๒. อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา
๒๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ อลคทฺทูปมสุตฺตํ. ตตฺถ คทฺเธ พาธยึสูติ คทฺธพาธิโน, คทฺธพาธิโน ปุพฺพปุริสา อสฺสาติ คทฺธพาธิปุพฺโพ, ตสฺส คทฺธพาธิปุพฺพสฺส, คิชฺฌฆาตกกุลปฺปสุตสฺสาติ อตฺโถ. สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา. เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทอาณาวีติกฺกมวเสน ปญฺจวิธา. ตตฺถ ปญฺจานนฺตริยธมฺมา กมฺมนฺตรายิกา นาม. ตถา ภิกฺขุนีทูสกกมฺมํ, ตํ ปน โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กิเลสนฺตรายิกา นาม. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกานํ ปฏิสนฺธิธมฺมา วิปากนฺตรายิกา นาม. อริยูปวาทธมฺมา อุปวาทนฺตรายิกา นาม, เต ปน ยาว อริเย น ขมาเปนฺติ, ตาวเทว, น ตโต ปรํ. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกา นาม. เตปิ ยาว ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาติ, น วุฏฺฐาติ วา, น เทเสติ วา, ตาวเทว, น ตโต ปรํ.
ตตฺรายํ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก เสสนฺตรายิเก ชานาติ, วินเย ปน อโกวิทตฺตา ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก น ชานาติ, ตสฺมา รโหคโต เอวํ จินฺเตสิ – อิเม อาคาริกา ปญฺจ กามคุเณ ปริภุญฺชนฺตา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ โหนฺติ. ภิกฺขูปิ มนาปิกานิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ…เป… กายวิญฺเญยฺเย โผฏฺฐพฺเพ ผุสนฺติ, มุทุกานิ อตฺถรณปาวุรณาทีนิ ปริภุญฺชนฺติ, เอตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. กสฺมา อิตฺถีนํเยว รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพา น วฏฺฏนฺติ? เอเตปิ วฏฺฏนฺตีติ. เอวํ รเสน รสํ สํสนฺเทตฺวา สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ เอกํ กตฺวา ถูลวาเกหิ สทฺธึ อติสุขุมสุตฺตํ อุปเนนฺโต วิย, สาสเปน สทฺธึ สิเนรุํ อุปสํหรนฺโต วิย, ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวา, ‘‘กึ ภควตา มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย มหตา อุสฺสาเหน ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ โทโส’’ติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโต เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหนฺโต อริยมคฺเค ขาณุกณฺฏกาทีนิ ปกฺขิปนฺโต เมถุนธมฺเม โทโส นตฺถีติ ชินสฺส อาณาจกฺเก ปหารํ อทาสิ. เตนาห – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทิ.
เอวํ พฺยา โขติ เอวํ วิย โข. สมนุยุญฺชนฺตีติอาทีสุ กึ ลทฺธิโก ตฺวํ, ลทฺธึ วเทหีติ ปุจฺฉมานา สมนุยุญฺชนฺติ นาม. ทิฏฺฐึ ปติฏฺฐาเปนฺตา สมนุคฺคาหนฺติ นาม. เกน การเณน เอวํ วทสีติ การณํ ปุจฺฉนฺตา สมนุภาสนฺติ นาม. อฏฺฐิกงฺกลูปมาติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒-๔๘) อฏฺฐิกงฺกลูปมา อปฺปสฺสาทฏฺเฐน. มํสเปสูปมา พหุสาธารณฏฺเฐน. ติณุกฺกูปมา อนุทหนฏฺเฐน. องฺคารกาสูปมา มหาภิตาปนฏฺเฐน. สุปินกูปมา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน. ยาจิตกูปมา ตาวกาลิกฏฺเฐน. รุกฺขผลูปมา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. สปฺปสิรูปมา สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน. ถามสาติ ทิฏฺฐิถาเมน. ปรามาสาติ ทิฏฺฐิปรามาเสน. อภินิวิสฺส โวหรตีติ อธิฏฺฐหิตฺวา โวหรติ ทีเปติ วา.
๒๓๕. ยโต โข เต ภิกฺขูติ ยทา เต ภิกฺขู. เอวํ พฺยา โข อหํ, ภนฺเต, ภควตาติ อิทํ เอส อตฺตโน อชฺฌาสเยน นตฺถีติ วตฺตุกาโมปิ ภควโต อานุภาเวน สมฺปฏิจฺฉติ, พุทฺธานํ กิร สมฺมุขา เทฺว กถา กเถตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ.
๒๓๖. กสฺส โข นาม ตฺวํ โมฆปุริสาติ ตฺวํ โมฆปุริส กสฺส ขตฺติยสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา เวสฺสสฺส วา สุทฺทสฺส วา คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา เทวสฺส วา มนุสฺสสฺส วา มยา เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาสิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ อยํ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อริฏฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา มํ โมฆปุริโสติ วทติ, น โข ปน โมฆปุริสาติ วุตฺตมตฺตเกน มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย น โหติ. อุปเสนมฺปิ หิ วงฺคนฺตปุตฺตํ, ‘อติลหุํ โข ตฺวํ, โมฆปุริส, พาหุลฺลาย อาวตฺโต’ติ (มหาว. ๗๕) ภควา โมฆปุริสวาเทน โอวทิ. เถโร อปรภาเค ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ฉ อภิญฺญา สจฺฉากาสิ. อหมฺปิ ตถารูปํ วีริยํ ปคฺคณฺหิตฺวา มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ. อถสฺส ภควา พนฺธนา ปวุตฺตสฺส ปณฺฑุปลาสสฺส วิย อวิรุฬฺหิภาวํ ทสฺเสนฺโต อิมํ เทสนํ อารภิ.
อุสฺมีกโตปีติ, ภิกฺขเว, ตุเมฺห กินฺติ มญฺญถ, อยํ อริฏฺโฐ เอวํลทฺธิโก สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหิตฺวา ตถาคตสฺส อาณาจกฺเก ปหารํ ททมาโน อปิ นุ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อุสฺมีกโตปิ? ยถา นิพฺพุเตปิ มหนฺเต อคฺคิกฺขนฺเธ ขชฺชุปนกมตฺตาปิ อคฺคิปปฏิกา โหติเยว, ยํ นิสฺสาย ปุน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ ภเวยฺย. กึ นุ โข เอวํ อิมสฺส อปฺปมตฺติกาปิ ญาณุสฺมา อตฺถิ, ยํ นิสฺสาย วายมนฺโต มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตยฺยาติ? โน เหตํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, เอวํลทฺธิกสฺส กุโต เอวรูปา ญาณุสฺมาติ? มคฺคผลานํ ปจฺจยสมตฺถาย ญาณุสฺมาย อุสฺมีกตภาวํ ปฏิกฺขิปนฺตา วทนฺติ. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชภูโต. ปตฺตกฺขนฺโธติ ปติตกฺขนฺโธ. อปฺปฏิภาโนติ กิญฺจิ ปฏิภานํ อปสฺสนฺโต ภินฺนปฏิภาโน เอวรูปมฺปิ นาม นิยฺยานิกสาสนํ ลภิตฺวา อวิรุฬฺหิธมฺโม กิรมฺหิ สมุคฺฆาติตปจฺจโย ชาโตติ อตฺตโน อภพฺพตํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน ภูมึ ขณมาโน นิสีทิ.
