๓. โอปมฺมวคฺโค

๑. กกจูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๒๒. เอวํ เม สุตนฺติ กกจูปมสุตฺตํ. ตตฺถ โมฬิยผคฺคุโนติ โมฬีติ จูฬา วุจฺจติ. ยถาห –

‘‘เฉตฺวาน โมฬึ วรคนฺธวาสิตํ,

เวหายสํ อุกฺขิปิ สกฺยปุงฺคโว;

รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว,

สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหี’’ติ.

สา ตสฺส คิหิกาเล มหตี อโหสิ, เตนสฺส โมฬิยผคฺคุโนติ สงฺขา อุทปาทิ. ปพฺพชิตมฺปิ นํ เตเนว นาเมน สญฺชานนฺติ. อติเวลนฺติ เวลํ อติกฺกมิตฺวา. ตตฺถ กาลเวลา, สีมเวลา, สีลเวลาติ ติวิธา เวลา. ‘‘ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสี’’ติ (ธมฺมปเท วคฺคานมุทฺทานํ, คาถานมุทฺทานํ; มหาว. ๑-๓) อยํ กาลเวลา นาม. ‘‘ฐิตธมฺโม เวลํ นาติวตฺตตี’’ติ (จูฬว. ๓๘๔; อุทา. ๔๕; อ. นิ. ๘.๑๙) อยํ สีมเวลา นาม. ‘‘เวลาอนติกฺกโม เสตุฆาโต’’ติ (ธ. ส. ๒๙๙-๓๐๑) จ, ‘‘เวลา เจสา อวีติกฺกมนฏฺเฐนา’’ติ จ, อยํ สีลเวลา นาม. ตํ ติวิธมฺปิ โส อติกฺกมิเยว. ภิกฺขุนิโย หิ โอวทิตุํ กาโล นาม อตฺถิ, โส อตฺถงฺคเตปิ สูริเย โอวทนฺโต ตํ กาลเวลมฺปิ อติกฺกมิ. ภิกฺขุนีนํ โอวาเท ปมาณํ นาม อตฺถิ สีมา มริยาทา. โส อุตฺตริฉปฺปญฺจวาจาหิ โอวทนฺโต ตํ สีมเวลมฺปิ อติกฺกมิ. กเถนฺโต ปน ทวสหคตํ กตฺวา ทุฏฺฐุลฺลาปตฺติปโหนกํ กเถติ, เอวํ สีลเวลมฺปิ อติกฺกมิ.

สํสฏฺโฐติ มิสฺสีภูโต สมานสุขทุกฺโข หุตฺวา. สมฺมุขาติ ปุรโต. อวณฺณํ ภาสตีติ ตา ปน ปจนโกฏฺฏนาทีนิ กโรนฺติโย ทิสฺวา นตฺถิ อิมาสํ อนาปตฺติ นาม, อิมา ภิกฺขุนิโย อนาจารา ทุพฺพจา ปคพฺภาติ อคุณํ กเถติ. อธิกรณมฺปิ กโรตีติ อิเมสํ ภิกฺขูนํ อิมา ภิกฺขุนิโย ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย อกฺขีนิ ทยฺหนฺติ, อิมสฺมึ วิหาเร ปุปฺผปูชา วา อาสนโธวนปริภณฺฑกรณาทีนิ วา อิมาสํ วเสน วตฺตนฺติ. กุลธีตโร เอตา ลชฺชินิโย, ตุเมฺห อิมา อิทญฺจิทญฺจ วทถ, อยํ นาม ตุมฺหากํ อาปตฺติ โหติ, วินยธรานํ สนฺติกํ อาคนฺตฺวา วินิจฺฉยํ เม เทถาติ อธิกรณํ อากฑฺฒติ.

โมฬิยผคฺคุนสฺส อวณฺณํ ภาสตีติ นตฺถิ อิมสฺส ภิกฺขุโน อนาปตฺติ นาม. นิจฺจกาลํ อิมสฺส ปริเวณทฺวารํ อสุญฺญํ ภิกฺขุนีหีติ อคุณํ กเถติ. อธิกรณมฺปิ กโรนฺตีติ อิเมสํ ภิกฺขูนํ โมฬิยผคฺคุนตฺเถรสฺส ทิฏฺฐกาลโต ปฏฺฐาย อกฺขีนิ ทยฺหนฺติ. อิมสฺมึ วิหาเร อญฺเญสํ วสนฏฺฐานํ โอโลเกตุมฺปิ น สกฺกา. วิหารํ อาคตภิกฺขุนิโย โอวาทํ วา ปฏิสนฺถารํ วา อุทฺเทสปทํ วา เถรเมว นิสฺสาย ลภนฺติ, กุลปุตฺตโก ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก, เอวรูปํ นาม ตุเมฺห อิทญฺจิทญฺจ วทถ, เอถ วินยธรานํ สนฺติเก วินิจฺฉยํ เทถาติ อธิกรณํ อากฑฺฒนฺติ.

โส ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจาติ เนว ปิยกมฺยตาย น เภทาธิปฺปาเยน, อตฺถกามตาย อโวจ. เอกํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อิมสฺส ภิกฺขุสฺส เอวํ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต อยโส อุปฺปชฺชิสฺสติ. โส สาสนสฺสาปิ อวณฺโณเยว. อญฺเญน ปน กถิโต อยํ น โอรมิสฺสติ, ภควตา ธมฺมํ เทเสตฺวา โอวทิโต โอรมิสฺสตี’’ติ ตสฺส อตฺถกามตาย ภควนฺตํ เอตํ, ‘‘อายสฺมา, ภนฺเต’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

๒๒๓. อามนฺเตหีติ ชานาเปหิ. อามนฺเตตีติ ปกฺโกสติ.

๒๒๔. สทฺธาติ สทฺธาย. ตสฺมาติ ยสฺมา ตฺวํ กุลปุตฺโต เจว สทฺธาปพฺพชิโต จ, ยสฺมา วา เต เอตาหิ สทฺธึ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต เย ตา อกฺโกสิสฺสนฺติ วา, ปหริสฺสนฺติ วา, เตสุ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, สํสคฺเค ปหีเน นุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺมา. ตตฺราติ ตสฺมึ อวณฺณภาสเน. เคหสิตาติ ปญฺจกามคุณนิสฺสิตา. ฉนฺทาติ ตณฺหาฉนฺทาปิ ปฏิฆฉนฺทาปิ. วิปริณตนฺติ รตฺตมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ. ทุฏฺฐมฺปิ, มูฬฺหมฺปิ จิตฺตํ วิปริณตํ. อิธ ปน ตณฺหาฉนฺทวเสน รตฺตมฺปิ วฏฺฏติ, ปฏิฆฉนฺทวเสน ทุฏฺฐมฺปิ วฏฺฏติ. หิตานุกมฺปีติ หิเตน อนุกมฺปมาโน หิเตน ผรมาโน. น โทสนฺตโรติ น โทสจิตฺโต ภวิสฺสามิ.

๒๒๕. อถ โข ภควาติ กสฺมา อารภิ? ผคฺคุนสฺส กิร เอตฺตกํ โอวาทํ สุตฺวาปิ, ‘‘ภิกฺขุนิสํสคฺคโต โอรมิสฺสามิ วิรมิสฺสามี’’ติ จิตฺตมฺปิ น อุปฺปนฺนํ, ภควตา ปน สทฺธึ ปฏาณี วิย ปฏิวิรุทฺโธ อฏฺฐาสิ, อถสฺส ภควโต ยถา นาม ชิฆจฺฉิตสฺส โภชเน, ปิปาสิตสฺส ปานีเย, สีเตน ผุฏฺฐสฺส อุเณฺห ทุกฺขิตสฺส สุเข ปตฺถนา อุปฺปชฺชติ. เอวเมว อิมํ ทุพฺพจํ ภิกฺขุํ ทิสฺวา ปฐมโพธิยํ สุพฺพจา ภิกฺขู อาปาถํ อาคมึสุ. อถ เตสํ วณฺณํ กเถตุกาโม หุตฺวา อิมํ เทสนํ อารภิ.

ตตฺถ อาราธยึสูติ คณฺหึสุ ปูรยึสุ. เอกํ สมยนฺติ เอกสฺมึ สมเย. เอกาสนโภชนนฺติ เอกํ ปุเรภตฺตโภชนํ. สูริยุคฺคมนโต หิ ยาว มชฺฌนฺหิกา สตฺตกฺขตฺตุํ ภุตฺตโภชนมฺปิ อิธ เอกาสนโภชนนฺเตว อธิปฺเปตํ. อปฺปาพาธตนฺติ นิราพาธตํ. อปฺปาตงฺกตนฺติ นิทฺทุกฺขตํ. ลหุฏฺฐานนฺติ สรีรสฺส สลฺลหุกํ อุฏฺฐานํ. พลนฺติ กายพลํ. ผาสุวิหารนฺติ กายสฺส สุขวิหารํ. อิมินา กึ กถิตํ? ทิวา วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. ภทฺทาลิสุตฺเต ปน รตฺตึ วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. อิมานิ หิ เทฺว โภชนานิ ภควา น เอกปฺปหาเรน ปชหาเปสิ. กสฺมา? อิมาเนว หิ เทฺว โภชนานิ วฏฺเฏ สตฺตานํ อาจิณฺณานิ. สนฺติ กุลปุตฺตา สุขุมาลา, เต เอกโต เทฺวปิ โภชนานิ ปชหนฺตา กิลมนฺติ. ตสฺมา เอกโต อปชหาเปตฺวา เอกสฺมึ กาเล ทิวา วิกาลโภชนํ, เอกสฺมึ รตฺตึ วิกาลโภชนนฺติ วิสุํ ปชหาเปสิ. เตสุ อิธ ทิวา วิกาลโภชนํ ปชหาปิตกาโล กถิโต. ตตฺถ ยสฺมา พุทฺธา น ภยํ ทสฺเสตฺวา ตชฺเชตฺวา ปชหาเปนฺติ, อานิสํสํ ปน ทสฺเสตฺวา ปชหาเปนฺติ, เอวญฺหิ สตฺตา สุเขน ปชหนฺติ. ตสฺมา อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต อิเม ปญฺจ คุเณ ทสฺเสสิ. อนุสาสนี กรณียาติ ปุนปฺปุนํ สาสเน กตฺตพฺพํ นาโหสิ. ‘‘อิทํ กโรถ, อิทํ มา กโรถา’’ติ สตุปฺปาทกรณียมตฺตเมว อโหสิ. ตาวตฺตเกเนว เต กตฺตพฺพํ อกํสุ, ปหาตพฺพํ ปชหึสุ, ปฐมโพธิยํ, ภิกฺขเว, สุพฺพจา ภิกฺขู อเหสุํ อสฺสวา โอวาทปฏิกราติ.

อิทานิ เนสํ สุพฺพจภาวทีปิกํ อุปมํ อาหรนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ สุภูมิยนฺติ สมภูมิยํ. ‘‘สุภูมฺยํ สุเขตฺเต วิหตขาณุเก พีชานิ ปติฏฺฐเปยฺยา’’ติ (ที. นิ. ๒.๔๓๘) เอตฺถ ปน มณฺฑภูมิ สุภูมีติ อาคตา. จตุมหาปเถติ ทฺวินฺนํ มหามคฺคานํ วินิวิชฺฌิตฺวา คตฏฺฐาเน. อาชญฺญรโถติ วินีตอสฺสรโถ. โอธสฺตปโตโทติ ยถา รถํ อภิรุหิตฺวา ฐิเตน สกฺกา โหติ คณฺหิตุํ, เอวํ อาลมฺพนํ นิสฺสาย ติริยโต ฐปิตปโตโท. โยคฺคาจริโยติ อสฺสาจริโย. เสฺวว อสฺสทมฺเม สาเรตีติ อสฺสทมฺมสารถิ. เยนิจฺฉกนฺติ เยน เยน มคฺเคน อิจฺฉติ. ยทิจฺฉกนฺติ ยํ ยํ คตึ อิจฺฉติ. สาเรยฺยาติ อุชุกํ ปุรโต เปเสยฺย. ปจฺจาสาเรยฺยาติ ปฏินิวตฺเตยฺย.

เอวเมว โขติ ยถา หิ โส โยคฺคาจริโย เยน เยน มคฺเคน คมนํ อิจฺฉติ, ตํ ตํ อสฺสา อารุฬฺหาว โหนฺติ. ยาย ยาย จ คติยา อิจฺฉติ, สา สา คติ คหิตาว โหติ. รถํ เปเสตฺวา อสฺสา เนว วาเรตพฺพา น วิชฺฌิตพฺพา โหนฺติ. เกวลํ เตสํ สเม ภูมิภาเค ขุเรสุ นิมิตฺตํ ฐเปตฺวา คมนเมว ปสฺสิตพฺพํ โหติ. เอวํ มยฺหมฺปิ เตสุ ภิกฺขูสุ ปุนปฺปุนํ วตฺตพฺพํ นาโหสิ. อิทํ กโรถ อิทํ มา กโรถาติ สตุปฺปาทนมตฺตเมว กตฺตพฺพํ โหติ. เตหิปิ ตาวเทว กตฺตพฺพํ กตเมว โหติ, อกตฺตพฺพํ ชหิตเมว. ตสฺมาติ ยสฺมา สุพฺพจา ยุตฺตยานปฏิภาคา หุตฺวา สตุปฺปาทนมตฺเตเนว ปชหึสุ, ตสฺมา ตุเมฺหปิ ปชหถาติ อตฺโถ. เอลณฺเฑหีติ เอลณฺฑา กิร สาลทูสนา โหนฺติ, ตสฺมา เอวมาห. วิโสเธยฺยาติ เอลณฺเฑ เจว อญฺญา จ วลฺลิโย ฉินฺทิตฺวา พหิ นีหรเณน โสเธยฺย. สุชาตาติ สุสณฺฐิตา. สมฺมา ปริหเรยฺยาติ มริยาทํ พนฺธิตฺวา อุทกาสิญฺจเนนปิ กาเลนกาลํ มูลมูเล ขณเนนปิ วลฺลิคุมฺพาทิจฺเฉทเนนปิ กิปิลฺลปูฏกหรเณนปิ มกฺกฏกชาลสุกฺขทณฺฑกหรเณนปิ สมฺมา วฑฺเฒตฺวา โปเสยฺย. วุทฺธิอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.

๒๒๖. อิทานิ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต ภูตปุพฺพนฺติอาทิมาห. ตตฺถ เวเทหิกาติ วิเทหรฏฺฐวาสิกสฺส ธีตา. อถ วา เวโทติ ปญฺญา วุจฺจติ, เวเทน อีหติ อิริยตีติ เวเทหิกา, ปณฺฑิตาติ อตฺโถ. คหปตานีติ ฆรสามินี. กิตฺติสทฺโทติ กิตฺติโฆโส. โสรตาติ โสรจฺเจน สมนฺนาคตา. นิวาตาติ นิวาตวุตฺติ. อุปสนฺตาติ นิพฺพุตา. ทกฺขาติ ภตฺตปจนสยนตฺถรณทีปุชฺชลนาทิกมฺเมสุ เฉกา. อนลสาติ อุฏฺฐาหิกา, สุสํวิหิตกมฺมนฺตาติ สุฏฺฐุ สํวิหิตกมฺมนฺตา. เอกา อนลสา โหติ, ยํ ยํ ปน ภาชนํ คณฺหาติ, ตํ ตํ ภินฺทติ วา ฉิทฺทํ วา กโรติ, อยํ น ตาทิสาติ ทสฺเสติ.

ทิวา อุฏฺฐาสีติ ปาโตว กตฺตพฺพานิ เธนุทุหนาทิกมฺมานิ อกตฺวา อุสฺสูเร อุฏฺฐิตา. เห เช กาฬีติ อเร กาฬิ. กึ เช ทิวา อุฏฺฐาสีติ กึ เต กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, กึ ทิวา อุฏฺฐาสีติ? โน วต เร กิญฺจีติ อเร ยทิ เต น กิญฺจิ อผาสุกํ อตฺถิ, เนว สีสํ รุชฺฌติ, น ปิฏฺฐิ, อถ กสฺมา ปาปิ ทาสิ ทิวา อุฏฺฐาสีติ กุปิตา อนตฺตมนา ภากุฏิมกาสิ. ทิวาตรํ อุฏฺฐาสีติ ปุนทิวเส อุสฺสูรตรํ อุฏฺฐาสิ. อนตฺตมนวาจนฺติ อเร ปาปิ ทาสิ อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ; กึ อคฺคึ สีโตติ มญฺญสิ, อิทานิ ตํ สิกฺขาเปสฺสามีติอาทีนิ วทมานา กุปิตวจนํ นิจฺฉาเรสิ.

ปฏิวิสกานนฺติ สามนฺตเคหวาสีนํ. อุชฺฌาเปสีติ อวชานาเปสิ. จณฺฑีติ อโสรตา กิพฺพิสา. อิติ ยตฺตกา คุณา, ตโต ทิคุณา โทสา อุปฺปชฺชึสุ. คุณา นาม สณิกํ สณิกํ อาคจฺฉนฺติ; โทสา เอกทิวเสเนว ปตฺถฏา โหนฺติ. โสรตโสรโตติ อติวิย โสรโต, โสตาปนฺโน นุ โข, สกทาคามี อนาคามี อรหา นุ โขติ วตฺตพฺพตํ อาปชฺชติ. ผุสนฺตีติ ผุสนฺตา ฆฏฺเฏนฺตา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ.

อถ ภิกฺขุ โสรโตติ เวทิตพฺโพติ อถ อธิวาสนกฺขนฺติยํ ฐิโต ภิกฺขุ โสรโตติ เวทิตพฺโพ. โย จีวร…เป… ปริกฺขารเหตูติ โย เอตานิ จีวราทีนิ ปณีตปณีตานิ ลภนฺโต ปาทปริกมฺมปิฏฺฐิปริกมฺมาทีนิ เอกวจเนเนว กโรติ. อลภมาโนติ ยถา ปุพฺเพ ลภติ, เอวํ อลภนฺโต. ธมฺมญฺเญว สกฺกโรนฺโตติ ธมฺมํเยว สกฺการํ สุกตการํ กโรนฺโต. ครุํ กโรนฺโตติ ครุภาริยํ กโรนฺโต. มาเนนฺโตติ มเนน ปิยํ กโรนฺโต. ปูเชนฺโตติ ปจฺจยปูชาย ปูเชนฺโต. อปจายมาโนติ ธมฺมํเยว อปจายมาโน อปจิตึ นีจวุตฺตึ ทสฺเสนฺโต.

๒๒๗. เอวํ อกฺขนฺติยา โทสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ เย อธิวาเสนฺติ, เต เอวํ อธิวาเสนฺตีติ ปญฺจ วจนปเถ ทสฺเสนฺโต ปญฺจิเม, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ กาเลนาติ ยุตฺตปตฺตกาเลน. ภูเตนาติ สตา วิชฺชมาเนน. สเณฺหนาติ สมฺมฏฺเฐน. อตฺถสญฺหิเตนาติ อตฺถนิสฺสิเตน การณนิสฺสิเตน. อกาเลนาติอาทีนิ เตสํเยว ปฏิปกฺขวเสน เวทิตพฺพานิ. เมตฺตจิตฺตาติ อุปฺปนฺนเมตฺตจิตฺตา หุตฺวา. โทสนฺตราติ ทุฏฺฐจิตฺตา, อพฺภนฺตเร อุปฺปนฺนโทสา หุตฺวา. ตตฺราติ เตสุ วจนปเถสุ. ผริตฺวาติ อธิมุจฺจิตฺวา. ตทารมฺมณญฺจาติ กถํ ตทารมฺมณํ สพฺพาวนฺตํ โลกํ กโรติ? ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตํ ปุคฺคลํ เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา ปุน ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อวเสสสตฺเต อารมฺมณํ กโรนฺโต สพฺพาวนฺตํ โลกํ ตทารมฺมณํ กโรติ นาม. ตตฺรายํ วจนตฺโถ. ตทารมฺมณญฺจาติ ตสฺเสว เมตฺตจิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา. สพฺพาวนฺตนฺติ สพฺพสตฺตวนฺตํ. โลกนฺติ สตฺตโลกํ. วิปุเลนาติ อเนกสตฺตารมฺมเณน. มหคฺคเตนาติ มหคฺคตภูมิเกน. อปฺปมาเณนาติ สุภาวิเตน. อเวเรนาติ นิทฺโทเสน. อพฺยาพชฺเฌนาติ นิทฺทุกฺเขน. ผริตฺวา วิหริสฺสามาติ เอวรูเปน เมตฺตาสหคเตน เจตสา ตญฺจ ปุคฺคลํ สพฺพญฺจ โลกํ ตสฺส จิตฺตสฺส อารมฺมณํ กตฺวา อธิมุจฺจิตฺวา วิหริสฺสาม.

