๖. มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนา

๓๖๔. เอวํ เม สุตนฺติ มหาสจฺจกสุตฺตํ. ตตฺถ เอกํ สมยนฺติ จ เตน โข ปน สมเยนาติ จ ปุพฺพณฺหสมยนฺติ จ ตีหิ ปเทหิ เอโกว สมโย วุตฺโต. ภิกฺขูนญฺหิ วตฺตปฏิปตฺตึ กตฺวา มุขํ โธวิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เจติยํ วนฺทิตฺวา กตรํ คามํ ปวิสิสฺสามาติ วิตกฺกมาฬเก ฐิตกาโล นาม โหติ. ภควา เอวรูเป สมเย รตฺตทุปฏฺฏํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา ปํสุกูลจีวรํ เอกํสํ ปารุปิตฺวา คนฺธกุฏิโต นิกฺขมฺม ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต คนฺธกุฏิปมุเข อฏฺฐาสิ. ตํ สนฺธาย, – ‘‘เอกํ สมยนฺติ จ เตน โข ปน สมเยนาติ จ ปุพฺพณฺหสมย’’นฺติ จ วุตฺตํ. ปวิสิตุกาโมติ ปิณฺฑาย ปวิสิสฺสามีติ เอวํ กตสนฺนิฏฺฐาโน. เตนุปสงฺกมีติ กสฺมา อุปสงฺกมีติ? วาทาโรปนชฺฌาสเยน. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘ปุพฺเพปาหํ อปณฺฑิตตาย สกลํ เวสาลิปริสํ คเหตฺวา สมณสฺส โคตมสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปริสมชฺเฌ มงฺกุ ชาโต. อิทานิ ตถา อกตฺวา เอกโกว คนฺตฺวา วาทํ อาโรเปสฺสามิ. ยทิ สมณํ โคตมํ ปราเชตุํ สกฺขิสฺสามิ, อตฺตโน ลทฺธึ ทีเปตฺวา ชยํ กริสฺสามิ. ยทิ สมณสฺส โคตมสฺส ชโย ภวิสฺสติ, อนฺธกาเร นจฺจํ วิย น โกจิ ชานิสฺสตี’’ติ นิทฺทาปญฺหํ นาม คเหตฺวา อิมินา วาทชฺฌาสเยน อุปสงฺกมิ.

อนุกมฺปํ อุปาทายาติ สจฺจกสฺส นิคณฺฐปุตฺตสฺส อนุกมฺปํ ปฏิจฺจ. เถรสฺส กิรสฺส เอวํ อโหสิ – ‘‘ภควติ มุหุตฺตํ นิสินฺเน พุทฺธทสฺสนํ ธมฺมสฺสวนญฺจ ลภิสฺสติ. ตทสฺส ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺติสฺสตี’’ติ. ตสฺมา ภควนฺตํ ยาจิตฺวา ปํสุกูลจีวรํ จตุคฺคุณํ ปญฺญเปตฺวา นิสีทตุ ภควาติ อาห. ‘‘การณํ อานนฺโท วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา นิสีทิ ภควา ปญฺญตฺเต อาสเน. ภควนฺตํ เอตทโวจาติ ยํ ปน ปญฺหํ โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อาทาย อาคโต ตํ ฐเปตฺวา ปสฺเสน ตาว ปริหรนฺโต เอตํ สนฺติ, โภ โคตมาติอาทิวจนํ อโวจ.

๓๖๕. ผุสนฺติ หิ เต, โภ โคตมาติ เต สมณพฺราหฺมณา สรีเร อุปฺปนฺนํ สารีริกํ ทุกฺขํ เวทนํ ผุสนฺติ ลภนฺติ, อนุภวนฺตีติ อตฺโถ. อูรุกฺขมฺโภติ ขมฺภกตอูรุภาโว, อูรุถทฺธตาติ อตฺโถ. วิมฺหยตฺถวเสน ปเนตฺถ ภวิสฺสตีติ อนาคตวจนํ กตํ. กายนฺวยํ โหตีติ กายานุคตํ โหติ กายสฺส วสวตฺติ. กายภาวนาติ ปน วิปสฺสนา วุจฺจติ, ตาย จิตฺตวิกฺเขปํ ปาปุณนฺโต นาม นตฺถิ, อิติ นิคณฺโฐ อสนฺตํ อภูตํ ยํ นตฺถิ, ตเทวาห. จิตฺตภาวนาติปิ สมโถ วุจฺจติ, สมาธิยุตฺตสฺส จ ปุคฺคลสฺส อูรุกฺขมฺภาทโย นาม นตฺถิ, อิติ นิคณฺโฐ อิทํ อภูตเมว อาห. อฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ – ‘‘ยเถว ‘ภูตปุพฺพนฺติ วตฺวา อูรุกฺขมฺโภปิ นาม ภวิสฺสตี’ติอาทีนิ วทโต อนาคตรูปํ น สเมติ, ตถา อตฺโถปิ น สเมติ, อสนฺตํ อภูตํ ยํ นตฺถิ, ตํ กเถตี’’ติ.

โน กายภาวนนฺติ ปญฺจาตปตปฺปนาทึ อตฺตกิลมถานุโยคํ สนฺธายาห. อยญฺหิ เตสํ กายภาวนา นาม. กึ ปน โส ทิสฺวา เอวมาห? โส กิร ทิวาทิวสฺส วิหารํ อาคจฺฉติ, ตสฺมึ โข ปน สมเย ภิกฺขู ปตฺตจีวรํ ปฏิสาเมตฺวา อตฺตโน อตฺตโน รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเนสุ ปฏิสลฺลานํ อุปคจฺฉนฺติ. โส เต ปฏิสลฺลีเน ทิสฺวา จิตฺตภาวนามตฺตํ เอเต อนุยุญฺชนฺติ, กายภาวนา ปเนเตสํ นตฺถีติ มญฺญมาโน เอวมาห.

