๕. จูฬยมกวคฺโค
๑. สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา
๔๓๙. เอวํ เม สุตนฺติ สาเลยฺยกสุตฺตํ. ตตฺถ โกสเลสูติ โกสลา นาม ชานปทิโน ราชกุมารา. เตสํ นิวาโส เอโกปิ ชนปโท รุฬฺหีสทฺเทน โกสลาติ วุจฺจติ, ตสฺมึ โกสเลสุ ชนปเท. โปราณา ปนาหุ – ยสฺมา ปุพฺเพ มหาปนาทํ ราชกุมารํ นานานาฏกานิ ทิสฺวา สิตมตฺตมฺปิ อกโรนฺตํ สุตฺวา ราชา อาห – ‘‘โย มม ปุตฺตํ หสาเปติ, สพฺพาลงฺกาเรน นํ อลงฺกโรมี’’ติ. ตโต นงฺคลานิปิ ฉฑฺเฑตฺวา มหาชนกาเย สนฺนิปติเต มนุสฺสา สาติเรกานิ สตฺตวสฺสานิ นานากีฬิกาโย ทสฺเสตฺวา นํ หสาเปตุํ นาสกฺขึสุ. ตโต สกฺโก เทวนฏํ เปเสสิ. โส ทิพฺพนาฏกํ ทสฺเสตฺวา หสาเปสิ. อถ เต มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน วสโนกาสาภิมุขา ปกฺกมึสุ. เต ปฏิปเถ มิตฺตสุหชฺชาทโย ทิสฺวา ปฏิสนฺถารํ กโรนฺตา, ‘‘กจฺจิ, โภ, กุสลํ, กจฺจิ, โภ, กุสล’’นฺติ อาหํสุ. ตสฺมา ตํ ‘‘กุสลํ กุสล’’นฺติ วจนํ อุปาทาย โส ปเทโส โกสลาติ วุจฺจตีติ.
จาริกํ จรมาโนติ อตุริตจาริกํ จรมาโน. มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธินฺติ สตํ วา สหสฺสํ วา สตสหสฺสํ วาติ เอวํ อปริจฺฉินฺเนน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ. พฺราหฺมณคาโมติ พฺราหฺมณานํ สโมสรณคาโมปิ พฺราหฺมณคาโมติ วุจฺจติ พฺราหฺมณานํ โภคคาโมปิ. อิธ สโมสรณคาโม อธิปฺเปโต. ตทวสรีติ ตํ อวสริ, สมฺปตฺโตติ อตฺโถ. วิหาโร ปเนตฺถ อนิยามิโต; ตสฺมา ตสฺส อวิทูเร พุทฺธานํ อนุจฺฉวิโก เอโก วนสณฺโฑ ภวิสฺสติ, สตฺถา ตํ วนสณฺฑํ คโตติ เวทิตพฺโพ. อสฺโสสุนฺติ สุณึสุ อุปลภึสุ. โสตทฺวารสมฺปตฺตวจนนิคฺโฆสานุสาเรน ชานึสุ. โขติ อวธารณตฺเถ ปทปูรณมตฺเต วา นิปาโต. ตตฺถ อวธารณตฺเถน อสฺโสสุํเยว, น เนสํ โกจิ สวนนฺตราโย อโหสีติ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปทปูรเณน พฺยญฺชนสิลิฏฺฐตามตฺตเมว.
อิทานิ ยมตฺถํ อสฺโสสุํ, ตํ ปกาเสตุํ สมโณ ขลุ, โภ, โคตโมติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมิตปาปตฺตา สมโณติ เวทิตพฺโพ. ขลูติ อนุสฺสวนตฺเถ นิปาโต. โภติ เตสํ อญฺญมญฺญํ อาลปนมตฺตํ. โคตโมติ ภควโต โคตฺตวเสน ปริทีปนํ. ตสฺมา สมโณ ขลุ, โภ, โคตโมติ เอตฺถ สมโณ กิร, โภ, โคตมโคตฺโตติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สกฺยปุตฺโตติ อิทํ ปน ภควโต อุจฺจากุลปริทีปนํ. สกฺยกุลา ปพฺพชิโตติ สทฺธาปพฺพชิตภาวทีปนํ. เกนจิ ปาริชุญฺเญน อนภิภูโต อปริกฺขีณํเยว ตํ กุลํ ปหาย สทฺธาปพฺพชิโตติ วุตฺตํ โหติ. ตโต ปรํ วุตฺตตฺถเมว. ตํ โข ปนาติ อิตฺถมฺภูตาขฺยานตฺเถ อุปโยควจนํ, ตสฺส โข ปน โภโต โคตมสฺสาติ อตฺโถ. กลฺยาโณติ กลฺยาณคุณสมนฺนาคโต, เสฏฺโฐติ วุตฺตํ โหติ. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติเยว, ถุติโฆโส วา. อพฺภุคฺคโตติ สเทวกํ โลกํ อชฺโฌตฺถริตฺวา อุคฺคโต. กินฺติ? ‘‘อิติปิ โส ภควา…เป… พุทฺโธ ภควา’’ติ.
ตตฺรายํ ปทสมฺพนฺโธ – โส ภควา อิติปิ อรหํ, อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… อิติปิ ภควาติ. อิมินา จ อิมินา จ การเณนาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ อารกตฺตา, อรีนํ อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา, ปาปกรเณ รหาภาวาติ อิเมหิ ตาว การเณหิ โส ภควา อรหนฺติ เวทิตพฺโพติอาทินา นเยน มาติกํ นิกฺขิปิตฺวา สพฺพาเนว เอตานิ ปทานิ วิสุทฺธิมคฺเค พุทฺธานุสฺสตินิทฺเทเส วิตฺถาริตานีติ ตโต เตสํ วิตฺถาโร คเหตพฺโพ.
สาธุ โข ปนาติ สุนฺทรํ โข ปน; อตฺถาวหํ สุขาวหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตถารูปานํ อรหตนฺติ ยถารูโป โส ภวํ โคตโม, เอวรูปานํ อเนเกหิปิ กปฺปโกฏิสตสหสฺเสหิ ทุลฺลภทสฺสนานํ พฺยามปฺปภาปริกฺขิตฺเตหิ อสีติอนุพฺยญฺชนรตนปฏิมณฺฑิเตหิ ทฺวตฺตึสฺมหาปุริสลกฺขณวเรหิ สมากิณฺณมโนรมสรีรานํ อตปฺปกทสฺสนานํ อติมธุรธมฺมนิคฺโฆสานํ, ยถาภูตคุณาธิคเมน โลเก อรหนฺโตติ ลทฺธสทฺทานํ อรหตํ. ทสฺสนํ โหตีติ ปสาทโสมฺมานิ อกฺขีนิ อุมฺมีเลตฺวา ทสฺสนมตฺตมฺปิ สาธุ โหติ. สเจ ปน อฏฺฐงฺคสมนฺนาคเตน พฺรหฺมสฺสเรน ธมฺมํ เทเสนฺตสฺส เอกํ ปทมฺปิ โสตุํ ลภิสฺสาม, สาธุตรํเยว ภวิสฺสตีติ เอวํ อชฺฌาสยํ กตฺวา.
เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสูติ สพฺพกิจฺจานิ ปหาย ตุฏฺฐมานสา อาคมํสุ. เอตทโวจุนฺติ ทุวิธา หิ ปุจฺฉา อคาริกปุจฺฉา อนคาริกปุจฺฉา จ. ตตฺถ ‘‘กึ, ภนฺเต, กุสลํ, กึ อกุสล’’นฺติ อิมินา นเยน อคาริกปุจฺฉา อาคตา. ‘‘อิเม โข, ภนฺเต, ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’ติ อิมินา นเยน อนคาริกปุจฺฉา. อิเม ปน อตฺตโน อนุรูปํ อคาริกปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺตา เอตํ, ‘‘โก นุ โข, โภ โคตม, เหตุ โก ปจฺจโย’’ติอาทิวจนํ อโวจุํ. เตสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สํขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺโต, อธมฺมจริยาวิสมจริยาเหตุ โข คหปตโยติอาทิมาห. กสฺมา ปน ภควา ยถา น สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ วิสฺสชฺเชสีติ? ปณฺฑิตมานิกา หิ เต; อาทิโตว มาติกํ อฏฺฐเปตฺวา ยถา สลฺลกฺเขนฺติ, เอวํ อตฺเถ วิตฺถาริเต, เทสนํ อุตฺตานิกาติ มญฺญนฺตา อวชานนฺติ, มยมฺปิ กเถนฺตา เอวเมว กเถยฺยามาติ วตฺตาโร ภวนฺติ. เตน เนสํ ภควา ยถา น สกฺโกนฺติ สลฺลกฺเขตุํ, เอวํ สํขิตฺเตเนว ตาว ปญฺหํ วิสฺสชฺเชสิ. ตโต สลฺลกฺเขตุํ อสกฺโกนฺเตหิ วิตฺถารเทสนํ ยาจิโต วิตฺถาเรน เทเสตุํ, เตน หิ คหปตโยติอาทิมาห. ตตฺถ เตน หีติ การณตฺเถ นิปาโต. ยสฺมา มํ ตุเมฺห ยาจถ, ตสฺมาติ อตฺโถ.
๔๔๐. ติวิธนฺติ ตีหิ โกฏฺฐาเสหิ. กาเยนาติ กายทฺวาเรน. อธมฺมจริยาวิสมจริยาติ อธมฺมจริยสงฺขาตา วิสมจริยา. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ, อธมฺมสฺส จริยา อธมฺมจริยา, อธมฺมกรณนฺติ อตฺโถ. วิสมา จริยา, วิสมสฺส วา กมฺมสฺส จริยาติ วิสมจริยา. อธมฺมจริยา จ สา วิสมจริยา จาติ อธมฺมจริยาวิสมจริยา. เอเตนุปาเยน สพฺเพสุ กณฺหสุกฺกปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลุทฺโทติ กกฺขโฬ. ทารุโณติ สาหสิโก. โลหิตปาณีติ ปรํ ชีวิตา โวโรเปนฺตสฺส ปาณี โลหิเตน ลิปฺปนฺติ. สเจปิ น ลิปฺปนฺติ, ตถาวิโธ โลหิตปาณีเตฺวว วุจฺจติ. หตปฺปหเต นิวิฏฺโฐติ หเต จ ปรสฺส ปหารทาเน, ปหเต จ ปรมารเณ นิวิฏฺโฐ. อทยาปนฺโนติ นิกฺกรุณตํ อาปนฺโน.
ยํ ตํ ปรสฺสาติ ยํ ตํ ปรสฺส สนฺตกํ. ปรวิตฺตูปกรณนฺติ ตสฺเสว ปรสฺส วิตฺตูปกรณํ ตุฏฺฐิชนนํ ปริกฺขารภณฺฑกํ. คามคตํ วาติ อนฺโตคาเม วา ฐปิตํ. อรญฺญคตํ วาติ อรญฺเญ รุกฺขคฺคปพฺพตมตฺถกาทีสุ วา ฐปิตํ. อทินฺนนฺติ เตหิ ปเรหิ กาเยน วา วาจาย วา อทินฺนํ. เถยฺยสงฺขาตนฺติ เอตฺถ เถโนติ โจโร. เถนสฺส ภาโว เถยฺยํ, อวหรณจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ. สงฺขา สงฺขาตนฺติ อตฺถโต เอกํ, โกฏฺฐาสสฺเสตํ อธิวจนํ, ‘‘สญฺญานิทานา หิ ปปญฺจสงฺขา’’ติอาทีสุ วิย. เถยฺยญฺจ ตํ สงฺขาตญฺจาติ เถยฺยสงฺขาตํ, เถยฺยจิตฺตสงฺขาโต เอโก จิตฺตโกฏฺฐาโสติ อตฺโถ. กรณตฺเถ เจตํ ปจฺจตฺตวจนํ, ตสฺมา เถยฺยสงฺขาเตนาติ อตฺถโต ทฏฺฐพฺพํ.
มาตุรกฺขิตาติอาทีสุ ยํ ปิตริ นฏฺเฐ วา มเต วา ฆาสจฺฉาทนาทีหิ ปฏิชคฺคมานา, วยปตฺตํ กุลฆเร ทสฺสามีติ มาตา รกฺขติ, อยํ มาตุรกฺขิตา นาม. เอเตนุปาเยน ปิตุรกฺขิตาทโยปิ เวทิตพฺพา. สภาคกุลานิ ปน กุจฺฉิคเตสุปิ คพฺเภสุ กติกํ กโรนฺติ – ‘‘สเจ มยฺหํ ปุตฺโต โหติ, ตุยฺหํ ธีตา, อญฺญตฺถ คนฺตุํ น ลภิสฺสติ, มยฺหํ ปุตฺตสฺเสว โหตู’’ติ. เอวํ คพฺเภปิ ปริคฺคหิตา สสฺสามิกา นาม. ‘‘โย อิตฺถนฺนามํ อิตฺถึ คจฺฉติ, ตสฺส เอตฺตโก ทณฺโฑ’’ติ เอวํ คามํ วา เคหํ วา วีถึ วา อุทฺทิสฺส ฐปิตทณฺฑา, ปน สปริทณฺฑา นาม. อนฺตมโส มาลาคุณปริกฺขิตฺตาปีติ ยา สพฺพนฺติเมน ปริจฺเฉเทน, ‘‘เอสา เม ภริยา ภวิสฺสตี’’ติ สญฺญาย ตสฺสา อุปริ เกนจิ มาลาคุณํ ขิปนฺเตน มาลาคุณมตฺเตนาปิ ปริกฺขิตฺตา โหติ. ตถารูปาสุ จาริตฺตํ อาปชฺชิตา โหตีติ เอวรูปาสุ อิตฺถีสุ สมฺมาทิฏฺฐิสุตฺเต วุตฺตมิจฺฉาจารลกฺขณวเสน วีติกฺกมํ กตฺตา โหติ.
สภาคโตติ สภายํ ฐิโต. ปริสาคโตติ ปริสายํ ฐิโต. ญาติมชฺฌคโตติ ทายาทานํ มชฺเฌ ฐิโต. ปูคมชฺฌคโตติ เสนีนํ มชฺเฌ ฐิโต. ราชกุลมชฺฌคโตติ ราชกุลสฺส มชฺเฌ มหาวินิจฺฉเย ฐิโต. อภินีโตติ ปุจฺฉนตฺถาย นีโต. สกฺขิปุฏฺโฐติ สกฺขึ กตฺวา ปุจฺฉิโต. เอหมฺโภ ปุริสาติ อาลปนเมตํ. อตฺตเหตุ วา ปรเหตุ วาติ อตฺตโน วา ปรสฺส วา หตฺถปาทาทิเหตุ วา ธนเหตุ วา. อามิสกิญฺจิกฺขเหตุ วาติ เอตฺถ อามิสนฺติ ลาโภ อธิปฺเปโต. กิญฺจิกฺขนฺติ ยํ วา ตํ วา อปฺปมตฺตกํ. อนฺตมโส ติตฺติรวฏฺฏกสปฺปิปิณฺฑนวนีตปิณฺฑาทิมตฺตกสฺสปิ ลญฺชสฺส เหตูติ อตฺโถ. สมฺปชานมุสา ภาสิตา โหตีติ ชานนฺโตเยว มุสาวาทํ กตฺตา โหติ.
อิเมสํ เภทายาติ เยสํ อิโตติ วุตฺตานํ สนฺติเก สุตํ โหติ, เตสํ เภทาย. อมูสํ เภทายาติ เยสํ อมุตฺราติ วุตฺตานํ สนฺติเก สุตํ โหติ, เตสํ เภทาย. อิติ สมคฺคานํ วา เภทกาติ เอวํ สมคฺคานํ วา ทฺวินฺนํ สหายกานํ เภทํ กตฺตา. ภินฺนานํ วา อนุปฺปทาตาติ สุฏฺฐุ กตํ ตยา, ตํ ปชหนฺเตน กติปาเหเนว เต มหนฺตํ อนตฺถํ กเรยฺยาติ เอวํ ภินฺนานํ ปุน อสํสนฺทนาย อนุปฺปทาตา อุปตฺถมฺเภตา การณํ ทสฺเสตาติ อตฺโถ. วคฺโค อาราโม อภิรติฏฺฐานมสฺสาติ วคฺคาราโม. วคฺครโตติ วคฺเคสุ รโต. วคฺเค ทิสฺวา วา สุตฺวา วา นนฺทตีติ วคฺคนนฺที. วคฺคกรณึ วาจนฺติ ยา วาจา สมคฺเคปิ สตฺเต วคฺเค กโรติ ภินฺทติ, ตํ กลหการณํ วาจํ ภาสิตา โหติ.
อณฺฑกาติ ยถา สโทเส รุกฺเข อณฺฑกานิ อุฏฺฐหนฺติ, เอวํ สโทสตาย ขุํสนาวมฺภนาทิวจเนหิ อณฺฑกา ชาตา. กกฺกสาติ ปูติกา. ยถา นาม ปูติกรุกฺโข กกฺกโส โหติ ปคฺฆริตจุณฺโณ, เอวํ กกฺกสา โหติ, โสตํ ฆํสมานา วิย ปวิสติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กกฺกสา’’ติ. ปรกฏุกาติ ปเรสํ กฏุกา อมนาปา โทสชนนี. ปราภิสชฺชนีติ กุฏิลกณฺฏกสาขา วิย มมฺเมสุ วิชฺฌิตฺวา ปเรสํ อภิสชฺชนี คนฺตุกามานมฺปิ คนฺตุํ อทตฺวา ลคฺคนการี. โกธสามนฺตาติ โกธสฺส อาสนฺนา. อสมาธิสํวตฺตนิกาติ อปฺปนาสมาธิสฺส วา อุปจารสมาธิสฺส วา อสํวตฺตนิกา. อิติ สพฺพาเนว ตานิ สโทสวาจาย เววจนานิ.
อกาลวาทีติ อกาเลน วตฺตา. อภูตวาทีติ ยํ นตฺถิ, ตสฺส วตฺตา. อนตฺถวาทีติ อการณนิสฺสิตํ วตฺตา. อธมฺมวาทีติ อสภาวํ วตฺตา. อวินยวาทีติ อสํวรวินยปฏิสํยุตฺตสฺส วตฺตา. อนิธานวติ วาจนฺติ หทยมญฺชูสายํ นิเธตุํ อยุตฺตํ วาจํ ภาสิตา โหติ. อกาเลนาติ วตฺตพฺพกาลสฺส ปุพฺเพ วา ปจฺฉา วา อยุตฺตกาเล วตฺตา โหติ. อนปเทสนฺติ สุตฺตาปเทสวิรหิตํ. อปริยนฺตวตินฺติ อปริจฺเฉทํ, สุตฺตํ วา ชาตกํ วา นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส อุปลพฺภํ วา อุปมํ วา วตฺถุํ วา อาหริตฺวา พาหิรกถํเยว กเถติ. นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตเมว โหติ. ‘‘สุตฺตํ นุ โข กเถติ ชาตกํ นุ โข, นสฺส อนฺตํ วา โกฏึ วา ปสฺสามา’’ติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ยถา วฏรุกฺขสาขานํ คตคตฏฺฐาเน ปาโรหา โอตรนฺติ, โอติณฺโณติณฺณฏฺฐาเน สมฺปชฺชิตฺวา ปุน วฑฺฒนฺติเยว. เอวํ อฑฺฒโยชนมฺปิ โยชนมฺปิ คจฺฉนฺติเยว, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ปน มูลรุกฺโข วินสฺสติ, ปเวณิชาตกาว ติฏฺฐนฺติ. เอวมยมฺปิ นิโคฺรธธมฺมกถิโก นาม โหติ; นิกฺขิตฺตํ นิกฺขิตฺตมตฺตเมว กตฺวา ปสฺเสเนว ปริหรนฺโต คจฺฉติ. โย ปน พหุมฺปิ ภณนฺโต เอตทตฺถมิทํ วุตฺตนฺติ อาหริตฺวา ชานาเปตุํ สกฺโกติ, ตสฺส กเถตุํ วฏฺฏติ. อนตฺถสํหิตนฺติ น อตฺถนิสฺสิตํ.
อภิชฺฌาตา โหตีติ อภิชฺฌาย โอโลเกตา โหติ. อโห วตาติ ปตฺถนตฺเถ นิปาโต. อภิชฺฌาย โอโลกิตมตฺตเกน เจตฺถ กมฺมปถเภโท น โหติ. ยทา ปน, ‘‘อโห วติทํ มม สนฺตกํ อสฺส, อหเมตฺถ วสํ วตฺเตยฺย’’นฺติ อตฺตโน ปริณาเมติ, ตทา กมฺมปถเภโท โหติ, อยมิธ อธิปฺเปโต.
พฺยาปนฺนจิตฺโตติ วิปนฺนจิตฺโต ปูติภูตจิตฺโต. ปทุฏฺฐมนสงฺกปฺโปติ โทเสน ทุฏฺฐจิตฺตสงฺกปฺโป. หญฺญนฺตูติ ฆาติยนฺตู. วชฺฌนฺตูติ วธํ ปาปุณนฺตุ. มา วา อเหสุนฺติ กิญฺจิปิ มา อเหสุํ. อิธาปิ โกปมตฺตเกน กมฺมปถเภโท น โหติ. หญฺญนฺตูติอาทิจินฺตเนเนว โหติ, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ.
