๕. จูฬสจฺจกสุตฺตวณฺณนา
๓๕๓. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬสจฺจกสุตฺตํ. ตตฺถ มหาวเน กูฏาคารสาลายนฺติ มหาวนํ นาม สยํชาตํ อโรปิมํ สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนํ. กปิลวตฺถุสามนฺตา ปน มหาวนํ หิมวนฺเตน สห เอกาพทฺธํ อปริจฺเฉทํ หุตฺวา มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตํ. อิทํ ตาทิสํ น โหติ. สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนนฺติ มหาวนํ. กูฏาคารสาลา ปน มหาวนํ นิสฺสาย กเต อาราเม กูฏาคารํ อนฺโตกตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนน กตา สพฺพาการสมฺปนฺนา พุทฺธสฺส ภควโต คนฺธกุฏิ เวทิตพฺพา.
สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโตติ ปุพฺเพ กิร เอโก นิคณฺโฐ จ นิคณฺฐี จ ปญฺจ ปญฺจ วาทสตานิ อุคฺคเหตฺวา, วาทํ อาโรเปสฺสามาติ ชมฺพุทีเป วิจรนฺตา เวสาลิยํ สมาคตา. ลิจฺฉวิราชาโน ทิสฺวา, – ‘‘ตฺวํ โก, ตฺวํ กา’’ติ ปุจฺฉึสุ. นิคณฺโฐ – ‘‘อหํ วาทํ อาโรเปสฺสามีติ ชมฺพุทีเป วิจรามี’’ติ อาห. นิคณฺฐีปิ ตถา อาห. ลิจฺฉวิโน, ‘‘อิเธว อญฺญมญฺญํ วาทํ อาโรเปถา’’ติ อาหํสุ. นิคณฺฐี อตฺตนา อุคฺคหิตานิ ปญฺจวาทสตานิ ปุจฺฉิ, นิคณฺโฐ กเถสิ. นิคณฺเฐน ปุจฺฉิเตปิ นิคณฺฐี กเถสิเยว. เอกสฺสปิ น ชโย, น ปราชโย, อุโภ สมสมาว อเหสุํ. ลิจฺฉวิโน, – ‘‘ตุเมฺห อุโภปิ สมสมา อาหิณฺฑิตฺวา กึ กริสฺสถ, อิเธว วสถา’’ติ เคหํ ทตฺวา พลึ ปฏฺฐเปสุํ. เตสํ สํวาสมนฺวาย จตสฺโส ธีตโร ชาตา, – เอกา สจฺจา นาม, เอกา โลลา นาม, เอกา ปฏาจารา นาม, เอกา อาจารวตี นาม. ตาปิ ปณฺฑิตาว อเหสุํ, มาตาปิตูหิ อุคฺคหิตานิ ปญฺจ ปญฺจ วาทสตานิ อุคฺคเหสุํ. ตา วยปตฺตา มาตาปิตโร อโวจุํ – ‘‘อมฺหากํ อมฺมา กุเล ทาริกา นาม หิรญฺญสุวณฺณาทีนิ ทตฺวา กุลฆรํ เปสิตปุพฺพา นาม นตฺถิ. โย ปน อคาริโก ตาสํ วาทํ มทฺทิตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ปาทปริจาริกา โหนฺติ. โย ปพฺพชิโต ตาสํ มทฺทิตุํ สกฺโกติ, ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชนฺติ. ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ? มยมฺปิ เอวเมว กริสฺสามาติ. จตสฺโสปิ ปริพฺพาชิกเวสํ คเหตฺวา, ‘‘อยํ ชมฺพุทีโป นาม ชมฺพุยา ปญฺญายตี’’ติ ชมฺพุสาขํ คเหตฺวา จาริกํ ปกฺกมึสุ. ยํ คามํ ปาปุณนฺติ, ตสฺส ทฺวาเร ปํสุปุญฺเช วา วาลิกปุญฺเช วา ชมฺพุธชํ ฐเปตฺวา, – ‘‘โย วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ, โส อิมํ มทฺทตู’’ติ วตฺวา คามํ ปวิสนฺติ. เอวํ คาเมน คามํ วิจรนฺติโย สาวตฺถึ ปาปุณิตฺวา ตเถว คามทฺวาเร ชมฺพุธชํ ฐเปตฺวา สมฺปตฺตมนุสฺสานํ อาโรเจตฺวา อนฺโตนครํ ปวิฏฺฐา.
เตน สมเยน ภควา สาวตฺถึ นิสฺสาย เชตวเน วิหรติ. อถายสฺมา สาริปุตฺโต คิลาเน ปุจฺฉนฺโต อชคฺคิตฏฺฐานํ ชคฺคนฺโต อตฺตโน กิจฺจมหนฺตตาย อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ทิวาตรํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต คามทฺวาเร ชมฺพุธชํ ทิสฺวา, – ‘‘กิมิท’’นฺติ ทารเก ปุจฺฉิ. เต ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. เตน หิ มทฺทถาติ. น สกฺโกม, ภนฺเต, ภายามาติ. ‘‘กุมารา มา ภายถ, ‘เกน อมฺหากํ ชมฺพุธโช มทฺทาปิโต’ติ วุตฺเต, พุทฺธสาวเกน สาริปุตฺตตฺเถเรน มทฺทาปิโต, วาทํ อาโรเปตุกามา เชตวเน เถรสฺส สนฺติกํ คจฺฉถาติ วเทยฺยาถา’’ติ อาห. เต เถรสฺส วจนํ สุตฺวา ชมฺพุธชํ มทฺทิตฺวา ฉฑฺเฑสุํ. เถโร ปิณฺฑาย จริตฺวา วิหารํ คโต. ปริพฺพาชิกาปิ คามโต นิกฺขมิตฺวา, ‘‘อมฺหากํ ธโช เกน มทฺทาปิโต’’ติ ปุจฺฉึสุ. ทารกา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ปริพฺพาชิกา ปุน คามํ ปวิสิตฺวา เอเกกํ วีถึ คเหตฺวา, – ‘‘พุทฺธสาวโก กิร สาริปุตฺโต นาม อเมฺหหิ สทฺธึ วาทํ กริสฺสติ, โสตุกามา นิกฺขมถา’’ติ อาโรเจสุํ. มหาชโน นิกฺขมิ, เตน สทฺธึ ปริพฺพาชิกา เชตวนํ อคมึสุ.
