๓. ธมฺมทายาทสุตฺตวณฺณนา

๒๙. เอวํ เม สุตนฺติ ธมฺมทายาทสุตฺตํ. ยสฺมา ปนสฺส อฏฺฐุปฺปตฺติโก นิกฺเขโป, ตสฺมา ตํ ทสฺเสตฺวา วสฺส อปุพฺพปทวณฺณนํ กริสฺสาม. กตราย จ ปนิทํ อฏฺฐุปฺปตฺติยา นิกฺขิตฺตนฺติ. ลาภสกฺกาเร. ภควโต กิร มหาลาภสกฺกาโร อุปฺปชฺชิ. ยถา ตํ จตฺตาโร อสงฺเขฺยยฺเย ปูริตทานปารมีสญฺจยสฺส. สพฺพทิสาสุ ยมกมหาเมโฆ วุฏฺฐหิตฺวา มโหฆํ วิย สพฺพปารมิโย เอกสฺมึ อตฺตภาเว วิปากํ ทสฺสามาติ สมฺปิณฺฑิตา วิย ลาภสกฺการมโหฆํ นิพฺพตฺตยึสุ. ตโต ตโต อนฺนปานยานวตฺถมาลาคนฺธวิเลปนาทิหตฺถา ขตฺติยพฺราหฺมณาทโย อาคนฺตฺวา – ‘‘กหํ พุทฺโธ, กหํ ภควา, กหํ เทวเทโว, นราสโภ, ปุริสสีโห’’ติ ภควนฺตํ ปริเยสนฺติ. สกฏสเตหิปิ ปจฺจเย อาหริตฺวา โอกาสํ อลภมานา สมนฺตา คาวุตปฺปมาณมฺปิ สกฏธุเรน สกฏธุรมาหจฺจติฏฺฐนฺติ เจว อนุพนฺธนฺติ จ. อนฺธกวินฺทพฺราหฺมณาทโย วิย. สพฺพํ ขนฺธเก เตสุ เตสุ สุตฺเตสุ จ อาคตนเยเนว เวทิตพฺพํ. ยถา จ ภควโต, เอวํ ภิกฺขุสงฺฆสฺสาปิ.

วุตฺตมฺปิ เจตํ – ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สกฺกโต โหติ ครุกโต มานิโต ปูชิโต อปจิโต ลาภี จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ, ภิกฺขุสงฺโฆปิ โข สกฺกโต โหติ…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ (อุทา. ๑๔). ตถา – ‘‘ยาวตา โข, จุนฺท, เอตรหิ สงฺโฆ วา คโณ วา โลเก อุปฺปนฺโน, นาหํ, จุนฺท, อญฺญํ เอกสงฺฆมฺปิ สมนุปสฺสามิ, เอวํ ลาภคฺคยสคฺคปตฺตํ, ยถริว, จุนฺท, ภิกฺขุสงฺโฆ’’ติ (ที. นิ. ๓.๑๗๖).

สฺวายํ ภควโต จ ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ อุปฺปนฺโน ลาภสกฺกาโร เอกโต หุตฺวา ทฺวินฺนํ มหานทีนํ อุทกมิว อปฺปเมยฺโย อโหสิ. กเมน ภิกฺขู ปจฺจยครุกา ปจฺจยพาหุลิกา อเหสุํ. ปจฺฉาภตฺตมฺปิ เตลมธุผาณิตาทีสุ อาหเฏสุ คณฺฑึเยว ปหริตฺวา ‘‘อมฺหากํ อาจริยสฺส เทถ, อุปชฺฌายสฺส เทถา’’ติ อุจฺจาสทฺทมหาสทฺทํ กโรนฺติ. สา จ เนสํ ปวตฺติ ภควโตปิ ปากฏา อโหสิ. ตโต ภควา อนนุจฺฉวิกนฺติ ธมฺมสํเวคํ อุปฺปาเทตฺวา จินฺเตสิ –

‘‘ปจฺจยา อกปฺปิยาติ น สกฺกา สิกฺขาปทํ ปญฺญเปตุํ. ปจฺจยปฏิพทฺธา หิ กุลปุตฺตานํ สมณธมฺมวุตฺติ. หนฺทาหํ ธมฺมทายาทปฏิปทํ เทเสมิ. สา สิกฺขากามานํ กุลปุตฺตานํ สิกฺขาปทปญฺญตฺติ วิย ภวิสฺสติ นครทฺวาเร ฐปิตสพฺพกายิกอาทาโส วิย จ, ยถา หิ นครทฺวาเร ฐปิเต สพฺพกายิเก อาทาเส จตฺตาโร วณฺณา อตฺตโน ฉายํ ทิสฺวา วชฺชํ ปหาย นิทฺโทสา โหนฺติ, เอวเมว สิกฺขากามา กุลปุตฺตา ปโยคมณฺฑเนน อตฺตานํ มณฺเฑตุกามา อิมํ สพฺพกายิกาทาสูปมํ เทสนํ อาวชฺชิตฺวา อามิสทายาทปฏิปทํ วชฺเชตฺวา ธมฺมทายาทปฏิปทํ ปูเรนฺตา ขิปฺปเมว ชาติชรามรณสฺส อนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ. อิมิสฺสา อฏฺฐุปฺปตฺติยา อิทํ สุตฺตํ อภาสิ.

ตตฺถ ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทาติ ธมฺมสฺส เม ทายาทา, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสสฺส. โย มยฺหํ ธมฺโม, ตสฺส ปฏิคฺคาหกา ภวถ, ยญฺจ โข มยฺหํ อามิสํ, ตสฺส มา ปฏิคฺคาหกา ภวถาติ วุตฺตํ โหติ. ตตฺถ ธมฺโมปิ ทุวิโธ – นิปฺปริยายธมฺโม, ปริยายธมฺโมติ. อามิสมฺปิ ทุวิธํ – นิปฺปริยายามิสํ, ปริยายามิสนฺติ. กถํ? มคฺคผลนิพฺพานเภโท หิ นววิโธปิ โลกุตฺตรธมฺโม นิปฺปริยายธมฺโม นิพฺพตฺติตธมฺโม, น เยน เกนจิ ปริยาเยน การเณน วา เลเสน วา ธมฺโม. ยํ ปนิทํ วิวฏฺฏูปนิสฺสิตํ กุสลํ, เสยฺยถิทํ, อิเธกจฺโจ วิวฏฺฏํ ปตฺเถนฺโต ทานํ เทติ, สีลํ สมาทิยติ, อุโปสถกมฺมํ กโรติ, คนฺธมาลาทีหิ วตฺถุปูชํ กโรติ, ธมฺมํ สุณาติ เทเสติ ฌานสมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, เอวํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน นิปฺปริยายธมฺมํ อมตํ นิพฺพานํ ปฏิลภติ, อยํ ปริยายธมฺโม. ตถา จีวราทโย จตฺตาโร ปจฺจยา นิปฺปริยายามิสเมว, น อญฺเญน ปริยาเยน การเณน วา เลเสน วา อามิสํ. ยํ ปนิทํ วฏฺฏคามิกุสลํ, เสยฺยถิทํ, อิเธกจฺโจ วฏฺฏํ ปตฺเถนฺโต สมฺปตฺติภวํ อิจฺฉมาโน ทานํ เทติ…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, เอวํ กโรนฺโต อนุปุพฺเพน เทวมนุสฺสสมฺปตฺตึ ปฏิลภติ, อิทํ ปริยายามิสํ นาม.

ตตฺถ นิปฺปริยายธมฺโมปิ ภควโตเยว สนฺตโก. ภควตา หิ กถิตตฺตา ภิกฺขู มคฺคผลนิพฺพานานิ อธิคจฺฉนฺติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘โส หิ พฺราหฺมณ ภควา อนุปฺปนฺนสฺส มคฺคสฺส อุปฺปาเทตา, อสญฺชาตสฺส มคฺคสฺส สญฺชเนตา, อนกฺขาตสฺส มคฺคสฺส อกฺขาตา, มคฺคญฺญู มคฺควิทู มคฺคโกวิโท. มคฺคานุคา จ ปน เอตรหิ สาวกา วิหรนฺติ ปจฺฉา สมนฺนาคตา’’ติ (ม. นิ. ๓.๗๙) จ – ‘‘โส หาวุโส, ภควา ชานํ ชานาติ, ปสฺสํ ปสฺสติ จกฺขุภูโต ญาณภูโต ธมฺมภูโต พฺรหฺมภูโต วตฺตา ปวตฺตา อตฺถสฺส นินฺเนตา อมตสฺส ทาตา ธมฺมสฺสามี ตถาคโต’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๐๓) จ. ปริยายธมฺโมปิ ภควโตเยว สนฺตโก. ภควตา หิ กถิตตฺตา เอวํ ชานนฺติ ‘‘วิวฏฺฏํ ปตฺเถตฺวา ทานํ เทนฺโต…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตนฺโต อนุกฺกเมน อมตํ นิพฺพานํ ปฏิลภตี’’ติ. นิปฺปริยายามิสมฺปิ จ ภควโตเยว สนฺตกํ. ภควตา หิ อนุญฺญาตตฺตาเยว ภิกฺขูหิ ชีวกวตฺถุํ อาทึ กตฺวา ปณีตจีวรํ ลทฺธํ. ยถาห ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คหปติจีวรํ. โย อิจฺฉติ, ปํสุกูลิโก โหตุ, โย อิจฺฉติ, คหปติจีวรํ สาทิยตุ. อิตรีตเรนปาหํ, ภิกฺขเว, สนฺตุฏฺฐึเยว วณฺเณมี’’ติ (มหาว. ๓๓๗).

ปุพฺเพ จ ภิกฺขู ปณีตปิณฺฑปาตํ นาลตฺถุํ. สปทานปิณฺฑิยาโลปโภชนา เอวาเหสุํ. เตหิ ราชคเห วิหรนฺเตน ภควตา – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนํ สลากภตฺตํ ปกฺขิกํ อุโปสถิกํ ปาฏิปทิก’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๕) เอวํ อนุญฺญาตตฺตาเยว ปณีตโภชนํ ลทฺธํ. ตถา เสนาสนํ. ปุพฺเพ หิ อกตปพฺภารรุกฺขมูลาทิเสนาสนาเยว ภิกฺขู อเหสุํ. เต ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ เลณานี’’ติ (จูฬว. ๒๙๔) เอวํ ภควตา อนุญฺญาตตฺตาเยว วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหาติ อิมานิ เสนาสนานิ ลภึสุ. ปุพฺเพ จ มุตฺตหรีตเกเนว เภสชฺชํ อกํสุ. เต ภควตาเยว – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ เภสชฺชานิ, เสยฺยถิทํ, สปฺปิ, นวนีตํ, เตลํ, มธุ, ผาณิต’’นฺติ (มหาว. ๒๖๐) เอวมาทินา นเยน อนุญฺญาตตฺตา นานาเภสชฺชานิ ลภึสุ.

