๑. กกจูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ กกจูปมสุตฺตํ. ตตฺถ โมฬิยผคฺคุโนติ โมฬีติ จูฬา วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘เฉตฺวาน โมฬึ วรคนฺธวาสิตํ,

เวหายสํ อุกฺขิปิ สกฺยปุงฺคโว;

รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว,

สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหี’’ติ.

สา ตสฺส คิหิกาเล มหตี อโหสิ, เตนสฺส โมฬิยผคฺคุโนติ สงฺขา อุทปาทิ. ปพฺพชิตมฺปิ นํ เตเนว นาเมน สญฺชานนฺติ. อติเวลนฺติ เวลํ อติกฺกมิตฺวา. ตตฺถ กาลเวลา, สีมเวลา, สีลเวลาติ ติวิธา เวลา. ‘‘ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ (ธมฺมปเท วคฺคานมุทฺทานํ, คาถานมุทฺทานํ; มหาว. ๑-๓) อยํ กาลเวลา นาม. ‘‘ฐิตธมฺโม เวลํ นาติวตฺตตี’’ติ (จูฬว. ๓๘๔; อุทา. ๔๕; อ. นิ. ๘.๑๙) อยํ สีมเวลา นาม. ‘‘เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต’’ติ (ธ. ส. ๒๙๙-๓๐๑) จ, ‘‘เวลา เจสา อวีติกฺกมนฏฺเฐนา’’ติ จ, อยํ สีลเวลา นาม. ตํ ติวิธมฺปิ โส อติกฺกมิเยว. ภิกฺขุนิโย หิ โอวทิตุํ กาโล นาม อตฺถิ, โส อตฺถงฺคเตปิ สูริเย โอวทนฺโต ตํ กาลเวลมฺปิ อติกฺกมิ. ภิกฺขุนีนํ โอวาเท ปมาณํ นาม อตฺถิ สีมา มริยาทา. โส อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจาหิ โอวทนฺโต ตํ สีมเวลมฺปิ อติกฺกมิ. กเถนฺโต ปน ทวสหคตํ กตฺวา ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติปโหนกํ กเถติ, เอวํ สีลเวลมฺปิ อติกฺกมิ.

สํสฏฺโฐติ มิสฺสีภูโต สมานสุขทุกฺโข หุตฺวา. สมฺมุขาติ ปุรโต. อวณฺณํ ภาสตีติ ตา ปน ปจนโกฏฺฏนาทีนิ กโรนฺติโย ทิสฺวา นตฺถิ อิมาสํ อนาปตฺติ นาม, อิมา ภิกฺขุนิโย อนาจารา ทุพฺพจา ปคพฺภาติ อคุณํ กเถติ. อธิกรณมฺปิ กโรตีติ อิเมสํ ภิกฺขูนํ อิมา ภิกฺขุนิโย ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย อกฺขีนิ ทยฺหนฺติ, อิมสฺมึ วิหาเร ปุปฺผปูชา วา อาสนโธวนปริภณฺฑกรณาทีนิ วา อิมาสํ วเสน วตฺตนฺติ. กุลธีตโร เอตา ลชฺชินิโย, ตุเมฺห อิมา อิทญฺจิทญฺจ วทถ, อยํ นาม ตุมฺหากํ อาปตฺติ โหติ, วินยธรานํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา วินิจฺฉยํ เม เทถาติ อธิกรณํ อากฑฺฒติ.

โมฬิยผคฺคุนสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ นตฺถิ อิมสฺส ภิกฺขุโน อนาปตฺติ นาม. นิจฺจกาลํ อิมสฺส ปริเวณทฺวารํ อสุญฺญํ ภิกฺขุนีหีติ อคุณํ กเถติ. อธิกรณมฺปิ กโรนฺตีติ อิเมสํ ภิกฺขูนํ โมฬิยผคฺคุนตฺเถรสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย อกฺขีนิ ทยฺหนฺติ. อิมสฺมึ วิหาเร อญฺเญสํ วสนฏฺฐานํ โอโลเกตุมฺปิ น สกฺกา. วิหารํ อาคตภิกฺขุนิโย โอวาทํ วา ปฏิสนฺถารํ วา อุทฺเทสปทํ วา เถรเมว นิสฺสาย ลภนฺติ, กุลปุตฺตโก ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก, เอวรูปํ นาม ตุเมฺห อิทญฺจิทญฺจ วทถ, เอถ วินยธรานํ สนฺติเก วินิจฺฉยํ เทถาติ อธิกรณํ อากฑฺฒนฺติ.

โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจาติ เนว ปิยกมฺยตาย น เภทาธิปฺปาเยน, อตฺถกามตาย อโวจ. เอกํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุสฺส เอวํ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต อยโส อุปฺปชฺชิสฺสติ. โส สาสนสฺสาปิ อวณฺโณเยว. อญฺเญน ปน กถิโต อยํ น โอรมิสฺสติ, ภควตา ธมฺมํ เทเสตฺวา โอวทิโต โอรมิสฺสตี’’ติ ตสฺส อตฺถกามตาย ภควนฺตํ เอตํ, ‘‘อายสฺมา, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

๒๒๓. อามนฺเตหีติ ชานาเปหิ. อามนฺเตตีติ ปกฺโกสติ.

๒๒๔. สทฺธาติ สทฺธาย. ตสฺมาติ ยสฺมา ตฺวํ กุลปุตฺโต เจว สทฺธาปพฺพชิโต จ, ยสฺมา วา เต เอตาหิ สทฺธึ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต เย ตา อกฺโกสิสฺสนฺติ วา, ปหริสฺสนฺติ วา, เตสุ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, สํสคฺเค ปหีเน นุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺมา. ตตฺราติ ตสฺมึ อวณฺณภาสเน. เคหสิตาติ ปญฺจกามคุณนิสฺสิตา. ฉนฺทาติ ตณฺหาฉนฺทาปิ ปฏิฆฉนฺทาปิ. วิปริณตนฺติ รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ. ทุฏฺฐมฺปิ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ. อิธ ปน ตณฺหาฉนฺทวเสน รตฺตมฺปิ วฏฺฏติ, ปฏิฆฉนฺทวเสน ทุฏฺฐมฺปิ วฏฺฏติ. หิตานุกมฺปีติ หิเตน อนุกมฺปมาโน หิเตน ผรมาโน. น โทสนฺตโรติ น โทสจิตฺโต ภวิสฺสามิ.

๒๒๕. อถ โข ภควาติ กสฺมา อารภิ? ผคฺคุนสฺส กิร เอตฺตกํ โอวาทํ สุตฺวาปิ, ‘‘ภิกฺขุนิสํสคฺคโต โอรมิสฺสามิ วิรมิสฺสามี’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺนํ, ภควตา ปน สทฺธึ ปฏาณี วิย ปฏิวิรุทฺโธ อฏฺฐาสิ, อถสฺส ภควโต ยถา นาม ชิฆจฺฉิตสฺส โภชเน, ปิปาสิตสฺส ปานีเย, สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุเณฺห ทุกฺขิตสฺส สุเข ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ. เอวเมว อิมํ ทุพฺพจํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ปฐมโพธิยํ สุพฺพจา ภิกฺขู อาปาถํ อาคมึสุ. อถ เตสํ วณฺณํ กเถตุกาโม หุตฺวา อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ อาราธยึสูติ คณฺหึสุ ปูรยึสุ. เอกํ สมยนฺติ เอกสฺมึ สมเย. เอกาสนโภชนนฺติ เอกํ ปุเรภตฺตโภชนํ. สูริยุคฺคมนโต หิ ยาว มชฺฌนฺหิกา สตฺตกฺขตฺตุํ ภุตฺตโภชนมฺปิ อิธ เอกาสนโภชนนฺเตว อธิปฺเปตํ. อปฺปาพาธตนฺติ นิราพาธตํ. อปฺปาตงฺกตนฺติ นิทฺทุกฺขตํ. ลหุฏฺฐานนฺติ สรีรสฺส สลฺลหุกํ อุฏฺฐานํ. พลนฺติ กายพลํ. ผาสุวิหารนฺติ กายสฺส สุขวิหารํ. อิมินา กึ กถิตํ? ทิวา วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. ภทฺทาลิสุตฺเต ปน รตฺตึ วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. อิมานิ หิ เทฺว โภชนานิ ภควา น เอกปฺปหาเรน ปชหาเปสิ. กสฺมา? อิมาเนว หิ เทฺว โภชนานิ วฏฺเฏ สตฺตานํ อาจิณฺณานิ. สนฺติ กุลปุตฺตา สุขุมาลา, เต เอกโต เทฺวปิ โภชนานิ ปชหนฺตา กิลมนฺติ. ตสฺมา เอกโต อปชหาเปตฺวา เอกสฺมึ กาเล ทิวา วิกาลโภชนํ, เอกสฺมึ รตฺตึ วิกาลโภชนนฺติ วิสุํ ปชหาเปสิ. เตสุ อิธ ทิวา วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธา น ภยํ ทสฺเสตฺวา ตชฺเชตฺวา ปชหาเปนฺติ, อานิสํสํ ปน ทสฺเสตฺวา ปชหาเปนฺติ, เอวญฺหิ สตฺตา สุเขน ปชหนฺติ. ตสฺมา อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต อิเม ปญฺจ คุเณ ทสฺเสสิ. อนุสาสนี กรณียาติ ปุนปฺปุนํ สาสเน กตฺตพฺพํ นาโหสิ. ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ มา กโรถา’’ติ สตุปฺปาทกรณียมตฺตเมว อโหสิ. ตาวตฺตเกเนว เต กตฺตพฺพํ อกํสุ, ปหาตพฺพํ ปชหึสุ, ปฐมโพธิยํ, ภิกฺขเว, สุพฺพจา ภิกฺขู อเหสุํ อสฺสวา โอวาทปฏิกราติ.