๓๖๖. อถ นํ ภควา อนุยุญฺชนฺโต กินฺติ ปน เต, อคฺคิเวสฺสน, กายภาวนา สุตาติ อาห. โส ตํ วิตฺถาเรนฺโต เสยฺยถิทํ, นนฺโท วจฺโฉติอาทิมาห. ตตฺถ นนฺโทติ ตสฺส นามํ. วจฺโฉติ โคตฺตํ. กิโสติ นามํ. สํกิจฺโจติ โคตฺตํ. มกฺขลิโคสาโล เหฏฺฐา อาคโตว. เอเตติ เอเต ตโย ชนา, เต กิร กิลิฏฺฐตปานํ มตฺถกปตฺตา อเหสุํ. อุฬารานิ อุฬารานีติ ปณีตานิ ปณีตานิ. คาเหนฺติ นามาติ พลํ คณฺหาเปนฺติ นาม. พฺรูเหนฺตีติ วฑฺเฒนฺติ. เมเทนฺตีติ ชาตเมทํ กโรนฺติ. ปุริมํ ปหายาติ ปุริมํ ทุกฺกรการํ ปหาย. ปจฺฉา อุปจินนฺตีติ ปจฺฉา อุฬารขาทนียาทีหิ สนฺตปฺเปนฺติ, วฑฺเฒนฺติ. อาจยาปจโย โหตีติ วฑฺฒิ จ อวฑฺฒิ จ โหติ, อิติ อิมสฺส กายสฺส กาเลน วฑฺฒิ, กาเลน ปริหานีติ วฑฺฒิปริหานิมตฺตเมว ปญฺญายติ, กายภาวนา ปน น ปญฺญายตีติ ทีเปตฺวา จิตฺตภาวนํ ปุจฺฉนฺโต, ‘‘กินฺติ ปน เต, อคฺคิเวสฺสน, จิตฺตภาวนา สุตา’’ติ อาห. น สมฺปายาสีติ สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ นาสกฺขิ, ยถา ตํ พาลปุถุชฺชโน.

๓๖๗. กุโต ปน ตฺวนฺติ โย ตฺวํ เอวํ โอฬาริกํ ทุพฺพลํ กายภาวนํ น ชานาสิ? โส ตฺวํ กุโต สณฺหํ สุขุมํ จิตฺตภาวนํ ชานิสฺสสีติ. อิมสฺมึ ปน ฐาเน โจทนาลยตฺเถโร, ‘‘อพุทฺธวจนํ นาเมตํ ปท’’นฺติ พีชนึ ฐเปตฺวา ปกฺกมิตุํ อารภิ. อถ นํ มหาสีวตฺเถโร อาห – ‘‘ทิสฺสติ, ภิกฺขเว, อิมสฺส จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺส อาจโยปิ อปจโยปิ อาทานมฺปิ นิกฺเขปนมฺปี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๖๒). ตํ สุตฺวา สลฺลกฺเขสิ – ‘‘โอฬาริกํ กายํ ปริคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนวิปสฺสนา โอฬาริกาติ วตฺตุํ วฏฺฏตี’’ติ.

๓๖๘. สุขสาราคีติ สุขสาราเคน สมนฺนาคโต. สุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนาติ น อนนฺตราว อุปฺปชฺชติ, สุขทุกฺขานญฺหิ อนนฺตรปจฺจยตา ปฏฺฐาเน (ปฏฺฐา. ๑.๒.๔๕-๔๖) ปฏิสิทฺธา. ยสฺมา ปน สุเข อนิรุทฺเธ ทุกฺขํ นุปฺปชฺชติ, ตสฺมา อิธ เอวํ วุตฺตํ. ปริยาทาย ติฏฺฐตีติ เขเปตฺวา คณฺหิตฺวา ติฏฺฐติ. อุภโตปกฺขนฺติ สุขํ เอกํ ปกฺขํ ทุกฺขํ เอกํ ปกฺขนฺติ เอวํ อุภโตปกฺขํ หุตฺวา.

๓๖๙. อุปฺปนฺนาปิ สุขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา กายสฺส. อุปฺปนฺนาปิ ทุกฺขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา จิตฺตสฺสาติ เอตฺถ กายภาวนา วิปสฺสนา, จิตฺตภาวนา สมาธิ. วิปสฺสนา จ สุขสฺส ปจฺจนีกา, ทุกฺขสฺส อาสนฺนา. สมาธิ ทุกฺขสฺส ปจฺจนีโก, สุขสฺส อาสนฺโน. กถํ? วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนสฺส หิ อทฺธาเน คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต ตตฺถ ตตฺถ อคฺคิอุฏฺฐานํ วิย โหติ, กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ, มตฺถกโต อุสุมวฏฺฏิอุฏฺฐานํ วิย โหตีติ จิตฺตํ หญฺญติ วิหญฺญติ วิปฺผนฺทติ. เอวํ ตาว วิปสฺสนา สุขสฺส ปจฺจนีกา, ทุกฺขสฺส อาสนฺนา. อุปฺปนฺเน ปน กายิเก วา เจตสิเก วา ทุกฺเข ตํ ทุกฺขํ วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปตฺตึ สมาปนฺนสฺส สมาปตฺติกฺขเณ ทุกฺขํ ทูราปคตํ โหติ, อนปฺปกํ สุขํ โอกฺกมติ. เอวํ สมาธิ ทุกฺขสฺส ปจฺจนีโก, สุขสฺส อาสนฺโน. ยถา วิปสฺสนา สุขสฺส ปจฺจนีกา, ทุกฺขสฺส อาสนฺนา, น ตถา สมาธิ. ยถา สมาธิ ทุกฺขสฺส ปจฺจนีโก, สุขสฺส อาสนฺโน, น จ ตถา วิปสฺสนาติ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปฺปนฺนาปิ สุขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา กายสฺส. อุปฺปนฺนาปิ ทุกฺขา เวทนา จิตฺตํ น ปริยาทาย ติฏฺฐติ, ภาวิตตฺตา จิตฺตสฺสา’’ติ.

