๑๐. วิตกฺกสณฺฐานสุตฺตวณฺณนา

๒๑๖. เอวํ เม สุตนฺติ วิตกฺกสณฺฐานสุตฺตํ. ตตฺถ อธิจิตฺตมนุยุตฺเตนาติ ทสกุสลกมฺมปถวเสน อุปฺปนฺนํ จิตฺตํ จิตฺตเมว, วิปสฺสนาปาทกอฏฺฐสมาปตฺติจิตฺตํ ตโต จิตฺตโต อธิกํ จิตฺตนฺติ อธิจิตฺตํ. อนุยุตฺเตนาติ ตํ อธิจิตฺตํ อนุยุตฺเตน, ตตฺถ ยุตฺตปฺปยุตฺเตนาติ อตฺโถ.

ตตฺรายํ ภิกฺขุ ปุเรภตฺตํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต นิสีทนํ อาทาย อสุกสฺมึ รุกฺขมูเล วา วนสณฺเฑ วา ปพฺพตปาเท วา ปพฺภาเร วา สมณธมฺมํ กริสฺสามีติ นิกฺขมนฺโตปิ, ตตฺถ คนฺตฺวา หตฺเถหิ วา ปาเทหิ วา นิสชฺชฏฺฐานโต ติณปณฺณานิ อปเนนฺโตปิ อธิจิตฺตํ อนุยุตฺโตเยว. นิสีทิตฺวา ปน หตฺถปาเท โธวิตฺวา ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา วิหรนฺโตปิ อธิจิตฺตํ อนุยุตฺโตเยว.

นิมิตฺตานีติ การณานิ. กาเลน กาลนฺติ สมเย สมเย. น นุ จ กมฺมฏฺฐานํ นาม มุหุตฺตมฺปิ อฉฑฺเฑตฺวา นิรนฺตรํ มนสิกาตพฺพํ, กสฺมา ภควา ‘‘กาเลน กาล’’นฺติ อาหาติ. ปาฬิยญฺหิ อฏฺฐตึส กมฺมฏฺฐานานิ วิภตฺตานิ, เตสุ ภิกฺขุนา อตฺตโน จิตฺตรุจิตํ กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺเนน ยาว โกจิเทว อุปกฺกิเลโส นุปฺปชฺชติ, ตาว อิเมสํ นิมิตฺตานํ มนสิการกิจฺจํ นตฺถิ. ยทา ปน อุปฺปชฺชติ, ตทา อิมานิ คเหตฺวา จิตฺเต อุปฺปนฺนํ อพฺพุทํ นีหริตพฺพนฺติ ทสฺเสนฺโต เอวมาห.

ฉนฺทูปสํหิตาติ ฉนฺทสหคตา ราคสมฺปยุตฺตา. อิเมสํ ปน ติณฺณํ วิตกฺกานํ เขตฺตญฺจ อารมฺมณญฺจ ชานิตพฺพํ. ตตฺถ ฉนฺทูปสญฺหิตานํ อฏฺฐ โลภสหคตจิตฺตานิ เขตฺตํ, โทสูปสญฺหิตานํ เทฺว โทมนสฺสสหคตานิ, โมหูปสญฺหิตานํ ทฺวาทสปิ อกุสลจิตฺตานิ. วิจิกิจฺฉาอุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตจิตฺตานิ ปน เทฺว เอเตสํ ปาฏิปุคฺคลิกํ เขตฺตํ. สพฺเพสมฺปิ สตฺตา เจว สงฺขารา จ อารมฺมณํ, อิฏฺฐานิฏฺฐอสมเปกฺขิเตสุ หิ สตฺเตสุ จ สงฺขาเรสุ จ เต อุปฺปชฺชนฺติ. อญฺญมฺปิ นิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ กุสลูปสํหิตนฺติ ตโต นิมิตฺตโต อญฺญํ กุสลนิสฺสิตํ นิมิตฺตํ มนสิกาตพฺพํ. ตตฺถ อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม ฉนฺทูปสญฺหิเต วิตกฺเก สตฺเตสุ อุปฺปนฺเน อสุภภาวนา อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม. สงฺขาเรสุ อุปฺปนฺเน อนิจฺจมนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม. โทสูปสญฺหิเต สตฺเตสุ อุปฺปนฺเน เมตฺตาภาวนา อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม. สงฺขาเรสุ อุปฺปนฺเน ธาตุมนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม. โมหูปสญฺหิเต ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺเน ปญฺจธมฺมูปนิสฺสโย อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม.