เถโร – ‘‘อมฺหากํ วสนฏฺฐาเน มาตุคามสฺส อาคมนํ นาม อผาสุก’’นฺติ วิหารมชฺเฌ นิสีทิ. ปริพฺพาชิกาโย คนฺตฺวา เถรํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตุเมฺหหิ อมฺหากํ ธโช มทฺทาปิโต’’ติ? อาม, มยา มทฺทาปิโตติ. มยํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ วาทํ กริสฺสามาติ. สาธุ กโรถ, กสฺส ปุจฺฉา กสฺส วิสฺสชฺชนํ โหตูติ? ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา, ตุเมฺห ปน มาตุคามา นาม ปฐมํ ปุจฺฉถาติ อาห. ตา จตสฺโสปิ จตูสุ ทิสาสุ ฐตฺวา มาตาปิตูนํ สนฺติเก อุคฺคหิตํ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉึสุ. เถโร ขคฺเคน กุมุทนาฬํ ฉินฺทนฺโต วิย ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ นิชฺชฏํ นิคฺคณฺฐึ กตฺวา กเถสิ, กเถตฺวา ปุน ปุจฺฉถาติ อาห. เอตฺตกเมว, ภนฺเต, มยํ ชานามาติ. เถโร อาห – ‘‘ตุเมฺหหิ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉิตํ มยา กถิตํ, อหํ ปน เอกํ เยว ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, ตํ ตุเมฺห กเถถา’’ติ. ตา เถรสฺส วิสยํ ทิสฺวา, ‘‘ปุจฺฉถ, ภนฺเต, พฺยากริสฺสามา’’ติ วตฺตุํ นาสกฺขึสุ. ‘‘วท, ภนฺเต, ชานมานา พฺยากริสฺสามา’’ติ ปุน อาหํสุ.
เถโร อยํ ปน กุลปุตฺเต ปพฺพาเชตฺวา ปฐมํ สิกฺขาเปตพฺพปโญฺหติ วตฺวา, – ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา เนว อนฺตํ, น โกฏึ อทฺทสํสุ. เถโร กเถถาติ อาห. น ปสฺสาม, ภนฺเตติ. ตุเมฺหหิ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉิตํ มยา กถิตํ, มยฺหํ ตุเมฺห เอกํ ปญฺหมฺปิ กเถตุํ น สกฺโกถ, เอวํ สนฺเต กสฺส ชโย กสฺส ปราชโยติ? ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ชโย, อมฺหากํ ปราชโยติ. อิทานิ กึ กริสฺสถาติ? ตา มาตาปิตูหิ วุตฺตวจนํ อาโรเจตฺวา, ‘‘ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ตุเมฺห มาตุคามา นาม อมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิตุํ น วฏฺฏติ, อมฺหากํ ปน สาสนํ คเหตฺวา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชถาติ. ตา สาธูติ เถรสฺส สาสนํ คเหตฺวา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชึสุ. ปพฺพชิตา จ ปน อปฺปมตฺตา อาตาปินิโย หุตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
อยํ สจฺจโก ตาสํ จตุนฺนมฺปิ กนิฏฺฐภาติโก. ตาหิ จตูหิปิ อุตฺตริตรปญฺโญ, มาตาปิตูนมฺปิ สนฺติกา วาทสหสฺสํ, ตโต พหุตรญฺจ พาหิรสมยํ อุคฺคเหตฺวา กตฺถจิ อคนฺตฺวา ราชทารเก สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต ตตฺเถว เวสาลิยํ วสติ, ปญฺญาย อติปูริตตฺตา กุจฺฉิ เม ภิชฺเชยฺยาติ ภีโต อยปฏฺเฏน กุจฺฉึ ปริกฺขิปิตฺวา จรติ, อิมํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต’’ติ.
ภสฺสปฺปวาทโกติ ภสฺสํ วุจฺจติ กถามคฺโค, ตํ ปวทติ กเถตีติ ภสฺสปฺปวาทโก. ปณฺฑิตวาโทติ อหํ ปณฺฑิโตติ เอวํ วาโท. สาธุสมฺมโต พหุชนสฺสาติ ยํ ยํ นกฺขตฺตจาเรน อาทิสติ, ตํ ตํ เยภุยฺเยน ตเถว โหติ, ตสฺมา อยํ สาธุลทฺธิโก ภทฺทโกติ เอวํ สมฺมโต มหาชนสฺส. วาเทน วาทํ สมารทฺโธติ กถามคฺเคน โทสํ อาโรปิโต. อายสฺมา อสฺสชีติ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อาจริโย อสฺสชิตฺเถโร. ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมมาโนติ ตโต ตโต ลิจฺฉวิราชเคหโต ตํ ตํ เคหํ คมนตฺถาย อนุจงฺกมมาโน. เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? สมยชานนตฺถํ.
เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ ‘สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’ติ อาหิณฺฑามิ, ‘สมยํ ปนสฺส น ชานามี’ติ น อาโรเปสึ. ปรสฺส หิ สมยํ ญตฺวา อาโรปิโต วาโท สฺวาโรปิโต นาม โหติ. อยํ ปน สมณสฺส โคตมสฺส สาวโก ปญฺญายติ อสฺสชิตฺเถโร; โส อตฺตโน สตฺถุ สมเย โกวิโท, เอตาหํ ปุจฺฉิตฺวา กถํ ปติฏฺฐาเปตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. วิเนตีติ กถํ วิเนติ, กถํ สิกฺขาเปตีติ ปุจฺฉติ. เถโร ปน ยสฺมา ทุกฺขนฺติ วุตฺเต อุปารมฺภสฺส โอกาโส โหติ, มคฺคผลานิปิ ปริยาเยน ทุกฺขนฺติ อาคตานิ, อยญฺจ ทุกฺขนฺติ วุตฺเต เถรํ ปุจฺเฉยฺย – ‘‘โภ อสฺสชิ, กิมตฺถํ ตุเมฺห ปพฺพชิตา’’ติ. ตโต ‘‘มคฺคผลตฺถายา’’ติ วุตฺเต, – ‘‘นยิทํ, โภ อสฺสชิ, ตุมฺหากํ สาสนํ นาม, มหาอาฆาตนํ นาเมตํ, นิรยุสฺสโท นาเมส, นตฺถิ ตุมฺหากํ สุขาสา, อุฏฺฐายุฏฺฐาย ทุกฺขเมว ชิราเปนฺตา อาหิณฺฑถา’’ติ โทสํ อาโรเปยฺย, ตสฺมา ปรวาทิสฺส ปริยายกถํ กาตุํ น วฏฺฏติ. ยถา เอส อปฺปติฏฺโฐ โหติ, เอวมสฺส นิปฺปริยายกถํ กเถสฺสามีติ จินฺเตตฺวา, ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจ’’นฺติ อิมํ อนิจฺจานตฺตวเสเนว กถํ กเถติ. ทุสฺสุตนฺติ โสตุํ อยุตฺตํ.