๒๒๘. อิทานิ ตทตฺถทีปิกํ อุปมํ อาหรนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ อปถวินฺติ นิปฺปถวึ กริสฺสามีติ อตฺโถ. ตตฺร ตตฺราติ ตสฺมึ ตสฺมึ ฐาเน. วิกิเรยฺยาติ ปจฺฉิยา ปํสุํ อุทฺธริตฺวา พีชานิ วิย วิกิเรยฺย. โอฏฺฐุเภยฺยาติ เขฬํ ปาเตยฺย. อปถวึ กเรยฺยาติ เอวํ กาเยน จ วาจาย จ ปโยคํ กตฺวาปิ สกฺกุเณยฺย อปถวึ กาตุนฺติ? คมฺภีราติ พหลตฺเตน ทฺวิโยชนสตสหสฺสานิ จตฺตาริ จ นหุตานิ คมฺภีรา. อปฺปเมยฺยาติ ติริยํ ปน อปริจฺฉินฺนา. เอวเมว โขติ เอตฺถ อิทํ โอปมฺมสํสนฺทนํ – ปถวี วิย หิ เมตฺตจิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ. กุทาลปิฏกํ คเหตฺวา อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส กุทาลปิฏเกน มหาปถวึ อปถวึ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๒๙. ทุติยอุปมายํ หลิทฺทินฺติ ยํกิญฺจิ ปีตกวณฺณํ. นีลนฺติ กํสนีลํ วา ปลาสนีลํ วา. อรูปีติ อรูโป. นนุ จ, ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ วา ทฺวินฺนํ รุกฺขานํ วา ทฺวินฺนํ เสยฺยานํ วา ทฺวินฺนํ เสลานํ วา อนฺตรํ ปริจฺฉินฺนากาสรูปนฺติ อาคตํ, กสฺมา อิธ อรูปีติ วุตฺโตติ? สนิทสฺสนภาวปฏิกฺเขปโต. เตเนวาห ‘‘อนิทสฺสโน’’ติ. ตสฺมิญฺหิ รูปํ ลิขิตุํ, รูปปาตุภาวํ ทสฺเสตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ‘‘อรูปี’’ติ วุตฺโต. อนิทสฺสโนติ ทสฺสนสฺส จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนาปาโถ. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ อากาโส วิย เมตฺตจิตฺตํ. ตุลิกปญฺจมา จตฺตาโร รงฺคชาตา วิย ปญฺจ วจนปถา, ตุลิกปญฺจเม รงฺเค คเหตฺวา อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส ตุลิกปญฺจเมหิ รงฺเคหิ อากาเส รูปปาตุภาวํ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กตฺวา โทสุปฺปตฺตึ ทสฺเสตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๐. ตติยอุปมายํ อาทิตฺตนฺติ ปชฺชลิตํ. คมฺภีรา อปฺปเมยฺยาติ อิมิสฺสา คงฺคาย คมฺภีรฏฺฐานํ คาวุตมฺปิ อตฺถิ, อฑฺฒโยชนมฺปิ, โยชนมฺปิ. ปุถุลํ ปนสฺสา เอวรูปํเยว, ทีฆโต ปน ปญฺจโยชนสตานิ. สา กถํ คมฺภีรา อปฺปเมยฺยาติ? เอเตน ปโยเคน ปริวตฺเตตฺวา อุทฺธเน อุทกํ วิย ตาเปตุํ อสกฺกุเณยฺยโต. ฐิโตทกํ ปน เกนจิ อุปาเยน องฺคุลมตฺตํ วา อฑฺฒงฺคุลมตฺตํ วา เอวํ ตาเปตุํ สกฺกา ภเวยฺย, อยํ ปน น สกฺกา, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ คงฺคา วิย เมตฺตจิตฺตํ, ติณุกฺกํ อาทาย อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส อาทิตฺตาย ติณุกฺกาย คงฺคํ ตาเปตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๑. จตุตฺถอุปมายํ พิฬารภสฺตาติ พิฬารจมฺมปสิพฺพกา. สุมทฺทิตาติ สุฏฺฐุ มทฺทิตา. สุปริมทฺทิตาติ อนฺโต จ พหิ จ สมนฺตโต สุปริมทฺทิตา. ตูลินีติ สิมฺพลิตูลลตาตูลสมานา. ฉินฺนสสฺสราติ ฉินฺนสสฺสรสทฺทา. ฉินฺนภพฺภราติ ฉินฺนภพฺภรสทฺทา. อุปมาสํสนฺทเน ปเนตฺถ พิฬารภสฺตา วิย เมตฺตจิตฺตํ, กฏฺฐกฐลํ อาทาย อาคตปุริโส วิย ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล. ยถา โส กฏฺเฐน วา กฐเลน วา พิฬารภสฺตํ สรสรํ ภรภรํ สทฺทํ กาตุํ น สกฺโกติ, เอวํ โว ปญฺจ วจนปเถ คเหตฺวา อาคตปุคฺคโล เมตฺตจิตฺตสฺส อญฺญถตฺตํ กตฺวา โทสานุคตภาวํ กาตุํ น สกฺขิสฺสตีติ.

๒๓๒. โอจรกาติ อวจรกา เหฏฺฐาจรกา, นีจกมฺมการกาติ อตฺโถ. โย มโน ปทูเสยฺยาติ โย ภิกฺขุ วา ภิกฺขุนี วา มโน ปทูเสยฺย, ตํ กกเจน โอกนฺตนํ นาธิวาเสยฺย. น เม โส เตน สาสนกโรติ โส เตน อนธิวาสเนน มยฺหํ โอวาทกโร น โหติ. อาปตฺติ ปเนตฺถ นตฺถิ.

๒๓๓. อณุํ วา ถูลํ วาติ อปฺปสาวชฺชํ วา มหาสาวชฺชํ วา. ยํ ตุเมฺห นาธิวาเสยฺยาถาติ โย ตุเมฺหหิ อธิวาเสตพฺโพ น ภเวยฺยาติ อตฺโถ. โน เหตํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, อนธิวาเสตพฺพํ นาม วจนปถํ น ปสฺสามาติ อธิปฺปาโย. ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายาติ อิติ ภควา อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหนฺโต ยถานุสนฺธินา เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

กกจูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๒. อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา

๒๓๔. เอวํ เม สุตนฺติ อลคทฺทูปมสุตฺตํ. ตตฺถ คทฺเธ พาธยึสูติ คทฺธพาธิโน, คทฺธพาธิโน ปุพฺพปุริสา อสฺสาติ คทฺธพาธิปุพฺโพ, ตสฺส คทฺธพาธิปุพฺพสฺส, คิชฺฌฆาตกกุลปฺปสุตสฺสาติ อตฺโถ. สคฺคโมกฺขานํ อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา. เต กมฺมกิเลสวิปากอุปวาทอาณาวีติกฺกมวเสน ปญฺจวิธา. ตตฺถ ปญฺจานนฺตริยธมฺมา กมฺมนฺตรายิกา นาม. ตถา ภิกฺขุนีทูสกกมฺมํ, ตํ ปน โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺส. นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา กิเลสนฺตรายิกา นาม. ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกานํ ปฏิสนฺธิธมฺมา วิปากนฺตรายิกา นาม. อริยูปวาทธมฺมา อุปวาทนฺตรายิกา นาม, เต ปน ยาว อริเย น ขมาเปนฺติ, ตาวเทว, น ตโต ปรํ. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา อาณาวีติกฺกมนฺตรายิกา นาม. เตปิ ยาว ภิกฺขุภาวํ วา ปฏิชานาติ, น วุฏฺฐาติ วา, น เทเสติ วา, ตาวเทว, น ตโต ปรํ.

ตตฺรายํ ภิกฺขุ พหุสฺสุโต ธมฺมกถิโก เสสนฺตรายิเก ชานาติ, วินเย ปน อโกวิทตฺตา ปณฺณตฺติวีติกฺกมนฺตรายิเก น ชานาติ, ตสฺมา รโหคโต เอวํ จินฺเตสิ – อิเม อาคาริกา ปญฺจ กามคุเณ ปริภุญฺชนฺตา โสตาปนฺนาปิ สกทาคามิโนปิ อนาคามิโนปิ โหนฺติ. ภิกฺขูปิ มนาปิกานิ จกฺขุวิญฺเญยฺยานิ รูปานิ ปสฺสนฺติ…เป… กายวิญฺเญยฺเย โผฏฺฐพฺเพ ผุสนฺติ, มุทุกานิ อตฺถรณปาวุรณาทีนิ ปริภุญฺชนฺติ, เอตํ สพฺพํ วฏฺฏติ. กสฺมา อิตฺถีนํเยว รูปสทฺทคนฺธรสโผฏฺฐพฺพา น วฏฺฏนฺติ? เอเตปิ วฏฺฏนฺตีติ. เอวํ รเสน รสํ สํสนฺเทตฺวา สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ เอกํ กตฺวา ถูลวาเกหิ สทฺธึ อติสุขุมสุตฺตํ อุปเนนฺโต วิย, สาสเปน สทฺธึ สิเนรุํ อุปสํหรนฺโต วิย, ปาปกํ ทิฏฺฐิคตํ อุปฺปาเทตฺวา, ‘‘กึ ภควตา มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิย มหตา อุสฺสาเหน ปฐมปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ, นตฺถิ เอตฺถ โทโส’’ติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโต เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหนฺโต อริยมคฺเค ขาณุกณฺฏกาทีนิ ปกฺขิปนฺโต เมถุนธมฺเม โทโส นตฺถีติ ชินสฺส อาณาจกฺเก ปหารํ อทาสิ. เตนาห – ‘‘ตถาหํ ภควตา ธมฺมํ เทสิตํ อาชานามี’’ติอาทิ.

เอวํ พฺยา โขติ เอวํ วิย โข. สมนุยุญฺชนฺตีติอาทีสุ กึ ลทฺธิโก ตฺวํ, ลทฺธึ วเทหีติ ปุจฺฉมานา สมนุยุญฺชนฺติ นาม. ทิฏฺฐึ ปติฏฺฐาเปนฺตา สมนุคฺคาหนฺติ นาม. เกน การเณน เอวํ วทสีติ การณํ ปุจฺฉนฺตา สมนุภาสนฺติ นาม. อฏฺฐิกงฺกลูปมาติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒-๔๘) อฏฺฐิกงฺกลูปมา อปฺปสฺสาทฏฺเฐน. มํสเปสูปมา พหุสาธารณฏฺเฐน. ติณุกฺกูปมา อนุทหนฏฺเฐน. องฺคารกาสูปมา มหาภิตาปนฏฺเฐน. สุปินกูปมา อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน. ยาจิตกูปมา ตาวกาลิกฏฺเฐน. รุกฺขผลูปมา สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน. อสิสูนูปมา อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน. สตฺติสูลูปมา วินิวิชฺฌนฏฺเฐน. สปฺปสิรูปมา สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน. ถามสาติ ทิฏฺฐิถาเมน. ปรามาสาติ ทิฏฺฐิปรามาเสน. อภินิวิสฺส โวหรตีติ อธิฏฺฐหิตฺวา โวหรติ ทีเปติ วา.

๒๓๕. ยโต โข เต ภิกฺขูติ ยทา เต ภิกฺขู. เอวํ พฺยา โข อหํ, ภนฺเต, ภควตาติ อิทํ เอส อตฺตโน อชฺฌาสเยน นตฺถีติ วตฺตุกาโมปิ ภควโต อานุภาเวน สมฺปฏิจฺฉติ, พุทฺธานํ กิร สมฺมุขา เทฺว กถา กเถตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ.

๒๓๖. กสฺส โข นาม ตฺวํ โมฆปุริสาติ ตฺวํ โมฆปุริส กสฺส ขตฺติยสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา เวสฺสสฺส วา สุทฺทสฺส วา คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา เทวสฺส วา มนุสฺสสฺส วา มยา เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาสิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ อยํ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อริฏฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา มํ โมฆปุริโสติ วทติ, น โข ปน โมฆปุริสาติ วุตฺตมตฺตเกน มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย น โหติ. อุปเสนมฺปิ หิ วงฺคนฺตปุตฺตํ, ‘อติลหุํ โข ตฺวํ, โมฆปุริส, พาหุลฺลาย อาวตฺโต’ติ (มหาว. ๗๕) ภควา โมฆปุริสวาเทน โอวทิ. เถโร อปรภาเค ฆเฏนฺโต วายมนฺโต ฉ อภิญฺญา สจฺฉากาสิ. อหมฺปิ ตถารูปํ วีริยํ ปคฺคณฺหิตฺวา มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตสฺสามี’’ติ. อถสฺส ภควา พนฺธนา ปวุตฺตสฺส ปณฺฑุปลาสสฺส วิย อวิรุฬฺหิภาวํ ทสฺเสนฺโต อิมํ เทสนํ อารภิ.

อุสฺมีกโตปีติ, ภิกฺขเว, ตุเมฺห กินฺติ มญฺญถ, อยํ อริฏฺโฐ เอวํลทฺธิโก สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ปฏิวิรุชฺฌิตฺวา เวสารชฺชญาณํ ปฏิพาหิตฺวา ตถาคตสฺส อาณาจกฺเก ปหารํ ททมาโน อปิ นุ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อุสฺมีกโตปิ? ยถา นิพฺพุเตปิ มหนฺเต อคฺคิกฺขนฺเธ ขชฺชุปนกมตฺตาปิ อคฺคิปปฏิกา โหติเยว, ยํ นิสฺสาย ปุน มหาอคฺคิกฺขนฺโธ ภเวยฺย. กึ นุ โข เอวํ อิมสฺส อปฺปมตฺติกาปิ ญาณุสฺมา อตฺถิ, ยํ นิสฺสาย วายมนฺโต มคฺคผลานิ นิพฺพตฺเตยฺยาติ? โน เหตํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, เอวํลทฺธิกสฺส กุโต เอวรูปา ญาณุสฺมาติ? มคฺคผลานํ ปจฺจยสมตฺถาย ญาณุสฺมาย อุสฺมีกตภาวํ ปฏิกฺขิปนฺตา วทนฺติ. มงฺกุภูโตติ นิตฺเตชภูโต. ปตฺตกฺขนฺโธติ ปติตกฺขนฺโธ. อปฺปฏิภาโนติ กิญฺจิ ปฏิภานํ อปสฺสนฺโต ภินฺนปฏิภาโน เอวรูปมฺปิ นาม นิยฺยานิกสาสนํ ลภิตฺวา อวิรุฬฺหิธมฺโม กิรมฺหิ สมุคฺฆาติตปจฺจโย ชาโตติ อตฺตโน อภพฺพตํ ปจฺจเวกฺขนฺโต ปาทงฺคุฏฺฐเกน ภูมึ ขณมาโน นิสีทิ.

ปญฺญายิสฺสสิ โขติ อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อริฏฺโฐ กิร จินฺเตสิ – ‘‘ภควา มยฺหํ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย ปจฺฉินฺโนติ วทติ, น โข ปน พุทฺธา สอุปนิสฺสยานํเยว ธมฺมํ เทเสนฺติ, อนุปนิสฺสยานมฺปิ เทเสนฺติ, อหํ สตฺถุ สนฺติกา สุคโตวาทํ ลภิตฺวา อตฺตโน สมฺปตฺตูปคํ กุสลํ กริสฺสามี’’ติ. อถสฺส ภควา โอวาทํ ปฏิปสฺสมฺเภนฺโต ‘‘ปญฺญายิสฺสสี’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ, ตฺวํเยว, โมฆปุริส, อิมินา ปาปเกน ทิฏฺฐิคเตน นิรยาทีสุ ปญฺญายิสฺสสิ, มม สนฺติกา ตุยฺหํ สุคโตวาโท นาม นตฺถิ, น เม ตยา อตฺโถ, อิธาหํ ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิสฺสามีติ.

๒๓๗. อถ โข ภควาติ อยมฺปิ ปาฏิเยกฺโก อนุสนฺธิ. อิมสฺมิญฺหิ ฐาเน ภควา ปริสํ โสเธติ, อริฏฺฐํ คณโต นิสฺสาเรติ. สเจ หิ ปริสคตานํ กสฺสจิ เอวํ ภเวยฺย – ‘‘อยํ อริฏฺโฐ ภควตา อกถิตํ กเถตุํ กึ สกฺขิสฺสติ, กจฺจิ นุ โข ปริสมชฺเฌ ภควตา กถาย สมารทฺธาย สหสา กถิต’’นฺติ. เอวํ กถิตํ ปน น อริฏฺโฐว สุณาติ, อญฺเญนปิ สุตํ ภวิสฺสติ. อถาปิสฺส สิยา ‘‘ยถา สตฺถา อริฏฺฐํ นิคฺคณฺหาติ, มมฺปิ เอวํ นิคฺคเณฺหยฺยาติ สุตฺวาปิ ตุณฺหีภาวํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘ตํ สพฺพํ น กริสฺสนฺตี’’ติ. มยาปิ น กถิตํ, อญฺเญน สุตมฺปิ นตฺถีติ ‘‘ตุเมฺหปิเม, ภิกฺขเว’’ติอาทินา ปริสาย ลทฺธึ โสเธติ. ปริสาย ปน ลทฺธิโสธเนเนว อริฏฺโฐ คณโต นิสฺสาริโต นาม โหติ.

อิทานิ อริฏฺฐสฺส ลทฺธึ ปกาเสนฺโต โส วต, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญเตฺรว กาเมหีติอาทีสุ โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘‘เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’’ติ เอวํลทฺธิโก, โส วต กิเลสกาเมหิ เจว กิเลสกามสมฺปยุตฺเตหิ สญฺญาวิตกฺเกหิ จ อญฺญตฺร, เอเต ธมฺเม ปหาย, วินา เอเตหิ ธมฺเมหิ, วตฺถุกาเม ปฏิเสวิสฺสติ, เมถุนสมาจารํ สมาจริสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. อิทํ การณํ นาม นตฺถิ, อฏฺฐานเมตํ อนวกาโสติ.

๒๓๘. เอวํ ภควา อยํ อริฏฺโฐ ยถา นาม รชโก สุคนฺธานิปิ ทุคฺคนฺธานิปิ ชิณฺณานิปิ นวานิปิ สุทฺธานิปิ อสุทฺธานิปิ วตฺถานิ เอกโต ภณฺฑิกํ กโรติ, เอวเมว ภิกฺขูนํ นิจฺฉนฺทราคปณีตจีวราทิปริโภคญฺจ อนิพทฺธสีลานํ คหฏฺฐานํ อนฺตรายกรํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ นิพทฺธสีลานํ ภิกฺขูนํ อาวรณกรํ สจฺฉนฺทราคปริโภคญฺจ สพฺพํ เอกสทิสํ กโรตีติ อริฏฺฐสฺส ลทฺธึ ปกาเสตฺวา อิทานิ ทุคฺคหิตาย ปริยตฺติยา โทสํ ทสฺเสนฺโต อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺเจติอาทิมาห. ตตฺถ ปริยาปุณนฺตีติ อุคฺคณฺหนฺติ. สุตฺตนฺติอาทีสุ อุภโตวิภงฺคนิทฺเทสขนฺธกปริวารา, สุตฺตนิปาเต มงฺคลสุตฺตรตนสุตฺตนาลกสุอาตุวฏฺฏกสุตฺตานิ, อญฺญมฺปิ จ สุตฺตนามกํ ตถาคตวจนํ สุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ. สพฺพมฺปิ สคาถกํ สุตฺตํ เคยฺยนฺติ เวทิตพฺพํ, วิเสเสน สํยุตฺตเก สกโลปิ สคาถาวคฺโค. สกลํ อภิธมฺมปิฏกํ, นิคฺคาถกํ สุตฺตํ, ยญฺจ อญฺญมฺปิ อฏฺฐหิ องฺเคหิ อสงฺคหิตํ พุทฺธวจนํ, ตํ เวยฺยากรณนฺติ เวทิตพฺพํ. ธมฺมปทํ, เถรคาถา, เถริคาถา, สุตฺตนิปาเต โนสุตฺตนามิกา สุทฺธิกคาถา จ คาถาติ เวทิตพฺพา. โสมนสฺสญาณมยิกคาถาปฏิสํยุตฺตา เทฺวอสีติสุตฺตนฺตา อุทานนฺติ เวทิตพฺพา. ‘‘วุตฺตเญฺหตํ ภควตา’’ติอาทินยปฺปวตฺตา (อิติวุ. ๑,๒) ทสุตฺตรสตสุตฺตนฺตา อิติวุตฺตกนฺติ เวทิตพฺพา. อปณฺณกชาตกาทีนิ ปณฺณาสาธิกานิ ปญฺจชาตกสตานิ ชาตกนฺติ เวทิตพฺพานิ. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา อานนฺเท’’ติอาทินยปฺปวตฺตา (อ. นิ. ๔.๑๒๙) สพฺเพปิ อจฺฉริยอพฺภุตธมฺมปฺปฏิสํยุตฺตา สุตฺตนฺตา อพฺภุตธมฺมนฺติ เวทิตพฺพา. จูฬเวทลฺลมหาเวทลฺลสมฺมาทิฏฺฐิสกฺกปญฺหสงฺขารภาชนิยมหาปุณฺณมสุตฺตาทโย สพฺเพปิ เวทญฺจ ตุฏฺฐิญฺจ ลทฺธา ลทฺธา ปุจฺฉิตสุตฺตนฺตา เวทลฺลนฺติ เวทิตพฺพา.