อิมสฺส หตฺถา วา โสภนา ปาทา วาติอาทินา นเยน หิ สตฺเตสุ โลเภ อุปฺปนฺเน อสุภโต อุปสํหริตพฺพํ. กิมฺหิ สารตฺโตสิ? เกเสสุ สารตฺโตสิ. โลเมสุ…เป… มุตฺเตสุ สารตฺโตสิ. อยํ อตฺตภาโว นาม ตีหิ อฏฺฐิสเตหิ อุสฺสาปิโต, นวหิ นฺหารุสเตหิ อาพทฺโธ, นวหิ มํสเปสิสเตหิ อนุลิตฺโต, อลฺลจมฺเมน ปริโยนทฺโธ, ฉวิราเคน ปฏิจฺฉนฺโน, นวหิ วณมุเขหิ นวนวุติโลมกูปสหสฺเสหิ จ อสุจิ ปคฺฆรติ, กุณปปูริโต, ทุคฺคนฺโธ, เชคุจฺโฉ, ปฏิกูโล, ทฺวตฺตึสกุณปสญฺจโย, นตฺเถตฺถ สารํ วา วรํ วาติ เอวํ อสุภโต อุปสํหรนฺตสฺส สตฺเตสุ อุปฺปนฺโน โลโภ ปหียติ, เตนสฺส อสุภโต อุปสํหรณํ อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ.

ปตฺตจีวราทีสุ สงฺขาเรสุ โลเภ อุปฺปนฺเน ทฺวีหากาเรหิ สงฺขารมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐาเปตีติ สติปฏฺฐานวณฺณนายํ วุตฺตนเยน อสฺสามิกตาวกาลิกภาววเสน มนสิกโรโต โส ปหียติ. เตนสฺส อนิจฺจโต มนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ. สตฺเตสุ โทเส อุปฺปนฺเน ปน อาฆาตวินยกกโจปโมวาทาทีนํ วเสน เมตฺตา ภาเวตพฺพา, ตํ ภาวยโต โทโส ปหียติ, เตนสฺส เมตฺตาภาวนา อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ. ขาณุกณฺฏกติณปณฺณาทีสุ ปน โทเส อุปฺปนฺเน ตฺวํ กสฺส กุปฺปสิ, กึ ปถวีธาตุยา, อุทาหุ อาโปธาตุยา, โก วา ปนายํ กุปฺปติ นาม, กึ ปถวีธาตุ อุทาหุ อาโปธาตูติอาทินา นเยน ธาตุมนสิการํ กโรนฺตสฺส โทโส ปหียติ. เตนสฺส ธาตุมนสิกาโร อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ.

โมเห ปน ยตฺถ กตฺถจิ อุปฺปนฺเน –

‘‘ครูสํวาโส อุทฺเทโส, อุทฺทิฏฺฐปริปุจฺฉนํ;

กาเลน ธมฺมสฺสวนํ, ฐานาฏฺฐานวินิจฺฉโย;