มิจฺฉาทิฏฺฐิโกติ อกุสลทสฺสโน. วิปรีตทสฺสโนติ วิปลฺลตฺถทสฺสโน. นตฺถิ ทินฺนนฺติ ทินฺนสฺส ผลาภาวํ สนฺธาย วทติ. ยิฏฺฐํ วุจฺจติ มหายาโค. หุตนฺติ ปเหณกสกฺกาโร อธิปฺเปโต, ตมฺปิ อุภยํ ผลาภาวเมว สนฺธาย ปฏิกฺขิปติ. สุกตทุกฺกฏานนฺติ สุกตทุกฺกฏานํ, กุสลากุสลานนฺติ อตฺโถ. ผลํ วิปาโกติ ยํ ผลนฺติ วา วิปาโกติ วา วุจฺจติ, ตํ นตฺถีติ วทติ. นตฺถิ อยํ โลโกติ ปรโลเก ฐิตสฺส อยํ โลโก นตฺถิ. นตฺถิ ปโร โลโกติ อิธ โลเก ฐิตสฺสปิ ปรโลโก นตฺถิ, สพฺเพ ตตฺถ ตตฺเถว อุจฺฉิชฺชนฺตีติ ทสฺเสติ. นตฺถิ มาตา นตฺถิ ปิตาติ เตสุ สมฺมาปฏิปตฺติมิจฺฉาปฏิปตฺตีนํ ผลาภาววเสน วทติ. นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกาติ จวิตฺวา อุปปชฺชนกสตฺตา นาม นตฺถีติ วทติ. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตีติ เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ อภิวิสิฏฺฐาย ปญฺญาย สยํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ปเวเทนฺติ, เต นตฺถีติ สพฺพญฺญุพุทฺธานํ อภาวํ ทีเปติ, เอตฺตาวตา ทสวตฺถุกา มิจฺฉาทิฏฺฐิ กถิตา โหติ.
๔๔๑. ปาณาติปาตํ ปหายาติอาทโย สตฺต กมฺมปถา จูฬหตฺถิปเท วิตฺถาริตา. อนภิชฺฌาทโย อุตฺตานตฺถาเยว.
๔๔๒. สหพฺยตํ อุปปชฺเชยฺยนฺติ สหภาวํ อุปคจฺเฉยฺยํ. พฺรหฺมกายิกานํ เทวานนฺติ ปฐมชฺฌานภูมิเทวานํ. อาภานํ เทวานนฺติ อาภา นาม วิสุํ นตฺถิ, ปริตฺตาภอปฺปมาณาภอาภสฺสรานเมตํ อธิวจนํ. ปริตฺตาภานนฺติอาทิ ปน เอกโต อคฺคเหตฺวา เตสํเยว เภทโต คหณํ. ปริตฺตสุภานนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. อิติ ภควา อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐเปสิ.
อิธ ฐตฺวา ปน เทวโลกา สมาเนตพฺพา. ติสฺสนฺนํ ตาว ฌานภูมีนํ วเสน นว พฺรหฺมโลกา, ปญฺจ สุทฺธาวาสา จตูหิ อารูเปหิ สทฺธึ นวาติ อฏฺฐารส, เวหปฺผเลหิ สทฺธึ เอกูนวีสติ, เต อสญฺญํ ปกฺขิปิตฺวา วีสติ พฺรหฺมโลกา โหนฺติ, เอวํ ฉหิ กามาวจเรหิ สทฺธึ ฉพฺพีสติ เทวโลกา นาม. เตสํ สพฺเพสมฺปิ ภควตา ทสกุสลกมฺมปเถหิ นิพฺพตฺติ ทสฺสิตา.
ตตฺถ ฉสุ ตาว กามาวจเรสุ ติณฺณํ สุจริตานํ วิปาเกเนว นิพฺพตฺติ โหติ. อุปริเทวโลกานํ ปน อิเม กมฺมปถา อุปนิสฺสยวเสน กถิตา. ทส กุสลกมฺมปถา หิ สีลํ, สีลวโต จ กสิณปริกมฺมํ อิชฺฌตีติ. สีเล ปติฏฺฐาย กสิณปริกมฺมํ กตฺวา ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ นิพฺพตฺตติ; ทุติยาทีนิ ภาเวตฺวา ทุติยชฺฌานภูมิอาทีสุ นิพฺพตฺตติ; รูปาวจรชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต ปญฺจสุ สุทฺธาวาเสสุ นิพฺพตฺตติ; รูปาวจรชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา อรูปาวจรสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตฺวา จตูสุ อรูเปสุ นิพฺพตฺตติ; รูปารูปชฺฌานํ ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณาติ. อสญฺญภโว ปน พาหิรกานํ ตาปสปริพฺพาชกานํ อาจิณฺโณติ อิธ น นิทฺทิฏฺโฐ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
สาเลยฺยกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. เวรญฺชกสุตฺตวณฺณนา
๔๔๔. เอวํ เม สุตนฺติ เวรญฺชกสุตฺตํ. ตตฺถ เวรญฺชกาติ เวรญฺชวาสิโน. เกนจิเทว กรณีเยนาติ เกนจิเทว อนิยมิตกิจฺเจน. เสสํ สพฺพํ ปุริมสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. เกวลญฺหิ อิธ อธมฺมจารี วิสมจารีติ เอวํ ปุคฺคลาธิฏฺฐานา เทสนา กตา. ปุริมสุตฺเต ธมฺมาธิฏฺฐานาติ อยํ วิเสโส. เสสํ ตาทิสเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
เวรญฺชกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๓. มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา
๔๔๙. เอวํ เม สุตนฺติ มหาเวทลฺลสุตฺตํ. ตตฺถ อายสฺมาติ สคารวสปฺปติสฺสวจนเมตํ. มหาโกฏฺฐิโกติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโตติ ผลสมาปตฺติโต วุฏฺฐิโต. ทุปฺปญฺโญ ทุปฺปญฺโญติ เอตฺถ ปญฺญาย ทุฏฺฐํ นาม นตฺถิ, อปฺปญฺโญ นิปฺปญฺโญติ อตฺโถ. กิตฺตาวตา นุ โขติ การณปริจฺเฉทปุจฺฉา, กิตฺตเกน นุ โข เอวํ วุจฺจตีติ อตฺโถ. ปุจฺฉา จ นาเมสา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา, ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา, วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา, อนุมติปุจฺฉา, กเถตุกมฺยตาปุจฺฉาติ ปญฺจวิธา โหติ. ตาสมิทํ นานากรณํ –
กตมา อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ อญฺญาตํ โหติ อทิฏฺฐํ อตุลิตํ อตีริตํ อวิภูตํ อวิภาวิตํ, ตสฺส ญาณาย ทสฺสนาย ตุลนาย ตีรณาย วิภูตาย วิภาวนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ อทิฏฺฐโชตนาปุจฺฉา.
กตมา ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา? ปกติยา ลกฺขณํ ญาตํ โหติ ทิฏฺฐํ ตุลิตํ ตีริตํ วิภูตํ วิภาวิตํ, อญฺเญหิ ปณฺฑิเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา.
กตมา วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา? ปกติยา สํสยปกฺขนฺโท โหติ วิมติปกฺขนฺโท, เทฺวฬฺหกชาโต, ‘‘เอวํ นุ โข, น นุ โข, กึ นุ โข, กถํ นุ โข’’ติ, โส วิมติจฺเฉทนตฺถาย ปญฺหํ ปุจฺฉติ. อยํ วิมติจฺเฉทนาปุจฺฉา (มหานิ. ๑๕๐; จูฬนิ. ปุณฺณกมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๑๒).
‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วา อนิจฺจํ วาติ? อนิจฺจํ, ภนฺเต’’ติ (มหาว. ๒๑) เอวรูปา อนุมตึ คเหตฺวา ธมฺมเทสนากาเล ปุจฺฉา อนุมติปุจฺฉา นาม.
‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานา, กตเม จตฺตาโร’’ติ (สํ. นิ. ๕.๓๙๐) เอวรูปา ภิกฺขุสงฺฆํ สยเมว ปุจฺฉิตฺวา สยเมว วิสฺสชฺเชตุกามสฺส ปุจฺฉา กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา นาม. ตาสุ อิธ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา อธิปฺเปตา.
เถโร หิ อตฺตโน ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา สยเมว ปญฺหํ สมุฏฺฐเปตฺวา สยํ วินิจฺฉินนฺโต อิทํ สุตฺตํ อาทิโต ปฏฺฐาย มตฺถกํ ปาเปสิ. เอกจฺโจ หิ ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตุํเยว สกฺโกติ น นิจฺเฉตุํ; เอกจฺโจ นิจฺเฉตุํ สกฺโกติ น สมุฏฺฐาเปตุํ; เอกจฺโจ อุภยมฺปิ น สกฺโกติ; เอกจฺโจ อุภยมฺปิ สกฺโกติ. เตสุ เถโร อุภยมฺปิ สกฺโกติเยว. กสฺมา? มหาปญฺญตาย. มหาปญฺญํ นิสฺสาย หิ อิมสฺมึ สาสเน สาริปุตฺตตฺเถโร, มหากจฺจานตฺเถโร, ปุณฺณตฺเถโร, กุมารกสฺสปตฺเถโร, อานนฺทตฺเถโร, อยเมว อายสฺมาติ สมฺพหุลา เถรา วิเสสฏฺฐานํ อธิคตา. น หิ สกฺกา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สาวกปารมีญาณสฺส มตฺถกํ ปาปุณิตุํ, มหาปญฺเญน ปน สกฺกาติ มหาปญฺญตาย สาริปุตฺตตฺเถโร ตํ ฐานํ อธิคโต. ปญฺญาย หิ เถเรน สทิโส นตฺถิ. เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ มหาปญฺญานํ ยทิทํ สาริปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๘๙).
ตถา น สกฺกา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ภควตา สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ สํสนฺทิตฺวา สมาเนตฺวา วิตฺถาเรน อตฺถํ วิภเชตุํ, มหาปญฺเญน ปน สกฺกาติ มหาปญฺญตาย มหากจฺจานตฺเถโร ตตฺถ ปฏิพโล ชาโต, เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ สํขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ วิภชนฺตานํ ยทิทํ มหากจฺจาโน’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๗).
ตถา น สกฺกา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ธมฺมกถํ กเถนฺเตน ทส กถาวตฺถูนิ อาหริตฺวา สตฺต วิสุทฺธิโย วิภชนฺเตน ธมฺมกถํ กเถตุํ, มหาปญฺเญน ปน สกฺกาติ มหาปญฺญตาย ปุณฺณตฺเถโร จตุปริสมชฺเฌ อลงฺกตธมฺมาสเน จิตฺตพีชนึ คเหตฺวา นิสินฺโน ลีฬายนฺโต ปุณฺณจนฺโท วิย ธมฺมํ กเถสิ. เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ธมฺมกถิกานํ ยทิทํ ปุณฺโณ มนฺตาณิปุตฺโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๑๙๖).
ตถา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ธมฺมํ กเถนฺโต อิโต วา เอตฺโต วา อนุกฺกมิตฺวา ยฏฺฐิโกฏึ คเหตฺวา อนฺโธ วิย, เอกปทิกํ ทณฺฑกเสตุํ อารุโฬฺห วิย จ คจฺฉติ. มหาปญฺโญ ปน จตุปฺปทิกํ คาถํ นิกฺขิปิตฺวา อุปมา จ การณานิ จ อาหริตฺวา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ คเหตฺวา เหฏฺฐุปริยํ กโรนฺโต กเถสิ. มหาปญฺญตาย ปน กุมารกสฺสปตฺเถโร จตุปฺปทิกํ คาถํ นิกฺขิปิตฺวา อุปมา จ การณานิ จ อาหริตฺวา เตหิ สทฺธึ โยเชนฺโต ชาตสฺสเร ปญฺจวณฺณานิ กุสุมานิ ผุลฺลาเปนฺโต วิย สิเนรุมตฺถเก วฏฺฏิสหสฺสํ เตลปทีปํ ชาเลนฺโต วิย เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ เหฏฺฐุปริยํ กโรนฺโต กเถสิ. เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ จิตฺตกถิกานํ ยทิทํ กุมารกสฺสโป’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๗).
ตถา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคโต ภิกฺขุ จตูหิ มาเสหิ จตุปฺปทิกมฺปิ คาถํ คเหตุํ น สกฺโกติ. มหาปญฺโญ ปน เอกปเท ฐตฺวา ปทสตมฺปิ ปทสหสฺสมฺปิ คณฺหาติ. อานนฺทตฺเถโร ปน มหาปญฺญตาย เอกปทุทฺธาเร ฐตฺวา สกึเยว สุตฺวา ปุน อปุจฺฉนฺโต สฏฺฐิ ปทสหสฺสานิ ปนฺนรส คาถาสหสฺสานิ วลฺลิยา ปุปฺผานิ อากฑฺฒิตฺวา คณฺหนฺโต วิย เอกปฺปหาเรเนว คณฺหาติ. คหิตคหิตํ ปาสาเณ ขตเลขา วิย, สุวณฺณฆเฏ ปกฺขิตฺตสีหวสา วิย จ คหิตากาเรเนว ติฏฺฐติ. เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ คติมนฺตานํ ยทิทํ อานนฺโท, สติมนฺตานํ, ธิติมนฺตานํ, พหุสฺสุตานํ, อุปฏฺฐากานํ ยทิทํ อานนฺโท’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙-๒๒๓).
น หิ สกฺกา ยาย วา ตาย วา อปฺปมตฺติกาย ปญฺญาย สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา จตุปฏิสมฺภิทาปเภทสฺส มตฺถกํ ปาปุณิตุํ. มหาปญฺเญน ปน สกฺกาติ มหาปญฺญตาย มหาโกฏฺฐิตตฺเถโร อธิคมปริปุจฺฉาสวนปุพฺพโยคานํ วเสน อนนฺตนยุสฺสทํ ปฏิสมฺภิทาปเภทํ ปตฺโต. เตเนว นํ ภควา เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ, ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ ยทิทํ มหาโกฏฺฐิโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๘).
อิติ เถโร มหาปญฺญตาย ปญฺหํ สมุฏฺฐาเปตุมฺปิ นิจฺเฉตุมฺปีติ อุภยมฺปิ สกฺโกติ. โส ทิวาฏฺฐาเน นิสีทิตฺวา สยเมว สพฺพปเญฺห สมุฏฺฐเปตฺวา สยํ วินิจฺฉินนฺโต อิทํ สุตฺตํ อาทิโต ปฏฺฐาย มตฺถกํ ปาเปตฺวา, ‘‘โสภนา วต อยํ ธมฺมเทสนา, เชฏฺฐภาติเกน นํ ธมฺมเสนาปตินา สทฺธึ สํสนฺทิสฺสามิ, ตโต อยํ ทฺวินฺนมฺปิ อมฺหากํ เอกมติยา เอกชฺฌาสเยน จ ฐปิตา อติครุกา ภวิสฺสติ ปาสาณจฺฉตฺตสทิสา, จตุโรฆนิตฺถรณตฺถิกานํ ติตฺเถ ฐปิตนาวา วิย, มคฺคคมนตฺถิกานํ สหสฺสยุตฺตอาชญฺญรโถ วิย พหุปการา ภวิสฺสตี’’ติ ทิฏฺฐสํสนฺทนตฺถํ ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตาสุ อิธ ทิฏฺฐสํสนฺทนาปุจฺฉา อธิปฺเปตา’’ติ.
นปฺปชานาตีติ เอตฺถ ยสฺมา นปฺปชานาติ, ตสฺมา ทุปฺปญฺโญติ วุจฺจตีติ อยมตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อิทํ ทุกฺขนฺติ นปฺปชานาตีติ อิทํ ทุกฺขํ, เอตฺตกํ ทุกฺขํ, อิโต อุทฺธํ นตฺถีติ ทุกฺขสจฺจํ ยาถาวสรสลกฺขณโต น ปชานาติ. อยํ ทุกฺขสมุทโยติ อิโต ทุกฺขํ สมุเทตีติ ปวตฺติทุกฺขปภาวิกา ตณฺหา สมุทยสจฺจนฺติ ยาถาวสรสลกฺขณโต น ปชานาติ. อยํ ทุกฺขนิโรโธติ อิทํ ทุกฺขํ อยํ ทุกฺขสมุทโย จ อิทํ นาม ฐานํ ปตฺวา นิรุชฺฌตีติ อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิพฺพานํ นิโรธสจฺจนฺติ ยาถาวสรสลกฺขณโต น ปชานาติ. อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ อยํ ปฏิปทา ทุกฺขนิโรธํ คจฺฉตีติ มคฺคสจฺจํ ยาถาวสรสลกฺขณโต น ปชานาตีติ. อนนฺตรวาเรปิ อิมินาว นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. สงฺเขปโต ปเนตฺถ จตุสจฺจกมฺมฏฺฐานิโก ปุคฺคโล กถิโตติ เวทิตพฺโพ.
อยญฺหิ อาจริยสนฺติเก จตฺตาริ สจฺจานิ สวนโต อุคฺคณฺหาติ. ฐเปตฺวา ตณฺหํ เตภูมกา ธมฺมา ทุกฺขสจฺจํ, ตณฺหา สมุทยสจฺจํ, อุภินฺนํ อปฺปวตฺติ นิพฺพานํ นิโรธสจฺจํ, ทุกฺขสจฺจํ ปริชานนฺโต สมุทยสจฺจํ ปชหนฺโต นิโรธปาปโน มคฺโค มคฺคสจฺจนฺติ เอวํ อุคฺคเหตฺวา อภินิวิสติ. ตตฺถ ปุริมานิ เทฺว สจฺจานิ วฏฺฏํ, ปจฺฉิมานิ วิวฏฺฏํ, วฏฺเฏ อภินิเวโส โหติ, โน วิวฏฺเฏ, ตสฺมา อยํ อภินิวิสมาโน ทุกฺขสจฺเจ อภินิวิสติ.
ทุกฺขสจฺจํ นาม รูปาทโย ปญฺจกฺขนฺธาติ ววตฺถเปตฺวา ธาตุกมฺมฏฺฐานวเสน โอตริตฺวา, ‘‘จตฺตาริ มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทาย รูปํ รูป’’นฺติ ววตฺถเปติ. ตทารมฺมณา เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ นามนฺติ เอวํ ยมกตาลกฺขนฺธํ ภินฺทนฺโต วิย ‘‘เทฺวว อิเม ธมฺมา นามรูป’’นฺติ ววตฺถเปติ. ตํ ปเนตํ น อเหตุกํ สเหตุกํ สปฺปจฺจยํ, โก จสฺส ปจฺจโย อวิชฺชาทโย ธมฺมาติ เอวํ ปจฺจเย เจว ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺเม จ ววตฺถเปตฺวา ‘‘สพฺเพปิ ธมฺมา หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจา’’ติ อนิจฺจลกฺขณํ อาโรเปติ, ตโต อุทยวยปฺปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขา, อวสวตฺตนากาเรน อนตฺตาติ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา สมฺมสนฺโต โลกุตฺตรมคฺคํ ปาปุณาติ.
มคฺคกฺขเณ จตฺตาริ สจฺจานิ เอกปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌติ, เอกาภิสมเยน อภิสเมติ. ทุกฺขํ ปริญฺญาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌติ. สมุทยํ ปหานปฏิเวเธน, นิโรธํ สจฺฉิกิริยาปฏิเวเธน, มคฺคํ ภาวนาปฏิเวเธน ปฏิวิชฺฌติ. ทุกฺขํ ปริญฺญาภิสมเยน อภิสเมติ, สมุทยํ ปหานาภิสมเยน, นิโรธํ สจฺฉิกิริยาภิสมเยน, มคฺคํ ภาวนาภิสมเยน อภิสเมติ. โส ตีณิ สจฺจานิ กิจฺจโต ปฏิวิชฺฌติ, นิโรธํ อารมฺมณโต. ตสฺมิญฺจสฺส ขเณ อหํ ทุกฺขํ ปริชานามิ, สมุทยํ ปชหามิ, นิโรธํ สจฺฉิกโรมิ, มคฺคํ ภาเวมีติ อาโภคสมนฺนาหารมนสิการปจฺจเวกฺขณา นตฺถิ. เอตสฺส ปน ปริคฺคณฺหนฺตสฺเสว มคฺโค ตีสุ สจฺเจสุ ปริญฺญาทิกิจฺจํ สาเธนฺโตว นิโรธํ อารมฺมณโต ปฏิวิชฺฌตีติ.
ตสฺมา ปญฺญวาติ วุจฺจตีติ เอตฺถ เหฏฺฐิมโกฏิยา โสตาปนฺโน, อุปริมโกฏิยา ขีณาสโว ปญฺญวาติ นิทฺทิฏฺโฐ. โย ปน เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ อนุสนฺธิโต จ ปุพฺพาปรโต จ อุคฺคเหตฺวา เหฏฺฐุปริยํ กโรนฺโต วิจรติ, อนิจฺจทุกฺขานตฺตวเสน ปริคฺคหมตฺตมฺปิ นตฺถิ, อยํ ปญฺญวา นาม, ทุปฺปญฺโญ นามาติ? วิญฺญาณจริโต นาเมส, ปญฺญวาติ น วตฺตพฺโพ. อถ โย ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา วิปสฺสนาปฏิปาฏิยา สมฺมสนฺโต อชฺช อชฺเชว อรหตฺตนฺติ จรติ, อยํ ปญฺญวา นาม, ทุปฺปญฺโญ นามาติ? ภชาปิยมาโน ปญฺญวาปกฺขํ ภชติ. สุตฺเต ปน ปฏิเวโธว กถิโต.