๓๗๐. อาสชฺช อุปนียาติ คุเณ ฆฏฺเฏตฺวา เจว อุปเนตฺวา จ. ตํ วต เมติ ตํ วต มม จิตฺตํ.

๓๗๑. กิญฺหิ โน สิยา, อคฺคิเวสฺสนาติ, อคฺคิเวสฺสน, กึ น ภวิสฺสติ, ภวิสฺสเตว, มา เอวํ สญฺญี โหหิ, อุปฺปชฺชิเยว เม สุขาปิ ทุกฺขาปิ เวทนา, อุปฺปนฺนาย ปนสฺสา อหํ จิตฺตํ ปริยาทาย ฐาตุํ น เทมิ. อิทานิสฺส ตมตฺถํ ปกาเสตุํ อุปริ ปสาทาวหํ ธมฺมเทสนํ เทเสตุกาโม มูลโต ปฏฺฐาย มหาภินิกฺขมนํ อารภิ. ตตฺถ อิธ เม, อคฺคิเวสฺสน, ปุพฺเพว สมฺโพธา…เป… ตตฺเถว นิสีทึ, อลมิทํ ปธานายาติ อิทํ สพฺพํ เหฏฺฐา ปาสราสิสุตฺเต วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ. อยํ ปน วิเสโส, ตตฺถ โพธิปลฺลงฺเก นิสชฺชา, อิธ ทุกฺกรการิกา.

๓๗๔. อลฺลกฏฺฐนฺติ อลฺลํ อุทุมฺพรกฏฺฐํ. สเสฺนหนฺติ สขีรํ. กาเมหีติ วตฺถุกาเมหิ. อวูปกฏฺฐาติ อนปคตา. กามจฺฉนฺโทติอาทีสุ กิเลสกาโมว ฉนฺทกรณวเสน ฉนฺโท. สิเนหกรณวเสน เสฺนโห. มุจฺฉากรณวเสน มุจฺฉา. ปิปาสากรณวเสน ปิปาสา. อนุทหนวเสน ปริฬาโหติ เวทิตพฺโพ. โอปกฺกมิกาติ อุปกฺกมนิพฺพตฺตา. ญาณาย ทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายาติ สพฺพํ โลกุตฺตรมคฺคเววจนเมว.

อิทํ ปเนตฺถ โอปมฺมสํสนฺทนํ – อลฺลํ สขีรํ อุทุมฺพรกฏฺฐํ วิย หิ กิเลสกาเมน วตฺถุกามโต อนิสฺสฏปุคฺคลา. อุทเก ปกฺขิตฺตภาโว วิย กิเลสกาเมน ตินฺตตา; มนฺถเนนาปิ อคฺคิโน อนภินิพฺพตฺตนํ วิย กิเลสกาเมน วตฺถุกามโต อนิสฺสฏานํ โอปกฺกมิกาหิ เวทนาหิ โลกุตฺตรมคฺคสฺส อนธิคโม. อมนฺถเนนาปิ อคฺคิโน อนภินิพฺพตฺตนํ วิย เตสํ ปุคฺคลานํ วินาปิ โอปกฺกมิกาหิ เวทนาหิ โลกุตฺตรมคฺคสฺส อนธิคโม. ทุติยอุปมาปิ อิมินาว นเยน เวทิตพฺพา. อยํ ปน วิเสโส, ปุริมา สปุตฺตภริยปพฺพชฺชาย อุปมา; ปจฺฉิมา พฺราหฺมณธมฺมิกปพฺพชฺชาย.

๓๗๖. ตติยอุปมาย โกฬาปนฺติ ฉินฺนสิเนหํ นิราปํ. ถเล นิกฺขิตฺตนฺติ ปพฺพตถเล วา ภูมิถเล วา นิกฺขิตฺตํ. เอตฺถาปิ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – สุกฺขโกฬาปกฏฺฐํ วิย หิ กิเลสกาเมน วตฺถุกามโต นิสฺสฏปุคฺคลา, อารกา อุทกา ถเล นิกฺขิตฺตภาโว วิย กิเลสกาเมน อตินฺตตา. มนฺถเนนาปิ อคฺคิโน อภินิพฺพตฺตนํ วิย กิเลสกาเมน วตฺถุกามโต นิสฺสฏานํ อพฺโภกาสิกเนสชฺชิกาทิวเสน โอปกฺกมิกาหิปิ เวทนาหิ โลกุตฺตรมคฺคสฺส อธิคโม. อญฺญสฺส รุกฺขสฺส สุกฺขสาขาย สทฺธึ ฆํสนมตฺเตเนว อคฺคิโน อภินิพฺพตฺตนํ วิย วินาปิ โอปกฺกมิกาหิ เวทนาหิ สุขาเยว ปฏิปทาย โลกุตฺตรมคฺคสฺส อธิคโมติ. อยํ อุปมา ภควตา อตฺตโน อตฺถาย อาหฏา.