ปญฺจ ธมฺมูปนิสฺสาย, โมหธาตุ ปหียตี’’ติ. –

อิเม ปญฺจ ธมฺมา อุปนิสฺสิตพฺพา. ครุํ อุปนิสฺสาย วิหรนฺโต หิ ภิกฺขุ – ‘‘อาจริโย คามปฺปเวสนํ อนาปุจฺฉนฺตสฺส ปตฺตกาเล วตฺตํ อกโรนฺตสฺส ฆฏสตอุทกาหรณาทิทณฺฑกมฺมํ กโรตี’’ติ ยตฺตปฺปฏิยตฺโต โหติ, อถสฺส โมโห ปหียติ. อุทฺเทสํ คณฺหนฺโตปิ – ‘‘อาจริโย อุทฺเทสกาเล อุทฺเทสํ อคฺคณฺหนฺตสฺส อสาธุกํ สชฺฌายนฺตสฺส จ ทณฺฑกมฺมํ กโรตี’’ติ ยตฺตปฺปฏิยตฺโต โหติ, เอวมฺปิสฺส โมโห ปหียติ. ครุภาวนีเย ภิกฺขู อุปสํกมิตฺวา ‘‘อิทํ ภนฺเต กถํ อิมสฺส โก อตฺโถ’’ติ ปริปุจฺฉนฺโต กํขํ วิโนเทติ, เอวมฺปิสฺส โมโห ปหียติ. กาเลน ธมฺมสวนฏฺฐานํ คนฺตฺวา สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺตสฺสาปิ เตสุ เตสุ ฐาเนสุ อตฺโถ ปากโฏ โหติ. เอวมฺปิสฺส โมโห ปหียติ. อิทมสฺส การณํ, อิทํ น การณนฺติ ฐานาฏฺฐานวินิจฺฉเย เฉโก โหติ, เอวมฺปิสฺส โมโห ปหียติ. เตนสฺส ปญฺจธมฺมูปนิสฺสโย อญฺญํ นิมิตฺตํ นาม โหติ.

อปิจ อฏฺฐตึสาย อารมฺมเณสุ ยํกิญฺจิ ภาเวนฺตสฺสาปิ อิเม วิตกฺกา ปหียนฺติ เอว. อิมานิ ปน นิมิตฺตานิ อุชุวิปจฺจนีกานิ ปฏิปกฺขภูตานิ. อิเมหิ ปหีนา ราคาทโย สุปฺปหีนา โหนฺติ. ยถา หิ อคฺคึ อลฺลกฏฺเฐหิปิ ปํสูหิปิ สาขาทีหิปิ โปเถตฺวา นิพฺพาเปนฺติเยว, อุทกํ ปน อคฺคิสฺส อุชุวิปจฺจนีกํ, เตน นิพฺพุโต สุนิพฺพุโต โหติ, เอวมิเมหิ นิมิตฺเตหิ ปหีนา ราคาทโย สุปฺปหีนา โหนฺติ. ตสฺมา เอตานิ กถิตานีติ เวทิตพฺพานิ.

กุสลูปสํหิตนฺติ กุสลนิสฺสิตํ กุสลสฺส ปจฺจยภูตํ. อชฺฌตฺตเมวาติ โคจรชฺฌตฺตํเยว. ปลคณฺโฑติ วฑฺฒกี. สุขุมาย อาณิยาติ ยํ อาณึ นีหริตุกาโม โหติ, ตโต สุขุมตราย สารทารุอาณิยา. โอฬาริกํ อาณินฺติ จนฺทผลเก วา สารผลเก วา อาโกฏิตํ วิสมาณึ. อภินิหเนยฺยาติ มุคฺคเรน อาโกเฏนฺโต หเนยฺย. อภินีหเรยฺยาติ เอวํ อภินิหนนฺโต ผลกโต นีหเรยฺย. อภินิวเสยฺยาติ อิทานิ พหุ นิกฺขนฺตาติ ญตฺวา หตฺเถน จาเลตฺวา นิกฺกฑฺเฒยฺย. ตตฺถ ผลกํ วิย จิตฺตํ, ผลเก วิสมาณี วิย อกุสลวิตกฺกา, สุขุมาณี วิย อญฺญํ อสุภภาวนาทิกุสลนิมิตฺตํ, สุขุมาณิยา โอฬาริกาณินีหรณํ วิย อสุภภาวนาทีหิ กุสลนิมิตฺเตหิ เตสํ วิตกฺกานํ นีหรณํ.

๒๑๗. อหิกุณเปนาติอาทิ อติเชคุจฺฉปฏิกูลกุณปทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. กณฺเฐ อาสตฺเตนาติ เกนจิเทว ปจฺจตฺถิเกน อาเนตฺวา กณฺเฐ พทฺเธน ปฏิมุกฺเกน. อฏฺฏิเยยฺยาติ อฏฺโฏ ทุกฺขิโต ภเวยฺย. หราเยยฺยาติ ลชฺเชยฺย. ชิคุจฺเฉยฺยาติ สญฺชาตชิคุจฺโฉ ภเวยฺย.

