๒. สีหนาทวคฺโค
๑. จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนา
๑๓๙. เอวํ เม สุตนฺติ จูฬสีหนาทสุตฺตํ. ยสฺมา ปนสฺส อตฺถุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตฺวา จสฺส อนุปุพฺพปทวณฺณนํ กริสฺสาม. กตราย ปนิทํ อตฺถุปฺปตฺติยา นิกฺขิตฺตนฺติ? ลาภสกฺการปจฺจยา ติตฺถิยปริเทวิเต. ภควโต กิร ธมฺมทายาทสุตฺเต วุตฺตนเยน มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. จตุปฺปมาณิโก หิ อยํ โลกสนฺนิวาโส, รูปปฺปมาโณ รูปปฺปสนฺโน, โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน, ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน, ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโนติ อิเมสํ ปุคฺคลานํ วเสน จตุธา ฐิโต.
เตสํ อิทํ นานากรณํ – กตโม จ ปุคฺคโล รูปปฺปมาโณ รูปปฺปสนฺโน? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาโรหํ วา ปสฺสิตฺวา ปริณาหํ วา ปสฺสิตฺวา สณฺฐานํ วา ปสฺสิตฺวา ปาริปูรึ วา ปสฺสิตฺวา ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวา ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล รูปปฺปมาโณ รูปปฺปสนฺโน.
กตโม จ ปุคฺคโล โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปรวณฺณนาย ปรโถมนาย ปรปสํสนาย ปรวณฺณหาริกาย, ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวา ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล โฆสปฺปมาโณ โฆสปฺปสนฺโน.
กตโม จ ปุคฺคโล ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล จีวรลูขํ วา ปสฺสิตฺวา ปตฺตลูขํ วา ปสฺสิตฺวา, เสนาสนลูขํ วา ปสฺสิตฺวา วิวิธํ วา ทุกฺกรการิกํ ปสฺสิตฺวา ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวา ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ลูขปฺปมาโณ ลูขปฺปสนฺโน.
กตโม จ ปุคฺคโล ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโน? อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สีลํ วา ปสฺสิตฺวา สมาธึ วา ปสฺสิตฺวา ปญฺญํ วา ปสฺสิตฺวา ตตฺถ ปมาณํ คเหตฺวา ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ธมฺมปฺปมาโณ ธมฺมปฺปสนฺโนติ.
อิเมสุ จตูสุ ปุคฺคเลสุ รูปปฺปมาโณปิ ภควโต อาโรหปริณาหสณฺฐานปาริปูริวณฺณโปกฺขรตํ, อสีติอนุพฺยญฺชนปฺปฏิมณฺฑิตตฺตา นานารตนวิจิตฺตมิว สุวณฺณมหาปฏํ, ทฺวตฺตึสมหาปุริสลกฺขณสมากิณฺณตาย ตาราคณสมุชฺชลํ วิย คคนตลํ สพฺพผาลิผุลฺลํ วิย จ โยชนสตุพฺเพธํ ปาริจฺฉตฺตกํ อฏฺฐารสรตนุพฺเพธํ พฺยามปฺปภาปริกฺเขปํ สสฺสิริกํ อโนปมสรีรํ ทิสฺวา สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ.
โฆสปฺปมาโณปิ, ภควตา กปฺปสตสหสฺสาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ทส ปารมิโย ทส อุปปารมิโย ทส ปรมตฺถปารมิโย ปูริตา องฺคปริจฺจาโค ปุตฺตทารปริจฺจาโค, รชฺชปริจฺจาโค อตฺตปริจฺจาโค นยนปริจฺจาโค จ กโตติอาทินา นเยน ปวตฺตํ โฆสํ สุตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ.
ลูขปฺปมาโณปิ ภควโต จีวรลูขํ ทิสฺวา ‘‘สเจ ภควา อคารํ อชฺฌาวสิสฺส, กาสิกวตฺถเมว อธารยิสฺส. ปพฺพชิตฺวา ปนาเนน สาณปํสุกูลจีวเรน สนฺตุสฺสมาเนน ภาริยํ กต’’นฺติ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ. ปตฺตลูขมฺปิ ทิสฺวา – ‘‘อิมินา อคารํ อชฺฌาวสนฺเตน รตฺตวรสุวณฺณภาชเนสุ จกฺกวตฺติโภชนารหํ สุคนฺธสาลิโภชนํ ปริภุตฺตํ, ปพฺพชิตฺวา ปน ปาสาณมยํ ปตฺตํ อาทาย อุจฺจนีจกุลทฺวาเรสุ สปทานํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธปิณฺฑิยาโลเปน สนฺตุสฺสมาโน ภาริยํ กโรตี’’ติ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ. เสนาสนลูขํ ทิสฺวาปิ – ‘‘อยํ อคารํ อชฺฌาวสนฺโต ติณฺณํ อุตูนํ อนุจฺฉวิเกสุ ตีสุ ปาสาเทสุ ติวิธนาฏกปริวาโร ทิพฺพสมฺปตฺตึ วิย รชฺชสิรึ อนุภวิตฺวา อิทานิ ปพฺพชฺชูปคโต รุกฺขมูลเสนาสนาทีสุ ทารุผลกสิลาปฏฺฏปีฐมญฺจกาทีหิ สนฺตุสฺสมาโน ภาริยํ กโรตี’’ติ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ. ทุกฺกรการิกมสฺส ทิสฺวาปิ – ‘‘ฉพฺพสฺสานิ นาม มุคฺคยูสกุลตฺถยูสหเรณุยูสาทีนํ ปสฏมตฺเตน ยาเปสฺสติ, อปฺปาณกํ ฌานํ ฌายิสฺสติ, สรีเร จ ชีวิเต จ อนเปกฺโข วิหริสฺสติ, อโห ทุกฺกรการโก ภควา’’ติ สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ.
ธมฺมปฺปมาโณปิ ภควโต สีลคุณํ สมาธิคุณํ ปญฺญาคุณํ ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺติสมฺปทํ อภิญฺญาปาริปูรึ ยมกปาฏิหาริยํ เทโวโรหณํ ปาถิกปุตฺตทมนาทีนิ จ อเนกานิ อจฺฉริยานิ ทิสฺวา สมฺมาสมฺพุทฺเธเยว ปสีทติ, เต เอวํ ปสนฺนา ภควโต มหนฺตํ ลาภสกฺการํ อภิหรนฺติ. ติตฺถิยานํ ปน พาเวรุชาตเก กากสฺส วิย ลาภสกฺกาโร ปริหายิตฺถ. ยถาห –
‘‘อทสฺสเนน โมรสฺส, สิขิโน มญฺชุภาณิโน;
กากํ ตตฺถ อปูเชสุํ, มํเสน จ ผเลน จ.
ยทา จ สรสมฺปนฺโน, โมโร พาเวรุมาคมา;
อถ ลาโภ จ สกฺกาโร, วายสสฺส อหายถ.
ยาว นุปฺปชฺชติ พุทฺโธ, ธมฺมราชา ปภงฺกโร;
ตาว อญฺเญ อปูเชสุํ, ปุถู สมณพฺราหฺมเณ.
ยทา จ สรสมฺปนฺโน, พุทฺโธ ธมฺมมเทสยิ;
อถ ลาโภ จ สกฺกาโร, ติตฺถิยานํ อหายถา’’ติ. (ชา. ๑.๔.๑๕๓-๑๕๖);
เต เอวํ ปหีนลาภสกฺการา รตฺตึ เอกทฺวงฺคุลมตฺตํ โอภาเสตฺวาปิ สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนกา วิย หตปฺปภา อเหสุํ.
ยถา หิ ขชฺโชปนกา, กาฬปกฺขมฺหิ รตฺติยา;
นิทสฺสยนฺติ โอภาสํ, เอเตสํ วิสโย หิ โส.
ยทา จ รสฺมิสมฺปนฺโน, อพฺภุเทติ ปภงฺกโร;
อถ ขชฺชุปสงฺฆานํ, ปภา อนฺตรธายติ.
เอวํ ขชฺชุปสทิสา, ติตฺถิยาปิ ปุถู อิธ;
กาฬปกฺขูปเม โลเก, ทีปยนฺติ สกํ คุณํ.
ยทา จ พุทฺโธ โลกสฺมึ, อุเทติ อมิตปฺปโภ;
นิปฺปภา ติตฺถิยา โหนฺติ, สูริเย ขชฺชุปกา ยถาติ.
เต เอวํ นิปฺปภา หุตฺวา กจฺฉุปิฬกาทีหิ กิณฺณสรีรา ปรมปาริชุญฺญปตฺตา เยน พุทฺโธ เยน ธมฺโม เยน สงฺโฆ เยน จ มหาชนสฺส สนฺนิปาโต, เตน เตน คนฺตฺวา อนฺตรวีถิยมฺปิ สิงฺฆาฏเกปิ จตุกฺเกปิ สภายมฺปิ ฐตฺวา ปริเทวนฺติ –
‘‘กึ โภ สมโณเยว โคตโม สมโณ, มยํ อสฺสมณา; สมณสฺเสว โคตมสฺส สาวกา สมณา, อมฺหากํ สาวกา อสฺสมณา? สมณสฺเสว โคตมสฺส สาวกานญฺจสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ, น อมฺหากํ, สาวกานญฺจ โน ทินฺนํ มหปฺผลํ? นนุ สมโณปิ โคตโม สมโณ, มยมฺปิ สมณา. สมณสฺสปิ โคตมสฺส สาวกา สมณา, อมฺหากมฺปิ สาวกา สมณา. สมณสฺสปิ โคตมสฺส สาวกานญฺจสฺส ทินฺนํ มหปฺผลํ, อมฺหากมฺปิ สาวกานญฺจ โน ทินฺนํ มหปฺผลญฺเจว? สมณสฺสปิ โคตมสฺส สาวกานญฺจสฺส เทถ กโรถ, อมฺหากมฺปิ สาวกานญฺจ โน เทถ สกฺกโรถ? นนุ สมโณ โคตโม ปุริมานิ ทิวสานิ อุปฺปนฺโน, มยํ ปน โลเก อุปฺปชฺชมาเนเยว อุปฺปนฺนา’’ติ.
เอวํ นานปฺปการํ วิรวนฺติ. อถ ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโยติ จตสฺโส ปริสา เตสํ สทฺทํ สุตฺวา ภควโต อาโรเจสุํ ‘‘ติตฺถิยา ภนฺเต อิทญฺจิทญฺจ กเถนฺตี’’ติ. ตํ สุตฺวา ภควา – ‘‘มา ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ติตฺถิยานํ วจเนน ‘อญฺญตฺร สมโณ อตฺถี’ติ สญฺญิโน อหุวตฺถา’’ติ วตฺวา อญฺญติตฺถิเยสุ สมณภาวํ ปฏิเสเธนฺโต อิเธว จ อนุชานนฺโต อิมิสฺสา อตฺถุปฺปตฺติยา อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณติ อิทํ สุตฺตํ อภาสิ.
ตตฺถ อิเธวาติ อิมสฺมึเยว สาสเน. อยํ ปน นิยโม เสสปเทสุปิ เวทิตพฺโพ. ทุติยาทโยปิ หิ สมณา อิเธว, น อญฺญตฺถ. สมโณติ โสตาปนฺโน. เตเนวาห – ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฐโม สมโณ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ, อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม สมโณ’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑).
ทุติโยติ สกทาคามี. เตเนวาห – ‘‘กตโม จ? ภิกฺขเว, ทุติโย สมโณ. อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ติณฺณํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา ราคโทสโมหานํ ตนุตฺตา สกทาคามี โหติ, สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กโรติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย สมโณ’’ติ.
ตติโยติ อนาคามี. เตเนวาห – ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ตติโย สมโณ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย สมโณ’’ติ.
จตุตฺโถติ อรหา. เตเนวาห – ‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ สมโณ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ สมโณ’’ติ (อ. นิ. ๔.๒๔๑). อิติ อิมสฺมึ ฐาเน จตฺตาโร ผลฏฺฐกสมณาว อธิปฺเปตา.
สุญฺญาติ ริตฺตา ตุจฺฉา. ปรปฺปวาทาติ จตฺตาโร สสฺสตวาทา, จตฺตาโร เอกจฺจสสฺสติกา, จตฺตาโร อนฺตานนฺติกา, จตฺตาโร อมราวิกฺเขปิกา, เทฺว อธิจฺจสมุปฺปนฺนิกา, โสฬส สญฺญีวาทา, อฏฺฐ อสญฺญีวาทา, อฏฺฐ เนวสญฺญีนาสญฺญีวาทา, สตฺต อุจฺเฉทวาทา, ปญฺจ ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานวาทาติ อิเม สพฺเพปิ พฺรหฺมชาเล อาคตา ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย. อิโต พาหิรานํ ปเรสํ วาทา ปรปฺปวาทา นาม. เต สพฺเพปิ อิเมหิ จตูหิ ผลฏฺฐกสมเณหิ สุญฺญา, น หิ เต เอตฺถ สนฺติ. น เกวลญฺจ เอเตเหว สุญฺญา, จตูหิ ปน มคฺคฏฺฐกสมเณหิปิ จตุนฺนํ มคฺคานํ อตฺถาย อารทฺธวิปสฺสเกหิปีติ ทฺวาทสหิปิ สมเณหิ สุญฺญา เอว. อิมเมว อตฺถํ สนฺธาย ภควตา มหาปรินิพฺพาเน วุตฺตํ –
‘‘เอกูนตึโส วยสา สุภทฺท,
ยํ ปพฺพชึ กึ กุสลานุเอสี;
วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ,
ยโต อหํ ปพฺพชิโต สุภทฺท;
ญายสฺส ธมฺมสฺส ปเทสวตฺตี,
อิโต พหิทฺธา สมโณปิ นตฺถิ.
‘‘ทุติโยปิ สมโณ นตฺถิ, ตติโยปิ สมโณ นตฺถิ, จตุตฺโถปิ สมโณ นตฺถิ. สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔).
เอตฺถ หิ ปเทสวตฺตีติ อารทฺธวิปสฺสโก อธิปฺเปโต. ตสฺมา โสตาปตฺติมคฺคสฺส อารทฺธวิปสฺสกํ มคฺคฏฺฐํ ผลฏฺฐนฺติ ตโยปิ เอกโต กตฺวา สมโณปิ นตฺถีติ อาห. สกทาคามิมคฺคสฺส อารทฺธวิปสฺสกํ มคฺคฏฺฐํ ผลฏฺฐนฺติ ตโยปิ เอกโต กตฺวา ทุติโยปิ สมโณ นตฺถีติ อาห. อิตเรสุปิ ทฺวีสุ เอเสว นโย.
