๔. มหายมกวคฺโค

๑. จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๒๕. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬโคสิงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ นาติเก วิหรตีติ นาติกา นาม เอกํ ตฬากํ นิสฺสาย ทฺวินฺนํ จูฬปิติมหาปิติปุตฺตานํ เทฺว คามา, เตสุ เอกสฺมึ คาเม. คิญฺชกาวสเถติ อิฏฺฐกามเย อาวสเถ. เอกสฺมึ กิร สมเย ภควา มหาชนสงฺคหํ กโรนฺโต วชฺชิรฏฺเฐ จาริกํ จรมาโน นาติกํ อนุปฺปตฺโต. นาติกวาสิโน มนุสฺสา ภควโต มหาทานํ ทตฺวา ธมฺมกถํ สุตฺวา ปสนฺนหทยา, ‘‘สตฺถุ วสนฏฺฐานํ กริสฺสามา’’ติ มนฺเตตฺวา อิฏฺฐกาเหว ภิตฺติโสปานตฺถมฺเภ วาฬรูปาทีนิ ทสฺเสนฺโต ปาสาทํ กตฺวา สุธาย ลิมฺปิตฺวา มาลากมฺมลตากมฺมาทีนิ นิฏฺฐาเปตฺวา ภุมฺมตฺถรณมญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญเปตฺวา สตฺถุ นิยฺยาเตสุํ. อปราปรํ ปเนตฺถ มนุสฺสา ภิกฺขุสงฺฆสฺส รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานมณฺฑปจงฺกมาทีนิ การยึสุ. อิติ โส วิหาโร มหา อโหสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘คิญฺชกาวสเถ’’ติ.

โคสิงฺคสาลวนทาเยติ ตตฺถ เอกสฺส เชฏฺฐกรุกฺขสฺส ขนฺธโต โคสิงฺคสณฺฐานํ หุตฺวา วิฏปํ อุฏฺฐหิ, ตํ รุกฺขํ อุปาทาย สพฺพมฺปิ ตํ วนํ โคสิงฺคสาลวนนฺติ สงฺขํ คตํ. ทาโยติ อวิเสเสน อรญฺญสฺเสตํ นามํ. ตสฺมา โคสิงฺคสาลวนทาเยติ โคสิงฺคสาลวนอรญฺเญติ อตฺโถ. วิหรนฺตีติ สามคฺคิรสํ อนุภวมานา วิหรนฺติ. อิเมสญฺหิ กุลปุตฺตานํ อุปริปณฺณาสเก ปุถุชฺชนกาโล กถิโต, อิธ ขีณาสวกาโล. ตทา หิ เต ลทฺธสฺสาทา ลทฺธปติฏฺฐา อธิคตปฏิสมฺภิทา ขีณาสวา หุตฺวา สามคฺคิรสํ อนุภวมานา ตตฺถ วิหรึสุ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

เยน โคสิงฺคสาลวนทาโย เตนุปสงฺกมีติ ธมฺมเสนาปติมหาโมคฺคลฺลานตฺเถเรสุ วา อสีติมหาสาวเกสุ วา, อนฺตมโส ธมฺมภณฺฑาคาริกอานนฺทตฺเถรมฺปิ กญฺจิ อนามนฺเตตฺวา สยเมว ปตฺตจีวรํ อาทาย อนีกา นิสฺสโฏ หตฺถี วิย, ยูถา นิสฺสโฏ กาฬสีโห วิย, วาตจฺฉินฺโน วลาหโก วิย เอกโกว อุปสงฺกมิ. กสฺมา ปเนตฺถ ภควา สยํ อคมาสีติ? ตโย กุลปุตฺตา สามคฺคิรสํ อนุภวนฺตา วิหรนฺติ, เตสํ ปคฺคณฺหนโต, ปจฺฉิมชนตํ อนุกมฺปนโต ธมฺมครุภาวโต จ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ อิเม กุลปุตฺเต ปคฺคณฺหิตฺวา อุกฺกํสิตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ธมฺมํ เนสํ เทเสสฺสามี’’ติ. เอวํ ตาว ปคฺคณฺหนโต อคมาสิ. อปรมฺปิสฺส อโหสิ – ‘‘อนาคเต กุลปุตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ สมคฺควาสํ วสนฺตานํ สนฺติกํ สยํ คนฺตฺวา ปฏิสนฺถารํ กตฺวา ธมฺมํ กเถตฺวา ตโย กุลปุตฺเต ปคฺคณฺหิ, โก นาม สมคฺควาสํ น วเสยฺยาติ สมคฺควาสํ วสิตพฺพํ มญฺญมานา ขิปฺปเมว ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ. เอวํ ปจฺฉิมชนตํ อนุกมฺปนโตปิ อคมาสิ. พุทฺธา จ นาม ธมฺมครุโน โหนฺติ, โส จ เนสํ ธมฺมครุภาโว รถวินีเต อาวิกโตว. อิติ อิมสฺมา ธมฺมครุภาวโตปิ ธมฺมํ ปคฺคณฺหิสฺสามีติ อคมาสิ.

ทายปาโลติ อรญฺญปาโล. โส ตํ อรญฺญํ ยถา อิจฺฉิติจฺฉิตปฺปเทเสน มนุสฺสา ปวิสิตฺวา ตตฺถ ปุปฺผํ วา ผลํ วา นิยฺยาสํ วา ทพฺพสมฺภารํ วา น หรนฺติ, เอวํ วติยา ปริกฺขิตฺตสฺส ตสฺส อรญฺญสฺส โยชิเต ทฺวาเร นิสีทิตฺวา ตํ อรญฺญํ รกฺขติ, ปาเลติ. ตสฺมา ‘‘ทายปาโล’’ติ วุตฺโต. อตฺตกามรูปาติ อตฺตโน หิตํ กามยมานสภาวา หุตฺวา วิหรนฺติ. โย หิ อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวาปิ เวชฺชกมฺมทูตกมฺมปหิณคมนาทีนํ วเสน เอกวีสติอเนสนาหิ ชีวิกํ กปฺเปติ, อยํ น อตฺตกามรูโป นาม. โย ปน อิมสฺมึ สาสเน ปพฺพชิตฺวา เอกวีสติอเนสนํ ปหาย จตุปาริสุทฺธิสีเล ปติฏฺฐาย พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา สปฺปายธุตงฺคํ อธิฏฺฐาย อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิยํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา คามนฺตํ ปหาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา วิปสฺสนาย กมฺมํ กุรุมาโน วิหรติ, อยํ อตฺตกาโม นาม. เตปิ ตโย กุลปุตฺตา เอวรูปา อเหสุํ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺตกามรูปา วิหรนฺตี’’ติ.

มา เตสํ อผาสุมกาสีติ เตสํ มา อผาสุกํ อกาสีติ ภควนฺตํ วาเรสิ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิเม กุลปุตฺตา สมคฺคา วิหรนฺติ, เอกจฺจสฺส จ คตฏฺฐาเน ภณฺฑนกลหวิวาทา วตฺตนฺติ, ติขิณสิงฺโค จณฺฑโคโณ วิย โอวิชฺฌนฺโต วิจรติ, อเถกมคฺเคน ทฺวินฺนํ คมนํ น โหติ, กทาจิ อยมฺปิ เอวํ กโรนฺโต อิเมสํ กุลปุตฺตานํ สมคฺควาสํ ภินฺเทยฺย. ปาสาทิโก จ ปเนส สุวณฺณวณฺโณ สุรสคิทฺโธ มญฺเญ, คตกาลโต ปฏฺฐาย ปณีตทายกานํ อตฺตโน อุปฏฺฐากานญฺจ วณฺณกถนาทีหิ อิเมสํ กุลปุตฺตานํ อปฺปมาทวิหารํ ภินฺเทยฺย. วสนฏฺฐานานิ จาปิ เอเตสํ กุลปุตฺตานํ นิพทฺธานิ ปริจฺฉินฺนานิ ติสฺโส จ ปณฺณสาลา ตโย จงฺกมา ตีณิ ทิวาฏฺฐานานิ ตีณิ มญฺจปีฐานิ. อยํ ปน สมโณ มหากาโย วุฑฺฒตโร มญฺเญ ภวิสฺสติ. โส อกาเล อิเม กุลปุตฺเต เสนาสนา วุฏฺฐาเปสฺสติ. เอวํ สพฺพถาปิ เอเตสํ อผาสุ ภวิสฺสตี’’ติ. ตํ อนิจฺฉนฺโต, ‘‘มา เตสํ อผาสุกมกาสี’’ติ ภควนฺตํ วาเรสิ.

กึ ปเนส ชานนฺโต วาเรสิ, อชานนฺโตติ? อชานนฺโต. กิญฺจาปิ หิ ตถาคตสฺส ปฏิสนฺธิคฺคหณโต ปฏฺฐาย ทสสหสฺสจกฺกวาฬกมฺปนาทีนิ ปาฏิหาริยานิ ปวตฺตึสุ, อรญฺญวาสิโน ปน ทุพฺพลมนุสฺสา สกมฺมปฺปสุตา ตานิ สลฺลกฺเขตุํ น สกฺโกนฺติ. สมฺมาสมฺพุทฺโธ จ นาม ยทา อเนกภิกฺขุสหสฺสปริวาโร พฺยามปฺปภาย อสีติอนุพฺยญฺชเนหิ ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสิริยา จ พุทฺธานุภาวํ ทสฺเสนฺโต วิจรติ, ตทา โก เอโสติ อปุจฺฉิตฺวาว ชานิตพฺโพ โหติ. ตทา ปน ภควา สพฺพมฺปิ ตํ พุทฺธานุภาวํ จีวรคพฺเภน ปฏิจฺฉาเทตฺวา วลาหกคพฺเภน ปฏิจฺฉนฺโน ปุณฺณจนฺโท วิย สยเมว ปตฺตจีวรมาทาย อญฺญาตกเวเสน อคมาสิ. อิติ นํ อชานนฺโตว ทายปาโล นิวาเรสิ.

เอตทโวจาติ เถโร กิร มา สมณาติ ทายปาลสฺส กถํ สุตฺวาว จินฺเตสิ – ‘‘มยํ ตโย ชนา อิธ วิหราม, อญฺเญ ปพฺพชิตา นาม นตฺถิ, อยญฺจ ทายปาโล ปพฺพชิเตน วิย สทฺธึ กเถติ, โก นุ โข ภวิสฺสตี’’ติ ทิวาฏฺฐานโต วุฏฺฐาย ทฺวาเร ฐตฺวา มคฺคํ โอโลเกนฺโต ภควนฺตํ อทฺทส. ภควาปิ เถรสฺส สห ทสฺสเนเนว สรีโรภาสํ มุญฺจิ, อสีติอนุพฺยญฺชนวิราชิตา พฺยามปฺปภา ปสาริตสุวณฺณปโฏ วิย วิโรจิตฺถ. เถโร, ‘‘อยํ ทายปาโล ผณกตํ อาสิวิสํ คีวาย คเหตุํ หตฺถํ ปสาเรนฺโต วิย โลเก อคฺคปุคฺคเลน สทฺธึ กเถนฺโตว น ชานาติ, อญฺญตรภิกฺขุนา วิย สทฺธึ กเถตี’’ติ นิวาเรนฺโต เอตํ, ‘‘มา, อาวุโส ทายปาลา’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา ภควโต ปจฺจุคฺคมนํ อกตฺวา อุปสงฺกมิ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘มยํ ตโย ชนา สมคฺควาสํ วสาม, สจาหํ เอกโกว ปจฺจุคฺคมนํ กริสฺสามิ, สมคฺควาโส นาม น ภวิสฺสตี’’ติ ปิยมิตฺเต คเหตฺวาว ปจฺจุคฺคมนํ กริสฺสามิ. ยถา จ ภควา มยฺหํ ปิโย, เอวํ สหายานมฺปิ เม ปิโยติ, เตหิ สทฺธึ ปจฺจุคฺคมนํ กาตุกาโม สยํ อกตฺวาว อุปสงฺกมิ. เกจิ ปน เตสํ เถรานํ ปณฺณสาลทฺวาเร จงฺกมนโกฏิยา ภควโต อาคมนมคฺโค โหติ, ตสฺมา เถโร เตสํ สญฺญํ ททมาโนว คโตติ. อภิกฺกมถาติ อิโต อาคจฺฉถ. ปาเท ปกฺขาเลสีติ วิกสิตปทุมสนฺนิเภหิ ชาลหตฺเถหิ มณิวณฺณํ อุทกํ คเหตฺวา สุวณฺณวณฺเณสุ ปิฏฺฐิปาเทสุ อุทกมภิสิญฺจิตฺวา ปาเทน ปาทํ ฆํสนฺโต ปกฺขาเลสิ. พุทฺธานํ กาเย รโชชลฺลํ นาม น อุปลิมฺปติ, กสฺมา ปกฺขาเลสีติ? สรีรสฺส อุตุคฺคหณตฺถํ, เตสญฺจ จิตฺตสมฺปหํสนตฺถํ. อเมฺหหิ อภิหเฏน อุทเกน ภควา ปาเท ปกฺขาเลสิ, ปริโภคํ อกาสีติ เตสํ ภิกฺขูนํ พลวโสมนสฺสวเสน จิตฺตํ ปีณิตํ โหติ, ตสฺมา ปกฺขาเลสิ. อายสฺมนฺตํ อนุรุทฺธํ ภควา เอตทโวจาติ โส กิร เตสํ วุฑฺฒตโร.

๓๒๖. ตสฺส สงฺคเห กเต เสสานํ กโตว โหตีติ เถรญฺเญว เอตํ กจฺจิ โว อนุรุทฺธาติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ กจฺจีติ ปุจฺฉนตฺเถ นิปาโต. โวติ สามิวจนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – กจฺจิ อนุรุทฺธา ตุมฺหากํ ขมนียํ, อิริยาปโถ โว ขมติ? กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิ โว ชีวิตํ ยาเปติ ฆฏิยติ? กจฺจิ ปิณฺฑเกน น กิลมถ, กจฺจิ ตุมฺหากํ สุลภปิณฺฑํ, สมฺปตฺเต โว ทิสฺวา มนุสฺสา อุฬุงฺกยาคุํ วา กฏจฺฉุภิกฺขํ วา ทาตพฺพํ มญฺญนฺตีติ ภิกฺขาจารวตฺตํ ปุจฺฉติ. กสฺมา? ปจฺจเยน อกิลมนฺเตน หิ สกฺกา สมณธมฺโม กาตุํ, วตฺตเมว วา เอตํ ปพฺพชิตานํ. อถ เตน ปฏิวจเน ทินฺเน, ‘‘อนุรุทฺธา, ตุเมฺห ราชปพฺพชิตา มหาปุญฺญา, มนุสฺสา ตุมฺหากํ อรญฺเญ วสนฺตานํ อทตฺวา กสฺส อญฺญสฺส ทาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, ตุเมฺห ปน เอตํ ภุญฺชิตฺวา กึ นุ โข มิคโปตกา วิย อญฺญมญฺญํ สงฺฆฏฺเฏนฺตา วิหรถ, อุทาหุ สามคฺคิภาโว โว อตฺถี’’ติ สามคฺคิรสํ ปุจฺฉนฺโต, กจฺจิ ปน โว, อนุรุทฺธา, สมคฺคาติอาทิมาห.

ตตฺถ ขีโรทกีภูตาติ ยถา ขีรญฺจ อุทกญฺจ อญฺญมญฺญํ สํสนฺทติ, วิสุํ น โหติ, เอกตฺตํ วิย อุเปติ, กจฺจิ เอวํ สามคฺคิวเสน เอกตฺตูปคตจิตฺตุปฺปาทา วิหรถาติ ปุจฺฉติ. ปิยจกฺขูหีติ เมตฺตจิตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐเปตฺวา โอโลกนจกฺขูนิ ปิยจกฺขูนิ นาม. กจฺจิ ตถารูเปหิ จกฺขูหิ อญฺญมญฺญํ สมฺปสฺสนฺตา วิหรถาติ ปุจฺฉติ. ตคฺฆาติ เอกํสตฺเถ นิปาโต. เอกํเสน มยํ, ภนฺเตติ วุตฺตํ โหติ. ยถา กถํ ปนาติ เอตฺถ ยถาติ นิปาตมตฺตํ. กถนฺติ การณปุจฺฉา. กถํ ปน ตุเมฺห เอวํ วิหรถ, เกน การเณน วิหรถ, ตํ เม การณํ พฺรูถาติ วุตฺตํ โหติ. เมตฺตํ กายกมฺมนฺติ เมตฺตจิตฺตวเสน ปวตฺตํ กายกมฺมํ. อาวิ เจว รโห จาติ สมฺมุขา เจว ปรมฺมุขา จ. อิตเรสุปิ เอเสว นโย.

ตตฺถ สมฺมุขา กายวจีกมฺมานิ สหวาเส ลพฺภนฺติ, อิตรานิ วิปฺปวาเส. มโนกมฺมํ สพฺพตฺถ ลพฺภติ. ยญฺหิ สหวสนฺเตสุ เอเกน มญฺจปีฐํ วา ทารุภณฺฑํ วา มตฺติกาภณฺฑํ วา พหิ ทุนฺนิกฺขิตฺตํ โหติ, ตํ ทิสฺวา เกนิทํ วฬญฺชิตนฺติ อวญฺญํ อกตฺวา อตฺตนา ทุนฺนิกฺขิตฺตํ วิย คเหตฺวา ปฏิสาเมนฺตสฺส ปฏิชคฺคิตพฺพยุตฺตํ วา ปน ฐานํ ปฏิชคฺคนฺตสฺส สมฺมุขา เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม โหติ. เอกสฺมึ ปกฺกนฺเต เตน ทุนฺนิกฺขิตฺตํ เสนาสนปริกฺขารํ ตเถว นิกฺขิปนฺตสฺส ปฏิชคฺคิตพฺพยุตฺตฏฺฐานํ วา ปน ปฏิชคฺคนฺตสฺส ปรมฺมุขา เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม โหติ. สหวสนฺตสฺส ปน เตหิ สทฺธึ มธุรํ สมฺโมทนียํ กถํ ปฏิสนฺถารกถํ สารณียกถํ ธมฺมีกถํ สรภญฺญํ สากจฺฉํ ปญฺหปุจฺฉนํ ปญฺหวิสฺสชฺชนนฺติ เอวมาทิกรเณ สมฺมุขา เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม โหติ. เถเรสุ ปน ปกฺกนฺเตสุ มยฺหํ ปิยสหาโย นนฺทิยตฺเถโร กิมิลตฺเถโร เอวํ สีลสมฺปนฺโน, เอวํ อาจารสมฺปนฺโนติอาทิคุณกถนํ ปรมฺมุขา เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม โหติ. มยฺหํ ปิยมิตฺโต นนฺทิยตฺเถโร กิมิลตฺเถโร อเวโร โหตุ, อพฺยาปชฺโช สุขี โหตูติ เอวํ สมนฺนาหรโต ปน สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ เมตฺตํ มโนกมฺมํ โหติเยว.

นานา หิ โข โน, ภนฺเต, กายาติ กายญฺหิ ปิฏฺฐํ วิย มตฺติกา วิย จ โอมทฺทิตฺวา เอกโต กาตุํ น สกฺกา. เอกญฺจ ปน มญฺเญ จิตฺตนฺติ จิตฺตํ ปน โน หิตฏฺเฐน นิรนฺตรฏฺเฐน อวิคฺคหฏฺเฐน สมคฺคฏฺเฐน เอกเมวาติ ทสฺเสติ. กถํ ปเนตํ สกํ จิตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา อิตเรสํ จิตฺตวเสน วตฺตึสูติ? เอกสฺส ปตฺเต มลํ อุฏฺฐหติ, เอกสฺส จีวรํ กิลิฏฺฐํ โหติ, เอกสฺส ปริภณฺฑกมฺมํ โหติ. ตตฺถ ยสฺส ปตฺเต มลํ อุฏฺฐิตํ, เตน มมาวุโส, ปตฺเต มลํ อุฏฺฐิตํ ปจิตุํ วฏฺฏตีติ วุตฺเต อิตเร มยฺหํ จีวรํ กิลิฏฺฐํ โธวิตพฺพํ, มยฺหํ ปริภณฺฑํ กาตพฺพนฺติ อวตฺวา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ทารูนิ อาหริตฺวา ฉินฺทิตฺวา ปตฺตกฏาเห ปริภณฺฑํ กตฺวา ตโต ปรํ จีวรํ วา โธวนฺติ, ปริภณฺฑํ วา กโรนฺติ. มมาวุโส, จีวรํ กิลิฏฺฐํ โธวิตุํ วฏฺฏติ, มม ปณฺณสาลา อุกฺลาปา ปริภณฺฑํ กาตุํ วฏฺฏตีติ ปฐมตรํ อาโรจิเตปิ เอเสว นโย.