ปหียนฺตีติ เอวํ อิมินาปิ การเณน เอเต อกุสลา ธมฺมา สาวชฺชา ทุกฺขวิปากาติ อตฺตโน ปญฺญาพเลน อุปปริกฺขโต อหิกุณปาทีนิ วิย ชิคุจฺฉนฺตสฺส ปหียนฺติ. โย ปน อตฺตโน ปญฺญาพเลน อุปปริกฺขิตุํ น สกฺโกติ, เตน อาจริยํ วา อุปชฺฌายํ วา อญฺญตรํ วา ครุฏฺฐานิยํ สพฺรหฺมจารึ สงฺฆตฺเถรํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ฆณฺฑึ ปหริตฺวา ภิกฺขุสงฺฆเมว วา สนฺนิปาเตตฺวา อาโรเจตพฺพํ, พหุนญฺหิ สนฺนิปาเต ภวิสฺสเตว เอโก ปณฺฑิตมนุสฺโส, สฺวายํ เอวํ เอเตสุ อาทีนโว ทฏฺฐพฺโพติ กเถสฺสติ, กายวิจฺฉินฺทนียกถาทีหิ วา ปน เต วิตกฺเก นิคฺคณฺหิสฺสตีติ.

๒๑๘. อสติอมนสิกาโร อาปชฺชิตพฺโพติ เนว โส วิตกฺโก สริตพฺโพ น มนสิกาตพฺโพ, อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. ยถา หิ รูปํ อปสฺสิตุกาโม ปุริโส อกฺขีนิ นิมีเลยฺย, เอวเมว มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสินฺเนน ภิกฺขุนา จิตฺตมฺหิ วิตกฺเก อุปฺปนฺเน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. เอวมสฺส โส วิตกฺโก ปหียติ, ตสฺมึ ปหีเน ปุน กมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสีทิตพฺพํ.

สเจ น ปหียติ, อุคฺคหิโต ธมฺมกถาปพนฺโธ โหติ, โส มหาสทฺเทน สชฺฌายิตพฺโพ. เอวมฺปิ เจ อญฺญวิหิตกสฺส สโต โส น ปหียติ. ถวิกาย มุฏฺฐิโปตฺถโก โหติ, ยตฺถ จ พุทฺธวณฺณาปิ ธมฺมวณฺณาปิ ลิขิตา โหนฺติ, ตํ นีหริตฺวา วาเจนฺเตน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. เอวมฺปิ เจ น ปหียติ, ถวิกโต อรณิสหิตานิ นีหริตฺวา ‘‘อยํ อุตฺตรารณี อยํ อธรารณี’’ติ อาวชฺเชนฺเตน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. เอวมฺปิ เจ น ปหียติ, สิปาฏิกํ นีหริตฺวา ‘‘อิทํ อารกณฺฏกํ นาม, อยํ ปิปฺผลโก นาม, อิทํ นขจฺเฉทนํ นาม, อยํ สูจิ นามา’’ติ ปริกฺขารํ สมนฺนาเนนฺเตน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. เอวมฺปิ เจ น ปหียติ, สูจึ คเหตฺวา จีวเร ชิณฺณฏฺฐานํ สิพฺพนฺเตน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. เอวํ ยาว น ปหียติ, ตาว ตํ ตํ กุสลกมฺมํ กโรนฺเตน อญฺญวิหิตเกน ภวิตพฺพํ. ปหีเน ปุน มูลกมฺมฏฺฐานํ คเหตฺวา นิสีทิตพฺพํ, นวกมฺมํ ปน น ปฏฺฐเปตพฺพํ. กสฺมา? วิตกฺเก ปจฺฉินฺเน กมฺมฏฺฐานมนสิการสฺส โอกาโส น โหติ.