กสฺมา ปเนเต อญฺญตฺถ นตฺถีติ? อเขตฺตตาย. ยถา หิ น อารคฺเค สาสโป ติฏฺฐติ, น อุทกปิฏฺเฐ อคฺคิ ชลติ, น ปิฏฺฐิปาสาเณ พีชานิ รุหนฺติ, เอวเมว พาหิเรสุ ติตฺถายตเนสุ น อิเม สมณา อุปฺปชฺชนฺติ, อิมสฺมึเยว ปน สาสเน อุปฺปชฺชนฺติ. กสฺมา? เขตฺตตาย. เตสํ อเขตฺตตา จ เขตฺตตา จ อริยมคฺคสฺส อภาวโต จ ภาวโต จ เวทิตพฺพา. เตนาห ภควา –
‘‘ยสฺมึ โข, สุภทฺท, ธมฺมวินเย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค น อุปลพฺภติ, สมโณปิ ตตฺถ น อุปลพฺภติ, ทุติโยปิ ตตฺถ สมโณ น อุปลพฺภติ, ตติโยปิ ตตฺถ สมโณ น อุปลพฺภติ, จตุตฺโถปิ ตตฺถ สมโณ น อุปลพฺภติ. ยสฺมิญฺจ โข, สุภทฺท, ธมฺมวินเย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อุปลพฺภติ, สมโณปิ ตตฺถ อุปลพฺภติ, ทุติโยปิ ตตฺถ…เป…. จตุตฺโถปิ ตตฺถ สมโณ อุปลพฺภติ. อิมสฺมึ โข, สุภทฺท, ธมฺมวินเย อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อุปลพฺภติ, อิเธว, สุภทฺท, สมโณ, อิธ ทุติโย สมโณ, อิธ ตติโย สมโณ, อิธ จตุตฺโถ สมโณ, สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๑๔).
เอวํ ยสฺมา ติตฺถายตนํ อเขตฺตํ, สาสนํ เขตฺตํ, ตสฺมา ยถา สุรตฺตหตฺถปาโท สูรเกสรโก สีโห มิคราชา น สุสาเน วา สงฺการกูเฏ วา ปฏิวสติ, ติโยชนสหสฺสวิตฺถตํ ปน หิมวนฺตํ อชฺโฌคาเหตฺวา มณิคุหายํเยว ปฏิวสติ. ยถา จ ฉทฺทนฺโต นาคราชา น โคจริยหตฺถิกุลาทีสุ นวสุ นาคกุเลสุ อุปฺปชฺชติ, ฉทฺทนฺตกุเลเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ วลาหโก อสฺสราชา น คทฺรภกุเล วา โฆฏกกุเล วา อุปฺปชฺชติ, สินฺธุยา ตีเร ปน สินฺธวกุเลเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ สพฺพกามททํ มโนหรํ มณิรตนํ น สงฺการกูเฏ วา ปํสุปพฺพตาทีสุ วา อุปฺปชฺชติ, เวปุลฺลปพฺพตพฺภนฺตเรเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ ติมิรปิงฺคโล มจฺฉราชา น ขุทฺทกโปกฺขรณีสุ อุปฺปชฺชติ, จตุราสีติโยชนสหสฺสคมฺภีเร มหาสมุทฺเทเยว อุปฺปชฺชติ. ยถา จ ทิยฑฺฒโยชนสติโก สุปณฺณราชา น คามทฺวาเร เอรณฺฑวนาทีสุ ปฏิวสติ, มหาสมุทฺทํ ปน อชฺโฌคาเหตฺวา สิมฺพลิทหวเนเยว ปฏิวสติ. ยถา จ ธตรฏฺโฐ สุวณฺณหํโส น คามทฺวาเร อาวาฏกาทีสุ ปฏิวสติ, นวุติหํสสหสฺสปริวาโร หุตฺวา จิตฺตกูฏปพฺพเตเยว ปฏิวสติ. ยถา จ จตุทฺทีปิสฺสโร จกฺกวตฺติราชา น นีจกุเล อุปฺปชฺชติ, อสมฺภินฺนชาติขตฺติยกุเลเยว ปน อุปฺปชฺชติ. เอวเมว อิเมสุ สมเณสุ เอกสมโณปิ น อญฺญติตฺถายตเน อุปฺปชฺชติ, อริยมคฺคปริกฺขิตฺเต ปน พุทฺธสาสเนเยว อุปฺปชฺชติ. เตนาห ภควา ‘‘อิเธว, ภิกฺขเว, สมโณ…เป… สุญฺญา ปรปฺปวาทา สมเณหิ สมเณภิ อญฺเญหี’’ติ.
สมฺมา สีหนาทํ นทถาติ เอตฺถ สมฺมาติ เหตุนา นเยน การเณน. สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ อปฺปฏินาทํ. อิเมสญฺหิ จตุนฺนํ สมณานํ อิเธว อตฺถิตาย อยํ นาโท เสฏฺฐนาโท นาม โหติ อุตฺตมนาโท. ‘‘อิเม สมณา อิเธว อตฺถี’’ติ วทนฺตสฺส อญฺญโต ภยํ วา อาสงฺกา วา นตฺถีติ อภีตนาโท นาม โหติ. ‘‘อมฺหากมฺปิ สาสเน อิเม สมณา อตฺถี’’ติ ปูรณาทีสุ เอกสฺสาปิ อุฏฺฐหิตฺวา วตฺตุํ อสมตฺถตาย อยํ นาโท อปฺปฏินาโท นาม โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘สีหนาทนฺติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ อปฺปฏินาท’’นฺติ.
๑๔๐. ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชตีติ อิทํ โข ปน การณํ วิชฺชติ. ยํ อญฺญติตฺถิยาติ เยน การเณน อญฺญติตฺถิยา. เอตฺถ จ ติตฺถํ ชานิตพฺพํ, ติตฺถกโร ชานิตพฺโพ ติตฺถิยา ชานิตพฺพา, ติตฺถิยสาวกา ชานิตพฺพา. ติตฺถํนาม ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย. เอตฺถ หิ สตฺตา ตรนฺติ อุปฺปลวนฺติ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรนฺติ, ตสฺมา ติตฺถนฺติ วุจฺจนฺติ. ตาสํ ทิฏฺฐีนํ อุปฺปาเทตา ติตฺถกโร นาม. ตสฺส ลทฺธึ คเหตฺวา ปพฺพชิตา ติตฺถิยา นาม. เตสํ ปจฺจยทายกา ติตฺถิยสาวกาติ เวทิตพฺพา. ปริพฺพาชกาติ คิหิพนฺธนํ ปหาย ปพฺพชฺชูปคตา. อสฺสาโสติ อวสฺสโย ปติฏฺฐา อุปตฺถมฺโภ. พลนฺติ ถาโม. เยน ตุเมฺหติ เยน อสฺสาเสน วา พเลน วา เอวํ วเทถ.
อตฺถิ โข โน, อาวุโส, เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอตฺถ อยํ สงฺเขปตฺโถ – โย โส ภควา สมตึส ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพกิเลเส ภญฺชิตฺวา อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ, เตน ภควตา เตสํ เตสํ สตฺตานํ อาสยานุสยํ ชานตา, หตฺถตเล ฐปิตํ อามลกํ วิย สพฺพํ เญยฺยธมฺมํ ปสฺสตา. อปิจ ปุพฺเพนิวาสาทีหิ ชานตา, ทิพฺเพน จกฺขุนา ปสฺสตา. ตีหิ วิชฺชาหิ ฉหิ วา ปน อภิญฺญาหิ ชานตา, สพฺพตฺถ อปฺปฏิหเตน สมนฺตจกฺขุนา ปสฺสตา. สพฺพธมฺมชานนสมตฺถาย ปญฺญาย ชานตา, สพฺพสตฺตานํ จกฺขุวิสยาตีตานิ ติโรกุฏฺฏาทิคตานิ วาปิ รูปานิ อติวิสุทฺเธน มํสจกฺขุนา ปสฺสตา. อตฺตหิตสาธิกาย สมาธิปทฏฺฐานาย ปฏิเวธปญฺญาย ชานตา, ปรหิตสาธิกาย กรุณาปทฏฺฐานาย เทสนาปญฺญาย ปสฺสตา. อรีนํ หตตฺตา ปจฺจยาทีนํ อรหตฺตา จ อรหตา, สมฺมา สามญฺจ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อนฺตรายิกธมฺเม วา ชานตา, นิยฺยานิกธมฺเม ปสฺสตา. กิเลสารีนํ หตตฺตา อรหตา, สมฺมา สามํ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ, เอวํ จตุเวสารชฺชวเสน จตูหิ อากาเรหิ โถมิเตน จตฺตาโร ธมฺมา อกฺขาตา, เย มยํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมานา เอวํ วเทม, น ราชราชมหามตฺตาทีนํ อุปตฺถมฺภํ กายพลนฺติ.
สตฺถริ ปสาโทติ ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทินา นเยน พุทฺธคุเณ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท. ธมฺเม ปสาโทติ ‘‘สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม’’ติอาทินา นเยน ธมฺมคุเณ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท. สีเลสุ ปริปูรการิตาติ อริยกนฺเตสุ สีเลสุ ปริปูรการิตา. อริยกนฺตสีลานิ นาม ปญฺจสีลานิ. ตานิ หิ ภวนฺตรคโตปิ อริยสาวโก อตฺตโน อริยสาวกภาวํ อชานนฺโตปิ น วีติกฺกมติ. สเจปิ หิ นํ โกจิ วเทยฺย – ‘‘อิมํ สกลํ จกฺกวตฺติรชฺชํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ขุทฺทกมกฺขิกํ ชีวิตา โวโรเปหี’’ติ, อฏฺฐานเมตํ, ยํ โส ตสฺส วจนํ กเรยฺย. เอวํ อริยานํ สีลานิ กนฺตานิ ปิยานิ มนาปานิ. ตานิ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘สีเลสุ ปริปูรการิตา’’ติ.
สหธมฺมิกา โข ปนาติ ภิกฺขุ ภิกฺขุนี สิกฺขมานา สามเณโร สามเณรี อุปาสโก อุปาสิกาติ เอเต สตฺต สหธมฺมจาริโน. เอเตสุ หิ ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สหธมฺมํ จรติ สมานสิกฺขตาย. ตถา ภิกฺขุนี ภิกฺขุนีหิ…เป… อุปาสิกา อุปาสิกาหิ, โสตาปนฺโน โสตาปนฺเนหิ, สกทาคามี…เป… อนาคามีหิ สหธมฺมํ จรติ. ตสฺมา สพฺเพเปเต สหธมฺมิกาติ วุจฺจนฺติ. อปิเจตฺถ อริยสาวกาเยว อธิปฺเปตา. เตสญฺหิ ภวนฺตเรปิ มคฺคทสฺสนมฺหิ วิวาโท นตฺถิ, ตสฺมา เต อจฺจนฺตํ เอกธมฺมจาริตาย สหธมฺมิกา. อิมินา, ‘‘สุปฺปฏิปนฺโน ภควโต สาวกสงฺโฆ’’ติอาทินา นเยน สงฺฆํ อนุสฺสรนฺตานํ อุปฺปนฺนปฺปสาโท กถิโต. เอตฺตาวตา จตฺตาริ โสตาปนฺนสฺส องฺคานิ กถิตานิ โหนฺติ.
อิเม โข โน, อาวุโสติ, อาวุโส, อิเม จตฺตาโร ธมฺมา เตน ภควตา อมฺหากํ อสฺสาโส เจว พลญฺจาติ อกฺขาตา, เย มยํ อตฺตนิ สมฺปสฺสมานา เอวํ วเทม.
๑๔๑. โย อมฺหากํ สตฺถาติ อิมินา ปูรณกสฺสปาทิเก ฉ สตฺถาโร อปทิสฺสนฺติ. ยถา ปน อิทานิ สาสเน อาจริยุปชฺฌายาทีสุ ‘‘อมฺหากํ อาจริโย, อมฺหากํ อุปชฺฌาโย’’ติ เคหสิตเปมํ โหติ. เอวรูปํ เปมํ สนฺธาย ‘‘สตฺถริ ปสาโท’’ติ วทนฺติ. เถโร ปนาห – ‘‘ยสฺมา สตฺถา นาม น เอกสฺส, น ทฺวินฺนํ โหติ, สเทวกสฺส โลกสฺส เอโกว สตฺถา, ตสฺมา ติตฺถิยา ‘อมฺหากํ สตฺถา’ ติ เอกปเทเนว สตฺถารํ วิสุํ กตฺวา อิมินาว ปเทน วิรุทฺธา ปราชิตา’’ติ. ธมฺเม ปสาโทติ อิทํ ปน ยถา อิทานิ สาสเน ‘‘อมฺหากํ ทีฆนิกาโย อมฺหากํ มชฺฌิมนิกาโย’’ติ มมายนฺติ, เอวํ อตฺตโน อตฺตโน ปริยตฺติธมฺเม เคหสิตเปมํ สนฺธาย วทนฺติ. สีเลสูติ อชสีลโคสีลเมณฺฑกสีลกุกฺกุรสีลาทีสุ. อิธ โน อาวุโสติ เอตฺถ อิธาติ ปสาทํ สนฺธาย วทนฺติ. โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปฺปโยโค. ยทิทนฺติ ยมิทํ ตุมฺหากญฺเจว อมฺหากญฺจ นานากรณํ วเทยฺยาถ. ตํ กึ นาม? ตุมฺหากมฺปิ หิ จตูสุ ฐาเนสุ ปสาโท, อมฺหากมฺปิ. นนุ เอตสฺมึ ปสาเท ตุเมฺห จ อเมฺห จ เทฺวธา ภินฺนสุวณฺณํ วิย เอกสทิสาติ วาจาย สมธุรา หุตฺวา อฏฺฐํสุ.
อถ เนสํ ตํ สมธุรตํ ภินฺทนฺโต ภควา เอวํ วาทิโนติอาทิมาห. ตตฺถ เอกา นิฏฺฐาติ ยา ตสฺส ปสาทสฺส ปริโยสานภูตา นิฏฺฐา, กึ สา เอกา, อุทาหุ ปุถูติ เอวํ ปุจฺฉถาติ วทติ. ยสฺมา ปน ตสฺมึ ตสฺมึ สมเย นิฏฺฐํ อปญฺญเปนฺโต นาม นตฺถิ, พฺราหฺมณานญฺหิ พฺรหฺมโลโก นิฏฺฐา, มหาตาปสานํ อาภสฺสรา, ปริพฺพาชกานํ สุภกิณฺหา, อาชีวกานํ ‘‘อนนฺตมานโส’’ติ เอวํ ปริกปฺปิโต อสญฺญีภโว. อิมสฺมึ สาสเน ปน อรหตฺตํ นิฏฺฐา. สพฺเพว เจเต อรหตฺตเมว นิฏฺฐาติ วทนฺติ. ทิฏฺฐิวเสน ปน พฺรหฺมโลกาทีนิ ปญฺญเปนฺติ. ตสฺมา อตฺตโน อตฺตโน ลทฺธิวเสน เอกเมว นิฏฺฐํ ปญฺญเปนฺติ, ตํ ทสฺเสตุํ ภควา สมฺมา พฺยากรมานาติอาทิมาห.