๓๒๗. สาธุ สาธุ, อนุรุทฺธาติ ภควา เหฏฺฐา น จ มยํ, ภนฺเต, ปิณฺฑเกน กิลมิมฺหาติ วุตฺเต น สาธุการมทาสิ. กสฺมา? อยญฺหิ กพฬีกาโร อาหาโร นาม อิเมสํ สตฺตานํ อปายโลเกปิ เทวมนุสฺสโลเกปิ อาจิณฺณสมาจิณฺโณว. อยํ ปน โลกสนฺนิวาโส เยภุยฺเยน วิวาทปกฺขนฺโท, อปายโลเก เทวมนุสฺสโลเกปิ อิเม สตฺตา ปฏิวิรุทฺธา เอว, เอเตสํ สามคฺคิกาโล ทุลฺลโภ, กทาจิเทว โหตีติ สมคฺควาสสฺส ทุลฺลภตฺตา อิธ ภควา สาธุการมทาสิ. อิทานิ เตสํ อปฺปมาทลกฺขณํ ปุจฺฉนฺโต กจฺจิ ปน โว, อนุรุทฺธาติอาทิมาห. ตตฺถ โวติ นิปาตมตฺตํ ปจฺจตฺตวจนํ วา, กจฺจิ ตุเมฺหติ อตฺโถ. อมฺหากนฺติ อเมฺหสุ ตีสุ ชเนสุ. ปิณฺฑาย ปฏิกฺกมตีติ คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺจาคจฺฉติ. อวกฺการปาตินฺติ อติเรกปิณฺฑปาตํ อปเนตฺวา ฐปนตฺถาย เอกํ สมุคฺคปาตึ โธวิตฺวา ฐเปติ.

โย ปจฺฉาติ เต กิร เถรา น เอกโตว ภิกฺขาจารํ ปวิสนฺติ, ผลสมาปตฺติรตา เหเต. ปาโตว สรีรปฺปฏิชคฺคนํ กตฺวา วตฺตปฺปฏิปตฺตึ ปูเรตฺวา เสนาสนํ ปวิสิตฺวา กาลปริจฺเฉทํ กตฺวา ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา นิสีทนฺติ. เตสุ โย ปฐมตรํ นิสินฺโน อตฺตโน กาลปริจฺเฉทวเสน ปฐมตรํ อุฏฺฐาติ; โส ปิณฺฑาย จริตฺวา ปฏินิวตฺโต ภตฺตกิจฺจฏฺฐานํ อาคนฺตฺวา ชานาติ – ‘‘เทฺว ภิกฺขู ปจฺฉา, อหํ ปฐมตรํ อาคโต’’ติ. อถ ปตฺตํ ปิทหิตฺวา อาสนปญฺญาปนาทีนิ กตฺวา ยทิ ปตฺเต ปฏิวิสมตฺตเมว โหติ, นิสีทิตฺวา ภุญฺชติ. ยทิ อติเรกํ โหติ, อวกฺการปาติยํ ปกฺขิปิตฺวา ปาตึ ปิธาย ภุญฺชติ. กตภตฺตกิจฺโจ ปตฺตํ โธวิตฺวา โวทกํ กตฺวา ถวิกาย โอสาเปตฺวา ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานํ ปวิสติ. ทุติโยปิ อาคนฺตฺวาว ชานาติ – ‘‘เอโก ปฐมํ อาคโต, เอโก ปจฺฉโต’’ติ. โส สเจ ปตฺเต ภตฺตํ ปมาณเมว โหติ, ภุญฺชติ. สเจ มนฺทํ, อวกฺการปาติโต คเหตฺวา ภุญฺชติ. สเจ อติเรกํ โหติ, อวกฺการปาติยํ ปกฺขิปิตฺวา ปมาณเมว ภุญฺชิตฺวา ปุริมตฺเถโร วิย วสนฏฺฐานํ ปวิสติ. ตติโยปิ อาคนฺตฺวาว ชานาติ – ‘‘เทฺว ปฐมํ อาคตา, อหํ ปจฺฉโต’’ติ. โสปิ ทุติยตฺเถโร วิย ภุญฺชิตฺวา กตภตฺตกิจฺโจ ปตฺตํ โธวิตฺวา โวทกํ กตฺวา ถวิกาย โอสาเปตฺวา อาสนานิ อุกฺขิปิตฺวา ปฏิสาเมติ; ปานียฆเฏ วา ปริโภชนียฆเฏ วา อวเสสํ อุทกํ ฉฑฺเฑตฺวา ฆเฏ นิกุชฺชิตฺวา อวกฺการปาติยํ สเจ อวเสสภตฺตํ โหติ, ตํ วุตฺตนเยน ชหิตฺวา ปาตึ โธวิตฺวา ปฏิสาเมติ; ภตฺตคฺคํ สมฺมชฺชติ. ตโต กจวรํ ฉฑฺเฑตฺวา สมฺมชฺชนึ อุกฺขิปิตฺวา อุปจิกาหิ มุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย วสนฏฺฐานํ ปวิสติ. อิทํ เถรานํ พหิวิหาเร อรญฺเญ ภตฺตกิจฺจกรณฏฺฐาเน โภชนสาลายํ วตฺตํ. อิทํ สนฺธาย, ‘‘โย ปจฺฉา’’ติอาทิ วุตฺตํ.

โย ปสฺสตีติอาทิ ปน เนสํ อนฺโตวิหาเร วตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ วจฺจฆฏนฺติ อาจมนกุมฺภึ. ริตฺตนฺติ ริตฺตกํ. ตุจฺฉนฺติ ตสฺเสว เววจนํ. อวิสยฺหนฺติ อุกฺขิปิตุํ อสกฺกุเณยฺยํ, อติภาริยํ. หตฺถวิกาเรนาติ หตฺถสญฺญาย. เต กิร ปานียฆฏาทีสุ ยํกิญฺจิ ตุจฺฉกํ คเหตฺวา โปกฺขรณึ คนฺตฺวา อนฺโต จ พหิ จ โธวิตฺวา อุทกํ ปริสฺสาเวตฺวา ตีเร ฐเปตฺวา อญฺญํ ภิกฺขุํ หตฺถวิกาเรน อามนฺเตนฺติ, โอทิสฺส วา อโนทิสฺส วา สทฺทํ น กโรนฺติ. กสฺมา โอทิสฺส สทฺทํ น กโรนฺติ? ตํ ภิกฺขุํ สทฺโท พาเธยฺยาติ. กสฺมา อโนทิสฺส สทฺทํ น กโรนฺติ? อโนทิสฺส สทฺเท ทินฺเน, ‘‘อหํ ปุเร, อหํ ปุเร’’ติ เทฺวปิ นิกฺขเมยฺยุํ, ตโต ทฺวีหิ กตฺตพฺพกมฺเม ตติยสฺส กมฺมจฺเฉโท ภเวยฺย. สํยตปทสทฺโท ปน หุตฺวา อปรสฺส ภิกฺขุโน ทิวาฏฺฐานสนฺติกํ คนฺตฺวา เตน ทิฏฺฐภาวํ ญตฺวา หตฺถสญฺญํ กโรติ, ตาย สญฺญาย อิตโร อาคจฺฉติ, ตโต เทฺว ชนา หตฺเถน หตฺถํ สํสิพฺพนฺตา ทฺวีสุ หตฺเถสุ ฐเปตฺวา อุปฏฺฐเปนฺติ. ตํ สนฺธายาห – ‘‘หตฺถวิกาเรน ทุติยํ อามนฺเตตฺวา หตฺถวิลงฺฆเกน อุปฏฺฐเปมา’’ติ.

ปญฺจาหิกํ โข ปนาติ จาตุทฺทเส ปนฺนรเส อฏฺฐมิยนฺติ อิทํ ตาว ปกติธมฺมสฺสวนเมว, ตํ อขณฺฑํ กตฺวา ปญฺจเม ปญฺจเม ทิวเส เทฺว เถรา นาติวิกาเล นฺหายิตฺวา อนุรุทฺธตฺเถรสฺส วสนฏฺฐานํ คจฺฉนฺติ. ตตฺถ ตโยปิ นิสีทิตฺวา ติณฺณํ ปิฏกานํ อญฺญตรสฺมึ อญฺญมญฺญํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ, อญฺญมญฺญํ วิสฺสชฺเชนฺติ, เตสํ เอวํ กโรนฺตานํเยว อรุณํ อุคฺคจฺฉติ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เอตฺตาวตา เถเรน ภควตา อปฺปมาทลกฺขณํ ปุจฺฉิเตน ปมาทฏฺฐาเนสุเยว อปฺปมาทลกฺขณํ วิสฺสชฺชิตํ โหติ. อญฺเญสญฺหิ ภิกฺขูนํ ภิกฺขาจารํ ปวิสนกาโล, นิกฺขมนกาโล, นิวาสนปริวตฺตนํ, จีวรปารุปนํ, อนฺโตคาเม ปิณฺฑาย จรณํ ธมฺมกถนํ, อนุโมทนํ, คามโต นิกฺขมิตฺวา ภตฺตกิจฺจกรณํ, ปตฺตโธวนํ, ปตฺตโอสาปนํ, ปตฺตจีวรปฏิสามนนฺติ ปปญฺจกรณฏฺฐานานิ เอตานิ. ตสฺมา เถโร อมฺหากํ เอตฺตกํ ฐานํ มุญฺจิตฺวา ปมาทกาโล นาม นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ปมาทฏฺฐาเนสุเยว อปฺปมาทลกฺขณํ วิสฺสชฺเชสิ.

๓๒๘. อถสฺส ภควา สาธุการํ ทตฺวา ปฐมชฺฌานํ ปุจฺฉนฺโต ปุน อตฺถิ ปน โวติอาทิมาห. ตตฺถ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมาติ มนุสฺสธมฺมโต อุตฺตริ. อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสติ อริยภาวกรณสมตฺโถ ญาณวิเสโส. กิญฺหิ โน สิยา, ภนฺเตติ กสฺมา, ภนฺเต, นาธิคโต ภวิสฺสติ, อธิคโตเยวาติ. ยาว เทวาติ ยาว เอว.

๓๒๙. เอวํ ปฐมชฺฌานาธิคเม พฺยากเต ทุติยชฺฌานาทีนิ ปุจฺฉนฺโต เอตสฺส ปน โวติอาทิมาห. ตตฺถ สมติกฺกมายาติ สมติกฺกมตฺถาย. ปฏิปฺปสฺสทฺธิยาติ ปฏิปฺปสฺสทฺธตฺถาย. เสสํ สพฺพตฺถ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ปจฺฉิมปเญฺห ปน โลกุตฺตรญาณทสฺสนวเสน อธิคตํ นิโรธสมาปตฺตึ ปุจฺฉนฺโต อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสติ อาห. เถโรปิ ปุจฺฉานุรูเปเนว พฺยากาสิ. ตตฺถ ยสฺมา เวทยิตสุขโต อเวทยิตสุขํ สนฺตตรํ ปณีตตรํ โหติ, ตสฺมา อญฺญํ ผาสุวิหารํ อุตฺตริตรํ วา ปณีตตรํ วา น สมนุปสฺสามาติ อาห.

๓๓๐. ธมฺมิยา กถายาติ สามคฺคิรสานิสํสปฺปฏิสํยุตฺตาย ธมฺมิยา กถาย. สพฺเพปิ เต จตูสุ สจฺเจสุ ปรินิฏฺฐิตกิจฺจา, เตน เตสํ ปฏิเวธตฺถาย กิญฺจิ กเถตพฺพํ นตฺถิ. สามคฺคิรเสน ปน อยญฺจ อยญฺจ อานิสํโสติ สามคฺคิรสานิสํสเมว เนสํ ภควา กเถสิ. ภควนฺตํ อนุสํยายิตฺวาติ อนุคนฺตฺวา. เต กิร ภควโต ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โถกํ อคมํสุ, อถ ภควา วิหารสฺส ปริเวณปริยนฺตํ คตกาเล, ‘‘อาหรถ เม ปตฺตจีวรํ, ตุเมฺห อิเธว ติฏฺฐถา’’ติ ปกฺกามิ. ตโต ปฏินิวตฺติตฺวาติ ตโต ฐิตฏฺฐานโต นิวตฺติตฺวา. กึ นุ โข มยํ อายสฺมโตติ ภควนฺตํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาทีนิ อธิคนฺตฺวาปิ อตฺตโน คุณกถาย อฏฺฏิยมานา อธิคมปฺปิจฺฉตาย อาหํสุ. อิมาสญฺจ อิมาสญฺจาติ ปฐมชฺฌานาทีนํ โลกิยโลกุตฺตรานํ. เจตสา เจโต ปริจฺจ วิทิโตติ อชฺช เม อายสฺมนฺโต โลกิยสมาปตฺติยา วีตินาเมสุํ, อชฺช โลกุตฺตรายาติ เอวํ จิตฺเตน จิตฺตํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา วิทิตํ. เทวตาปิ เมติ, ภนฺเต อนุรุทฺธ, อชฺช อยฺโย นนฺทิยตฺเถโร, อชฺช อยฺโย กิมิลตฺเถโร อิมาย จ อิมาย จ สมาปตฺติยา วีตินาเมสีติ เอวมาโรเจสุนฺติ อตฺโถ. ปญฺหาภิปุฏฺเฐนาติ ตมฺปิ มยา สยํ วิทิตนฺติ วา เทวตาหิ อาโรจิตนฺติ วา เอตฺตเกเนว มุขํ เม สชฺชนฺติ กถํ สมุฏฺฐาเปตฺวา อปุฏฺเฐเนว เม น กถิตํ. ภควตา ปน ปญฺหาภิปุฏฺเฐน ปญฺหํ อภิปุจฺฉิเตน สตา พฺยากตํ, ตตฺร เม กึ น โรจถาติ อาห.

๓๓๑. ทีโฆติ ‘‘มณิ มาณิวโร ทีโฆ, อโถ เสรีสโก สหา’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๙๓) เอวํ อาคโต อฏฺฐวีสติยา ยกฺขเสนาปตีนํ อพฺภนฺตโร เอโก เทวราชา. ปรชโนติ ตสฺเสว ยกฺขสฺส นามํ. เยน ภควา เตนุปสงฺกมีติ โส กิร เวสฺสวเณน เปสิโต เอตํ ฐานํ คจฺฉนฺโต ภควนฺตํ สยํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา คิญฺชกาวสถโต โคสิงฺคสาลวนสฺส อนฺตเร ทิสฺวา ภควา อตฺตนา ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา โคสิงฺคสาลวเน ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ สนฺติกํ คจฺฉติ. อชฺช มหตี ธมฺมเทสนา ภวิสฺสติ. มยาปิ ตสฺสา เทสนาย ภาคินา ภวิตพฺพนฺติ อทิสฺสมาเนน กาเยน สตฺถุ ปทานุปทิโก คนฺตฺวา อวิทูเร ฐตฺวา ธมฺมํ สุตฺวา สตฺถริ คจฺฉนฺเตปิ น คโต, – ‘‘อิเม เถรา กึ กริสฺสนฺตี’’ติ ทสฺสนตฺถํ ปน ตตฺเถว ฐิโต. อถ เต เทฺว เถเร อนุรุทฺธตฺเถรํ ปลิเวเฐนฺเต ทิสฺวา, – ‘‘อิเม เถรา ภควนฺตํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชาทโย สพฺพคุเณ อธิคนฺตฺวาปิ ภควโตว มจฺฉรายนฺติ, น สหนฺติ, อติวิย นิลียนฺติ ปฏิจฺฉาเทนฺติ, น ทานิ เตสํ ปฏิจฺฉาเทตุํ ทสฺสามิ, ปถวิโต ยาว พฺรหฺมโลกา เอเตสํ คุเณ ปกาเสสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

ลาภา วต, ภนฺเตติ เย, ภนฺเต, วชฺชิรฏฺฐวาสิโน ภควนฺตญฺจ อิเม จ ตโย กุลปุตฺเต ปสฺสิตุํ ลภนฺติ, วนฺทิตุํ ลภนฺติ, เทยฺยธมฺมํ ทาตุํ ลภนฺติ, ธมฺมํ โสตุํ ลภนฺติ, เตสํ ลาภา, ภนฺเต, วชฺชีนนฺติ อตฺโถ. สทฺทํ สุตฺวาติ โส กิร อตฺตโน ยกฺขานุภาเวน มหนฺตํ สทฺทํ กตฺวา สกลํ วชฺชิรฏฺฐํ อชฺโฌตฺถรนฺโต ตํ วาจํ นิจฺฉาเรสิ. เตน จสฺส เตสุ รุกฺขปพฺพตาทีสุ อธิวตฺถา ภุมฺมา เทวตา สทฺทํ อสฺโสสุํ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สทฺทํ สุตฺวา’’ติ. อนุสฺสาเวสุนฺติ มหนฺตํ สทฺทํ สุตฺวา สาเวสุํ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ยาว พฺรหฺมโลกาติ ยาว อกนิฏฺฐพฺรหฺมโลกา. ตญฺเจปิ กุลนฺติ, ‘‘อมฺหากํ กุลโต นิกฺขมิตฺวา อิเม กุลปุตฺตา ปพฺพชิตา เอวํ สีลวนฺโต คุณวนฺโต อาจารสมฺปนฺนา กลฺยาณธมฺมา’’ติ เอวํ ตญฺเจปิ กุลํ เอเต ตโย กุลปุตฺเต ปสนฺนจิตฺตํ อนุสฺสเรยฺยาติ เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิติ ภควา ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

จูฬโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา

๓๓๒. เอวํ เม สุตนฺติ มหาโคสิงฺคสุตฺตํ. ตตฺถ โคสิงฺคสาลวนทาเยติ อิทํ วสนฏฺฐานทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อญฺเญสุ หิ สุตฺเตสุ, ‘‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติ เอวํ ปฐมํ โคจรคามํ ทสฺเสตฺวา ปจฺฉา วสนฏฺฐานํ ทสฺเสติ. อิมสฺมึ ปน มหาโคสิงฺคสุตฺเต ภควโต โคจรคาโม อนิพนฺโธ, โกจิเทว โคจรคาโม ภวิสฺสติ. ตสฺมา วสนฏฺฐานเมว ปริทีปิตํ. อรญฺญนิทานกํ นาเมตํ สุตฺตนฺติ. สมฺพหุเลหีติ พหุเกหิ. อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหีติ สพฺพตฺถ วิสฺสุเตหิ ปากเฏหิ. เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธินฺติ ปาติโมกฺขสํวราทีหิ ถิรการเกเหว ธมฺเมหิ สมนฺนาคตตฺตา เถเรหิ, สวนนฺเต ชาตตฺตา สาวเกหิ สทฺธึ เอกโต. อิทานิ เต เถเร สรูปโต ทสฺเสนฺโต, อายสฺมตา จ สาริปุตฺเตนาติอาทิมาห. ตตฺถายสฺมา สาริปุตฺโต อตฺตโน สีลาทีหิ คุเณหิ พุทฺธสาสเน อภิญฺญาโต. จกฺขุมนฺตานํ คคนมชฺเฌ ฐิโต สูริโย วิย จนฺโท วิย, สมุทฺทตีเร ฐิตานํ สาคโร วิย จ ปากโฏ ปญฺญาโต. น เกวลญฺจสฺส อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุณวเสเนว มหนฺตตา เวทิตพฺพา, อิโต อญฺเญสํ ธมฺมทายาทสุตฺตํ อนงฺคณสุตฺตํ สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺตํ สีหนาทสุตฺตํ รถวินีตํ มหาหตฺถิปโทปมํ มหาเวทลฺลํ จาตุมสุตฺตํ ทีฆนขํ อนุปทสุตฺตํ เสวิตพฺพาเสวิตพฺพสุตฺตํ สจฺจวิภงฺคสุตฺตํ ปิณฺฑปาตปาริสุทฺธิ สมฺปสาทนียํ สงฺคีติสุตฺตํ ทสุตฺตรสุตฺตํ ปวารณาสุตฺตํ (สํ. นิ. ๑.๒๑๕ อาทโย) สุสิมสุตฺตํ เถรปญฺหสุตฺตํ มหานิทฺเทโส ปฏิสมฺภิทามคฺโค เถรสีหนาทสุตฺตํ อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ สุตฺตานํ วเสน เถรสฺส มหนฺตตา เวทิตพฺพา. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๘-๑๘๙) วุตฺตํ.

มหาโมคฺคลฺลาโนปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส อนุมานสุตฺตํ, จูฬตณฺหาสงฺขยสุตฺตํ มารตชฺชนิยสุตฺตํ ปาสาทกมฺปนํ สกลํ อิทฺธิปาทสํยุตฺตํ นนฺโทปนนฺททมนํ ยมกปาฏิหาริยกาเล เทวโลกคมนํ วิมานวตฺถุ เปตวตฺถุ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ อิทฺธิมนฺตานํ ยทิทํ มหาโมคฺคลฺลาโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๐) วุตฺตํ.

มหากสฺสโปปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส จีวรปริวตฺตนสุตฺตํ ชิณฺณจีวรสุตฺตํ (สํ. นิ. ๒.๑๕๔ อาทโย) จนฺโทปมํ สกลํ กสฺสปสํยุตฺตํ มหาอริยวํสสุตฺตํ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธุตวาทานํ ยทิทํ มหากสฺสโป’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๑) วุตฺตํ.

อนุรุทฺธตฺเถโรปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส จูฬโคสิงฺคสุตฺตํ นฬกปานสุตฺตํ อนุตฺตริยสุตฺตํ อุปกฺกิเลสสุตฺตํ อนุรุทฺธสํยุตฺตํ มหาปุริสวิตกฺกสุตฺตํ เถรสฺส อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ทิพฺพจกฺขุกานํ ยทิทํ อนุรุทฺโธ’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๒) วุตฺตํ.

อายสฺมตา จ เรวเตนาติ เอตฺถ ปน เทฺว เรวตา ขทิรวนิยเรวโต จ กงฺขาเรวโต จ. ตตฺถ ขทิรวนิยเรวโต ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส กนิฏฺฐภาติโก, น โส อิธ อธิปฺเปโต. ‘‘อกปฺปิโย คุโฬ, อกปฺปิยา มุคฺคา’’ติ (มหาว. ๒๗๒) เอวํ กงฺขาพหุโล ปน เถโร อิธ เรวโตติ อธิปฺเปโต. โสปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส อภินิกฺขมเนนปิ เอตทคฺเคนปิ มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ฌายีนํ ยทิทํ กงฺขาเรวโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๐๔) วุตฺตํ.