ปญฺญายิสฺสสิ โขติ อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อริฏฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา มยฺหํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย ปจฺฉินฺโนติ วทติ, น โข ปน พุทฺธา สอุปนิสฺสยานํเยว ธมฺมํ เทเสนฺติ, อนุปนิสฺสยานมฺปิ เทเสนฺติ, อหํ สตฺถุ สนฺติกา สุคโตวาทํ ลภิตฺวา อตฺตโน สมฺปตฺตูปคํ กุสลํ กริสฺสามี’’ติ. อถสฺส ภควา โอวาทํ ปฏิปสฺสมฺเภนฺโต ‘‘ปญฺญายิสฺสสี’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ, ตฺวํเยว, โมฆปุริส, อิมินา ปาปเกน ทิฏฺฐิคเตน นิรยาทีสุ ปญฺญายิสฺสสิ, มม สนฺติกา ตุยฺหํ สุคโตวาโท นาม นตฺถิ, น เม ตยา อตฺโถ, อิธาหํ ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิสฺสามีติ.
๒๓๗. อถ โข ภควาติ อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อิมสฺมิญฺหิ ฐาเน ภควา ปริสํ โสเธติ, อริฏฺฐํ คณโต นิสฺสาเรติ. สเจ หิ ปริสคตานํ กสฺสจิ เอวํ ภเวยฺย – ‘‘อยํ อริฏฺโฐ ภควตา อกถิตํ กเถตุํ กึ สกฺขิสฺสติ, กจฺจิ นุ โข ปริสมชฺเฌ ภควตา กถาย สมารทฺธาย สหสา กถิต’’นฺติ. เอวํ กถิตํ ปน น อริฏฺโฐว สุณาติ, อญฺเญนปิ สุตํ ภวิสฺสติ. อถาปิสฺส สิยา ‘‘ยถา สตฺถา อริฏฺฐํ นิคฺคณฺหาติ, มมฺปิ เอวํ นิคฺคเณฺหยฺยาติ สุตฺวาปิ ตุณฺหีภาวํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘ตํ สพฺพํ น กริสฺสนฺตี’’ติ. มยาปิ น กถิตํ, อญฺเญน สุตมฺปิ นตฺถีติ ‘‘ตุเมฺหปิเม, ภิกฺขเว’’ติอาทินา ปริสาย ลทฺธึ โสเธติ. ปริสาย ปน ลทฺธิโสธเนเนว อริฏฺโฐ คณโต นิสฺสาริโต นาม โหติ.
อิทานิ อริฏฺฐสฺส ลทฺธึ ปกาเสนฺโต โส วต, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญเตฺรว กาเมหีติอาทีสุ โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘‘เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’’ติ เอวํลทฺธิโก, โส วต กิเลสกาเมหิ เจว กิเลสกามสมฺปยุตฺเตหิ สญฺญาวิตกฺเกหิ จ อญฺญตฺร, เอเต ธมฺเม ปหาย, วินา เอเตหิ ธมฺเมหิ, วตฺถุกาเม ปฏิเสวิสฺสติ, เมถุนสมาจารํ สมาจริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อิทํ การณํ นาม นตฺถิ, อฏฺฐานเมตํ อนวกาโสติ.
๒๓๘. เอวํ ภควา อยํ อริฏฺโฐ ยถา นาม รชโก สุคนฺธานิปิ ทุคฺคนฺธานิปิ ชิณฺณานิปิ นวานิปิ สุทฺธานิปิ อสุทฺธานิปิ วตฺถานิ เอกโต ภณฺฑิกํ กโรติ, เอวเมว ภิกฺขูนํ นิจฺฉนฺทราคปณีตจีวราทิปริโภคญฺจ อนิพทฺธสีลานํ คหฏฺฐานํ อนฺตรายกรํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิพทฺธสีลานํ ภิกฺขูนํ อาวรณกรํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ สพฺพํ เอกสทิสํ กโรตีติ อริฏฺฐสฺส ลทฺธึ ปกาเสตฺวา อิทานิ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺเจติอาทิมาห. ตตฺถ ปริยาปุณนฺตีติ อุคฺคณฺหนฺติ. สุตฺตนฺติอาทีสุ อุภโตวิภงฺคนิทฺเทสขนฺธกปริวารา, สุตฺตนิปาเต มงฺคลสุตฺตรตนสุตฺตนาลกสุอาตุวฏฺฏกสุตฺตานิ, อญฺญมฺปิ จ สุตฺตนามกํ ตถาคตวจนํ สุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพมฺปิ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยนฺติ เวทิตพฺพํ, วิเสเสน สํยุตฺตเก สกโลปิ สคาถาวคฺโค. สกลํ อภิธมฺมปิฏกํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ, ยญฺจ อญฺญมฺปิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ อสงฺคหิตํ พุทฺธวจนํ, ตํ เวยฺยากรณนฺติ เวทิตพฺพํ. ธมฺมปทํ, เถรคาถา, เถริคาถา, สุตฺตนิปาเต โนสุตฺตนามิกา สุทฺธิกคาถา จ คาถาติ เวทิตพฺพา. โสมนสฺสญาณมยิกคาถาปฏิสํยุตฺตา เทฺวอสีติสุตฺตนฺตา อุทานนฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘วุตฺตเญฺหตํ ภควตา’’ติอาทินยปฺปวตฺตา (อิติวุ. ๑,๒) ทสุตฺตรสตสุตฺตนฺตา อิติวุตฺตกนฺติ เวทิตพฺพา. อปณฺณกชาตกาทีนิ ปณฺณาสาธิกานิ ปญฺจชาตกสตานิ ชาตกนฺติ เวทิตพฺพานิ. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา อานนฺเท’’ติอาทินยปฺปวตฺตา (อ. นิ. ๔.๑๒๙) สพฺเพปิ อจฺฉริยอพฺภุตธมฺมปฺปฏิสํยุตฺตา สุตฺตนฺตา อพฺภุตธมฺมนฺติ เวทิตพฺพา. จูฬเวทลฺลมหาเวทลฺลสมฺมาทิฏฺฐิสกฺกปญฺหสงฺขารภาชนิยมหาปุณฺณมสุตฺตาทโย สพฺเพปิ เวทญฺจ ตุฏฺฐิญฺจ ลทฺธา ลทฺธา ปุจฺฉิตสุตฺตนฺตา เวทลฺลนฺติ เวทิตพฺพา.