๓๗๗. อิทานิ อตฺตโน ทุกฺกรการิกํ ทสฺเสนฺโต, ตสฺส มยฺหนฺติอาทิมาห. กึ ปน ภควา ทุกฺกรํ อกตฺวา พุทฺโธ ภวิตุํ น สมตฺโถติ? กตฺวาปิ อกตฺวาปิ สมตฺโถว. อถ กสฺมา อกาสีติ? สเทวกสฺส โลกสฺส อตฺตโน ปรกฺกมํ ทสฺเสสฺสามิ. โส จ มํ วีริยนิมฺมถนคุโณ หาเสสฺสตีติ. ปาสาเท นิสินฺโนเยว หิ ปเวณิอาคตํ รชฺชํ ลภิตฺวาปิ ขตฺติโย น ตถาปมุทิโต โหติ, ยถา พลกายํ คเหตฺวา สงฺคาเม เทฺว ตโย สมฺปหาเร ทตฺวา อมิตฺตมถนํ กตฺวา ปตฺตรชฺโช. เอวํ ปตฺตรชฺชสฺส หิ รชฺชสิรึ อนุภวนฺตสฺส ปริสํ โอโลเกตฺวา อตฺตโน ปรกฺกมํ อนุสฺสริตฺวา, ‘‘อสุกฏฺฐาเน อสุกกมฺมํ กตฺวา อสุกญฺจ อสุกญฺจ อมิตฺตํ เอวํ วิชฺฌิตฺวา เอวํ ปหริตฺวา อิมํ รชฺชสิรึ ปตฺโตสฺมี’’ติ จินฺตยโต พลวโสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เอวเมวํ ภควาปิ สเทวกสฺส โลกสฺส ปรกฺกมํ ทสฺเสสฺสามิ, โส หิ มํ ปรกฺกโม อติวิย หาเสสฺสติ, โสมนสฺสํ อุปฺปาเทสฺสตีติ ทุกฺกรมกาสิ.

อปิจ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโนปิ อกาสิเยว, ปจฺฉิมา หิ ชนตา สมฺมาสมฺพุทฺโธ กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรตฺวาปิ ปธานํ ปทหิตฺวาว สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปตฺโต, กิมงฺคํ ปน มยนฺติ ปธานวีริยํ กตฺตพฺพํ มญฺญิสฺสติ; เอวํ สนฺเต ขิปฺปเมว ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสตีติ ปจฺฉิมํ ชนตํ อนุกมฺปมาโน อกาสิเยว.

ทนฺเตภิทนฺตมาธายาติ เหฏฺฐาทนฺเต อุปริทนฺตํ ฐเปตฺวา. เจตสา จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺเตน อกุสลจิตฺตํ. อภินิคฺคเณฺหยฺยนฺติ นิคฺคเณฺหยฺยํ. อภินิปฺปีเฬยฺยนฺติ นิปฺปีเฬยฺยํ. อภิสนฺตาเปยฺยนฺติ ตาเปตฺวา วีริยนิมฺมถนํ กเรยฺยํ. สารทฺโธติ สทรโถ. ปธานาภิตุนฺนสฺสาติ ปธาเนน อภิตุนฺนสฺส, วิทฺธสฺส สโตติ อตฺโถ.

๓๗๘. อปฺปาณกนฺติ นิรสฺสาสกํ. กมฺมารคคฺคริยาติ กมฺมารสฺส คคฺครนาฬิยา. สีสเวทนา โหนฺตีติ กุโตจิ นิกฺขมิตุํ อลภมาเนหิ วาเตหิ สมุฏฺฐาปิตา พลวติโย สีสเวทนา โหนฺติ. สีสเวฐํ ทเทยฺยาติ สีสเวฐนํ ทเทยฺย. เทวตาติ โพธิสตฺตสฺส จงฺกมนโกฏิยํ ปณฺณสาลปริเวณสามนฺตา จ อธิวตฺถา เทวตา.

ตทา กิร โพธิสตฺตสฺส อธิมตฺเต กายทาเห อุปฺปนฺเน มุจฺฉา อุทปาทิ. โส จงฺกเมว นิสินฺโน หุตฺวา ปปติ. ตํ ทิสฺวา เทวตา เอวมาหํสุ – ‘‘วิหาโรเตฺวว โส อรหโต’’ติ, ‘‘อรหนฺโต นาม เอวรูปา โหนฺติ มตกสทิสา’’ติ ลทฺธิยา วทนฺติ. ตตฺถ ยา เทวตา ‘‘กาลงฺกโต’’ติ อาหํสุ, ตา คนฺตฺวา สุทฺโธทนมหาราชสฺส อาโรเจสุํ – ‘‘ตุมฺหากํ ปุตฺโต กาลงฺกโต’’ติ. มม ปุตฺโต พุทฺโธ หุตฺวา กาลงฺกโต, โน อหุตฺวาติ? พุทฺโธ ภวิตุํ นาสกฺขิ, ปธานภูมิยํเยว ปติตฺวา กาลงฺกโตติ. นาหํ สทฺทหามิ, มม ปุตฺตสฺส โพธึ อปตฺวา กาลงฺกิริยา นาม นตฺถีติ.

อปรภาเค สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตตฺวา อนุปุพฺเพน ราชคหํ คนฺตฺวา กปิลวตฺถุํ อนุปฺปตฺตสฺส สุทฺโธทนมหาราชา ปตฺตํ คเหตฺวา ปาสาทํ อาโรเปตฺวา ยาคุขชฺชกํ ทตฺวา อนฺตราภตฺตสมเย เอตมตฺถํ อาโรเจสิ – ตุมฺหากํ ภควา ปธานกรณกาเล เทวตา อาคนฺตฺวา, ‘‘ปุตฺโต เต, มหาราช, กาลงฺกโต’’ติ อาหํสูติ. กึ สทฺทหสิ มหาราชาติ? น ภควา สทฺทหินฺติ. อิทานิ, มหาราช, สุปินปฺปฏิคฺคหณโต ปฏฺฐาย อจฺฉริยานิ ปสฺสนฺโต กึ สทฺทหิสฺสสิ? อหมฺปิ พุทฺโธ ชาโต, ตฺวมฺปิ พุทฺธปิตา ชาโต, ปุพฺเพ ปน มยฺหํ อปริปกฺเก ญาเณ โพธิจริยํ จรนฺตสฺส ธมฺมปาลกุมารกาเลปิ สิปฺปํ อุคฺคเหตุํ คตสฺส, ‘‘ตุมฺหากํ ปุตฺโต ธมฺมปาลกุมาโร กาลงฺกโต, อิทมสฺส อฏฺฐี’’ติ เอฬกฏฺฐึ อาหริตฺวา ทสฺเสสุํ, ตทาปิ ตุเมฺห, ‘‘มม ปุตฺตสฺส อนฺตรามรณํ นาม นตฺถิ, นาหํ สทฺทหามี’’ติ อโวจุตฺถ, มหาราชาติ อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา ภควา มหาธมฺมปาลชาตกํ กเถสิ.