ปริยายามิสมฺปิ ภควโตเยว สนฺตกํ. ภควตา หิ กถิตตฺตา เยว ชานนฺติ – ‘‘สมฺปตฺติภวํ ปตฺเถนฺโต ทานํ ทตฺวา สีลํ…เป… สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา อนุกฺกเมน ปริยายามิสํ ทิพฺพสมฺปตฺตึ มนุสฺสสมฺปตฺตึ ปฏิลภตี’’ติ. ตเทว, ยสฺมา นิปฺปริยายธมฺโมปิ ปริยายธมฺโมปิ นิปฺปริยายามิสมฺปิ ปริยายามิสมฺปิ ภควโตเยว สนฺตกํ, ตสฺมา ตตฺถ อตฺตโน สามิภาวํ ทสฺเสนฺโต อาห – ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ มา อามิสทายาทา’’ติ.

โย มยฺหํ สนฺตโก ทุวิโธปิ ธมฺโม, ตสฺส ทายาทา ภวถ. ยญฺจ โข เอตํ มยฺหเมว สนฺตกํ อามิสํ, ตสฺส ทายาทา มา ภวถ. ธมฺมโกฏฺฐาสสฺเสว สามิโน ภวถ, มา อามิสโกฏฺฐาสสฺส. โย หิ ชินสาสเน ปพฺพชิตฺวา ปจฺจยปรโม วิหรติ จตูสุ ตณฺหุปฺปาเทสุ สนฺทิสฺสมาโน นิกฺขิตฺตธุโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปตฺติยํ, อยํ อามิสทายาโท นาม. ตาทิสา มา ภวถ. โย ปน อนุญฺญาตปจฺจเยสุ อปฺปิจฺฉตาทีนิ นิสฺสาย ปฏิสงฺขา เสวมาโน ปฏิปตฺติปรโม วิหรติ จตูสุ อริยวํเสสุ สนฺทิสฺสมาโน, อยํ ธมฺมทายาโท นาม. ตาทิสา ภวถาติ วุตฺตํ โหติ.

อิทานิ เยสํ ตตฺถ เอตทโหสิ, ภวิสฺสติ วา อนาคตมทฺธานํ ‘‘กึ นุ โข ภควา สาวกานํ อลาภตฺถิโก เอวมาหา’’ติ, เตสํ อติปณีตลาภตฺถิโก อหํ เอวํ วทามีติ ทสฺเสตุมาห อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ…เป… โน อามิสทายาทาติ.

ตสฺสายมตฺโถ – อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา อนุทฺทยา หิเตสิตา, เกน นุ โข การเณน เกน อุปาเยน สาวกา ธมฺมทายาทา อสฺสุ ธมฺมโกฏฺฐาสสามิโน, โน อามิสทายาทาติ. อยํ ปน อธิปฺปาโย, ปสฺสติ กิร ภควา อามิสครุกานํ อามิเส อุปกฺขลิตานํ อตีตกาเล ตาว กปิลสฺส ภิกฺขุโน, ‘‘สงฺฆาฏิปิ อาทิตฺตา โหตี’’ติอาทินา (ปารา. ๒๓๐; สํ. นิ. ๒.๒๑๘) นเยน อาคตปาปภิกฺขุภิกฺขุนีสิกฺขมานาทีนญฺจ อเนกสตานํ อปายปริปูรณตฺตํ อตฺตโน สาสเน ปพฺพชิตานญฺจ เทวทตฺตาทีนํ. ธมฺมครุกานํ ปน สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานมหากสฺสปาทีนํ อภิญฺญาปฏิสมฺภิทาทิคุณปฺปฏิลาภํ. ตสฺมา เตสํ อปายา ปริมุตฺตึ สพฺพคุณสมฺปตฺติญฺจ อิจฺฉนฺโต อาห – ‘‘อตฺถิ เม ตุเมฺหสุ อนุกมฺปา กินฺติ เม สาวกา ธมฺมทายาทา ภเวยฺยุํ, โน อามิสทายาทา’’ติ. ปจฺจยครุโก จ จตุปริสนฺตเร กูฏกหาปโณ วิย นิพฺพุตงฺคาโร วิย จ นิตฺเตโช นิปฺปโภ โหติ. ตโต วิวตฺติตจิตฺโต ธมฺมครุโก เตชวา สีโหว อภิภุยฺยจารี, ตสฺมาปิ เอวมาห – ‘‘อตฺถิ เม…เป… โน อามิสทายาทา’’ติ.

เอวํ ‘‘ธมฺมทายาทา เม, ภิกฺขเว, ภวถ, มา อามิสทายาทา’’ติ อิทํ อนุกมฺปาย ปณีตตรํ ลาภํ อิจฺฉนฺเตน วุตฺตํ, โน อลาภตฺถิเกนาติ สาเวตฺวา อิทานิ อิมสฺส โอวาทสฺส อกรเณ อาทีนวํ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘ตุเมฺห จ เม, ภิกฺขเว…เป… โน ธมฺมทายาทา’’ติ. ตตฺถ ตุเมฺหปิ เตน อาทิยา ภเวยฺยาถาติ ตุเมฺหปิ เตน อามิสทายาทภาเวน โน ธมฺมทายาทภาเวน อาทิยา ภเวยฺยาถ. อปทิสิตพฺพา วิสุํ กาตพฺพา ววตฺถเปตพฺพา, วิญฺญูหิ คารยฺหา ภเวยฺยาถาติ วุตฺตํ โหติ. กินฺติ? อามิสทายาทา สตฺถุสาวกา วิหรนฺติ, โน ธมฺมทายาทาติ.

อหมฺปิ เตน อาทิโย ภเวยฺยนฺติ อหมฺปิ เตน ตุมฺหากํ อามิสทายาทภาเวน โน ธมฺมทายาทภาเวน คารโยฺห ภเวยฺยํ. กินฺติ? อามิส…เป… ทายาทาติ. อิทํ ภควา เตสํ อตีว มุทุกรณตฺถมาห. อยญฺหิ เอตฺถ อธิปฺปาโย – สเจ, ภิกฺขเว, ตุเมฺห อามิสโลลา จริสฺสถ, ตตฺถ วิญฺญู มํ ครหิสฺสนฺติ ‘‘กถญฺหิ นาม สพฺพญฺญู สมาโน อตฺตโน สาวเก ธมฺมทายาเท โน อามิสทายาเท กาตุํ น สกฺโกตี’’ติ. เสยฺยถาปิ นาม อนากปฺปสมฺปนฺเน ภิกฺขู ทิสฺวา อาจริยุปชฺฌาเย ครหนฺติ ‘‘กสฺสิเม สทฺธิวิหาริกา, กสฺสนฺเตวาสิกา’’ติ; เสยฺยถา วา ปน กุลกุมารเก วา กุลกุมาริกาโย วา ทุสฺสีเล ปาปธมฺเม ทิสฺวา มาตาปิตโร ครหนฺติ ‘‘กสฺสิเม ปุตฺตา, กสฺส ธีตโร’’ติ; เอวเมว มํ วิญฺญู ครหิสฺสนฺติ ‘‘กถญฺหิ นาม สพฺพญฺญู สมาโน อตฺตโน สาวเก ธมฺมทายาเท โน อามิสทายาเท กาตุํ น สกฺโกตี’’ติ.

เอวํ อิมสฺส โอวาทสฺส อกรเณ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา กรเณ อานิสํสํ ทสฺเสนฺโต ตุเมฺห จ เมติอาทิมาห. ตตฺถ อหมฺปิ เตน น อาทิโย ภเวยฺยนฺติ เสยฺยถาปิ นาม วตฺตปริปูรเก ทหรภิกฺขู อุทฺเทสปริปุจฺฉาสมฺปนฺเน วสฺสสติกตฺเถเร วิย อากปฺปสมฺปนฺเน ทิสฺวา, กสฺส สทฺธิวิหาริกา, กสฺสนฺเตวาสิกาติ, อสุกสฺสาติ, ‘‘ปติรูปํ เถรสฺส, ปฏิพโล วต โอวทิตุํ อนุสาสิตุ’’นฺติ อาจริยุปชฺฌายา น อาทิยา น คารยฺหา ภวนฺติ, เอวเมว อหมฺปิ เตน ตุมฺหากํ ธมฺมทายาทภาเวน โน อามิสทายาทภาเวน กสฺส สาวกา นาลกปฏิปทํ ตุวฏฺฏกปฏิปทํ จนฺทูปมปฏิปทํ รถวินีตปฏิปทํ มหาโคสิงฺคสาลปฏิปทํ มหาสุญฺญตปฏิปทํ ปฏิปนฺนา จตุปจฺจยสนฺโตสภาวนารามอริยวํเสสุ สกฺขิภูตา ปจฺจยเคธโต วิวตฺตมานสา อพฺภา มุตฺตจนฺทสมา วิหรนฺตีติ; ‘‘สมณสฺส โคตมสฺสา’’ติ วุตฺเต ‘‘สพฺพญฺญู วต ภควา, อสกฺขิ วต สาวเก อามิสทายาทปฏิปทํ ฉฑฺฑาเปตฺวา ธมฺมทายาทปฏิปตฺติปูรเก กาตุ’’นฺติ วิญฺญูนํ น อาทิโย น คารโยฺห ภเวยฺยนฺติ. เอวมิมสฺมึ ปเท อธิปฺปายํ ญตฺวา เสสํ กณฺหปกฺเข วุตฺตนยปจฺจนีเกน เวทิตพฺพํ. เอวํ อิมสฺส โอวาทสฺส กรเณ อานิสํสํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตํ โอวาทํ นิยฺยาเตนฺโต อาห – ‘‘ตสฺมา ติห เม, ภิกฺขเว…เป… โน อามิสทายาทา’’ติ.