อิทานิ ภิกฺขูนมฺปิ เอกา นิฏฺฐา, ติตฺถิยานมฺปิ เอกา นิฏฺฐาติ ทฺวีสุ อฏฺฏการเกสุ วิย ฐิเตสุ ภควา อนุโยควตฺตํ ทสฺเสนฺโต สา ปนาวุโส, นิฏฺฐา สราคสฺส, อุทาหุ วีตราคสฺสาติอาทิมาห. ตตฺถ ยสฺมา ราครตฺตาทีนํ นิฏฺฐา นาม นตฺถิ. ยทิ สิยา, โสณสิงฺคาลาทีนมฺปิ สิยาติ อิมํ โทสํ ปสฺสนฺตานํ ติตฺถิยานํ ‘‘วีตราคสฺส อาวุโส สา นิฏฺฐา’’ติอาทินา นเยน พฺยากรณํ ทสฺสิตํ.
ตตฺถ วิทฺทสุโนติ ปณฺฑิตสฺส. อนุรุทฺธปฏิวิรุทฺธสฺสาติ ราเคน อนุรุทฺธสฺส โกเธน ปฏิวิรุทฺธสฺส. ปปญฺจารามสฺส ปปญฺจรติโนติ เอตฺถ อารมนฺติ เอตฺถาติ อาราโม. ปปญฺโจ อาราโม อสฺสาติ ปปญฺจาราโม. ปปญฺเจ รติ อสฺสาติ ปปญฺจรติ. ปปญฺโจติ จ มตฺตปมตฺตาการภาเวน ปวตฺตานํ ตณฺหาทิฏฺฐิมานานเมตํ อธิวจนํ. อิธ ปน ตณฺหาทิฏฺฐิโยว อธิปฺเปตา. สราคสฺสาติอาทีสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ เอโกว กิเลโส อาคโต. ตสฺส อาการโต นานตฺตํ เวทิตพฺพํ. สราคสฺสาติ หิ วุตฺตฏฺฐาเน ปญฺจกามคุณิกราควเสน คหิโต. สตณฺหสฺสาติ ภวตณฺหาวเสน. สอุปาทานสฺสาติ คหณวเสน. อนุรุทฺธปฏิวิรุทฺธสฺสาติ ยุคฬวเสน. ปปญฺจารามสฺสาติ ปปญฺจุปฺปตฺติทสฺสนวเสน. สราคสฺสาติ วา เอตฺถ อกุสลมูลวเสน คหิโต. สตณฺหสฺสาติ เอตฺถ ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานทสฺสนวเสน. เสสํ ปุริมสทิสเมว. เถโร ปนาห ‘‘กสฺมา เอวํ วิทฺธํเสถ? เอโกเยว หิ อยํ โลโภ รชฺชนวเสน ราโคติ วุตฺโต. ตณฺหากรณวเสน ตณฺหา. คหณฏฺเฐน อุปาทานํ. ยุคฬวเสน อนุโรธปฏิวิโรโธ. ปปญฺจุปฺปตฺติทสฺสนฏฺเฐน ปปญฺโจ’’ติ.
๑๔๒. อิทานิ อิเมสํ กิเลสานํ มูลภูตํ ทิฏฺฐิวาทํ ทสฺเสนฺโต เทฺวมา, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโยติอาทิมาห.
ตตฺถ ภวทิฏฺฐีติ สสฺสตทิฏฺฐิ. วิภวทิฏฺฐีติ อุจฺเฉททิฏฺฐิ. ภวทิฏฺฐึ อลฺลีนาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน สสฺสตทิฏฺฐึ อลฺลีนา. อุปคตาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว อุปคตา. อชฺโฌสิตาติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสเนว อนุปวิฏฺฐา. วิภวทิฏฺฐิยา เต ปฏิวิรุทฺธาติ เต สพฺเพ อุจฺเฉทวาทีหิ สทฺธึ – ‘‘ตุเมฺห อนฺธพาลา น ชานาถ, สสฺสโต อยํ โลโก, นายํ โลโก อุจฺฉิชฺชตี’’ติ ปฏิวิรุทฺธา นิจฺจํ กลหภณฺฑนปสุตา วิหรนฺติ. ทุติยวาเรปิ เอเสว นโย.
สมุทยญฺจาติอาทีสุ เทฺว ทิฏฺฐีนํ สมุทยา ขณิกสมุทโย ปจฺจยสมุทโย จ. ขณิกสมุทโย ทิฏฺฐีนํ นิพฺพตฺติ. ปจฺจยสมุทโย อฏฺฐ ฐานานิ. เสยฺยถิทํ, ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ, อวิชฺชาปิ, ผสฺโสปิ, สญฺญาปิ, วิตกฺโกปิ, อโยนิโสมนสิกาโรปิ, ปาปมิตฺโตปิ, ปรโตโฆโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. ‘‘ขนฺธา เหตุ ขนฺธา ปจฺจโย ทิฏฺฐีนํ อุปาทาย สมุฏฺฐานฏฺเฐน. เอวํ ขนฺธาปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ. อวิชฺชา… ผสฺโส… สญฺญา… วิตกฺโก… อโยนิโสมนสิกาโร… ปาปมิตฺโต… ปรโตโฆโส เหตุ, ปรโตโฆโส ปจฺจโย ทิฏฺฐีนํ อุปาทาย สมุฏฺฐานฏฺเฐน. เอวํ ปรโตโฆโสปิ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ’’ (ปฏิ. ม. ๑.๑๒๔). อตฺถงฺคมาปิ เทฺวเยว ขณิกตฺถงฺคโม ปจฺจยตฺถงฺคโม จ. ขณิกตฺถงฺคโม นาม ขโย วโย เภโท ปริเภโท อนิจฺจตา อนฺตรธานํ. ปจฺจยตฺถงฺคโม นาม โสตาปตฺติมคฺโค. โสตาปตฺติมคฺโค หิ ทิฏฺฐิฏฺฐานสมุคฺฆาโตติ วุตฺโต.
อสฺสาทนฺติ ทิฏฺฐิมูลกํ อานิสํสํ. ยํ สนฺธาย วุตฺตํ – ‘‘ยํทิฏฺฐิโก สตฺถา โหติ, ตํทิฏฺฐิกา สาวกา โหนฺติ. ยํทิฏฺฐิกา สตฺถารํ สาวกา สกฺกโรนฺติ, ครุํ กโรนฺติ, มาเนนฺติ, ปูเชนฺติ, ลภนฺติ ตโตนิทานํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ. อยํ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐธมฺมิโก อานิสํโส’’ติ. อาทีนวนฺติ ทิฏฺฐิคฺคหณมูลกํ อุปทฺทวํ. โส วคฺคุลิวตํ อุกฺกุฏิกปฺปธานํ กณฺฏกาปสฺสยตา ปญฺจาตปตปฺปนํ สานุปปาตปตนํ เกสมสฺสุลุญฺจนํ อปฺโปณกํ ฌานนฺติอาทีนํ วเสนํ เวทิตพฺโพ. นิสฺสรณนฺติ ทิฏฺฐีนํ นิสฺสรณํ นาม นิพฺพานํ. ยถาภูตํ นปฺปชานนฺตีติ เย เอตํ สพฺพํ ยถาสภาวํ น ชานนฺติ. น ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ สกลวฏฺฏทุกฺขโต น ปริมุจฺจนฺติ. อิมินา เอเตสํ นิฏฺฐา นาม นตฺถีติ ทสฺเสติ. ปริมุจฺจนฺติ ทุกฺขสฺมาติ สกลวฏฺฏทุกฺขโต ปริมุจฺจนฺติ. อิมินา เอเตสํ นิฏฺฐา นาม อตฺถีติ ทฺวินฺนํ อฏฺฏการกานํ อฏฺฏํ ฉินฺทนฺโต วิย สาสนสฺมึเยว นิฏฺฐาย อตฺถิตํ ปติฏฺฐเปติ.
๑๔๓. อิทานิ ทิฏฺฐิจฺเฉทนํ ทสฺเสนฺโต จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, อุปาทานานีติอาทิมาห. เตสํ วิตฺถารกถา วิสุทฺธิมคฺเค วุตฺตาเยว.
สพฺพุปาทานปริญฺญาวาทา ปฏิชานมานาติ มยํ สพฺเพสํ อุปาทานานํ ปริญฺญํ สมติกฺกมํ วทามาติ เอวํ ปฏิชานมานา. น สมฺมา สพฺพุปาทานปริญฺญนฺติ สพฺเพสํ อุปาทานานํ สมติกฺกมํ สมฺมา น ปญฺญเปนฺติ. เกจิ กามุปาทานมตฺตสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติ. เกจิ ทิฏฺฐุปาทานมตฺตสฺส ปญฺญเปนฺติ, เกจิ สีลพฺพตุปาทานสฺสาปิ. อตฺตวาทุปาทานสฺส ปน ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺโต นาม นตฺถิ. เตสํ ปน เภทํ ทสฺเสนฺโต กามุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตีติอาทิมาห. ตตฺถ สพฺเพปิ กามุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติเยว, ฉนฺนวุติ ปาสณฺฑาปิ หิ ‘‘กามา โข ปพฺพชิเตน น เสวิตพฺพา’’ติ วตฺถุปฏิเสวนํ กามํ กปฺปตีติ น ปญฺญเปนฺติ, อกปฺปิยเมว กตฺวา ปญฺญเปนฺติ. เย ปน เสวนฺติ, เต เถยฺเยน เสวนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘กามุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺตี’’ติ.
ยสฺมา ‘‘นตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทีนิ คเหตฺวา จรนฺติ. ‘‘สีเลน สุทฺธิ วเตน สุทฺธิ, ภาวนาย สุทฺธี’’ติ คณฺหนฺติ, อตฺตุปลทฺธึ น ปชหนฺติ, ตสฺมา น ทิฏฺฐุปาทานสฺส, น สีลพฺพตุปาทานสฺส, น อตฺตวาทุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติ. ตํ กิสฺส เหตูติ ตํ อปญฺญาปนํ เอเตสํ กิสฺส เหตุ, กึ การณา? อิมานิ หิ เต โภนฺโตติ ยสฺมา เต โภนฺโต อิมานิ ตีณิ การณานิ ยถาสภาวโต น ชานนฺตีติ อตฺโถ. เย ปเนตฺถ ทฺวินฺนํ ปริญฺญานํ ปญฺญาปนการณํ ทิฏฺฐิญฺเจว สีลพฺพตญฺจ ‘‘เอตํ ปหาตพฺพ’’นฺติ ยถาสภาวโต ชานนฺติ. เต สนฺธาย ปรโต เทฺว วารา วุตฺตา. ตตฺถ เย ‘‘อตฺถิ ทินฺน’’นฺติอาทีนิ คณฺหนฺติ, เต ทิฏฺฐุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติ. เย ปน ‘‘น สีเลน สุทฺธิ, น วเตน สุทฺธิ, น ภาวนาย สุทฺธี’’ติ คณฺหนฺติ, เต สีลพฺพตุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติ. อตฺตวาทุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปน เอโกปิ ปญฺญเปตุํ น สกฺโกติ. อฏฺฐสมาปตฺติลาภิโนปิ หิ จนฺทิมสูริเย ปาณินา ปริมชฺชิตฺวา จรมานาปิ จ ติตฺถิยา ติสฺโส ปริญฺญา ปญฺญเปนฺติ. อตฺตวาทํ มุญฺจิตุํ น สกฺโกนฺติ. ตสฺมา ปุนปฺปุนํ วฏฺฏสฺมึเยว ปตนฺติ. ปถวิชิคุจฺฉนสสโก วิย หิ เอเต.
ตตฺถายํ อตฺถสลฺลาปิกา อุปมา – ปถวี กิร สสกํ อาห – ‘‘โภ สสกา’’ติ. สสโก อาห – ‘‘โก เอโส’’ติ. ‘‘กสฺมา มเมว อุปริ สพฺพอิริยาปเถ กปฺเปนฺโต อุจฺจารปสฺสาวํ กโรนฺโต มํ น ชานาสี’’ติ. ‘‘สุฏฺฐุ ตยา อหํ ทิฏฺโฐ, มยา อกฺกนฺตฏฺฐานมฺปิ องฺคุลคฺเคหิ ผุฏฺฐฏฺฐานํ วิย โหติ, วิสฺสฏฺฐอุทกํ อปฺปมตฺตกํ, กรีสํ กตกผลมตฺตํ. หตฺถิอสฺสาทีหิ ปน อกฺกนฺตฏฺฐานมฺปิ มหนฺตํ, ปสฺสาโวปิ เนสํ ฆฏมตฺโต โหติ, อุจฺจาโรปิ ปจฺฉิมตฺโต โหติ, อลํ มยฺหํ ตยา’’ติ อุปฺปติตฺวา อญฺญสฺมึ ฐาเน ปติโต. ตโต นํ ปถวี อาห – ‘‘อเร ทูรํ คโตปิ นนุ มยฺหํ อุปริเยว ปติโตสี’’ติ. โส ปุน ตํ ชิคุจฺฉนฺโต อุปฺปติตฺวา อญฺญตฺถ ปติโต, เอวํ วสฺสสหสฺสมฺปิ อุปฺปติตฺวา ปตมาโน สสโก ปถวึ มุญฺจิตุํ น สกฺโกติ. เอวเมวํ ติตฺถิยา สพฺพูปาทานปริญฺญํ ปญฺญเปนฺโตปิ กามุปาทานาทีนํ ติณฺณํเยว สมติกฺกมํ ปญฺญเปนฺติ. อตฺตวาทํ ปน มุญฺจิตุํ น สกฺโกนฺติ, อสกฺโกนฺตา ปุนปฺปุนํ วฏฺฏสฺมึเยว ปตนฺตีติ.