อานนฺทตฺเถโรปิ สีลาทิคุเณหิ เจว อิมสฺมึ สุตฺเต อาคตคุเณหิ จ เถโร วิย อภิญฺญาโต ปากโฏ มหา. อปิจสฺส เสกฺขสุตฺตํ พาหิติกสุตฺตํ อาเนญฺชสปฺปายํ โคปกโมคฺคลฺลานํ พหุธาตุกํ จูฬสุญฺญตํ มหาสุญฺญตํ อจฺฉริยพฺภุตสุตฺตํ ภทฺเทกรตฺตํ มหานิทานํ มหาปรินิพฺพานํ สุภสุตฺตํ จูฬนิยโลกธาตุสุตฺตํ อภินิกฺขมนํ เอตทคฺคนฺติ อิเมสมฺปิ วเสน มหนฺตภาโว เวทิตพฺโพ. เอตทคฺคสฺมิญฺหิ, ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ พหุสฺสุตานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓) วุตฺตํ.

อญฺเญหิ จ อภิญฺญาเตหิ อภิญฺญาเตหีติ น เกวลญฺจ เอเตเหว, อญฺเญหิ จ มหาคุณตาย ปากเฏหิ อภิญฺญาเตหิ พหูหิ เถเรหิ สาวเกหิ สทฺธึ ภควา โคสิงฺคสาลวนทาเย วิหรตีติ อตฺโถ. อายสฺมา หิ สาริปุตฺโต สยํ มหาปญฺโญ อญฺเญปิ พหู มหาปญฺเญ ภิกฺขู คเหตฺวา ตทา ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหาสิ. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สยํ อิทฺธิมา, อายสฺมา มหากสฺสโป สยํ ธุตวาโท, อายสฺมา อนุรุทฺโธ สยํ ทิพฺพจกฺขุโก, อายสฺมา เรวโต สยํ ฌานาภิรโต, อายสฺมา อานนฺโท สยํ พหุสฺสุโต อญฺเญปิ พหู พหุสฺสุเต ภิกฺขู คเหตฺวา ตทา ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหาสิ, เอวํ ตทา เอเต จ อญฺเญ จ อภิญฺญาตา มหาเถรา ตึสสหสฺสมตฺตา ภิกฺขู ทสพลํ ปริวาเรตฺวา วิหรึสูติ เวทิตพฺพา.

ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติวิเวกโต วุฏฺฐิโต. เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมีติ เถโร กิร ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต ปจฺฉิมโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต วนนฺเต กีฬนฺตสฺส มตฺตขตฺติยสฺส กณฺณโต ปตมานํ กุณฺฑลํ วิย, สํหริตฺวา สมุคฺเค ปกฺขิปมานํ รตฺตกมฺพลํ วิย, มณินาคทนฺตโต ปตมานํ สตสหสฺสคฺฆนิกํ สุวณฺณปาตึ วิย จ อตฺถํ คจฺฉมานํ ปริปุณฺณปณฺณาสโยชนํ สูริยมณฺฑลํ อทฺทส. ตทนนฺตรํ ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต เนมิยํ คเหตฺวา ปริวตฺตยมานํ รชตจกฺกํ วิย, รชตกูฏโต นิกฺขมนฺตํ ขีรธารามณฺฑํ วิย, สปกฺเข ปปฺโผเฏตฺวา คคนตเล ปกฺขนฺทมานํ เสตหํสํ วิย จ เมฆวณฺณาย สมุทฺทกุจฺฉิโต อุคฺคนฺตฺวา ปาจีนจกฺกวาฬปพฺพตมตฺถเก สสลกฺขณปฺปฏิมณฺฑิตํ เอกูนปณฺณาสโยชนํ จนฺทมณฺฑลํ อทฺทส. ตโต สาลวนํ โอโลเกสิ. ตสฺมิญฺหิ สมเย สาลรุกฺขา มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา สพฺพปาลิผุลฺลา ทุกูลปารุตา วิย, มุตฺตากลาปวินทฺธา วิย จ วิโรจึสุ. ภูมิตลํ ปุปฺผสนฺถรปูชาย ปฏิมณฺฑิตํ วิย, ตตฺถ ตตฺถ นิปตนฺเตน ปุปฺผเรณุนา ลาขารเสน สิญฺจมานํ วิย จ อโหสิ. ภมรมธุกรคณา กุสุมเรณุมทมตฺตา อุปคายมานา วิย วนนฺตเรสุ วิจรนฺติ. ตทา จ อุโปสถทิวโสว โหติ. อถ เถโร, ‘‘กาย นุ โข อชฺช รติยา วีตินาเมสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ, อริยสาวกา จ นาม ปิยธมฺมสฺสวนา โหนฺติ. อถสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อชฺช มยฺหํ เชฏฺฐภาติกสฺส ธมฺมเสนาปติตฺเถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ธมฺมรติยา วีตินาเมสฺสามี’’ติ. คจฺฉนฺโต ปน เอกโกว อคนฺตฺวา ‘‘มยฺหํ ปิยสหายํ มหากสฺสปตฺเถรํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา เยนายสฺมา มหากสฺสโป เตนุปสงฺกมิ.

เอวมาวุโสติ โข อายสฺมา มหากสฺสโปติ เถโรปิ ยสฺมา ปิยธมฺมสฺสวโนว อริยสาวโก, ตสฺมา ตสฺส วจนํ สุตฺวา คจฺฉาวุโส, ตฺวํ, มยฺหํ สีสํ วา รุชฺชติ ปิฏฺฐิ วาติ กิญฺจิ เลสาปเทสํ อกตฺวา ตุฏฺฐหทโยว, ‘‘เอวมาวุโส’’ติอาทิมาห. ปฏิสฺสุตฺวา จ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา มหาโมคฺคลฺลานํ อนุพนฺธิ. ตสฺมึ สมเย เทฺว มหาเถรา ปฏิปาฏิยา ฐิตานิ เทฺว จนฺทมณฺฑลานิ วิย, เทฺว สูริยมณฺฑลานิ วิย, เทฺว ฉทฺทนฺตนาคราชาโน วิย, เทฺว สีหา วิย, เทฺว พฺยคฺฆา วิย จ วิโรจึสุ. อนุรุทฺธตฺเถโรปิ ตสฺมึ สมเย ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโน เทฺว มหาเถเร สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺเต ทิสฺวา ปจฺฉิมโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต สูริยํ วนนฺตํ ปวิสนฺตํ วิย, ปาจีนโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต จนฺทํ วนนฺตโต อุคฺคจฺฉนฺตํ วิย, สาลวนํ โอโลเกนฺโต สพฺพปาลิผุลฺลเมว สาลวนญฺจ ทิสฺวา อชฺช อุโปสถทิวโส, อิเม จ เม เชฏฺฐภาติกา ธมฺมเสนาปติสฺส สนฺติกํ คจฺฉนฺติ, มหนฺเตน ธมฺมสฺสวเนน ภวิตพฺพํ, อหมฺปิ ธมฺมสฺสวนสฺส ภาคี ภวิสฺสามีติ นิสินฺนฏฺฐานโต วุฏฺฐาย จมฺมขณฺฑํ ปปฺโผเฏตฺวา มหาเถรานํ ปทานุปทิโก หุตฺวา นิกฺขมิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข อายสฺมา จ มหาโมคฺคลฺลาโน อายสฺมา จ มหากสฺสโป อายสฺมา จ อนุรุทฺโธ เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสู’’ติ. อุปสงฺกมึสูติ. ปฏิปาฏิยา ฐิตา ตโย จนฺทา วิย, สูริยา วิย, สีหา วิย จ วิโรจมานา อุปสงฺกมึสุ.

๓๓๓. เอวํ อุปสงฺกมนฺเต ปน เต มหาเถเร อายสฺมา อานนฺโท อตฺตโน ทิวาฏฺฐาเน นิสินฺโนเยว ทิสฺวา, ‘‘อชฺช มหนฺตํ ธมฺมสฺสวนํ ภวิสฺสติ, มยาปิ ตสฺส ภาคินา ภวิตพฺพํ, น โข ปน เอกโกว คมิสฺสามิ, มยฺหํ ปิยสหายมฺปิ เรวตตฺเถรํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ สพฺพํ มหาโมคฺคลฺลานสฺส มหากสฺสปสฺส อนุรุทฺธสฺส อุปสงฺกมเน วุตฺตนเยเนว วิตฺถารโต เวทิตพฺพํ. อิติ เต เทฺว ชนา ปฏิปาฏิยา ฐิตา เทฺว จนฺทา วิย, สูริยา วิย, สีหา วิย จ วิโรจมานา อุปสงฺกมึสุ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อทฺทสา โข อายสฺมา สาริปุตฺโต’’ติอาทิ. ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจาติ ทูรโตว ทิสฺวา อนุกฺกเมน กถาอุปจารํ สมฺปตฺตเมตํ, ‘‘เอตุ โข อายสฺมา’’ติอาทิวจนํ อโวจ. รมณียํ, อาวุโสติ เอตฺถ ทุวิธํ รามเณยฺยกํ วนรามเณยฺยกํ ปุคฺคลรามเณยฺยกญฺจ. ตตฺถ วนํ นาม นาคสลฬสาลจมฺปกาทีหิ สญฺฉนฺนํ โหติ พหลจฺฉายํ ปุปฺผผลูปคํ วิวิธรุกฺขํ อุทกสมฺปนฺนํ คามโต นิสฺสฏํ, อิทํ วนรามเณยฺยกํ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘รมณียานิ อรญฺญานิ, ยตฺถ น รมตี ชโน;

วีตราคา รมิสฺสนฺติ, น เต กามคเวสิโน’’ติ. (ธ. ป. ๙๙);

วนํ ปน สเจปิ อุชฺชงฺคเล โหติ นิรุทกํ วิรลจฺฉายํ กณฺฏกสมากิณฺณํ, พุทฺธาทโยเปตฺถ อริยา วิหรนฺติ, อิทํ ปุคฺคลรามเณยฺยกํ นาม. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ –

‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, นินฺเน วา ยทิ วา ถเล;

ยตฺถ อรหนฺโต วิหรนฺติ, ตํ ภูมิรามเณยฺยก’’นฺติ. (ธ. ป. ๙๘);

อิธ ปน ตํ ทุวิธมฺปิ ลพฺภติ. ตทา หิ โคสิงฺคสาลวนํ สพฺพปาลิผุลฺลํ โหติ กุสุมคนฺธสุคนฺธํ, สเทวเก เจตฺถ โลเก อคฺคปุคฺคโล สมฺมาสมฺพุทฺโธ ตึสสหสฺสมตฺเตหิ อภิญฺญาตภิกฺขูหิ สทฺธึ วิหรติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘รมณียํ, อาวุโส อานนฺท, โคสิงฺคสาลวน’’นฺติ.

โทสินาติ โทสาปคตา, อพฺภํ มหิกา ธูโม รโช ราหูติ อิเมหิ ปญฺจหิ อุปกฺกิเลเสหิ วิรหิตาติ วุตฺตํ โหติ. สพฺพปาลิผุลฺลาติ สพฺพตฺถ ปาลิผุลฺลา, มูลโต ปฏฺฐาย ยาว อคฺคา อปุปฺผิตฏฺฐานํ นาม นตฺถิ. ทิพฺพา มญฺเญ คนฺธา สมฺปวนฺตีติ ทิพฺพา มนฺทารปุปฺผโกวิฬารปาริจฺฉตฺตกจนฺทนจุณฺณคนฺธา วิย สมนฺตา ปวายนฺติ, สกฺกสุยาสนฺตุสิตนิมฺมานรติปรนิมฺมิตมหาพฺรหฺมานํ โอติณฺณฏฺฐานํ วิย วายนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

กถํรูเปน, อาวุโส อานนฺทาติ อานนฺทตฺเถโร เตสํ ปญฺจนฺนํ เถรานํ สงฺฆนวโกว. กสฺมา เถโร ตํเยว ปฐมํ ปุจฺฉตีติ? มมายิตตฺตา. เต หิ เทฺว เถรา อญฺญมญฺญํ มมายึสุ. สาริปุตฺตตฺเถโร, ‘‘มยา กตฺตพฺพํ สตฺถุ อุปฏฺฐานํ กโรตี’’ติ อานนฺทตฺเถรํ มมายิ. อานนฺทตฺเถโร ภควโต สาวกานํ อคฺโคติ สาริปุตฺตตฺเถรํ มมายิ, กุลทารเก ปพฺพาเชตฺวา สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สนฺติเก อุปชฺฌํ คณฺหาเปสิ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว อกาสิ. เอวํ เอกเมเกน อตฺตโน ปตฺตจีวรํ ทตฺวา ปพฺพาเชตฺวา อุปชฺฌํ คณฺหาปิตานิ ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ อเหสุํ. อายสฺมา อานนฺโท ปณีตานิ จีวราทีนิปิ ลภิตฺวา เถรสฺเสว เทติ.

เอโก กิร พฺราหฺมโณ จินฺเตสิ – ‘‘พุทฺธรตนสฺส จ สงฺฆรตนสฺส จ ปูชา ปญฺญายติ, กถํ นุ โข ธมฺมรตนํ ปูชิตํ นาม โหตี’’ติ? โส ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉิ. ภควา อาห – ‘‘สเจสิ, พฺราหฺมณ, ธมฺมรตนํ ปูชิตุกาโม, เอกํ พหุสฺสุตํ ปูเชหี’’ติ พหุสฺสุตํ, ภนฺเต, อาจิกฺขถาติ ภิกฺขุสงฺฆํ ปุจฺฉติ. โส ภิกฺขุสงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา พหุสฺสุตํ, ภนฺเต, อาจิกฺขถาติ อาห. อานนฺทตฺเถโร พฺราหฺมณาติ. พฺราหฺมโณ เถรํ สหสฺสคฺฆนิเกน จีวเรน ปูเชสิ. เถโร ตํ คเหตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. ภควา ‘‘กุโต, อานนฺท, ลทฺธ’’นฺติ อาห. เอเกน, ภนฺเต, พฺราหฺมเณน ทินฺนํ, อิทํ ปนาหํ อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ทาตุกาโมติ. เทหิ, อานนฺทาติ. จาริกํ ปกฺกนฺโต, ภนฺเตติ. อาคตกาเล เทหีติ. สิกฺขาปทํ, ภนฺเต, ปญฺญตฺตนฺติ. กทา ปน สาริปุตฺโต อาคมิสฺสตีติ? ทสาหมตฺเตน, ภนฺเตติ. ‘‘อนุชานามิ, อานนฺท, ทสาหปรมํ อติเรกจีวรํ นิกฺขิปิตุ’’นฺติ (ปารา. ๔๖๑; มหาว. ๓๔๗) สิกฺขาปทํ ปญฺญเปสิ. สาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว ยํกิญฺจิ มนาปํ ลภติ, ตํ อานนฺทตฺเถรสฺส เทติ. เอวํ เต เถรา อญฺญมญฺญํ มมายึสุ, อิติ มมายิตตฺตา ปฐมํ ปุจฺฉิ.

อปิจ อนุมติปุจฺฉา นาเมสา ขุทฺทกโต ปฏฺฐาย ปุจฺฉิตพฺพา โหติ. ตสฺมา เถโร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ ปฐมํ อานนฺทํ ปุจฺฉิสฺสามิ, อานนฺโท อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสติ. ตโต เรวตํ, อนุรุทฺธํ, มหากสฺสปํ, มหาโมคฺคลฺลานํ ปุจฺฉิสฺสามิ. มหาโมคฺคลฺลาโน อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสติ. ตโต ปญฺจปิ เถรา มํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, อหมฺปิ อตฺตโน ปฏิภานํ พฺยากริสฺสามี’’ติ. เอตฺตาวตาปิ อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา น ภวิสฺสติ, อถ มยํ สพฺเพปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสาม, สตฺถา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน พฺยากริสฺสติ. เอตฺตาวตา อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ. ยถา หิ ชนปทมฺหิ อุปฺปนฺโน อฏฺโฏ คามโภชกํ ปาปุณาติ, ตสฺมึ นิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺเต ชนปทโภชกํ ปาปุณาติ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต มหาวินิจฺฉยอมจฺจํ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต เสนาปตึ, ตสฺมึ อสกฺโกนฺเต อุปราชํ, ตสฺมึ วินิจฺฉิตุํ อสกฺโกนฺเต ราชานํ ปาปุณาติ, รญฺญา วินิจฺฉิตกาลโต ปฏฺฐาย อฏฺโฏ อปราปรํ น สญฺจรติ, ราชวจเนเนว ฉิชฺชติ. เอวเมวํ อหญฺหิ ปฐมํ อานนฺทํ ปุจฺฉิสฺสามิ…เป… อถ มยํ สพฺเพปิ ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสาม, สตฺถา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน พฺยากริสฺสติ. เอตฺตาวตา อยํ ธมฺมเทสนา สิขาปฺปตฺตา เวปุลฺลปฺปตฺตา ภวิสฺสติ. เอวํ อนุมติปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺโต เถโร ปฐมํ อานนฺทตฺเถรํ ปุจฺฉิ.

พหุสฺสุโต โหตีติ พหุ อสฺส สุตํ โหติ, นวงฺคํ สตฺถุสาสนํ ปาฬิอนุสนฺธิปุพฺพาปรวเสน อุคฺคหิตํ โหตีติ อตฺโถ. สุตธโรติ สุตสฺส อาธารภูโต. ยสฺส หิ อิโต คหิตํ อิโต ปลายติ, ฉิทฺทฆเฏ อุทกํ วิย น ติฏฺฐติ, ปริสมชฺเฌ เอกํ สุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถตุํ วา วาเจตุํ วา น สกฺโกติ, อยํ น สุตธโร นาม. ยสฺส ปน อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ อุคฺคหิตกาลสทิสเมว โหติ, ทสปิ วีสติปิ วสฺสานิ สชฺฌายํ อกโรนฺตสฺส น นสฺสติ, อยํ สุตธโร นาม. สุตสนฺนิจโยติ สุตสฺส สนฺนิจยภูโต. ยถา หิ สุตํ หทยมญฺชูสาย สนฺนิจิตํ สิลายํ เลขา วิย, สุวณฺณฆเฏ ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย จ อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ, อยํ สุตสนฺนิจโย นาม. ธาตาติ ฐิตา ปคุณา. เอกจฺจสฺส หิ อุคฺคหิตํ พุทฺธวจนํ ธาตํ ปคุณํ นิจฺจลิตํ น โหติ, อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหีติ วุตฺเต สชฺฌายิตฺวา สํสนฺทิตฺวา สมนุคฺคาหิตฺวา ชานิสฺสามีติ วทติ. เอกจฺจสฺส ธาตํ ปคุณํ ภวงฺคโสตสทิสํ โหติ, อสุกสุตฺตํ วา ชาตกํ วา กเถหีติ วุตฺเต อุทฺธริตฺวา ตเมว กเถติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘ธาตา’’ติ.

วจสา ปริจิตาติ สุตฺตทสก-วคฺคทสก-ปณฺณาสทสกานํ วเสน วาจาย สชฺฌายิตา. มนสานุเปกฺขิตาติ จิตฺเตน อนุเปกฺขิตา, ยสฺส วาจาย สชฺฌายิตํ พุทฺธวจนํ มนสา จินฺเตนฺตสฺส ตตฺถ ตตฺถ ปากฏํ โหติ. มหาทีปํ ชาเลตฺวา ฐิตสฺส รูปคตํ วิย ปญฺญายติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา’’ติ. ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธาติ อตฺถโต จ การณโต จ ปญฺญาย สุปฺปฏิวิทฺธา. ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ เอตฺถ ปทเมว อตฺถสฺส พฺยญฺชนโต ปทพฺยญฺชนํ, ตํ อกฺขรปาริปูรึ กตฺวา ทสวิธพฺยญฺชนพุทฺธิโย อปริหาเปตฺวา วุตฺตํ ปริมณฺฑลํ นาม โหติ, เอวรูเปหิ ปทพฺยญฺชเนหีติ อตฺโถ. อปิจ โย ภิกฺขุ ปริสติ ธมฺมํ เทเสนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขปิตฺวา อญฺญํ อุปารมฺภกรํ สุตฺตํ อาหรติ, ตสฺส อุปมํ กเถติ, ตทตฺถํ โอหาเรติ, เอวมิทํ คเหตฺวา เอตฺถ ขิปนฺโต เอกปสฺเสเนว ปริหรนฺโต กาลํ ญตฺวา วุฏฺฐหติ. นิกฺขิตฺตสุตฺตํ ปน นิกฺขตฺตมตฺตเมว โหติ, ตสฺส กถา อปริมณฺฑลา นาม โหติ. โย ปน สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา พหิ เอกปทมฺปิ อคนฺตฺวา ปาฬิยา อนุสนฺธิญฺจ ปุพฺพาปรญฺจ อมกฺเขนฺโต อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐตฺวา ตุลิกาย ปริจฺฉินฺทนฺโต วิย, คมฺภีรมาติกาย อุทกํ เปเสนฺโต วิย, ปทํ โกฏฺเฏนฺโต สินฺธวาชานีโย วิย คจฺฉติ, ตสฺส กถา ปริมณฺฑลา นาม โหติ. เอวรูปึ กถํ สนฺธาย – ‘‘ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหี’’ติ วุตฺตํ.