วิญฺญาณํ วิญฺญาณนฺติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? เยน วิญฺญาเณน สงฺขาเร สมฺมสิตฺวา เอส ปญฺญวา นาม ชาโต, ตสฺส อาคมนวิปสฺสนา วิญฺญาณํ กมฺมการกจิตฺตํ ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ. สุขนฺติปิ วิชานาตีติ สุขเวทนมฺปิ วิชานาติ. อุปริปททฺวเยปิ เอเสว นโย. อิมินา เถโร ‘‘สุขํ เวทนํ เวทยมาโน สุขํ เวทนํ เวทยามีติ ปชานาตี’’ติอาทินา (ม. นิ. ๑.๑๑๓; ที. นิ. ๒.๓๘๐) นเยน อาคตเวทนาวเสน อรูปกมฺมฏฺฐานํ กเถสิ. ตสฺสตฺโถ สติปฏฺฐาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
สํสฏฺฐาติ เอกุปฺปาทาทิลกฺขเณน สํโยคฏฺเฐน สํสฏฺฐา, อุทาหุ วิสํสฏฺฐาติ ปุจฺฉติ. เอตฺถ จ เถโร มคฺคปญฺญญฺจ วิปสฺสนาวิญฺญาณญฺจาติ อิเม เทฺว โลกิยโลกุตฺตรธมฺเม มิสฺเสตฺวา ภูมนฺตรํ ภินฺทิตฺวา สมยํ อชานนฺโต วิย ปุจฺฉตีติ น เวทิตพฺโพ. มคฺคปญฺญาย ปน มคฺควิญฺญาเณน, วิปสฺสนาปญฺญาย จ วิปสฺสนาวิญฺญาเณเนว สทฺธึ สํสฏฺฐภาวํ ปุจฺฉตีติ เวทิตพฺโพ. เถโรปิสฺส ตเมวตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต อิเม ธมฺมา สํสฏฺฐาติอาทิมาห. ตตฺถ น จ ลพฺภา อิเมสํ ธมฺมานนฺติ อิเมสํ โลกิยมคฺคกฺขเณปิ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณปิ เอกโต อุปฺปนฺนานํ ทฺวินฺนํ ธมฺมานํ. วินิพฺภุชิตฺวา วินิพฺภุชิตฺวาติ วิสุํ วิสุํ กตฺวา วินิวฏฺเฏตฺวา, อารมฺมณโต วา วตฺถุโต วา อุปฺปาทโต วา นิโรธโต วา นานากรณํ ทสฺเสตุํ น สกฺกาติ อตฺโถ. เตสํ เตสํ ปน ธมฺมานํ วิสโย นาม อตฺถิ. โลกิยธมฺมํ ปตฺวา หิ จิตฺตํ เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, โลกุตฺตรํ ปตฺวา ปญฺญา.
สมฺมาสมฺพุทฺโธปิ หิ โลกิยธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต, ‘‘ภิกฺขุ, ตฺวํ กตมํ ปญฺญํ อธิคโต, กึ ปฐมมคฺคปญฺญํ, อุทาหุ ทุติย ตติย จตุตฺถ มคฺคปญฺญ’’นฺติ น เอวํ ปุจฺฉติ. กึ ผสฺโส ตฺวํ, ภิกฺขุ, กึ เวทโน, กึ สญฺโญ, กึ เจตโนติ น จ ปุจฺฉติ, จิตฺตวเสน ปน, ‘‘กิญฺจิตฺโต ตฺวํ, ภิกฺขู’’ติ (ปารา. ๑๓๕) ปุจฺฉติ. กุสลากุสลํ ปญฺญเปนฺโตปิ ‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา’’ติ (ธ. ป. ๑, ๒) จ, ‘‘กตเม ธมฺมา กุสลา? ยสฺมึ สมเย กามาวจรํ กุสลํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ โหตี’’ติ (ธ. ส. ๑) จ เอวํ จิตฺตวเสเนว ปญฺญาเปติ. โลกุตฺตรํ ปุจฺฉนฺโต ปน กึ ผสฺโส ตฺวํ ภิกฺขุ, กึ เวทโน, กึ สญฺโญ, กึ เจตโนติ น ปุจฺฉติ. กตมา เต, ภิกฺขุ, ปญฺญา อธิคตา, กึ ปฐมมคฺคปญฺญา, อุทาหุ ทุติยตติยจตุตฺถมคฺคปญฺญาติ เอวํ ปญฺญาวเสเนว ปุจฺฉติ.
อินฺทฺริยสํยุตฺเตปิ ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สทฺธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ โสตาปตฺติยงฺเคสุ เอตฺถ สทฺธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, วีริยินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สมฺมปฺปธาเนสุ เอตฺถ วีริยินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สตินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ สติปฏฺฐาเนสุ เอตฺถ สตินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, สมาธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ ฌาเนสุ เอตฺถ สมาธินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ. กตฺถ จ, ภิกฺขเว, ปญฺญินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพํ? จตูสุ อริยสจฺเจสุ เอตฺถ ปญฺญินฺทฺริยํ ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๕.๔๗๘). เอวํ สวิสยสฺมึเยว โลกิยโลกุตฺตรา ธมฺมา กถิตา.
ยถา หิ จตฺตาโร เสฏฺฐิปุตฺตา ราชาติ ราชปญฺจเมสุ สหาเยสุ นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามาติ วีถึ โอติณฺเณสุ เอกสฺส เสฏฺฐิปุตฺตสฺส เคหํ คตกาเล อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว, ‘‘อิเมสํ ขาทนียํ โภชนียํ เทถ, คนฺธมาลาลงฺการาทีนิ เทถา’’ติ เคเห วิจาเรติ. ทุติยสฺส ตติยสฺส จตุตฺถสฺส เคหํ คตกาเล อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว, ‘‘อิเมสํ ขาทนียํ โภชนียํ เทถ, คนฺธมาลาลงฺการาทีนิ เทถา’’ติ เคเห วิจาเรติ. อถ สพฺพปจฺฉา รญฺโญ เคหํ คตกาเล กิญฺจาปิ ราชา สพฺพตฺถ อิสฺสโรว, อิมสฺมึ ปน กาเล อตฺตโน เคเหเยว, ‘‘อิเมสํ ขาทนียํ โภชนียํ เทถ, คนฺธมาลาลงฺการาทีนิ เทถา’’ติ วิจาเรติ. เอวเมวํ โข สทฺธาปญฺจมเกสุ อินฺทฺริเยสุ เตสุ สหาเยสุ เอกโต วีถึ โอตรนฺเตสุ วิย เอการมฺมเณ อุปฺปชฺชมาเนสุปิ ยถา ปฐมสฺส เคเห อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว วิจาเรติ, เอวํ โสตาปตฺติยงฺคานิ ปตฺวา อธิโมกฺขลกฺขณํ สทฺธินฺทฺริยเมว เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, เสสานิ ตทนฺวยานิ โหนฺติ. ยถา ทุติยสฺส เคเห อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว วิจาเรติ, เอวํ สมฺมปฺปธานานิ ปตฺวา ปคฺคหณลกฺขณํ วีริยินฺทฺริยเมว เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, เสสานิ ตทนฺวยานิ โหนฺติ. ยถา ตติยสฺส เคเห อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว วิจาเรติ, เอวํ สติปฏฺฐานานิ ปตฺวา อุปฏฺฐานลกฺขณํ สตินฺทฺริยเมว เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, เสสานิ ตทนฺวยานิ โหนฺติ. ยถา จตุตฺถสฺส เคเห อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, เคหสามิโกว วิจาเรติ, เอวํ ฌานวิโมกฺเข ปตฺวา อวิกฺเขปลกฺขณํ สมาธินฺทฺริยเมว เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, เสสานิ ตทนฺวยานิ โหนฺติ. สพฺพปจฺฉา รญฺโญ เคหํ คตกาเล ปน ยถา อิตเร จตฺตาโร ตุณฺหี นิสีทนฺติ, ราชาว เคเห วิจาเรติ, เอวเมว อริยสจฺจานิ ปตฺวา ปชานนลกฺขณํ ปญฺญินฺทฺริยเมว เชฏฺฐกํ โหติ ปุพฺพงฺคมํ, เสสานิ ตทนฺวยานิ โหนฺติ.
อิติ ปฏิสมฺภิทาปตฺตานํ อคฺเค ฐปิโต มหาโกฏฺฐิตตฺเถโร โลกิยธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต จิตฺตํ เชฏฺฐกํ จิตฺตํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ปุจฺฉิ; โลกุตฺตรธมฺมํ ปุจฺฉนฺโต ปญฺญํ เชฏฺฐกํ ปญฺญํ ปุพฺพงฺคมํ กตฺวา ปุจฺฉิ. ธมฺมเสนาปติสาริปุตฺตตฺเถโรปิ ตเถว วิสฺสชฺเชสีติ.
ยํ หาวุโส, ปชานาตีติ ยํ จตุสจฺจธมฺมมิทํ ทุกฺขนฺติอาทินา นเยน มคฺคปญฺญา ปชานาติ. ตํ วิชานาตีติ มคฺควิญฺญาณมฺปิ ตเถว ตํ วิชานาติ. ยํ วิชานาตีติ ยํ สงฺขารคตํ อนิจฺจนฺติอาทินา นเยน วิปสฺสนาวิญฺญาณํ วิชานาติ. ตํ ปชานาตีติ วิปสฺสนาปญฺญาปิ ตเถว ตํ ปชานาติ. ตสฺมา อิเม ธมฺมาติ เตน การเณน อิเม ธมฺมา. สํสฏฺฐาติ เอกุปฺปาทเอกนิโรธเอกวตฺถุกเอการมฺมณตาย สํสฏฺฐา.
ปญฺญา ภาเวตพฺพาติ อิทํ มคฺคปญฺญํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตํสมฺปยุตฺตํ ปน วิญฺญาณํ ตาย สทฺธึ ภาเวตพฺพเมว โหติ. วิญฺญาณํ ปริญฺเญยฺยนฺติ อิทํ วิปสฺสนาวิญฺญาณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตํสมฺปยุตฺตา ปน ปญฺญา เตน สทฺธึ ปริชานิตพฺพาว โหติ.
๔๕๐. เวทนา เวทนาติ อิทํ กสฺมา ปุจฺฉติ? เวทนาลกฺขณํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. เอวํ สนฺเตปิ เตภูมิกสมฺมสนจารเวทนาว อธิปฺเปตาติ สลฺลกฺเขตพฺพา. สุขมฺปิ เวเทตีติ สุขํ อารมฺมณํ เวเทติ อนุภวติ. ปรโต ปททฺวเยปิ เอเสว นโย. ‘‘รูปญฺจ หิทํ, มหาลิ, เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส, ทุกฺขานุปติตํ ทุกฺขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ สุเขน, นยิทํ สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺเชยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, มหาลิ, รูปํ สุขํ สุขานุปติตํ สุขาวกฺกนฺตํ อนวกฺกนฺตํ ทุกฺเขน, ตสฺมา สตฺตา รูปสฺมึ สารชฺชนฺติ, สาราคา สํยุชฺชนฺติ, สํโยคา สํกิลิสฺสนฺติ. เวทนา จ หิทํ… สญฺญา… สงฺขารา… วิญฺญาณญฺจ หิทํ, มหาลิ, เอกนฺตทุกฺขํ อภวิสฺส…เป… สํกิลิสฺสนฺตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๗๐) อิมินา หิ มหาลิสุตฺตปริยาเยน อิธ อารมฺมณํ สุขํ ทุกฺขํ อทุกฺขมสุขนฺติ กถิตํ. อปิจ ปุริมํ สุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กตฺวา อปรา สุขา เวทนา เวเทติ; ปุริมํ ทุกฺขํ เวทนํ อารมฺมณํ กตฺวา อปรา ทุกฺขา เวทนา เวเทติ; ปุริมํ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ อารมฺมณํ กตฺวา อปรา อทุกฺขมสุขา เวทนา เวเทตีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. เวทนาเยว หิ เวเทติ, น อญฺโญ โกจิ เวทิตา นาม อตฺถีติ วุตฺตเมตํ.
สญฺญา สญฺญาติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? สพฺพสญฺญาย ลกฺขณํ. กึ สพฺพตฺถกสญฺญายาติ? สพฺพสญฺญาย ลกฺขณนฺติปิ สพฺพตฺถกสญฺญาย ลกฺขณนฺติปิ เอกเมเวตํ, เอวํ สนฺเตปิ เตภูมิกสมฺมสนจารสญฺญาว อธิปฺเปตาติ สลฺลกฺเขตพฺพา. นีลกมฺปิ สญฺชานาตีติ นีลปุปฺเผ วา วตฺเถ วา ปริกมฺมํ กตฺวา อุปจารํ วา อปฺปนํ วา ปาเปนฺโต สญฺชานาติ. อิมสฺมิญฺหิ อตฺเถ ปริกมฺมสญฺญาปิ อุปจารสญฺญาปิ อปฺปนาสญฺญาปิ วฏฺฏติ. นีเล นีลนฺติ อุปฺปชฺชนกสญฺญาปิ วฏฺฏติเยว. ปีตกาทีสุปิ เอเสว นโย.
ยา จาวุโส, เวทนาติ เอตฺถ เวทนา, สญฺญา, วิญฺญาณนฺติ อิมานิ ตีณิ คเหตฺวา ปญฺญา กสฺมา น คหิตาติ? อสพฺพสงฺคาหิกตฺตา. ปญฺญาย หิ คหิตาย ปญฺญาย สมฺปยุตฺตาว เวทนาทโย ลพฺภนฺติ, โน วิปฺปยุตฺตา. ตํ ปน อคฺคเหตฺวา อิเมสุ คหิเตสุ ปญฺญาย สมฺปยุตฺตา จ วิปฺปยุตฺตา จ อนฺตมโส เทฺว ปญฺจวิญฺญาณธมฺมาปิ ลพฺภนฺติ. ยถา หิ ตโย ปุริสา สุตฺตํ สุตฺตนฺติ วเทยฺยุํ, จตุตฺโถ รตนาวุตสุตฺตนฺติ. เตสุ ปุริมา ตโย ตกฺกคตมฺปิ ปฏฺฏิวฏฺฏกาทิคตมฺปิ ยํกิญฺจิ พหุํ สุตฺตํ ลภนฺติ อนฺตมโส มกฺกฏกสุตฺตมฺปิ. รตนาวุตสุตฺตํ ปริเยสนฺโต มนฺทํ ลภติ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. เหฏฺฐโต วา ปญฺญา วิญฺญาเณน สทฺธึ สมฺปโยคํ ลภาปิตา วิสฺสฏฺฐตฺตาว อิธ น คหิตาติ วทนฺติ. ยํ หาวุโส, เวเทตีติ ยํ อารมฺมณํ เวทนา เวเทติ, สญฺญาปิ ตเทว สญฺชานาติ. ยํ สญฺชานาตีติ ยํ อารมฺมณํ สญฺญา สญฺชานาติ, วิญฺญาณมฺปิ ตเทว วิชานาตีติ อตฺโถ.
อิทานิ สญฺชานาติ วิชานาติ ปชานาตีติ เอตฺถ วิเสโส เวทิตพฺโพ. ตตฺถ อุปสคฺคมตฺตเมว วิเสโส. ชานาตีติ ปทํ ปน อวิเสโส. ตสฺสาปิ ชานนตฺเถ วิเสโส เวทิตพฺโพ. สญฺญา หิ นีลาทิวเสน อารมฺมณํ สญฺชานนมตฺตเมว, อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ลกฺขณปฏิเวธํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. วิญฺญาณํ นีลาทิวเสน อารมฺมณญฺเจว สญฺชานาติ, อนิจฺจาทิลกฺขณปฏิเวธญฺจ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา ปน มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุํ น สกฺโกติ. ปญฺญา นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ สญฺชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวํ ปาเปตุมฺปิ สกฺโกติ.
ยถา หิ เหรญฺญิกผลเก กหาปณราสิมฺหิ กเต อชาตพุทฺธิ ทารโก คามิกปุริโส มหาเหรญฺญิโกติ ตีสุ ชเนสุ โอโลเกตฺวา ฐิเตสุ อชาตพุทฺธิ ทารโก กหาปณานํ จิตฺตวิจิตฺตจตุรสฺสมณฺฑลภาวเมว ชานาติ, อิทํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ รตนสมฺมตนฺติ น ชานาติ. คามิกปุริโส จิตฺตาทิภาวญฺเจว ชานาติ, มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภครตนสมฺมตภาวญฺจ. ‘‘อยํ กูโฏ อยํ เฉโก อยํ กรโต อยํ สโณฺห’’ติ ปน น ชานาติ. มหาเหรญฺญิโก จิตฺตาทิภาวมฺปิ รตนสมฺมตภาวมฺปิ กูฏาทิภาวมฺปิ ชานาติ, ชานนฺโต จ ปน นํ รูปํ ทิสฺวาปิ ชานาติ, อาโกฏิตสฺส สทฺทํ สุตฺวาปิ, คนฺธํ ฆายิตฺวาปิ, รสํ สายิตฺวาปิ, หตฺเถน ครุกลหุกภาวํ อุปธาเรตฺวาปิ อสุกคาเม กโตติปิ ชานาติ, อสุกนิคเม อสุกนคเร อสุกปพฺพตจฺฉายาย อสุกนทีตีเร กโตติปิ, อสุกาจริเยน กโตติปิ ชานาติ. เอวเมวํ สญฺญา อชาตพุทฺธิทารกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมตฺตเมว สญฺชานาติ. วิญฺญาณํ คามิกปุริสสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ สญฺชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ. ปญฺญา มหาเหรญฺญิกสฺส กหาปณทสฺสนํ วิย นีลาทิวเสน อารมฺมณมฺปิ สญฺชานาติ, อนิจฺจาทิวเสน ลกฺขณปฏิเวธมฺปิ ปาเปติ, อุสฺสกฺกิตฺวา มคฺคปาตุภาวมฺปิ ปาเปติ. โส ปน เนสํ วิเสโส ทุปฺปฏิวิชฺโฌ.
เตนาห อายสฺมา นาคเสโน – ‘‘ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตนฺติ. กึ, ภนฺเต, นาคเสน ภควตา ทุกฺกรํ กตนฺติ? ทุกฺกรํ, มหาราช, ภควตา กตํ, อิเมสํ อรูปีนํ จิตฺตเจตสิกานํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ ปวตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาตํ, อยํ ผสฺโส, อยํ เวทนา, อยํ สญฺญา, อยํ เจตนา, อิทํ จิตฺต’’นฺติ (มิ. ป. ๒.๗.๑๖). ยถา หิ ติลเตลํ, สาสปเตลํ, มธุกเตลํ, เอรณฺฑกเตลํ, วสาเตลนฺติ อิมานิ ปญฺจ เตลานิ เอกจาฏิยํ ปกฺขิปิตฺวา ทิวสํ ยมกมนฺเถหิ มนฺเถตฺวา ตโต อิทํ ติลเตลํ, อิทํ สาสปเตลนฺติ เอเกกสฺส ปาฏิเยกฺกํ อุทฺธรณํ นาม ทุกฺกรํ, อิทํ ตโต ทุกฺกรตรํ. ภควา ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สุปฺปฏิวิทฺธตฺตา ธมฺมิสฺสโร ธมฺมราชา อิเมสํ อรูปีนํ ธมฺมานํ เอการมฺมเณ ปวตฺตมานานํ ววตฺถานํ อกฺขาสิ. ปญฺจนฺนํ มหานทีนํ สมุทฺทํ ปวิฏฺฐฏฺฐาเน, ‘‘อิทํ คงฺคาย อุทกํ, อิทํ ยมุนายา’’ติ เอวํ ปาฏิเยกฺกํ อุทกอุทฺธรเณนาปิ อยมตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๔๕๑. นิสฺสฏฺเฐนาติ นิสฺสเฏน ปริจฺจตฺเตน วา. ตตฺถ นิสฺสเฏนาติ อตฺเถ สติ ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหีติ นิสฺสกฺกวจนํ. ปริจฺจตฺเตนาติ อตฺเถ สติ กรณวจนํ เวทิตพฺพํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ นิสฺสริตฺวา มโนทฺวาเร ปวตฺเตน ปญฺจหิ วา อินฺทฺริเยหิ ตสฺส วตฺถุภาวํ อนุปคมนตาย ปริจฺจตฺเตนาติ. ปริสุทฺเธนาติ นิรุปกฺกิเลเสน. มโนวิญฺญาเณนาติ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานจิตฺเตน. กึ เนยฺยนฺติ กึ ชานิตพฺพํ. ‘‘ยํกิญฺจิ เนยฺยํ นาม อตฺถิ ธมฺม’’นฺติอาทีสุ (มหานิ. ๖๙) หิ ชานิตพฺพํ เนยฺยนฺติ วุตฺตํ. อากาสานญฺจายตนํ เนยฺยนฺติ กถํ รูปาวจรจตุตฺถชฺฌานจิตฺเตน อรูปาวจรสมาปตฺติ เนยฺยาติ? รูปาวจรจตุตฺถชฺฌาเน ฐิเตน อรูปาวจรสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตุํ สกฺกา โหติ. เอตฺถ ฐิตสฺส หิ สา อิชฺฌติ. ตสฺมา ‘‘อากาสานญฺจายตนํ เนยฺย’’นฺติอาทิมาห. อถ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ กสฺมา น วุตฺตนฺติ? ปาฏิเยกฺกํ อภินิเวสาภาวโต. ตตฺถ หิ กลาปโต นยโต สมฺมสนํ ลพฺภติ, ธมฺมเสนาปติสทิสสฺสาปิ หิ ภิกฺขุโน ปาฏิเยกฺกํ อภินิเวโส น ชายติ. ตสฺมา เถโรปิ, ‘‘เอวํ กิรเม ธมฺมา อหุตฺวา สมฺโภนฺติ, หุตฺวา ปฏิเวนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๙๔) กลาปโต นยโต สมฺมสิตฺวา วิสฺสชฺเชสีติ. ภควา ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส หตฺถคตตฺตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติยมฺปิ ปโรปญฺญาส ธมฺเม ปาฏิเยกฺกํ อํคุทฺธาเรเนว อุทฺธริตฺวา, ‘‘ยาวตา สญฺญาสมาปตฺติโย, ตาวตา อญฺญาปฏิเวโธ’’ติ อาห.