๓๕๔. สนฺถาคาเรติ ราชกุลานํ อตฺถานุสาสนสนฺถาคารสาลายํ. เยน เต ลิจฺฉวี เตนุปสงฺกมีติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ ปุพฺเพ สมยํ อชานนภาเวน สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ น อาโรเปสึ, อิทานิ ปนสฺส มหาสาวเกน กถิตํ สมยํ ชานามิ, อิเม จ มม อนฺเตวาสิกา ปญฺจสตา ลิจฺฉวี สนฺนิปติตา. เอเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ ตสฺมา อุปสงฺกมิ. ญาตญฺญตเรนาติ ญาเตสุ อภิญฺญาเตสุ ปญฺจวคฺคิยตฺเถเรสุ อญฺญตเรน. ปติฏฺฐิตนฺติ ยถา เตน ปติฏฺฐิตํ. สเจ เอวํ ปติฏฺฐิสฺสติ, อถ ปน อญฺญเทว วกฺขติ, ตตฺร มยา กึ สกฺกา กาตุนฺติ อิทาเนว ปิฏฺฐึ ปริวตฺเตนฺโต อาห. อากฑฺเฒยฺยาติ อตฺตโน อภิมุขํ กฑฺเฒยฺย. ปริกฑฺเฒยฺยาติ ปุรโต ปฏิปณาเมยฺย. สมฺปริกฑฺเฒยฺยาติ กาเลน อากฑฺเฒยฺย, กาเลน ปริกฑฺเฒยฺย. โสณฺฑิกากิลญฺชนฺติ สุราฆเร ปิฏฺฐกิลญฺชํ. โสณฺฑิกาธุตฺโตติ สุราธุตฺโต. วาลํ กณฺเณ คเหตฺวาติ สุราปริสฺสาวนตฺถวิกํ โธวิตุกาโม กสฏนิธุนนตฺถํ อุโภสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา. โอธุเนยฺยาติ อโธมุขํ กตฺวา ธุเนยฺย. นิทฺธุเนยฺยาติ อุทฺธํมุขํ กตฺวา ธุเนยฺย. นิปฺโผเฏยฺยาติ ปุนปฺปุนํ ปปฺโผเฏยฺย. สาณโธวิกํ นามาติ เอตฺถ มนุสฺสา สาณสาฏกกรณตฺถํ สาณวาเก คเหตฺวา มุฏฺฐึ มุฏฺฐึ พนฺธิตฺวา อุทเก ปกฺขิปนฺติ. เต ตติยทิวเส สุฏฺฐุ กิลินฺนา โหนฺติ. อถ มนุสฺสา อมฺพิลยาคุสุราทีนิ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา สาณมุฏฺฐึ คเหตฺวา, ทกฺขิณโต วามโต สมฺมุขา จาติ ตีสุ ผลเกสุ สกึ ทกฺขิณผลเก, สกึ วามผลเก, สกึ สมฺมุขผลเก ปหรนฺตา อมฺพิลยาคุสุราทีนิ ภุญฺชนฺตา ปิวนฺตา ขาทนฺตา โธวนฺติ. มหนฺตา กีฬา โหติ. รญฺโญ นาโค ตํ กีฬํ ทิสฺวา คมฺภีรํ อุทกํ อนุปวิสิตฺวา โสณฺฑาย อุทกํ คเหตฺวา สกึ กุมฺเภ สกึ ปิฏฺฐิยํ สกึ อุโภสุ ปสฺเสสุ สกึ อนฺตรสตฺถิยํ ปกฺขิปนฺโต กีฬิตฺถ. ตทุปาทาย ตํ กีฬิตชาตํ สาณโธวิกํ นาม วุจฺจติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สาณโธวิกํ นาม กีฬิตชาตํ กีฬตี’’ติ. กึ โส ภวมาโน สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต, โย ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสตีติ โย สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสติ, โส กึ ภวมาโน กึ ยกฺโข ภวมาโน อุทาหุ อินฺโท, อุทาหุ พฺรหฺมา ภวมาโน ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสติ? น หิ สกฺกา ปกติมนุสฺเสน ภควโต วาทํ อาโรเปตุนฺติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.
๓๕๕. เตน โข ปน สมเยนาติ ยสฺมึ สมเย สจฺจโก อารามํ ปาวิสิ, ตสฺมึ. กิสฺมึ ปน สมเย ปาวิสีติ? มหามชฺฌนฺหิกสมเย. กสฺมา ปน ตสฺมึ สมเย จงฺกมนฺตีติ? ปณีตโภชนปจฺจยสฺส ถินมิทฺธสฺส วิโนทนตฺถํ. ทิวาปธานิกา วา เต. ตาทิสานญฺหิ ปจฺฉาภตฺตํ จงฺกมิตฺวา นฺหตฺวา สรีรํ อุตุํ คณฺหาเปตฺวา นิสชฺช สมณธมฺมํ กโรนฺตานํ จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ. เยน เต ภิกฺขูติ โส กิร กุหึ สมโณ โคตโมติ ปริเวณโต ปริเวณํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ปวิสิสฺสามีติ วิโลเกนฺโต อรญฺเญ หตฺถี วิย จงฺกเม จงฺกมมาเน ปํสุกูลิกภิกฺขู ทิสฺวา เตสํ สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ สนฺธาย, ‘‘เยน เต ภิกฺขู’’ติอาทิ วุตฺตํ. กหํ นุ โข, โภติ กตรสฺมึ อาวาเส วา มณฺฑเป วาติ อตฺโถ. เอส, อคฺคิเวสฺสน, ภควาติ ตทา กิร ภควา ปจฺจูสกาเล มหากรุณา สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ สพฺพญฺญุตญฺญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา โพธเนยฺยสตฺตํ โอโลเกนฺโต อทฺทส – ‘‘เสฺว สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต มหตึ ลิจฺฉวิปริสํ คเหตฺวา มม วาทํ อาโรเปตุกาโม อาคมิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร เวสาลิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต มหาปริสาย นิสีทิตุํ สุขฏฺฐาเน นิสีทิสฺสามีติ คนฺธกุฏึ อปวิสิตฺวา มหาวเน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. เต ภิกฺขู ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อาคตา, สจฺจเกน ปุฏฺฐา ทูเร นิสินฺนํ ภควนฺตํ ทสฺเสนฺตา, ‘‘เอส อคฺคิเวสฺสน ภควา’’ติ อาหํสุ.
มหติยา ลิจฺฉวิปริสาย สทฺธินฺติ เหฏฺฐา ปญฺจมตฺเตหิ ลิจฺฉวิสเตหิ ปริวุโตติ วุตฺตํ. เต เอตสฺส อนฺเตวาสิกาเยว, อนฺโตเวสาลิยํ ปน สจฺจโก ปญฺจมตฺตานิ ลิจฺฉวิราชสตานิ คเหตฺวา, ‘‘วาทตฺถิโก ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโต’’ติ สุตฺวา ทฺวินฺนํ ปณฺฑิตานํ กถาสลฺลาปํ โสสฺสามาติ เยภุยฺเยน มนุสฺสา นิกฺขนฺตา, เอวํ สา ปริสา มหตี อปริจฺฉินฺนคณนา อโหสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อญฺชลึ ปณาเมตฺวาติ เอเต อุภโตปกฺขิกา, เต เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘สเจ โน มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ, ‘กสฺมา ตุเมฺห สมณํ โคตมํ วนฺทิตฺถา’ติ, เตสํ, ‘กึ อญฺชลิมตฺตกรเณนปิ วนฺทิตํ โหตี’ติ วกฺขาม. สเจ โน สมฺมาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ, ‘กสฺมา ภควนฺตํ น วนฺทิตฺถา’ติ, ‘กึ สีเสน ภูมึ ปหรนฺเตเนว วนฺทิตํ โหติ, นนุ อญฺชลิกมฺมมฺปิ วนฺทนา เอวา’ติ วกฺขามา’’ติ. นาม โคตฺตนฺติ, โภ โคตม, อหํ อสุกสฺส ปุตฺโต ทตฺโต นาม มิตฺโต นาม อิธ อาคโตติ วทนฺตา นามํ สาเวนฺติ นาม. โภ โคตม, อหํ วาสิฏฺโฐ นาม กจฺจาโน นาม อิธ อาคโตติ วทนฺตา โคตฺตํ สาเวนฺติ นาม. เอเต กิร ทลิทฺทา ชิณฺณกุลปุตฺตา ปริสมชฺเฌ นามโคตฺตวเสน ปากฏา ภวิสฺสามาติ เอวํ อกํสุ. เย ปน ตุณฺหีภูตา นิสีทึสุ, เต เกราฏิกา เจว อนฺธพาลา จ. ตตฺถ เกราฏิกา, ‘‘เอกํ เทฺว กถาสลฺลาเป กโรนฺโต วิสฺสาสิโก โหติ, อถ วิสฺสาเส สติ เอกํ เทฺว ภิกฺขา อทาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ตโต อตฺตานํ โมเจนฺตา ตุณฺหี นิสีทนฺติ. อนฺธพาลา อญฺญาณตาเยว อวกฺขิตฺตมตฺติกาปิณฺโฑ วิย ยตฺถ กตฺถจิ ตุณฺหีภูตา นิสีทนฺติ.