อนุปฺปพนฺเธหีติ เอตฺถ โย ภิกฺขุ ธมฺมํ กเถนฺโต สุตฺตํ วา ชาตกํ วา อารภิตฺวา อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย ตุริตตุริโต อรณึ มนฺเถนฺโต วิย, อุณฺหขาทนียํ ขาทนฺโต วิย, ปาฬิยา อนุสนฺธิปุพฺพาปเรสุ คหิตํ คหิตเมว อคฺคหิตํ อคฺคหิตเมว จ กตฺวา ปุราณปณฺณนฺตเรสุ จรมานํ โคธํ อุฏฺฐเปนฺโต วิย ตตฺถ ตตฺถ ปหรนฺโต โอสาเปนฺโต โอหาย คจฺฉติ. โยปิ ธมฺมํ กเถนฺโต กาเลน สีฆํ กาเลน ทนฺธํ กาเลน มหาสทฺทํ กาเลน ขุทฺทกสทฺทํ กโรติ. ยถา เปตคฺคิ กาเลน ชลติ, กาเลน นิพฺพายติ, เอวเมว อิธ เปตคฺคิธมฺมกถิโก นาม โหติ, ปริสาย อุฏฺฐาตุกามาย ปุนปฺปุนํ อารภติ. โยปิ กเถนฺโต ตตฺถ ตตฺถ วิตฺถายติ, นิตฺถุนนฺโต กนฺทนฺโต วิย กเถติ, อิเมสํ สพฺเพสมฺปิ กถา อปฺปพนฺธา นาม โหติ. โย ปน สุตฺตํ อารภิตฺวา อาจริเยหิ ทินฺนนเย ฐิโต อจฺฉินฺนธารํ กตฺวา นทีโสตํ วิย ปวตฺเตติ, อากาสคงฺคโต ภสฺสมานํ อุทกํ วิย นิรนฺตรํ กถํ ปวตฺเตติ, ตสฺส กถา อนุปฺปพนฺธา โหติ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อนุปฺปพนฺเธหี’’ติ. อนุสยสมุคฺฆาตายาติ สตฺตนฺนํ อนุสยานํ สมุคฺฆาตตฺถาย. เอวรูเปนาติ เอวรูเปน พหุสฺสุเตน ภิกฺขุนา ตถารูเปเนว ภิกฺขุสเตน ภิกฺขุสหสฺเสน วา สงฺฆาฏิกณฺเณน วา สงฺฆาฏิกณฺณํ, ปลฺลงฺเกน วา ปลฺลงฺกํ อาหจฺจ นิสินฺเนน โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺย. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๓๓๔. ปฏิสลฺลานํ อสฺส อาราโมติ ปฏิสลฺลานาราโม. ปฏิสลฺลาเน รโตติ ปฏิสลฺลานรโต.

๓๓๕. สหสฺสํ โลกานนฺติ สหสฺสํ โลกธาตูนํ. เอตฺตกญฺหิ เถรสฺส ธุวเสวนํ อาวชฺชนปฏิพทฺธํ, อากงฺขมาโน ปน เถโร อเนกานิปิ จกฺกวาฬสหสฺสานิ โวโลเกติเยว. อุปริปาสาทวรคโตติ สตฺตภูมกสฺส วา นวภูมกสฺส วา ปาสาทวรสฺส อุปริ คโต. สหสฺสํ เนมิมณฺฑลานํ โวโลเกยฺยาติ ปาสาทปริเวเณ นาภิยา ปติฏฺฐิตานํ เนมิวฏฺฏิยา เนมิวฏฺฏึ อาหจฺจ ฐิตานํ เนมิมณฺฑลานํ สหสฺสํ วาตปานํ วิวริตฺวา โอโลเกยฺย, ตสฺส นาภิโยปิ ปากฏา โหนฺติ, อราปิ อรนฺตรานิปิ เนมิโยปิ. เอวเมว โข, อาวุโสติ, อาวุโส, เอวํ อยมฺปิ ทิพฺพจกฺขุโก ภิกฺขุ ทิพฺเพน จกฺขุนา อติกฺกนฺตมานุสเกน สหสฺสํ โลกานํ โวโลเกติ. ตสฺส ปาสาเท ฐิตปุริสสฺส จกฺกนาภิโย วิย จกฺกวาฬสหสฺเส สิเนรุสหสฺสํ ปากฏํ โหติ. อรา วิย ทีปา ปากฏา โหนฺติ. อรนฺตรานิ วิย ทีปฏฺฐิตมนุสฺสา ปากฏา โหนฺติ. เนมิโย วิย จกฺกวาฬปพฺพตา ปากฏา โหนฺติ.

๓๓๖. อารญฺญิโกติ สมาทิณฺณอรญฺญธุตงฺโค. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย.

๓๓๗. โน จ สํสาเทนฺตีติ น โอสาเทนฺติ. สเหตุกญฺหิ สการณํ กตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ วิสฺสชฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต สํสาเทติ นาม. เอวํ น กโรนฺตีติ อตฺโถ. ปวตฺตินี โหตีติ นทีโสโตทกํ วิย ปวตฺตติ.

๓๓๘. ยาย วิหารสมาปตฺติยาติ ยาย โลกิยาย วิหารสมาปตฺติยา, ยาย โลกุตฺตราย วิหารสมาปตฺติยา.

๓๓๙. สาธุ สาธุ สาริปุตฺตาติ อยํ สาธุกาโร อานนฺทตฺเถรสฺส ทินฺโน. สาริปุตฺตตฺเถเรน ปน สทฺธึ ภควา อาลปติ. เอส นโย สพฺพตฺถ. ยถา ตํ อานนฺโทวาติ ยถา อานนฺโทว สมฺมา พฺยากรณมาโน พฺยากเรยฺย, เอวํ พฺยากตํ อานนฺเทน อตฺตโน อนุจฺฉวิกเมว, อชฺฌาสยานุรูปเมว พฺยากตนฺติ อตฺโถ. อานนฺทตฺเถโร หิ อตฺตนาปิ พหุสฺสุโต, อชฺฌาสโยปิสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สาสเน สพฺรหฺมจารี พหุสฺสุตา ภเวยฺยุ’’นฺติ. กสฺมา? พหุสฺสุตสฺส หิ กปฺปิยากปฺปิยํ สาวชฺชานวชฺชํ, ครุกลหุกํ สเตกิจฺฉาเตกิจฺฉํ ปากฏํ โหติ. พหุสฺสุโต อุคฺคหิตพุทฺธวจนํ อาวชฺชิตฺวา อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ กถิตํ, อิมสฺมึ สมาธิ, อิมสฺมึ วิปสฺสนา, อิมสฺมึ มคฺคผลนิพฺพานานีติ สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ ปูเรตฺวา, สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธึ ปูเรตฺวา วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนาคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา มคฺคํ ภาเวตฺวา ผลํ สจฺฉิกโรติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ อชฺฌาสโย โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา จตฺตาโร วา ปญฺจ วา นิกาเย อุคฺคเหตฺวา อาวชฺชนฺตา สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเนสุ สีลาทีนิ ปริปูเรตฺวา อนุกฺกเมน มคฺคผลนิพฺพานานิ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย.

๓๔๐. อายสฺมา หิ เรวโต ฌานชฺฌาสโย ฌานาภิรโต, ตสฺมาสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี เอกิกา นิสีทิตฺวา กสิณปริกมฺมํ กตฺวา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา ฌานปทฏฺฐานํ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๑. อายสฺมา อนุรุทฺโธ ทิพฺพจกฺขุโก, ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา ทิพฺเพน จกฺขุนา อเนเกสุ จกฺกวาฬสหสฺเสสุ จวมาเน จ อุปปชฺชมาเน จ สตฺเต ทิสฺวา วฏฺฏภเยน จิตฺตํ สํเวเชตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๒. อายสฺมา มหากสฺสโป ธุตวาโท, ตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี ธุตวาทา หุตฺวา ธุตงฺคานุภาเวน ปจฺจยตณฺหํ มิลาเปตฺวา อปเรปิ นานปฺปกาเร กิเลเส ธุนิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๓. อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน สมาธิปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต, สุขุมํ ปน จิตฺตนฺตรํ ขนฺธนฺตรํ ธาตฺวนฺตรํ อายตนนฺตรํ ฌาโนกฺกนฺติกํ อารมฺมโณกฺกนฺติกํ องฺคววตฺถานํ อารมฺมณววตฺถานํ องฺคสงฺกนฺติ อารมฺมณสงฺกนฺติ เอกโตวฑฺฒนํ อุภโตวฑฺฒนนฺติ อาภิธมฺมิกธมฺมกถิกสฺเสว ปากฏํ. อนาภิธมฺมิโก หิ ธมฺมํ กเถนฺโต – ‘‘อยํ สกวาโท อยํ ปรวาโท’’ติ น ชานาติ. สกวาทํ ทีเปสฺสามีติ ปรวาทํ ทีเปติ, ปรวาทํ ทีเปสฺสามีติ สกวาทํ ทีเปติ, ธมฺมนฺตรํ วิสํวาเทติ. อาภิธมฺมิโก สกวาทํ สกวาทนิยาเมเนว, ปรวาทํ ปรวาทนิยาเมเนว ทีเปติ, ธมฺมนฺตรํ น วิสํวาเทติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อาภิธมฺมิกา หุตฺวา สุขุเมสุ ฐาเนสุ ญาณํ โอตาเรตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๔. อายสฺมา สาริปุตฺโต ปญฺญาปารมิยา มตฺถกํ ปตฺโต, ปญฺญวาเยว จ จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตุํ สกฺโกติ, น ทุปฺปญฺโญ. ทุปฺปญฺโญ หิ อุปฺปนฺนสฺส จิตฺตสฺส วเส วตฺเตตฺวา อิโต จิโต จ วิปฺผนฺทิตฺวาปิ กติปาเหเนว คิหิภาวํ ปตฺวา อนยพฺยสนํ ปาปุณาติ. ตสฺมา เถรสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อโห วต สพฺรหฺมจารี อจิตฺตวสิกา หุตฺวา จิตฺตํ อตฺตโน วเส วตฺเตตฺวา สพฺพานสฺส วิเสวิตวิปฺผนฺทิตานิ ภญฺชิตฺวา อีสกมฺปิ พหิ นิกฺขมิตุํ อเทนฺตา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ สจฺฉิกเรยฺยุ’’นฺติ. ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ.

๓๔๕. สพฺเพสํ โว, สาริปุตฺต, สุภาสิตํ ปริยาเยนาติ สาริปุตฺต, ยสฺมา สงฺฆารามสฺส นาม พหุสฺสุตภิกฺขูหิปิ โสภนการณํ อตฺถิ, ฌานาภิรเตหิปิ, ทิพฺพจกฺขุเกหิปิ, ธุตวาเทหิปิ, อาภิธมฺมิเกหิปิ, อจิตฺตวสิเกหิปิ โสภนการณํ อตฺถิ. ตสฺมา สพฺเพสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน, เตน เตน การเณน สุภาสิตเมว, โน ทุพฺภาสิตํ. อปิจ มมปิ สุณาถาติ อปิจ มมปิ วจนํ สุณาถ. น ตาวาหํ อิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามีติ น ตาว อหํ อิมํ จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย อาภุชิตํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, น โมเจสฺสามีติ อตฺโถ. อิทํ กิร ภควา ปริปากคเต ญาเณ รชฺชสิรึ ปหาย กตาภินิกฺขมโน อนุปุพฺเพน โพธิมณฺฑํ อารุยฺห จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย อปราชิตปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา ทฬฺหสมาทาโน หุตฺวา นิสินฺโน ติณฺณํ มารานํ มตฺถกํ ภินฺทิตฺวา ปจฺจูสสมเย ทสสหสฺสิโลกธาตุํ อุนฺนาเทนฺโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ, ตํ อตฺตโน มหาโพธิปลฺลงฺกํ สนฺธาย เอวมาห. อปิจ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโนปิ ปฏิปตฺติสารํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ปสฺสติ หิ ภควา – ‘‘อนาคเต เอวํ อชฺฌาสยา กุลปุตฺตา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขิสฺสนฺติ, ‘ภควา มหาโคสิงฺคสุตฺตํ กเถนฺโต อิธ, สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ปจฺฉาภตฺตํ…เป… เอวรูเปน โข, สาริปุตฺต, ภิกฺขุนา โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ อาห, มยํ ภควโต อชฺฌาสยํ คณฺหิสฺสามา’ติ ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา จตุรงฺควีริยํ อธิฏฺฐาย ทฬฺหสมาทานา หุตฺวา ‘อรหตฺตํ อปฺปตฺวา อิมํ ปลฺลงฺกํ น ภินฺทิสฺสามา’ติ สมณธมฺมํ กาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ, เต เอวํ ปฏิปนฺนา กติปาเหเนว ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ, อิมํ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโน ปฏิปตฺติสารํ ปุถุชฺชนกลฺยาณกํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. เอวรูเปน โข, สาริปุตฺต, ภิกฺขุนา โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ, สาริปุตฺต, เอวรูเปน ภิกฺขุนา นิปฺปริยาเยเนว โคสิงฺคสาลวนํ โสเภยฺยาติ ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาโคสิงฺคสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. มหาโคปาลกสุตฺตวณฺณนา

๓๔๖. เอวํ เม สุตนฺติ มหาโคปาลกสุตฺตํ. ตตฺถ ติสฺโส กถา เอกนาฬิกา, จตุรสฺสา, นิสินฺนวตฺติกาติ. ตตฺถ ปาฬึ วตฺวา เอเกกปทสฺส อตฺถกถนํ เอกนาฬิกา นาม. อปณฺฑิตํ โคปาลกํ ทสฺเสตฺวา, อปณฺฑิตํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตฺวา, ปณฺฑิตํ โคปาลกํ ทสฺเสตฺวา, ปณฺฑิตํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตฺวาติ จตุกฺกํ พนฺธิตฺวา กถนํ จตุรสฺสา นาม. อปณฺฑิตํ โคปาลกํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนํ, อปณฺฑิตํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนํ, ปณฺฑิตํ โคปาลกํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนํ, ปณฺฑิตํ ภิกฺขุํ ทสฺเสตฺวา ปริโยสานคมนนฺติ อยํ นิสินฺนวตฺติกา นาม. อยํ อิธ สพฺพาจริยานํ อาจิณฺณา.

เอกาทสหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหีติ เอกาทสหิ อคุณโกฏฺฐาเสหิ. โคคณนฺติ โคมณฺฑลํ. ปริหริตุนฺติ ปริคฺคเหตฺวา วิจริตุํ. ผาตึ กาตุนฺติ วฑฺฒึ อาปาเทตุํ. อิธาติ อิมสฺมึ โลเก. น รูปญฺญู โหตีติ คณนโต วา วณฺณโต วา รูปํ น ชานาติ. คณนโต น ชานาติ นาม อตฺตโน คุนฺนํ สตํ วา สหสฺสํ วาติ สงฺขฺยํ น ชานาติ. โส คาวีสุ หฏาสุ วา ปลาตาสุ วา โคคณํ คเณตฺวา, อชฺช เอตฺติกา น ทิสฺสนฺตีติ เทฺว ตีณิ คามนฺตรานิ วา อฏวึ วา วิจรนฺโต น ปริเยสติ, อญฺเญสํ คาวีสุ อตฺตโน โคคณํ ปวิฏฺฐาสุปิ โคคณํ คเณตฺวา, ‘‘อิมา เอตฺติกา คาโว น อมฺหาก’’นฺติ ยฏฺฐิยา โปเถตฺวา น นีหรติ, ตสฺส นฏฺฐา คาวิโย นฏฺฐาว โหนฺติ. ปรคาวิโย คเหตฺวา วิจรนฺตํ โคสามิกา ทิสฺวา, ‘‘อยํ เอตฺตกํ กาลํ อมฺหากํ เธนุํ คณฺหาตี’’ติ ตชฺเชตฺวา อตฺตโน คาวิโย คเหตฺวา คจฺฉนฺติ. ตสฺส โคคโณปิ ปริหายติ, ปญฺจโครสปริโภคโตปิ ปริพาหิโร โหติ. วณฺณโต น ชานาติ นาม – ‘‘เอตฺติกา คาโว เสตา, เอตฺติกา รตฺตา, เอตฺติกา กาฬา, เอตฺติกา กพรา เอตฺติกา นีลา’’ติ น ชานาติ, โส คาวีสุ หฏาสุ วา…เป… ปญฺจโครสปริโภคโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

น ลกฺขณกุสโล โหตีติ คาวีนํ สรีเร กตํ ธนุสตฺติสูลาทิเภทํ ลกฺขณํ น ชานาติ, โส คาวีสุ หฏาสุ วา ปลาตาสุ วา อชฺช อสุกลกฺขณา จ อสุกลกฺขณา จ คาโว น ทิสฺสนฺติ…เป… ปญฺจโครสปริโภคโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

น อาสาฏิกํ หาเรตาติ คุนฺนํ ขาณุกณฺฏกาทีหิ ปหฏฏฺฐาเนสุ วโณ โหติ. ตตฺถ นีลมกฺขิกา อณฺฑกานิ ปาเตนฺติ, เตสํ อาสาฏิกาติ นาม. ตานิ ทณฺเฑน อปเนตฺวา เภสชฺชํ ทาตพฺพํ โหติ. พาโล โคปาลโก ตถา น กโรติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘น อาสาฏิกํ หาเรตา โหตี’’ติ. ตสฺส คุนฺนํ วณา วฑฺฒนฺติ, คมฺภีรา โหนฺติ, ปาณกา กุจฺฉึ ปวิสนฺติ, คาโว เคลญฺญาภิภูตา เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ, น ปานียํ ปาตุํ สกฺโกนฺติ. ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ, โคณานํ ชโว หายติ, อุภเยสํ ชีวิตนฺตราโย โหติ. เอวมสฺส โคคโณปิ ปริหายติ, ปญฺจโครสโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

น วณํ ปฏิจฺฉาเทตา โหตีติ คุนฺนํ วุตฺตนเยเนว สญฺชาโต วโณ เภสชฺชํ ทตฺวา วาเกน วา จีรเกน วา พนฺธิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตพฺโพ โหติ. พาโล โคปาลโก ตถา น กโรติ, อถสฺส คุนฺนํ วเณหิ ยูสา ปคฺฆรนฺติ, ตา อญฺญมญฺญํ นิฆํเสนฺติ, เตน อญฺเญสมฺปิ วณา ชายนฺติ. เอวํ คาโว เคลญฺญาภิภูตา เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น ธูมํ กตฺตา โหตีติ อนฺโตวสฺเส ฑํสมกสาทีนํ อุสฺสนฺนกาเล โคคเณ วชํ ปวิฏฺเฐ ตตฺถ ตตฺถ ธูโม กาตพฺโพ โหติ, อปณฺฑิโต โคปาลโก ตํ น กโรติ. โคคโณ สพฺพรตฺตึ ฑํสาทีหิ อุปทฺทุโต นิทฺทํ อลภิตฺวา ปุนทิวเส อรญฺเญ ตตฺถ ตตฺถ รุกฺขมูลาทีสุ นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายติ, เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ…เป… ปญฺจโครสปริโภคโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

น ติตฺถํ ชานาตีติ ติตฺถํ สมนฺติ วา วิสมนฺติ วา สคาหนฺติ วา นิคฺคาหนฺติ วา น ชานาติ, โส อติตฺเถน คาวิโย โอตาเรติ. ตาสํ วิสมติตฺเถ ปาสาณาทีนิ อกฺกมนฺตีนํ ปาทา ภิชฺชนฺติ, สคาหํ คมฺภีรํ ติตฺถํ โอติณฺณา กุมฺภีลาทโย คาหา คณฺหนฺติ. อชฺช เอตฺติกา คาโว นฏฺฐา, อชฺช เอตฺติกาติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. เอวมสฺส โคคโณปิ ปริหายติ, ปญฺจโครสโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

น ปีตํ ชานาตีติ ปีตมฺปิ อปีตมฺปิ น ชานาติ. โคปาลเกน หิ ‘‘อิมาย คาวิยา ปีตํ, อิมาย น ปีตํ, อิมาย ปานียติตฺเถ โอกาโส ลทฺโธ, อิมาย น ลทฺโธ’’ติ เอวํ ปีตาปีตํ ชานิตพฺพํ โหติ. อยํ ปน ทิวสภาคํ อรญฺเญ โคคณํ รกฺขิตฺวา ปานียํ ปาเยสฺสามีติ นทึ วา ตฬากํ วา คเหตฺวา คจฺฉติ. ตตฺถ มหาอุสภา จ อนุอุสภา จ พลวคาวิโย จ ทุพฺพลานิ เจว มหลฺลกานิ จ โครูปานิ สิงฺเคหิ วา ผาสุกาหิ วา ปหริตฺวา อตฺตโน โอกาสํ กตฺวา อูรุปฺปมาณํ อุทกํ ปวิสิตฺวา ยถากามํ ปิวนฺติ. อวเสสา โอกาสํ อลภมานา ตีเร ฐตฺวา กลลมิสฺสกํ อุทกํ ปิวนฺติ, อปีตา เอว วา โหนฺติ. อถ เน โคปาลโก ปิฏฺฐิยํ ปหริตฺวา ปุน อรญฺญํ ปเวเสติ, ตตฺถ อปีตคาวิโย ปิปาสาย สุกฺขมานา ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ น สกฺโกนฺติ, ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ, โคณานํ ชโว หายติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น วีถึ ชานาตีติ ‘‘อยํ มคฺโค สโม เขโม, อยํ วิสโม สาสงฺโก สปฺปฏิภโย’’ติ น ชานาติ. โส สมํ เขมํ มคฺคํ วชฺเชตฺวา โคคณํ อิตรํ มคฺคํ ปฏิปาเทติ, ตตฺถ คาโว สีหพฺยคฺฆาทีนํ คนฺเธน โจรปริสฺสเยน วา อภิภูตา ภนฺตมิคสปฺปฏิภาคา คีวํ อุกฺขิปิตฺวา ติฏฺฐนฺติ, เนว ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทนฺติ, น ปานียํ ปิวนฺติ, ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น โคจรกุสโล โหตีติ โคปาลเกน หิ โคจรกุสเลน ภวิตพฺพํ, ปญฺจาหิกวาโร วา สตฺตาหิกวาโร วา ชานิตพฺโพ, เอกทิสาย โคคณํ จาเรตฺวา ปุนทิวเส ตตฺถ น จาเรตพฺโพ. มหตา หิ โคคเณน จิณฺณฏฺฐานํ เภริตลํ วิย สุทฺธํ โหติ นิตฺติณํ, อุทกมฺปิ อาลุฬียติ. ตสฺมา ปญฺจเม วา สตฺตเม วา ทิวเส ปุน ตตฺถ จาเรตุํ วฏฺฏติ, เอตฺตเกน หิ ติณมฺปิ ปฏิวิรุหติ, อุทกมฺปิ ปสีทติ. อยํ ปน อิมํ ปญฺจาหิกวารํ วา สตฺตาหิกวารํ วา น ชานาติ, ทิวเส ทิวเส รกฺขิตฏฺฐาเนเยว รกฺขติ. อถสฺส โคคโณ หริตติณํ น ลภติ, สุกฺขติณํ ขาทนฺโต กลลมิสฺสกํ อุทกํ ปิวติ, ตตฺถ คุนฺนํ ขีรํ ฉิชฺชติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

อนวเสสโทหี จ โหตีติ ปณฺฑิตโคปาลเกน ยาว วจฺฉกสฺส มํสโลหิตํ สณฺฐาติ, ตาว เอกํ เทฺว ถเน ฐเปตฺวา สาวเสสโทหินา ภวิตพฺพํ. อยํ วจฺฉกสฺส กิญฺจิ อนวเสเสตฺวา ทุหติ, ขีรปโก วจฺโฉ ขีรปิปาสาย สุกฺขติ, สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺโต กมฺปมาโน มาตุ ปุรโต ปติตฺวา กาลงฺกโรติ. มาตา ปุตฺตกํ ทิสฺวา, ‘‘มยฺหํ ปุตฺตโก อตฺตโน มาตุขีรํ ปาตุมฺปิ น ลภตี’’ติ ปุตฺตโสเกน น ยาวทตฺถํ ติณานิ ขาทิตุํ, น ปานียํ ปาตุํ สกฺโกติ, ถเนสุ ขีรํ ฉิชฺชติ. เอวมสฺส โคคโณปิ ปริหายติ, ปญฺจโครสโตปิ ปริพาหิโร โหติ.