อตฺถํ น อุปปริกฺขนฺตีติ อตฺถตฺถํ การณตฺถํ น ปสฺสนฺติ น ปริคฺคณฺหนฺติ. อนุปปริกฺขตนฺติ อนุปปริกฺขนฺตานํ. น นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ น อุปฏฺฐหนฺติ น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ สมาธิ วิปสฺสนา มคฺโค ผลํ วฏฺฏํ วิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เอวํ ชานิตุํ น สกฺกา โหนฺตีติ อตฺโถ. เต อุปารมฺภานิสํสา เจวาติ เต ปเรสํ วาเท โทสาโรปนานิสํสา หุตฺวา ปริยาปุณนฺตีติ อตฺโถ. อิติวาทปฺปโมกฺขานิสํสา จาติ เอวํ วาทปโมกฺขานิสํสา, ปเรหิ สกวาเท โทเส อาโรปิเต ตํ โทสํ เอวํ โมเจสฺสามาติ อิมินาว การเณน ปริยาปุณนฺตีติ อตฺโถ. ตญฺจสฺส อตฺถํ นานุโภนฺตีติ ยสฺส จ มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อตฺถาย กุลปุตฺตา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, ตญฺจสฺส ธมฺมสฺส อตฺถํ เอเต ทุคฺคหิตคฺคาหิโน นานุโภนฺติ. อปิจ ปรสฺส วาเท อุปารมฺภํ อาโรเปตุํ อตฺตโน วาทํ โมเจตุํ อสกฺโกนฺตาปิ ตญฺจ อตฺถํ นานุโภนฺติเยว.
๒๓๙. อลคทฺทตฺถิโกติ อาสิวิสอตฺถิโก. คโทติ หิ วิสสฺส นามํ, ตํ ตสฺส อลํ ปริปุณฺณํ อตฺถีติ อลคทฺโท. โภเคติ สรีเร. อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺเจ กุลปุตฺตา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตีติ นิตฺถรณปริยตฺติวเสน อุคฺคณฺหนฺติ. ติสฺโส หิ ปริยตฺติโย อลคทฺทปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺตีติ.
ตตฺถ โย พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา เอวํ จีวราทีนิ วา ลภิสฺสามิ, จตุปริสมชฺเฌ วา มํ ชานิสฺสนฺตีติ ลาภสกฺการเหตุ ปริยาปุณาติ, ตสฺส สา ปริยตฺติ อลคทฺทปริยตฺติ นาม. เอวํ ปริยาปุณโต หิ พุทฺธวจนํ อปริยาปุณิตฺวา นิทฺโทกฺกมนํ วรตรํ.
โย ปน พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ ปูเรตฺวา สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธิคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา มคฺคผลานํ อาคตฏฺฐาเน มคฺคํ ภาเวสฺสามิ ผลํ สจฺฉิกริสฺสามีติ อุคฺคณฺหาติ, ตสฺส สา ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ นาม โหติ.
ขีณาสวสฺส ปน ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ นาม. ตสฺส หิ อปริญฺญาตํ อปฺปหีนํ อภาวิตํ อสจฺฉิกตํ วา นตฺถิ. โส หิ ปริญฺญาตกฺขนฺโธ ปหีนกิเลโส ภาวิตมคฺโค สจฺฉิกตผโล, ตสฺมา พุทฺธวจนํ ปริยาปุณนฺโต ตนฺติธารโก ปเวณิปาลโก วํสานุรกฺขโกว หุตฺวา อุคฺคณฺหาติ. อิติสฺส สา ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ นาม โหติ.
โย ปน ปุถุชฺชโน ฉาตภยาทีสุ คนฺถธเรสุ เอกสฺมึ ฐาเน วสิตุํ อสกฺโกนฺเตสุ สยํ ภิกฺขาจาเรน อกิลมมาโน อติมธุรํ พุทฺธวจนํ มา นสฺสตุ, ตนฺตึ ธาเรสฺสามิ, วํสํ ฐเปสฺสามิ, ปเวณึ ปาเลสฺสามีติ ปริยาปุณาติ, ตสฺส ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ โหติ, น โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? น อตฺตโน ฐาเน ฐตฺวา ปริยาปุตตฺตา. ปุถุชฺชนสฺส หิ ปริยตฺติ นาม อลคทฺทา วา โหติ นิตฺถรณา วา, สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ นิตฺถรณาว, ขีณาสวสฺส ภณฺฑาคาริกปริยตฺติเยว. อิมสฺมึ ปน ฐาเน นิตฺถรณปริยตฺติ อธิปฺเปตา.
นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเนสุ อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ วิปสฺสนา, อิธ มคฺโค, อิธ ผลํ, อิธ วฏฺฏํ, อิธ วิวฏฺฏนฺติ อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. ตญฺจสฺส อตฺถํ อนุโภนฺตีติ เยสํ มคฺคผลานํ อตฺถาย ปริยาปุณนฺติ. สุคฺคหิตปริยตฺตึ นิสฺสาย มคฺคํ ภาเวตฺวา ผลํ สจฺฉิกโรนฺตา ตญฺจสฺส ธมฺมสฺส อตฺถํ อนุภวนฺติ. ปรวาเท อุปารมฺภํ อาโรเปตุํ สกฺโกนฺตาปิ สกวาเท อาโรปิตํ โทสํ อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ คเหตฺวา โมเจตุํ สกฺโกนฺตาปิ อนุโภนฺติเยว. ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตีติ สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเน สีลาทีนิ ปูเรนฺตานมฺปิ, ปเรสํ วาเท สหธมฺเมน อุปารมฺภํ อาโรเปนฺตานมฺปิ, สกวาทโต โทสํ หรนฺตานมฺปิ, อรหตฺตํ ปตฺวา ปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสตฺวา ธมฺมเทสนาย ปสนฺเนหิ อุปนีเต จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตานมฺปิ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ.
เอวํ สุคฺคหิเต พุทฺธวจเน อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺเถว นิโยเชนฺโต ตสฺมา ติห, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา ทุคฺคหิตปริยตฺติ ทุคฺคหิตอลคทฺโท วิย ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตติ, สุคฺคหิตปริยตฺติ สุคฺคหิตอลคทฺโท วิย ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ตถา นํ ธาเรยฺยาถาติ ตเถว นํ ธาเรยฺยาถ, เตเนว อตฺเถน คเณฺหยฺยาถ. เย วา ปนาสฺสุ วิยตฺตา ภิกฺขูติ เย วา ปน อญฺเญ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปมหากจฺจานาทิกา พฺยตฺตา ปณฺฑิตา ภิกฺขู อสฺสุ, เต ปุจฺฉิตพฺพา. อริฏฺเฐน วิย ปน มม สาสเน น กลลํ วา กจวรํ วา ปกฺขิปิตพฺพํ.
