนฺโต วิย – ‘‘อยมฺปิ สคฺโค อนิจฺโจ อทฺธุโว, น เอตฺถ ฉนฺทราโค กาตพฺโพ’’ติ ทสฺสนตฺถํ – ‘‘อปฺปสฺสาทา กามา วุตฺตา มยา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย’’ติอาทินา (ปาจิ. ๔๑๗; ม. นิ. ๑.๒๓๕) นเยน กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ กเถสิ. ตตฺถ อาทีนโวติ โทโส. โอกาโรติ อวกาโร ลามกภาโว. สํกิเลโสติ เตหิ สตฺตานํ สํสาเร สํกิลิสฺสนํ. ยถาห ‘‘กิลิสฺสนฺติ วต, โภ, สตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๕๑).
เอวํ กามาทีนเวน ตชฺชิตฺวา เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ. กลฺลจิตฺตนฺติ อโรคจิตฺตํ. สามุกฺกํสิกาติ สามํ อุกฺกํสิกา อตฺตนาเยว คเหตฺวา อุทฺธริตฺวา คหิตา, สยมฺภูญาเณน ทิฏฺฐา, อสาธารณา อญฺเญสนฺติ อตฺโถ. กา ปเนสาติ, อริยสจฺจเทสนา? เตเนวาห – ‘‘ทุกฺขํ สมุทยํ นิโรธํ มคฺค’’นฺติ.
วิรชํ วีตมลนฺติ ราครชาทีนํ อภาวา วิรชํ, ราคมลาทีนํ วิคตตฺตา วีตมลํ. ธมฺมจกฺขุนฺติ อุปริ พฺรหฺมายุสุตฺเต ติณฺณํ มคฺคานํ, จูฬราหุโลวาเท อาสวกฺขยสฺเสตํ นามํ. อิธ ปน โสตาปตฺติมคฺโค อธิปฺเปโต. ตสฺส อุปฺปตฺติอาการทสฺสนตฺถํ ‘‘ยํกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺม’’นฺติ อาห. ตญฺหิ นิโรธํ อารมฺมณํ กตฺวา กิจฺจวเสน เอวํ สพฺพสงฺขตํ ปฏิวิชฺฌนฺตํ อุปฺปชฺชติ.
ทิฏฺโฐ อริยสจฺจธมฺโม เอเตนาติ ทิฏฺฐธมฺโม. เอส นโย เสสปเทสุปิ. ติณฺณา วิจิกิจฺฉา อเนนาติ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ. วิคตา กถํกถา อสฺสาติ วิคตกถํกโถ. เวสารชฺชปฺปตฺโตติ เวสารชฺชํ ปตฺโต. กตฺถ? สตฺถุ สาสเน. นาสฺส ปโร ปจฺจโย, น ปรสฺส สทฺธาย เอตฺถ วตฺตตีติ อปรปฺปจฺจโย.
๗๐. จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉมาโน อภินนฺทิตฺวา, วาจาย ปสํสมาโน อนุโมทิตฺวา. อาวรามีติ ถเกมิ ปิทหามิ. อนาวฏนฺติ น อาวริตํ วิวฏํ อุคฺฆาฏิตํ.
๗๑. อสฺโสสิ โข ทีฆตปสฺสีติ โส กิร ตสฺส คตกาลโต ปฏฺฐาย – ‘‘ปณฺฑิโต คหปติ, สมโณ จ โคตโม ทสฺสนสมฺปนฺโน นิยฺยานิกกโถ, ทสฺสเนปิ ตสฺส ปสีทิสฺสติ, ธมฺมกถายปิ ปสีทิสฺสติ, ปสีทิตฺวา สรณํ คมิสฺสติ, คโต นุ โข สรณํ คหปติ น ตาว คโต’’ติ โอหิตโสโตว หุตฺวา วิจรติ. ตสฺมา ปฐมํเยว อสฺโสสิ.