คุนฺนํ ปิตุฏฺฐานํ กโรนฺตีติ โคปิตโร. คาโว ปริณยนฺติ ยถารุจึ คเหตฺวา คจฺฉนฺตีติ โคปริณายกา. น อติเรกปูชายาติ ปณฺฑิโต หิ โคปาลโก เอวรูเป อุสเภ อติเรกปูชาย ปูเชติ, ปณีตํ โคภตฺตํ เทติ, คนฺธปญฺจงฺคุลิเกหิ มณฺเฑติ, มาลํ ปิลนฺเธติ, สิงฺเค สุวณฺณรชตโกสเก จ ธาเรติ, รตฺตึ ทีปํ ชาเลตฺวา เจลวิตานสฺส เหฏฺฐา สยาเปติ. อยํ ปน ตโต เอกสกฺการมฺปิ น กโรติ, อุสภา อติเรกปูชํ อลภมานา โคคณํ น รกฺขนฺติ, ปริสฺสยํ น วาเรนฺติ. เอวมสฺส โคคโณ ปริหายติ, ปญฺจโครสโต ปริพาหิโร โหติ.

๓๔๗. อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน. น รูปญฺญู โหตีติ, ‘‘จตฺตาริ มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’’นฺติ เอวํ วุตฺตรูปํ ทฺวีหากาเรหิ น ชานาติ คณนโต วา สมุฏฺฐานโต วา. คณนโต น ชานาติ นาม, ‘‘จกฺขายตนํ, โสต-ฆาน-ชิวฺหา-กายายตนํ, รูป-สทฺท-คนฺธ-รส-โผฏฺฐพฺพายตนํ, อิตฺถินฺทฺริยํ, ปุริสินฺทฺริยํ, ชีวิตินฺทฺริยํ, กายวิญฺญตฺติ, วจีวิญฺญตฺติ, อากาสธาตุ, อาโปธาตุ, รูปสฺส ลหุตา, มุทุตา, กมฺมญฺญตา, อุปจโย, สนฺตติ, ชรตา, รูปสฺส อนิจฺจตา, กพฬีกาโร อาหาโร’’ติ เอวํ ปาฬิยํ อาคตา ปญฺจวีสติ รูปโกฏฺฐาสาติ น ชานาติ. เสยฺยถาปิ โส โคปาลโก คณนโต คุนฺนํ รูปํ น ชานาติ, ตถูปโม อยํ ภิกฺขุ. โส คณนโต รูปํ อชานนฺโต รูปํ ปริคฺคเหตฺวา อรูปํ ววตฺถเปตฺวา รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา ปจฺจยํ สลฺลกฺเขตฺวา ลกฺขณํ อาโรเปตฺวา กมฺมฏฺฐานํ มตฺถกํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. โส ยถา ตสฺส โคปาลกสฺส โคคโณ น วฑฺฒติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน สีลสมาธิวิปสฺสนามคฺคผลนิพฺพาเนหิ น วฑฺฒติ, ยถา จ โส โคปาลโก ปญฺจหิ โครเสหิ ปริพาหิโร โหติ, เอวํ อเสกฺเขน สีลกฺขนฺเธน, อเสกฺเขน สมาธิ, ปญฺญา, วิมุตฺติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺเธนาติ ปญฺจหิ ธมฺมกฺขนฺเธหิ ปริพาหิโร โหติ.

สมุฏฺฐานโต น ชานาติ นาม, ‘‘เอตฺตกํ รูปํ เอกสมุฏฺฐานํ, เอตฺตกํ ทฺวิสมุฏฺฐานํ, เอตฺตกํ ติสมุฏฺฐานํ, เอตฺตกํ จตุสมุฏฺฐานํ, เอตฺตกํ น กุโตจิสมุฏฺฐาตี’’ติ น ชานาติ. เสยฺยถาปิ โส โคปาลโก วณฺณโต คุนฺนํ รูปํ น ชานาติ, ตถูปโม อยํ ภิกฺขุ. โส สมุฏฺฐานโต รูปํ อชานนฺโต รูปํ ปริคฺคเหตฺวา อรูปํ ววตฺถเปตฺวา…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น ลกฺขณกุสโล โหตีติ กมฺมลกฺขโณ พาโล, กมฺมลกฺขโณ ปณฺฑิโตติ เอวํ วุตฺตํ กุสลากุสลํ กมฺมํ ปณฺฑิตพาลลกฺขณนฺติ น ชานาติ. โส เอวํ อชานนฺโต พาเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิเต น เสวติ, พาเล วชฺเชตฺวา ปณฺฑิเต อเสวนฺโต กปฺปิยากปฺปิยํ กุสลากุสลํ สาวชฺชานวชฺชํ ครุกลหุกํ สเตกิจฺฉอเตกิจฺฉํ การณาการณํ น ชานาติ; ตํ อชานนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ. โส ยถา ตสฺส โคปาลกสฺส โคคโณ น วฑฺฒติ, เอวํ อิมสฺมึ สาสเน ยถาวุตฺเตหิ สีลาทีหิ น วฑฺฒติ, โคปาลโก วิย จ ปญฺจหิ โครเสหิ ปญฺจหิ ธมฺมกฺขนฺเธหิ ปริพาหิโร โหติ.

น อาสาฏิกํ หาเรตา โหตีติ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกนฺติ เอวํ วุตฺเต กามวิตกฺกาทิเก น วิโนเทติ, โส อิมํ อกุสลวิตกฺกํ อาสาฏิกํ อหาเรตฺวา วิตกฺกวสิโก หุตฺวา วิจรนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ, โส ยถา ตสฺส โคปาลกสฺส…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น วณํ ปฏิจฺฉาเทตา โหตีติ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา นิมิตฺตคฺคาหี โหตีติอาทินา นเยน สพฺพารมฺมเณสุ นิมิตฺตํ คณฺหนฺโต ยถา โส โคปาลโก วณํ น ปฏิจฺฉาเทติ, เอวํ สํวรํ น สมฺปาเทติ. โส วิวฏทฺวาโร วิจรนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น ธูมํ กตฺตา โหตีติ โส โคปาลโก ธูมํ วิย ธมฺมเทสนาธูมํ น กโรติ, ธมฺมกถํ วา สรภญฺญํ วา อุปนิสินฺนกถํ วา อนุโมทนํ วา น กโรติ. ตโต นํ มนุสฺสา พหุสฺสุโต คุณวาติ น ชานนฺติ, เต คุณาคุณํ อชานนฺตา จตูหิ ปจฺจเยหิ สงฺคหํ น กโรนฺติ. โส ปจฺจเยหิ กิลมมาโน พุทฺธวจนํ สชฺฌายํ กาตุํ วตฺตปฏิปตฺตึ ปูเรตุํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น ติตฺถํ ชานาตีติ ติตฺถภูเต พหุสฺสุตภิกฺขู น อุปสงฺกมติ, อุปสงฺกมนฺโต, ‘‘อิทํ, ภนฺเต, พฺยญฺชนํ กถํ โรเปตพฺพํ, อิมสฺส ภาสิตสฺส โก อตฺโถ, อิมสฺมึ ฐาเน ปาฬิ กึ วเทติ, อิมสฺมึ ฐาเน อตฺโถ กึ ทีเปตี’’ติ เอวํ น ปริปุจฺฉติ น ปริปญฺหติ, น ชานาเปตีติ อตฺโถ. ตสฺส เต เอวํ อปริปุจฺฉโต อวิวฏญฺเจว น วิวรนฺติ, ภาเชตฺวา น ทสฺเสนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ น อุตฺตานีกโรนฺติ, อปากฏํ น ปากฏํ กโรนฺติ. อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสูติ อเนกวิธาสุ กงฺขาสุ เอกํ กงฺขมฺปิ น ปฏิวิโนเทนฺติ. กงฺขา เอว หิ กงฺขาฐานิยา ธมฺมา นาม. ตตฺถ เอกํ กงฺขมฺปิ น นีหรนฺตีติ อตฺโถ. โส เอวํ พหุสฺสุตติตฺถํ อนุปสงฺกมิตฺวา สกงฺโข กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ. ยถา จ โส โคปาลโก ติตฺถํ น ชานาติ, เอวํ อยมฺปิ ภิกฺขุ ธมฺมติตฺถํ น ชานาติ, อชานนฺโต อวิสเย ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อภิธมฺมิกํ อุปสงฺกมิตฺวา กปฺปิยากปฺปิยํ ปุจฺฉติ, วินยธรํ อุปสงฺกมิตฺวา รูปารูปปริจฺเฉทํ ปุจฺฉติ. เต อวิสเย ปุฏฺฐา กเถตุํ น สกฺโกนฺติ, โส อตฺตนา สกงฺโข กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น ปีตํ ชานาตีติ ยถา โส โคปาลโก ปีตาปีตํ น ชานาติ, เอวํ ธมฺมูปสญฺหิตํ ปาโมชฺชํ น ชานาติ น ลภติ, สวนมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุํ นิสฺสาย อานิสํสํ น วินฺทติ, ธมฺมสฺสวนคฺคํ คนฺตฺวา สกฺกจฺจํ น สุณาติ, นิสินฺโน นิทฺทายติ, กถํ กเถติ, อญฺญวิหิตโก โหติ, โส สกฺกจฺจํ ธมฺมํ อสุณนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น วีถึ ชานาตีติ โส โคปาลโก มคฺคามคฺคํ วิย, – ‘‘อยํ โลกิโย อยํ โลกุตฺตโร’’ติ อริยํ อฏฺฐงฺคิกํ มคฺคํ ยถาภูตํ น ปชานาติ. อชานนฺโต โลกิยมคฺเค อภินิวิสิตฺวา โลกุตฺตรํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

น โคจรกุสโล โหตีติ โส โคปาลโก ปญฺจาหิกวาเร สตฺตาหิกวาเร วิย จตฺตาโร สติปฏฺฐาเน, ‘‘อิเม โลกิยา อิเม โลกุตฺตรา’’ติ ยถาภูตํ น ปชานาติ. อชานนฺโต สุขุมฏฺฐาเนสุ อตฺตโน ญาณํ จราเปตฺวา โลกิยสติปฏฺฐาเน อภินิวิสิตฺวา โลกุตฺตรํ นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

อนวเสสโทหี จ โหตีติ ปฏิคฺคหเณ มตฺตํ อชานนฺโต อนวเสสํ ทุหติ. นิทฺเทสวาเร ปนสฺส อภิหฏฺฐุํ ปวาเรนฺตีติ อภิหริตฺวา ปวาเรนฺติ. เอตฺถ เทฺว อภิหารา วาจาภิหาโร จ ปจฺจยาภิหาโร จ. วาจาภิหาโร นาม มนุสฺสา ภิกฺขุสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘วเทยฺยาถ, ภนฺเต, เยนตฺโถ’’ติ ปวาเรนฺติ. ปจฺจยาภิหาโร นาม วตฺถาทีนิ วา เตลผาณิตาทีนิ วา คเหตฺวา ภิกฺขุสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต, ยาวตเกน อตฺโถ’’ติ วทนฺติ. ตตฺร ภิกฺขุ มตฺตํ น ชานาตีติ ภิกฺขุ เตสุ ปจฺจเยสุ ปมาณํ น ชานาติ, – ‘‘ทายกสฺส วโส เวทิตพฺโพ, เทยฺยธมฺมสฺส วโส เวทิตพฺโพ, อตฺตโน ถาโม เวทิตพฺโพ’’ติ รถวินีเต วุตฺตนเยน ปมาณยุตฺตํ อคฺคเหตฺวา ยํ อาหรนฺติ, ตํ สพฺพํ คณฺหาตีติ อตฺโถ. มนุสฺสา วิปฺปฏิสาริโน น ปุน อภิหริตฺวา ปวาเรนฺติ. โส ปจฺจเยหิ กิลมนฺโต กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ…เป… ปริพาหิโร โหติ.

เต น อติเรกปูชาย ปูเชตา โหตีติ โส โคปาลโก มหาอุสเภ วิย เต เถเร ภิกฺขู อิมาย อาวิ เจว รโห จ เมตฺตาย กายกมฺมาทิกาย อติเรกปูชาย น ปูเชติ. ตโต เถรา, – ‘‘อิเม อเมฺหสุ ครุจิตฺตีการํ น กโรนฺตี’’ติ นวเก ภิกฺขู ทฺวีหิ สงฺคเหหิ น สงฺคณฺหนฺติ, น อามิสสงฺคเหน จีวเรน วา ปตฺเตน วา ปตฺตปริยาปนฺเนน วา วสนฏฺฐาเนน วา. กิลมนฺเต มิลายนฺเตปิ นปฺปฏิชคฺคนฺติ. ปาฬึ วา อฏฺฐกถํ วา ธมฺมกถาพนฺธํ วา คุยฺหคนฺถํ วา น สิกฺขาเปนฺติ. นวกา เถรานํ สนฺติกา สพฺพโส อิเม เทฺว สงฺคเห อลภมานา อิมสฺมึ สาสเน ปติฏฺฐาตุํ น สกฺโกนฺติ. ยถา ตสฺส โคปาลกสฺส โคคโณ น วฑฺฒติ, เอวํ สีลาทีนิ น วฑฺฒนฺติ. ยถา จ โส โคปาลโก ปญฺจหิ โครเสหิ ปริพาหิโร โหติ, เอวํ ปญฺจหิ ธมฺมกฺขนฺเธหิ ปริพาหิรา โหนฺติ. สุกฺกปกฺโข กณฺหปกฺเข วุตฺตวิปลฺลาสวเสน โยเชตฺวา เวทิตพฺโพติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาโคปาลกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. จูฬโคปาลกสุตฺตวณฺณนา

๓๕๐. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬโคปาลกสุตฺตํ. ตตฺถ อุกฺกเจลายนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตสฺมึ กิร มาปิยมาเน รตฺตึ คงฺคาโสตโต มจฺโฉ ถลํ ปตฺโต. มนุสฺสา เจลานิ เตลปาติยํ เตเมตฺวา อุกฺกา กตฺวา มจฺฉํ คณฺหึสุ. นคเร นิฏฺฐิเต ตสฺส นามํ กโรนฺเต อเมฺหหิ นครฏฺฐานสฺส คหิตทิวเส เจลุกฺกาหิ มจฺโฉ คหิโตติ อุกฺกเจลา-เตฺววสฺส นามํ อกํสุ. ภิกฺขู อามนฺเตสีติ ยสฺมึ ฐาเน นิสินฺนสฺส สพฺพา คงฺคา ปากฏา หุตฺวา ปญฺญายติ, ตาทิเส วาลิกุสฺสเท คงฺคาติตฺเถ สายนฺหสมเย มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต นิสีทิตฺวา มหาคงฺคํ ปริปุณฺณํ สนฺทมานํ โอโลเกนฺโต, – ‘‘อตฺถิ นุ โข อิมํ คงฺคํ นิสฺสาย โกจิ ปุพฺเพ วฑฺฒิปริหานึ ปตฺโต’’ติ อาวชฺชิตฺวา, ปุพฺเพ เอกํ พาลโคปาลกํ นิสฺสาย อเนกสตสหสฺสา โคคณา อิมิสฺสา คงฺคาย อาวฏฺเฏ ปติตฺวา สมุทฺทเมว ปวิฏฺฐา, อปรํ ปน ปณฺฑิตโคปาลกํ นิสฺสาย อเนกสตสหสฺสโคคณสฺส โสตฺถิ ชาตา วฑฺฒิ ชาตา อาโรคฺยํ ชาตนฺติ อทฺทส. ทิสฺวา อิมํ การณํ นิสฺสาย ภิกฺขูนํ ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ.

มาคธโกติ มคธรฏฺฐวาสี. ทุปฺปญฺญชาติโกติ นิปฺปญฺญสภาโว ทนฺโธ มหาชโฬ. อสมเวกฺขิตฺวาติ อสลฺลกฺเขตฺวา อนุปธาเรตฺวา. ปตาเรสีติ ตาเรตุํ อารภิ. อุตฺตรํ ตีรํ สุวิเทหานนฺติ คงฺคาย โอริเม ตีเร มคธรฏฺฐํ, ปาริเม ตีเร วิเทหรฏฺฐํ, คาโว มคธรฏฺฐโต วิเทหรฏฺฐํ เนตฺวา รกฺขิสฺสามีติ อุตฺตรํ ตีรํ ปตาเรสิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘อุตฺตรํ ตีรํ สุวิเทหาน’’นฺติ. อามณฺฑลิกํ กริตฺวาติ มณฺฑลิกํ กตฺวา. อนยพฺยสนํ อาปชฺชึสูติ อวฑฺฒึ วินาสํ ปาปุณึสุ, มหาสมุทฺทเมว ปวิสึสุ. เตน หิ โคปาลเกน คาโว โอตาเรนฺเตน คงฺคาย โอริมตีเร สมติตฺถญฺจ วิสมติตฺถญฺจ โอโลเกตพฺพํ อสฺส, มชฺเฌ คงฺคาย คุนฺนํ วิสฺสมฏฺฐานตฺถํ เทฺว ตีณิ วาลิกตฺถลานิ สลฺลกฺเขตพฺพานิ อสฺสุ. ตถา ปาริมตีเร ตีณิ จตฺตาริ ติตฺถานิ, อิมสฺมา ติตฺถา ภฏฺฐา อิมํ ติตฺถํ คณฺหิสฺสนฺติ, อิมสฺมา ภฏฺฐา อิมนฺติ. อยํ ปน พาลโคปาลโก โอริมตีเร คุนฺนํ โอตรณติตฺถํ สมํ วา วิสมํ วา อโนโลเกตฺวาว มชฺเฌ คงฺคาย คุนฺนํ วิสฺสมฏฺฐานตฺถํ เทฺว ตีณิ วาลิกตฺถลานิปิ อสลฺลกฺเขตฺวาว ปรตีเร จตฺตาริ ปญฺจ อุตฺตรณติตฺถานิ อสมเวกฺขิตฺวาว อติตฺเถเนว คาโว โอตาเรสิ. อถสฺส มหาอุสโภ ชวนสมฺปนฺนตาย เจว ถามสมฺปนฺนตาย จ ติริยํ คงฺคาย โสตํ เฉตฺวา ปาริมํ ตีรํ ปตฺวา ฉินฺนตฏญฺเจว กณฺฏกคุมฺพคหนญฺจ ทิสฺวา, ‘‘ทุพฺพินิวิฏฺฐเมต’’นฺติ ญตฺวา ธุรคฺค-ปติฏฺฐาโนกาสมฺปิ อลภิตฺวา ปฏินิวตฺติ. คาโว มหาอุสโภ นิวตฺโต มยมฺปิ นิวตฺติสฺสามาติ นิวตฺตา. มหโต โคคณสฺส นิวตฺตฏฺฐาเน อุทกํ ฉิชฺชิตฺวา มชฺเฌ คงฺคาย อาวฏฺฏํ อุฏฺฐเปสิ. โคคโณ อาวฏฺฏํ ปวิสิตฺวา สมุทฺทเมว ปตฺโต. เอโกปิ โคโณ อโรโค นาม นาโหสิ. เตนาห – ‘‘ตตฺเถว อนยพฺยสนํ อาปชฺชึสู’’ติ.