อตฺถํ น อุปปริกฺขนฺตีติ อตฺถตฺถํ การณตฺถํ น ปสฺสนฺติ น ปริคฺคณฺหนฺติ. อนุปปริกฺขตนฺติ อนุปปริกฺขนฺตานํ. น นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ น อุปฏฺฐหนฺติ น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ, อิมสฺมึ ฐาเน สีลํ สมาธิ วิปสฺสนา มคฺโค ผลํ วฏฺฏํ วิวฏฺฏํ กถิตนฺติ เอวํ ชานิตุํ น สกฺกา โหนฺตีติ อตฺโถ. เต อุปารมฺภานิสํสา เจวาติ เต ปเรสํ วาเท โทสาโรปนานิสํสา หุตฺวา ปริยาปุณนฺตีติ อตฺโถ. อิติวาทปฺปโมกฺขานิสํสา จาติ เอวํ วาทปโมกฺขานิสํสา, ปเรหิ สกวาเท โทเส อาโรปิเต ตํ โทสํ เอวํ โมเจสฺสามาติ อิมินาว การเณน ปริยาปุณนฺตีติ อตฺโถ. ตญฺจสฺส อตฺถํ นานุโภนฺตีติ ยสฺส จ มคฺคสฺส วา ผลสฺส วา อตฺถาย กุลปุตฺตา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, ตญฺจสฺส ธมฺมสฺส อตฺถํ เอเต ทุคฺคหิตคฺคาหิโน นานุโภนฺติ. อปิจ ปรสฺส วาเท อุปารมฺภํ อาโรเปตุํ อตฺตโน วาทํ โมเจตุํ อสกฺโกนฺตาปิ ตญฺจ อตฺถํ นานุโภนฺติเยว.

๒๓๙. อลคทฺทตฺถิโกติ อาสิวิสอตฺถิโก. คโทติ หิ วิสสฺส นามํ, ตํ ตสฺส อลํ ปริปุณฺณํ อตฺถีติ อลคทฺโท. โภเคติ สรีเร. อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺเจ กุลปุตฺตา ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตีติ นิตฺถรณปริยตฺติวเสน อุคฺคณฺหนฺติ. ติสฺโส หิ ปริยตฺติโย อลคทฺทปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺตีติ.

ตตฺถ โย พุทฺธวจนํ อุคฺคเหตฺวา เอวํ จีวราทีนิ วา ลภิสฺสามิ, จตุปริสมชฺเฌ วา มํ ชานิสฺสนฺตีติ ลาภสกฺการเหตุ ปริยาปุณาติ, ตสฺส สา ปริยตฺติ อลคทฺทปริยตฺติ นาม. เอวํ ปริยาปุณโต หิ พุทฺธวจนํ อปริยาปุณิตฺวา นิทฺโทกฺกมนํ วรตรํ.

โย ปน พุทฺธวจนํ อุคฺคณฺหิตฺวา สีลสฺส อาคตฏฺฐาเน สีลํ ปูเรตฺวา สมาธิสฺส อาคตฏฺฐาเน สมาธิคพฺภํ คณฺหาเปตฺวา วิปสฺสนาย อาคตฏฺฐาเน วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา มคฺคผลานํ อาคตฏฺฐาเน มคฺคํ ภาเวสฺสามิ ผลํ สจฺฉิกริสฺสามีติ อุคฺคณฺหาติ, ตสฺส สา ปริยตฺติ นิตฺถรณปริยตฺติ นาม โหติ.

ขีณาสวสฺส ปน ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ นาม. ตสฺส หิ อปริญฺญาตํ อปฺปหีนํ อภาวิตํ อสจฺฉิกตํ วา นตฺถิ. โส หิ ปริญฺญาตกฺขนฺโธ ปหีนกิเลโส ภาวิตมคฺโค สจฺฉิกตผโล, ตสฺมา พุทฺธวจนํ ปริยาปุณนฺโต ตนฺติธารโก ปเวณิปาลโก วํสานุรกฺขโกว หุตฺวา อุคฺคณฺหาติ. อิติสฺส สา ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ นาม โหติ.

โย ปน ปุถุชฺชโน ฉาตภยาทีสุ คนฺถธเรสุ เอกสฺมึ ฐาเน วสิตุํ อสกฺโกนฺเตสุ สยํ ภิกฺขาจาเรน อกิลมมาโน อติมธุรํ พุทฺธวจนํ มา นสฺสตุ, ตนฺตึ ธาเรสฺสามิ, วํสํ ฐเปสฺสามิ, ปเวณึ ปาเลสฺสามีติ ปริยาปุณาติ, ตสฺส ปริยตฺติ ภณฺฑาคาริกปริยตฺติ โหติ, น โหตีติ? น โหติ. กสฺมา? น อตฺตโน ฐาเน ฐตฺวา ปริยาปุตตฺตา. ปุถุชฺชนสฺส หิ ปริยตฺติ นาม อลคทฺทา วา โหติ นิตฺถรณา วา, สตฺตนฺนํ เสกฺขานํ นิตฺถรณาว, ขีณาสวสฺส ภณฺฑาคาริกปริยตฺติเยว. อิมสฺมึ ปน ฐาเน นิตฺถรณปริยตฺติ อธิปฺเปตา.

นิชฺฌานํ ขมนฺตีติ สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเนสุ อิธ สีลํ กถิตํ, อิธ สมาธิ, อิธ วิปสฺสนา, อิธ มคฺโค, อิธ ผลํ, อิธ วฏฺฏํ, อิธ วิวฏฺฏนฺติ อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. ตญฺจสฺส อตฺถํ อนุโภนฺตีติ เยสํ มคฺคผลานํ อตฺถาย ปริยาปุณนฺติ. สุคฺคหิตปริยตฺตึ นิสฺสาย มคฺคํ ภาเวตฺวา ผลํ สจฺฉิกโรนฺตา ตญฺจสฺส ธมฺมสฺส อตฺถํ อนุภวนฺติ. ปรวาเท อุปารมฺภํ อาโรเปตุํ สกฺโกนฺตาปิ สกวาเท อาโรปิตํ โทสํ อิจฺฉิติจฺฉิตฏฺฐานํ คเหตฺวา โมเจตุํ สกฺโกนฺตาปิ อนุโภนฺติเยว. ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตีติ สีลาทีนํ อาคตฏฺฐาเน สีลาทีนิ ปูเรนฺตานมฺปิ, ปเรสํ วาเท สหธมฺเมน อุปารมฺภํ อาโรเปนฺตานมฺปิ, สกวาทโต โทสํ หรนฺตานมฺปิ, อรหตฺตํ ปตฺวา ปริสมชฺเฌ ธมฺมํ เทเสตฺวา ธมฺมเทสนาย ปสนฺเนหิ อุปนีเต จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตานมฺปิ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ.

เอวํ สุคฺคหิเต พุทฺธวจเน อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตตฺเถว นิโยเชนฺโต ตสฺมา ติห, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ตสฺมาติ ยสฺมา ทุคฺคหิตปริยตฺติ ทุคฺคหิตอลคทฺโท วิย ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตติ, สุคฺคหิตปริยตฺติ สุคฺคหิตอลคทฺโท วิย ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ, ตสฺมาติ อตฺโถ. ตถา นํ ธาเรยฺยาถาติ ตเถว นํ ธาเรยฺยาถ, เตเนว อตฺเถน คเณฺหยฺยาถ. เย วา ปนาสฺสุ วิยตฺตา ภิกฺขูติ เย วา ปน อญฺเญ สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปมหากจฺจานาทิกา พฺยตฺตา ปณฺฑิตา ภิกฺขู อสฺสุ, เต ปุจฺฉิตพฺพา. อริฏฺเฐน วิย ปน มม สาสเน น กลลํ วา กจวรํ วา ปกฺขิปิตพฺพํ.

๒๔๐. กุลฺลูปมนฺติ กุลฺลสทิสํ. นิตฺถรณตฺถายาติ จตุโรฆนิตฺถรณตฺถาย. อุทกณฺณวนฺติ ยญฺหิ อุทกํ คมฺภีรํ น ปุถุลํ. ปุถุลํ วา ปน น คมฺภีรํ, น ตํ อณฺณโวติ วุจฺจติ. ยํ ปน คมฺภีรญฺเจว ปุถุลญฺจ, ตํ อณฺณโวติ วุจฺจติ. ตสฺมา มหนฺตํ อุทกณฺณวนฺติ มหนฺตํ ปุถุลํ คมฺภีรํ อุทกนฺติ อยเมตฺถ อตฺโถ. สาสงฺกํ นาม ยตฺถ โจรานํ นิวุตฺโถกาโส ทิสฺสติ. ฐิโตกาโส, นิสินฺโนกาโส, นิปนฺโนกาโส ทิสฺสติ. สปฺปฏิภยํ นาม ยตฺถ โจเรหิ มนุสฺสา หตา ทิสฺสนฺติ, วิลุตฺตา ทิสฺสนฺติ, อาโกฏิตา ทิสฺสนฺติ. อุตฺตรเสตูติ อุทกณฺณวสฺส อุปริ พทฺโธ เสตุ. กุลฺลํ พนฺธิตฺวาติ กุลฺโล นาม ตรณตฺถาย กลาปํ กตฺวา พทฺโธ. ปตฺถริตฺวา พทฺธา ปน ปทรจาฏิอาทโย อุฬุมฺโปติ วุจฺจนฺติ. อุจฺจาเรตฺวาติ ฐเปตฺวา. กิจฺจการีติ ปตฺตการี ยุตฺตการี, ปติรูปการีติ อตฺโถ. ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพาติ เอตฺถ ธมฺมาติ สมถวิปสฺสนา. ภควา หิ สมเถปิ ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ, วิปสฺสนายปิ. สมเถ ฉนฺทราคํ กตฺถ ปชหาเปสิ? ‘‘อิติ โข, อุทายิ, เนวสญฺญานาสญฺญายตนสฺสปิ ปหานํ วทามิ, ปสฺสสิ โน ตฺวํ, อุทายิ, ตํ สํโยชนํ อณุํ วา ถูลํ วา, ยสฺสาหํ โน ปหานํ วทามี’’ติ (ม. นิ. ๒.๑๕๖) เอตฺถ สมเถ ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ. ‘‘อิมํ เจ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐึ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ น อลฺลีเยถ น เกลาเยถ น ธนาเยถา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๐๑) เอตฺถ วิปสฺสนาย ฉนฺทราคํ ปชหาเปสิ. อิธ ปน อุภยตฺถ ปชหาเปนฺโต ‘‘ธมฺมาปิ โว ปหาตพฺพา, ปเคว อธมฺมา’’ติ อาห.

ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ เอวรูเปสุ สนฺตปฺปณีเตสุ ธมฺเมสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ วทามิ, กึ ปน อิมสฺมึ อสทฺธมฺเม คามธมฺเม วสลธมฺเม ทุฏฺฐุลฺเล โอทกนฺติเก, ยตฺถ อยํ อริฏฺโฐ โมฆปุริโส นิทฺโทสสญฺญี ปญฺจสุ กามคุเณสุ ฉนฺทราคํ นาลํ อนฺตรายายาติ วทติ. อริฏฺเฐน วิย น ตุเมฺหหิ มยฺหํ สาสเน กลลํ วา กจวรํ วา ปกฺขิปิตพฺพนฺติ เอวํ ภควา อิมินาปิ โอวาเทน อริฏฺฐํเยว นิคฺคณฺหาติ.

๒๔๑. อิทานิ โย ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ติวิธคฺคาหวเสน อหํ มมนฺติ คณฺหาติ, โส มยฺหํ สาสเน อยํ อริฏฺโฐ วิย กลลํ กจวรํ ปกฺขิปตีติ ทสฺเสนฺโต ฉยิมานิ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ ทิฏฺฐิฏฺฐานานีติ ทิฏฺฐิปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิยา อารมฺมณมฺปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, ทิฏฺฐิยา ปจฺจโยปิ. รูปํ เอตํ มมาติอาทีสุ เอตํ มมาติ ตณฺหาคฺคาโห. เอโสหมสฺมีติ มานคฺคาโห. เอโส เม อตฺตาติ ทิฏฺฐิคฺคาโห. เอวํ รูปารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา โหนฺติ. รูปํ ปน อตฺตาติ น วตฺตพฺพํ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. ทิฏฺฐํ รูปายตนํ, สุตํ สทฺทายตนํ, มุตํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ, ตญฺหิ ปตฺวา คเหตพฺพโต มุตนฺติ วุตฺตํ. อวเสสานิ สตฺตายตนานิ วิญฺญาตํ นาม. ปตฺตนฺติ ปริเยสิตฺวา วา อปริเยสิตฺวา วา ปตฺตํ. ปริเยสิตนฺติ ปตฺตํ วา อปฺปตฺตํ วา ปริเยสิตํ. อนุวิจริตํ มนสาติ จิตฺเตน อนุสญฺจริตํ. โลกสฺมิญฺหิ ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, ปริเยสิตฺวา โนปตฺตมฺปิ. อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อตฺถิ, อปริเยสิตฺวา โนปตฺตมฺปิ. ตตฺถ ปริเยสิตฺวา ปตฺตํ ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม. อปริเยสิตฺวา ปตฺตญฺจ, อปริเยสิตฺวา โนปตฺตญฺจ มนสานุวิจริตํ นาม.

อถ วา ปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ อปริเยสิตฺวา ปตฺตมฺปิ ปตฺตฏฺเฐน ปตฺตํ นาม. ปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ ปริเยสิตํ นาม. อปริเยสิตฺวา โนปตฺตํ มนสานุวิจริตํ นาม. สพฺพํ วา เอตํ มนสา อนุวิจริตตฺตา มนสานุวิจริตํ นาม. อิมินา วิญฺญาณารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา, เทสนาวิลาเสน เหฏฺฐา ทิฏฺฐาทิอารมฺมณวเสน วิญฺญาณํ ทสฺสิตํ. ยมฺปิ ตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานนฺติ ยมฺปิ เอตํ โส โลโกติอาทินา นเยน ปวตฺตํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ.

โส โลโก โส อตฺตาติ ยา เอสา ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติอาทินา นเยน ปวตฺตา ทิฏฺฐิ โลโก จ อตฺตา จาติ คณฺหาติ, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ. โส เปจฺจ ภวิสฺสามีติ โส อหํ ปรโลกํ คนฺตฺวา นิจฺโจ ภวิสฺสามิ, ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม ภวิสฺสามิ, สิเนรุมหาปถวีมหาสมุทฺทาทีหิ สสฺสตีหิ สมํ ตเถว ฐสฺสามิ. ตมฺปิ เอตํ มมาติ ตมฺปิ ทสฺสนํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตาติ สมนุปสฺสติ. อิมินา ทิฏฺฐารมฺมณา ตณฺหามานทิฏฺฐิโย กถิตา. วิปสฺสนาย ปฏิวิปสฺสนากาเล วิย ปจฺฉิมทิฏฺฐิยา ปุริมทิฏฺฐิคฺคหณกาเล เอวํ โหติ.

สุกฺกปกฺเข รูปํ เนตํ มมาติ รูเป ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหา ปฏิกฺขิตฺตา. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย. สมนุปสฺสตีติ อิมสฺส ปน ปทสฺส ตณฺหาสมนุปสฺสนา มานสมนุปสฺสนา ทิฏฺฐิสมนุปสฺสนา ญาณสมนุปสฺสนาติ จตสฺโส สมนุปสฺสนาติ อตฺโถ. ตา กณฺหปกฺเข ติสฺสนฺนํ สมนุปสฺสนานํ, สุกฺกปกฺเข ญาณสมนุปสฺสนาย วเสน เวทิตพฺพา. อสติ น ปริตสฺสตีติ อวิชฺชมาเน ภยปริตสฺสนาย ตณฺหาปริตสฺสนาย วา น ปริตสฺสติ. อิมินา ภควา อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส อปริตสฺสมานํ ขีณาสวํ ทสฺเสนฺโต เทสนํ มตฺถกํ ปาเปสิ.

๒๔๒. เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขูติ เอวํ ภควตา วุตฺเต อญฺญตโร อนุสนฺธิกุสโล ภิกฺขุ – ‘‘ภควตา อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส อปริตสฺสนฺตํ ขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา เทสนา นิฏฺฐาปิตา, อชฺฌตฺตํ อปริตสฺสนฺเต โข ปน สติ อชฺฌตฺตํ ปริตสฺสเกน พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส ปริตสฺสเกน อปริตสฺสเกน จาปิ ภวิตพฺพํ. อิติ อิเมหิ จตูหิ การเณหิ อยํ ปโญฺห ปุจฺฉิตพฺโพ’’ติ จินฺเตตฺวา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห ภควนฺตํ เอตทโวจ. พหิทฺธา อสตีติ พหิทฺธา ปริกฺขารวินาเส. อหุ วต เมติ อโหสิ วต เม ภทฺทกํ ยานํ วาหนํ หิรญฺญํ สุวณฺณนฺติ อตฺโถ. ตํ วต เม นตฺถีติ ตํ วต อิทานิ มยฺหํ นตฺถิ, ราชูหิ วา โจเรหิ วา หฏํ, อคฺคินา วา ทฑฺฒํ, อุทเกน วา วุฬฺหํ, ปริโภเคน วา ชิณฺณํ. สิยา วต เมติ ภเวยฺย วต มยฺหํ ยานํ วาหนํ หิรญฺญํ สุวณฺณํ สาลิ วีหิ ยโว โคธุโม. ตํ วตาหํ น ลภามีติ ตมหํ อลภมาโน ตทนุจฺฉวิกํ กมฺมํ อกตฺวา นิสินฺนตฺตา อิทานิ น ลภามีติ โสจติ, อยํ อคาริยโสจนา, อนคาริยสฺส ปตฺตจีวราทีนํ วเสน เวทิตพฺพา.

อปริตสฺสนาวาเร น เอวํ โหตีติ เยหิ กิเลเสหิ เอวํ ภเวยฺย, เตสํ ปหีนตฺตา น เอวํ โหติ. ทิฏฺฐิฏฺฐานาธิฏฺฐานปริยุฏฺฐานาภินิเวสานุสยานนฺติ ทิฏฺฐีนญฺจ ทิฏฺฐิฏฺฐานานญฺจ ทิฏฺฐาธิฏฺฐานานญฺจ ทิฏฺฐิปริยุฏฺฐานานญฺจ อภินิเวสานุสยานญฺจ. สพฺพสงฺขารสมถายาติ นิพฺพานตฺถาย. นิพฺพานญฺหิ อาคมฺม สพฺพสงฺขาราอิญฺชิตานิ, สพฺพสงฺขารจลนานิ สพฺพสงฺขารวิปฺผนฺทิตานิ สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา ตํ, ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ วุจฺจติ. ตเทว จ อาคมฺม ขนฺธูปธิ กิเลสูปธิ อภิสงฺขารูปธิ, ปญฺจกามคุณูปธีติ อิเม อุปธโย ปฏินิสฺสชฺชิยนฺติ, ตณฺหา ขียติ วิรชฺชติ นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ตํ, ‘‘สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ’’ติ วุจฺจติ. นิพฺพานายาติ อยํ ปนสฺส สรูปนิทฺเทโส, อิติ สพฺเพเหว อิเมหิ ปเทหิ นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยตฺถาย ธมฺมํ เทเสนฺตสฺสาติ อยมตฺโถ ทีปิโต. ตสฺเสวํ โหตีติ ตสฺส ทิฏฺฐิคติกสฺส อุจฺฉิชฺชิสฺสามิ นามสฺสุ, วินสฺสิสฺสามิ นามสฺสุ, นาสฺสุ นาม ภวิสฺสามีติ เอวํ โหติ. ทิฏฺฐิคติกสฺส หิ ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สุญฺญตาปฏิสํยุตฺตํ กตฺวา เทสิยมานํ ธมฺมํ สุณนฺตสฺส ตาโส อุปฺปชฺชติ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘ตาโส เหโส, ภิกฺขเว, อสุตวโต ปุถุชฺชนสฺส โน จสฺสํ, โน จ เม สิยา’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕๕).