โปราณกปณฺฑิตา ปน นวกมฺมํ กตฺวาปิ วิตกฺกํ ปจฺฉินฺทึสุ. ตตฺริทํ วตฺถุ – ติสฺสสามเณรสฺส กิร อุปชฺฌาโย ติสฺสมหาวิหาเร วสติ. ติสฺสสามเณโร ‘‘ภนฺเต อุกฺกณฺฐิโตมฺหี’’ติ อาห. อถ นํ เถโร ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร นฺหานอุทกํ ทุลฺลภํ, มํ คเหตฺวา จิตฺตลปพฺพตํ คจฺฉาหี’’ติ อาห. โส ตถา อกาสิ. ตตฺถ นํ เถโร อาห ‘‘อยํ วิหาโร อจฺจนฺตสงฺฆิโก, เอกํ ปุคฺคลิกฏฺฐานํ กโรหี’’ติ. โส สาธุ ภนฺเตติ อาทิโต ปฏฺฐาย สํยุตฺตนิกายํ ปพฺภารโสธนํ เตโชธาตุกสิณปริกมฺมนฺติ ตีณีปิ เอกโต อารภิตฺวา กมฺมฏฺฐานํ อปฺปนํ ปาเปสิ, สํยุตฺตนิกายํ ปริโยสาเปสิ, เลณกมฺมํ นิฏฺฐาเปสิ, สพฺพํ กตฺวา อุปชฺฌายสฺส สญฺญํ อทาสิ. อุปชฺฌาโย ‘‘ทุกฺเขน เต สามเณร กตํ, อชฺช ตาว ตฺวํเยว วสาหี’’ติ อาห. โส ตํ รตฺตึ เลเณ วสนฺโต อุตุสปฺปายํ ลภิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺวา ตตฺเถว ปรินิพฺพายิ. ตสฺส ธาตุโย คเหตฺวา เจติยํ อกํสุ. อชฺชาปิ ติสฺสตฺเถรเจติยนฺติ ปญฺญายติ. อิทํ ปพฺพํ อสติปพฺพํ นาม.

๒๑๙. อิมสฺมึ ฐตฺวา วิตกฺเก นิคฺคณฺหิตุํ อสกฺโกนฺโต อิธ ฐตฺวา นิคฺคณฺหิสฺสตีติ วิตกฺกมูลเภทํ ปพฺพํ ทสฺเสนฺโต ปุน ตสฺส เจ ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ วิตกฺกสงฺขารสณฺฐานํ มนสิกาตพฺพนฺติ สงฺขโรตีติ สงฺขาโร, ปจฺจโย, การณํ มูลนฺติ อตฺโถ. สนฺติฏฺฐติ เอตฺถาติ สณฺฐานํ, วิตกฺกสงฺขารสฺส สณฺฐานํ วิตกฺกสงฺขารสณฺฐานํ, ตํ มนสิกาตพฺพนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ, อยํ วิตกฺโก กึ เหตุ กึ ปจฺจยา กึ การณา อุปฺปนฺโนติ วิตกฺกานํ มูลญฺจ มูลมูลญฺจ มนสิกาตพฺพนฺติ. กึ นุ โข อหํ สีฆํ คจฺฉามีติ เกน นุ โข การเณน อหํ สีฆํ คจฺฉามิ? ยํนูนาหํ สณิกํ คจฺเฉยฺยนฺติ กึ เม อิมินา สีฆคมเนน, สณิกํ คจฺฉิสฺสามีติ จินฺเตสิ. โส สณิกํ คจฺเฉยฺยาติ โส เอวํ จินฺเตตฺวา สณิกํ คจฺเฉยฺย. เอส นโย สพฺพตฺถ.

ตตฺถ ตสฺส ปุริสสฺส สีฆคมนกาโล วิย อิมสฺส ภิกฺขุโน วิตกฺกสมารุฬฺหกาโล. ตสฺส สณิกคมนกาโล วิย อิมสฺส วิตกฺกจารปจฺเฉทนกาโล. ตสฺส ฐิตกาโล วิย อิมสฺส วิตกฺกจาเร ปจฺฉินฺเน มูลกมฺมฏฺฐานํ จิตฺโตตรณกาโล. ตสฺส นิสินฺนกาโล วิย อิมสฺส วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตปฺปตฺตกาโล. ตสฺส นิปนฺนกาโล วิย อิมสฺส นิพฺพานารมฺมณาย ผลสมาปตฺติยา ทิวสํ วีติวตฺตนกาโล. ตตฺถ อิเม วิตกฺกา กึ เหตุกา กึ ปจฺจยาติ วิตกฺกานํ มูลมูลํ คจฺฉนฺตสฺส วิตกฺกจาโร สิถิโล โหติ. ตสฺมึ สิถิลีภูเต มตฺถกํ คจฺฉนฺเต วิตกฺกา สพฺพโส นิรุชฺฌนฺติ. อยมตฺโถ ทุทฺทุภชาตเกนปิ ทีเปตพฺโพ –