๒๔๐. กุลฺลูปมนฺติ กุลฺลสทิสํ. นิตฺถรณตฺถายาติ จตุโรฆนิตฺถรณตฺถาย. อุทกณฺณวนฺติ ยญฺหิ อุทกํ คมฺภีรํ น ปุถุลํ. ปุถุลํ วา ปน น คมฺภีรํ, น ตํ อณฺณโวติ วุจฺจติ. ยํ ปน คมฺภีรญฺเจว ปุถุลญฺจ, ตํ อณฺณโวติ วุจฺจติ. ตสฺมา มหนฺตํ อุทกณฺณวนฺติ มหนฺตํ ปุถุลํ คมฺภีรํ อุทกนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. สาสงฺกํ นาม ยตฺถ โจรานํ นิวุตฺโถกาโส ทิสฺสติ. ฐิโตกาโส, นิสินฺโนกาโส, นิปนฺโนกาโส ทิสฺสติ. สปฺปฏิภยํ นาม ยตฺถ โจเรหิ มนุสฺสา หตา ทิสฺสนฺติ, วิลุตฺตา ทิสฺสนฺติ, อาโกฏิตา ทิสฺสนฺติ. อุตฺตรเสตูติ อุทกณฺณวสฺส อุปริ พทฺโธ เสตุ. กุลฺลํ พนฺธิตฺวาติ กุลฺโล นาม ตรณตฺถาย กลาปํ กตฺวา พทฺโธ. ปตฺถริตฺวา พทฺธา ปน ปทรจาฏิอาทโย อุฬุมฺโปติ วุจฺจนฺติ. อุจฺจาเรตฺวาติ ฐเปตฺวา. กิจฺจการีติ ปตฺตการี ยุตฺตการี, ปติรูปการีติ อตฺโถ. ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพาติ เอตฺถ ธมฺมาติ สมถวิปสฺสนา. ภควา หิ สมเถปิ ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ, วิปสฺสนายปิ. สมเถ ฉนฺทราคํ กตฺถ ปชหาเปสิ? ‘‘อิติ โข, อุทายิ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺสปิ ปหานํ วทามิ, ปสฺสสิ โน ตฺวํ, อุทายิ, ตํ สํโยชนํ อณุํ วา ถูลํ วา, ยสฺสาหํ โน ปหานํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๕๖) เอตฺถ สมเถ ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ. ‘‘อิมํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐึ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ น อลฺลีเยถ น เกลาเยถ น ธนาเยถา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๑) เอตฺถ วิปสฺสนาย ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ. อิธ ปน อุภยตฺถ ปชหาเปนฺโต ‘‘ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา’’ติ อาห.
ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ เอวรูเปสุ สนฺตปฺปณีเตสุ ธมฺเมสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ วทามิ, กึ ปน อิมสฺมึ อสทฺธมฺเม คามธมฺเม วสลธมฺเม ทุฏฺฐุลฺเล โอทกนฺติเก, ยตฺถ อยํ อริฏฺโฐ โมฆปุริโส นิทฺโทสสญฺญี ปญฺจสุ กามคุเณสุ ฉนฺทราคํ นาลํ อนฺตรายายาติ วทติ. อริฏฺเฐน วิย น ตุเมฺหหิ มยฺหํ สาสเน กลลํ วา กจวรํ วา ปกฺขิปิตพฺพนฺติ เอวํ ภควา อิมินาปิ โอวาเทน อริฏฺฐํเยว นิคฺคณฺหาติ.
๒๔๑. อิทานิ โย ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ติวิธคฺคาหวเสน อหํ มมนฺติ คณฺหาติ, โส มยฺหํ สาสเน อยํ อริฏฺโฐ วิย กลลํ กจวรํ ปกฺขิปตีติ ทสฺเสนฺโต ฉยิมานิ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ทิฏฺฐิฏฺฐานานีติ ทิฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิยา อารมฺมณมฺปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิยา ปจฺจโยปิ. รูปํ เอตํ มมาติอาทีสุ เอตํ มมาติ ตณฺหาคฺคาโห. เอโสหมสฺมีติ มานคฺคาโห. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิคฺคาโห. เอวํ รูปารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา โหนฺติ. รูปํ ปน อตฺตาติ น วตฺตพฺพํ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. ทิฏฺฐํ รูปายตนํ, สุตํ สทฺทายตนํ, มุตํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ, ตญฺหิ ปตฺวา คเหตพฺพโต มุตนฺติ วุตฺตํ. อวเสสานิ สตฺตายตนานิ วิญฺญาตํ นาม. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ. โลกสฺมิญฺหิ ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา โนปตฺตมฺปิ. อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา โนปตฺตมฺปิ. ตตฺถ ปริเยสิตฺวา ปตฺตํ ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม. อปริเยสิตฺวา ปตฺตญฺจ, อปริเยสิตฺวา โนปตฺตญฺจ มนสานุวิจริตํ นาม.
อถ วา ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ ปตฺตฏฺเฐน ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม. อปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ มนสานุวิจริตํ นาม. สพฺพํ วา เอตํ มนสา อนุวิจริตตฺตา มนสานุวิจริตํ นาม. อิมินา วิญฺญาณารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา, เทสนาวิลาเสน เหฏฺฐา ทิฏฺฐาทิอารมฺมณวเสน วิญฺญาณํ ทสฺสิตํ. ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ยมฺปิ เอตํ โส โลโกติอาทินา นเยน ปวตฺตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ.
โส โลโก โส อตฺตาติ ยา เอสา ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา ทิฏฺฐิ โลโก จ อตฺตา จาติ คณฺหาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส เปจฺจ ภวิสฺสามีติ โส อหํ ปรโลกํ คนฺตฺวา นิจฺโจ ภวิสฺสามิ, ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม ภวิสฺสามิ, สิเนรุมหาปถวีมหาสมุทฺทาทีหิ สสฺสตีหิ สมํ ตเถว ฐสฺสามิ. ตมฺปิ เอตํ มมาติ ตมฺปิ ทสฺสนํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสติ. อิมินา ทิฏฺฐารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา. วิปสฺสนาย ปฏิวิปสฺสนากาเล วิย ปจฺฉิมทิฏฺฐิยา ปุริมทิฏฺฐิคฺคหณกาเล เอวํ โหติ.
สุกฺกปกฺเข รูปํ เนตํ มมาติ รูเป ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหา ปฏิกฺขิตฺตา. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. สมนุปสฺสตีติ อิมสฺส ปน ปทสฺส ตณฺหาสมนุปสฺสนา มานสมนุปสฺสนา ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา ญาณสมนุปสฺสนาติ จตสฺโส สมนุปสฺสนาติ อตฺโถ. ตา กณฺหปกฺเข ติสฺสนฺนํ สมนุปสฺสนานํ, สุกฺกปกฺเข ญาณสมนุปสฺสนาย วเสน เวทิตพฺพา. อสติ น ปริตสฺสตีติ อวิชฺชมาเน ภยปริตสฺสนาย ตณฺหาปริตสฺสนาย วา น ปริตสฺสติ. อิมินา ภควา อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส อปริตสฺสมานํ ขีณาสวํ ทสฺเสนฺโต เทสนํ มตฺถกํ ปาเปสิ.
๒๔๒. เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขูติ เอวํ ภควตา วุตฺเต อญฺญตโร อนุสนฺธิกุสโล ภิกฺขุ – ‘‘ภควตา อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส อปริตสฺสนฺตํ ขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา เทสนา นิฏฺฐาปิตา, อชฺฌตฺตํ อปริตสฺสนฺเต โข ปน สติ อชฺฌตฺตํ ปริตสฺสเกน พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส ปริตสฺสเกน อปริตสฺสเกน จาปิ ภวิตพฺพํ. อิติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ อยํ ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ’’ติ จินฺเตตฺวา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ภควนฺตํ เอตทโวจ. พหิทฺธา อสตีติ พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส. อหุ วต เมติ อโหสิ วต เม ภทฺทกํ ยานํ วาหนํ หิรญฺญํ สุวณฺณนฺติ อตฺโถ. ตํ วต เม นตฺถีติ ตํ วต อิทานิ มยฺหํ นตฺถิ, ราชูหิ วา โจเรหิ วา หฏํ, อคฺคินา วา ทฑฺฒํ, อุทเกน วา วุฬฺหํ, ปริโภเคน วา ชิณฺณํ. สิยา วต เมติ ภเวยฺย วต มยฺหํ ยานํ วาหนํ หิรญฺญํ สุวณฺณํ สาลิ วีหิ ยโว โคธุโม. ตํ วตาหํ น ลภามีติ ตมหํ อลภมาโน ตทนุจฺฉวิกํ กมฺมํ อกตฺวา นิสินฺนตฺตา อิทานิ น ลภามีติ โสจติ, อยํ อคาริยโสจนา, อนคาริยสฺส ปตฺตจีวราทีนํ วเสน เวทิตพฺพา.