๒๔๓. เอตฺตาวตา พหิทฺธาปริกฺขารวินาเส ตสฺสนกสฺส จ โนตสฺสนกสฺส จ อชฺฌตฺตกฺขนฺธวินาเส ตสฺสนกสฺส จ โนตสฺสนกสฺส จาติ อิเมสํ วเสน จตุกฺโกฏิกา สุญฺญตา กถิตา. อิทานิ พหิทฺธา ปริกฺขารํ ปริคฺคหํ นาม กตฺวา, วีสติวตฺถุกํ สกฺกายทิฏฺฐึ อตฺตวาทุปาทานํ นาม กตฺวา, สกฺกายทิฏฺฐิปมุขา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐินิสฺสยํ นาม กตฺวา ติโกฏิกํ สุญฺญตํ ทสฺเสตุํ ตํ, ภิกฺขเว, ปริคฺคหนฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปริคฺคหนฺติ พหิทฺธา ปริกฺขารํ. ปริคฺคเณฺหยฺยาถาติ ยถา วิญฺญู มนุสฺโส ปริคฺคเณฺหยฺย. อหมฺปิ โข ตํ, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, ตุเมฺหปิ น ปสฺสถ, อหมฺปิ น ปสฺสามิ, อิติ เอวรูโป ปริคฺคโห นตฺถีติ ทสฺเสติ. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๒๔๔. เอวํ ติโกฏิกํ สุญฺญตํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อชฺฌตฺตกฺขนฺเธ อตฺตาติ พหิทฺธา ปริกฺขาเร อตฺตนิยนฺติ กตฺวา ทฺวิโกฏิกํ ทสฺเสนฺโต อตฺตนิ วา, ภิกฺขเว, สตีติอาทิมาห. ตตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ, ภิกฺขเว, อตฺตนิ วา สติ อิทํ เม ปริกฺขารชาตํ อตฺตนิยนฺติ อสฺส, อตฺตนิเยว วา ปริกฺขาเร สติ อยํ เม อตฺตา อิมสฺส ปริกฺขารสฺส สามีติ, เอวํ อหนฺติ. สติ มมาติ, มมาติ สติ อหนฺติ ยุตฺตํ ภเวยฺย. สจฺจโตติ ภูตโต, เถตโตติ ตถโต ถิรโต วา.

อิทานิ อิเม ปญฺจกฺขนฺเธ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตาติ เอวํ ติปริวฏฺฏวเสน อคฺคณฺหนฺโต อยํ อริฏฺโฐ วิย มยฺหํ สาสเน กลลํ กจวรํ ปกฺขิปตีติ ทสฺเสนฺโต ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, รูปํ นิจฺจํ วาติอาทิมาห. ตตฺถ อนิจฺจํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ยสฺมา หุตฺวา น โหติ, ตสฺมา อนิจฺจํ. อุปฺปาทวยวตฺติโต วิปริณามตาวกาลิกนิจฺจปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนิจฺจํ. ทุกฺขํ, ภนฺเตติ, ภนฺเต, ปฏิปีฬนากาเรน ทุกฺขํ, สนฺตาปทุกฺขมทุกฺขวตฺถุกสุขปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ ทุกฺขํ. วิปริณามธมฺมนฺติ ภวสงฺกนฺติอุปคมนสภาวํ ปกติภาววิชหนสภาวํ. กลฺลํ นุ ตํ สมนุปสฺสิตุํ เอตํ มม, เอโสหมสฺมิ, เอโส เม อตฺตาติ ยุตฺตํ นุ โข ตํ อิเมสํ ติณฺณํ ตณฺหามานทิฏฺฐิคฺคาหานํ วเสน อหํ มมาติ เอวํ คเหตุํ. โน เหตํ, ภนฺเตติ อิมินา เต ภิกฺขู อวสวตฺตนากาเรน รูปํ, ภนฺเต, อนตฺตาติ ปฏิชานนฺติ. สุญฺญอสฺสามิกอนิสฺสรอตฺตปฏิกฺเขปฏฺเฐน วาติ จตูหิ การเณหิ อนตฺตา.

ภควา หิ กตฺถจิ อนิจฺจวเสน อนตฺตตฺตํ ทสฺเสติ, กตฺถจิ ทุกฺขวเสน, กตฺถจิ อุภยวเสน. ‘‘จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, ตํ น อุปปชฺชติ, จกฺขุสฺส อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ. ยสฺส โข ปน อุปฺปาโทปิ วโยปิ ปญฺญายติ, อตฺตา เม อุปฺปชฺชติ จ เวติ จาติ อิจฺจสฺส เอวมาคตํ โหติ, ตสฺมา ตํ น อุปปชฺชติ จกฺขุ อตฺตาติ โย วเทยฺย, อิติ จกฺขุ อนตฺตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๔๒๒) อิมสฺมิญฺหิ ฉฉกฺกสุตฺเต อนิจฺจวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. ‘‘รูปญฺจ หิทํ, ภิกฺขเว, อตฺตา อภวิสฺส, นยิทํ รูปํ อาพาธาย สํวตฺเตยฺย, ลพฺเภถ จ รูเป ‘เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’ติ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, รูปํ อนตฺตา, ตสฺมา รูปํ อาพาธาย สํวตฺตติ, น จ ลพฺภติ รูเป ‘เอวํ เม รูปํ โหตุ, เอวํ เม รูปํ มา อโหสี’’’ติ (มหาว. ๒๐; สํ. นิ. ๓.๕๙) อิมสฺมึ อนตฺตลกฺขณสุตฺเต ทุกฺขวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. ‘‘รูปํ, ภิกฺขเว, อนิจฺจํ, ยทนิจฺจํ ตํ ทุกฺขํ, ยํ ทุกฺขํ ตทนตฺตา, ยทนตฺตา ตํ ‘เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพ’’นฺติ (สํ. นิ. ๓.๗๖) อิมสฺมึ อรหตฺตสุตฺเต อุภยวเสน อนตฺตตํ ทสฺเสติ. กสฺมา? อนิจฺจํ ทุกฺขญฺจ ปากฏํ. อนตฺตาติ น ปากฏํ.

ปริโภคภาชนาทีสุ หิ ภินฺเนสุ อโห อนิจฺจนฺติ วทนฺติ, อโห อนตฺตาติ วตฺตา นาม นตฺถิ. สรีเร คณฺฑปิฬกาทีสุ วา อุฏฺฐิตาสุ กณฺฏเกน วา วิทฺธา อโห ทุกฺขนฺติ วทนฺติ, อโห อนตฺตาติ ปน วตฺตา นาม นตฺถิ. กสฺมา? อิทญฺหิ อนตฺตลกฺขณํ นาม อวิภูตํ ทุทฺทสํ ทุปฺปญฺญาปนํ. เตน ตํ ภควา อนิจฺจวเสน วา ทุกฺขวเสน วา อุภยวเสน วา ทสฺเสติ. ตยิทํ อิมสฺมิมฺปิ เตปริวฏฺเฏ อนิจฺจทุกฺขวเสเนว ทสฺสิตํ. เวทนาทีสุปิ เอเสว นโย.

ตสฺมา ติห, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, ยสฺมา เอตรหิ อญฺญทาปิ รูปํ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา, ตสฺมาติ อตฺโถ. ยํกิญฺจิ รูปนฺติอาทีนิ วิสุทฺธิมคฺเค ขนฺธนิทฺเทเส วิตฺถาริตาเนว.

๒๔๕. นิพฺพินฺทตีติ อุกฺกณฺฐติ. เอตฺถ จ นิพฺพิทาติ วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนา อธิปฺเปตา. วุฏฺฐานคามินีวิปสฺสนาย หิ พหูนิ นามานิ. เอสา หิ กตฺถจิ สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา. กตฺถจิ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ. กตฺถจิ ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคนฺติ. กตฺถจิ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ. กตฺถจิ ตมฺมยตาปริยาทานนฺติ. กตฺถจิ ตีหิ นาเมหิ. กตฺถจิ ทฺวีหีติ.

ตตฺถ โปฏฺฐปาทสุตฺเต ตาว ‘‘สญฺญา โข, โปฏฺฐปาท, ปฐมํ อุปฺปชฺชติ, ปจฺฉา ญาณ’’นฺติ (ที. นิ. ๑.๔๑๖) เอวํ สญฺญคฺคนฺติ วุตฺตา. สุสิมสุตฺเต ‘‘ปุพฺเพ โข, สุสิม, ธมฺมฏฺฐิติญาณํ, ปจฺฉา นิพฺพาเน ญาณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๗๐) เอวํ ธมฺมฏฺฐิติญาณนฺติ วุตฺตา. ทสุตฺตรสุตฺเต ‘‘ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธิปธานิยงฺค’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๓๕๙) เอวํ ปาริสุทฺธิปทานิยงฺคนฺติ วุตฺตา. รถวินีเต ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส, ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธตฺถํ ภควติ พฺรหฺมจริยํ วุสฺสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๕๗) เอวํ ปฏิปทาญาณทสฺสนวิสุทฺธีติ วุตฺตา. สฬายตนวิภงฺเค ‘‘อตมฺมยตํ, ภิกฺขเว, นิสฺสาย อตมฺมยตํ อาคมฺม ยายํ อุเปกฺขา นานตฺตา นานตฺตสิตา, ตํ อภินิวชฺเชตฺวา ยายํ อุเปกฺขา เอกตฺตา เอกตฺตสิตา, ตํ นิสฺสาย ตํ อาคมฺม เอวเมติสฺสา ปหานํ โหติ, เอวเมติสฺสา สมติกฺกโม โหตี’’ติ (ที. นิ. ๓.๓๑๐) เอวํ ตมฺมยตาปริยาทานนฺติ วุตฺตา. ปฏิสมฺภิทามคฺเค ‘‘ยา จ มุญฺจิตุกมฺยตา, ยา จ ปฏิสงฺขานุปสฺสนา, ยา จ สงฺขารุเปกฺขา, อิเม ธมฺมา เอกตฺถา พฺยญฺชนเมว นาน’’นฺติ (ปฏิ. ม. ๑.๕๔) เอวํ ตีหิ นาเมหิ วุตฺตา. ปฏฺฐาเน ‘‘อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย, อนุโลมํ โวทานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย’’ติ (ปฏฺฐา. ๑.๑.๔๑๗) เอวํ ทฺวีหิ นาเมหิ วุตฺตา. อิมสฺมึ ปน อลคทฺทสุตฺเต นิพฺพินฺทตีติ นิพฺพิทานาเมน อาคตา.

นิพฺพิทา วิรชฺชตีติ เอตฺถ วิราโคติ มคฺโค วิราคา วิมุจฺจตีติ เอตฺถ วิราเคน มคฺเคน วิมุจฺจตีติ ผลํ กถิตํ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหตีติ อิธ ปจฺจเวกฺขณา กถิตา.

เอวํ วิมุตฺตจิตฺตํ มหาขีณาสวํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตสฺส ยถาภูเตหิ ปญฺจหิ การเณหิ นามํ คณฺหนฺโต อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. อวิชฺชาติ วฏฺฏมูลิกา อวิชฺชา. อยญฺหิ ทุรุกฺขิปนฏฺเฐน ปลิโฆติ วุจฺจติ. เตเนส ตสฺส อุกฺขิตฺตตฺตา อุกฺขิตฺตปลิโฆติ วุตฺโต. ตาลาวตฺถุกตาติ สีสจฺฉินฺนตาโล วิย กตา, สมูลํ วา ตาลํ อุทฺธริตฺวา ตาลสฺส วตฺถุ วิย กตา, ยถา ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ปุน โส ตาโล น ปญฺญายติ, เอวํ ปุน อปญฺญตฺติภาวํ นีตาติ อตฺโถ. โปโนพฺภวิโกติ ปุนพฺภวทายโก. ชาติสํสาโรติอาทีสุ ชายนวเสน เจว สํสรณวเสน จ เอวํ ลทฺธนามานํ ปุนพฺภวขนฺธานํ ปจฺจโย กมฺมาภิสงฺขาโร. โส หิ ปุนปฺปุนํ อุปฺปตฺติกรณวเสน ปริกฺขิปิตฺวา ฐิตตฺตา ปริกฺขาติ วุจฺจติ, เตเนส ตสฺสา สํกิณฺณตฺตา วิกิณฺณตฺตา สํกิณฺณปริกฺโขติ วุตฺโต. ตณฺหาติ วฏฺฏมูลิกา ตณฺหา. อยญฺหิ คมฺภีรานุคตฏฺเฐน เอสิกาติ วุจฺจติ. เตเนส ตสฺสา อพฺพูฬฺหตฺตา ลุญฺจิตฺวา ฉฑฺฑิตตฺตา อพฺพูเฬฺหสิโกติ วุตฺโต. โอรมฺภาคิยานีติ โอรํ ภชนกานิ กามภเว อุปปตฺติปจฺจยานิ. เอตานิ หิ กวาฏํ วิย นครทฺวารํ จิตฺตํ ปิทหิตฺวา ฐิตตฺตา อคฺคฬาติ วุจฺจนฺติ. เตเนส เตสํ นิรากตตฺตา ภินฺนตฺตา นิรคฺคโฬติ วุตฺโต. อริโยติ นิกฺกิเลโส ปริสุทฺโธ. ปนฺนทฺธโชติ ปติตมานทฺธโช. ปนฺนภาโรติ ขนฺธภารกิเลสภารอภิสงฺขารภารปญฺจกามคุณภารา ปนฺนา โอโรหิตา อสฺสาติ ปนฺนภาโร. อปิจ อิธ มานภารสฺเสว โอโรปิตตฺตา ปนฺนภาโรติ อธิปฺเปโต. วิสํยุตฺโตติ จตูหิ โยเคหิ สพฺพกิเลเสหิ จ วิสํยุตฺโต. อิธ ปน มานสํโยเคเนว วิสํยุตฺตตฺตา วิสํยุตฺโตติ อธิปฺเปโต. อสฺมิมาโนติ รูเป อสฺมีติ มาโน, เวทนาย… สญฺญาย… สงฺขาเรสุ… วิญฺญาเณ อสฺมีติ มาโน.

เอตฺตาวตา ภควตา มคฺเคน กิเลเส เขเปตฺวา นิโรธสยนวรคตสฺส นิพฺพานารมฺมณํ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา วิหรโต ขีณาสวสฺส กาโล ทสฺสิโต. ยถา หิ เทฺว นครานิ เอกํ โจรนครํ, เอกํ เขมนครํ. อถ เอกสฺส มหาโยธสฺส เอวํ ภเวยฺย – ‘‘ยาวิมํ โจรนครํ ติฏฺฐติ, ตาว เขมนครํ ภยโต น มุจฺจติ, โจรนครํ อนครํ กริสฺสามี’’ติ สนฺนาหํ กตฺวา ขคฺคํ คเหตฺวา โจรนครํ อุปสงฺกมิตฺวา นครทฺวาเร อุสฺสาปิเต เอสิกตฺถมฺเภ ขคฺเคน ฉินฺทิตฺวา สทฺวารพาหกํ กวาฏํ ฉินฺทิตฺวา ปลิฆํ อุกฺขิปิตฺวา ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ สํกิริตฺวา นครโสภนตฺถาย อุสฺสิเต ธเช ปาเตตฺวา นครํ อคฺคินา ฌาเปตฺวา เขมนครํ ปวิสิตฺวา ปาสาทํ อภิรุยฺห ญาติคณปริวุโต สุรสโภชนํ ภุญฺเชยฺย, เอวํ โจรนครํ วิย สกฺกาโย, เขมนครํ วิย นิพฺพานํ, มหาโยโธ วิย โยคาวจโร. ตสฺเสวํ โหติ, ‘‘ยาว สกฺกายวฏฺฏํ วตฺตติ, ตาว ทฺวตฺตึสกมฺมการณอฏฺฐนวุติโรคปญฺจวีสติมหาภเยหิ ปริมุจฺจนํ นตฺถี’’ติ. โส มหาโยโธ วิย สนฺนาหํ สีลสนฺนาหํ กตฺวา, ปญฺญาขคฺคํ คเหตฺวา ขคฺเคน เอสิกตฺถมฺเภ วิย อรหตฺตมคฺเคน ตเณฺหสิกํ ลุญฺจิตฺวา, โส โยโธ สทฺวารพาหกํ นครกวาฏํ วิย ปญฺโจรมฺภาคิยสํโยชนคฺคฬํ อุคฺฆาเฏตฺวา, โส โยโธ ปลิฆํ วิย, อวิชฺชาปลิฆํ อุกฺขิปิตฺวา, โส โยโธ ปาการํ ภินฺทนฺโต ปริกฺขํ วิย กมฺมาภิสงฺขารํ ภินฺทนฺโต ชาติสํสารปริกฺขํ สํกิริตฺวา, โส โยโธ นครโสภนตฺถาย อุสฺสาปิเต ธเช วิย มานทฺธเช ปาเตตฺวา สกฺกายนครํ ฌาเปตฺวา, โส โยโธ เขมนคเร อุปริปาสาเท สุรสโภชนํ วิย กิเลสนิพฺพานํ นครํ ปวิสิตฺวา อมตนิโรธารมฺมณํ ผลสมาปตฺติสุขํ อนุภวมาโน กาลํ วีตินาเมติ.

๒๔๖. อิทานิ เอวํ วิมุตฺตจิตฺตสฺส ขีณาสวสฺส ปเรหิ อนธิคมนียวิญฺญาณตํ ทสฺเสนฺโต เอวํ วิมุตฺตจิตฺตํ โขติอาทิมาห. ตตฺถ อเนฺวสนฺติ อเนฺวสนฺตา คเวสนฺตา. อิทํ นิสฺสิตนฺติ อิทํ นาม นิสฺสิตํ. ตถาคตสฺสาติ เอตฺถ สตฺโตปิ ตถาคโตติ อธิปฺเปโต, อุตฺตมปุคฺคโล ขีณาสโวปิ. อนนุวิชฺโชติ อสํวิชฺชมาโน วา อวินฺเทยฺโย วา. ตถาคโตติ หิ สตฺเต คหิเต อสํวิชฺชมาโนติ อตฺโถ วฏฺฏติ, ขีณาสเว คหิเต อวินฺเทยฺโยติ อตฺโถ วฏฺฏติ.

ตตฺถ ปุริมนเย อยมธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ธรมานกํเยว ขีณาสวํ ตถาคโต สตฺโต ปุคฺคโลติ น ปญฺญเปมิ. อปฺปฏิสนฺธิกํ ปน ปรินิพฺพุตํ ขีณาสวํ สตฺโตติ วา ปุคฺคโลติ วา กึ ปญฺญเปสฺสามิ? อนนุวิชฺโช ตถาคโต. น หิ ปรมตฺถโต สตฺโต นาม โกจิ อตฺถิ, ตสฺส อวิชฺชมานสฺส อิทํ นิสฺสิตํ วิญฺญาณนฺติ อเนฺวสนฺตาปิ กึ อธิคจฺฉิสฺสนฺติ? กถํ ปฏิลภิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ทุติยนเย อยมธิปฺปาโย – ภิกฺขเว, อหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ธรมานกํเยว ขีณาสวํ วิญฺญาณวเสน อินฺทาทีหิ อวินฺทิยํ วทามิ. น หิ สอินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา สปชาปติกา อเนฺวสนฺตาปิ ขีณาสวสฺส วิปสฺสนาจิตฺตํ วา มคฺคจิตฺตํ วา ผลจิตฺตํ วา, อิทํ นาม อารมฺมณํ นิสฺสาย วตฺตตีติ ชานิตุํ สกฺโกนฺติ. เต อปฺปฏิสนฺธิกสฺส ปรินิพฺพุตสฺส กึ ชานิสฺสนฺตีติ?