๓๐. เอวมิมํ โอวาทํ นิยฺยาเตตฺวา อิทานิ ตสฺสา ธมฺมทายาทปฏิปตฺติยา ปริปูรการึ โถเมตุํ อิธาหํ, ภิกฺขเวติอาทิมาห. ภควโต หิ โถมนํ สุตฺวาปิ โหนฺติเยว ตทตฺถาย ปฏิปชฺชิตาโร.

ตตฺถ อิธาติ นิปาตปทเมตํ. ภุตฺตาวีติ ภุตฺตวา, กตภตฺตกิจฺโจติ วุตฺตํ โหติ. ปวาริโตติ ยาวทตฺถปวารณาย ปวาริโต, ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตฺวา ปฏิกฺขิตฺตโภชโน ติตฺโตวาติ วุตฺตํ โหติ. จตุพฺพิธา หิ ปวารณา วสฺสํวุฏฺฐปวารณา ปจฺจยปวารณา อนติริตฺตปวารณา ยาวทตฺถปวารณาติ. ตตฺถ, ‘‘อนุชานามิ ภิกฺขเว, วสฺสํวุฏฺฐานํ ภิกฺขูนํ ตีหิ ฐาเนหิ ปวาเรตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๐๙) อยํ วสฺสํวุฏฺฐปวารณา. ‘‘อิจฺฉามหํ, ภนฺเต, สงฺฆํ จตุมาสํ เภสชฺเชน ปวาเรตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๓๐๓) จ ‘‘อญฺญตฺร ปุนปวารณาย อญฺญตฺร นิจฺจปวารณายา’’ติ (ปาจิ. ๓๐๗) จ อยํ ปจฺจยปวารณา. ‘‘ปวาริโต นาม อสนํ ปญฺญายติ, โภชนํ ปญฺญายติ, หตฺถปาเส ฐิโต อภิหรติ, ปฏิกฺเขโป ปญฺญายติ, เอโส ปวาริโต นามา’’ติ (ปาจิ. ๒๓๙) อยํ อนติริตฺตปวารณา. ‘‘ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปสิ สมฺปวาเรสี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๙๗, ๓๕๘) อยํ ยาวทตฺถปวารณา. อยมิธ อธิปฺเปตา. เตน วุตฺตํ ‘‘ปวาริโตติ ยาวทตฺถปวารณาย ปวาริโต’’ติ.

ปริปุณฺโณติ โภชเนน ปริปุณฺโณ. ปริโยสิโตติ ปริโยสิตโภชโน, อุตฺตรปทโลโป ทฏฺฐพฺโพ. ยาวตกํ ภุญฺชิตพฺพํ, ตาวตกํ ภุตฺตํ โหติ, อวสิตา เม โภชนกิริยาติ อตฺโถ. สุหิโตติ ธาโต, ชิฆจฺฉาทุกฺขาภาเวน วา สุขิโตติ วุตฺตํ โหติ. ยาวทตฺโถติ ยาวตโก เม โภชเนน อตฺโถ, โส สพฺโพ ปตฺโตติ. เอตฺถ จ ปุริมานํ ติณฺณํ ปจฺฉิมานิ สาธกานิ. โย หิ ปริโยสิโต, โส ภุตฺตาวี โหติ. โย จ สุหิโต, โส ยาวทตฺถปวารณาย ปวาริโต. โย ยาวทตฺโถ, โส ปริปุณฺโณติ. ปุริมานิ วา ปจฺฉิมานํ. ยสฺมา หิ ภุตฺตาวี, ตสฺมา ปริโยสิโต. ยสฺมา ปวาริโต, ตสฺมา สุหิโต. ยสฺมา ปริปุณฺโณ, ตสฺมา ยาวทตฺโถติ. สพฺพญฺเจตํ ปริกปฺเปตฺวา วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

สิยาติ เอกํเส จ วิกปฺปเน จ. ‘‘ปถวีธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา, สิยา พาหิรา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๔๙) เอกํเส. ‘‘สิยา อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติ วีติกฺกโม’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๙) วิกปฺปเน. อิธ อุภยมฺปิ วฏฺฏติ. อติเรโกว อติเรกธมฺโม. ตถา ฉฑฺฑนีย ธมฺโม. อธิโก จ ฉฑฺเฑตพฺโพ จ, น อญฺญํ กิญฺจิ กาตพฺโพติ อตฺโถ. อถาติ ตมฺหิ กาเล. ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรตาติ ชิฆจฺฉาย จ ทุพฺพเลฺยน จ ปเรตา ผุฏฺฐา อนุคตา จ อฏฺฐปิ ทสปิ ทิวสานิ. ตตฺถ เกจิ ชิฆจฺฉิตาปิ น ทุพฺพลา โหนฺติ, สกฺโกนฺติ ชิฆจฺฉํ สหิตุํ. อิเม ปน น ตาทิสาติ ทสฺเสตุํ อุภยมาห. ตฺยาหนฺติ เต อหํ. สเจ อากงฺขถาติ ยทิ อิจฺฉถ.

อปฺปหริเตติ อปฺปรุฬฺหหริเต, ยสฺมึ ฐาเน ปิณฺฑปาตชฺโฌตฺถรเณน วินสฺสนธมฺมานิ ติณานิ นตฺถิ, ตสฺมินฺติ อตฺโถ. เตน นิตฺติณญฺจ มหาติณคหนํ จ, ยตฺถ สกเฏนปิ ฉฑฺฑิเต ปิณฺฑปาเต ติณานิ น วินสฺสนฺติ, ตญฺจ ฐานํ ปริคฺคหิตํ โหติ. ภูตคามสิกฺขาปทสฺส หิ อวิโกปนตฺถเมตํ วุตฺตํ.

อปฺปาณเกติ นิปฺปาณเก ปิณฺฑปาตชฺโฌตฺถรเณน มริตพฺพปาณกรหิเต วา มหาอุทกกฺขนฺเธ. ปริตฺโตทเก เอว หิ ภตฺตปกฺเขเปน อาฬุลิเต สุขุมปาณกา มรนฺติ, น มหาตฬากาทีสูติ. ปาณกานุรกฺขณตฺถญฺหิ เอตํ วุตฺตํ. โอปิลาเปสฺสามีติ นิมุชฺชาเปสฺสามิ.

ตเตฺรกสฺสาติ เตสุ ทฺวีสุ เอกสฺส. โย อิมํ ธมฺมเทสนํ สุฏฺฐุ สุตวา ปุนปฺปุนํ อาวชฺเชติ จ, ตํ สนฺธายาห วุตฺตํ โข ปเนตนฺติ. อยํ วุตฺต-สทฺโท เกโสหารเณปิ ทิสฺสติ ‘‘กาปฏิโก มาณโว ทหโร วุตฺตสิโร’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๔๒๖). โรปิเตปิ ‘‘ยถา สารทิกํ พีชํ, เขตฺเต วุตฺตํ วิรูหตี’’ติอาทีสุ (ชา. ๑.๓.๓๑). กถิเตปิ ‘‘วุตฺตมิทํ ภควตา, วุตฺตมิทํ อรหตา’’ติอาทีสุ. อิธ ปน กถิเต ทฏฺฐพฺโพ. กถิตํ โข ปเนตนฺติ อยญฺหิสฺส อตฺโถ. อามิสญฺญตรนฺติ จตุนฺนํ ปจฺจยามิสานํ อญฺญตรํ, เอกนฺติ อตฺโถ. ยทิทนฺติ นิปาโต, สพฺพลิงฺควิภตฺติวจเนสุ ตาทิโสว ตตฺถ ตตฺถ อตฺถโต ปริณาเมตพฺโพ. อิธ ปนาสฺส โย เอโสติ อตฺโถ. โย เอโส ปิณฺฑปาโต นาม. อิทํ อามิสญฺญตรนฺติ วุตฺตํ โหติ. ยํนูนาหนฺติ สาธุ วตาหํ. เอวนฺติ ยถา อิทานิ อิมํ ขณํ วีตินาเมมิ, เอวเมว รตฺตินฺทิวํ. วีตินาเมยฺยนฺติ เขเปยฺยํ อติวตฺตาเปยฺยํ.

โส ตํ ปิณฺฑปาตนฺติ โส ตํ สเทวเกน โลเกน สิรสา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพรูปํ สุคตาติริตฺตมฺปิ ปิณฺฑปาตํ อภุญฺชิตฺวา ธมฺมทายาทภาวํ อากงฺขมาโน อาทิตฺตสีสูปมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา เตเนว ชิฆจฺฉาทุพฺพเลฺยน เอวํ ตํ รตฺตินฺทิวํ วีตินาเมยฺย.

อถ ทุติยสฺสาติ อิมสฺมึ ปน วาเร เอส สงฺเขโป, สเจ โส ภิกฺขุ, ยํนูนาหํ…เป… วีตินาเมยฺยนฺติ จินฺเตนฺโต เอวมฺปิ จินฺเตยฺย, ปพฺพชิเตน โข วาฬมิคากุเล อรญฺเญ เภสชฺชํ วิย ปญฺจกามคุณวาฬากุเล คาเม ปิณฺฑปาโตปิ ทุกฺขํ ปริเยสิตุํ. อยํ ปน ปิณฺฑปาโต อิติ ปริเยสนาทีนววิมุตฺโต จ สุคตาติริตฺโต จาติ อุภโต สุชาตขตฺติยกุมาโร วิย โหติ, เยหิ จ ปญฺจหิ การเณหิ ปิณฺฑปาโต น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ. เสยฺยถิทํ, ปุคฺคลํ ครหิตฺวา น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ ‘‘อลชฺชิปุคฺคลสฺส สนฺตโก’’ติ. อปริสุทฺธอุปฺปตฺติตาย น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ ‘‘ภิกฺขุนิปริปาจนอสนฺตสมฺภาวนุปฺปนฺโน’’ติ. สามิกานุกมฺปาย น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ ‘‘ปิณฺฑปาตสามิโก ภิกฺขุ ชิฆจฺฉิโต’’ติ. โส ธาโต ตสฺเสว อนฺเตวาสิกาทีสุ อนุกมฺปาย น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ ‘‘อนฺเตวาสิกา อญฺเญ วา ตปฺปฏิพทฺธา ชิฆจฺฉิตา’’ติ, เตปิ ธาตา สุหิตา, อปิจ โข อสฺสทฺธตาย น ปริภุญฺชิตพฺโพ โหติ ‘‘ปิณฺฑปาตสามิโก ภิกฺขุ อสฺสทฺโธ’’ติ. เตหิ จ การเณหิ อยํ วิมุตฺโต. ภควา หิ ลชฺชีนํ อคฺโค, ปริสุทฺธุปฺปตฺติโก ปิณฺฑปาโต, ภควา จ ธาโต สุหิโต, ปจฺจาสีสโกปิ อญฺโญ ปุคฺคโล นตฺถิ, เย โลเก สทฺธา, ภควา เตสํ อคฺโคติ เอวํ จินฺเตตฺวา จ โส ตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา…เป… วีตินาเมยฺย. เอตฺตาวตา โยปิ อภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ, โสปิ ภุญฺชิตพฺพกเมว ปิณฺฑปาตํ น ภุตฺโต โหติ. โยปิ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ, โสปิ ภุญฺชิตพฺพกเมว ภุตฺโต โหติ. นตฺถิ ปิณฺฑปาเต วิเสโส. ปุคฺคเล ปน อตฺถิ วิเสโส. ตสฺมา ตํ ทสฺเสนฺโต กิญฺจาปิ โสติอาทิมาห.