เอวํ ยํ ติตฺถิยา สมติกฺกมิตุํ น สกฺโกนฺติ, ตสฺส วเสน ทิฏฺฐิจฺเฉทวาทํ วตฺวา อิทานิ ปสาทปจฺเฉทวาทํ ทสฺเสนฺโต เอวรูเป โข, ภิกฺขเว, ธมฺมวินเยติอาทิมาห. ตตฺถ ธมฺมวินเยติ ธมฺเม เจว วินเย จ, อุภเยนปิ อนิยฺยานิกสาสนํ ทสฺเสติ. ‘‘โย สตฺถริ ปสาโท โส น สมฺมคฺคโต’’ติ อนิยฺยานิกสาสนมฺหิ หิ สตฺถา กาลํ กตฺวา สีโหปิ โหติ, พฺยคฺโฆปิ โหติ, ทีปิปิ อจฺโฉปิ ตรจฺโฉปิ. สาวกา ปนสฺส มิคาปิ สูกราปิ ปสทาปิ โหนฺติ, โส ‘‘อิเม มยฺหํ ปุพฺเพ อุปฏฺฐากา ปจฺจยทายกา’’ติ ขนฺตึ วา เมตฺตํ วา อนุทฺทยํ วา อกตฺวา เตสํ อุปริ ปติตฺวา โลหิตํ ปิวติ, ถูลถูลมํสานิปิ ขาทติ. สตฺถา วา ปน พิฬาโร โหติ, สาวกา กุกฺกุฏา วา มูสิกา วา. อถ เน วุตฺตนเยเนว อนุกมฺปํ อกตฺวา ขาทติ. อถ วา สตฺถา นิรยปาโล โหติ, สาวกา เนรยิกสตฺตา. โส ‘‘อิเม มยฺหํ ปุพฺเพ อุปฏฺฐากา ปจฺจยทายกา’’ติ อนุกมฺปํ อกตฺวา วิวิธา กมฺมการณา กโรติ, อาทิตฺเตปิ รเถ โยเชติ, องฺคารปพฺพตมฺปิ อาโรเปติ, โลหกุมฺภิยมฺปิ ขิปติ, อเนเกหิปิ ทุกฺขธมฺเมหิ สมฺปโยเชติ. สาวกา วา ปน กาลํ กตฺวา สีหาทโย โหนฺติ, สตฺถา มิคาทีสุ อญฺญตโร. เต ‘‘อิมํ มยํ ปุพฺเพ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิมฺหา, สตฺถา โน อย’’นฺติ ตสฺมึ ขนฺตึ วา เมตฺตํ วา อนุทฺทยํ วา อกตฺวา วุตฺตนเยเนว อนยพฺยสนํ ปาเปนฺติ. เอวํ อนิยฺยานิกสาสเน โย สตฺถริ ปสาโท, โส น สมฺมคฺคโต โหติ, กญฺจิ กาลํ คนฺตฺวาปิ ปจฺฉา วินสฺสติเยว.
โย ธมฺเม ปสาโทติ อนิยฺยานิกสาสนสฺมิญฺหิ ธมฺเม ปสาโท นาม, อุคฺคหิตปริยาปุฏ – ธาริตวาจิตฺตมตฺตเก ตนฺติธมฺเม ปสาโท โหติ, วฏฺฏโมกฺโข ปเนตฺถ นตฺถิ. ตสฺมา โย เอตฺถ ปสาโท, โส ปุนปฺปุนํ วฏฺฏเมว คมฺภีรํ กโรตีติ สาสนสฺมึ อสมฺมคฺคโต อสภาวโต อกฺขายติ.
ยา สีเลสุ ปริปูรการิตาติ ยาปิ จ อนิยฺยานิกสาสเน อชสีลาทีนํ วเสน ปริปูรการิตา, สาปิ ยสฺมา วฏฺฏโมกฺขํ ภวนิสฺสรณํ น สมฺปาเปติ, สมฺปชฺชมานา ปน ติรจฺฉานโยนึ อาวหติ, วิปจฺจมานา นิรยํ, ตสฺมา สา น สมฺมคฺคตา อกฺขายติ. ยา สหธมฺมิเกสูติ อนิยฺยานิกสาสนสฺมิญฺหิ เย สหธมฺมิกา, เตสุ ยสฺมา เอกจฺเจ กาลํ กตฺวา สีหาทโยปิ โหนฺติ, เอกจฺเจ มิคาทโย, ตตฺถ สีหาทิภูตา ‘‘อิเม อมฺหากํ สหธมฺมิกา อเหสุ’’นฺติ มิคาทิภูเตสุ ขนฺติอาทีนิ อกตฺวา ปุพฺเพ วุตฺตนเยเนว เนสํ มหาทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺติ. ตสฺมา เอตฺถ สหธมฺมิเกสุ ปิยมนาปตาปิ อสมฺมคฺคตา อกฺขายติ.
อิทํ ปน สพฺพมฺปิ การณเภทํ เอกโต กตฺวา ทสฺเสนฺโต ภควา ตํ กิสฺส เหตุ? เอวเญฺหตํ, ภิกฺขเว, โหตีติอาทิมาห. ตตฺรายํ สํเขปตฺโถ – เอวเญฺหตํ, ภิกฺขเว, โหติ, ยํ มยา วุตฺตํ ‘‘โย สตฺถริ ปสาโท โส น สมฺมคฺคโต อกฺขายตี’’ติอาทิ, ตํ เอวเมว โหติ. กสฺมา? ยสฺมา เต ปสาทาทโย ทุรกฺขาเต ธมฺมวินเย …เป… อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิเตติ, เอตฺถ หิ ยถา ตนฺติ การณตฺเถ นิปาโต. ตตฺถ ทุรกฺขาเตติ ทุกฺกถิเต, ทุกฺขถิตตฺตาเยว ทุปฺปเวทิเต. โส ปเนส ยสฺมา มคฺคผลตฺถาย น นิยฺยาติ, ตสฺมา อนิยฺยานิโก. ราคาทีนํ อุปสมาย อสํวตฺตนโต อนุปสมสํวตฺตนิโก. น สมฺมาสมฺพุทฺเธน สพฺพญฺญุนา ปเวทิโตติ อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิโต. ตสฺมึ อนิยฺยานิเก อนุปสมสํวตฺตนิเก อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิเต. เอตฺตาวตา ภควา ติตฺถิเยสุ ปสาโท สุราปีตสิงฺคาเล ปสาโท วิย นิรตฺถโกติ ทสฺเสติ.
เอโก กิร กาฬสิงฺคาโล รตฺตึ นครํ ปวิฏฺโฐ สุราชลฺลิกํ ขาทิตฺวา ปุนฺนาควเน นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายนฺโต สูริยุคฺคมเน ปพุชฺฌิตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อิมสฺมึ กาเล น สกฺกา คนฺตุํ, พหู อมฺหากํ เวริโน, เอกํ วญฺเจตุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส เอกํ พฺราหฺมณํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อิมํ วญฺเจสฺสามีติ ‘‘อยฺย พฺราหฺมณา’’ติ อาห. โก เอโส พฺราหฺมณํ ปกฺโกสตีติ. ‘‘อหํ, สามี, อิโต ตาว เอหีติ. กึ โภติ? มํ พหิคามํ เนหิ, อหํ เต เทฺว กหาปณสตานิ ทสฺสามีติ. โสปิ นยิสฺสามีติ ตํ ปาเทสุ คณฺหิ. อเร พาล พฺราหฺมณ, น มยฺหํ กหาปณา ฉฑฺฑิตกา อตฺถิ, ทุลฺลภา กหาปณา, สาธุกํ มํ คณฺหาหีติ. กถํ โภ คณฺหามีติ? อุตฺตราสงฺเคน คณฺฐิกํ กตฺวา อํเส ลคฺเคตฺวา คณฺหาหีติ. พฺราหฺมโณ ตํ ตถา คเหตฺวา ทกฺขิณทฺวารสมีปฏฺฐานํ คนฺตฺวา เอตฺถ โอตาเรมีติ ปุจฺฉิ. กตรฏฺฐานํ นาม เอตนฺติ? มหาทฺวารํ เอตนฺติ. อเร พาล, พฺราหฺมณ, กึ ตว ญาตกา อนฺตรทฺวาเร กหาปณํ ฐเปนฺติ, ปรโต มํ หรา’’ติ. โส ปุนปฺปุนํ โถกํ โถกํ คนฺตฺวา ‘‘เอตฺถ โอตาเรมิ เอตฺถ โอตาเรมี’’ติ ปุจฺฉิตฺวา เตน ตชฺชิโต เขมฏฺฐานํ คนฺตฺวา ตตฺถ โอตาเรหีติ วุตฺโต โอตาเรตฺวา สาฏกํ คณฺหิ. กาฬสิงฺคาโล อาห ‘‘อหํ เต เทฺว กหาปณสตานิ ทสฺสามีติ อโวจํ. มยฺหํ ปน กหาปณา พหู, น เทฺว กหาปณสตาเนว, ยาว อหํ กหาปเณ อาหรามิ, ตาว ตฺวํ สูริยํ โอโลเกนฺโต ติฏฺฐา’’ติ วตฺวา โถกํ คนฺตฺวา นิวตฺเตตฺวา ปุน พฺราหฺมณํ อาห ‘‘อยฺย พฺราหฺมณ มา อิโต โอโลเกหิ, สูริยเมว โอโลเกนฺโต ติฏฺฐา’’ติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา เกตกวนํ ปวิสิตฺวา ยถารุจึ ปกฺกนฺโต. พฺราหฺมณสฺสปิ สูริยํ โอโลเกนฺตสฺเสว นลาฏโต เจว กจฺเฉหิ จ เสทา มุจฺจึสุ. อถ นํ รุกฺขเทวตา อาห –
‘‘สทฺทหาสิ สิงฺคาลสฺส, สุราปีตสฺส พฺราหฺมณ;
สิปฺปิกานํ สตํ นตฺถิ, กุโต กํสสตา ทุเว’’ติ. (ชา. ๑.๑.๑๑๓);
เอวํ ยถา กาฬสิงฺคาเล ปสาโท นิรตฺถโก, เอวํ ติตฺถิเยสุปีติ.
๑๔๔. อนิยฺยานิกสาสเน ปสาทสฺส นิรตฺถกภาวํ ทสฺเสตฺวา นิยฺยานิกสาสเน ตสฺส สาตฺถกตํ ทสฺเสตุํ ตถาคโต จ โข, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ กามุปาทานสฺส ปริญฺญํ ปญฺญเปตีติ อรหตฺตมคฺเคน กามุปาทานสฺส ปหานปริญฺญํ สมติกฺกมํ ปญฺญเปติ, อิตเรสํ ติณฺณํ อุปาทานานํ โสตาปตฺติมคฺเคน ปริญฺญํ ปญฺญเปติ. เอวรูเป โข, ภิกฺขเว, ธมฺมวินเยติ, ภิกฺขเว, เอวรูเป ธมฺเม จ วินเย จ. อุภเยนปิ นิยฺยานิกสาสนํ ทสฺเสติ. สตฺถริ ปสาโทติ เอวรูเป สาสเน โย สตฺถริ ปสาโท, โส สมฺมคฺคโต อกฺขายติ, ภวทุกฺขนิสฺสรณาย สํวตฺตติ.
ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – ภควา กิร เวทิยกปพฺพเต อินฺทสาลคุหายํ ปฏิวสติ. อเถโก อุลูกสกุโณ ภควติ คามํ ปิณฺฑาย ปวิสนฺเต อุปฑฺฒมคฺคํ อนุคจฺฉติ, นิกฺขมนฺเต อุปฑฺฒมคฺคํ ปจฺจุคฺคมนํ กโรติ. โส เอกทิวสํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ สายนฺหสมเย ภิกฺขุสงฺฆปริวุตํ นิสินฺนํ ปพฺพตา โอรุยฺห วนฺทิตฺวา ปกฺเข ปณาเมตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห สีสํ เหฏฺฐา กตฺวา ทสพลํ นมสฺสมาโน อฏฺฐาสิ. ภควา ตํ โอโลเกตฺวา สิตํ ปาตฺวากาสิ. อานนฺทตฺเถโร ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย สิตสฺส ปาตุกมฺมายา’’ติ ปุจฺฉิ. ‘‘ปสฺสานนฺท, อิมํ อุลูกสกุณํ, อยํ มยิ จ ภิกฺขุสงฺเฆ จ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สตสหสฺสกปฺเป เทเวสุ จ มนุสฺเสสุ จ สํสริตฺวา โสมนสฺโส นาม ปจฺเจกพุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ อาห –
อุลูกมณฺฑลกฺขิก, เวทิยเก จิรทีฆวาสิก;
สุขิโตสิ ตฺวํ อยฺย โกสิย, กาลุฏฺฐิตํ ปสฺสสิ พุทฺธวรํ.
มยิ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, ภิกฺขุสงฺเฆ อนุตฺตเร;
กปฺปานํ สตสหสฺสานิ, ทุคฺคเตโส น คจฺฉติ.
เทวโลกา จวิตฺวาน, กุสลมูเลน โจทิโต;
ภวิสฺสติ อนนฺตญาโณ, โสมนสฺโสติ วิสฺสุโตติ.
อญฺญานิปิ เจตฺถ ราชคหนคเร สุมนมาลาการวตฺถุ มหาเภริวาทกวตฺถุ โมรชิกวตฺถุ วีณาวาทกวตฺถุ สงฺขธมกวตฺถูติ เอวมาทีนิ วตฺถูนิ วิตฺถาเรตพฺพานิ. เอวํ นิยฺยานิกสาสเน สตฺถริ ปสาโท สมฺมคฺคโต โหติ.
ธมฺเม ปสาโทติ นิยฺยานิกสาสนมฺหิ ธมฺเม ปสาโท สมฺมคฺคโต โหติ. สรมตฺเต นิมิตฺตํ คเหตฺวา สุณนฺตานํ ติรจฺฉานคตานมฺปิ สมฺปตฺติทายโก โหติ, ปรมตฺเถ กึ ปน วตฺตพฺพํ. อยมตฺโถ มณฺฑูกเทวปุตฺตาทีนํ วตฺถุวเสน เวทิตพฺโพ.
สีเลสุ ปริปูรการิตาติ นิยฺยานิกสาสนมฺหิ สีเลสุ ปริปูรการิตาปิ สมฺมคฺคตา โหติ, สคฺคโมกฺขสมฺปตฺตึ อาวหติ. ตตฺถ ฉตฺตมาณวกวตฺถุสามเณรวตฺถุอาทีนิ ทีเปตพฺพานิ.
สหธมฺมิเกสูติ นิยฺยานิกสาสเน สหธมฺมิเกสุ ปิยมนาปตาปิ สมฺมคฺคตา โหติ, มหาสมฺปตฺตึ อาวหติ. อยมตฺโถ วิมานเปตวตฺถูหิ ทีเปตพฺโพ. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘ขีโรทนมหมทาสึ, ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส…เป…
ผาณิตํ…เป… อุจฺฉุขณฺฑิกํ… ติมฺพรุสกํ… กกฺการิกํ…
เอฬาลุกํ… วลฺลิปกฺกํ… ผารุสกํ… หตฺถปตากํ…
สากมุฏฺฐึ … ปุปฺผกมุฏฺฐึ… มูลกํ… นิมฺพมุฏฺฐึ…
อมฺพิกญฺชิกํ… โทณินิมฺมชฺชนึ… กายพนฺธนํ…
อํสพทฺธกํ… อาโยคปฏฺฏํ… วิธูปนํ… ตาลวณฺฏํ…
โมรหตฺถํ… ฉตฺตํ… อุปาหนํ… ปูวํ โมทกํ…
สกฺขลิกํ อหมทาสึ, ภิกฺขุโน ปิณฺฑาย จรนฺตสฺส…เป…
ตสฺสา เม ปสฺส วิมานํ, อจฺฉรา กามวณฺณินีหมสฺมี’’ติ (วิ. ว. ๔๐๖).