อกุสลา อิมสฺส โลกสฺสาติ อิธ โลเก ขนฺธธาตายตเนสุ อกุสลา อเฉกา, ปรโลเกปิ เอเสว นโย. มารเธยฺยํ วุจฺจติ เตภูมกธมฺมา. อมารเธยฺยํ นว โลกุตฺตรธมฺมา. มจฺจุเธยฺยมฺปิ เตภูมกธมฺมาว. อมจฺจุเธยฺยํ นว โลกุตฺตรธมฺมา. ตตฺถ อกุสลา อเฉกา. วจนตฺถโต ปน มารสฺส เธยฺยํ มารเธยฺยํ. เธยฺยนฺติ ฐานํ วตฺถุ นิวาโส โคจโร. มจฺจุเธยฺเยปิ เอเสว นโย. เตสนฺติ เตสํ เอวรูปานํ สมณพฺราหฺมณานํ, อิมินา ฉ สตฺถาโร ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา.

๓๕๑. เอวํ กณฺหปกฺขํ นิฏฺฐเปตฺวา สุกฺกปกฺขํ ทสฺเสนฺโต ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ พลวคาโวติ ทนฺตโคเณ เจว เธนุโย จ. ทมฺมคาโวติ ทเมตพฺพโคเณ เจว อวิชาตคาโว จ. วจฺฉตเรติ วจฺฉภาวํ ตริตฺวา ฐิเต พลววจฺเฉ. วจฺฉเกติ เธนุปเก ตรุณวจฺฉเก. กิสาพลเกติ อปฺปมํสโลหิเต มนฺทถาเม. ตาวเทว ชาตโกติ ตํทิวเส ชาตโก. มาตุโครวเกน วุยฺหมาโนติ มาตา ปุรโต ปุรโต หุํหุนฺติ โครวํ กตฺวา สญฺญํ ททมานา อุเรน อุทกํ ฉินฺทมานา คจฺฉติ, วจฺฉโก ตาย โครวสญฺญาย เธนุยา วา อุเรน ฉินฺโนทเกน คจฺฉมาโน ‘‘มาตุโครวเกน วุยฺหมาโน’’ติ วุจฺจติ.

๓๕๒. มารสฺส โสตํ เฉตฺวาติ อรหตฺตมคฺเคน มารสฺส ตณฺหาโสตํ เฉตฺวา. ปารํ คตาติ มหาอุสภา นทีปารํ วิย สํสารปารํ นิพฺพานํ คตา. ปารํ อคมํสูติ มหาอุสภานํ ปารงฺคตกฺขเณ คงฺคาย โสตสฺส ตโย โกฏฺฐาเส อติกฺกมฺม ฐิตา มหาอุสเภ ปารํ ปตฺเต ทิสฺวา เตสํ คตมคฺคํ ปฏิปชฺชิตฺวา ปารํ อคมํสุ. ปารํ คมิสฺสนฺตีติ จตุมคฺควชฺฌานํ กิเลสานํ ตโย โกฏฺฐาเส เขเปตฺวา ฐิตา อิทานิ อรหตฺตมคฺเคน อวเสสํ ตณฺหาโสตํ เฉตฺวา พลวคาโว วิย นทีปารํ สํสารปารํ นิพฺพานํ คมิสฺสนฺตีติ. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ธมฺมานุสาริโน, สทฺธานุสาริโนติ อิเม เทฺว ปฐมมคฺคสมงฺคิโน.

ชานตาติ สพฺพธมฺเม ชานนฺเตน พุทฺเธน. สุปฺปกาสิโตติ สุกถิโต. วิวฏนฺติ วิวริตํ. อมตทฺวารนฺติ อริยมคฺโค. นิพฺพานปตฺติยาติ ตทตฺถาย วิวฏํ. วินฬีกตนฺติ วิคตมานนฬํ กตํ. เขมํ ปตฺเถถาติ กตฺตุกมฺยตาฉนฺเทน อรหตฺตํ ปตฺเถถ, กตฺตุกามา นิพฺพตฺเตตุกามา โหถาติ อตฺโถ. ‘‘ปตฺต’ตฺถา’’ติปิ ปาโฐ. เอวรูปํ สตฺถารํ ลภิตฺวา ตุเมฺห ปตฺตาเยว นามาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว. ภควา ปน ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

จูฬโคปาลกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๕. จูฬสจฺจกสุตฺตวณฺณนา

๓๕๓. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬสจฺจกสุตฺตํ. ตตฺถ มหาวเน กูฏาคารสาลายนฺติ มหาวนํ นาม สยํชาตํ อโรปิมํ สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนํ. กปิลวตฺถุสามนฺตา ปน มหาวนํ หิมวนฺเตน สห เอกาพทฺธํ อปริจฺเฉทํ หุตฺวา มหาสมุทฺทํ อาหจฺจ ฐิตํ. อิทํ ตาทิสํ น โหติ. สปริจฺเฉทํ มหนฺตํ วนนฺติ มหาวนํ. กูฏาคารสาลา ปน มหาวนํ นิสฺสาย กเต อาราเม กูฏาคารํ อนฺโตกตฺวา หํสวฏฺฏกจฺฉนฺเนน กตา สพฺพาการสมฺปนฺนา พุทฺธสฺส ภควโต คนฺธกุฏิ เวทิตพฺพา.

สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโตติ ปุพฺเพ กิร เอโก นิคณฺโฐ จ นิคณฺฐี จ ปญฺจ ปญฺจ วาทสตานิ อุคฺคเหตฺวา, วาทํ อาโรเปสฺสามาติ ชมฺพุทีเป วิจรนฺตา เวสาลิยํ สมาคตา. ลิจฺฉวิราชาโน ทิสฺวา, – ‘‘ตฺวํ โก, ตฺวํ กา’’ติ ปุจฺฉึสุ. นิคณฺโฐ – ‘‘อหํ วาทํ อาโรเปสฺสามีติ ชมฺพุทีเป วิจรามี’’ติ อาห. นิคณฺฐีปิ ตถา อาห. ลิจฺฉวิโน, ‘‘อิเธว อญฺญมญฺญํ วาทํ อาโรเปถา’’ติ อาหํสุ. นิคณฺฐี อตฺตนา อุคฺคหิตานิ ปญฺจวาทสตานิ ปุจฺฉิ, นิคณฺโฐ กเถสิ. นิคณฺเฐน ปุจฺฉิเตปิ นิคณฺฐี กเถสิเยว. เอกสฺสปิ น ชโย, น ปราชโย, อุโภ สมสมาว อเหสุํ. ลิจฺฉวิโน, – ‘‘ตุเมฺห อุโภปิ สมสมา อาหิณฺฑิตฺวา กึ กริสฺสถ, อิเธว วสถา’’ติ เคหํ ทตฺวา พลึ ปฏฺฐเปสุํ. เตสํ สํวาสมนฺวาย จตสฺโส ธีตโร ชาตา, – เอกา สจฺจา นาม, เอกา โลลา นาม, เอกา ปฏาจารา นาม, เอกา อาจารวตี นาม. ตาปิ ปณฺฑิตาว อเหสุํ, มาตาปิตูหิ อุคฺคหิตานิ ปญฺจ ปญฺจ วาทสตานิ อุคฺคเหสุํ. ตา วยปตฺตา มาตาปิตโร อโวจุํ – ‘‘อมฺหากํ อมฺมา กุเล ทาริกา นาม หิรญฺญสุวณฺณาทีนิ ทตฺวา กุลฆรํ เปสิตปุพฺพา นาม นตฺถิ. โย ปน อคาริโก ตาสํ วาทํ มทฺทิตุํ สกฺโกติ, ตสฺส ปาทปริจาริกา โหนฺติ. โย ปพฺพชิโต ตาสํ มทฺทิตุํ สกฺโกติ, ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชนฺติ. ตุเมฺห กึ กริสฺสถา’’ติ? มยมฺปิ เอวเมว กริสฺสามาติ. จตสฺโสปิ ปริพฺพาชิกเวสํ คเหตฺวา, ‘‘อยํ ชมฺพุทีโป นาม ชมฺพุยา ปญฺญายตี’’ติ ชมฺพุสาขํ คเหตฺวา จาริกํ ปกฺกมึสุ. ยํ คามํ ปาปุณนฺติ, ตสฺส ทฺวาเร ปํสุปุญฺเช วา วาลิกปุญฺเช วา ชมฺพุธชํ ฐเปตฺวา, – ‘‘โย วาทํ อาโรเปตุํ สกฺโกติ, โส อิมํ มทฺทตู’’ติ วตฺวา คามํ ปวิสนฺติ. เอวํ คาเมน คามํ วิจรนฺติโย สาวตฺถึ ปาปุณิตฺวา ตเถว คามทฺวาเร ชมฺพุธชํ ฐเปตฺวา สมฺปตฺตมนุสฺสานํ อาโรเจตฺวา อนฺโตนครํ ปวิฏฺฐา.

เตน สมเยน ภควา สาวตฺถึ นิสฺสาย เชตวเน วิหรติ. อถายสฺมา สาริปุตฺโต คิลาเน ปุจฺฉนฺโต อชคฺคิตฏฺฐานํ ชคฺคนฺโต อตฺตโน กิจฺจมหนฺตตาย อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ทิวาตรํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต คามทฺวาเร ชมฺพุธชํ ทิสฺวา, – ‘‘กิมิท’’นฺติ ทารเก ปุจฺฉิ. เต ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. เตน หิ มทฺทถาติ. น สกฺโกม, ภนฺเต, ภายามาติ. ‘‘กุมารา มา ภายถ, ‘เกน อมฺหากํ ชมฺพุธโช มทฺทาปิโต’ติ วุตฺเต, พุทฺธสาวเกน สาริปุตฺตตฺเถเรน มทฺทาปิโต, วาทํ อาโรเปตุกามา เชตวเน เถรสฺส สนฺติกํ คจฺฉถาติ วเทยฺยาถา’’ติ อาห. เต เถรสฺส วจนํ สุตฺวา ชมฺพุธชํ มทฺทิตฺวา ฉฑฺเฑสุํ. เถโร ปิณฺฑาย จริตฺวา วิหารํ คโต. ปริพฺพาชิกาปิ คามโต นิกฺขมิตฺวา, ‘‘อมฺหากํ ธโช เกน มทฺทาปิโต’’ติ ปุจฺฉึสุ. ทารกา ตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ปริพฺพาชิกา ปุน คามํ ปวิสิตฺวา เอเกกํ วีถึ คเหตฺวา, – ‘‘พุทฺธสาวโก กิร สาริปุตฺโต นาม อเมฺหหิ สทฺธึ วาทํ กริสฺสติ, โสตุกามา นิกฺขมถา’’ติ อาโรเจสุํ. มหาชโน นิกฺขมิ, เตน สทฺธึ ปริพฺพาชิกา เชตวนํ อคมึสุ.

เถโร – ‘‘อมฺหากํ วสนฏฺฐาเน มาตุคามสฺส อาคมนํ นาม อผาสุก’’นฺติ วิหารมชฺเฌ นิสีทิ. ปริพฺพาชิกาโย คนฺตฺวา เถรํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ตุเมฺหหิ อมฺหากํ ธโช มทฺทาปิโต’’ติ? อาม, มยา มทฺทาปิโตติ. มยํ ตุเมฺหหิ สทฺธึ วาทํ กริสฺสามาติ. สาธุ กโรถ, กสฺส ปุจฺฉา กสฺส วิสฺสชฺชนํ โหตูติ? ปุจฺฉา นาม อมฺหากํ ปตฺตา, ตุเมฺห ปน มาตุคามา นาม ปฐมํ ปุจฺฉถาติ อาห. ตา จตสฺโสปิ จตูสุ ทิสาสุ ฐตฺวา มาตาปิตูนํ สนฺติเก อุคฺคหิตํ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉึสุ. เถโร ขคฺเคน กุมุทนาฬํ ฉินฺทนฺโต วิย ปุจฺฉิตํ ปุจฺฉิตํ นิชฺชฏํ นิคฺคณฺฐึ กตฺวา กเถสิ, กเถตฺวา ปุน ปุจฺฉถาติ อาห. เอตฺตกเมว, ภนฺเต, มยํ ชานามาติ. เถโร อาห – ‘‘ตุเมฺหหิ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉิตํ มยา กถิตํ, อหํ ปน เอกํ เยว ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, ตํ ตุเมฺห กเถถา’’ติ. ตา เถรสฺส วิสยํ ทิสฺวา, ‘‘ปุจฺฉถ, ภนฺเต, พฺยากริสฺสามา’’ติ วตฺตุํ นาสกฺขึสุ. ‘‘วท, ภนฺเต, ชานมานา พฺยากริสฺสามา’’ติ ปุน อาหํสุ.

เถโร อยํ ปน กุลปุตฺเต ปพฺพาเชตฺวา ปฐมํ สิกฺขาเปตพฺพปโญฺหติ วตฺวา, – ‘‘เอกํ นาม กิ’’นฺติ ปุจฺฉิ. ตา เนว อนฺตํ, น โกฏึ อทฺทสํสุ. เถโร กเถถาติ อาห. น ปสฺสาม, ภนฺเตติ. ตุเมฺหหิ วาทสหสฺสํ ปุจฺฉิตํ มยา กถิตํ, มยฺหํ ตุเมฺห เอกํ ปญฺหมฺปิ กเถตุํ น สกฺโกถ, เอวํ สนฺเต กสฺส ชโย กสฺส ปราชโยติ? ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ชโย, อมฺหากํ ปราชโยติ. อิทานิ กึ กริสฺสถาติ? ตา มาตาปิตูหิ วุตฺตวจนํ อาโรเจตฺวา, ‘‘ตุมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิสฺสามา’’ติ อาหํสุ. ตุเมฺห มาตุคามา นาม อมฺหากํ สนฺติเก ปพฺพชิตุํ น วฏฺฏติ, อมฺหากํ ปน สาสนํ คเหตฺวา ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา ปพฺพชถาติ. ตา สาธูติ เถรสฺส สาสนํ คเหตฺวา ภิกฺขุนิสงฺฆสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชึสุ. ปพฺพชิตา จ ปน อปฺปมตฺตา อาตาปินิโย หุตฺวา นจิรสฺเสว อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.

อยํ สจฺจโก ตาสํ จตุนฺนมฺปิ กนิฏฺฐภาติโก. ตาหิ จตูหิปิ อุตฺตริตรปญฺโญ, มาตาปิตูนมฺปิ สนฺติกา วาทสหสฺสํ, ตโต พหุตรญฺจ พาหิรสมยํ อุคฺคเหตฺวา กตฺถจิ อคนฺตฺวา ราชทารเก สิปฺปํ สิกฺขาเปนฺโต ตตฺเถว เวสาลิยํ วสติ, ปญฺญาย อติปูริตตฺตา กุจฺฉิ เม ภิชฺเชยฺยาติ ภีโต อยปฏฺเฏน กุจฺฉึ ปริกฺขิปิตฺวา จรติ, อิมํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต’’ติ.

ภสฺสปฺปวาทโกติ ภสฺสํ วุจฺจติ กถามคฺโค, ตํ ปวทติ กเถตีติ ภสฺสปฺปวาทโก. ปณฺฑิตวาโทติ อหํ ปณฺฑิโตติ เอวํ วาโท. สาธุสมฺมโต พหุชนสฺสาติ ยํ ยํ นกฺขตฺตจาเรน อาทิสติ, ตํ ตํ เยภุยฺเยน ตเถว โหติ, ตสฺมา อยํ สาธุลทฺธิโก ภทฺทโกติ เอวํ สมฺมโต มหาชนสฺส. วาเทน วาทํ สมารทฺโธติ กถามคฺเคน โทสํ อาโรปิโต. อายสฺมา อสฺสชีติ สาริปุตฺตตฺเถรสฺส อาจริโย อสฺสชิตฺเถโร. ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมมาโนติ ตโต ตโต ลิจฺฉวิราชเคหโต ตํ ตํ เคหํ คมนตฺถาย อนุจงฺกมมาโน. เยนายสฺมา อสฺสชิ เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมิ? สมยชานนตฺถํ.

เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ ‘สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’ติ อาหิณฺฑามิ, ‘สมยํ ปนสฺส น ชานามี’ติ น อาโรเปสึ. ปรสฺส หิ สมยํ ญตฺวา อาโรปิโต วาโท สฺวาโรปิโต นาม โหติ. อยํ ปน สมณสฺส โคตมสฺส สาวโก ปญฺญายติ อสฺสชิตฺเถโร; โส อตฺตโน สตฺถุ สมเย โกวิโท, เอตาหํ ปุจฺฉิตฺวา กถํ ปติฏฺฐาเปตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ. ตสฺมา อุปสงฺกมิ. วิเนตีติ กถํ วิเนติ, กถํ สิกฺขาเปตีติ ปุจฺฉติ. เถโร ปน ยสฺมา ทุกฺขนฺติ วุตฺเต อุปารมฺภสฺส โอกาโส โหติ, มคฺคผลานิปิ ปริยาเยน ทุกฺขนฺติ อาคตานิ, อยญฺจ ทุกฺขนฺติ วุตฺเต เถรํ ปุจฺเฉยฺย – ‘‘โภ อสฺสชิ, กิมตฺถํ ตุเมฺห ปพฺพชิตา’’ติ. ตโต ‘‘มคฺคผลตฺถายา’’ติ วุตฺเต, – ‘‘นยิทํ, โภ อสฺสชิ, ตุมฺหากํ สาสนํ นาม, มหาอาฆาตนํ นาเมตํ, นิรยุสฺสโท นาเมส, นตฺถิ ตุมฺหากํ สุขาสา, อุฏฺฐายุฏฺฐาย ทุกฺขเมว ชิราเปนฺตา อาหิณฺฑถา’’ติ โทสํ อาโรเปยฺย, ตสฺมา ปรวาทิสฺส ปริยายกถํ กาตุํ น วฏฺฏติ. ยถา เอส อปฺปติฏฺโฐ โหติ, เอวมสฺส นิปฺปริยายกถํ กเถสฺสามีติ จินฺเตตฺวา, ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจ’’นฺติ อิมํ อนิจฺจานตฺตวเสเนว กถํ กเถติ. ทุสฺสุตนฺติ โสตุํ อยุตฺตํ.

๓๕๔. สนฺถาคาเรติ ราชกุลานํ อตฺถานุสาสนสนฺถาคารสาลายํ. เยน เต ลิจฺฉวี เตนุปสงฺกมีติ เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อหํ ปุพฺเพ สมยํ อชานนภาเวน สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ น อาโรเปสึ, อิทานิ ปนสฺส มหาสาวเกน กถิตํ สมยํ ชานามิ, อิเม จ มม อนฺเตวาสิกา ปญฺจสตา ลิจฺฉวี สนฺนิปติตา. เอเตหิ สทฺธึ คนฺตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส วาทํ อาโรเปสฺสามี’’ติ ตสฺมา อุปสงฺกมิ. ญาตญฺญตเรนาติ ญาเตสุ อภิญฺญาเตสุ ปญฺจวคฺคิยตฺเถเรสุ อญฺญตเรน. ปติฏฺฐิตนฺติ ยถา เตน ปติฏฺฐิตํ. สเจ เอวํ ปติฏฺฐิสฺสติ, อถ ปน อญฺญเทว วกฺขติ, ตตฺร มยา กึ สกฺกา กาตุนฺติ อิทาเนว ปิฏฺฐึ ปริวตฺเตนฺโต อาห. อากฑฺเฒยฺยาติ อตฺตโน อภิมุขํ กฑฺเฒยฺย. ปริกฑฺเฒยฺยาติ ปุรโต ปฏิปณาเมยฺย. สมฺปริกฑฺเฒยฺยาติ กาเลน อากฑฺเฒยฺย, กาเลน ปริกฑฺเฒยฺย. โสณฺฑิกากิลญฺชนฺติ สุราฆเร ปิฏฺฐกิลญฺชํ. โสณฺฑิกาธุตฺโตติ สุราธุตฺโต. วาลํ กณฺเณ คเหตฺวาติ สุราปริสฺสาวนตฺถวิกํ โธวิตุกาโม กสฏนิธุนนตฺถํ อุโภสุ กณฺเณสุ คเหตฺวา. โอธุเนยฺยาติ อโธมุขํ กตฺวา ธุเนยฺย. นิทฺธุเนยฺยาติ อุทฺธํมุขํ กตฺวา ธุเนยฺย. นิปฺโผเฏยฺยาติ ปุนปฺปุนํ ปปฺโผเฏยฺย. สาณโธวิกํ นามาติ เอตฺถ มนุสฺสา สาณสาฏกกรณตฺถํ สาณวาเก คเหตฺวา มุฏฺฐึ มุฏฺฐึ พนฺธิตฺวา อุทเก ปกฺขิปนฺติ. เต ตติยทิวเส สุฏฺฐุ กิลินฺนา โหนฺติ. อถ มนุสฺสา อมฺพิลยาคุสุราทีนิ อาทาย ตตฺถ คนฺตฺวา สาณมุฏฺฐึ คเหตฺวา, ทกฺขิณโต วามโต สมฺมุขา จาติ ตีสุ ผลเกสุ สกึ ทกฺขิณผลเก, สกึ วามผลเก, สกึ สมฺมุขผลเก ปหรนฺตา อมฺพิลยาคุสุราทีนิ ภุญฺชนฺตา ปิวนฺตา ขาทนฺตา โธวนฺติ. มหนฺตา กีฬา โหติ. รญฺโญ นาโค ตํ กีฬํ ทิสฺวา คมฺภีรํ อุทกํ อนุปวิสิตฺวา โสณฺฑาย อุทกํ คเหตฺวา สกึ กุมฺเภ สกึ ปิฏฺฐิยํ สกึ อุโภสุ ปสฺเสสุ สกึ อนฺตรสตฺถิยํ ปกฺขิปนฺโต กีฬิตฺถ. ตทุปาทาย ตํ กีฬิตชาตํ สาณโธวิกํ นาม วุจฺจติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘สาณโธวิกํ นาม กีฬิตชาตํ กีฬตี’’ติ. กึ โส ภวมาโน สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต, โย ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสตีติ โย สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสติ, โส กึ ภวมาโน กึ ยกฺโข ภวมาโน อุทาหุ อินฺโท, อุทาหุ พฺรหฺมา ภวมาโน ภควโต วาทํ อาโรเปสฺสติ? น หิ สกฺกา ปกติมนุสฺเสน ภควโต วาทํ อาโรเปตุนฺติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย.