ปญฺญาจกฺขุนา ปชานาตีติ ทสฺสนปริณายกฏฺเฐน จกฺขุภูตาย ปญฺญาย ปชานาติ. ตตฺถ เทฺว ปญฺญา สมาธิปญฺญา วิปสฺสนาปญฺญา จ. สมาธิปญฺญาย กิจฺจโต อสมฺโมหโต จ ปชานาติ. วิปสฺสนาปญฺญาย ลกฺขณปฏิเวเธน อารมฺมณโต ชานนํ กถิตํ. กิมตฺถิยาติ โก เอติสฺสา อตฺโถ. อภิญฺญตฺถาติอาทีสุ อภิญฺเญยฺเย ธมฺเม อภิชานาตีติ อภิญฺญตฺถา. ปริญฺเญยฺเย ธมฺเม ปริชานาตีติ ปริญฺญตฺถา. ปหาตพฺเพ ธมฺเม ปชหตีติ ปหานตฺถา. สา ปเนสา โลกิยาปิ อภิญฺญตฺถา จ ปริญฺญตฺถา จ วิกฺขมฺภนโต ปหานตฺถา. โลกุตฺตราปิ อภิญฺญตฺถา จ ปริญฺญตฺถา จ สมุจฺเฉทโต ปหานตฺถา. ตตฺถ โลกิยา กิจฺจโต อสมฺโมหโต จ ปชานาติ, โลกุตฺตรา อสมฺโมหโต.
๔๕๒. สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทายาติ วิปสฺสนาสมฺมาทิฏฺฐิยา จ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิยา จ. ปรโต จ โฆโสติ สปฺปายธมฺมสฺสวนํ. โยนิโส จ มนสิกาโรติ อตฺตโน อุปายมนสิกาโร. ตตฺถ สาวเกสุ อปิ ธมฺมเสนาปติโน เทฺว ปจฺจยา ลทฺธุํ วฏฺฏนฺติเยว. เถโร หิ กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขฺยยฺยํ ปารมิโย ปูเรตฺวาปิ อตฺตโน ธมฺมตาย อณุมตฺตมฺปิ กิเลสํ ปชหิตุํ นาสกฺขิ. ‘‘เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา’’ติ (มหาว. ๖๐) อสฺสชิตฺเถรโต อิมํ คาถํ สุตฺวาวสฺส ปฏิเวโธ ชาโต. ปจฺเจกพุทฺธานํ ปน สพฺพญฺญุพุทฺธานญฺจ ปรโตโฆสกมฺมํ นตฺถิ, โยนิโสมนสิการสฺมึเยว ฐตฺวา ปจฺเจกโพธิญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณญฺจ นิพฺพตฺเตนฺติ.
อนุคฺคหิตาติ ลทฺธูปการา. สมฺมาทิฏฺฐีติ อรหตฺตมคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. ผลกฺขเณ นิพฺพตฺตา เจโตวิมุตฺติ ผลํ อสฺสาติ เจโตวิมุตฺติผลา. ตเทว เจโตวิมุตฺติสงฺขาตํ ผลํ อานิสํโส อสฺสาติ เจโตวิมุตฺติผลานิสํสา. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. เอตฺถ จ จตุตฺถผลปญฺญา ปญฺญาวิมุตฺติ นาม, อวเสสา ธมฺมา เจโตวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. สีลานุคฺคหิตาติอาทีสุ สีลนฺติ จตุปาริสุทฺธิสีลํ. สุตนฺติ สปฺปายธมฺมสฺสวนํ. สากจฺฉาติ กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนกถา. สมโถติ วิปสฺสนาปาทิกา อฏฺฐ สมาปตฺติโย. วิปสฺสนาติ สตฺตวิธา อนุปสฺสนา. จตุปาริสุทฺธิสีลญฺหิ ปูเรนฺตสฺส, สปฺปายธมฺมสฺสวนํ สุณนฺตสฺส, กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนํ ฉินฺทนฺตสฺส, วิปสฺสนาปาทิกาสุ อฏฺฐสมาปตฺตีสุ กมฺมํ กโรนฺตสฺส, สตฺตวิธํ อนุปสฺสนํ ภาเวนฺตสฺส อรหตฺตมคฺโค อุปฺปชฺชิตฺวา ผลํ เทติ.
ยถา หิ มธุรํ อมฺพปกฺกํ ปริภุญฺชิตุกาโม อมฺพโปตกสฺส สมนฺตา อุทกโกฏฺฐกํ ถิรํ กตฺวา พนฺธติ. ฆฏํ คเหตฺวา กาเลน กาลํ อุทกํ อาสิญฺจติ. อุทกสฺส อนิกฺขมนตฺถํ มริยาทํ ถิรํ กโรติ. ยา โหติ สมีเป วลฺลิ วา สุกฺขทณฺฑโก วา กิปิลฺลิกปุโฏ วา มกฺกฏกชาลํ วา, ตํ อปเนติ. ขณิตฺตึ คเหตฺวา กาเลน กาลํ มูลานิ ปริขณติ. เอวมสฺส อปฺปมตฺตสฺส อิมานิ ปญฺจ การณานิ กโรโต โส อมฺโพ วฑฺฒิตฺวา ผลํ เทติ. เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ. รุกฺขสฺส สมนฺตโต โกฏฺฐกพนฺธนํ วิย หิ สีลํ ทฏฺฐพฺพํ, กาเลน กาลํ อุทกสิญฺจนํ วิย ธมฺมสฺสวนํ, มริยาทาย ถิรภาวกรณํ วิย สมโถ, สมีเป วลฺลิอาทีนํ หรณํ วิย กมฺมฏฺฐาเน ขลนปกฺขลนจฺเฉทนํ, กาเลน กาลํ ขณิตฺตึ คเหตฺวา มูลขณนํ วิย สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ ภาวนา. เตหิ ปญฺจหิ การเณหิ อนุคฺคหิตสฺส อมฺพรุกฺขสฺส มธุรผลทานกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ อนุคฺคหิตาย สมฺมาทิฏฺฐิยา อรหตฺตผลทานํ เวทิตพฺพํ.
๔๕๓. กติ ปนาวุโส, ภวาติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? มูลเมว คโต อนุสนฺธิ, ทุปฺปญฺโญ เยหิ ภเวหิ น อุฏฺฐาติ, เต ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. ตตฺถ กามภโวติ กามภวูปคํ กมฺมํ กมฺมาภินิพฺพตฺตา อุปาทินฺนกฺขนฺธาปีติ อุภยเมกโต กตฺวา กามภโวติ อาห. รูปารูปภเวสุปิ เอเสว นโย. อายตินฺติ อนาคเต. ปุนพฺภวสฺส อภินิพฺพตฺตีติ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ. อิธ วฏฺฏํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. ตตฺราตตฺราภินนฺทนาติ รูปาภินนฺทนา สทฺทาภินนฺทนาติ เอวํ ตหึ ตหึ อภินนฺทนา, กรณวจเน เจตํ ปจฺจตฺตํ. ตตฺรตตฺราภินนฺทนาย ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ โหตีติ อตฺโถ. เอตฺตาวตา หิ คมนํ โหติ, อาคมนํ โหติ, คมนาคมนํ โหติ, วฏฺฏํ วตฺตตีติ วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสสิ. อิทานิ วิวฏฺฏํ ปุจฺฉนฺโต ‘‘กถํ ปนาวุโส’’ติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน อวิชฺชาวิราคาติ อวิชฺชาย ขยนิโรเธน. วิชฺชุปฺปาทาติ อรหตฺตมคฺควิชฺชาย อุปฺปาเทน. กึ อวิชฺชา ปุพฺเพ นิรุทฺธา, อถ วิชฺชา ปุพฺเพ อุปฺปนฺนาติ? อุภยเมตํ น วตฺตพฺพํ. ปทีปุชฺชลเนน อนฺธการวิคโม วิย วิชฺชุปฺปาเทน อวิชฺชา นิรุทฺธาว โหติ. ตณฺหานิโรธาติ ตณฺหาย ขยนิโรเธน. ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ น โหตีติ เอวํ อายตึ ปุนพฺภวสฺส อภินิพฺพตฺติ น โหติ, คมนํ อาคมนํ คมนาคมนํ อุปจฺฉิชฺชติ, วฏฺฏํ น วตฺตตีติ วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺเสสิ.
๔๕๔. กตมํ ปนาวุโสติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? อุภโตภาควิมุตฺโต ภิกฺขุ กาเลน กาลํ นิโรธํ สมาปชฺชติ. ตสฺส นิโรธปาทกํ ปฐมชฺฌานํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. ปฐมํ ฌานนฺติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? นิโรธํ สมาปชฺชนเกน ภิกฺขุนา องฺคววตฺถานํ โกฏฺฐาสปริจฺเฉโท นาม ชานิตพฺโพ, อิทํ ฌานํ ปญฺจงฺคิกํ จตุรงฺคิกํ ติวงฺคิกํ ทุวงฺคิกนฺติ องฺคววตฺถานํ โกฏฺฐาสปริจฺเฉทํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. วิตกฺโกติอาทีสุ ปน อภินิโรปนลกฺขโณ วิตกฺโก, อนุมชฺชนลกฺขโณ วิจาโร, ผรณลกฺขณา ปีติ, สาตลกฺขณํ สุขํ, อวิกฺเขปลกฺขณา จิตฺเตกคฺคตาติ อิเม ปญฺจ ธมฺมา วตฺตนฺติ. กตงฺควิปฺปหีนนฺติ อิธ ปน กึ ปุจฺฉติ? นิโรธํ สมาปชฺชนเกน ภิกฺขุนา อุปการานุปการานิ องฺคานิ ชานิตพฺพานิ, ตานิ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ, วิสฺสชฺชนํ ปเนตฺถ ปากฏเมว. อิติ เหฏฺฐา นิโรธปาทกํ ปฐมชฺฌานํ คหิตํ, อุปริ ตสฺส อนนฺตรปจฺจยํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺตึ ปุจฺฉิสฺสติ. อนฺตรา ปน ฉ สมาปตฺติโย สํขิตฺตา, นยํ วา ทสฺเสตฺวา วิสฺสฏฺฐาติ เวทิตพฺพา.
๔๕๕. อิทานิ วิญฺญาณนิสฺสเย ปญฺจ ปสาเท ปุจฺฉนฺโต ปญฺจิมานิ, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ โคจรวิสยนฺติ โคจรภูตํ วิสยํ. อญฺญมญฺญสฺสาติ จกฺขุ โสตสฺส โสตํ วา จกฺขุสฺสาติ เอวํ เอเกกสฺส โคจรวิสยํ น ปจฺจนุโภติ. สเจ หิ นีลาทิเภทํ รูปารมฺมณํ สโมธาเนตฺวา โสตินฺทฺริยสฺส อุปเนยฺย, ‘‘อิงฺฆ ตาว นํ ววตฺถเปหิ วิภาเวหิ, กึ นาเมตํ อารมฺมณ’’นฺติ. จกฺขุวิญฺญาณญฺหิ วินาปิ มุเขน อตฺตโน ธมฺมตาย เอวํ วเทยฺย – ‘‘อเร อนฺธพาล, วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ ปริธาวมาโน อญฺญตฺร มยา กุหึ เอตสฺส ชานนกํ ลภิสฺสสิ, อาหร นํ จกฺขุปสาเท อุปเนหิ, อหเมตํ อารมฺมณํ ชานิสฺสามิ, ยทิ วา นีลํ ยทิ วา ปีตกํ, น หิ เอโส อญฺญสฺส วิสโย, มเยฺหเวโส วิสโย’’ติ. เสสทฺวาเรสุปิ เอเสว นโย. เอวเมตานิ อญฺญมญฺญสฺส โคจรํ วิสยํ น ปจฺจนุโภนฺติ นาม. กึ ปฏิสรณนฺติ เอเตสํ กึ ปฏิสรณํ, กึ เอตานิ ปฏิสรนฺตีติ ปุจฺฉติ. มโน ปฏิสรณนฺติ ชวนมโน ปฏิสรณํ. มโน จ เนสนฺติ มโนทฺวาริกชวนมโน วา ปญฺจทฺวาริกชวนมโน วา เอเตสํ โคจรวิสยํ รชฺชนาทิวเสน อนุโภติ. จกฺขุวิญฺญาณญฺหิ รูปทสฺสนมตฺตเมว, เอตฺถ รชฺชนํ วา ทุสฺสนํ วา มุยฺหนํ วา นตฺถิ. เอตสฺมึ ปน ทฺวาเร ชวนํ รชฺชติ วา ทุสฺสติ วา มุยฺหติ วา. โสตวิญฺญาณาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺรายํ อุปมา – ปญฺจ กิร ทุพฺพลโภชกา ราชานํ เสวิตฺวา กิจฺเฉน กสิเรน เอกสฺมึ ปญฺจกุลิเก คาเม ปริตฺตกํ อายํ ลภึสุ. เตสํ ตตฺถ มจฺฉภาโค มํสภาโค ยุตฺติกหาปโณ วา, พนฺธกหาปโณ วา, มาปหารกหาปโณ วา, อฏฺฐกหาปโณ วา, โสฬสกหาปโณ วา, พาตฺตึสกหาปโณ วา, จตุสฏฺฐิกหาปโณ วา, ทณฺโฑติ เอตฺตกมตฺตเมว ปาปุณาติ. สตวตฺถุกํ ปญฺจสตวตฺถุกํ สหสฺสวตฺถุกํ มหาพลึ ราชาว คณฺหาติ. ตตฺถ ปญฺจกุลิกคาโม วิย ปญฺจ ปสาทา ทฏฺฐพฺพา; ปญฺจ ทุพฺพลโภชกา วิย ปญฺจ วิญฺญาณานิ; ราชา วิย ชวนํ; ทุพฺพลโภชกานํ ปริตฺตกํ อายปาปุณนํ วิย จกฺขุวิญฺญาณาทีนํ รูปทสฺสนาทิมตฺตํ. รชฺชนาทีนิ ปน เอเตสุ นตฺถิ. รญฺโญ มหาพลิคฺคหณํ วิย เตสุ ทฺวาเรสุ ชวนสฺส รชฺชนาทีนิ เวทิตพฺพานิ.
๔๕๖. ปญฺจิมานิ, อาวุโสติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? อนฺโตนิโรธสฺมึ ปญฺจ ปสาเท. กิริยมยปวตฺตสฺมิญฺหิ วตฺตมาเน อรูปธมฺมา ปสาทานํ พลวปจฺจยา โหนฺติ. โย ปน ตํ ปวตฺตํ นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปนฺโน, ตสฺส อนฺโตนิโรเธ ปญฺจ ปสาทา กึ ปฏิจฺจ ติฏฺฐนฺตีติ อิทํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. อายุํ ปฏิจฺจาติ ชีวิตินฺทฺริยํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐนฺติ. อุสฺมํ ปฏิจฺจาติ ชีวิตินฺทฺริยํ กมฺมชเตชํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ. ยสฺมา ปน กมฺมชเตโชปิ ชีวิตินฺทฺริเยน วินา น ติฏฺฐติ, ตสฺมา ‘‘อุสฺมา อายุํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐตี’’ติ อาห. ฌายโตติ ชลโต. อจฺจึ ปฏิจฺจาติ ชาลสิขํ ปฏิจฺจ. อาภา ปญฺญายตีติ อาโลโก นาม ปญฺญายติ. อาภํ ปฏิจฺจ อจฺจีติ ตํ อาโลกํ ปฏิจฺจ ชาลสิขา ปญฺญายติ.
เอวเมว โข, อาวุโส, อายุ อุสฺมํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐตีติ เอตฺถ ชาลสิขา วิย กมฺมชเตโช. อาโลโก วิย ชีวิตินฺทฺริยํ. ชาลสิขา หิ อุปฺปชฺชมานา อาโลกํ คเหตฺวาว อุปฺปชฺชติ. สา เตน อตฺตนา ชนิตอาโลเกเนว สยมฺปิ อณุ ถูลา ทีฆา รสฺสาติ ปากฏา โหติ. ตตฺถ ชาลปวตฺติยา ชนิตอาโลเกน ตสฺสาเยว ชาลปวตฺติยา ปากฏภาโว วิย อุสฺมํ ปฏิจฺจ นิพฺพตฺเตน กมฺมชมหาภูตสมฺภเวน ชีวิตินฺทฺริเยน อุสฺมาย อนุปาลนํ. ชีวิตินฺทฺริยญฺหิ ทสปิ วสฺสานิ…เป… วสฺสสตมฺปิ กมฺมชเตชปวตฺตํ ปาเลติ. อิติ มหาภูตานิ อุปาทารูปานํ นิสฺสยปจฺจยาทิวเสน ปจฺจยานิ โหนฺตีติ อายุ อุสฺมํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐติ. ชีวิตินฺทฺริยํ มหาภูตานิ ปาเลตีติ อุสฺมา อายุํ ปฏิจฺจ ติฏฺฐตีติ เวทิตพฺพา.
๔๕๗. อายุสงฺขาราติ อายุเมว. เวทนิยา ธมฺมาติ เวทนา ธมฺมาว. วุฏฺฐานํ ปญฺญายตีติ สมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ ปญฺญายติ. โย หิ ภิกฺขุ อรูปปวตฺเต อุกฺกณฺฐิตฺวา สญฺญญฺจ เวทนญฺจ นิโรเธตฺวา นิโรธํ สมาปนฺโน, ตสฺส ยถาปริจฺฉินฺนกาลวเสน รูปชีวิตินฺทฺริยปจฺจยา อรูปธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ ปน รูปารูปปวตฺตํ ปวตฺตติ. ยถา กึ? ยถา เอโก ปุริโส ชาลาปวตฺเต อุกฺขณฺฐิโต อุทเกน ปหริตฺวา ชาลํ อปฺปวตฺตํ กตฺวา ฉาริกาย องฺคาเร ปิธาย ตุณฺหี นิสีทติ. ยทา ปนสฺส ปุน ชาลาย อตฺโถ โหติ, ฉาริกํ อปเนตฺวา องฺคาเร ปริวตฺเตตฺวา อุปาทานํ ทตฺวา มุขวาตํ วา ตาลวณฺฏวาตํ วา ททาติ. อถ ชาลาปวตฺตํ ปุน ปวตฺตติ. เอวเมว ชาลาปวตฺตํ วิย อรูปธมฺมา. ปุริสสฺส ชาลาปวตฺเต อุกฺกณฺฐิตฺวา อุทกปฺปหาเรน ชาลํ อปฺปวตฺตํ กตฺวา ฉาริกาย องฺคาเร ปิธาย ตุณฺหีภูตสฺส นิสชฺชา วิย ภิกฺขุโน อรูปปวตฺเต อุกฺกณฺฐิตฺวา สญฺญญฺจ เวทนญฺจ นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปชฺชนํ. ฉาริกาย ปิหิตองฺคารา วิย รูปชีวิตินฺทฺริยํ. ปุริสสฺส ปุน ชาลาย อตฺเถ สติ ฉาริกาปนยนาทีนิ วิย ภิกฺขุโน ยถาปริจฺฉินฺนกาลาปคมนํ. อคฺคิชาลาย ปวตฺติ วิย ปุน อรูปธมฺเมสุ อุปฺปนฺเนสุ รูปารูปปวตฺติ เวทิตพฺพา.
อายุ อุสฺมา จ วิญฺญาณนฺติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ, กมฺมชเตโชธาตุ, จิตฺตนฺติ อิเม ตโย ธมฺมา ยทา อิมํ รูปกายํ ชหนฺติ, อถายํ อเจตนํ กฏฺฐํ วิย ปถวิยํ ฉฑฺฑิโต เสตีติ อตฺโถ. วุตฺตญฺเจตํ –
‘‘อายุ อุสฺมา จ วิญฺญาณํ, ยทา กายํ ชหนฺติมํ;
อปวิทฺโธ ตทา เสติ, ปรภตฺตํ อเจตน’’นฺติ. (สํ. นิ. ๓.๙๕);
กายสงฺขาราติ อสฺสาสปสฺสาสา. วจีสงฺขาราติ วิตกฺกวิจารา. จิตฺตสงฺขาราติ สญฺญาเวทนา. อายูติ รูปชีวิตินฺทฺริยํ. ปริภินฺนานีติ อุปหตานิ, วินฏฺฐานีติ อตฺโถ. ตตฺถ เกจิ ‘‘นิโรธสมาปนฺนสฺส จิตฺตสงฺขาราว นิรุทฺธา’’ติ วจนโต จิตฺตํ อนิรุทฺธํ โหติ, ตสฺมา สจิตฺตกา อยํ สมาปตฺตีติ วทนฺติ. เต วตฺตพฺพา – ‘‘วจีสงฺขาราปิสฺส นิรุทฺธา’’ติ วจนโต วาจา อนิรุทฺธา โหติ, ตสฺมา นิโรธํ สมาปนฺเนน ธมฺมมฺปิ กเถนฺเตน สชฺฌายมฺปิ กโรนฺเตน นิสีทิตพฺพํ สิยา. ‘‘โย จายํ มโต กาลงฺกโต, ตสฺสาปิ จิตฺตสงฺขารา นิรุทฺธา’’ติ วจนโต จิตฺตํ อนิรุทฺธํ ภเวยฺย, ตสฺมา กาลงฺกเต มาตาปิตโร วา อรหนฺเต วา ฌาปยนฺเตน อนนฺตริยกมฺมํ กตํ ภเวยฺย. อิติ พฺยญฺชเน อภินิเวสํ อกตฺวา อาจริยานํ นเย ฐตฺวา อตฺโถ อุปปริกฺขิตพฺโพ. อตฺโถ หิ ปฏิสรณํ, น พฺยญฺชนํ.
อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานีติ กิริยมยปวตฺตสฺมิญฺหิ วตฺตมาเน พหิทฺธา อารมฺมเณสุ ปสาเท ฆฏฺเฏนฺเตสุ อินฺทฺริยานิ กิลมนฺตานิ อุปหตานิ มกฺขิตานิ วิย โหนฺติ, วาตาทีหิ อุฏฺฐิเตน รเชน จตุมหาปเถ ฐปิตอาทาโส วิย. ยถา ปน ถวิกายํ ปกฺขิปิตฺวา มญฺชูสาทีสุ ฐปิโต อาทาโส อนฺโตเยว วิโรจติ, เอวํ นิโรธํ สมาปนฺนสฺส ภิกฺขุโน อนฺโตนิโรเธ ปญฺจ ปสาทา อติวิโรจนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อินฺทฺริยานิ วิปฺปสนฺนานี’’ติ.
๔๕๘. กติ ปนาวุโส, ปจฺจยาติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? นิโรธสฺส อนนฺตรปจฺจยํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. วิสฺสชฺชเน ปนสฺส สุขสฺส จ ปหานาติ จตฺตาโร อปคมนปจฺจยา กถิตา. อนิมิตฺตายาติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? นิโรธโต วุฏฺฐานกผลสมาปตฺตึ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. อวเสสสมาปตฺติวุฏฺฐานญฺหิ ภวงฺเคน โหติ, นิโรธา วุฏฺฐานํ ปน วิปสฺสนานิสฺสนฺทาย ผลสมาปตฺติยาติ ตเมว ปุจฺฉติ. สพฺพนิมิตฺตานนฺติ รูปาทีนํ สพฺพารมฺมณานํ. อนิมิตฺตาย จ ธาตุยา มนสิกาโรติ สพฺพนิมิตฺตาปคตาย นิพฺพานธาตุยา มนสิกาโร. ผลสมาปตฺติสหชาตํ มนสิการํ สนฺธายาห. อิติ เหฏฺฐา นิโรธปาทกํ ปฐมชฺฌานํ คหิตํ, นิโรธสฺส อนนฺตรปจฺจยํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ คหิตํ, อิธ นิโรธโต วุฏฺฐานกผลสมาปตฺติ คหิตาติ.
อิมสฺมึ ฐาเน นิโรธกถา กเถตพฺพา โหติ. สา, ‘‘ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาปญฺญา นิโรธสมาปตฺติยา ญาณ’’นฺติ เอวํ ปฏิสมฺภิทามคฺเค (ปฏิ. ม. ๑.๘๓) อาคตา. วิสุทฺธิมคฺเค ปนสฺสา สพฺพากาเรน วินิจฺฉยกถา กถิตา.
อิทานิ วลญฺชนสมาปตฺตึ ปุจฺฉนฺโต กติ ปนาวุโส, ปจฺจยาติอาทิมาห. นิโรธโต หิ วุฏฺฐานกผลสมาปตฺติยา ฐิติ นาม น โหติ, เอกํ เทฺว จิตฺตวารเมว ปวตฺติตฺวา ภวงฺคํ โอตรติ. อยญฺหิ ภิกฺขุ สตฺต ทิวเส อรูปปวตฺตํ นิโรเธตฺวา นิสินฺโน นิโรธวุฏฺฐานกผลสมาปตฺติยํ น จิรํ ติฏฺฐติ. วลญฺชนสมาปตฺติยํ ปน อทฺธานปริจฺเฉโทว ปมาณํ. ตสฺมา สา ฐิติ นาม โหติ. เตนาห – ‘‘อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ฐิติยา’’ติ. ตสฺสา จิรฏฺฐิตตฺถํ กติ ปจฺจยาติ อตฺโถ. วิสฺสชฺชเน ปนสฺสา ปุพฺเพ จ อภิสงฺขาโรติ อทฺธานปริจฺเฉโท วุตฺโต. วุฏฺฐานายาติ อิธ ภวงฺควุฏฺฐานํ ปุจฺฉติ. วิสฺสชฺชเนปิสฺสา สพฺพนิมิตฺตานญฺจ มนสิกาโรติ รูปาทินิมิตฺตวเสน ภวงฺคสหชาตมนสิกาโร วุตฺโต.
๔๕๙. ยา จายํ, อาวุโสติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? อิธ อญฺญํ อภินวํ นาม นตฺถิ. เหฏฺฐา กถิตธมฺเมเยว เอกโต สโมธาเนตฺวา ปุจฺฉามีติ ปุจฺฉติ. กตฺถ ปน เต กถิตา? ‘‘นีลมฺปิ สญฺชานาติ ปีตกมฺปิ, โลหิตกมฺปิ, โอทาตกมฺปิ สญฺชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๐) เอตสฺมิญฺหิ ฐาเน อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติ กถิตา. ‘‘นตฺถิ กิญฺจีติ อากิญฺจญฺญายตนนฺติ เนยฺย’’นฺติ (ม. นิ. ๑.๔๕๑) เอตฺถ อากิญฺจญฺญํ. ‘‘ปญฺญาจกฺขุนา ปชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๕๑) เอตฺถ สุญฺญตา. ‘‘กติ ปนาวุโส, ปจฺจยา อนิมิตฺตาย เจโตวิมุตฺติยา ฐิติยา วุฏฺฐานายา’’ติ เอตฺถ อนิมิตฺตา. เอวํ เหฏฺฐา กถิตาว อิมสฺมึ ฐาเน เอกโต สโมธาเนตฺวา ปุจฺฉติ. ตํ ปน ปฏิกฺขิปิตฺวา เอตา ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน นิทฺทิฏฺฐาวาติ วตฺวา อญฺเญ จตฺตาโร ธมฺมา เอกนามกา อตฺถิ. เอโก ธมฺโม จตุนามโก อตฺถิ, เอตํ ปากฏํ กตฺวา กถาเปตุํ อิธ ปุจฺฉตีติ อฏฺฐกถายํ สนฺนิฏฺฐานํ กตํ. ตสฺสา วิสฺสชฺชเน อยํ วุจฺจตาวุโส, อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺตีติ อยํ ผรณอปฺปมาณตาย อปฺปมาณา นาม. อยญฺหิ อปฺปมาเณ วา สตฺเต ผรติ, เอกสฺมิมฺปิ วา สตฺเต อเสเสตฺวา ผรติ.
อยํ วุจฺจตาวุโส, อากิญฺจญฺญาติ อารมฺมณกิญฺจนสฺส อภาวโต อากิญฺจญฺญา. อตฺเตน วาติ อตฺต ภาวโปสปุคฺคลาทิสงฺขาเตน อตฺเตน สุญฺญํ. อตฺตนิเยน วาติ จีวราทิปริกฺขารสงฺขาเตน อตฺตนิเยน สุญฺญํ. อนิมิตฺตาติ ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาเวเนว อนิมิตฺตา, อรหตฺตผลสมาปตฺตึ สนฺธายาห. นานตฺถา เจว นานาพฺยญฺชนา จาติ พฺยญฺชนมฺปิ เนสํ นานา อตฺโถปิ. ตตฺถ พฺยญฺชนสฺส นานตา ปากฏาว. อตฺโถ ปน, อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติ ภูมนฺตรโต มหคฺคตา เอว โหติ รูปาวจรา; อารมฺมณโต สตฺต ปญฺญตฺติอารมฺมณา. อากิญฺจญฺญา ภุมฺมนฺตรโต มหคฺคตา อรูปาวจรา; อารมฺมณโต น วตฺตพฺพารมฺมณา. สุญฺญตา ภุมฺมนฺตรโต กามาวจรา; อารมฺมณโต สงฺขารารมฺมณา. วิปสฺสนา หิ เอตฺถ สุญฺญตาติ อธิปฺเปตา. อนิมิตฺตา ภุมฺมนฺตรโต โลกุตฺตรา; อารมฺมณโต นิพฺพนารมฺมณา.
ราโค โข, อาวุโส, ปมาณกรโณติอาทีสุ ยถา ปพฺพตปาเท ปูติปณฺณรสอุทกํ นาม โหติ กาฬวณฺณํ; โอโลเกนฺตานํ พฺยามสตคมฺภีรํ วิย ขายติ. ยฏฺฐึ วา รชฺชุํ วา คเหตฺวา มินนฺตสฺส ปิฏฺฐิปาโทตฺถรณมตฺตมฺปิ น โหติ. เอวเมวํ ยาว ราคาทโย นุปฺปชฺชนฺติ, ตาว ปุคฺคลํ สญฺชานิตุํ น สกฺกา โหนฺติ, โสตาปนฺโน วิย, สกทาคามี วิย, อนาคามี วิย จ ขายติ. ยทา ปนสฺส ราคาทโย อุปฺปชฺชนฺติ, ตทา รตฺโต ทุฏฺโฐ มูโฬฺหติ ปญฺญายติ. อิติ เอเต ‘‘เอตฺตโก อย’’นฺติ ปุคฺคลสฺส ปมาณํ ทสฺเสนฺโต วิย อุปฺปชฺชนฺตีติ ปมาณกรณา นาม วุตฺตา. ยาวตา โข, อาวุโส, อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติโยติ ยตฺตกา อปฺปมาณา เจโตวิมุตฺติโย. กิตฺตกา ปน ตา? จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา, จตฺตาโร มคฺคา, จตฺตาริ จ ผลานีติ ทฺวาทส. ตตฺถ พฺรหฺมวิหารา ผรณอปฺปมาณตาย อปฺปมาณา. เสสา ปมาณกรณานํ กิเลสานํ อภาเวน อปฺปมาณา. นิพฺพานมฺปิ อปฺปมาณเมว, เจโตวิมุตฺติ ปน น โหติ, ตสฺมา น คหิตํ. อกุปฺปาติ อรหตฺตผลเจโตวิมุตฺติ; สา หิ ตาสํ สพฺพเชฏฺฐิกา, ตสฺมา อคฺคมกฺขายตีติ วุตฺตา. ราโค โข, อาวุโส, กิญฺจโนติ ราโค อุปฺปชฺชิตฺวา ปุคฺคลํ กิญฺจติ มทฺทติ ปลิพุนฺธติ. ตสฺมา กิญฺจโนติ วุตฺโต. มนุสฺสา กิร โคเณหิ ขลํ มทฺทาเปนฺโต กิญฺเจหิ กปิล, กิญฺเจหิ กาฬกาติ วทนฺติ. เอวํ มทฺทนตฺโถ กิญฺจนตฺโถติ เวทิตพฺโพ. โทสโมเหสุปิ เอเสว นโย. อากิญฺจญฺญา เจโตวิมุตฺติโย นาม นว ธมฺมา อากิญฺจญฺญายตนญฺจ มคฺคผลานิ จ. ตตฺถ อากิญฺจญฺญายตนํ กิญฺจนํ อารมฺมณํ อสฺส นตฺถีติ อากิญฺจญฺญํ. มคฺคผลานิ กิญฺจนานํ มทฺทนานํ ปลิพุนฺธนกิเลสานํ นตฺถิตาย อากิญฺจญฺญานิ. นิพฺพานมฺปิ อากิญฺจญฺญํ, เจโตวิมุตฺติ ปน น โหติ, ตสฺมา น คหิตํ.
ราโค โข, อาวุโส, นิมิตฺตกรโณติอาทีสุ ยถา นาม ทฺวินฺนํ กุลานํ สทิสา เทฺว วจฺฉกา โหนฺติ. ยาว เตสํ ลกฺขณํ น กตํ โหติ, ตาว ‘‘อยํ อสุกกุลสฺส วจฺฉโก, อยํ อสุกกุลสฺสา’’ติ น สกฺกา โหนฺติ ชานิตุํ. ยทา ปน เตสํ สตฺติสูลาทีสุ อญฺญตรํ ลกฺขณํ กตํ โหติ, ตทา สกฺกา โหนฺติ ชานิตุํ. เอวเมว ยาว ปุคฺคลสฺส ราโค นุปฺปชฺชติ, ตาว น สกฺกา โหติ ชานิตุํ อริโย วา ปุถุชฺชโน วาติ. ราโค ปนสฺส อุปฺปชฺชมาโนว สราโค นาม อยํ ปุคฺคโลติ สญฺชานนนิมิตฺตํ กโรนฺโต วิย อุปฺปชฺชติ, ตสฺมา ‘‘นิมิตฺตกรโณ’’ติ วุตฺโต. โทสโมเหสุปิ เอเสว นโย.
อนิมิตฺตา เจโตวิมุตฺติ นาม เตรส ธมฺมา – วิปสฺสนา, จตฺตาโร อารุปฺปา, จตฺตาโร มคฺคา, จตฺตาริ จ ผลานีติ. ตตฺถ วิปสฺสนา นิจฺจนิมิตฺตํ สุขนิมิตฺตํ อตฺตนิมิตฺตํ อุคฺฆาเฏตีติ อนิมิตฺตา นาม. จตฺตาโร อารุปฺปา รูปนิมิตฺตสฺส อภาเวน อนิมิตฺตา นาม. มคฺคผลานิ นิมิตฺตกรณานํ กิเลสานํ อภาเวน อนิมิตฺตานิ. นิพฺพานมฺปิ อนิมิตฺตเมว, ตํ ปน เจโตวิมุตฺติ น โหติ, ตสฺมา น คหิตํ. อถ กสฺมา สุญฺญตา เจโตวิมุตฺติ น คหิตาติ? สา, ‘‘สุญฺญา ราเคนา’’ติอาทิวจนโต สพฺพตฺถ อนุปวิฏฺฐาว, ตสฺมา วิสุํ น คหิตา. เอกตฺถาติ อารมฺมณวเสน เอกตฺถา. อปฺปมาณํ อากิญฺจญฺญํ สุญฺญตํ อนิมิตฺตนฺติ หิ สพฺพาเนตานิ นิพฺพานสฺเสว นามานิ. อิติ อิมินา ปริยาเยน เอกตฺถา. อญฺญสฺมึ ปน ฐาเน อปฺปมาณา โหนฺติ, อญฺญสฺมึ อากิญฺจญฺญา อญฺญสฺมึ สุญฺญตา อญฺญสฺมึ อนิมิตฺตาติ อิมินา ปริยาเยน นานาพฺยญฺชนา. อิติ เถโร ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
มหาเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๔. จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา
๔๖๐. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬเวทลฺลสุตฺตํ. ตตฺถ วิสาโข อุปาสโกติ วิสาโขติ เอวํนามโก อุปาสโก. เยน ธมฺมทินฺนาติ เยน ธมฺมทินฺนา นาม ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมิ. โก ปนายํ วิสาโข? กา ธมฺมทินฺนา? กสฺมา อุปสงฺกมีติ? วิสาโข นาม ธมฺมทินฺนาย คิหิกาเล ฆรสามิโก. โส ยทา ภควา สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌิตฺวา ปวตฺตวรธมฺมจกฺโก ยสาทโย กุลปุตฺเต วิเนตฺวา อุรุเวลํ ปตฺวา ตตฺถ ชฏิลสหสฺสํ วิเนตฺวา ปุราณชฏิเลหิ ขีณาสวภิกฺขูหิ สทฺธึ ราชคหํ คนฺตฺวา พุทฺธทสฺสนตฺถํ ทฺวาทสนหุตาย ปริสาย สทฺธึ อาคตสฺส พิมฺพิสารมหาราชสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. ตทา รญฺญา สทฺธึ อาคเตสุ ทฺวาทสนหุเตสุ เอกํ นหุตํ อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสิ, เอกาทส นหุตานิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ สทฺธึ รญฺญา พิมฺพิสาเรน. อยํ อุปาสโก เตสํ อญฺญตโร, เตหิ สทฺธึ ปฐมทสฺสเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย, ปุน เอกทิวสํ ธมฺมํ สุตฺวา สกทาคามิผลํ ปตฺวา, ตโต อปรภาเคปิ เอกทิวสํ ธมฺมํ สุตฺวา อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต. โส อนาคามี หุตฺวา เคหํ อาคจฺฉนฺโต ยถา อญฺเญสุ ทิวเสสุ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต สิตํ กุรุมาโน อาคจฺฉติ, เอวํ อนาคนฺตฺวา สนฺตินฺทฺริโย สนฺตมานโส หุตฺวา อคมาสิ.
ธมฺมทินฺนา สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา วีถึ โอโลกยมานา ตสฺส อาคมนาการํ ทิสฺวา, ‘‘กึ นุ โข เอต’’นฺติ จินฺเตตฺวา ตสฺส ปจฺจุคฺคมนํ กุรุมานา โสปานสีเส ฐตฺวา โอลมฺพนตฺถํ หตฺถํ ปสาเรสิ. อุปาสโก อตฺตโน หตฺถํ สมิญฺเชสิ. สา ‘‘ปาตราสโภชนกาเล ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อุปาสโก ปุพฺเพ ตาย สทฺธึ เอกโต ภุญฺชติ. ตํ ทิวสํ ปน ตํ อนปโลเกตฺวา โยคาวจรภิกฺขุ วิย เอกโกว ภุญฺชิ. สา, ‘‘สายนฺหกาเล ชานิสฺสามี’’ติ จินฺเตสิ. อุปาสโก ตํทิวสํ สิริคพฺภํ น ปาวิสิ, อญฺญํ คพฺภํ ปฏิชคฺคาเปตฺวา กปฺปิยมญฺจกํ ปญฺญปาเปตฺวา นิปชฺชิ. อุปาสิกา, ‘‘กึ นุ ขฺวสฺส พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถิ, อุทาหุ เกนจิเทว ปริเภทเกน ภินฺโน, อุทาหุ มเยฺหว โกจิ โทโส อตฺถี’’ติ พลวโทมนสฺสา หุตฺวา, ‘‘เอกํ เทฺว ทิวเส วสิตกาเล สกฺกา ญาตุ’’นฺติ ตสฺส อุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ.
อุปาสโก, ‘‘กึ ธมฺมทินฺเน อกาเล อาคตาสี’’ติ ปุจฺฉิ. อาม อยฺยปุตฺต, อาคตามฺหิ, น ตฺวํ ยถา ปุราโณ, กึ นุ เต พหิทฺธา ปตฺถนา อตฺถีติ? นตฺถิ ธมฺมทินฺเนติ. อญฺโญ โกจิ ปริเภทโก อตฺถีติ? อยมฺปิ นตฺถีติ. เอวํ สนฺเต มเยฺหว โกจิ โทโส ภวิสฺสตีติ. ตุยฺหมฺปิ โทโส นตฺถีติ. อถ กสฺมา มยา สทฺธึ ยถา ปกติยา อาลาปสลฺลาปมตฺตมฺปิ น กโรถาติ? โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ โลกุตฺตรธมฺโม นาม ครุ ภาริโย น ปกาเสตตพฺโพ, สเจ โข ปนาหํ น กเถสฺสามิ, อยํ หทยํ ผาเลตฺวา เอตฺเถว กาลํ กเรยฺยา’’ติ ตสฺสานุคฺคหตฺถาย กเถสิ – ‘‘ธมฺมทินฺเน อหํ สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา โลกุตฺตรธมฺมํ นาม อธิคโต, ตํ อธิคตสฺส เอวรูปา โลกิยกิริยา น วฏฺฏติ. ยทิ ตฺวํ อิจฺฉสิ, ตว จตฺตาลีส โกฏิโย มม จตฺตาลีส โกฏิโยติ อสีติโกฏิธนํ อตฺถิ, เอตฺถ อิสฺสรา หุตฺวา มม มาติฏฺฐาเน วา ภคินิฏฺฐาเน วา ฐตฺวา วส. ตยา ทินฺเนน ภตฺตปิณฺฑมตฺตเกน อหํ ยาเปสฺสามิ. อเถวํ น กโรสิ, อิเม โภเค คเหตฺวา กุลเคหํ คจฺฉ, อถาปิ เต พหิทฺธา ปตฺถนา นตฺถิ, อหํ ตํ ภคินิฏฺฐาเน วา ธิตุฏฺฐาเน วา ฐเปตฺวา โปเสสฺสามี’’ติ.