สสกสฺส กิร เพลุวรุกฺขมูเล นิทฺทายนฺตสฺส เพลุวปกฺกํ วณฺฏโต ฉิชฺชิตฺวา กณฺณมูเล ปติตํ. โส ตสฺส สทฺเทน ‘‘ปถวี ภิชฺชตี’’ติ สญฺญาย อุฏฺฐหิตฺวา เวเคน ปลายิ. ตํ ทิสฺวา ปุรโต อญฺเญปิ จตุปฺปทา ปลายึสุ. ตทา โพธิสตฺโต สีโห โหติ. โส จินฺเตสิ – ‘‘อยํ ปถวี นาม กปฺปวินาเส ภิชฺชติ, อนฺตรา ปถวีเภโท นาม นตฺถิ, ยํนูนาหํ มูลมูลํ คนฺตฺวา อนุวิชฺเชยฺย’’นฺติ. โส หตฺถินาคโต ปฏฺฐาย ยาว สสกํ ปุจฺฉิ ‘‘ตยา, ตาต, ปถวี ภิชฺชมานา ทิฏฺฐา’’ติ. สโส ‘‘อาม เทวา’’ติ อาห. สีโห ‘‘เอหิ, โภ, ทสฺเสหี’’ติ. สโส ‘‘น สกฺโกมิ สามี’’ติ. ‘‘เอหิ, เร, มา ภายี’’ติ สณฺหมุทุเกน คเหตฺวา คโต สโส รุกฺขสฺส อวิทูเร ฐตฺวา –

‘‘ทุทฺทุภายติ ภทฺทนฺเต, ยสฺมึ เทเส วสามหํ;

อหมฺเปตํ น ชานามิ, กิเมตํ ทุทฺทุภายตี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๘๕) –

คาถมาห. โพธิสตฺโต ‘‘ตฺวํ เอตฺเถว ติฏฺฐา’’ติ รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา สสกสฺส นิปนฺนฏฺฐานํ อทฺทส, เพลุวปกฺกํ อทฺทส, อุทฺธํ โอเลเกตฺวา วณฺฏํ อทฺทส, ทิสฺวา ‘‘อยํ สโส เอตฺถ นิปนฺโน, นิทฺทายมาโน อิมสฺส กณฺณมูเล ปติตสฺส สทฺเทน ‘ปถวี ภิชฺชตี’ติ เอวํสญฺญี หุตฺวา ปลายี’’ติ ญตฺวา ตํ การณํ สสํ ปุจฺฉิ. สโส ‘‘อาม, เทวา’’ติ อาห. โพธิสตฺโต อิมํ คาถมาห –

‘‘เพลุว ปติตํ สุตฺวา, ทุทฺทุภนฺติ สโส ชวิ;

สสสฺส วจนํ สุตฺวา, สนฺตตฺตา มิควาหินี’’ติ. (ชา. ๑.๔.๘๖);

ตโต โพธิสตฺโต ‘‘มา ภายถา’’ติ มิคคเณ อสฺสาเสสิ. เอวํ วิตกฺกานํ มูลมูลํ คจฺฉนฺตสฺส วิตกฺกา ปหียนฺติ.

๒๒๐. อิมสฺมึ วิตกฺกมูลเภทปพฺเพ ฐตฺวา วิตกฺเก นิคฺคณฺหิตุํ อสกฺโกนฺเตน ปน เอวํ นิคฺคณฺหิตพฺพาติ อปรมฺปิ การณํ ทสฺเสนฺโต ปุน ตสฺส เจ, ภิกฺขเวติอาทิมาห.