๓๕๖. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กญฺจิ โอกาสํ กิญฺจิ การณํ, อถสฺส ภควา ปญฺหปุจฺฉเน อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อาห – ปุจฺฉ, อคฺคิเวสฺสน, ยทากงฺขสีติ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ปุจฺฉ ยทิ อากงฺขสิ, น เม ปญฺหวิสฺสชฺชเน ภาโร อตฺถิ’’. อถ วา ‘‘ปุจฺฉ ยํ อากงฺขสิ, สพฺพํ เต วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ อสาธารณํ ปจฺเจกพุทฺธอคฺคสาวมหาสาวเกหิ. เต หิ ยทากงฺขสีติ น วทนฺติ, สุตฺวา เวทิสฺสามาติ วทนฺติ. พุทฺธา ปน ‘‘ปุจฺฉาวุโส, ยทากงฺขสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๗) วา, ‘‘ปุจฺฉ, มหาราช, ยทากงฺขสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๒) วา,
‘‘ปุจฺฉ วาสว มํ ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;
ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ อิติ. (ที. นิ. ๒.๓๕๖) วา,
‘‘เตน หิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉ ยทากงฺขสี’’ติ (ม. นิ. ๓.๘๕) วา,
‘‘พาวริสฺส จ ตุยฺหํ วา, สพฺเพสํ สพฺพสํสยํ;
กตาวกาสา ปุจฺฉโวฺห, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉถา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๓๖) วา,
‘‘ปุจฺฉ มํ สภิย ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;
ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ อิติ. (สุ. นิ. ๕๑๗) วา –
เตสํ เตสํ ยกฺขนรินฺทเทวสมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกานํ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรนฺติ. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ ภควา พุทฺธภูมึ ปตฺวา เอตํ ปวารณํ ปวาเรยฺย. โย โพธิสตฺตภูมิยํ ปเทสญาเณปิ ฐิโต
‘‘โกณฺฑญฺญ ปญฺหานิ วิยากโรหิ,
ยาจนฺติ ตํ อิสโย สาธุรูปา;
โกณฺฑญฺญ เอโส มนุเชสุ ธมฺโม,
ยํ วุทฺธมาคจฺฉติ เอส ภาโร’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๐) –
เอวํ สกฺกาทีนํ อตฺถาย อิสีหิ ยาจิโต
‘‘กตาวกาสา ปุจฺฉนฺตุ โภนฺโต,
ยํ กิญฺจิ ปญฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ;
อหญฺหิ ตํ ตํ โว วิยากริสฺสํ,
ญตฺวา สยํ โลกมิมํ ปรญฺจา’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๑);
เอวํ สรภงฺคกาเล, สมฺภวชาตเก จ สกลชมฺพุทีปํ ติกฺขตฺตุํ วิจริตฺวา ปญฺหานํ อนฺตกรํ อทิสฺวา สุจิรเตน พฺราหฺมเณน ปญฺหํ ปุฏฺโฐ โอกาเส การิเต, ชาติยา สตฺตวสฺโส รถิกายํ ปํสุํ กีฬนฺโต ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อนฺตรวีถิยํ นิสินฺโนว –
‘‘ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ, ยถาปิ กุสโล ตถา;
ราชา จ โข ตํ ชานาติ, ยทิ กาหติ วา น วา’’ติ. (ชา. ๑.๑๖.๑๗๒) –
สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ.
เอวํ ภควตา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาริตาย อตฺตมโน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต, ‘‘กถํ ปน, โภ โคตมา’’ติอาทิมาห.
อถสฺส ภควา, ‘‘ปสฺสถ, โภ, อญฺญํ สาวเกน กถิตํ, อญฺญํ สตฺถา กเถติ, นนุ มยา ปฏิกจฺเจว วุตฺตํ, ‘สเจ ตถา ปติฏฺฐิสฺสติ, ยถาสฺส สาวเกน ปติฏฺฐิตํ, เอวาหํ วาทํ อาโรเปสฺสามี’ติ. อยํ ปน อญฺญเมว กเถติ, ตตฺถ กึ มยา สกฺกา กาตุ’’นฺติ เอวํ นิคณฺฐสฺส วจโนกาโส มา โหตูติ เหฏฺฐา อสฺสชิตฺเถเรน กถิตนิยาเมเนว กเถนฺโต, เอวํ โข อหํ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. อุปมา มํ, โภ โคตม, ปฏิภาตีติ, โภ โคตม, มยฺหํ เอกา อุปมา อุปฏฺฐาติ, อาหรามิ ตํ อุปมนฺติ วทติ. ปฏิภาตุ ตํ, อคฺคิเวสฺสนาติ อุปฏฺฐาตุ เต, อคฺคิเวสฺสน, อาหร ตํ อุปมํ วิสตฺโถติ ภควา อโวจ. พลกรณียาติ พาหุพเลน กตฺตพฺพา กสิวาณิชฺชาทิกา กมฺมนฺตา. รูปตฺตายํ ปุริสปุคฺคโลติ รูปํ อตฺตา อสฺสาติ รูปตฺตา, รูปํ อตฺตาติ คเหตฺวา ฐิตปุคฺคลํ ทีเปติ. รูเป ปติฏฺฐายาติ ตสฺมึ อตฺตาติ คหิตรูเป ปติฏฺฐหิตฺวา. ปุญฺญํ วา อปุญฺญํ วา ปสวตีติ กุสลํ วา อกุสลํ วา ปฏิลภติ. เวทนตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมินา กึ ทีเปติ? อิเม ปญฺจกฺขนฺธา อิเมสํ สตฺตานํ ปถวี วิย ปติฏฺฐา, เต อิเมสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ปติฏฺฐาย กุสลากุสลกมฺมํ นาม อายูหนฺติ. ตุเมฺห เอวรูปํ วิชฺชมานเมว อตฺตานํ ปฏิเสเธนฺโต ปญฺจกฺขนฺธา อนตฺตาติ ทีเปถาติ อติวิย สการณํ กตฺวา อุปมํ อาหริ. อิมินา จ นิคณฺเฐน อาหฏโอปมฺมํ นิยตเมว, สพฺพญฺญุพุทฺธโต อญฺโญ ตสฺส กถํ ฉินฺทิตฺวา วาเท โทสํ ทาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ทุวิธา หิ ปุคฺคลา พุทฺธเวเนยฺยา จ สาวกเวเนยฺยา จ. สาวกเวเนยฺเย สาวกาปิ วิเนนฺติ พุทฺธาปิ. พุทฺธเวเนยฺเย ปน สาวกา วิเนตุํ น สกฺโกนฺติ, พุทฺธาว วิเนนฺติ. อยมฺปิ นิคณฺโฐ พุทฺธเวเนยฺโย, ตสฺมา เอตสฺส วาทํ ฉินฺทิตฺวา อญฺโญ โทสํ ทาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เตนสฺส ภควา สยเมว วาเท โทสทสฺสนตฺถํ นนุ ตฺวํ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห.