สา จินฺเตสิ – ‘‘ปกติปุริโส เอวํ วตฺตา นาม นตฺถิ. อทฺธา เอเตน โลกุตฺตรวรธมฺโม ปฏิวิทฺโธ. โส ปน ธมฺโม กึ ปุริเสเหว ปฏิพุชฺฌิตพฺโพ, อุทาหุ มาตุคาโมปิ ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกตี’’ติ วิสาขํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข เอโส ธมฺโม ปุริเสเหว ลภิตพฺโพ, มาตุคาเมนปิ สกฺกา ลทฺธุ’’นฺติ? กึ วเทสิ ธมฺมทินฺเน, เย ปฏิปนฺนกา, เต เอตสฺส ทายาทา, ยสฺส ยสฺส อุปนิสฺสโย อตฺถิ, โส โส เอตํ ปฏิลภตีติ. เอวํ สนฺเต มยฺหํ ปพฺพชฺชํ อนุชานาถาติ. สาธุ ภทฺเท, อหมฺปิ ตํ เอตสฺมึเยว มคฺเค โยเชตุกาโม, มนํ ปน เต อชานมาโน น กเถมีติ ตาวเทว พิมฺพิสารสฺส รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา อฏฺฐาสิ.
ราชา, ‘‘กึ, คหปติ, อกาเล อาคโตสี’’ติ ปุจฺฉิ. ธมฺมทินฺนา, ‘‘มหาราช, ปพฺพชิสฺสามี’’ติ วทตีติ. กึ ปนสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ? อญฺญํ กิญฺจิ นตฺถิ, โสวณฺณสิวิกํ เทว, ลทฺธุํ วฏฺฏติ นครญฺจ ปฏิชคฺคาเปตุนฺติ. ราชา โสวณฺณสิวิกํ ทตฺวา นครํ ปฏิชคฺคาเปสิ. วิสาโข ธมฺมทินฺนํ คนฺโธทเกน นหาเปตฺวา สพฺพาลงฺกาเรหิ อลงฺการาเปตฺวา โสวณฺณสิวิกาย นิสีทาเปตฺวา ญาติคเณน ปริวาราเปตฺวา คนฺธปุปฺผาทีหิ ปูชยมาโน นครวาสนํ กโรนฺโต วิย ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ คนฺตฺวา, ‘‘ธมฺมทินฺนํ ปพฺพาเชถายฺเย’’ติ อาห. ภิกฺขุนิโย ‘‘เอกํ วา เทฺว วา โทเส สหิตุํ วฏฺฏติ คหปตี’’ติ อาหํสุ. นตฺถยฺเย โกจิ โทโส, สทฺธาย ปพฺพชตีติ. อเถกา พฺยตฺตา เถรี ตจปญฺจกกมฺมฏฺฐานํ อาจิกฺขิตฺวา เกเส โอหาเรตฺวา ปพฺพาเชสิ. วิสาโข, ‘‘อภิรมยฺเย, สฺวากฺขาโต ธมฺโม’’ติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ.
ตสฺสา ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย ลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. เตเนว ปลิพุทฺธา สมณธมฺมํ กาตุํ โอกาสํ น ลภติ. อถาจริย-อุปชฺฌายเถริโย คเหตฺวา ชนปทํ คนฺตฺวา อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ จิตฺตรุจิตํ กมฺมฏฺฐานํ กถาเปตฺวา สมณธมฺมํ กาตุํ อารทฺธา, อภินีหารสมฺปนฺนตฺตา ปน นาติจิรํ กิลมิตฺถ.
อิโต ปฏฺฐาย หิ สตสหสฺสกปฺปมตฺถเก ปทุมุตฺตโร นาม สตฺถา โลเก อุทปาทิ. ตทา เอสา เอกสฺมึ กุเล ทาสี หุตฺวา อตฺตโน เกเส วิกฺกิณิตฺวา สุชาตตฺเถรสฺส นาม อคฺคสาวกสฺส ทานํ ทตฺวา ปตฺถนมกาสิ. สา ตาย ปตฺถนาภินีหารสมฺปตฺติยา นาติจิรํ กิลมิตฺถ, กติปาเหเนว อรหตฺตํ ปตฺวา จินฺเตสิ – ‘‘อหํ เยนตฺเถน สาสเน ปพฺพชิตา, โส มตฺถกํ ปตฺโต, กึ เม ชนปทวาเสน, มยฺหํ ญาตกาปิ ปุญฺญานิ กริสฺสนฺติ, ภิกฺขุนิสงฺโฆปิ ปจฺจเยหิ น กิลมิสฺสติ, ราชคหํ คจฺฉามี’’ติ ภิกฺขุนิสงฺฆํ คเหตฺวา ราชคหเมว อคมาสิ. วิสาโข, ‘‘ธมฺมทินฺนา กิร อาคตา’’ติ สุตฺวา, ‘‘ปพฺพชิตฺวา นจิรสฺเสว ชนปทํ คตา, คนฺตฺวาปิ นจิรสฺเสว ปจฺจาคตา, กึ นุ โข ภวิสฺสติ, คนฺตฺวา ชานิสฺสามี’’ติ ทุติยคมเนน ภิกฺขุนิอุปสฺสยํ อคมาสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อถ โข วิสาโข อุปาสโก เยน ธมฺมทินฺนา ภิกฺขุนี เตนุปสงฺกมี’’ติ.
เอตทโวจาติ เอตํ สกฺกาโยติอาทิวจนํ อโวจ. กสฺมา อโวจาติ? เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อภิรมสิ นาภิรมสิ, อยฺเย’’ติ เอวํ ปุจฺฉนํ นาม น ปณฺฑิตกิจฺจํ, ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อุปเนตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามิ, ปญฺหพฺยากรเณน ตสฺสา อภิรตึ วา อนภิรตึ วา ชานิสฺสามีติ, ตสฺมา อโวจ. ตํ สุตฺวาว ธมฺมทินฺนา อหํ, อาวุโส วิสาข, อจิรปพฺพชิตา สกายํ วา ปรกายํ วา กุโต ชานิสฺสามีติ วา, อญฺญตฺเถริโย อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉาติ วา อวตฺวา อุปนิกฺขิตฺตํ สมฺปฏิจฺฉมานา วิย, เอกปาสกคณฺฐึ โมเจนฺตี วิย คหนฏฺฐาเน หตฺถิมคฺคํ นีหรมานา วิย ขคฺคมุเขน สมุคฺคํ วิวรมานา วิย จ ปฏิสมฺภิทาวิสเย ฐตฺวา ปญฺหํ วิสฺสชฺชมานา, ปญฺจ โข อิเม, อาวุโส วิสาข, อุปาทานกฺขนฺธาติอาทิมาห. ตตฺถ ปญฺจาติ คณนปริจฺเฉโท. อุปาทานกฺขนฺธาติ อุปาทานานํ ปจฺจยภูตา ขนฺธาติ เอวมาทินา นเยเนตฺถ อุปาทานกฺขนฺธกถา วิตฺถาเรตฺวา กเถตพฺพา. สา ปเนสา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา เอวาติ ตตฺถ วิตฺตาริตนเยเนว เวทิตพฺพา. สกฺกายสมุทยาทีสุปิ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ เหฏฺฐา ตตฺถ ตตฺถ วุตฺตเมว.
อิทํ ปน จตุสจฺจพฺยากรณํ สุตฺวา วิสาโข เถริยา อภิรตภาวํ อญฺญาสิ. โย หิ พุทฺธสาสเน อุกฺกณฺฐิโต โหติ อนภิรโต, โส เอวํ ปุจฺฉิตปุจฺฉิตปญฺหํ สณฺฑาเสน เอเกกํ ปลิตํ คณฺหนฺโต วิย, สิเนรุปาทโต วาลุกํ อุทฺธรนฺโต วิย วิสฺสชฺเชตุํ น สกฺโกติ. ยสฺมา ปน อิมานิ จตฺตาริ สจฺจานิ โลเก จนฺทิมสูริยา วิย พุทฺธสาสเน ปากฏานิ, ปริสมชฺเฌ คโต หิ ภควาปิ มหาเถราปิ สจฺจาเนว ปกาเสนฺติ; ภิกฺขุสงฺโฆปิ ปพฺพชิตทิวสโต ปฏฺฐาย กุลปุตฺเต จตฺตาริ นาม กึ, จตฺตาริ อริยสจฺจานีติ ปญฺหํ อุคฺคณฺหาเปติ. อยญฺจ ธมฺมทินฺนา อุปายโกสลฺเล ฐิตา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา นยํ คเหตฺวา สุเตนปิ กเถตุํ สมตฺถา, ตสฺมา ‘‘น สกฺกา เอติสฺสา เอตฺตาวตา สจฺจานํ ปฏิวิทฺธภาโว ญาตุํ, สจฺจวินิพฺโภคปญฺหพฺยากรเณน สกฺกา ญาตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา เหฏฺฐา กถิตานิ เทฺว สจฺจานิ ปฏินิวตฺเตตฺวา คุฬฺหํ กตฺวา คณฺฐิปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉนฺโต ตญฺเญว นุ โข, อยฺเยติอาทิมาห.
ตสฺส วิสฺสชฺชเน น โข, อาวุโส วิสาข, ตญฺเญว อุปาทานนฺติ อุปาทานสฺส สงฺขารกฺขนฺเธกเทสภาวโต น ตํเยว อุปาทานํ เต ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา, นาปิ อญฺญตฺร ปญฺจหิ อุปาทานกฺขนฺเธหิ อุปาทานํ. ยทิ หิ ตญฺเญว สิยา, รูปาทิสภาวมฺปิ อุปาทานํ สิยา. ยทิ อญฺญตฺร สิยา, ปรสมเย จิตฺตวิปฺปยุตฺโต อนุสโย วิย ปณฺณตฺติ วิย นิพฺพานํ วิย จ ขนฺธวินิมุตฺตํ วา สิยา, ฉฏฺโฐ วา ขนฺโธ ปญฺญเปตพฺโพ ภเวยฺย, ตสฺมา เอวํ พฺยากาสิ. ตสฺสา พฺยากรณํ สุตฺวา ‘‘อธิคตปติฏฺฐา อย’’นฺติ วิสาโข นิฏฺฐมคมาสิ. น หิ สกฺกา อขีณาสเวน อสมฺพทฺเธน อวิตฺถายนฺเตน ปทีปสหสฺสํ ชาเลนฺเตน วิย เอวรูโป คุโฬฺห ปฏิจฺฉนฺโน ติลกฺขณาหโต คมฺภีโร ปโญฺห วิสฺสชฺเชตุํ. นิฏฺฐํ คนฺตฺวา ปน, ‘‘อยํ ธมฺมทินฺนา สาสเน ลทฺธปติฏฺฐา อธิคตปฏิสมฺภิทา เวสารชฺชปฺปตฺตา ภวมตฺถเก ฐิตา มหาขีณาสวา, สมตฺถา มยฺหํ ปุจฺฉิตปญฺหํ กเถตุํ, อิทานิ ปน นํ โอวตฺติกสารํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ จินฺเตตฺวา ตํ ปุจฺฉนฺโต, กถํ ปนายฺเยติอาทิมาห.
๔๖๑. ตสฺส วิสฺสชฺชเน อสฺสุตวาติอาทิ มูลปริยาเย วิตฺถาริตเมว. รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ, ‘‘อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ. ยํ รูปํ โส อหํ, โย อหํ ตํ รูปนฺติ รูปญฺจ อตฺตญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เสยฺยถาปิ นาม เตลปฺปทีปสฺส ฌายโต ยา อจฺจิ โส วณฺโณ, โย วณฺโณ สา อจฺจีติ อจฺจิญฺจ วณฺณญฺจ อทฺวยํ สมนุปสฺสติ. เอวเมว อิเธกจฺโจ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ…เป… อทฺวยํ สมนุปสฺสตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๑.๑๓๑) เอวํ รูปํ อตฺตาติ ทิฏฺฐิปสฺสนาย ปสฺสติ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานนฺติ อรูปํ อตฺตาติ คเหตฺวา ฉายาวนฺตํ รุกฺขํ วิย ตํ อตฺตานํ รูปวนฺตํ สมนุปสฺสติ. อตฺตนิ วา รูปนฺติ อรูปเมว อตฺตาติ คเหตฺวา ปุปฺผสฺมึ คนฺธํ วิย อตฺตนิ รูปํ สมนุปสฺสติ. รูปสฺมึ วา อตฺตานนฺติ อรูปเมว อตฺตาติ คเหตฺวา กรณฺฑาย มณึ วิย อตฺตานํ รูปสฺมึ สมนุปสฺสติ. เวทนํ อตฺตโตติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตตฺถ, รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ สุทฺธรูปเมว อตฺตาติ กถิตํ. รูปวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา รูปํ, รูปสฺมึ วา อตฺตานํ. เวทนํ อตฺตโต… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเมสุ สตฺตสุ ฐาเนสุ อรูปํ อตฺตาติ กถิตํ. เวทนาวนฺตํ วา อตฺตานํ, อตฺตนิ วา เวทนํ, เวทนาย วา อตฺตานนฺติ เอวํ จตูสุ ขนฺเธสุ ติณฺณํ ติณฺณํ วเสน ทฺวาทสสุ ฐาเนสุ รูปารูปมิสฺสโก อตฺตา กถิโต. ตตฺถ รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสติ… เวทนํ… สญฺญํ… สงฺขาเร… วิญฺญาณํ อตฺตโต สมนุปสฺสตีติ อิเมสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ อุจฺเฉททิฏฺฐิ กถิตา, อวเสเสสุ สสฺสตทิฏฺฐีติ. เอวเมตฺถ ปนฺนรส ภวทิฏฺฐิโย, ปญฺจ วิภวทิฏฺฐิโย โหนฺติ. น รูปํ อตฺตโตติ เอตฺถ รูปํ อตฺตาติ น สมนุปสฺสติ. อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ ปน สมนุปสฺสติ. น รูปวนฺตํ อตฺตานํ…เป… น วิญฺญาณสฺมึ อตฺตานนฺติ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ เกนจิ ปริยาเยน อตฺตโต น สมนุปสฺสติ, สพฺพากาเรน ปน อนิจฺจา ทุกฺขา อนตฺตาติ สมนุปสฺสติ.
เอตฺตาวตา เถริยา, ‘‘เอวํ โข, อาวุโส วิสาข, สกฺกายทิฏฺฐิ โหตี’’ติ เอวํ ปุริมปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติยา เอตฺตเกน คมนํ โหติ, อาคมนํ โหติ, คมนาคมนํ โหติ, วฏฺฏํ วตฺตตีติ วฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺสิตํ. เอวํ โข, อาวุโส วิสาข, สกฺกายทิฏฺฐิ น โหตีติ ปจฺฉิมํ ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺติยา เอตฺตเกน คมนํ น โหติ, อาคมนํ น โหติ, คมนาคมนํ น โหติ, วฏฺฏํ นาม น วตฺตตีติ วิวฏฺฏํ มตฺถกํ ปาเปตฺวา ทสฺสิตํ.
๔๖๒. กตโม ปนายฺเย, อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโคติ อยํ ปโญฺห เถริยา ปฏิปุจฺฉิตฺวา วิสฺสชฺเชตพฺโพ ภเวยฺย – ‘‘อุปาสก, ตยา เหฏฺฐา มคฺโค ปุจฺฉิโต, อิธ กสฺมา มคฺคเมว ปุจฺฉสี’’ติ. สา ปน อตฺตโน พฺยตฺตตาย ปณฺฑิจฺเจน ตสฺส อธิปฺปายํ สลฺลกฺเขสิ – ‘‘อิมินา อุปาสเกน เหฏฺฐา ปฏิปตฺติวเสน มคฺโค ปุจฺฉิโต ภวิสฺสติ, อิธ ปน ตํ สงฺขตาสงฺขตโลกิยโลกุตฺตรสงฺคหิตาสงฺคหิตวเสน ปุจฺฉิตุกาโม ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา อปฺปฏิปุจฺฉิตฺวาว ยํ ยํ ปุจฺฉิ, ตํ ตํ วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ สงฺขโตติ เจติโต กปฺปิโต ปกปฺปิโต อายูหิโต กโต นิพฺพตฺติโต สมาปชฺชนฺเตน สมาปชฺชิตพฺโพ. ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโตติ เอตฺถ ยสฺมา มคฺโค สปฺปเทโส, ตโย ขนฺธา นิปฺปเทสา, ตสฺมา อยํ สปฺปเทสตฺตา นครํ วิย รชฺเชน นิปฺปเทเสหิ ตีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิโต. ตตฺถ สมฺมาวาจาทโย ตโย สีลเมว, ตสฺมา เต สชาติโต สีลกฺขนฺเธน สงฺคหิตาติ. กิญฺจาปิ หิ ปาฬิยํ สีลกฺขนฺเธติ ภุมฺเมน วิย นิทฺเทโส กโต, อตฺโถ ปน กรณวเสน เวทิตพฺโพ. สมฺมาวายามาทีสุ ปน ตีสุ สมาธิ อตฺตโน ธมฺมตาย อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ น สกฺโกติ. วีริเย ปน ปคฺคหกิจฺจํ สาเธนฺเต สติยา จ อปิลาปนกิจฺจํ สาเธนฺติยา ลทฺธูปกาโร หุตฺวา สกฺโกติ.
ตตฺรายํ อุปมา – ยถา หิ ‘‘นกฺขตฺตํ กีฬิสฺสามา’’ติ อุยฺยานํ ปวิฏฺเฐสุ ตีสุ สหาเยสุ เอโก สุปุปฺผิตํ จมฺปกรุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวาปิ คเหตุํ น สกฺกุเณยฺย. อถสฺส ทุติโย โอนมิตฺวา ปิฏฺฐึ ทเทยฺย, โส ตสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวาปิ กมฺปมาโน คเหตุํ น สกฺกุเณยฺย. อถสฺส อิตโร อํสกูฏํ อุปนาเมยฺย, โส เอกสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวา เอกสฺส อํสกูฏํ โอลุพฺภ ยถารุจิ ปุปฺผานิ โอจินิตฺวา ปิฬนฺธิตฺวา นกฺขตฺตํ กีเฬยฺย. เอวํสมฺปทมิทํ ทฏฺฐพฺพํ. เอกโต อุยฺยานํ ปวิฏฺฐา ตโย สหายกา วิย หิ เอกโต ชาตา สมฺมาวายามาทโย ตโย ธมฺมา. สุปุปฺผิตจมฺปโก วิย อารมฺมณํ. หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวาปิ คเหตุํ อสกฺโกนฺโต วิย อตฺตโน ธมฺมตาย อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ อสกฺโกนฺโต สมาธิ. ปิฏฺฐึ ทตฺวา โอนตสหาโย วิย วายาโม. อํสกูฏํ ทตฺวา ฐิตสหาโย วิย สติ. ยถา เตสุ เอกสฺส ปิฏฺฐิยํ ฐตฺวา เอกสฺส อํสกูฏํ โอลุพฺภ อิตโร ยถารุจิ ปุปฺผํ คเหตุํ สกฺโกติ, เอวเมวํ วีริเย ปคฺคหกิจฺจํ สาเธนฺเต, สติยา จ อปิลาปนกิจฺจํ สาเธนฺติยา ลทฺธุปกาโร สมาธิ สกฺโกติ อารมฺมเณ เอกคฺคภาเวน อปฺเปตุํ. ตสฺมา สมาธิเยเวตฺถ สชาติโต สมาธิกฺขนฺเธน สงฺคหิโต. วายามสติโย ปน กิริยโต สงฺคหิตา โหนฺติ.
สมฺมาทิฏฺฐิสมฺมาสงฺกปฺเปสุปิ ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ น สกฺโกติ, วิตกฺเก ปน อาโกเฏตฺวา อาโกเฏตฺวา เทนฺเต สกฺโกติ. กถํ? ยถา หิ เหรญฺญิโก กหาปณํ หตฺเถ ฐเปตฺวา สพฺพภาเคสุ โอโลเกตุกาโม สมาโนปิ น จกฺขุทเลเนว ปริวตฺเตตุํ สกฺโกติ, องฺคุลิปพฺเพหิ ปน ปริวตฺเตตฺวา อิโต จิโต จ โอโลเกตุํ สกฺโกติ. เอวเมว น ปญฺญา อตฺตโน ธมฺมตาย อนิจฺจาทิวเสน อารมฺมณํ นิจฺเฉตุํ สกฺโกติ, อภินิโรปนลกฺขเณน ปน อาหนนปริยาหนนรเสน วิตกฺเกน อาโกเฏนฺเตน วิย ปริวตฺเตนฺเตน วิย จ อาทายา ทินฺนเมว วินิจฺเฉตุํ สกฺโกติ. ตสฺมา อิธาปิ สมฺมาทิฏฺฐิเยว สชาติโต ปญฺญากฺขนฺเธน สงฺคหิตา. สมฺมาสงฺกปฺโป ปน กิริยโต สงฺคหิโต โหติ. อิติ อิเมหิ ตีหิ ขนฺเธหิ มคฺโค สงฺคหํ คจฺฉติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘ตีหิ จ โข, อาวุโส วิสาข, ขนฺเธหิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค สงฺคหิโต’’ติ.
อิทานิ เอกจิตฺตกฺขณิกํ มคฺคสมาธึ สนิมิตฺตํ สปริกฺขารํ ปุจฺฉนฺโต, กตโม ปนายฺเยติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน จตฺตาโร สติปฏฺฐานา มคฺคกฺขเณ จตุกิจฺจสาธนวเสน อุปฺปนฺนา สติ, สา สมาธิสฺส ปจฺจยตฺเถน นิมิตฺตํ. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตุกิจฺจสาธนวเสเนว อุปฺปนฺนํ วีริยํ, ตํ ปริวารฏฺเฐน ปริกฺขาโร โหติ. เตสํเยว ธมฺมานนฺติ เตสํ มคฺคสมฺปยุตฺตธมฺมานํ. อาเสวนาติอาทีสุ เอกจิตฺตกฺขณิกาเยว อาเสวนาทโย วุตฺตาติ.