ตํ กิสฺส เหตูติอาทิ วุตฺตนยานุสาเรเนว โยเชตฺวา เวทิตพฺพํ.
๑๔๕. อิทานิ เยสํ อุปาทานานํ ติตฺถิยา น สมฺมา ปริญฺญํ ปญฺญเปนฺติ, ตถาคโต ปญฺญเปติ, เตสํ ปจฺจยํ ทสฺเสตุํ อิเม จ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ตตฺถ กึนิทานาติอาทีสุ นิทานาทีนิ สพฺพาเนว การณเววจนานิ. การณญฺหิ ยสฺมา ผลํ นิเทติ หนฺท, นํ คณฺหถาติ อปฺเปติ วิย, ตสฺมา นิทานนฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา ตํ ตโต ชายติ สมุเทติ ปภวติ, ตสฺมา สมุทโย, ชาติ, ปภโวติ วุจฺจติ. อยํ ปเนตฺถ ปทตฺโถ – กึ นิทานํ เอเตสนฺติ กึนิทานา. โก สมุทโย เอเตสนฺติ กึสมุทยา. กา ชาติ เอเตสนฺติ กึชาติกา. โก ปภโว เอเตสนฺติ กึปภวา. ยสฺมา ปน เตสํ ตณฺหา ยถาวุตฺเตน อตฺเถน นิทานญฺเจว สมุทโย จ ชาติ จ ปภโว จ, ตสฺมา ‘‘ตณฺหานิทานา’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปน ภควา น เกวลํ อุปาทานสฺเสว ปจฺจยํ ชานาติ, อุปาทานสฺส ปจฺจยภูตาย ตณฺหายปิ, ตณฺหาทิปจฺจยานํ เวทนาทีนมฺปิ ปจฺจยํ ชานาติเยว, ตสฺมา ตณฺหา จายํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห.
ยโต จ โขติ ยสฺมึ กาเล. อวิชฺชา ปหีนา โหตีติ วฏฺฏมูลิกา อวิชฺชา อนุปฺปาทนิโรเธน ปหีนา โหติ. วิชฺชา อุปฺปนฺนาติ อรหตฺตมคฺควิชฺชา อุปฺปนฺนา. โส อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทาติ. โส ภิกฺขุ อวิชฺชาย จ ปหีนตฺตา วิชฺชาย จ อุปฺปนฺนตฺตา. เนว กามุปาทานํ อุปาทิยตีติ เนว กามุปาทานํ คณฺหาติ น อุเปติ, น เสสานิ อุปาทานานิ. อนุปาทิยํ น ปริตสฺสตีติ เอวํ กิญฺจิ อุปาทานํ อคฺคณฺหนฺโต ตณฺหาปริตสฺสนาย น ปริตสฺสติ. อปริตสฺสนฺติ อปริตสฺสนฺโต ตณฺหํ อนุปฺปาเทนฺโต. ปจฺจตฺตํเยว ปรินิพฺพายตีติ สยเมว กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพายติ. เอวมสฺส อาสวกฺขยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ขีณาสวสฺส ภิกฺขุโน ปจฺจเวกฺขณํ ทสฺเสนฺโต ขีณา ชาตีติอาทิมาห. ตํ วุตฺตตฺถเมวาติ.
ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย
จูฬสีหนาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
๒. มหาสีหนาทสุตฺตวณฺณนา
เวสาลินครวณฺณนา
๑๔๖. เอวํ เม สุตนฺติ มหาสีหนาทสุตฺตํ. ตตฺถ เวสาลิยนฺติ เอวํนามเก นคเร. ตํ กิร อปราปรํ วิสาลีภูตตาย ‘‘เวสาลี’’ติ สงฺขํ คตํ. ตตฺรายํ อนุปุพฺพกถา – พาราณสิรญฺโญ กิร อคฺคมเหสิยา กุจฺฉิมฺหิ คพฺโภ สณฺฐาสิ. สา ญตฺวา รญฺโญ นิเวเทสิ. ราชา คพฺภปริหารํ อทาสิ. สา สมฺมา ปริหรียมานา คพฺภปริปากกาเล วิชายนฆรํ ปาวิสิ. ปุญฺญวนฺตีนํ ปจฺจูสสมเย คพฺภวุฏฺฐานํ โหติ, สา จ ตาสํ อญฺญตรา, เตน ปจฺจูสสมเย อลตฺตกปฏลพนฺธุชีวกปุปฺผสทิสํ มํสเปสึ วิชายิ. ตโต ‘‘อญฺญา เทวิโย สุวณฺณพิมฺพสทิเส ปุตฺเต วิชายนฺติ, อคฺคมเหสี มํสเปสินฺติ รญฺโญ ปุรโต มม อวณฺโณ อุปฺปชฺเชยฺยา’’ติ จินฺเตตฺวา เตน อวณฺณภเยน ตํ มํสเปสึ เอกสฺมึ ภาชเน ปกฺขิปิตฺวา ปฏิกุชฺชิตฺวา ราชมุทฺทิกาย ลญฺเฉตฺวา คงฺคาย โสเต ปกฺขิปาเปสิ. มนุสฺเสหิ ฉฑฺฑิตมตฺเต เทวตา อารกฺขํ สํวิทหึสุ. สุวณฺณปฏฺฏกญฺเจตฺถ ชาติหิงฺคุลเกน ‘‘พาราณสิรญฺโญ อคฺคมเหสิยา ปชา’’ติ ลิขิตฺวา พนฺธึสุ. ตโต ตํ ภาชนํ อูมิภยาทีหิ อนุปทฺทุตํ คงฺคาโสเตน ปายาสิ.
เตน จ สมเยน อญฺญตโร ตาปโส โคปาลกกุลํ นิสฺสาย คงฺคาตีเร วิหรติ. โส ปาโตว คงฺคํ โอติณฺโณ ตํ ภาชนํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปํสุกูลสญฺญาย อคฺคเหสิ. อเถตฺถ ตํ อกฺขรปฏฺฏิกํ ราชมุทฺทิกาลญฺฉนํ จ ทิสฺวา มุญฺจิตฺวา ตํ มํสเปสึ อทฺทส, ทิสฺวานสฺส เอตทโหสิ ‘‘สิยา คพฺโภ, ตถา หิสฺส ทุคฺคนฺธปูติกภาโว นตฺถี’’ติ. อสฺสมํ เนตฺวา สุทฺเธ โอกาเส ฐเปสิ. อถ อฑฺฒมาสจฺจเยน เทฺว มํสเปสิโย อเหสุํ. ตาปโส ทิสฺวา สาธุตรํ ฐเปสิ. ตโต ปุน อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกเมกิสฺสา มํสเปสิยา หตฺถปาทสีสานมตฺถาย ปญฺจ ปญฺจ ปิฬกา อุฏฺฐหึสุ. อถ ตโต อฑฺฒมาสจฺจเยน เอกา มํสเปสิ สุวณฺณพิมฺพสทิโส ทารโก, เอกา ทาริกา อโหสิ.
เตสุ ตาปสสฺส ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ, องฺคุฏฺฐกโต จสฺส ขีรํ นิพฺพตฺติ. ตโต ปภุติ จ ขีรภตฺตํ อลภิตฺถ, โส ภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ขีรํ ทารกานํ มุเข อาสิญฺจติ. เตสํ อุทรํ ยํ ยํ ปวิสติ, ตํ ตํ สพฺพํ มณิภาชนคตํ วิย ทิสฺสติ, เอวํ นิจฺฉวี อเหสุํ. อปเร อาหุ ‘‘สิพฺเพตฺวา ฐปิตา วิย เนสํ อญฺญมญฺญํ ลีนา ฉวิ อโหสี’’ติ. เอวํ เต นิจฺฉวิตาย วา ลีนจฺฉวิตาย วา ลิจฺฉวีติ ปญฺญายึสุ.
ตาปโส ทารเก โปเสนฺโต อุสฺสูเร คามํ สิกฺขาย ปวิสติ, อติทิวา ปฏิกฺกมติ. ตสฺส ตํ พฺยาปารํ ญตฺวา โคปาลกา อาหํสุ – ‘‘ภนฺเต, ปพฺพชิตานํ ทารกโปสนํ ปลิโพโธ, อมฺหากํ ทารเก เทถ, มยํ โปเสสฺสาม, ตุเมฺห อตฺตโน กมฺมํ กโรถา’’ติ. ตาปโส สาธูติ ปฏิสฺสุณิ. โคปาลกา ทุติยทิวเส มคฺคํ สมํ กตฺวา ปุปฺเผหิ โอกิริตฺวา ธชปฏากา อุสฺสาเปตฺวา ตูริเยหิ วชฺชมาเนหิ อสฺสมํ อาคตา. ตาปโส – ‘‘มหาปุญฺญา ทารกา อปฺปมาเทน วฑฺเฒถ, วฑฺเฒตฺวา จ อญฺญมญฺญํ อาวาหวิวาหํ กโรถ, ปญฺจโครเสน ราชานํ โตเสตฺวา ภูมิภาคํ คเหตฺวา นครํ มาเปถ, ตตฺถ กุมารํ อภิสิญฺจถา’’ติ วตฺวา ทารเก อทาสิ. เต สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ทารเก เนตฺวา โปเสสุํ.
ทารกา วุทฺธิมนฺวาย กีฬนฺตา วิวาทฏฺฐาเนสุ อญฺเญ โคปาลกทารเก หตฺเถนปิ ปาเทนปิ ปหรนฺติ. เต โรทนฺติ. ‘‘กิสฺส โรทถา’’ติ จ มาตาปิตูหิ วุตฺตา ‘‘อิเม นิมฺมาตาปิติกา ตาปสโปสิตา อเมฺห อติปหรนฺตี’’ติ วทนฺติ. ตโต เตสํ มาตาปิตโร ‘‘อิเม ทารกา อญฺเญ ทารเก วินาเสนฺติ ทุกฺขาเปนฺติ, น อิเม สงฺคเหตพฺพา, วชฺเชตพฺพา อิเม’’ติ อาหํสุ. ตโต ปภุติ กิร โส ปเทโส วชฺชีติ วุจฺจติ โยชนสติโก ปริมาเณน. อถ ตํ ปเทสํ โคปาลกา ราชานํ โตเสตฺวา อคฺคเหสุํ. ตตฺถ จ นครํ มาเปตฺวา โสฬสวสฺสุทฺเทสิกํ กุมารํ อภิสิญฺจิตฺวา ราชานํ อกํสุ. ตาย จสฺส ทาริกาย สทฺธึ วิวาหํ กตฺวา กติกํ อกํสุ ‘‘พาหิรกทาริกา น อาเนตพฺพา, อิโต ทาริกา น กสฺสจิ ทาตพฺพา’’ติ. เตสํ ปฐมสํวาเสน เทฺว ทารกา ชาตา ธีตา จ ปุตฺโต จ. เอวํ โสฬสกฺขตฺตุํ เทฺว เทฺว ชาตา. ตโต เตสํ ทารกานํ ยถากฺกมํ วฑฺฒนฺตานํ อารามุยฺยานนิวาสฏฺฐานปริวารสมฺปตฺตึ คเหตุํ อปฺปโหนฺตา นครํ ติกฺขตฺตุํ คาวุตนฺตเรน คาวุตนฺตเรน ปริกฺขิปึสุ. ตสฺส ปุนปฺปุนํ วิสาลีกตตฺตา เวสาลีเตฺวว นามํ ชาตํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เวสาลิยนฺติ เอวํ นามเก นคเร’’ติ.
๐๑. พหินคเรติ นครสฺส พหิ, น อมฺพปาลิวนํ วิย อนฺโตนครสฺมึ. อยํ ปน ชีวกมฺพวนํ วิย นครสฺส พหิทฺธา วนสณฺโฑ. เตน วุตฺตํ ‘‘พหินคเร’’ติ. อปรปุเรติ ปุรสฺส อปเร, ปจฺฉิมทิสายนฺติ อตฺโถ. วนสณฺเฑติ โส กิร วนสณฺโฑ นครสฺส ปจฺฉิมทิสายํ คาวุตมตฺเต ฐาเน. ตตฺถ มนุสฺสา ภควโต คนฺธกุฏึ กตฺวา ตํ ปริวาเรตฺวา ภิกฺขูนํ รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐานจงฺกมเลณกุฏิมณฺฑปาทีนิ ปติฏฺฐเปสุํ, ภควา ตตฺถ วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อปรปุเร วนสณฺเฑ’’ติ. สุนกฺขตฺโตติ ตสฺส นามํ. ลิจฺฉวีนํ ปน ปุตฺตตฺตา ลิจฺฉวิปุตฺโตติ วุตฺโต. อจิรปกฺกนฺโตติ วิพฺภมิตฺวา คิหิภาวูปคมเนน อธุนาปกฺกนฺโต. ปริสตีติ ปริสมชฺเฌ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาติ เอตฺถ มนุสฺสธมฺมา นาม ทสกุสลกมฺมปถา. เต ปฏิเสเธตุํ น สกฺโกติ. กสฺมา? อุปารมฺภภยา. เวสาลิยญฺหิ พหู มนุสฺสา รตนตฺตเย ปสนฺนา พุทฺธมามกา ธมฺมมามกา สงฺฆมามกา. เต ทสกุสลกมฺมปถมตฺตมฺปิ นตฺถิ สมณสฺส โคตมสฺสาติ วุตฺเต ตฺวํ กตฺถ ภควนฺตํ ปาณํ หนนฺตํ อทฺทส, กตฺถ อทินฺนํ อาทิยนฺตนฺติอาทีนิ วตฺวา อตฺตโน ปมาณํ น ชานาสิ? กึ ทนฺตา เม อตฺถีติ ปาสาณสกฺขรา ขาทสิ, อหินงฺคุฏฺเฐ คณฺหิตุํ วายมสิ, กกจทนฺเตสุ ปุปฺผาวฬิกํ กีฬิตุํ อิจฺฉสิ? มุขโต เต ทนฺเต ปาเตสฺสามาติ วเทยฺยุํ. โส เตสํ อุปารมฺภภยา เอวํ วตฺตุํ น สกฺโกติ.
เวสาลินครวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา
ตโต อุตฺตรึ ปน วิเสสาธิคมํ ปฏิเสเธนฺโต อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโสติ อาห.
ตตฺถ อลมริยํ ญาตุนฺติ อลมริโย, อริยภาวาย สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. ญาณทสฺสนเมว ญาณทสฺสนวิเสโส. อลมริโย จ โส ญาณทสฺสนวิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส. ญาณทสฺสนนฺติ ทิพฺพจกฺขุปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ วุจฺจติ. ‘‘อปฺปมตฺโต สมาโน ญาณทสฺสนํ อาราเธตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๑๑) หิ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุ ญาณทสฺสนํ นาม. ‘‘ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๕) เอตฺถ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘อภพฺพา เต ญาณทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๖) เอตฺถ มคฺโค. ‘‘อยมญฺโญ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต ผาสุ วิหาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๒๘) เอตฺถ ผลํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ, อกุปฺปา เม เจโตวิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ (มหาว. ๑๖) เอตฺถ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ สตฺตาหกาลงฺกโต อาฬาโร กาฬาโม’’ติ (ม. นิ. ๒.๓๔๐) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อิธ ปน โลกุตฺตรมคฺโค อธิปฺเปโต. ตญฺหิ โส ภควโต ปฏิเสเธติ.
ตกฺกปริยาหตนฺติ อิมินา อาจริยํ ปฏิพาหติ. เอวํ กิรสฺส อโหสิ – สมเณน โคตเมน อาจริเย อุปสงฺกมิตฺวา สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ คหิตํ นาม นตฺถิ, ตกฺกปริยาหตํ ปน ตกฺเกตฺวา เอวํ ภวิสฺสติ เอวํ ภวิสฺสตีติ ตกฺกปริยาหตํ ธมฺมํ เทเสตีติ. วีมํสานุจริตนฺติ อิมินา จสฺส โลกิยปญฺญํ อนุชานาติ. สมโณ โคตโม ปญฺญวา, โส ตํ ปญฺญาสงฺขาตํ อินฺทวชิรูปมํ วีมํสํ เอวํ วฏฺฏิสฺสติ, เอวํ วฏฺฏิสฺสตีติ อิโต จิโต จ อนุจราเปตฺวา วีมํสาย อนุจริตํ ธมฺมํ เทเสติ. สยํปฏิภานนฺติ อิมินาสฺส ธมฺเมสุ ปจฺจกฺขภาวํ ปฏิพาหติ. เอวํ หิสฺส อโหสิ – สมณสฺส โคตมสฺส สุขุมํ ธมฺมนฺตรํ วิปสฺสนา วา มคฺโค วา ผลํ วา ปจฺจเวกฺขณา วา นตฺถิ, อยํ ปน ลทฺธปริโส, ราชานํ จกฺกวตฺตึ วิย นํ จตฺตาโร วณฺณา ปริวาเรนฺติ, สุผุสิตํ ปนสฺส ทนฺตาวรณํ, มุทุกา ชิวฺหา, มธุโร สโร, อเนลคฬา วาจา, โส ยํ ยเทวสฺส อุปฏฺฐาติ, ตํ ตํ คเหตฺวา สยํปฏิภานํ กเถนฺโต มหาชนํ รญฺเชตีติ.
ยสฺส จ ขฺวาสฺส อตฺถาย ธมฺโม เทสิโตติ ยสฺส จ โข อตฺถาย อสฺส ธมฺโม เทสิโต. เสยฺยถิทํ, ราคปฏิฆาตตฺถาย อสุภกมฺมฏฺฐานํ, โทสปฺปฏิฆาตตฺถาย เมตฺตาภาวนา, โมหปฏิฆาตตฺถาย ปญฺจ ธมฺมา, วิตกฺกูปจฺเฉทาย อานาปานสฺสติ.
โส นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายาติ โส ธมฺโม โย ตํ ยถาเทสิตํ กโรติ, ตสฺส ตกฺกรสฺส สมฺมา เหตุนา นเยน การเณน วฏฺฏทุกฺขกฺขยาย นิยฺยาติ คจฺฉติ ตมตฺถํ สาเธตีติ ทีเปติ. อิทํ ปเนส น อตฺตโน อชฺฌาสเยน วทติ. พุทฺธานญฺหิ ธมฺโม อนิยฺยานิโกติ เอวเมวํ ปเวเทยฺย, น ปน สกฺโกติ วตฺตุํ. กสฺมา? อุปารมฺภภยา. เวสาลิยญฺหิ พหู โสตาปนฺน-สกทาคามิ-อนาคามิอุปาสกา. เต เอวํ วเทยฺยุํ ‘‘สุนกฺขตฺต ตฺวํ ภควตา เทสิตธมฺโม อนิยฺยานิโกติ วทสิ, ยทิ อยํ ธมฺโม อนิยฺยานิโก, อิมสฺมึ นคเร อิเม กสฺมา เอตฺตกา โสตาปนฺนา ชาตา, เอตฺตกา สกทาคามี, เอตฺตกา อนาคามีติ ปุพฺเพ วุตฺตนเยน อุปารมฺภํ กเรยฺยุ’’นฺติ. โส อิมินา อุปารมฺภภเยน อนิยฺยานิโกติ วตฺตุํ อสกฺโกนฺโต อชฺชุเนน วิสฺสฏฺฐกณฺฑํ วิย อสฺส ธมฺโม อโมโฆ นิยฺยาติ, อพฺภนฺตเร ปนสฺส กิญฺจิ นตฺถีติ วทติ.
อสฺโสสิ โขติ เวสาลิยํ พฺราหฺมณกุลเสฏฺฐิกุลาทีสุ ตตฺถ ตตฺถ ปริสมชฺเฌ เอวํ ภาสมานสฺส ตํ วจนํ สุณิ, น ปน ปฏิเสเธสิ. กสฺมา? การุญฺญตาย. เอวํ กิรสฺส อโหสิ อยํ กุทฺโธ ฌายมานํ เวฬุวนํ วิย ปกฺขิตฺตโลณํ อุทฺธนํ วิย จ โกธวเสน ปฏปฏายติ, มยา ปฏิพาหิโต ปน มยิปิ อาฆาตํ พนฺธิสฺสติ, เอวมสฺส ตถาคเต จ มยิ จาติ ทฺวีสุ ชเนสุ อาฆาโต อติภาริโย ภวิสฺสตีติ การุญฺญตาย น ปฏิเสเธสิ. อปิ จสฺส เอวํ อโหสิ, พุทฺธานํ อวณฺณกถนํ นาม ปุณฺณจนฺเท โทสาโรปนสทิสํ, โก อิมสฺส กถํ คณฺหิสฺสติ? สยเมว เขเฬ ปจฺฉินฺเน มุเข สุกฺเข โอรมิสฺสตีติ อิมินา การเณน น ปฏิเสเธสิ. ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโตติ ปิณฺฑปาตปริเยสนโต อปคโต.
๑๔๗. โกธโนติ จณฺโฑ ผรุโส. โมฆปุริโสติ ตุจฺฉปุริโส. ยสฺส หิ ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย นตฺถิ, ตํ พุทฺธา ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติ. อุปนิสฺสเย สติปิ ตสฺมึ ขเณ มคฺเค วา ผเล วา อสติ ‘‘โมฆปุริโส’’ติ วทนฺติเยว. อิมสฺส ปน ตสฺมึ อตฺตภาเว มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย สมุจฺฉินฺโนเยว, เตน ตํ ‘‘โมฆปุริโส’’ติ อาห. โกธา จ ปนสฺส เอสา วาจา ภาสิตาติ เอสา จ ปนสฺส วาจา โกเธน ภาสิตา.
กสฺมา ปเนส ภควโต กุทฺโธติ? อยญฺหิ ปุพฺเพ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมํ ปุจฺฉิ. อถสฺส ภควา กเถสิ. โส ทิพฺพจกฺขุํ นิพฺพตฺเตตฺวา อาโลกํ วฑฺเฒตฺวา เทวโลเก โอโลเกนฺโต นนฺทนวนจิตฺตลตาวนผารุสกวนมิสฺสกวเนสุ ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาเน เทวปุตฺเต จ เทวธีตโร จ ทิสฺวา เอเตสํ เอวรูปาย อตฺตภาวสมฺปตฺติยา ฐิตานํ กีวมธุโร นุ โข สทฺโท ภวิสฺสตีติ สทฺทํ โสตุกาโม หุตฺวา ทสพลํ อุปสงฺกมิตฺวา ทิพฺพโสตธาตุปริกมฺมํ ปุจฺฉิ. ภควา ปนสฺส ทิพฺพโสตธาตุยา อุปนิสฺสโย นตฺถีติ ญตฺวา ปริกมฺมํ น กเถสิ. น หิ พุทฺธา อุปนิสฺสยวิรหิต ตสฺส ปริกมฺมํ กเถนฺติ. โส ภควติ อาฆาตํ พนฺธิตฺวา จินฺเตสิ ‘‘อหํ สมณํ โคตมํ ปฐมํ ทิพฺพจกฺขุปริกมฺมํ ปุจฺฉึ, โส ‘มยฺหํ ตํ สมฺปชฺชตุ วา มา วา สมฺปชฺชตู’ติ กเถสิ. อหํ ปน ปจฺจตฺตปุริสกาเรน ตํ นิพฺพตฺเตตฺวา ทิพฺพโสตธาตุปริกมฺมํ ปุจฺฉึ, ตํ เม น กเถสิ. อทฺธาสฺส เอวํ โหติ ‘อยํ ราชปพฺพชิโต ทิพฺพจกฺขุญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา ทิพฺพโสตธาตุญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา เจโตปริยญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อาสวานํ ขยญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา มยา สมสโม ภวิสฺสตี’ติ อิสฺสามจฺฉริยวเสน มยฺหํ น กเถตี’’ติ. ภิยฺโยโส อาฆาตํ พนฺธิตฺวา กาสายานิ ฉฑฺเฑตฺวา คิหิภาวํ ปตฺวาปิ น ตุณฺหีภูโต วิจรติ. ทสพลํ ปน อสตา ตุจฺเฉน อพฺภาจิกฺขนฺโต วิจรติ. เตนาห ภควา ‘‘โกธา จ ปนสฺส เอสา วาจา ภาสิตา’’ติ.
วณฺโณ เหโส, สาริปุตฺตาติ, สาริปุตฺต, ตถาคเตน สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ ปารมิโย ปูเรนฺเตน เอตทตฺถเมว วายาโม กโต ‘‘เทสนาธมฺโม เม นิยฺยานิโก ภวิสฺสตี’’ติ. ตสฺมา โย เอวํ วเทยฺย, โส วณฺณํเยว ตถาคตสฺส ภาสติ. วณฺโณ เหโส, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส คุโณ เอโส ตถาคตสฺส, น อคุโณติ ทสฺเสติ.
อยมฺปิ หิ นาม สาริปุตฺตาติอาทินา กึ ทสฺเสติ? สุนกฺขตฺเตน ปฏิสิทฺธสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส อตฺตนิ อตฺถิตํ ทสฺเสติ. ภควา กิร อยํ, สาริปุตฺต, สุนกฺขตฺโต โมฆปุริโส นตฺถิ ตถาคตสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺโมติ วทติ. มยฺหญฺจ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ นาม อตฺถิ, อิทฺธิวิธญาณํ นาม อตฺถิ, ทิพฺพโสตธาตุญาณํ นาม อตฺถิ, เจโตปริยญาณํ นาม อตฺถิ, ทสพลญาณํ นาม อตฺถิ, จตุเวสารชฺชญาณํ นาม อตฺถิ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ นาม อตฺถิ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ นาม อตฺถิ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ นาม อตฺถิ, สพฺเพปิ เจเต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาเยว. เอวรูเปสุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺเมสุ เอกสฺสาปิ วิชานนสมตฺถํ ธมฺมนฺวยมตฺตมฺปิ นาม เอตสฺส โมฆปุริสสฺส น ภวิสฺสตีติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ อยมฺปิ หิ นาม สาริปุตฺตาติอาทินา นเยน อิมํ เทสนํ อารภิ. ตตฺถ อเนฺวตีติ อนฺวโย, ชานาติ, อนุพุชฺฌตีติ อตฺโถ. ธมฺมสฺส อนฺวโย ธมฺมนฺวโย, ตํ ตํ สพฺพญฺญุตญฺญาณาทิธมฺมํ ชานนปญฺญาเยตํ อธิวจนํ. ‘‘อิติปิ โส ภควา’’ติอาทีหิ เอวรูปมฺปิ นาม มยฺหํ สพฺพญฺญุตญฺญาณสงฺขาตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วิชฺชมานเมว อตฺถีติ ชานิตุํ ตสฺส โมฆปุริสสฺส ธมฺมนฺวโยปิ น ภวิสฺสตีติ ทสฺเสติ. อิทฺธิวิธญาณาทีสุปิ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา.
อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทสพลญาณาทิวณฺณนา
๑๔๘. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ เจโตปริยญาณานนฺตรํ ติสฺโส วิชฺชา วตฺตพฺพา สิยุํ, ยสฺมา ปน ตาสุ วุตฺตาสุ อุปริ ทสพลญาณํ น ปริปูรติ, ตสฺมา ตา อวตฺวา ตถาคตสฺส ทสพลญาณํ ปริปูรํ กตฺวา ทสฺเสนฺโต ทส โข ปนิมานิ สาริปุตฺตาติอาทิมาห. ตตฺถ ตถาคตพลานีติ อญฺเญหิ อสาธารณานิ ตถาคตสฺเสว พลานิ. ยถา วา ปุพฺพพุทฺธานํ พลานิ ปุญฺญุสฺสยสมฺปตฺติยา อาคตานิ, ตถา อาคตพลานีติปิ อตฺโถ. ตตฺถ ทุวิธํ ตถาคตพลํ กายพลญฺจ ญาณพลญฺจ. เตสุ กายพลํ หตฺถิกุลานุสาเรน เวทิตพฺพํ. วุตฺตเญฺหตํ โปราเณหิ –
‘‘กาลาวกญฺจ คงฺเคยฺยํ, ปณฺฑรํ ตมฺพปิงฺคลํ;
คนฺธมงฺคลเหมญฺจ, อุโปสถฉทฺทนฺติเม ทสา’’ติ.