อิทานิ เนสํ สุพฺพจภาวทีปิกํ อุปมํ อาหรนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ สุภูมิยนฺติ สมภูมิยํ. ‘‘สุภูมฺยํ สุเขตฺเต วิหตขาณุเก พีชานิ ปติฏฺฐเปยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๓๘) เอตฺถ ปน มณฺฑภูมิ สุภูมีติ อาคตา. จตุมหาปเถติ ทฺวินฺนํ มหามคฺคานํ วินิวิชฺฌิตฺวา คตฏฺฐาเน. อาชญฺญรโถติ วินีตอสฺสรโถ. โอธสฺตปโตโทติ ยถา รถํ อภิรุหิตฺวา ฐิเตน สกฺกา โหติ คณฺหิตุํ, เอวํ อาลมฺพนํ นิสฺสาย ติริยโต ฐปิตปโตโท. โยคฺคาจริโยติ อสฺสาจริโย. เสฺวว อสฺสทมฺเม สาเรตีติ อสฺสทมฺมสารถิ. เยนิจฺฉกนฺติ เยน เยน มคฺเคน อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ ยํ ยํ คตึ อิจฺฉติ. สาเรยฺยาติ อุชุกํ ปุรโต เปเสยฺย. ปจฺจาสาเรยฺยาติ ปฏินิวตฺเตยฺย.

เอวเมว โขติ ยถา หิ โส โยคฺคาจริโย เยน เยน มคฺเคน คมนํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ อสฺสา อารุฬฺหาว โหนฺติ. ยาย ยาย จ คติยา อิจฺฉติ, สา สา คติ คหิตาว โหติ. รถํ เปเสตฺวา อสฺสา เนว วาเรตพฺพา น วิชฺฌิตพฺพา โหนฺติ. เกวลํ เตสํ สเม ภูมิภาเค ขุเรสุ นิมิตฺตํ ฐเปตฺวา คมนเมว ปสฺสิตพฺพํ โหติ. เอวํ มยฺหมฺปิ เตสุ ภิกฺขูสุ ปุนปฺปุนํ วตฺตพฺพํ นาโหสิ. อิทํ กโรถ อิทํ มา กโรถาติ สตุปฺปาทนมตฺตเมว กตฺตพฺพํ โหติ. เตหิปิ ตาวเทว กตฺตพฺพํ กตเมว โหติ, อกตฺตพฺพํ ชหิตเมว. ตสฺมาติ ยสฺมา สุพฺพจา ยุตฺตยานปฏิภาคา หุตฺวา สตุปฺปาทนมตฺเตเนว ปชหึสุ, ตสฺมา ตุเมฺหปิ ปชหถาติ อตฺโถ. เอลณฺเฑหีติ เอลณฺฑา กิร สาลทูสนา โหนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. วิโสเธยฺยาติ เอลณฺเฑ เจว อญฺญา จ วลฺลิโย ฉินฺทิตฺวา พหิ นีหรเณน โสเธยฺย. สุชาตาติ สุสณฺฐิตา. สมฺมา ปริหเรยฺยาติ มริยาทํ พนฺธิตฺวา อุทกาสิญฺจเนนปิ กาเลนกาลํ มูลมูเล ขณเนนปิ วลฺลิคุมฺพาทิจฺเฉทเนนปิ กิปิลฺลปูฏกหรเณนปิ มกฺกฏกชาลสุกฺขทณฺฑกหรเณนปิ สมฺมา วฑฺเฒตฺวา โปเสยฺย. วุทฺธิอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.