อถ นิคณฺโฐ จินฺเตสิ – ‘‘อติวิย สมโณ โคตโม มม วาทํ ปติฏฺฐเปติ, สเจ อุปริ โกจิ โทโส ภวิสฺสติ, มมํ เอกกํเยว นิคฺคณฺหิสฺสติ. หนฺทาหํ อิมํ วาทํ มหาชนสฺสาปิ มตฺถเก ปกฺขิปามี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห – อหมฺปิ, โภ โคตม, เอวํ วทามิ รูปํ เม อตฺตา…เป… วิญฺญาณํ เม อตฺตาติ, อยญฺจ มหตี ชนตาติ. ภควา ปน นิคณฺฐโต สตคุเณนปิ สหสฺสคุเณนปิ สตสหสฺสคุเณนปิ วาทีวรตโร, ตสฺมา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ นิคณฺโฐ อตฺตานํ โมเจตฺวา มหาชนสฺส มตฺถเก วาทํ ปกฺขิปติ, นาสฺส อตฺตานํ โมเจตุํ ทสฺสามิ, มหาชนโต นิวตฺเตตฺวา เอกกํเยว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ กิญฺหิ เต, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – นายํ ชนตา มม วาทํ อาโรเปตุํ อาคตา, ตฺวํเยว สกลํ เวสาลึ สํวฏฺฏิตฺวา มม วาทํ อาโรเปตุํ อาคโต, ตสฺมา ตฺวํ สกเมว วาทํ นิเวเฐหิ, มา มหาชนสฺส มตฺถเก ปกฺขิปสีติ. โส ปฏิชานนฺโต อหญฺหิ, โภ โคตมาติอาทิมาห.
๓๕๗. อิติ ภควา นิคณฺฐสฺส วาทํ ปติฏฺฐเปตฺวา, เตน หิ, อคฺคิเวสฺสนาติ ปุจฺฉํ อารภิ. ตตฺถ เตน หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา ตฺวํ ปญฺจกฺขนฺเธ อตฺตโต ปฏิชานาสิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. สกสฺมึ วิชิเตติ อตฺตโน รฏฺเฐ. ฆาเตตายํ วา ฆาเตตุนฺติ ฆาตารหํ ฆาเตตพฺพยุตฺตกํ ฆาเตตุํ. ชาเปตายํ วา ชาเปตุนฺติ ธนชานิรหํ ชาเปตพฺพยุตฺตํ ชาเปตุํ ชิณฺณธนํ กาตุํ. ปพฺพาเชตายํ วา ปพฺพาเชตุนฺติ สกรฏฺฐโต ปพฺพาชนารหํ ปพฺพาเชตุํ, นีหริตุํ. วตฺติตุญฺจ อรหตีติ วตฺตติ เจว วตฺติตุญฺจ อรหติ. วตฺติตุํ ยุตฺโตติ ทีเปติ. อิติ นิคณฺโฐ อตฺตโน วาทเภทนตฺถํ อาหฏการณเมว อตฺตโน มารณตฺถาย อาวุธํ ติขิณํ กโรนฺโต วิย วิเสเสตฺวา ทีเปติ, ยถา ตํ พาโล. เอวํ เม รูปํ โหตูติ มม รูปํ เอวํวิธํ โหตุ, ปาสาทิกํ อภิรูปํ อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ สุวณฺณโตรณํ วิย สุสชฺชิตจิตฺตปโฏ วิย จ มนาปทสฺสนนฺติ. เอวํ เม รูปํ มา อโหสีติ มม รูปํ เอวํวิธํ มา โหตุ, ทุพฺพณฺณํ ทุสฺสณฺฐิตํ วลิตปลิตํ ติลกสมากิณฺณนฺติ.
ตุณฺหี อโหสีติ นิคณฺโฐ อิมสฺมึ ฐาเน วิรทฺธภาวํ ญตฺวา, ‘‘สมโณ โคตโม มม วาทํ ภินฺทนตฺถาย การณํ อาหริ, อหํ พาลตาย ตเมว วิเสเสตฺวา ทีเปสึ, อิทานิ นฏฺโฐมฺหิ, สเจ วตฺตตีติ วกฺขามิ, อิเม ราชาโน อุฏฺฐหิตฺวา, ‘อคฺคิเวสฺสน, ตฺวํ มม รูเป วโส วตฺตตีติ วทสิ, ยทิ เต รูเป วโส วตฺตติ, กสฺมา ตฺวํ ยถา อิเม ลิจฺฉวิราชาโน ตาวตึสเทวสทิเสหิ อตฺตภาเวหิ วิโรจนฺติ อภิรูปา ปาสาทิกา, เอวํ น วิโรจสี’ติ. สเจ น วตฺตตีติ วกฺขามิ, สมโณ โคตโม อุฏฺฐหิตฺวา, ‘อคฺคิเวสฺสน, ตฺวํ ปุพฺเพ วตฺตติ เม รูปสฺมึ วโสติ วตฺวา อิทานิ ปฏิกฺขิปสี’ติ วาทํ อาโรเปสฺสติ. อิติ วตฺตตีติ วุตฺเตปิ เอโก โทโส, น วตฺตตีติ วุตฺเตปิ เอโก โทโส’’ติ ตุณฺหี อโหสิ. ทุติยมฺปิ ภควา ปุจฺฉิ, ทุติยมฺปิ ตุณฺหี อโหสิ. ยสฺมา ปน ยาวตติยํ ภควตา ปุจฺฉิเต อพฺยากโรนฺตสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลติ, พุทฺธา จ นาม สตฺตานํเยว อตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมีนํ ปูริตตฺตา สตฺเตสุ พลวอนุทฺทยา โหนฺติ. ตสฺมา ยาวตติยํ อปุจฺฉิตฺวา อถ โข ภควา สจฺจกํ นิคณฺฐปุตฺตํ เอตทโวจ – เอตํ ‘‘พฺยากโรหี ทานี’’ติอาทิวจนํ อโวจ.