อิมานิ หิ ทส หตฺถิกุลานิ. ตตฺถ กาลาวกนฺติ ปกติหตฺถิกุลํ ทฏฺฐพฺพํ. ยํ ทสนฺนํ ปุริสานํ กายพลํ, ตํ เอกสฺส กาลาวกหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ กาลาวกานํ พลํ, ตํ เอกสฺส คงฺเคยฺยสฺส. ยํ ทสนฺนํ คงฺเคยฺยานํ, ตํ เอกสฺส ปณฺฑรสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปณฺฑรานํ, ตํ เอกสฺส ตมฺพสฺส. ยํ ทสนฺนํ ตมฺพานํ, ตํ เอกสฺส ปิงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ ปิงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส คนฺธหตฺถิโน. ยํ ทสนฺนํ คนฺธหตฺถีนํ, ตํ เอกสฺส มงฺคลสฺส. ยํ ทสนฺนํ มงฺคลานํ, ตํ เอกสฺส เหมวตสฺส. ยํ ทสนฺนํ เหมวตานํ, ตํ เอกสฺส อุโปสถสฺส. ยํ ทสนฺนํ อุโปสถานํ, ตํ เอกสฺส ฉทฺทนฺตสฺส. ยํ ทสนฺนํ ฉทฺทนฺตานํ ตํ เอกสฺส ตถาคตสฺส. นารายนสงฺฆาตพลนฺติปิ อิทเมว วุจฺจติ. ตเทตํ ปกติหตฺถิคณนาย หตฺถีนํ โกฏิสหสฺสานํ ปุริสคณนาย ทสนฺนํ ปุริสโกฏิสหสฺสานํ พลํ โหติ. อิทํ ตาว ตถาคตสฺส กายพลํ.
ญาณพลํ ปน ปาฬิยํ ตาว อาคตเมว. ทสพลญาณํ, จตุเวสารชฺชญาณํ, อฏฺฐสุ ปริสาสุ อกมฺปนญาณํ, จตุโยนิปริจฺเฉทกญาณํ, ปญฺจคติปริจฺเฉทกญาณํ. สํยุตฺตเก (สํ. นิ. ๒.๓๔) อาคตานิ เตสตฺตติ ญาณานิ สตฺตสตฺตติ ญาณานีติ เอวํ อญฺญานิปิ อเนกานิ ญาณสหสฺสานิ, เอตํ ญาณพลํ นาม. อิธาปิ ญาณพลเมว อธิปฺเปตํ. ญาณญฺหิ อกมฺปิยฏฺเฐน อุปตฺถมฺภนฏฺเฐน จ พลนฺติ วุตฺตํ.
เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโตติ เยหิ ทสหิ ญาณพเลหิ อุเปโต สมุเปโต. อาสภํ ฐานนฺติ เสฏฺฐฏฺฐานํ อุตฺตมฏฺฐานํ. อาสภา วา ปุพฺพพุทฺธา, เตสํ ฐานนฺติ อตฺโถ. อปิจ ควสตเชฏฺฐโก อุสโภ, ควสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ. วชสตเชฏฺฐโก วา อุสโภ, วชสหสฺสเชฏฺฐโก วสโภ. สพฺพควเสฏฺโฐ สพฺพปริสฺสยสโห เสโต ปาสาทิโก มหาภารวโห อสนิสตสทฺเทหิปิ อกมฺปนิโย นิสโภ, โส อิธ อุสโภติ อธิปฺเปโต. อิทมฺปิ หิ ตสฺส ปริยายวจนํ. อุสภสฺส อิทนฺติ อาสภํ. ฐานนฺติ จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐานํ. อิทํ ปน อาสภํ วิยาติ อาสภํ. ยเถว หิ นิสภสงฺขาโต อุสโภ อุสภพเลน สมนฺนาคโต จตูหิ ปาเทหิ ปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ, เอวํ ตถาคโตปิ ทสหิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต จตูหิ เวสารชฺชปาเทหิ อฏฺฐปริสปถวึ อุปฺปีเฬตฺวา สเทวเก โลเก เกนจิ ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน อกมฺปิโย อจลฏฺฐาเนน ติฏฺฐติ. เอวํ ติฏฺฐมาโนว ตํ อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, อุปคจฺฉติ น ปจฺจกฺขาติ อตฺตนิ อาโรเปติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาตี’’ติ.
ปริสาสูติ อฏฺฐสุ ปริสาสุ. สีหนาทํ นทตีติ เสฏฺฐนาทํ อภีตนาทํ นทติ, สีหนาทสทิสํ วา นาทํ นทติ. อยมตฺโถ สีหนาทสุตฺเตน ทีเปตพฺโพ. ยถา วา สีโห สหนโต หนนโต จ สีโหติ วุจฺจติ, เอวํ ตถาคโต โลกธมฺมานํ สหนโต ปรปฺปวาทานญฺจ หนนโต สีโหติ วุจฺจติ. เอวํ วุตฺตสฺส สีหสฺส นาทํ สีหนาทํ. ตตฺถ ยถา สีโห สีหพเลน สมนฺนาคโต สพฺพตฺถ วิสารโท วิคตโลมหํโส สีหนาทํ นทติ, เอวํ ตถาคตสีโหปิ ตถาคตพเลหิ สมนฺนาคโต อฏฺฐสุ ปริสาสุ วิสารโท วิคตโลมหํโส อิติ รูปนฺติอาทินา นเยน นานาวิธเทสนาวิลาสสมฺปนฺนํ สีหนาทํ นทติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปริสาสุ สีหนาทํ นทตี’’ติ. พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตีติ เอตฺถ พฺรหฺมนฺติ เสฏฺฐํ อุตฺตมํ วิสิฏฺฐํ. จกฺก-สทฺโท ปนายํ –
สมฺปตฺติยํ ลกฺขเณ จ, รถงฺเค อิริยาปเถ;
ทาเน รตนธมฺมูร-จกฺกาทีสุ จ ทิสฺสติ;
ธมฺมจกฺเก อิธ มโต, ตญฺจ เทฺวธา วิภาวเย.
‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, จกฺกานิ, เยหิ สมนฺนาคตานํ เทวมนุสฺสาน’’นฺติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๓๑) หิ อยํ สมฺปตฺติยํ ทิสฺสติ. ‘‘ปาทตเลสุ จกฺกานิ ชาตานี’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕) เอตฺถ ลกฺขเณ. ‘‘จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ (ธ. ป. ๑) เอตฺถ รถงฺเค. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวาร’’นฺติ (สํ. นิ. ๑.๒๙) เอตฺถ อิริยาปเถ. ‘‘ททํ ภุญฺช มา จ ปมาโท, จกฺกํ ปวตฺตย สพฺพปาณิน’’นฺติ (ชา. ๑.๗.๑๔๙) เอตฺถ ทาเน. ‘‘ทิพฺพํ จกฺกรตนํ ปาตุรโหสี’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๔๓) เอตฺถ รตนจกฺเก. ‘‘มยา ปวตฺติตํ จกฺก’’นฺติ (สุ. นิ. ๕๖๒) เอตฺถ ธมฺมจกฺเก. ‘‘อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส, จกฺกํ ภมติ มตฺถเก’’ติ (ชา. ๑.๑.๑๐๔; ๑.๕.๑๐๓) เอตฺถ อุรจกฺเก. ‘‘ขุรปริยนฺเตน เจปิ จกฺเกนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๑๖๖) เอตฺถ ปหรณจกฺเก. ‘‘อสนิวิจกฺก’’นฺติ (ที. นิ. ๓.๖๑; สํ. นิ. ๒.๑๖๒) เอตฺถ อสนิมณฺฑเล. อิธ ปนายํ ธมฺมจกฺเก อธิปฺเปโต.
ตํ ปน ธมฺมจกฺกํ ทุวิธํ โหติ ปฏิเวธญาณญฺเจว เทสนาญาณญฺจ. ตตฺถ ปญฺญาปภาวิตํ อตฺตโน อริยพลาวหํ ปฏิเวธญาณํ. กรุณาปภาวิตํ สาวกานํ อริยพลาวหํ เทสนาญาณํ. ตตฺถ ปฏิเวธญาณํ อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปนฺนนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ อภินิกฺขมนโต ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ตุสิตภวนโต วา ยาว มหาโพธิปลฺลงฺเก อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. ทีปงฺกรทสพลโต ปฏฺฐาย วา ยาว อรหตฺตมคฺคา อุปฺปชฺชมานํ, ผลกฺขเณ อุปฺปนฺนํ นาม. เทสนาญาณมฺปิ ปวตฺตมานํ ปวตฺตนฺติ ทุวิธํ. ตญฺหิ ยาว อญฺญาตโกณฺฑญฺญสฺส โสตาปตฺติมคฺคา ปวตฺตมานํ, ผลกฺขเณ ปวตฺตํ นาม. เตสุ ปฏิเวธญาณํ โลกุตฺตรํ, เทสนาญาณํ โลกิยํ. อุภยมฺปิ ปเนตํ อญฺเญหิ อสาธารณํ, พุทฺธานํเยว โอรสญาณํ.
อิทานิ เยหิ พเลหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ยานิ อาทิโตว ‘‘ทส โข ปนิมานิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ นิกฺขิตฺตานิ, ตานิ วิตฺถารโต ทสฺเสตุํ กตมานิ ทส? อิธ, สาริปุตฺต, ตถาคโต ฐานญฺจ ฐานโตติอาทิมาห. ตตฺถ ฐานญฺจ ฐานโตติ การณญฺจ การณโต. การณญฺหิ ยสฺมา ตตฺถ ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติยาย อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จ, ตสฺมา ฐานนฺติ วุจฺจติ. ตํ ภควา ‘‘เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ เหตู ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ ฐานํ. เย เย ธมฺมา เยสํ เยสํ ธมฺมานํ น เหตู น ปจฺจยา อุปฺปาทาย, ตํ ตํ อฏฺฐาน’’นฺติ ปชานนฺโต ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ปชานาติ. อภิธมฺเม ปเนตํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต ยถาภูตํ ญาณ’’นฺติอาทินา (วิภ. ๘๐๙) นเยน วิตฺถาริตเมว. ยมฺปีติ เยน ญาเณน. อิทมฺปิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺสาติ อิทมฺปิ ฐานาฏฺฐานญาณํ ตถาคตสฺส ตถาคตพลํ นาม โหตีติ อตฺโถ. เอวํ สพฺพปเทสุ โยชนา เวทิตพฺพา.
กมฺมสมาทานานนฺติ สมาทิยิตฺวา กตานํ กุสลากุสลกมฺมานํ, กมฺมเมว วา กมฺมสมาทานํ. ฐานโส เหตุโสติ ปจฺจยโต เจว เหตุโต จ. ตตฺถ คติอุปธิกาลปโยคา วิปากสฺส ฐานํ. กมฺมํ เหตุ. อิมสฺส ปน ญาณสฺส วิตฺถารกถา ‘‘อตฺเถกจฺจานิ ปาปกานิ กมฺมสมาทานานิ คติสมฺปตฺติปฏิพาฬฺหานิ น วิปจฺจนฺตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๐) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
สพฺพตฺถคามินินฺติ สพฺพคติคามินึ อคติคามินิญฺจ. ปฏิปทนฺติ มคฺคํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ พหูสุปิ มนุสฺเสสุ เอกเมว ปาณํ ฆาเตนฺเตสุ อิมสฺส เจตนา นิรยคามินี ภวิสฺสติ, อิมสฺส เจตนา ติรจฺฉานโยนิคามินีติ อิมินา นเยน เอกวตฺถุสฺมิมฺปิ กุสลากุสลเจตนาสงฺขาตานํ ปฏิปตฺตีนํ อวิปรีตโต สภาวํ ชานาติ. อิมสฺส จ ญาณสฺส วิตฺถารกถา ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส สพฺพตฺถคามินึ ปฏิปทํ ยถาภูตํ ญาณํ? อิธ ตถาคโต อยํ มคฺโค อยํ ปฏิปทา นิรยคามีติ ปชานาตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๑) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
อเนกธาตุนฺติ จกฺขุธาตุอาทีหิ กามธาตุอาทีหิ วา ธาตูหิ พหุธาตุํ. นานาธาตุนฺติ ตาสํเยว ธาตูนํ วิลกฺขณตาย นานปฺปการธาตุํ. โลกนฺติ ขนฺธายตนธาตุโลกํ. ยถาภูตํ ปชานาตีติ ตาสํ ตาสํ ธาตูนํ อวิปรีตโต สภาวํ ปฏิวิชฺฌติ. อิทมฺปิ ญาณํ ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส อเนกธาตุนานาธาตุโลกํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต ขนฺธนานตฺตํ ปชานาตี’’ติอาทินา นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตเมว.
นานาธิมุตฺติกตนฺติ หีนาทีหิ อธิมุตฺตีหิ นานาธิมุตฺติกภาวํ. อิทมฺปิ ญาณํ, ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส สตฺตานํ นานาธิมุตฺติกตํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต ปชานาติ สนฺติ สตฺตา หีนาธิมุตฺติกา’’ติ อาทินา นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตเมว.
ปรสตฺตานนฺติ ปธานสตฺตานํ. ปรปุคฺคลานนฺติ ตโต ปเรสํ หีนสตฺตานํ. เอกตฺถเมว วา เอตํ ปททฺวยํ. เวเนยฺยวเสน ปน เทฺวธา วุตฺตํ. อินฺทฺริยปโรปริยตฺตนฺติ สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ ปรภาวํ อปรภาวญฺจ, วุทฺธิญฺจ หานิญฺจาติ อตฺโถ. อิมสฺสปิ ญาณสฺส วิตฺถารกถา – ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ปรสตฺตานํ ปรปุคฺคลานํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ยถาภูตํ ญาณํ, อิธ ตถาคโต สตฺตานํ อาสยํ ปชานาติ อนุสยํ ปชานาตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๑๔) นเยน อภิธมฺเม อาคตาเยว.
ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนนฺติ ปฐมาทีนํ จตุนฺนํ ฌานานํ รูปี รูปานิ ปสฺสตีติอาทีนํ อฏฺฐนฺนํ วิโมกฺขานํ สวิตกฺกสวิจาราทีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ ปฐมชฺฌานสมาปตฺติอาทีนญฺจ นวนฺนํ อนุปุพฺพสมาปตฺตีนํ. สํกิเลสนฺติ หานภาคิยธมฺมํ. โวทานนฺติ วิเสสภาคิยธมฺมํ. วุฏฺฐานนฺติ ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐานํ. ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ (วิภ. ๘๒๘) เอวํ วุตฺตปคุณชฺฌานญฺเจว ภวงฺคผลสมาปตฺติโย จ. เหฏฺฐิมํ เหฏฺฐิมญฺหิ ปคุณชฺฌานํ อุปริมสฺส อุปริมสฺส ปทฏฺฐานํ โหติ. ตสฺมา ‘‘โวทานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. ภวงฺเคน ปน สพฺพชฺฌาเนหิ วุฏฺฐานํ โหติ. ผลสมาปตฺติยา นิโรธสมาปตฺติโต วุฏฺฐานํ โหติ. ตํ สนฺธาย ‘‘ตมฺหา ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐานมฺปิ วุฏฺฐาน’’นฺติ วุตฺตํ. อิทมฺปิ ญาณํ ‘‘ตตฺถ กตมํ ตถาคตสฺส ฌานวิโมกฺขสมาธิสมาปตฺตีนํ สํกิเลสํ โวทานํ วุฏฺฐานํ ยถาภูตํ ญาณํ, ฌายีติ จตฺตาโร ฌายี, อตฺเถกจฺโจ ฌายี สมฺปตฺตึเยว สมานํ วิปตฺตีติ ปจฺเจตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๒๘) นเยน อภิธมฺเม วิตฺถาริตํ. สตฺตนฺนํ ญาณานํ วิตฺถารกถาวินิจฺฉโย สมฺโมหวิโนทนิยํ วิภงฺคฏฺฐกถายํ วุตฺโต. ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติทิพฺพจกฺขุญาณกถา วิสุทฺธิมคฺเค วิตฺถาริตา. อาสวกฺขยกถา ภยเภรเว.