อสตาติ อสนฺเตน. ตุจฺฉาติ ตุจฺฉเกน. มุสาติ มุสาวาเทน. อภูเตนาติ ยํ นตฺถิ, เตน. อพฺภาจิกฺขนฺตีติ อภิอาจิกฺขนฺติ, อภิภวิตฺวา วทนฺติ. เวนยิโกติ วินยติ วินาเสตีติ วินโย, โส เอว เวนยิโก, สตฺตวินาสโกติ อธิปฺปาโย. ยถา จาหํ น, ภิกฺขเวติ, ภิกฺขเว, เยน วากาเรน อหํ น สตฺตวินาสโก. ยถา จาหํ น วทามีติ เยน วา การเณน อหํ สตฺตวินาสํ น ปญฺญเปมิ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – ยถาหํ น สตฺตวินาสโก, ยถา จ น สตฺตวินาสํ ปญฺญเปมิ, ตถา มํ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา ‘‘เวนยิโก สมโณ โคตโม’’ติ วทนฺตา สตฺตวินาสโก สมโณ โคตโมติ จ, ‘‘สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปตี’’ติ วทนฺตา สตฺตวินาสํ ปญฺญเปตีติ จ อสตา ตุจฺฉา มุสา อภูเตน อพฺภาจิกฺขนฺตีติ.

ปุพฺเพ จาติ ปุพฺเพ มหาโพธิมณฺฑมฺหิเยว จ. เอตรหิ จาติ เอตรหิ ธมฺมเทสนายญฺจ. ทุกฺขญฺเจว ปญฺญเปมิ, ทุกฺขสฺส จ นิโรธนฺติ ธมฺมจกฺกํ อปฺปวตฺเตตฺวา โพธิมณฺเฑ วิหรนฺโตปิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต ปฏฺฐาย ธมฺมํ เทเสนฺโตปิ จตุสจฺจเมว ปญฺญเปมีติ อตฺโถ. เอตฺถ หิ ทุกฺขคฺคหเณน ตสฺส มูลภูโต สมุทโย, นิโรธคฺคหเณน ตํสมฺปาปโก มคฺโค คหิโตว โหตีติ เวทิตพฺโพ. ตตฺร เจติ ตสฺมึ จตุสจฺจปฺปกาสเน. ปเรติ สจฺจานิ อาชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถปุคฺคลา. อกฺโกสนฺตีติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺติ. ปริภาสนฺตีติ วาจาย ปริภาสนฺติ. โรเสนฺติ วิเหเสนฺตีติ โรเสสฺสาม วิเหเสสฺสามาติ อธิปฺปาเยน ฆฏฺเฏนฺติ ทุกฺขาเปนฺติ. ตตฺราติ เตสุ อกฺโกสาทีสุ, เตสุ วา ปรปุคฺคเลสุ. อาฆาโตติ โกโป. อปฺปจฺจโยติ โทมนสฺสํ. อนภิรทฺธีติ อตุฏฺฐิ.

ตตฺร เจติ จตุสจฺจปฺปกาสเนเยว. ปเรติ จตุสจฺจปฺปกาสนํ อาชานิตุํ ปฏิวิชฺฌิตุํ สมตฺถปุคฺคลา. อานนฺโทติ อานนฺทปีติ. อุปฺปิลาวิตตฺตนฺติ อุปฺปิลาปนปีติ. ตตฺร เจติ จตุสจฺจปฺปกาสนมฺหิเยว. ตตฺราติ สกฺการาทีสุ. ยํ โข อิทํ ปุพฺเพ ปริญฺญาตนฺติ อิทํ ขนฺธปญฺจกํ ปุพฺเพ โพธิมณฺเฑ ตีหิ ปริญฺญาหิ ปริญฺญาตํ. ตตฺถเมติ ตสฺมึ ขนฺธปญฺจเก อิเม. กึ วุตฺตํ โหติ? ตตฺราปิ ตถาคตสฺส อิเม สกฺการา มยิ กรียนฺตีติ วา อหํ เอเต อนุภวามีติ วา น โหติ. ปุพฺเพ ปริญฺญาตกฺขนฺธปญฺจกํเยว เอเต สกฺกาเร อนุโภตีติ เอตฺตกเมว โหตีติ. ตสฺมาติ ยสฺมา สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌิตุํ อสมตฺถา ตถาคตมฺปิ อกฺโกสนฺติ, ตสฺมา. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.

๒๔๗. ตสฺมา ติห, ภิกฺขเว, ยํ น ตุมฺหากนฺติ ยสฺมา อตฺตนิเยปิ ฉนฺทราคปฺปหานํ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขาย สํวตฺตติ, ตสฺมา ยํ น ตุมฺหากํ, ตํ ปชหถาติ อตฺโถ. ยถาปจฺจยํ วา กเรยฺยาติ ยถา ยถา อิจฺเฉยฺย ตถา ตถา กเรยฺย. น หิ โน เอตํ, ภนฺเต, อตฺตา วาติ, ภนฺเต, เอตํ ติณกฏฺฐสาขาปลาสํ อมฺหากํ เนว อตฺตา น อมฺหากํ รูปํ น วิญฺญาณนฺติ วทนฺติ. อตฺตนิยํ วาติ อมฺหากํ จีวราทิปริกฺขาโรปิ น โหตีติ อตฺโถ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ยํ น ตุมฺหากํ ตํ ปชหถาติ ภควา, ขนฺธปญฺจกํเยว น ตุมฺหากนฺติ ทสฺเสตฺวา ปชหาเปติ, ตญฺจ โข น อุปฺปาเฏตฺวา, ลุญฺจิตฺวา วา. ฉนฺทราควินเยน ปเนตํ ปชหาเปติ.

๒๔๘. เอวํ สฺวากฺขาโตติ เอตฺถ ติปริวฏฺฏโต ปฏฺฐาย ยาว อิมํ ฐานํ อาหริตุมฺปิ วฏฺฏติ, ปฏิโลเมน เปมมตฺตเกน สคฺคปรายณโต ปฏฺฐาย ยาว อิมํ ฐานํ อาหริตุมฺปิ วฏฺฏติ. สฺวากฺขาโตติ สุกถิโต. สุกถิตตฺตา เอว อุตฺตาโน วิวโฏ ปกาสิโต. ฉินฺนปิโลติโกติ ปิโลติกา วุจฺจติ ฉินฺนํ ภินฺนํ ตตฺถ ตตฺถ สิพฺพิตํ คณฺฐิกตํ ชิณฺณํ วตฺถํ, ตํ ยสฺส นตฺถิ, อฏฺฐหตฺถํ วา นวหตฺถํ วา อหตสาฏกํ นิวตฺโถ, โส ฉินฺนปิโลติโก นาม. อยมฺปิ ธมฺโม ตาทิโส, น เหตฺถ โกหญฺญาทิวเสน ฉินฺนภินฺนสิพฺพิตคณฺฐิกตภาโว อตฺถิ. อปิจ กจวโร ปิโลติโกติ วุจฺจติ. อิมสฺมิญฺจ สาสเน สมณกจวรํ นาม ปติฏฺฐาตุํ น ลภติ. เตเนวาห –

‘‘การณฺฑวํ นิทฺธมถ, กสมฺพุญฺจาปกสฺสถ;

ตโต ปลาเป วาเหถ, อสฺสมเณ สมณมานิเน.

นิทฺธมิตฺวาน ปาปิจฺเฉ, ปาปอาจารโคจเร;

สุทฺธา สุทฺเธหิ สํวาสํ, กปฺปยโวฺห ปติสฺสตา;

ตโต สมคฺคา นิปกา, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถา’’ติ. (สุ. นิ. ๒๘๓-๒๘๕);

อิติ สมณกจวรสฺส ฉินฺนตฺตาปิ อยํ ธมฺโม ฉินฺนปิโลติโก นาม โหติ. วฏฺฏํ เตสํ นตฺถิ ปญฺญาปนายาติ เตสํ วฏฺฏํ อปญฺญตฺติภาวํ คตํ นิปฺปญฺญตฺติกํ ชาตํ. เอวรูโป มหาขีณาสโว เอวํ สฺวากฺขาเต สาสเนเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ ขีณาสโว, เอวํ อนาคามิอาทโยปิ.

ตตฺถ ธมฺมานุสาริโน สทฺธานุสาริโนติ อิเม เทฺว โสตาปตฺติมคฺคฏฺฐา โหนฺติ. ยถาห – ‘‘กตโม จ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, ปญฺญาวาหึ ปญฺญาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ธมฺมานุสารี, ผเล ฐิโต ทิฏฺฐิปฺปตฺโต. กตโม จ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี? ยสฺส ปุคฺคลสฺส โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺตํ โหติ, สทฺธาวาหึ สทฺธาปุพฺพงฺคมํ อริยมคฺคํ ภาเวติ. อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล สทฺธานุสารี. โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล สทฺธานุสารี, ผเล ฐิโต สทฺธาวิมุตฺโต’’ติ (ปุ. ป. ๓๐). เยสํ มยิ สทฺธามตฺตํ เปมมตฺตนฺติ อิมินา เยสํ อญฺโญ อริยธมฺโม นตฺถิ, ตถาคเต ปน สทฺธามตฺตํ เปมมตฺตเมว โหติ. เต วิปสฺสกปุคฺคลา อธิปฺเปตา. วิปสฺสกภิกฺขูนญฺหิ เอวํ วิปสฺสนํ ปฏฺฐเปตฺวา นิสินฺนานํ ทสพเล เอกา สทฺธา เอกํ เปมํ อุปฺปชฺชติ. ตาย สทฺธาย เตน เปเมน หตฺเถ คเหตฺวา สคฺเค ฐปิตา วิย โหนฺติ, นิยตคติกา กิร เอเต. โปราณกตฺเถรา ปน เอวรูปํ ภิกฺขุํ จูฬโสตาปนฺโนติ วทนฺติ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

อลคทฺทูปมสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๓. วมฺมิกสุตฺตวณฺณนา

๒๔๙. เอวํ เม สุตนฺติ วมฺมิกสุตฺตํ. ตตฺถ อายสฺมาติ ปิยวจนเมตํ. กุมารกสฺสโปติ ตสฺส นามํ. กุมารกาเล ปพฺพชิตตฺตา ปน ภควตา, ‘‘กสฺสปํ ปกฺโกสถ, อิทํ ผลํ วา ขาทนียํ วา กสฺสปสฺส เทถา’’ติ วุตฺเต, กตรสฺส กสฺสปสฺสาติ กุมารกสฺสปสฺสาติ เอวํ คหิตนามตฺตา ตโต ปฏฺฐาย วุฑฺฒกาเลปิ ‘‘กุมารกสฺสโป’’ เตฺวว วุจฺจติ. อปิจ รญฺญา โปสาวนิกปุตฺตตฺตาปิ ตํ ‘‘กุมารกสฺสโป’’ติ สญฺชานึสุ. อยํ ปนสฺส ปุพฺพโยคโต ปฏฺฐาย อาวิภาวกถา –

เถโร กิร ปทุมุตฺตรสฺส ภควโต กาเล เสฏฺฐิปุตฺโต อโหสิ. อเถกทิวสํ ภควนฺตํ จิตฺรกถึ เอกํ อตฺตโน สาวกํ ฐานนฺตเร ฐเปนฺตํ ทิสฺวา ภควโต สตฺตาหํ ทานํ ทตฺวา, ‘‘อหมฺปิ ภควา อนาคเต เอกสฺส พุทฺธสฺส อยํ เถโร วิย จิตฺรกถี สาวโก ภเวยฺย’’นฺติ ปตฺถนํ กตฺวา ปุญฺญานิ กโรนฺโต กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน ปพฺพชิตฺวา วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ นาสกฺขิ.

ตทา กิร ปรินิพฺพุตสฺส ภควโต สาสเน โอสกฺกนฺเต ปญฺจ ภิกฺขู นิสฺเสณึ พนฺธิตฺวา ปพฺพตํ อภิรุยฺห สมณธมฺมํ อกํสุ. สงฺฆตฺเถโร ตติยทิวเส อรหตฺตํ ปตฺโต. อนุเถโร จตุตฺถทิวเส อนาคามี อโหสิ. อิตเร ตโย วิเสสํ นิพฺพตฺเตตุํ อสกฺโกนฺตา เทวโลเก นิพฺพตฺตึสุ. เตสํ เอกํ พุทฺธนฺตรํ เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สมฺปตฺตึ อนุโภนฺตานํ เอโก ตกฺกสิลายํ ราชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ปุกฺกุสาติ นาม ราชา หุตฺวา ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิตฺวา ราชคหํ คจฺฉนฺโต กุมฺภการสาลายํ ภควโต ธมฺมเทสนํ สุตฺวา อนาคามิผลํ ปตฺโต. เอโก เอกสฺมึ สมุทฺทปฏฺฏเน กุลฆเร นิพฺพตฺติตฺวา นาวํ อารุยฺห ภินฺนนาโว ทารุจีรานิ นิวาเสตฺวา ลาภสมฺปตฺตึ ปตฺโต, ‘‘อหํ อรหา’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา, ‘‘น ตฺวํ อรหา, คจฺฉ สตฺถารํ ปญฺหํ ปุจฺฉา’’ติ อตฺถกามาย เทวตาย โจทิโต ตถา กตฺวา อรหตฺตผลํ ปตฺโต.

เอโก ราชคเห เอกิสฺสา กุลทาริกาย กุจฺฉิมฺหิ อุปฺปนฺโน. สา จ ปฐมํ มาตาปิตโร ยาจิตฺวา ปพฺพชฺชํ อลภมานา กุลฆรํ คตา คพฺภสณฺฐิตมฺปิ อชานนฺตี สามิกํ อาราเธตฺวา เตน อนุญฺญาตา ภิกฺขุนีสุ ปพฺพชิตา. ตสฺสา คพฺภินินิมิตฺตํ ทิสฺวา ภิกฺขุนิโย เทวทตฺตํ ปุจฺฉึสุ, โส ‘‘อสฺสมณี’’ติ อาห. ทสพลํ ปุจฺฉึสุ, สตฺถา อุปาลิตฺเถรํ ปฏิจฺฉาเปสิ. เถโร สาวตฺถินครวาสีนิ กุลานิ วิสาขญฺจ อุปาสิกํ ปกฺโกสาเปตฺวา โสเธนฺโต, – ‘‘ปุเร ลทฺโธ คพฺโภ, ปพฺพชฺชา อโรคา’’ติ อาห. สตฺถา ‘‘สุวินิจฺฉิตํ อธิกรณ’’นฺติ เถรสฺส สาธุการํ อทาสิ. สา ภิกฺขุนี สุวณฺณพิมฺพสทิสํ ปุตฺตํ วิชายิ, ตํ คเหตฺวา ราชา ปเสนทิ โกสโล โปสาเปสิ. ‘‘กสฺสโป’’ติ จสฺส นามํ กตฺวา อปรภาเค อลงฺกริตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ เนตฺวา ปพฺพาเชสิ. อิติ รญฺโญ โปสาวนิกปุตฺตตฺตาปิ ตํ ‘‘กุมารกสฺสโป’’ติ สญฺชานึสูติ.

อนฺธวเนติ เอวํนามเก วเน. ตํ กิร วนํ ทฺวินฺนํ พุทฺธานํ กาเล อวิชหิตนามํ อนฺธวนํเตฺวว ปญฺญายติ. ตตฺรายํ ปญฺญตฺติวิภาวนา – อปฺปายุกพุทฺธานญฺหิ สรีรธาตุ น เอกคฺฆนา โหติ. อธิฏฺฐานานุภาเวน วิปฺปกิริยติ. เตเนว อมฺหากมฺปิ ภควา, – ‘‘อหํ น จิรฏฺฐิติโก, อปฺปเกหิ สตฺเตหิ อหํ ทิฏฺโฐ, เยหิ น ทิฏฺโฐ, เตว พหุตรา, เต เม ธาตุโย อาทาย ตตฺถ ตตฺถ ปูเชนฺตา สคฺคปรายณา ภวิสฺสนฺตี’’ติ ปรินิพฺพานกาเล, ‘‘อตฺตโน สรีรํ วิปฺปกิริยตู’’ติ อธิฏฺฐาสิ. ทีฆายุกพุทฺธานํ ปน สุวณฺณกฺขนฺโธ วิย เอกคฺฆนํ ธาตุสรีรํ ติฏฺฐติ.

กสฺสปสฺสาปิ ภควโต ตเถว อฏฺฐาสิ. ตโต มหาชนา สนฺนิปติตฺวา, ‘‘ธาตุโย เอกคฺฆนา น สกฺกา วิโยเชตุํ, กึ กริสฺสามา’’ติ สมฺมนฺตยิตฺวา เอกคฺฆนเมว เจติยํ กริสฺสาม, กิตฺตกํ ปน โหตุ ตนฺติ อาหํสุ. เอเก สตฺตโยชนิยนฺติ อาหํสุ. เอตํ อติมหนฺตํ, อนาคเต ชคฺคิตุํ น สกฺกา, ฉโยชนํ โหตุ, ปญฺจโยชนํ… จตุโยชนํ… ติโยชนํ… ทฺวิโยชนํ… เอกโยชนํ โหตูติ สนฺนิฏฺฐานํ กตฺวา อิฏฺฐกา กีทิสา โหนฺตูติ พาหิรนฺเต อิฏฺฐกา รตฺตสุวณฺณมยา เอกคฺฆนา สตสหสฺสคฺฆนิกา โหนฺตุ, อพฺภนฺตริมนฺเต ปญฺญาสสหสฺสคฺฆนิกา. หริตาลมโนสิลาหิ มตฺติกากิจฺจํ กยิรตุ, เตเลน อุทกกิจฺจนฺติ นิฏฺฐํ คนฺตฺวา จตฺตาริ มุขานิ จตุธา วิภชึสุ. ราชา เอกํ มุขํ คณฺหิ, ราชปุตฺโต ปถวินฺทรกุมาโร เอกํ, อมจฺจานํ เชฏฺฐโก หุตฺวา เสนาปติ เอกํ, ชนปทานํ เชฏฺฐโก หุตฺวา เสฏฺฐิ เอกํ.

ตตฺถ ธนสมฺปนฺนตาย ราชาปิ สุวณฺณํ นีหราเปตฺวา อตฺตนา คหิตมุเข กมฺมํ อารภิ, อุปราชาปิ, เสนาปติปิ. เสฏฺฐินา คหิตมุเข ปน กมฺมํ โอลียติ. ตโต ยโสรโต นาม เอโก อุปาสโก เตปิฏโก ภาณโก อนาคามี อริยสาวโก, โส กมฺมํ โอลียตีติ ญตฺวา ปญฺจ สกฏสตานิ โยชาเปตฺวา ชนปทํ คนฺตฺวา ‘‘กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺโธ วีสติวสฺสสหสฺสานิ ฐตฺวา ปรินิพฺพุโต. ตสฺส โยชนิกํ รตนเจติยํ กยิรติ, โย ยํ ทาตุํ อุสฺสหติ สุวณฺณํ วา หิรญฺญํ วา สตฺตรตนํ วา หริตาลํ วา มโนสิลํ วา, โส ตํ เทตู’’ติ สมาทเปสิ. มนุสฺสา อตฺตโน อตฺตโน ถาเมน หิรญฺญสุวณฺณาทีนิ อทํสุ. อสกฺโกนฺตา เตลตณฺฑุลาทีนิ เทนฺติเยว. อุปาสโก เตลตณฺฑุลาทีนิ กมฺมการานํ ภตฺตเวตนตฺถํ ปหิณาติ, อวเสเสหิ สุวณฺณํ เจตาเปตฺวา ปหิณาติ, เอวํ สกลชมฺพุทีปํ อจริ.

เจติเย กมฺมํ นิฏฺฐิตนฺติ เจติยฏฺฐานโต ปณฺณํ ปหิณึสุ – ‘‘นิฏฺฐิตํ กมฺมํ อาจริโย อาคนฺตฺวา เจติยํ วนฺทตู’’ติ. โสปิ ปณฺณํ ปหิณิ – ‘‘มยา สกลชมฺพุทีโป สมาทปิโต, ยํ อตฺถิ, ตํ คเหตฺวา กมฺมํ นิฏฺฐาเปนฺตู’’ติ. เทฺวปิ ปณฺณานิ อนฺตรามคฺเค สมาคมึสุ. อาจริยสฺส ปณฺณโต ปน เจติยฏฺฐานโต ปณฺณํ ปฐมตรํ อาจริยสฺส หตฺถํ อคมาสิ. โส ปณฺณํ วาเจตฺวา เจติยํ วนฺทิสฺสามีติ เอกโกว นิกฺขมิ. อนฺตรามคฺเค อฏวิยํ ปญฺจ โจรสตานิ อุฏฺฐหึสุ. ตเตฺรกจฺเจ ตํ ทิสฺวา อิมินา สกลชมฺพุทีปโต หิรญฺญสุวณฺณํ สมฺปิณฺฑิตํ, นิธิกุมฺภี โน ปวฏฺฏมานา อาคตาติ อวเสสานํ อาโรเจตฺวา ตํ อคฺคเหสุํ. กสฺมา ตาตา, มํ คณฺหถาติ? ตยา สกลชมฺพุทีปโต สพฺพํ หิรญฺญสุวณฺณํ สมฺปิณฺฑิตํ, อมฺหากมฺปิ โถกํ โถกํ เทหีติ. กึ ตุเมฺห น ชานาถ, กสฺสโป ภควา ปรินิพฺพุโต, ตสฺส โยชนิกํ รตนเจติยํ กยิรติ, ตทตฺถาย มยา สมาทปิตํ, โน อตฺตโน อตฺถาย. ตํ ตํ ลทฺธลทฺธฏฺฐานโต ตตฺเถว เปสิตํ, มยฺหํ ปน นิวตฺถสาฏกมตฺตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ วิตฺตํ กากณิกมฺปิ นตฺถีติ.