ทนฺเตภิทนฺตมาธายาติ เหฏฺฐาทนฺเต อุปริทนฺตํ ฐเปตฺวา. เจตสา จิตฺตนฺติ กุสลจิตฺเตน อกุสลจิตฺตํ อภินิคฺคณฺหิตพฺพํ. พลวา ปุริโสติ ยถา ถามสมฺปนฺโน มหาพโล ปุริโส ทุพฺพลํ ปุริสํ สีเส วา คเล วา ขนฺเธ วา คเหตฺวา อภินิคฺคเณฺหยฺย อภินิปฺปีเฬยฺย อภิสนฺตาเปยฺย สนฺตตฺตํ กิลนฺตํ มุจฺฉาปเรตํ วิย กเรยฺย, เอวเมว ภิกฺขุนา วิตกฺเกหิ สทฺธึ ปฏิมลฺเลน หุตฺวา ‘‘เก จ ตุเมฺห โก จาห’’นฺติ อภิภวิตฺวา – ‘‘กามํ ตโจ จ นฺหารุ จ อฏฺฐิ จ อวสิสฺสตุ สรีเร อุปสุสฺสตุ มํสโลหิต’’นฺติ (อ. นิ. ๒.๕) เอวํ มหาวีริยํ ปคฺคยฺห วิตกฺกา นิคฺคณฺหิตพฺพาติ ทสฺเสนฺโต อิม อตฺถทีปิกํ อุปมํ อาหริ.

๒๒๑. ยโต โข, ภิกฺขเวติ อิทํ ปริยาทานภาชนิยํ นาม, ตํ อุตฺตานตฺถเมว. ยถา ปน สตฺถาจริโย ติโรรฏฺฐา อาคตํ ราชปุตฺตํ ปญฺจาวุธสิปฺปํ อุคฺคณฺหาเปตฺวา ‘‘คจฺฉ, อตฺตโน รฏฺเฐ รชฺชํ คณฺห. สเจ เต อนฺตรามคฺเค โจรา อุฏฺฐหนฺติ, ธนุนา กมฺมํ กตฺวา คจฺฉ. สเจ เต ธนุ นสฺสติ วา ภิชฺชติ วา สตฺติยา อสินา’’ติ เอวํ ปญฺจหิปิ อาวุเธหิ กตฺตพฺพํ ทสฺเสตฺวา อุยฺโยเชติ. โส ตถา กตฺวา สกรฏฺฐํ คนฺตฺวา รชฺชํ คเหตฺวา รชฺชสิรึ อนุโภติ. เอวเมวํ ภควา อธิจิตฺตมนุยุตฺตํ ภิกฺขุํ อรหตฺตคหณตฺถาย อุยฺโยเชนฺโต – ‘‘สจสฺส อนฺตรา อกุสลวิตกฺกา อุปฺปชฺชนฺติ, อญฺญนิมิตฺตปพฺเพ ฐตฺวา เต นิคฺคณฺหิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสติ. ตตฺถ อสกฺโกนฺโต อาทีนวปพฺเพ ฐตฺวา, ตตฺราปิ อสกฺโกนฺโต อสติปพฺเพ ฐตฺวา, ตตฺราปิ อสกฺโกนฺโต วิตกฺกมูลเภทปพฺเพ ฐตฺวา, ตตฺราปิ อสกฺโกนฺโต อภินิคฺคณฺหนปพฺเพ ฐตฺวา วิตกฺเก นิคฺคณฺหิตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปาปุณิสฺสตี’’ติ อิมานิ ปญฺจ ปพฺพานิ เทเสสิ.

วสี วิตกฺกปริยายปเถสูติ วิตกฺกจารปเถสุ จิณฺณวสี ปคุณวสีติ วุจฺจติ. ยํ วิตกฺกํ อากงฺขิสฺสตีติ อิทํ อสฺส วสีภาวาการทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. อยญฺหิ ปุพฺเพ ยํ วิตกฺกํ วิตกฺเกตุกาโม โหติ, ตํ น วิตกฺเกติ. ยํ น วิตกฺเกตุกาโม โหติ, ตํ วิตกฺเกติ. อิทานิ ปน วสีภูตตฺตา ยํ วิตกฺกํ วิตกฺเกตุกาโม โหติ, ตํเยว วิตกฺเกติ. ยํ น วิตกฺเกตุกาโม, น ตํ วิตกฺเกติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ยํ วิตกฺกํ อากงฺขิสฺสติ, ตํ วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสติ. ยํ วิตกฺกํ นากงฺขิสฺสติ, น ตํ วิตกฺกํ วิตกฺเขสฺสตี’’ติ. อจฺเฉจฺฉิ ตณฺหนฺติอาทิ สพฺพาสวสุตฺเต วุตฺตเมวาติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

วิตกฺกสณฺฐานสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

ทุติยวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มูลปณฺณาสฏฺฐกถาย ปฐโม ภาโค นิฏฺฐิโต.