วิตณฺฑวาที ปน, ‘‘เอกจิตฺตกฺขณิโก นาม มคฺโค นตฺถิ, ‘เอวํ ภาเวยฺย สตฺต วสฺสานี’ติ หิ วจนโต สตฺตปิ วสฺสานิ มคฺคภาวนา โหติ, กิเลสา ปน ลหุ ฉิชฺชนฺตา สตฺตหิ ญาเณหิ ฉิชฺชนฺตี’’ติ วทติ. โส ‘‘สุตฺตํ อาหรา’’ติ วตฺตพฺโพ. อทฺธา อญฺญํ อปสฺสนฺโต, ‘‘ยา เตสํเยว ธมฺมานํ อาเสวนา ภาวนา พหุลีกมฺม’’นฺติ อิทเมว สุตฺตํ อาหริตฺวา, ‘‘อญฺเญน จิตฺเตน อาเสวติ, อญฺเญน ภาเวติ, อญฺเญน พหุลีกโรตี’’ติ วกฺขติ. ตโต วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ ปนิทํ, สุตฺตํ เนยฺยตฺถํ นีตตฺถ’’นฺติ. ตโต วกฺขติ – ‘‘นีตตฺถํ ยถา สุตฺตํ ตเถว อตฺโถ’’ติ. ตสฺส อิทํ อุตฺตรํ – เอวํ สนฺเต เอกํ จิตฺตํ อาเสวมานํ อุปฺปนฺนํ, อปรมฺปิ อาเสวมานํ, อปรมฺปิ อาเสวมานนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ อาเสวนาว ภวิสฺสติ, กุโต ภาวนา, กุโต พหุลีกมฺมํ? เอกํ วา ภาวยมานํ อุปฺปนฺนํ อปรมฺปิ ภาวยมานํ อปรมฺปิ ภาวยมานนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ ภาวนาว ภวิสฺสติ, กุโต อาเสวนา กุโต พหุลีกมฺมํ? เอกํ วา พหุลีกโรนฺตํ อุปฺปนฺนํ, อปรมฺปิ พหุลีกโรนฺตํ, อปรมฺปิ พหุลีกโรนฺตนฺติ เอวํ ทิวสมฺปิ พหุลีกมฺมเมว ภวิสฺสติ กุโต อาเสวนา, กุโต ภาวนาติ.
อถ วา เอวํ วเทยฺย – ‘‘เอเกน จิตฺเตน อาเสวติ, ทฺวีหิ ภาเวติ, ตีหิ พหุลีกโรติ. ทฺวีหิ วา อาเสวติ, ตีหิ ภาเวติ, เอเกน พหุลีกโรติ. ตีหิ วา อาเสวติ, เอเกน ภาเวติ, ทฺวีหิ พหุลีกโรตี’’ติ. โส วตฺตพฺโพ – ‘‘มา สุตฺตํ เม ลทฺธนฺติ ยํ วา ตํ วา อวจ. ปญฺหํ วิสฺสชฺเชนฺเตน นาม อาจริยสฺส สนฺติเก วสิตฺวา พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา อตฺถรสํ วิทิตฺวา วตฺตพฺพํ โหติ. เอกจิตฺตกฺขณิกาว อยํ อาเสวนา, เอกจิตฺตกฺขณิกา ภาวนา, เอกจิตฺตกฺขณิกํ พหุลีกมฺมํ. ขยคามิโลกุตฺตรมคฺโค พหุลจิตฺตกฺขณิโก นาม นตฺถิ, ‘เอกจิตฺตกฺขณิโกเยวา’ติ สญฺญาเปตพฺโพ. สเจ สญฺชานาติ, สญฺชานาตุ, โน เจ สญฺชานาติ, คจฺฉ ปาโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา ยาคุํ ปิวาหี’’ติ อุยฺโยเชตพฺโพ.
๔๖๓. กติ ปนายฺเย สงฺขาราติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? เย สงฺขาเร นิโรเธตฺวา นิโรธํ สมาปชฺชติ, เต ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉติ. เตเนวสฺส อธิปฺปายํ ญตฺวา เถรี, ปุญฺญาภิสงฺขาราทีสุ อเนเกสุ สงฺขาเรสุ วิชฺชมาเนสุปิ, กายสงฺขาราทโยว อาจิกฺขนฺตี, ตโยเม, อาวุโสติอาทิมาห. ตตฺถ กายปฏิพทฺธตฺตา กาเยน สงฺขรียติ กรียติ นิพฺพตฺตียตีติ กายสงฺขาโร. วาจํ สงฺขโรติ กโรติ นิพฺพตฺเตตีติ วจีสงฺขาโร. จิตฺตปฏิพทฺธตฺตา จิตฺเตน สงฺขรียติ กรียติ นิพฺพตฺตียตีติ จิตฺตสงฺขาโร. กตโม ปนายฺเยติ อิธ กึ ปุจฺฉติ? อิเม สงฺขารา อญฺญมญฺญมิสฺสา อาลุฬิตา อวิภูตา ทุทฺทีปนา. ตถา หิ, กายทฺวาเร อาทานคหณมุญฺจนโจปนานิ ปาเปตฺวา อุปฺปนฺนา อฏฺฐ กามาวจรกุสลเจตนา ทฺวาทส อกุสลเจตนาติ เอวํ กุสลากุสลา วีสติ เจตนาปิ อสฺสาสปสฺสาสาปิ กายสงฺขาราเตฺวว วุจฺจนฺติ. วจีทฺวาเร หนุสํโจปนํ วจีเภทํ ปาเปตฺวา อุปฺปนฺนา วุตฺตปฺปการาว วีสติ เจตนาปิ วิตกฺกวิจาราปิ วจีสงฺขาโรเตฺวว วุจฺจนฺติ. กายวจีทฺวาเรสุ โจปนํ อปตฺตา รโห นิสินฺนสฺส จินฺตยโต อุปฺปนฺนา กุสลากุสลา เอกูนตึส เจตนาปิ สญฺญา จ เวทนา จาติ อิเม เทฺว ธมฺมาปิ จิตฺตสงฺขาโรเตฺวว วุจฺจนฺติ. เอวํ อิเม สงฺขารา อญฺญมญฺญมิสฺสา อาลุฬิตา อวิภูตา ทุทฺทีปนา. เต ปากเฏ วิภูเต กตฺวา กถาเปสฺสามีติ ปุจฺฉติ.
กสฺมา ปนายฺเยติ อิธ กายสงฺขาราทินามสฺส ปทตฺถํ ปุจฺฉติ. ตสฺส วิสฺสชฺชเน กายปฺปฏิพทฺธาติ กายนิสฺสิตา, กาเย สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ. จิตฺตปฺปฏิพทฺธาติ จิตฺตนิสฺสิตา, จิตฺเต สติ โหนฺติ, อสติ น โหนฺติ.
๔๖๔. อิทานิ กึ นุ โข เอสา สญฺญาเวทยิตนิโรธํ วลญฺเชติ, น วลญฺเชติ. จิณฺณวสี วา ตตฺถ โน จิณฺณวสีติ ชานนตฺถํ ปุจฺฉนฺโต, กถํ ปนายฺเย, สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โหตีติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน สมาปชฺชิสฺสนฺติ วา สมาปชฺชามีติ วา ปททฺวเยน เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติกาโล กถิโต. สมาปนฺโนติ ปเทน อนฺโตนิโรโธ. ตถา ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ สจิตฺตกกาโล กถิโต, ปจฺฉิเมน อจิตฺตกกาโล. ปุพฺเพว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ นิโรธสมาปตฺติโต ปุพฺเพ อทฺธานปริจฺเฉทกาเลเยว, เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. ยํ ตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ยํ เอวํ ภาวิตํ จิตฺตํ, ตํ ปุคฺคลํ ตถตฺตาย อจิตฺตกภาวาย อุปเนติ.
ปฐมํ นิรุชฺฌติ วจีสงฺขาโรติ เสสสงฺขาเรหิ ปฐมํ ทุติยชฺฌาเนเยว นิรุชฺฌติ. ตโต กายสงฺขาโรติ ตโต ปรํ กายสงฺขาโร จตุตฺถชฺฌาเน นิรุชฺฌติ. ตโต จิตฺตสงฺขาโรติ ตโต ปรํ จิตฺตสงฺขาโร อนฺโตนิโรเธ นิรุชฺฌติ. วุฏฺฐหิสฺสนฺติ วา วุฏฺฐหามีติ วา ปททฺวเยน อนฺโตนิโรธกาโล กถิโต. วุฏฺฐิโตติ ปเทน ผลสมาปตฺติกาโล. ตถา ปุริเมหิ ทฺวีหิ ปเทหิ อจิตฺตกกาโล กถิโต, ปจฺฉิเมน สจิตฺตกกาโล. ปุพฺเพว ตถา จิตฺตํ ภาวิตํ โหตีติ นิโรธสมาปตฺติโต ปุพฺเพ อทฺธานปริจฺเฉทกาเลเยว เอตฺตกํ กาลํ อจิตฺตโก หุตฺวา ตโต ปรํ สจิตฺตโก ภวิสฺสามีติ อทฺธานปริจฺเฉทจิตฺตํ ภาวิตํ โหติ. ยํ ตํ ตถตฺตาย อุปเนตีติ ยํ เอวํ ภาวิตํ จิตฺตํ, ตํ ปุคฺคลํ ตถตฺตาย สจิตฺตกภาวาย อุปเนติ. อิติ เหฏฺฐา นิโรธสมาปชฺชนกาโล คหิโต, อิธ นิโรธโต วุฏฺฐานกาโล.
อิทานิ นิโรธกถํ กเถตุํ วาโรติ นิโรธกถา กเถตพฺพา สิยา, สา ปเนสา, ‘‘ทฺวีหิ พเลหิ สมนฺนาคตตฺตา ตโย จ สงฺขารานํ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา โสฬสหิ ญาณจริยาหิ นวหิ สมาธิจริยาหิ วสีภาวตาปญฺญา นิโรธสมาปตฺติยา ญาณ’’นฺติ มาติกํ ฐเปตฺวา สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค กถิตา. ตสฺมา ตตฺถ กถิตนเยเนว คเหตพฺพา. โก ปนายํ นิโรโธ นาม? จตุนฺนํ ขนฺธานํ ปฏิสงฺขา อปฺปวตฺติ. อถ กิมตฺถเมตํ สมาปชฺชนฺตีติ. สงฺขารานํ ปวตฺเต อุกฺกณฺฐิตา สตฺตาหํ อจิตฺตกา หุตฺวา สุขํ วิหริสฺสาม, ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ นาเมตํ, ยทิทํ นิโรโธติ เอตทตฺถํ สมาปชฺชนฺติ.
ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโรติ นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส หิ ผลสมาปตฺติจิตฺตํ ปฐมํ อุปฺปชฺชติ. ตํสมฺปยุตฺตํ สญฺญญฺจ เวทนญฺจ สนฺธาย, ‘‘ปฐมํ อุปฺปชฺชติ จิตฺตสงฺขาโร’’ติ อาห. ตโต กายสงฺขาโรติ ตโต ปรํ ภวงฺคสมเย กายสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ. กึ ปน ผลสมาปตฺติ อสฺสาสปสฺสาเส น สมุฏฺฐาเปตีติ? สมุฏฺฐาเปติ. อิมสฺส ปน จตุตฺถชฺฌานิกา ผลสมาปตฺติ, สา น สมุฏฺฐาเปติ. กึ วา เอเตน ผลสมาปตฺติ ปฐมชฺฌานิกา วา โหตุ, ทุติยตติยจตุตฺถชฺฌานิกา วา, สนฺตาย สมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ภิกฺขุโน อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกา โหนฺติ. เตสํ อพฺโพหาริกภาโว สญฺชีวตฺเถรวตฺถุนา เวทิตพฺโพ. สญฺชีวตฺเถรสฺส หิ สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย กึสุกปุปฺผสทิเส วีตจฺจิตงฺคาเร มทฺทมานสฺส คจฺฉโต จีวเร อํสุมตฺตมฺปิ น ฌายิ, อุสุมาการมตฺตมฺปิ นาโหสิ, สมาปตฺติผลํ นาเมตนฺติ วทนฺติ. เอวเมวํ สนฺตาย สมาปตฺติยา วุฏฺฐิตสฺส ภิกฺขุโน อสฺสาสปสฺสาสา อพฺโพหาริกา โหนฺตีติ ภวงฺคสมเยเนเวตํ กถิตนฺติ เวทิตพฺพํ.
ตโต วจีสงฺขาโรติ ตโต ปรํ กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเล วจีสงฺขาโร อุปฺปชฺชติ. กึ ภวงฺคํ วิตกฺกวิจาเร น สมุฏฺฐาเปตีติ? สมุฏฺฐาเปติ. ตํสมุฏฺฐานา ปน วิตกฺกวิจารา วาจํ อภิสงฺขาตุํ น สกฺโกนฺตีติ กิริยมยปวตฺตวฬญฺชนกาเลเนวตํ กถิตํ. สุญฺญโต ผสฺโสติอาทโย สคุเณนาปิ อารมฺมเณนาปิ กเถตพฺพา. สคุเณน ตาว สุญฺญตา นาม ผลสมาปตฺติ, ตาย สหชาตํ ผสฺสํ สนฺธาย สุญฺญโต ผสฺโสติ วุตฺตํ. อนิมิตฺตาปณิหิเตสุปิเอเสว นโย. อารมฺมเณน ปน นิพฺพานํ ราคาทีหิ สุญฺญตฺตา สุญฺญํ นาม, ราคนิมิตฺตาทีนํ อภาวา อนิมิตฺตํ, ราคโทสโมหปฺปณิธีนํ อภาวา อปฺปณิหิตํ. สุญฺญตํ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กตฺวา อุปฺปนฺนผลสมาปตฺติยํ ผสฺโส สุญฺญโต นาม. อนิมิตฺตาปณิหิเตสุปิ เอเสว นโย.
อปรา อาคมนิยกถา นาม โหติ, สุญฺญตา, อนิมิตฺตา, อปฺปณิหิตาติ หิ วิปสฺสนาปิ วุจฺจติ. ตตฺถ โย ภิกฺขุ สงฺขาเร อนิจฺจโต ปริคฺคเหตฺวา อนิจฺจโต ทิสฺวา อนิจฺจโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส วุฏฺฐานคามินิวิปสฺสนา อนิมิตฺตา นาม โหติ. โย ทุกฺขโต ปริคฺคเหตฺวา ทุกฺขโต ทิสฺวา ทุกฺขโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส อปฺปณิหิตา นาม. โย อนตฺตโต ปริคฺคเหตฺวา อนตฺตโต ทิสฺวา อนตฺตโต วุฏฺฐาติ, ตสฺส สุญฺญตา นาม. ตตฺถ อนิมิตฺตวิปสฺสนาย มคฺโค อนิมิตฺโต นาม, อนิมิตฺตมคฺคสฺส ผลํ อนิมิตฺตํ นาม. อนิมิตฺตผลสมาปตฺติสหชาเต ผสฺเส ผุสนฺเต อนิมิตฺโต ผสฺโส ผุสตีติ วุจฺจติ. อปฺปณิหิตสุญฺญเตสุปิ เอเสว นโย. อาคมนิเยน กถิเต ปน สุญฺญโต วา ผสฺโส อนิมิตฺโต วา ผสฺโส อปฺปณิหิโต วา ผสฺโสติ วิกปฺโป อาปชฺเชยฺย, ตสฺมา สคุเณน เจว อารมฺมเณน จ กเถตพฺพํ. เอวญฺหิ ตโย ผสฺสา ผุสนฺตีติ สเมติ.
วิเวกนินฺนนฺติอาทีสุ นิพฺพานํ วิเวโก นาม, ตสฺมึ วิเวเก นินฺนํ โอนตนฺติ วิเวกนินฺนํ. อญฺญโต อาคนฺตฺวา เยน วิเวโก, เตน วงฺกํ วิย หุตฺวา ฐิตนฺติ วิเวกโปณํ. เยน วิเวโก, เตน ปตมานํ วิย ฐิตนฺติ วิเวกปพฺภารํ.
๔๖๕. อิทานิ ยา เวทนา นิโรเธตฺวา นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, ตา ปุจฺฉิสฺสามีติ ปุจฺฉนฺโต กติ ปนายฺเย, เวทนาติ อาห. กายิกํ วาติอาทีสุ ปญฺจทฺวาริกํ สุขํ กายิกํ นาม, มโนทฺวาริกํ เจตสิกํ นามาติ เวทิตพฺพํ. ตตฺถ สุขนฺติ สภาวนิทฺเทโส. สาตนฺติ ตสฺเสว มธุรภาวทีปกํ เววจนํ. เวทยิตนฺติ เวทยิตภาวทีปกํ, สพฺพเวทนานํ สาธารณวจนํ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขาติอาทีสุ สุขาย เวทนาย อตฺถิภาโว สุขํ, นตฺถิภาโว ทุกฺขํ. ทุกฺขาย เวทนาย อตฺถิภาโว ทุกฺขํ, นตฺถิภาโว สุขํ. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย ชานนภาโว สุขํ, อชานนภาโว ทุกฺขนฺติ อตฺโถ.
กึ อนุสโย อนุเสตีติ กตโม อนุสโย อนุเสติ. อปฺปหีนฏฺเฐน สยิโต วิย โหตีติ อนุสยปุจฺฉํ ปุจฺฉติ. น โข, อาวุโส วิสาข, สพฺพาย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสตีติ น สพฺพาย สุขาย เวทนาย ราคานุสโย อนุเสติ. น สพฺพาย สุขาย เวทนาย โส อปฺปหีโน, น สพฺพํ สุขํ เวทนํ อารพฺภ อุปฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. กึ ปหาตพฺพนฺติ อยํ ปหานปุจฺฉา นาม.
ราคํ เตน ปชหตีติ เอตฺถ เอเกเนว พฺยากรเณน เทฺว ปุจฺฉา วิสฺสชฺเชสิ. อิธ ภิกฺขุ ราคานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ฌานวิกฺขมฺภิตํ ราคานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อนาคามิมคฺเคน สมุคฺฆาเตติ. โส อนาคามิมคฺเคน ปหีโนปิ ตถา วิกฺขมฺภิตตฺตาว ปฐมชฺฌาเน นานุเสติ นาม. เตนาห – ‘‘น ตตฺถ ราคานุสโย อนุเสตี’’ติ. ตทายตนนฺติ ตํ อายตนํ, ปรมสฺสาสภาเวน ปติฏฺฐานภูตํ อรหตฺตนฺติ อตฺโถ. อิติ อนุตฺตเรสูติ เอวํ อนุตฺตรา วิโมกฺขาติ ลทฺธนาเม อรหตฺเต. ปิหํ อุปฏฺฐาปยโตติ ปตฺถนํ ปฏฺฐเปนฺตสฺส. อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา โทมนสฺสนฺติ ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ตํ ปเนตํ น ปตฺถนาย ปฏฺฐปนมูลกํ อุปฺปชฺชติ, ปตฺเถตฺวา อลภนฺตสฺส ปน อลาภมูลกํ อุปฺปชฺชมานํ, ‘‘อุปฺปชฺชติ ปิหาปจฺจยา’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ กิญฺจาปิ โทมนสฺสํ นาม เอกนฺเตน อกุสลํ, อิทํ ปน เสวิตพฺพํ โทมนสฺสํ วฏฺฏตีติ วทนฺติ. โยคิโน หิ เตมาสิกํ ฉมาสิกํ วา นวมาสิกํ วา ปฏิปทํ คณฺหนฺติ. เตสุ โย ตํ ตํ ปฏิปทํ คเหตฺวา อนฺโตกาลปริจฺเฉเทเยว อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสามีติ ฆเฏนฺโต วายมนฺโต น สกฺโกติ ยถาปริจฺฉินฺนกาเลน ปาปุณิตุํ, ตสฺส พลวโทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ, อาฬินฺทิกวาสิมหาผุสฺสเทวตฺเถรสฺส วิย อสฺสุธารา ปวตฺตนฺติ. เถโร กิร เอกูนวีสติวสฺสานิ คตปจฺจาคตวตฺตํ ปูเรสิ. ตสฺส, ‘‘อิมสฺมึ วาเร อรหตฺตํ คณฺหิสฺสามิ, อิมสฺมึ วาเร วิสุทฺธิปวารณํ ปวาเรสฺสามี’’ติ มานสํ พนฺธิตฺวา สมณธมฺมํ กโรนฺตสฺเสว เอกูนวีสติวสฺสานิ อติกฺกนฺตานิ. ปวารณาทิวเส อาคเต เถรสฺส อสฺสุปาเตน มุตฺตทิวโส นาม นาโหสิ. วีสติเม ปน วสฺเส อรหตฺตํ ปาณุณิ.