ตตฺถ สหธมฺมิกนฺติ สเหตุกํ สการณํ. วชิรํ ปาณิมฺหิ อสฺสาติ วชิรปาณิ. ยกฺโขติ น โย วา โส วา ยกฺโข, สกฺโก เทวราชาติ เวทิตพฺโพ. อาทิตฺตนฺติ อคฺคิวณฺณํ. สมฺปชฺชลิตนฺติ สุฏฺฐุ ปชฺชลิตํ. สโชติภูตนฺติ สมนฺตโต โชติภูตํ, เอกคฺคิชาลภูตนฺติ อตฺโถ. ฐิโต โหตีติ มหนฺตํ สีสํ, กนฺทลมกุลสทิสา ทาฐา, ภยานกานิ อกฺขินาสาทีนีติ เอวํ วิรูปรูปํ มาเปตฺวา ฐิโต. กสฺมา ปเนส อาคโตติ? ทิฏฺฐิวิสฺสชฺชาปนตฺถํ. อปิจ, ‘‘อหญฺเจว โข ปน ธมฺมํ เทเสยฺยํ, ปเร จ เม น อาชาเนยฺยุ’’นฺติ เอวํ ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกภาวํ อาปนฺเน ภควติ สกฺโก มหาพฺรหฺมุนา สทฺธึ อาคนฺตฺวา, ‘‘ภควา ธมฺมํ เทเสถ, ตุมฺหากํ อาณาย อวตฺตมาเน มยํ วตฺตาเปสฺสาม, ตุมฺหากํ ธมฺมจกฺกํ โหตุ, อมฺหากํ อาณาจกฺก’’นฺติ ปฏิญฺญมกาสิ. ตสฺมา ‘‘อชฺช สจฺจกํ ตาเสตฺวา ปญฺหํ วิสฺสชฺชาเปสฺสามี’’ติ อาคโต.
ภควา เจว ปสฺสติ, สจฺจโก จ นิคณฺฐปุตฺโตติ ยทิ หิ ตํ อญฺเญปิ ปสฺเสยฺยุํ. ตํ การณํ อครุ อสฺส, ‘‘สมโณ โคตโม สจฺจกํ อตฺตโน วาเท อโนตรนฺตํ ญตฺวา ยกฺขํ อาวาเหตฺวา ทสฺเสสิ, ตโต สจฺจโก ภเยน กเถสี’’ติ วเทยฺยุํ. ตสฺมา ภควา เจว ปสฺสติ สจฺจโก จ. ตสฺส ตํ ทิสฺวาว สกลสรีรโต เสทา มุจฺจึสุ, อนฺโตกุจฺฉิ วิปริวตฺตมานา มหารวํ รวิ. โส ‘‘อญฺเญปิ นุ โข ปสฺสนฺตี’’ติ โอโลเกนฺโต กสฺสจิ โลมหํสมตฺตมฺปิ น อทฺทส. ตโต – ‘‘อิทํ ภยํ มเมว อุปฺปนฺนํ. สจาหํ ยกฺโขติ วกฺขามิ, ‘กึ ตุยฺหเมว อกฺขีนิ อตฺถิ, ตฺวเมว ยกฺขํ ปสฺสสิ, ปฐมํ ยกฺขํ อทิสฺวา สมเณน โคตเมน วาทสงฺฆาเฏ ขิตฺโตว ยกฺขํ ปสฺสสี’ติ วเทยฺยุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘น ทานิ เม อิธ อญฺญํ ปฏิสรณํ อตฺถิ, อญฺญตฺร สมณา โคตมา’’ติ มญฺญมาโน, อถ โข สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต…เป… ภควนฺตํ เอตทโวจ. ตาณํ คเวสีติ ตาณนฺติ คเวสมาโน. เลณํ คเวสีติ เลณนฺติ คเวสมาโน. สรณํ คเวสีติ สรณนฺติ คเวสมาโน. เอตฺถ จ ตายติ รกฺขตีติ ตาณํ. นิลียนฺติ เอตฺถาติ เลณํ. สรตีติ สรณํ, ภยํ หึสติ วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ.
๓๕๘. มนสิ กริตฺวาติ มนมฺหิ กตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุปธาเรตฺวา. เอวํ เม เวทนา โหตูติ กุสลาว โหตุ, สุขาว โหตุ. เอวํ เม สญฺญา โหตูติ กุสลาว โหตุ, สุขาว โหตุ, โสมนสฺสสมฺปยุตฺตาว โหตูติ. สงฺขารวิญฺญาเณสุปิ เอเสว นโย. มา อโหสีติ เอตฺถ ปน วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กลฺลํ นูติ ยุตฺตํ นุ. สมนุปสฺสิตุนฺติ ‘‘เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน ปสฺสิตุํ. โน หิทํ, โภ โคตมาติ น ยุตฺตเมตํ, โภ โคตม. อิติ ภควา ยถา นาม เฉโก อหิตุณฺฑิโก สปฺปทฏฺฐวิสํ เตเนว สปฺเปน ปุน ฑํสาเปตฺวา อุพฺพาเหยฺย, เอวํ ตสฺสํเยว ปริสติ สจฺจกํ นิคณฺฐปุตฺตํ เตเนว มุเขน ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตาติ วทาเปสิ. ทุกฺขํ อลฺลีโนติ อิมํ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขํ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อลฺลีโน. อุปคโต อชฺโฌสิโตติปิ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว เวทิตพฺโพ. ทุกฺขํ เอตํ มมาติอาทีสุ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน สมนุปสฺสตีติ อตฺโถ. ปริชาเนยฺยาติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ตีรณปริญฺญาย ปริโต ชาเนยฺย. ปริกฺเขเปตฺวาติ ขยํ วยํ อนุปฺปาทํ อุปเนตฺวา.
๓๕๙. นวนฺติ ตรุณํ. อกุกฺกุกชาตนฺติ ปุปฺผคฺคหณกาเล อนฺโต องฺคุฏฺฐปฺปมาโณ เอโก ฆนทณฺฑโก นิพฺพตฺตติ, เตน วิรหิตนฺติ อตฺโถ. ริตฺโตติ สุญฺโญ อนฺโตสารวิรหิโต. ริตฺตตฺตาว ตุจฺโฉ. อปรทฺโธติ ปราชิโต. ภาสิตา โข ปน เตติ อิทํ ภควา ตสฺส มุขรภาวํ ปกาเสตฺวา นิคฺคณฺหนฺโต อาห. โส กิร ปุพฺเพ ปูรณาทโย ฉ สตฺถาโร อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ. เต วิสฺสชฺเชตุํ น สกฺโกนฺติ. อถ เนสํ ปริสมชฺเฌ มหนฺตํ วิปฺปการํ อาโรเปตฺวา อุฏฺฐาย ชยํ ปเวเทนฺโต คจฺฉติ. โส สมฺมาสมฺพุทฺธมฺปิ ตเถว วิเหเฐสฺสามีติ สญฺญาย อุปสงฺกมิตฺวา –
‘‘อมฺโภ โก นาม ยํ รุกฺโข, สินฺนปตฺโต สกณฺฏโก;
ยตฺถ เอกปฺปหาเรน, อุตฺตมงฺคํ วิภิชฺชิต’’นฺติ.