อปริตสฺสนาวาเร น เอวํ โหตีติ เยหิ กิเลเสหิ เอวํ ภเวยฺย, เตสํ ปหีนตฺตา น เอวํ โหติ. ทิฏฺฐิฏฺฐานาธิฏฺฐานปริยุฏฺฐานาภินิเวสานุสยานนฺติ ทิฏฺฐีนญฺจ ทิฏฺฐิฏฺฐานานญฺจ ทิฏฺฐาธิฏฺฐานานญฺจ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานญฺจ อภินิเวสานุสยานญฺจ. สพฺพสงฺขารสมถายาติ นิพฺพานตฺถาย. นิพฺพานญฺหิ อาคมฺม สพฺพสงฺขาราอิญฺชิตานิ, สพฺพสงฺขารจลนานิ สพฺพสงฺขารวิปฺผนฺทิตานิ สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา ตํ, ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ วุจฺจติ. ตเทว จ อาคมฺม ขนฺธูปธิ กิเลสูปธิ อภิสงฺขารูปธิ, ปญฺจกามคุณูปธีติ อิเม อุปธโย ปฏินิสฺสชฺชิยนฺติ, ตณฺหา ขียติ วิรชฺชติ นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ, ‘‘สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ’’ติ วุจฺจติ. นิพฺพานายาติ อยํ ปนสฺส สรูปนิทฺเทโส, อิติ สพฺเพเหว อิเมหิ ปเทหิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยตฺถาย ธมฺมํ เทเสนฺตสฺสาติ อยมตฺโถ ทีปิโต. ตสฺเสวํ โหตีติ ตสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ นามสฺสุ, วินสฺสิสฺสามิ นามสฺสุ, นาสฺสุ นาม ภวิสฺสามีติ เอวํ โหติ. ทิฏฺฐิคติกสฺส หิ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตํ กตฺวา เทสิยมานํ ธมฺมํ สุณนฺตสฺส ตาโส อุปฺปชฺชติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตาโส เหโส, ภิกฺขเว, อสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส โน จสฺสํ, โน จ เม สิยา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕๕).
๒๔๓. เอตฺตาวตา พหิทฺธาปริกฺขารวินาเส ตสฺสนกสฺส จ โนตสฺสนกสฺส จ อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส ตสฺสนกสฺส จ โนตสฺสนกสฺส จาติ อิเมสํ วเสน จตุกฺโกฏิกา สุญฺญตา กถิตา. อิทานิ พหิทฺธา ปริกฺขารํ ปริคฺคหํ นาม กตฺวา, วีสติวตฺถุกํ สกฺกายทิฏฺฐึ อตฺตวาทุปาทานํ นาม กตฺวา, สกฺกายทิฏฺฐิปมุขา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐินิสฺสยํ นาม กตฺวา ติโกฏิกํ สุญฺญตํ ทสฺเสตุํ ตํ, ภิกฺขเว, ปริคฺคหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปริคฺคหนฺติ พหิทฺธา ปริกฺขารํ. ปริคฺคเณฺหยฺยาถาติ ยถา วิญฺญู มนุสฺโส ปริคฺคเณฺหยฺย. อหมฺปิ โข ตํ, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, ตุเมฺหปิ น ปสฺสถ, อหมฺปิ น ปสฺสามิ, อิติ เอวรูโป ปริคฺคโห นตฺถีติ ทสฺเสติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
๒๔๔. เอวํ ติโกฏิกํ สุญฺญตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อชฺฌตฺตกฺขนฺเธ อตฺตาติ พหิทฺธา ปริกฺขาเร อตฺตนิยนฺติ กตฺวา ทฺวิโกฏิกํ ทสฺเสนฺโต อตฺตนิ วา, ภิกฺขเว, สตีติอาทิมาห. ตตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ, ภิกฺขเว, อตฺตนิ วา สติ อิทํ เม ปริกฺขารชาตํ อตฺตนิยนฺติ อสฺส, อตฺตนิเยว วา ปริกฺขาเร สติ อยํ เม อตฺตา อิมสฺส ปริกฺขารสฺส สามีติ, เอวํ อหนฺติ. สติ มมาติ, มมาติ สติ อหนฺติ ยุตฺตํ ภเวยฺย. สจฺจโตติ ภูตโต, เถตโตติ ตถโต ถิรโต วา.
อิทานิ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ เอวํ ติปริวฏฺฏวเสน อคฺคณฺหนฺโต อยํ อริฏฺโฐ วิย มยฺหํ สาสเน กลลํ กจวรํ ปกฺขิปตีติ ทสฺเสนฺโต ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วาติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ยสฺมา หุตฺวา น โหติ, ตสฺมา อนิจฺจํ. อุปฺปาทวยวตฺติโต วิปริณามตาวกาลิกนิจฺจปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนิจฺจํ. ทุกฺขํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขํ, สนฺตาปทุกฺขมทุกฺขวตฺถุกสุขปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ ทุกฺขํ. วิปริณามธมฺมนฺติ ภวสงฺกนฺติอุปคมนสภาวํ ปกติภาววิชหนสภาวํ. กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตาติ ยุตฺตํ นุ โข ตํ อิเมสํ ติณฺณํ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหานํ วเสน อหํ มมาติ เอวํ คเหตุํ. โน เหตํ, ภนฺเตติ อิมินา เต ภิกฺขู อวสวตฺตนากาเรน รูปํ, ภนฺเต, อนตฺตาติ ปฏิชานนฺติ. สุญฺญอสฺสามิกอนิสฺสรอตฺตปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนตฺตา.
ภควา หิ กตฺถจิ อนิจฺจวเสน อนตฺตตฺตํ ทสฺเสติ, กตฺถจิ ทุกฺขวเสน, กตฺถจิ อุภยวเสน. ‘‘จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชติ, จกฺขุสฺส อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ. ยสฺส โข ปน อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ, อตฺตา เม อุปฺปชฺชติ จ เวติ จาติ อิจฺจสฺส เอวมาคตํ โหติ, ตสฺมา ตํ น อุปปชฺชติ จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, อิติ จกฺขุ อนตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๒๒) อิมสฺมิญฺหิ ฉฉกฺกสุตฺเต อนิจฺจวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. ‘‘รูปญฺจ หิทํ, ภิกฺขเว, อตฺตา อภวิสฺส, นยิทํ รูปํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย, ลพฺเภถ จ รูเป ‘เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, รูปํ อนตฺตา, ตสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตติ, น จ ลพฺภติ รูเป ‘เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’’’ติ (มหาว. ๒๐; สํ. นิ. ๓.๕๙) อิมสฺมึ อนตฺตลกฺขณสุตฺเต ทุกฺขวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ, ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา, ยทนตฺตา ตํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๗๖) อิมสฺมึ อรหตฺตสุตฺเต อุภยวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. กสฺมา? อนิจฺจํ ทุกฺขญฺจ ปากฏํ. อนตฺตาติ น ปากฏํ.