๓๗๙. มา โข ตฺวํ มาริสาติ สมฺปิยายมานา อาหํสุ. เทวตานํ กิรายํ ปิยมนาปโวหาโร, ยทิทํ มาริสาติ. อชชฺชิตนฺติ อโภชนํ. หลนฺติ วทามีติ อลนฺติ วทามิ, อลํ อิมินา เอวํ มา กริตฺถ, ยาเปสฺสามหนฺติ เอวํ ปฏิเสเธมีติ อตฺโถ.

๓๘๐-๑. มงฺคุรจฺฉวีติ มงฺคุรมจฺฉจฺฉวิ. เอตาว ปรมนฺติ ตาสมฺปิ เวทนานเมตํเยว ปรมํ, อุตฺตมํ ปมาณํ. ปิตุ สกฺกสฺส กมฺมนฺเต…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหริตาติ รญฺโญ กิร วปฺปมงฺคลทิวโส นาม โหติ, ตทา อเนกปฺปการํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาเทนฺติ. นครวีถิโย โสธาเปตฺวา ปุณฺณฆเฏ ฐปาเปตฺวา ธชปฏากาทโย อุสฺสาเปตฺวา สกลนครํ เทววิมานํ วิย อลงฺกโรนฺติ. สพฺเพ ทาสกมฺมกราทโย อหตวตฺถนิวตฺถา คนฺธมาลาทิปฏิมณฺฑิตา ราชกุเล สนฺนิปตนฺติ. รญฺโญ กมฺมนฺเต นงฺคลสตสหสฺสํ โยชียติ. ตสฺมึ ปน ทิวเส เอเกน อูนํ อฏฺฐสตํ โยเชนฺติ. สพฺพนงฺคลานิ สทฺธึ พลิพทฺทรสฺมิโยตฺเตหิ ชาณุสฺโสณิสฺส รโถ วิย รชตปริกฺขิตฺตานิ โหนฺติ. รญฺโญ อาลมฺพนนงฺคลํ รตฺตสุวณฺณปริกฺขิตฺตํ โหติ. พลิพทฺทานํ สิงฺคานิปิ รสฺมิปโตทาปิ สุวณฺณปริกฺขิตฺตา โหนฺติ. ราชา มหาปริวาเรน นิกฺขมนฺโต ปุตฺตํ คเหตฺวา อคมาสิ.

กมฺมนฺตฏฺฐาเน เอโก ชมฺพุรุกฺโข พหลปตฺตปลาโส สนฺทจฺฉาโย อโหสิ. ตสฺส เหฏฺฐา กุมารสฺส สยนํ ปญฺญเปตฺวา อุปริ สุวณฺณตารกขจิตํ วิตานํ พนฺธาเปตฺวา สาณิปากาเรน ปริกฺขิปาเปตฺวา อารกฺขํ ฐเปตฺวา ราชา สพฺพาลงฺการํ อลงฺกริตฺวา อมจฺจคณปริวุโต นงฺคลกรณฏฺฐานํ อคมาสิ. ตตฺถ ราชา สุวณฺณนงฺคลํ คณฺหาติ. อมจฺจา เอเกนูนอฏฺฐสตรชตนงฺคลานิ คเหตฺวา อิโต จิโต จ กสนฺติ. ราชา ปน โอรโต ปารํ คจฺฉติ, ปารโต วา โอรํ คจฺฉติ. เอตสฺมึ ฐาเน มหาสมฺปตฺติ โหติ, โพธิสตฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนา ธาติโย รญฺโญ สมฺปตฺตึ ปสฺสิสฺสามาติ อนฺโตสาณิโต พหิ นิกฺขนฺตา. โพธิสตฺโต อิโต จิโต จ โอโลเกนฺโต กญฺจิ อทิสฺวา เวเคน อุฏฺฐาย ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อานาปาเน ปริคฺคเหตฺวา ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตสิ. ธาติโย ขชฺชโภชฺชนฺตเร วิจรมานา โถกํ จิรายึสุ, เสสรุกฺขานํ ฉายา นิวตฺตา, ตสฺส ปน รุกฺขสฺส ปริมณฺฑลา หุตฺวา อฏฺฐาสิ. ธาติโย อยฺยปุตฺโต เอกโกติ เวเคน สาณึ อุกฺขิปิตฺวา อนฺโต ปวิสมานา โพธิสตฺตํ สยเน ปลฺลงฺเกน นิสินฺนํ ตญฺจ ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา คนฺตฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ – ‘‘กุมาโร เทว, เอวํ นิสินฺโน อญฺเญสํ รุกฺขานํ ฉายา นิวตฺตา, ชมฺพุรุกฺขสฺส ปริมณฺฑลา ฐิตา’’ติ. ราชา เวเคนาคนฺตฺวา ปาฏิหาริยํ ทิสฺวา, ‘‘อิทํ เต, ตาต, ทุติยํ วนฺทน’’นฺติ ปุตฺตํ วนฺทิ. อิทเมตํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ปิตุ สกฺกสฺส กมฺมนฺเต…เป… ปฐมชฺฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหริตา’’ติ. สิยา นุ โข เอโส มคฺโค โพธายาติ ภเวยฺย นุ โข เอตํ อานาปานสฺสติปฐมชฺฌานํ พุชฺฌนตฺถาย มคฺโคติ. สตานุสาริวิญฺญาณนฺติ นยิทํ โพธาย มคฺโค ภวิสฺสติ, อานาปานสฺสติปฐมชฺฌานํ ปน ภวิสฺสตีติ เอวํ เอกํ เทฺว วาเร อุปฺปนฺนสติยา อนนฺตรํ อุปฺปนฺนวิญฺญาณํ สตานุสาริวิญฺญาณํ นาม. ยํ ตํ สุขนฺติ ยํ ตํ อานาปานสฺสติปฐมชฺฌานสุขํ.