อยํ ขทิรํ อาหจฺจ อสารกรุกฺขปริจิโต มุทุตุณฺฑสกุโณ วิย สพฺพญฺญุตญฺญาณสารํ อาหจฺจ ญาณตุณฺฑเภทํ ปตฺโต สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ถทฺธภาวํ อญฺญาสิ. ตทสฺส ปริสมชฺเฌ ปกาเสนฺโต ภาสิตา โข ปน เตติอาทิมาห. นตฺถิ เอตรหีติ อุปาทินฺนกสรีเร เสโท นาม นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ, เอตรหิ ปน นตฺถีติ วทติ. สุวณฺณวณฺณํ กายํ วิวรีติ น สพฺพํ กายํ วิวริ. พุทฺธา นาม คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา ปฏิจฺฉนฺนสรีรา ปริสติ ธมฺมํ เทเสนฺติ. อถ ภควา คลวาฏกสมฺมุขฏฺฐาเน จีวรํ คเหตฺวา จตุรงฺคุลมตฺตํ โอตาเรสิ. โอตาริตมตฺเต ปน ตสฺมึ สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย ปุญฺชปุญฺชา หุตฺวา สุวณฺณฆฏโต รตฺตสุวณฺณรสธารา วิย, รตฺตวณฺณวลาหกโต วิชฺชุลตา วิย จ นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณมุรชสทิสํ มหาขนฺธํ อุตฺตมสิรํ ปทกฺขิณํ กุรุมานา อากาเส ปกฺขนฺทึสุ. กสฺมา ปน ภควา เอวมกาสีติ? มหาชนสฺส กงฺขาวิโนทนตฺถํ. มหาชโน หิ สมโณ โคตโม มยฺหํ เสโท นตฺถีติ วทติ, สจฺจกสฺส ตาว นิคณฺฐปุตฺตสฺส ยนฺตารุฬฺหสฺส วิย เสทา ปคฺฆรนฺติ. สมโณ ปน โคตโม ฆนทุปฏฺฏจีวรํ ปารุปิตฺวา นิสินฺโน, อนฺโต เสทสฺส อตฺถิตา วา นตฺถิตา วา กถํ สกฺกา ญาตุนฺติ กงฺขํ กเรยฺย, ตสฺส กงฺขาวิโนทนตฺถํ เอวมกาสิ. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชภูโต. ปตฺตกฺขนฺโธติ ปติตกฺขนฺโธ. อปฺปฏิภาโนติ อุตฺตริ อปฺปสฺสนฺโต. นิสีทีติ ปาทงฺคุฏฺฐเกน ภูมึ กสมาโน นิสีทิ.
๓๖๐. ทุมฺมุโขติ น วิรูปมุโข, อภิรูโป หิ โส ปาสาทิโก. นามํ ปนสฺส เอตํ. อภพฺโพ ตํ โปกฺขรณึ ปุน โอตริตุนฺติ สพฺเพสํ อฬานํ ภคฺคตฺตา ปจฺฉินฺนคมโน โอตริตุํ อภพฺโพ, ตตฺเถว กากกุลลาทีนํ ภตฺตํ โหตีติ ทสฺเสติ. วิสูกายิกานีติ ทิฏฺฐิวิสูกานิ. วิเสวิตานีติ ทิฏฺฐิสญฺจริตานิ. วิปฺผนฺทิตานีติ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตานิ. ยทิทํ วาทาธิปฺปาโยติ เอตฺถ ยทิทนฺติ นิปาตมตฺตํ; วาทาธิปฺปาโย หุตฺวา วาทํ อาโรเปสฺสามีติ อชฺฌาสเยน อุปสงฺกมิตุํ อภพฺโพ; ธมฺมสฺสวนาย ปน อุปสงฺกเมยฺยาติ ทสฺเสติ. ทุมฺมุขํ ลิจฺฉวิปุตฺตํ เอตทโวจาติ กสฺมา อโวจ? ทุมฺมุขสฺส กิรสฺส อุปมาหรณกาเล เสส ลิจฺฉวิกุมาราปิ จินฺเตสุํ – ‘‘อิมินา นิคณฺเฐน อมฺหากํ สิปฺปุคฺคหณฏฺฐาเน จิรํ อวมาโน กโต, อยํ ทานิ อมิตฺตสฺส ปิฏฺฐึ ปสฺสิตุํ กาโล. มยมฺปิ เอเกกํ อุปมํ อาหริตฺวา ปาณิปฺปหาเรน ปติตํ มุคฺคเรน โปเถนฺโต วิย ตถา นํ กริสฺสาม, ยถา น ปุน ปริสมชฺเฌ สีสํ อุกฺขิปิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ, เต โอปมฺมานิ กริตฺวา ทุมฺมุขสฺส กถาปริโยสานํ อาคมยมานา นิสีทึสุ. สจฺจโก เตสํ อธิปฺปายํ ญตฺวา, อิเม สพฺเพว คีวํ อุกฺขิปิตฺวา โอฏฺเฐหิ จลมาเนหิ ฐิตา; สเจ ปจฺเจกา อุปมา หริตุํ ลภิสฺสนฺติ, ปุน มยา ปริสมชฺเฌ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺกา ภวิสฺสติ, หนฺทาหํ ทุมฺมุขํ อปสาเทตฺวา ยถา อญฺญสฺส โอกาโส น โหติ, เอวํ กถาวารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา สมณํ โคตมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ตสฺมา เอตทโวจ. ตตฺถ อาคเมหีติ ติฏฺฐ, มา ปุน ภณาหีติ อตฺโถ.
๓๖๑. ติฏฺฐเตสา, โภ โคตมาติ, โภ โคตม, เอสา อมฺหากญฺเจว อญฺเญสญฺจ ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ วาจา ติฏฺฐตุ. วิลาปํ วิลปิตํ มญฺเญติ เอตญฺหิ วจนํ วิลปิตํ วิย โหติ, วิปฺปลปิตมตฺตํ โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ติฏฺฐเตสาติ เอตฺถ กถาติ อาหริตฺวา วตฺตพฺพา. วาจาวิลาปํ วิลปิตํ มญฺเญติ เอตฺถ ปนิทํ วาจานิจฺฉารณํ วิลปิตมตฺตํ มญฺเญ โหตีติ อตฺโถ.