ปริโภคภาชนาทีสุ หิ ภินฺเนสุ อโห อนิจฺจนฺติ วทนฺติ, อโห อนตฺตาติ วตฺตา นาม นตฺถิ. สรีเร คณฺฑปิฬกาทีสุ วา อุฏฺฐิตาสุ กณฺฏเกน วา วิทฺธา อโห ทุกฺขนฺติ วทนฺติ, อโห อนตฺตาติ ปน วตฺตา นาม นตฺถิ. กสฺมา? อิทญฺหิ อนตฺตลกฺขณํ นาม อวิภูตํ ทุทฺทสํ ทุปฺปญฺญาปนํ. เตน ตํ ภควา อนิจฺจวเสน วา ทุกฺขวเสน วา อุภยวเสน วา ทสฺเสติ. ตยิทํ อิมสฺมิมฺปิ เตปริวฏฺเฏ อนิจฺจทุกฺขวเสเนว ทสฺสิตํ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.
ตสฺมา ติห, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, ยสฺมา เอตรหิ อญฺญทาปิ รูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา, ตสฺมาติ อตฺโถ. ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว.
๒๔๕. นิพฺพินฺทตีติ อุกฺกณฺฐติ. เอตฺถ จ นิพฺพิทาติ วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา อธิปฺเปตา. วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาย หิ พหูนิ นามานิ. เอสา หิ กตฺถจิ สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา. กตฺถจิ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ. กตฺถจิ ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคนฺติ. กตฺถจิ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ. กตฺถจิ ตมฺมยตาปริยาทานนฺติ. กตฺถจิ ตีหิ นาเมหิ. กตฺถจิ ทฺวีหีติ.
ตตฺถ โปฏฺฐปาทสุตฺเต ตาว ‘‘สญฺญา โข, โปฏฺฐปาท, ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา ญาณ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๑๖) เอวํ สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา. สุสิมสุตฺเต ‘‘ปุพฺเพ โข, สุสิม, ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๗๐) เอวํ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ วุตฺตา. ทสุตฺตรสุตฺเต ‘‘ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิปธานิยงฺค’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๕๙) เอวํ ปาริสุทฺธิปทานิยงฺคนฺติ วุตฺตา. รถวินีเต ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๕๗) เอวํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตา. สฬายตนวิภงฺเค ‘‘อตมฺมยตํ, ภิกฺขเว, นิสฺสาย อตมฺมยตํ อาคมฺม ยายํ อุเปกฺขา นานตฺตา นานตฺตสิตา, ตํ อภินิวชฺเชตฺวา ยายํ อุเปกฺขา เอกตฺตา เอกตฺตสิตา, ตํ นิสฺสาย ตํ อาคมฺม เอวเมติสฺสา ปหานํ โหติ, เอวเมติสฺสา สมติกฺกโม โหตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๐) เอวํ ตมฺมยตาปริยาทานนฺติ วุตฺตา. ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘ยา จ มุญฺจิตุกมฺยตา, ยา จ ปฏิสงฺขานุปสฺสนา, ยา จ สงฺขารุเปกฺขา, อิเม ธมฺมา เอกตฺถา พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๔) เอวํ ตีหิ นาเมหิ วุตฺตา. ปฏฺฐาเน ‘‘อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย, อนุโลมํ โวทานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) เอวํ ทฺวีหิ นาเมหิ วุตฺตา. อิมสฺมึ ปน อลคทฺทสุตฺเต นิพฺพินฺทตีติ นิพฺพิทานาเมน อาคตา.
นิพฺพิทา วิรชฺชตีติ เอตฺถ วิราโคติ มคฺโค วิราคา วิมุจฺจตีติ เอตฺถ วิราเคน มคฺเคน วิมุจฺจตีติ ผลํ กถิตํ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตีติ อิธ ปจฺจเวกฺขณา กถิตา.
เอวํ วิมุตฺตจิตฺตํ มหาขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส ยถาภูเตหิ ปญฺจหิ การเณหิ นามํ คณฺหนฺโต อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. อวิชฺชาติ วฏฺฏมูลิกา อวิชฺชา. อยญฺหิ ทุรุกฺขิปนฏฺเฐน ปลิโฆติ วุจฺจติ. เตเนส ตสฺส อุกฺขิตฺตตฺตา อุกฺขิตฺตปลิโฆติ วุตฺโต. ตาลาวตฺถุกตาติ สีสจฺฉินฺนตาโล วิย กตา, สมูลํ วา ตาลํ อุทฺธริตฺวา ตาลสฺส วตฺถุ วิย กตา, ยถา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปุน โส ตาโล น ปญฺญายติ, เอวํ ปุน อปญฺญตฺติภาวํ นีตาติ อตฺโถ. โปโนพฺภวิโกติ ปุนพฺภวทายโก. ชาติสํสาโรติอาทีสุ ชายนวเสน เจว สํสรณวเสน จ เอวํ ลทฺธนามานํ ปุนพฺภวขนฺธานํ ปจฺจโย กมฺมาภิสงฺขาโร. โส หิ ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติกรณวเสน ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตตฺตา ปริกฺขาติ วุจฺจติ, เตเนส ตสฺสา สํกิณฺณตฺตา วิกิณฺณตฺตา สํกิณฺณปริกฺโขติ วุตฺโต. ตณฺหาติ วฏฺฏมูลิกา ตณฺหา. อยญฺหิ คมฺภีรานุคตฏฺเฐน เอสิกาติ วุจฺจติ. เตเนส ตสฺสา อพฺพูฬฺหตฺตา ลุญฺจิตฺวา ฉฑฺฑิตตฺตา อพฺพูเฬฺหสิโกติ วุตฺโต. โอรมฺภาคิยานีติ โอรํ ภชนกานิ กามภเว อุปปตฺติปจฺจยานิ. เอตานิ หิ กวาฏํ วิย นครทฺวารํ จิตฺตํ ปิทหิตฺวา ฐิตตฺตา อคฺคฬาติ วุจฺจนฺติ. เตเนส เตสํ นิรากตตฺตา ภินฺนตฺตา นิรคฺคโฬติ วุตฺโต. อริโยติ นิกฺกิเลโส ปริสุทฺโธ. ปนฺนทฺธโชติ ปติตมานทฺธโช. ปนฺนภาโรติ ขนฺธภารกิเลสภารอภิสงฺขารภารปญฺจกามคุณภารา ปนฺนา โอโรหิตา อสฺสาติ ปนฺนภาโร. อปิจ อิธ มานภารสฺเสว โอโรปิตตฺตา ปนฺนภาโรติ อธิปฺเปโต. วิสํยุตฺโตติ จตูหิ โยเคหิ สพฺพกิเลเสหิ จ วิสํยุตฺโต. อิธ ปน มานสํโยเคเนว วิสํยุตฺตตฺตา วิสํยุตฺโตติ อธิปฺเปโต. อสฺมิมาโนติ รูเป อสฺมีติ มาโน, เวทนาย… สญฺญาย… สงฺขาเรสุ… วิญฺญาเณ อสฺมีติ มาโน.