ตตฺถ กิญฺจาปีติ อนุชานนปฺปสํสนตฺเถ นิปาโต. กึ อนุชานาติ? ตสฺส ภิกฺขุโน ตํ อนวชฺชปริโภคํ. กึ ปสํสติ? ภุตฺวา สมณธมฺมกรณํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ ยทิปิ โส ภิกฺขุ เอวํ ภุญฺชิตพฺพเมว ภุญฺชิตฺวา กาตพฺพเมว กเรยฺย. อถ โข อสุเยว เม ปุริโม ภิกฺขูติ โย ปุริโม ภิกฺขุ ตมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา สมณธมฺมํ กโรติ, โสเยว มม ทฺวีสุ สูเรสุ สูรตโร วิย ทฺวีสุ ปณฺฑิเตสุ ปณฺฑิตตโร วิย จ ปุชฺชตโร จ ปาสํสตโร จ, ทุติยภิกฺขุโต อติเรเกน ปูชนีโย จ ปสํสนีโย จาติ วุตฺตํ โหติ.

อิทานิ ตมตฺถํ การเณน สาเธนฺโต ตํ กิสฺส เหตูติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ, ตตฺถ สิยา ตุมฺหากํ, กสฺมา โส ภิกฺขุ ภควโต ปุชฺชตโร จ ปาสํสตโร จาติ? ตญฺหิ ตสฺสาติ ยสฺมา ตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺขิปนํ ตสฺส ภิกฺขุโน ทีฆรตฺตํ อปฺปิจฺฉตาย…เป… วีริยารมฺภาย สํวตฺติสฺสติ. กถํ? ตสฺส หิ สเจ อปเรน สมเยน ปจฺจเยสุ อตฺริจฺฉตา วา ปาปิจฺฉตา วา มหิจฺฉตา วา อุปฺปชฺชิสฺสติ. ตโต นํ อิมินา ปิณฺฑปาตปฏิกฺเขปงฺกุเสน นิวาเรสฺสติ ‘‘อเร ตฺวํ สุคตาติริตฺตมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อีทิสํ อิจฺฉํ อุปฺปาเทสี’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขมาโน. เอส นโย อสนฺตุฏฺฐิยา อสํเลขสฺส จุปฺปนฺนสฺส นิวารเณ. เอวํ ตาวสฺส อปฺปิจฺฉตาย สนฺตุฏฺฐิยา สํเลขาย สํวตฺติสฺสติ.

สุภรตายาติ เอตฺถ อยํ สํวณฺณนา – อิเธกจฺโจ อตฺตโนปิ อุปฏฺฐากานมฺปิ ทุพฺภโร โหติ ทุปฺโปโส. เอกจฺโจ อตฺตโนปิ อุปฏฺฐากานมฺปิ สุภโร โหติ สุโปโส. กถํ? โย หิ อมฺพิลาทีนิ ลทฺธา อนมฺพิลาทีนิ ปริเยสติ, อญฺญสฺส ฆเร ลทฺธํ อญฺญสฺส ฆเร ฉฑฺเฑนฺโต สพฺพํ คามํ วิจริตฺวา ริตฺตปตฺโตว วิหารํ ปวิสิตฺวา นิปชฺชติ, อยํ อตฺตโน ทุพฺภโร. โย ปน สาลิมํโสทนาทีนํ ปตฺเต ปูเรตฺวา ทินฺเนปิ ทุมฺมุขภาวํ อนตฺตมนภาวเมว จ ทสฺเสติ, เตสํ วา สมฺมุขาว ตํ ปิณฺฑปาตํ ‘‘กึ ตุเมฺหหิ ทินฺน’’นฺติ อปสาเทนฺโต สามเณรคหฏฺฐาทีนมฺปิ เทติ, อยํ อุปฏฺฐากานํ ทุพฺภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา ทูรโต ปริวชฺชนฺติ ทุพฺภโร ภิกฺขุ น สกฺกา โปสิตุนฺติ. โย ปน ยํกิญฺจิ ลูขํ วา ปณีตํ วา ลทฺธา ตุฏฺฐจิตฺโตว ภุญฺชิตฺวา วิหารํ คนฺตฺวา อตฺตโน กมฺมํ กโรติ, อยํ อตฺตโน สุภโร. โย จ ปเรสมฺปิ อปฺปํ วา พหุํ วา ลูขํ วา ปณีตํ วา ทานํ อหีเฬตฺวา อตฺตมโน วิปฺปสนฺนมุโข หุตฺวา เตสํ สมฺมุขาว ปริภุญฺชิตฺวา ยาติ, อยํ อุปฏฺฐากานํ สุภโร. เอตํ ทิสฺวา มนุสฺสา อติวิย วิสฺสตฺถา โหนฺติ – ‘‘อมฺหากํ ภทนฺโต สุภโร โถเกนปิ ตุสฺสติ, มยเมว นํ โปสิสฺสามา’’ติ ปฏิญฺญํ กตฺวา โปเสนฺติ.

ตตฺถ สเจ อปเรน สมเยน อสฺส อตฺตโน วา อุปฏฺฐากานํ วา ทุพฺภรตานเยน จิตฺตํ อุปฺปชฺชิสฺสติ. ตโต นํ อิมินา ปิณฺฑปาตปฏิกฺเขปงฺกุเสน นิวาเรสฺสติ – ‘‘อเร ตฺวํ สุคตาติริตฺตมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อีทิสํ จิตฺตํ อุปฺปาเทสี’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขมาโน, เอวมสฺส สุภรตาย สํวตฺติสฺสติ. สเจ ปนสฺส โกสชฺชํ อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตมฺปิ เอเตเนวงฺกุเสน นิวาเรสฺสติ – ‘‘อเร ตฺวํ นาม ตทา สุคตาติริตฺตมฺปิ ปิณฺฑปาตํ ปฏิกฺขิปิตฺวา ตถา ชิฆจฺฉาทุพฺพลฺยปเรโตปิ สมณธมฺมํ กตฺวา อชฺช โกสชฺชมนุยุญฺชสี’’ติ เอวํ ปจฺจเวกฺขมาโน, เอวมสฺส วีริยารมฺภาย สํวตฺติสฺสติ. เอวมสฺส อิทํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺขิปนํ ทีฆรตฺตํ อปฺปิจฺฉตาย…เป… วีริยารมฺภาย สํวตฺติสฺสติ. เอวมสฺสิเม ปญฺจ คุณา ปริปูรา ทส กถาวตฺถูนิ ปริปูเรสฺสนฺติ.

กถํ? อตฺร หิ ปาฬิยํเยว อปฺปิจฺฉตาสนฺตุฏฺฐิตาวีริยารมฺภวเสน ตีณิ อาคตานิ, เสสานิ สลฺเลเขน สงฺคหิตานิ. อิทญฺหิ สพฺพกถาวตฺถูนํ นามเมว, ยทิทํ สลฺเลโข. ยถาห – ‘‘ยา จ โข อยํ, อานนฺท, กถา อภิสลฺเลขิกา เจโตวินีวรณสปฺปายา เอกนฺตนิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย อุปสมาย อภิญฺญาย สมฺโพธาย นิพฺพานาย สํวตฺตติ. เสยฺยถิทํ, อปฺปิจฺฉกถา’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๘๙, ๑๙๒) วิตฺถาโร. เอวํ อิเม ปญฺจ คุณา ปริปูรา ทส กถาวตฺถูนิ ปริปูเรสฺสนฺติ. ทส กถาวตฺถูนิ ปริปูรานิ ติสฺโส สิกฺขา ปริปูเรสฺสนฺติ.

กถํ? เอเตสุ หิ อปฺปิจฺฉกถา สนฺโตสกถา อสํสคฺคกถา สีลกถาติ อิมา จตสฺโส กถา อธิสีลสิกฺขาสงฺคหิตาเยว. ปวิเวกกถา วีริยารมฺภกถา สมาธิกถาติ อิมา ติสฺโส อธิจิตฺตสิกฺขสงฺคหิตา. ปญฺญากถา วิมุตฺติกถา วิมุตฺติญาณทสฺสนกถาติ อิมา ติสฺโส อธิปญฺญาสิกฺขาสงฺคหิตาติ. เอวํ ทส กถาวตฺถูนิ ปริปูรานิ ติสฺโส สิกฺขา ปริปูเรสฺสนฺติ. ติสฺโส สิกฺขา ปริปูรา ปญฺจ อเสกฺขธมฺมกฺขนฺเธ ปริปูเรสฺสนฺติ.