๓๕๕. เตน โข ปน สมเยนาติ ยสฺมึ สมเย สจฺจโก อารามํ ปาวิสิ, ตสฺมึ. กิสฺมึ ปน สมเย ปาวิสีติ? มหามชฺฌนฺหิกสมเย. กสฺมา ปน ตสฺมึ สมเย จงฺกมนฺตีติ? ปณีตโภชนปจฺจยสฺส ถินมิทฺธสฺส วิโนทนตฺถํ. ทิวาปธานิกา วา เต. ตาทิสานญฺหิ ปจฺฉาภตฺตํ จงฺกมิตฺวา นฺหตฺวา สรีรํ อุตุํ คณฺหาเปตฺวา นิสชฺช สมณธมฺมํ กโรนฺตานํ จิตฺตํ เอกคฺคํ โหติ. เยน เต ภิกฺขูติ โส กิร กุหึ สมโณ โคตโมติ ปริเวณโต ปริเวณํ คนฺตฺวา ปุจฺฉิตฺวา ปวิสิสฺสามีติ วิโลเกนฺโต อรญฺเญ หตฺถี วิย จงฺกเม จงฺกมมาเน ปํสุกูลิกภิกฺขู ทิสฺวา เตสํ สนฺติกํ อคมาสิ. ตํ สนฺธาย, ‘‘เยน เต ภิกฺขู’’ติอาทิ วุตฺตํ. กหํ นุ โข, โภติ กตรสฺมึ อาวาเส วา มณฺฑเป วาติ อตฺโถ. เอส, อคฺคิเวสฺสน, ภควาติ ตทา กิร ภควา ปจฺจูสกาเล มหากรุณา สมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา ทสสหสฺสจกฺกวาเฬ สพฺพญฺญุตญฺญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา โพธเนยฺยสตฺตํ โอโลเกนฺโต อทฺทส – ‘‘เสฺว สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต มหตึ ลิจฺฉวิปริสํ คเหตฺวา มม วาทํ อาโรเปตุกาโม อาคมิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ปาโตว สรีรปฏิชคฺคนํ กตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร เวสาลิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต มหาปริสาย นิสีทิตุํ สุขฏฺฐาเน นิสีทิสฺสามีติ คนฺธกุฏึ อปวิสิตฺวา มหาวเน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ทิวาวิหารํ นิสีทิ. เต ภิกฺขู ภควโต วตฺตํ ทสฺเสตฺวา อาคตา, สจฺจเกน ปุฏฺฐา ทูเร นิสินฺนํ ภควนฺตํ ทสฺเสนฺตา, ‘‘เอส อคฺคิเวสฺสน ภควา’’ติ อาหํสุ.

มหติยา ลิจฺฉวิปริสาย สทฺธินฺติ เหฏฺฐา ปญฺจมตฺเตหิ ลิจฺฉวิสเตหิ ปริวุโตติ วุตฺตํ. เต เอตสฺส อนฺเตวาสิกาเยว, อนฺโตเวสาลิยํ ปน สจฺจโก ปญฺจมตฺตานิ ลิจฺฉวิราชสตานิ คเหตฺวา, ‘‘วาทตฺถิโก ภควนฺตํ อุปสงฺกมนฺโต’’ติ สุตฺวา ทฺวินฺนํ ปณฺฑิตานํ กถาสลฺลาปํ โสสฺสามาติ เยภุยฺเยน มนุสฺสา นิกฺขนฺตา, เอวํ สา ปริสา มหตี อปริจฺฉินฺนคณนา อโหสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. อญฺชลึ ปณาเมตฺวาติ เอเต อุภโตปกฺขิกา, เต เอวํ จินฺเตสุํ – ‘‘สเจ โน มิจฺฉาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ, ‘กสฺมา ตุเมฺห สมณํ โคตมํ วนฺทิตฺถา’ติ, เตสํ, ‘กึ อญฺชลิมตฺตกรเณนปิ วนฺทิตํ โหตี’ติ วกฺขาม. สเจ โน สมฺมาทิฏฺฐิกา โจเทสฺสนฺติ, ‘กสฺมา ภควนฺตํ น วนฺทิตฺถา’ติ, ‘กึ สีเสน ภูมึ ปหรนฺเตเนว วนฺทิตํ โหติ, นนุ อญฺชลิกมฺมมฺปิ วนฺทนา เอวา’ติ วกฺขามา’’ติ. นาม โคตฺตนฺติ, โภ โคตม, อหํ อสุกสฺส ปุตฺโต ทตฺโต นาม มิตฺโต นาม อิธ อาคโตติ วทนฺตา นามํ สาเวนฺติ นาม. โภ โคตม, อหํ วาสิฏฺโฐ นาม กจฺจาโน นาม อิธ อาคโตติ วทนฺตา โคตฺตํ สาเวนฺติ นาม. เอเต กิร ทลิทฺทา ชิณฺณกุลปุตฺตา ปริสมชฺเฌ นามโคตฺตวเสน ปากฏา ภวิสฺสามาติ เอวํ อกํสุ. เย ปน ตุณฺหีภูตา นิสีทึสุ, เต เกราฏิกา เจว อนฺธพาลา จ. ตตฺถ เกราฏิกา, ‘‘เอกํ เทฺว กถาสลฺลาเป กโรนฺโต วิสฺสาสิโก โหติ, อถ วิสฺสาเส สติ เอกํ เทฺว ภิกฺขา อทาตุํ น ยุตฺต’’นฺติ ตโต อตฺตานํ โมเจนฺตา ตุณฺหี นิสีทนฺติ. อนฺธพาลา อญฺญาณตาเยว อวกฺขิตฺตมตฺติกาปิณฺโฑ วิย ยตฺถ กตฺถจิ ตุณฺหีภูตา นิสีทนฺติ.

๓๕๖. กิญฺจิเทว เทสนฺติ กญฺจิ โอกาสํ กิญฺจิ การณํ, อถสฺส ภควา ปญฺหปุจฺฉเน อุสฺสาหํ ชเนนฺโต อาห – ปุจฺฉ, อคฺคิเวสฺสน, ยทากงฺขสีติ. ตสฺสตฺโถ – ‘‘ปุจฺฉ ยทิ อากงฺขสิ, น เม ปญฺหวิสฺสชฺชเน ภาโร อตฺถิ’’. อถ วา ‘‘ปุจฺฉ ยํ อากงฺขสิ, สพฺพํ เต วิสฺสชฺเชสฺสามี’’ติ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ อสาธารณํ ปจฺเจกพุทฺธอคฺคสาวมหาสาวเกหิ. เต หิ ยทากงฺขสีติ น วทนฺติ, สุตฺวา เวทิสฺสามาติ วทนฺติ. พุทฺธา ปน ‘‘ปุจฺฉาวุโส, ยทากงฺขสี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๒๓๗) วา, ‘‘ปุจฺฉ, มหาราช, ยทากงฺขสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๒) วา,

‘‘ปุจฺฉ วาสว มํ ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;

ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ อิติ. (ที. นิ. ๒.๓๕๖) วา,

‘‘เตน หิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, สเก อาสเน นิสีทิตฺวา ปุจฺฉ ยทากงฺขสี’’ติ (ม. นิ. ๓.๘๕) วา,

‘‘พาวริสฺส จ ตุยฺหํ วา, สพฺเพสํ สพฺพสํสยํ;

กตาวกาสา ปุจฺฉโวฺห, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉถา’’ติ. (สุ. นิ. ๑๐๓๖) วา,

‘‘ปุจฺฉ มํ สภิย ปญฺหํ, ยํ กิญฺจิ มนสิจฺฉสิ;

ตสฺส ตสฺเสว ปญฺหสฺส, อหํ อนฺตํ กโรมิ เต’’ อิติ. (สุ. นิ. ๕๑๗) วา –

เตสํ เตสํ ยกฺขนรินฺทเทวสมณพฺราหฺมณปริพฺพาชกานํ สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรนฺติ. อนจฺฉริยญฺเจตํ, ยํ ภควา พุทฺธภูมึ ปตฺวา เอตํ ปวารณํ ปวาเรยฺย. โย โพธิสตฺตภูมิยํ ปเทสญาเณปิ ฐิโต

‘‘โกณฺฑญฺญ ปญฺหานิ วิยากโรหิ,

ยาจนฺติ ตํ อิสโย สาธุรูปา;

โกณฺฑญฺญ เอโส มนุเชสุ ธมฺโม,

ยํ วุทฺธมาคจฺฉติ เอส ภาโร’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๐) –

เอวํ สกฺกาทีนํ อตฺถาย อิสีหิ ยาจิโต

‘‘กตาวกาสา ปุจฺฉนฺตุ โภนฺโต,

ยํ กิญฺจิ ปญฺหํ มนสาภิปตฺถิตํ;

อหญฺหิ ตํ ตํ โว วิยากริสฺสํ,

ญตฺวา สยํ โลกมิมํ ปรญฺจา’’ติ. (ชา. ๒.๑๗.๖๑);

เอวํ สรภงฺคกาเล, สมฺภวชาตเก จ สกลชมฺพุทีปํ ติกฺขตฺตุํ วิจริตฺวา ปญฺหานํ อนฺตกรํ อทิสฺวา สุจิรเตน พฺราหฺมเณน ปญฺหํ ปุฏฺโฐ โอกาเส การิเต, ชาติยา สตฺตวสฺโส รถิกายํ ปํสุํ กีฬนฺโต ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อนฺตรวีถิยํ นิสินฺโนว –

‘‘ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ, ยถาปิ กุสโล ตถา;

ราชา จ โข ตํ ชานาติ, ยทิ กาหติ วา น วา’’ติ. (ชา. ๑.๑๖.๑๗๒) –

สพฺพญฺญุปวารณํ ปวาเรสิ.

เอวํ ภควตา สพฺพญฺญุปวารณาย ปวาริตาย อตฺตมโน ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต, ‘‘กถํ ปน, โภ โคตมา’’ติอาทิมาห.

อถสฺส ภควา, ‘‘ปสฺสถ, โภ, อญฺญํ สาวเกน กถิตํ, อญฺญํ สตฺถา กเถติ, นนุ มยา ปฏิกจฺเจว วุตฺตํ, ‘สเจ ตถา ปติฏฺฐิสฺสติ, ยถาสฺส สาวเกน ปติฏฺฐิตํ, เอวาหํ วาทํ อาโรเปสฺสามี’ติ. อยํ ปน อญฺญเมว กเถติ, ตตฺถ กึ มยา สกฺกา กาตุ’’นฺติ เอวํ นิคณฺฐสฺส วจโนกาโส มา โหตูติ เหฏฺฐา อสฺสชิตฺเถเรน กถิตนิยาเมเนว กเถนฺโต, เอวํ โข อหํ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. อุปมา มํ, โภ โคตม, ปฏิภาตีติ, โภ โคตม, มยฺหํ เอกา อุปมา อุปฏฺฐาติ, อาหรามิ ตํ อุปมนฺติ วทติ. ปฏิภาตุ ตํ, อคฺคิเวสฺสนาติ อุปฏฺฐาตุ เต, อคฺคิเวสฺสน, อาหร ตํ อุปมํ วิสตฺโถติ ภควา อโวจ. พลกรณียาติ พาหุพเลน กตฺตพฺพา กสิวาณิชฺชาทิกา กมฺมนฺตา. รูปตฺตายํ ปุริสปุคฺคโลติ รูปํ อตฺตา อสฺสาติ รูปตฺตา, รูปํ อตฺตาติ คเหตฺวา ฐิตปุคฺคลํ ทีเปติ. รูเป ปติฏฺฐายาติ ตสฺมึ อตฺตาติ คหิตรูเป ปติฏฺฐหิตฺวา. ปุญฺญํ วา อปุญฺญํ วา ปสวตีติ กุสลํ วา อกุสลํ วา ปฏิลภติ. เวทนตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย. อิมินา กึ ทีเปติ? อิเม ปญฺจกฺขนฺธา อิเมสํ สตฺตานํ ปถวี วิย ปติฏฺฐา, เต อิเมสุ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ปติฏฺฐาย กุสลากุสลกมฺมํ นาม อายูหนฺติ. ตุเมฺห เอวรูปํ วิชฺชมานเมว อตฺตานํ ปฏิเสเธนฺโต ปญฺจกฺขนฺธา อนตฺตาติ ทีเปถาติ อติวิย สการณํ กตฺวา อุปมํ อาหริ. อิมินา จ นิคณฺเฐน อาหฏโอปมฺมํ นิยตเมว, สพฺพญฺญุพุทฺธโต อญฺโญ ตสฺส กถํ ฉินฺทิตฺวา วาเท โทสํ ทาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ทุวิธา หิ ปุคฺคลา พุทฺธเวเนยฺยา จ สาวกเวเนยฺยา จ. สาวกเวเนยฺเย สาวกาปิ วิเนนฺติ พุทฺธาปิ. พุทฺธเวเนยฺเย ปน สาวกา วิเนตุํ น สกฺโกนฺติ, พุทฺธาว วิเนนฺติ. อยมฺปิ นิคณฺโฐ พุทฺธเวเนยฺโย, ตสฺมา เอตสฺส วาทํ ฉินฺทิตฺวา อญฺโญ โทสํ ทาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. เตนสฺส ภควา สยเมว วาเท โทสทสฺสนตฺถํ นนุ ตฺวํ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห.

อถ นิคณฺโฐ จินฺเตสิ – ‘‘อติวิย สมโณ โคตโม มม วาทํ ปติฏฺฐเปติ, สเจ อุปริ โกจิ โทโส ภวิสฺสติ, มมํ เอกกํเยว นิคฺคณฺหิสฺสติ. หนฺทาหํ อิมํ วาทํ มหาชนสฺสาปิ มตฺถเก ปกฺขิปามี’’ติ, ตสฺมา เอวมาห – อหมฺปิ, โภ โคตม, เอวํ วทามิ รูปํ เม อตฺตา…เป… วิญฺญาณํ เม อตฺตาติ, อยญฺจ มหตี ชนตาติ. ภควา ปน นิคณฺฐโต สตคุเณนปิ สหสฺสคุเณนปิ สตสหสฺสคุเณนปิ วาทีวรตโร, ตสฺมา จินฺเตสิ – ‘‘อยํ นิคณฺโฐ อตฺตานํ โมเจตฺวา มหาชนสฺส มตฺถเก วาทํ ปกฺขิปติ, นาสฺส อตฺตานํ โมเจตุํ ทสฺสามิ, มหาชนโต นิวตฺเตตฺวา เอกกํเยว นํ นิคฺคณฺหิสฺสามี’’ติ. อถ นํ กิญฺหิ เต, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ – นายํ ชนตา มม วาทํ อาโรเปตุํ อาคตา, ตฺวํเยว สกลํ เวสาลึ สํวฏฺฏิตฺวา มม วาทํ อาโรเปตุํ อาคโต, ตสฺมา ตฺวํ สกเมว วาทํ นิเวเฐหิ, มา มหาชนสฺส มตฺถเก ปกฺขิปสีติ. โส ปฏิชานนฺโต อหญฺหิ, โภ โคตมาติอาทิมาห.

๓๕๗. อิติ ภควา นิคณฺฐสฺส วาทํ ปติฏฺฐเปตฺวา, เตน หิ, อคฺคิเวสฺสนาติ ปุจฺฉํ อารภิ. ตตฺถ เตน หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา ตฺวํ ปญฺจกฺขนฺเธ อตฺตโต ปฏิชานาสิ, ตสฺมาติ อตฺโถ. สกสฺมึ วิชิเตติ อตฺตโน รฏฺเฐ. ฆาเตตายํ วา ฆาเตตุนฺติ ฆาตารหํ ฆาเตตพฺพยุตฺตกํ ฆาเตตุํ. ชาเปตายํ วา ชาเปตุนฺติ ธนชานิรหํ ชาเปตพฺพยุตฺตํ ชาเปตุํ ชิณฺณธนํ กาตุํ. ปพฺพาเชตายํ วา ปพฺพาเชตุนฺติ สกรฏฺฐโต ปพฺพาชนารหํ ปพฺพาเชตุํ, นีหริตุํ. วตฺติตุญฺจ อรหตีติ วตฺตติ เจว วตฺติตุญฺจ อรหติ. วตฺติตุํ ยุตฺโตติ ทีเปติ. อิติ นิคณฺโฐ อตฺตโน วาทเภทนตฺถํ อาหฏการณเมว อตฺตโน มารณตฺถาย อาวุธํ ติขิณํ กโรนฺโต วิย วิเสเสตฺวา ทีเปติ, ยถา ตํ พาโล. เอวํ เม รูปํ โหตูติ มม รูปํ เอวํวิธํ โหตุ, ปาสาทิกํ อภิรูปํ อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ สุวณฺณโตรณํ วิย สุสชฺชิตจิตฺตปโฏ วิย จ มนาปทสฺสนนฺติ. เอวํ เม รูปํ มา อโหสีติ มม รูปํ เอวํวิธํ มา โหตุ, ทุพฺพณฺณํ ทุสฺสณฺฐิตํ วลิตปลิตํ ติลกสมากิณฺณนฺติ.

ตุณฺหี อโหสีติ นิคณฺโฐ อิมสฺมึ ฐาเน วิรทฺธภาวํ ญตฺวา, ‘‘สมโณ โคตโม มม วาทํ ภินฺทนตฺถาย การณํ อาหริ, อหํ พาลตาย ตเมว วิเสเสตฺวา ทีเปสึ, อิทานิ นฏฺโฐมฺหิ, สเจ วตฺตตีติ วกฺขามิ, อิเม ราชาโน อุฏฺฐหิตฺวา, ‘อคฺคิเวสฺสน, ตฺวํ มม รูเป วโส วตฺตตีติ วทสิ, ยทิ เต รูเป วโส วตฺตติ, กสฺมา ตฺวํ ยถา อิเม ลิจฺฉวิราชาโน ตาวตึสเทวสทิเสหิ อตฺตภาเวหิ วิโรจนฺติ อภิรูปา ปาสาทิกา, เอวํ น วิโรจสี’ติ. สเจ น วตฺตตีติ วกฺขามิ, สมโณ โคตโม อุฏฺฐหิตฺวา, ‘อคฺคิเวสฺสน, ตฺวํ ปุพฺเพ วตฺตติ เม รูปสฺมึ วโสติ วตฺวา อิทานิ ปฏิกฺขิปสี’ติ วาทํ อาโรเปสฺสติ. อิติ วตฺตตีติ วุตฺเตปิ เอโก โทโส, น วตฺตตีติ วุตฺเตปิ เอโก โทโส’’ติ ตุณฺหี อโหสิ. ทุติยมฺปิ ภควา ปุจฺฉิ, ทุติยมฺปิ ตุณฺหี อโหสิ. ยสฺมา ปน ยาวตติยํ ภควตา ปุจฺฉิเต อพฺยากโรนฺตสฺส สตฺตธา มุทฺธา ผลติ, พุทฺธา จ นาม สตฺตานํเยว อตฺถาย กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมีนํ ปูริตตฺตา สตฺเตสุ พลวอนุทฺทยา โหนฺติ. ตสฺมา ยาวตติยํ อปุจฺฉิตฺวา อถ โข ภควา สจฺจกํ นิคณฺฐปุตฺตํ เอตทโวจ – เอตํ ‘‘พฺยากโรหี ทานี’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

ตตฺถ สหธมฺมิกนฺติ สเหตุกํ สการณํ. วชิรํ ปาณิมฺหิ อสฺสาติ วชิรปาณิ. ยกฺโขติ น โย วา โส วา ยกฺโข, สกฺโก เทวราชาติ เวทิตพฺโพ. อาทิตฺตนฺติ อคฺคิวณฺณํ. สมฺปชฺชลิตนฺติ สุฏฺฐุ ปชฺชลิตํ. สโชติภูตนฺติ สมนฺตโต โชติภูตํ, เอกคฺคิชาลภูตนฺติ อตฺโถ. ฐิโต โหตีติ มหนฺตํ สีสํ, กนฺทลมกุลสทิสา ทาฐา, ภยานกานิ อกฺขินาสาทีนีติ เอวํ วิรูปรูปํ มาเปตฺวา ฐิโต. กสฺมา ปเนส อาคโตติ? ทิฏฺฐิวิสฺสชฺชาปนตฺถํ. อปิจ, ‘‘อหญฺเจว โข ปน ธมฺมํ เทเสยฺยํ, ปเร จ เม น อาชาเนยฺยุ’’นฺติ เอวํ ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกภาวํ อาปนฺเน ภควติ สกฺโก มหาพฺรหฺมุนา สทฺธึ อาคนฺตฺวา, ‘‘ภควา ธมฺมํ เทเสถ, ตุมฺหากํ อาณาย อวตฺตมาเน มยํ วตฺตาเปสฺสาม, ตุมฺหากํ ธมฺมจกฺกํ โหตุ, อมฺหากํ อาณาจกฺก’’นฺติ ปฏิญฺญมกาสิ. ตสฺมา ‘‘อชฺช สจฺจกํ ตาเสตฺวา ปญฺหํ วิสฺสชฺชาเปสฺสามี’’ติ อาคโต.