เอเก, ‘‘เอวเมตํ วิสฺสเชถ อาจริย’’นฺติ อาหํสุ. เอเก, ‘‘อยํ ราชปูชิโต อมจฺจปูชิโต, อเมฺหสุ กญฺจิเทว นครวีถิยํ ทิสฺวา ราชราชมหามตฺตาทีนํ อาโรเจตฺวา อนยวฺยสนํ ปาปุณาเปยฺยา’’ติ อาหํสุ. อุปาสโก, ‘‘ตาตา, นาหํ เอวํ กริสฺสามี’’ติ อาห. ตญฺจ โข เตสุ การุญฺเญน, น อตฺตโน ชีวิตนิกนฺติยา. อถ เตสุ คเหตพฺโพ วิสฺสชฺเชตพฺโพติ วิวทนฺเตสุ คเหตพฺโพติ ลทฺธิกา เอว พหุตรา หุตฺวา ชีวิตา โวโรปยึสุ.

เตสํ พลวคุเณ อริยสาวเก อปราเธน นิพฺพุตทีปสิขา วิย อกฺขีนิ อนฺตรธายึสุ. เต, ‘‘กหํ โภ จกฺขุ, กหํ โภ จกฺขู’’ติ วิปฺปลปนฺตา เอกจฺเจ ญาตเกหิ เคหํ นีตา. เอกจฺเจ โนญาตกา อนาถาติ ตตฺเถว อฏวิยํ รุกฺขมูเล ปณฺณสาลายํ วสึสุ. อฏวึ อาคตมนุสฺสา การุญฺเญน เตสํ ตณฺฑุลํ วา ปุฏภตฺตํ วา ปริพฺพยํ วา เทนฺติ. ทารุปณฺณาทีนํ อตฺถาย คนฺตฺวา อาคตา มนุสฺสา กุหึ คตตฺถาติ วุตฺเต อนฺธวนํ คตมฺหาติ วทนฺติ. เอวํ ทฺวินฺนมฺปิ พุทฺธานํ กาเล ตํ วนํ อนฺธวนํเตฺวว ปญฺญายติ. กสฺสปพุทฺธกาเล ปเนตํ ฉฑฺฑิตชนปเท อฏวิ อโหสิ. อมฺหากํ ภควโต กาเล สาวตฺถิยา อวิทูเร เชตวนสฺส ปิฏฺฐิภาเค ปวิเวกกามานํ กุลปุตฺตานํ วสนฏฺฐานํ ปธานฆรํ อโหสิ, ตตฺถ อายสฺมา กุมารกสฺสโป เตน สมเยน เสขปฏิปทํ ปูรยมาโน วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อนฺธวเน วิหรตี’’ติ.

อญฺญตรา เทวตาติ นามโคตฺตวเสน อปากฏา เอกา เทวตาติ อตฺโถ. ‘‘อภิชานาติ โน, ภนฺเต, ภควา อหุญาตญฺญตรสฺส มเหสกฺขสฺส สํขิตฺเตน ตณฺหาสงฺขยวิมุตฺตึ ภาสิตา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๖๕) เอตฺถ ปน อภิญฺญาโต สกฺโกปิ เทวราชา อญฺญตโรติ วุตฺโต. เทวตาติ จ อิทํ เทวานมฺปิ เทวธีตานมฺปิ สาธารณวจนํ. อิมสฺมึ ปนตฺเถ เทโว อธิปฺเปโต. อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ เอตฺถ อภิกฺกนฺตสทฺโท ขยสุนฺทราภิรูปอพฺภนุโมทนาทีสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ – ‘‘อภิกฺกนฺตา, ภนฺเต, รตฺติ, นิกฺขนฺโต ปฐโม ยาโม, จิรนิสินฺโน ภิกฺขุสงฺโฆ, อุทฺทิสตุ, ภนฺเต, ภควา ภิกฺขูนํ ปาติโมกฺข’’นฺติ เอวมาทีสุ (อ. นิ. ๘.๒๐) ขเย ทิสฺสติ. ‘‘อยํ อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๐๐) เอวมาทีสุ สุนฺทเร.

‘‘โก เม วนฺทติ ปาทานิ, อิทฺธิยา ยสสา ชลํ;

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติ. (วิ. ว. ๘๕๗) –

เอวมาทีสุ อภิรูเป. ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตมา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๑๕) อพฺภนุโมทเน. อิธ ปน ขเย. เตน อภิกฺกนฺตาย รตฺติยาติ ปริกฺขีณาย รตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถายํ เทวปุตฺโต มชฺฌิมยามสมนนฺตเร อาคโตติ เวทิตพฺโพ. อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อิธ อภิกฺกนฺตสทฺโท อภิรูเป. วณฺณสทฺโท ปน ฉวิ-ถุติ-กุลวคฺคการณ-สณฺฐานปมาณรูปายตนาทีสุ ทิสฺสติ. ตตฺถ, ‘‘สุวณฺณวณฺโณสิ ภควา’’ติ เอวมาทีสุ ฉวิยา. ‘‘กทา สญฺญูฬฺหา ปน เต คหปติ สมณสฺส โคตมสฺส วณฺณา’’ติ (ม. นิ. ๒.๗๗) เอวมาทีสุ ถุติยํ. ‘‘จตฺตาโรเม, โภ โคตม, วณฺณา’’ติ เอวมาทีสุ (ที. นิ. ๓.๑๑๕) กุลวคฺเค. ‘‘อถ เกน นุ วณฺเณน, คนฺธเถโนติ วุจฺจตี’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๒๓๔) การเณ. ‘‘มหนฺตํ หตฺถิราชวณฺณํ อภินิมฺมินิตฺวา’’ติ เอวมาทีสุ (สํ. นิ. ๑.๑๓๘) สณฺฐาเน. ‘‘ตโย ปตฺตสฺส วณฺณา’’ติ เอวมาทีสุ (ปารา. ๖๐๒) ปมาเณ. ‘‘วณฺโณ คนฺโธ รโส โอชา’’ติ เอวมาทีสุ รูปายตเน. โส อิธ ฉวิยํ ทฏฺฐพฺโพ. เตน อภิกฺกนฺตวณฺณาติ อภิรูปฉวิอิฏฺฐวณฺณา, มนาปวณฺณาติ วุตฺตํ โหติ. เทวตา หิ มนุสฺสโลกํ อาคจฺฉมานา ปกติวณฺณํ ปกติอิทฺธึ ปชหิตฺวา โอฬาริกํ อตฺตภาวํ กตฺวา อติเรกวณฺณํ อติเรกอิทฺธึ มาเปตฺวา นฏสมชฺชาทีนิ คจฺฉนฺตา มนุสฺสา วิย อภิสงฺขเตน กาเยน อาคจฺฉนฺติ. อยมฺปิ เทวปุตฺโต ตเถว อาคโต. เตน วุตฺตํ ‘‘อภิกฺกนฺตวณฺณา’’ติ.

เกวลกปฺปนฺติ เอตฺถ เกวลสทฺโท อนวเสส-เยภูยฺย-อพฺยามิสฺสานติเรกทฬฺหตฺถ-วิสํโยคาทิอเนกตฺโถ. ตถา หิสฺส, ‘‘เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริย’’นฺติ (ปารา. ๑) เอวมาทีสุ อนวเสสตฺตมตฺโถ. ‘‘เกวลกปฺปา จ องฺคมคธา ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ อาทาย อุปสงฺกมิสฺสนฺตี’’ติ เอวมาทีสุ เยภุยฺยตา. ‘‘เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหตี’’ติ (วิภ. ๒๒๕) เอวมาทีสุ อพฺยามิสฺสตา. ‘‘เกวลํ สทฺธามตฺตกํ นูน อยมายสฺมา’’ติ (มหาว. ๒๔๔) เอวมาทีสุ อนติเรกตา. ‘‘อายสฺมโต อนุรุทฺธสฺส พาหิโย นาม สทฺธิวิหาริโก เกวลกปฺปํ สงฺฆเภทาย ฐิโต’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๓) เอวมาทีสุ ทฬฺหตฺถตา. ‘‘เกวลี วุสิตวา อุตฺตมปุริโสติ วุจฺจตี’’ติ (สํ. นิ. ๓.๕๗) เอวมาทีสุ วิสํโยโค. อิธ ปนสฺส อนวเสสตฺตมตฺโถติ อธิปฺเปโต.

กปฺปสทฺโท ปนายํ อภิสทฺทหน-โวหาร-กาล-ปญฺญตฺติ- เฉทน-วิกปฺป-เลส-สมนฺตภาวาทิ-อเนกตฺโถ. ตถา หิสฺส, ‘‘โอกปฺปนิยเมตํ โภโต โคตมสฺส, ยถา ตํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺสา’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) เอวมาทีสุ อภิสทฺทหนมตฺโถ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ สมณกปฺเปหิ ผลํ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๐) เอวมาทีสุ โวหาโร. ‘‘เยน สุทํ นิจฺจกปฺปํ วิหรามี’’ติ เอวมาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๘๗) กาโล. ‘‘อิจฺจายสฺมา กปฺโป’’ติ (สํ. นิ. ๓.๑๒๔) เอวมาทีสุ ปญฺญตฺติ. ‘‘อลงฺกตา กปฺปิตเกสมสฺสู’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๖๕) เอวมาทีสุ เฉทนํ. ‘‘กปฺปติ ทฺวงฺคุลกปฺโป’’ติ (จูฬว. ๔๔๖) เอวมาทีสุ วิกปฺโป. ‘‘อตฺถิ กปฺโป นิปชฺชิตุ’’นฺติ (อ. นิ. ๘.๘๐) เอวมาทีสุ เลโส. ‘‘เกวลกปฺปํ เวฬุวนํ โอภาเสตฺวา’’ติ (สํ. นิ. ๑.๙๔) เอวมาทีสุ สมนฺตภาโว. อิธ ปนสฺส สมนฺตภาโว อตฺโถ อธิปฺเปโต. ตสฺมา เกวลกปฺปํ อนฺธวนนฺติ เอตฺถ อนวเสสํ สมนฺตโต อนฺธวนนฺติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.

โอภาเสตฺวาติ วตฺถาลงฺการสรีรสมุฏฺฐิตาย อาภาย ผริตฺวา, จนฺทิมา วิย จ สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกปชฺโชตํ กริตฺวาติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ เอกสฺมึ อนฺเต, เอกสฺมึ โอกาเส อฏฺฐาสิ. เอตทโวจาติ เอตํ ‘‘ภิกฺขุ ภิกฺขู’’ติอาทิวจนมโวจ. กสฺมา ปนายํ อวนฺทิตฺวา สมณโวหาเรเนว กเถตีติ? สมณสญฺญาสมุทาจาเรเนว. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – ‘‘อยํ อนฺตรา กามาวจเร วสิ. อหํ ปน อสฺมิ ตโต กาลโต ปฏฺฐาย พฺรหฺมจารี’’ติ สมณสญฺญาวสฺส สมุทาจรติ, ตสฺมา อวนฺทิตฺวา สมณโวหาเรเนว กเถติ. ปุพฺพสหาโย กิเรโส เทวปุตฺโต เถรสฺส. กุโต ปฏฺฐายาติ? กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาลโต ปฏฺฐาย. โย หิ ปุพฺพโยเค อาคเตสุ ปญฺจสุ สหาเยสุ อนุเถโร จตุตฺถทิวเส อนาคามี อโหสีติ วุตฺโต, อยํ โส. ตทา กิร เตสุ สงฺฆตฺเถรสฺส อรหตฺเตเนว สทฺธึ อภิญฺญา อาคมึสุ. โส, ‘‘มยฺหํ กิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺต’’นฺติ เวหาสํ อุปฺปติตฺวา อโนตตฺตทเห มุขํ โธวิตฺวา อุตฺตรกุรุโต ปิณฺฑปาตํ อาทาย อาคนฺตฺวา, ‘‘อิมํ, อาวุโส, ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา อปฺปมตฺตา สมณธมฺมํ กโรถา’’ติ อาห. อิตเร อาหํสุ – ‘‘น, อาวุโส, อมฺหากํ เอวํ กติกา อตฺถิ – ‘โย ปฐมํ วิเสสํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปิณฺฑปาตํ อาหรติ, เตนาภตํ ภุญฺชิตฺวา เสเสหิ สมณธมฺโม กาตพฺโพ’ติ. ตุเมฺห อตฺตโน อุปนิสฺสเยน กิจฺจํ มตฺถกํ ปาปยิตฺถ. มยมฺปิ สเจ โน อุปนิสฺสโย ภวิสฺสติ, กิจฺจํ มตฺถกํ ปาเปสฺสาม. ปปญฺโจ เอส อมฺหากํ, คจฺฉถ ตุเมฺห’’ติ. โส ยถาผาสุกํ คนฺตฺวา อายุปริโยสาเน ปรินิพฺพายิ.

ปุนทิวเส อนุเถโร อนาคามิผลํ สจฺฉกาสิ, ตสฺส อภิญฺญาโย อาคมึสุ. โสปิ ตเถว ปิณฺฑปาตํ อาหริตฺวา เตหิ ปฏิกฺขิตฺโต ยถาผาสุกํ คนฺตฺวา อายุปริโยสาเน สุทฺธาวาเส นิพฺพตฺติ. โส สุทฺธาวาเส ฐตฺวา เต สหาเย โอโลเกนฺโต, เอโก ตทาว ปรินิพฺพุโต, เอโก อธุนา ภควโต สนฺติเก อริยภูมึ ปตฺโต, เอโก ลาภสกฺการํ นิสฺสาย, ‘‘อหํ อรหา’’ติ จิตฺตํ อุปฺปาเทตฺวา สุปฺปารกปฏฺฏเน วสตีติ ทิสฺวา ตํ อุปสงฺกมิตฺวา, ‘‘น ตฺวํ อรหา, น อรหตฺตมคฺคํ ปฏิปนฺโน, คจฺฉ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ธมฺมํ สุณาหี’’ติ อุยฺโยเชสิ. โสปิ อนฺตรฆเร ภควนฺตํ โอวาทํ ยาจิตฺวา, ‘‘ตสฺมา ติห เต พาหิย เอวํ สิกฺขิตพฺพํ ทิฏฺเฐ ทิฏฺฐมตฺตํ โหตู’’ติ (อุทา. ๑๐) ภควตา สํขิตฺเตน โอวทิโต อริยภูมึ สมฺปาปุณิ.

ตโต อญฺโญ เอโก อตฺถิ, โส กุหินฺติ โอโลเกนฺโต อนฺธวเน เสกฺขปฏิปทํ ปูรยมาโน วิหรตีติ ทิสฺวา จินฺเตสิ – ‘‘สหายกสฺส สนฺติเก คมิสฺสามีติ, คจฺฉนฺเตน ปน ตุจฺฉหตฺเถน อคนฺตฺวา กิญฺจิ ปณฺณาการํ คเหตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏติ, สหาโย โข ปน เม นิรามิโส ปพฺพตมตฺถเก วสนฺโต มยา อากาเส ฐตฺวา ทินฺนํ ปิณฺฑปาตมฺปิ อปริภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ อกาสิ, อิทานิ อามิสปณฺณาการํ กึ คณฺหิสฺสติ? ธมฺมปณฺณาการํ คเหตฺวา คมิสฺสามี’’ติ พฺรหฺมโลเก ฐิโตว รตนาวฬึ คนฺเถนฺโต วิย ปนฺนรส ปเญฺห วิภชิตฺวา ตํ ธมฺมปณฺณาการํ อาทาย อาคนฺตฺวา สหายสฺส อวิทูเร ฐตฺวา อตฺตโน สมณสญฺญาสมุทาจารวเสน ตํ อนภิวาเทตฺวาว, ‘‘ภิกฺขุ ภิกฺขู’’ติ อาลปิตฺวา อยํ วมฺมิโกติอาทิมาห. ตตฺถ ตุริตาลปนวเสน ภิกฺขุ ภิกฺขูติ อาเมฑิตํ เวทิตพฺพํ. ยถา วา เอกเนว ติลเกน นลาฏํ น โสภติ, ตํ ปริวาเรตฺวา อญฺเญสุปิ ทินฺเนสุ ผุลฺลิตมณฺฑิตํ วิย โสภติ, เอวํ เอเกเนว ปเทน วจนํ น โสภติ, ปริวาริกปเทน สทฺธึ ผุลฺลิตมณฺฑิตํ วิย โสภตีติ ตํ ปริวาริกปทวเสน วจนํ ผุลฺลิตมณฺฑิตํ วิย กโรนฺโตปิ เอวมาห.

อยํ วมฺมิโกติ ปุรโต ฐิโต วมฺมิโก นาม นตฺถิ, เทสนาวเสน ปน ปุรโต ฐิตํ ทสฺเสนฺโต วิย อยนฺติ อาห. ลงฺคินฺติ สตฺถํ อาทาย ขณนฺโต ปลิฆํ อทฺทส. อุกฺขิป ลงฺคึ อภิกฺขณ สุเมธาติ ตาต, ปณฺฑิต, ลงฺคี นาม รตฺตึ ธูมายติ ทิวา ปชฺชลติ. อุกฺขิเปต ปรํ ปรโต ขณาติ. เอวํ สพฺพปเทสุ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อุทฺธุมายิกนฺติ มณฺฑูกํ. จงฺกวารนฺติ ขารปริสฺสาวนํ. กุมฺมนฺติ กจฺฉปํ. อสิสูนนฺติ มํสจฺเฉทกํ อสิญฺเจว อธิกุฏฺฏนญฺจ. มํสเปสินฺติ นิสทโปตปฺปมาณํ อลฺลมํสปิณฺฑํ. นาคนฺติ สุมนปุปฺผกลาปสทิสํ มหาผณํ ติวิธโสวตฺถิกปริกฺขิตฺตํ อหินาคํ อทฺทส. มา นาคํ ฆฏฺเฏสีติ ทณฺฑกโกฏิยา วา วลฺลิโกฏิยา วา ปํสุจุณฺณํ วา ปน ขิปมาโน มา นาคํ ฆฏฺฏยิ. นโม กโรหิ นาคสฺสาติ อุปริวาตโต อปคมฺม สุทฺธวตฺถํ นิวาเสตฺวา นาคสฺส นมกฺการํ กโรหิ. นาเคน อธิสยิตํ ธนํ นาม ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ขาทโต น ขียติ, นาโค เต อธิสยิตํ ธนํ ทสฺสติ, ตสฺมา นโม กโรหิ นาคสฺสาติ. อิโต วา ปน สุตฺวาติ ยถา ทุกฺขกฺขนฺเธ อิโตติ สาสเน นิสฺสกํ, น ตถา อิธ. อิธ ปน เทวปุตฺเต นิสฺสกฺกํ, ตสฺมา อิโต วา ปนาติ มม วา ปน สนฺติกา สุตฺวาติ อยเมตฺถ อตฺโถ.