เอตฺตาวตา ภควตา มคฺเคน กิเลเส เขเปตฺวา นิโรธสยนวรคตสฺส นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา วิหรโต ขีณาสวสฺส กาโล ทสฺสิโต. ยถา หิ เทฺว นครานิ เอกํ โจรนครํ, เอกํ เขมนครํ. อถ เอกสฺส มหาโยธสฺส เอวํ ภเวยฺย – ‘‘ยาวิมํ โจรนครํ ติฏฺฐติ, ตาว เขมนครํ ภยโต น มุจฺจติ, โจรนครํ อนครํ กริสฺสามี’’ติ สนฺนาหํ กตฺวา ขคฺคํ คเหตฺวา โจรนครํ อุปสงฺกมิตฺวา นครทฺวาเร อุสฺสาปิเต เอสิกตฺถมฺเภ ขคฺเคน ฉินฺทิตฺวา สทฺวารพาหกํ กวาฏํ ฉินฺทิตฺวา ปลิฆํ อุกฺขิปิตฺวา ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ สํกิริตฺวา นครโสภนตฺถาย อุสฺสิเต ธเช ปาเตตฺวา นครํ อคฺคินา ฌาเปตฺวา เขมนครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห ญาติคณปริวุโต สุรสโภชนํ ภุญฺเชยฺย, เอวํ โจรนครํ วิย สกฺกาโย, เขมนครํ วิย นิพฺพานํ, มหาโยโธ วิย โยคาวจโร. ตสฺเสวํ โหติ, ‘‘ยาว สกฺกายวฏฺฏํ วตฺตติ, ตาว ทฺวตฺตึสกมฺมการณอฏฺฐนวุติโรคปญฺจวีสติมหาภเยหิ ปริมุจฺจนํ นตฺถี’’ติ. โส มหาโยโธ วิย สนฺนาหํ สีลสนฺนาหํ กตฺวา, ปญฺญาขคฺคํ คเหตฺวา ขคฺเคน เอสิกตฺถมฺเภ วิย อรหตฺตมคฺเคน ตเณฺหสิกํ ลุญฺจิตฺวา, โส โยโธ สทฺวารพาหกํ นครกวาฏํ วิย ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนคฺคฬํ อุคฺฆาเฏตฺวา, โส โยโธ ปลิฆํ วิย, อวิชฺชาปลิฆํ อุกฺขิปิตฺวา, โส โยโธ ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ วิย กมฺมาภิสงฺขารํ ภินฺทนฺโต ชาติสํสารปริกฺขํ สํกิริตฺวา, โส โยโธ นครโสภนตฺถาย อุสฺสาปิเต ธเช วิย มานทฺธเช ปาเตตฺวา สกฺกายนครํ ฌาเปตฺวา, โส โยโธ เขมนคเร อุปริปาสาเท สุรสโภชนํ วิย กิเลสนิพฺพานํ นครํ ปวิสิตฺวา อมตนิโรธารมฺมณํ ผลสมาปตฺติสุขํ อนุภวมาโน กาลํ วีตินาเมติ.
๒๔๖. อิทานิ เอวํ วิมุตฺตจิตฺตสฺส ขีณาสวสฺส ปเรหิ อนธิคมนียวิญฺญาณตํ ทสฺเสนฺโต เอวํ วิมุตฺตจิตฺตํ โขติอาทิมาห. ตตฺถ อเนฺวสนฺติ อเนฺวสนฺตา คเวสนฺตา. อิทํ นิสฺสิตนฺติ อิทํ นาม นิสฺสิตํ. ตถาคตสฺสาติ เอตฺถ สตฺโตปิ ตถาคโตติ อธิปฺเปโต, อุตฺตมปุคฺคโล ขีณาสโวปิ. อนนุวิชฺโชติ อสํวิชฺชมาโน วา อวินฺเทยฺโย วา. ตถาคโตติ หิ สตฺเต คหิเต อสํวิชฺชมาโนติ อตฺโถ วฏฺฏติ, ขีณาสเว คหิเต อวินฺเทยฺโยติ อตฺโถ วฏฺฏติ.
ตตฺถ ปุริมนเย อยมธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ธรมานกํเยว ขีณาสวํ ตถาคโต สตฺโต ปุคฺคโลติ น ปญฺญเปมิ. อปฺปฏิสนฺธิกํ ปน ปรินิพฺพุตํ ขีณาสวํ สตฺโตติ วา ปุคฺคโลติ วา กึ ปญฺญเปสฺสามิ? อนนุวิชฺโช ตถาคโต. น หิ ปรมตฺถโต สตฺโต นาม โกจิ อตฺถิ, ตสฺส อวิชฺชมานสฺส อิทํ นิสฺสิตํ วิญฺญาณนฺติ อเนฺวสนฺตาปิ กึ อธิคจฺฉิสฺสนฺติ? กถํ ปฏิลภิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ทุติยนเย อยมธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ธรมานกํเยว ขีณาสวํ วิญฺญาณวเสน อินฺทาทีหิ อวินฺทิยํ วทามิ. น หิ สอินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา สปชาปติกา อเนฺวสนฺตาปิ ขีณาสวสฺส วิปสฺสนาจิตฺตํ วา มคฺคจิตฺตํ วา ผลจิตฺตํ วา, อิทํ นาม อารมฺมณํ นิสฺสาย วตฺตตีติ ชานิตุํ สกฺโกนฺติ. เต อปฺปฏิสนฺธิกสฺส ปรินิพฺพุตสฺส กึ ชานิสฺสนฺตีติ?
อสตาติ อสนฺเตน. ตุจฺฉาติ ตุจฺฉเกน. มุสาติ มุสาวาเทน. อภูเตนาติ ยํ นตฺถิ, เตน. อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อภิอาจิกฺขนฺติ, อภิภวิตฺวา วทนฺติ. เวนยิโกติ วินยติ วินาเสตีติ วินโย, โส เอว เวนยิโก, สตฺตวินาสโกติ อธิปฺปาโย. ยถา จาหํ น, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, เยน วากาเรน อหํ น สตฺตวินาสโก. ยถา จาหํ น วทามีติ เยน วา การเณน อหํ สตฺตวินาสํ น ปญฺญเปมิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถาหํ น สตฺตวินาสโก, ยถา จ น สตฺตวินาสํ ปญฺญเปมิ, ตถา มํ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา ‘‘เวนยิโก สมโณ โคตโม’’ติ วทนฺตา สตฺตวินาสโก สมโณ โคตโมติ จ, ‘‘สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตี’’ติ วทนฺตา สตฺตวินาสํ ปญฺญเปตีติ จ อสตา ตุจฺฉา มุสา อภูเตน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ.