ภควา เจว ปสฺสติ, สจฺจโก จ นิคณฺฐปุตฺโตติ ยทิ หิ ตํ อญฺเญปิ ปสฺเสยฺยุํ. ตํ การณํ อครุ อสฺส, ‘‘สมโณ โคตโม สจฺจกํ อตฺตโน วาเท อโนตรนฺตํ ญตฺวา ยกฺขํ อาวาเหตฺวา ทสฺเสสิ, ตโต สจฺจโก ภเยน กเถสี’’ติ วเทยฺยุํ. ตสฺมา ภควา เจว ปสฺสติ สจฺจโก จ. ตสฺส ตํ ทิสฺวาว สกลสรีรโต เสทา มุจฺจึสุ, อนฺโตกุจฺฉิ วิปริวตฺตมานา มหารวํ รวิ. โส ‘‘อญฺเญปิ นุ โข ปสฺสนฺตี’’ติ โอโลเกนฺโต กสฺสจิ โลมหํสมตฺตมฺปิ น อทฺทส. ตโต – ‘‘อิทํ ภยํ มเมว อุปฺปนฺนํ. สจาหํ ยกฺโขติ วกฺขามิ, ‘กึ ตุยฺหเมว อกฺขีนิ อตฺถิ, ตฺวเมว ยกฺขํ ปสฺสสิ, ปฐมํ ยกฺขํ อทิสฺวา สมเณน โคตเมน วาทสงฺฆาเฏ ขิตฺโตว ยกฺขํ ปสฺสสี’ติ วเทยฺยุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา – ‘‘น ทานิ เม อิธ อญฺญํ ปฏิสรณํ อตฺถิ, อญฺญตฺร สมณา โคตมา’’ติ มญฺญมาโน, อถ โข สจฺจโก นิคณฺฐปุตฺโต…เป… ภควนฺตํ เอตทโวจ. ตาณํ คเวสีติ ตาณนฺติ คเวสมาโน. เลณํ คเวสีติ เลณนฺติ คเวสมาโน. สรณํ คเวสีติ สรณนฺติ คเวสมาโน. เอตฺถ จ ตายติ รกฺขตีติ ตาณํ. นิลียนฺติ เอตฺถาติ เลณํ. สรตีติ สรณํ, ภยํ หึสติ วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ.

๓๕๘. มนสิ กริตฺวาติ มนมฺหิ กตฺวา ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุปธาเรตฺวา. เอวํ เม เวทนา โหตูติ กุสลาว โหตุ, สุขาว โหตุ. เอวํ เม สญฺญา โหตูติ กุสลาว โหตุ, สุขาว โหตุ, โสมนสฺสสมฺปยุตฺตาว โหตูติ. สงฺขารวิญฺญาเณสุปิ เอเสว นโย. มา อโหสีติ เอตฺถ ปน วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. กลฺลํ นูติ ยุตฺตํ นุ. สมนุปสฺสิตุนฺติ ‘‘เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา’’ติ เอวํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน ปสฺสิตุํ. โน หิทํ, โภ โคตมาติ น ยุตฺตเมตํ, โภ โคตม. อิติ ภควา ยถา นาม เฉโก อหิตุณฺฑิโก สปฺปทฏฺฐวิสํ เตเนว สปฺเปน ปุน ฑํสาเปตฺวา อุพฺพาเหยฺย, เอวํ ตสฺสํเยว ปริสติ สจฺจกํ นิคณฺฐปุตฺตํ เตเนว มุเขน ปญฺจกฺขนฺธา อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตาติ วทาเปสิ. ทุกฺขํ อลฺลีโนติ อิมํ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขํ ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อลฺลีโน. อุปคโต อชฺโฌสิโตติปิ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว เวทิตพฺโพ. ทุกฺขํ เอตํ มมาติอาทีสุ ปญฺจกฺขนฺธทุกฺขํ ตณฺหามานทิฏฺฐิวเสน สมนุปสฺสตีติ อตฺโถ. ปริชาเนยฺยาติ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ตีรณปริญฺญาย ปริโต ชาเนยฺย. ปริกฺเขเปตฺวาติ ขยํ วยํ อนุปฺปาทํ อุปเนตฺวา.

๓๕๙. นวนฺติ ตรุณํ. อกุกฺกุกชาตนฺติ ปุปฺผคฺคหณกาเล อนฺโต องฺคุฏฺฐปฺปมาโณ เอโก ฆนทณฺฑโก นิพฺพตฺตติ, เตน วิรหิตนฺติ อตฺโถ. ริตฺโตติ สุญฺโญ อนฺโตสารวิรหิโต. ริตฺตตฺตาว ตุจฺโฉ. อปรทฺโธติ ปราชิโต. ภาสิตา โข ปน เตติ อิทํ ภควา ตสฺส มุขรภาวํ ปกาเสตฺวา นิคฺคณฺหนฺโต อาห. โส กิร ปุพฺเพ ปูรณาทโย ฉ สตฺถาโร อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ. เต วิสฺสชฺเชตุํ น สกฺโกนฺติ. อถ เนสํ ปริสมชฺเฌ มหนฺตํ วิปฺปการํ อาโรเปตฺวา อุฏฺฐาย ชยํ ปเวเทนฺโต คจฺฉติ. โส สมฺมาสมฺพุทฺธมฺปิ ตเถว วิเหเฐสฺสามีติ สญฺญาย อุปสงฺกมิตฺวา –

‘‘อมฺโภ โก นาม ยํ รุกฺโข, สินฺนปตฺโต สกณฺฏโก;

ยตฺถ เอกปฺปหาเรน, อุตฺตมงฺคํ วิภิชฺชิต’’นฺติ.

อยํ ขทิรํ อาหจฺจ อสารกรุกฺขปริจิโต มุทุตุณฺฑสกุโณ วิย สพฺพญฺญุตญฺญาณสารํ อาหจฺจ ญาณตุณฺฑเภทํ ปตฺโต สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส ถทฺธภาวํ อญฺญาสิ. ตทสฺส ปริสมชฺเฌ ปกาเสนฺโต ภาสิตา โข ปน เตติอาทิมาห. นตฺถิ เอตรหีติ อุปาทินฺนกสรีเร เสโท นาม นตฺถีติ น วตฺตพฺพํ, เอตรหิ ปน นตฺถีติ วทติ. สุวณฺณวณฺณํ กายํ วิวรีติ น สพฺพํ กายํ วิวริ. พุทฺธา นาม คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา ปฏิจฺฉนฺนสรีรา ปริสติ ธมฺมํ เทเสนฺติ. อถ ภควา คลวาฏกสมฺมุขฏฺฐาเน จีวรํ คเหตฺวา จตุรงฺคุลมตฺตํ โอตาเรสิ. โอตาริตมตฺเต ปน ตสฺมึ สุวณฺณวณฺณา รสฺมิโย ปุญฺชปุญฺชา หุตฺวา สุวณฺณฆฏโต รตฺตสุวณฺณรสธารา วิย, รตฺตวณฺณวลาหกโต วิชฺชุลตา วิย จ นิกฺขมิตฺวา สุวณฺณมุรชสทิสํ มหาขนฺธํ อุตฺตมสิรํ ปทกฺขิณํ กุรุมานา อากาเส ปกฺขนฺทึสุ. กสฺมา ปน ภควา เอวมกาสีติ? มหาชนสฺส กงฺขาวิโนทนตฺถํ. มหาชโน หิ สมโณ โคตโม มยฺหํ เสโท นตฺถีติ วทติ, สจฺจกสฺส ตาว นิคณฺฐปุตฺตสฺส ยนฺตารุฬฺหสฺส วิย เสทา ปคฺฆรนฺติ. สมโณ ปน โคตโม ฆนทุปฏฺฏจีวรํ ปารุปิตฺวา นิสินฺโน, อนฺโต เสทสฺส อตฺถิตา วา นตฺถิตา วา กถํ สกฺกา ญาตุนฺติ กงฺขํ กเรยฺย, ตสฺส กงฺขาวิโนทนตฺถํ เอวมกาสิ. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชภูโต. ปตฺตกฺขนฺโธติ ปติตกฺขนฺโธ. อปฺปฏิภาโนติ อุตฺตริ อปฺปสฺสนฺโต. นิสีทีติ ปาทงฺคุฏฺฐเกน ภูมึ กสมาโน นิสีทิ.

๓๖๐. ทุมฺมุโขติ น วิรูปมุโข, อภิรูโป หิ โส ปาสาทิโก. นามํ ปนสฺส เอตํ. อภพฺโพ ตํ โปกฺขรณึ ปุน โอตริตุนฺติ สพฺเพสํ อฬานํ ภคฺคตฺตา ปจฺฉินฺนคมโน โอตริตุํ อภพฺโพ, ตตฺเถว กากกุลลาทีนํ ภตฺตํ โหตีติ ทสฺเสติ. วิสูกายิกานีติ ทิฏฺฐิวิสูกานิ. วิเสวิตานีติ ทิฏฺฐิสญฺจริตานิ. วิปฺผนฺทิตานีติ ทิฏฺฐิวิปฺผนฺทิตานิ. ยทิทํ วาทาธิปฺปาโยติ เอตฺถ ยทิทนฺติ นิปาตมตฺตํ; วาทาธิปฺปาโย หุตฺวา วาทํ อาโรเปสฺสามีติ อชฺฌาสเยน อุปสงฺกมิตุํ อภพฺโพ; ธมฺมสฺสวนาย ปน อุปสงฺกเมยฺยาติ ทสฺเสติ. ทุมฺมุขํ ลิจฺฉวิปุตฺตํ เอตทโวจาติ กสฺมา อโวจ? ทุมฺมุขสฺส กิรสฺส อุปมาหรณกาเล เสส ลิจฺฉวิกุมาราปิ จินฺเตสุํ – ‘‘อิมินา นิคณฺเฐน อมฺหากํ สิปฺปุคฺคหณฏฺฐาเน จิรํ อวมาโน กโต, อยํ ทานิ อมิตฺตสฺส ปิฏฺฐึ ปสฺสิตุํ กาโล. มยมฺปิ เอเกกํ อุปมํ อาหริตฺวา ปาณิปฺปหาเรน ปติตํ มุคฺคเรน โปเถนฺโต วิย ตถา นํ กริสฺสาม, ยถา น ปุน ปริสมชฺเฌ สีสํ อุกฺขิปิตุํ สกฺขิสฺสตี’’ติ, เต โอปมฺมานิ กริตฺวา ทุมฺมุขสฺส กถาปริโยสานํ อาคมยมานา นิสีทึสุ. สจฺจโก เตสํ อธิปฺปายํ ญตฺวา, อิเม สพฺเพว คีวํ อุกฺขิปิตฺวา โอฏฺเฐหิ จลมาเนหิ ฐิตา; สเจ ปจฺเจกา อุปมา หริตุํ ลภิสฺสนฺติ, ปุน มยา ปริสมชฺเฌ สีสํ อุกฺขิปิตุํ น สกฺกา ภวิสฺสติ, หนฺทาหํ ทุมฺมุขํ อปสาเทตฺวา ยถา อญฺญสฺส โอกาโส น โหติ, เอวํ กถาวารํ ปจฺฉินฺทิตฺวา สมณํ โคตมํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ตสฺมา เอตทโวจ. ตตฺถ อาคเมหีติ ติฏฺฐ, มา ปุน ภณาหีติ อตฺโถ.

๓๖๑. ติฏฺฐเตสา, โภ โคตมาติ, โภ โคตม, เอสา อมฺหากญฺเจว อญฺเญสญฺจ ปุถุสมณพฺราหฺมณานํ วาจา ติฏฺฐตุ. วิลาปํ วิลปิตํ มญฺเญติ เอตญฺหิ วจนํ วิลปิตํ วิย โหติ, วิปฺปลปิตมตฺตํ โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ติฏฺฐเตสาติ เอตฺถ กถาติ อาหริตฺวา วตฺตพฺพา. วาจาวิลาปํ วิลปิตํ มญฺเญติ เอตฺถ ปนิทํ วาจานิจฺฉารณํ วิลปิตมตฺตํ มญฺเญ โหตีติ อตฺโถ.

อิทานิ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต กิตฺตาวตาติอาทิมาห. ตตฺถ เวสารชฺชปตฺโตติ ญาณปตฺโต. อปรปฺปจฺจโยติ อปรปฺปตฺติโย. อถสฺส ภควา ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต อิธ, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห, ตํ อุตฺตานตฺถเมว. ยสฺมา ปเนตฺถ ปสฺสตีติ วุตฺตตฺตา เสกฺขภูมิ ทสฺสิตา. ตสฺมา อุตฺตริ อเสกฺขภูมึ ปุจฺฉนฺโต ทุติยํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ, ตมฺปิสฺส ภควา พฺยากาสิ. ตตฺถ ทสฺสนานุตฺตริเยนาติอาทีสุ ทสฺสนานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา ปญฺญา. ปฏิปทานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา ปฏิปทา. วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ โลกิยโลกุตฺตรา วิมุตฺติ. สุทฺธโลกุตฺตรเมว วา คเหตฺวา ทสฺสนานุตฺตริยนฺติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ปฏิปทานุตฺตริยนฺติ เสสานิ มคฺคงฺคานิ. วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ อคฺคผลวิมุตฺติ. ขีณาสวสฺส วา นิพฺพานทสฺสนํ ทสฺสนานุตฺตริยํ นาม. มคฺคงฺคานิ ปฏิปทานุตฺตริยํ. อคฺคผลํ วิมุตฺตานุตฺตริยนฺติ เวทิตพฺพํ. พุทฺโธ โส ภควาติ โส ภควา สยมฺปิ จตฺตาริ สจฺจานิ พุทฺโธ. โพธายาติ ปเรสมฺปิ จตุสจฺจโพธาย ธมฺมํ เทเสติ. ทนฺโตติอาทีสุ ทนฺโตติ นิพฺพิเสวโน. ทมถายาติ นิพฺพิเสวนตฺถาย. สนฺโตติ สพฺพกิเลสวูปสเมน สนฺโต. สมถายาติ กิเลสวูปสมาย. ติณฺโณติ จตุโรฆติณฺโณ. ตรณายาติ จตุโรฆตรณาย. ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. ปรินิพฺพานายาติ กิเลสปรินิพฺพานตฺถาย.

๓๖๒. ธํสีติ คุณธํสกา. ปคพฺพาติ วาจาปาคพฺพิเยน สมนฺนาคตา. อาสาเทตพฺพนฺติ ฆฏฺเฏตพฺพํ. อาสชฺชาติ ฆฏฺเฏตฺวา. นเตฺวว ภวนฺตํ โคตมนฺติ ภวนฺตํ โคตมํ อาสชฺช กสฺสจิ อตฺตโน วาทํ อนุปหตํ สกลํ อาทาย ปกฺกมิตุํ ถาโม นตฺถีติ ทสฺเสติ. น หิ ภควา หตฺถิอาทโย วิย กสฺสจิ ชีวิตนฺตรายํ กโรติ. อยํ ปน นิคณฺโฐ อิมา ติสฺโส อุปมา น ภควโต อุกฺกํสนตฺถํ อาหริ, อตฺตุกฺกํสนตฺถเมว อาหริ. ยถา หิ ราชา กญฺจิ ปจฺจตฺถิกํ ฆาเตตฺวา เอวํ นาม สูโร เอวํ ถามสมฺปนฺโน ปุริโส ภวิสฺสตีติ ปจฺจตฺถิกํ โถเมนฺโตปิ อตฺตานเมว โถเมติ. เอวเมว โสปิ สิยา หิ, โภ โคตม, หตฺถึ ปภินฺนนฺติอาทีหิ ภควนฺตํ อุกฺกํเสนฺโตปิ มยเมว สูรา มยํ ปณฺฑิตา มยํ พหุสฺสุตาเยว เอวํ ปภินฺนหตฺถึ วิย, ชลิตอคฺคิกฺขนฺธํ วิย, ผณกตอาสีวิสํ วิย จ วาทตฺถิกา สมฺมาสมฺพุทฺธํ อุปสงฺกมิมฺหาติ อตฺตานํเยว อุกฺกํเสติ. เอวํ อตฺตานํ อุกฺกํเสตฺวา ภควนฺตํ นิมนฺตยมาโน อธิวาเสตุ เมติอาทิมาห. ตตฺถ อธิวาเสตูติ สมฺปฏิจฺฉตุ. สฺวาตนายาติ ยํ เม ตุเมฺหสุ การํ กโรโต เสฺว ภวิสฺสติ ปุญฺญญฺจ ปีติปาโมชฺชญฺจ, ตทตฺถาย. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนาติ ภควา กายงฺคํ วา วาจงฺคํ วา อโจเปตฺวา อพฺภนฺตเรเยว ขนฺตึ ธาเรนฺโต ตุณฺหีภาเวน อธิวาเสสิ. สจฺจกสฺส อนุคฺคหกรณตฺถํ มนสาว สมฺปฏิจฺฉีติ วุตฺตํ โหติ.

๓๖๓. ยมสฺส ปติรูปํ มญฺเญยฺยาถาติ เต กิร ลิจฺฉวี ตสฺส ปญฺจถาลิปากสตานิ นิจฺจภตฺตํ อาหรนฺติ. ตเทว สนฺธาย เอส เสฺว ตุเมฺห ยํ อสฺส สมณสฺส โคตมสฺส ปติรูปํ กปฺปิยนฺติ มญฺเญยฺยาถ, ตํ อาหเรยฺยาถ; สมณสฺส หิ โคตมสฺส ตุเมฺห ปริจารกา กปฺปิยากปฺปิยํ ยุตฺตายุตฺตํ ชานาถาติ วทติ. ภตฺตาภิหารํ อภิหรึสูติ อภิหริตพฺพํ ภตฺตํ อภิหรึสุ. ปณีเตนาติ อุตฺตเมน. สหตฺถาติ สหตฺเถน. สนฺตปฺเปตฺวาติ สุฏฺฐุ ตปฺเปตฺวา, ปริปุณฺณํ สุหิตํ ยาวทตฺถํ กตฺวา. สมฺปวาเรตฺวาติ สุฏฺฐุ ปวาเรตฺวา, อลํ อลนฺติ หตฺถสญฺญาย ปฏิกฺขิปาเปตฺวา. ภุตฺตาวินฺติ ภุตฺตวนฺตํ. โอนีตปตฺตปาณินฺติ ปตฺตโต โอนีตปาณึ, อปนีตหตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘โอนิตฺตปตฺตปาณิ’’นฺติปิ ปาโฐ, ตสฺสตฺโถ, โอนิตฺตํ นานาภูตํ ปตฺตํ ปาณิโต อสฺสาติ โอนิตฺตปตฺตปาณี. ตํ โอนิตฺตปตฺตปาณึ, หตฺเถ จ ปตฺตญฺจ โธวิตฺวา เอกมนฺเต ปตฺตํ นิกฺขิปิตฺวา นิสินฺนนฺติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ นิสีทีติ ภควนฺตํ เอวํภูตํ ญตฺวา เอกสฺมึ โอกาเส นิสีทีติ อตฺโถ. ปุญฺญญฺจาติ ยํ อิมสฺมึ ทาเน ปุญฺญํ, อายตึ วิปากกฺขนฺธาติ อตฺโถ. ปุญฺญมหีติ วิปากกฺขนฺธานํเยว ปริวาโร. ตํ ทายกานํ สุขาย โหตูติ ตํ อิเมสํ ลิจฺฉวีนํ สุขตฺถาย โหตุ. อิทํ กิร โส อหํ ปพฺพชิโต นาม, ปพฺพชิเตน จ น ยุตฺตํ อตฺตโน ทานํ นิยฺยาเตตุนฺติ เตสํ นิยฺยาเตนฺโต เอวมาห. อถ ภควา ยสฺมา ลิจฺฉวีหิ สจฺจกสฺส ทินฺนํ, น ภควโต. สจฺจเกน ปน ภควโต ทินฺนํ, ตสฺมา ตมตฺถํ ทีเปนฺโต ยํ โข, อคฺคิเวสฺสนาติอาทิมาห. อิติ ภควา นิคณฺฐสฺส มเตน วินาเยว อตฺตโน ทินฺนํ ทกฺขิณํ นิคณฺฐสฺส นิยฺยาเตสิ, สา จสฺส อนาคเต วาสนา ภวิสฺสตีติ.