ปฏิฆํ เตน ปชหตีติ เอตฺถ โทมนสฺเสเนว ปฏิฆํ ปชหติ. น หิ ปฏิเฆเนว ปฏิฆปฺปหานํ, โทมนสฺเสน วา โทมนสฺสปฺปหานํ นาม อตฺถิ. อยํ ปน ภิกฺขุ เตมาสิกาทีสุ อญฺญตรํ ปฏิปทํ คเหตฺวา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘‘ปสฺส ภิกฺขุ, กึ ตุยฺหํ สีเลน หีนฏฺฐานํ อตฺถิ, อุทาหุ วีริเยน, อุทาหุ ปญฺญาย, นนุ เต สีลํ สุปริสุทฺธํ วีริยํ สุปคฺคหิตํ ปญฺญา สูรา หุตฺวา วหตี’’ติ. โส เอวํ ปฏิสญฺจิกฺขิตฺวา, ‘‘น ทานิ ปุน อิมสฺส โทมนสฺสสฺส อุปฺปชฺชิตุํ ทสฺสามี’’ติ วีริยํ ทฬฺหํ กตฺวา อนฺโตเตมาเส วา อนฺโตฉมาเส วา อนฺโตนวมาเส วา อนาคามิมคฺเคน ตํ สมุคฺฆาเตติ. อิมินา ปริยาเยน ปฏิเฆเนว ปฏิฆํ, โทมนสฺเสเนว โทมนสฺสํ ปชหติ นาม.
น ตตฺถ ปฏิฆานุสโย อนุเสตีติ ตตฺถ เอวรูเป โทมนสฺเส ปฏิฆานุสโย นานุเสติ. น ตํ อารพฺภ อุปฺปชฺชติ, ปหีโนว ตตฺถ ปฏิฆานุสโยติ อตฺโถ. อวิชฺชํ เตน ปชหตีติ อิธ ภิกฺขุ อวิชฺชานุสยํ วิกฺขมฺเภตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ สมาปชฺชติ, ฌานวิกฺขมฺภิตํ อวิชฺชานุสยํ ตถา วิกฺขมฺภิตเมว กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตมคฺเคน สมุคฺฆาเตติ. โส อรหตฺตมคฺเคน ปหีโนปิ ตถา วิกฺขมฺภิตตฺตาว จตุตฺถชฺฌาเน นานุเสติ นาม. เตนาห – ‘‘น ตตฺถ อวิชฺชานุสโย อนุเสตี’’ติ.
๔๖๖. อิทานิ ปฏิภาคปุจฺฉํ ปุจฺฉนฺโต สุขาย ปนายฺเยติอาทิมาห. ตสฺส วิสฺสชฺชเน ยสฺมา สุขสฺส ทุกฺขํ, ทุกฺขสฺส จ สุขํ ปจฺจนีกํ, ตสฺมา ทฺวีสุ เวทนาสุ วิสภาคปฏิภาโค กถิโต. อุเปกฺขา ปน อนฺธการา อวิภูตา ทุทฺทีปนา, อวิชฺชาปิ ตาทิสาวาติ เตเนตฺถ สภาคปฏิภาโค กถิโต. ยตฺตเกสุ ปน ฐาเนสุ อวิชฺชา ตมํ กโรติ, ตตฺตเกสุ วิชฺชา ตมํ วิโนเทตีติ วิสภาคปฏิภาโค กถิโต. อวิชฺชาย โข, อาวุโสติ เอตฺถ อุโภเปเต ธมฺมา อนาสวา โลกุตฺตราติ สภาคปฏิภาโคว กถิโต. วิมุตฺติยา โข, อาวุโสติ เอตฺถ อนาสวฏฺเฐน โลกุตฺตรฏฺเฐน อพฺยากตฏฺเฐน จ สภาคปฏิภาโคว กถิโต. อจฺจยาสีติ เอตฺถ ปญฺหํ อติกฺกมิตฺวา คโตสีติ อตฺโถ. นาสกฺขิ ปญฺหานํ ปริยนฺตํ คเหตุนฺติ ปญฺหานํ ปริจฺเฉทปมาณํ คเหตุํ นาสกฺขิ, อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส ปฏิภาคํ ปุจฺฉิ. นิพฺพานํ นาเมตํ อปฺปฏิภาคํ, น สกฺกา นีลํ วา ปีตกํ วาติ เกนจิ ธมฺเมน สทฺธึ ปฏิภาคํ กตฺวา ทสฺเสตุํ. ตญฺจ ตฺวํ อิมินา อธิปฺปาเยน ปุจฺฉสีติ อตฺโถ.
เอตฺตาวตา จายํ อุปาสโก ยถา นาม สตฺตเม ฆเร สลากภตฺตํ ลภิตฺวา คโต ภิกฺขุ สตฺต ฆรานิ อติกฺกมฺม อฏฺฐมสฺส ทฺวาเร ฐิโต สพฺพานิปิ สตฺต เคหานิ วิรทฺโธว น อญฺญาสิ, เอวเมวํ อปฺปฏิภาคธมฺมสฺส ปฏิภาคํ ปุจฺฉนฺโต สพฺพาสุปิ สตฺตสุ สปฺปฏิภาคปุจฺฉาสุ วิรทฺโธว โหตีติ เวทิตพฺโพ. นิพฺพาโนคธนฺติ นิพฺพานพฺภนฺตรํ นิพฺพานํ อนุปวิฏฺฐํ. นิพฺพานปรายนนฺติ นิพฺพานํ ปรํ อยนมสฺส ปรา คติ, น ตโต ปรํ คจฺฉตีติ อตฺโถ. นิพฺพานํ ปริโยสานํ อวสานํ อสฺสาติ นิพฺพานปริโยสานํ.
๔๖๗. ปณฺฑิตาติ ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคตา, ธาตุกุสลา อายตนกุสลา ปฏิจฺจสมุปฺปาทกุสลา ฐานาฏฺฐานกุสลาติ อตฺโถ. มหาปญฺญาติ มหนฺเต อตฺเถ มหนฺเต ธมฺเม มหนฺตา นิรุตฺติโย มหนฺตานิ ปฏิภานานิ ปริคฺคณฺหนสมตฺถาย ปญฺญาย สมนฺนาคตา. ยถา ตํ ธมฺมทินฺนายาติ ยถา ธมฺมทินฺนาย ภิกฺขุนิยา พฺยากตํ, อหมฺปิ ตํ เอวเมวํ พฺยากเรยฺยนฺติ. เอตฺตาวตา จ ปน อยํ สุตฺตนฺโต ชินภาสิโต นาม ชาโต, น สาวกภาสิโต. ยถา หิ ราชยุตฺเตหิ ลิขิตํ ปณฺณํ ยาว ราชมุทฺทิกาย น ลญฺฉิตํ โหติ, น ตาว ราชปณฺณนฺติ สงฺขฺยํ คจฺฉติ; ลญฺฉิตมตฺตํ ปน ราชปณฺณํ นาม โหติ, ตถา, ‘‘อหมฺปิ ตํ เอวเมว พฺยากเรยฺย’’นฺติ อิมาย ชินวจนมุทฺทิกาย ลญฺฉิตตฺตา อยํ สุตฺตนฺโต อาหจฺจวจเนน ชินภาสิโต นาม ชาโต. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬเวทลฺลสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๕. จูฬธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนา
๔๖๘. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬธมฺมสมาทานสุตฺตํ. ตตฺถ ธมฺมสมาทานานีติ ธมฺโมติ คหิตคหณานิ. ปจฺจุปฺปนฺนสุขนฺติ ปจฺจุปฺปนฺเน สุขํ, อายูหนกฺขเณ สุขํ สุกรํ สุเขน สกฺกา ปูเรตุํ. อายตึ ทุกฺขวิปากนฺติ อนาคเต วิปากกาเล ทุกฺขวิปากํ. อิมินา อุปาเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๔๖๙. นตฺถิ กาเมสุ โทโสติ วตฺถุกาเมสุปิ กิเลสกาเมสุปิ โทโส นตฺถิ. ปาตพฺยตํ อาปชฺชนฺตีติ เต วตฺถุกาเมสุ กิเลสกาเมน ปาตพฺยตํ ปิวิตพฺพตํ, ยถารุจิ ปริภุญฺชิตพฺพตํ อาปชฺชนฺตีติ อตฺโถ. โมฬิพทฺธาหีติ โมฬึ กตฺวา พทฺธเกสาหิ. ปริพฺพาชิกาหีติ ตาปสปริพฺพาชิกาหิ. เอวมาหํสูติ เอวํ วทนฺติ. ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตีติ ปหานํ สมติกฺกมํ ปญฺญเปนฺติ. มาลุวาสิปาฏิกาติ ทีฆสณฺฐานํ มาลุวาปกฺกํ. ผเลยฺยาติ อาตเปน สุสฺสิตฺวา ภิชฺเชยฺย. สาลมูเลติ สาลรุกฺขสฺส สมีเป. สนฺตาสํ อาปชฺเชยฺยาติ กสฺมา อาปชฺชติ? ภวนวินาสภยา. รุกฺขมูเล ปติตมาลุวาพีชโต หิ ลตา อุปฺปชฺชิตฺวา รุกฺขํ อภิรุหติ. สา มหาปตฺตา เจว โหติ พหุปตฺตา จ, โกวิฬารปตฺตสทิเสหิ ปตฺเตหิ สมนฺนาคตา. อถ ตํ รุกฺขํ มูลโต ปฏฺฐาย วินนฺธมานา สพฺพวิฏปานิ สญฺฉาเทตฺวา มหนฺตํ ภารํ ชเนตฺวา ติฏฺฐติ. สา วาเต วา วายนฺเต เทเว วา วสฺสนฺเต โอฆนํ ชเนตฺวา ตสฺส รุกฺขสฺส สพฺพสาขาปสาขํ ภญฺชติ, ภูมิยํ นิปาเตติ. ตโต ตสฺมึ รุกฺเข ปติฏฺฐิตวิมานํ ภิชฺชติ นสฺสติ. อิติ สา ภวนวินาสภยา สนฺตาสํ อาปชฺชติ.
อารามเทวตาติ ตตฺถ ตตฺถ ปุปฺผารามผลาราเมสุ อธิวตฺถา เทวตา. วนเทวตาติ อนฺธวนสุภควนาทีสุ วเนสุ อธิวตฺถา เทวตา. รุกฺขเทวตาติ อภิลกฺขิเตสุ นเฬรุปุจิมนฺทาทีสุ รุกฺเขสุ อธิวตฺถา เทวตา. โอสธิติณวนปฺปตีสูติ หรีตกีอามลกีอาทีสุ โอสธีสุ ตาลนาฬิเกราทีสุ ติเณสุ วนเชฏฺฐเกสุ จ วนปฺปติรุกฺเขสุ อธิวตฺถา เทวตา. วนกมฺมิกาติ วเน กสนลายนทารุอาหรณโครกฺขาทีสุ เกนจิเทว กมฺเมน วา วิจรกมนุสฺสา. อุทฺธเรยฺยุนฺติ ขาเทยฺยุํ. วิลมฺพินีติ วาเตน ปหตปหตฏฺฐาเนสุ เกฬึ กโรนฺตี วิย วิลมฺพนฺตี. สุโข อิมิสฺสาติ เอวรูปาย มาลุวาลตาย สมฺผสฺโสปิ สุโข, ทสฺสนมฺปิ สุขํ. อยํ เม ทารกานํ อาปานมณฺฑลํ ภวิสฺสติ, กีฬาภูมิ ภวิสฺสติ, ทุติยํ เม วิมานํ ปฏิลทฺธนฺติ ลตาย ทสฺสเนปิ สมฺผสฺเสปิ โสมนสฺสชาตา เอวมาห.
วิฏภึ กเรยฺยาติ สาขานํ อุปริ ฉตฺตากาเรน ติฏฺเฐยฺย. โอฆนํ ชเนยฺยาติ เหฏฺฐา ฆนํ ชเนยฺย. อุปริ อารุยฺห สกลํ รุกฺขํ ปลิเวเฐตฺวา ปุน เหฏฺฐา ภสฺสมานา ภูมึ คเณฺหยฺยาติ อตฺโถ. ปทาเลยฺยาติ เอวํ โอฆนํ กตฺวา ปุน ตโต ปฏฺฐาย ยาว มูลา โอติณฺณสาขาหิ อภิรุหมานา สพฺพสาขา ปลิเวเฐนฺตี มตฺถกํ ปตฺวา เตเนว นิยาเมน ปุน โอโรหิตฺวา จ อภิรุหิตฺวา จ สกลรุกฺขํ สํสิพฺพิตฺวา อชฺโฌตฺถรนฺตี สพฺพสาขา เหฏฺฐา กตฺวา สยํ อุปริ ฐตฺวา วาเต วา วายนฺเต เทเว วา วสฺสนฺเต ปทาเลยฺย. ภินฺเทยฺยาติ อตฺโถ. ขาณุมตฺตเมว ติฏฺเฐยฺย, ตตฺถ ยํ สาขฏฺฐกวิมานํ โหติ, ตํ สาขาสุ ภิชฺชมานาสุ ตตฺถ ตตฺเถว ภิชฺชิตฺวา สพฺพสาขาสุ ภินฺนาสุ สพฺพํ ภิชฺชติ. รุกฺขฏฺฐกวิมานํ ปน ยาว รุกฺขสฺส มูลมตฺตมฺปิ ติฏฺฐติ, ตาว น นสฺสติ. อิทํ ปน วิมานํ สาขฏฺฐกํ, ตสฺมา สพฺพสาขาสุ สํภิชฺชมานาสุ ภิชฺชิตฺถ. เทวตา ปุตฺตเก คเหตฺวา ขาณุเก ฐิตา ปริเทวิตุํ อารทฺธา.
๔๗๑. ติพฺพราคชาติโกติ พหลราคสภาโว. ราคชํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทตีติ ติพฺพราคชาติกตฺตา ทิฏฺเฐ ทิฏฺเฐ อารมฺมเณ นิมิตฺตํ คณฺหาติ. อถสฺส อาจริยุปชฺฌายา ทณฺฑกมฺมํ อาณาเปนฺติ. โส อภิกฺขณํ ทณฺฑกมฺมํ กโรนฺโต ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ, นเตฺวว วีติกฺกมํ กโรติ. ติพฺพโทสชาติโกติ อปฺปมตฺติเกเนว กุปฺปติ, ทหรสามเณเรหิ สทฺธึ หตฺถปรามาสาทีนิ กโรนฺโตว กเถติ. โสปิ ทณฺฑกมฺมปจฺจยา ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ. โมหชาติโก ปน อิธ กตํ วา กตโต อกตํ วา อกตโต น สลฺลกฺเขติ, ตานิ ตานิ กิจฺจานิ วิราเธติ. โสปิ ทณฺฑกมฺมปจฺจยา ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ.
๔๗๒. น ติพฺพราคชาติโกติอาทีนิ วุตฺตปฏิปกฺขนเยน เวทิตพฺพานิ. กสฺมา ปเนตฺถ โกจิ ติพฺพราคาทิชาติโก โหติ, โกจิ น ติพฺพราคาทิชาติโก? กมฺมนิยาเมน. ยสฺส หิ กมฺมายูหนกฺขเณ โลโภ พลวา โหติ, อโลโภ มนฺโท, อโทสาโมหา พลวนฺโต, โทสโมหา มนฺทา, ตสฺส มนฺโท อโลโภ โลภํ ปริยาทาตุํ น สกฺโกติ, อโทสาโมหา ปน พลวนฺโต โทสโมเห ปริยาทาตุํ สกฺโกนฺติ. ตสฺมา โส เตน กมฺเมน ทินฺนปฏิสนฺธิวเสน นิพฺพตฺโต ลุทฺโธ โหติ, สุขสีโล อกฺโกธโน ปญฺญวา วชิรูปมญาโณ.
ยสฺส ปน กมฺมายูหนกฺขเณ โลภโทสา พลวนฺโต โหนฺติ, อโลภาโทสา มนฺทา, อโมโห พลวา, โมโห มนฺโท, โส ปุริมนเยเนว ลุทฺโธ เจว โหติ ทุฏฺโฐ จ, ปญฺญวา ปน โหติ วชิรูปมญาโณ ทตฺตาภยตฺเถโร วิย.
ยสฺส ปน กมฺมายูหนกฺขเณ โลภาโทสโมหา พลวนฺโต โหนฺติ, อิตเร มนฺทา, โส ปุริมนเยเนว ลุทฺโธ เจว โหติ ทนฺโธ จ, สุขสีลโก ปน โหติ อกฺโกธโน.
ตถา ยสฺส กมฺมายูหนกฺขเณ ตโยปิ โลภโทสโมหา พลวนฺโต โหนฺติ, อโลภาทโย มนฺทา, โส ปุริมนเยเนว ลุทฺโธ เจว โหติ ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ.
ยสฺส ปน กมฺมายูหนกฺขเณ อโลภโทสโมหา พลวนฺโต โหนฺติ, อิตเร มนฺทา, โส ปุริมนเยเนว อปฺปกิเลโส โหติ, ทิพฺพารมฺมณมฺปิ ทิสฺวา นิจฺจโล, ทุฏฺโฐ ปน โหติ ทนฺธปญฺโญ จ.
ยสฺส ปน กมฺมายูหนกฺขเณ อโลภาโทสโมหา พลวนฺโต โหนฺติ, อิตเร มนฺทา, โส ปุริมนเยเนว อลุทฺโธ เจว โหติ สุขสีลโก จ, มูโฬฺห ปน โหติ.
ตถา ยสฺส กมฺมายูหนกฺขเณ อโลภโทสาโมหา พลวนฺโต โหนฺติ, อิตเร มนฺทา, โส ปุริมนเยเนว อลุทฺโธ เจว โหติ ปญฺญวา จ, ทุฏฺโฐ ปน โหติ โกธโน.
ยสฺส ปน กมฺมายูหนกฺขเณ ตโยปิ อโลภาทโย พลวนฺโต โหนฺติ, โลภาทโย มนฺทา, โส มหาสงฺฆรกฺขิตตฺเถโร วิย อลุทฺโธ อทุฏฺโฐ ปญฺญวา จ โหติ.
เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๖. มหาธมฺมสมาทานสุตฺตวณฺณนา
๔๗๓. เอวํ เม สุตฺตนฺติ มหาธมฺมสมาทานสุตฺตํ. ตตฺถ เอวํกามาติ เอวํอิจฺฉา. เอวํฉนฺทาติ เอวํอชฺฌาสยา. เอวํอธิปฺปายาติ เอวํลทฺธิกา. ตตฺราติ ตสฺมึ อนิฏฺฐวฑฺฒเน เจว อิฏฺฐปริหาเน จ. ภควํมูลกาติ ภควา มูลํ เอเตสนฺติ ภควํมูลกา. อิทํ วุตฺตํ โหติ – อิเม, ภนฺเต, อมฺหากํ ธมฺมา ปุพฺเพ กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺเธน อุปฺปาทิตา, ตสฺมึ ปรินิพฺพุเต เอกํ พุทฺธนฺตรํ อญฺโญ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา อิเม ธมฺเม อุปฺปาเทตุํ สมตฺโถ นาม นาโหสิ, ภควตา ปน โน อิเม ธมฺมา อุปฺปาทิตา. ภควนฺตญฺหิ นิสฺสาย มยํ อิเม ธมฺเม อาชานาม ปฏิวิชฺฌามาติ เอวํ ภควํมูลกา โน, ภนฺเต, ธมฺมาติ. ภควํเนตฺติกาติ ภควา หิ ธมฺมานํ เนตา วิเนตา อนุเนตาติ. ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คเหตฺวา ทสฺสิตา ธมฺมา ภควํเนตฺติกา นาม โหนฺติ. ภควํปฏิสรณาติ จตุภูมกา ธมฺมา สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส อาปาถํ อาคจฺฉมานา ภควติ ปฏิสรนฺติ นามาติ ภควํปฏิสรณา. ปฏิสรนฺตีติ โอสรนฺติ สโมสรนฺติ. อปิจ มหาโพธิมณฺเฑ นิสินฺนสฺส ภควโต ปฏิเวธวเสน ผสฺโส อาคจฺฉติ, อหํ ภควา กินฺนาโมติ? ตฺวํ ผุสนฏฺเฐน ผสฺโส นาม. เวทนา, สญฺญา, สงฺขารา, วิญฺญาณํ อาคจฺฉติ. อหํ ภควา กินฺนามนฺติ? ตฺวํ วิชานนฏฺเฐน วิญฺญาณํ นามาติ เอวํ จตุภูมกธมฺมานํ ยถาสภาวโต ปาฏิเยกฺกํ ปาฏิเยกฺกํ นามํ คณฺหนฺโต ภควา ธมฺเม ปฏิสรตีติปิ ภควํปฏิสรณา. ภควนฺตญฺเญว ปฏิภาตูติ ภควโตเยว เอตสฺส ภาสิตสฺส อตฺโถ อุปฏฺฐาตุ, ตุเมฺหเยว โน กเถตฺวา เทถาติ อตฺโถ.
๔๗๔. เสวิตพฺเพติ นิสฺสยิตพฺเพ. ภชิตพฺเพติ อุปคนฺตพฺเพ. ยถา ตํ อวิทฺทสุโนติ ยถา อวิทุโน พาลสฺส อนฺธปุถุชฺชนสฺส. ยถา ตํ วิทฺทสุโนติ ยถา วิทุโน เมธาวิโน ปณฺฑิตสฺส.
๔๗๕. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ธมฺมสมาทานนฺติ ปุริมสุตฺเต อุปฺปฏิปาฏิอากาเรน มาติกา ฐปิตา, อิธ ปน ยถาธมฺมรเสเนว สตฺถา มาติกํ ฐเปสิ. ตตฺถ ธมฺมสมาทานนฺติ ปาณาติปาตาทีนํ ธมฺมานํ คหณํ.
๔๗๖. อวิชฺชาคโตติ อวิชฺชาย สมนฺนาคโต.
๔๗๗. วิชฺชาคโตติ วิชฺชาย สมนฺนาคโต ปญฺญวา.