๑๔๙. อิมานิ โข สาริปุตฺตาติ ยานิ ปุพฺเพ ‘‘ทส โข ปนิมานิ, สาริปุตฺต, ตถาคตสฺส ตถาคตพลานี’’ติ อโวจํ, อิมานิ ตานีติ อปฺปนํ กโรติ. ตตฺถ ปรวาทีกถา โหติ – ทสพลญาณํ นาม ปาฏิเยกฺกํ นตฺถิ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺเสวายํ ปเภโทติ. ตํ น ตถา ทฏฺฐพฺพํ. อญฺญเมว หิ ทสพลญาณํ, อญฺญํ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ทสพลญาณญฺหิ สกสกกิจฺจเมว ชานาติ. สพฺพญฺญุตญาณํ ตมฺปิ ตโต อวเสสมฺปิ ปชานาติ. ทสพลญาเณสุ หิ ปฐมํ การณาการณเมว ชานาติ. ทุติยํ กมฺมนฺตรวิปากนฺตรเมว. ตติยํ กมฺมปริจฺเฉทเมว. จตุตฺถํ ธาตุนานตฺตการณเมว. ปญฺจมํ สตฺตานํ อชฺฌาสยาธิมุตฺติเมว. ฉฏฺฐํ อินฺทฺริยานํ ติกฺขมุทุภาวเมว. สตฺตมํ ฌานาทีหิ สทฺธึ เตสํ สํกิเลสาทิเมว. อฏฺฐมํ ปุพฺเพนิวุตฺถขนฺธสนฺตติเมว. นวมํ สตฺตานํ จุติปฏิสนฺธิเมว. ทสมํ สจฺจปริจฺเฉทเมว. สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน เอเตหิ ชานิตพฺพญฺจ ตโต อุตฺตริญฺจ ปชานาติ. เอเตสํ ปน กิจฺจํ น สพฺพํ กโรติ. ตญฺหิ ฌานํ หุตฺวา อปฺเปตุํ น สกฺโกติ, อิทฺธิ หุตฺวา วิกุพฺพิตุํ น สกฺโกติ, มคฺโค หุตฺวา กิเลเส เขเปตุํ น สกฺโกติ. อปิจ ปรวาที เอวํ ปุจฺฉิตพฺโพ – ‘‘ทสพลญาณํ นาม เอตํ สวิตกฺกสวิจารํ อวิตกฺกวิจารมตฺตํ อวิตกฺกอวิจารํ กามาวจรํ รูปาวจรํ อรูปาวจรํ โลกิยํ โลกุตฺตร’’นฺติ? ชานนฺโต ปฏิปาฏิยา สตฺต ญาณานิ สวิตกฺกสวิจารานีติ วกฺขติ. ตโต ปรานิ เทฺว อวิตกฺกอวิจารานีติ วกฺขติ. อาสวกฺขยญาณํ สิยา สวิตกฺกสวิจารํ, สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตํ, สิยา อวิตกฺกอวิจารนฺติ วกฺขติ. ตถา ปฏิปาฏิยา สตฺต กามาวจรานิ, ตโต ปรานิ เทฺว รูปาวจรานิ, อวสาเน เอกํ โลกุตฺตรนฺติ วกฺขติ, สพฺพญฺญุตญฺญาณํ ปน สวิตกฺกสวิจารเมว กามาวจรเมว โลกิยเมวาติ วกฺขติ.
เอวเมตฺถ อนุปทวณฺณนํ กตฺวา อิทานิ ยสฺมา ตถาคโต ปฐมํเยว ฐานาฏฺฐานญาเณน เวเนยฺยสตฺตานํ อาสวกฺขยาธิคมสฺส เจว อนธิคมสฺส จ ฐานาฏฺฐานภูตํ กิเลสาวรณาภาวํ ปสฺสติ, โลกิยสมฺมาทิฏฺฐิฏฺฐานทสฺสนโต นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิฏฺฐานาภาวทสฺสนโต จ. อถ เนสํ กมฺมวิปากญาเณน วิปากาวรณาภาวํ ปสฺสติ, ติเหตุกปฏิสนฺธิทสฺสนโต. สพฺพตฺถคามินีปฏิปทาญาเณน กมฺมาวรณาภาวํ ปสฺสติ, อนนฺตริยกมฺมาภาวทสฺสนโต. เอวํ อนาวรณานํ อเนกธาตุนานาธาตุญาเณน อนุกูลธมฺมเทสนตฺถํ จริยวิเสสํ ปสฺสติ, ธาตุเวมตฺตทสฺสนโต. อถ เนสํ นานาธิมุตฺติกตาญาเณน อธิมุตฺตึ ปสฺสติ, ปโยคํ อนาทิยิตฺวาปิ อธิมุตฺติวเสน ธมฺมเทสนตฺถํ. อเถวํ ทิฏฺฐาธิมุตฺตีนํ ยถาสตฺติ ยถาพลํ ธมฺมํ เทเสตุํ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน อินฺทฺริยปโรปริยตฺตํ ปสฺสติ, สทฺธาทีนํ ติกฺขมุทุภาวทสฺสนโต. เอวํ ปริญฺญาตินฺทฺริยปโรปริยตฺตา ปน เต สเจ ทูเร โหนฺติ, ปฐมชฺฌานาทีสุ วสีภูตตฺตา อิทฺธิวิเสเสน เต ขิปฺปํ อุปคจฺฉติ. อุปคนฺตฺวา จ เนสํ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาเณน ปุพฺพชาติภาวนํ, ทิพฺพจกฺขุญาณานุภาวโต ปตฺตพฺเพน เจโตปริยญาเณน สมฺปติ จิตฺตวิเสสํ ปสฺสนฺโต อาสวกฺขยญาณานุภาเวน อาสวกฺขยคามินิยา ปฏิปทาย วิคตสมฺโมหตฺตา อาสวกฺขยาย ธมฺมํ เทเสติ. ตสฺมา อิมินา อนุกฺกเมน อิมานิ ทสพลานิ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.
ตํ, สาริปุตฺต, วาจํ อปฺปหายาติอาทีสุ ปุน เอวรูปึ วาจํ น วกฺขามีติ วทนฺโต ตํ วาจํ ปชหติ นาม. ปุน เอวรูปํ จิตฺตํ น อุปฺปาเทสฺสามีติ จินฺเตนฺโต จิตฺตํ ปชหติ นาม. ปุน เอวรูปํ ทิฏฺฐึ น คณฺหิสฺสามีติ ปชหนฺโต ทิฏฺฐึ ปฏินิสฺสชฺชติ นาม, ตถา อกโรนฺโต เนว ปชหติ, น ปฏินิสฺสชฺชติ. โส ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเยติ ยถา นิรยปาเลหิ อาหริตฺวา นิรเย ฐปิโต, เอวํ นิรเย ฐปิโตเยวาติ เวทิตพฺโพ.
อิทานิสฺส อตฺถสาธกํ อุปมํ ทสฺเสนฺโต เสยฺยถาปีติอาทิมาห. ตตฺถ สีลสมฺปนฺโนติอาทีสุ โลกิยโลกุตฺตรา สีลสมาธิปญฺญา เวทิตพฺพา. โลกุตฺตรวเสเนว วินิวตฺเตตุมฺปิ วฏฺฏติ. อยญฺหิ สมฺมาวาจากมฺมนฺตาชีเวหิ สีลสมฺปนฺโน, สมฺมาวายามสติสมาธีหิ สมาธิสมฺปนฺโน, สมฺมาทิฏฺฐิสงฺกปฺเปหิ ปญฺญาสมฺปนฺโน, โส เอวํ สีลาทิสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ยถา ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว อญฺญํ อาราเธติ อรหตฺตํ ปาปุณาติ, เอวํสมฺปทมิทํ, สาริปุตฺต, วทามิ อิมมฺปิ การณํ เอวรูปเมว. ยถา หิ มคฺคานนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว ผลํ นิพฺพตฺตติ, เอวเมว อิมสฺสาปิ ปุคฺคลสฺส จุติอนนฺตรํ อวิรชฺฌิตฺวาว นิรเย ปฏิสนฺธิ โหตีติ ทสฺเสติ. สกลสฺมิญฺหิ พุทฺธวจเน อิมาย อุปมาย คาฬฺหตรํ กตฺวา วุตฺตอุปมา นาม นตฺถิ.
๑๕๐. เวสารชฺชานีติ เอตฺถ สารชฺชปฏิปกฺโข เวสารชฺชํ, จตูสุ ฐาเนสุ สารชฺชาภาวํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส อุปฺปนฺนโสมนสฺสมยญาณสฺเสตํ นามํ. สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโตติ อหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, สพฺเพ ธมฺมา มยา อภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ปฏิชานโต ตว. อนภิสมฺพุทฺธาติ อิเม นาม ธมฺมา ตยา อนภิสมฺพุทฺธา. ตตฺร วตาติ เตสุ วต อนภิสมฺพุทฺธาติ เอวํ ทสฺสิตธมฺเมสุ. สหธมฺเมนาติ สเหตุนา สการเณน วจเนน สุนกฺขตฺโต วิย วิปฺปลปนฺโต อปฺปมาณํ. นิมิตฺตเมตนฺติ เอตฺถ ปุคฺคโลปิ ธมฺโมปิ นิมิตฺตนฺติ อธิปฺเปโต. ตํ ปุคฺคลํ น ปสฺสามิ, โย มํ ปฏิโจเทสฺสติ, ตํ ธมฺมํ น ปสฺสามิ, ยํ ทสฺเสตฺวา อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธติ มํ ปฏิโจเทสฺสตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. เขมปฺปตฺโตติ เขมํ ปตฺโต, เสสปททฺวยํ อิมสฺเสว เววจนํ. สพฺพเญฺหตํ เวสารชฺชญาณเมว สนฺธาย วุตฺตํ. ทสพลสฺส หิ อยํ นาม ธมฺโม ตยา อนภิสมฺพุทฺโธติ โจทกํ ปุคฺคลํ วา โจทนาการณํ อนภิสมฺพุทฺธธมฺมํ วา อปสฺสโต สภาวพุทฺโธเยว วา สมาโน อหํ พุทฺโธสฺมีติ วทามีติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส พลวตรํ โสมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. เตน สมฺปยุตฺตํ ญาณํ เวสารชฺชํ นาม. ตํ สนฺธาย ‘‘เขมปฺปตฺโต’’ติอาทิมาห. เอวํ สพฺพตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อนฺตรายิกา ธมฺมาติ เอตฺถ ปน อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา, เต อตฺถโต สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตญฺหิ อนฺตมโส ทุกฺกฏ-ทุพฺภาสิตมฺปิ มคฺคผลานํ อนฺตรายํ กโรติ. อิธ ปน เมถุนธมฺโม อธิปฺเปโต. เมถุนํ เสวโต หิ ยสฺส กสฺสจิ นิสฺสํสยเมว มคฺคผลานํ อนฺตราโย โหติ. ยสฺส โข ปน เตสุ อตฺถายาติ ราคกฺขยาทีสุ ยสฺส อตฺถาย. ธมฺโม เทสิโตติ อสุภภาวนาทิธมฺโม กถิโต. ตตฺร วต มนฺติ ตสฺมึ อนิยฺยานิกธมฺเม มํ. เสสํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
ทสพลญาณาทิวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อฏฺฐปริสวณฺณนา
๑๕๑. ‘‘อฏฺฐ โข อิมา สาริปุตฺตา’’ติ อิทํ กสฺมา อารทฺธํ? เวสารชฺชญาณสฺส พลทสฺสนตฺถํ. ยถา หิ พฺยตฺตํ ปริสํ อชฺโฌคาเหตฺวา วิญฺญูนํ จิตฺตํ อาราธนสมตฺถาย กถาย ธมฺมกถิกสฺส เฉกภาโว ปญฺญายติ, เอวํ อิมา อฏฺฐ ปริสา ปตฺวา เวสารชฺชญาณสฺส เวสารชฺชภาโว สกฺกา ญาตุนฺติ เวสารชฺชญาณสฺส พลํ ทสฺเสนฺโต, อฏฺฐ โข อิมา สาริปุตฺตาติอาทิมาห.
ตตฺถ ขตฺติยปริสาติ ขตฺติยานํ สนฺนิปติตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ, เอส นโย สพฺพตฺถ. มารกายิกานํ ปน สนฺนิปติตฺวา นิสินฺนฏฺฐานํ มารปริสา เวทิตพฺพา, น มารานํ. สพฺพาปิ เจตา ปริสา อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน คหิตา. มนุสฺสา หิ ‘‘เอตฺถ ราชา นิสินฺโน’’ติ ปกติวจนมฺปิ วตฺตุํ น สกฺโกนฺติ, กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ. เอวํ อุคฺคา ขตฺติยปริสา. พฺราหฺมณา ตีสุ เวเทสุ กุสลา โหนฺติ, คหปตโย นานาโวหาเรสุ เจว อกฺขรจินฺตาย จ. สมณา สกวาทปรวาเทสุ กุสลา โหนฺติ. เตสํ มชฺเฌ ธมฺมกถากถนํ นาม อติวิย ภาโร. อมนุสฺสาปิ อุคฺคา โหนฺติ. อมนุสฺโสติ หิ วุตฺตมตฺเตปิ มนุสฺสานํ สกลสรีรํ สงฺกมฺปติ, เตสํ รูปํ วา ทิสฺวา สทฺทํ วา สุตฺวา สตฺตา วิสญฺญิโน โหนฺติ. เอวํ อมนุสฺสปริสา อุคฺคา. ตาสุปิ ธมฺมกถากถนํ นาม อติวิย ภาโร. อิติ อุคฺคฏฺฐานทสฺสนวเสน ตา คหิตาติ เวทิตพฺพา.