ปุพฺเพ จาติ ปุพฺเพ มหาโพธิมณฺฑมฺหิเยว จ. เอตรหิ จาติ เอตรหิ ธมฺมเทสนายญฺจ. ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ, ทุกฺขสฺส จ นิโรธนฺติ ธมฺมจกฺกํ อปฺปวตฺเตตฺวา โพธิมณฺเฑ วิหรนฺโตปิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสนฺโตปิ จตุสจฺจเมว ปญฺญเปมีติ อตฺโถ. เอตฺถ หิ ทุกฺขคฺคหเณน ตสฺส มูลภูโต สมุทโย, นิโรธคฺคหเณน ตํสมฺปาปโก มคฺโค คหิโตว โหตีติ เวทิตพฺโพ. ตตฺร เจติ ตสฺมึ จตุสจฺจปฺปกาสเน. ปเรติ สจฺจานิ อาชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถปุคฺคลา. อกฺโกสนฺตีติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺติ. ปริภาสนฺตีติ วาจาย ปริภาสนฺติ. โรเสนฺติ วิเหเสนฺตีติ โรเสสฺสาม วิเหเสสฺสามาติ อธิปฺปาเยน ฆฏฺเฏนฺติ ทุกฺขาเปนฺติ. ตตฺราติ เตสุ อกฺโกสาทีสุ, เตสุ วา ปรปุคฺคเลสุ. อาฆาโตติ โกโป. อปฺปจฺจโยติ โทมนสฺสํ. อนภิรทฺธีติ อตุฏฺฐิ.
ตตฺร เจติ จตุสจฺจปฺปกาสเนเยว. ปเรติ จตุสจฺจปฺปกาสนํ อาชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถปุคฺคลา. อานนฺโทติ อานนฺทปีติ. อุปฺปิลาวิตตฺตนฺติ อุปฺปิลาปนปีติ. ตตฺร เจติ จตุสจฺจปฺปกาสนมฺหิเยว. ตตฺราติ สกฺการาทีสุ. ยํ โข อิทํ ปุพฺเพ ปริญฺญาตนฺติ อิทํ ขนฺธปญฺจกํ ปุพฺเพ โพธิมณฺเฑ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาตํ. ตตฺถเมติ ตสฺมึ ขนฺธปญฺจเก อิเม. กึ วุตฺตํ โหติ? ตตฺราปิ ตถาคตสฺส อิเม สกฺการา มยิ กรียนฺตีติ วา อหํ เอเต อนุภวามีติ วา น โหติ. ปุพฺเพ ปริญฺญาตกฺขนฺธปญฺจกํเยว เอเต สกฺกาเร อนุโภตีติ เอตฺตกเมว โหตีติ. ตสฺมาติ ยสฺมา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา ตถาคตมฺปิ อกฺโกสนฺติ, ตสฺมา. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๒๔๗. ตสฺมา ติห, ภิกฺขเว, ยํ น ตุมฺหากนฺติ ยสฺมา อตฺตนิเยปิ ฉนฺทราคปฺปหานํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ, ตสฺมา ยํ น ตุมฺหากํ, ตํ ปชหถาติ อตฺโถ. ยถาปจฺจยํ วา กเรยฺยาติ ยถา ยถา อิจฺเฉยฺย ตถา ตถา กเรยฺย. น หิ โน เอตํ, ภนฺเต, อตฺตา วาติ, ภนฺเต, เอตํ ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ อมฺหากํ เนว อตฺตา น อมฺหากํ รูปํ น วิญฺญาณนฺติ วทนฺติ. อตฺตนิยํ วาติ อมฺหากํ จีวราทิปริกฺขาโรปิ น โหตีติ อตฺโถ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยํ น ตุมฺหากํ ตํ ปชหถาติ ภควา, ขนฺธปญฺจกํเยว น ตุมฺหากนฺติ ทสฺเสตฺวา ปชหาเปติ, ตญฺจ โข น อุปฺปาเฏตฺวา, ลุญฺจิตฺวา วา. ฉนฺทราควินเยน ปเนตํ ปชหาเปติ.
๒๔๘. เอวํ สฺวากฺขาโตติ เอตฺถ ติปริวฏฺฏโต ปฏฺฐาย ยาว อิมํ ฐานํ อาหริตุมฺปิ วฏฺฏติ, ปฏิโลเมน เปมมตฺตเกน สคฺคปรายณโต ปฏฺฐาย ยาว อิมํ ฐานํ อาหริตุมฺปิ วฏฺฏติ. สฺวากฺขาโตติ สุกถิโต. สุกถิตตฺตา เอว อุตฺตาโน วิวโฏ ปกาสิโต. ฉินฺนปิโลติโกติ ปิโลติกา วุจฺจติ ฉินฺนํ ภินฺนํ ตตฺถ ตตฺถ สิพฺพิตํ คณฺฐิกตํ ชิณฺณํ วตฺถํ, ตํ ยสฺส นตฺถิ, อฏฺฐหตฺถํ วา นวหตฺถํ วา อหตสาฏกํ นิวตฺโถ, โส ฉินฺนปิโลติโก นาม. อยมฺปิ ธมฺโม ตาทิโส, น เหตฺถ โกหญฺญาทิวเสน ฉินฺนภินฺนสิพฺพิตคณฺฐิกตภาโว อตฺถิ. อปิจ กจวโร ปิโลติโกติ วุจฺจติ. อิมสฺมิญฺจ สาสเน สมณกจวรํ นาม ปติฏฺฐาตุํ น ลภติ. เตเนวาห –
‘‘การณฺฑวํ นิทฺธมถ, กสมฺพุญฺจาปกสฺสถ;
ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเน.
นิทฺธมิตฺวาน ปาปิจฺเฉ, ปาปอาจารโคจเร;
สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ, กปฺปยโวฺห ปติสฺสตา;
ตโต สมคฺคา นิปกา, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถา’’ติ. (สุ. นิ. ๒๘๓-๒๘๕);
อิติ สมณกจวรสฺส ฉินฺนตฺตาปิ อยํ ธมฺโม ฉินฺนปิโลติโก นาม โหติ. วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนายาติ เตสํ วฏฺฏํ อปญฺญตฺติภาวํ คตํ นิปฺปญฺญตฺติกํ ชาตํ. เอวรูโป มหาขีณาสโว เอวํ สฺวากฺขาเต สาสเนเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ ขีณาสโว, เอวํ อนาคามิอาทโยปิ.
ตตฺถ ธมฺมานุสาริโน สทฺธานุสาริโนติ อิเม เทฺว โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐา โหนฺติ. ยถาห – ‘‘กตโม จ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ปญฺญาวาหึ ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี, ผเล ฐิโต ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สทฺธานุสารี, ผเล ฐิโต สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๓๐). เยสํ มยิ สทฺธามตฺตํ เปมมตฺตนฺติ อิมินา เยสํ อญฺโญ อริยธมฺโม นตฺถิ, ตถาคเต ปน สทฺธามตฺตํ เปมมตฺตเมว โหติ. เต วิปสฺสกปุคฺคลา อธิปฺเปตา. วิปสฺสกภิกฺขูนญฺหิ เอวํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนานํ ทสพเล เอกา สทฺธา เอกํ เปมํ อุปฺปชฺชติ. ตาย สทฺธาย เตน เปเมน หตฺเถ คเหตฺวา สคฺเค ฐปิตา วิย โหนฺติ, นิยตคติกา กิร เอเต. โปราณกตฺเถรา ปน เอวรูปํ ภิกฺขุํ จูฬโสตาปนฺโนติ วทนฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.