กถํ? ปริปูรา หิ อธิสีลสิกฺขา อเสกฺโข สีลกฺขนฺโธเยว โหติ, อธิจิตฺตสิกฺขา อเสกฺโข สมาธิกฺขนฺโธ, อธิปญฺญาสิกฺขา อเสกฺขา ปญฺญา-วิมุตฺติ-วิมุตฺติญาณทสฺสนกฺขนฺธา เอวาติ เอวํ ติสฺโส สิกฺขา ปริปูรา ปญฺจ อเสกฺขธมฺมกฺขนฺเธ ปริปูเรสฺสนฺติ. ปญฺจ ธมฺมกฺขนฺธา ปริปูรา อมตํ นิพฺพานํ ปริปูเรสฺสนฺติ. เสยฺยถาปิ อุปริปพฺพเต ปาวุสฺสโก มหาเมโฆ อภิวุฏฺโฐ ปพฺพตกนฺทรสรสาขา ปริปูเรติ. ตา ปริปูรา กุโสพฺเภ, กุโสพฺภา มหาโสพฺเภ, มหาโสพฺภา กุนฺนทิโย, กุนฺนทิโย มหานทิโย, มหานทิโย มหาสมุทฺทสาครํ ปริปูเรนฺติ; เอวเมว ตสฺส ภิกฺขุโน อิเม ปญฺจ คุณา ปริปูรา ทส กถาวตฺถุนิ อาทึ กตฺวา ยาว อมตํ นิพฺพานํ ปริปูเรสฺสนฺติ. เอวมยํ ภิกฺขุ ธมฺมทายาทปฏิปทํ ปฏิปนฺโน ปรมธมฺมทายาทํ ลภตีติ เอตมตฺถํ สมฺปสฺสมาโน ภควา ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ ตญฺหิ ตสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน’’ติอาทิมาห.

เอวํ ตสฺส ภิกฺขุโน ปุชฺชตรปาสํสตรภาวํ การเณน สาเธตฺวา อิทานิ เต ภิกฺขู ตถตฺตาย สนฺนิโยเชนฺโต ตสฺมา ติห เม ภิกฺขเวติอาทิมาห. กึ วุตฺตํ โหติ, ยสฺมา โย ตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตฺวา สมณธมฺมํ กเรยฺย, โส อิเมหิ ปญฺจหิ มูลคุเณหิ ปริพาหิโร. โย ปน อภุญฺชิตฺวา กเรยฺย, โส อิเมสํ ภาคี โหติ – ‘‘ตสฺมา ติห เม, ภิกฺขเว…เป… โน อามิสทายาทา’’ติ.

อิทมโวจ ภควาติ อิทํ นิทานปริโยสานโต ปภุติ ยาว โน อามิสทายาทาติ สุตฺตปฺปเทสํ ภควา อโวจ. อิทํ วตฺวาน สุคโตติ อิทญฺจ สุตฺตปฺปเทสํ วตฺวาว โสภนาย ปฏิปทาย คตตฺตา สุคโตติ สงฺขํ ปตฺโตเยว ภควา. อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสี ปญฺญตฺตวรพุทฺธาสนโต อุฏฺฐหิตฺวา วิหารํ อตฺตโน มหาคนฺธกุฏึ ปาวิสิ อสมฺภินฺนาย เอว ปริสาย. กสฺมา ธมฺมโถมนตฺถํ.

พุทฺธา กิร อปรินิฏฺฐิตาย เทสนาย วิหารํ ปวิสนฺตา ทฺวีหิ การเณหิ ปวิสนฺติ ปุคฺคลโถมนตฺถํ วา ธมฺมโถมนตฺถํ วา. ปุคฺคลโถมนตฺถํ ปวิสนฺโต เอวํ จินฺเตสิ – ‘‘อิมํ มยา สํขิตฺเตน อุทฺเทสํ อุทฺทิฏฺฐํ, วิตฺถาเรน อวิภตฺตํ, ธมฺมปฏิคฺคาหกา ภิกฺขู อุคฺคเหตฺวา อานนฺทํ วา กจฺจานํ วา อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสนฺติ, เต มยฺหํ ญาเณน สํสนฺเทตฺวา กเถสฺสนฺติ, ตโต ธมฺมปฏิคฺคาหกา ปุน มํ ปุจฺฉิสฺสนฺติ, เตสํ อหํ สุกถิตํ, ภิกฺขเว, อานนฺเทน สุกถิตํ กจฺจาเนน, มํ เจปิ ตุเมฺห เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาถ, อหมฺปิ นํ เอวเมว พฺยากเรยฺยนฺติ เอวํ เต ปุคฺคเล โถเมสฺสามิ, ตโต เตสุ คารวํ ชเนตฺวา ภิกฺขู อุปสงฺกมิสฺสนฺติ, เตปิ ภิกฺขู อตฺเถ จ ธมฺเม จ นิโยเชสฺสนฺติ, เต เตหิ นิโยชิตา ติสฺโส สิกฺขา ปริปูเรนฺตา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺตี’’ติ.

ธมฺมโถมนตฺถํ ปวิสนฺโต เอวํ จินฺเตสิ, ยถา อิเธว จินฺเตสิ – ‘‘มยิ วิหารํ ปวิฏฺเฐ ตเมว อามิสทายาทํ ครหนฺโต ธมฺมทายาทญฺจ โถเมนฺโต อิมิสฺสํเยว ปริสติ นิสินฺโน สาริปุตฺโต ธมฺมํ เทเสสฺสติ, เอวํ ทฺวินฺนมฺปิ อมฺหากํ เอกชฺฌาสยาย มติยา เทสิตา อยํ เทสนา อคฺคา จ ครุกา จ ภวิสฺสติ ปาสาณจฺฉตฺตสทิสา. จตุโรฆนิตฺถรณฏฺเฐน ติตฺเถ ฐปิตา นาวา วิย มคฺคคมนฏฺเฐน จตุยุตฺตอาชญฺญรโถ วิย จ ภวิสฺสติ. ยถา จ ‘เอวํ กโรนฺตสฺส อยํ ทณฺโฑ’ติ ปริสติ อาณํ ฐเปตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปาสาทํ อารุเฬฺห ราชินิ ตตฺเถว นิสินฺโน เสนาปติ ตํ รญฺญา ฐปิตํ อาณํ ปวตฺเตติ; เอวมฺปิ มยา ฐปิตํ เทสนํ อิมิสฺสํเยว ปริสติ นิสินฺโน สาริปุตฺโต โถเมตฺวา เทเสสฺสติ, เอวํ ทฺวินฺนมฺปิ อมฺหากํ มติยา เทสิตา อยํ เทสนา พลวตรา มชฺฌนฺหิกสูริโย วิย ปชฺชลิสฺสตี’’ติ. เอวมิธ ธมฺมโถมนตฺถํ อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสิ.

อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ ภควา นิสินฺนาสเนเยว อนฺตรหิโต จิตฺตคติยา วิหารํ ปวิสตีติ เวทิตพฺโพ. ยทิ หิ กายคติยา คจฺเฉยฺย, สพฺพา ปริสา ภควนฺตํ ปริวาเรตฺวา คจฺเฉยฺย, สา เอกวารํ ภินฺนา ปุน ทุสฺสนฺนิปาตา ภเวยฺยาติ ภควา จิตฺตคติยา เอว ปาวิสิ.

๓๑. เอวํ ปวิฏฺเฐ ปน ภควติ ภควโต อธิปฺปายานุรูปํ ตํ ธมฺมํ โถเมตุกาโม ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต…เป…เอตทโวจ. ตตฺถ อายสฺมาติ ปิยวจนเมตํ. สาริปุตฺโตติ ตสฺส เถรสฺส นามํ, ตญฺจ โข มาติโต, น ปิติโต. รูปสาริยา หิ พฺราหฺมณิยา โส ปุตฺโต, ตสฺมา สาริปุตฺโตติ วุจฺจติ. อจิรปกฺกนฺตสฺสาติ ปกฺกนฺตสฺส สโต นจิเรน. อาวุโส, ภิกฺขเวติ เอตฺถ ปน พุทฺธา ภควนฺโต สาวเก อาลปนฺตา ภิกฺขเวติ อาลปนฺติ. สาวกา ปน พุทฺเธหิ สทิสา มา โหมาติ อาวุโสติ ปฐมํ วตฺวา ปจฺฉา ภิกฺขเวติ ภณนฺติ. พุทฺเธหิ จ อาลปิโต ภิกฺขุสงฺโฆ ภทนฺเตติ ปฏิวจนํ เทติ, สาวเกหิ อาวุโสติ.

กิตฺตาวตา นุ โข, อาวุโสติ เอตฺถ กิตฺตาวตาติ ปริจฺเฉทวจนํ, กิตฺตเกนาติ วุตฺตํ โหติ. นุกาโร ปุจฺฉายํ. โขกาโร นิปาตมตฺตํ. สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโตติ, ตีหิ วิเวเกหิ กายจิตฺตอุปธิวิเวเกหิ สตฺถุโน วิหรนฺตสฺส. วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตีติ ติณฺณํ วิเวกานํ อญฺญตรมฺปิ นานุสิกฺขนฺติ, อามิสทายาทาว โหนฺตีติ อิมมตฺถํ อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู ปุจฺฉิ. เอส นโย สุกฺกปกฺเขปิ.

เอวํ วุตฺเต ตมตฺถํ โสตุกามา ภิกฺขู ทูรโตปิ โขติอาทิมาหํสุ. ตตฺถ ทูรโตปีติ ติโรรฏฺฐโตปิ ติโรชนปทโตปิ อเนกโยชนคณนโตปีติ วุตฺตํ โหติ. สนฺติเกติ สมีเป. อญฺญาตุนฺติ ชานิตุํ พุชฺฌิตุํ. อายสฺมนฺตํเยว สาริปุตฺตํ ปฏิภาตูติ อายสฺมโตเยว สาริปุตฺตสฺส ภาโค โหตุ, อายสฺมา ปน สาริปุตฺโต อตฺตโน ภาคํ กตฺวา วิภชตูติ วุตฺตํ โหติ. อายสฺมโต หิ ภาโค ยทิทํ อตฺถกฺขานํ, อมฺหากํ ปน สวนํ ภาโคติ อยเมตฺถ อธิปฺปาโย, เอวํ สทฺทลกฺขเณน สเมติ. เกจิ ปน ภณนฺติ ‘‘ปฏิภาตูติ ทิสฺสตู’’ติ. อปเร ‘‘อุปฏฺฐาตู’’ติ. ธาเรสฺสนฺตีติ อุคฺคเหสฺสนฺติ ปริยาปุณิสฺสนฺติ. ตโต เนสํ กเถตุกาโม เถโร เตน หีติอาทิมาห. ตตฺถ เตนาติ การณวจนํ. หิกาโร นิปาโต. ยสฺมา โสตุกามาตฺถ, ยสฺมา จ มยฺหํ ภารํ อาโรปยิตฺถ, ตสฺมา สุณาถาติ วุตฺตํ โหติ. เตปิ ภิกฺขู เถรสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉึสุ, เตนาห ‘‘เอวมาวุโสติ…เป…ปจฺจสฺโสสุ’’นฺติ.