อิทานิ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต กิตฺตาวตาติอาทิมาห. ตตฺถ เวสารชฺชปตฺโตติ ญาณปตฺโต. อปรปฺปจฺจโยติ อปรปฺปตฺติโย. อถสฺส ภควา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต อิธ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห, ตํ อุตฺตานตฺถเมว. ยสฺมา ปเนตฺถ ปสฺสตีติ วุตฺตตฺตา เสกฺขภูมิ ทสฺสิตา. ตสฺมา อุตฺตริ อเสกฺขภูมึ ปุจฺฉนฺโต ทุติยํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ตมฺปิสฺส ภควา พฺยากาสิ. ตตฺถ ทสฺสนานุตฺตริเยนาติอาทีสุ ทสฺสนานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา ปญฺญา. ปฏิปทานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา ปฏิปทา. วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา วิมุตฺติ. สุทฺธโลกุตฺตรเมว วา คเหตฺวา ทสฺสนานุตฺตริยนฺติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ปฏิปทานุตฺตริยนฺติ เสสานิ มคฺคงฺคานิ. วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ อคฺคผลวิมุตฺติ. ขีณาสวสฺส วา นิพฺพานทสฺสนํ ทสฺสนานุตฺตริยํ นาม. มคฺคงฺคานิ ปฏิปทานุตฺตริยํ. อคฺคผลํ วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ เวทิตพฺพํ. พุทฺโธ โส ภควาติ โส ภควา สยมฺปิ จตฺตาริ สจฺจานิ พุทฺโธ. โพธายาติ ปเรสมฺปิ จตุสจฺจโพธาย ธมฺมํ เทเสติ. ทนฺโตติอาทีสุ ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน. ทมถายาติ นิพฺพิเสวนตฺถาย. สนฺโตติ สพฺพกิเลสวูปสเมน สนฺโต. สมถายาติ กิเลสวูปสมาย. ติณฺโณติ จตุโรฆติณฺโณ. ตรณายาติ จตุโรฆตรณาย. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. ปรินิพฺพานายาติ กิเลสปรินิพฺพานตฺถาย.
๓๖๒. ธํสีติ คุณธํสกา. ปคพฺพาติ วาจาปาคพฺพิเยน สมนฺนาคตา. อาสาเทตพฺพนฺติ ฆฏฺเฏตพฺพํ. อาสชฺชาติ ฆฏฺเฏตฺวา. นเตฺวว ภวนฺตํ โคตมนฺติ ภวนฺตํ โคตมํ อาสชฺช กสฺสจิ อตฺตโน วาทํ อนุปหตํ สกลํ อาทาย ปกฺกมิตุํ ถาโม นตฺถีติ ทสฺเสติ. น หิ ภควา หตฺถิอาทโย วิย กสฺสจิ ชีวิตนฺตรายํ กโรติ. อยํ ปน นิคณฺโฐ อิมา ติสฺโส อุปมา น ภควโต อุกฺกํสนตฺถํ อาหริ, อตฺตุกฺกํสนตฺถเมว อาหริ. ยถา หิ ราชา กญฺจิ ปจฺจตฺถิกํ ฆาเตตฺวา เอวํ นาม สูโร เอวํ ถามสมฺปนฺโน ปุริโส ภวิสฺสตีติ ปจฺจตฺถิกํ โถเมนฺโตปิ อตฺตานเมว โถเมติ. เอวเมว โสปิ สิยา หิ, โภ โคตม, หตฺถึ ปภินฺนนฺติอาทีหิ ภควนฺตํ อุกฺกํเสนฺโตปิ มยเมว สูรา มยํ ปณฺฑิตา มยํ พหุสฺสุตาเยว เอวํ ปภินฺนหตฺถึ วิย, ชลิตอคฺคิกฺขนฺธํ วิย, ผณกตอาสีวิสํ วิย จ วาทตฺถิกา สมฺมาสมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิมฺหาติ อตฺตานํเยว อุกฺกํเสติ. เอวํ อตฺตานํ อุกฺกํเสตฺวา ภควนฺตํ นิมนฺตยมาโน อธิวาเสตุ เมติอาทิมาห. ตตฺถ อธิวาเสตูติ สมฺปฏิจฺฉตุ. สฺวาตนายาติ ยํ เม ตุเมฺหสุ การํ กโรโต เสฺว ภวิสฺสติ ปุญฺญญฺจ ปีติปาโมชฺชญฺจ, ตทตฺถาย. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนาติ ภควา กายงฺคํ วา วาจงฺคํ วา อโจเปตฺวา อพฺภนฺตเรเยว ขนฺตึ ธาเรนฺโต ตุณฺหีภาเวน อธิวาเสสิ. สจฺจกสฺส อนุคฺคหกรณตฺถํ มนสาว สมฺปฏิจฺฉีติ วุตฺตํ โหติ.
๓๖๓. ยมสฺส ปติรูปํ มญฺเญยฺยาถาติ เต กิร ลิจฺฉวี ตสฺส ปญฺจถาลิปากสตานิ นิจฺจภตฺตํ อาหรนฺติ. ตเทว สนฺธาย เอส เสฺว ตุเมฺห ยํ อสฺส สมณสฺส โคตมสฺส ปติรูปํ กปฺปิยนฺติ มญฺเญยฺยาถ, ตํ อาหเรยฺยาถ; สมณสฺส หิ โคตมสฺส ตุเมฺห ปริจารกา กปฺปิยากปฺปิยํ ยุตฺตายุตฺตํ ชานาถาติ วทติ. ภตฺตาภิหารํ อภิหรึสูติ อภิหริตพฺพํ ภตฺตํ อภิหรึสุ. ปณีเตนาติ อุตฺตเมน. สหตฺถาติ สหตฺเถน. สนฺตปฺเปตฺวาติ สุฏฺฐุ ตปฺเปตฺวา, ปริปุณฺณํ สุหิตํ ยาวทตฺถํ กตฺวา. สมฺปวาเรตฺวาติ สุฏฺฐุ ปวาเรตฺวา, อลํ อลนฺติ หตฺถสญฺญาย ปฏิกฺขิปาเปตฺวา. ภุตฺตาวินฺติ ภุตฺตวนฺตํ. โอนีตปตฺตปาณินฺติ ปตฺตโต โอนีตปาณึ, อปนีตหตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘โอนิตฺตปตฺตปาณิ’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ, โอนิตฺตํ นานาภูตํ ปตฺตํ ปาณิโต อสฺสาติ โอนิตฺตปตฺตปาณี. ตํ โอนิตฺตปตฺตปาณึ, หตฺเถ จ ปตฺตญฺจ โธวิตฺวา เอกมนฺเต ปตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา นิสินฺนนฺติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ภควนฺตํ เอวํภูตํ ญตฺวา เอกสฺมึ โอกาเส นิสีทีติ อตฺโถ. ปุญฺญญฺจาติ ยํ อิมสฺมึ ทาเน ปุญฺญํ, อายตึ วิปากกฺขนฺธาติ อตฺโถ. ปุญฺญมหีติ วิปากกฺขนฺธานํเยว ปริวาโร. ตํ ทายกานํ สุขาย โหตูติ ตํ อิเมสํ ลิจฺฉวีนํ สุขตฺถาย โหตุ. อิทํ กิร โส อหํ ปพฺพชิโต นาม, ปพฺพชิเตน จ น ยุตฺตํ อตฺตโน ทานํ นิยฺยาเตตุนฺติ เตสํ นิยฺยาเตนฺโต เอวมาห. อถ ภควา ยสฺมา ลิจฺฉวีหิ สจฺจกสฺส ทินฺนํ, น ภควโต. สจฺจเกน ปน ภควโต ทินฺนํ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทีเปนฺโต ยํ โข, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. อิติ ภควา นิคณฺฐสฺส มเตน วินาเยว อตฺตโน ทินฺนํ ทกฺขิณํ นิคณฺฐสฺส นิยฺยาเตสิ, สา จสฺส อนาคเต วาสนา ภวิสฺสตีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬสจฺจกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.