๒๒๖. อิทานิ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต ภูตปุพฺพนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เวเทหิกาติ วิเทหรฏฺฐวาสิกสฺส ธีตา. อถ วา เวโทติ ปญฺญา วุจฺจติ, เวเทน อีหติ อิริยตีติ เวเทหิกา, ปณฺฑิตาติ อตฺโถ. คหปตานีติ ฆรสามินี. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติโฆโส. โสรตาติ โสรจฺเจน สมนฺนาคตา. นิวาตาติ นิวาตวุตฺติ. อุปสนฺตาติ นิพฺพุตา. ทกฺขาติ ภตฺตปจนสยนตฺถรณทีปุชฺชลนาทิกมฺเมสุ เฉกา. อนลสาติ อุฏฺฐาหิกา, สุสํวิหิตกมฺมนฺตาติ สุฏฺฐุ สํวิหิตกมฺมนฺตา. เอกา อนลสา โหติ, ยํ ยํ ปน ภาชนํ คณฺหาติ, ตํ ตํ ภินฺทติ วา ฉิทฺทํ วา กโรติ, อยํ น ตาทิสาติ ทสฺเสติ.

ทิวา อุฏฺฐาสีติ ปาโตว กตฺตพฺพานิ เธนุทุหนาทิกมฺมานิ อกตฺวา อุสฺสูเร อุฏฺฐิตา. เห เช กาฬีติ อเร กาฬิ. กึ เช ทิวา อุฏฺฐาสีติ กึ เต กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, กึ ทิวา อุฏฺฐาสีติ? โน วต เร กิญฺจีติ อเร ยทิ เต น กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, เนว สีสํ รุชฺฌติ, น ปิฏฺฐิ, อถ กสฺมา ปาปิ ทาสิ ทิวา อุฏฺฐาสีติ กุปิตา อนตฺตมนา ภากุฏิมกาสิ. ทิวาตรํ อุฏฺฐาสีติ ปุนทิวเส อุสฺสูรตรํ อุฏฺฐาสิ. อนตฺตมนวาจนฺติ อเร ปาปิ ทาสิ อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ; กึ อคฺคึ สีโตติ มญฺญสิ, อิทานิ ตํ สิกฺขาเปสฺสามีติอาทีนิ วทมานา กุปิตวจนํ นิจฺฉาเรสิ.

ปฏิวิสกานนฺติ สามนฺตเคหวาสีนํ. อุชฺฌาเปสีติ อวชานาเปสิ. จณฺฑีติ อโสรตา กิพฺพิสา. อิติ ยตฺตกา คุณา, ตโต ทิคุณา โทสา อุปฺปชฺชึสุ. คุณา นาม สณิกํ สณิกํ อาคจฺฉนฺติ; โทสา เอกทิวเสเนว ปตฺถฏา โหนฺติ. โสรตโสรโตติ อติวิย โสรโต, โสตาปนฺโน นุ โข, สกทาคามี อนาคามี อรหา นุ โขติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ผุสนฺตีติ ผุสนฺตา ฆฏฺเฏนฺตา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ.