อถ เนสํ, อามิสทายาทํ ครหนฺเตน ภควตา ‘‘ตุเมฺหปิ เตน อาทิยา ภเวยฺยาถา’’ติ เอเกเนวากาเรน วุตฺตมตฺถํ ตีหิ อากาเรหิ ทสฺเสนฺโต อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ – ‘‘อิธาวุโส, สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต…เป… เอตฺตาวตา โข, อาวุโส, สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติ.

เอตฺตาวตา ยญฺจ ภควา อามิสทายาทปฏิปทํ ครหนฺโต ‘‘ตุเมฺหปิ เตน อาทิยา ภเวยฺยาถา’’ติ อาห, ยญฺจ อตฺตนา ปุจฺฉํ ปุจฺฉิ ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข…เป… นานุสิกฺขนฺตี’’ติ, ตสฺส วิตฺถารโต อตฺโถ สุวิภตฺโต โหติ. โส จ โข ภควโต อาทิยภาวํ อนามสิตฺวาว. ภควโตเยว หิ ยุตฺตํ สาวเก อนุคฺคณฺหนฺตสฺส ‘‘อหมฺปิ เตน อาทิโย ภวิสฺสามี’’ติ วตฺตุํ, น สาวกานํ. เอส นโย สุกฺกปกฺเขปิ, อยํ ตาเวตฺถ อนุสนฺธิกฺกมโยชนา.

อยํ ปนตฺถวณฺณนา อิธาติ อิมสฺมึ สาสเน, สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺสาติ สตฺถุโน ตีหิ วิเวเกหิ อจฺจนฺตปวิวิตฺตสฺส. วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตีติ กายวิเวกํ นานุสิกฺขนฺติ, น ปริปูเรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. ยทิ ปน ติวิธํ วิเวกํ สนฺธาย วเทยฺย, ปุจฺฉาย อวิเสโส สิยา. พฺยากรณปกฺโข หิ อยํ. ตสฺมา อิมินา ปเทน กายวิเวกํ, ‘‘เยสญฺจ ธมฺมาน’’นฺติอาทินา จิตฺตวิเวกํ, ‘‘พาหุลิกา’’ติอาทินา อุปธิวิเวกญฺจ ทสฺเสตีติ เอวเมตฺถ สงฺเขปโต อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

เยสญฺจ ธมฺมานนฺติ โลภาทโย สนฺธายาห, เย ปรโต ‘‘ตตฺราวุโส โลโภ จ ปาปโก’’ติอาทินา นเยน วกฺขติ. นปฺปชหนฺตีติ น ปริจฺจชนฺติ, จิตฺตวิเวกํ น ปริปูเรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. พาหุลิกาติ จีวราทิพาหุลฺลาย ปฏิปนฺนา. สาสนํ สิถิลํ คณฺหนฺตีติ สาถลิกา. โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมาติ เอตฺถ โอกฺกมนํ วุจฺจนฺติ อวคมนฏฺเฐน ปญฺจ นีวรณานิ, เตน ปญฺจนีวรณปุพฺพงฺคมาติ วุตฺตํ โหติ. ปวิเวเกติ อุปธิวิเวเก นิพฺพาเน. นิกฺขิตฺตธุราติ โอโรปิตธุรา, ตทธิคมาย อารมฺภมฺปิ อกุรุมานาติ, เอตฺตาวตา อุปธิวิเวกํ น ปริปูเรนฺตีติ วุตฺตํ โหติ.

เอตฺตาวตา อนิยเมเนว วตฺวา อิทานิ เทสนํ นิยเมนฺโต ‘‘ตตฺราวุโส’’ติอาทิมาห. กสฺมา? สาวกา ‘‘ตีหิ ฐาเนหี’’ติ เอวญฺหิ อนิยเมตฺวาว วุจฺจมาเน ‘‘กมฺปิ มญฺเญ ภณติ, น อเมฺห’’ติ อุทาสินาปิ โหนฺติ. ‘‘เถรา นวา มชฺฌิมา’’ติ เอวํ ปน นิยเมตฺวา วุจฺจมาเน อเมฺห ภณตีติ อาทรํ กโรนฺติ. ยถา รญฺญา ‘‘อมจฺเจหิ นครวีถิโย โสเธตพฺพา’’ติ วุตฺเตปิ ‘‘เกน นุ โข โสเธตพฺพา’’ติ มญฺญมานา น โสเธนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน ฆรทฺวารํ โสเธตพฺพนฺติ ปน เภริยา นิกฺขนฺตาย สพฺเพ มุหุตฺเตน โสเธนฺติ จ อลงฺกโรนฺติ จ, เอวํสมฺปทมิทํ เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ ตตฺราติ เตสุ สาวเกสุ. เถราติ ทสวสฺเส อุปาทาย วุจฺจนฺติ. ตีหิ ฐาเนหีติ ตีหิ การเณหิ. อยญฺหิ ฐานสทฺโท อิสฺสริยฏฺฐิติขณการเณสุ ทิสฺสติ. ‘‘กึ ปนายสฺมา เทวานมินฺโท กมฺมํ กตฺวา อิมํ ฐานํ ปตฺโต’’ติอาทีสุ หิ อิสฺสริเย ทิสฺสติ. ‘‘ฐานกุสโล โหติ อกฺขณเวธี’’ติอาทีสุ ฐิติยํ. ‘‘ฐานโสเวตํ ตถาคตํ ปฏิภาตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๒.๘๗) ขเณ. ‘‘ฐานญฺจ ฐานโต อฏฺฐานญฺจ อฏฺฐานโต’’ติอาทีสุ (วิภ. ๘๐๙; ม. นิ. ๑.๑๔๘) การเณ. อิธ ปน การเณเยว. การณญฺหิ ยสฺมา ตตฺถ ผลํ ติฏฺฐติ ตทายตฺตวุตฺติภาเวน, ตสฺมา ฐานนฺติ วุจฺจติ.

อิมินา ปฐเมน ฐาเนน เถรา ภิกฺขู คารยฺหาติ เอตฺถ คารยฺหาติ ครหิตพฺพา. เถรา นาม สมานา อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ น อุเปนฺติ, คามนฺตเสนาสนํ น มุญฺจนฺติ, สงฺคณิการามตํ วฑฺเฒนฺตา วิหรนฺติ, กายวิเวกมฺปิ น ปริปูเรนฺติ, นวมชฺฌิมกาเล กีทิสา อเหสุนฺติ เอวํ นินฺทิตพฺพา โหนฺติ, อิมํ นินฺทํ อาวุโส ลภนฺตีติ ทสฺเสติ. ทุติเยน ฐาเนนาติ เอตฺถาปิ อิเม นาม อาวุโส เถราปิ สมานา เยสํ ธมฺมานํ สตฺถา ปหานมาห, เต โลภาทิธมฺเม น ชหนฺติ, อจฺฉราสงฺฆาตมตฺตมฺปิ เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา จิตฺเตกคฺคตํ น ลภนฺติ, นวมชฺฌิมกาเล กีทิสา อเหสุนฺติ เอวํ นินฺทิตพฺพา โหนฺติ, อิมํ นินฺทํ อาวุโส ลภนฺตีติ ทสฺเสตีติ เอวํ โยชนา กาตพฺพา. ตติเยน ฐาเนนาติ เอตฺถาปิ อิเม นามาวุโส, เถราปิ สมานา อิตรีตเรน น ยาเปนฺติ, จีวรปตฺตเสนาสนปูติกายมณฺฑนานุโยคมนุยุตฺตา วิหรนฺติ อุปธิวิเวกํ อปูรยมานา, นวมชฺฌิมกาเล กีทิสา อเหสุนฺติ เอวํ นินฺทิตพฺพา โหนฺติ, อิมํ นินฺทํ, อาวุโส, ลภนฺตีติ ทสฺเสตีติ เอวํ โยชนา เวทิตพฺพา. เอส นโย มชฺฌิมนววาเรสุ.

อยํ ปน วิเสโส. มชฺฌิมาติ ปญฺจวสฺเส อุปาทาย ยาว นว วสฺสา วุจฺจนฺติ. นวาติ อูนปญฺจวสฺสา วุจฺจนฺติ. ยถา จ ตตฺถ นวมชฺฌิมกาเล กีทิสา อเหสุนฺติ วุตฺตํ, เอวมิธ นวกาเล กีทิสา อเหสุํ, เถรกาเล กีทิสา ภวิสฺสนฺติ, มชฺฌิมเถรกาเล กีทิสา ภวิสฺสนฺตีติ วตฺวา โยเชตพฺพํ.

๓๒. อิมสฺมิญฺจ กณฺหปกฺเข วุตฺตปจฺจนีกนเยน สุกฺกปกฺเข อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อยํ ปเนตฺถ สงฺเขโป. อิเม วต เถราปิ สมานา โยชนปรมฺปราย อรญฺญวนปตฺถานิ ปนฺตานิ เสนาสนานิ เสวนฺติ, คามนฺตเสนาสนํ อุปคนฺตุํ ยุตฺตกาเลปิ น อุปคจฺฉนฺติ, เอวํ ชิณฺณสรีราปิ อารทฺธวีริยา ปจฺจยทายกานํ ปสาทํ ชเนนฺติ, นวมชฺฌิมกาเล กีทิสา อเหสุนฺติ อิมินา ปฐเมน ฐาเนน เถรา ปาสํสา ภวนฺติ, ปสํสํ ลภนฺติ. โลภาทโย ปหาย จิตฺตวิเวกํ ปูเรนฺติ, อยมฺปิ มหาเถโร สทฺธิวิหาริกอนฺเตวาสิกปริวาริโต หุตฺวา นิสีทิตุํ ยุตฺตกาเลปิ อีทิเสปิ วเย วตฺตมาเน ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา ปวิฏฺโฐ สายํ นิกฺขมติ, สายํ ปวิฏฺโฐ ปาโต นิกฺขมติ, กสิณปริกมฺมํ กโรติ, สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตติ, มคฺคผลานิ อธิคจฺฉติ, สพฺพถาปิ จิตฺตวิเวกํ ปูเรตีติ อิมินา ทุติเยน ฐาเนน เถรา ภิกฺขู ปาสํสา ภวนฺติ, ปสํสํ ลภนฺติ. ยสฺมึ กาเล เถรสฺส ปฏฺฏทุกูลโกเสยฺยาทีนิ สุขสมฺผสฺสานิ ลหุจีวราทีนิ ยุตฺตานิ, ตสฺมิมฺปิ นาม กาเล อยํ มหาเถโร ปํสุกูลานิ ธาเรติ, อสิถิลํ สาสนํ คเหตฺวา วิคตนีวรโณ ผลสมาปตฺตึ อปฺเปตฺวา อุปธิวิเวกํ ปริปูรยมาโน วิหรติ, นวมชฺฌิมกาเล กีทิโส อโหสีติ อิมินา ตติเยน ฐาเนน เถรา ปาสํสา ภวนฺติ, ปสํสํ ลภนฺตีติ. เอส นโย มชฺฌิมนววาเรสุ.