๓๘๒. ปจฺจุปฏฺฐิตา โหนฺตีติ ปณฺณสาลปริเวณสมฺมชฺชนาทิวตฺตกรเณน อุปฏฺฐิตา โหนฺติ. พาหุลฺลิโกติ ปจฺจยพาหุลฺลิโก. อาวตฺโต พาหุลฺลายาติ รสคิทฺโธ หุตฺวา ปณีตปิณฺฑปาตาทีนํ อตฺถาย อาวตฺโต. นิพฺพิชฺช ปกฺกมึสูติ อุกฺกณฺฐิตฺวา ธมฺมนิยาเมเนว ปกฺกนฺตา โพธิสตฺตสฺส สมฺโพธึ ปตฺตกาเล กายวิเวกสฺส โอกาสทานตฺถํ ธมฺมตาย คตา. คจฺฉนฺตา จ อญฺญฏฺฐานํ อคนฺตฺวา พาราณสิเมว อคมํสุ. โพธิสตฺโต เตสุ คเตสุ อทฺธมาสํ กายวิเวกํ ลภิตฺวา โพธิมณฺเฑ อปราชิตปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปฏิวิชฺฌิ.

๓๘๓. วิวิจฺเจว กาเมหีติอาทิ ภยเภรเว วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๓๘๗. อภิชานามิ โข ปนาหนฺติ อยํ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. นิคณฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘อหํ สมณํ โคตมํ เอกํ ปญฺหํ ปุจฺฉึ. สมโณ โคตโม ‘อปราปิ มํ, อคฺคิเวสฺสน, อปราปิ มํ, อคฺคิเวสฺสนา’ติ ปริโยสานํ อทสฺเสนฺโต กเถติเยว. กุปิโต นุ โข’’ติ? อถ ภควา, อคฺคิเวสฺสน, ตถาคเต อเนกสตาย ปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺเต กุปิโต สมโณ โคตโมติ เอโกปิ วตฺตา นตฺถิ, ปเรสํ โพธนตฺถาย ปฏิวิชฺฌนตฺถาย เอว ตถาคโต ธมฺมํ เทเสตีติ ทสฺเสนฺโต อิมํ ธมฺมเทสนํ อารภิ. ตตฺถ อารพฺภาติ สนฺธาย. ยาวเทวาติ ปโยชนวิธิ ปริจฺเฉทนิยมนํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ปเรสํ วิญฺญาปนเมว ตถาคตสฺส ธมฺมเทสนาย ปโยชนํ, ตสฺมา น เอกสฺเสว เทเสติ, ยตฺตกา วิญฺญาตาโร อตฺถิ, สพฺเพสํ เทเสตีติ. ตสฺมึเยว ปุริมสฺมินฺติ อิมินา กึ ทสฺเสตีติ? สจฺจโก กิร จินฺเตสิ – ‘‘สมโณ โคตโม อภิรูโป ปาสาทิโก สุผุสิตํ ทนฺตาวรณํ, ชิวฺหา มุทุกา, มธุรํ วากฺกรณํ, ปริสํ รญฺเชนฺโต มญฺเญ วิจรติ, อนฺโต ปนสฺส จิตฺเตกคฺคตา นตฺถี’’ติ. อถ ภควา, อคฺคิเวสฺสน, น ตถาคโต ปริสํ รญฺเชนฺโต วิจรติ, จกฺกวาฬปริยนฺตายปิ ปริสาย ตถาคโต ธมฺมํ เทเสติ, อสลฺลีโน อนุปลิตฺโต เอตฺตกํ เอกวิหารี, สุญฺญตผลสมาปตฺตึ อนุยุตฺโตติ ทสฺเสตุํ เอวมาห.

อชฺฌตฺตเมวาติ โคจรชฺฌตฺตเมว. สนฺนิสาเทมีติ สนฺนิสีทาเปมิ, ตถาคโต หิ ยสฺมึ ขเณ ปริสา สาธุการํ เทติ, ตสฺมึ ขเณ ปุพฺพาโภเคน ปริจฺฉินฺทิตฺวา ผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, สาธุการสทฺทสฺส นิคฺโฆเส อวิจฺฉินฺเนเยว สมาปตฺติโต วุฏฺฐาย ฐิตฏฺฐานโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสติ, พุทฺธานญฺหิ ภวงฺคปริวาโส ลหุโก โหตีติ อสฺสาสวาเร ปสฺสาสวาเร สมาปตฺตึ สมาปชฺชนฺติ. เยน สุทํ นิจฺจกปฺปนฺติ เยน สุญฺเญน ผลสมาธินา นิจฺจกาลํ วิหรามิ, ตสฺมึ สมาธินิมิตฺเต จิตฺตํ สณฺฐเปมิ สมาทหามีติ ทสฺเสติ.