อถ ภิกฺขุ โสรโตติ เวทิตพฺโพติ อถ อธิวาสนกฺขนฺติยํ ฐิโต ภิกฺขุ โสรโตติ เวทิตพฺโพ. โย จีวร…เป… ปริกฺขารเหตูติ โย เอตานิ จีวราทีนิ ปณีตปณีตานิ ลภนฺโต ปาทปริกมฺมปิฏฺฐิปริกมฺมาทีนิ เอกวจเนเนว กโรติ. อลภมาโนติ ยถา ปุพฺเพ ลภติ, เอวํ อลภนฺโต. ธมฺมญฺเญว สกฺกโรนฺโตติ ธมฺมํเยว สกฺการํ สุกตการํ กโรนฺโต. ครุํ กโรนฺโตติ ครุภาริยํ กโรนฺโต. มาเนนฺโตติ มเนน ปิยํ กโรนฺโต. ปูเชนฺโตติ ปจฺจยปูชาย ปูเชนฺโต. อปจายมาโนติ ธมฺมํเยว อปจายมาโน อปจิตึ นีจวุตฺตึ ทสฺเสนฺโต.

๒๒๗. เอวํ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เย อธิวาเสนฺติ, เต เอวํ อธิวาเสนฺตีติ ปญฺจ วจนปเถ ทสฺเสนฺโต ปญฺจิเม, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ กาเลนาติ ยุตฺตปตฺตกาเลน. ภูเตนาติ สตา วิชฺชมาเนน. สเณฺหนาติ สมฺมฏฺเฐน. อตฺถสญฺหิเตนาติ อตฺถนิสฺสิเตน การณนิสฺสิเตน. อกาเลนาติอาทีนิ เตสํเยว ปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. เมตฺตจิตฺตาติ อุปฺปนฺนเมตฺตจิตฺตา หุตฺวา. โทสนฺตราติ ทุฏฺฐจิตฺตา, อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนโทสา หุตฺวา. ตตฺราติ เตสุ วจนปเถสุ. ผริตฺวาติ อธิมุจฺจิตฺวา. ตทารมฺมณญฺจาติ กถํ ตทารมฺมณํ สพฺพาวนฺตํ โลกํ กโรติ? ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตํ ปุคฺคลํ เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา ปุน ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อวเสสสตฺเต อารมฺมณํ กโรนฺโต สพฺพาวนฺตํ โลกํ ตทารมฺมณํ กโรติ นาม. ตตฺรายํ วจนตฺโถ. ตทารมฺมณญฺจาติ ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา. สพฺพาวนฺตนฺติ สพฺพสตฺตวนฺตํ. โลกนฺติ สตฺตโลกํ. วิปุเลนาติ อเนกสตฺตารมฺมเณน. มหคฺคเตนาติ มหคฺคตภูมิเกน. อปฺปมาเณนาติ สุภาวิเตน. อเวเรนาติ นิทฺโทเสน. อพฺยาพชฺเฌนาติ นิทฺทุกฺเขน. ผริตฺวา วิหริสฺสามาติ เอวรูเปน เมตฺตาสหคเตน เจตสา ตญฺจ ปุคฺคลํ สพฺพญฺจ โลกํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหริสฺสาม.