๓๓. ตตฺราวุโสติ โก อนุสนฺธิ, เอวํ นวหากาเรหิ อามิสทายาทปฏิปทํ ครหนฺโต, นวหิ ธมฺมทายาทปฏิปทํ โถเมนฺโต, อฏฺฐารสหากาเรหิ เทสนํ นิฏฺฐาเปตฺวา, เย เต ‘‘เยสญฺจ ธมฺมานํ สตฺถา ปหานมาห, เต จ ธมฺเม น ปชหนฺตี’’ติ เอวํ ปหาตพฺพธมฺมา วุตฺตา. เต สรูปโต ‘‘อิเม เต’’ติ ทสฺเสตุมิทํ ‘‘ตตฺราวุโส, โลโภ จา’’ติอาทิมาห, อยํ อนุสนฺธิ.

อปิจ เหฏฺฐา ปริยาเยเนว ธมฺโม กถิโต. อามิสํ ปน ปริยาเยนปิ นิปฺปริยาเยนปิ กถิตํ. อิทานิ นิปฺปริยายธมฺมํ โลกุตฺตรมคฺคํ กเถตุมิทมาห. อยํ เปตฺถ อนุสนฺธิ.

ตตฺถ ตตฺราติ อตีตเทสนานิทสฺสนํ, ‘‘สตฺถุ ปวิวิตฺตสฺส วิหรโต สาวกา วิเวกํ นานุสิกฺขนฺตี’’ติอาทินา นเยน วุตฺตเทสนายนฺติ วุตฺตํ โหติ. โลโภ จ ปาปโก, โทโส จ ปาปโกติ อิเม เทฺว ธมฺมา ปาปกา ลามกา, อิเม ปหาตพฺพาติ ทสฺเสติ. ตตฺถ ลุพฺภนลกฺขโณ โลโภ. ทุสฺสนลกฺขโณ โทโส. เตสุ โลโภ อามิสทายาทสฺส ปจฺจยานํ ลาเภ โหติ, โทโส อลาเภ. โลเภน อลทฺธํ ปตฺเถติ, โทเสน อลภนฺโต วิฆาตวา โหติ. โลโภ จ เทยฺยธมฺเม โหติ, โทโส อทายเก วา อมนุญฺญทายเก วา. โลเภน นวตณฺหามูลเก ธมฺเม ปริปูเรติ, โทเสน ปญฺจ มจฺฉริยานิ.

อิทานิ เตสํ ปหานูปายํ ทสฺเสนฺโต โลภสฺส จ ปหานายาติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ, ตสฺส ปน ปาปกสฺส โลภสฺส จ โทสสฺส จ ปหานาย. อตฺถิ มชฺฌิมา ปฏิปทาติ มคฺคํ สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ. มคฺโค หิ โลโภ เอโก อนฺโต, โทโส เอโก อนฺโตติ เอเต เทฺว อนฺเต น อุเปติ, น อุปคจฺฉติ, วิมุตฺโต เอเตหิ อนฺเตหิ, ตสฺมา ‘‘มชฺฌิมา ปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. เอเตสํ มชฺเฌ ภวตฺตา ‘‘มชฺฌิมา, ปฏิปชฺชิตพฺพโต จ ปฏิปทาติ. ตถา กามสุขลฺลิกานุโยโค เอโก อนฺโต, อตฺตกิลมถานุโยโค เอโก อนฺโต, สสฺสตํ เอโก อนฺโต, อุจฺเฉโท เอโก อนฺโตติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.

จกฺขุกรณีติอาทีหิ ปน ตเมว ปฏิปทํ โถเมติ. สา หิ สจฺจานํ ทสฺสนาย สํวตฺตติ ทสฺสนปริณายกฏฺเฐนาติ จกฺขุกรณี. สจฺจานํ ญาณาย สํวตฺตติ วิทิตกรณฏฺเฐนาติ ญาณกรณี. ราคาทีนญฺจ วูปสมนโต อุปสมาย สํวตฺตติ. จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ อภิญฺเญยฺยภาวทสฺสนโต อภิญฺญาย สํวตฺตติ. สมฺโพโธติ มคฺโค, ตสฺสตฺถาย สํวตฺตนโต สมฺโพธาย สํวตฺตติ. มคฺโคเยว หิ มคฺคตฺถาย สํวตฺตติ มคฺเคน กาตพฺพกิจฺจกรณโต. นิพฺพานํ นาม อปฺปจฺจยํ ตสฺส ปน สจฺฉิกิริยาย ปจฺจกฺขกมฺมาย สํวตฺตนโต นิพฺพานาย สํวตฺตตีติ วุจฺจติ. อยเมตฺถ สาโร. อิโต อญฺญถา วณฺณนา ปปญฺจา.

อิทานิ ตํ มชฺฌิมํ ปฏิปทํ สรูปโต ทสฺเสตุกาโม ‘‘กตมา จ สา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อยเมวา’’ติอาทินา นเยน วิสฺสชฺเชติ.

ตตฺถ อยเมวาติ อวธารณวจนํ, อญฺญมคฺคปฺปฏิเสธนตฺถํ, พุทฺธปจฺเจกพุทฺธพุทฺธสาวกานํ สาธารณภาวทสฺสนตฺถญฺจ. วุตฺตญฺเจตํ ‘‘เอเสว มคฺโค นตฺถญฺโญ ทสฺสนสฺส วิสุทฺธิยา’’ติ (ธ. ป. ๒๗๔). สฺวายํ กิเลสานํ อารกตฺตาปิ อริโย. อริปหานาย สํวตฺตตีติปิ อริเยน เทสิโตติปิ อริยภาวปฺปฏิลาภาย สํวตฺตตีติปิ อริโย. อฏฺฐหิ องฺเคหิ อุเปตตฺตา อฏฺฐงฺคิโก, น จ องฺควินิมุตฺโต ปญฺจงฺคิกตูริยาทีนิ วิย. กิเลเส มาเรนฺโต คจฺฉติ, มคฺคติ วา นิพฺพานํ, มคฺคียติ วา นิพฺพานตฺถิเกหิ, คมฺมติ วา เตหิ ปฏิปชฺชียตีติ มคฺโค. เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส กตโม โส อิติ เจติ อตฺโถ, กตมานิ วา ตานิ อฏฺฐงฺคานีติ. เอกเมกญฺหิ องฺคํ มคฺโคเยว. ยถาห ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติ (ธ. ส. ๑๐๓๙). โปราณาปิ ภณนฺติ – ‘‘ทสฺสนมคฺโค สมฺมาทิฏฺฐิ, อภินิโรปนมคฺโค สมฺมาสงฺกปฺโป…เป… อวิกฺเขปมคฺโค สมฺมาสมาธี’’ติ.

สมฺมาทิฏฺฐาทีสุ เจเตสุ สมฺมา ทสฺสนลกฺขณา สมฺมาทิฏฺฐิ. สมฺมา อภินิโรปนลกฺขโณ สมฺมาสงฺกปฺโป. สมฺมา ปริคฺคหลกฺขณา สมฺมาวาจา. สมฺมา สมุฏฺฐานลกฺขโณ สมฺมากมฺมนฺโต. สมฺมา โวทานลกฺขโณ สมฺมาอาชีโว. สมฺมา ปคฺคหลกฺขโณ สมฺมาวายาโม. สมฺมา อุปฏฺฐานลกฺขณา สมฺมาสติ. สมฺมา สมาธานลกฺขโณ สมฺมาสมาธิ. นิพฺพจนมฺปิ เนสํ สมฺมา ปสฺสตีติ สมฺมาทิฏฺฐีติ เอเตเนว นเยน เวทิตพฺพํ.

ตตฺถ สมฺมาทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชมานา มิจฺฉาทิฏฺฐึ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ อวิชฺชญฺจ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ ปสฺสติ, เต จ โข อสมฺโมหโต, โน อารมฺมณโต, ตสฺมา ‘‘สมฺมาทิฏฺฐี’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาสงฺกปฺโป มิจฺฉาสงฺกปฺปํ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา อภินิโรเปติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาสงฺกปฺโป’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาวาจา มิจฺฉาวาจํ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา ปริคฺคณฺหาติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาวาจา’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมากมฺมนฺโต มิจฺฉากมฺมนฺตํ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา สมุฏฺฐาเปติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมากมฺมนฺโต’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาอาชีโว มิจฺฉาอาชีวํ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา โวทาเปติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาอาชีโว’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาวายาโม มิจฺฉาวายามํ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ โกสชฺชญฺจ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา ปคฺคณฺหาติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาวายาโม’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาสติ มิจฺฉาสตึ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา อุปฏฺฐาเปติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาสตี’’ติ วุจฺจติ.

สมฺมาสมาธิ มิจฺฉาสมาธึ ตปฺปจฺจนียกิเลเส จ อุทฺธจฺจญฺจ ปชหติ, นิพฺพานญฺจ อารมฺมณํ กโรติ, สมฺปยุตฺตธมฺเม จ สมฺมา สมาธิยติ, ตสฺมา ‘‘สมฺมาสมาธี’’ติ วุจฺจติ.

อิทานิ อยํ โข สา, อาวุโสติ ตเมว ปฏิปทํ นิคเมนฺโต อาห. ตสฺสตฺโถ, ยฺวายํ จตฺตาโรปิ โลกุตฺตรมคฺเค เอกโต กตฺวา กถิโต ‘‘อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’, อยํ โข สา, อาวุโส…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตตีติ.