๒๕๑. จาตุมฺมหาภูติกสฺสาติ จตุมหาภูตมยสฺส. กายสฺเสตํ อธิวจนนฺติ สรีรสฺส นามํ. ยเถว หิ พาหิรโก วมฺมิโก, วมตีติ วนฺตโกติ วนฺตุสฺสโยติ วนฺตสิเนหสมฺพนฺโธติ จตูหิ การเณหิ วมฺมิโกติ วุจฺจติ. โส หิ อหิมงฺคุสอุนฺทูรฆรโคฬิกาทโย นานปฺปกาเร ปาณเก วมตีติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วนฺตโกติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วมิตฺวา มุขตุณฺฑเกน อุกฺขิตฺตปํสุจุณฺเณน กฏิปฺปมาเณนปิ โปริสปฺปมาเณนปิ อุสฺสิโตติ วมฺมิโก. อุปจิกาหิ วนฺตเขฬสิเนเหน อาพทฺธตาย สตฺตสตฺตาหํ เทเว วสฺสนฺเตปิ น วิปฺปกิริยติ, นิทาเฆปิ ตโต ปํสุมุฏฺฐึ คเหตฺวา ตสฺมึ มุฏฺฐินา ปีฬิยมาเน สิเนโห นิกฺขมติ, เอวํ วนฺตสิเนเหน สมฺพทฺโธติ วมฺมิโก. เอวมยํ กาโยปิ, ‘‘อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก’’ติอาทินา นเยน นานปฺปการกํ อสุจิกลิมลํ วมตีติ วมฺมิโก. พุทฺธปจฺเจกพุทฺธขีณาสวา อิมสฺมึ อตฺตภาเว นิกนฺติปริยาทาเนน อตฺตภาวํ ฉฑฺเฑตฺวา คตาติ อริเยหิ วนฺตโกติปิ วมฺมิโก. เยหิ จายํ ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ อุสฺสิโต นฺหารุสมฺพทฺโธ มํสาวเลปโน อลฺลจมฺมปริโยนทฺโธ ฉวิรญฺชิโต สตฺเต วญฺเจติ, ตํ สพฺพํ อริเยหิ วนฺตเมวาติ วนฺตุสฺสโยติปิ วมฺมิโก. ‘‘ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ, จิตฺตมสฺส วิธาวตี’’ติ (สํ. นิ. ๑.๕๕) เอวํ ตณฺหาย ชนิตตฺตา อริเยหิ วนฺเตเนว ตณฺหาสิเนเหน สมฺพทฺโธ อยนฺติ วนฺตสิเนเหน สมฺพทฺโธติปิ วมฺมิโก. ยถา จ วมฺมิกสฺส อนฺโต นานปฺปการา ปาณกา ตตฺเถว ชายนฺติ, อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺติ, คิลานา สยนฺติ, มตา ปตนฺติ. อิติ โส เตสํ สูติฆรํ วจฺจกุฏิ คิลานสาลา สุสานญฺจ โหติ. เอวํ ขตฺติยมหาสาลาทีนมฺปิ กาโย อยํ โคปิตรกฺขิโต มณฺฑิตปฺปสาธิโต มหานุภาวานํ กาโยติ อจินฺเตตฺวา ฉวินิสฺสิตา ปาณา จมฺมนิสฺสิตา ปาณา มํสนิสฺสิตา ปาณา นฺหารุนิสฺสิตา ปาณา อฏฺฐินิสฺสิตา ปาณา อฏฺฐิมิญฺชนิสฺสิตา ปาณาติ เอวํ กุลคณนาย อสีติมตฺตานิ กิมิกุลสหสฺสานิ อนฺโตกายสฺมึเยว ชายนฺติ, อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺติ, เคลญฺเญน อาตุริตานิ สยนฺติ, มตานิ ปตนฺติ, อิติ อยมฺปิ เตสํ ปาณานํ สูติฆรํ วจฺจกุฏิ คิลานสาลา สุสานญฺจ โหตีติ ‘‘วมฺมิโก’’ เตฺวว สงฺขํ คโต. เตนาห ภควา – ‘‘วมฺมิโกติ โข, ภิกฺขุ, อิมสฺส จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ.

มาตาเปตฺติกสมฺภวสฺสาติ มาติโต จ ปิติโต จ นิพฺพตฺเตน มาตาเปตฺติเกน สุกฺกโสณิเตน สมฺภูตสฺส. โอทนกุมฺมาสูปจยสฺสาติ โอทเนน เจว กุมฺมาเสน จ อุปจิตสฺส วฑฺฒิตสฺส. อนิจฺจุจฺฉาทนปริมทฺทนเภทนวิทฺธํสนธมฺมสฺสาติ เอตฺถ อยํ กาโย หุตฺวา อภาวฏฺเฐน อนิจฺจธมฺโม. ทุคฺคนฺธวิฆาตตฺถาย ตนุวิเลปเนน อุจฺฉาทนธมฺโม. องฺคปจฺจงฺคาพาธวิโนทนตฺถาย ขุทฺทกสมฺพาหเนน ปริมทฺทนธมฺโม. ทหรกาเล วา อูรูสุ สยาเปตฺวา คพฺภวาเสน ทุสฺสณฺฐิตานํ เตสํ เตสํ องฺคานํ สณฺฐานสมฺปาทนตฺถํ อญฺฉนปีฬนาทิวเสน ปริมทฺทนธมฺโม. เอวํ ปริหรโตปิ จ เภทนวิทฺธํสนธมฺโม ภิชฺชติ เจว วิกิรติ จ, เอวํ สภาโวติ อตฺโถ. ตตฺถ มาตาเปตฺติกสมฺภวโอทนกุมฺมาสูปจยอุจฺฉาทนปริมทฺทนปเทหิ สมุทโย กถิโต, อนิจฺจเภทวิทฺธํสนปเทหิ อตฺถงฺคโม. เอวํ สตฺตหิปิ ปเทหิ จาตุมหาภูติกสฺส กายสฺส อุจฺจาวจภาโว วฑฺฒิปริหานิ สมุทยตฺถงฺคโม กถิโตติ เวทิตพฺโพ.

ทิวา กมฺมนฺเตติ ทิวา กตฺตพฺพกมฺมนฺเต. ธูมายนาติ เอตฺถ อยํ ธูมสทฺโท โกเธ ตณฺหาย วิตกฺเก ปญฺจสุ กามคุเณสุ ธมฺมเทสนาย ปกติธูเมติ อิเมสุ อตฺเถสุ วตฺตติ. ‘‘โกโธ ธูโม ภสฺมนิโมสวชฺช’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๑๖๕) เอตฺถ หิ โกเธ วตฺตติ. ‘‘อิจฺฉาธูมายิตา สตฺตา’’ติ เอตฺถ ตณฺหาย. ‘‘เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควโต อวิทูเร ธูมายนฺโต นิสินฺโน โหตี’’ติ เอตฺถ วิตกฺเก.

‘‘ปงฺโก จ กามา ปลิโป จ กามา,

ภยญฺจ เมตํ ติมูลํ ปวุตฺตํ;

รโช จ ธูโม จ มยา ปกาสิตา;

หิตฺวา ตุวํ ปพฺพช พฺรหฺมทตฺตา’’ติ. (ชา. ๑.๖.๑๔) –

เอตฺถ ปญฺจกามคุเณสุ. ‘‘ธูมํ กตฺตา โหตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๔๙) เอตฺถ ธมฺมเทสนาย. ‘‘ธโช รถสฺส ปญฺญาณํ, ธูโม ปญฺญาณมคฺคิโน’’ติ (สํ. นิ. ๑.๗๒) เอตฺถ ปกติธูเม. อิธ ปนายํ วิตกฺเก อธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘อยํ รตฺตึ ธูมายนา’’ติ.

ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนนฺติ ตถาคโต หิ สตฺตนฺนํ ธมฺมานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ นาม. ยถาห – ‘‘สตฺตนฺนํ โข, ภิกฺขุ, ธมฺมานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ. กตเมสํ สตฺตนฺนํ? ราโค พาหิโต โหติ, โทโส… โมโห… มาโน… สกฺกายทิฏฺฐิ… วิจิกิจฺฉา… สีลพฺพตปรามาโส พาหิโต โหติ. อิเมสํ ภิกฺขุ สตฺตนฺนํ ธมฺมานํ พาหิตตฺตา พฺราหฺมโณ’’ติ (จูฬนิ. เมตฺตคูมาณวปุจฺฉานิทฺเทส ๒๘). สุเมโธติ สุนฺทรปญฺโญ. เสกฺขสฺสาติ เอตฺถ สิกฺขตีติ เสกฺโข. ยถาห – ‘‘สิกฺขตีติ โข, ภิกฺขุ, ตสฺมา เสกฺโขติ วุจฺจติ. กิญฺจ สิกฺขติ? อธิสีลมฺปิ สิกฺขติ, อธิจิตฺตมฺปิ สิกฺขติ, อธิปญฺญมฺปิ สิกฺขตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๘๖).

ปญฺญาย อธิวจนนฺติ โลกิยโลกุตฺตราย ปญฺญาย เอตํ อธิวจนํ, น อาวุธสตฺถสฺส. วีริยารมฺภสฺสาติ กายิกเจตสิกวีริยสฺส. ตํ ปญฺญาคติกเมว โหติ. โลกิยาย ปญฺญาย โลกิยํ, โลกุตฺตราย ปญฺญาย โลกุตฺตรํ. เอตฺถ ปนายํ อตฺถทีปนา –

เอโก กิร ชานปโท พฺราหฺมโณ ปาโตว มาณวเกหิ สทฺธึ คามโต นิกฺขมฺม ทิวสํ อรญฺเญ มนฺเต วาเจตฺวา สายํ คามํ อาคจฺฉติ. อนฺตรามคฺเค จ เอโก วมฺมิโก อตฺถิ. โส รตฺตึ ธูมายติ, ทิวา ปชฺชลติ. พฺราหฺมโณ อนฺเตวาสึ สุเมธํ มาณวํ อาห – ‘‘ตาต, อยํ วมฺมิโก รตฺตึ ธูมายติ, ทิวา ปชฺชลติ, วิการมสฺส ปสฺสิสฺสาม, ภินฺทิตฺวา นํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา ขิปาหี’’ติ. โส สาธูติ กุทาลํ คเหตฺวา สเมหิ ปาเทหิ ปถวิยํ ปติฏฺฐาย ตถา อกาสิ. ตตฺร อาจริยพฺราหฺมโณ วิย ภควา. สุเมธมาณวโก วิย เสกฺโข ภิกฺขุ. วมฺมิโก วิย กาโย. ‘‘ตาต, อยํ วมฺมิโก รตฺตึ ธูมายติ, ทิวา ปชฺชลติ, วิการมสฺส ปสฺสิสฺสาม, ภินฺทิตฺวา นํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา ขิปาหี’’ติ พฺราหฺมเณน วุตฺตกาโล วิย, ‘‘ภิกฺขุ จาตุมหาภูติกํ กายํ จตฺตาโร โกฏฺฐาเส กตฺวา ปริคฺคณฺหาหี’’ติ ภควตา วุตฺตกาโล. ตสฺส สาธูติ กุทาลํ คเหตฺวา ตถากรณํ วิย เสกฺขสฺส ภิกฺขุโน, ‘‘โย วีสติยา โกฏฺฐาเสสุ ถทฺธภาโว, อยํ ปถวีธาตุ. โย ทฺวาทสสุ โกฏฺฐาเสสุ อาพนฺธนภาโว, อยํ อาโปธาตุ. โย จตูสุ โกฏฺฐาเสสุ ปริปาจนภาโว, อยํ เตโชธาตุ. โย ฉสุ โกฏฺฐาเสสุ วิตฺถมฺภนภาโว, อยํ วาโยธาตู’’ติ เอวํ จตุธาตุววตฺถานวเสน กายปริคฺคโห เวทิตพฺโพ.

ลงฺคีติ โข, ภิกฺขูติ กสฺมา ภควา อวิชฺชํ ลงฺคีติ กตฺวา ทสฺเสสีติ? ยถา หิ นครสฺส ทฺวารํ ปิธาย ปลิเฆ โยชิเต มหาชนสฺส คมนํ ปจฺฉิชฺชติ, เย นครสฺส อนฺโต, เต อนฺโตเยว โหนฺติ. เย พหิ, เต พหิเยว. เอวเมว ยสฺส ญาณมุเข อวิชฺชาลงฺคี ปตติ, ตสฺส นิพฺพานสมฺปาปกํ ญาณคมนํ ปจฺฉิชฺชติ, ตสฺมา อวิชฺชํ ลงฺคีติ กตฺวา ทสฺเสสิ. ปชห อวิชฺชนฺติ เอตฺถ กมฺมฏฺฐานอุคฺคหปริปุจฺฉาวเสน อวิชฺชาปหานํ กถิตํ.

อุทฺธุมายิกาติ โข, ภิกฺขูติ เอตฺถ อุทฺธุมายิกมณฺฑูโก นาม โน มหนฺโต, นขปิฏฺฐิปฺปมาโณ โหติ, ปุราณปณฺณนฺตเร วา คจฺฉนฺตเร วา วลฺลิอนฺตเร วา วสติ. โส ทณฺฑโกฏิยา วา วลฺลิโกฏิยา วา ปํสุจุณฺณเกน วา ฆฏฺฏิโต อายมิตฺวา มหนฺโต ปริมณฺฑโล เพลุวปกฺกปฺปมาโณ หุตฺวา จตฺตาโร ปาเท อากาสคเต กตฺวา ปจฺฉินฺนคมโน หุตฺวา อมิตฺตวสํ ยาติ, กากกุลลาทิภตฺตเมว โหติ. เอวเมว อยํ โกโธ ปฐมํ อุปฺปชฺชนฺโต จิตฺตาวิลมตฺตโกว โหติ. ตสฺมึ ขเณ อนิคฺคหิโต วฑฺฒิตฺวา มุขวิกุลนํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต หนุสญฺโจปนํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต ผรุสวาจานิจฺฉารณํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต ทิสาวิโลกนํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต อากฑฺฒนปริกฑฺฒนํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต ปาณินา เลฑฺฑุทณฺฑสตฺถปรามสนํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต ทณฺฑสตฺถาภินิปาตํ ปาเปติ. ตทา อนิคฺคหิโต ปรฆาตนมฺปิ อตฺตฆาตนมฺปิ ปาเปติ. วุตฺตมฺปิ เหตํ – ‘‘ยโต อยํ โกโธ ปรํ ฆาเตตฺวา อตฺตานํ ฆาเตติ, เอตฺตาวตายํ โกโธ ปรมุสฺสทคโต โหติ ปรมเวปุลฺลปฺปตฺโต’’ติ. ตตฺถ ยถา อุทฺธุมายิกาย จตูสุ ปาเทสุ อากาสคเตสุ คมนํ ปจฺฉิชฺชติ, อุทฺธุมายิกา อมิตฺตวสํ คนฺตฺวา กากาทิภตฺตํ โหติ, เอวเมว โกธสมงฺคีปุคฺคโล กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ, อมิตฺตวสํ ยาติ, สพฺเพสํ มารานํ ยถากามกรณีโย โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘อุทฺธุมายิกาติ โข, ภิกฺขุ, โกธูปายาสสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. ตตฺถ พลวปฺปตฺโต โกโธว โกธูปายาโส. ปชห โกธูปายาสนฺติ เอตฺถ ปฏิสงฺขานปฺปหานํ กถิตํ.

ทฺวิธาปโถติ เอตฺถ, ยถา ปุริโส สธโน สโภโค กนฺตารทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน เทฺวธาปถํ ปตฺวา, ‘‘อิมินา นุ โข คนฺตพฺพํ, อิมินา คนฺตพฺพ’’นฺติ นิจฺเฉตุํ อสกฺโกนฺโต ตตฺเถว ติฏฺฐติ, อถ นํ โจรา อุฏฺฐหิตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ, เอวเมว โข มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺโน ภิกฺขุ พุทฺธาทีสุ กงฺขาย อุปฺปนฺนาย กมฺมฏฺฐานํ วฑฺเฒตุํ น สกฺโกติ, อถ นํ กิเลสมาราทโย สพฺเพ มารา อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ, อิติ วิจิกิจฺฉา เทฺวธาปถสมา โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘ทฺวิธาปโถติ โข, ภิกฺขุ, วิจิกิจฺฉาเยตํ อธิวจน’’นฺติ. ปชห วิจิกิจฺฉนฺติ เอตฺถ กมฺมฏฺฐานอุคฺคหปริปุจฺฉาวเสน วิจิกิจฺฉาปหานํ กถิตํ.

จงฺควารนฺติ เอตฺถ, ยถา รชเกหิ ขารปริสฺสาวนมฺหิ อุทเก ปกฺขิตฺเต เอโก อุทกฆโฏ เทฺวปิ ทสปิ วีสติปิ ฆฏสตมฺปิ ปคฺฆรติเยว, ปสฏมตฺตมฺปิ อุทกํ น ติฏฺฐติ, เอวเมว นีวรณสมงฺคิโน ปุคฺคลสฺส อพฺภนฺตเร กุสลธมฺโม น ติฏฺฐติ. เตนาห ภควา – ‘‘จงฺควารนฺติ โข, ภิกฺขุ, ปญฺจนฺเนตํ นีวรณานํ อธิวจน’’นฺติ. ปชห ปญฺจนีวรเณติ เอตฺถ วิกฺขมฺภนตทงฺควเสน นีวรณปฺปหานํ กถิตํ.

กุมฺโมติ เอตฺถ, ยถา กจฺฉปสฺส จตฺตาโร ปาทา สีสนฺติ ปญฺเจว องฺคานิ โหนฺติ, เอวเมว สพฺเพปิ สงฺขตา ธมฺมา คยฺหมานา ปญฺเจว ขนฺธา ภวนฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘กุมฺโมติ โข, ภิกฺขุ, ปญฺจนฺเนตํ อุปาทานกฺขนฺธานํ อธิวจน’’นฺติ. ปชห ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธติ เอตฺถ ปญฺจสุ ขนฺเธสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ กถิตํ.

อสิสูนาติ เอตฺถ, ยถา สูนาย อุปริ มํสํ ฐเปตฺวา อสินา โกฏฺเฏนฺติ, เอวมิเม สตฺตา วตฺถุกามตฺถาย กิเลสกาเมหิ ฆาตยมานา วตฺถุกามานํ อุปริ กตฺวา กิเลสกาเมหิ กนฺติตา โกฏฺฏิตา จ โหนฺติ. เตนาห ภควา – ‘‘อสิสูนาติ โข, ภิกฺขุ, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจน’’นฺติ. ปชห ปญฺจ กามคุเณติ เอตฺถ ปญฺจสุ กามคุเณสุ ฉนฺทราคปฺปหานํ กถิตํ.

มํสเปสีติ โข, ภิกฺขูติ เอตฺถ อยํ มํสเปสิ นาม พหุชนปตฺถิตา ขตฺติยาทโย มนุสฺสาปิ นํ ปตฺเถนฺติ กากาทโย ติรจฺฉานาปิ. อิเม หิ สตฺตา อวิชฺชาย สมฺมตฺตา นนฺทิราคํ อุปคมฺม วฏฺฏํ วฑฺเฒนฺติ. ยถา วา มํสเปสิ ฐปิตฐปิตฏฺฐาเน ลคฺคติ, เอวมิเม สตฺตา นนฺทิราคพทฺธา วฏฺเฏ ลคฺคนฺติ, ทุกฺขํ ปตฺวาปิ น อุกฺกณฺฐนฺติ, อิติ นนฺทิราโค มํสเปสิสทิโส โหติ. เตนาห ภควา – ‘‘มํสเปสีติ โข, ภิกฺขุ, นนฺทิราคสฺเสตํ อธิวจน’’นฺติ. ปชห นนฺทีราคนฺติ เอตฺถ จตุตฺถมคฺเคน นนฺทีราคปฺปหานํ กถิตํ.

นาโคติ โข, ภิกฺขุ, ขีณาสวสฺเสตํ ภิกฺขุโน อธิวจนนฺติ เอตฺถ เยนตฺเถน ขีณาสโว นาโคติ วุจฺจติ, โส อนงฺคณสุตฺเต (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๓) ปกาสิโต เอว. นโม กโรหิ นาคสฺสาติ ขีณาสวสฺส พุทฺธนาคสฺส, ‘‘พุทฺโธ โส ภควา โพธาย ธมฺมํ เทเสติ, ทนฺโต โส ภควา ทมถาย ธมฺมํ เทเสติ, สนฺโต โส ภควา สมถาย ธมฺมํ เทเสติ, ติณฺโณ โส ภควา ตรณาย ธมฺมํ เทเสติ, ปรินิพฺพุโต โส ภควา ปรินิพฺพานาย ธมฺมํ เทเสตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๖๑) เอวํ นมกฺการํ กโรหีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. อิติ อิทํ สุตฺตํ เถรสฺส กมฺมฏฺฐานํ อโหสิ. เถโรปิ อิทเมว สุตฺตํ กมฺมฏฺฐานํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺโต. อยเมตสฺส อตฺโถติ อยํ เอตสฺส ปญฺหสฺส อตฺโถ. อิติ ภควา รตนราสิมฺหิ มณิกูฏํ คณฺหนฺโต วิย ยถานุสนฺธินาว เทสนํ นิฏฺฐเปสีติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

วมฺมิกสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

๔. รถวินีตสุตฺตวณฺณนา

๒๕๒. เอวํ เม สุตนฺติ รถวินีตสุตฺตํ. ตตฺถ ราชคเหติ เอวํนามเก นคเร, ตญฺหิ มนฺธาตุมหาโควินฺทาทีหิ ปริคฺคหิตตฺตา ราชคหนฺติ วุจฺจติ. อญฺเญเปตฺถ ปกาเร วณฺณยนฺติ. กึ เตหิ? นามเมตํ ตสฺส นครสฺส. ตํ ปเนตํ พุทฺธกาเล จ จกฺกวตฺติกาเล จ นครํ โหติ, เสสกาเล สุญฺญํ โหติ ยกฺขปริคฺคหิตํ, เตสํ วสนฺตวนํ หุตฺวา ติฏฺฐติ. เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเปติ เวฬุวนนฺติ ตสฺส อุยฺยานสฺส นามํ, ตํ กิร เวฬูหิ ปริกฺขิตฺตํ อโหสิ อฏฺฐารสหตฺเถน จ ปากาเรน, โคปุรฏฺฏาลกยุตฺตํ นีโลภาสํ มโนรมํ, เตน เวฬุวนนฺติ วุจฺจติ. กลนฺทกานญฺเจตฺถ นิวาปํ อทํสุ, เตน กลนฺทกนิวาโปติ วุจฺจติ.