โอกปฺปนิยเมตนฺติ สทฺทหนิยเมตํ. เอวํ ภควโต เอกคฺคจิตฺตตํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อิทานิ อตฺตโน โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อานีตปญฺหํ ปุจฺฉนฺโต อภิชานาติ โข ปน ภวํ โคตโม ทิวา สุปิตาติ อาห. ยถา หิ สุนโข นาม อสมฺภินฺนขีรปกฺกปายสํ สปฺปินา โยเชตฺวา อุทรปูรํ โภชิโตปิ คูถํ ทิสฺวา อขาทิตฺวา คนฺตุํ น สกฺกา, อขาทมาโน ฆายิตฺวาปิ คจฺฉติ, อฆายิตฺวาว คตสฺส กิรสฺส สีสํ รุชฺชติ; เอวเมวํ อิมสฺสปิ สตฺถา อสมฺภินฺนขีรปกฺกปายสสทิสํ อภินิกฺขมนโต ปฏฺฐาย ยาว อาสวกฺขยา ปสาทนียํ ธมฺมเทสนํ เทเสติ. เอตสฺส ปน เอวรูปํ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา สตฺถริ ปสาทมตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺนํ, ตสฺมา โอวฏฺฏิกสารํ กตฺวา อานีตปญฺหํ อปุจฺฉิตฺวา คนฺตุํ อสกฺโกนฺโต เอวมาห. ตตฺถ ยสฺมา ถินมิทฺธํ สพฺพขีณาสวานํ อรหตฺตมคฺเคเนว ปหียติ, กายทรโถ ปน อุปาทินฺนเกปิ โหติ อนุปาทินฺนเกปิ. ตถา หิ กมลุปฺปลาทีนิ เอกสฺมึ กาเล วิกสนฺติ, เอกสฺมึ มกุลานิ โหนฺติ, สายํ เกสญฺจิ รุกฺขานมฺปิ ปตฺตานิ ปติลียนฺติ, ปาโต วิปฺผาริกานิ โหนฺติ. เอวํ อุปาทินฺนกสฺส กายสฺส ทรโถเยว ทรถวเสน ภวงฺคโสตญฺจ อิธ นิทฺทาติ อธิปฺเปตํ, ตํ ขีณาสวานมฺปิ โหติ. ตํ สนฺธาย, ‘‘อภิชานามห’’นฺติอาทิมาห. สมฺโมหวิหารสฺมึ วทนฺตีติ สมฺโมหวิหาโรติ วทนฺติ.

๓๘๙. อาสชฺช อาสชฺชาติ ฆฏฺเฏตฺวา ฆฏฺเฏตฺวา. อุปนีเตหีติ อุปเนตฺวา กถิเตหิ. วจนปฺปเถหีติ วจเนหิ. อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวาติ อลนฺติ จิตฺเตน สมฺปฏิจฺฉนฺโต อภินนฺทิตฺวา วาจายปิ ปสํสนฺโต อนุโมทิตฺวา. ภควตา อิมสฺส นิคณฺฐสฺส เทฺว สุตฺตานิ กถิตานิ. ปุริมสุตฺตํ เอโก ภาณวาโร, อิทํ ทิยฑฺโฒ, อิติ อฑฺฒติเย ภาณวาเร สุตฺวาปิ อยํ นิคณฺโฐ เนว อภิสมยํ ปตฺโต, น ปพฺพชิโต, น สรเณสุ ปติฏฺฐิโต. กสฺมา เอตสฺส ภควา ธมฺมํ เทเสสีติ? อนาคเต วาสนตฺถาย. ปสฺสติ หิ ภควา, ‘‘อิมสฺส อิทานิ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, มยฺหํ ปน ปรินิพฺพานโต สมธิกานํ ทฺวินฺนํ วสฺสสตานํ อจฺจเยน ตมฺพปณฺณิทีเป สาสนํ ปติฏฺฐหิสฺสติ. ตตฺรายํ กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา สมฺปตฺเต กาเล ปพฺพชิตฺวา ตีณิ ปิฏกานิ อุคฺคเหตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา กาฬพุทฺธรกฺขิโต นาม มหาขีณาสโว ภวิสฺสตี’’ติ. อิทํ ทิสฺวา อนาคเต วาสนตฺถาย ธมฺมํ เทเสสิ.

โสปิ ตตฺเถว ตมฺพปณฺณิทีปมฺหิ สาสเน ปติฏฺฐิเต เทวโลกโต จวิตฺวา ทกฺขิณคิริวิหารสฺส ภิกฺขาจารคาเม เอกสฺมึ อมจฺจกุเล นิพฺพตฺโต ปพฺพชฺชาสมตฺถโยพฺพเน ปพฺพชิตฺวา เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา คณํ ปริหรนฺโต มหาภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อุปชฺฌายํ ปสฺสิตุํ อคมาสิ. อถสฺส อุปชฺฌาโย สทฺธิวิหาริกํ โจเทสฺสามีติ เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา อาคเตน เตน สทฺธึ มุขํ ทตฺวา กถามตฺตมฺปิ น อกาสิ. โส ปจฺจูสสมเย วุฏฺฐาย เถรสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา, – ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, มยิ คนฺถกมฺมํ กตฺวา ตุมฺหากํ สนฺติกํ อาคเต มุขํ ทตฺวา กถามตฺตมฺปิ น กริตฺถ, โก มยฺหํ โทโส’’ติ ปุจฺฉิ. เถโร อาห – ‘‘ตฺวํ, อาวุโส, พุทฺธรกฺขิต เอตฺตเกเนว ‘ปพฺพชฺชากิจฺจํ เม มตฺถกํ ปตฺต’นฺติ สญฺญํ กโรสี’’ติ. กึ กโรมิ, ภนฺเตติ? คณํ วิโนเทตฺวา ตฺวํ ปปญฺจํ ฉินฺทิตฺวา เจติยปพฺพตวิหารํ คนฺตฺวา สมณธมฺมํ กโรหีติ. โส อุปชฺฌายสฺส โอวาเท ฐตฺวา สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปตฺวา ปุญฺญวา ราชปูชิโต หุตฺวา มหาภิกฺขุสงฺฆปริวาโร เจติยปพฺพตวิหาเร วสิ.