เอวํ ปหาตพฺพธมฺเมสุ โลภโทเส ตปฺปหานุปายญฺจ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อญฺเญปิ ปหาตพฺพธมฺเม เตสํ ปหานุปายญฺจ ทสฺเสนฺโต ตตฺราวุโส, โกโธ จาติอาทิมาห. ตตฺถ กุชฺฌนลกฺขโณ โกโธ, จณฺฑิกฺกลกฺขโณ วา, อาฆาตกรณรโส, ทุสฺสนปจฺจุปฏฺฐาโน. อุปนนฺธนลกฺขโณ อุปนาโห, เวร อปฺปฏินิสฺสชฺชนรโส, โกธานุปพนฺธภาวปจฺจุปฏฺฐาโน. วุตฺตญฺเจตํ – ‘‘ปุพฺพกาเล โกโธ, อปรกาเล อุปนาโห’’ติอาทิ (วิภ. ๘๙๑).

ปรคุณมกฺขนลกฺขโณ มกฺโข, เตสํ วินาสนรโส, ตทวจฺฉาทนปจฺจุปฏฺฐาโน. ยุคคฺคาหลกฺขโณ ปฬาโส, ปรคุเณหิ อตฺตโน คุณานํ สมีกรณรโส, ปเรสํ คุณปฺปมาเณน อุปฏฺฐานปจฺจุปฏฺฐาโน.

ปรสมฺปตฺติขียนลกฺขณา อิสฺสา, ตสฺสา อกฺขมนลกฺขณา วา, ตตฺถ อนภิรติรสา, ตโต วิมุขภาวปจฺจุปฏฺฐานา. อตฺตโน สมฺปตฺตินิคูหนลกฺขณํ มจฺเฉรํ, อตฺตโน สมฺปตฺติยา ปเรหิ สาธารณภาวอสุขายนรสํ, สงฺโกจนปจฺจุปฏฺฐานํ.

กตปาปปฏิจฺฉาทนลกฺขณา มายา, ตสฺส นิคูหนรสา, ตทาวรณปจฺจุปฏฺฐานา. อตฺตโน อวิชฺชมานคุณปกาสนลกฺขณํ สาเฐยฺยํ, เตสํ สมุทาหรณรสํ, สรีรากาเรหิปิ เตสํ วิภูตกรณปจฺจุปฏฺฐานํ.

จิตฺตสฺส อุทฺธุมาตภาวลกฺขโณ ถมฺโภ, อปฺปติสฺสยวุตฺติรโส, อมทฺทวตาปจฺจุปฏฺฐาโน. กรณุตฺตริยลกฺขโณ สารมฺโภ, วิปจฺจนีกตารโส, อคารวปจฺจุปฏฺฐาโน.

อุณฺณติลกฺขโณ มาโน, อหํการรโส, อุทฺธุมาตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน. อพฺภุณฺณติลกฺขโณ อติมาโน, อติวิย อหงฺการรโส. อจฺจุทฺธุมาตภาวปจฺจุปฏฺฐาโน.

มตฺตภาวลกฺขโณ มโท, มทคฺคาหณรโส, อุมฺมาทปจฺจุปฏฺฐาโน. ปญฺจสุ กามคุเณสุ จิตฺตโวสฺสคฺคลกฺขโณ ปมาโท, โวสฺสคฺคานุปฺปทานรโส, สติวิปฺปวาสปจฺจุปฏฺฐาโนติ เอวํ อิเมสํ ธมฺมานํ ลกฺขณาทีนิ เวทิตพฺพานิ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ‘‘ตตฺถ กตโม โกโธ’’ติอาทินา วิภงฺเค (วิภ. ๘๙๑) วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

วิเสสโต เจตฺถ อามิสทายาโท อตฺตนา อลภนฺโต อญฺญสฺส ลาภิโน กุชฺฌติ, ตสฺส สกึ อุปฺปนฺโน โกโธ โกโธเยว, ตตุตฺตริ อุปนาโห. โส เอวํ กุทฺโธ อุปนยฺหนฺโต จ สนฺเตปิ อญฺญสฺส ลาภิโน คุเณ มกฺเขติ, อหมฺปิ ตาทิโสติ จ ยุคคฺคาหํ คณฺหาติ, อยมสฺส มกฺโข จ ปฬาโส จ, เอวํ มกฺขี ปฬาสี ตสฺส ลาภสกฺการาทีสุ กึ อิมสฺส อิมินาติ อิสฺสติ ปทุสฺสติ, อยมสฺส อิสฺสา. สเจ ปนสฺส กาจิ สมฺปตฺติ โหติ, ตสฺสา เตน สาธารณภาวํ น สหติ, อิทมสฺส มจฺเฉรํ. ลาภเหตุ โข ปน อตฺตโน สนฺเตปิ โทเส ปฏิจฺฉาเทติ, อยมสฺส มายา. อสนฺเตปิ คุเณ ปกาเสติ. อิทมสฺส สาเฐยฺยํ. โส เอวํ ปฏิปนฺโน สเจ ยถาธิปฺปายํ ลาภํ ลภติ, เตน ถทฺโธ โหติ อมุทุจิตฺโต, นยิทํ เอวํ กาตพฺพนฺติ โอวทิตุํ อสกฺกุเณยฺโย, อยมสฺส ถมฺโภ. สเจ ปน นํ โกจิ กิญฺจิ วทติ ‘‘นยิทํ เอวํ กาตพฺพ’’นฺติ, เตน สารทฺธจิตฺโต โหติ ภากุฏิกมุโข ‘‘โก เม ตฺว’’นฺติ ปสยฺห ภาณี, อยมสฺส สารมฺโภ. ตโต ถมฺเภน ‘‘อหเมว เสยฺโย’’ติ อตฺตานํ มญฺญนฺโต มานี โหติ. สารมฺเภน ‘‘เก อิเม’’ติ ปเร อติมญฺญนฺโต อติมานี, อยมสฺส มาโน จ อติมาโน จ. โส เตหิ มานาติมาเนหิ ชาติมทาทิอเนกรูปํ มทํ ชเนติ. มตฺโต สมาโน กามคุณาทิเภเทสุ วตฺถูสุ ปมชฺชติ, อยมสฺส มโท จ ปมาโท จาติ.

เอวํ อามิสทายาโท อปริมุตฺโต โหติ อิเมหิ ปาปเกหิ ธมฺเมหิ อญฺเญหิ จ เอวรูเปหิ. เอวํ ตาเวตฺถ ปหาตพฺพธมฺมา เวทิตพฺพา. ปหานุปาโย ปาฐโต จ อตฺถโต จ สพฺพตฺถ นิพฺพิเสโสเยว.

ญาณปริจยปาฏวตฺถํ ปเนตฺถ อยํ เภโท จ กโม จ ภาวนานโย จ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เภโท ตาว, อยญฺหิ มชฺฌิมา ปฏิปทา กทาจิ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ, กทาจิ สตฺตงฺคิโก. อยญฺหิ โลกุตฺตรปฐมชฺฌานวเสน อุปฺปชฺชมาโน อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค โหติ, อวเสสชฺฌานวเสน สตฺตงฺคิโก. อุกฺกฏฺฐนิทฺเทสโต ปนิธ อฏฺฐงฺคิโกติ วุตฺโต. อิโต ปรญฺหิ มคฺคงฺคํ นตฺถิ. เอวํ ตาเวตฺถ เภโท เวทิตพฺโพ.

ยสฺมา ปน สพฺพกุสลานํ สมฺมาทิฏฺฐิ เสฏฺฐา, ยถาห ‘‘ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺตี’’ติ (ชา. ๒.๑๗.๘๑). กุสลวาเร จ ปุพฺพงฺคมา, ยถาห ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, สมฺมาทิฏฺฐิ ปุพฺพงฺคมา โหติ, สมฺมาทิฏฺฐึ สมฺมาทิฏฺฐีติ ปชานาติ, มิจฺฉาทิฏฺฐึ มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ปชานาตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๓๖) วิตฺถาโร. ยถา จาห ‘‘วิชฺชา จ โข, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา’’ติ. ตปฺปภวาภินิพฺพตฺตานิ เสสงฺคานิ, ยถาห ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิสฺส สมฺมาสงฺกปฺโป ปโหติ…เป… สมฺมาสติสฺส สมฺมาสมาธิ ปโหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๑๔๑). ตสฺมา อิมินา กเมน เอตานิ องฺคานิ วุตฺตานีติ เอวเมตฺถ กโม เวทิตพฺโพ.

ภาวนานโยติ โกจิ สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาเวติ, โกจิ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ. กถํ? อิเธกจฺโจ ปฐมํ อุปจารสมาธึ วา อปฺปนาสมาธึ วา อุปฺปาเทติ, อยํ สมโถ; โส ตญฺจ ตํสมฺปยุตฺเต จ ธมฺเม อนิจฺจาทีหิ วิปสฺสติ, อยํ วิปสฺสนา. อิติ ปฐมํ สมโถ, ปจฺฉา วิปสฺสนา. เตน วุจฺจติ ‘‘สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาเวตี’’ติ. ตสฺส สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาวยโต มคฺโค สญฺชายติ, โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ, ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ, เอวํ สมถปุพฺพงฺคมํ วิปสฺสนํ ภาเวติ.

อิธ ปเนกจฺโจ วุตฺตปฺปการํ สมถํ อนุปฺปาเทตฺวาว ปญฺจุปาทานกฺขนฺเธ อนิจฺจาทีหิ วิปสฺสติ, อยํ วิปสฺสนา. ตสฺส วิปสฺสนาปาริปูริยา ตตฺถ ชาตานํ ธมฺมานํ โวสฺสคฺคารมฺมณโต อุปฺปชฺชติ จิตฺตสฺส เอกคฺคตา, อยํ สมโถ. อิติ ปฐมํ วิปสฺสนา ปจฺฉา สมโถ. เตน วุจฺจติ ‘‘วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาเวตี’’ติ. ตสฺส วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาวยโต มคฺโค สญฺชายติ, โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ…เป… พหุลีกโรติ, ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต…เป… อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ (อ. นิ. ๔.๑๗๐; ปฏิ. ม. ๒.๑), เอวํ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาเวติ.

สมถปุพฺพงฺคมํ ปน วิปสฺสนํ ภาวยโตปิ วิปสฺสนาปุพฺพงฺคมํ สมถํ ภาวยโตปิ โลกุตฺตรมคฺคกฺขเณ สมถวิปสฺสนา ยุคนทฺธาว โหนฺติ. เอวเมตฺถ ภาวนานโย เวทิตพฺโพติ.

ปปญฺจสูทนิยา มชฺฌิมนิกายฏฺฐกถาย

ธมฺมทายาทสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.