ปุพฺเพ กิร อญฺญตโร ราชา ตตฺถ อุยฺยานกีฬนตฺถํ อาคโต สุรามเทน มตฺโต ทิวาเสยฺยํ อุปคโต สุปิ. ปริชโนปิสฺส, ‘‘สุตฺโต ราชา’’ติ ปุปฺผผลาทีหิ ปโลภิยมาโน อิโต จิโต จ ปกฺกามิ, อถ สุราคนฺเธน อญฺญตรสฺมา สุสิรรุกฺขา กณฺหสปฺโป นิกฺขมิตฺวา รญฺญาภิมุโข อาคจฺฉติ. ตํ ทิสฺวา รุกฺขเทวตา, ‘‘รญฺโญ ชีวิตํ ทมฺมี’’ติ กาฬกเวเสน อาคนฺตฺวา กณฺณมูเล สทฺทมกาสิ. ราชา ปฏิพุชฺฌิ, กณฺหสปฺโป นิวตฺโต. โส ตํ ทิสฺวา, ‘‘อิมาย มม ชีวิตํ ทินฺน’’นฺติ กาฬกานํ ตตฺถ นิวาปํ ปฏฺฐเปสิ, อภยโฆสนญฺจ โฆสาเปสิ. ตสฺมา ตํ ตโต ปภุติ กลนฺทกนิวาปนฺติ สงฺขฺยํ คตํ. กลนฺทกาติ กาฬกานํ นามํ.

ชาติภูมิกาติ ชาติภูมิวาสิโน. ตตฺถ ชาติภูมีติ ชาตฏฺฐานํ. ตํ โข ปเนตํ เนว โกสลมหาราชาทีนํ น จงฺกีพฺราหมณาทีนํ น สกฺกสุยามสนฺตุสิตาทีนํ น อสีติมหาสาวกาทีนํ น อญฺเญสํ สตฺตานํ ชาตฏฺฐานํ ‘‘ชาติภูมี’’ติ วุจฺจติ. ยสฺส ปน ชาตทิวเส ทสสหสฺสิโลกธาตุ เอกทฺธชมาลาวิปฺปกิณฺณกุสุมวาสจุณฺณคนฺธสุคนฺธา สพฺพปาลิผุลฺลมิว นนฺทนวนํ วิโรจมานา ปทุมินิปณฺเณ อุทกพินฺทุ วิย อกมฺปิตฺถ, ชจฺจนฺธาทีนญฺจ รูปทสฺสนาทีนิ อเนกานิ ปาฏิหาริยานิ ปวตฺตึสุ, ตสฺส สพฺพญฺญุโพธิสตฺตสฺส ชาตฏฺฐานสากิยชนปโท กปิลวตฺถาหาโร, สา ‘‘ชาติภูมี’’ติ วุจฺจติ.

ธมฺมครุภาววณฺณนา

วสฺสํวุฏฺฐาติ เตมาสํ วสฺสํวุฏฺฐา ปวาริตปวารณา หุตฺวา. ภควา เอตทโวจาติ ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, ขมนีย’’นฺติอาทีหิ วจเนหิ อาคนฺตุกปฏิสนฺถารํ กตฺวา เอตํ, ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนมโวจ. เต กิร ภิกฺขุ, – ‘‘กจฺจิ, ภิกฺขเว, ขมนียํ กจฺจิ ยาปนียํ, กจฺจิตฺถ อปฺปกิลมเถน อทฺธานํ อาคตา, น จ ปิณฺฑเกน กิลมิตฺถ, กุโต จ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, อาคจฺฉถา’’ติ ปฏิสนฺถารวเสน ปุจฺฉิตา – ‘‘ภควา สากิยชนปเท กปิลวตฺถาหารโต ชาติภูมิโต อาคจฺฉามา’’ติ อาหํสุ. อถ ภควา เนว สุทฺโธทนมหาราชสฺส, น สกฺโกทนสฺส, น สุกฺโกทนสฺส, น โธโตทนสฺส, น อมิโตทนสฺส, น อมิตฺตาย เทวิยา, น มหาปชาปติยา, น สกลสฺส สากิยมณฺฑลสฺส อาโรคฺยํ ปุจฺฉิ. อถ โข อตฺตนา จ ทสกถาวตฺถุลาภึ ปรญฺจ ตตฺถ สมาทเปตารํ ปฏิปตฺติสมฺปนฺนํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉนฺโต อิทํ – ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิวจนํ อโวจ.

กสฺมา ปน ภควา สุทฺโธทนาทีนํ อาโรคฺยํ อปุจฺฉิตฺวา เอวรูปํ ภิกฺขุเมว ปุจฺฉติ? ปิยตาย. พุทฺธานญฺหิ ปฏิปนฺนกา ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย จ ปิยา โหนฺติ มนาปา. กึ การณา? ธมฺมครุตาย. ธมฺมครุโน หิ ตถาคตา, โส จ เนสํ ธมฺมครุภาโว, ‘‘ทุกฺขํ โข อคารโว วิหรติ, อปฺปติสฺโส’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๑) อิมินา อชปาลนิโคฺรธมูเล อุปฺปนฺนชฺฌาสเยน เวทิตพฺโพ. ธมฺมครุตาเยว หิ ภควา มหากสฺสปตฺเถรสฺส อภินิกฺขมนทิวเส ปจฺจุคฺคมนํ กโรนฺโต ติคาวุตํ มคฺคํ อคมาสิ. อติเรกติโยชนสตํ มคฺคํ คนฺตฺวา คงฺคาตีเร ธมฺมํ เทเสตฺวา มหากปฺปินํ สปริสํ อรหตฺเต ปติฏฺฐเปสิ. เอกสฺมึ ปจฺฉาภตฺเต ปญฺจจตฺตาลีสโยชนํ มคฺคํ คนฺตฺวา กุมฺภการสฺส นิเวสเน ติยามรตฺตึ ธมฺมกถํ กตฺวา ปุกฺกุสาติกุลปุตฺตํ อนาคามิผเล ปติฏฺฐเปสิ. วีสโยชนสตํ คนฺตฺวา วนวาสิสามเณรสฺส อนุคฺคหํ อกาสิ. สฏฺฐิโยชนมคฺคํ คนฺตฺวา ขทิรวนิยตฺเถรสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. อนุรุทฺธตฺเถโร ปาจีนวํสทาเย นิสินฺโน มหาปุริสวิตกฺกํ วิตกฺเกตีติ ญตฺวา ตตฺถ อากาเสน คนฺตฺวา เถรสฺส ปุรโต โอรุยฺห สาธุการมทาสิ. โกฏิกณฺณโสณตฺเถรสฺส เอกคนฺธกุฏิยํ เสนาสนํ ปญฺญปาเปตฺวา ปจฺจูสกาเล ธมฺมเทสนํ อชฺเฌสิตฺวา สรภญฺญปริโยสาเน สาธุการมทาสิ. ติคาวุตํ มคฺคํ คนฺตฺวา ติณฺณํ กุลปุตฺตานํ วสนฏฺฐาเน โคสิงฺคสาลวเน สามคฺคิรสานิสํสํ กเถสิ. กสฺสโปปิ ภควา – ‘‘อนาคามิผเล ปติฏฺฐิโต อริยสาวโก อย’’นฺติ วิสฺสาสํ อุปฺปาเทตฺวา ฆฏิการสฺส กุมฺภการสฺส นิเวสนํ คนฺตฺวา สหตฺถา อามิสํ คเหตฺวา ปริภุญฺชิ.

อมฺหากํเยว ภควา อุปกฏฺฐาย วสฺสูปนายิกาย เชตวนโต ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต จาริกํ นิกฺขมิ. โกสลมหาราชอนาถปิณฺฑิกาทโย นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึสุ. อนาถปิณฺฑิโก ฆรํ อาคนฺตฺวา โทมนสฺสปฺปตฺโต นิสีทิ. อถ นํ ปุณฺณา นาม ทาสี โทมนสฺสปฺปตฺโตสิ สามีติ อาห. ‘‘อาม เช, สตฺถารํ นิวตฺเตตุํ นาสกฺขึ, อถ เม อิมํ เตมาสํ ธมฺมํ วา โสตุํ, ยถาธิปฺปายํ วา ทานํ ทาตุํ น ลภิสฺสามี’’ติ จินฺตา อุปฺปนฺนาติ. อหมฺปิ สามิ สตฺถารํ นิวตฺเตสฺสามีติ. สเจ นิวตฺเตตุํ สกฺโกสิ, ภุชิสฺสาเยว ตฺวนฺติ. สา คนฺตฺวา ทสพลสฺส ปาทมูเล นิปชฺชิตฺวา ‘‘นิวตฺตถ ภควา’’ติ อาห. ปุณฺเณ ตฺวํ ปรปฏิพทฺธชีวิกา กึ เม กริสฺสสีติ. ภควา มยฺหํ เทยฺยธมฺโม นตฺถีติ ตุเมฺหปิ ชานาถ, ตุมฺหากํ นิวตฺตนปจฺจยา ปนาหํ ตีสุ สรเณสุ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐหิสฺสามีติ. ภควา สาธุ สาธุ ปุณฺเณติ สาธุการํ กตฺวา นิวตฺเตตฺวา เชตวนเมว ปวิฏฺโฐ. อยํ กถา ปากฏา อโหสิ. เสฏฺฐิ สุตฺวา ปุณฺณาย กิร ภควา นิวตฺติโตติ ตํ ภุชิสฺสํ กตฺวา ธีตุฏฺฐาเน ฐเปสิ. สา ปพฺพชฺชํ ยาจิตฺวา ปพฺพชิ, ปพฺพชิตฺวา วิปสฺสนํ อารภิ. อถสฺสา สตฺถา อารทฺธวิปสฺสกภาวํ ญตฺวา อิมํ โอภาสคาถํ วิสฺสชฺเชสิ –

‘‘ปุณฺเณ ปูเรสิ สทฺธมฺมํ, จนฺโท ปนฺนรโส ยถา;

ปริปุณฺณาย ปญฺญาย, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสสี’’ติ. (เถรีคา. ๓);

คาถาปริโยสาเน อรหตฺตํ ปตฺวา อภิญฺญาตา สาวิกา อโหสีติ. เอวํ ธมฺมครุโน ตถาคตา.

นนฺทกตฺเถเร อุปฏฺฐานสาลายํ ธมฺมํ เทเสนฺเตปิ ภควา อนหาโตว คนฺตฺวา ติยามรตฺตึ ฐิตโกว ธมฺมกถํ สุตฺวา เทสนาปริโยสาเน สาธุการมทาสิ. เถโร อาคนฺตฺวา วนฺทิตฺวา, ‘‘กาย เวลาย, ภนฺเต, อาคตตฺถา’’ติ ปุจฺฉิ. ตยา สุตฺตนฺเต อารทฺธมตฺเตติ. ทุกฺกรํ กริตฺถ, ภนฺเต, พุทฺธสุขุมาลา ตุเมฺหติ. สเจ ตฺวํ, นนฺท, กปฺปํ เทเสตุํ สกฺกุเณยฺยาสิ, กปฺปมตฺตมฺปาหํ ฐิตโกว สุเณยฺยนฺติ ภควา อโวจ. เอวํ ธมฺมครุโน ตถาคตา. เตสํ ธมฺมครุตาย ปฏิปนฺนกา ปิยา โหนฺติ, ตสฺมา ปฏิปนฺนเก ปุจฺฉิ. ปฏิปนฺนโก จ นาม อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย, ปรหิตาย ปฏิปนฺโน โน อตฺตหิตาย, โน อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน โน ปรหิตาย จ, อตฺตหิตาย จ ปฏิปนฺโน ปรหิตาย จาติ จตุพฺพิโธ โหติ.

ตตฺถ โย สยํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ ลาภี โหติ, ปรํ ตตฺถ น โอวทติ น อนุสาสติ อายสฺมา พากุโล วิย. อยํ อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน นาม โน ปรหิตาย ปฏิปนฺโน, เอวรูปํ ภิกฺขุํ ภควา น ปุจฺฉติ. กสฺมา? น มยฺหํ สาสนสฺส วฑฺฒิปกฺเข ฐิโตติ.

โย ปน ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อลาภี, ปรํ เตหิ โอวทติ เตน กตวตฺตสาทิยนตฺถํ อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต วิย, อยํ ปรหิตาย ปฏิปนฺโน นาม โน อตฺตหิตาย, เอวรูปมฺปิ น ปุจฺฉติ. กสฺมา? อสฺส ตณฺหา มหาปจฺฉิ วิย อปฺปหีนาติ.

โย อตฺตนาปิ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ อลาภี, ปรมฺปิ เตหิ น โอวทติ, ลาฬุทายี วิย, อยํ เนว อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโน น ปรหิตาย, เอวรูปมฺปิ น ปุจฺฉติ. กสฺมา? อสฺส อนฺโต กิเลสา ผรสุเฉชฺชา วิย มหนฺตาติ.

โย ปน สยํ ทสนฺนํ กถาวตฺถูนํ ลาภี, ปรมฺปิ เตหิ โอวทติ, อยํ อตฺตหิตาย เจว ปรหิตาย จ ปฏิปนฺโน นาม สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทโย อสีติมหาเถรา วิย, เอวรูปํ ภิกฺขุํ ปุจฺฉติ. กสฺมา? มยฺหํ สาสนสฺส วุฑฺฒิปกฺเข ฐิโตติ. อิธาปิ เอวรูปเมว ปุจฺฉนฺโต – ‘‘โก นุ โข, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห.

เอวํ ภควตา ปุฏฺฐานํ ปน เตสํ ภิกฺขูนํ ภควา อตฺตโน ชาติภูมิยํ อุภยหิตาย ปฏิปนฺนํ ทสกถาวตฺถุลาภึ ภิกฺขุํ ปุจฺฉติ, โก นุ โข ตตฺถ เอวรูโปติ น อญฺญมญฺญํ จินฺตนา วา สมนฺตนา วา อโหสิ. กสฺมา? อายสฺมา หิ มนฺตาณิปุตฺโต ตสฺมึ ชนปเท อากาสมชฺเฌ ฐิโต จนฺโท วิย สูริโย วิย จ ปากโฏ ปญฺญาโต. ตสฺมา เต ภิกฺขู เมฆสทฺทํ สุตฺวา เอกชฺฌํ สนฺนิปติตโมรฆฏา วิย ฆนสชฺฌายํ กาตุํ, อารทฺธภิกฺขู วิย จ อตฺตโน อาจริยํ ปุณฺณตฺเถรํ ภควโต อาโรเจนฺตา เถรสฺส จ คุณํ ภาสิตุํ อปฺปโหนฺเตหิ มุเขหิ เอกปฺปหาเรเนว ปุณฺโณ นาม, ภนฺเต, อายสฺมาติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ ปุณฺโณติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. มนฺตาณิยา ปน โส ปุตฺโต, ตสฺมา มนฺตาณิปุตฺโตติ วุจฺจติ. สมฺภาวิโตติ คุณสมฺภาวนาย สมฺภาวิโต.

อปฺปิจฺฉตาทิวณฺณนา

อปฺปิจฺโฉติ อิจฺฉาวิรหิโต นิอิจฺโฉ นิตฺตโณฺห. เอตฺถ หิ พฺยญฺชนํ สาวเสสํ วิย, อตฺโถ ปน นิรวเสโส. น หิ ตสฺส อนฺโต อณุมตฺตาปิ ปาปิกา อิจฺฉา นาม อตฺถิ. ขีณาสโว เหส สพฺพโส ปหีนตโณฺห. อปิเจตฺถ อตฺริจฺฉตา ปาปิจฺฉตา มหิจฺฉตา อปฺปิจฺฉตาติ อยํ เภโท เวทิตพฺโพ.

ตตฺถ สกลาเภ อติตฺตสฺส ปรลาเภ ปตฺถนา อตฺริจฺฉตา นาม. ตาย สมนฺนาคตสฺส เอกภาเชน ปกฺกปูโวปิ อตฺตโน ปตฺเต ปติโต น สุปกฺโก วิย ขุทฺทโก วิย จ ขายติ. เสฺวว ปรสฺส ปตฺเต ปกฺขิตฺโต สุปกฺโก วิย มหนฺโต วิย จ ขายติ. อสนฺตคุณสมฺภาวนตา ปน ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา ปาปิจฺฉตา นาม, สา, ‘‘อิเธกจฺโจ อสฺสทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตู’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล โกหญฺเญ ปติฏฺฐาติ. สนฺตคุณสมฺภาวนา ปน ปฏิคฺคหเณ จ อมตฺตญฺญุตา มหิจฺฉตา นาม. สาปิ, ‘‘อิเธกจฺโจ สทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉติ, สีลวา สมาโน สีลวาติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ (วิภ. ๘๕๑) อิมินา นเยน อาคตาเยว, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ทุสฺสนฺตปฺปโย โหติ, วิชาตมาตาปิสฺส จิตฺตํ คเหตุํ น สกฺโกติ. เตเนตํ วุจฺจติ –

‘‘อคฺคิกฺขนฺโธ สมุทฺโท จ, มหิจฺโฉ จาปิ ปุคฺคโล;

สกเฏน ปจฺจยํ เทตุ, ตโยเปเต อตปฺปยา’’ติ.

สนฺตคุณนิคูหนตา ปน ปฏิคฺคหเณ จ มตฺตญฺญุตา อปฺปิจฺฉตา นาม, ตาย สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อตฺตนิ วิชฺชมานมฺปิ คุณํ ปฏิจฺฉาเทตุกามตาย, ‘‘สทฺโธ สมาโน สทฺโธติ มํ ชโน ชานาตูติ น อิจฺฉติ. สีลวา, ปวิวิตฺโต, พหุสฺสุโต, อารทฺธวีริโย, สมาธิสมฺปนฺโน, ปญฺญวา, ขีณาสโว สมาโน ขีณาสโวติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ, เสยฺยถาปิ มชฺฌนฺติกตฺเถโร.

เถโร กิร มหาขีณาสโว อโหสิ, ปตฺตจีวรํ ปนสฺส ปาทมตฺตเมว อคฺฆติ, โส อโสกสฺส ธมฺมรญฺโญ วิหารมหทิวเส สงฺฆตฺเถโร อโหสิ. อถสฺส อติลูขภาวํ ทิสฺวา มนุสฺสา, ‘‘ภนฺเต, โถกํ พหิ โหถา’’ติ อาหํสุ. เถโร, ‘‘มาทิเส ขีณาสเว รญฺโญ สงฺคหํ อกโรนฺเต อญฺโญ โก กริสฺสตี’’ติ ปถวิยํ นิมุชฺชิตฺวา สงฺฆตฺเถรสฺส อุกฺขิตฺตปิณฺฑํ คณฺหนฺโตเยว อุมฺมุชฺชิ. เอวํ ขีณาสโว สมาโน, ‘‘ขีณาสโวติ มํ ชโน ชานาตู’’ติ น อิจฺฉติ. เอวํ อปฺปิจฺโฉ ปน ภิกฺขุ อนุปฺปนฺนํ ลาภํ อุปฺปาเทติ, อุปฺปนฺนํ ลาภํ ถาวรํ กโรติ, ทายกานํ จิตฺตํ อาราเธติ, ยถา ยถา หิ โส อตฺตโน อปฺปิจฺฉตาย อปฺปํ คณฺหาติ, ตถา ตถา ตสฺส วตฺเต ปสนฺนา มนุสฺสา พหู เทนฺติ.