๒๒๘. อิทานิ ตทตฺถทีปิกํ อุปมํ อาหรนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ อปถวินฺติ นิปฺปถวึ กริสฺสามีติ อตฺโถ. ตตฺร ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน. วิกิเรยฺยาติ ปจฺฉิยา ปํสุํ อุทฺธริตฺวา พีชานิ วิย วิกิเรยฺย. โอฏฺฐุเภยฺยาติ เขฬํ ปาเตยฺย. อปถวึ กเรยฺยาติ เอวํ กาเยน จ วาจาย จ ปโยคํ กตฺวาปิ สกฺกุเณยฺย อปถวึ กาตุนฺติ? คมฺภีราติ พหลตฺเตน ทฺวิโยชนสตสหสฺสานิ จตฺตาริ จ นหุตานิ คมฺภีรา. อปฺปเมยฺยาติ ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนา. เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปถวี วิย หิ เมตฺตจิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. กุทาลปิฏกํ คเหตฺวา อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส กุทาลปิฏเกน มหาปถวึ อปถวึ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๒๙. ทุติยอุปมายํ หลิทฺทินฺติ ยํกิญฺจิ ปีตกวณฺณํ. นีลนฺติ กํสนีลํ วา ปลาสนีลํ วา. อรูปีติ อรูโป. นนุ จ, ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ วา ทฺวินฺนํ รุกฺขานํ วา ทฺวินฺนํ เสยฺยานํ วา ทฺวินฺนํ เสลานํ วา อนฺตรํ ปริจฺฉินฺนากาสรูปนฺติ อาคตํ, กสฺมา อิธ อรูปีติ วุตฺโตติ? สนิทสฺสนภาวปฏิกฺเขปโต. เตเนวาห ‘‘อนิทสฺสโน’’ติ. ตสฺมิญฺหิ รูปํ ลิขิตุํ, รูปปาตุภาวํ ทสฺเสตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ‘‘อรูปี’’ติ วุตฺโต. อนิทสฺสโนติ ทสฺสนสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนาปาโถ. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ อากาโส วิย เมตฺตจิตฺตํ. ตุลิกปญฺจมา จตฺตาโร รงฺคชาตา วิย ปญฺจ วจนปถา, ตุลิกปญฺจเม รงฺเค คเหตฺวา อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส ตุลิกปญฺจเมหิ รงฺเคหิ อากาเส รูปปาตุภาวํ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กตฺวา โทสุปฺปตฺตึ ทสฺเสตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๐. ตติยอุปมายํ อาทิตฺตนฺติ ปชฺชลิตํ. คมฺภีรา อปฺปเมยฺยาติ อิมิสฺสา คงฺคาย คมฺภีรฏฺฐานํ คาวุตมฺปิ อตฺถิ, อฑฺฒโยชนมฺปิ, โยชนมฺปิ. ปุถุลํ ปนสฺสา เอวรูปํเยว, ทีฆโต ปน ปญฺจโยชนสตานิ. สา กถํ คมฺภีรา อปฺปเมยฺยาติ? เอเตน ปโยเคน ปริวตฺเตตฺวา อุทฺธเน อุทกํ วิย ตาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยโต. ฐิโตทกํ ปน เกนจิ อุปาเยน องฺคุลมตฺตํ วา อฑฺฒงฺคุลมตฺตํ วา เอวํ ตาเปตุํ สกฺกา ภเวยฺย, อยํ ปน น สกฺกา, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ คงฺคา วิย เมตฺตจิตฺตํ, ติณุกฺกํ อาทาย อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส อาทิตฺตาย ติณุกฺกาย คงฺคํ ตาเปตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๑. จตุตฺถอุปมายํ พิฬารภสฺตาติ พิฬารจมฺมปสิพฺพกา. สุมทฺทิตาติ สุฏฺฐุ มทฺทิตา. สุปริมทฺทิตาติ อนฺโต จ พหิ จ สมนฺตโต สุปริมทฺทิตา. ตูลินีติ สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา. ฉินฺนสสฺสราติ ฉินฺนสสฺสรสทฺทา. ฉินฺนภพฺภราติ ฉินฺนภพฺภรสทฺทา. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ พิฬารภสฺตา วิย เมตฺตจิตฺตํ, กฏฺฐกฐลํ อาทาย อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส กฏฺเฐน วา กฐเลน วา พิฬารภสฺตํ สรสรํ ภรภรํ สทฺทํ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กตฺวา โทสานุคตภาวํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๒. โอจรกาติ อวจรกา เหฏฺฐาจรกา, นีจกมฺมการกาติ อตฺโถ. โย มโน ปทูเสยฺยาติ โย ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา มโน ปทูเสยฺย, ตํ กกเจน โอกนฺตนํ นาธิวาเสยฺย. น เม โส เตน สาสนกโรติ โส เตน อนธิวาสเนน มยฺหํ โอวาทกโร น โหติ. อาปตฺติ ปเนตฺถ นตฺถิ.

๒๓๓. อณุํ วา ถูลํ วาติ อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ วา. ยํ ตุเมฺห นาธิวาเสยฺยาถาติ โย ตุเมฺหหิ อธิวาเสตพฺโพ น ภเวยฺยาติ อตฺโถ. โน เหตํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, อนธิวาเสตพฺพํ นาม วจนปถํ น ปสฺสามาติ อธิปฺปาโย. ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ อิติ ภควา อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต ยถานุสนฺธินา เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

กกจูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.