ตสฺมิญฺหิ กาเล ติสฺสมหาราชา อุโปสถกมฺมํ กโรนฺโต เจติยปพฺพเต ราชเลเณ วสติ. โส เถรสฺส อุปฏฺฐากภิกฺขุโน สญฺญํ อทาสิ – ‘‘ยทา มยฺหํ อยฺโย ปญฺหํ วิสฺสชฺเชติ, ธมฺมํ วา กเถติ, ตทา เม สญฺญํ ทเทยฺยาถา’’ติ. เถโรปิ เอกสฺมึ ธมฺมสฺสวนทิวเส ภิกฺขุสงฺฆปริวาโร กณฺฏกเจติยงฺคณํ อารุยฺห เจติยํ วนฺทิตฺวา กาฬติมฺพรุรุกฺขมูเล อฏฺฐาสิ. อถ นํ เอโก ปิณฺฑปาติกตฺเถโร กาฬการามสุตฺตนฺเต ปญฺหํ ปุจฺฉิ. เถโร นนุ, อาวุโส, อชฺช ธมฺมสฺสวนทิวโสติ อาห. อาม, ภนฺเต, ธมฺมสฺสวนทิวโสติ. เตน หิ ปีฐกํ อาเนถ, อิเธว นิสินฺนา ธมฺมสฺสวนํ กริสฺสามาติ. อถสฺส รุกฺขมูเล อาสนํ ปญฺญเปตฺวา อทํสุ. เถโร ปุพฺพคาถา วตฺวา กาฬการามสุตฺตํ อารภิ. โสปิสฺส อุปฏฺฐากทหโร รญฺโญ สญฺญํ ทาเปสิ. ราชา ปุพฺพคาถาสุ อนิฏฺฐิตาสุเยว ปาปุณิ. ปตฺวา จ อญฺญาตกเวเสเนว ปริสนฺเต ฐตฺวา ติยามรตฺตึ ฐิตโกว ธมฺมํ สุตฺวา เถรสฺส, อิทมโวจ ภควาติ วจนกาเล สาธุการํ อทาสิ. เถโร ญตฺวา, กทา อาคโตสิ, มหาราชาติ ปุจฺฉิ. ปุพฺพคาถา โอสารณกาเลเยว, ภนฺเตติ. ทุกฺกรํ เต มหาราช, กตนฺติ. นยิทํ, ภนฺเต, ทุกฺกรํ, ยทิ ปน เม อยฺยสฺส ธมฺมกถํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย เอกปเทปิ อญฺญวิหิตภาโว อโหสิ, ตมฺพปณฺณิทีปสฺส ปโตทยฏฺฐินิตุทนมตฺเตปิ ฐาเน สามิภาโว นาม เม มา โหตูติ สปถมกาสิ.

ตสฺมึ ปน สุตฺเต พุทฺธคุณา ปริทีปิตา, ตสฺมา ราชา ปุจฺฉิ – ‘‘เอตฺตกาว, ภนฺเต, พุทฺธคุณา, อุทาหุ อญฺเญปิ อตฺถี’’ติ. มยา กถิตโต, มหาราช, อกถิตเมว พหุ อปฺปมาณนฺติ. อุปมํ, ภนฺเต, กโรถาติ. ยถา, มหาราช, กรีสสหสฺสมตฺเต สาลิกฺเขตฺเต เอกสาลิสีสโต อวเสสสาลีเยว พหู, เอวํ มยา กถิตคุณา อปฺปา, อวเสสา พหูติ. อปรมฺปิ, ภนฺเต, อุปมํ กโรถาติ. ยถา, มหาราช, มหาคงฺคาย โอฆปุณฺณาย สูจิปาสํ สมฺมุขํ กเรยฺย, สูจิปาเสน คตอุทกํ อปฺปํ, เสสํ พหุ, เอวเมว มยา กถิตคุณา อปฺปา, อวเสสา พหูติ. อปรมฺปิ, ภนฺเต, อุปมํ กโรถาติ. อิธ, มหาราช, จาตกสกุณา นาม อากาเส กีฬนฺตา วิจรนฺติ. ขุทฺทกา สา สกุณชาติ, กึ นุ โข ตสฺส สกุณสฺส อากาเส ปกฺขปสารณฏฺฐานํ พหุ, อวเสโส อากาโส อปฺโปติ? กึ, ภนฺเต, วทถ, อปฺโป ตสฺส ปกฺขปสารโณกาโส, อวเสโสว พหูติ. เอวเมว, มหาราช, อปฺปกา มยา พุทฺธคุณา กถิตา, อวเสสา พหู อนนฺตา อปฺปเมยฺยาติ. สุกถิตํ, ภนฺเต, อนนฺตา พุทฺธคุณา อนนฺเตเนว อากาเสน อุปมิตา. ปสนฺนา มยํ อยฺยสฺส, อนุจฺฉวิกํ ปน กาตุํ น สกฺโกม. อยํ เม ทุคฺคตปณฺณากาโร อิมสฺมึ ตมฺพปณฺณิทีเป อิมํ ติโยชนสติกํ รชฺชํ อยฺยสฺส เทมาติ. ตุเมฺหหิ, มหาราช, อตฺตโน ปสนฺนากาโร กโต, มยํ ปน อมฺหากํ ทินฺนํ รชฺชํ ตุมฺหากํเยว เทม, ธมฺเมน สเมน รชฺชํ กาเรหิ มหาราชาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

มหาสจฺจกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.